Bt30m lottery winnings saga continues in court

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ The Nation

http://www.nationmultimedia.com/detail/national/30360815

Bt30m lottery winnings saga continues in court

national December 20, 2018 13:04

By The Nation

2,862 Viewed

Kanchanaburi Provincial Court on Thursday agreed to hear charges of embezzlement and receiving stolen items against a retired policeman Pol Lieutenant Charoon Wimul, in the continuing high-profile row over lottery winnings worth Bt30 million.

Charoon had prepared Bt90,000 to apply for bail release during the trial.

Late last year, schoolteacher Preecha Kraikruan – with two lottery ticket vendors as his key witnesses – claimed that he had lost the five lottery tickets of the same number 533726 for the November 1 draw that won Bt30 million. He said he purchased them and filed a complaint with police against Charoon.

Charoon, meanwhile, claimed he bought the tickets from a vendor at a market and had already collected the prize money.

As they argued amid huge public attention, both sides were hit with charges.

Preecha and two lottery vendors faced charges in March of filing a false complaint with police, giving false information to officials and framing another person in a criminal case. Charoon is now facing a court battle over charges of embezzlement and receiving stolen items.

Prior to the court’s decision to hear the case against Charoon, Preecha arrived at court saying this was the day that the truth would prevail and he said he would accept the court’s decision regardless of the outcome.

Preecha had said that if the court accepted the case, he had a lot of evidence to back his claim of being the real owner of the jackpot-winning tickets.

ททท.สร้างเครือข่ายการท่องเที่ยวเชิงอาหาร ดึง ‘เชฟชุมพล’ ตั้งร้านอาหารเชฟชุมชนทั่วประเทศ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/355100

ททท.สร้างเครือข่ายการท่องเที่ยวเชิงอาหาร ดึง ‘เชฟชุมพล’ ตั้งร้านอาหารเชฟชุมชนทั่วประเทศ

ททท.สร้างเครือข่ายการท่องเที่ยวเชิงอาหาร ดึง ‘เชฟชุมพล’ ตั้งร้านอาหารเชฟชุมชนทั่วประเทศ

วันพฤหัสบดี ที่ 2 สิงหาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

รมว.วีระศักดิ์ โค้วสุรัตน์, พงษ์ภาณุ เศวตรุนทร์, สุพัฒนพงษ์ พันธุ์มีเชาว์ และ เชฟชุมพล แจ้งไพร

กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย เปิดตัวโครงการ “เชฟชุมชนเพื่อท่องเที่ยวไทยอย่างยั่งยืน” ยกระดับอาหารเลื่องชื่อในชุมชน เพื่อดึงดูดการท่องเที่ยว คว้าตัวเชฟชุมพล แจ้งไพร เชฟชื่อดังเป็นหัวหน้าคณะทำงานร่วมกับเชฟชื่อดังทั้งในและต่างประเทศ พัฒนาเมนูเด็ดของท้องถิ่น พร้อมจัดตั้งร้านอาหารเชฟชุมชนทั่วประเทศ เพื่อสร้างเครือข่ายด้านการท่องเที่ยวเชิงอาหารให้ครอบคลุมทั้ง 5 ภาค อีกทั้ง ส่งเสริมให้เชฟชุมชน สามารถบริหารจัดการขยะพลาสติกอย่างถูกวิธีด้วยการใช้ผลิตภัณฑ์รักษ์สิ่งแวดล้อม

กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย และ บริษัท พีทีทีโกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) จัดงานแถลงข่าวเปิดตัวโครงการ “เชฟชุมชนเพื่อท่องเที่ยวไทยอย่างยั่งยืน” เพื่อส่งเสริมภาพลักษณ์การท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมอาหาร หรือ “Gastronomic destination” ให้กับประเทศไทยในระดับมหภาค ยกระดับมาตรฐานอาหารไทยจากระดับชุมชน เพื่อเป็นสิ่งชูโรงดึงดูดการท่องเที่ยว พร้อมจัดตั้งร้านอาหารเชฟชุมชนทั่วประเทศ เพื่อสร้างเครือข่ายด้านการท่องเที่ยวเชิงอาหารอย่างเป็นรูปธรรม และกระตุ้นเศรษฐกิจในระดับชุมชนอย่างยั่งยืน รวมทั้งมีการส่งเสริมให้เชฟชุมชนสามารถบริหารจัดการขยะพลาสติกอย่างถูกวิธี โดยมี วีระศักดิ์ โค้วสุรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา พร้อมด้วย พงษ์ภาณุ เศวตรุนทร์ปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา, สุพัฒนพงษ์พันธุ์มีเชาว์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท พีทีที โกลบอลเคมิคอล จำกัด (มหาชน) และ เชฟชุมพลแจ้งไพร หัวหน้าคณะทำงานโครงการ “เชฟชุมชนเพื่อท่องเที่ยวไทยอย่างยั่งยืน” ให้เกียรติมาร่วมงาน ณ ร้านอาหาร (R.HAAN) ทองหล่อ ซ.9

สุพัฒนพงษ์ พันธุ์มีเชาว์ และ เชฟชุมพล แจ้งไพร โชว์บรรจุภัณฑ์รักษ์สิ่งแวดล้อม

วีระศักดิ์ โค้วสุรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กล่าวว่า “เนื่องด้วยปัจจุบันพฤติกรรมของนักท่องเที่ยวมีการเปลี่ยนแปลงไป นอกจากจะมีจุดหมายเพื่อพักผ่อนหรือเยี่ยมญาติ และครอบครัวแล้ว กิจกรรมการกินไปพร้อมกับการท่องเที่ยวในทริปนั้นๆ ยังเป็นพฤติกรรมหลักที่พบเห็นกันอย่างแพร่หลาย นอกจากนี้ การได้ลิ้มรสอาหารที่มีอัตลักษณ์เฉพาะถิ่น ยังเป็นอีกหนึ่งประสบการณ์การท่องเที่ยวที่ช่วยสร้างความประทับใจในการเดินทางได้ไม่น้อย เนื่องจากได้มีโอกาสรับประทานอาหารที่หารับประทานไม่ได้ทั่วไป ซึ่งการเดินทางไปยังชุมชนนั้นๆ เพื่อรับประทานอาหารพื้นถิ่น จึงเป็นการสร้างกระแสและดึงดูดความสนใจให้นักท่องเที่ยวเข้าสู่พื้นที่ เป็นการใช้อาหารเพื่อเป็นแม่เหล็กดึงดูดรายได้และกระจายไปยังชุมชนได้อย่างแท้จริงและยั่งยืน”

ทั้งนี้ โครงการ “เชฟชุมชนเพื่อท่องเที่ยวไทยอย่างยั่งยืน” เป็นโครงการที่ต่อยอดมาจากโครงการ “เชฟชุมพลสร้างเชฟชุมชน by GC” ซึ่งได้ร่วมกับ สำนักงานระยอง ในการส่งเสริมการใช้วัตถุดิบของดีในจังหวัด และค้นหาเมนูพื้นถิ่นจาก 8 พ่อครัวแม่หัวป่าก์ ตลอดจนรังสรรค์เมนูใหม่ให้กับจังหวัดระยอง เพื่อร่วมกันสร้างจุดหมายการท่องเที่ยวตามรอยอาหารพื้นถิ่นที่พลาดไม่ได้ นับตั้งแต่ปี 2560 เป็นต้นมา และจากความสำเร็จที่เกิดขึ้นจึงเป็นโมเดลแห่งการพัฒนาโครงการเชฟชุมชนเพื่อท่องเที่ยวไทยอย่างยั่งยืน ที่จะยกระดับการพัฒนาชุมชนทั่วประเทศ ตามนโยบายท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมอาหาร หรือ “Gastronomic destination” ให้เป็นหนึ่งในช่องทางการกระจายรายได้ลงสู่ชุมชน ตลอดจนลดความเหลื่อมล้ำในสังคม

เชฟแถวหน้าของไทยและต่างประเทศ ร่วมพัฒนาเมนูเด็ดของท้องถิ่นทั้ง 5 ภาค

ด้าน สุพัฒนพงษ์ พันธุ์มีเชาว์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน)หรือ GC เผยว่า ในครั้งนี้ GC ให้การสนับสนุนการพัฒนาบรรจุภัณฑ์ พร้อมส่งเสริมให้เชฟชุมชนสามารถบริหารจัดการขยะพลาสติกอย่างถูกวิธี ด้วยการใช้ผลิตภัณฑ์รักษ์สิ่งแวดล้อม เป็นบรรจุภัณฑ์แบบใช้ครั้งเดียว ประกอบด้วย แก้ว ถ้วย และถาดใส่อาหาร ซึ่งเป็นนวัตกรรมพลาสติกชีวภาพที่ย่อยสลายได้ เหมาะสมต่อการใช้งานเพื่อทดแทนบรรจุภัณฑ์พลาสติกทั่วไป โดยมีประสิทธิภาพทัดเทียมพลาสติกทั่วไป แต่สามารถย่อยสลายได้ตามธรรมชาติในสภาวะปุ๋ยหมักภายใน 180 วัน

