‘ยาลดกรด ทานแล้วเสียชีวิต’จริงหรือไม่ แพทย์แนะทานอย่างสมเหตุสมผล

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/378313

‘ยาลดกรด ทานแล้วเสียชีวิต’จริงหรือไม่ แพทย์แนะทานอย่างสมเหตุสมผล

‘ยาลดกรด ทานแล้วเสียชีวิต’จริงหรือไม่ แพทย์แนะทานอย่างสมเหตุสมผล

วันพฤหัสบดี ที่ 22 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561, 06.00 น.

หลายๆ ท่านคงเคยได้ยินรายงานข่าวจากสำนักข่าวต่างประเทศ เช่น CNN หรือ The Guardian นำเสนอข่าวที่ว่ายาลดกรดชนิด Proton Pump Inhibitor นั้น เพิ่มอัตราการเสียชีวิต!! ซึ่งสร้างความตระหนกเป็นอย่างยิ่งกับผู้คนโดยทั่วไป

ทีมแพทย์โรงพยาบาลในเครือบริษัท พริ้นซิเพิล เฮลท์แคร์ จำกัดขอให้ข้อมูลเป็นความรู้เกี่ยวกับเรื่องนี้ กล่าวคือ ยาลดกรดกลุ่ม Proton Pump Inhibitors (PPIs) เป็นยาที่ใช้กันเป็นอย่างมากและแพร่หลายในปัจจุบันนับเป็นเวลาต่อเนื่องยาวนานมาตลอดเกือบ 30 ปี ตั้งแต่มีการใช้ยาตัวแรก ยานี้สามารถใช้ได้ในหลากหลายกรณี อาทิ ใช้ในการรักษาแผลในกระเพาะอาหาร ภาวะเลือดออกในกระเพาะอาหาร กรดไหลย้อน ใช้เพื่อป้องกันเลือดออกในทางเดินอาหารในกรณีที่ผู้ป่วยมีความเสี่ยงหรือมีภาวะเลือดออกง่าย เป็นต้น

 

 

ยากลุ่มนี้มีราคาถูกมากเมื่อเทียบกับประสิทธิภาพในการลดกรดที่สูงมาก แต่เมื่อเวลาผ่านไป ก็เริ่มพบผลข้างเคียง และข้อจำกัดของยามากขึ้น ตั้งแต่ปฏิกิริยาระหว่างยาโดยเฉพาะกับยาต้านเกล็ดเลือดที่ผู้ป่วยโรคหัวใจมักได้รับร่วมกันบ่อยๆ การเกิดแบคทีเรียในลำไส้เล็กเจริญเติบโตมากกว่าปกติเพราะยาลดกรดนั้นไปรบกวนสภาวะกรดด่างของทางเดินอาหาร การเพิ่มโอกาสการเกิดกระดูกหักโดยเฉพาะกระดูกสะโพกเพราะการดูดซึมแคลเซียมและฟอสเฟตที่ผิดปกติ และโดยเฉพาะอย่างยิ่งการเพิ่มความเสี่ยงโรคไตเสื่อมเรื้อรังรวมถึงภาวะที่ไตได้รับบาดเจ็บแบบเฉียบพลัน (acute kidney injury) ที่มีรายงานออกมาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี พ.ศ.2558 เป็นต้นมา

ข่าวที่ว่ายาลดกรดเพิ่มอัตราการเสียชีวิตนั้น เป็นข้อมูลที่นำเสนอในวารสารแนวหน้าทางการแพทย์อย่าง British Medical Journal (BMJ) โดยทำการศึกษาแบบติดตามไปข้างหน้า รวบรวมข้อมูลการใช้ยาลดกรดชนิดนี้ และติดตามผลไปประมาณ 5 ปี เปรียบเทียบอัตราการเสียชีวิตโดยรวม ไม่ว่าใครที่ได้ฟังหัวข้อข่าวจากผลการศึกษานั้นล้วนตกใจกันเป็นธรรมดา เพราะเราใช้ยาลดกรดชนิดนี้กันมากจริงๆ อีกทั้งยังซื้อหากันได้ง่ายตามร้านขายยาทั่วไป หากทว่า ผลงานวิจัยเรื่องนี้ยังมีจุดน่าสงสัยหลายประเด็น เช่น การที่ไม่ได้แจกแจงโรคและสาเหตุที่เสียชีวิตให้ชัดเจน การที่งานวิจัยมีตัวรบกวนการศึกษาและโรคร่วมอื่นๆ อยู่มาก รวมถึงกลุ่มประชากรที่มีอายุประมาณ 60 ปี ส่วนใหญ่เป็นชาวผิวขาวในอเมริกา

 

 

อย่างไรก็ตาม เราก็ควรระวังการใช้ยาลดกรดกันให้ดี เพราะในขณะเดียวกันนั้น ก็มีงานวิจัยหลายงานที่แสดงให้เห็นว่า ในปัจจุบันมีการใช้ยาลดกรดที่มากเกินความจำเป็น และไม่มีข้อบ่งชี้ที่เหมาะสมโดยทั่วไปในทุกประเทศ ยกตัวอย่างเช่น งานวิจัยของกลุ่ม “Pharmacy Practice” ซึ่งตีพิมพ์ในปี พ.ศ.2558 พบว่าแม้ในกลุ่มประเทศพัฒนาแล้วก็ยังมีการใช้ยาลดกรดเกินความจำเป็นอยู่หลายประเทศ เช่น สหรัฐอเมริกา (65%) ออสเตรเลีย (63%) นิวซีแลนด์ (40%) และอิตาลี (68%) และโดยเฉพาะในกลุ่มผู้ป่วยผู้สูงอายุที่มีโรคประจำตัวหลายโรคก็มักได้รับยานี้พ่วงเพิ่มไปด้วยอยู่บ่อยๆ ทำให้เราเริ่มพบผลข้างเคียงของยาที่อาจเกิดขึ้นได้มากยิ่งขึ้น กล่าวได้ว่าผู้ป่วยหลายคนได้ประโยชน์จากยาไม่คุ้มกับที่เสียไป

จากข่าวนี้ จึงขอให้เราใช้ยาลดกรดอย่างสมเหตุสมผล หยุดใช้ยาเมื่อไม่จำเป็น นอกจากนี้การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการรับประทานอาหารและลดพฤติกรรมที่เสี่ยงต่อโรคทางเดินอาหาร รวมถึงการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ ก็ถือว่าเป็นการรักษาโรคด้วยอยู่แล้วในตัว อย่าลืมว่าการดูแลร่างกายของเราให้แข็งแรงไม่ต้องพึ่งพายารักษาโรค ถือว่าเป็นวิธีการที่ดีที่สุด หากมีข้อสงสัยหรือต้องการคำปรึกษาสามารถติดต่อทีมแพทย์โรงพยาบาลในเครือบริษัท พริ้นซิเพิล เฮลท์แคร์ จำกัด โรงพยาบาลพริ้นซ์ สุวรรณภูมิ (จังหวัดสมุทรปราการ) โรงพยาบาลพริ้นซ์ ปากน้ำโพ (จังหวัดนครสวรรค์) โรงพยาบาลพิษณุเวช (จังหวัดพิษณุโลก) และโรงพยาบาลสหเวช (จังหวัดพิจิตร)) และสามารถติดตามสาระดีๆ เกี่ยวกับการแพทย์ได้ที่ www.princhealth.com

คุณแหน : 22 พฤศจิกายน 2561

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/378318

คุณแหน : 22 พฤศจิกายน 2561

วันพฤหัสบดี ที่ 22 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561, 06.00 น.

ll สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ พล.อ.อ.สถิตย์พงษ์ สุขวิมล ราชเลขานุการในพระองค์ฯ เป็นประธานเปิดร้านโกลเด้น เพลซ สาขาเจริญสุขมงคลจิต ณ สนามเจริญสุขมงคล ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ สาขาที่ 14 วันศุกร์ที่ 23 พ.ย.เวลา 09.30 น….

