‘เดอะมาร์เก็ตแบงคอกราชประสงค์’ที่เดียวจบ…ครบทุกร้าน!

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/378230

'เดอะมาร์เก็ตแบงคอกราชประสงค์'ที่เดียวจบ...ครบทุกร้าน!

‘เดอะมาร์เก็ตแบงคอกราชประสงค์’ที่เดียวจบ…ครบทุกร้าน!

วันพุธ ที่ 21 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561, 12.21 น.

คุณสุรชัย  โชติจุฬางกูร ประธานกรรมการบริหาร บมจ.เดอะ แพลทินัม กรุ๊ป พร้อมทีมผู้บริหารฯ แถลงข่าวเปิดตัวศูนย์การค้า ‘เดอะ มาร์เก็ต แบงคอก’ราชประสงค์ ที่จะเปิดให้บริการอย่างเป็นทางการในวันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2562 ภายใต้คอนเซ็ปต์ สุดยอดมาร์เก็ตแห่งอาหาร แฟชั่น และที่เที่ยวในฝันของคนกรุงเทพฯและนักท่องเที่ยวทั่วโลก ที่ไม่ต้องการความจำเจพร้อมจัดไฮไลท์ซุ้มอาหารร้านเด็ด ร้านดังที่เปิดบนศูนย์การค้า เดอะ มาร์เก็ต แบงคอก มาให้ลิ้มรสเป็นออเดิร์ฟไปเมื่อเร็วๆ นี้

คุณสุรชัย  โชติจุฬางกูร ประธานกรรมการบริหาร บมจ.เดอะ แพลทินัม กรุ๊ป กล่าวว่า “วัตถุประสงค์การ จัดงานในครั้งนี้ เพื่อเป็นการแนะนำศูนย์การค้าแห่งใหม่ ใจกลางเมือง แหล่งท่องเที่ยวและช้อปปิ้ง ย่านราช-ประสงค์ คือ ศูนย์การค้า เดอะ มาร์เก็ต แบงคอก ซึ่งเป็นโครงการมิกซ์ยูส ที่ตั้งอยู่ใจกลางกรุงเทพฯ บนพื้นที่ 21 ไร่ มูลค่าโครงการรวม 9,000 ล้านบาท ประกอบด้วย ศูนย์การค้า เดอะ มาร์เก็ต แบงคอก/โรงแรม 2 อาคาร ที่บริหาร โดย แมริออท อินเตอร์เนชั่น แนล ได้แก่โรงแรม ม็อกซี่ โฮเทล แบงคอก ราชประสงค์ /โรงแรม แฟร์ฟิลด์ บายแมริออท แบงคอก ราชประสงค์ / และอาคารสำนักงาน เดอะ แพลทินัม ทาวเวอร์ โดยส่วนของศูนย์การค้า เดอะ มาร์เก็ต แบงคอก นั้นมีมูลค่าก่อสร้างรวม 4,400 ล้านบาท เพื่อสร้างให้ เดอะ มาร์เก็ต แบงคอก เป็นสุดยอดมาร์เก็ตแห่งอาหาร แฟชั่น และที่เที่ยวในฝัน ของคนกรุงเทพฯ และนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก ที่พร้อมจะเปิดให้บริการแล้วในวันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2562”

ภายในงานมีตัวแทนวัยรุ่นชื่อดัง โบ๊ท-ธารา ทิพา,บอส-สุทธิพงษ์ คล้ำจีนภาณุวงศ์, ปาย-สิตางศุ์ ปุณณภพพาทัวร์และชิมตัวอย่างเมนูอาหารไฮไลท์รสเด็ดภายในงาน อาทิ ข้าวมันไก่โกอ่าง, ไก่ทอด ร้านบอนชอน, คอหมูย่าง ร้านพระราม9ไก่ย่าง, ลาบทอดและมอคเทล ร้านนารา คาเฟ่, กระเพาะปลา ภัตตาคารไทยสกาล่า  หูฉลาม, กุ้งทอดซอสออริจินอล ร้านกุ้งถัง, ก๋วยเตี๋ยวเย็นตาโฟและก๋วยเตี๋ยวต้มยำ ร้านลี้ลูกชิ้นปลาเยาวราช, ชานมไข่มุก ร้านโคอิเตะ, ชาไทย ร้านชาตรามือและเบอร์เกอร์ ร้านเบอร์เกอร์คิง