นอกจากนี้ ยังได้ต่อยอดการพัฒนาผลิตภัณฑ์อาหารชุมชน โดยร่วมสนับสนุนให้มีการพัฒนาอาหารเมนูพื้นถิ่นดั้งเดิม และพัฒนาสูตรอาหารเมนูใหม่ รวม 60 เมนู ให้มีมาตรฐานทั้งในด้านรสชาติ ภาพลักษณ์ และมีความดึงดูดใจต่อผู้บริโภค พร้อมนำมาประยุกต์ใช้กับบรรจุภัณฑ์พลาสติกของ GC ตลอดจนส่งเสริมการให้ความรู้ ด้านอาหารปลอดภัย การใช้บรรจุภัณฑ์พลาสติกที่ถูกวิธี และพัฒนาช่องทางการตลาดออนไลน์ พร้อมจัดทำชั้นวางจำหน่ายสินค้าอาหารชุมชนในโครงการ ด้วยวัสดุกล่องนมรีไซเคิล มอบให้กับทุกร้าน เพื่อสร้างรายได้ให้กับชุมชนต่อไป

อาหารภาคตะวันออก แกงส้มผักกระชับ

รวมไปถึงการสร้างเครือข่ายด้านการท่องเที่ยวเชิงอาหาร โดยการจัดตั้งร้านอาหารเชฟชุมชนทั่วประเทศ เพื่อให้ครอบคลุมทั้ง 5 ภาค ได้แก่ ภาคเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออก ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคใต้และเขตจังหวัดชายแดน จำนวน 30 ร้าน ทั้งเมืองหลักและเมืองรอง ภายในเดือนธันวาคม 2561 พร้อมทั้งพัฒนาหลักสูตรร้านอาหารชุมชน 4.0 และถ่ายทอดองค์ความรู้ผ่านการปฏิบัติการฝึกอบรมในหมวดต่างๆ ได้แก่หมวดอาหารถิ่น จำนวน 50 เมนู หมวดเมนูอาหารไทยและเครื่องดื่มสำหรับนักท่องเที่ยว (Amazing Thai Taste) จำนวน 10 เมนู รวมถึงหมวดการตกแต่งอาหารและการใช้บรรจุภัณฑ์พลาสติกที่ถูกวิธีอีกด้วย

อาหารภาคเหนือ ไก่มะแขว่น

เชฟชุมพล แจ้งไพร หัวหน้าคณะทำงานโครงการ “เชฟชุมชนเพื่อท่องเที่ยวไทยอย่างยั่งยืน” เผยว่า โครงการ “เชฟชุมชนเพื่อท่องเที่ยวไทยอย่างยั่งยืน” จะเน้นการพัฒนาเมนูเด็ดของท้องถิ่น โดยมีเชฟชื่อดังทั้งในประเทศ และต่างประเทศ ได้แก่ เชฟสมศักดิ์รารองคำ นายกสมาคมเชฟแห่งประเทศไทย, เชฟเดวิด ทอมป์สัน มิชลินสตาร์เชฟอาหารไทย, เชฟแอนดี้ ยังเอกสกุล มิชลินสตาร์เชฟอาหารไทย, มาดามนูรอห์ สเต้ปเป้ เชฟหญิงไทยผู้สร้างร้านอาหารไทย บลูเอเลฟเฟ่นท์,อาจารย์วันดี ณ สงขลา อาจารย์แม่แห่งวงการอาหารไทย, วิพิทธิจักษ์ พิทยานนท์ ฟู้ดสไตลิสท์ไทยที่โด่งดังไปในระดับโลก, เชฟสุรกิจ เข็มแก้วเชฟรุ่นใหม่ไฟแรงแถวหน้าของประเทศมาถ่ายทอดองค์ความรู้ เพื่อรังสรรค์เมนูอาหารตามมาตรฐานเชฟสากล และยกระดับเป็นเมนูเด็ดของประเทศให้มีความน่าดึงดูด เพื่อให้นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติได้มาลิ้มลอง

ส่งเสริมเยาวชนให้ฉลาดรู้ทัน ป้องกันโรคเอดส์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/355089

ส่งเสริมเยาวชนให้ฉลาดรู้ทัน ป้องกันโรคเอดส์

ส่งเสริมเยาวชนให้ฉลาดรู้ทัน ป้องกันโรคเอดส์

วันพฤหัสบดี ที่ 2 สิงหาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

วงวัฒน์ ลิ่วลักษณ์ รองผอ.สำนักอนามัย กนกรัตน์ เลิศไตรภพ หัวหน้ากลุ่มงานโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ อ.เบญจมาศ สุรมิตรไมตรี อดีต ผอ.กองสุขศึกษา กระทรวงสาธารณสุข

กรุงเทพมหานคร โดยสำนักอนามัย จัดกิจกรรมประชุมถอดบทเรียนและประเมินผลความรู้ด้านโรคเอดส์ วัณโรค และโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ตามโครงการพัฒนาการจัดอบรมและประเมินความรู้ด้านเอดส์ วัณโรค และโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์แก่นักเรียนมัธยมศึกษา ต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 ประจำปี 2561 ภายใต้แนวคิด ฉลาดรู้ทัน…เธอกับฉันปลอดภัย ณ ห้องรัตนโกสินทร์ ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร

แพทย์หญิงวันทนีย์ วัฒนะ รองปลัดกทม.ประธานเปิดงาน เผยว่า เนื่องจากเอดส์และโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ยังคงเป็นปัญหาที่คุกคามและส่งผลกระทบอย่างสูงต่อภาวะสุขภาพ ทั้งนี้ในปี 2561 คาดว่า มีจำนวนผู้ติดเชื้อเอชไอวี จำนวน 77,034 คน เป็นผู้ติดเชื้อรายใหม่ จำนวน 2,086 คน การติดเชื้อเฉลี่ยวันละ ประมาณ 6 คน และกว่าร้อยละ 70 ติดเชื้อจากการมีเพศสัมพันธ์โดยไม่ได้ป้องกัน โดยเฉพาะกลุ่มเยาวชน นอกจากนี้คาดการณ์จำนวนผู้ป่วยวัณโรครายใหม่ในกรุงเทพฯ ประมาณ 14,000 คนมีผู้ป่วยที่มารับการรักษาจนหาย เพียงร้อยละ79.59 ผู้ป่วยวัณโรคขาดยา ร้อยละ 11.30ซึ่งองค์การอนามัยโลกกำหนดว่าจะต้องรักษาให้หายขาดมากกว่าร้อยละ 85 จึงจะลดปัญหาการแพร่กระจายเชื้อวัณโรคได้ ยาเสพติดก็เป็นอีกปัญหาหนึ่งที่พบว่ามีจำนวนผู้เข้าบำบัดการติดยาเสพติดรายใหม่ปี 2555-2559 เฉลี่ยร้อยละ 26 และเพิ่มขึ้นเป็นร้อยละ 32.20 และในปี 2560 พบมีการใช้ยาเสพติดวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท เช่น โปรโครดิล ทรามาดอล มีแนวโน้มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องในกลุ่มนักเรียนดังนั้นกองความคุมโรคเอดส์ วัณโรค และโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ สำนักอนามัย กรุงเทพมหานคร จึงได้ดำเนินโครงการพัฒนาการจัดอบรมและประเมินผลความรู้ด้านโรคเอดส์ วัณโรคและโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์แก่นักเรียนมัธยมศึกษา ต่อเนื่องปีที่ 2 ภายใต้แนวคิด ฉลาดรู้ทัน…เธอกับฉันปลอดภัยซึ่งเป็นการจัดบริการที่ดีที่สุด โดยออกให้บริการเชิงรุกจัดกิจกรรมในโรงเรียนสังกัดกรุงเทพมหานคร 7 แห่ง และสังกัดสำนักงานการศึกษาขั้นพื้นฐาน 3 แห่ง รวมทั้งสิ้น 10 แห่ง ระหว่างเดือน พ.ค.-มิ.ย.2561 รวมทั้งมีการประชุมถอดบทเรียน และสรุปผลการดำเนินงานเพื่อนำผลสรุปที่ได้ไปใช้ในการพัฒนาการดำเนินงานปีต่อไปเป็นการส่งเสริมให้เด็กเยาวชนได้รับความรู้ เกิดความตระหนักและร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการป้องกันและแก้ไขปัญหาเอดส์ วัณโรค โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์และยาเสพติด