ll พระเจ้าวรวงศ์เธอพระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชาทินัดดามาตุ องค์ประธานกิตติมศักดิ์มูลนิธิอนุสรณ์หม่อมงามจิตต์ บุรฉัตร จะเสด็จไปประทานรางวัล “หม่อมงามจิตต์ บุรฉัตร” บุคคลสำคัญของโลก ครั้งที่ 33 วันที่ 30 พ.ย. หอประชุมกรมประชาสัมพันธ์…

ll ครบ 90 ปี แถมสิน รัตนพันธุ์ คอลัมนิสต์ชื่อดัง “ลัดดาซุบซิบ”เชิญญาติมิตร ร่วมทำบุญถวายสังฆทาน  โดยนิมนต์พระพรหมบัณฑิต เจ้าอาวาสวัดประยุรวงศาวาสวรวิหาร, พระเทพปฏิภาณมุนี(เจ้าคุณบุญมา),พระราชปริยัติดิลก (เจ้าคุณวิชิต)พระศรีธรรมภาณี(เจ้าคุณวัลลภ),พระวิมลปัญญาภรณ์ (เจ้าคุณสมชาย) แล้วเที่ยงเชิญรับอาหาร 8 ธ.ค. 10.00 น. ที่บ้านเลขที่ 224 ถ.อรุณอมรินทร์…

ll ภูมิจิต พลางกูร เตรียมเมคอัพสุดปังจากรันเวย์นำเทรนด์ 2019 ครั้งแรกของโลกในงาน ELLE Beauty Radar 2019 เดอะกลาสเฮ้าส์ บ้านปาร์คนายเลิศ 29 พ.ย.18.30 น….

ll ดร.พรชัย มงคลวนิช อธิการบดีมหาวิทยาลัยสยาม จัด Open House นิทรรศการตลาดนัดหลักสูตรอุดมศึกษา ครั้งที่ 23 และนิทรรศการวิชาการ “สยามนิทัศน์ 2018”27-29 พ.ย. มีมหาวิทยาลัยรัฐบาลและเอกชนร่วมจัดนิทรรศการ 35 สถาบัน…

ll ครบรอบวันสถาปนาคณะวารสารศาสตร์ฯ มธ.ปีที่ 64 ผศ.ดร.อัจฉรา ปัณฑรานุวงศ์ คณบดี จัดทำบุญเลี้ยงพระเพลและช่วงบ่าย มอบทุนจากกองทุนประกิต อภิสารธนรักษ์และกองทุนพัฒนาคณะฯ 26 พ.ย. 10.00 น. ที่ คณะวารสารศาสตร์ฯ มธ.ศูนย์รังสิต…

ll นพ.ธเนศ-ประภัสสร วชิรมน จัดงานฉลองสมรสให้บุตรชายคนกลาง ดร.พิธาวัฒน์ วชิรมน กับ หงหยวน เจียง ที่ห้อง Astor บอลรูมรร.เดอะ เซนต์ รีจิส ราชดำริ 22 ธ.ค. 11.30 น….

ll ศ.คลินิกเกียรติคุณ นพ.สุพัฒน์ วาณิชย์การ,ศ.นพ.วิจารณ์ พานิช,ศ.กิตติคุณ นพ.สมภพ ลิ้มพงศานุรักษ์, บุษฎีสันติพิทักษ์, ศ.นพ.อภิชาติ อัศวมงคลกุลแถลงข่าว “ผลการตัดสินผู้ได้รับพระราชทานทุนโครงการเยาวชนรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหิดลประจำปี 2561” 26 พ.ย. 13.00 น.โถงสร้างแรงบันดาลใจ อาคารหอสมุดศิริราชคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล ม.มหิดล…

ll วีระศักดิ์ โควสุรัตน์ รมว.กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เป็นประธานเปิดการแข่งขันไท้เก๊ก มฉก. ครั้งที่ 4 โดยมี นศ.จำนวน 1,000 คนรำไท้เก๊กหมู่เฉลิมพระเกียรติ 25 พ.ย. 07.30 น. ที่สนามกีฬากลาง มหาวิทยาลัยหัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติ…

ll  เตรียมจัดเต็มส่งท้ายปี สุริยน ศรีอรทัยกุลแห่งบิวตี้เจมส์ จัดงานบิ๊ก The Fairy Tale Night of Dream Come True เปิดตัวคอลเลคชั่นวินเทจMade in Thailand เผยโฉมเครื่องประดับเพชรสุดเซอร์ไพรส์ ชุดราชินีหิมะ 23 พ.ย. 18.00 น. ห้องแกรนด์บอลรูม แมนดารินโอเรียนเต็ล…ll

น้อง

คิง เพาเวอร์ ต่อยอด MUSIC POWER เยาวชนไทย จัดแข่งขันวงดุริยางค์เครื่องเป่านานาชาติ ต่อเนื่องปีที่ 2

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/378367

คิง เพาเวอร์ ต่อยอด MUSIC POWER เยาวชนไทย จัดแข่งขันวงดุริยางค์เครื่องเป่านานาชาติ ต่อเนื่องปีที่ 2

คิง เพาเวอร์ ต่อยอด MUSIC POWER เยาวชนไทย จัดแข่งขันวงดุริยางค์เครื่องเป่านานาชาติ ต่อเนื่องปีที่ 2

วันพฤหัสบดี ที่ 22 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561, 06.00 น.

เพราะเชื่อมั่นในศักยภาพเยาวชนไทยในด้านดนตรี กลุ่มบริษัท คิง เพาเวอร์ ต่อยอดโครงการด้านดนตรี หรือ MUSIC POWER เปิดเวทีให้เยาวชนไทยได้แสดงความสามารถด้านดนตรี พร้อมยกระดับทักษะและศักยภาพด้านดนตรีของเยาวชนไทยสู่สากล ผ่านการประกวดวงดุริยางค์เครื่องเป่านานาชาติ ประจำปี 2562 เป็นปีที่ 2

กลุ่มบริษัท คิง เพาเวอร์ มุ่งมั่นดำเนินโครงการกิจกรรมเพื่อสังคม ภายใต้แนวคิด “คิง เพาเวอร์ ไทย เพาเวอร์พลังคนไทย” ร่วมกับ วิทยาลัยดุริยางคศิลป์ มหาวิทยาลัยมหิดล จัดแถลงข่าวการประกวดวงดุริยางค์เครื่องเป่านานาชาติ ประจำปี 2562 หรือ Thailand International Wind Symphony Competition 2019 ต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 เพื่อเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูรพร้อมชิงถ้วยรางวัลและเงินรางวัลรวมมูลค่ากว่า 4 ล้านบาท โดยมี อภิเชษฐ์ ศรีวัฒนประภา ผู้ช่วยประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการ กลุ่มบริษัท คิง เพาเวอร์, ศ.นพ.บรรจง มไหสวริยะ รักษาการแทนอธิการบดีมหาวิทยาลัยมหิดล, ดร.ณรงค์ ปรางค์เจริญ คณบดีวิทยาลัยดุริยางคศิลป์ มหาวิทยาลัยมหิดล อาจารย์ คณะกรรมการจัดการประกวด เข้าร่วมงาน พร้อมแขกรับเชิญพิเศษ แต้ว-ณฐพร เตมีรักษ์ ร่วมเผยถึงความชอบด้านดนตรีและเชิญชวนให้มาร่วมชื่นชมความสามารถทางด้านดนตรีของเยาวชนไทย รวมทั้งมินิคอนเสิร์ตสุดพิเศษจากศิลปินศิษย์เก่าและศิษย์ปัจจุบันจากวง Brass Ensemble เมื่อบ่ายวันที่ 20 พฤศจิกายน ที่ผ่านมา ณ โรงละครอักษราคิง เพาเวอร์ รางน้ำ

อภิเชษฐ์ ศรีวัฒนประภา ผู้ช่วยประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการ กลุ่มบริษัท คิง เพาเวอร์ กล่าวว่า คิง เพาเวอร์ มุ่งมั่นดำเนินโครงการเพื่อสังคม ภายใต้แนวคิดKING POWER THAI POWER พลังคนไทยผ่านโครงการต่างๆ มากมาย เพื่อสร้างสรรค์สิ่งดีมีประโยชน์ให้กับสังคมไทยในทุกระดับ โดยเฉพาะเยาวชน ซึ่งปีนี้เราได้ต่อยอดโครงการด้านดนตรี หรือ MUSIC POWER ผ่านการประกวดวงดุริยางค์เครื่องเป่านานาชาติ ประจำปี 2562 เป็นปีที่ 2 โดยได้รับความร่วมมือจากวิทยาลัยดุริยางคศิลป์ มหาวิทยาลัยมหิดล เพื่อเป็นเวทีให้เยาวชนไทยตลอดจนคนไทยได้แสดงความสามารถด้านดนตรีบนเวทีระดับนานาชาติ รวมทั้งแลกเปลี่ยนเรียนรู้ทักษะด้านดนตรี ทำให้เยาวชนได้ตระหนักถึงความสำคัญของการพัฒนาคุณภาพและการฝึกฝนทักษะการเล่นดนตรีแบบรวมวงผ่านเวทีประกวด เพื่อเป็นที่ยอมรับในระดับนานาชาติต่อไป

