‘ระยอง’ต้อนรับสาวงาม Mrs. Asia International Pageant 2018 กว่า 18 ประเทศ 29 สาวงาม

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/380105

'ระยอง'ต้อนรับสาวงาม Mrs. Asia International Pageant 2018 กว่า 18 ประเทศ 29 สาวงาม

‘ระยอง’ต้อนรับสาวงาม Mrs. Asia International Pageant 2018 กว่า 18 ประเทศ 29 สาวงาม

วันศุกร์ ที่ 30 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561, 10.56 น.

ครั้งแรกในประเทศไทย โรงแรมฮอลิเดย์อิน แอนด์ สวีทส์ ระยอง ร่วมกับ ERM Thailand และส่งเสริมการท่องเที่ยวจังหวัดระยอง  ต้อนรับสาวงาม Mrs. Asia International Pageant 2018 กว่า 18 ประเทศ 29 สาวงาม

โรงแรมฮอลิเดย์อิน แอนด์ สวีทส์ ระยอง ซิตี้เซ็นเตอร์ โดย มร. อยุช เชาว์รี ผู้จัดการทั่วไป ผนึกกำลังร่วมกับนายธีรวัฒน์ สุดสุข รองผู้ว่าราชการจังหวัดระยอง และนางสริญทิพย์ ทัพมงคลทรัพย์ นายกสมาคมท่องเที่ยวเกาะเสม็ด จ.ระยอง และหน่วยงานภาคเอกชน ร่วมกันผสานความร่วมมือเพื่อเปิดมุมมองใหม่ๆ ของสถานที่ท่องเที่ยวใน จ.ระยอง เพื่อกระตุ้นการท่องเที่ยว และต่อยอดด้านธุรกิจจากสตรีผู้เข้าประกวดนานาประเทศทั่วภูมิภาคเอเชีย โดยมีแหล่งท่องเที่ยวทางทะเล แหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตรและสวนผลไม้ โดยการประชาสัมพันธ์ยังได้รับความร่วมมือจากทุกหน่วยงานโดยเฉพาะองค์การบริหารส่วนจังหวัดระยอง เป็นอย่างดี

พร้อมกันนี้ นำโดย คุณปวีณา บำรุงรส กรรมการผู้จัดการ บริษัท มิสออร่า อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด(MAI) ผู้ดำเนินธุรกิจการจัดเวทีการประกวดนางงาม นางแบบ นายแบบ ทั้งในไทยและระดับนานาชาติ และยังเป็นผู้ถือ ลิขสิทธ์ ERM Thailand เวทีประกวดนางงามกว่า 18 เวทีระดับโลก ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างประวัติศาสตร์ครั้งแรกของประเทศไทยกับการเปิดบ้านต้อนรับสาวงามเอเชียจากทั่วโลกกว่า 18 ประเทศ 29 สาวงาม ในการประกวด Mrs. Asia International Pageant 2018 เฟ้นหาตัวแทนสาวงามเอเชียที่ผ่านการสมรสแล้วแต่ยังสร้างคุณค่าในตัวเองด้วยความรู้ ความสามารถ ประสบความสำเร็จทั้งอาชีพและชีวิตครอบครัว จากทั่วโลกสู่การเป็นสตรีต้นแบบสังคม ที่พร้อมมาร่วมกิจกรรมเก็บตัว ณ จังหวัดระยอง เมืองสำคัญที่ขับเคลื่อนอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวประเทศไทยในปัจจุบัน

 

 

โดยครั้งนี้สาวงามเอเชียจากทั่วโลกได้เดินทางมาร่วมกิจกรรมเก็บตัวชมธรรมชาติ ศิลปวัฒนธรรมไทย พร้อมกันนี้กิจกรรมกาล่าดินเนอร์สำหรับการเปิดโอกาสให้เหล่าสาวงามได้แสดงความสามารถชูความโดดเด่นของแต่ละประเทศ พร้อมการต้อนรับกับบริการอาหาร ห้องพักสำหรับสาวงาม โดยได้รับการสนับสนุนจากโรงแรมฮอลิเดย์อิน แอนด์ สวีทส์ ระยอง ซิตี้เซ็นเตอร์ โรงแรมระดับสากล 5 ดาว ชั้นนำระดับโลกแห่งแรกและแห่งเดียวในจังหวัดระยอง ที่โดดเด่นใจกลางเมืองระยองติดห้างแหลมทอง พร้อมบริการด้วยห้องพักที่นำสมัยถูกออกแบบมาเพื่อมอบประสบการณ์การพักผ่อนอย่างแท้จริง สุดเอ็กซ์คลูซีฟบนสระว่ายน้ำชั้นดาดฟ้าและดื่มดำกับบรรยากาศทั้งอาหารไทยและเทศพร้อมกับวิวของทะเลอ่าวไทย

ด้านคุณปวีณา บำรุงรส กรรมการผู้จัดการ  MAI กล่าวว่า “ในฐานะผู้จัดงาน Mrs. Asia International Pageant 2018 ต้องขอขอบคุณโรงแรมฮอลิเดย์อิน แอนด์ สวีทส์ ระยอง ซิตี้เซ็นเตอร์ ให้เกียรติร่วมเป็นส่วนหนึ่งกับการเปิดบ้านต้อนรับสาวงาม ชูศักยภาพความโดดเด่นของประเทศไทย พร้อมร่วมกันสร้างภาพลักษณ์โดยโชว์เอกลักษณ์ศิลปวัฒนธรรมแห่งการท่องเที่ยวไทยสู่สายตาในระดับนานาชาติ มุ่งขับเคลื่อนเศรษฐกิจประเทศไทยในอนาคต”

จะซื้ออะไรกลับไปฝากเพื่อนดี? ‘Magic Moment’จาก เต๋อ-นวพล ทะลุล้านวิว

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/380004

จะซื้ออะไรกลับไปฝากเพื่อนดี? ‘Magic Moment’จาก เต๋อ-นวพล ทะลุล้านวิว

จะซื้ออะไรกลับไปฝากเพื่อนดี? ‘Magic Moment’จาก เต๋อ-นวพล ทะลุล้านวิว

วันศุกร์ ที่ 30 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561, 06.00 น.

Magic Moment ในความหมายของนักทำหนัง คือช่วงเวลาอันอัศจรรย์ที่เกิดขึ้นมาแบบไม่ได้ตั้งใจและหายไปในเสี้ยววินาที หรือพูดง่ายๆ คือธรรมชาติหรืออะไรก็ตามที่เกิดขึ้นจากความบังเอิญ สิ่งนี้เองที่เป็นแก่นของเรื่องราวที่ เต๋อ-นวพล ธำรงรัตนฤทธิ์ ผู้กำกับช่างคิด ได้ร้อยเรียงและถ่ายทอดออกมาผ่านหนังสั้นสุดอาร์ตชิ้นล่าสุดในโปรเจกท์พิเศษ “HUAWEI Mate 20 Series x เต๋อ-นวพล” ในชื่อเรื่อง “Souvenir” ที่ตอนนี้ทะลุ 1ล้านวิว เป็นที่เรียบร้อยแล้ว

เต๋อ-นวพล ได้พกสมาร์ทโฟนคู่หูคู่ใจ HUAWEI Mate 20 Series ไปถ่ายทำหนังสั้นถึงประเทศญี่ปุ่น “ปกติของที่ระลึกที่พวกเราซื้อให้เพื่อนหรือคนที่สำคัญเวลาเดินทางไปเที่ยวต่างถิ่นส่วนใหญ่แล้วจะเป็นขนม ของเล่น เครื่องสำอาง ของที่ระลึก หรือวัตถุที่จับต้องได้ แต่ผมมองว่า “The best souvenir is time and moment” ช่วงเวลาที่ดีต่างหากคือของที่ระลึกที่ดีที่สุดที่หาซื้อไม่ได้ที่เตือนใจให้เรานึกถึงคนสำคัญที่อยู่ที่บ้าน”

Souvenir เกิดมาจากแนวคิดแรกเริ่มจากคำว่า “From Mate to Mate” เป็นหนังสั้นที่ถ่ายทอดเรื่องราวแบบเรียลๆ ระหว่างเพื่อนรู้ใจระหว่างเต๋อและเพื่อนๆ คนสำคัญ ในขณะคนหนึ่งมีความสุขตอนที่กำลังท่องเที่ยวที่ประเทศญี่ปุ่นอยู่นั้นก็ไม่ลืมที่จะส่งความสุขกลับมาให้กับเพื่อนที่อยู่บ้านด้วยวีดีโอที่เซฟลงในแฟลชไดรฟ์ แล้วส่งผ่านไปรษณีย์

“ผมอยากจะสื่อสารเรื่องราวของความสัมพันธ์ระหว่างเพื่อนที่มองตาก็รู้ใจกัน ที่เชื่อมกันด้วยการส่งความสุขให้กันผ่านไปรษณีย์ที่ผู้รับต้องรอคอยอย่างช้าๆ เพิ่มคุณค่าทางจิตใจให้กับของฝากท่ามกลางโลกที่หมุนเร็วอย่างทุกวันนี้ ซึ่งหนังสั้นเรื่องนี้เป็นหนังสั้นเรื่องแรกที่ถ่ายทำด้วยสมาร์ทโฟน HUAWEI Mate 20 Series ทั้งหมด 100% ซึ่งทำให้สามารถเก็บ Magic Moment ที่เกิดขึ้นเพียงเสี้ยววินาทีได้ทันท่วงที”

