พิธีกรหนุ่มรุ่นใหม่ ‘มิสเตอร์โด่ง’ ชวนเลือกของขวัญสุขภาพดีรับปีใหม่

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/379087

พิธีกรหนุ่มรุ่นใหม่ ‘มิสเตอร์โด่ง’ ชวนเลือกของขวัญสุขภาพดีรับปีใหม่

พิธีกรหนุ่มรุ่นใหม่ ‘มิสเตอร์โด่ง’ ชวนเลือกของขวัญสุขภาพดีรับปีใหม่

วันจันทร์ ที่ 26 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561, 06.00 น.

ใกล้จะถึงเทศกาลแห่งความสุข พิธีกรรายการท่องเที่ยวและสุขภาพชื่อดัง “มิสเตอร์โด่ง”ธีธนา พหุลรัตน์ และยังนั่งเป็นผู้บริหารผลิตภัณฑ์สุขภาพแนะควรเลือกของขวัญที่มอบให้แล้วเกิดประโยชน์และมีความสุขนั่นก็คือของขวัญที่มาจากธรรมชาติหรือผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพ ซึ่งดีต่อสุขภาพของคนทุกวัย โดยเฉพาะผู้สูงอายุ เผยการมีสุขภาพดีต้องใส่ใจตั้งแต่วัยเยาว์ อีกทั้ง การเลือกทานอาหารให้เป็นยา เป็นทางเลือกที่ดีในการป้องกันโรค

นายธีธนา  พหุลรัตน์  หรือ “มิสเตอร์โด่ง” ผู้บริหารผลิตภัณฑ์สุขภาพ Arokayasdk (อโรคยา-เอสดีเค)และยังเป็นพิธีกรรายการด้านท่องเที่ยวและสุขภาพ Travel&Health Variety (ทราเวิล&เฮลท์วาไรตี้)และรายการทอล์กทั่วไทย(tcnทอล์กทั่วไทยไปทั่วโลก)ที่มีแฟนรายการติดตามมากมาย เผยว่า ตนเองเป็นคนรุ่นใหม่ที่ใส่ใจในด้านการดูแลสุขภาพตั้งแต่สมัยยังเป็นนักเรียน นักศึกษา ช่วงเรียนมัธยมศึกษาตอนต้นที่กรุงเทพคริสเตียน ก็เล่นกีฬาตลอด พอช่วงมัธยมศึกษาตอนปลาย ย้ายมาเรียนที่โรงเรียนอัสสัมชัญ บางรักก็ยังเล่นกีฬามาตลอด กระทั่งเอนทรานซ์เข้าเรียนต่อมหาวิทยาลัย ที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ก็เริ่มค้นคว้าหาข้อมูลการดูแลสุขภาพมากขึ้น ไม่เฉพาะการออกกำลังกาย แต่จะมีเรื่องผลิตภัณฑ์ที่มาดูแลผิวพรรณและร่างกายไปพร้อมกัน เพราะถ้าเราไม่ดูแลไว้ตั้งแต่ต้นๆการฟื้นฟูดูแลตอนอายุมากขึ้นจะลำบาก ผลที่ได้จากการเอาใจใส่มาถึงวันนี้ เพื่อนรุ่นราวคราวเดียวกันจะถามตลอดทำไมหน้าตาผ่องใส ผิวพรรณดี ดูอ่อนวัยด้วย นี่คือสิ่งที่เราภูมิใจ

“ยุคนี้เป็นยุค 4.0 กำลังจะเข้า 5.0 ทุกเรื่องเราต้องปรับตัวตามให้ทัน เราเป็นคนรุ่นใหม่ที่จะต้องวางแผนสำหรับชีวิตข้างหน้า ไม่ว่าจะเป็นเรื่องธุรกิจผมดูแลผลิตภัณฑ์สุขภาพของบริษัทของเราเอง ก็ยังต้องค้นคว้าหาสิ่งใหม่ๆ กับเรื่องของศาสตร์แห่งแพทย์ทางเลือก อาหารจากธรรมชาติ งานของผมทำให้มีโอกาสได้รู้จักกับแพทย์และเภสัชกรที่ใส่ใจเรื่องของอาหารสุขภาพ ซึ่งก็คือสมุนไพรที่ผ่านขบวนการค้นคว้าวิจัยโดยแพทย์และเภสัช โดยได้รับการรับรองจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา หรือ อย. ส่วนสมุนไพรที่นำมาต้มกินเอง ผมไม่แนะนำนะครับ คนรุ่นใหม่อย่างผมก็ไม่ชอบที่จะทานยาแผนปัจจุบันที่มีเคมีและสเตียรอยด์ เพราะมีผลข้างเคียงต่อตับและไต ผมจึงเลือกทานผลิตภัณฑ์สุขภาพที่มาจากสมุนไพร ที่เรามักได้ยินก็คือ การกินอาหารให้เป็นยา แล้วเราก็มีความสุขและไม่ต้องกังวลกับตับและไต

สิ่งที่เราได้สัมผัสจากผลิตภัณฑ์ธรรมชาติจากสมุนไพรที่มีส่วนผสมทั้งเห็ดหลินจือแดง, จิ๋วกูหล่าน,ผักคาวตอง, เห็ดหลินจือป่า,และสมุนไพรอีกหลายชนิด รวมทั้งสารสกัดจากถั่วเหลือง ฯลฯ ที่สกัดรวมกันแล้วมันช่วยให้เรามีสุขภาพแข็งแรง เพราะสมุนไพรชนิดเดียว สรรพคุณยังไม่มากพอต้องหลายตัวช่วยกัน ซึ่งวิทยากรของเรา เภสัชกร ดร.อธิวัฒน์ สินรัชตานันท์ จะเน้นผลิตภัณฑ์สุขภาพที่ผ่านการค้นคว้าวิจัยและช่วยดูแลโรคมะเร็ง โรคเบาหวาน โรคไขมันเลือด และโรคความดันโรคพวกนี้ปัจจุบันคนเป็นกันมากและเสียค่าใช้จ่ายในการรักษาที่สูงมาก ผมจึงเลือกผลิตภัณฑ์ธรรมชาติมาดูแลสุขภาพแทน คือทานให้เหมือนเป็นอาหาร เพื่อเราจะได้ห่างไกลจากโรคร้ายต่างๆ”

พิธีกรหนุ่มสุขภาพดี เผยอีกว่า แม้จะทำงานด้านพิธีกร และดูแลธุรกิจผลิตภัณฑ์สุขภาพ แต่ก็ยังไปศึกษาค้นคว้าเพิ่มเติมทางด้านศาสตร์แห่งตัวเลขมาด้วย เพื่อมาใช้กับธุรกิจของตัวเองไปด้วย บางทีเพื่อนๆก็ให้ช่วยดูตัวเลขให้ด้วย ก็มีความสุขดี การได้เรียนรู้ในหลาย ๆ ด้านก็มีประโยชน์กับตัวเอง บางคนก็เรียกผมว่า อาจารย์โด่งไปแล้ว  ในช่วงนี้ใกล้จะถึงเทศกาลปีใหม่ ผมถือโอกาสแนะนำของขวัญปีใหม่สำหรับผู้หลักผู้ใหญ่หรือคนที่เรารัก ด้วยผลิตภัณฑ์สุขภาพจากอโรคยาเอสดีเค

“เชื่อได้ว่าผู้ที่ได้รับของขวัญชิ้นนี้ ก็จะมีความสุขเพราะจะทำให้เขามีสุขภาพแข็งแรง คนให้ก็มีสุข คนรับยิ่งมีความสุข  โดยผลิตภัณฑ์สุขภาพชุดนี้จะมีทั้งสูตรน้ำและสูตรที่เป็นแคปซูล นอกจากนั้นแล้วในโครงการอโรคยาเอสดีเค.ยังมีผลิตภัณฑ์เพื่อสุภาพบุรุษและสุภาพสตรีที่อยู่ในภาวะฮอร์โมนเริ่มจะหมด ที่เรียกว่าภาวะวัยทอง ซึ่งผลิตภัณฑ์กลุ่มนี้ เภสัชกร ดร.อธิวัฒน์ ได้แนะนำอยู่ในยูทูบส์ เป็นผลิตภัณฑ์จากพืชที่เรียกว่า ไฟโตเอสเตอเจน ซึ่งเป็นงานวิจัยที่มาช่วยดูแลสุขภาพ และอีกผลิตภัณฑ์หนึ่ง ก็คือคอลลาเจน 100% ที่เป็นงานวิจัยทั้งหมดเช่นกัน คนยุคนี้ตื่นตัวเรื่องการกินอาหารให้เป็นยากันมากขึ้น ไม่แปลกใจวาทำไมธุรกิจผลิตภัณฑ์สุขภาพจึงเติบโตมาก ผมเป็นคนรุ่นใหม่ที่เลือกผลิตภัณฑ์จากธรรมชาติอย่างเดียว ผู้สนใจของขวัญผลิตภัณฑ์สุขภาพ ติดต่อได้ที่ 086-9151564  หรือทางไลน์ที่ 081-8197997 รวมทั้งสามารถติดตามข้อมูลข่าวสารในยูทูบส์ได้โดยพิมพ์คำว่า การหยุดโรคร้ายกับ อ.เภสัชกร ดร.อธิวัฒน์ สินรัขตานันท์ ก็ได้รู้วิธีการเอาชนะโรคด้วยสมุนไพรได้ครับ”

‘แคนดี้สตั๊ด’ขึ้นแท่น IT-Bag ของเซเลบฯ ทั่วโลก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/379078

‘แคนดี้สตั๊ด’ขึ้นแท่น IT-Bag ของเซเลบฯ ทั่วโลก

‘แคนดี้สตั๊ด’ขึ้นแท่น IT-Bag ของเซเลบฯ ทั่วโลก

วันจันทร์ ที่ 26 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561, 06.00 น.