ด้าน วงวัฒน์ ลิ่วลักษณ์ รองผู้อำนวยการสำนักอนามัย เผยว่า โครงการนี้เกิดขึ้นมาได้ด้วยความร่วมมือร่วมใจขององค์กรภาคีเครือข่าย ซึ่งได้แก่ กองควบคุมโรคเอดส์ วัณโรคและโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ สำนักงานป้องกันและบำบัดการติดยาเสพติดศูนย์บริการสาธารณสุข สำนักอนามัย สำนักงานเขต ผู้บริหารโรงเรียนทั้ง 10 แห่ง องค์กรภาคประชาสังคม ได้แก่ สมาคมพัฒนาประชากรและชุมชน,มูลนิธิแพธทูเฮลท์, มูลนิธิศุภนิมิตแห่งประเทศไทย และบริษัทดีกรี วิชั่น จำกัด กทม.รู้สึกชื่นชมเป็นอย่างยิ่งที่ทุกภาคส่วนได้ร่วมมือกันจัดกิจกรรมดังกล่าวอย่างต่อเนื่อง ด้วยเหตุผลที่เอดส์ วัณโรค และโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ และยาเสพติด เกี่ยวเนื่องกับวิถีชีวิตและพฤติกรรมเสี่ยง โดยเฉพาะเป็นกลุ่มเด็กและเยาวชนระดับชั้นมัธยมศึกษา การป้องกันและแก้ไขปัญหาดังกล่าวให้ประสบความสำเร็จได้นั้น จำเป็นต้องอาศัยกระบวนการ RRTTR (Reach Recruit Test Treat Retain) ซึ่งกิจกรรม ฉลาดรู้ทัน…เธอกับฉันปลอดภัย เป็นการจัดบริการเชิงรุกให้แก่นักเรียนที่เข้าถึงข้อมูล ความรู้ และบริการการตรวจ HIV/STI ทำให้กลุ่มเป้าหมายเข้าถึงการบริการความรู้ การตรวจและส่งต่อเข้าสู่ระบบการดูแลรักษาได้อย่างครอบคลุมและรวดเร็ว ซึ่งส่งผลต่อนโยบายการยุติปัญหาเอดส์ วัณโรค และโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ในพื้นที่ กทม.

ส่วน กนกรัตน์ เลิศไตรภพ หัวหน้ากลุ่มงานโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ กอพ. เผยว่า สำนักงานอนามัย โดยกองควบคุมโรคเอดส์ วัณโรค และโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ ได้รับอนุมัติโครงการพัฒนาการจัดอบรมและประเมินผลความรู้ด้านโรคเอดส์ วัณโรคและโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์แก่เด็กนักเรียน ต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 ฉลาดรู้ทัน…เธอกับฉันปลอดภัย โดยดำเนินการร่วมกับภาคีเครือข่ายต่างๆ ข้างต้น กิจกรรมประชุมถอดบทเรียนการดำเนินงานและสรุปผลมีวัตถุประสงค์เพื่อมอบใบประกาศเกียรติบัตรให้แก่ 10 โรงเรียนและเครือข่ายที่ร่วมจัดกิจกรรมทั้ง 10 ครั้ง และสรุปผลการดำเนินงานนำบทเรียนไปปรับใช้ในปีต่อไป การจัดกิจกรรมในครั้งนี้ได้รับเกียรติจาก อ.เบญจมาศ สุรมิตรไมตรี อดีต ผอ.กองสุขศึกษา กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ กระทรวงสาธารณสุข ซึ่งเป็นผู้มีความเชี่ยวชาญด้านการสื่อสารด้านสุขภาพและเชี่ยวชาญเรื่องการถอดบทเรียนการทำงานเป็นอย่างดีให้เกียรติมาเป็นวิทยากร

คุณแหน : 2 สิงหาคม 2561

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/355102

คุณแหน : 2 สิงหาคม 2561

วันพฤหัสบดี ที่ 2 สิงหาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

ll สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชาทินัดดามาตุ เสด็จแทนพระองค์ทรงเปิดงาน วันแม่แห่งชาติ ประจำปี 2561  พล.อ.สิงหา เสาวภาพ ประธานสภาสังคมสงเคราะห์ฯ พร้อมด้วยคณะกรรมการขอเชิญเฝ้ารับเสด็จ 12 ส.ค. 09.00 น. ห้องประชุม ชั้น รร.เซ็นทรา ศูนย์ราชการและคอนเวนชั่นเซ็นเตอร์ แจ้งวัฒนะ…

ll สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี พระราชทานพระราชวโรกาสให้ ดร.อภิสิทธิ์ ฉัตรทนานนท์ นำ มารดา สมจิตร์ พร้อม กก.บริหาร บ. คอมมูนิเคชั่นแอนด์มอร์ เข้าเฝ้าฯทูลเกล้าฯถวายเงินเนื่องในวันคล้ายวันเกิด 86 ปีเพื่อสมทบทุน มูลนิธิรามาธิบดี 6 ส.ค. เวลา 15.00 น. ณ ศาลาดุสิดาลัย…

ll ท่านผู้หญิงวราพร ปราโมช ณ อยุธยา เป็นประธานเปิดงานการแข่งขันอ่านบทร้อยกรองภาษาอังกฤษประจำปี 2561 (รอบชิงชนะเลิศ) โดยมีดร.ลาลีวรรณ กาญจนจารี นายกสมาคมการพูดภาษาอังกฤษ พร้อมด้วย บุญรักษ์ ยอดเพชร เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน, Mr.Andrew Glass, Mr.Peter Shuler ร่วมงาน 20 ส.ค. 13.00 น. Lifestyle Hall สยามพารากอน…

ll คุณหญิงปัทมา ลีสวัสดิ์ตระกูล ประธานชมรมผู้รู้คุณแผ่นดิน พร้อมด้วย สายปัญญาสมาคมในพระบรมราชินูปถัมภ์ องค์กรสมาชิก จัดเทศน์ทศชาติ ทศบารมี เฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 ที่หอประชุมชั้น 5 โรงเรียนสายปัญญาฯ ถ.กรุงเกษม8 ส.ค. 14.50 น. รายได้ส่วนหนึ่งทูลเกล้าฯ ถวายสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี สมทบทุนกิจการในอาคารภูมิสิริมังคลานุสรณ์ รพ.จุฬาฯ สภากาชาดไทย…

ll สมาคมนักเรียนเก่าญี่ปุ่นในพระบรมราชูปถัมภ์ แสดงความยินดีกับ พลเรือเอกวิรัช วิจารณ์ เข้ารับตำแหน่งประธานมูลนิธินักเรียนเก่าญี่ปุ่น ท่ามกลางความยินดีของคณะกรรมการที่เห็น
ผลงานที่ทำเพื่อมูลนิธิฯ มานาน…

ll สราวุธ วัชรพล เป็นประธานงานฉลองสมรส เตชินีฐ์ เมฆรารัตน์ บุตรี สมชาย-ประพิณ เมฆรารัตน์กับ สิปปพล ตอพฤกษา บุตร สมถวิล-เอมอร ตอพฤกษา 19 ส.ค. 18.00 น. แกรนด์บอลรูม มิราเคิลแกรนด์ คอนเวนชั่น…

ll สวดพระอภิธรรม คุณแม่คำแปง เงินคำ มารดาสมภักดี เลิศวิไล 1-4 ส.ค เวลา 19.00 น. ศาลา 6 วัดชลประทานรังสฤษดิ์ ..เพื่อนธรรมศาสตร์A 8 ของลูกชายผู้วายชนม์จะร่วมเป็นเจ้าภาพ2 ส.ค.และกำหนดฌาปนกิจ 5 ส.ค. เวลา17.00 น….

ll น.สพ.สรวิศ ธานีโต อธิบดีกรมปศุสัตว์ เป็นประธานเปิดงาน “สัตวแพทย์ไทยใส่ใจสุขภาพทุกชีวิต” โดย น.สพ.สมชวน รัตนมังคลานนท์ นายกสัตวแพทยสมาคมฯจัดขึ้นเนื่องในโอกาสครบ 106 ปี วันสัตวแพทย์ไทย4 ส.ค. มี ผศ.น.สพ.ดร.ปิยนันท์ ทวีถาวรสวัสดิ์เป็นประธานจัดงาน ที่ลานกิจกรรม สยามสแควร์ 1 โดยมีกิจกรรมเสวนา การบริการฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าในสัตว์เลี้ยง  การบริการฝังไมโครชิพในสัตว์เลี้ยง…ll

น้อง

แพทย์เตือนภัยหน้าฝน ระวังโรคไข้เลือดออก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/355090