ค้นพบ “ของฝาก” ชิ้นใหม่ได้แล้ววันนี้ ผ่านหนังสั้นยาว 7 นาที ซึ่งถ่ายทำทั้งเรื่องโดย HUAWEI Mate 20 Series ที่สามารถก้าวข้ามข้อจำกัดของสมาร์ทโฟนด้วยการสร้างไฟล์วีดีโอคุณภาพสูงโดยสามารถนำมาปรับแต่งเพิ่มเติมให้เหมือนภาพยนตร์ได้แล้วที่ https://www.facebook.com/HuaweimobileTH/videos/255135531794365/ หรือ https://youtu.be/YFJp8FpX3XI พร้อมเตรียมรับชมหนังสั้นตอนย่อย โดยจะทยอยปล่อยบนเฟซบุ๊กแฟนเพจ HuaweiMobileTH

คุณแหน : 30 พฤศจิกายน 2561

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/380002

คุณแหน : 30 พฤศจิกายน 2561

วันศุกร์ ที่ 30 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561, 06.00 น.

ll ขอบันทึกไว้ว่า…“เจ้านาย”ที่รักของเรา ผู้ทรงสนพระทัย“การศึกษา”โดยเฉพาะอย่างยิ่งด้าน“อาชีวะ”สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงติดต่อ“เรียนรู้”และขอความร่วมมือการศึกษา“วิชาช่าง”จากประเทศเยอรมนีมาช้านานแล้ว…ที่สำคัญ…ทรง“ชนะใจ”บุคคลสำคัญทั้งภาครัฐและเอกชนทางด้านนี้…ด้วยพระทัยใส่ใจแท้จริงและพระปรีชาชาญในภาษา Deutsch…

ll ความ“เมตตา”ของ“ครู”มิเสื่อมคลาย…ท่านผู้หญิง ดร.ทัศนีย์ บุณยคุปต์ ในวัย 96 ยังจำ ด.ญ.ภิญญ์ศิรประภาศิริ (CD30) ลูกศิษย์ภาษาอังกฤษได้…ไม่ลืมที่จะมางานเลี้ยงฉลองสมรสพระราชทานของศิษย์…หาก“ขอตัว”ไม่ขึ้นเวทีเป็นประธาน…ท่านผู้หญิงอังกาบ บุณยัษฐิติ…อดีตอาจารย์ใหญ่ที่ภูมิใจในศิษย์ทุนเล่าเรียนหลวง สร้างชื่อให้“จิตรลดา”ต้องรับหน้าที่แทน…

ll เป็น“ประเพณี”ที่จะนำญาติสนิทมิตรสหายไปพักผ่อนต่างประเทศปีละหน…และเลือกฉลอง“วันเกิด”ปลายเดือนหนาวพฤศจิกายน…ศ.คลินิกเกียรติคุณ ดร.ทพญ.ธีรลักษณ์ สุทธเสถียร จองภัตตาคาร 3 ดาว มิชลินที่ไทเป เตรียมฉลองกับลูกทีมเต็มที่…หัวละ 8,000 NT บวกๆ…โชคดีที่ร้านปฏิเสธ…คิวเต็มไปอีก 3 เดือน…“น้าเอ๋”ก็ไม่ต้องเปิดคลินิกทำฟันเพิ่มเวลาอีกหลายเดือน…เพราะ“ลูกทัวร์”ที่ไปด้วยร่วม 20 หัว…

ll ณรงค์ อัมพุช ชวนนักกอล์ฟ TBSเล่นกอล์ฟอาทิตย์นี้ที่สนามวินเซอร์ 10.30 น….หาตัวผู้เล่นไปแข่งกอล์ฟโดมทองคำ…ทัวร์นาเมนต์ใหม่ สำหรับนักกอล์ฟอาวุโส…อายุ 60 ขึ้นไป…

ll สวดพระอภิธรรม ดร.พรรณนิภา ภู่รุ่งเรือง (เชมนะสิริ)กจก.บจ.กริดบิสซิเนสโซลูชั่นส์ ศาลา 18วัดธาตุทอง 27 พ.ย.-1 ธ.ค. 19.00 น. และฌาปนกิจ 2 ธ.ค. เวลา 17.00 น. …

ll เสาร์นี้ 4 โมงเย็น ใครชอบเพลงคริสต์มาส-ปีใหม่ เชิญฟัง-ร้องร่วมกับวง BMS ณ โบสถ์ EvangelicalLutheran Church สุขุมวิท ซอย 50…ดาวินา คุณวิภูศิลกุล ร่วมร้องและเชิญชวนฟัง…

ll ส่วนวันอาทิตย์ คอนเสิร์ตการกุศล“เพื่อนรักนักร้องเพื่อน้องรัก” “เจี๊ยบ”นนทิยา จิวบางป่าและ “เบคกี้”ริสา หงษ์หิรัญ หาเงินช่วย“โรงเรียนรวมน้ำใจ”โรงเรียนที่คุณนายสายพิณพหลโยธิน ร่วมกับเพื่อนๆ ใจกุศลสร้างให้เด็กโชคร้ายภาคเหนือมีที่เรียน…1 ทุ่ม บางกอกทาวเวอร์…

ll งาน “50 ปีน้องใหม่จุฬาฯ รุ่น 2511”ชื่นมื่นกันทุกคณะ…โดยเฉพาะ’ถาปัดที่ทุ่มเททั้งสถานที่และการแสดง…พงษ์เทพ จันทร์สืบ ไม่ทำให้“พี่แดง”จันทรา ชัยนาม ผิดหวัง…ร้อง Elvis ตามคำขอ…แม้ว่ากว่าจะขึ้นเวทีต้อง Up ยาหลายขนาน…พิสิษฐ์ สายัมพลสถาปนิกฝีมือ“เอเชีย”โชว์ลีลา Dance สนุก…ลืมรำวง“งานวัด”ไปเลย…

ll อิงอร กรรณสูตชวนเพื่อน ตอ.27 ห้อง 407 เรือนเทา ไปเยี่ยมนพ.วิชิต เองสกุล ที่อำเภอบางปลาม้า…เจ้าภาพใจกว้างเหมือนแม่น้ำท่าจีน ช่วงผ่านสุพรรณ…เลี้ยงกุ้งแม่น้ำเผาตัวโตที่“กุ่ยหมง”ร้านดังประจำอำเภอ…ll

ภิญญ์สิรี

‘10 ซูเปอร์ฟู้ด’จากโครงการหลวง ลงจากยอดดอยมาขายในตลาดนัดร่วมสมัย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/379975

‘10 ซูเปอร์ฟู้ด’จากโครงการหลวง ลงจากยอดดอยมาขายในตลาดนัดร่วมสมัย

‘10 ซูเปอร์ฟู้ด’จากโครงการหลวง ลงจากยอดดอยมาขายในตลาดนัดร่วมสมัย

วันศุกร์ ที่ 30 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561, 06.00 น.

ควินัว ซูเปอร์ฟู้ดที่ได้รับความนิยมสูง

มูลนิธิโครงการหลวง และศูนย์การค้าสยามพารากอน พาไปชมแหล่งกำเนิดซูเปอร์ฟู้ดของเมืองไทย ที่ดอยอินทนนท์ จังหวัดเชียงใหม่ เพื่อเข้าถึงและเข้าใจถึงความเป็นมาเป็นไปของ “10 ซูเปอร์ฟู้ด เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีของชาวเขา เพื่อสุขภาพชีวิตที่ดีของชาวเรา” ซึ่งเป็นคอนเซ็ปต์ของการจัดงาน “รอยัล โปรเจกท์ แกสโตรโนมี เฟสติวัล แอท สยามพารากอน” ที่จะนำผลผลิตสุดยอดอาหารเพื่อสุขภาพและผลิตภัณฑ์ไฮไลท์ต่างๆ ของมูลนิธิโครงการหลวงมาจำหน่ายในรูปแบบตลาดนัดร่วมสมัย ระหว่างวันที่ 30 พฤศจิกายน-7 ธันวาคม 2561 ณ พาร์คพารากอน พร้อมร่วมชมนิทรรศการ “10 ซูเปอร์ฟู้ด” จากโครงการหลวง ได้ระหว่างวันที่ 30 พฤศจิกายน-6 ธันวาคม นี้ณ ฮอลล์ ออฟ เฟม ชั้นเอ็ม ศูนย์การค้าสยามพารากอน

นอกจากจะไปรู้จักกับผลผลิตซูเปอร์ฟู้ดของโครงการหลวงถึงยอดดอยแล้ว เชฟโอ๊ะ-หฤษฎ์ เวชากุล จากร้าน Another Hound Café และ เชฟนนท์-นนทวรรธ โรจนศักดิ์ชัย จากร้าน Brix
Dessert Bar ทั้งสองเชฟได้ขึ้นไปปรุงอาหารที่ใช้ผลผลิตจากโครงการหลวงให้ได้ชิมกันถึงรส และมี 10 ซูเปอร์ฟู้ดของโครงการหลวงเป็นส่วนประกอบหลัก ซึ่งประกอบไปด้วย ข้าวกล้องดอย เป็นพันธุ์ข้าวท้องถิ่นของชนเผ่าพื้นที่สูง ไม่มีสารเคมีใดๆ ในทุกขั้นตอน มีข้าวสองสายพันธุ์ แนะนำว่าต้องลองซื้อไปหุงจริงๆ คือข้าวกล้องเหลือง เป็นพันธุ์ข้าวจากชนเผ่าปกาเกอะญอ ข้าวนี้ล่ะที่เชฟโอ๊ะจาก Another Hound Café นำมาหุง แล้วคลุกกับควินัว ทานกับปลาเทราท์ข้าวเนื้อนุ่ม เหนียว คล้ายๆ ข้าวญี่ปุ่นบวกกับลูกเดือย อร่อยมากอีกพันธุ์หนึ่งคือ ข้าวกล้องไก่ป่า จะมีสารแกมม่า โอไรซานอล ช่วยลดความเสี่ยงการเกิดโรคอัลไซเมอร์ ลดคอเรสเตอรอล ช่วยต้านอนุมูลอิสระ มีโพแทสเซียม ช่วยคุมสมดุลของน้ำในร่างกาย และมีธาตุเหล็ก