หลังจาก วาเลนติโน (Valentino)ส่งกระเป๋ารุ่นสุดฮอต “แคนดี้สตั๊ด” (CandyStud) เปิดตัวครั้งแรกบนรันเวย์ในคอลเลคชั่นสปริง-ซัมเมอร์ 2018 ในช่วงเทศกาลแฟชั่นระดับโลกอย่าง ปารีส แฟชั่น วีค ไปเมื่อเร็วๆ นี้ ด้วยเสน่ห์สุดเฉี่ยวที่เผยความเฟมินินอันอ่อนโยนตัดกันกับทัศนคติสไตล์ร็อกคงเสน่ห์และเอกลักษณ์ของ เมซง วาเลนติโน (Maison Valentino) ไว้อย่างครบถ้วน ทำให้ “แคนดี้สตั๊ด” (CandyStud) กลายเป็น IT-Bag ใบใหม่ปรากฏอยู่บนแขนของบรรดาเหล่าเซเลบริตี้ระดับโลกมากมาย ไม่ว่าจะเป็น ดาโกต้า แฟนนิ่ง (Dakota Fanning), รีส วิเธอร์สปูน (Reese Witherspoon), เจนนิเฟอร์ โลเปซ (Jennifer Lopez), เอวา ฟิลลิปปี (Ava Phillippe),แอชลี ซิมป์สัน (Ashlee Simpson), เอมี่ ซอง (Aimee Song), โดโลเรส ดอลล์ (Dolores Doll),เวโรนิก้า ไฮล์บรันเนอร์ (Veronika Heilbrunner)

เมื่อความฮอตของกระเป๋ารุ่น “แคนดี้สตั๊ด” (CandyStud) ไม่สามารถเล็ดลอดสายตาของเหล่าแฟชั่นนิสต้าทั่วโลก จนขึ้นแท่นเป็นไอเท็มชิ้นใหม่ ที่ได้รับความนิยมตั้งแต่วันนั้นจนถึงวันนี้ นั่นจึงเป็นเหตุผลที่ทำให้ต้องถอดรหัสที่มาของเสน่ห์แสนเย้ายวนของกระเป๋ารุ่น “แคนดี้สตั๊ด” (CandyStud) จาก “วาเลนติโน” (Valentino) เริ่มต้นกันที่การออกแบบสร้างสรรค์คอลเลคชั่นเครื่องหนังสำหรับกระเป๋ารุ่นนี้ถูกพัฒนาอย่างต่อเนื่อง จากรูปทรงของกระเป๋ารุ่นซิกเนเจอร์อย่าง “ร็อกสตั๊ด” เป็นการออกแบบที่แสดงออกถึงความเฟมินินที่แอบแฝงไปด้วยความอ่อนโยน ในขณะเดียวกันก็ตัดกันกับทัศนคติสไตล์ร็อกคงเสน่ห์และเอกลักษณ์ของ เมซง วาเลนติโนไว้อย่างครบถ้วน

อีกทั้ง ยังเป็นกระเป๋าที่รวบรวมงานฝีมืองานคราฟต์แบบแฟชั่นชั้นสูง (Savoir Faire) ด้วยงานฝีมือเทคนิคคาปิตอนเน่ (Capitonné) ซึ่งเป็นเทคนิคชนิดเดียวกับการทำเฟอร์นิเจอร์แบบดั้งเดิมของฝรั่งเศสในสมัยศตวรรษที่ 18 ที่ใช้หมุดหนังในการตอกสร้างเทกเจอร์และความนุ่มนวลให้กับชิ้นหนัง สร้างปรากฏการณ์ความตื่นเต้นให้กับเหล่าแฟชั่นนิสต้าแฟนวาเลนติโนอย่างมาก ที่ได้เห็นเทคนิคดั้งเดิมนี้ถูกสร้างสรรค์ลงบนกระเป๋ารุ่น แคนดี้สตั๊ด

ส่วนแพทเทิร์นรูปสี่เหลี่ยมขนมเปียกปูน ถูกออกแบบและผลิตขึ้นโดยไม่ใช้เทคนิคการเย็บ แต่หากประดับตกแต่งด้วยหมุดไอคอนนิคร็อกสตั๊ดแทน เพื่อสร้างผลลัพธ์ที่ให้อารมณ์เดียวกันกับงานฝีมือเก่าแก่แบบฝรั่งเศส ด้านวัสดุได้เลือกสรรให้หลากหลายโดยถูกนำมาใช้เพื่อตอบโจทย์แรงบันดาลใจ ไม่ว่าจะเป็นหนังแกะอิตาลี หนังแพะ ไปจนถึงฟางทอเนื้อแน่น และที่ลืมไม่ได้คือ รายละเอียดหลักอันโดดเด่นของกระเป๋าแคนดี้สตั๊ด คือการตกแต่งหมุดสตั๊ดและฮาร์ดแวร์ที่ทำจากแพลตินั่ม พร้อมออกแบบที่ปิดกระเป๋าแบบทวิสต์ล็อกเพิ่มความหรูหรามากยิ่งขึ้น สามารถถือหูหิ้วแบบสาวมั่นหรือใส่คู่กับสายสะพายที่ปรับระดับได้หลายรูปแบบ เป็นความสมบูรณ์แบบอย่างลงตัว เพื่อเติมเต็มสไตล์อันไร้ขีดจำกัดของสาววาเลนติโนทั่วทุกมุมโลก

สำหรับแบรนด์ “วาเลนติโน” (Valentino) นำเสนอสินค้าลักชัวรี่หลากหลายรูปแบบ นับตั้งแต่เสื้อผ้าแฟชั่นชั้นสูง (Haute Couture) และเสื้อผ้าสำเร็จรูป (Pret-a-Porter) ไปจนถึงคอลเลคชั่นเครื่องประดับที่มีทั้งกระเป๋า รองเท้า เครื่องหนังขนาดเล็ก เข็มขัด แว่นตา ผลิตภัณฑ์ผ้าไหมและน้ำหอม สาวกวาเลนติโนชาวไทยก็ไม่เสียตำแหน่งผู้มีเทสต์ล้ำนำหน้าเทรนด์โลก เพราะวาเลนติโนถูกนำเข้าสู่ตลาดแฟชั่นไทยตั้งแต่ปีพ.ศ.2555 แล้ว โดยสายตาอันเฉียบคมของเจ้าพ่อ Luxury Retail เอ-ดนัย สรไกรกิติกูล ซูเปอร์บอสแห่ง บริษัท เอ-ลิส คอร์ปอเรท จำกัด ตามไปอัพเดทกัน ได้ที่ช็อป“วาเลนติโน”(Valentino) สยามพารากอน ชั้นเอ็ม โทร.02-1294868 และ ดิ เอ็มควอเทียร์ ชั้นเอ็ม โทร.02-0036111

เจ้าพ่อ Luxury Retail เอ-ดนัย สรไกรกิติกูล

เจ้าพ่อ Luxury Retail เอ-ดนัย สรไกรกิติกูล

ปัญหาข้อไหล่…ไม่ใช่เรื่องไกลตัว

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/379083

ปัญหาข้อไหล่...ไม่ใช่เรื่องไกลตัว

ปัญหาข้อไหล่…ไม่ใช่เรื่องไกลตัว

วันจันทร์ ที่ 26 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561, 06.00 น.

ข้อไหล่ เป็นอวัยวะที่มีการเคลื่อนไหวได้มากที่สุดของร่างกาย ด้วยรูปแบบและโครงสร้างของข้อไหล่ช่วยให้เรายกแขนและเคลื่อนไหวไปตามทิศทางที่ต้องการได้ เมื่อไรก็ตามที่เริ่มเจ็บหัวไหล่ ไขว้มือไปด้านหลังได้ไม่สุด เกาหลังไม่ถึง ติดตะขอด้านหลังไม่ได้ หรือปวดไหล่อย่างรุนแรง จนไม่สามารถทำกิจวิตรประจำวันหรือเล่นกีฬาได้ บางรายอาจถึงกับไม่อยากนอนหลับ เพราะปวดทรมานมาก แสดงว่าเกิดปัญหาข้อไหล่ ควรรีบพบแพทย์เพื่อทำการรักษา

