13 ไทยดีไซเนอร์รวมพลังแห่งการให้

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/378580

13 ไทยดีไซเนอร์รวมพลังแห่งการให้

13 ไทยดีไซเนอร์รวมพลังแห่งการให้

วันศุกร์ ที่ 23 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561, 06.00 น.

เพราะการให้ไม่ได้มาแค่ในรูปแบบของการบริจาคเงินเท่านั้น พรรณสิรี คุณากรไพบูลย์ศิริ ผู้จัดการมูลนิธิรามาธิบดีฯ สร้างสรรค์โปรเจกท์แห่งปีที่รวมแบรนด์ไทยจิตอาสาไว้ได้มากที่สุดถึง 13 ไทยดีไซเนอร์ เพื่อนำความถนัดด้านการออกแบบมาครีเอทของที่ระลึกในคอลเลคชั่น “พาวเวอร์ ออฟ กิฟวิ่ง” ประกอบด้วย เกรฮาวด์ ออริจินัล, คลอเส็ท, เจนสุดา, ดิษยา, มิลิน, ปฏิญญา, เพนคิลเลอร์, โพเอม, สไมลี่ฮาวด์, รสนิยม, วิคธีร์รัฐ, วทานิกาและอิชชู่ ซึ่งพร้อมจะปล่อยพลังแห่งการให้จันทร์ที่ 26 พฤศจิกายนนี้ ผ่าน http://www.ramafoundation.or.th และที่มูลนิธิรามาธิบดีฯ โดยรายได้จะนำไปจัดซื้อเครื่องมือแพทย์สถาบันการแพทย์จักรีนฤบดินทร์ เพราะคำว่าให้ไม่ว่าจะรูปแบบไหน…ก็มีคุณค่าไม่สิ้นสุดอย่างแท้จริง

แนวหน้าวาไรตี้ สัมภาษณ์พิเศษ : อ.สุรัตน์ จงดา (ครูไก่)

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/378472

แนวหน้าวาไรตี้ สัมภาษณ์พิเศษ : อ.สุรัตน์ จงดา (ครูไก่)

แนวหน้าวาไรตี้ สัมภาษณ์พิเศษ : อ.สุรัตน์ จงดา (ครูไก่)

วันพฤหัสบดี ที่ 22 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561, 13.18 น.

แนวหน้าวาไรตี้ สัมภาษณ์พิเศษ :  อ.สุรัตน์ จงดา (ครูไก่)

NAEWNA VARIETY อาทิตย์  18 พฤศจิกายน 2561 ทางTNN2 (TrueVision ช่อง784) เวลา 16.00-16.25 น.

Re-run.

1. วันพุธ 22.15-23.40 น.
2. วันพฤหัสบดี 10.00-10.30 น.
3. วันศุกร์ 00.30-01.00 น.
4. วันศุกร์ 23.05-23.30 น.
5. วันเสาร์ 10.30-11.00 น.

Focus on อ.สุรัตน์ จงดา (ครูไก่)

เปลี่ยนรสจัด เป็นรสจืด เลี่ยงอาหารทำลายสุขภาพ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/378315

เปลี่ยนรสจัด เป็นรสจืด เลี่ยงอาหารทำลายสุขภาพ

เปลี่ยนรสจัด เป็นรสจืด เลี่ยงอาหารทำลายสุขภาพ

วันพฤหัสบดี ที่ 22 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561, 06.00 น.

อาหารหวานมันเค็ม เป็นปัจจัยเสี่ยงต่อการเกิดโรคไม่ติดต่อเรื้อรังต่างๆ เช่น โรคอ้วน เบาหวาน ไขมันในเลือดสูงความดันโลหิตสูง ทำให้คุณภาพชีวิตลดลงและสูญเสียค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลมหาศาล บางคนยังตกอยู่ในสภาพของการล้มละลายทางสุขภาพ ทำให้ปัจจุบันมีการรณรงค์อย่างมากที่จะให้คนหันมาใส่ใจกับการกินอาหารที่เอื้อต่อสุขภาพที่ดีขึ้นแทนที่จะคิดถึงแต่ความอร่อยของรสชาติและความสุขที่ได้จากการกินอาหารเท่านั้น

จากข้อมูล อ.นพ.สมเกียรติ ลีละศิธร ภาควิชาเวชศาสตร์ชุมชน รองคณบดีฝ่ายสร้างเสริมสุขภาพ คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล ในรายการพบหมอรามา เผยว่า

อาหารสจัดที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ ได้แก่ อาหารเค็มจัดเช่น อาหารที่ผ่านการถนอมอาหาร อาหารแปรรูป อาหารหมักดอง ส่วน อาหารหวานจัด เช่น ขนมไทย น้ำอัดลม น้ำหวาน และ อาหารมันจัด เช่น เนื้อสัตว์ติดมัน อาหารประเภทกะทิ เป็นต้น