หลังจากอิ่มอร่อยจนพุงกางแล้วโบ๊ท-บอส-ปาย พาไปใกล้ชิดและฟังการสัมภาษณ์พิเศษของเจ้าของร้านดังที่มาแนะนำจุดเด่นประจำร้านที่พลาดไม่ได้นำโดย คุณเกียร์-เอกพล พฤกษ์ไพบูลย์จากข้าวมันไก่โกอ่างทายาทเจนเนอเรชั่น 3ที่บริหารงานด้วยการนำเทคโนโลยีเข้ามาต่อยอดความอร่อย การพัฒนาและปรับสูตรน้ำจิ้มให้อร่อยอยู่ตลอด ที่สำคัญคือทางร้านจะเลือกวัตถุดิบที่มีคุณภาพที่สุดในการปรุงด้านผู้บริหารหน้าใสคุณแพรว-พราวนรินทน์ เรืองฤทธิเดช ทายาทรุ่นที่ 3 ผู้บริหารชาตรามือแบรนด์ชาเก่าแก่และคลาสสิกของไทยที่คัดสรรชาชั้นดี จากไร่ที่ปลูกเองทางภาคเหนือ ทำให้มีกลิ่นหอมและรสชาติที่เป็นเอกลักษณ์เมื่อนำชามาชงใส่น้ำแข็งจะได้รสชาติที่ดีเหมือนเดิมทุกครั้ง เนื่องจากทางแบรนด์มีมาตรฐานควบคุมไว้เป็นอย่างดี

ร่วมด้วยคุณชนิลเนตร ต่อสหะกุล จากร้านพระราม9ไก่ย่าง,คุณห้วน ผิง ฉี  ร้านมินิมี พอท บาย โอเค ชาบูคุณณรัล วิวรรธนไกร ร้าน Let’ Relax คุณปราญชลี บุญสงเคราะห์ ร้านโมชิ โมชิ และคุณณัชชรีกิจวิริยธนโชค จากร้านSOS แฟชั่นมัลติแบรนด์ที่มาร่วมบอกเล่าถึงจุดเด่นจุดแข็งของแบรนด์ที่คัดสรรแต่สิ่งที่ดีที่สุดเพื่อผู้บริโภคเท่านั้น

นอกจากนี้ยังมีนางเอกสายแฟ แมท-ภีรนีย์ คงไทย ที่มาโชว์เทรนด์เสื้อผ้าสีสดใส พร้อมคู่รักตัวแทนสายกินและสายเที่ยว น้ำหวาน ซาซ่า-พิมรา เจริญภักดี กับ กวางAB Normal-ศิริศิลป์ โชติวิจิตร เปิดตัวด้วยการนั่งรถตุ๊กตุ๊กเข้างาน พร้อมแชร์ประสบการณ์และอัพเดตร้านไทยดีไซน์แบรนด์ เทรนด์ฮิป แล้วไปอมยิ้มกันต่อกับความน่ารักของ โดโมะ มาสคอต ชื่อดังจากสถานีโทรทัศน์ช่อง NHK ที่บินตรงมาจากญี่ปุ่นเพื่อมอบความสุขสดใสโดยมี คุณโอปอล์-ปาณิสรา อารยะสกุล เป็นพิธีกร

