ออร่าพุ่งทุกชาติ เปิดตัวสาวงาม’มิสยูนิเวิร์ส’วันแรก ‘นิ้ง’ตัวแทนไทยพร้อมลุย100%

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/380069

ออร่าพุ่งทุกชาติ เปิดตัวสาวงาม'มิสยูนิเวิร์ส'วันแรก 'นิ้ง'ตัวแทนไทยพร้อมลุย100%

ออร่าพุ่งทุกชาติ เปิดตัวสาวงาม’มิสยูนิเวิร์ส’วันแรก ‘นิ้ง’ตัวแทนไทยพร้อมลุย100%

วันพฤหัสบดี ที่ 29 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561, 19.05 น.

บรรยากาศบริเวณล็อบบี้ โรงแรมดุสิตธานี เต็มไปด้วยความคึกคัก เพราะบรรดาแฟนนางงามมารอให้การต้อนรับ สาวงามผู้เข้าประกวด มิสยูนิเวิร์ส 2018 ซึ่งวันนี้เป็นวันแรกในการรายงานตัวของผู้เข้าประกวด โดยเหล่าสาวงามทยอยเดินทางถึงโรงแรม ประมาณ 14.00 น.ที่ผ่านมา (29 พ.ย.61) กว่า 40 ประเทศ รวมถึง “นิ้ง” โสภิดา กาญจนรินทร์ จากประเทศไทย ที่มารอต้อนรับเพื่อนๆ ด้วยเช่นกัน

โดยสาวงามผู้เข้าประกวดมิสยูนิเวิร์สจากทั่วโลกที่เข้ามารายงานตัวกับกองประกวด อาทิ Miss Guatemala , Miss Brazil , Miss Cayman Islands , Miss Indonesia , Miss Honduras , Miss Angola , Miss Mexico , Miss El Salvador , Miss South Africa , Miss Barbados , Miss Australia , Miss Aruba , Miss Saint Lusia , Miss Italy , Miss Switzerland , Miss Norway , Miss Sri Lanka , Miss Nigeria

Miss Costa Rica , Miss Iceland , Miss Puerto Rico , Miss France , Miss Kazakhstan , Miss Netherlands , Miss Curacao , Miss Ukraine , Miss Russia , Miss Lebanon , Miss USA , Miss US Virgin Island , Miss Ireland , Miss Philippines , Miss Guam , Miss Ecuador , Miss Finland , Miss China และ Miss Paraguay

ด้าน “นิ้ง” โสภิดา กาญจนรินทร์ มิสยูนิเวิร์ส ไทยแลนด์ 2018 เผยความรู้สึกว่า ตื่นเต้นมากค่ะ ถือว่าเป็นเกียรติ เป็นกำไรชีวิตมากๆ ที่ได้รู้จักกับเพื่อนสาวงามจาก 95 ประเทศ จากการพูดคุยระยะสั้นๆ ทราบว่าเพื่อนๆ ส่วนใหญ่เดินทางมาประเทศไทยเป็นครั้งแรก แต่ได้ศึกษาเกี่ยวกับประเทศไทยมาพอสมควร โดยเฉพาะการไหว้ ภาษาไทย และอาหารไทย ส่วนตัวเตรียมของขวัญไว้ต้อนรับเพื่อนๆ เป็นพัดสัญลักษณ์ประเทศไทย และพัดสัญลักษณ์ของประเทศนั้นๆ และพร้อมจะทำหน้าที่ที่เจ้าบ้านที่ดี หวังว่าเพื่อนๆ ทุกคนที่มาร่วมการประกวดครั้งนี้จะได้รับประสบการณ์ ความทรงจำดีๆ เกี่ยวกับประเทศไทย และกลับไปบอกเล่าเรื่องราวของประเทศไทยให้คนที่บ้านเจาได้รับรู้สำหรับการการประกวดนิ้งเตรียมพร้อมถือว่า 100% จะทำหน้าที่อย่างดีที่สุดค่ะ สุดท้ายนิ้งขอเชิญชวน อยากให้ทุกคนติดตามเป็นกำลังใจนิ้ง และผู้เข้าประกวดทุกคนด้วบนะคะ”

ทั้งนี้ การเปิดลงทะเบียนรายตัวผู้เข้าประกวดมิสยูนเวิร์ส 2018 มีขึ้นไปจนถึงวันที่ 2 ธ.ค.61 ณ โรงแรมดุสิตธานี และเริ่มกิจกรรมเก็บตัวทันที่ โดยการประกวดรอบตัดสิน มิสยูนิเวิร์ส 2018 วันที่ 17 ธ.ค.61 เวลา 07.00 น.ตามเวลาประเทศไทย ณ อารีน่า อิมแพคเมืองทองธานี ถ่ายทอดสดทาง PPTV และถ่ายทอดสดไปยัง 170 ประเทศทั่วโลก

ธนาซิตี้ คันทรี คลับ โฉมใหม่ ครบเครื่องทั้งกีฬาและการพักผ่อน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/379725

ธนาซิตี้ คันทรี คลับ โฉมใหม่ ครบเครื่องทั้งกีฬาและการพักผ่อน

ธนาซิตี้ คันทรี คลับ โฉมใหม่ ครบเครื่องทั้งกีฬาและการพักผ่อน

วันพฤหัสบดี ที่ 29 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561, 06.00 น.

ธนาซิตี้ คันทรี คลับ อาณาจักรแห่งการกีฬาและการพักผ่อน นำโดยสุรพันธ์ สมไทย ผู้จัดการทั่วไปอาวุโส ธนาซิตี้ คันทรี คลับ และ ชาติชาย วีรสินธพ ผู้จัดการทั่วไปกอล์ฟคลับ ธนาซิตี้ คันทรี คลับจัดงานเลี้ยงสังสรรค์ “เปิดบ้าน ธนาซิตี้ คันทรี คลับ” เผยโฉมใหม่ของธนาซิตี้คันทรี คลับ ที่ทำการปรับปรุงใหม่ครั้งใหญ่ ทั้งสนามกอล์ฟและสปอร์ตคลับ พร้อมเปิดตัว อีสติน ธนาซิตี้ กอล์ฟ รีสอร์ท กรุงเทพฯ นำเสนอการบริการที่ครบวงจรระดับสากล เน้นการกีฬาควบคู่การท่องเที่ยวตอบโจทย์ความต้องการด้านการกีฬา การจัดงาน และการพักผ่อน บนพื้นที่รวมกว่า 2,000 ไร่ ของ ธนาซิตี้ คันทรี คลับ บนถนนบางนา-ตราด กม.14

ในงานได้รับเกียรติจากผู้บริหารบริษัทนำเที่ยวชั้นนำ บริษัทคู่ค้า ตัวแทนองค์กรการกีฬาและการท่องเที่ยว อาทิ ธนากร แก้วบุญเรือง หัวหน้าฝ่ายบริหารลูกค้าฝ่ายธุรกิจสัมพันธ์ บริษัท อเมริกัน เอ็กซ์เพรส (ไทย) จำกัด, ภาณุ บุรุษรัตนพันธุ์ อดีตบรรณาธิการนิตยสาร Esquire, ชัยพล กฤตยาวาณิชย์ รองประธานอาวุโสการตลาด บริษัท บัตรกรุงศรีอยุธยา จำกัด, มาร์เซล โบนี่ ผู้อำนวยการ บริษัท โกวาเคชั่น (ไทย) จำกัด และ โจนาธาน วิกลีย์ประธานบริหาร บริษัท แอ๊บโซลูท โฮเต็ล เซอร์วิส จำกัด เข้าชมศักยภาพการให้บริการและร่วมงานเลี้ยงสังสรรค์ดังกล่าว ที่ ธนาซิตี้ คันทรี คลับ เมื่อเร็วๆ นี้