ผลเสียของอาหารเค็มจัด ส่งผลเสียต่อสุขภาพของประชากรไทยในเรื่องของระดับโซเดียมสูง โดยองค์การอนามัยโลกได้กำหนดให้รับประทานโซเดียมวันละ 2,000 มิลลิกรัม แต่จากการสำรวจในปี 2552 พบว่าการบริโภคโซเดียมของคนไทยเฉลี่ยมากถึง 4,351 มิลลิกรัม/วัน ซึ่งไม่เป็นผลดี ส่งผลให้เกิดความดันโลหิตที่สูงทั้งยังส่งผลต่อหัวใจและไตได้ ส่วนผลเสียของอาหารหวานจัด เป็นอีกหนึ่งปัญหาสุขภาพของคนไทย พบว่าปริมาณน้ำตาลของการบริโภคในคนไทยค่อนข้างสูง จากการสำรวจของสำนักงานกรรมการอ้อยและน้ำตาล พบว่าในปี 2557 ประชากรไทยบริโภคน้ำตาล 33.8 กิโลกรัม/คน/ปี คิดเป็น 92 กรัม/วัน หรือ 23 ช้อนชา ขณะที่การบริโภคน้ำตาลที่เหมาะสมกำหนดไว้ว่าไม่ควรเกิน 6 ช้อนชา/วันแต่คนไทยบริโภคน้ำตาลเกินปริมาณที่เหมาะสมสูงเป็น 4 เท่า ซึ่งไม่เป็นผลดี ก่อให้เกิดปัญหาสุขภาพตามมา อาทิ โรคอ้วน ไขมันสูงเบาหวาน และโรคอื่นๆ ส่วนอาหารมันจัด ร่างกายของคนเราต้องการพลังงานจากไขมันไม่เกินร้อยละ 30 โดยการรับประทานอาหารติดมันจากเนื้อสัตว์และต่าง ๆ ไม่ควรเกิน 5-6 ช้อนชา เพราะในเนื้อสัตว์ 1 ช้อนชา จะมีไขมันประมาณ 5 กรัม และไขมัน 1 กรัมให้พลังงานถึง 9 กิโลแคลอรี เท่ากับว่าไขมัน 5 ช้อนชา (25 กรัม) นั้นให้พลังงานสูงกว่า 225 กิโลแคลอรี การรับประทานไขมันมากเกินไป ทำให้เกิดปัญหาสุขภาพต่างๆ เช่น โรคอ้วน ไขมันในเลือดสูงเป็นต้น ดังนั้นควรเลือกรับประทานไขมันไม่อิ่มตัว และควรหลีกเลี่ยงไขมันอิ่มตัว เช่น ไขมันจากเนื้อสัตว์ต่างๆ และที่อันตรายที่สุดคือไขมันทรานส์ เป็นไขมันพืชที่ผ่านการไฮโดรจีเนชัน ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของโครงสร้างโมเลกุลการรับประทานไขมันทรานส์ทำให้ระดับ HDL ต่ำลง ก่อให้เกิดโรคต่างๆ โดยเฉพาะโรคหัวใจและหลอดเลือด จึงควรหลีกเลี่ยงการรับประทานไขมันทรานส์ โดยไขมันทรานส์จะมีอยู่ในมาการีน ไขมันทอดซ้ำ หรือเบเกอรี่ต่างๆ

 

สำหรับการปฏิบัติตนในการรับประทานอาหารเพื่อสุขภาพที่ดี นพ.สมเกียรติ แนะว่า 1.ฝึกรับประทานอาหารรสจืดแต่เด็ก การฝึกรับประทานอาหารรสจืดตั้งแต่เด็กเป็นวิธีที่ดีที่สุด เพื่อหัดการบริโภคที่ถูกต้องเป็นนิสัยให้ติดไปจนโต ผู้ปกครองอาจมีส่วนช่วยโดยการปรุงอาหารให้ลูกรับประทานในรสจืด 2.ลดเค็มทีละน้อย กรณีที่รับประทานรสเค็มจัดติดไปจนโตแล้ว แต่อยากปรับพฤติกรรมให้ลดการรับประทานรสเค็มลงทีละน้อย ค่อยๆ ปรับวิธีการปรุงอาหารทีละเล็กน้อย เพื่อให้ร่างกายปรับตัว การปรับทีละน้อยร่างกายจะไม่รู้สึกตัวว่ากินเค็มน้อยลง และจะค่อยๆ ชินไปเอง3.หลีกเลี่ยงอาหารกรุบกรอบ/อาหารสำเร็จรูป อาหารกรุบกรอบพวกขนมขบเคี้ยว หรืออาหารสำเร็จรูปพวกบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปโจ๊กกึ่งสำเร็จรูป มักมีโซเดียมสูง รวมถึงอาหารจานด่วนต่างๆ ควรหลีกเลี่ยง 4.หลีกเลี่ยงการเติมน้ำจิ้ม/ซอส อาหารพวกที่ต้อง
รับประทานคู่กับน้ำจิ้มหรือซอส เช่น ลูกชิ้น/ไส้กรอกทอด เกี๊ยวซ่า ซูชิ เป็นต้น หากอยากรับประทานแนะนำให้หลีกเลี่ยงการเติมน้ำจิ้มหรือซอส จะช่วยลดเค็มได้ในระดับหนึ่ง 5.หลีกเลี่ยงการปรุงรสเพิ่ม หากรับประทานก๋วยเตี๋ยว สามารถลดเค็มได้โดยการไม่เพิ่มน้ำปลา หรือลดหวานได้โดยการไม่เติมน้ำตาล รวมถึงพวกอาหารตามสั่งที่มักใส่พริกน้ำปลาเพิ่ม ควรหลีกเลี่ยงการเติมเครื่องปรุงเพื่อลดการรับประทานอาหารรสจัด 6.หลีกเลี่ยงเครื่องดื่มรสหวาน เครื่องดื่มรสหวานเป็นตัวการสำคัญของโรคเบาหวาน เช่น เครื่องดื่มอัดลม น้ำหวาน ชา กาแฟ ส่วนมากมีปริมาณน้ำตาลสูง จึงควรหลีกเลี่ยง 7.หลีกเลี่ยงอาหารติดมันและของทอดเพื่อปรับเปลี่ยนพฤติกรรมไม่ให้รับประทานอาหารที่มันจัด ควรหลีกเลี่ยงอาหารที่มีเนื้อสัตว์ติดมันและของทอด อาจเปลี่ยนไปรับประทานอาหารประเภทนึ่งหรือต้มแทน รวมถึงหลีกเลี่ยงอาหารประเภทกะทิ