เตรียมพบกับสิ่งดีๆ ที่น่าสนใจ และโปรโมชั่นโอเพนนิ่ง เซอร์ไพรส์รวมของรางวัลมูลค่ากว่า 5 ล้านบาทต้อนรับนักช้อปได้ในวันที่ 14 ก.พ. – 31 มี.ค. 62 เพียงแค่คุณแวะมา เดอะ มาร์เก็ต แบงคอก รับฟรีทันที บัตรเงินสดมูลค่ารวม 1,000 บาท จำนวน 3,000 สิทธิ์(ระยะเวลา 46 วัน) / เมื่อช้อปภายในศูนย์การค้าฯ ครบ 800 บาท รับสิทธิ์หมุนกาชาปองยักษ์รับของรางวัลสุดว้าว! / ช้อปจุใจ รับคะแนน The Market Card x5 และพบกับโปรโมชั่น สิทธิพิเศษจากร้านค้าอีกมากมาย ตลอดจนกิจกรรมที่น่าสนใจในวัน Grand Opening 14 ก.พ. 62 ณ ศูนย์การค้า เดอะ มาร์เก็ต แบงคอก ติดตามข่าวสารและข้อมูลต่างๆ เพิ่มเติมได้ทาง Facebook& Instagram : The Market Bangkok

‘ศูนย์การค้าเอ็มบีเคเซ็นเตอร์’จัด4เซอร์ไพรส์โชว์ศิลปะล้านนาในเทศกาลลอยกระทง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/378225

'ศูนย์การค้าเอ็มบีเคเซ็นเตอร์'จัด4เซอร์ไพรส์โชว์ศิลปะล้านนาในเทศกาลลอยกระทง

‘ศูนย์การค้าเอ็มบีเคเซ็นเตอร์’จัด4เซอร์ไพรส์โชว์ศิลปะล้านนาในเทศกาลลอยกระทง

วันพุธ ที่ 21 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561, 12.10 น.

ศูนย์การค้า เอ็ม บี เค เซ็นเตอร์ ร่วมส่งเสริมและสืบสานประเพณีลอยกระทง หนึ่งในประเพณีไทยโบราณที่แสดงให้เห็นถึงความผูกพันระหว่างคนไทยกับสายน้ำที่หล่อเลี้ยงชีวิตมาช้านาน โดยในปีนี้ได้มีการจัดงาน MBK CENTERLOY KRATHONG FESTIVAL 2018ขึ้นภายใต้คอนเซ็ปต์ “ลอยกระทงสไตล์ล้านนา”ตั้งแต่วันนี้ – 22 พฤศจิกายน 2561ณ ชั้น 2 ลาน Skywalk และบริเวณ Center Hallชั้น G

นายสมพล ตรีภพนารถ กรรมการผู้จัดการธุรกิจศูนย์การค้า บริษัท เอ็ม บี เค จำกัด (มหาชน)ผู้ดำเนินธุรกิจศูนย์การค้าเอ็ม บี เค เซ็นเตอร์ กล่าวว่า ผู้ที่เข้ามาใช้บริการภายในศูนย์การค้าในวันที่ 22พฤศจิกายน 2561จะได้สัมผัสกับประสบการณ์สุดพิเศษของงานลอยกระทงสไตล์ล้านนาใจกลางกรุงที่ศูนย์การค้าเอ็ม บี เคเซ็นเตอร์ ตั้งใจรังสรรค์ขึ้นเพื่อสร้างความประทับใจมิรู้ลืมให้แก่นักท่องเที่ยวที่เข้ามาใช้บริการภายในศูนย์การค้าด้วยการขนโชว์ศิลปะล้านนาที่อ่อนช้อย งดงาม ผสานเสียงเพลงล้านนาสุดไพเราะอาทิ การแสดงกลองสะบัดชัยฟ้อนหางนกยูงฟ้อนโกมคำ และรำหม้อบูรณะฆฏะ(ฟ้อนหม้อไหดอก)มาเซอร์ไพรส์เพื่อสร้างความตื่นตาตื่นใจให้กับนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติที่เข้ามาใช้บริการภายในทุกโซนของศูนย์การค้าตั้งแต่เวลา 13.00 – 19.00 น.โดยจะเปลี่ยนจุดโชว์การแสดงไปในแต่ละรอบทั่วศูนย์การค้าไม่ว่าจะเป็นโซน Center Hall ชั้น G, บริเวณบันไดเลื่อนโซน C, โซน Craft Village ชั้น 6 และลาน Skywalkเพื่อให้นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติที่เข้ามาใช้บริการได้รับชมการแสดงศิลปะล้านนาในระหว่างการช้อปปิ้งได้อย่างใกล้ชิดแถมตบท้ายด้วยกิมมิคสร้างรอยยิ้มให้นักท่องเที่ยวอีก 1 ต่อ ด้วยการแจกกระทงกะลาแสนสวยฟรี เพื่อเป็นของที่ระลึกสุดพิเศษ ซึ่งสามารถสร้างความประทับใจและเรียกเสียงปรบมือจากนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติที่เข้ามาใช้บริการได้เป็นจำนวนมาก