แพทย์เตือนภัยหน้าฝน ระวังโรคไข้เลือดออก

แพทย์เตือนภัยหน้าฝน ระวังโรคไข้เลือดออก

วันพฤหัสบดี ที่ 2 สิงหาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

หน้าฝนเป็นช่วงที่ต้องดูแลสุขภาพมากเป็นพิเศษ เพราะโรคที่แฝงมากับสายฝนนั้นมีมากมายทั้งจากสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงทำให้มีความชื้นสูงถือเป็นการบ่มเพาะเชื้อโรคให้เจริญเติบโตได้ดี จึงควรดูแลใส่ใจสุขภาพของเราอย่าให้เจ็บไข้ได้ป่วยเป็นดีที่สุด “ไข้เลือดออก” เป็นอีกโรคหนึ่งที่ต้องเฝ้าระวังอย่างมากในช่วงฤดูกาลนี้ยุงลายตัวเมียเป็นพาหะตัวร้ายในการแพร่เชื้อไวรัสสายพันธุ์ “เด็งกี” เพราะทันทีที่ยุงลายกัดและดูดเลือดผู้ป่วยที่อยู่ในระยะไข้ซึ่งเป็นระยะที่มีเชื้อไวรัสอยู่ในกระแสเลือดมาก เชื้อไวรัสจะเข้าสู่ตัวยุงและจะเพิ่มจำนวนอย่างรวดเร็ว พร้อมปล่อยเชื้อเข้าสู่คนที่ถูกกัดต่อไป ที่สำคัญยุงลายที่มีเชื้ออยู่ 1 ตัว ออกลูกได้ทีละ 500 ตัว ดังนั้นการแพร่กระจายเชื้อไข้เลือดออกจึงแพร่ระบาดได้อย่างรวดเร็ว

ล่าสุดกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข ได้ออกมาย้ำเตือนถึงสถานการณ์การระบาดของโรคไข้เลือดออกในปีนี้ว่าค่อนข้างน่าเป็นห่วงเนื่องจากปกติโรคไข้เลือดออกจะระบาดในช่วงฤดูฝน แต่เนื่องจากปีนี้ฝนมาเร็วทำให้อากาศร้อนชื้นจึงพบผู้ป่วยไข้เลือดออกสูงกว่าปกติ สถิติตั้งแต่เดือนมกราคม-พฤษภาคม 2561 พบผู้ป่วยด้วยโรคไข้เลือดออกแล้วจำนวน 13,164 ราย เสียชีวิต 19 ราย ยิ่งไปกว่านั้นเมื่อพบว่าตั้งแต่เดือนเมษายนเป็นต้นมา มีจำนวนผู้ป่วยไข้เลือดออกสูงเกินกว่าอัตราค่าเฉลี่ยของอัตราผู้ป่วยในรอบ 5 ปีที่ผ่านมาเลยทีเดียว กรมควบคุมโรคได้คาดการณ์จำนวน
ผู้ป่วยโรคไข้เลือดออกในปีนี้น่าจะสูงถึง 75,000 รายและยังคาดว่าจะทำให้อัตราผู้ป่วยเสียชีวิตสูงกว่าปกติอีกด้วย โดยกลุ่มเสี่ยงที่สําคัญยังคงเป็นกลุ่มที่มีอายุระหว่าง 15-24 ปี

แพทย์หญิงวิไลรัตน์ หล้ามาชน กุมารแพทย์คลินิกเด็ก โรงพยาบาลหัวเฉียว กล่าวถึง ความน่ากลัวของไข้เลือดออก ว่า ปัจจุบันยังไม่มีวัคซีนป้องกันโรคไข้เลือดออกโดยเฉพาะทำได้เพียงการรักษาประคับประคองตามอาการอย่างใกล้ชิด หากมีไข้สูงมากและปวดหัวรุนแรง เบื้องต้นจะใช้ยาระงับอาการ คือ พาราเซตามอล ซึ่งเป็นยาแก้ปวดและลดไข้ ในกรณีที่ผู้ป่วยอาเจียนและอ่อนเพลียจากไข้ แพทย์จะให้น้ำเกลือเพื่อชดเชยการเสียน้ำในร่างกาย นอกจากนี้จะเป็นการรักษาตามอาการที่ป่วยและเฝ้าระวังการเกิดอาการแทรกซ้อน และควรหลีกเลี่ยงการใช้ยาแอสไพรินโดยเด็ดขาด เพราะอาจกระทบต่อภาวะที่มีเลือดออกซึ่งทำให้อาการแย่ลงไปอีก

“อาการเบื้องต้นของผู้ป่วยไข้เลือดออกให้สังเกตอาการมีไข้คล้ายกับไข้หวัดทั่วไปแต่ผู้ป่วยไข้เลือดออกจะมีอาการแสดงที่รุนแรงกว่าคือ มีไข้สูงมาก ปวดหัวมาก ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อทั่วลำตัว ในบางรายอาจคลื่นไส้อาเจียน อาจพบผื่นแดงหรือจ้ำเลือดใต้ผิวหนังทั่วตัว หรือมีภาวะแทรกซ้อนอื่นๆ ตามมา อาทิ มีเลือดออกตามเนื้อเยื่อในร่างกาย ซึ่งอาจเกิดขึ้นได้กับผู้ป่วยที่ร่างกายอ่อนแอและมีภูมิคุ้มกันต่ำ หากมีไข้สูงเกิน 3 วัน ควรไปพบแพทย์เพื่อเจาะเช็คผลเลือดและความดัน หากเกล็ดเลือดต่ำกว่า 100,000 ต่อลูกบาศก์มิลลิเมตร ก็คาดการณ์ได้ว่าจะเป็นไข้เลือดออกชนิดรุนแรง เพราะในคนปกติจะมีเกล็ดเลือดประมาณ 150,000-400,000 ต่อลูกบาศก์มิลลิเมตร และมีความเข้มข้นของเลือดอยู่ที่ 36-40 g/dl ฉะนั้นหากเกล็ดเลือดต่ำกว่า
100,000 ต่อลูกบาศก์มิลลิเมตร และมีความเข้มข้นมากถึง 42-45 g/dl ต้องเริ่มเฝ้าระวังอาการช็อกโดยด่วน อย่างไรก็ตามแม้โรคไข้เลือดออกจะเป็นโรครุนแรง แต่โอกาสรักษาให้หายก็มีสูงเมื่อได้รับการตรวจรักษาตั้งแต่แรก”

สำหรับระยะของโรคไข้เลือดออกมีทั้งหมด 3 ระยะ คือ ระยะไข้ ซึ่งเป็นระยะไม่อันตราย สังเกตได้จากการมีไข้สูงลอย 2-7 วันแม้จะเช็ดตัวและกินยาไข้ก็ไม่ลดลง นอกจากนี้จะมีอาการปวดเมื่อยตามตัว ปวดกระบอกตา และคลื่นไส้อาเจียนร่วมด้วย ในบางรายอาจจะมีผื่นตามตัวได้

ระยะช็อก จะมีอาการหลังไข้ลด 1-2 วัน ทั้งนี้การช็อกของผู้ที่เป็นไข้เลือดออกส่วนใหญ่เกิดจากภาวะเลือดข้น คือความเข้มข้นของเลือดสูงมาก เลือดจึงมีความหนืด ไหลเวียนไปเลี้ยงส่วนต่างๆ ของร่างกายได้ยาก ถ้าหากปล่อยไว้นานเกินไปอาจจะมีอาการแทรกซ้อน เช่น ไตวายตับอักเสบ กินอาหารแล้วคลื่นไส้ อาเจียนตลอด หนักเข้าถึงขั้นที่อวัยวะต่างๆ ในร่างกายที่ขาดเลือดไปเลี้ยงไม่ทำงานและเสียเป็นจุดๆ จนต้องตัดทิ้ง ดังนั้นผู้ป่วยในระยะนี้ต้องเข้ารับการรักษาให้ทันท่วงทีในโรงพยาบาล เพื่อไม่ให้เกิดการสูญเสียอวัยวะอื่นๆ ตามมา นอกจากนี้ยังมีภาวะช็อกจากอาการเลือดออกเพราะผู้ป่วยที่เป็นไข้เลือดออกเกล็ดเลือดจะต่ำ ทำให้เลือดออกง่าย บางคนมีเลือดปนออกมาในขณะอาเจียน เมื่อเลือดออกเรื่อยๆ ก็จะเกิดอาการช็อกจากการขาดเลือด แต่บางคนอาจไม่มีอาการช็อกเลยก็ได้ ขึ้นอยู่กับว่าได้รับเชื้อไวรัสสายพันธุ์รุนแรงหรือไม่รุนแรงและการเฝ้าระวังในระยะนี้เพียงพอหรือไม่

ระยะหาย เป็นระยะสุดท้ายของไข้เลือดออก ผู้ป่วยจะเริ่มอยากอาหาร ปัสสาวะบ่อย เริ่มมีผื่นคัน และชีพจรเต้นช้าลง

