‘เปิดเผย หรือเก็บตัว’ คนทำงานติดโผกลุ่มไหน?

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/life/572751

  • วันที่ 03 ธ.ค. 2561 เวลา 13:00 น.

‘เปิดเผย หรือเก็บตัว’ คนทำงานติดโผกลุ่มไหน?

เรื่อง ราตรีแต่ง

การสัมภาษณ์งานถือเป็นประตูด่านสำคัญ ในการเข้าทำงานกับองค์กรที่เราต้องการ การสัมภาษณ์งานของหลายๆ คนก็ประสบความสำเร็จราบรื่น แต่บางคนกลับประหม่า รู้สึกวิตกกังวลจนทำให้การสัมภาษณ์นั้นสะดุดกึก

คนทำงานล้วนมีบุคลิกภาพและวิธีการการสื่อสารแตกต่างกันออกไป ซึ่งลักษณะเฉพาะตัวเหล่านี้ นับเป็นปัจจัยหลักในการพิจารณารับคนเข้าทำงานในด่านแรกเลยทีเดียว แสงเดือน ตั้งธรรมสถิตย์ ผู้ร่วมก่อตั้งและหัวหน้าผู้บริหารด้านปฏิบัติการของจ๊อบไทย (JobThai) เผยเทคนิคการเข้าสัมภาษณ์งาน โดยแยกคนทำงานออกเป็น 2 กลุ่ม คือ กลุ่มคนมีลักษณะเปิดเผย (Extrovert) และกลุ่มคนมีลักษณะเก็บตัว (Introvert) เพื่อใช้เป็นแนวทางในการสัมภาษณ์รับพนักงาน

ปัญหาคือคนส่วนใหญ่มักเข้าใจว่าคนยิ้มแย้มแจ่มใส ชอบพูดชอบคุย ในแบบกลุ่มคนเอ็กซ์โทรเวิร์ต ก็น่าจะได้เปรียบมากกว่าคนอินโทรเวิร์ตพวกชอบเก็บเนื้อเก็บตัว แต่ในข้อเท็จจริงการสัมภาษณ์งานถือเป็นความท้าทายของคนทั้งสองกลุ่ม ดังนั้น ถ้าคนทำงานสามารถทำความเข้าใจว่าตัวเองอยู่ในคุณสมบัติกลุ่มใด และมีการเตรียมความพร้อมที่ดี ก็จะช่วยเสริมความมั่นใจและทำให้การสัมภาษณ์งานนั้นมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

ชอบสังคม ชอบพบปะสนทนา

ใครเข้าข่ายนี้ คือพวกติดกลุ่มเอ็กซ์โทรเวิร์ต คนกลุ่มนี้มักจะมีความสามารถในการเข้าสังคม ชอบพูดชอบคุย โอภาปราศรัยเข้ากับผู้คนได้ดีมาก

การสัมภาษณ์งานก็ดูเหมือนจะไม่ใช่เรื่องยาก แสงเดือน ในฐานะคร่ำหวอดเรื่องคัดคนทำงาน เผยข้อเท็จจริงกลับถือเป็นความท้าทายสำคัญอย่างหนึ่ง ซึ่งคนกลุ่มนี้ต้องเผชิญ พวกติดนิสัยในกลุ่มนี้ มักพูดสิ่งที่รู้สึกออกมาอย่างรวดเร็ว จนอาจทำให้เกิดความผิดพลาดได้ เนื่องจากองค์ประกอบหลักที่ผู้สัมภาษณ์นำมาใช้ในการตัดสิน คือเรื่องของทักษะการสื่อสาร ทัศนคติ ในการสัมภาษณ์งานที่คนกลุ่มนี้ควรนำไปปรับใช้ ควรมีดังนี้

สร้างความได้เปรียบเลือกงานที่ได้พบปะผู้คน งานด้านการขาย งานบริการลูกค้า งานการตลาด งานประชาสัมพันธ์

การพูดคุยก่อนเริ่มการสัมภาษณ์ แม้ว่าจะเป็นเรื่องดีในการทำความรู้จักกัน และทำให้บรรยากาศการสัมภาษณ์ดูผ่อนคลายมากขึ้น นับเป็นช่วงเวลาในการสร้างความประทับใจแรก โดยธรรมชาติของคนเอ็กซ์โทรเวิร์ต ก็จะชอบพูดเสนอความเป็นตัวเองให้มากไว้ก่อน แต่สิ่งสำคัญกว่านั้นคือต้องพยายามจับประเด็นผู้สัมภาษณ์ให้ได้ ควรตอบให้กระชับ ตรงประเด็นมากที่สุด เพราะคือการแสดงความมืออาชีพ เมื่อผู้สัมภาษณ์ถามคำถามปลายเปิด จึงจะเป็นโอกาสอธิบายเพิ่มเติมถึงผลงาน และสถานการณ์ที่เคยผ่านมา ซึ่งเป็นการนำเสนอตัวเองที่เหมาะสม และผู้สัมภาษณ์ก็จะรู้สึกถึงความตั้งใจของเราได้เป็นอย่างดี

เรียนรู้ที่จะเป็นผู้ฟังที่ดี คนบุคลิกในกลุ่มนี้ ชอบเป็นผู้นำในการสนทนา แต่สำหรับการสัมภาษณ์งานต้องมองถึงความเหมาะสมและกาลเทศะเป็นสำคัญ โดยให้ผู้สัมภาษณ์เป็นคนนำบทสนทนา และยอมเป็นผู้ฟังที่ดี เพราะจะทำให้ทราบถึงแนวทางของการสัมภาษณ์ว่าจะไปในทิศทางไหน และอีกหนึ่งสิ่งที่ไม่ควรทำคือการพูดแทรกในระหว่างที่ผู้สัมภาษณ์กำลังพูด คนช่างเจรจาพาทีมักจะตอบคำถามขึ้นมาทันทีที่คิดได้ ควรฟังให้จบประโยค รวมถึงทบทวนคำถามให้ดีก่อนแล้วค่อยตอบออกไป อย่ารีบพูดแทรก จนทำให้คนสัมภาษณ์รู้สึกว่าความใจร้อนแบบนี้ อาจกลายเป็นปัญหาในการทำงานต่อไปได้

ชอบเก็บตัว พูดน้อย

การสัมภาษณ์งานสำหรับคนอินโทรเวิร์ต นับเป็นเรื่องที่ค่อนข้างกดดัน ด้วยนิสัยชอบเก็บตัว พูดน้อย ไม่ชื่นชอบเข้าสังคมท่ามกลางคนหมู่มาก หรือไม่มีทักษะในการเริ่มสนทนากับคนแปลกหน้า ด้วยลักษณะนี้เองจึงสร้างความกดดัน อาจทำให้การสัมภาษณ์งานออกมาไม่ดีเท่าที่ควร จึงทำให้คนกลุ่มนี้ต้องมีการเตรียมตัวให้มากกว่าคนอื่น โดยมีข้อแนะนำ ดังนี้