“ที่ผ่านมา มีคนไทยทั้งเยาวชนที่เป็นเด็กเล็ก นักเรียน นักศึกษา ที่มีความสามารถไปแข่งขันในต่างประเทศและคว้ารางวัลกลับมาได้ในหลายรายการ สะท้อนให้เห็นถึงความพร้อมและความสามารถด้านดนตรีของคนไทย ซึ่งตรงกับแนวคิดของกลุ่มบริษัท คิง เพาเวอร์ ที่ให้ความสำคัญในการสืบสานศิลปะทางดนตรีมาอย่างยาวนาน จึงมุ่งสนับสนุนให้คนไทย และเยาวชนไทยได้มีเวทีระดับโลกในการโชว์ศักยภาพจึงเป็นที่มาในการจัดการแข่งขันในครั้งนี้”

ด้าน ดร.ณรงค์ ปรางค์เจริญ คณบดีวิทยาลัยดุริยางคศิลป์ มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวว่า “การประกวดวงดุริยางค์เครื่องเป่านานาชาติ ในปีที่ผ่านมาถือว่าประสบความสำเร็จ และได้รับการยอมรับจากนานาชาติและประชาชนทั่วไปเป็นอย่างมาก โดยมีโรงเรียนต่างๆ ให้ความสนใจเข้าร่วมประกวดจำนวนมาก รวมถึงประเทศต่างๆ อาทิ ฮ่องกง สเปน และสวิตเซอร์แลนด์ สำหรับการประกวดในครั้งนี้ ได้เปิดการแข่งขันรุ่นไม่จำกัดอายุ เพื่อเปิดโอกาสให้บุคคลทั่วไปได้เข้าร่วมการแข่งขัน พร้อมยกระดับให้วงดุริยางค์เครื่องเป่าไทยได้เข้าร่วมประกวดในระดับนานาชาติมากขึ้น เป็นการกระตุ้นบรรยากาศทางด้านศิลปวัฒนธรรมดนตรี พร้อมส่งเสริมให้เยาวชนไทยและบุคคลทั่วไปได้ใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ รวมทั้งขยายโอกาสในการพัฒนาศักยภาพของเยาวชนไทยทางด้านดนตรีในเวทีระดับนานาชาติที่จะเกิดขึ้นในประเทศไทย และคาดว่าในปีนี้จะมีจำนวนวงที่เข้าประกวดเยอะกว่าปีก่อนๆ ทั้งวงจากในประเทศ และจากต่างประเทศ เนื่องจากเป็นเวทีเดียวในแถบอาเซียนที่เปิดรุ่นสำหรับประชาชนทั่วไป ในการแข่งขันแบบเครื่องลม”

“สิ่งสำคัญที่สุดของการจัดการประกวดในครั้งนี้ เพื่อสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณและเพื่อเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณบดินทรเทพยวรางกูร ในฐานะที่พระองค์ทรงเป็นมิ่งขวัญของปวงชนชาวไทยและชาวโลก ซึ่งแต่ละวงจะต้องบรรเลงเพลงบังคับที่ทางผู้จัดการประกวดได้ระบุไว้ เพื่อเป็นมาตรฐานในเรื่องของเทคนิคการบรรเลง และได้แสดงถึงศักยภาพ คุณภาพ ของวงได้ชัดเจนยิ่งขึ้น รวมทั้งต้องบรรเลง เพลงประจำชาติ และเพลงเลือกอื่นๆ อีกด้วย”

ทั้งนี้ การประกวดวงดุริยางค์เครื่องเป่านานาชาติ ประจำปี 2562 ได้แบ่งการรับสมัครเป็น 4 ประเภท ได้แก่ รุ่น Class A,
รุ่น Class B, รุ่น Class C และรุ่น Class D รอบคัดเลือกวันที่ 12-13 กุมภาพันธ์ 2563 โดยคัดจากผลงานที่ส่งเข้ามาแข่งขัน ประกาศผลผู้ที่ผ่านการคัดเลือกเข้ารอบรองชนะเลิศในวันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2562 ทางเว็บไซต์ www.music.mahidol.ac.th/tiwsc และเฟซบุ๊ค King Power Thai Power พลังคนไทย ส่วนรอบรองชนะเลิศจัดแข่งขันวันที่ 1-4 เมษายน 2562 โดยแต่ละรุ่นจะคัดเลือกเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศรุ่นละ 5 วง ทำการแข่งขันในวันที่ 6 เมษายน 2562 เพื่อชิงถ้วยรางวัล และเงินรางวัลรวมมูลค่ากว่า 4 ล้านบาท โดยเปิดรับสมัครตั้งแต่วันนี้ไปจนถึงวันที่ 29 มกราคม 2562 เวลา 17.00 น. ที่ www.music.mahidol.ac.th/tiwsc สอบถามเพิ่มเติมได้ที่
โทร.02-8002525 ต่อ 3107, 3109, 3117หรืออีเมล์ tiwsc.info@gmail.com

อภิเชษฐ์ ศรีวัฒนประภา

อภิเชษฐ์ ศรีวัฒนประภา

อภิเชษฐ์ ศรีวัฒนประภา พร้อมด้วย นพ.บรรจง มไหสวริยะ และ ดร.ณรงค์ ปรางค์เจริญ

อภิเชษฐ์ ศรีวัฒนประภา พร้อมด้วย นพ.บรรจง มไหสวริยะ และ ดร.ณรงค์ ปรางค์เจริญ

การแสดงของน้องๆ นักเรียน วิทยาลัยดุริยางคศิลป์ มหาวิทยาลัยมหิดล

การแสดงของน้องๆ นักเรียน วิทยาลัยดุริยางคศิลป์ มหาวิทยาลัยมหิดล

การแสดงจากวง Brass Ensemble จาก วิทยาลัยดุริยางคศิลป์ มหาวิทยาลัยมหิดล

การแสดงจากวง Brass Ensemble จาก วิทยาลัยดุริยางคศิลป์ มหาวิทยาลัยมหิดล

ถ้วยรางวัล Class A, รุ่น Class B, รุ่น Class C และรุ่น Class D

ถ้วยรางวัล Class A, รุ่น Class B, รุ่น Class C และรุ่น Class D

เปิดลาน ‘บ้านหวั่งหลี’ จัดแสดง ‘ลอดลายมังกร’ กลางแจ้งครั้งประวัติศาสตร์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/378355

เปิดลาน ‘บ้านหวั่งหลี’ จัดแสดง ‘ลอดลายมังกร’ กลางแจ้งครั้งประวัติศาสตร์

เปิดลาน ‘บ้านหวั่งหลี’ จัดแสดง ‘ลอดลายมังกร’ กลางแจ้งครั้งประวัติศาสตร์

วันพฤหัสบดี ที่ 22 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561, 06.00 น.

เพื่อร่วมฉลองครบรอบ 1 ปี โครงการ “ล้ง 1919” การกลับมาของท่าเรือสำคัญทางประวัติศาสตร์การค้าไทย-จีน ริมแม่น้ำเจ้าพระยา ซึ่งได้ปรับโฉมให้กลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงศิลปวัฒนธรรมแห่งใหม่ งานนี้ ล้ง 1919สร้างปรากฏการณ์ใหม่กับการแสดงครั้งประวัติศาสตร์ “ลอดลายมังกรThe Epic Musical at LHONG 1919” ถ่ายทอดเรื่องราวเสื่อผืนหมอนใบ ผ่านการแสดงกลางแจ้งผสมผสานมัลติมีเดียบนแผ่นดินท้องมังกร เปิดลานกลางแจ้งบ้านหวั่งหลี ริมแม่น้ำเจ้าพระยา เป็นฉากหลังการแสดง เปิดม่านการแสดงรอบพรีวิวท่ามกลางสมาชิกตระกูลหวั่งหลี นำโดย สุกิจ-สุจินต์-ฐาวรา-รุจิราภรณ์-ดร.ศรัณฐ์-พญ.สถิตย์หทัย หวั่งหลี และแขกผู้มีเกียรติมาร่วมชมการแสดงอย่างคับคั่ง เมื่อค่ำวันพฤหัสบดีที่ 15 พฤศจิกายน 2561