“ความรุนแรงของไข้เลือดออกอยู่ที่การเปลี่ยนแปลงของผู้ป่วยตามระยะต่างๆ จะเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว ดังนั้นแพทย์จะดูแลผู้ป่วยอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะอย่างยิ่ง คือ การเปลี่ยนจากขั้นที่ 2 มาขั้นที่ 3 ควรจับชีพจรวัดความดันโลหิต และอาจต้องตรวจหาความเข้มข้นของเลือดโดยการเจาะเลือดตรวจฮีมาโตคริต และตรวจนับคำนวณเกล็ดเลือดเป็นระยะๆ รวมทั้งภาวะแทรกซ้อนของโรคไข้เลือดออก โรคไข้เลือดออกเป็นโรครุนแรง แต่โอกาสรักษาให้หายก็มีสูงเมื่อได้รับการตรวจรักษาตั้งแต่แรก หากไม่ได้รับการรักษาผู้ป่วยจะมีโอกาสเสียชีวิตสูงถึง 50% จากการเกิดภาวะแทรกซ้อน เช่น ไตวาย สมองทำงานผิดปกติหากอยู่ในระยะช็อกคุณหมอจะให้กินเกลือแร่ เพราะเมื่อเกล็ดเลือดต่ำความสามารถในการห่อหุ้มน้ำเลือดของหลอดเลือดจะลดลง ทำให้น้ำเลือดไหลซึมออกมาได้เป็นสาเหตุที่ทำให้ความเข้มข้นของเลือดสูงเมื่อกินเกลือแร่เข้าไปจะสามารถทดแทนน้ำเลือดที่ซึมออกไปได้ แต่หากเป็นระยะที่มีความผิดปกติมาก มีอาการช็อก หรือผู้ป่วยไม่สามารถทานเกลือแร่ได้จะให้น้ำเกลือชนิดพิเศษสำหรับไข้เลือดออกโดยเฉพาะ ซึ่งเมื่อเข้าสู่กระแสเลือดแล้วจะรั่วซึมออกมาช้าลง เพื่อช่วยบรรเทาอาการ”แพทย์หญิงวิไลรัตน์กล่าวในที่สุด

คุณลูกเซเลบฯ ควงแขน ‘ซูเปอร์มัม’ ชวนนักช็อป ส่งต่อกำลังใจแก่ผู้ป่วยมะเร็งเต้านมระยะสุดท้าย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/355097

คุณลูกเซเลบฯ ควงแขน ‘ซูเปอร์มัม’ ชวนนักช็อป  ส่งต่อกำลังใจแก่ผู้ป่วยมะเร็งเต้านมระยะสุดท้าย

คุณลูกเซเลบฯ ควงแขน ‘ซูเปอร์มัม’ ชวนนักช็อป ส่งต่อกำลังใจแก่ผู้ป่วยมะเร็งเต้านมระยะสุดท้าย

วันพฤหัสบดี ที่ 2 สิงหาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

คุณแม่ณัฏฐินี และ มิ้งค์-ณัฏฐิ์ประภา ชุณหะวัณ

3 คุณลูกเซเลบริตี้ ควงแขน “ซูเปอร์มัม” ชวนนักช็อปร่วม “ทำดี” ส่งต่อกำลังใจแก่ผู้ป่วยมะเร็งเต้านมระยะสุดท้ายผ่านโครงการ “Women Cancer” (วีเม่น แคนเซอร์) พร้อมแชร์ความประทับใจในแบบฉบับแม่-ลูก3 สไตล์ และเซอร์ไพรส์สุดพิเศษรับเทศกาลวันแม่ที่ทำให้คุณแม่ยิ้มไม่หุบ

เอแคลร์-เบญจรัตน์ อรรถจินดาพร้อมคุณแม่คนเก่ง สิรินดา ชมะนันท์ เล่าถึงความผูกพันและความประทับใจที่มีต่อกันว่า “คุณแม่แคลร์เป็นคุณแม่เวิร์กกิ้งวูแมนที่เก่งมาก เป็นไอดอลในการทำงานของแคลร์ ที่แคลร์มาทำธุรกิจทุกวันนี้ ก็เพราะได้แรงบันดาลใจมาจากคุณแม่ เพราะเห็นคุณแม่ทำธุรกิจมาตั้งแต่เด็กๆ ซึ่งทุกวันนี้แคลร์ก็ได้คุณแม่นี่แหละค่ะที่เป็นเหมือนโค้ชคอยให้คำปรึกษา และแนะนำเทคนิคดีๆ ในการทำธุรกิจให้ วันแม่ปีนี้แคลร์เลยตั้งใจที่จะให้ทั้งของขวัญที่คุณแม่ชอบ คือชุดเครื่องครัวต่างๆ เพราะคุณแม่ชอบทำอาหาร และของขวัญที่เราชอบคือเครื่องสำอาง เพราะแคลร์อยากให้คุณแม่ดูดี และได้ทำในสิ่งที่รักไปพร้อมๆ กันแถมวันนี้แคลร์ยังได้มีโอกาสร่วมสมทบทุนช่วยเหลือผู้ป่วยมะเร็งเต้านมระยะสุดท้ายของบ้านพิงพักกับการซื้อกิฟต์ การ์ด ของโรบินสันเป็นของขวัญอีกหนึ่งชิ้นให้กับคุณแม่ ซึ่งแคลร์และคุณแม่รู้สึกดีมากๆ เลยค่ะ”

จาร์-ปัทม สุจริตกุล และคุณแม่ปัทมวดี เสนาณรงค์

ด้าน มิ้งค์-ณัฏฐิ์ประภา ชุณหะวัณที่ควงแขนคุณแม่สายสตรองอย่าง ณัฏฐินี ชุณหะวัณ มาเซอร์ไพรส์วันแม่เล่าว่า “คุณแม่เป็นคนรักสุขภาพมาก จะชอบเล่นกีฬาโดยเฉพาะเทนนิสและคุณแม่ก็จะพยายามปลูกฝังให้ลูกๆ รักสุขภาพด้วยการเล่นกีฬาที่ลูกชอบเหมือนอย่างคุณแม่ อย่างมิ้งค์เองก็เคยมีโอกาสไปเล่นเทนนิสกับคุณแม่ ขอบอกว่าท่าตีเทนนิสของคุณแม่สวยและเป๊ะมาก แต่ช่วงหลังๆ คุณแม่ไม่ค่อยมีเวลา ก็เลยจะออกกำลังกายด้วยการเดินหรือวิ่งเบาๆ ที่บ้านแทน วันแม่ปีนี้มิ้งค์ก็เลยพาคุณแม่มาเลือกหารองเท้ากีฬาสำหรับให้คุณแม่ได้ใช้เดินหรือวิ่งเพราะมิ้งค์อยากให้คุณแม่มีสุขภาพแข็งแรงสวย ดูดี และอยู่กับมิ้งค์ไปอีกนานๆ แถมปีนี้มิ้งค์ยังมีของขวัญเซอร์ไพรส์พิเศษให้คุณแม่อีกหนึ่งชิ้น นั่นก็คือ โรบินสัน กิฟต์ การ์ด ที่ทำให้มิ้งค์และคุณแม่ได้มีส่วนในการร่วมช่วยเหลือและเป็นกำลังใจแก่ผู้ป่วยมะเร็งเต้านมระยะสุดท้ายของบ้านพิงพักอีกด้วย”

ขณะที่ จาร์-ปัทม สุจริตกุล ลูกชายสุดที่เลิฟของซูเปอร์มัมสุดแซ่บปัทมวดี เสนาณรงค์ เล่าถึงความประทับใจแบบฉบับแม่-ลูก ว่า “คุณแม่ผมจะเป็นสายเที่ยวครับ ตั้งแต่ผมเด็กๆคุณแม่ก็จะพาผมไปเที่ยวทั้งในและต่างประเทศ คุณแม่พูดกับผมเสมอว่า การท่องเที่ยวไม่ได้ให้แค่ความสนุกอย่างเดียว แต่มันจะช่วยเปิดโลกทัศน์ให้เราที่นอกเหนือจากการเรียนหนังสือ ซึ่งผมเห็นด้วยมากๆ ครับ วันแม่ปีนี้ผมเลยเซอร์ไพรส์พาคุณแม่มาซื้อกระเป๋าเดินทางใบใหม่ และดูพวกอุปกรณ์ที่ใช้เวลาไปเที่ยว ซึ่งคุณแม่แฮปปี้มาก และผมก็ยังมีของขวัญเซอร์ไพรส์อีกหนึ่งอย่าง ก็คือชุดโรบินสัน กิฟต์ การ์ด เพื่อให้คุณแม่เอาไปช็อปของที่ถูกใจเพิ่ม ซึ่งของขวัญชิ้นนี้ทำให้ผมและคุณแม่ยังได้มีส่วนในการร่วมช่วยเหลือและเป็นกำลังใจแก่ผู้ป่วยมะเร็งเต้านมระยะสุดท้ายของบ้านพิงพักด้วย ซึ่งผมคิดว่ามันเป็นสิ่งที่ดีมากๆ ครับ”