ควินัว เป็นซูเปอร์ฟู้ดที่กำลังดังที่สุดในโลกอยู่ก็ว่าได้ ควินัวทั้งอร่อย และมีประโยชน์กับร่างกายสูงมาก คือมีสารอาหารที่สำคัญ มีกรดอะมิโนจำเป็นต่อร่างกายครบ 10 ชนิด เป็นโปรตีนทดแทนสำหรับคนที่แพ้โปรตีนจากสัตว์ ควินัวทั้งปลูกยาก และดูแลยาก แต่โครงการหลวงก็ทำสำเร็จ ควินัวเป็นพืชน้องใหม่มาแรงที่ทำรายได้ให้กับเกษตรกรดีมากๆ ใช้เวลาปลูกและเก็บได้ประมาณ 3 เดือนควินัวยังเป็นหนึ่งในพืชที่เชฟดังๆ เลือกมาทำเป็นเมนูอร่อยๆ อีกมาก

เห็ดปุยฝ้าย และ เห็ดพอตโตเบลโล่ เป็นเห็ดสองชนิดที่อร่อยมากๆ เห็ดปุยฝ้ายจะเนื้อเหมือนเนื้อปู ถ้าเอาไปใส่ในน้ำพริกหรือไข่เจียว เหมือนไข่เจียวปูเลยทีเดียว มีชื่อเรียกอีกชื่อว่าเห็ดยามาบูชิตาเกะ มีคุณค่ามากคือมีสารโพลีแซคคาไรด์ สามารถยับยั้งมะเร็งได้ และช่วยรักษาแผลในกระเพาะอาหารด้วย เห็ดปุยฝ้ายต้องใช้เวลาเพาะกัน 2 เดือนครึ่ง แต่ละดอกใช้เวลา 20 วัน กว่าจะออก ต้องประคบประหงมกันพอดูกว่าจะได้เห็ดดอกงามๆ ออกมากินได้อีกเห็ดที่ถ้าเอามาผัดซีอิ๊ว อบชีส กลายเป็นอาหารจานเชฟได้เลย ก็คือเห็ดพอตโตเบลโล่ เรียกได้ว่าเป็นเห็ดที่ทานเท่าไหร่ก็ไม่อ้วน เป็นเห็ดที่ต้องเพาะในที่มืด ใช้ฟางข้าวและดินกลบหน้าเล็กน้อย ค่าพีเอชต้องสมดุล และผ่านการฆ่าเชื้อด้วย ถือว่าเพาะยากพอสมควร ทั้งเห็ดปุยฝ้าย และเห็ดพอตโตเบลโล่ มีเพาะอยู่ที่ศูนย์พัฒนาการเกษตรโครงการหลวงขุนวาง

ผักและสมุนไพรต่างๆ ที่ขึ้นชื่อมากก็คือ มะเขือเทศเชอร์รี่กะหล่ำปลีรูปหัวใจ คะน้าฮ่องกง บร็อคโคลี่ และยังมีอีกมากมายหลายชนิด ทั้งหมดคือโครงการหลวงจะเพาะต้นกล้าไว้ แล้วให้เกษตรกรนำไปลงแปลงต่อ ถ้าปลูกดีๆ ก็สร้างรายได้แต่ละเดือนได้สูงมาก และทุกผักมีความเป็นซูเปอร์ฟู้ดกันเต็มๆ อย่างมะเขือเทศเชอร์รี่ ลูกเล็กก็จริงแต่มีไลโคปิน ช่วยต้านอนุมูลอิสระได้ดี ใครอยากผิวสวยจะทานมะเขือเทศแบบนี้เปล่าๆ กันทุกวัน และยังช่วยเรื่องขับถ่าย ป้องกันต้อกระจก ป้องกันผิวเกรียมแดดด้วย

ลูกฟิก หรือลูกมะเดื่อ ของโครงการหลวงอร่อยไม่แพ้ลูกฟิกที่ไหน จะมีแคลเซียมสูงกว่าปลา 2 เท่า ให้พลังงานสูง และไม่มีไขมันและคอเรสเตอรอล ไร่ลูกฟิกจะอยู่ที่เกษตรหลวงปางดะ เชียงใหม่ทำเป็นโรงเรือนกว้างใหญ่เหมือนสวนฟิก ฟิกที่นี่ทำการศึกษากันมา20 กว่าปีแล้ว มุ่งเน้นให้เป็นผลไม้ที่ให้ประโยชน์กับร่างกาย ฟิกออกลูกปีละ 1-2 ครั้ง และฟิกในความรู้สึกของคนอีกอย่างคือ จะมาพร้อมงานเฉลิมฉลอง อย่างงานคริสต์มาส ที่กำลังจะมาถึง

อะโวคาโดพันธุ์แฮส อีกไฮไลท์ของผลผลิตโครงการหลวงที่เราต้องทึ่ง ก็คือลูกอะโวคาโด โครงการหลวงปลูกอะโวคาโดพันธุ์แฮสได้ ถือว่าเป็นพันธุ์ที่ให้เนื้อแน่น อร่อย และมีคุณค่ากับร่างกายสูงจะไม่มีไขมัน และตอนปลูกก็ไม่ใช้สารเคมีใดๆ เลย อะโวคาโดช่วยป้องกันโรคมะเร็ง ช่วยเรื่องความดัน ช่วยโรคหัวใจ บำรุงผิว เป็นซูเปอร์ฟู้ดที่ดังตลอดกาล ถือว่าเป็นงานวิจัยที่ประสบความสำเร็จอย่างท่วมท้นของโครงการหลวง ที่ได้ค้นคว้าจนชาวไทยเรามีอะโวคาโดทานกันได้ตลอด

เคป กูสเบอร์รี่ ผลไม้สีเหลืองที่มีใบมาห่อๆ ตัว ให้รสเหมือนมะเขือเปรี้ยวอมหวาน ที่โครงการหลวงให้ลูกเปล่งเหมือนลูกเคปกูสเบอร์รี่ในประเทศอื่นๆ รสชาติเข้มข้น ให้วิตามินซีสูงมาก และยังช่วยเรื่องภูมิแพ้ บำรุงสายตา มีสารแคโรทีนอยด์ ช่วยป้องกันมะเร็ง และโรคหัวใจอีกด้วย เป็นผลไม้น่ารักๆ ให้เราค่อยๆ บรรจงแกะเปลือกหุ้มออกก่อนทาน จะรู้สึกเหมือนเป็นเด็กทุกครั้งที่ได้ทานเคป กูสเบอร์รี่และยังมีเบอร์รี่อื่นๆ ที่อร่อย จุยซี่ที่สุด เป็นแรงบันดาลใจให้เชฟนนท์ จากร้าน Brix and Dessert Bar เอามาโรยบนมิราเคิล แพนเค้ก ขนมชื่อดังของร้านบริกซ์

ไก่เบรส ไม่มีทางที่ใครจะเลี้ยงไก่เบรสกันได้ง่ายๆ มีที่เดียวคือที่โครงการหลวง เพราะเป็นพันธุ์ไก่ที่ประเทศฝรั่งเศสหวงมาก ได้มอบให้กับโครงการหลวงเท่านั้น และโครงการหลวงก็ได้วิจัยและ
เพาะพันธุ์เรื่อยมา ไก่เบรสจะเหมือนเป็นสัญลักษณ์ของฝรั่งเศสด้วยสีของไก่ที่มีสีน้ำเงินที่ขา สีแดงที่เนื้อ และสีขาวที่ตัว จะให้เนื้อที่แน่น หอม ทำอะไรทานก็อร่อย จริงๆ ยังมีอีกไก่ที่หายากมากและโครงการหลวงเลี้ยงก็คือ ไก่ฟ้าคอแหวน จะเป็นที่ต้องการของเชฟ และโรงแรมชั้นนำมากมาย คือจะเป็นไก่ที่มีไขมันแทรกน้อย ให้เนื้อแน่น รสชาติอร่อยล้ำ

ปลาเรนโบว์เทราท์ และ ปลาสเตอร์เจียน เป็นอีกหนึ่งความภูมิใจของไทยเรา ที่โครงการหลวงสามารถเลี้ยงปลาทั้งสองชนิดนี้ได้ เพราะรู้กันว่าการเลี้ยงปลาในพื้นที่ราบสูงไม่ง่ายเลย กฎเหล็กของปลาสองชนิดนี้คือ น้ำที่เลี้ยงต้องเย็น นิ่งและไหลผ่านตลอดปี โครงการหลวง ดอยอินทนนท์ได้น้ำจากน้ำตกสิริภูมิที่เรามองเห็นบนเขาลิบๆ ไหลมารวมกัน กลายเป็นแหล่งเลี้ยงปลาทั้งสองชนิดนี้ เชฟโอ๊ะจากร้าน Another Hound Café นำปลาเทราท์มาเซียร์ และทำซอสน้ำปลาหวานราดทานกับปลา และข้าวกล้องเหลืองกับควินัว แซมด้วยผักร็อคเก็ต เหมือนน้ำปลาหวานปลาดุก สะเดา อร่อยถึงรส และเนื้อปลาสด นุ่ม แน่น ปลาเทราท์จะเหมือนปลาแซลมอนแต่เนื้อแน่นกว่านั่นเอง ส่วนปลาสเตอร์เจียนเป็นปลาที่นิยมนำมารีดไข่ทำไข่ปลาคาเวียร์ ขายได้กิโลกรัมละ 5,000 บาท และถ้ามาทำเป็นปลาสเตอร์เจียนรมควัน ก็นิยมกันมากเช่นกัน และจะได้ซื้อปลาเรนโบว์เทราท์ นี้ ที่งาน Royal Project Gastronomy Festival at Siam Paragon ที่ ลานพาร์ค พารากอน อย่างแน่นอน