นายแพทย์ไผทวุฒิ อุ่นสมบัติ ศัลยแพทย์กระดูกและข้อ เฉพาะทางด้านการผ่าตัดส่องกล้องโรคข้อเข่าและไหล่ BASEM สถาบันเวชศาสตร์การกีฬาและออกกำลังกาย โรงพยาบาลกรุงเทพ หรือ ศูนย์เพื่อความเป็นเลิศทางการแพทย์ของสหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ (FIFA) ให้ข้อมูลว่า กระดูกข้อไหล่ เป็นข้อที่หัวกระดูกและเบ้าไม่ลึกมาก ประกอบขึ้นเป็นข้อไหล่อย่างหลวมๆ โดยมีเส้นเอ็นและกล้ามเนื้อรอบหัวไหล่ยึดโดยรอบ ทำให้ข้อไหล่มีโอกาสเคลื่อนหลุดได้บ่อยกว่าข้ออื่นๆ ในร่างกาย ปัญหาเกี่ยวกับไหล่ไม่ว่าจะเป็นอาการบวม เจ็บ หรือการอักเสบของกล้ามเนื้อรอบหัวไหล่ เส้นเอ็นหัวไหล่ หรือกระดูกและข้อไหล่เอง อาจเกิดจากการใช้งานหรือการบาดเจ็บของข้อไหล่จากการเล่นกีฬา ผู้สูงอายุที่มีปัญหาข้อเสื่อมหรือหินปูนกระดูก หรือ อุบัติเหตุ โดยอาการปวดอาจเกิดขึ้นเพียงชั่วคราวหรือเรื้อรัง มีลักษณะแตกต่างกันไปตามแต่ละโรค อาทิ กระดูกงอกทับเส้นเอ็นหัวไหล่ (Impingement syndrome) ภาวะเส้นเอ็นหัวไหล่ฉีก (Rotator cuff tear)ข้อไหล่ติด (Frozen shoulder) และข้ออักเสบ (Arthritis) เป็นต้น อาการบาดเจ็บของข้อไหล่จากการเล่นกีฬา โดยเฉพาะนักกีฬาฟุตบอลที่ทำหน้าที่ผู้รักษาประตู หรือผู้ที่ต้องเล่นลูกทุ่ม หรือผู้ที่ใช้กำลังแขนเคลื่อนไหวไปด้านบนศีรษะมากๆ เช่น ว่ายน้ำ ยกน้ำหนักเทนนิส แบดมินตัน เป็นต้น

ทั้งนี้ สาเหตุของการบาดเจ็บข้อไหล่ที่พบมักเกิดจากการปะทะ กระชากไหล่ การเหนี่ยวแขน หรือล้มโดยใช้แขนเท้าพื้นหรือล้มแล้วไหล่กระแทกพื้นโดยตรง การเหวี่ยงหรือขว้างบอลอย่างรุนแรง ทำให้เกิดการกระชากของกล้ามเนื้อหรือเส้นเอ็นหัวไหล่ที่หลุดเคลื่อนหรือฉีกขาดได้เช่นกัน การรักษาอาการบาดเจ็บของหัวไหล่ขึ้นอยู่กับตำแหน่งของการบาดเจ็บ เช่น ถ้าบาดเจ็บบริเวณกล้ามเนื้อรอบๆ ควรพักการใช้งาน ประคบเย็น ทานยาต้านอักเสบและยาคลายกล้ามเนื้อร่วมกับการทำกายภาพ หากเป็นการบาดเจ็บของกระดูกหรือข้อเคลื่อนหลุด ควรดามหรือใส่ผ้าห้อยแขน (arm sling) เพื่อไม่ให้มีการขยับ หากข้อไหล่มีอาการบาดเจ็บเรื้อรัง อาจเนื่องมาจากเส้นเอ็นมีการฉีกขาดหลบซ่อนอยู่ ควรพบแพทย์เพื่อวินิจฉัยและวางแผนในการผ่าตัดเพื่อรักษาอาการที่ต้นเหตุ เพื่อผ่าตัดซ่อมเอ็นหุ้มข้อไหล่ที่ฉีกขาดจากกีฬาหรืออุบัติเหตุ ด้วยเทคนิคการผ่าตัดผ่านกล้องแผลเล็ก (Minimally Invasive Surgery : MIS) ช่วยให้นักกีฬาสามารถฟื้นตัวขยับเคลื่อนไหวข้อไหล่ได้เร็วในระยะเวลาน้อยกว่าการผ่าตัดเปิดแผลแบบเดิม

ขณะเดียวกัน ผู้สูงอายุมักมีปัญหาหินปูนเกาะกระดูก เกิดขึ้นได้จากความเสื่อมของร่างกายเอง หรือมีความเสียหายเกิดขึ้นบริเวณข้อ เช่น หัก แตก โดยร่างกายจะดึงแคลเซียมเข้าไปซ่อมแซมกระดูกส่วนที่เสื่อม จนเกิดเป็นหินปูนหรือแคลเซียมเกาะกระดูก เพิ่มพูนขึ้นมาจนกระดูกบริเวณนั้นผิดรูปร่างจากที่ควรเป็น ผลกระทบจากหินปูนที่มาเกาะกระดูกโดยเฉพาะอย่างยิ่งบริเวณข้อไหล่ อาจส่งผลให้เกิดอาการกระดูกงอกทับเส้นเอ็นหัวไหล่ ทำให้คนไข้เกิดอาการปวด ข้อควรระวังทั้งในกลุ่มวัยทำงานและผู้สูงอายุ คือการอักเสบร่วมกับความเสื่อมที่เกิดจากการใช้งานข้อไหล่หนักๆ เช่น การเล่นกีฬาที่ต้องมีการใช้ไหล่มากๆ เช่น แบดมินตัน ยกเวท ชกมวย เทนนิส เป็นต้น คนไข้ควรสังเกตตนเองว่ามีการงอกปูดของกระดูกในร่างกายที่ผิดปกติจนคลำได้จากภายนอกหรือไม่ หากพบควรปรึกษาแพทย์ ทั้งนี้ ข้อบ่งชี้ในการผ่าตัดผ่านกล้องข้อไหล่ เมื่อรักษาด้วยวิธีเบื้องต้น เช่น รับประทานยาแก้ปวด แก้อักเสบ และยาคลายกล้ามเนื้อร่วมกับการกายภาพบำบัดแล้วไม่ได้ผล เป็นเวลาอย่างน้อย 3-6 เดือน การผ่าตัดผ่านกล้องแผลเล็กจึงถือเป็นทางเลือกหนึ่งในการรักษาเพื่อลดอาการบาดเจ็บ

นอกจากนี้ ปัญหาข้อไหล่ยังมีอาการปวดไหล่เนื่องมาจาก อาการข้อไหล่ติดเป็นภาวะที่มีการขยับข้อไหล่ได้น้อย โดยมักจะเริ่มจากไม่สามารถยก กาง หรือหมุนหัวไหล่ได้ ข้อไหล่จะค่อยๆ ลดการเคลื่อนไหวจนกระทั่งเคลื่อนไหวได้น้อยลง และพบว่าผู้ที่เป็นเบาหวาน ต่อมไทรอยด์เป็นพิษ โรคหัวใจ มีโอกาสเกิดภาวะข้อไหล่ติดได้มากกว่าคนทั่วไป ถ้าไม่ได้รับการรักษาอาการอาจสะสมจนเป็นมากขึ้น สาเหตุของข้อไหล่ยึดติด เกิดจากการอักเสบของเนื้อเยื่อที่อยู่รอบๆ ข้อไหล่ ซึ่งเรียกว่า เยื่อหุ้มข้อไหล่อักเสบ โดยปกติเยื่อหุ้มข้อไหล่จะค่อนข้างยืดหยุ่นและสามารถขยายตัวหรือหดตัวตามการขยับของข้อไหล่ แต่เมื่อเกิดภาวะข้อไหล่ติด เยื่อหุ้มข้อไหล่จะมีการอักเสบและหดตัวจนไม่สามารถยืดหยุ่นได้เหมือนเดิมทำให้ขยับข้อไหล่ได้น้อยลงและมีอาการปวดบริเวณข้อไหล่ทั้งกลางวันและกลางคืนนานหลายสัปดาห์

การรักษาคือ ต้องทำให้ข้อไหล่ขยับได้มากขึ้นและลดอาการเจ็บปวดโดยเฉพาะอาการปวดเวลานอนด้วยการทำกายภาพบำบัด เพื่อให้การติดยึดของข้อไหล่ลดน้อยลง เพิ่มการขยับให้มากขึ้น โดยอาจใช้ร่วมกับการประคบร้อน เย็น หรือทำอัลตราซาวนด์ (Ultrasound) การทานยา หากอาการปวดรุนแรงเรื้อรัง อาจจำเป็นต้องใช้ยาฉีดเข้าข้อ หรือการผ่าตัดผ่านกล้องเพื่อขยายถุงหุ้มไหล่ให้เคลื่อนไหวได้ดีขึ้น ตามแต่สาเหตุของโรค ส่วนข้อไหล่อักเสบที่พบบ่อยมีอยู่ 2 ชนิด คือ โรคข้อเสื่อมหรือข้ออักเสบเรื้อรัง (Osteoarthritis) และโรคข้ออักเสบรูมาตอยด์ (The Rumatoid arthritis) ทั้ง 2 ชนิดมีสาเหตุของโรคต่างกัน โรคข้อเสื่อมเกิดจากความทรุดโทรมของกระดูกอ่อนที่หุ้มข้อกระดูกค่อยๆ หายไป ทำให้ข้อกระดูกเสียดสีกันเวลาเคลื่อนไหวจนเกิดอาการข้อยึด ส่งผลให้ปวดบริเวณข้อโดยเฉพาะเวลาอากาศเย็น ส่วนโรคข้ออักเสบรูมาตอยด์ ยังไม่ทราบสาเหตุแน่ชัด แต่สาเหตุที่พบบ่อยคือ เกิดจากระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายผิดปกติ เกิดการทำลายข้อต่อกระดูกของตนเอง เป็นโรคที่เกิดขึ้นได้กับทุกวัยและเพศหญิงมีแนวโน้มที่จะเป็นโรคนี้ได้มากกว่าเพศชาย ทั้งยังเป็นโรคเรื้อรังที่มีอาการเป็นๆ หายๆ ข้ออักเสบรักษาด้วยการใช้ยาร่วมกับการลดกิจกรรมที่จะส่งผลกระทบกับข้อออกกำลังกายเพื่อเพิ่มความยืดหยุ่น (Flexibility) ให้กับข้อ เช่น การออกกำลังกายที่ระดับความหนักน้อย (low-intensity) อาทิ การวิ่งจ๊อกกิ้ง ไปจนถึงระดับความหนักปานกลาง (moderate-intensity) การขี่จักรยาน เป็นต้น