สำหรับการรับประทานอาหารนอกบ้านอาจเป็นเรื่องยากในเรื่องของการควบคุมรสชาติ แต่สามารถทำได้ โดยการอ่าน
ฉลากให้ละเอียด และเลือกอาหารที่มีปริมาณแคลอรีเหมาะสม หรือเลือกรับประทานอาหารที่มีฉลากสีเขียวแสดงออกถึงอาหารสุขภาพ เป็นต้น ทั้งนี้องค์กรต่างๆ ควรมีนโยบายชัดเจนเกี่ยวกับเรื่องนี้ เช่น ในโรงเรียนควรห้ามขายเครื่องดื่มอัดลม ขนมกรุบกรอบหรือองค์กรอื่นๆ ตามบริษัท มีการกำหนดให้ขายอาหารสุขภาพ เป็นต้น

สมาคมสตรีสัมพันธ์ถวายผ้าพระกฐินพระราชทาน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/378332

สมาคมสตรีสัมพันธ์ถวายผ้าพระกฐินพระราชทาน

สมาคมสตรีสัมพันธ์ถวายผ้าพระกฐินพระราชทาน

วันพฤหัสบดี ที่ 22 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561, 06.00 น.

นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้นที่ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูรทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ สมาคมสตรีสัมพันธ์ รับพระราชทานผ้าพระกฐินไปทอดถวาย ณ วัดพระยาทำวรวิหาร โดยมีนางสาววีรุทัย มณีนุชเนตร นายกสมาคมสตรีสัมพันธ์ สมัยที่ 32 เป็นประธานในพิธีถวายผ้าพระกฐินพระราชทาน ประจำปี 2561 พร้อมด้วยคณะกรรมการสมาคมฯ ร่วมในพิธี ในการนี้ นางสาววีรุทัย มณีนุชเนตร นายกสมาคมฯ ได้อัญเชิญผ้าพระกฐินพระราชทานเข้าสู่พระอุโบสถ จุดธูปเทียนพระรัตนตรัย กล่าวคำถวายผ้าพระกฐิน ประเคนผ้าพระกฐินแด่พระสงฆ์ จากนั้นคณะกรรมการร่วมถวายจตุปัจจัยไทยธรรมแด่พระสงฆ์ เป็นอันเสร็จพิธี

2 ห้องอาหารของโรงแรม ดิ โอกุระฯ ติดอันดับ ‘มิชลิน ไกด์’ ปี 2019

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/378335

2 ห้องอาหารของโรงแรม ดิ โอกุระฯ ติดอันดับ ‘มิชลิน ไกด์’ ปี 2019

2 ห้องอาหารของโรงแรม ดิ โอกุระฯ ติดอันดับ ‘มิชลิน ไกด์’ ปี 2019

วันพฤหัสบดี ที่ 22 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561, 06.00 น.

สองห้องอาหารของโรงแรม ดิ โอกุระ เพรสทีจ กรุงเทพฯ (The Okura Prestige Bangkok) ทั้งห้องอาหารเอเลเมนท์ (Elements Restaurant) และห้องอาหารยามาซาโตะ (Yamazato) ได้รับคัดเลือกให้อยู่ในคู่มือแนะนำ
ร้านอาหารและที่พักระดับโลก “มิชลินไกด์” ประเทศไทย ประจำปี 2019 ฉบับ กรุงเทพมหานคร ภูเก็ต และพังงา หรือ MICHELIN Guide Thailand, Michelin Guide 2019 Bangkok Phuket and Phang-Nga

มิชลิน และ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ได้เผยผลการคัดเลือกและจัดอันดับโรงแรม และร้านอาหารในกรุงเทพฯ ของคู่มือแนะนำร้านอาหารและที่พักระดับโลก “มิชลิน ไกด์” ประเทศไทย ประจำปี 2019 ฉบับ
กรุงเทพมหานคร ภูเก็ต และพังงา โดยมีสถานประกอบการติดอันดับรวมทั้งสิ้น 33 แห่ง ทั้งนี้ โรงแรม ดิ โอกุระ เพรสทีจ กรุงเทพฯ เป็นหนึ่งในสถานประกอบการที่ได้คัดเลือกและถูกกล่าวถึงในคู่มือแนะนำที่พักระดับโลก “มิชลิน ไกด์” ประเทศไทย ประจำปี 2019 ฉบับ กรุงเทพมหานคร ภูเก็ต และพังงา อีกครั้งหนึ่ง หลังจากที่ได้รับคะแนนด้านความสะดวกสบายในระดับท็อปคลาส จากการประกาศผลในปีที่แล้ว และสามารถรักษามาตรฐานการบริการจนได้รับคะแนนความสะดวกสบายในระดับท็อปคลาส ติดต่อกันเป็นปีที่ 2