โฉมใหม่ของ ธนาซิตี้ คันทรี คลับ มีกีฬาให้เลือกเล่นมากมาย อาทิ สนามกอล์ฟระดับโลก 18 หลุม กับสนามไดร์ฟกอล์ฟ รวมทั้งสปอร์ตคลับ
ที่มีกีฬายอดนิยมอย่าง แบดมินตัน, สควอช, บาสเกตบอล, ฟุตซอล, ว่ายน้ำ, เทเบิลเทนนิส และไฮไลต์ใหม่ล่าสุดคือ “สนามเทนนิสดินเทียม” แห่งแรกในประเทศไทย ด้วยคุณลักษณะพิเศษของดินเทียมจะช่วยลดแรงกระแทกที่ข้อเท้า ลดการบาดเจ็บดินไม่ติดเท้า ฝนตกก็เล่นได้ เหมาะกับทุกเพศทุกวัยและทุกฤดูกาล รวมไปถึง ฟิตเนส เซ็นเตอร์ พร้อมเทรนเนอร์ดูแลอย่างดี สนามเด็กเล่นในร่ม ลานกีฬา และที่พัก “อีสติน ธนาซิตี้ กอล์ฟ รีสอร์ท กรุงเทพฯ” เป็นคำตอบให้กับทุกเพศทุกวัย ทุกไลฟ์สไตล์ ไม่ว่าจะเป็นนักกีฬาที่ต้องการพักผ่อน นักท่องเที่ยวที่รักสุขภาพ นักธุรกิจที่รักการออกกำลังกาย รวมถึงครอบครัวที่มีความชอบหลากหลาย ได้ใช้เวลากับการเล่นกีฬาและการพักผ่อนที่ไม่ไกลจากกรุงเทพฯ มากนัก

‘เปลี่ยนวันหมองๆ’ ให้กลับมาใสใสได้ทุกวัน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/379728

‘เปลี่ยนวันหมองๆ’ ให้กลับมาใสใสได้ทุกวัน

‘เปลี่ยนวันหมองๆ’ ให้กลับมาใสใสได้ทุกวัน

วันพฤหัสบดี ที่ 29 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561, 06.00 น.

ในไลฟ์สไตล์ของสาวๆ ยุคใหม่ที่เต็มไปด้วยกิจกรรมยุ่งเหยิงตลอดทั้งวัน ไม่ว่าจะเป็นการออกไปเรียน หรือทำงาน ตั้งแต่เช้าจรดค่ำ สิ่งหนึ่งที่สาวๆ ไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้เลยคือ การพบเจอกับสภาพอากาศของประเทศไทยที่ไม่เพียงร้อนชื้น แต่ยังเต็มไปด้วยมลภาวะ ฝุ่นควัน เพียงอยู่นอกห้องแอร์แค่ไม่กี่นาทีก็ทำให้เหงื่อไหลท่วมตัวได้ หรือแม้กระทั่งการเดินทางบนถนนในเมืองกรุงที่ต้องเผชิญกับการจราจรที่ติดขัดและวุ่นวาย โดยอุปสรรคทั้งหลายเหล่านี้ต่างก็ก่อให้เกิดความ “หมอง” ที่ไม่ได้มาแค่ในรูปแบบของหน้าหมองเท่านั้น แต่ยังทำให้เกิดอารมณ์ขุ่นข้องหมองใจ พลอยทำให้สาวๆ อย่างเรานอยด์ และหมดสนุกในกิจกรรมต่างๆ ในแต่ละวัน

ดังนั้น สาวยุคใหม่ควรมีวิธีเปลี่ยนวันหมองๆ ให้กลับมาสดใส เพื่อที่จะใช้ชีวิตได้เต็มที่ในทุกๆ วัน

วางแผนล่วงหน้าไว มีชัยไปกว่าครึ่ง

วิธีที่ง่ายที่สุดคงหนีไม่พ้นการวางแผนการใช้ชีวิตของตัวเราเองในแต่ละวัน เพื่อเตรียมตัวรับมือกับความหมองในรูปแบบต่างๆ ตั้งแต่ก่อนออกจากบ้านในยามเช้ายกตัวอย่างง่ายๆ ถ้าพยากรณ์อากาศคาดว่าฝนจะตก ก็อย่าลืมพกร่มติดตัว หลีกเลี่ยงการใส่รองเท้าสีขาว เพราะการเหยียบย่ำบนพื้นเปียกอาจเปลี่ยนรองเท้าจากสีขาวเป็นดำได้ไม่ยาก หรือหลีกเลี่ยงการใส่รองเท้าที่ทำมาจากผ้าเพราะน้ำอาจซึมเข้าไปในรองเท้าทำให้เท้าเหม็นอับได้ ในขณะเดียวกัน ถ้าพยากรณ์อากาศคาดว่าอุณหภูมิจะพุ่งไปถึง 39 องศา เราก็ควรเลือกสวมใส่เสื้อผ้าบางๆ ระบายอากาศและซับเหงื่อได้ดี อย่างผ้าลินินหรือผ้าฝ้าย และหลีกเลี่ยงการใส่เสื้อผ้าสีดำเพราะสีดำจะดูดแสงทำให้เรารู้สึกร้อนกว่าเดิม นอกจากนี้ การเช็คสถานะของรถโดยสารประจำทางและวางแผนการเดินทางล่วงหน้าสำหรับชั่วโมงเร่งด่วน จะช่วยให้เราไปเรียนไม่สายและเข้าประชุมได้ทันเวลา ถือเป็นการเริ่มต้นวันใหม่ด้วยอารมณ์ที่สดใสได้เช่นกัน

เมื่อกายและใจพร้อม หน้าก็ต้องเป๊ะ

การเตรียมความพร้อมให้กับใบหน้าช่วยเพิ่มความมั่นใจได้เป็นอย่างมาก ก่อนออกจากบ้าน สาวๆ ควรสำรวจสภาพอากาศและสถานที่ที่จะไป แล้วบำรุงผิวและแต่งหน้าให้เหมาะสม เช่น หากต้องไปกลางแจ้ง เน้นทาครีมบำรุงผิวบางๆ ตามด้วยครีมกันแดด หากต้องอยู่ในห้องแอร์ทั้งวัน เน้นทาครีมบำรุงผิวที่เข้มข้นขึ้น ส่วนเมคอัพ ก็สามารถแต่งได้ตามโอกาส เช่น หากต้องออกงานที่เป็นทางการ ควรแต่งหน้าแบบสุภาพ แต่ถ้าเป็นงานกลางคืน ก็สามารถแต่งได้เข้มขึ้น เพื่อความโดดเด่น โดยทั้งหมดนี้ก็เพื่อเสริมความมั่นใจให้ออกไปลุยกับกิจกรรมต่างๆ ระหว่างวันได้อย่างเต็มที่

พูดคุยอัพเดทเรื่องราวเบาสมองระหว่างวัน

การขะมักเขม้นอยู่กับการเรียนในคลาสหลายๆ ชั่วโมง หรือสาวออฟฟิศที่จมอยู่หน้าคอมพิวเตอร์ตลอดทั้งวัน พฤติกรรมเหล่านี้อาจทำให้สาวๆ หมดพลัง พลอยทำให้หน้าตาดูโทรมและหมองคล้ำได้ ดังนั้น การร่วมวงสนทนา พูดคุยเรื่องราวต่างๆ กับเพื่อนฝูงระหว่างวัน จะช่วยทำให้ร่างกายได้ผ่อนคลายความเครียดจากการเรียนและการทำงาน ยิ่งถ้าได้หัวเราะไปกับเรื่องตลกขบขันของเพื่อนๆ ยิ่งช่วยชาร์จพลังความสุขให้กับร่างกาย ถือเป็นอีกหนึ่งวิธีง่ายๆ ในการเปลี่ยนความหมองให้กลายเป็นความสดใสสดชื่น พร้อมกลับมาสู้กับอุปสรรคต่างๆ ได้ตลอดวัน