อย่างไรก็ตาม หากเกิดอาการผิดปกติหรือข้อไหล่มีปัญหาการเคลื่อนไหวควรเข้าขอรับคำปรึกษาจากแพทย์ เพื่อตรวจวินิจฉัยหาสาเหตุ และวางแผนการรักษาที่เหมาะสมกับผู้ป่วยแต่ละบุคคล อย่างไรก็ตาม หากไม่สามารถหลีกเลี่ยงปัญหาเรื่องข้อได้ ควรเข้ารับการตรวจวินิจฉัยและรักษาซ่อมแซมส่วนที่เสียหาย เพื่อให้กลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้อีกครั้ง สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ BASEM สถาบันเวชศาสตร์การกีฬาและออกกำลังกายโรงพยาบาลกรุงเทพ หรือศูนย์เพื่อความเป็นเลิศทางการแพทย์ของสหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ (FIFA) โทร. 02-3103000 หรือ Call Center โทร.1719

ลดปัญหา Gen Z ติดเกม ด้วยคุณธรรม 5.0

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/379086

ลดปัญหา Gen Z ติดเกม ด้วยคุณธรรม 5.0

ลดปัญหา Gen Z ติดเกม ด้วยคุณธรรม 5.0

วันจันทร์ ที่ 26 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561, 06.00 น.

เด็กในเจเนอเรชัน Z เติบโตมาท่ามกลางเทคโนโลยีและการใช้โซเชียลมีเดียในการเข้าถึงข้อมูลต่างๆ โดยปัจจุบันเด็กไทยใช้เวลากับอินเทอร์เนต 35 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ สูงกว่าค่าเฉลี่ยโลกถึง 3 ชั่วโมง และหากเสพสื่อออกไลน์โดยขาดคำแนะนำจากผู้ปกครอง อาจทำให้เยาวชนหลงไปในทางที่ผิดได้ นอกจากนี้ การเล่นเกมต่อเนื่องโดยไม่หยุดพักจะส่งผลเสียต่อสุขภาพโดยตรง เห็นได้จากข่าวเด็กติดเกมออนไลน์อย่างหนักจนถึงขั้นต้องเข้ารักษาดวงตาที่โรงพยาบาล

แล้วจะมีวิธีไหนที่จะลดการติดเกม หรือการเสพสื่อออนไลน์ของเด็กๆ ลงได้ หนึ่งในวิธีที่ได้ผลคือ การมีกิจกรรมสนุกๆ ให้ทำในเวลาว่างแทนการเล่นเกม โดยเป็นกิจกรรมที่ใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ต่อตนเองและสังคมโดยที่ผู้ปกครองสามารถทำร่วมกันได้

ตัวอย่างของกิจกรรมสร้างสรรค์ที่เพิ่งจัดขึ้นเมื่อเร็วๆ นี้ คือ กิจกรรม “คุณธรรม 5.0”ฟังชื่อแล้วหลายคนอาจสงสัยว่าคุณธรรมจะช่วงลดปัญหาการติดเกมได้อย่างไร คุณธรรม 5.0 เป็นกิจกรรมภายใต้โครงการ “ไทยแลนด์ ซุปเปอร์ แคมป์” (THAILAND SUPER CAMP) ที่เป็นความตั้งใจของสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) มูลนิธิธรรมดี ร่วมกับองค์กรภาคีเครือข่ายภาครัฐและภาคประชาสังคม อาทิ มูลนิธิประเทศไทยใสสะอาด และศูนย์คุณธรรม (องค์การมหาชน) ในการสร้างมายด์เซตคุณธรรมเด็กไทย 5.0 ด้านความพอเพียง วินัย สุจริต จิตอาสารับผิดชอบ ซึ่งจะช่วยดึงเยาวชนออกจากหน้าจอ ด้วยกิจกรรมที่ผสานเทคนิคการเรียนรู้สมัยใหม่ที่เต็มไปด้วยความสนุกและสร้างสรรค์ พร้อมสร้างเยาวชนรุ่นใหม่ให้พร้อมก้าวสู่ศตวรรษที่ 21 อย่างมีคุณภาพ

กิจกรรมคุณธรรม 5.0 ภายในค่ายไทยแลนด์ ซูเปอร์ แคมป์ ประกอบด้วย ฐานการเรียนรู้ต่างๆ เช่น การสร้างเมืองคุณธรรม หากนำมาเป็นกิจกรรมในครอบครัว ผู้ปกครองสามารถให้ลูกหลานลองสร้างเมืองคุณธรรม โดยสร้างความสนุกและความท้าทายจากการจำกัดอุปกรณ์ในการสร้าง เช่น กระดาษสี กาว กรรไกร และสีไม้ ซึ่งน้องๆ สามารถสร้างเมืองได้ตามจินตนาการว่าอยากให้เมืองที่มีคุณธรรมในฝัน ประกอบด้วยอะไรบ้าง หลังจากน้องๆ ทำการตกแต่งสร้างเมืองเสร็จแล้ว ควรให้น้องๆ ได้อธิบายว่าทำไมถึงสร้างเมืองคุณธรรมเป็นรูปแบบนี้ มีอะไรซ่อนอยู่ในเมืองบ้าง สิ่งนี้เองจะเป็นการปลูกฝังด้านคุณธรรมไปพร้อมกับความสนุกอีกด้วย

เด็กหญิงปลิดา ปาร์ลม หรือน้องแองจี้จากโรงเรียนพระแม่มารีสาธุประดิษฐ์ บอกว่า“หนูสนุกมากที่ได้สร้างเมืองในฝันตามจินตนาการร่วมกับเพื่อนๆ เมืองของกลุ่มหนูเน้นความพอเพียง มีบ่อเลี้ยงปลาอยู่ด้านหน้าค่ะเพราะความพอเพียงคือการใช้อย่างพอดี ไม่มากเกินไป ไม่น้อยเกินไป ซึ่งหากทุกคนในเมืองสามารถพึ่งตนเองได้โดยไม่ไปเบียดเบียนคนอื่น ทุกคนในเมืองก็จะมีความสุขค่ะ”

กิจกรรมประดิษฐ์นาฬิกา In Time น้องๆ จะได้ประดิษฐ์นาฬิกาของตัวเอง และเป็นคนกำหนดว่าช่วงเวลาไหนจะทำอะไร โดยสามารถเลือกวันเสาร์ หรือวันอาทิตย์ เป็นการสร้างวินัยในวันหยุด ทุก 2 ชั่วโมงจะมีกิจกรรมต่างๆ ที่น้องเป็นผู้เลือกที่จะทำ และจะมีเพียง1 ชั่วโมงต่อวันเท่านั้นที่น้องๆ จะได้เล่นมือถือ นอกนั้นจะเป็นกิจกรรมที่แฝงไปด้วยคุณธรรม 5.0อาทิ การช่วยงานบ้าน ทำการบ้าน อ่านหนังสือที่ชอบ หรืองานด้านจิตอาสาต่างๆ ทั้งนี้ เพื่อเป็นการสร้างวินัยในตนเอง เคารพการตัดสินใจของตนเอง พร้อมทั้งสร้างสรรค์สิ่งต่างๆ ที่ตนเองชอบให้เกิดขึ้นตามเวลาที่กำหนด

เด็กชายศุภกร จินดาทองสกุล หรือน้องเต็มเต็ม จากโรงเรียนสาธิตจุฬา (ฝ่ายประถม) เล่าว่า “ผมชอบทำอะไรหลายๆอย่างในเวลาเดียวกัน ซึ่งบางครั้งทำให้งานไม่เสร็จสักอย่าง หลังจากที่ได้ประดิษฐ์นาฬิกาเป็นของตัวเองแล้ว ผมได้แบ่งช่วงเวลาต่างๆ โดยตั้งใจว่า ตอนเช้าจะช่วยงานบ้าน ช่วยคุณพ่อล้างรถ ต่อด้วยทำการบ้านอ่านหนังสือ ช่วยบ่ายผมจะต้องเรียนพิเศษ โดยเหลือเวลาช่วงเย็นนิดหน่อยในการเล่นเกม ซึ่งผมตั้งใจไว้แล้วว่าจะเล่นเกมให้น้อยลง ตั้งใจสร้างวินัยให้ตัวเองโดยใช้นาฬิกานี้เป็นตัวกำหนด ผมจะทำตามสัญญาลูกผู้ชายครับ”

ส่วน เด็กหญิงมันตา บุญจันทึก หรือน้องแบม จากโรงเรียนเทพประทานพร เล่าถึงกิจกรรมต่อไปคือ กิจกรรมลูกโป่งสุจริต ว่า“หนูได้รับโจทย์ให้เดาะลูกโป่งให้สูงกว่าศีรษะ ห้ามส่งเสียง ห้ามชนเพื่อนข้างๆ และห้ามให้ลูกโป่งชนกัน หากคนไหนทำผิดกติกาต้องนั่งลงทันที โดยกิจกรรมจะแบ่งเป็นรอบๆ รอบละ 5 นาที ซึ่งรอบที่ 2 จะเพิ่มความยาก โดยทุกคนจะต้องเดาะลูกโป่งด้วยมือข้างเดียว ซึ่งท้ายที่สุดแล้วจะเหลือผู้ชนะที่มีความซื่อสัตย์เพียงไม่กี่คนเท่านั้น