เอแคลร์-เบญจรัตน์ อรรถจินดา และคุณแม่ สิรินดา ชมะนันท์

บุษบา จิราธิวัฒน์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ ฝ่ายสื่อสารองค์กร บริษัท กลุ่มเซ็นทรัล จำกัด โต้โผใหญ่ของการเชิญชวนนักช็อปโรบินสันร่วม “ทำดี” ในครั้งนี้ กล่าวว่า “กลุ่มเซ็นทรัลได้เดินหน้าสานต่อโครงการ “Women Cancer” (วีเม่น แคนเซอร์) มาเป็นระยะเวลาถึง14 ปี โดยในปีนี้เรายังคงได้รับความร่วมมือจากโรบินสัน และห้างในเครือกลุ่มเซ็นทรัลในการผนึกกำลังเชิญชวนลูกค้าร่วมส่งต่อความช่วยเหลือและกำลังใจแก่ผู้ป่วยมะเร็งเต้านมระยะสุดท้ายผ่านโครงการ “Women Cancer”อย่างต่อเนื่อง เพื่อร่วมสมทบทุนให้กับ “บ้านพิงพัก” มูลนิธิศูนย์มะเร็งเต้านมเฉลิมพระเกียรติฯ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ ในแคมเปญวันแม่ ซึ่งเราเชื่อเป็นอย่างยิ่งว่าจะได้รับการตอบรับที่ดี และจะสามารถส่งมอบความช่วยเหลือและกำลังใจที่ยิ่งใหญ่แก่ผู้ป่วยมะเร็งเต้านมได้เป็นอย่างดีเหมือนเช่นทุกปีที่ผ่านมา”

บุษบา จิราธิวัฒน์ และ อนวัช สังขะทรัพย์

ด้าน อนวัช สังขะทรัพย์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่อาวุโส สายการตลาด บริษัท โรบินสัน จำกัด (มหาชน) กล่าวเพิ่มเติมว่า “โรบินสันเปิดโอกาสให้นักช็อปโรบินสันร่วม “ทำดี” เพื่อส่งมอบความช่วยเหลือและกำลังใจที่ยิ่งใหญ่แก่ผู้ป่วยมะเร็งเต้านมระยะสุดท้าย ในเทศกาลวันแม่ กับแคมเปญ“ROBINSON SUPERMOM” (โรบินสัน ซูเปอร์มัม) โดยในปีนี้ได้เตรียมชุดโรบินสัน กิฟต์ การ์ด มูลค่า 10,000 บาท ที่ทุกๆ การซื้อ โรบินสันจะร่วมสมทบทุน 200 บาท เข้า “บ้านพิงพัก” มูลนิธิศูนย์มะเร็งเต้านมเฉลิมพระเกียรติฯ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ ตลอดแคมเปญ ตั้งแต่วันที่ 23 กรกฎาคม-13 สิงหาคม 2561 ที่ห้างสรรพสินค้าโรบินสัน 47 สาขา อีกทั้ง ยังตั้งใจที่จะเป็นตัวช่วยที่ดีให้กับคุณลูกๆ นักช็อป เพื่อส่งมอบความสุขในเทศกาลวันแม่ปีนี้แก่ “คุณแม่” ทั่วประเทศด้วยการคัดสรรสินค้าคุณภาพเพื่อเป็นของขวัญที่ดีที่สุด ที่สามารถตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ของคุณแม่ ทั้งคุณแม่เวิร์กกิ้งวูแมน, คุณแม่เฮลท์ตี้, คุณแม่ท่องเที่ยวฯลฯ ซึ่งโรบินสันเชื่อว่าแคมเปญฯดังกล่าว จะทำให้เทศกาลวันแม่ปีนี้เป็นอีกหนึ่งปีที่พิเศษและประทับใจคุณแม่-คุณลูกนักช็อปได้อย่างแน่นอน”

ชวนคุณลูกจูงมือคุณแม่ ล่องเรือทำบุญไหว้พระ 12 สิงหา

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/355098

ชวนคุณลูกจูงมือคุณแม่ ล่องเรือทำบุญไหว้พระ 12 สิงหา

ชวนคุณลูกจูงมือคุณแม่ ล่องเรือทำบุญไหว้พระ 12 สิงหา

วันพฤหัสบดี ที่ 2 สิงหาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

เรือสำราญวันเดอร์ฟูลเพิร์ล จัดทริปพิเศษอิ่มบุญกับคุณแม่ ล่องเรือทำบุญ ไหว้พระ 3 วัดริมแม่น้ำเจ้าพระยา เสริมสิริมงคล ในวันที่ 12 สิงหาคมนี้

ทริปอิ่มบุญกับคุณแม่ เริ่มตั้งแต่เวลา 7.30 น. เรือสำราญวันเดอร์ฟูลเพิร์ลออกจากท่าเทียบเรือริเวอร์ซิตี้ ชื่นชมกับธรรมชาติสองฝั่งริมแม่น้ำเจ้าพระยา สัมผัสความงดงามมหัศจรรย์ และสถาปัตยกรรมทางประวัติศาสตร์อันเลื่องชื่อแห่งหนึ่งของโลก โดยมีมัคคุเทศก์ผู้เชี่ยวชาญบรรยายความรู้ตลอดเส้นทาง จากนั้นเวลา 08.30 น.เดินทางถึงท่าเทียบเรือ วัดกัลยาณมิตร นมัสการ พระพุทธไตรรัตนนายก หลวงพ่อโต“ซำปอกง” พระพุทธรูปองค์ใหญ่ที่สุดแห่งกรุงรัตนโกสินทร์ ซึ่งพุทธศาสนิกชนชาวไทยเชื้อสายจีนเคารพนับถือ นิยมมากราบไหว้ขอพรเพื่อความโชคดีและเป็นสิริมงคล ต่อมาเดินทางไปยังศาลเจ้าเกียนอันเกงของชาวฮกเกี้ยน กราบสักการะพระโพธิสัตว์กวนอิม

เวลาประมาณ 10.30 น.เดินทางมาถึงท่าเทียบเรือ วัดอรุณราชวรารามฯ เยี่ยมชมพระปรางค์องค์ใหญ่ อายุกว่า 200 ปีสร้างตั้งแต่สมัยอยุธยา เป็นสัญลักษณ์แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ เชิญพุทธศาสนิกชนร่วมอธิษฐานจิตและสมาธิเพื่อเวียนเทียนเป็นกุศลผลบุญอันยิ่งใหญ่ต่อไปในภายภาคหน้า

ต่อมาร่วมรับประทานบุฟเฟ่ต์อาหารกลางวันอันเลิศรส ทั้งไทยและนานาชาติ พร้อมล่องเรือชมวิวสองฝั่งแม่น้ำ กระทั่งเดินทางมาถึงท่าเทียบเรือวัดเทวราชกุญชรวรวิหาร พระอารามหลวง เพื่อกราบสักการะพระพุทธเทวราชปฏิมากร พระพุทธรูปปางมารวิชัยชมจิตรกรรมฝาผนังอันงดงามภายในพระอุโบสถ และพิพิธภัณฑ์ไม้สักทอง อายุ 479 ปี จากนั้นล่องเรือกลับพร้อมอาหารว่างยามบ่าย รับความสุขและอิ่มบุญกันถ้วนหน้า ในราคา 2,000 บาทสำหรับผู้ใหญ่และ 1,500 บาท สำหรับเด็กอายุ 4-10 ปีสำรองที่นั่งได้ที่ 02-8610255 ต่อ 5และ http://www.wonderfulpearl.com

ฉลองเปิดสาขาใหม่ ‘พาโบล ชีสทาร์ต’ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/355079

ฉลองเปิดสาขาใหม่ 'พาโบล ชีสทาร์ต'ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์

ฉลองเปิดสาขาใหม่ ‘พาโบล ชีสทาร์ต’ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์

วันพุธ ที่ 1 สิงหาคม พ.ศ. 2561, 16.36 น.