หาตัวช่วยเป็นเครื่องดื่มรสชาติดี มีประโยชน์

การกินอาหารที่ถูกปาก ประกอบกับการดื่มเครื่องดื่มที่รสชาติดีแถมมีประโยชน์ต่อสุขภาพ ถือเป็นอีกหนึ่งตัวช่วยในการเปลี่ยนวันหมองๆ ให้กลับกลายเป็นวันใสใส เครื่องดื่มที่ว่านี้มีชื่อว่า “ฟิวซ์ที” ซึ่งเป็นเครื่องดื่มชา เหมาะสำหรับสาวๆ ที่ชอบบริโภคของอร่อยและมีประโยชน์ต่อร่างกาย เพราะ ฟิวซ์ที มีคุณประโยชน์จากเมล็ดเชีย ธัญพืชที่อุดมไปด้วยสารอาหารและแร่ธาตุมากมายที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกาย และอุดมไปด้วยวิตามินซีที่มีส่วนช่วยในการต่อต้านอนุมูลอิสระ มีสองรสชาติให้เลือกนั่นคือ เครื่องดื่มชาผสมน้ำเสาวรสและเมล็ดเชีย และ เครื่องดื่มชากลิ่นพีชผสมเมล็ดเชีย ที่ไม่ว่าใครได้ลิ้มลอง ก็จะสัมผัสได้ถึงกลิ่นหอมของตัวชา เสาวรส และพีช เรียกได้ว่าเป็นการบูสความสดชื่นให้สาวๆ เพื่อพร้อมรับมือกับอุปสรรคต่างๆ ที่ต้องพบเจอในทุกๆ วัน

เพราะสาวๆ ล้วนต้องพบเจอกับความหมองทั้งจากมลภาวะและสภาพอากาศร้อนและแห้ง ที่ส่งผลให้ร่างกายและจิตใจไม่สดใสและสดชื่น แต่ถ้าเรามีการวางแผนรับมืออย่างเหมาะสม และมีตัวช่วยที่ดี วันหมองๆ ก็จะสามารถเปลี่ยนเป็นวันใสใสได้อย่างไม่ยาก

โรคซึมเศร้า รักษาได้ด้วยแพทย์และความเข้าใจ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/379733

โรคซึมเศร้า รักษาได้ด้วยแพทย์และความเข้าใจ

โรคซึมเศร้า รักษาได้ด้วยแพทย์และความเข้าใจ

วันพฤหัสบดี ที่ 29 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561, 06.00 น.

โรคซึมเศร้า (Depression) ปัจจุบันพบเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งโรคนี้ สามารถเกิดขึ้นได้กับทุกคน โดยมีปัจจัยจากภาวะแวดล้อมต่างๆ หรือปัญหาทางชีวภาพของ ร่างกายที่ส่งให้สมองส่วนอารมณ์ทำงานไม่ปกติ ผลิตอารมณ์และมุมมองในแง่ลบ ข่าวดี คือ โรคซึมเศร้า เป็นโรคที่สามารถรักษาให้หายขาดได้ด้วยการใช้ยาและการรักษาทางจิตใจ บุคคลรอบตัวควรเปิดใจและพยายามหาทางช่วยเหลือโดยไม่ซ้ำเติมผู้ป่วย เห็นอกเห็นใจ และไม่เอามุมมองของตนเองเข้าไปตัดสินคนไข้

ผศ.นพ.ภุชงค์ เหล่ารุจิสวัสดิ์ อาจารย์ประจำภาควิชาจิตเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เผยถึงสาเหตุของโรค จาก
คลังสุขภาพ รพ.จุฬาฯ ว่า โรคซึมเศร้า เกิดจากปัจจัยต่างๆประกอบร่วมกัน เช่น ปัจจัยทางพันธุกรรม พบโรคซึมเศร้าสูงในญาติของผู้ป่วยซึมเศร้า ฆ่าตัวตาย หรือติดสารเสพติด, โรคทางกายต่างๆ ที่มีผลกับสมองโดยตรง เช่น ความผิดปกติของต่อมไทรอยด์และฮอร์โมนอื่นๆ โดยเฉพาะฮอรโมนของเพศหญิง และโรคเรื้อรังที่ส่งผลต่อสุขภาพจิตเช่น ความพิการที่ต้องพึ่งพิงผู้อื่น โรคปวดเรื้อรังโรคมะเร็ง โรคภูมิต้านทานตนเอง และยาบางชนิดที่สามารถรบกวนสมอง หรือสารเสพติดต่าง ๆ นอกจากนี้ยังมี ปัจจัยด้านจิตสังคมและลักษณะนิสัยพื้นฐาน เช่น ความคาดหวังสูง กดดันตนเอง มองตัวเองในแง่ลบมองโลกในแง่ร้าย มีปัญหาแล้วเก็บกดไม่ปรึกษาใครเอาชีวิตไปขึ้นกับบุคคลอื่น เป็นต้น

อาการของโรค จะมีอาการแสดงออกในหลากหลายรูปแบบแตกต่างกันไป โดยมีความรู้สึกหดหู่ ร้องไห้ง่าย เบื่อหน่าย จิตใจไม่สดชื่นแจ่มใส ซึ่งอาการเหล่านี้จะปรากฏให้เห็นติดต่อกันเกือบทุกวัน เป็นเวลานานกว่า 2 สัปดาห์ขึ้นไป ในบางรายอาจมีความคิดอยากตาย หรือฆ่าตัวตายร่วมด้วย

สำหรับอาการที่สังเกตเห็นได้ชัด คือ มีความเศร้าซึมหรือกังวล หงุดหงิดฉุนเฉียว โกรธง่ายตลอดเวลาดูไม่มีความสุข ส่วนด้านความคิด มีความคิดในแง่ลบ มองโลกในแง่ร้าย สิ้นหวังไร้แรงจูงใจ ด้านพฤติกรรม จะรู้สึกอ่อนเพลียไม่มีแรงไปทำอะไร ทำงานแย่ลง ไม่มีสมาธิ ด้านร่างกาย มีอาการนอนไม่หลับ ตื่นกลางดึกแล้วนอนต่อไม่ได้ น้ำหนักลดหรือเพิ่มผิดปกติ ซึ่งส่งผลให้การใช้ชีวิตบกพร่องลง เสียประสิทธิภาพในการเรียนและการทำงาน รวมถึงเกิดปัญหาปฏิสัมพันธ์จากการที่เปลี่ยนไปแทบเป็นคนละคนนี้

ส่วนวิธีการรักษา โรคซึมเศร้า สามารถรักษาให้หายได้ โดยมีวิธีการรักษาหลักๆ สองวิธี คือวิธีการรักษาทางจิตใจ และการรักษาด้วยยา โดยที่แต่ละคนอาจตอบสนองต่อการรักษา แต่ละชนิดแตกต่างกัน และสามารถทำร่วมกันได้ ความก้าวหน้าทางการแพทย์และเภสัชกรรม ในปัจจุบันทำให้ยารักษาโรคซึมเศร้ามีประสิทธิภาพดี ผลข้างเคียงน้อย ไม่เป็นอันตรายต่อตับไต หรือทำให้ติดยาอย่างที่เคยเชื่อกัน อีกวิธี ผู้ป่วยสามารถเข้าพบจิตแพทย์ด้วยตัวเองเพื่อวิเคราะห์อาการของโรคและรับคำปรึกษาโดยคนใกล้ชิดของผู้ป่วยก็เป็นส่วนสำคัญที่ต้องเข้าใจและคอยให้กำลังใจผู้ป่วยโดยไม่ซ้ำเติมหรือมองว่าอาการที่ผู้ป่วยแสดงออกเป็นสิ่งที่ผู้ป่วยคิดหรือสร้างขึ้นมาเอง และใช้คำพูด หรือพฤติกรรมต่างๆ บั่นทอนกำลังใจของผู้ป่วย เพราะที่จริงแล้วย่อมไม่มีใครไม่ปรารถนาชีวิตที่สงบสุข เมื่อผู้ป่วยได้รับการรักษา ฟื้นฟูสภาพจิตใจจะกลับมาเชื่อมั่นมีความหวังก็สามารถใช้ชีวิตดูแลตนเองได้

ทั้งนี้ สามารถติดต่อเพื่อขอรับคำปรึกษาและตรวจวินิจฉัยโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญได้ที่แผนกจิตเวช อาคาร ภปรชั้น 12 โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย โทร. 0-2256-4000, 0-2256-5180, 0-2256-5182

คนดังสัมผัส ‘ลองจินส์’ โฉมใหม่กับตัวเรือน ‘โรสโกลด์’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/379727

คนดังสัมผัส ‘ลองจินส์’ โฉมใหม่กับตัวเรือน ‘โรสโกลด์’

คนดังสัมผัส ‘ลองจินส์’ โฉมใหม่กับตัวเรือน ‘โรสโกลด์’

วันพฤหัสบดี ที่ 29 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561, 06.00 น.