“หนูคิดว่าเป็นเรื่องที่ยากมากในการเดาะลูกโป่งไม่ให้ชนกับเพื่อน และต้องเดาะสูงเหนือหัวตลอดเวลา ซึ่งหลังจากที่หนูเดาะลูกโป่งไปชนกับเพื่อน หนูก็นั่งลงตามกติกาทันทีโดยไม่ต้องมีใครมาบอก เพราะหนูต้องซื่อสัตย์กับตัวเอง และไม่อยากให้เพื่อนๆ ว่าเราได้ว่าเป็นคนขี้โกง และหากหนูทำผิดกติกาแต่ไม่นั่งลง หนูจะรู้สึกละอายใจตัวเองค่ะ”

นอกจากนี้น้องๆ ทุกคนในค่าย “ไทยแลนด์ซุปเปอร์ แคมป์” จะได้รับ “ปฏิทินความดี21 วัน” ซึ่งทุกคนจะต้องตั้งคำมั่นสัญญาในการเปลี่ยนแปลงตนเอง 3 ข้อ โดยที่ผู้ปกครองจะเป็นผู้ช่วยคอยกระตุ้นและให้สัญลักษณ์ดาวบนวันในปฏิทินหลังจากน้องๆ ได้ทำตามสัญญาเมื่อน้องๆ ทำได้ครบ 21 วัน สิ่งที่ทำจะกลายเป็นนิสัยใหม่ติดตัวไปตลอดชีวิต

ทั้งนี้ กิจกรรมคุณธรรม 5.0 มีอยู่ในสมุดคู่มือ “ไทยแลนด์ ซุปเปอร์ บุ๊ก” (Thailand Super Book) ซึ่งผู้ปกครองที่สนใจนำกิจกรรมคุณธรรม 5.0 ไปเล่นกับลูกๆ ที่บ้านเพื่อลดการติดเกม สามารถติดต่อขอรับสมุดกิจกรรมนี้ได้ โดยไม่มีค่าใช้จ่าย ที่มูลนิธิธรรมดี โทร.02-6102376 หรือทางเฟซบุ๊ค http://www.facebook.com/thailandsupercamp2018

บี มาย เกสท์ : ดร.ชุติมา เอี่ยมโชติชวลิต ผู้ว่าการ วว.คนใหม่ กับการขับเคลื่อนประเทศไทยด้วยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/379135

บี มาย เกสท์ : ดร.ชุติมา เอี่ยมโชติชวลิต ผู้ว่าการ วว.คนใหม่ กับการขับเคลื่อนประเทศไทยด้วยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

บี มาย เกสท์ : ดร.ชุติมา เอี่ยมโชติชวลิต ผู้ว่าการ วว.คนใหม่ กับการขับเคลื่อนประเทศไทยด้วยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

วันจันทร์ ที่ 26 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561, 06.00 น.

ตามที่รัฐบาลประกาศนโยบาย “ไทยแลนด์ 4.0”คือการนำพาประเทศไทยก้าวไปสู่ความมั่นคงทางเศรษฐกิจโดยใช้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเป็นตัวขับเคลื่อนนั่นเอง ซึ่งสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย หรือ วว. เป็นหนึ่งในหน่วยงานสำคัญที่มีบทบาทและหน้าที่ในการสนับสนุนส่งเสริมให้เกิดผลงานวิจัยพัฒนาที่มีผลกระทบสูงต่ออุตสาหกรรมเป้าหมายของประเทศ ซึ่งเรากำลังพูดคุยกับ ดร.ชุติมา เอี่ยมโชติชวลิตผู้ว่าการสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย คนใหม่ล่าสุด กับภารกิจการขับเคลื่อนประเทศไทยด้วยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

ดร.ชุติมา เอี่ยมโชติชวลิต กล่าวว่า “รู้สึกภูมิใจที่ได้มีโอกาสในการที่จะเป็นผู้นำในการขับเคลื่อน วว. และเป็นหน้าที่ที่ยิ่งใหญ่ ในการที่ปรับปรุงและเปลี่ยนแปลงในด้านต่างๆ เพื่อจะพัฒนาต่อเนื่องและยั่งยืน ซึ่งดิฉันพร้อมที่จะเสียสละในการทำงานครั้งนี้เพื่อสนองนโยบายรัฐบาลในการนำวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม (วทน.) มาสร้างมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน โดยในมิติการทำงานของ วว. เป็นหน่วยงานที่ส่งเสริมและเป็นแกนหลักที่จะทำให้ภาคประชาชน ผู้ประกอบการโอท็อป เอสเอ็มอี นำ วทน. ไปเสริมสร้างผลิตภาพการผลิตให้ดีขึ้น สร้างนวัตกรรมตามนโยบายไทยแลนด์ 4.0 เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่ม Value added, Value creation ทำให้ประเทศหลุดจากกับดักทางรายได้”

ดร.ชุติมา เอี่ยมโชติชวลิต สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรี วิทยาศาสตรบัณฑิต สาขาวัสดุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ระดับปริญญาโท และปริญญาเอก Ceramics Sci. & Engineering, Rutgers University, USA.โดยเริ่มงานที่สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย ในตำแหน่งนักวิจัยด้านวัสดุศาสตร์ เมื่อปีพ.ศ. 2531 ด้วยความมุ่งมั่น วิริยอุตสาหะ จึงก้าวสู่ตำแหน่ง รองผู้ว่าการบริหารดูแลงานในสายสนับสนุนต่างๆ ก่อนจะได้รับการเห็นชอบให้ดำรงตำแหน่ง ผู้ว่าการสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย คนล่าสุด

“การได้มาเป็นส่วนหนึ่งของ วว. ที่เริ่มจากระดับล่าง ทำให้ดิฉันได้รับโอกาสที่หลากหลายในการพัฒนาความรู้ความสามารถมาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งการที่ได้มีโอกาสทำงานแทบทุกกลุ่มงานของ วว. ทำให้พบความท้าทายและประสบการณ์ในหลายมิติ แต่ละงานมีความยาก แต่เนื่องจากเป็นคนคิดบวก จึงใช้โอกาสนั้นเพื่อแสดงความสามารถที่สร้างประโยชน์ให้แก่องค์กร อีกส่วนหนึ่ง คือเรื่องความเพียร มองว่าเป็นโอกาสในการเรียนรู้ และทำให้ได้ทราบว่าความต้องการของส่วนงานต่างๆ เป็นอย่างไร และด้วยประสบการณ์ที่ทำงานกับ วว. มานาน จึงเห็นทั้งการเปลี่ยนผ่านและการเติบโตอย่างต่อเนื่อง เป็นข้อดีที่ทำให้ได้เรียนรู้ในการบริหารงานทุกด้านให้เกิดความสมดุลและเป็นส่วนสำคัญที่จะช่วยให้เราปิดช่องว่างและความเสี่ยงขององค์กร รวมถึงการสร้างหลักธรรมาภิบาล และการเติบโตอย่างยั่งยืนขององค์กรได้เป็นอย่างดี”

ในก้าวย่างสำคัญที่ได้เข้ามาดำรงตำแหน่งผู้ว่าการ วว. คนล่าสุด ดร.ชุติมา บอกถึงแผนงาน นโยบายสำคัญที่ต้องเร่งทำให้ประสบความสำเร็จ

“แน่นอนว่าก็ต้องเป็นการทำงานสนองนโยบายของรัฐบาลในเรื่องของ ไทยแลนด์ 4.0 ที่เราต้องมุ่งเป้ามากขึ้นส่วนงานวิจัยซึ่งเป็นภารกิจหลักของ วว. จะเน้นการวิจัยที่เรามีแผนงานการสร้างนวัตกรรมพร้อมใช้ และฐานองค์ความรู้ 40% โดยเฉพาะอย่างยิ่งงานวิจัยของเราต้องมีผู้ใช้เกิดขึ้นให้ได้ หรือเข้าสู่ตลาดให้มากขึ้น ไม่ใช่งานวิจัยขึ้นหิ้งอีกต่อไป โดยตลอดช่วงระยะเวลาที่ดำรงตำแหน่ง 4 ปีนั้น การดำเนินงานของ วว. จะมุ่งนโยบายให้ความสำคัญในการใช้องค์ความรู้ วทน. เพื่อบรรลุเป้าหมายการพัฒนาประเทศตามนโยบาย Thailand 4.0 ยุทธศาสตร์ชาติระยะ 20 ปี ซึ่งขับเคลื่อนโดยการนำความเชี่ยวชาญและโครงสร้างพื้นฐาน วทน. ไปสร้างประโยชน์อย่างครบวงจร พัฒนาเทคโนโลยีที่สนองตามบริบทของผู้ใช้ประโยชน์ และสร้างความเข้มแข็งของเศรษฐกิจฐานรากที่ตอบโจทย์ความต้องการของชุมชนและประชาชนเชิงพื้นที่ เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มต่อเศรษฐกิจและสังคม”

สำหรับหลักการทำงาน และการบริหาร ผู้ว่าการ วว. คนใหม่ บอกว่า มุ่งเน้นการมีส่วนร่วม สร้างคนให้เก่ง สร้างทีม และยึดหลักธรรมาภิบาลในการทำงาน