รุจิราภรณ์ หวั่งหลี ผู้บริหารโครงการ ล้ง 1919 กล่าวว่า ในเดือนพฤศจิกายนนี้ นอกจากฉลองครบ 1 ปี การฟื้นฟูพื้นที่ประวัติศาสตร์ ล้ง 1919 แล้ว ในปีนี้ ล้ง 1919 ยังมีอายุก้าวสู่ปีที่ 100 นับจากการเริ่มกิจการธุรกิจของตระกูลหวั่งหลี ที่ท่าเรือประวัติศาสตร์แห่งนี้ จึงเป็นโอกาสอันดีที่จะจัดการฉลองด้วยการแสดงครั้งยิ่งใหญ่ “ลอดลายมังกร The Epic Musical at LHONG 1919”ถ่ายทอดเรื่องราวจากเป็นบทประพันธ์ทรงคุณค่าของ ประภัสสร เสวิกุล บอกเล่าความมานะพยายามชาวจีนโพ้นทะเลในประเทศไทย สอดแทรกข้อคิดและคติในการดำเนินชีวิตด้วยคุณธรรม ความดี ความซื่อสัตย์ จึงเป็นเรื่องราวที่เหมาะแก่การเป็นส่วนหนึ่งของการฉลองวาระสำคัญดังกล่าว ความพิเศษของการแสดงในครั้งนี้ เปิดให้จัดที่ลานกลางแจ้งบ้านหวั่งหลีซึ่งเป็นบ้านโบราณของตระกูล อายุกว่า 100 ปี งดงามด้วยสถาปัตยกรรมแบบจีนโบราณที่อนุรักษ์ไว้อย่างสมบูรณ์ เป็นพื้นที่ส่วนตัวของตระกูลหวั่งหลี ซึ่งปกติไม่ได้เปิดให้สาธารณะเข้าชม ครั้งนี้จึงเป็นครั้งแรกและอาจจะเป็นครั้งเดียวที่เปิดให้ผู้ชมการแสดงได้ชมความงดงามของบ้านหวั่งหลีอย่างใกล้ชิด พร้อมกับแสง เสียง มัลติมีเดียเต็มรูปแบบ นอกจากนี้ พื้นที่บริเวณบ้านหวั่งหลี-ล้ง 1919 เป็นหนึ่งในสถานที่ที่เกี่ยวข้องกับการเดินทางของชาวจีนโพ้นทะเลในประเทศไทย และเป็นหนึ่งในแรงบันดาลใจของเรื่องราวลอดลายมังกรถ้าหากย้อนเวลากลับไป เหลียง (ตัวละครหลักของเรื่องลอดลายมังกร) เมื่อคราวนั่งสำเภาจากเมืองจีนมาถึงเมืองไทยก็คงต้องมาขึ้นฝั่งที่ล้ง 1919 แห่งนี้

อีกหนึ่งความพิเศษ คือการแสดงที่กล่าวได้ว่าเป็นการยกมาตรฐานระดับรัชดาลัยเธียเตอร์มาไว้กลางแจ้งเป็นครั้งแรก โดยได้เจ้าพ่อละครเวทีอย่าง บอย-ถกลเกียรติ วีรวรรณ แห่งซีเนริโอ มากำกับการแสดง พร้อมนำทีมงานมือฉมังมาสร้างสรรค์การแสดง พร้อมด้วยนักแสดงแถวหน้าอย่าง นก-สินจัย เปล่งพานิช, ชาย-ชาตโยดม หิรัณยัษฐิติ,นัททิว-ณัฏฐ์ ทิวไผ่งาม, นก-พริมาภา กรโรจนชวิน, จิ๊บ-กุลธิดาฐ์ อักษรนันทน์, เต้-ธีธัช จรรยาศิริกุล,เซน-กรรฐกรฐ์ หล่อเสถียรธารี, ตุ๊กตา-จมาพร แสงทอง มารับบทนำ

“ลอดลายมังกร The Epic Musical at LHONG 1919” เปิดการแสดงในวันที่ 23-25 พฤศจิกายน 2561 เวลา 19.30 น. บัตรมีจำหน่ายที่ไทยทิตเก็ตเมเจอร์ หรือโครงการล้ง 1919 โทร.091-3871919 ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมที่ Facebook : LHONG1919

สุจินต์-สุกิจ-ฐาวรา หวั่งหลี

สุจินต์-สุกิจ-ฐาวรา หวั่งหลี

สุชาติ-ลาวัลย์ หวั่งหลี

สุชาติ-ลาวัลย์ หวั่งหลี

นงนุช หวั่งหลี, ดร.ดุษฎี สว่างวิบูลย์, ศิรวัตร หวั่งหลี

นงนุช หวั่งหลี, ดร.ดุษฎี สว่างวิบูลย์, ศิรวัตร หวั่งหลี

สุจินต์-รุจิราภรณ์ หวั่งหลี กับผู้กำกับคนเก่ง บอย-ถกลเกียรติ วีรวรรณ

สุจินต์-รุจิราภรณ์ หวั่งหลี กับผู้กำกับคนเก่ง บอย-ถกลเกียรติ วีรวรรณ

ทวีเวช-อุทัยศรี-พินทุสร ศรีณรงค์

ทวีเวช-อุทัยศรี-พินทุสร ศรีณรงค์

กรกนก ยงสกุล, โสรัส อมาตยกุล

กรกนก ยงสกุล, โสรัส อมาตยกุล

อรุยา-สิดารัศมิ์ พุทธินันทน์

อรุยา-สิดารัศมิ์ พุทธินันทน์

รุจิราภรณ์ หวั่งหลี กับ เกรียงไกร อุณหะนันทน์, สุนิษา เจทท์ และ ฉัตรชัย เปล่งพานิช

รุจิราภรณ์ หวั่งหลี กับ เกรียงไกร อุณหะนันทน์, สุนิษา เจทท์ และ ฉัตรชัย เปล่งพานิช

พญ.สถิตย์หทัย-ดร.ศรัณฐ์ หวั่งหลี

พญ.สถิตย์หทัย-ดร.ศรัณฐ์ หวั่งหลี

ธรรมนูญ หวั่งหลี

ธรรมนูญ หวั่งหลี

เปิดขายบัตร Miss Universe 2018 แล้ว

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/378365

เปิดขายบัตร Miss Universe 2018 แล้ว

เปิดขายบัตร Miss Universe 2018 แล้ว

วันพฤหัสบดี ที่ 22 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561, 06.00 น.

แฟนนางงามมีเฮ บริษัท ทีพีเอ็น 2018 จำกัด (TPN 2018 Co., Ltd.) ผู้ถือลิขสิทธิ์อย่างเป็นทางการ ได้เปิดขายบัตรเพื่อเข้าชมการประกวด Miss Universe 2018 อย่างเป็นทางการแล้ว ที่เคาน์เตอร์ไทยทิคเก็ตเมเจอร์ทุกสาขา หรือทางออนไลน์ www.thaiticketmajor.com

สำหรับพื้นที่ภายในอิมแพค อารีนา เมืองทองธาน ที่จะเป็นสถานที่จัดงานและถ่ายทอดสดการประกวด Miss Universe 2018 ผู้ชมจะได้ตื่นตาตื่นใจไปกับความตระการตาของรูปแบบเวทีใหม่ครั้งแรกในประวัติศาสตร์ของการจัดประกวดนางงามจักรวาล ด้วยรูปแบบเวทีรันเวย์แบบตัวเอ็กซ์ (x)ที่ยาวที่สุดเท่าที่เคยมีมา ผู้ชมทั้งฮอลล์จะได้เห็นตัวแทนสาวงามจากทั่วโลกได้ครบทั้ง 360 องศา และร่วมเป็นส่วนหนึ่งของประวัติศาสตร์นี้อย่างใกล้ชิดและคุ้มค่าอย่างมาก

ในส่วนของราคาบัตรปีนี้บรรดาแฟนนางงามจะได้ชมการประกวด Miss Universe ในราคาที่คุ้มค่าที่สุด โดยราคา
บัตรตามโซนที่นั่งทั้ง 9 โซน มีดังนี้ 2,500/4,000/6,500/10,000 /13,500/18,000/25,000/35,000 (Ultimate View)/50,000 (Tiara Package) บาท

ทั้งนี้ สิทธิพิเศษสำหรับผู้ซื้อบัตร Tiara Package (ราคา 50,000 บาท) จะได้รับสิทธิพิเศษคือ ทางเข้าพิเศษ ห้องรับรองพิเศษสำหรับบริการอาหารและเครื่องดื่ม ที่จอดรถ (สงวนสิทธิ์สำหรับผู้ที่ซื้อบัตรทุกๆ 2 ใบ จะได้รับที่จอดรถ 1 คัน) สายคล้องคอพิเศษ ของที่ระลึกจากกองประกวด ถ่ายภาพที่ระลึกกับ Miss Universe 2018 หลังการประกวด ขณะที่ผู้ซื้อบัตร Ultimate View (ราคา 35,000 บาท) จะได้รับสิทธิพิเศษคือ ของที่ระลึกจากกองประกวด อภินันทนาการเครื่องดื่ม โดยสามารถลงทะเบียนรับสิทธิพิเศษดังกล่าวได้ที่จุดลงทะเบียนบริเวณหน้าห้องรับรองพิเศษ Tiara รายละเอียดเพิ่มเติมอื่นๆ จะแจ้งให้ทราบในเพจ https://www.facebook.com/missuniverse.in.th/