ลองจินส์ (Longines)  แบรนด์นาฬิกาคลาสสิกจากสวิตเซอร์แลนด์ นำโดย ทิพาณัท เลณบุรี กรรมการผู้จัดการ บริษัท เดอะ สวอท์ช กรุ๊ป เทรดดิ้ง (ประเทศไทย) และ ปราลี เพชรโรจน์ ผู้จัดการผลิตภัณฑ์ ลองจินส์ บริษัท เดอะ สวอท์ช กรุ๊ป เทรดดิ้ง (ประเทศไทย) จำกัด จัดงานเปิดตัว “ลองจินส์ เรคคอร์ด คอลเลคชั่น” นาฬิกาคอลเลคชั่นล่าสุด หรูหราสง่างามและความคลาสสิกไร้กาลเวลา พร้อมจัดแสดงเรือนเวลาชิ้นประวัติศาสตร์ตั้งแต่ช่วงปีค.ศ.1930 ส่งตรงจากพิพิธภัณฑ์ลองจินส์ มาให้เหล่าคนดังที่หลงใหลในเรือนเวลา อาทิ อภิวัฒน์ ยศประพันธ์, เจย์-จริยดี สเปนเซอร์, พิมดาว พานิชสมัย,ศุภชัย กาญจนศักดิ์ชัย, พิธา ลิ้มเจริญรัตน์, วสุ วิรัชศิลป์, ณัฐวุฒิตรีวิศวเวทย์, จุฬาลักษณ์ ปิยะสมบัติกุล ได้สัมผัสเรือนโรสโกลด์โฉมใหม่อย่างใกล้ชิด พร้อมเพลิดเพลินกับกิจกรรมปรุงชากลิ่นเฉพาะตัวสุดเอ็กซ์คลูซีฟ โดยมี ที มาสเตอร์ จาก ทีดับบลิวจี ให้คำแนะนำ ณ The Apothecary Venue

ปราลี เพชรโรจน์ ผู้จัดการผลิตภัณฑ์ ลองจินส์ บริษัท เดอะ สวอท์ช กรุ๊ปเทรดดิ้ง (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า เมื่อปีที่ผ่านมา เป็นช่วงเวลาสุดพิเศษสำหรับลองจินส์กับการมีอายุครบ 185 ปี ถือเป็นโอกาสที่ดีในการนำเสนอคอลเลคชั่นใหม่ล่าสุดอย่าง “เรคคอร์ด คอลเลคชั่น”  ภายใต้ธรรมเนียมปฏิบัติที่มีความสมบูรณ์แบบและถูกยึดถือมาอย่างยาวนานของผู้ผลิตนาฬิกาแห่ง แซงต์-อิมิเยร์ (Saint-Imier) เรือนเวลาในคอลเลคชั่นนี้จะได้รับการผสมผสานความหรูหราบนความคลาสสิกและความยอดเยี่ยมเข้าไว้ด้วยกันอย่างลงตัว มาพร้อมกับกลไกอัตโนมัติ ซึ่งมีการใช้สายใยนาฬิกาแบบชิ้นเดียวที่ผลิตจาก Crystal Silicon ที่มีรูปแบบเฉพาะ และได้รับการรับรองตามมาตรฐาน “โครโนมิเตอร์” โดยสถาบันทดสอบความเที่ยงตรงของนาฬิกาแห่งสวิตเซอร์แลนด์ หรือ Swiss Official Chronometer Testing Institute (COSC) อีกทั้ง ยังได้รับอนุญาตให้สลักคำว่า “Chronometer” บนหน้าปัด ซึ่งกว่าจะได้คำนี้มานั้นไม่ใช่เรื่องง่าย จึงมั่นใจได้ว่านาฬิกา “เรคคอร์ด” จากลองจินส์จะมีความเที่ยงตรงสูงสุด

สำหรับ “ลองจินส์ เรคคอร์ด คอลเลคชั่น” กับตัวเรือน “โรสโกลด์” ที่ได้รับการสร้างสรรค์ขึ้นเนื่องในโอกาสการเฉลิมฉลองครบรอบ 185 ปีของลองจินส์ และเปิดตัวครั้งแรกในงาน Baselworld2018 เมื่อปีที่ผ่านมา โดยนาฬิกาในคอลเลคชั่นนี้ มีให้เลือกทั้งหมด 4 ขนาด คือ 26, 30, 38.5 และ 40 มม. และมีหน้าปัดหลากหลายให้เลือกทั้งสำหรับผู้ชายและผู้หญิง เพื่อให้คู่รักนาฬิกาสามารถเลือกรุ่นที่เหมาะกับข้อมือของผู้สวมใส่ตัวเรือน มีทั้งรุ่นที่ผลิตจากสตีลกับโรสโกลด์ และรุ่นโรสโกลด์ สามารถชื่นชมกลไกได้ผ่านฝาหลังตัวเรือนแบบใส ส่วนสายรัดข้อมือผลิตจากสเตนเลสสตีลและหนังจระเข้ที่ตัดเย็บขึ้นอย่างประณีต

ด้าน อภิวัฒน์ ยศประพันธ์  กูรูและนักสะสมนาฬิกาชื่อดัง  เผยว่า “นาฬิกาเป็นเหมือนเครื่องประดับที่จะต้องมีติดข้อมือ ยิ่งเป็นนาฬิกาคลาสสิกด้วยแล้ว สามารถมิกซ์แอนด์แมทช์ได้ทั้งหมด โดยไม่มีกฎตายตัว และยังทำให้เราแต่งตัวสนุกขึ้น ในวันที่แต่งลุคสปอร์ต ผู้หญิงจะใส่นาฬิกาผู้ชายก็ดูเท่ไปอีกแบบ หรือจะใส่เรือนที่หน้าปัดใหญ่ขึ้นมาหน่อยก็ได้ ส่วนผู้ชายจะหันมาใส่เรือนเล็กบางๆ ก็ไม่ใช่เรื่องผิด เทรนด์ในบางช่วงคนก็ฮิตใส่นาฬิกาโอเวอร์ไซส์หนาๆ แต่ผมมองว่านาฬิกาเรือนบางๆ ที่เป็น เซกันด์ สกิน (Second Skin) อย่างไรก็ควรมีไว้ ไม่ว่าจะเป็นขอบตัวเรือนสตีล โรสโกลด์ หรือพิงค์โกลด์กับสายสตีลหรือสายหนังจระเข้เองก็ตาม ตัวเองมองว่าความคลาสสิกเป็นสิ่งที่ไร้กาลเวลา แต่ที่สำคัญคือต้องรู้จักตัวตนของเรา ผสมผสานกับความชอบและเทรนด์ ที่จะช่วยทำให้เรามีมุมมองใหม่ๆ เพิ่มขึ้น”

เจย์ สเปนเซอร์ เผยว่า “ผมชอบตัวเรือนโรสโกลด์ ประดับเลขโรมัน ดีไซน์มีความหรูหราและคลาสสิก สามารถใส่ได้ตลอด ใส่ได้กับทุกๆ ลุค ในมุมของตัวเองคิดว่าการที่เราเลือกซื้อนาฬิกาเป็นการลงทุนที่คุ้มค่า โดยเฉพาะสำหรับนาฬิกาดีๆ สักเรือนหนึ่ง ยิ่งถ้าเทียบ เพอร์ฟอร์แมนซ์และการได้รับการการันตี กับราคาแล้ว เรียกว่าคุ้มค่ามาก”

คุณแหน : 29 พฤศจิกายน 2561

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/379768

คุณแหน : 29 พฤศจิกายน 2561

วันพฤหัสบดี ที่ 29 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561, 06.00 น.