ห้องอาหาร เอเลเมนท์ ในปีนี้ได้รับดาวมิชลินเพิ่มอีก 1 ดวง ถือเป็นดาวเกียรติยศที่ได้รับต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 โดยการมอบดาวตามความหมายของ “มิชลิน ไกด์” นั้น หมายถึงร้านอาหารคุณภาพสูงที่ควรค่าแก่การหยุดแวะชิม ห้องอาหารยามาซาโตะ ก็สามารถรักษามาตรฐานการให้บริการอาหารจนได้รับ “มิชลิน เพลท” ต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 เช่นกัน ซึ่งการได้รับ “มิชลิน เพลท” ตามความหมายของ “มิชลิน ไกด์” นั้น หมายถึงร้านอาหารคุณภาพดีที่ใช้วัตถุดิบสดใหม่ปรุงอย่างพิถีพิถัน

มร.เอ็ดเวิร์ด อี สนุ๊ก (Edward E. Snoeks) ผู้จัดการทั่วไปส่วนภูมิภาคประจำประเทศไทย และผู้จัดการทั่วไป (General Manager) โรงแรม ดิ โอกุระ เพรสทีจ กรุงเทพฯ กล่าวว่า รู้สึกเป็นเกียรติอย่างมากที่โรงแรม ดิ โอกุระ เพรสทีจ กรุงเทพฯ และห้องอาหารของโรงแรมได้ถูกกล่าวถึงในคู่มือแนะนำที่พักระดับโลก “มิชลิน ไกด์” ประเทศไทย ประจำปี 2019 ฉบับ กรุงเทพมหานคร ภูเก็ต และพังงา อีกครั้งในปีนี้ เราให้ความสำคัญและใส่ใจในคุณภาพของสิ่งอำนวยความสะดวกทุกอย่างภายในโรงแรม รวมไปถึงการบริการที่เป็นมิตร การได้รับการกล่าวถึงในคู่มือแนะนำที่พักระดับโลก รวมไปถึงการติดอันดับ 1 ใน 10โรงแรมชั้นนำในกรุงเทพฯ ในเว็บไซต์ทริปแอดไวเซอร์ (www.tripadvisor.com) ตั้งแต่ปี 2557 ต่อเนื่องมาเป็นเวลากว่า 5 ปีติดต่อกัน และรางวัลอื่นๆ อีกมากมาย ที่โรงแรมได้รับนับแต่เปิดให้บริการในปี 2555 ล้วนเป็นสิ่งยืนยันถึงความมุ่งมั่นตั้งใจของพนักงานทุกคนที่ร่วมกันทำงานอย่างหนักเพื่อรักษามาตรฐานและพัฒนาการบริการ เพื่อสร้างความประทับใจให้กับแขกผู้มาเยือน

มร.เอ็ดเวิร์ด อี สนุ๊ก (Edward E. Snoeks)

มร.เอ็ดเวิร์ด อี สนุ๊ก (Edward E. Snoeks)

คาร์เทียร์เผยโฉมอัญมณีชั้นสูงชุดพิเศษ แรงบันดาลใจจากสร้อยคอจระเข้ในตำนาน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/378322

คาร์เทียร์เผยโฉมอัญมณีชั้นสูงชุดพิเศษ แรงบันดาลใจจากสร้อยคอจระเข้ในตำนาน

คาร์เทียร์เผยโฉมอัญมณีชั้นสูงชุดพิเศษ แรงบันดาลใจจากสร้อยคอจระเข้ในตำนาน

วันพฤหัสบดี ที่ 22 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561, 06.00 น.

คาร์เทียร์ (Cartier) เผยโฉมอัญมณีชั้นสูงชุดพิเศษ ร้อยเรียงมรกตหายากจำนวน 14 เม็ดจากประเทศโคลอมเบียเข้าไว้อย่างประณีตงดงาม ทำขึ้นเพื่อเป็นเกียรติเเก่ มาเรีย เฟลิซ (María Félix) นักเเสดงหญิงชาวเม็กซิโกผู้เป็นเจ้าของสร้อยคอจระเข้ในตำนานของคาร์เทียร์

ในปี 1975 คาร์เทียร์ รังสรรค์สร้อยคอจระเข้เส้นงามเเห่งยุคเพื่อให้ มาเรีย เฟลิซ (María Félix) นักเเสดงหญิงชาวเม็กซิโกโดยเฉพาะ เครื่องประดับประวัติศาสตร์ชิ้นดังกล่าวได้รับแรงบันดาลใจจากสัตว์เลี้ยงแสนรักของเธอ ประกอบด้วยตัวเรือนทรงจระเข้สองตัวเชื่อมติดกัน ตัวหนึ่งประดับด้วยมรกต อีกตัวประดับด้วยเพชรสีเหลือง ช่างผู้สรรค์สร้างสร้อยคอให้กับมาเรีย เฟลิซ กลายมาเป็นผู้อยู่เบื้องหลังผลงานการออกแบบเซตใหม่นี้ อันประกอบด้วยสร้อยคอ สร้อยข้อมือ แหวนและต่างหู ประดับด้วยมรกตน้ำงามจากโคลอมเบีย เจียระไนแบบคาโบชง (Cabochon) 14 เม็ด น้ำหนักรวม 46.45 กะรัต อัญมณีล้ำค่าทั้งหมดที่ประกอบเป็นเครื่องประดับชิ้นนี้งดงามไร้ที่ติไม่ต่างกับชิ้นต้นแบบ ไม่ว่าจะเป็นในเชิงของคุณภาพสีสันและรูปทรงของอัญมณี นอกจากนี้ ยังเพิ่มความตระการตาด้วยการประดับประดาด้วยลูกปัดมรกตสีเขียวเข้มรายรอบอีกด้วย