นอกจากนี้ ภายในงานยังมีเมนูอาหารพิเศษที่คัดสรรวัตถุดิบชั้นเยี่ยมของโครงการหลวงที่ส่งตรงจากยอดดอยมารังสรรค์เป็นรายการอาหารสุดเอ็กซ์คลูซีฟโดยร้านอาหารชั้นนำจากโซนกูร์เมต์ การ์เด้น ชั้นจี, ชั้นเอ็ม และชั้นสี่ ศูนย์การค้าสยามพารากอน อาทิ ร้านอนาเธอร์ ฮาวนด์ คาเฟ่ ซึ่ง เชฟหฤษฎ์ เวชากุลนำเสนอเมนูปลาเรนโบว์เทราท์ย่างน้ำปลาหวาน ผักร็อคเก็ต และ ร้านบริกซ์ โดย เชฟนนทวรรธ โรจนศักดิ์ชัย นำเสนอเมนูรอยัลเบอร์รี่ มิราเคิล แพนเค้ก เป็นต้น ซึ่งจะจำหน่ายถึงวันที่ 23 ธันวาคม นี้เท่านั้น

เมนูรอยัลเบอร์รี่ มิราเคิล แพนเค้ก จากร้านบริกซ์

เมนูรอยัลเบอร์รี่ มิราเคิล แพนเค้ก จากร้านบริกซ์

เมนูปลาเรนโบว์เทราท์ย่างน้ำปลาหวาน ผักร็อกเก็ต จาก ร้านเคป กูสเบอร์รี่อนาเธอร์ ฮาวนด์ คาเฟ่

เมนูปลาเรนโบว์เทราท์ย่างน้ำปลาหวาน ผักร็อกเก็ต จาก ร้านเคป กูสเบอร์รี่อนาเธอร์ ฮาวนด์ คาเฟ่

อะโวคาโด พันธุ์แฮส

อะโวคาโด พันธุ์แฮส

เห็ดพอตโตเบลโล่

เห็ดพอตโตเบลโล่

ฟิก หรือ มะเดื่อฝรั่ง

ฟิก หรือ มะเดื่อฝรั่ง

เคป กูสเบอร์รี่

เคป กูสเบอร์รี่

แบดบอย‘พุฒ’ปะทะ 3 สาวแซ่บ!! ถ่ายทอดคลับฟรายเดย์ ตอน‘รักร้าย’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/380007

แบดบอย‘พุฒ’ปะทะ 3 สาวแซ่บ!! ถ่ายทอดคลับฟรายเดย์ ตอน‘รักร้าย’

แบดบอย‘พุฒ’ปะทะ 3 สาวแซ่บ!! ถ่ายทอดคลับฟรายเดย์ ตอน‘รักร้าย’

วันศุกร์ ที่ 30 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561, 06.00 น.

เดินทางมาถึง ซีรี่ส์ 10 “คลับฟรายเดย์ เดอะซีรี่ส์” ยังคงความแซ่บอย่างต่อเนื่อง โดยตอนล่าสุด “รักร้าย” ได้เจ้าบ่าวป้ายแดง พุฒ-พุฒิชัยเกษตรสิน มาประชันบทบาทกับ 3 สาวแซ่บ พลอย-เฌอมาลย์, แคทลียา อิงลิช และ ดิว-อริสราร่วมด้วย ปลา-เกวลิน กำกับการแสดงโดย โอ๋-คฑาเทพ ไทยวานิช

“รักร้าย” เป็นเรื่องราวของ กานต์ (พลอย-เฌอมาลย์) สาวสวยมั่นใจในตัวเอง ฐานะดี แต่งงานกับ พัฒน์ (พุฒ-พุฒิชัย) ชายหนุ่มหน้าตาดีทำหน้าที่พนักงานขายอยู่บริษัทชิปปิ้ง แต่มีฐานะด้อยกว่ากานต์ ทำให้แม่ของกานต์ไม่ค่อยชอบพัฒน์เท่าไหร่ หลังจากแต่งงานกานต์ตัดสินใจลาออกมาเป็นแม่บ้านคอยดูแลพัฒน์ และทำเครื่องประดับแฮนด์เมดขาย ตั้งแต่แต่งงานมา พัฒน์เป็นหัวหน้าครอบครัวที่ดีมาตลอด จนกระทั่งพัฒน์ลาออกจากงานและมาเปิดบริษัทเป็นของตัวเอง และขอให้กานต์หย่ากับเขาด้วยเหตุผลทางธุรกิจ กานต์ยอมหย่าตามที่พัฒน์ขอร้อง เพื่อสนับสนุนธุรกิจของพัฒน์ โดยไม่รู้ว่าจริงๆ แล้ว หลิว (แคทลียา อิงลิช)สาวใหญ่เสน่ห์แรงหุ้นส่วนของพัฒน์ เป็นคนบังคับให้พัฒน์ทำ ไม่อย่างนั้นหลิวจะไม่ยอมมาลงทุนกับพัฒน์ด้วย

กานต์เริ่มสงสัยว่าพัฒน์กับหลิวจะมีอะไรกันมากกว่าหุ้นส่วน และสิ่งที่กานต์คิดก็เป็นเรื่องจริงแต่พัฒน์ก็บอกเธอว่าทุกอย่างที่ทำไปเพื่อผลประโยชน์ทางธุรกิจเท่านั้น และพัฒน์สัญญากับกานต์ว่าจะไม่มีอะไรกับหลิวอีก แต่กานต์ก็สบายใจได้ไม่นาน เพราะพัฒน์ก็ไปมีความสัมพันธ์กับ เหมย(ดิว-อริสรา) โคโยตี้สาว ครั้งนี้กานต์โกรธมากเพราะเหมยบุกมาอาละวาดใส่กานต์ที่บ้าน จนกานต์เกือบตัดสินใจเลิกกับพัฒน์ แต่พอพัฒน์ยอมจบความสัมพันธ์กับเหมย กานต์ก็ให้อภัยพัฒน์อีกครั้ง และคิดว่าพัฒน์คงไม่นอกใจเธออีก แต่กานต์ก็คิดผิด!! เพราะพัฒน์นอกใจกานต์อีกครั้ง กับผู้หญิงคนใหม่ ที่สาวกว่า เด็กกว่ากานต์อย่าง แพรว (ปลา-เกวลิน)พนักงานในบริษัทของพัฒน์ สุดท้ายกานต์จะให้อภัยพัฒน์อีกครั้งหรือไม่?? ติดตามเรื่องราวของ “รักร้าย” ทั้ง 5 ตอน ได้ตลอดเดือนธันวาคมนี้ เริ่มตอนแรกเสาร์นี้ (1 ธ.ค.) 2 ทุ่มครึ่ง ทางช่อง GMM25

‘พ่อบรู๊ค-แม่กบ’ เผยเทคนิคสื่อสารเชิงบวก เบื้องหลังอารมณ์ดีของสองพี่น้อง ‘ณดา-ณดล’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/379974

‘พ่อบรู๊ค-แม่กบ’ เผยเทคนิคสื่อสารเชิงบวก เบื้องหลังอารมณ์ดีของสองพี่น้อง ‘ณดา-ณดล’

‘พ่อบรู๊ค-แม่กบ’ เผยเทคนิคสื่อสารเชิงบวก เบื้องหลังอารมณ์ดีของสองพี่น้อง ‘ณดา-ณดล’

วันศุกร์ ที่ 30 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561, 06.00 น.

สัมพันธภาพภายในครอบครัวคือรากฐานสำคัญในการปลูกฝังพฤติกรรมที่เหมาะสมและการเจริญเติบโตที่แข็งแกร่งทั้งทางร่างกายและจิตใจของลูกน้อย ครอบครัวที่สมาชิกทุกคนมีสัมพันธภาพพื้นฐานที่ดีต่อกันจะสร้างความรู้สึกมั่นคงปลอดภัยทางจิตใจให้กับเด็ก เป็นความอบอุ่นที่ไม่มีที่ไหนทดแทนได้

นับเป็นอีกหนึ่งครอบครัวอบอุ่นที่ใครๆ ต่างเทใจให้ สำหรับครอบครัว “ปุณณกันต์” ที่ไม่ว่าพ่อบรู๊ค ดนุพร ปุณณกันต์ และ แม่กบ-สุวนันท์ และจะยุ่งกับการทำงานมากเพียงใด ก็สามารถแบ่งเวลาให้ “น้องณดา – ณดล”ได้อย่างลงตัวเสมอ ล่าสุดภายในงาน “1 วันสร้างสุขให้ลูกเปลี่ยน ปี 2” ของโครงการรวมพลังเพื่อเด็กสุขภาพดี (United for Healthier Kids) ซึ่งจัดโดยบริษัท เนสท์เล่ (ไทย) จำกัด ร่วมกับพันธมิตรภาครัฐและเอกชน เพื่อปลูกฝังรากฐานพฤติกรรมและโภชนาการที่เหมาะสมต่อการเจริญเติบโตอย่างมีสุขภาพดีของเยาวชนอายุ 3-5 ปี พ่อบรู๊คได้มาร่วมฟังข้อมูลที่น่าสนใจจากผู้เชี่ยวชาญด้านพฤติกรรมและจิตวิทยาเด็ก ที่ให้คำแนะนำเคล็ดลับการมีส่วนร่วม และสื่อสารเชิงบวกกับลูกๆ ที่จะช่วยเสริมสัมพันธภาพอันดีภายในครอบครัว