“ตลอดระยะเวลาในการทำงานดิฉันใช้หลัก เราทำได้ และคิดบวก เพราะดิฉันเชื่อว่าเราตั้งใจจะทำสิ่งที่เราได้รับมอบหมาย เราไม่กลัวความยาก ความลำบาก แนวคิดนี้แหละจะทำให้เห็นสิ่งที่ยากและสิ่งที่ท้าท้ายเป็นโอกาส ทำให้ไม่กลัวและกล้าที่จะรับโอกาส ความท้าทายที่เข้ามาเสมอ รวมทั้งยึดหลักรับผิดชอบและตั้งใจทำในสิ่งที่ได้รับมอบหมายให้ดีที่สุด สำหรับการทำงานของ วว. มุ่งการลงพื้นที่จริง เห็นข้อมูลจริงยุติธรรมเสมอภาค เน้นประโยชน์ขององค์กรเป็นหลักและปลูกฝังสร้างความตระหนักให้บุคลากรถือประโยชน์ของส่วนรวมเป็นหลัก ประโยชน์ของประเทศเป็นที่ตั้ง เพราะถ้าตอบประเทศได้ สุดท้ายประโยชน์ขององค์กรก็จะตามมา”

นอกจากนี้ ดร.ชุติมา ยังได้กำหนดเป้าหมายการดำเนินงานของสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย ในการเป็นองค์กรที่เติบโตเปี่ยมด้วยศักยภาพและพร้อมรับพลวัตการเปลี่ยนแปลง โดยมุ่งมั่นที่จะสร้างสรรค์ผลงานเพื่อให้เกิดสังคมนวัตกรรมที่ยั่งยืน ผ่านการบูรณาการประสานพลังให้เกิดขึ้นกับบุคลากรและเครือข่ายพันธมิตร เพื่อให้เกิดผลลัพธ์เป็นที่ประจักษ์ ชัดเจน และรวดเร็ว

ระดมทุนช่วยน้องด้อยโอกาส ให้หัวใจเต้นปกติได้อีกครั้ง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/379082

ระดมทุนช่วยน้องด้อยโอกาส ให้หัวใจเต้นปกติได้อีกครั้ง

ระดมทุนช่วยน้องด้อยโอกาส ให้หัวใจเต้นปกติได้อีกครั้ง

วันจันทร์ ที่ 26 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561, 06.00 น.

ความผิดปกติที่หัวใจ เป็นความผิดปกติในร่างกาย ที่พบได้บ่อยมากที่สุด และโรคหัวใจก็ยังเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้ผู้ป่วยเสียชีวิต อีกทั้งการรักษาโรคหัวใจมีความยุ่งยาก เพราะอาการของโรคมีความซับซ้อนและหลากหลาย

นายแพทย์ ธนะรัตน์ ลยางกูร ประธานคณะกรรมการมูลนิธิเด็กโรคหัวใจ เผยถึงปัญหาของเด็กโรคหัวใจแต่กำเนิดว่า โรคหัวใจสามารถเกิดขึ้นได้ตั้งแต่อยู่ในท้องแม่ อาจจะเสียชีวิตตั้งแต่ยังไม่คลอดออกมา หรือคลอดออกมาแล้วแสดงอาการทันที ซึ่งถือเป็นกลุ่มอาการรุนแรง ส่วนอีกกลุ่มมีความรุนแรงน้อยกว่า สังเกตได้ว่าจะแสดงอาการเหนื่อยขณะวิ่งเล่น หรือดูดนมแล้วเหนื่อย เป็นต้น นอกจากมีอาการเหนื่อยง่ายกว่าปกติ สำลักง่าย หัวใจมีเสียงฟู่ หรือปวดบวมอักเสบ หากเขาโตขึ้นมาแล้ว รูปร่างเขาจะตัวเล็กกว่าเพื่อนในวัยเดียวกัน วิ่งเร็วไม่เท่าเพื่อน หรือน้ำหนักไม่ได้ตามเกณฑ์ บางคนมีอาการตัวเขียวร่วมด้วย ที่มือ ปาก และลิ้นจะมีสีออกม่วงๆ

“เมื่อคุณพ่อคุณแม่รู้ว่าลูกเป็นโรคหัวใจ สิ่งที่ควรปฏิบัติคือ พยายามให้เขาได้รับประทานอาหารที่ครบถ้วนสมบูรณ์ รับพลังงานที่เพียงพอ เพื่อให้มีการเจริญเติบโตที่ปกติ ในเรื่องของอาการหอบเหนื่อย ต้องควบคุมด้วยการให้ยาอย่างระมัดระวัง รับประทานตามขนาดที่ถูกต้องในช่วงเวลาที่ถูกต้อง ถ้ามากหรือน้อยเกินไปอาจเกิดอาการข้างเคียงได้”

ด้านวิธีการรักษา คุณหมอ บอกว่า ในผู้ป่วยหลายราย จำเป็นต้องรักษาด้วยการผ่าตัด และมีพ่อแม่จำนวนไม่น้อยที่ต้องส่งบุตรหลานมารักษาตัวข้ามจังหวัดทำให้มีค่าใช้จ่ายที่สูงมาก พ่อแม่ที่ไม่มีปัญหาเรื่องการเงิน ก็สามารถเลือกรักษาในโรงพยาบาลเอกชนได้ทันที ไม่จำเป็นต้องรอคิวนาน แต่มีอีกจำนวนมากที่ต้องเข้ารักษาในโรงพยาบาลของรัฐ ซึ่งในอดีตการวินิจฉัยและรักษาเป็นไปได้ช้า คิวผ่าตัดยาวมาก มูลนิธิเด็กโรคหัวใจจึงเข้ามาช่วยเหลือเพื่อให้การรักษาเป็นไปอย่างรวดเร็วมากยิ่งขึ้น ด้วยการสนับสนุนค่าใช้จ่ายสำหรับอุปกรณ์ ตลอดจนค่าทีมแพทย์จากศูนย์หัวใจ ที่มูลนิธิฯ จัดหามาเพื่อช่วยรักษาให้ได้มากขึ้นในช่วงคลินิกพิเศษนอกเหนือจากเวลาราชการปกติ

“การรักษานอกเวลาราชการ เพื่อรักษาชีวิตเด็กให้ได้มากขึ้น ช่วยลดคิวการรอคอยที่ยาวนาน ทำให้มีค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น โดยค่าผ่าตัดเด็กโรคหัวใจ 1 คน จะอยู่ที่ราว 30,000 บาท มูลนิธิเด็กโรคหัวใจจำเป็นต้องหาเงินมาช่วยเหลือในส่วนนี้ ซึ่งในแต่ละปีมีเด็กป่วยเป็นโรคหัวใจแต่กำเนิดประมาณ 7,000 คน พร้อมรับการผ่าตัดประมาณ 3,500 คน ทั้งนี้มูลนิธิฯได้รับเงินสนับสนุนจากทีเอ็มบี ที่ช่วยจัดกิจกรรมวิ่งมินิมาราธอนการกุศล TMB I ING PARKRUN 2018 เพื่อนำรายได้ทั้งหมดไม่หักค่าใช้จ่าย มาบริจาคเป็นค่าผ่าตัดให้กับเด็กโรคหัวใจ ต่อเนื่องเป็นปีที่ 4 แล้ว สามารถช่วยเด็กได้เพิ่มขึ้นปีละกว่า 900 คน นับเป็นกิจกรมที่ดีและสามารถช่วยเหลือเด็กได้เป็นอย่างมาก”

เบญจวรรณ สามาทอง คุณแม่ของน้องออกัส หรือ ด.ช.ญาณวุฒิ ขุนตา หนึ่งในเด็กโรคหัวใจ ที่ได้รับการสนับสนุนค่าผ่าตัดจากมูลนิธิเด็กโรคหัวใจ จนสามารถกลับมาใช้ชีวิตเหมือนเด็กปกติทั่วไป ได้เล่าให้ฟังว่า ลูกของเธอป่วยเป็นโรคหัวใจเมื่อเขาลืมตาดูโลกได้ราว 11 วัน คุณหมอตรวจพบว่า หัวใจของน้องออกัสมีรูรั่วขนาด 3 มม. และเมื่อน้องอายุได้ 6 ขวบ รูรั่วที่หัวใจขยายใหญ่ขึ้นเป็น 6-9 มม.

“ตอนเด็กๆ แค่น้องออกัสดูดนมแม่ ก็รู้สึกเหนื่อยแถมยังสำลักได้ง่าย เวลาที่น้องเขาวิ่งเล่น จะเหนื่อยง่ายกว่าเพื่อนๆ ที่เล่นด้วยกัน ทั้งยังเป็นหวัดบ่อยหายใจเร็วอีกด้วย ตอนนั้นดิฉันได้ติดต่อไปที่มูลนิธิเด็กโรคหัวใจ เพื่อขอเข้ารับการรักษา คุณหมอตรวจดูอาการและให้การช่วยเหลือเรื่องการผ่าตัด โดยไม่คิดค่าใช้จ่ายใดๆ ดิฉันรู้สึกดีใจมากที่เขาหายแล้ว สังเกตได้ว่าหัวใจของน้องเขาจะเต้นเสียงดังตุ้บๆ เหมือนเด็กปกติทั่วไป ไม่เหมือนเมื่อก่อนที่มีเสียงดังฟู่ๆดิฉัน ขอขอบคุณมูลนิธิเด็กโรคหัวใจและ ทีเอ็มบีที่ให้โอกาสลูกชายดิฉันกลับมาแข็งแรงอีกครั้ง และขอเป็นกำลังใจให้คุณแม่ท่านอื่นที่มีลูกเป็นโรคหัวใจด้วยนะคะ”

ยังมีเด็กโรคหัวใจอีกจำนวนมากที่ยังรอโอกาสเข้ารับการผ่าตัดหัวใจ ร่วมมอบชีวิตใหม่ที่สดใสอีกครั้ง ด้วยการร่วมบริจาคเงินผ่านเว็บไซต์ https://makethedifference.org/parkrun เพียงเท่านี้ก็สามารถคืนรอยยิ้มและเสียงหัวเราะของน้องๆ ให้กลับมาอีกครั้ง

‘สนพ.ประพันธ์สาส์น-ธ.กรุงเทพ’ จัดโครงการ‘อ่าน เขียน เรียนรู้ สู่งานวิจารณ์’ปีที่ 4

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/379071

‘สนพ.ประพันธ์สาส์น-ธ.กรุงเทพ’ จัดโครงการ‘อ่าน เขียน เรียนรู้ สู่งานวิจารณ์’ปีที่ 4

‘สนพ.ประพันธ์สาส์น-ธ.กรุงเทพ’ จัดโครงการ‘อ่าน เขียน เรียนรู้ สู่งานวิจารณ์’ปีที่ 4

วันจันทร์ ที่ 26 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561, 06.00 น.