ฟิน!! แบบหยุดไม่อยู่กับPABLO Cheese Tart ชีสทาร์ตอันดับหนึ่งจากโอซาก้า ประเทศญี่ปุ่น นำโดยปิยะเลิศ ใบหยก รองประธานกรรมการกลุ่มใบหยก ผู้นำเข้าแบรนด์พาโบล ประเทศไทย จัดงานฉลองเปิดสาขาใหม่“พาโบลเซ็นทรัลเวิลด์”ซึ่งเป็นสาขาที่ 6 ของ PABLO Cheese Tart Thailandนอกจากนี้พาโบลยังมีเซอร์ไพรส์อีกเช่นเคยกับ“PABLO Nude” (พาโบลนู้ด) ครั้งแรกในประเทศไทยด้วยแนวคิดสุดครีเอทกับการ“เปลือย”ความอร่อยให้เหลือเพียงครีมชีสสุดละมุนน่าลิ้มลองด้านใน ซึ่งวางจำหน่ายที่เซ็นทรัลเวิลด์ เป็นสาขาแรกในไทย

ปิยะเลิศ ใบหยก รองประธานกรรมการกลุ่มใบหยก ผู้นำเข้าแบรนด์พาโบล ประเทศไทย กล่าวว่า “หลังจากประสบความสำเร็จจากการเปิดตัว ทั้ง  5 สาขา ในประเทศไทยที่ผ่านมา แฟนๆ พาโบลชีสทาร์ต ให้การตอบรับที่ดีมาโดยตลอด และเพื่อเข้าถึงกลุ่มลูกค้าคนเมือง, หนุ่มสาวออฟฟิศ และกลุ่มนักทองเที่ยวต่างชาติ ให้มากยิ่งขึ้นศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ จึงเป็นทางเลือกที่ดีที่สุด ซึ่งเราคิดว่าน่าจะช่วยเพิ่มฐานลูกค้าให้กว้างขึ้นครับ”

สำหรับสาขานี้ ทางพาโบลยังได้เตรียมเมนูใหม่ จัดหนักเอาใจคนรักชีส  ด้วยการเซอร์ไพรส์สายชีสทั้งหลายกับเมนูใหม่ “PABLO Nude” (พาโบลนู้ด) ครั้งแรกในประเทศไทยด้วยแนวคิดสุดครีเอทให้ได้สัมผัสประสบการณ์อร่อยเยิ้มสุดฟินด้วยการ“เปลือย”ความอร่อยให้เหลือเพียงครีมชีสสุดละมุนอบสด ใหม่ แล้วราดด้วยแยมแอพพริคอตที่เป็นซิกเนเจอร์ของทางร้าน พร้อมเสิร์ฟมาในถ้วยสีนู้ดชมพู ที่เพิ่มความสนุกด้วยดีไซน์การค่อยๆ เปลือยเปลือกออกมาให้เห็นครีมชีสเนียนนุ่มน่าลิ้มลองด้านใน มาพร้อมราคาสุดฟินเพียง  350 บาทวางจำหน่ายที่ร้าน PABLO  สาขาใหม่ล่าสุด ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ชั้น 6 เท่านั้น …รีบมาลองก่อนใครตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป

พบกับร้าน PABLO Cheese Tart สาขาล่าสุด ได้ที่ ศูนย์การค้า เซ็นทรัลเวิลด์ เปิดทำการ
จันทร์ – ศุกร์ เวลา 10.30-21.30 น. และเสาร์-อาทิตย์ เวลา 10.00-21.30 น. พร้อมติดตามกิจกรรมดีๆ ของพาโบลได้ที่ https://www.facebook.com/PABLOCheesetartThailand และทางอินสตราแกรม @pablo_cheese_tart_thailand

‘เดอะมอลล์ กรุ๊ป’เชิญชวนร่วมบริจาคโลหิต86 ล้านซีซี

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/355077

'เดอะมอลล์ กรุ๊ป'เชิญชวนร่วมบริจาคโลหิต86 ล้านซีซี

‘เดอะมอลล์ กรุ๊ป’เชิญชวนร่วมบริจาคโลหิต86 ล้านซีซี

วันพุธ ที่ 1 สิงหาคม พ.ศ. 2561, 16.32 น.

บริษัท เดอะมอลล์ กรุ๊ป จำกัด ร่วมกับ ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทยขอเชิญชวนประชาชนร่วมบริจาคโลหิต 86 ล้านซีซี เฉลิมพระเกียรติ 86 พรรษา สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9ในวันพุธที่ 8 สิงหาคม 2561 ตั้งแต่เวลา 11.00 – 18.00 น. ที่ เอ็มซีซี ฮอลล์ ชั้น 4 เดอะมอลล์บางกะปิ

กิจกรรม“M Heart สายโลหิต สายใจ สายใยแห่งความผูกพัน” เป็นหนึ่งในกิจกรรมภายใต้โครงการ“M Heart สายโลหิต สายใจ” ที่เกิดขึ้นจากความร่วมมือระหว่างศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย และบริษัท เดอะมอลล์ กรุ๊ป จำกัดซึ่งได้เล็งเห็นถึงความสำคัญในการจัดหาโลหิตเพื่อนำไปช่วยชีวิตเพื่อนมนุษย์ที่เจ็บป่วยให้มีชีวิตอยู่ต่อไปได้ โดยได้ร่วมดำเนินงานมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2549นับแต่ในโอกาสฉลองสิริราชสมบัติครบ 60 ปี พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เป็นต้นมาปัจจุบันภายใต้โครงการฯ มีโลหิตสนับสนุนศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ มากกว่า 300 ล้านซีซี ทั้งจากการจัดกิจกรรมพิเศษ และบริการพิเศษที่ห้องรับบริจาคโลหิต 365 วัน ที่เดอะมอลล์ บางกะปิ,งามวงศ์วาน, บางแค และโคราช

เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9ขอเชิญชวนประชาชนร่วมบริจาคโลหิต ให้ครบ 86 ล้านซีซี ในวันพุธที่ 8 สิงหาคม 2561 ตั้งแต่เวลา 11.00 -18.00 น. ที่ เอ็มซีซี ฮอลล์ ชั้น4 เดอะมอลล์บางกะปิโดยภายในงานยังได้จัดกิจกรรมเวิร์คช้อป”ร้อยมาลัย ร้อยดวงใจ มอบให้แม่” ในช่วงเวลา 12.00 น.,14.00 น., 16.00 น. พร้อมชวนคู่ดาราแม่ – ลูก บอยปกรณ์ และคุณแม่งามทิพย์ ฉัตรบริรักษ์ พร้อมด้วยศิลปินวงบอยแบนด์ SB5ตัวแทนคนรุ่นใหม่ และเซเลบริตี้อีกมากมายร่วมงาน

นอกเหนือจากในเวลาข้างต้นผู้มีจิตศรัทธาท่านใดที่สนใจยังสามารถร่วมบริจาคโลหิตได้ตลอด365 วัน ที่ “ห้องรับบริจาคโลหิต MHeartสายโลหิต สายใจ”ห้างสรรพสินค้าเดอะมอลล์ งามวงศ์วาน (ชั้น 1), บางแค (ชั้น P ล็อบบี้ 5), บางกะปิ (ชั้น 3A) และนครราชสีมา  (ชั้น 3)โดยห้องดังกล่าวเปิดให้บริการทุกวันตั้งแต่12.00 น. – 18.00 น. สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ โทร. 02-310-1635

LIFE & HEALTH : เป็นเบาหวาน เลือกกินข้าวนอกบ้านอย่างไรดี

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/354831

LIFE&HEALTH : เป็นเบาหวาน  เลือกกินข้าวนอกบ้านอย่างไรดี

LIFE&HEALTH : เป็นเบาหวาน เลือกกินข้าวนอกบ้านอย่างไรดี

วันพุธ ที่ 1 สิงหาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

โรคเบาหวาน ใครได้เป็นแล้วหรือมีคนใกล้ตัวเป็น จะทราบดีถึงความสำคัญในการควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดให้เหมาะสมได้ เพราะเป็นงานที่ต้องทำตลอด 24 ชั่วโมง 365 วันเลยทีเดียว แต่ใช่ว่าเป็นโรคเบาหวานแล้ว จะต้องคุมอาหารทุกอย่าง จนอดกินอาหารทุกเมนูอร่อยจนหมดความสุขในชีวิตไปเลย

การกินอาหารนอกบ้านเป็นส่วนหนึ่งของวิถีชีวิต ปัจจุบันการกินข้าวนอกบ้านไม่ใช่สิ่งต้องห้ามอีกแล้ว สำหรับผู้เป็นเบาหวาน อย่าเครียดจนไม่กล้าออกจากบ้าน เพราะปัจจุบันมีร้านอาหารสุขภาพมากมายให้เราเลือกใช้บริการ นอกจากรสชาติถูกปากแล้ว ยังจัดร้านให้มีบรรยากาศที่ดี บ้างอยู่ริมน้ำ วิวป่าเขา และทุ่งนาต่างๆ ให้เลือกมากมาย ถ้าจะไปกินข้าวนอกบ้านอย่างไรให้เป็นสุข ข้อมูลจาก อ.ศัลยา คงสมบูรณ์เวช นักกำหนดอาหารขึ้นทะเบียนวิชาชีพ (สหรัฐอเมริกา) กรรมการบริหาร มูลนิธิคุณแม่คุณภาพ ให้คำแนะนำว่า ผู้เป็นเบาหวานสามารถวางแผนการกินได้เหมือนวางแผนชีวิตหรือวางแผนการทำงาน การกินอาหารนอกบ้านก็ดีต่อสุขภาพได้ ถ้ารู้จักเลือกกินและควบคุมปริมาณ เริ่มต้นจากการเรียนรู้วิธีเลือกอาหารและร้านอาหารที่ดี เพราะปัจจุบันมีร้านอาหารจำนวนมาก ที่ทำอาหารอร่อยและคำนึงถึงประโยชน์ต่อสุขภาพด้วย และหากเป็นคนที่ต้องกินอาหารนอกบ้านบ่อยๆ ต้องพยายามคุมปริมาณการกินและเมนูอาหารให้มากที่สุด และเลือกร้านที่มีเมนูหลากหลาย