ศึกษาคุณสมบัติของตำแหน่งงานให้ละเอียด วิเคราะห์ว่าเราเหมาะสมกับตำแหน่งที่เปิดรับหรือไม่ อีกทั้งควรฝึกตอบคำถามที่มักถูกใช้ในการสัมภาษณ์งาน เช่น การแนะนำตัวเอง การเล่าถึงสิ่งที่เคยทำมาในอดีต ฯลฯ เพื่อสร้างความมั่นใจซึ่งจะเป็นผลดีต่อการสัมภาษณ์งาน นอกจากนี้ควรไปถึงก่อนเวลานัดสัมภาษณ์ เพื่อที่จะได้สร้างความคุ้นเคยกับสถานที่ และลดอาการประหม่าลงได้

อัดวิดีโอการตอบคำถามเพื่อแก้ไขจุดบกพร่อง อีกวิธีสร้างความมั่นใจก่อนการสัมภาษณ์งานจริง ทำให้เราเห็นชัดถึงจุดบกพร่อง และสามารถแก้ไขได้อย่างตรงจุดมากที่สุดอีกด้วย

พูดถึงความสำเร็จด้วยความมั่นใจ คนอินโทรเวิร์ตมักจะไม่ค่อยมั่นใจที่จะพูดถึงผลงาน และความสำเร็จของตัวเอง แต่ในการสัมภาษณ์งานหากไม่กล้าพูด และแสดงออกถึงความสำเร็จเช่นนี้ อาจทำให้เสียเปรียบคู่แข่งคนอื่น เพราะถึงแม้ผู้สัมภาษณ์จะดูผลงานจากในเรซูเมหรือแฟ้มสะสมผลงานได้ แต่การบอกเล่าเรื่องราวในเชิงลึกด้วยตัวเราเอง ย่อมทำให้เราเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจมากขึ้น

ดังนั้น ลองปรับมุมมองพูดถึงความสำเร็จให้เป็นเหมือนการเล่าเรื่องราวบางอย่าง ฝึกซ้อมอัดวิดีโอ และสามารถทำได้อย่างเป็นธรรมชาติ ซึ่งจะช่วยเพิ่มโอกาสให้ผู้สัมภาษณ์ตัดสินใจรับเราเข้าทำงานได้ง่ายขึ้น

นำข้อดีมาเป็นจุดขาย ข้อดีของคนกลุ่มนี้คือพร้อมรับฟังความคิดเห็นของคนอื่น มีความเห็นอกเห็นใจ นอกจากนี้ยังมีบุคลิกเอาจริงเอาจัง และมุ่งเน้นเรื่องรายละเอียดในงาน หากมีเวลาเตรียมตัวที่มากพอ คนอินโทรเวิร์ตยังสามารถฉายแววเด่นในที่ประชุมและการนำเสนองานอีกด้วย โดยเฉพาะงานที่ใช้ความรอบคอบ และไม่ต้องพบปะผู้คนเยอะๆ เช่น ผู้ตรวจสอบบัญชี ที่ปรึกษา นักวิจัย ตลอดจนศิลปิน นักเขียน ผู้ตรวจพิสูจน์อักษร กราฟฟิกดีไซเนอร์ งานไอที เป็นต้น

การรู้จักตัวตนจะส่งผลต่อการเลือกงานได้เหมาะสมแล้ว ยังจะช่วยให้การสัมภาษณ์งานมีประสิทธิภาพมากขึ้น รวมทั้งเอื้อต่อการพัฒนาข้อบกพร่องต่างๆ ของเราให้ดีขึ้นอยู่เสมอ ซึ่งจะส่งผลทำให้ได้ใช้จุดแข็งของตัวเองเป็นประโยชน์ต่อชีวิตงานได้มากที่สุด

‘ซื้อน้อย ใช้ซ้ำ ทำเอง’ นิยามคนยุคนี้

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/life/572748

  • วันที่ 03 ธ.ค. 2561 เวลา 12:30 น.

‘ซื้อน้อย ใช้ซ้ำ ทำเอง’ นิยามคนยุคนี้

เรื่อง ภาดนุ ภาพ บารมี เต็มบุญเกียรติ/กรีนพีซ

สังคมสมัยใหม่ขับเคลื่อนด้วยกระแสการบริโภคที่ล้นเกิน หลายคนซื้อของแล้วไม่ได้ใช้หรือใช้เพียงไม่กี่ครั้งก็ทิ้ง ทั้งๆ ที่สิ่งของชิ้นนั้นยังมีอายุการใช้งานได้อีก

เมื่อเป็นเช่นนี้กรีนพีซจึงอยากเชิญชวนให้ทุกคนลดการบริโภคที่เกินความจำเป็น โดยจัดกิจกรรมเวิร์กช็อป Make SMTHNG Week ขึ้น เพื่อรณรงค์ให้ซื้อให้น้อยลง แล้วหันมาซ่อมแซม หรือสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับวัสดุเหลือใช้ที่มีอยู่มากขึ้น พร้อมทั้งชักชวนกลุ่มคนที่ชาวโซเชียลมีเดียให้ความสนใจและติดตาม มาร่วมพูดคุยในหัวข้อ “Shopless Society ซื้อน้อย ใช้ซ้ำ ทำเอง” เพื่อแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและมุมมองใหม่ๆ ที่นอกจากจะช่วยประหยัดเงินในกระเป๋าแล้ว เรายังมีส่วนช่วยรักษาสิ่งแวดล้อมอีกด้วย

เปรม พฤกษ์ทยานนท์ เจ้าของแฟนเพจเฟซบุ๊ก : ลุงซาเล้งกับขยะที่หายไป ซึ่งมีแฟนคลับติดตามมากมาย ให้ความเห็นในเรื่องการลดใช้ทรัพยากรที่ล้นเกินไว้อย่างน่าฟัง

“ด้วยความที่ครอบครัวผมทำธุรกิจรับซื้อของเก่าอยู่แล้ว งานหลักของเราก็คือการแยกสิ่งของหลายๆ อย่างที่สามารถนำมารีไซเคิลได้ เพื่อนำไปผลิตเป็นวัสดุที่นำมาใช้ได้ใหม่ ซึ่งคนทั่วไปไม่ค่อยให้ความสำคัญกับเรื่องนี้สักเท่าไร ดูได้จากการทิ้งขยะในปัจจุบัน ที่ส่วนใหญ่มักจะไม่ค่อยใส่ใจแยกประเภทขยะตอนทิ้งกันมากนัก ทำให้ขยะที่ควรจะได้รับการรีไซเคิลได้ ไม่สามารถเดินทางไปถึงจุดหมายที่ควรจะเป็น ดังนั้น ผมจึงมีไอเดียในการทำแฟนเพจขึ้นมา โดยมีคอนเซ็ปต์เป็นเรื่องที่ตลกๆ และกวนๆ หน่อย เพราะคนทั่วไปจะไม่ชอบเรื่องที่ซีเรียสมากนัก