ขณะที่เงื่อนไขในการซื้อบัตรทุกราคา มีดังนี้ จำกัดการซื้อบัตรไม่เกิน6 ใบ ต่อ 1 ท่าน ทุกช่องทาง ผู้จัดสงวนสิทธิ์ในการยกเลิกบัตรที่ซื้อเกินจำนวนที่กำหนด (หากมี) โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า โดยสามารถซื้อบัตรได้ทางออนไลน์ www.thaiticketmajor.com และหน้าเคาน์เตอร์ไทยทิคเก็ตเมเจอร์ทุกสาขา ตรวจสอบรายชื่อสาขาได้ที่ http://www.thaiticketmajor.com/outlets-ttm.php สอบถามรายละเอียดการซื้อบัตรเพิ่มเติมได้ที่ TTM Call Center 02-2623456 หรือ callcenter@thaiticketmajor.com

ร่วมจารึกประวัติศาสตร์โลกและอัพเดทข้อมูลข่าวสารการประกวด Miss Universe 2018 ได้ทาง 2018missuniverse.in.th พร้อมนับถอยหลังร่วมลุ้นว่าสาวงามจากประเทศใดจะได้สวมมงกุฎอันทรงเกียรติในรอบการตัดสิน Final Round วันที่ 17 ธันวาคม 2561 เวลา 07.00 น.(ตามเวลาประเทศไทย) ณ อิมแพค อารีนา เมืองทองธานี

เปิดสาขาใหม่วิคตอเรีย ซีเคร็ท

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/378311

เปิดสาขาใหม่วิคตอเรีย ซีเคร็ท

เปิดสาขาใหม่วิคตอเรีย ซีเคร็ท

วันพฤหัสบดี ที่ 22 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561, 06.00 น.

วิคตอเรีย ซีเคร็ท (Victoria’s Secret) เปิดสาขาใหม่ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทยจัดจำหน่ายสินค้าทุกประเภทจากวิคตอเรีย ซีเคร็ท ตั้งแต่ชุดชั้นใน เสื้อชั้นใน ชุดนอน ผลิตภัณฑ์บำรุงผิว และ สเปรย์น้ำหอม รวบรวมคอลเลคชั่นขายดีของสินค้าทุกประเภทจากวิคตอเรีย ซีเคร็ท รวมไปถึงไลน์ย่อยอย่างวิคตอเรีย ซีเคร็ท พิงค์ และ วิคตอเรีย ซีเคร็ท สปอร์ต มาให้สาวไทยได้ฟินกันถ้วนหน้าโดยไม่ต้องบินไปไกลถึงต่างประเทศ ณ ชั้น1 ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์

ภายในร้านตกแต่งและดีไซน์อย่างพิถีพิถันเนรมิตความหรูหราหน้าร้านด้วยสีชมพูและโลโก้อันโดดเด่นของวิคตอเรีย ซีเคร็ท ให้บรรยากาศอบอุ่น ผ่อนคลาย รายล้อมด้วยคอลเลคชั่นชุดชั้นในขายดี จัดโชว์ให้เลือกสรรอย่างละลานตา เพิ่มความเอ็กซ์คลูซีฟด้วยบริการวัดขนาดชุดชั้นในอย่างเป็นส่วนตัวภายในห้องลอง พร้อมแนะนำหลักการเลือกซื้อชุดชั้นใน เพื่อให้ลูกค้าเลือกซื้อสินค้าได้ตรงตามขนาดและดีไซน์ที่ถูกใจตลอดการช็อปปิ้ง

เช็คอินกรุงเทพฯ ที่ความสูง 314 เมตร มหานคร สกายวอล์ค @ คิง เพาเวอร์ มหานคร

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/378327

เช็คอินกรุงเทพฯ ที่ความสูง 314 เมตร มหานคร สกายวอล์ค @ คิง เพาเวอร์ มหานคร

เช็คอินกรุงเทพฯ ที่ความสูง 314 เมตร มหานคร สกายวอล์ค @ คิง เพาเวอร์ มหานคร

วันพฤหัสบดี ที่ 22 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561, 06.00 น.

อลังการล้านแปดที่สุดกับจุดชมวิวที่จะทำให้คุณได้สัมผัสกับ “กรุงเทพมหานคร” ในมุมมองที่คุณไม่เคยเห็นมาก่อน
ณ มหานคร สกายวอล์ค (Mahanakhon Skywalk) ซึ่งนับว่าเป็นจุดชมวิวที่สูงที่สุดในประเทศไทยในขณะนี้ ตั้งอยู่บนชั้น 74, 75 และ 78 ของอาคารคิง เพาเวอร์ มหานคร ถนนนราธิวาสราชนครินทร์ แลนด์มาร์คท่องเที่ยวระดับโลกแห่งใหม่ของประเทศไทย ใจกลางกรุงเทพมหานคร พร้อมเปิดให้ทุกคนไปเช็คอินกันได้แล้วตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป

ความอลังเริ่มต้นตั้งแต่ชั้น 1 ของอาคารคิง เพาเวอร์ มหานคร กันเลยทีเดียว เพราะจากจุดจำหน่ายบัตรเลี้ยวซ้ายเข้าไปรอลิฟท์ที่จะนำเราไปสู่ชั้น 74 นั้นคุณจะตื่นตาตื่นใจไปกับรูปจำลองอาคารสถานที่ทั่วกรุงเทพฯ ในลักษณะกลับหัว หรือ Upside Down บนเพดานที่สะท้อนกับพื้นกระจกสีดำด้านล่าง ให้คุณสนุกกับการค้นหาสถานที่สำคัญเพลินๆระหว่างรอลิฟท์ รวมถึงแอนิเมชั่นที่สะท้อนความเป็นกรุงเทพฯ ที่ผนัง ก่อนจะก้าวเข้าสู่ลิฟท์โดยสารความเร็วสูงที่จะพาเราขึ้นไปยังจุดชมวิวชั้น 74 ภายในระยะเวลาเพียง 50 วินาที เรียกว่าแค่ “พริบตาเดียว” จริงๆ

 

คิง เพาเวอร์ มหานคร อาคารที่โดดเด่นที่สุดของประเทศไทยในเวลานี้

ทันทีที่ลิฟท์เปิดออกที่ชั้น 74 เป็นจุดชมวิวภายในอาคาร (Indoor Observation Deck) ถึงแม้จะมีผนังกระจกกั้นอยู่แต่คุณจะได้ร้องว้าวกับทัศนียภาพของกรุงเทพมหานคร ผ่านระบบเทคโนโลยี AR (Augmented Reality) กับมุมมองกรุงเทพมหานคร แบบ 360 องศา ที่ชั้นนี้คุณสามารถส่งโปสต์การ์ดจากตู้ไปรษณีย์ที่สูงที่สุดในประเทศไทยได้อีกด้วย แต่ถ้าจะชมวิวกรุงเทพมหานครให้จุใจและไม่ควรพลาดอย่างยิ่ง ต้องใช้บริการลิฟท์แก้วที่ชั้น 75 ไปยังชั้น 78 (หรือใครใจถึงๆ จะเดินบันไดวนก็ได้เช่นกัน) ซึ่งถือเป็นจุดไฮไลท์ของ มหานคร สกายวอล์ค ที่แท้ทรู

ที่ชั้น 78 ประกอบด้วยชั้นดาดฟ้า (Rooftop) และจุดชมวิวภายนอกอาคาร (Outdoor Observation Deck) โดยมีไฮไลท์คือ
พื้นกระจกลอยฟ้า (Glass Tray) ซึ่งเป็นหนึ่งในพื้นกระจกลอยฟ้าที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก สูงเหนือพื้น 310 เมตร ซึ่งทุกคนที่จะลงไปยังจุดนี้จะต้องปฏิบัติตามข้อบังคับของการเข้าชม ได้แก่ การสวมถุงรองเท้าชนิดพิเศษเพิ่มการยึดเกาะ ห้ามถือโทรศัพท์หรือกล้องถ่ายรูปลงไปยังจุดนี้เพื่อความปลอดภัย ขอบอกเลยว่าเป็นอีกหนึ่งประสบการณ์ที่ “ต้อง” ลอง