 

รูปร่างของจระเข้ที่สมจริงของสร้อยคอเส้นนี้ บ่งบอกถึงความมีพละกำลัง เรียวขาเเละลำตัวอยู่ในท่าทางดุจพร้อมเคลื่อนไหว อีกทั้ง ความเจิดจรัสของมรกตที่เปล่งประกายยามสวมใส่ทำให้มีท่าทีราวกับกำลังป้องกันตัวและพร้อมเป็นผู้ล่าไปในเวลาเดียวกัน การออกเเบบของเครื่องประดับทั้งสี่ชิ้นใหม่ในชุดนี้เเสดงถึงเเนวคิดธรรมชาตินิยมของคาร์เทียร์ สามารถนำมาสวมใส่เป็นสร้อยโอบรอบลำคออันเรียวระหง ประดับข้อมือ เรียวนิ้วหรือสวมใส่เป็นต่างหูคู่เด่น บริเวณเกล็ดของจระเข้ที่นอกจากสมจริงแล้วยังได้รับการออกเเบบให้สวมใส่สบายไม่บาดเมื่ออยู่บนผิว ถือเป็นการแสดงศาสตร์ฝีมือชั้นสูงของการออกเเบบอัญมณี โดยสร้อยคอนี้ใช้เวลาถึง 1,875 ชั่วโมงในการสร้างสรรค์จนสมบูรณ์เเบบ เเละใช้เวลา 1,019 ชั่วโมง
สำหรับสร้อยข้อมือ

 

สร้อยคอจระเข้ ที่คาร์เทียร์สร้างขึ้นเพื่อ มาเรีย เฟลิซ ในปี 1975

สร้อยคอ มาเรีย เฟลิซ ชิ้นดั้งเดิมเป็นส่วนหนึ่งของคาร์เทียร์คอลเลคชั่น รวมงานชิ้นที่มีคุณค่าทางประวัติศาสตร์ประเมินค่ามิได้ จัดแสดงในนิทรรศการสำคัญๆ ทั่วโลก สร้อยคอจระเข้ชุดใหม่นี้จึงเป็นเสมือนการสดุดีแก่สร้อยคอในตำนาน อีกทั้ง สืบสานมรดกอันรุ่มรวยของการทำอัญมณีชั้นสูงของคาร์เทียร์ผนวกรวมกับลักษณะโดดเด่นของผู้ยิ่งใหญ่แห่งผืนป่า ถ่ายทอดผ่านงานฝีมือชั้นสูงเเละการออกเเบบอย่างวิจิตรบรรจงในทุกรายละเอียด

ซุนโต้คอลเลคชั่นใหม่เอาใจสายเฮลตี้

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/378330

ซุนโต้คอลเลคชั่นใหม่เอาใจสายเฮลตี้

ซุนโต้คอลเลคชั่นใหม่เอาใจสายเฮลตี้

วันพฤหัสบดี ที่ 22 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561, 06.00 น.

ซุนโต้ (SUUNTO) สุดยอดนวัตกรรมแห่งเรือนเวลาสัญชาติฟินแลนด์ นำโดย สุขพงศ์ สหัสนันท์ ผู้จัดการทั่วไป แบรนด์ซุนโต้ จัดงาน“ซุนโต้ เอ็กซ์พีเรียนซ์ อะ เจอร์นี่ วิธ คิลเลี่ยน เจอร์เน็ต” เปิดตัวนาฬิกาคอลเลคชั่นใหม่ ประกอบด้วย ซุนโต้ ไนน์ บาโร ไทเทเนียม, ซุนโต้ ไนน์ และ ซุนโต้ ทรี ฟิตเนส ที่จะมาเพิ่มสีสันให้บรรดาสายสปอร์ตได้สนุกไปกับการออกกำลังกาย โดยมี คิลเลี่ยน เจอร์เน็ต แบรนด์แอมบาสซาเดอร์นาฬิกาซุนโต้ ผู้เป็นเจ้าของสถิติพิชิตเขาเอเวอเรสต์ 2 ครั้ง ได้ภายใน 1 สัปดาห์ โดยไม่มีออกซิเจนในการช่วยเหลือ เดินทางมาให้แฟนๆ ชาวไทยได้กระทบไหล่อย่างใกล้ชิด พร้อมด้วย หมอเมย์-พญ.สมิตดา สังขะโพธิ์ และเซเลบริตี้สายสุขภาพ อย่าง เบอร์ดี้-ปาวา นาคาศัย, เอย-ธัญวรรณ เทพหัสดิน ณ อยุธยา, ปาล์ม-ฐณส หงสนันทน์ให้เกียรติร่วมงาน ณ เอ็มโพเรียม แกลเลอรี่ชั้น เอ็ม ศูนย์การค้า ดิ เอ็มโพเรียม