เก็บเกี่ยวความรู้กันไปอย่างจุใจกับ โครงการ “อ่าน เขียน เรียนรู้ สู่งานวิจารณ์” ปีที่ 4 ซึ่งได้รับการสนับสนุนจาก ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) ผลิตภัณฑ์แอร์โรว์ และบริษัท สำนักพิมพ์ประพันธ์สาส์น จำกัด ที่เปิดโอกาสให้เยาวชนไทยได้ตระหนักในคุณค่าของงานวรรณกรรมที่มีประโยชน์ต่อการศึกษา ผ่านการเรียนรู้และพัฒนาทักษะในด้านการวิจารณ์อย่างสร้างสรรค์ สร้างความภาคภูมิใจให้กับทั้งอาจารย์และลูกศิษย์ณ อาศรมวงศ์สนิท จังหวัดนครนายก เมื่อหลายวันก่อน

สืบเนื่องเป็นครั้งที่ 4 แล้ว สำหรับโครงการ “อ่าน เขียน เรียนรู้สู่งานวิจารณ์” โดยมี อาทร เตชะธาดากรรมการผู้จัดการ บริษัท สำนักพิมพ์ประพันธ์สาส์น จำกัด เป็นผู้ริเริ่มโครงการฯและในปีนี้ทางโครงการฯ ได้คัดเลือกเยาวชนทั้งหมด 38 คน จากทุกภาคทั่วประเทศ โดยใช้เกณฑ์พิจารณาจากบทวิจารณ์ที่ส่งเข้ามา และทุกคนจะต้องเข้าค่ายร่วมกันเพื่อเรียนรู้ ทั้งนี้ทางโครงการฯ ยังได้มอบทุนรางวัลให้กับเยาวชน รวมมูลค่าทุนรางวัลทั้งสิ้น8 แสนบาท โดยทางธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) ได้มอบโดยตรงให้กับผู้ที่ผ่านเข้ารอบทุกคน ทุนละ 20,000 บาท

ค่ายวิจารณ์วรรณกรรมครั้งนี้เป็นการฝึกอบรมติวเข้ม 3 วัน 2 คืน โดยได้รับเกียรติจากอาจารย์ผู้ทรงคุณวุฒิในแวดวงเป็นผู้ถ่ายทอดความรู้เกี่ยวกับ
หลักการวิจารณ์ นำโดย เนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์,ชมัยภร บางคมบาง, วีระศักดิ์ จันทร์ส่งแสงและ จรูญพร ปรปักษ์ประลัยภายใต้แนวความคิด “ปูพื้นฐานเรื่องงานวรรณศิลป์และการวิจารณ์” และ “หลักการวิจารณ์และการเขียนบทวิจารณ์ให้มีสีสัน” โดยกิจกรรมประกอบด้วย การแบ่งกลุ่มเขียนบทวิจารณ์งานประเภทต่างๆ อาทิ นวนิยายเรื่องสั้น กวีนิพนธ์ และสารคดี จากนั้นก็มอบหมายงานและให้ทุกคนลงมือปฏิบัติเขียนบทวิจารณ์ด้วยตนเอง โดยคณะผู้จัดโครงการฯ เอาใจช่วยในการสร้างสรรค์เยาวชนไทยรุ่นใหม่สู่นักวิจารณ์ไฟแรง นำไปสู่การสร้างทรัพยากรทางปัญญาที่หลากหลายและทรงคุณภาพสำหรับบรรณพิภพต่อไป

Eat-Drink-Stay-Alive เทมส์ วัลลีย์ วินเทอร์ มาร์เก็ต 2018

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/379076

Eat-Drink-Stay-Alive เทมส์ วัลลีย์ วินเทอร์ มาร์เก็ต 2018

Eat-Drink-Stay-Alive เทมส์ วัลลีย์ วินเทอร์ มาร์เก็ต 2018

วันจันทร์ ที่ 26 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561, 06.00 น.

อิ่ม และ ชิลล์ รับลมหนาวในงาน เทมส์ วัลลีย์ วินเทอร์ มาร์เก็ต 2018 ในคอนเซ็ปต์สุดเก๋ Let’s Camp Out! ชิมเมนูเด็ดจาก Street Food เจ้าดังของโคราช และเพลิดเพลินกับกิจกรรมสนุกสนานท่ามกลางบรรยากาศของหมู่บ้านเล็กในชนบทอังกฤษ

หนาวนี้ เทมส์ วัลลีย์ เขาใหญ่ โรงแรมสวยที่เปี่ยมด้วยมนต์เสน่ห์ของหมู่บ้านเล็กๆ ในชนบทของอังกฤษ ท่ามกลางธรรมชาติอันงดงามของเขาใหญ่ เตรียมจัดงานเทมส์ วัลลีย์วินเทอร์ มาร์เก็ต 2018 อีกครั้ง พร้อมคอนเซ็ปต์ Let’s CampOut! ให้คุณได้เพลิดเพลินกับอาหาร Street food จากร้านอาหาร ชื่อดังของโคราช ไม่ว่าจะเป็นทาโกยากิยอดฮิตจาก Bloc26 Takoyaki, ร้านส้มตำเป็นลาว เกี๊ยวซ่าพร้อมน้ำจิ้มรสเด็ดจาก ยากูซ่าส์ เกี๊ยวซ่า, สารพัดของย่างจาก Grill Station,เคบับหอมเครื่องเทศจากเคบับฝรั่ง โคราช, ไส้กรอกอีสานสูตรเด็ด จากเจ๊เค็ง ฯลฯ และยังมีของหวานให้ฟินกันอย่างต่อเนื่อง ทั้งไอศกรีมสูตรไม่อ้วน จากดูคาติม และขนมจากร้าน HuaNom อีกด้วย

นอกจากนี้ ยังมีกิจกรรมสนุกๆ ทั้งวันในธีมแคมปิ้งที่เหมาะสำหรับทุกคนในครอบครัว โดยเฉพาะในโซน Camping Play เด็กๆ จะได้เพลิดเพลินกับเกมส์สนุกๆ กิจกรรมเวิร์กช็อป Art&Craft รวมถึงการเพ้นท์หน้าในรูปแบบไม่ซ้ำใคร ตกบ่ายไปจนถึงค่ำ นั่งชิลล์เพลิดเพลินไปกับดนตรีอะคูสติกที่จะมาเล่นสดให้ฟังกันอย่างต่อเนื่องทั้งสองวันในบรรยากาศเย็นสบายเคล้าลมหนาว พร้อมรับโปรโมชั่นพิเศษ Buy 1 get 1 free กับช่วงเวลา Happy Hour 14.00-16.00 น.

เทมส์ วัลลีย์ วินเทอร์ มาร์เก็ต 2018 จะจัดขึ้นในวันที่1-2 ธันวาคม 2561 เวลา 14.00-21.00 น. ไปร่วมชิมของอร่อยชิลล์กับบรรยากาศ และเก็บโอโซนกันให้เต็มปอด พร้อมลุ้นรางวัลจากกิจกรรม Happy Lucky Draw ภายในงาน ชิงรางวัลห้องพักฟรีจากเทมส์ วัลลีย์ เขาใหญ่ ติดตามรายละเอียดกิจกรรมต่างๆ เพิ่มเติมได้ใน FB : Thames Valley Khaoyai Hotel หรือ IG : Thames Valley Khaoyai #winteratthames2018

นิทรรศการภาพการ์ตูน FU*K ‘N BEAR โดยศิลปินนักวาดการ์ตูนชาวสเปน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/379069

นิทรรศการภาพการ์ตูน FU*K ‘N BEAR โดยศิลปินนักวาดการ์ตูนชาวสเปน

นิทรรศการภาพการ์ตูน FU*K ‘N BEAR โดยศิลปินนักวาดการ์ตูนชาวสเปน

วันจันทร์ ที่ 26 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561, 06.00 น.