 

Upside Down และ แอนิเมชั่นสุดล้ำ หน้าลิฟท์ชั้น 1

แต่ถ้าใครใจไม่ถึงเดินขึ้นบันไดอีกไม่กี่สเต็ปขึ้นจุดชมวิวชั้นดาดฟ้าแบบ 360 องศา “เดอะ พีค” (The Peak) ซึ่งเป็นจุดสูงสุดที่ยืนได้ในกรุงเทพมหานคร ที่มีความสูงเหนือพื้นถึง 314 เมตร ซึ่ง ณ จุดนี้ คุณสามารถชมความงดงามทัศนียภาพของกรุงเทพมหานครได้แบบไม่มีสิ่งใดขวางกั้น ให้ความรู้สึกอิสระและฟินสุดๆ ที่สำคัญคือคุณจะต้องร้อง “ว้าว” ซ้ำๆ ตลอดระยะเวลาที่ยืนอยู่ ณ จุดนั้นอย่างแน่นอน นอกจากนี้ที่ชั้น 78 ยังเป็นที่ตั้งของ รูฟท็อปบาร์ (Rooftop Bar) ที่สูงที่สุดในประเทศไทย ที่มีเครื่องดื่มและค็อกเทลสูตรพิเศษไว้บริการ

มหานคร สกายวอล์ค เปิดให้บริการในเวลา 10.00-24.00 น. (เปิดให้เข้าชมรอบสุดท้าย 23.00 น.) การเดินทางก็ง่ายแสนง่าย สามารถเดินทางมาโดยรถไฟฟ้าบีทีเอส ลงสถานีช่องนนทรี ทางออกหมายเลข 3 ส่วนบัตรเข้าชม แบ่งเป็น 2 ประเภท ได้แก่ มหานครสกายวอล์ค จุดชมวิวภายในอาคาร (ชั้น 74) ผู้ใหญ่ราคา 850 บาท เด็กอายุต่ำกว่า 12 ปี และผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไป ราคา 250 บาท ส่วน มหานครสกายวอล์คและรูฟท็อปบาร์ จุดชมวิวภายในและภายนอกอาคาร
(ชั้น 74 และชั้น 78) ผู้ใหญ่ ราคา 1,050 บาท ส่วนเด็กอายุต่ำกว่า 12 ปี และผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไป ราคา 450 บาท

พิเศษช่วงนี้ฉลองเปิดตัว มหานคร สกายวอล์ค เขามีโปรโมชั่นพิเศษ ซื้อบัตรเข้าชมจุดชมวิวภายในและภายนอกอาคาร (ชั้น 74 และชั้น 78) จากราคา 1,050 บาท เหลือเพียง 765 บาทเท่านั้น ตั้งแต่วันนี้-31 มกราคม 2562 สำหรับผู้ที่สนใจสามารถติดตามข่าวสาร โปรโมชั่น และกิจกรรมต่างๆ ได้ที่ Facebook หรือ www.KingPowerMahanakhon.co.th

มหานคร สกายวอล์ค ที่ชั้น 78

มหานคร สกายวอล์ค ที่ชั้น 78

พื้นกระจกลอยฟ้า (Glass Tray) อีกหนึ่งไฮไลท์ของมหานคร สกายวอล์ค ที่ชั้น 78

พื้นกระจกลอยฟ้า (Glass Tray) อีกหนึ่งไฮไลท์ของมหานคร สกายวอล์ค ที่ชั้น 78

เช็คอินกรุงเทพฯ ที่ความสูง 314 เมตร เก๋สุดๆ

เช็คอินกรุงเทพฯ ที่ความสูง 314 เมตร เก๋สุดๆ

แวะส่งไปรษณียบัตรที่ตู้ไปรษณีย์สูงที่สุดในประเทศไทย ณ ชั้น มหานคร สกายวอล์ค ที่ชั้น 74

แวะส่งไปรษณียบัตรที่ตู้ไปรษณีย์สูงที่สุดในประเทศไทย ณ ชั้น มหานคร สกายวอล์ค ที่ชั้น 74

Brother Run & Share ครั้งที่ 5 วิ่งเพื่อผู้ป่วยมะเร็ง มูลนิธิรามาธิบดี

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/378336

Brother Run & Share ครั้งที่ 5 วิ่งเพื่อผู้ป่วยมะเร็ง มูลนิธิรามาธิบดี

Brother Run & Share ครั้งที่ 5 วิ่งเพื่อผู้ป่วยมะเร็ง มูลนิธิรามาธิบดี

วันพฤหัสบดี ที่ 22 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561, 06.00 น.

ข้อมูลจากกรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข เปิดเผยถึงสถานการณ์โรคมะเร็งในประเทศไทย ว่าโรคมะเร็งเป็นปัญหาสาธารณสุขที่สำคัญของประเทศและเป็นสาเหตุการเสียชีวิตอันดับ 1 ของคนไทย และมีแนวโน้มป่วยและเสียชีวิตเพิ่มขึ้น

บริษัท บราเดอร์ คอมเมอร์เชี่ยล (ประเทศไทย) จำกัด จึงร่วมกับ คู่ค้าและพาร์ทเนอร์ผนึกกำลังเดินหน้าช่วยเหลือผู้ป่วยโรคมะเร็งผ่านโครงการ “บราเดอร์รันแอนด์แชร์…วิ่งฝันปันน้ำใจ เพื่อผู้ป่วยโรคมะเร็ง ครั้งที่ 5” จัดวิ่งการกุศลอย่างต่อเนื่องเพื่อนำรายได้โดยไม่หักค่าใช้จ่ายมอบให้แก่ มูลนิธิรามาธิบดีสนับสนุนกองทุนมะเร็งโลหิตวิทยาผู้ใหญ่ โรงพยาบาลรามาธิบดี สำหรับรักษาผู้ป่วยที่ยากไร้ ตั้งเป้ายอดบริจาค1 ล้านบาท ในวันอาทิตย์ที่ 27 มกราคม 2562

 

พรภัค อุไพศิลป์สถาพร

นายโทโมยูกิ ฟูจิโมโตะ กรรมการผู้จัดการ บริษัท บราเดอร์ คอมเมอร์เชี่ยล (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่าบราเดอร์เตรียมจัดโครงการ “บราเดอร์ รัน แอนด์ แชร์…วิ่งฝันปันน้ำใจ เพื่อผู้ป่วยโรคมะเร็ง ครั้งที่ 5” เป็นการจัดกิจกรรมวิ่งการกุศลติดต่อกันเป็นครั้งที่ 5 เพื่อนำรายได้จากการจัดงานทั้งหมดโดยไม่หักค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้นมอบให้แก่มูลนิธิรามาธิบดี กองทุนมะเร็งโลหิตวิทยาผู้ใหญ่โรงพยาบาลรามาธิบดีเพื่อนำไปช่วยเหลือผู้ป่วยโรคมะเร็งที่ยากไร้ที่ไม่สามารถเข้าถึงการบริการทางการแพทย์ได้ โดยในปีนี้ตั้งเป้าจำนวนผู้สมัครที่จะเข้าร่วมกิจกรรมไว้ที่ 2,000 คน และยอดเงินบริจาคมากกว่า 1,000,000 บาท ซึ่งตลอด 4 ปีที่ผ่านมาในการจัดกิจกรรมสามารถบริจาคเงินให้แก่มูลนิธิรามาธิบดีรวมกว่า 3 ล้านบาทโดยเงินบริจาคดังกล่าวสามารถช่วยเพิ่มโอกาสในการรักษาผู้ป่วยโรคมะเร็งได้อย่างแท้จริงกว่า 200 ราย

 

พรภัค อุไพศิลป์สถาพร

นายพรภัค อุไพศิลป์สถาพร ผู้จัดการทั่วไปฝ่ายการเงินและการบริหาร บริษัท บราเดอร์ คอมเมอร์เชี่ยล(ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า การหันมาให้ความสนใจและมีส่วนร่วมในการสนับสนุนช่วยเหลือเยี่ยวยาผู้ป่วยโรคมะเร็งที่ยากไร้ เป็นสิ่งที่ประชาชนทุกคนสามารถมีส่วนร่วมได้ผ่าน ซึ่งโครงการ บราเดอร์ รันแอนด์แชร์…วิ่งฝันปันน้ำใจ เพื่อผู้ป่วยโรคมะเร็ง ครั้งที่ 5 นอกจากรายได้จากการสมัครแข่งขันวิ่งจะร่วมบริจาคเป็นเงินทุนช่วยเหลือผู้ป่วยโรคมะเร็งที่ยากไร้แล้ว การวิ่งยังเป็นการส่งเสริมสุขภาพให้ทุกคนหันมาออกกำลังกายเพื่อสร้างภูมิคุ้มกันที่ดีและสุขภาพที่แข็งแรงในอนาคตอีกด้วย