ก่อนอื่นผมขออธิบายคำสองคำที่ลงไว้ในเพจ นั่นคือคำว่า ‘รีไซเคิล’ กับ ‘อัพไซเคิล’ ซึ่งสองคำนี้ต่างกัน การรีไซเคิลคือการนำวัสดุนั้นๆ ไปผ่านกระบวนการหมุนเวียนเพื่อนำกลับมาใช้ใหม่ เช่น ขวดน้ำดื่ม ที่เราสามารถนำไปทำเส้นใยโพลีเอสเตอร์เพื่อทำเสื้อผ้าได้ ส่วนการอัพไซเคิลคือการนำวัสดุที่หมดคุณค่าแล้วไปผ่านกระบวนการทำให้เป็นวัสดุชนิดใหม่ที่ใช้ประโยชน์แตกต่างออกไปและใช้ได้จริง ซึ่งทั้งสองคำนี้คือดีทั้งคู่ เพราะสามารถยืดการใช้ประโยชน์วัสดุบางอย่างให้สามารถนำกลับมาใช้ได้อีกครั้ง แต่ทั้งสองกระบวนการนี้ถือเป็นการแก้ปัญหาที่ปลายเหตุแล้ว ถ้าจะให้ดีเราควรลดการใช้ให้น้อยลง อันไหนสามารถซ่อมแซมหรือนำกลับมาใช้ใหม่ได้ก็ควรทำ”

เปรมบอกว่า แม้ปัญหาขยะจะเป็นเรื่องที่น่าปวดหัวก็จริง แต่ถ้าเราเปลี่ยนความคิดซะใหม่ว่า เราจะไม่เรียกของที่เราไม่ใช้แล้วว่าขยะ วัสดุชิ้นไหนถ้าเราสามารถนำกลับมาปรับใช้ให้เป็นสิ่งของอื่นๆ ได้อีกครั้ง เราก็ควรจะทำเป็นอย่างยิ่ง

“ในมุมมองของผม เวลาซื้อของสักอย่างมาใช้ ผมจะคำนึงถึงการใช้งานเป็นสำคัญ ว่าต้องทนทาน สามารถใช้ได้นาน ส่วนราคาแม้จะแพง แต่ถ้าเราซื้อมาใช้แล้วคุ้มผมก็ซื้อ แต่ผมจะไม่ค่อยซื้อของที่ทำจากพลาสติกคุณภาพต่ำ เนื่องจากเมื่อพังแล้ว มันจะไม่สามารถนำกลับไปเข้ากระบวนการรีไซเคิลหรืออัพไซเคิลได้ ซึ่งถ้าทุกคนคำนึงถึงเรื่องนี้โดยเริ่มจากตัวเองก่อน ผมว่าน่าจะมีส่วนช่วยลดการบริโภคล้นเกิน หรือช่วยประหยัดทรัพยากรของโลกได้แน่นอน”

ด้าน ลีฬภัทร กสานติกุล บก.บห.นิตยสาร My Home ก็ได้ให้แง่คิดในเรื่องการสร้างคุณค่าของสิ่งของเก่าๆ หรือการ D.I.Y.ให้ของเก่ามีความเก๋ไก๋และสามารถนำกลับมาใช้งานได้อีกครั้ง ว่าเป็นเรื่องที่น่าสนุก และเชื่อว่าทุกคนสามารถที่จะทำได้

“อย่างที่ทราบกันดีว่า นิตยสารและรายการทีวีที่ชื่อ My Home ของเราจะเน้นเนื้อหาที่เกี่ยวกับการตกแต่งบ้าน ซึ่งคนส่วนใหญ่เวลาพูดถึงการแต่งบ้าน ก็มักจะนึกถึงการจับจ่ายเงินเพื่อซื้อเฟอร์นิเจอร์หรือของตกแต่งอื่นๆ มาทั้งหมด แต่คอนเซ็ปต์หลักของเราจะเน้นการนำเสนอเนื้อหาที่มีการ D.I.Y. สิ่งของเก่าๆ ภายในบ้านให้สามารถนำกลับมาใช้งานได้ใหม่อีกครั้ง

ที่ผ่านมาเราเคยมีประสบการณ์ในการดีไอวายบ้านหลังหนึ่งที่ผ่านวิกฤตน้ำท่วมมาแล้ว ตอนนั้นเราต้องมานั่งสำรวจดูว่ามีของชิ้นไหนที่สามารถนำมาใช้ซ้ำได้บ้าง หรือถ้าของสิ่งนั้นไม่สามารถใช้ได้ เรามีไอเดียอะไรที่จะสามารถเปลี่ยนแปลงให้มันเป็นสิ่งใหม่แล้วนำกลับมาใช้งานได้บ้าง นี่ถือเป็นแนวทางของเราเลยที่จะต้อง Reuse, Reduce, Repair และ Upcycle เราจึงสร้างคอนเทนต์ขึ้นมาว่า เราต้องสามารถแปลงร่างของทุกอย่างที่มี ให้กลายเป็นของชิ้นใหม่ที่กิ๊บเก๋และใช้งานได้จริง ฉะนั้นเราก็ต้องมีทีมงานที่ช่วยต่อยอดไอเดียให้เราทำสิ่งใหม่ๆ ออกมาได้ ซึ่งก็ได้ น้องอร (อรพรรณ วัจนะเสถียรกุล) เข้ามาช่วยสร้างสรรค์ไอเดียดีๆ ให้กับทีมของเรา”

อรพรรณ วัจนะเสถียรกุล สาวเก่งผู้มีไอเดียบรรเจิดในการดีไอวาย เล่าว่า ด้วยความที่เธอเป็นคนชอบจินตนาการว่า วัสดุที่มีอยู่นั้น ถ้าไม่มีสภาพเหมือนอย่างที่มันเป็นอยู่ มันจะเป็นอะไรได้บ้าง เมื่อคิดได้แบบนั้นก็เกิดความรู้สึกท้าทายขึ้น เธอจึงเริ่มค้นคว้าหาไอเดียที่แปลกใหม่ว่า ของชิ้นหนึ่งนั้นจะสามารถนำไปเปลี่ยนรูปร่างให้กลายเป็นอะไรได้บ้าง

“ช่วงแรกๆ ที่เกิดไอเดีย อรก็ลองผิดลองถูกอยู่นาน โดยไม่เคยปิดกั้นความคิดของตัวเองเลยว่า ของชิ้นเดียวเราจะสามารถทำเป็นของใหม่ๆ ที่มีหน้าที่ในการใช้งานใหม่ๆ ได้หรือไม่ เพราะเมื่อลองคิดและทำไปเรื่อยๆ ก็เกิดความสนุก แถมยังต่อยอดไอเดียไปได้เรื่อยๆ เช่น นำลังพลาสติกใส่ผลไม้ที่มีวัสดุค่อนข้างหนาและทนทานมาทำเป็นโต๊ะปิกนิกที่สามารถนั่งได้ โดยติดฝาที่เป็นไม้อัดเข้าไปให้พอดี แล้วนำมาพ่นสี ติดสายโซ่เล็กๆ เอาไว้ดึงให้ฝาเปิดได้เวลาต้องการจะเก็บสิ่งของอื่นๆ ลงไป ซึ่งถือว่าเป็นโต๊ะปิกนิกอเนกประสงค์ที่ราคาถูกและทนทานมาก จึงถือเป็นการเปลี่ยนบทบาทให้กับลังใส่ผลไม้ไปด้วยในตัว