แกลเลอรี่ EchoOne Nanzukaที่เกิดจากแรงบันดาลใจของคนรักงานศิลปะ แพท–ประกาสิทธิ์ พรประภา และ ก้อง-กรุณ ซอโสตถิกุล ที่ชื่นชอบงานศิลปะเหมือนกัน อีกหนึ่งทางเลือกของคนที่รักและชื่นชอบงานศิลปะอย่างแท้จริง

ล่าสุด แกลเลอรี่ EchoOne Nanzuka นำผลงานศิลปะที่มีสีสันสดใส และแฝงความน่ารักเอาไว้ มาเปิดให้คนรักงานศิลปะได้ชมกัน โดยนิทรรศการ ชื่อว่า “FU*K ‘N BEAR” เป็นฝีมือการวาดภาพ โดยศิลปินจากประเทศสเปน JAVIER CALLEJA(จาเวียร์ คาเยฮา) ซึ่งผลงานของศิลปินคนนี้มีความเป็นตัวเองสูง และมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว คือ ภาพวาดส่วนใหญ่จะเป็นตัวการ์ตูนรูปเด็กที่มีดวงตากลมโตขนาดใหญ่แสดงถึงความเป็นเด็กและความใสซื่อ ส่วนมากงานของศิลปินจาเวียร์ คาเยฮา มักจะทำในรูปแบบของ Surrealist ผ่านงาน Contemporary Portraiture นับว่าเป็นการสร้างสรรค์ผลงานที่มีรูปแบบเหนือความเป็นจริง แต่ยังคงรักษาเอกลักษณ์ความเป็นตัวเอง และยังรักษาเป็นงานศิลปะร่วมสมัยเอาไว้ ที่ส่วนใหญ่มักจะวาดเป็นภาพบุคคลครึ่งเดียว ซึ่งบรรยากาศภายในงาน มีเหล่าศิลปินและเซเลบฯชื่อดังที่ชื่นชอบงานศิลปะมาร่วมงานมากมาย

EchoOne Nanzuka ตั้งอยู่ชั้น 9 อาคารสยามกลการ ถนนพระราม 1ตรงข้ามสนามกีฬาแห่งชาติ (BTS สถานีสนามกีฬาแห่งชาติ) เปิดบริการวันพุธ-อาทิตย์ เวลา 11.00-18.00 น.โดยผลงานของ JAVIER CALLEJA(จาเวียร์ คาเยฮา) เปิดให้ชมกันตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป สนใจสอบถามได้ที่โทรศัพท์ 02-215-3507

5 วิธีง่ายๆ ใช้‘กาแฟ’เชื่อมความสัมพันธ์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/379073

5 วิธีง่ายๆ ใช้‘กาแฟ’เชื่อมความสัมพันธ์

5 วิธีง่ายๆ ใช้‘กาแฟ’เชื่อมความสัมพันธ์

วันจันทร์ ที่ 26 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561, 06.00 น.

ชีวิตของคนเรา ไม่มีอะไรจะสำคัญไปกว่าการได้อยู่ท่ามกลางมิตรภาพและมีความสัมพันธ์ที่ดีกับผู้คนรอบข้าง ไม่ว่าจะเป็นคนในครอบครัวเพื่อนๆ และคนรัก เพราะความสัมพันธ์ที่ดีย่อมมีส่วนสำคัญต่อการใช้ชีวิตอย่างมีความสุขในทุกๆ วัน“เนสกาแฟ” มีวิธีเชื่อมความสัมพันธ์เหล่านั้นให้แนบแน่น ด้วย “กาแฟ” ที่จะมาเป็นตัวช่วยได้เป็นอย่างดี

แก๊งเพื่อนสนิท การได้นัดเจอเพื่อนสนิทเพื่อพูดคุยกันสบายๆ น่าจะเป็นสิ่งที่หลายคนถวิลหา ยิ่งในวัยทำงานที่ต่างคนต่างแยกย้ายไปทำงานกันคนละที่ นานๆ ทีถึงจะได้เจอกัน จะมาเจอกันเฉยๆ เพื่ออัพเดทความคืบหน้าในชีวิตของแต่ละคน หรือจะมาเจอกันเพื่อวางแผนออกเดินทางท่องเที่ยวในช่วงวันหยุดยาว ถ้าจะให้ง่ายๆ สบายๆ ที่จะช่วยให้คุยกันไปได้ยาวๆ ตลอดวัน ก็ต้องนัดเจอที่บ้านหรือที่คอนโดมิเนียมของใครสักคนในกลุ่ม เจ้าของบ้านชงกาแฟรสโปรดมาเสิร์ฟเพื่อนๆ ให้ได้ดื่มด่ำกับความหอมกรุ่นของกาแฟ แล้วชวนคุยถึงเรื่องราวมันส์ๆ ในอดีตที่เคยทำร่วมกัน แต่ละคนก็หาขนมนมเนยมาแชร์กัน ต่อเติมความผูกพันเพื่อนซี้ให้แนบแน่นยิ่งขึ้น

เผยความในใจด้วยกาแฟหอมกรุ่น เวลามีความรัก แต่ละคนคงมีวิธีการหรือคำพูดที่แตกต่างกันออกไปในการเลือกเผยความในใจของตัวเองให้คนรักได้รับรู้ แต่ที่หลายคนต้องมีเหมือนกันแน่ๆ คือการเลือกช่วงเวลาที่จะได้อยู่ด้วยกันตามลำพัง ถ้าจะให้ดี คุณน่าจะลองเติมความกล้าและแสดงให้คนที่คุณแอบชอบเห็นถึงความห่วงใยด้วยการชงกาแฟดีๆ ให้ดื่ม เพื่อเปิดประเด็นชวนคุยเรื่องสนุกๆ วิธีง่ายๆ เพียงเท่านี้อาจเป็นการหยอดความหวานผ่านกลิ่นและรสชาติของกาแฟในแบบที่สามารถปูพรมให้คุณสานสัมพันธ์ได้เร็วยิ่งขึ้น หยอดไปวันละแก้วสองแก้วให้เป็นปลื้มจนหลงรักไปเองได้เลย

ชอบสูตรไหนเป็นได้คืนดี พูดถึงการชงกาแฟให้กัน ถ้าจะใช้กาแฟช่วยกระชับความสัมพันธ์ให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น คุณก็ต้องแอบรู้ใจกันหน่อยว่า “เขาคนนั้น”ของคุณชอบกาแฟสูตรไหนหรือรสชาติแบบไหน ถ้าเป็นแฟน เวลาคุณทะเลาะกันหรือแอบงอนกัน การชงกาแฟด้วยสูตรที่ถูกปากคนรัก ใส่ในแก้วที่คุ้นเคย เพื่อเอาไปง้อก็น่าจะเป็นอีกวิธีที่ทำให้หายโกรธ แล้วการง้อนี่ก็ไม่จำเป็นต้องเป็นการง้อแฟนอย่างเดียว บางทีคุณมีเรื่องให้ต้องงอนกันกับคุณแม่หรือคุณพ่อ ลองให้ท่านทั้งสองได้ดื่มกาแฟสูตรโปรดฝีมือคุณในแก้วที่ชอบ รับรองว่าลืมความงอนไปทันทีแน่นอน

ใช้กาแฟแปะโน้ตส่งต่อกำลังใจคนทำงานในออฟฟิศเดียวกัน เวลางานไม่ยุ่งอาจจะแวะมาชงกาแฟดื่มแล้วพูดคุยเม้าท์มอยกันได้ทุกโอกาส แต่บางครั้งในช่วงเวลาที่งานยุ่งสุดๆ อย่าว่าแต่ชงกาแฟมาชิล เวลาจะเดินไปเข้าห้องน้ำทำธุระยังแทบไม่มี แต่ถ้าอยากส่งกำลังใจให้กัน อาจจะลองใช้วิธีซื้อกาแฟกระป๋องมาวางไว้ให้เพื่อนๆ พี่ๆ ในออฟฟิศ หรือแม้แต่ให้คนรักของคุณเอง พร้อมกับแปะโน้ตส่งกำลังใจหรือเติมความหวานกันเบาๆ วิธีนี้น่าจะช่วยกระชับความสัมพันธ์ให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้นได้ดีทีเดียวล่ะ

กาแฟลดความเครียดในห้องประชุม ในการทำงานโดยเฉพาะเวลาที่ต้องมีการประชุมระดมสมอง หลายครั้งหลายหนที่คนในที่ประชุมเกิดความคิดเห็นที่แตกต่าง จนนำไปสู่ความกดดันและความเคร่งเครียดอันหลีกเลี่ยงไม่ได้ ลองใช้กาแฟเป็นเครื่องมือลดความเครียดในที่ประชุม ด้วยการให้แม่บ้านชงกาแฟหอมๆ มาเสิร์ฟก่อนการประชุม กลิ่นหอมรัญจวนใจของกาแฟ จะช่วยสร้างบรรยากาศที่อบอุ่นเป็นกันเองและเพิ่มความรู้สึกผ่อนคลายให้กับที่ประชุมได้ เพราะมีงานวิจัยหลายชิ้นที่ยืนยันว่า กลิ่นของกาแฟมีส่วนช่วยลดภาวะความเครียด บางงานวิจัยยังไปไกลถึงขนาดที่พบว่า กลิ่นของกาแฟมีส่วนช่วยให้ผู้คน “น่ารัก” ต่อกันมากกว่าเดิมด้วย

ไม่ว่าจะวิธีไหนหรือกับใคร “กาแฟ” คือส่วนสำคัญที่ช่วยเติมเต็มความอบอุ่นและกระชับความสัมพันธ์ระหว่างกันได้ดีมาก ลองมองหา “เนสกาแฟเบลนด์ แอนด์ บรู” ผสมกาแฟคั่วบดละเอียด หรือ “เนสกาแฟ เรดคัพ”หอม นุ่ม กาแฟแท้ไว้ติดบ้านหรือที่ทำงาน หรือจะซื้อเนสกาแฟกระป๋องไว้เติมความกระปรี้กระเปร่าระหว่างวันก็รับรองว่าช่วยเชื่อมความสัมพันธ์ทุกรูปแบบในชีวิตคุณให้ผูกพันยิ่งขึ้น