กิจกรรมวิ่งการกุศล โครงการ “บราเดอร์ รันแอนด์แชร์…วิ่งฝันปันน้ำใจ เพื่อผู้ป่วยโรคมะเร็ง ครั้งที่ 5” จะจัดขึ้นในวันอาทิตย์ที่ 27 มกราคม 2562 บนเส้นทางสะพานมหาเจษฎาบดินทรานุสรณ์ เป็นสะพานข้ามแม่น้ำเจ้าพระยา ในเขตอำเภอเมืองนนทบุรี การแข่งขันแบ่งออกเป็น 6 ประเภท ประกอบด้วย การวิ่งระยะทาง 5 กิโลเมตร 10.5 กิโลเมตร และ 21 กิโลเมตร พร้อมกับไฮไลท์ในการจัดวิ่งคู่เป็นครั้งแรก ระยะทาง 5 กิโลเมตร และ 10.5 กิโลเมตร โดยผู้ชนะชายและหญิงในแต่ละกลุ่มจะได้รับถ้วยรางวัลในอันดับ 1-5 และผู้เข้าเส้นชัยจะได้รับเหรียญรางวัลผู้สนใจสามารถติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมที่ Brother Contact Center โทร.02-6657777 และดูรายละเอียด การสมัครร่วมกิจกรรมได้ทาง http://race.thai.run/brotherrunandshare หรือ www.facebook.com/BrotherRunandShare

นอกจากนี้ ผู้มีจิตศรัทธาแม้จะไม่ได้ร่วมวิ่งในโครงการ “บราเดอร์ รันแอนด์ แชร์…วิ่งฝันปันน้ำใจ เพื่อผู้ป่วยโรคมะเร็ง ครั้งที่ 5” แต่ก็สามารถมีส่วนในการช่วยเหลือผู้ป่วยโรคมะเร็งที่ยากไร้ให้ได้รับการรักษา ได้โดยบริจาคเงินผ่านทางบัญชีบริษัท บราเดอร์คอมเมอร์เชี่ยล (ประเทศไทย) จำกัด ธนาคารกรุงเทพ สาขาถนนพระราม 9 เลขที่บัญชี 215-3-017377 (กระแสรายวัน) รหัส BKKBTHBK

กฤตภาศ ศักดิษฐานนท์, คัคกิ่งรักส์ คิคคิคสะระณัง และ เลิศศิริ โตสิงห์

กฤตภาศ ศักดิษฐานนท์, คัคกิ่งรักส์ คิคคิคสะระณัง และ เลิศศิริ โตสิงห์

เสื้อที่ระลึกสำหรับนักวิ่งใจบุญที่ร่วมการแข่งขัน

เสื้อที่ระลึกสำหรับนักวิ่งใจบุญที่ร่วมการแข่งขัน

เปิดตัวAPEROL SPRITZ POP – UP BAR& LAUNCH PARTY

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/378266

เปิดตัวAPEROL SPRITZ POP – UP BAR& LAUNCH PARTY

เปิดตัวAPEROL SPRITZ POP – UP BAR& LAUNCH PARTY

วันพุธ ที่ 21 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561, 14.12 น.

โรงแรมเลอเมอริเดียนกรุงเทพฯ, บริษัทอิตาเลเซียเทรดดิ้ง (ประเทศไทย) และ Campari Group จัดงานเปิดตัว“Aperol Spritz Pop-Up Bar & Launch Party”, เครื่องดื่มเรียกน้ำย่อยสีส้มสัญชาติอิตาเลียนขึ้นในวันที่ 16 พฤศจิกายนที่ผ่านมาโดยมีAPEROL Van จอดหน้าโรงแรมสร้างสีสันบนถนนสุรวงศ์พร้อมเสริฟ Italian Cicchettiโดยเชฟมาร์โคคัมมาราตา (Chef Marco Cammarata) หัวหน้าเชฟของโรงแรมฯตั้งแต่วันนี้จนถึงวันที่ 30 เมษายน 2562

10ปี10คอนเซ็ปต์ ต้นคริสต์มาส ยูดี ทาวน์ สร้างสีสันท่องเที่ยวเมืองอีสาน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/378254

10ปี10คอนเซ็ปต์ ต้นคริสต์มาส ยูดี ทาวน์ สร้างสีสันท่องเที่ยวเมืองอีสาน

10ปี10คอนเซ็ปต์ ต้นคริสต์มาส ยูดี ทาวน์ สร้างสีสันท่องเที่ยวเมืองอีสาน

วันพุธ ที่ 21 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561, 13.37 น.

10 ปี 10 คอนเซ็ปต์ ต้นคริสต์มาส ยูดี ทาวน์

สร้างสีสันท่องเที่ยวเมืองอีสานในฤดูกาลแห่งความสุข

ต้นคริสต์มาสยักษ์ขนาดใหญ่ที่ตั้งตระหง่านอยู่กลางศูนย์การค้า ยูดี ทาวน์ กลายเป็นสัญลักษณ์ที่บ่งบอกถึงการเริ่มต้นแห่งฤดูกาลการเฉลิมฉลองและฤดูกาลท่องเที่ยวของจังหวัดอุดรธานีไปแล้ว อีกทั้งยังเป็นสิ่งที่บอกถึงความสำเร็จของ ยูดี ทาวน์ ตลอด 10 ปี ที่ผ่านมา ในการนำซีซันนอลอีเว้นท์ (Seasonal Event) มาสร้างสีสันและความแตกต่างเพื่อมอบประสบการณ์ใหม่ๆ ให้แก่กลุ่มลูกค้าและนักท่องเที่ยวที่มาเยือนภาคอีสาน

นางสาวอภิชา วีรชาติยานุกูล ผู้จัดการฝ่ายดูแลภาพลักษณ์องค์กร บริษัท อุดรพลาซ่า จำกัด ผู้บริหารศูนย์การค้ายูดีทาวน์ จังหวัดอุดรธานี กล่าวว่า “เทศกาลคริสต์มาสถือเป็นอีกหนึ่ง ซีซันนอลอีเว้นท์ (Seasonal Event) ที่ทำให้ศูนย์การค้า ยูดี ทาวน์ กลายเป็นที่จดจำของกลุ่มนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ เนื่องจากตลอดระยะเวลากว่า 10 ปี ตั้งแต่เริ่มดำเนินธุรกิจ ก็ได้มีการนำเทศกาลคริสต์มาสมาใช้เป็นอีเว้นท์หลักสร้างสีสันให้กับเมืองอุดรธานี เพื่อมอบเป็นประสบการณ์ด้านการท่องเที่ยวใหม่ๆ ให้กับกลุ่มลูกค้ามาโดยตลอด

ในแต่ละปี ยูดี ทาวน์ ได้ให้ความสำคัญกับการออกแบบต้นคริสต์มาส ทั้งด้านการดีไซน์ รวมไปถึงการจัดกิจกรรมเปิดไฟต้นคริสต์มาสภายใต้คอนเซ็ปต์ที่แตกต่างกันไป เพื่อสร้างเป็นแลนด์มาร์คให้ประชาชนได้มาถ่ายรูป นอกจากนี้ยังได้ตกแต่งบริเวณรอบศูนย์การค้าฯ ให้มีความสวยงามพร้อมทั้งได้เชิญศิลปินนักแสดงชื่อดังระดับประเทศมาร่วมทำกิจกรรมต่างๆ เพื่อสร้างสีสันความสนุกสนาน และเพื่อสร้างบรรยากาศการเข้าสู่ฤดูกาลแห่งการเฉลิมฉลอง

โดยต้นคริสต์มาสต้นแรกของศูนย์การค้า ยูดี ทาวน์ เกิดขึ้นใน ปี 2009 ภายใต้คอนเซ็ปต์ “มหัศจรรย์คริสต์มาสแฟนตาซี”ด้วยการออกแบบต้นคริสต์มาสความสูงกว่า 10 เมตร ให้มีสีขาวพร้อมครอบด้วยคริสตัล เพื่อสร้างบรรยากาศให้เสมือนเป็นเมืองหิมะ ซึ่งต้นคริสต์มาสในปีนั้นได้รับเสียงตอบรับจากนักท่องเที่ยวเป็นอย่างดี อีกทั้งยังสร้างความตื่นตาตื่นใจให้กับประชาชนในจังหวัดอุดรธานีอีกด้วย เนื่องจากเป็นต้นคริสต์มาสที่สูงที่สุดของจังหวัดในเวลานั้น