ll รายการพิเศษวันธรรมศาสตร์ 9 ธ.ค.ปีนี้ ถ่ายทอดสดทางโทรทัศน์ช่องโมเดิร์น ไนน์ ตั้งแต่เวลา 22.00-23.30 น. เชิญชวนศิษย์เก่าร่วมบริจาคเพื่อโครงการระดมทุนจัดสร้าง “สวนป๋วย” PUEY Park for People เชิญชวนศิษย์เก่าศิษย์ปัจจุบัน และผู้ที่เห็นประโยชน์สวนป๋วย อุทยานการเรียนรู้ป๋วย 100 ปี สวนสาธารณะแห่งการเรียนรู้เพื่อประชาชนระดับเมืองแห่งแรกสำหรับกรุงเทพมหานครและปทุมธานี บนพื้นที่กว่า 100 ไร่ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต สมชาย พูลสวัสดิ์ นายกสมาคมธรรมศาสตร์ฯ และ รศ.เกศินี วิฑูรชาติ อธิการบดี มธ.ประเดิมบริจาคคนละ 1 ล้านบาทด้วยเห็นความสำคัญ..แต่ที่แน่กว่านั้นคือ “หม่อมอุ๋ย” ม.ร.ว.ปรีดิยาธรเทวกุล ศิษย์เก่าเศรษฐศาสตร์ ส่งเช็คมาให้กองทุน 2 ล้านบาทประเดิม…

llนพพร โพธิรังสิยากร ผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลฎีกา เป็นวิทยากรบรรยายให้ผู้ประนีประนอมประจำศาลจังหวัดสมุทรปราการที่เข้าอบรมหลักสูตร “ปรับกลยุทธ์เพิ่มผลสำเร็จการไกล่เกลี่ย” โดยมี ฐิรวัตร อุดรพิมพ์ ผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 2 ช่วยทำงานชั่วคราวในตำแหน่งผู้พิพากษาหัวหน้าศาลจังหวัดสมุทรปราการเป็นประธานเปิดงานและร่วมเป็นวิทยากร 29 พ.ย. 08.00-16.30 น.ห้องไกล่เกลี่ย ศาลสมุทรปราการ…

llบุญเนตร-คุณหญิงทิพยวรรณ ตันตกิตติ์ปลื้มใจที่ห้องอาหารเรือนต้น คอฟฟี่ช็อปของโรงแรมมณเฑียร กรุงเทพ ได้รับรางวัล Bib Gourmand 2019 ที่มิชลิน ไกด์ ฉบับกรุงเทพฯ มอบให้กับร้านอาหารอร่อยราคาย่อมเยา  เพราะมี “ข้าวมันไก่มณเฑียร” เมนูดังในตำนานที่อร่อยคุ้มค่าเกินราคา อีกทั้งบริการอย่างดีเยี่ยม รางวัลนี้นับว่าเป็นกำลังใจให้กับพนักงานโรงแรมมณเฑียรทุกคน…

llชลิตา สาลีรัฐวิภาค บุตรสาวคนโตของพีระพันธุ์-สุนงค์ สาลีรัฐวิภาค เอาใจคนรักความสุขในเทศกาลความสุข ด้วยเมนูสุดฮิตอย่าง ไก่งวง โฮมเมด กับ สตัฟฟิ่ง มาไว้ที่ ร้านใหม่ใหม่@เดอะ เพนนินซูล่า พลาซ่า ถ.ราชดำริ แต่ขอให้สั่งล่วงหน้า2 วัน เริ่มแล้วถึง 6 ม.ค. 62…

ll ณัฐธีรา บุญศรี เตรียมจัดงาน “Blossom in Our Hearts” ให้ห้างเซ็นทรัล ลาดพร้าว เต็มไปด้วยดอกไม้นานาพันธุ์ โดยมีไฮไลต์ดอกกุหลาบสีเหลือง 9 สายพันธุ์จากทั่วโลกตกแต่งบนกาเซโบขนาดใหญ่กลางห้างได้มาเก็บภาพประทับใจ พร้อมเชิญบทเพลงพระราชนิพนธ์อันทรงคุณค่า ในพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร มาขับร้องเติมความรื่นรมย์ โดยเหล่านักร้องชั้นนำ 2-5 ธ.ค….

ll สาวิตรี บริพัตร ณ อยุธยา เดินทางไปศรีลังกาอีกแล้ว เป็นครั้งที่นับไม่ถ้วน  เพราะติดใจดินแดนพุทธศาสนาที่รากฐานมั่นคงแห่งนี้…

ll ตาลปัตรพัดรองที่ ณัฐพงค์ ปิยมาภรณ์ ช่างสิบหมู่ แห่งกรมศิลปากร ออกแบบให้มูลนิธิอนุสรณ์หม่อมงามจิตต์บุรฉัตร นั้น ได้รับคำชมเชยว่างดงามยิ่ง…

llดร.นฎาประไพ สุจริตกุล ปิติใจที่มีผู้มอบพระบรมฉายาลักษณ์ ของรัชกาลที่ 6 ให้ในวันมหาธีรราชเจ้า 25 พ.ย. ที่ผ่านมา…

llส่วนน้องสาว เปรมิกา สุจริตกุล เป็นเจ้าสาวแสนสวยของ ศิรเวท สุจริตกุล ที่เมืองนีซ ฝรั่งเศส วิวทะเลสวยงามสุดแสนโรแมนติกจดทะเบียนสมรสฉลองท่ามกลางความยินดีของคุณพ่อคุณแม่ทั้งสองฝ่าย ศ.ดร.สมปอง-ถ่ายเถา สุจริตกุล และ ศรีภูมิ-ม.ร.ว.วรรณาภรณ์ ศุขเนตร โดยฝ่ายชายเป็นไกด์พาญาติมิตรไปท่องเที่ยวช็อปปิ้งที่อิตาลีต่อด้วย…ll

น้อง

ธาลัสซีเมีย กับการรักษาด้วยวิธีปลูกถ่ายไขกระดูก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/379735

ธาลัสซีเมีย กับการรักษาด้วยวิธีปลูกถ่ายไขกระดูก

ธาลัสซีเมีย กับการรักษาด้วยวิธีปลูกถ่ายไขกระดูก

วันพฤหัสบดี ที่ 29 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561, 06.00 น.

ธาลัสซีเมีย (Thalassemia) คือสภาวะที่การสร้างฮีโมโกลบินในเม็ดเลือด ไม่สามารถสร้างได้โดยสมบูรณ์ หรือสร้างได้น้อยลง จนทำให้ออกซิเจน ที่ต้องเข้าไปหล่อเลี้ยงร่างกายลดน้อยลง เพราะฮีโมโกลบินมีหน้าที่ในการนำออกซิเจน มาเลี้ยงร่างกาย ส่งผลให้เกิดอาการอ่อนเพลีย และเหนื่อยง่ายกว่าคนปกติ แต่จะมีอาการมากน้อยแตกต่างกันไป ในบางรายอาจมีอาการที่รุนแรงมาก แต่ในบางรายก็อาจจะมีอาการน้อยมากเช่นกัน ซึ่งผู้ที่ป่วยเป็นโรคนี้ ส่วนใหญ่จะมีลักษณะแกร็น, ตัวเล็กผอมแห้ง, ตัวซีดเหลือง และดูไม่ค่อยเจริญเติบโต ส่วนกระดูกหน้าก็จะมีลักษณะที่คล้ายกัน คือ มีโหนกแก้มและหน้าผากสูง,ดั้งจมูกแบน และฟันบนเหยิน โรคนี้จะเป็นโดยทางพันธุกรรม และจากพ่อหรือแม่ที่มีพาหะธาลัสซีเมียแฝงอยู่ในตัวซึ่งเป็นโรคที่พบมากที่สุดในประเทศไทยในกลุ่มของโรคทางพันธุกรรม

ศ.นพ.สุรเดช หงส์อิง ภาควิชากุมารเวชศาสตร์หน่วยโลหิตวิทยาและโรคมะเร็ง คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี เผยว่า จากการสำรวจพบว่ามีประชากรไทยที่เป็นพาหะของโรคกว่า 20 ล้านคน ซึ่งเป็นอุปสรรคต่อการลดจำนวนผู้ป่วยธาลัสซีเมีย โรคนี้ยังสร้างภาระให้กับครอบครัวและประเทศชาติไม่น้อย ในกรณีที่รักษาไม่หายขาด เพราะผู้ป่วยต้องได้รับเลือดและยาตลอดชีวิต แต่ในขณะเดียวกันโรคนี้สามารถรักษาให้หายขาดได้ด้วยการปลูกถ่ายไขกระดูก

สำหรับการรักษาโรคธาลัสซีเมียแบ่งออกเป็น 2 แบบ ได้แก่ รักษาแบบประคับประคองและรักษาให้หายขาด ซึ่งการรักษาแบบประคับประคอง คือการให้เลือดและยาขับธาตุเหล็กไปตลอดชีวิต ส่วนการรักษาให้หายขาด คือการปลูกถ่ายไขกระดูก