พ่อบรู๊ค เล่าว่า “พ่อแม่ทุกคนต่างก็อยากให้ลูกเชื่อฟังและทำตามที่เราบอก ผมกับคุณกบเองก็ได้ลองผิดลองถูกมามาก แต่หลังจากที่ได้เรียนรู้จากผู้เชี่ยวชาญด้านจิตวิทยาและพฤติกรรมเด็ก ทำให้เรารู้ว่าการสื่อสารให้ลูกเข้าใจและร่วมมือกับเราไม่ใช่เรื่องยาก แต่ต้องใช้เวลาและต้องมีเทคนิคทางจิตวิทยาเชิงบวกเข้าช่วย และสิ่งสำคัญที่สุดคือ อยากให้ลูกเปลี่ยน พ่อแม่ต้องปรับก่อน ทำให้ผมและคุณกบจึงต้องเป็นตัวอย่างที่ดีให้ลูกๆ เห็น เพราะวัยเด็กเป็นวัยที่ชอบเลียนแบบ ดังนั้นแบบอย่างที่ดีจากพ่อแม่จึงสำคัญมาก อยากให้ลูกเป็นอย่างไร พ่อแม่ต้องทำให้ลูกเห็นก่อน เช่น ไม่อยากให้ลูกติดหน้าจอ พวกเราก็จะไม่จับหน้าจอให้ลูกเห็น และพยายามหากิจกรรมให้ลูกๆ ทำตลอด เช่น เล่นดนตรี ออกกำลังกาย เพื่อไม่ให้พวกเขาหมกมุ่นกับเกมบนมือถือหรือดูทีวีมากเกินไป”

หลายๆ ครั้งที่พ่อแม่อยากปรับพฤติกรรมลูก แต่ไม่สำเร็จ และกลับกลายเป็นการสร้างความรู้สึกต่อต้านให้กับเด็กๆ แทน ซึ่งพ่อบรู๊คมีทริคเล็กๆ แนะนำว่า “พ่อแม่หลายๆ ท่านอาจรู้สึกเหนื่อยกับงานมา จึงเผลอใช้อารมณ์กับลูกไปบ้าง อาจทำให้เด็กรู้สึกไม่ดี กลายเป็นไม่อยากทำตามที่เราพูด ผมได้รับคำแนะนำมาว่าให้มองหาจุดดีในตัวลูก แล้วเราก็จะได้กำลังใจกลับมา ยกตัวอย่างเช่น เวลาที่ผมรู้สึกโมโหลูกสาว ก็จะนึกถึงตอนที่ณดาดูแลเอาใจใส่น้อง ยอมยกของเล่นให้น้อง หรือเวลาที่ณดลดื้อ ก็จะนึกถึงตอนที่เขาเข้ามาอ้อน นอนตัก ยิ้มหวานให้ มันทำให้เราใจเย็นลง ฉุกคิดมากขึ้น และอุณหภูมิภายในบ้านก็จะเย็นลงอีกครั้ง”

ที่สำคัญ ถ้าลูกๆ เปลี่ยนมาแสดงพฤติกรรมที่เหมาะสม ต้องอย่าลืมชม โดยพ่อบรู๊ค ได้เผยเทคนิคที่ได้เรียนรู้มาจากนักจิตวิทยาเด็กและคอนเฟิร์มแล้วว่าได้ผลจริงว่า “ในการสื่อสารกับลูกให้ได้ผลดี แม้แต่วีธีการชมก็ต้องมีเทคนิค พ่อแม่ต้องชมลูกอย่างจริงใจ โดยใช้ภาษาท่าทางประกอบ เช่น สบตา หอมแก้ม กอด ควรชมทันทีที่เห็นว่าเค้าทำดีและชมในสิ่งที่เค้าลงมือทำ (มากกว่าชมที่ผลลัพธ์ที่ออกมา) ยกตัวอย่างเช่น เมื่อก่อนณดาจะติดทีวี ไม่ยอมลุกไปอาบน้ำ แต่ถ้าวันไหนเราบอกแล้วเขาลุกไปอาบน้ำเองโดยไม่อิดออด ผมก็จะชมลูกทันทีว่า “ณดาเก่งจังเลย พอถึงเวลาก็ลุกไปอาบน้ำโดยที่พ่อไม่ต้องบอกเลย พ่อชื่นใจจัง” เพียงเท่านี้ก็สามารถสร้างกำลังใจให้ลูกมีแรงจูงใจปรับเปลี่ยนตัวเองให้ดีขึ้นแล้ว”

นอกจากการชมแล้ว เมื่อลูกแสดงพฤติกรรมไม่เหมาะสม จะต้องมีการตักเตือนเมื่อทำผิด ซึ่งพ่อบรู๊คทิ้งท้ายด้วยเทคนิคการตักเตือนลูกจากนักจิตวิทยาเด็กไว้ว่า “เมื่อลูกทำผิด ผมจะพยายามจัดการกับอารมณ์ตัวเองให้ได้ก่อน และจะบอกลูกตรงๆ ว่า ทำอย่างนี้ไม่ดีนะและให้เหตุผล ผมจะไม่ใช้อารมณ์ในการตักเตือนเขา ไม่ประชด ไม่เปรียบเทียบ เพราะจะยิ่งทำให้ลูกต่อต้านมากขึ้น”

ด้วยการสื่อสารและเลี้ยงลูกเชิงบวกเช่นนี้นี่เอง ใครๆ จึงต่างหลงรักความน่ารักสดใสของพี่สาวและน้องชายแห่งบ้าน “ปุณณกันต์” มาร่วมเป็นหนึ่งในการขับเคลื่อนโครงการ “รวมพลังเพื่อเด็กสุขภาพดี” (United for Healthier Kids) ร่วมกับครอบครัว “ปุณณกันต์” ได้ที่เพจ United for Healthier Kids TH บน Facebook หรือพิมพ์Facebook.com/U4HKThailand หรือคลิก http://bit.ly/U4HKPageTR

ทาลิปสติกสีส้ม พร้อม #มีอะไรจะบอก ลงโซเชียล รณรงค์ยุติความรุนแรงต่อผู้หญิงในประเทศไทย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/379971

ทาลิปสติกสีส้ม พร้อม #มีอะไรจะบอก ลงโซเชียล รณรงค์ยุติความรุนแรงต่อผู้หญิงในประเทศไทย

ทาลิปสติกสีส้ม พร้อม #มีอะไรจะบอก ลงโซเชียล รณรงค์ยุติความรุนแรงต่อผู้หญิงในประเทศไทย

วันศุกร์ ที่ 30 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561, 06.00 น.

ธารารัตน์ ปัญญา, มณฑิรา นาควิเชียร จาก UN Women, อารีวรรณ จตุทอง และ นันทิยา ภูมิสุวรรณ

หลายปีที่ผ่านมา มีเหตุการณ์ผู้หญิงถูกกระทำความรุนแรงเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องทั่วโลก จากสถิติผลการวิจัยขององค์การเพื่อการส่งเสริมความเสมอภาคระหว่างเพศและเพิ่มพลังของผู้หญิงแห่งสหประชาชาติ (UN Women) เผยว่า 1 ใน 3 ของจำนวนผู้หญิงทั่วโลก มีประสบการณ์ถูกกระทำความรุนแรง ซึ่งสถานการณ์ความรุนแรงต่อผู้หญิงเป็นปัญหาที่แอบแฝงอยู่ในสังคมเสมอมา และไม่ได้รับการแก้ไขอย่างถูกต้อง นอกจากนี้ ในปี พ.ศ.2556พบว่าสถานการณ์ความรุนแรงต่อผู้หญิง ตกอยู่ที่เฉลี่ยวันละ 87 รายต่อวัน และยังพบว่าร้อยละ 83 ของการทำร้ายมาจากบุคคลใกล้ตัวข้อมูลจากมูลนิธิเพื่อนหญิงระบุว่าในปัจจุบัน พบว่าความรุนแรงนั้นไม่ลดลงเลยตลอดระยะเวลา 5 ปีที่ผ่านมา

หลังจากคดีล่วงละเมิดทางเพศถูกตีแผ่ออกไปอย่างมหาศาลในประเทศสหรัฐอเมริกา นำไปสู่การเกิดแคมเปญ #MeToo ในหลายประเทศทั่วโลก โดยมีการรณรงค์เกี่ยวกับการล่วงละเมิดทางเพศผ่านทางโซเชียลมีเดียซึ่งเผยแพร่เป็นครั้งแรกในปี พ.ศ.2549 บนมายสเปซของ ทารานา เบิร์ก นักกิจกรรมสังคมและนักจัดการชุมชนที่ใช้วลี #MeToo เพื่อกระตุ้นการตระหนักรู้ของผู้รอดชีวิตจากประสบการณ์ที่ถูกประณามประทุษร้ายและคุกคามทางเพศในกลุ่มผู้หญิงผิวสีและบุคคลที่มีความหลากหลายในเชื้อชาติในประเทศสหรัฐอเมริกา ซึ่งเป็นการรณรงค์ให้ผู้หญิงออกมาเรียกร้องสิทธิและความเสมอภาคระหว่างเพศให้เกิดความเท่าเทียม ต่อมาในปี พ.ศ.2560 ดาราฮอลลีวู้ดชื่อดัง อลิสซา มิลาโน ได้จุดประเด็นนี้ขึ้นอีกครั้ง ด้วยการออกมาทวิต #MeTooผ่านทางทวิตเตอร์ เพื่อสร้างเอกภาพในกลุ่มผู้หญิงที่มีประสบการณ์เดียวกัน ผลที่ได้รับคือมีผู้คนนับล้านรวมถึงเหล่าเซเลบริตี้จำนวนมากต่างออกมาบอกเล่าประสบการณ์ของตน อาทิ เลดี้กาก้า, แกเบรียล ยูเนี่ยนและ อีแวน เรเชล วูด เป็นต้น ทำให้กระแส #MeToo นี้โด่งดังไปทั่วโลก