ต่อมาใน ปี 2010 ต้นคริสต์มาสถูกออกแบบภายใต้คอนเซ็ปต์ “Sparkling Crystals Christmas Tree”ซึ่งทำขึ้นจากคริสตัลระยิบระยับกว่าล้านเม็ด พร้อมตกแต่งบรรยากาศรอบศูนย์การค้าฯ ให้เป็นสีขาว เสมือนหนึ่งยกขั้วโลกเหนือมาไว้ที่ภาคอีสาน พร้อมเชิญนางเอกชื่อดัง “พลอย-เฌอมาลย์ บุญศักดิ์” ร่วมเป็นราชินีหิมะในชุดราตรีสีขาว ประดับเครื่องเพชรอลังการมูลค่าเหยียบ 100 ล้านบาทส่วน ปี 2011 ต้นคริสต์มาสถูกออกแบบให้มีลักษณะเป็นสวนแนวตั้งภายใต้คอนเซ็ปต์ “UD TOWN Gifts From Heaven”สร้างขึ้นจากต้นคริสต์มาสสีแดงสดกว่า 2,000 ต้นพร้อมเนรมิตพื้นที่รอบศูนย์การค้าฯ ให้เป็นเหมือนสวรรค์ที่เต็มไปด้วยดอกไม้นานาชนิด

สำหรับเทศกาลคริสต์มาส ที่ศูนย์การค้า ยูดี ทาวน์ ใน ปี 2012 ก็ยิ่งใหญ่ไม่แพ้ปีไหนๆด้วยคอนเซ็ปต์ “The Dazzle of Happiness” ประกายสีสันแห่งความสุขที่ไม่สิ้นสุดและมีการทำต้นคริสต์มาสให้ยิ่งใหญ่กว่าปีที่ผ่านมา ด้วยความสูง 12 เมตร ตกแต่งด้วย Poly Mirror ให้แสงประกายแวววาวในยามค่ำคืนด้วยไฟแอลอีดีนับหมื่นดวง พร้อมกระดิ่งลมคอยบรรเลงบทเพลงธรรมชาติต้อนรับนักท่องเที่ยวยามเมื่อสายลมพัดมากระทบและตกแต่งรอบศูนย์การค้าฯ ด้วยดวงไฟนับล้านดวงให้ความรู้สึกเหมือนเดินอยู่บนถนนบอนด์สตรีทแห่งมหานครลอนดอน อีกทั้งความพิเศษของกิจกรรมในปีนั้นคือการได้รับเกียรติจาก “ชมพู่-อารยา เอ ฮาร์เก็ต”มาร่วมเป็นสโนว์ควีนในชุดเลเซอร์คัต ประดับเพชรมูลค่ากว่า 10 ล้านบาท เพื่อเปิดไฟให้กับต้นคริสต์มาส

 

ปี 2013 ต้นคริสต์มาสถูกออกแบบให้มีความสนุกเพิ่มมากขึ้น ภายใต้คอนเซ็ปต์ “Merry-Go-Round Christmas Tree”ด้วยการเพิ่มลูกเล่นที่ฐานต้นคริสต์มาสเป็นม้าหมุน เพื่อเป็นการต้อนรับเข้าสู่ปีมะเมีย หรือ ปีม้าพร้อมตกแต่งด้วยม้านำโชคอย่างม้าเพกาซัสที่ตั้งสง่าอวยพรให้แก่ผู้ที่เดินผ่านไปมาอยู่ภายในงาน ซึ่งกิจกรรมครั้งนี้ได้พระนางคู่จิ้น อย่าง บอย-ปกรณ์ ฉัตรบริรักษ์ และมาร์กี้-ราศี บาเลนซิเอก้า มาสวมบทเทพอพอลโล และเทพีออโรร่า มอบความสุขให้ชาวอุดรธานี

จากนั้นใน ปี 2014 ยูดี ทาวน์ ก็ได้สร้างความยิ่งใหญ่ให้ต้นคริสต์มาสอีกครั้ง ในชื่อ “The X’Mas Wonder in UD Town” กับการสร้างลวดลายหมากรุกบนต้นคริสต์มาส ส่วนยอดประดับด้วยมงกุฎ พร้อมตกแต่งฐานด้วยตัวการ์ตูนในเทพนิยายวันเดอร์แลนด์ โดยมี “ปู-ไปรยา สวนดอกไม้”มารับหน้าที่เป็นสโนว์ควีนเปิดไฟต้นคริสต์มาสให้สว่างไสวไปทั่วเมือง และใน ปี 2015 ต้นคริสต์มาสถูกออกแบบให้กลายเป็นขนมเค้กก้อนโต เพื่อสื่อถึงการมอบความหวานและความสุขให้แก่คนที่รักในช่วงเทศกาลแห่งการเฉลิมฉลอง

ปี 2016 นับเป็นปีแห่งความเศร้าโศกของประชาชนชาวไทยทั่วทั้งประเทศ เมื่อทราบข่าวการสวรรคตของ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช โดยในปีดังกล่าวศูนย์การค้ายูดี ทาวน์ ได้ตกแต่งต้นคริสต์มาสด้วยการนำไฟสีขาวมาดัดเป็นรูปทรงกลมสื่อถึงการรวมจิตใจของประชาชนชาวไทยและนำมาซ้อนเรียงต่อกัน เพื่อเป็นศูนย์กลางให้พี่น้องชาวอุดรธานี ได้มาร่วมน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณและร่วมถวายความอาลัย ต่อเนื่องมาจนถึง ปี 2017 ต้นคริสต์มาสถูกตกแต่งด้วยการประดับดวงดาวและเหล่านางฟ้า เพื่อน้อมส่งเสด็จสู่สวรรคาลัย

ล่าสุดใน ปี 2018 ศูนย์การค้า ยูดี ทาวน์ ออกแบบต้นคริสต์มาส ภายใต้คอนเซ็ปต์ “ยูดี ทาวน์ คริสต์มาส ทรีไลท์อัพ 2018” (UD TOWN Christmas Tree Light Up 2018) ต้นคริสต์มาสยักษ์ความสูงกว่า 10 เมตร ที่ตกแต่งให้มีบานหน้าต่างขนาดใหญ่ เสมือนเป็นบ้านต้นคริสต์มาสที่คอยเปิดต้อนรับนักท่องเที่ยวได้เข้ามาเข้าชมอย่างใกล้ชิด ข้างในตกแต่งด้วยไฟกระพริบที่สามารถเข้าไปถ่ายรูปด้านในแบบ 3  มิติ นอกจากนี้ได้เนรมิตอุโมงค์แห่งสีสันด้วยเส้นด้ายหลากสีสัน กว่า 50,000 เส้น ให้คนได้มีส่วนร่วมในการถ่ายรูปสวยๆ พร้อมแชะ แอนด์ แชร์

นอกจากนี้ภายในงานยังจัดให้มีเทศกาลอาหารทะเล “ยูดี ฟู้ดสเตชั่น ซีฟู้ด เฟสติวัล 2018” (UD Food Station Seafood Festival 2018) ที่จะขนวัตถุดิบระดับพรีเมี่ยมแบบสดๆ มาเอาใจเหล่านักชิม เหมือนยกทะเลมาไว้ที่นี่ กับคาราวานอาหารทะเลกว่า 50 เมนู อาทิ ล็อบสเตอร์ ซาซิมิ, ปูนำเข้าจากอินโดนีเซีย, ปูไข่นึ่งนมสด, กุ้งล็อปเตอร์นำเข้าจากแคนนาดาและสหรัฐฯ, ปลาหมึกแก้วทอดกรอบ เป็นต้น ท่ามกลางการแสดงดนตรีสดที่หมุนเวียนมามอบความบันเทิง ตลอดการจัดงาน ถึงวันที่ 25 พฤศจิกายนนี้

สำหรับผู้ที่กำลังมองหาสถานที่เที่ยวช่วงคริสต์มาสมาสัมผัสความงดงามได้ที่ศูนย์การค้า ยูดี ทาวน์ จังหวัดอุดรธานี ตั้งแต่วันนี้ถึงวันที่ 12 มกราคม 2562 สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมโทร.042932 999 หรือดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ http://www.goudtown.comFacebook :UDTOWNInstagram : UDTOWN และ Line Official : @UDTOWN