ของชิ้นต่อมาจะเป็นกระเป๋าสะพายของผู้หญิง ขนาดกำลังพอดีที่ทำจากพรมเช็ดเท้า (ของใหม่) ซึ่งเราเปลี่ยนหน้าที่ของมันให้เป็นกระเป๋าใส่ของจุกจิก โดยตัดเย็บและเพิ่มสายสะพายเข้าไป จึงถือเป็นการเพิ่มมูลค่าและฟังก์ชั่นในการใช้งานใหม่ๆ ได้ ตามมาด้วยเขียงไม้สี่เหลี่ยม เราก็เปลี่ยนหน้าที่ของมันให้กลายมาเป็นที่เก็บด้ายหรือไหมพรม โดยนำไม้หนีบผ้าเล็กๆ มาเป็นที่พันด้าย แล้วตอกหมุดสำหรับติดไม้หนีบเรียงไปให้ทั่วแผ่นเขียงไม้ แค่นี้ก็กลายเป็นของใช้งานและของตกแต่งบ้านไปพร้อมกันในชิ้นเดียวแล้ว

จากข้อมูลที่คนยุคนี้มักมีพฤติกรรมที่ไม่ชอบการซ่อมแซมเสื้อผ้าหรือของใช้บางอย่างที่สามารถซ่อมได้ แล้วนำมาใช้ซ้ำ จึงทำให้ของที่พวกเขาไม่ต้องการกลายเป็นขยะจากการบริโภคล้นเกินโดยไม่จำเป็นมากมาย ฉะนั้นอรจึงเห็นด้วยกับคำพูดของคุณเปรมที่ว่า ‘อย่ามองว่ามันเป็นแค่ขยะเท่านั้น แต่ให้เราเปลี่ยนหน้าที่การใช้งานของมันซะใหม่แทน’ ซึ่งถ้าคุณสามารถทำได้ ก็จะเป็นเรื่องที่น่าชื่นชมอย่างยิ่ง”

อรทิ้งท้ายว่า ทุกอย่างขึ้นอยู่กับไอเดียในการคิดและสร้างสรรค์ของแต่ละคนเป็นสำคัญ ไม่มีไอเดียไหนผิดหรือถูก ขอแค่ทุกคนลงมือทำเท่านั้น ก็ถือว่าได้เริ่มช่วยลดสิ่งของเหลือใช้จากการบริโภคเกินได้แล้วล่ะ

สำหรับ พิชามญชุ์ รักรอด หัวหน้าโครงการ Make SMTHNG Week 2018 จากกรีนพีซ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ กล่าวว่า การรณรงค์ลดการใช้ทรัพยากร ลดการทิ้งขยะ และอื่นๆ เพื่อรักษาสิ่งแวดล้อม ถือเป็นแค่เครื่องมืออย่างหนึ่งที่อาจจะมีส่วนช่วยได้บ้าง

“สิ่งสำคัญจริงๆ ในการลดการใช้ทรัพยากรที่ฟุ่มเฟือยลง กลุ่มแรกเลยดิฉันคิดว่าคือ ผู้บริโภค หากผู้บริโภคช่วยกันคนละไม้คนละมือตั้งแต่ต้นทาง เช่น ลด ละ เลิก การใช้พลาสติกประเภทขวดน้ำ หรือหลอดดูดน้ำให้น้อยลง ด้วยการพกหลอดกระดาษหรือหลอดไม้ ก็น่าจะเป็นจุดเริ่มต้นในการลดการใช้ทรัพยากรที่ฟุ่มเฟือยได้

กลุ่มที่สองคือ ผู้ผลิตสินค้า ซึ่งในยุคนี้จะต้องทำอย่างไรก็ได้ให้แพ็กเกจจิ้งของสินค้าตัวเองมีนวัตกรรมที่ดีมากขึ้น โดยการที่ผู้บริโภคอย่างเราจำเป็นจะต้องช่วยกันสะท้อนความคิดนี้ไปยังผู้ผลิตให้ได้มากที่สุด ด้วยการรณรงค์งดใช้ หรือส่งข้อมูลถึงบริษัทผู้ผลิต ซึ่งดิฉันเชื่อว่าพลังของผู้บริโภคนั้นสำคัญมาก ปัจจุบันนี้ผู้ผลิตเครื่องดื่มหลายรายก็ได้ออกมาให้ข้อมูลว่า ขวดเครื่องดื่มหรือซองบรรจุขนมของแบรนด์เขาจะสามารถนำกลับมารีไซเคิลได้อย่างสมบูรณ์พร้อม 100% ในปี 2020 ที่จะถึงนี้

แต่กระนั้นเราก็ยังมองว่า ปัจจุบันขยะที่สามารถนำไปรีไซเคิลได้นั้น ที่จริงมันเข้าไปอยู่ในระบบรีไซเคิลได้แค่ 9% เท่านั้น ยังมีขยะจำนวนมากที่ยังไม่เข้าสู่กระบวนการรีไซเคิลจริงๆ อีกมหาศาล ซึ่งทั้งหมดนี้ต้นทางมันอยู่ที่ผู้ผลิต ว่าจะทำอย่างไรให้บรรจุภัณฑ์ของแบรนด์ตัวเองย่อยสลายได้โดยไม่ก่อมลภาวะหรือส่งผลต่อสิ่งแวดล้อม ซึ่งเรื่องนี้ผู้ผลิตก็ต้องหาทางพัฒนานวัตกรรมของตัวเองให้ทันโลกต่อไป

ส่วนที่สามคือ ภาครัฐ ซึ่งถือเป็นหน่วยงานสำคัญที่เป็นผู้ออกกฎหมาย เพื่อส่งเสริม สนับสนุน ควบคุม ผลักดัน จูงใจหรือกระตุ้นให้ผู้ผลิตกล้าที่จะผลิตบรรจุภัณฑ์ที่ย่อยสลายตามธรรมชาติได้มากยิ่งขึ้น โดยอาจจะลดหย่อนในเรื่องการเสียภาษีให้กับบริษัทผู้ผลิตที่ใช้บรรจุภัณฑ์ประเภทนี้ เป็นต้น ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับการหันหน้าเข้ามาคุยกันและช่วยกันแก้ปัญหาอย่างจริงจัง”