ล่าสุด UN Women ได้จับมือกับ กลุ่มบริษัทชั้นนำด้านสื่อโฆษณาในประเทศไทย อาทิ เจ. วอลเตอร์ ธอมสัน กรุงเทพฯ, มายรัม ประเทศไทย, เวิรฟ พับลิค รีเลชั่นส์ คอนซัลแตนท์ซี, กรุ๊ปเอ็ม ประเทศไทย รวมถึงผู้เชี่ยวชาญด้านการตลาดผ่านอินฟลูเอนเซอร์อย่างอินฟลูออส (Influos) ได้จัดทำ แคมเปญ #HEARMETOOหรือ #มีอะไรจะบอก ในช่วง 16 วันแห่งการรณรงค์เพื่อยุติความรุนแรงด้วยเหตุแห่งเพศ (16 Days of Activism against Gender-Based Violence)โดยเริ่มตั้งแต่วันที่ 25 พฤศจิกายน-10 ธันวาคม2561 ด้วยเป้าหมายหลักคือการปฏิวัติการเปลี่ยนแปลงทางสังคม เพื่อผลักดันให้ผู้หญิงกล้าออกมาพูดเกี่ยวกับการถูกกระทำความรุนแรงมากขึ้น เพื่อรวมเป็นพลังเป็นหนึ่งเดียวในการรณรงค์ต่อต้านความรุนแรง ผลักดันให้เกิดความเสมอภาคและความเท่าเทียมระหว่างเพศในสังคมไทย

แคมเปญ #HEARMETOO นำเสนอประเภทของความรุนแรง ซึ่งแบ่งออกเป็น 4 ประเภท ได้แก่ ความรุนแรงทางเพศ (Sexual Violence) ความรุนแรงทางร่างกาย (Physical Violence) ความรุนแรงที่ส่งผลกระทบทางอารมณ์ (Emotional Violence) และ ความรุนแรงในบริบททางเศรษฐกิจ (Economic Violence) เพื่อให้สังคมไทยตระหนักถึงความรุนแรงในปัจจุบัน และเป็นจุดเปลี่ยนของการยุติความรุนแรงนี้

แคมเปญประกอบไปด้วยกิจกรรมสร้างสรรค์ที่หลากหลาย อาทิ การรณรงค์ทาลิปสติกสีส้ม โพสต์ลงในโซเชียลมีเดีย พร้อมติดแฮชแท็ก #HEARMETOO#มีอะไรจะบอก ทั้งเฟซบุ๊ค อินสตาแกรม และทวิตเตอร์เพื่อเป็นสัญลักษณ์ของความกล้าที่จะพูดและบอกเล่าประสบการณ์ของตน พร้อมสะท้อนทัศนคติที่เป็นส่วนช่วยให้เธอก้าวผ่านเรื่องเลวร้ายในอดีต ซึ่งถือเป็นกระบอกเสียงที่สำคัญของการยุติความรุนแรงต่อผู้หญิงในสังคมไทย ได้ตั้งแต่วันนี้-10 ธันวาคม 2561 กิจกรรม พาดหัวข่าวใหม่ (Disruptive News Headlines) โดย UN Women ได้จับมือกับเว็บไซต์ MThai ในการเปลี่ยนหัวข้อข่าวเกี่ยวกับผู้หญิงที่ถูกกระทำความรุนแรงในเชิงลบให้กลายเป็นหัวข้อข่าวใหม่ในเชิงบวก เพื่อปรับทัศนคติของสังคม ที่มองผู้หญิงว่าเป็น “เหยื่อ” ให้กลายเป็น “ฮีโร่” ที่กล้าหาญ พร้อมที่จะลุกขึ้นมาเรียกร้องความเป็นธรรมและความเสมอภาคระหว่างเพศในสังคม ทั้งนี้ ประชาชนสามารถร่วมกิจกรรม “พาดหัวข่าวใหม่” ผ่านการแชร์บนโซเชียลมีเดีย ได้ตั้งแต่วันที่ 25 พฤศจิกายน ถึง 10 ธันวาคมนี้

แคมเปญ #HEARMETOO ยังได้จัดทำImmersive 360-Degree สร้างสถานการณ์จำลองความรุนแรงขึ้นในรูปแบบออนไลน์ 360 องศา ผ่านเว็บไซต์ของแคมเปญ โดยมีภาพเคลื่อนไหวและเรื่องราวประสบการณ์ของผู้หญิงที่ถูกกระทำความรุนแรง เพื่อให้ผู้ชมได้ทดลองสัมผัสประสบการณ์จริง ที่ 1 ใน 3 ของผู้หญิงไทยและผู้หญิงทั่วโลกเคยเจอ พร้อมทั้งเข้าใจถึงความรู้สึกของเธอ ณ สถานการณ์นั้น รวมถึงภาพยนตร์สั้นออนไลน์ #HEARMETOO ถ่ายทอดผ่านมุมมองของ อารีวรรณ จตุทอง อดีตรองนางสาวไทย ผู้ที่เคยผ่านพ้นปัญหาความรุนแรงในครอบครัว ซึ่งปัจจุบันเธอได้ผันตัวเองเป็นนักกฎหมาย และผู้ร่วมรณรงค์เพื่อปกป้องสิทธิสตรีมานานกว่า 20 ปี สามารถติดตามข้อมูลเพิ่มเติมและคำแนะนำเกี่ยวกับความรุนแรงต่อผู้หญิง และชมภาพยนตร์สั้นได้ที่ เว็บไซต์ www.hearmetoo.or.th

นอกจากนี้ ยังมีภาพยนตร์เสียง 3 ชุด ที่จะสะท้อนความรุนแรงจากเหตุการณ์จริงของตัวแทนผู้ร่วมรณรงค์ ได้แก่ นุ่น-ธารารัตน์ ปัญญา นักศึกษาจากคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์, ฝน-นันทิยา ภูมิสุวรรณ ตัวแทนเจ้าหน้าที่มูลนิธิหญิงชายก้าวไกล และ วรรณโชค ยิ้มย่อง ผู้จัดการฝ่ายดูแลลูกค้า บริษัทเจ. วอลเตอร์ ธอมสัน กรุงเทพฯ

UN Women มีจุดมุ่งหมายเพื่อผลักดันให้ผู้หญิงและเด็กในประเทศไทย ใช้สิทธิและศักยภาพของตนเองอย่างเต็มที่ผ่านการแชร์เรื่องราวของพวกเขาสู่โลกภายนอก พร้อมส่งเสริมความเป็นธรรมและเอกภาพของผู้หญิงเพื่อยุติความรุนแรงในสังคม เพราะความรุนแรงไม่ใช่เรื่องส่วนตัวของใครคนใดคนหนึ่ง เราจึงต้องร่วมมือกันเพื่อให้สังคมน่าอยู่ยิ่งขึ้น ติดตามข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับแคมเปญ #HEARMETOOได้ทาง www.hearmetoo.or.th

คนดังแชร์เคล็ดลับทำทุกวันให้เป็นวันพักผ่อน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/379972

คนดังแชร์เคล็ดลับทำทุกวันให้เป็นวันพักผ่อน

คนดังแชร์เคล็ดลับทำทุกวันให้เป็นวันพักผ่อน

วันศุกร์ ที่ 30 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561, 06.00 น.

ประเสริฐ แต่ดุลยสาธิต และ อรนุช อิติโกศิน

“การพักผ่อน” เป็นสิ่งที่ทุกๆ คนโหยหาเพราะในแต่ละวันหลายครอบครัวต่างใช้ชีวิตอย่างรีบเร่ง ทำงานแข่งกับเวลา แบกรับความเครียด ดังนั้นเมื่อถึงช่วงวันหยุดทุกคนอยากพักผ่อนเพื่อเติมพลัง ยิ่งช่วงวันหยุดยาว หลายคนโหยหาสถานที่พักผ่อน ท่ามกลางธรรมชาติ ภูเขา ทะเล และสถานที่ตากอากาศเพื่อจะได้ผ่อนคลายจากความเหนื่อยล้าที่สะสมกันมานาน

ล่าสุด บริษัท พฤกษา เรียลเอสเตท จํากัด (มหาชน) นำโดย ประเสริฐ แต่ดุลยสาธิต CEO พฤกษา เรียลเอสเตท-พรีเมียม และ อรนุช อิติโกศิน กรรมการผู้จัดการ กลุ่มธุรกิจพรีเมียมแนวสูง จัดงาน “HIDEAWAY NIGHT” เปิดตัวโครงการ “THE RESERVE 61 HIDEAWAY” ลักซ์ชัวรี่คอนโดระดับพรีเมียม ภายใต้คอนเซ็ปต์ HIDEAWAY ที่มีแรงบันดาลใจมาจาก “START YOUR NEVER ENDING VACATION” จุดเริ่มต้นของการพักผ่อนที่ไม่มีวันสิ้นสุด ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ คนรุ่นใหม่และครอบครัว ที่รักความสงบและชื่นชอบธรรมชาติ ต้องการความเป็นส่วนตัว เงียบสงบ สิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน เปรียบเสมือนการพักผ่อนอยู่ในโรงแรมหรูระดับ 6 ดาวไม่ต้องรอวันหยุดยาวอีกต่อไป โดยภายในงานได้รับเกียรติจากดีไซเนอร์สุดฮอตระดับโลก แพร-วทานิกา ปัทมสิงห์ ณ อยุธยา และเซเลบริตี้มาร่วมพูดคุยถึงไลฟ์สไตล์และแชร์ประสบการณ์ “การทำทุกวันให้เปรียบเสมือนวันพักผ่อน”