ในส่วนการรักษาธาลัสซีเมียโดยการให้เลือด ศ.นพ.สุรเดช กล่าวว่าผู้ป่วยจำเป็นต้องได้รับเลือดเมื่อมีอายุ 1-3 ปี โดยความถี่ของการรับเลือดคือทุกเดือน และเมื่อรับเลือดไปเป็นเวลากว่า 2 ปี ผู้ป่วยจะมีภาวะเหล็กเกิน ซึ่งต้องได้รับยาขับธาตุเหล็กร่วมด้วย ทำให้ผู้ป่วยต้องได้รับเลือดและยาขับธาตุเหล็กไปตลอดชีวิต ข้อเสียคือค่อนข้างเป็นภาระค่าใช้จ่ายภายในครอบครัว และเป็นภาระของประเทศชาติร่วมด้วย ทำให้การรักษาให้หายขาดเป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่เหมาะสมส่วนการรักษาธาลัสซีเมียโดยการปลูกถ่ายไขกระดูก การปลูกถ่ายไขกระดูกเป็นวิธีการรักษาที่ช่วยให้หายขาดได้ โดยจะต้องได้รับการปลูกถ่ายเซลล์ต้นกำเนิดจากผู้ที่มีเนื้อเยื่อตรงกัน ได้แก่ พี่น้อง ซึ่งจะต้องไม่เป็นโรคธาลัสซีเมีย และมีเนื้อเยื่อตรงกัน คนอื่นที่ไม่ใช่พี่น้อง ที่มีเนื้อเยื่อตรงกัน หรือพ่อหรือแม่

ในอดีตการปลูกถ่ายไขกระดูกเพื่อรักษาธาลัสซีเมีย สามารถทำได้ระหว่างพี่น้องหรือคนอื่นที่มีเนื้อเยื่อตรงกันเท่านั้น แต่มีข้อจำกัดหลายอย่าง แบ่งเป็นในพี่น้องพบว่าพ่อแม่มักมีลูกคนเดียว เนื่องจากโรคธาลัสซีเมียเป็นโรคทางพันธุกรรม ทำให้พ่อแม่ไม่ต้องการมีลูกเพิ่ม เมื่อลูกที่เกิดมาป่วยด้วยโรคดังกล่าวหรือในกรณีที่มีพี่น้องก็มักป่วยด้วยโรคธาลัสซีเมียเหมือนกัน ทำให้เนื้อเยื่อไม่สามารถปลูกถ่ายให้กันได้ นอกจากนี้ก่อนปลูกถ่ายไขกระดูกจะต้องทำการตรวจก่อนว่าเนื้อเยื่อตรงกันหรือไม่ เพราะในคนที่เป็นพี่น้องกันก็อาจมีเนื้อเยื่อที่ไม่ตรงกันได้โดยโอกาสที่พี่น้องจะมีเนื้อเยื่อตรงกันนั้นมีเพียงร้อยละ 25 เท่านั้น สำหรับ ในคนอื่น สามารถปลูกถ่ายเซลล์ต้นกำเนิดให้ผู้ป่วยได้ หากมีเนื้อเยื่อที่ตรงกัน แต่ข้อจำกัดคือโอกาสของคนที่ไม่ใช่พี่น้องกันจะมีเนื้อเยื่อตรงกันนั้นมีเพียงร้อยละ 40 เท่านั้น

แต่ในปัจจุบันวิวัฒนาการเรื่องการปลูกถ่ายไขกระดูกมีการพัฒนามากขึ้นทำให้สามารถปลูกถ่ายจากพ่อหรือแม่ได้ ซึ่งส่งผลให้การรักษาได้ผลลัพธ์ที่ดีขึ้นเพราะพ่อแม่เป็นเพียงพาหะ แต่ไม่ได้ป่วยเป็นธาลัสซีเมีย ทำให้เนื้อเยื่อสามารถปลูกถ่ายให้ผู้ป่วยได้

ขั้นตอนการปลูกถ่ายไขกระดูก

1.กรณีใช้กระดูกของพี่น้อง ต้องทำการตรวจก่อนว่าเนื้อเยื่อตรงกันกับผู้ป่วยหรือไม่ หากไม่ตรงต้องหาไขกระดูกของผู้บริจาคที่ตรงกับผู้ป่วย จากสภากาชาดไทย

2.หากพบเนื้อเยื่อที่ตรงกัน นำผู้ป่วยอยู่ห้องปลอดเชื้อ ใช้ยาเคมีบำบัดเพื่อกำจัดเซลล์ที่อยู่ในไขกระดูกที่เป็นธาลัสซีเมียและทำไขกระดูกมาเชื่อมต่อ จากนั้นรอเวลา 1-2 เดือน จนไขกระดูกติด

3.ให้ผู้ป่วยกลับบ้าน แล้วนัดตรวจติดตามผลเป็นระยะ การปลูกถ่ายไขกระดูกจะทำเพียงครั้งเดียว ธาลัสซีเมียจะหายขาดโดยผู้ป่วยจะได้รับยากดภูมิ 6 เดือนถึง 1 ปีจากนั้นไม่ต้องรักษาอีกเลย

แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น การป้องกันโรคธาลัสซีเมีย เป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด การป้องกันมีเพียงทางเดียวคือการตรวจร่างกายคู่สมรสและวางแผนเรื่องมีบุตร ก่อนมีบุตรควรปรึกษาแพทย์และตรวจร่างกายให้ละเอียด หากพบว่าพ่อและแม่เป็นพาหะทั้งคู่ มีโอกาสที่บุตรจะเกิดมาเป็นโรคธาลัสซีเมียได้ถึงร้อยละ 25

แปรงล้างหน้าสุดมหัศจรรย์ ‘แค่คุณเปิดหน้าก็เปลี่ยน’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/379724

แปรงล้างหน้าสุดมหัศจรรย์ ‘แค่คุณเปิดหน้าก็เปลี่ยน’

แปรงล้างหน้าสุดมหัศจรรย์ ‘แค่คุณเปิดหน้าก็เปลี่ยน’

วันพฤหัสบดี ที่ 29 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561, 06.00 น.

“Tuneage แค่คุณเปิดหน้าก็เปลี่ยน” โปรโมชั่นเพื่อหน้าใสพิเศษแค่ 4 วันเท่านั้น มาเตรียมผิวให้สะอาดพร้อมรับการบำรุงด้วย Tuneage แปรงล้างหน้าเกรดพรีเมี่ยมจาก LGที่มาพร้อมกับขนแปรงสุดอ่อนนุ่ม ช่วยขจัดสิ่งสกปรก เครื่องสำอาง และเซลล์ผิวเสื่อมสภาพออกจากผิวหน้าได้อย่างอ่อนโยน ช่วยลดการอุดตันซึ่งเป็นสาเหตุของการเกิดสิว จึงช่วยให้ผิวคุณสะอาดพร้อมรับการบำรุงได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ เคล็ดลับหน้าใสในราคาที่ถูกกว่าซื้อคอร์สสปา กับ Tuneage Dual Spin Spa ลด 25% พิเศษเพียง 2,999 บาท จากราคาปกติ 3,999 บาท และหัวแปรงทุกแบบ ลด 20% พิเศษ 399 บาท จากราคาปกติ 499 บาท ระหว่างวันที่ 27-30 พฤศจิกายนนี้ มีจำหน่ายแล้วที่ร้าน THE FACE SHOP 25 สาขา และช่องทางออนไลน์ http://www.thefaceshopthailand.com หรือ LINE@ ID: @thefaceshop.th

เมซอง เบอร์ชเย่ ปารีส ฉลองแบรนด์ใหม่

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/379739

เมซอง เบอร์ชเย่ ปารีส ฉลองแบรนด์ใหม่

เมซอง เบอร์ชเย่ ปารีส ฉลองแบรนด์ใหม่

วันพฤหัสบดี ที่ 29 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561, 06.00 น.