พิชามญชุ์ ทิ้งท้ายว่า คนทั่วไปก็สามารถช่วยได้เช่นกัน โดยอาจจะพกขวดน้ำชนิดที่สามารถเติมน้ำหรือนำกลับมาใช้ได้ใหม่ หรืออาจจะลองประดิษฐ์สิ่งของบางอย่างใช้เอง หรือนำของบางอย่างกลับมาใช้ใหม่อีกครั้ง ซึ่งก็ขึ้นอยู่กับความใส่ใจของทุกคน ว่าต้องค้นหาไอเดียดีๆ แล้วลงมือทำให้นำมาใช้ได้จริง ถ้าทุกคนร่วมด้วยช่วยกัน จากหลักพัน เป็นหลักแสน และหลักล้านคน เชื่อว่าก็น่าจะช่วยลดการบริโภคที่ล้นเกินให้น้อยลงหรือหมดไปได้

‘ณดา-ณดล’ ตะลุยอาณาจักรเลโก้

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/354824

‘ณดา-ณดล’ ตะลุยอาณาจักรเลโก้

‘ณดา-ณดล’ ตะลุยอาณาจักรเลโก้

วันพุธ ที่ 1 สิงหาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

ฉลาดสมวัย สมเป็นพรีเซ็นเตอร์ “สก๊อต คิตซ์ ซุปไก่สกัดสำหรับเด็ก” น้องณดา จึงออกปากชวน แม่กบ-สุวนันท์ และ น้องณดล ไปตะลุย อาณาจักรเลโก้ ในงาน บริคไลฟ์ บิวท์ ฟอร์ เลโก้ แฟน (BRICKLIVE Built For LEGO Fans) ณ เพลนารี ฮอลล์ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา แม่กบ เผยว่า “การต่อเลโก้ช่วยพัฒนาการทางด้านร่างกายได้ เป็นการฝึกฝนให้เด็กๆ เกิดพัฒนาการด้านนิ้วมือในการหยิบจับสิ่งของต่างๆ พัฒนาความฉลาดทางอารมณ์และฝึกสมาธิ ทำให้เด็กใจเย็นและมีความคิดสร้างสรรค์มากขึ้น รู้จักดัดแปลงสิ่งที่มีและสร้างให้เกิดเป็นสิ่งใหม่ๆ ได้ ซึ่งงานนี้ช่วยให้เด็กๆ สนุกเพลิน และมีความสุขมากๆ ค่ะ”

‘ทัช ณ ตะกั่วทุ่ง’ หวนจับไมค์ถิ่นเก่า

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/354820

‘ทัช ณ ตะกั่วทุ่ง’ หวนจับไมค์ถิ่นเก่า

‘ทัช ณ ตะกั่วทุ่ง’ หวนจับไมค์ถิ่นเก่า

วันพุธ ที่ 1 สิงหาคม พ.ศ. 2561, 02.00 น.

“ทัช ณ ตะกั่วทุ่ง” กลับมาปัดฝุ่นกลับบ้านเก่าอาร์เอส ด้วยผลงานเพลงประกอบซีรี่ส์ “พิฆเนศ มหาเทพไอยรา” (จันทร์-พฤหัสบดี 19.50 น. ศุกร์ 19.30 น.ช่อง 8) ในชื่อเพลงว่า “มหาเทพไอยรา” โดย ทัช เผยว่า “ผมห่างจากไมค์ที่อาร์เอสไปนานมาก ตอนที่ได้รับการติดต่อมาก็คิดว่าเป็นอะไรที่ท้าทายดีนะ เพราะเพลงนี้ต้องร้องออกมามีกลิ่นความเป็นอินเดียด้วยครับ มีชื่อเพลงว่า “มหาเทพไอยรา” ในเนื้อเพลงก็จะมีเนื้อหาที่กล่าวถึงมหาเทพไอยราที่ทุกคนเคารพนับถือ ท่านเป็นเทพแห่งความสำเร็จ และท่านเป็นตัวอย่างให้เราได้เห็นว่า หากเรามีความมุ่งมั่น หรือเพียรพยายามไปทางที่ดี ไม่ว่าอุปสรรค หรือปัญหา อันตรายใดๆ ก็จะแพ้ในความเพียรของเรา ตอนที่เข้าห้องอัดก็มีตื่นเต้นอยู่บ้าง (ยิ้ม) แต่ใช้เวลาอัดไม่ได้นานมาก เพราะเนื้อเพลงไม่ได้มีเยอะ แต่ต้องอาศัยเจาะเรื่องความละเอียดกันมากกว่า สำหรับผมถือว่าเป็นเกียรติที่ได้มาร้องเพลงประกอบซีรี่ส์ “พิฆเนศ มหาเทพไอยรา” และได้กลับมาทำงานให้บ้านหลังเดิมด้วย ขอบคุณผู้ใหญ่ทุกท่านที่ยังนึกถึงผมด้วยครับ ส่วนซีรี่ส์ผมได้เห็นตัวอย่างมาก่อนที่จะได้มาร้อง รู้ทันทีว่าเป็นฟอร์มยักษ์ ติดตามแน่นอน และตัวผมเองก็อยากรู้ด้วยครับว่าประวัติขององค์พระพิฆเนศที่เราเคารพนับถือเป็นยังไงครับ”

ร้อนแรงแซงอากาศ’บี น้ำทิพย์’ โพสท่าแซ่บริมสระอวดหุ่นเซ็กซี่

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/354928

ร้อนแรงแซงอากาศ'บี น้ำทิพย์' โพสท่าแซ่บริมสระอวดหุ่นเซ็กซี่

ร้อนแรงแซงอากาศ’บี น้ำทิพย์’ โพสท่าแซ่บริมสระอวดหุ่นเซ็กซี่

วันอังคาร ที่ 31 กรกฎาคม พ.ศ. 2561, 20.42 น.

31 ก.ค.61 ไม่รู้ว่ากระแสละคร เมีย2018 กับความภาพถ่ายเซตล่าสุดอะไรจะฮอตกว่า สำหรับดาราสาว “บี น้ำทิพย์” ที่ล่าสุดเจ้าตัวได้เดินทางไปพักผ่อนริมชายทะเล งัดชุดบิกินี่ออกมาใส่เล่นน้ำในสระ พร้อมโพสต์รูปโชว์หุ่นแซ่บแจกความสดใส ให้ได้ชมผ่านอินสตาแกรมกันแบบจัดเต็ม ซึ่งแต่ภาพมาพร้อมการโพสท่าแบบมืออาชีพแบบร้อนแรงสุดๆ ฮอตกว่านี้ก็ต้องพระอาทิตย์แล้วล่ะค่ะ

ต้องร้องหู้วว!! ‘มิน พีชญา’ ในชุดไทยเต็มเครื่อง งดงามดั่งนางในวรรณคดี

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/354889

ต้องร้องหู้วว!! ‘มิน พีชญา’ ในชุดไทยเต็มเครื่อง งดงามดั่งนางในวรรณคดี

ต้องร้องหู้วว!! ‘มิน พีชญา’ ในชุดไทยเต็มเครื่อง งดงามดั่งนางในวรรณคดี

วันอังคาร ที่ 31 กรกฎาคม พ.ศ. 2561, 18.53 น.

ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานเท่าใด ความงดงามของอาภรณ์ที่ถูกรังสรรค์ขึ้นด้วยจิตวิญญาณของความเป็นไทยยังคงได้รับความนิยม และไม่เคยจางหายไปตามกาลเวลา ถึงแม้ดีไซน์จะถูกปรับแต่งให้งดงามไปตามยุคสมัย แต่รูปแบบลวดลายอันเป็นอัตลักษณ์นิยมยังคงเด่นชัดจนเป็นเอกลักษณ์ที่ชาวโลกจดจำได้ทันทีเมื่อพบเห็นด้วยมนต์เสน่ห์ของชุดไทย

ทำให้ วนัช กูตูร์ ห้องเสื้อชุดไทยวิวาห์สุดหรู เกิดไอเดียที่จะสร้างปรากฏการณ์ใหม่ให้กับวงการชุดไทยด้วยการนำเสนอคอลเลคชั่นล่าสุด “งดงามดั่งนางในวรรณคดี” ซึ่งได้แรงบันดาลใจมาจาก นางสีดา และ มณีเมขลา นางในวรรณคดีของสองวรรณกรรมสุดคลาสสิกเรื่อง รามเกียรติ์และ มหาชนกชาดก โดยรังสรรค์ ความงดงามของอาภรณ์ไทยผ่านผ้าไหมยกลำพูนแท้แบบดั้งเดิมที่ได้บรรจงออกแบบ ปัก และตัดเย็บ ทั้งแบบชุดไทยโบราณ และ ไทยประยุกต์ ออกมาได้อย่างประณีตและงดงาม

อีกทั้งยังคงคุมโทนสียอดนิยม อย่าง สีขาว ครีม ทอง และเงิน ซึ่งคอลเลคชั่นนี้ยังได้นางเอกแถวหน้า อย่าง มิน พีชญา วัฒนามนตรี และ คณะหุ่นละครเล็กคลองบางหลวง มาร่วมถ่ายทอดผลงานชุดไทยสุดเลอค่า ในแบบต่างๆ ออกมาได้อย่างวิจิตตระการตาและดูสง่างามมากที่สุด เหมือนเมขลาหลุดออกมาจากในวรรณคดีอย่างแท้จริง พบกับชุดไทยโบราณแห่งยุคได้แล้ววันนี้ที่ ห้องเสื้อ วนัชกูตูร์  ปากซอยลาดพร้าว 50 สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่http://www.facebook.com/vanuscouture/ หรือโทร. 020024895, 020024896, 0959481137  Line  ID: vanuscoutureline

‘Reebok’ ปลุกพลังผู้หญิงทั่วโลกให้สวยฉลาด เซเลบดังทั่วโลกตบเท้าเข้าร่วมคับคั่ง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/354882

'Reebok' ปลุกพลังผู้หญิงทั่วโลกให้สวยฉลาด เซเลบดังทั่วโลกตบเท้าเข้าร่วมคับคั่ง

‘Reebok’ ปลุกพลังผู้หญิงทั่วโลกให้สวยฉลาด เซเลบดังทั่วโลกตบเท้าเข้าร่วมคับคั่ง

วันอังคาร ที่ 31 กรกฎาคม พ.ศ. 2561, 18.22 น.

เพราะผู้หญิงสามารถแข็งแกร่งได้มากกว่าที่เห็นภายนอกและมีพลังมากมายที่ซ่อนอยู่ภายในการสร้างแรงบันดาลใจจึงเป็นสิ่งสำคัญในการปลุกพลังในตัวของผู้หญิงให้สามารถก้าวข้ามผ่านอุปสรรคไปได้ และปลดปล่อยความรู้สึกไม่มั่นใจในตัวเอง รูปร่าง หรือความรู้สึกแย่ๆกับสิ่งต่างๆที่ตัวเองเคยเป็นได้ล่าสุดแบรนด์สปอร์ตแวร์ระดับโลกอย่าง Reebok ได้ประกาศแคมเปญในการปลุกพลังความแข็งแกร่งในตัวผู้หญิง ทั้งภายนอกและภายใน  นำทัพโดย …

นางแบบแถวหน้าในวงการแฟชั่นระดับโลก จีจี้ ฮาดิด

นักร้องเสียงทรงพลัง อารีอานา กรานเด

นักแสดงจากเรื่องแบล็ค แพนเธอร์ ดาไน กูริรา 

นักแสดงชื่อดังจากเกมส์ออฟโทรน และ ฟาส์ท แอนด์ฟิวเรียส 7 นาตาลี เอมมานูเอล

และ นักแสดงหญิงซูเปอร์ฮี่โร่สุดแกร่ง กัล กาด็อท

ร่วมถ่ายทอดความหมายของ #BeMoreHuman ซึ่งแต่ละคนก็มีแนวคิดที่แตกต่างกันไป แต่มีจุดมุ่งหมายในทิศทางเดียวกันคือการยอมรับและภาคภูมิใจในสิ่งที่ตัวเองเป็น และพัฒนาตัวเองให้มากที่สุดเท่าที่จะเป็นได้ โดยเราจะได้เห็นสิบสาวสุดสตรองจากหลากหลายวงการอาชีพ ทั้งนักร้อง นักแสดง นักกีฬา ไปจนถึงนักเคลื่อนไหวเพื่อสังคมออกมาแชร์มุมมอง  และเรื่องราวของตัวเองเพื่อสร้างแรงบันดาลใจให้กับผู้หญิงทั่วโลก พบกับผู้หญิงทรงพลังทั้งหมดได้ที่ http://www.reebok.com/bemorehuman

นอกจากนี้ Reebok ในสหรัฐอเมริกายังได้จัดทำเสื้อลิมิเต็ดอิดิชั่น โดยมีข้อความในการสร้างแรงบันดาล ออกจำหน่ายกว่า 10 แบบ โดยรายได้ทั้งหมด (ไม่รวมภาษีและค่าจัดส่ง) จะถูกแบ่งออกเป็นสองส่วนเท่าๆกันและนำไปบริจาคให้กับ Women’s Strength Coalition เครือข่ายผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพ และยิมต่างๆที่จับมือกันสร้างชุมชนอันเข็มแข็งและเข้าถึงการเทรนด์อย่างถูกวิธี และMovemeant Foundation มูลนิธิที่ทำงานเพื่อสร้างความมั่นใจในรูปร่างของผู้หญิงในแบบที่พวกเธอเป็น อีกด้วย

สำหรับสาวๆในเมืองไทยไม่ต้องน้อยใจไป ถึงแม้จะไม่มีเสื้อคอเลคชั่นนี้จำหน่ายในเทศไทยก็ตาม แต่สาวๆก็ยังสามารถร่วมแคมเปญกับ รีบอค ได้ในกิจกรรม “Donate in Sweat”  เพียงถ่ายรูปขณะออกกำลังกายพร้อมแคปชั่น #BeMoreHuman แชร์ในอินสตาแกรม หรือ ทวิตเตอร์ ร่วมเป็นกำลังใจและส่งพลังให้สาวๆทั่วโลกได้เช่นกัน สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม

http://www.facebook.com/ReebokThailand

https://www.instagram.com/reebokthailand  หรือ  02-8620790-4

‘คอนเสิร์ต คำภีร์ ไอ้เสือบุก’ เต็มอิ่มทุกนาที สมกับเป็นคอนเสิร์ตใหญ่ของปี

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/354859

‘คอนเสิร์ต คำภีร์ ไอ้เสือบุก’ เต็มอิ่มทุกนาที สมกับเป็นคอนเสิร์ตใหญ่ของปี

‘คอนเสิร์ต คำภีร์ ไอ้เสือบุก’ เต็มอิ่มทุกนาที สมกับเป็นคอนเสิร์ตใหญ่ของปี

วันอังคาร ที่ 31 กรกฎาคม พ.ศ. 2561, 17.40 น.