สุขพงศ์ สหัสนันท์ ผู้จัดการทั่วไป แบรนด์ซุนโต้ เผยถึงนาฬิกาคอลเลคชั่นใหม่ว่า ซุนโต้ ได้ออกแบบดีไซน์นาฬิกาใหม่ 4 รุ่นภายใต้คอลเลคชั่น ซุนโต้ ไนน์ เริ่มจากซุนโต้ ไนน์ บาโร ไทเทเนียม ที่หน้าปัดทำจากกระจกคริสตัลแซฟไฟร์ ขอบตัวเรือนผลิตจากไทเทเนียมเกรด 5 และสายรัดข้อมือเป็นสายซิลิโคน พร้อมด้วยบารอมิเตอร์อุปกรณ์วัดความสูงและแรงดันบรรยากาศ นอกจากนี้ยังมีเทคโนโลยี FusedTrack การติดตามเส้นทางในโหมดออกกำลังกาย โดยใช้พลังงานแบตเตอรี่ที่น้อยลงจากปกติและ ซุนโต้ ไนน์ รุ่นยอดนิยม อีก 3 สี ได้แก่ สีดำ สีขาว และสีเขียวมะนาว หน้าปัดเป็นมิเนอรัลคริสตัล ใช้ขอบตัวเรือนสเตนเลสสตีล และเลือกใช้สายซิลิโคนรวมทั้งมีเทคโนโลยี FusedTrack ที่ใช้พลังงานแบตเตอรี่น้อยลงกว่าปกติในการติดตามเส้นทางในโหมดออกกำลังกาย และมีระบบ GPS มัลติสปอร์ต ที่มีความทนทานสูงเหมาะกับการออกกำลังกายในสถานที่กลางแจ้งและกิจกรรมผจญภัย

ส่วน ซุนโต้ ทรี ฟิตเนส ที่ออกแบบมาสำหรับคนที่มีความแอ๊กทีฟ ให้ความสำคัญต่อสุขภาพ และความเป็นอยู่ที่ดี
นาฬิกาแต่ละเรือนมีการวางแผนการออกกำลังกายใน 7 วัน ตามระดับการออกกำลังกายของผู้ใช้เอง พร้อมทั้งติดตามการนอนหลับในแต่ละคืนและตรวจสอบความเครียด ช่วยให้ผู้ใช้สามารถรักษาสมดุลของสุขภาพให้มีความเหมาะสม ระหว่างการทำกิจกรรมและการพักผ่อน โดยมีให้เลือก 2 สี คือ สีเบอร์กันดี และสีคอปเปอร์ที่ขอบตัวเรือนเป็นสเตนเลสสตีล สายซิลิโคนและมีปุ่มปลดล็อกสาย ใช้ GPS โดยเชื่อมต่อจากโทรศัพท์มือถือ รวมถึงการอัพเดทซอฟท์แวร์ใหม่ ซึ่งเป็นแนวทางในการแนะนำโปรแกรมในการออกกำลังกาย

ด้าน ปาล์ม-ฐณส หงสนันทน์ เผยว่า “เป็นคนชอบออกกำลังกาย ทั้ง วิ่งและบอดี้คอมแบท โดยจะแบ่งเวลาสัปดาห์ละ3 ครั้ง ประมาณ 1.30 ชั่วโมง ในช่วงเช้าของวันหยุด หากช่วงไหนไม่ได้ออกกำลังกายเหมือนชีวิตขาดอะไรไปสักอย่าง ไม่คล่องตัวที่สำคัญการออกกำลังกายช่วยสร้างภูมิต้านทานที่ดีให้เราด้วย สำหรับแอสเซสซอรี่ที่เวลาไปออกกำลังกายขาดไม่ได้คือ นาฬิกา เพราะนาฬิกานอกจากดูเวลาแล้ว ยังมีฟังก์ชั่นที่ช่วยเซฟตี้เรามากขึ้นด้วย”

เอย-ธัญวรรณ เทพหัสดิน ณ อยุธยา เซเลบริตี้สาวสวยที่หลงรักการเดินทาง เผยว่า “ครอบครัวเอยจะชอบออกเดินทางไปเปิดโลก แต่การท่องเที่ยวจะเลือกเส้นทางที่ได้เดินเท้าอันดับแรก เพื่อให้ได้ออกกำลังกายไปด้วย ทำให้เรื่องของการออกกำลังกายเข้ามาอยู่ในไลฟ์สไตล์ที่เราชื่นชอบ และสิ่งสำคัญของการเดินทางก็คือ รองเท้า ที่จะต้องเลือกให้เหมาะสมกับสถานที่ ใช้งานได้จริง เพื่อให้เราไปเที่ยวอย่างสนุกที่สุด นอกจากนี้ นาฬิกาที่ตอบโจทย์การไปเที่ยวก็สำคัญ อย่างคุณแม่จะดูแลตัวเองมากๆ จะคุมอาหาร และดูว่าแต่ละวันร่างกายเผาผลาญไปกี่แคลอรี่จากนาฬิกา ทำให้นาฬิกายุคนี้ไม่เพียงแค่ดูเวลาอย่างเดียวเท่านั้น แต่ยังเป็นแอสเซสซอรี่สำคัญในปัจจุบันอีกด้วย”

คิลเลี่ยน เจอร์เน็ต และ สุขพงศ์ สหัสนันท์

คิลเลี่ยน เจอร์เน็ต และ สุขพงศ์ สหัสนันท์

ซุนโต้ ไนน์ รุ่นยอดนิยม สีดำ สีขาว และสีเขียวมะนาว

ซุนโต้ ไนน์ รุ่นยอดนิยม สีดำ สีขาว และสีเขียวมะนาว

เอย-ธัญวรรณ เทพหัสดิน ณ อยุธยา

เอย-ธัญวรรณ เทพหัสดิน ณ อยุธยา

ปาล์ม-ฐณส หงสนันทน์

ปาล์ม-ฐณส หงสนันทน์

12 เฉดสีสุดเย้ายวน จากโดลเช่ แอนด์ กาบบาน่า บิวตี้

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/378309

12 เฉดสีสุดเย้ายวน จากโดลเช่ แอนด์ กาบบาน่า บิวตี้

12 เฉดสีสุดเย้ายวน จากโดลเช่ แอนด์ กาบบาน่า บิวตี้

วันพฤหัสบดี ที่ 22 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561, 06.00 น.