แพร-วทานิกา ปัทมสิงห์ ณ อยุธยา แชร์ประสบการณ์การทำทุกวันให้เป็นวันหยุดว่า “ปกติแพรเป็นคนที่ไลฟ์สไตล์ค่อนข้างยุ่ง วันพักผ่อนของแพร ส่วนใหญ่แพรจะชอบ vacation ในโซนยุโรปอย่างอิตาลี เพราะโดยส่วนตัวชอบหลีกหนีความวุ่นวายจากเมืองใหญ่ๆ ไปหาความเงียบสงบ ใกล้ชิดธรรมชาติ เหมาะกับการพักผ่อน ซึ่งความเงียบสงบจะทำให้เรารู้สึกผ่อนคลายจากความเครียด ได้ชาร์จพลังอย่างเต็มที่ ด้วยไลฟ์ไสตล์ของเราที่ต้องทำงานตลอดเวลา ใช้เวลาส่วนใหญ่อยู่ในห้องประชุม ถ้าแพรมองหาคอนโดมิเนียมต้องเป็นแถวสุขุมวิท เพราะใกล้ที่ทำงาน โดยเฉพาะคอนโดมิเนียมในโซนสุขุมวิทอย่างที่ The Reserve สุขุมวิท 61 Hideaway ยิ่งตอบโจทย์ เพราะที่นี่มีพื้นที่สีเขียวให้ได้ผ่อนคลาย อีกอย่างแพรชอบ Facility ที่เป็นเหมือนโรงแรม มีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครันมีความเป็นส่วนตัวสูง เวลาเมื่อยล้าจากการทำงาน ก็สามารถผ่อนคลายได้ทันที เรียกเทอร่าปิสต์มานวดผ่อนคลายมีออนเซ็นให้แช่ เรียกว่าเหมือนได้พักผ่อนในโรงแรมเลยค่ะ ดังนั้นการเลือกที่อยู่อาศัยที่มีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน มีความเป็นส่วนตัวสูง ก็ถือเป็นอีกวิธีที่ทำให้เรามีความสุขได้ทุกวัน โดยไม่ต้องไปหาจากที่อื่น”

ด้านไฮโซหนุ่มนักธุรกิจ เป๋า-วฤธ หงสนันทน์ บอกว่า “เวลาส่วนใหญ่เราจะใช้ไปกับการทำงาน ซึ่งมันค่อนข้างเครียดและวุ่นวายมาก พอมีวันหยุดผมก็อยากจะทำกิจกรรมร่วมกับคุณพ่อคุณแม่และพี่ชาย โดยกิจกรรมที่ทำร่วมกันส่วนใหญ่ก็จะเป็นการรับประทานและดูทีวีด้วยกัน บางครั้งก็ชวนกันไปออกกำลังกาย เพราะผมชอบออกกำลังกายมาก เพราะช่วยลดความเครียดจากการทำงานได้เยอะมากๆ ดังนั้นผมว่าบ้านและครอบครัวเป็นสิ่งสำคัญ เป็นพื้นที่ที่ทำให้ทุกคนมีความสุขร่วมกันโดยไม่ต้องเสียเวลาออกไปหาความสุขจากภายนอก ซึ่งผมคิดว่าเราสามารถสร้างความสุขให้ทุกวันเหมือนเป็นวันพักผ่อนได้ง่ายๆ แค่ได้ใช้เวลาอยู่กับทุกคนในครอบครัว เพราะบ้านหรือคอนโดมิเนียมที่เราอยู่ ก็มีเครื่องอำนวยความสะดวกครบครัน ที่สำคัญเราสามารถทำกิจกรรมร่วมกันได้อย่างมีความสุข”

คุณแม่ยุคใหม่ แคท-ร้อยเอกหญิงวันทิตา ลิ่วเฉลิมวงศ์ เผยว่า “การพักผ่อนของแคท คือการได้ทำกิจกรรมกับลูก และทุกคนในครอบครัว ซึ่งปกติแคทเป็นคนชอบอยู่บ้านมาก เพราะทุกวันเราต้องเดินทางไปทำงาน ต้องเจอปัญหารถติด ทำทุกอย่างแข่งกับเวลา ทำให้เราสะสมความเครียดไม่รู้ตัว ดังนั้นหากมีเวลาว่างหรือวันหยุดที่ตรงกัน แทนที่เราจะออกไปเที่ยวต่างจังหวัดหรือต่างประเทศ เราต้องเตรียมอะไรตั้งมากมาย ซึ่งแค่คิดก็เหนื่อยมากแล้ว โดยส่วนตัวแคทเป็นคนให้ความสำคัญกับครอบครัวมาก เพราะครอบครัวคือพื้นฐานที่สำคัญที่สุดของสังคม หากครอบครัวอบอุ่นเด็กก็จะเติบโตขึ้นเป็นพลเมืองที่ดีของสังคม ดังนั้น ทุกคนสามารถทำทุกวันให้เป็นการพักผ่อนได้ง่ายๆ แค่ทำกิจกรรมกับสมาชิกในครอบครัว อย่างเช่น ทานข้าว ดูหนัง เข้าครัวทำอาหาร หรือชวนเพื่อนๆ มาจัดปาร์ตี้ที่บ้าน ก็สามารถพักผ่อนและมีความสุขได้แล้วค่ะ”

วทานิกา ปัทมสิงห์ฯ และ ประเสริฐ แต่ดุลยสาธิต

วทานิกา ปัทมสิงห์ฯ และ ประเสริฐ แต่ดุลยสาธิต

วฤธ หงสนันทน์

วฤธ หงสนันทน์

ร้อยเอกหญิง วันทิตา ลิ่วเฉลิมวงศ์

ร้อยเอกหญิง วันทิตา ลิ่วเฉลิมวงศ์

หมู Asava เผยชุดราตรีสำหรับ นิ้ง-โศภิดา เป็น 1 ใน 19+1 ดีไซเนอร์ร่วมออกแบบชุด Thai Night ให้สาวงามผู้เข้าประกวดมิสยูนิเวิร์ส 2018

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/379978

หมู Asava เผยชุดราตรีสำหรับ นิ้ง-โศภิดา เป็น 1 ใน 19+1 ดีไซเนอร์ร่วมออกแบบชุด Thai Night ให้สาวงามผู้เข้าประกวดมิสยูนิเวิร์ส 2018

หมู Asava เผยชุดราตรีสำหรับ นิ้ง-โศภิดา เป็น 1 ใน 19+1 ดีไซเนอร์ร่วมออกแบบชุด Thai Night ให้สาวงามผู้เข้าประกวดมิสยูนิเวิร์ส 2018

วันศุกร์ ที่ 30 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561, 06.00 น.

เป็นที่จับตามองในกลุ่มแฟนนางงามและผู้ติดตามการประกวดมิสยูนิเวิร์ส 2018 ว่า ชุดราตรีที่นิ้ง-โศภิดา กาญจนรินทร์ มิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ 2018 ว่าแบรนด์ใดจะได้รับหน้าที่ในการออกแบบตัดเย็บ ซึ่งผู้ที่รับหน้าที่สำคัญนี้ก็คือแบรนด์ดังของดีไซเนอร์ไทยระดับโลก Asava นำทีมโดย หมู-พลพัฒน์ อัศวะประภา ล่าสุดเปิดเฮดออฟฟิศให้สื่อมวลชนได้มีโอกาสพูดคุยถึงแรงบันดาลใจในการรังสรรค์ชุดราตรีสำหรับ นิ้ง-โศภิดา ที่จะสวมใส่บนเวทีประกวดมิสยูนิเวิร์สที่กำลังจะจัดขึ้นเร็วๆ นี้ ณ อาซาว่า กรุ๊ป แฟล็กชิพสโตร์ ซ.สุขุมวิท 45

แต่ก่อนจะไปถึงตรงนั้น หมู-พลพัฒน์ อัศวะประภา ดีไซเนอร์และผู้ก่อตั้ง Asava Group ได้เผยถึงเรื่องน่ายินดีว่าแบรนด์ Asava ได้รับเกียรติอย่างสูงในการเป็น 1 ใน 19 ดีไซเนอร์ไทยในการออกแบบตัดเย็บชุดราตรีจากผ้าไทยเพื่อให้สาวงามผู้เข้าประกวดมิสยูนิเวิร์ส 2018 ได้สวมใส่ในค่ำคืนThai Night ซึ่งกองประกวดจัดขึ้นตามพระดำริของ พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าสิริวัณณวรีนารีรัตน์ ซึ่งจัดขึ้นเพื่อให้สาวงามจากทั่วโลกได้สัมผัสกับวัฒนธรรมไทยและความงดงามของผ้าไทย ซึ่งชุดราตรีสำหรับงาน Thai Night ภายใต้คอนเซ็ปต์ “สีมงคลประจำวันของไทย” โดยพระเจ้าหลานเธอพระองค์เจ้าสิริวัณณวรีนารีรัตน์ จะทรงร่วมออกแบบ พร้อม 19 ดีไซเนอร์ที่ได้รับมอบหมายให้ออกแบบชุดสำหรับนางงามคนละ 5 ประเทศในโทนสีที่ไล่เลียงสอดคล้องกัน โดยตัดเย็บจากผ้าไหมมัดหมี่ของมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ


ภาพชุดราตรี Thai Night คอนเซ็ปต์ สีมงคลประจำวันของไทย

“สำหรับ Asava การออกแบบตัดเย็บเสื้อผ้าด้วยผ้าไทย เป็นสิ่งที่เราทำมาตั้งแต่ก่อตั้งแบรนด์แล้ว สิ่งที่เป็นความท้าทายในการทำงานไม่ใช่เรื่องของการออกแบบชุด แต่เป็นการที่เรายังไม่เคยเจอกับตัวนางงามผู้สวมใส่ เราได้มาแค่รูปถ่ายและสัดส่วน ซึ่งนางงามส่วนใหญ่จะชอบใส่ชุดที่เข้ารูปพอดีเป๊ะดูมีเชฟ ตอนนี้ชุดทั้งหมดทำเสร็จเรียบร้อยแล้ว คงต้องรอวันฟิตติ้งที่อาจจะต้องมีการแก้ไขชุด ในส่วนของคอนเซ็ปต์การออกแบบชุด Thai Night ของ Asava ยังคงความเป็นเอกลักษณ์ตามแบบฉบับของ Asava มาเป็นโครงสร้างชุดหลัก คือความเรียบหรู แต่มีการเพิ่มดีเทลรายละเอียดในส่วนของดีไซน์ เช่น การนำผ้าไทย หรือผ้าชนิดอื่นๆ เข้ามาเสริมเพื่อให้เกิดความน่าสนใจ เป้าหมายของงานคือการบอกเล่าเรื่องราวของผ้าไทยที่จะสื่อให้คนทั่วไปเห็นว่าผ้าไทยสามารถสวมใส่ได้ทุกโอกาส ที่สำคัญต้องส่งความงามของผู้เข้าประกวดที่ได้สวมใส่ให้โดดเด่นยิ่งขึ้น”