นนทกานต์ ทัพพะรังสี อึง

ลอมป์ เบอร์ชเย่ ปารีส (Lampe Berger Paris) เปลี่ยนชื่อแบรนด์ใหม่เป็น เมซอง เบอร์ชเย่ ปารีส (Maison Berger Paris) ผู้บริหารสาวเก่ง นนทกานต์ ทัพพะรังสี อึง กรรมการผู้จัดการ บริษัท เบอร์เจอร์ โพรดักส์ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ Maison Berger Paris ในประเทศไทยแต่เพียงผู้เดียว จัดงานเปิดตัวแบรนด์อย่างเป็นทางการ พร้อมแนะนำกลุ่มผลิตภัณฑ์ใหม่ โดยมีเซเลบริตี้ร่วมงานคับคั่ง อาทิ จุฬาลักษณ์ ปิยะสมบัติกุล, วันทิตา ลิ่วเฉลิมวงศ์,จารุเดช บุญญสิทธิ์, จงจินต์ จึงสุระ, ชานนทร์ เสนาดิสัย, เจนจิราเกษมสานต์, ปณิตา ศรไทยเทวา, ฐิติพงศ์ ล้อประเสริฐ, ณัฏฐิ์ประภาชุณหะวัณ, ณัฏฐกรม์ ชุณหะวัณ, ปุญญาภา ศรัทธาทิพย์

นนทกานต์ ทัพพะรังสี อึง กล่าวว่า ความสำเร็จระดับตำนานจนได้รับการกล่าวขานและยอมรับไปทั่วโลก เป็นเวลายาวนานถึง 120 ปี ของลอมป์ เบอร์ชเย่ ปารีส จากจุดเริ่มต้นในปี 1898 ณ แคว้นนอร์มังดี ประเทศฝรั่งเศส ที่ Maurice Berger ได้รังสรรค์นวัตกรรมความหอมอันเป็นเอกลักษณ์ ร่วมกับการนำเสนอดีไซน์ตะเกียงน้ำหอมสวยงาม หรูหรา สง่างามดั่งงานศิลปะมาสเตอร์พีซจากฝีมือนักออกแบบระดับโลกขึ้นมา โดยยังคงค้นคว้าวิจัยอย่างต่อเนื่องและพัฒนาอย่างไม่หยุดยั้ง ซึ่งผลิตภัณฑ์ในกลุ่ม ลอมป์ เบอร์ชเย่เป็นของประดับตกแต่งบ้านที่มากด้วยประโยชน์ใช้สอยและมีดีไซน์ที่ดึงดูด ซึ่งมีชื่อเสียงมาอย่างต่อเนื่องยาวนาน ทั้งในแง่การฟอกอากาศภายในบ้านและอาคารให้บริสุทธิ์ พร้อมเติมสัมผัสอันสง่างามร่วมสมัยให้แก่บ้านทุกหลัง และภายใต้แบรนด์ เมซอง เบอร์ชเย่ ปารีส มีการผสานเทคนิคดั้งเดิมเข้ากับความทันสมัยได้อย่างลงตัว จึงก้าวเป็นแบรนด์หนึ่งเดียวระดับโลกด้านการสร้างกลิ่นหอมภายในบ้าน

นอกจากนี้ น้ำหอมถือเป็นหัวใจของธุรกิจในทุกกลุ่มผลิตภัณฑ์ มุ่งเน้นงานสร้างสรรค์กลิ่นที่หอมตราตรึงและสัมผัสแห่งความหอมที่สลับซับซ้อน ด้วยความก้าวล้ำของเทคโนโลยีที่สร้างสรรค์กลิ่นหอมที่เย้ายวนใจ ได้รับสิทธิบัตรในระดับสากล ได้รับฉลาก EPV (Enterprise du Patrimoine Vivant-Living Heritage Company) ซึ่งเป็นการยืนยันบทบาทของแบรนด์ในฐานะตัวแทนของประเทศฝรั่งเศส ฉลากนี้ออกให้โดยรัฐบาลฝรั่งเศสเพื่อเชิดชูบริษัทสัญชาติฝรั่งเศสที่มีทักษะเชิงช่างและมีความรู้ด้านอุตสาหกรรมอันโดดเด่น

“สำหรับก้าวต่อไปนั้น เมซอง เบอร์ชเย่ ปารีส กรุ๊ป จะยังคงมุ่งมั่นพัฒนานวัตกรรมและเทคโนโลยีใหม่ๆ เพื่อสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์เครื่องหอมสำหรับบ้านที่สามารถตอบสนองความต้องการให้ครบทุกกลุ่มลูกค้า โดยมีเป้าหมายที่จะเข้าถึงคนรุ่นใหม่ให้มากขึ้น ซึ่งกำลังเดินหน้าใช้สื่อสังคมออนไลน์เป็นตัวช่วย ทั้งนี้ ผลิตภัณฑ์ที่เคยใช้ชื่อ ลอมป์ เบอร์ชเย่ ปารีส จะกลายเป็นหนึ่งในกลุ่มผลิตภัณฑ์ภายใต้การดูแลของ เมซอง เบอร์ชเย่ ปารีส กรุ๊ป โดยสมบูรณ์ ซึ่งประกอบไปด้วย ผลิตภัณฑ์เครื่องหอมสำหรับบ้าน ได้แก่ ตะเกียงน้ำหอม (Lamp) บูเก้ (Bouquet) หรือก้านกระจายความหอม เทียน (Candle) และผลิตภัณฑ์สำหรับการเดินทาง อาทิ เครื่องหอมปรับอากาศในรถยนต์ (Car Diffuser) และสเปรย์น้ำหอม (Room Spray)”

ร่วมสัมผัสนิยามใหม่แห่งความหอมระดับโลกได้ที่เมซอง เบอร์ชเย่ ปารีส ทุกสาขา สอบถามเพิ่มเติมได้ที่02-2542780 หรือ 02-6720498 ต่อ 113 หรือที่www.maisonbergerthailand.com, เฟซบุ๊ค https://www.facebook.com/maisonbergerthailand และอินสตาแกรม
https://www.instagram.com/maisonbergerthailand/

มิ๊ค-ณัฏฐกรม์ ชุณหะวัณ, แคท-วันทิตา ลิ่วเฉลิมวงศ์, พลอย- ปณิตา ศรไทยเทวา, กบ-ฐิติพงศ์ ล้อประเสริฐ และ มิ้งค์-ณัฏฐิ์ประภา ชุณหะวัณ

มิ๊ค-ณัฏฐกรม์ ชุณหะวัณ, แคท-วันทิตา ลิ่วเฉลิมวงศ์, พลอย- ปณิตา ศรไทยเทวา, กบ-ฐิติพงศ์ ล้อประเสริฐ และ มิ้งค์-ณัฏฐิ์ประภา ชุณหะวัณ

แคท-วันทิตา ลิ่วเฉลิมวงศ์, ฟอร์ด-จารุเดช บุญญสิทธิ์ และ หมู-จุฬาลักษณ์ ปิยะสมบัติกุล

แคท-วันทิตา ลิ่วเฉลิมวงศ์, ฟอร์ด-จารุเดช บุญญสิทธิ์ และ หมู-จุฬาลักษณ์ ปิยะสมบัติกุล

ทีเอ็มบี ยื่นมือช่วยแก้ปัญหา เด็กมีภาวะบกพร่องทางการได้ยิน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/379726

ทีเอ็มบี ยื่นมือช่วยแก้ปัญหา เด็กมีภาวะบกพร่องทางการได้ยิน

ทีเอ็มบี ยื่นมือช่วยแก้ปัญหา เด็กมีภาวะบกพร่องทางการได้ยิน

วันพฤหัสบดี ที่ 29 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561, 06.00 น.