Dolce & Gabbana Beauty แนะนำคอลเลคชั่นลิปสติกเนื้อแมตต์ใหม่ Dolcissimo Matte Liquid LipColor (โดลชิสสิโม่ แมท ลิควิด ลิป คัลเลอร์) ด้วยเนื้อสีที่เข้มข้น ให้สีสดชัด แต่มอบสัมผัสแบบแมตต์ เนียนแนบสนิทไปกับริมฝีปาก กับ 12 เฉดสีที่มอบเสน่ห์ให้เรียวปากสุดเย้ายวน สร้างเสน่ห์ความงามสุดหรูหราในแบบที่เป็นคุณ

ลิปสติกคอลเลคชั่นล่าสุดที่ได้รับการออกแบบและสรรค์สร้างสัมผัสถึงความหรูหราดูเย้ายวนทุกครั้งที่ใช้ ด้วยสูตรที่เปี่ยมไปด้วยน้ำมันล้ำค่าจากธรรมชาติในปริมาณเข้มข้นในเนื้อลิควิด จะคลี่ตัวกลมกลืนกับผิวริมฝีปากอย่างแนบเนียน พร้อมเนื้อสัมผัสบางเบาของ Dolcissimo texture แต่มอบเฉดสีสดชัด ที่หลอมรวมบรรดาเม็ดสีที่มอบความชัด ให้ผลลัพธ์แบบแมตต์ของเนื้อสีได้เนิ่นนานตลอดวัน โดยไม่แห้งแตก ลอกเป็นขุย และเลอะเลือนระหว่างวัน พร้อมด้วยแปรงลิปสติกที่ได้รับการพัฒนารูปทรงมาเป็นพิเศษ เพื่อช่วยกระจายตัวเนื้อลิปสติกที่เข้มข้นบนริมฝีปาก ได้อย่างสม่ำเสมอ เนียนทั่วจากการขยับมือ
ทาเพียงครั้งเดียว พร้อมตัวแท่งลิปสติกขนาดพอดีที่ให้ความสะดวกต่อการพกพาไปในทุกที่ โดดเด่นด้วยแพ็กเกจจิ้งแบบปลอกบรรจุอันทรงเอกลักษณ์ของ Dolcissimo ด้วยพื้นขาวพิมพ์ลายกุหลาบโรแมนติกแบบฉบับ Dolce&Gabbana ดอกกุหลาบสัญลักษณ์ตราบนิรันดร์แห่งความรัก อารมณ์เสน่หา และความเป็นผู้หญิง

พบกับเมคอัพใหม่ DOLCE&GABBANA Beauty ได้แล้ววันนี้มีจำหน่ายเฉพาะที่เคาน์เตอร์น้ำหอมVelvet Collection แบรนด์โดลเช่ แอนด์ กาบบาน่า ห้างสรรพสินค้าสยามพารากอน เท่านั้น

รณรงค์ ‘ส้วมครบวงจร เสียงสะท้อนจากธรรมชาติ’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/378334

รณรงค์ ‘ส้วมครบวงจร เสียงสะท้อนจากธรรมชาติ’

รณรงค์ ‘ส้วมครบวงจร เสียงสะท้อนจากธรรมชาติ’

วันพฤหัสบดี ที่ 22 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561, 06.00 น.

กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข ชวนรณรงค์ส้วมครบวงจร เสียงสะท้อนจากธรรมชาติ ส่งเสริมให้ประชาชนมีพฤติกรรมการใช้ส้วมอย่างถูกต้อง ดูแลและปรับปรุงส้วมให้สะอาด พร้อมเน้นย้ำให้จัดการสิ่งปฏิกูลอย่างถูกหลักสุขาภิบาลและปลอดภัย เพื่อลดผลกระทบต่อสุขภาพประชาชน

นายแพทย์ธวัช สุนทราจารย์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงสาธารณสุข เปิดเผยภายหลังเป็นประธานการแถลงข่าวรณรงค์วันส้วมโลกว่า “องค์การสหประชาชาติได้กำหนดให้วันที่ 19 พฤศจิกายนของทุกปีเป็นวันส้วมโลก เพื่อให้ทั่วโลกเห็นความสำคัญเรื่องการแก้ไขปัญหาวิกฤติด้านสุขาภิบาล ซึ่งปีนี้กระทรวงสาธารณสุข โดยกรมอนามัยร่วมรณรงค์ในหัวข้อหลักว่า “ส้วมครบวงจร…เสียงสะท้อนจากธรรมชาติ (When Nature calls)” เพื่อให้หน่วยงานและประชาชนเห็นความสำคัญของการใช้ส้วมและจัดการสิ่งปฏิกูลอย่างถูกหลักสุขาภิบาลตั้งแต่แหล่งกำเนิด ตลอดจนนำสิ่งปฏิกูลไปใช้ประโยชน์อย่างเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมโดยไม่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพประชาชน เพื่อลดการเจ็บป่วยจากโรคระบบทางเดินอาหาร หนอนพยาธิ และปัญหาทุพโภชนาการ รวมทั้งดูแลส้วมของตนเองและส้วมสาธารณะให้สะอาด (Health) เพียงพอ (Accessibility) ปลอดภัย (Safety) และมีพฤติกรรมการใช้ส้วมที่ถูกต้อง เพื่อสุขอนามัยที่ดี และป้องกันไม่ให้ส้วมเป็นแหล่งแพร่กระจายเชื้อโรค

5 เรื่องต้องห้ามก่อนเข้านอน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/378312

5 เรื่องต้องห้ามก่อนเข้านอน

5 เรื่องต้องห้ามก่อนเข้านอน

วันพฤหัสบดี ที่ 22 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561, 06.00 น.