ขยับปรับเลื่อนคอนเสิร์ตใหญ่ที่วางแผนไว้มากันหลายรอบ ในที่สุด “พงษ์สิทธิ์ คำภีร์” ก็ขึ้นเวทีมอบความสุข ให้กับแฟนๆ ด้วย “คอนเสิร์ต คำภีร์ ไอ้เสือบุก” ไปเรียบร้อยเมื่อ 29 กรกฎาคมที่ผ่านมา ที่อิมแพ็ค อารีน่า เมืองทองธานี ซึ่งแฟนๆ ก็พากันไปให้กำลังใจศิลปินเพื่อชีวิตระดับตำนานอีกคนหนึ่งของบ้านเรากันอย่างคับคั่ง ตั้งแต่ช่วงบ่ายแก่ ที่รอบๆ สถานที่จัดงานมีกิจกรรมมากมายให้ได้ร่วมสนุกเพียบ อุ่นเครื่องให้แฟนๆ ได้คึกคักตั้งแต่ยังไม่เข้าไปในฮอลล์

เมื่อถึงเวลา “พงษ์สิทธิ์ คำภีร์”  ก็เปิดโชว์ ด้วยการให้สมาชิกแต่ละคนในวง รวมถึงนักดนตรีเสริมที่เป็นกลุ่มเครื่องสายได้แสดงฝีมือ ก่อนจะตะโกนก้อง “ไอ้เสือบุก” เริ่มต้นคอนเสิร์ตอย่างเป็นทางการด้วยเพลง “นักแสวงหา” แล้วตามด้วย “อยากไปบอลโลก” และเพลงที่เรื่องราวร้อยเรียงกันได้เป็นอย่างดี “แกกับฉัน”, “แกเพื่อนฉัน”, “เด็กชายรามี่” และ “เหตุเกิดที่รัฐฉาน”

ความสนุกสนานเพิ่มมากขึ้นเมื่อสามสมาชิก Room 39 ก้าวขึ้นเวทีพร้อมกับเพลง “มือปืน” ที่หนุ่มทอมเอาไปร้องใน รายการ “The Mask Singer” ตามด้วย “เสมอ”  ซึ่ง Room 39 ไม่ใช่ศิลปินรายเดียวที่มาสร้างสีสันให้กับคอนเสิร์ตนี้ เพราะถัดไปอีกไม่กี่เพลง กอล์ฟ ฟักกลิ้ง ฮีโร่ ก็พาเพื่อนๆ มาสร้างความหรรษาพาผู้ชม ชูมือร่วมกันทั้งฮอลล์ ไปกับ “กูเป็นนักศึกษา”, “อดทนไว้”และเพลงความหมายดีๆ ของพวกเขา “ราตรีสวัสดิ์” จากนั้นก็เป็นสองสมาชิกวงร็อคระดับตำนาน“โป่ง หินเหล็กไฟ” และ “ป็อป The Sun” ที่มาเติมสีดนตรีร็อค ด้วยเสียงร้องอมตะและเสียงกีตาร์ระดับหัวแถวของวงการ กับเพลงคลาสสิค “อย่าหยุดยั้ง” ของพวกเขา และ “ยอดชาย” ร่วมกับพงษ์สิทธิ์ คำภีร์

นอกจากความบันเทิงจะครบเครื่อง “คอนเสิร์ต คำภีร์ ไอ้เสือบุก” ยังออกแบบเวทีเป็นพิเศษ ทำเป็นแคทวอล์คทอดยาวจากเวทีใหญ่ไปหาเวทีเล็กที่หน้าอัฒจันทร์ด้านหลัง ทำให้พงษ์สิทธิ์ คำภีร์เข้าถึงแฟนเพลงได้อย่างใกล้ชิด ซึ่งเจ้าตัวก็เล่นเพลงอะคูสติคซึ้งๆ มากมาย ให้ได้ฟังกันที่เวทีอันแสนอบอุ่นนี้

ในที่สุดก็ถึงเวลาไอ้เสือจะถอย ด้วยเพลง “เสมอ” ที่แฟนๆ ร่วมร้องกันทั้งฮอลล์ แต่นี่ก็ยังไม่ใช่เพลงสุดท้าย เมื่อเสียงขอเอาอีกๆ ดังลั่น และ “ตลอดเวลา” ก็คือเพลงส่งแฟนเพลงของ“คอนเสิร์ต คำภีร์ ไอ้เสือบุก” ที่เสียงของผู้ชมขับขานบทเพลงนี้ดังกระหึ่ม สมกับเป็นคอนเสิร์ตใหญ่ คอนเสิร์ตที่ทั้งเจ้าของงาน ทั้งแฟนเพลงรอคอยมานานเหลือเกิน และเชื่อว่า ภาพทุกภาพ เสียงทุกเสียง เพลงทุกเพลงในวันนี้ จะตราตรึงอยู่ในความทรงจำของทุกคนในอิมแพ็ค อารีน่า ตลอดเวลา เสมอ แบบสุดใจ แน่นอน โดยวอร์นเนอร์ มิวสิค

 

 

‘โก้- ผิง’บวชพระที่อินเดีย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/354787

'โก้- ผิง'บวชพระที่อินเดีย

‘โก้- ผิง’บวชพระที่อินเดีย

วันอังคาร ที่ 31 กรกฎาคม พ.ศ. 2561, 14.55 น.