ผู้เป็นเบาหวานสามารถกินอาหารได้ทุกอย่าง แต่จะต้องอยู่ในปริมาณที่เหมาะสม โดยมีทั้งคาร์โบไฮเดรต โปรตีน ไขมัน และผักครบถ้วนในสัดส่วนที่เหมาะสมในมื้อที่จะกิน เน้นการลด หวาน มัน เค็ม ซึ่งปฏิบัติได้ไม่ยาก คนเป็นเบาหวานควรสั่งเมนูดังนี้

l เน้นอาหารประเภทอบ ต้ม ตุ๋น นึ่ง ย่าง หรือยำ

l ลดอาหารประเภททอดน้ำมันท่วม หรืออาหารไขมันสูง อย่างแกงกะทิ แต่ถ้าอยากกินก็สามารถกินได้ ในปริมาณน้อยๆ

l หากสั่งสลัดให้แยกน้ำสลัดแล้วใช้ส้อมจิ้มน้ำสลัด ก่อนที่จะจิ้มสลัดจะเป็นการควบคุมน้ำสลัดไม่ให้มากเกินไป

l เลือกสั่งผลไม้ แทนขนมหวาน

l หากคิดจะสั่งขนมหวาน ต้องกินข้าวมื้อนั้นให้น้อยลง เป็นการแลกเปลี่ยน เพราะในขนมมีทั้งแป้งและน้ำตาลอยู่แล้ว ใช้ความรู้ในการนับคาร์โบไฮเดรตแลกเปลี่ยนขนมหวานกับข้าวแป้งก็จะสามารถกินขนมหวานได้ แต่ในปริมาณเพียงเล็กน้อยเท่านั้น

l สั่งน้ำเปล่า น้ำชา น้ำสมุนไพร หรือเครื่องดื่มที่ไม่มีน้ำตาล เพื่อประหยัดแคลอรีไว้กินอย่างอื่น

l ลดการกินเค็ม หรือลดปริมาณโซเดียมในอาหาร เรียนรู้การอ่านข้อมูลโภชนาการของอาหารสำเร็จรูป หรืออาหารพร้อมปรุง

l จำกัดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เพราะแอลกอฮอล์จะเพิ่มแคลอรีโดยใช่เหตุ และยับยั้งการดูดซึมวิตามินและเกลือแร่ในอาหาร

มักมีคำถามว่า ผู้เป็นเบาหวานกินอาหาร ฟาสต์ฟู้ด จังค์ฟู้ดได้หรือไม่ ต้องบอกว่าผู้เป็นเบาหวานกินง่ายอยู่ง่าย สามารถกินได้ทั้งบุฟเฟ่ต์ และฟาสต์ฟู้ด แต่ไม่ควรกินบ่อย ต้องมีสติในการกิน เพราะต้องเข้าใจว่าอาหารฟาสต์ฟู้ดจะมันจัดและเค็มจัด จะต้องเลือกกินให้ดีโดยยึดหลักโภชนาการที่ดีในปริมาณน้อย เพราะฟาสต์ฟู้ด 1 มื้อ อาจให้พลังงานสูงกว่า 1,000 แคลอรีขึ้นไป ทำให้ระดับน้ำตาลสูงขึ้นอย่างน่าตกใจ ส่วนการกินบุฟเฟ่ต์ มีข้อดีคือ มีอาหารให้เลือกหลากหลายและแปลกใหม่ แต่ต้องจำกัดปริมาณ โดยควรเลือกกินผักสลัดต่างๆให้มากขึ้น และเลือกน้ำสลัดที่ทำจากไขมันดี เช่น น้ำมันมะกอก เพราะการกินสลัดจะลดการกินเกินขนาดได้ดี ส่วนเมนูหลักควรเลือกเป็นอาหารทะเล เช่น เนื้อกุ้ง ปู ปลาแซลมอน หรือปลาชนิดอื่น และเนื้อสัตว์ไม่ติดมัน หากอยากกินขนมหวาน หรือไอศกรีมรสชาติแปลกใหม่ ควรลองกินดูสัก 2-3 คำ แค่พอหายอยาก

นอกจากนี้ การเรียนรู้การตรวจระดับน้ำตาลในเลือดด้วยตนเอง (Self-monitoring of blood glucose, SMBG) ก็เป็นส่วนสำคัญในการช่วยเลือกชนิดและปริมาณคาร์บ (หรือคาร์โบไฮเดรต ซึ่งประกอบไปด้วยหมวดข้าว แป้ง ธัญพืช หมวดผลไม้ ผักที่มีแป้งมาก และหมวดนม) ที่เหมาะสมในมื้ออาหารได้ การตรวจน้ำตาลในเลือดด้วยตนเองเป็นประจำทุกวันในระยะแรกจะช่วยให้เกิดการเรียนรู้การดูแลตัวเองในหลายเรื่อง สำหรับเรื่องอาหาร ควรตรวจหลังรับประทานอาหาร 2 ชั่วโมงนับจากตอนเริ่มกิน จะบอกให้รู้ว่าเรากินคาร์บมากไปหรือน้อยไป สิ่งที่ผู้เป็นเบาหวานจะได้เรียนรู้คือ อาหารอะไรที่กินแล้วน้ำตาลจะขึ้นหรือขึ้นไม่สูงมาก หลักคือถ้าน้ำตาลหลังอาหารไม่เกิน 180 มก./ดล. แสดงว่าอาหารที่กินมื้อนั้นคาร์บไม่มากเกินไปสามารถกินได้ แต่ถ้าน้ำตาลสูงเกิน 180 มก./ดล. ก็ต้องพิจารณาลดคาร์บที่มีแต่แป้ง น้ำตาล เราอาจใช้วิธีนี้ทดสอบดูว่าอาหารคาร์บชนิดใด ที่ทำให้น้ำตาลขึ้นสูง และขึ้นเร็ว ส่วนอาหารอะไรที่กินแล้วค่าน้ำตาลสูงก็ควรหลีกเลี่ยง เพื่อปรับพฤติกรรมการกินอาหาร จะช่วยให้ควบคุมน้ำตาลได้ดีขึ้น และลดโรคแทรกซ้อนจากเบาหวาน เช่น ความดันโลหิตสูง โรคหัวใจ ไตเสื่อมรวมทั้งมะเร็งด้วย

ผู้เป็นเบาหวานจะกินข้าวนอกบ้านตอนไหนควรวางแผนเรื่องเวลาไปร้านอาหารให้ใกล้เคียงกับเวลาอาหารปกติ เนื่องจากผู้เป็นเบาหวานจะต้องกินยาหรือฉีดอินซูลินตรงเวลา อย่านัดช่วงที่ร้านคนมาก หากจะต้องกินอาหารล่าช้าแนะนำให้กินผลไม้ หรือถั่วหรือนมรองท้องไปก่อนประมาณ 1 คาร์บ เมื่อได้อาหารมาแล้วควรกินอย่างมีสติ กินช้าๆ ไม่ต้องรีบร้อน และเคี้ยวอาหารให้ละเอียด การเลือกรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ ในปริมาณที่เหมาะสมจะช่วยให้เราควบคุมเบาหวาน ป้องกันโรคแทรกซ้อน มีคุณภาพชีวิตที่ดีและยืนยาวได้ ข้อแนะนำสำหรับอาหารเบาหวานในปัจจุบันก็คืออาหารสุขภาพ ผู้ที่เป็นเบาหวานกินเพื่อที่จะช่วยควบคุมระดับน้ำตาล และป้องกันโรคแทรกซ้อนต่างๆ

จะเห็นว่าผู้เป็นเบาหวานถ้าเลือกกินอาหารให้เป็นและสามารถปรับเปลี่ยนวิถีชีวิตให้ได้ ก็จะไปกินอาหารนอกบ้านได้อย่างมีความสุขเหมือนคนทั่วไป แล้วยังควบคุมระดับน้ำตาลได้ดีช่วยป้องกันโรคแทรกซ้อน ทำให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีและยืนยาวได้

ผศ.(พิเศษ)ดร.อภิสิทธิ์ ฉัตรทนานนท์

ประธานกรรมการ มูลนิธิคุณแม่คุณภาพ