การนอนหลับที่ดี เป็นขั้นตอนแรกในการมีชีวิตที่ดี เพราะฉะนั้น การกำจัดปัญหาของการนอนจึงเป็นสิ่งสำคัญต่อสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดีของคุณ มีหลายปัจจัยที่สามารถมีอิทธิพลต่อปัญหาการนอน เช่น อาการเจ็บป่วยทางการแพทย์ความเครียดและปัญหาสุขภาพจิตอื่นๆ หรือแม้แต่ผลกระทบจากสภาพแวดล้อมและพฤติกรรมของคุณ รวมถึงการงดเว้นกิจกรรมดังต่อไปนี้ เพื่อให้คุณมีการนอนหลับที่ดียิ่งขึ้น

งดชา กาแฟ บุหรี่ การบริโภคกาเฟอีน 4-6 ชั่วโมง ก่อนเวลาเข้านอน อาจส่งผลกระทบให้คุณนอนหลับไม่สนิท ประมาณครึ่งหนึ่งของกาเฟอีนที่บริโภค ณ 19.00 น. จะยังคงอยู่ในร่างกาย เมื่อเวลา 23.00 น. ระวังว่ากาเฟอีนเป็นส่วนผสมที่พบได้ในอาหารหลายๆ ประเภท เครื่องดื่มและยารักษาโรค นอกจากนี้สารนิโคตินที่พบในบุหรี่ (รวมถึงเคี้ยวยาสูบ หรือใช้ยานัตถุ์) อาจมีผลต่อการนอนหลับของคุณเพราะนิโคตินจัดเป็นสารกระตุ้นอย่างหนึ่งเช่นกัน

การออกกำลังกายก่อนนอน การออกกำลังกายเป็นประจำสามารถทำให้การนอนหลับดี แต่คุณควรหลีกเลี่ยงการออกกำลังกายภายในสองชั่วโมงก่อนที่จะเข้านอน เนื่องจากการออกกำลังกายที่ใกล้เวลานอนสามารถกระตุ้นให้คุณตื่นตัว
และนอนไม่หลับ มีการศึกษาพบว่าการออกกำลังกายระหว่าง 4-6 ชั่วโมง ก่อนที่จะเข้านอน จะมีผลดีมากที่สุดในการนอนหลับ

ไม่ควรรับประทานอาหารหนักหรืออาหารรสเผ็ด ความหิวหรืออาการท้องว่างอาจรบกวนการนอน ทำให้คุณนอนไม่หลับ หรือหิวจนตื่นขึ้นมาภายหลัง ถ้ารู้สึกหิว ให้รับประทานอาหารว่างเบาๆ เพียงเล็กน้อยก่อนเข้านอน เช่น นม โยเกิร์ต,ขนมปังแครกเกอร์ หรือธัญพืชชิ้นเล็กๆ เพื่อช่วยให้ไม่หิว แต่ไม่ควรรับประทานอาหารมื้อใหญ่หรือในปริมาณที่มากจนเกินไป เพราะอาหารจะย่อยไม่ทัน นอกจากนี้อาหารรสเผ็ด อาจรบกวนการนอนหลับของคุณโดยก่อให้เกิดกรดไหลย้อน

ไม่ควรนอนบนเตียงทั้งที่ไม่ง่วงคุณควรไปนอนเมื่อรู้สึกง่วง เพราะหากนอนไม่หลับอาจจะยิ่งทำให้คุณรู้สึกกระวนกระวายใจ หากนอนไม่หลับภายใน 20 นาที ควรลุกออกจากเตียงทำกิจกรรมที่ผ่อนคลาย แล้วกลับมานอนเมื่อรู้สึกง่วง

ไม่ควรอาบน้ำอุ่นก่อนเข้านอน การอาบน้ำอุ่นจะทำให้คุณรู้สึกผ่อนคลายและรู้สึกสบายตัวมากขึ้นได้ แต่หลังจาก
อาบน้ำอุ่น เสร็จใหม่ๆ อาจจะทำให้คุณนอนไม่หลับ ทั้งนี้ก็เพราะน้ำอุ่นไปกระตุ้นให้ร่างกายตื่นตัวจนนอนไม่หลับได้ แนะนำให้แช่น้ำอุ่นก่อนนอนอย่างน้อย 1-2 ชั่วโมง จะช่วยให้คุณนอนหลับสบาย ผ่อนคลายจากความเหนื่อยล้าที่เจอมาทั้งวัน

รับคำปรึกษาและตรวจวินิจฉัยโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญได้ที่ ศูนย์นิทราเวชอาคารผู้ป่วยในพิเศษ 14 ชั้น ชั้น 5 โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย โทรศัพท์ 02-649403