บุญนำทางต้องทำตามใจสั่งมา นักธุรกิจสาวใหญ่ ไฮโซผิง สุภาวดี ทัพมาลัย เปิดปากชัดๆ ทำไมถึงชอบบินไปทำบุญที่อินเดียบ่อยๆ เรียกว่าไปเกือบทุกเดือนก็ว่าได้ ล่าสุดไปร่วมงานบวชใหญ่เข้าพรรษา และร่วมบวชเด็กอินเดีย ที่วัดไทยพุทธคา รัฐพิหาร อินเดีย

ไฮโซผิง สุภาวดี นักธุรกิจสาวไฟแรงเว่อร์ บอกดังๆ เลยว่า “ชอบไปทำบุญที่อินเดียว รู้สึกผูกพันเหมือนบ้าน รู้สึกสบายใจอย่างบอกไม่ถูกที่ได้เป็นผู้ให้ จริงๆ ผิงก็ไม่ได้บริจาคอะไรเยอะแยะหรอก ถ้าเทียบกับไฮโซคนอื่นๆ บริจาคเยอะกว่าเรามาก แต่เราทำบุญตามกำลังทรัพย์ที่สำคัญคือเราทำด้วยใจจริง

“ปีนี้ผิงมาครบทุกช่วงวันสำคัญ ทั้งวันเกิด วันวาเลนไทน์ มาฆะ วิสาขะ อาสาฬหะ วันเข้าพรรษา ล่าสุดเพิ่งไปร่วมงานบวชใหญ่เข้าพรรษา วันที่ 25 กรกฎาคมที่ผ่านมา มีหลวงพ่อพระธรรมโพธิวงศ์ (วีรยุทธ์ วีรยุทฺโธ เจ้าอาวาสวัดไทยพุทธคยา หัวหน้าพระธรรมทูต สายประเทศอินเดีย-เนปาล ที่วัดไทยพุทธคยา รัฐพิหาร อินเดีย) ได้เป็นองค์ประธานบรรพชาอุปสมบท 31 คน ที่มาจากไทย บวชนาน 3 เดือนเข้าพรรษา ไปศึกษาธรรมะที่เมืองกุสินารา อินเดีย ซึ่งการบวชทั้งสองนี้ ก็เพื่อถวายให้ในหลวง ร.10 ของพวกเราด้วย”

“อีกงานที่ผิงได้ไปร่วมบุญด้วย รู้สึกดีใจมากๆ คือบวชเด็กอินเดีย 67 รูป เพื่อเฉลิมพระเกียรติเนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ร.10 (สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร 66 พรรษา) จัดโดยคณะพระธรรมทูต สายประเทศอินเดีย-เนปาล ร่วมกับสถานกงสุลใหญ่ เมืองกัลกัตตา อินเดีย งานบุญงานบวชทั้งสองครั้งนี้ก็เพื่อในหลวง ร.10 และบวชเด็กอินเดียก็หวังจะให้พวกเราได้ช่วยสืบทอดพระพุทธศาสนาต่อไปด้วยค่ะ

“และระหว่างวันที่ 1-13 ธันวาคมจะมีงานพระไตรปิฎกโลก ถือเป็นงานใหญฐ่ระดับโลก12 ปี ถึง

จะเวียนมาให้คนไทยได้จัด 1 ครั้งจะได้เป็นอีกทีก็อีก 12 ปีข้างหน้าค่ะ โดยผิงร่วมเป็นเจ้าภาพในวันที่ 10 ธันวาคม จัดขึ้นที่อินเดียพุทธคยา ซึ่งคนจะหลั่งไหลมากจากทั่วโลก เป็นงานระดับโลกที่อยากให้ทุกคนไปร่วมงานบุญกันค่ะ”

สำหรับท่านใดที่สนใจเดินทางร่วมทริปบุญสรุปโปรแกรมทัวร์4 สังเวชนียสถาน 2 ประเทศ อินเดียและลุมพินี-กาฏมัณฎุ ประเทศเนปาล ระยะเวลา 7 คืน 8 วัน (เดือนตุลาคม)และได้ร่วมพิธีบรรพชาสามเณรในสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ซึ่งให้พลังและให้บุญใหญ่กับผู้เข้าร่วมพิธี สนใจสอบถามได้ที่เบอร์

094-5678910

‘ช่อง MONO29’ปล่อยซุปตาร์มาร์เวลป่วนจอ!!!’แสบซ่าส์แบบว่าบอดี้การ์ด’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/354785

'ช่อง MONO29'ปล่อยซุปตาร์มาร์เวลป่วนจอ!!!'แสบซ่าส์แบบว่าบอดี้การ์ด'

‘ช่อง MONO29’ปล่อยซุปตาร์มาร์เวลป่วนจอ!!!’แสบซ่าส์แบบว่าบอดี้การ์ด’

วันอังคาร ที่ 31 กรกฎาคม พ.ศ. 2561, 14.51 น.

เคยสร้างความประทับใจกับคอหนังไปแล้วสำหรับภาพยนตร์ “แสบซ่าส์แบบว่าบอดี้การ์ด  (The Hitman’s Bodyguard)” ที่ได้สองนักแสดงซุปตาร์สุดเกรียนแห่งจักรวาลมาร์เวลโคจรมาร่วมงานกันอย่าง “ไรอัน เรย์โนลด์ (Ryan Reynolds)” และ “แซมมวลแอล. แจ็คสัน(Samuel L. Jackson)” หนังสนุกครบรสทั้งบู๊แอ็คชั่นเกรียนและฮาน้ำตาแตก!!! ล่าสุด “ช่องMONO29” ฟรีทีวีที่มีหนังดีซีรีส์ดังมากที่สุดเตรียมปล่อยให้ชมกันครั้งแรกบนจอฟรีทีวีไทย!!! ในโปรแกรม “พรีเมี่ยมบล็อกบัสเตอร์ไทยแลนด์พรีเมียร์ (Premium Blockbuster Thailand Premiere)”วันเสาร์ที่ 4 ส.ค.61 เวลา 19.20 น.

“แสบซ่าส์แบบว่าบอดี้การ์ด (The Hitman’s  Bodyguard)” เมื่อสุดยอดบอดี้การ์ดมือฉกาจของโลก“ไมเคิลไบรซ์”  (รับบทโดยไรอันเรย์โนลด์)ที่ได้รับมอบหมายให้มาคุ้มกันและนำตัวนักฆ่าอันดับหนึ่งของโลกที่พยายามฆ่าเขามาแล้วนับครั้งไม่ถ้วน“ดาเรียสคินเคด” (รับบทโดยแซมมวลแอล. แจ็คสัน)ไปส่งที่ศาลในประเทศเนเธอร์แลนด์ในฐานะพยานพวกเขามีเวลาเพียง 24ชั่วโมงในการเดินทางฝ่าดงกระสุนจากนักฆ่าที่ถูกส่งมาจากเจ้าพ่ออาชญากรอย่าง  “วลาดิสลาฟดูโควิช” (รับบทโดยแกรี่โอลด์แมน)เพื่อไปที่ศาลให้ทันเวลา สามารถติดตามภาพยนตร์แอ็คชั่นเกรียนฮาเรื่อง “แสบซ่าส์แบบว่าบอดี้การ์ด(The Hitman’s  Bodyguard)” ได้ในโปรแกรม“พรีเมี่ยมบล็อกบัสเตอร์ไทยแลนด์พรีเมียร์ (Premium Blockbuster Thailand Premiere)”วันเสาร์ที่ 4 ส.ค.61 เวลา 19.20 น.ทาง“ช่อง MONO29” (โมโนทเวนตี้ไนน์)