ทีเอ็มบี ได้ริเริ่มโครงการ ไฟ-ฟ้า โดยอาสาสมัครทีเอ็มบี เปลี่ยนชุมชนเพื่อความยั่งยืนขึ้นภายใต้แนวคิด Make THE Difference เปลี่ยน… เพื่อให้ชีวิตคุณดีขึ้น โดยหนึ่งใน 37 โครงการของปี 2561 ภายใต้ชื่อโครงการมิราเคิล ออฟ ซาวด์ ซึ่งเป็นโครงการรวบรวมองค์ความรู้เพื่อชมรมประสาทหูเทียมแห่งประเทศไทย และสนับสนุนด้านการสื่อสารให้สังคมได้มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการรักษาภาวะบกพร่องทางการได้ยินของเด็กๆ เพื่อช่วยการแก้ปัญหาอย่างยั่งยืนในอนาคต

ปิติ ตัณฑเกษม ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ทีเอ็มบี กล่าวว่า ทีเอ็มบี มองเห็นถึงความมุ่งมั่นของกลุ่มพ่อแม่ หมอและอาจารย์ในชมรมประสาทหูเทียมฯ ที่ร่วมมือกันมายาวนานถึง 5 ปีในการก่อตั้งเป็นชมรมประสาทหูเทียมแห่งประเทศไทย เพื่อให้การแก้ปัญหาเรื่องนี้เป็นไปอย่างยั่งยืนในอนาคต ทีเอ็มบี จึงให้การสนับสนุนการยกระดับชมรมประสาทหูเทียมฯ เพื่อก้าวไปสู่การจัดตั้งเป็นสมาคมประสาทหูเทียมแห่งประเทศไทย และรับเป็นที่ปรึกษาอย่างต่อเนื่องไปอีก 1 ปี

สรเทพ โรจน์พจนารัช กรรมการและผู้ร่วมก่อตั้งชมรมประสาทหูเทียมแห่งประเทศไทย เผยถึงวัตถุประสงค์ของการก่อตั้งชมรมประสาทหูเทียมฯ ว่า เพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจแก่สังคมเกี่ยวกับภาวะความบกพร่องทางการได้ยิน ที่ไม่ใช่อาการหูหนวก ว่าสามารถรักษาให้หายได้ หากรีบรักษาแต่เนิ่นๆ อีกทั้งผลักดันให้ภาครัฐ ยื่นมือเข้ามาช่วยเรื่องค่ารักษาแก่เด็กที่มีภาวะความบกพร่องทางการได้ยินได้อย่างเป็นรูปธรรม สิ่งที่สำเร็จเกิดขึ้นเป็นรูปธรรมแล้วคือ ลูกข้าราชการสามารถเบิกค่าผ่าตัดและค่าอุปกรณ์ได้ 80% มีการออกกฎหมายบังคับให้โรงพยาบาลทุกแห่งต้องทำการทดสอบการได้ยินของเด็กแรกเกิดทุกคน มีการจัดตั้งศูนย์การฝึกการพูดทั่วประเทศ ช่วยฝึกพูดหลังการผ่าตัดเพื่อให้เด็กพูดได้เป็นปกติ

“สิ่งที่เราจะผลักดันต่อไปคือ สิทธิขั้นพื้นฐานของเด็กที่ผ่าตัดใช้ประสาทหูเทียม ต้องมีสิทธิสมัครเข้าเรียนโรงเรียนใดก็ได้ และจะเรียกร้องสิทธิขั้นพื้นฐานให้เด็กทั่วไป ที่ไม่ได้เป็นลูกข้าราชการสามารถเบิกค่ารักษาได้ด้วย จากชมรมเล็กๆ เรากำลังจะจัดตั้งเป็นสมาคมประสาทหูเทียมแห่งประเทศไทยในอีก 1-2 เดือนข้างหน้า ต้องขอบคุณ ทีเอ็มบี ที่ให้การช่วยเหลือในหลายด้าน รวมถึงการส่งเสริมสนับสนุนด้านข้อมูลในการดำเนินการเพื่อขอจัดตั้งสมาคม และจัดทำวีดีโอคอนเทนต์ เพื่อให้ความรู้เรื่องการฝึกสอนการพูดแก่เด็กที่ไม่ได้ยินเสียง ในช่วงฟื้นฟูการพูดหลังการผ่าตัด และทีเอ็มบียังจัดหาสินเชื่ออัตราดอกเบี้ยถูกพิเศษ เพื่อเป็นทางเลือกสำหรับผู้ปกครองสามารถกู้เป็นค่าผ่าตัดและค่าอุปกรณ์“

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ แพทย์หญิงจรินรัตน์ สิริรัฐวรรณ รองคณบดีฝ่ายบริหาร มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ภาควิชาโสต สอ นาสิกวิทยา คณะแพทยศาสตร์ แพทย์ที่ปรึกษาในชมรมประสาทหูเทียมแห่งประเทศไทย เผยว่า ปัญหาการได้ยินเสียงของเด็กส่วนใหญ่มาจากการตั้งครรภ์ของคุณแม่ดูแลตัวเองได้ดีแค่ไหน บ้านเราพาเด็กมารักษาช้าเมื่อเด็กมีอายุ 3-4 ขวบแล้ว อาจเพราะรู้ช้า หรือบางรายปฏิเสธการรักษา

“คุณพ่อคุณแม่ ผู้ปกครอง ควรนำเด็กแรกเกิดไปตรวจทดสอบการได้ยิน หลังจากนั้นให้สังเกตเมื่อพูดคุยกับลูก โดยอยู่ด้านหลังเด็กแล้วลองเรียกเขา ถ้าเขาไม่ตอบเสียงเรียกก็อาจจะมีอะไรผิดปกติ หรือเมื่อเด็กอายุ 1 ขวบแล้วยังไม่เรียกพ่อ แม่ ควรนำเด็กมาตรวจการได้ยินเสียง อย่างช้าไม่เกินขวบครึ่ง อย่าปล่อยให้ประสาทหูเสื่อมมากจนกลายเป็นหูหนวก จะไม่สามารถรักษาได้ ในรายที่ประสาทหูเสื่อมไม่มาก ให้ใช้เครื่องช่วยฟัง แล้วฝึกพูด ฝึกฟัง ก็สามารถกลับไปใช้ชีวิตปกติ สำหรับรายที่หูเสื่อมมากใช้เครื่องช่วยฟังไม่ได้ผล ควรรักษาด้วยการผ่าตัดใส่ประสาทหูเทียม การผ่าตัดยิ่งเร็วยิ่งดี ผ่าตอน 1 ขวบ เด็กจะตามกันทันที่ 3-4 ขวบ แต่ถ้าผ่าหลัง 5-7 ขวบไปแล้ว พัฒนาการด้านการได้ยินของเด็กจะช้าลง วันแรกที่เปิดเครื่องประสาทหูเทียม คือวันแรกที่เด็กได้ยิน ซึ่งเขาจะต้องได้รับการฝึกฟัง ฝึกพูด จนกว่าจะสามารถพูดได้เป็นปกติในอีก 2 ปีถัดไป”

น้องพีพี-อดุลวิทย์ โรจน์พจนารัช อายุ 15 ปี ซึ่งได้รับการผ่าตัดใช้ประสาทหูเทียมเมื่อตอนอายุ 4 ขวบ ได้เล่าให้ฟังถึงการรักษาที่ผ่านมา
ว่าหลังการผ่าตัดใช้ประสาทหูเทียม บอกว่า “เริ่มได้ยินเสียงพ่อแม่เป็นครั้งแรกรู้สึกตกใจมากหลังจากนั้นแม่จะพาไปฝึกฟังฝึกพูดทุกวัน ซึ่งใช้เวลาไม่ถึงหนึ่งปี ก็เริ่มพูดได้ และพูดได้ชัดขึ้นเหมือนคนอื่นทั่วไป ในช่วงแรกผมรู้สึกว่ามันยากและรู้สึกท้อแต่ผมก็พยายามฝึก เพราะอยากพูดได้เหมือนคนอื่นที่สำคัญมีพ่อแม่ให้กำลังใจและทุ่มเทเวลาให้ผมเต็มที่ ผมเลยมีพัฒนาการที่ไวกว่าคนอื่น

สำหรับผู้ที่มีภาวะบกพร่องทางการได้ยินเสียง สนใจเข้าร่วมเป็นสมาชิกชมรมประสาทหูเทียมฯ สามารถติดต่อได้ที่ เฟซบุ๊ค ชมรมประสาทหูเทียมแห่งประเทศไทย และติดตามกิจกรรมดีๆ ของอาสาสมัครทีเอ็มบี เพื่อร่วมสร้างแรงบันดาลใจ หรือสนับสนุนการ “เปลี่ยน” เพื่อสังคมที่น่าอยู่ ได้ที่ https://www.tmbfoundation.or.th, https://www.instagram.com/makethedifference_by_tmb