สำหรับชุดราตรีของ นิ้ง-โศภิดากาญจนรินทร์ มิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ 2018 หมู-พลพัฒน์ ดีไซเนอร์และผู้ก่อตั้งแบรนด์ Asava เผยว่า Asava รับหน้าที่มาเป็นปีที่ 4 ในการออกแบบชุดราตรีสำหรับมิสไทยแลนด์ยูนิเวิร์ส ปีนี้ทำการบ้านอย่างหนัก มีการเอาชุดผู้เข้ารอบ 15 คนสุดท้ายใน 3 ปีที่ผ่านมามาวิเคราะห์ถึงดีไซน์ เทคนิค เพื่อที่จะดูแนวทางว่าแบบไหนที่ประสบความสำเร็จหรือไม่ประสบความสำเร็จ


ชุดราตรีที่ประสบความสำเร็จในเวทีมิสยูนิเวิร์สมาแล้ว

“อย่าง 3 ปีที่ผ่านมา แนท- น้ำตาล มารีญา เขาค่อนข้างชัดเจนมีความเป็นนางแบบ มีลุคความเป็นนางแบบก็จะง่ายที่จะนำเสนอซิลลูเอตที่เป็นแฟชั่นหรือชุดที่มันใหญ่ แต่นิ้งเป็นคนที่มีประสบการณ์ด้านเสื้อผ้าน้อยกว่า ด้วยลุคของนิ้งเองด้วย ก็ต้องหาฟอร์ม หาเชฟ ที่มันส่งเขามากที่สุด จนได้โครงสร้างของชุดเป็นแบบนาฬิกาทราย ใช้โครงสร้างที่เกลี้ยงที่สุด เพื่อเป็นการทำให้นิ้งดูโดดเด่น ส่วนเรื่องสีเราก็เทียบกันสีต่อสีกับผิวน้อง สุดท้ายมาจบที่สีแดง ส่วนแรงบันดาลใจโดยส่วนตัว reference ที่ชอบใช้คือ ฉลองพระองค์ของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 ในยุคปี 1960 ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่เสด็จฯ เยือนต่างประเทศ และได้รับคำชื่นชมจากวงการแฟชั่นทั่วโลกถึงความงดงามของฉลองพระองค์ที่ทรงในงานต่างๆ

นอกจากความเรียบง่ายแล้วก็จะเป็นเรื่องของ sensual ที่เราต้องเติมเพื่อให้นิ้งทำให้เกิดความนุ่มนวลมากขึ้นจึงใช้ผ้าที่มีเท็กซ์เจอร์ที่นุ่ม เบา สบาย ส่งบุคลิกเขาให้ดูเฟมินีนขึ้น แต่ครั้งนี้
จะลดทอนเรื่องของซิลลูเอต แต่เพิ่มในรายละเอียดของงานปักและวิธีคิดมากกว่าทุกปีที่ Asava เคยทำ โดยรวมของชุดจะเป็นชุดราตรีเกาะอกระบายหางปลา (mermaid gown) ตัดเย็บด้วยผ้าซิลค์เครปสีแดง ผ้าตาข่าย ผสมผสานกับงานปักที่มีความละเอียดด้วยคริสตัลจากสวารอฟสกี้ ลวดลายงานปักก็จะยังคงแสดงถึงความรุ่งเรือง ความงดงามวิจิตรของวัฒนธรรมไทยแต่ในขณะเดียวกันก็มีความเป็นสากล”

ในขณะนี้ความคืบหน้าในการตัดเย็บหมู-พลพัฒน์ เผยว่า อยู่ประมาณ 70-80% ทีมช่างตัดเย็บ โดยเฉพาะช่างแพทเทิร์น ช่างปักทำงานกันอย่างหนักเพราะยังมีการแก้ไขรายละเอียดอยู่ตลอดเวลา ในเรื่องความกดดันก็กดดันเหมือนทุกๆ ปีที่ผ่านมา แต่ไม่ว่าอย่างไรก็ตามในฐานะดีไซเนอร์ ก็จะทำหน้าที่ของตัวเองให้ดีที่สุดเพื่อส่งให้นางงามไทยสง่างามและส่องประกายบนเวทีมิสยูนิเวิร์ส 2018 อย่างแน่นอน


ฉลองพระองค์ในยุคปี 1960 คือแรงบันดาลใจในการออกแบบ

 

วัสดุในการรังสรรค์ชุดราตรี

วัสดุในการรังสรรค์ชุดราตรี

ระดมทุนซื้อเสื้อเกราะให้ 3 จังหวัดชายแดนใต้

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/379970

ระดมทุนซื้อเสื้อเกราะให้ 3 จังหวัดชายแดนใต้

ระดมทุนซื้อเสื้อเกราะให้ 3 จังหวัดชายแดนใต้

วันศุกร์ ที่ 30 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561, 06.00 น.

ด้วยประสบการณ์ตรงที่ได้รับการปกป้องคุ้มครองจากทหาร ตำรวจ และเจ้าหน้าที่ในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้เมื่อครั้งร่วมวิ่งในโครงการ “ก้าวคนละก้าว” จากเบตงไปแม่สาย มาวันนี้ ก้อย-รัชวิน วงศ์วิริยะ ดาราสาวสวยใจบุญ ชวนคนไทยทุกคนร่วมมอบกำลังใจและตอบแทนความเสียสละอันใหญ่หลวงของ“ฮีโร่” เหล่านี้ ด้วยการร่วมกันซื้อเสื้อยืด “Run Hero Run” ผลงานของ Alex Face ศิลปินกราฟิตี้ผู้มีชื่อเสียง เพื่อระดมทุนจัดซื้อเสื้อเกราะคุณภาพดี น้ำหนักเบาเพื่อปกป้องชีวิตจากคมกระสุนให้กับทหาร ตำรวจ และเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่เสี่ยงภัยเขต 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้

ก้อย-รัชวิน วงศ์วิริยะ เผยว่า “จากการร่วมวิ่งในโครงการก้าวคนละก้าวทำให้ได้พบปะพูดคุยกับพี่ๆ ทหาร ตำรวจ และเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานสร้างสันติภาพในพื้นที่ ได้เห็นถึงความเสี่ยงอันตรายของทุกฝ่ายที่ต้องเสียสละทั้งความสุข ความสบายส่วนตัว หรือแม้กระทั่งเสียสละชีวิตจากการปฏิบัติภารกิจเพื่อปกป้องประชาชนในพื้นที่ ที่ซาบซึ้งใจมากที่สุดคือเจ้าหน้าที่ทุกท่านมายืนเรียงหน้าเป็นเกราะมนุษย์เพื่อปกป้องเราให้ปลอดภัย โดยไม่เห็นแก่ความเหน็ดเหนื่อย หรืออันตรายที่จะเกิดกับชีวิตตนเองเลย แม้จะต้องเสี่ยงชีวิตขนาดนั้นแต่กลับไม่มีเจ้าหน้าที่ท่านใดเลยที่ต้องการจะป่าวประกาศ หรือแสดงว่าตนเองได้ทำภารกิจอันยิ่งใหญ่หรือสำคัญกว่าใคร จึงรู้สึกซาบซึ้งและมีความตั้งใจที่จะตอบแทนน้ำใจและความปรารถนาดีของพี่ๆ ทุกท่านมาโดยตลอด

เมื่อได้ทราบข่าวเกี่ยวกับกิจกรรมของมูลนิธิสันติภาพชีวิตคิดเพื่อสันติภาพใต้ ที่ทำเสื้อเพื่อระดมทุนซื้อเสื้อเกราะให้แก่ทหาร ตำรวจ และเจ้าหน้าที่ใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ก้อยจึงไม่ลังเลเลยที่จะเข้าร่วมสนับสนุนทันทีในโอกาสนี้ เสื้อยืดที่ออกแบบเป็นพิเศษโดยศิลปินกราฟิตี้ผู้มีชื่อเสียง Alex Face หรือ พัชรพลแดงรื่น จำหน่ายในราคาตัวละ 390 บาทเท่านั้น และมีจำหน่ายเฉพาะโอกาสนี้โอกาสเดียว ก้อยจึงขอเชิญชวนพี่น้องชาวไทยมารวมพลังกันเพื่อมอบกำลังใจให้ฮีโร่แนวหน้าได้รับรู้ถึงความห่วงใยและความขอบคุณของพวกเรากันนะคะ”

เสื้อยืดการกุศล “Run Hero Run” รุ่นพิเศษออกแบบโดยศิลปินผู้มีชื่อเสียง Alex Face ผลิตด้วยผ้าฝ้ายเนื้อดีใส่สบายสั่งซื้อออนไลน์ได้ที่ LINE ID: isavethehero และสามารถร่วมบริจาคสมทบทุนได้ที่บัญชีออมทรัพย์ ชื่อ “มูลนิธิสันติภาพชีวิตคิดเพื่อสันติภาพใต้” ธนาคารกรุงไทย สาขาเมกา บางนา เลขที่ 983-1-29014-3 ผู้ที่สนใจสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ทาง เฟซบุ๊ค “RunHeroRunฉันจะวิ่งเพื่อเธอ”