 

แนะเสริมทักษะการเล่น เตรียมความพร้อมสู่วัยเรียน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/378100

แนะเสริมทักษะการเล่น เตรียมความพร้อมสู่วัยเรียน

แนะเสริมทักษะการเล่น เตรียมความพร้อมสู่วัยเรียน

วันพุธ ที่ 21 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561, 06.00 น.

เลือกโรงเรียนให้ลูกอย่างไรดี? ปัญหานี้คุณพ่อคุณแม่หลายคนอาจเกิดความกังวลใจ เพราะความมุ่งหวังให้ลูกได้เริ่มต้นเข้าโรงเรียนที่มีสังคมที่ดีและมีคุณภาพ แต่ว่าการเลือกโรงเรียนให้กับลูกในวัยก่อนเข้าเรียนนั้นยากยิ่งกว่า สำหรับประเทศไทยแล้วโรงเรียนต่างๆ ก็มีตัวเลือกมากมายให้คุณพ่อคุณแม่ได้ปวดหัวกันไม่ใช่น้อย แล้วแบบนี้จะมีหลักในการเลือกอย่างไร มาดูกัน

แพทย์หญิงมัณฑนา ชลานันต์ กุมารแพทย์ด้านพัฒนาการและพฤติกรรม โรงพยาบาลกรุงเทพ เผยว่า การเลือกโรงเรียนอย่างเหมาะสมตามวัยของลูกนั้นควรพิจารณาตามช่วงอายุ โดยแบ่งเด็กออกเป็น 2 ช่วงด้วยกัน ช่วงแรกคือกลุ่มอายุก่อนเข้าวัยเรียนหรือวัยอนุบาล(Pre-School Age) และช่วงที่สองคือกลุ่มที่อยู่ในวัยเรียน (School Age) ซึ่งหมายถึงเด็กที่เรียนชั้น ป.1 ขึ้นไป สำหรับเด็กที่อยู่ในวัยอนุบาลนั้นจะเรียนรู้ได้ดีผ่านกิจกรรมการเล่นที่มีปฏิสัมพันธ์กับผู้อื่น นอกจากนี้งานวิจัยพบว่า หากเด็กกลุ่มนี้ได้รับประสบการณ์เข้าเรียนในโรงเรียนหรือสถาบันที่มีคุณภาพ (High Quality Day Care) จะทำให้เด็กมีทักษะทางด้านความคิด ภาษา และสังคมดีกว่าเด็กที่ไม่ได้รับประสบการณ์ดังกล่าว ซึ่งการพิจารณาว่าโรงเรียนหรือสถาบันใดมีคุณภาพนั้นมีหลักการอยู่ 3 ข้อคือ 1.คุณภาพของครูผู้สอน พิจารณาได้จากสัดส่วนของครูต่อเด็กและจำนวนเด็กในกลุ่ม เช่น เด็กอายุประมาณ 2-3 ขวบ ควรเป็นสัดส่วนคุณครู 1 คนต่อเด็ก 4-5 คน โดยขนาดกลุ่มไม่ควรเกิน 10 คน เด็กวัย 3-4 ขวบ ควรมีคุณครู 1 คนต่อเด็ก 6-7 คน และเด็กในกลุ่มไม่ควรเกิน 14 คน เป็นต้น นอกจากนี้ควรพิจารณาวุฒิการศึกษาของคุณครูร่วมด้วย หากคุณครูผู้สอนเรียนจบด้านเด็กปฐมวัยมาโดยตรงและมีทัศนคติเชิงบวกต่อเด็ก รวมทั้งมีการอัพเดทความรู้อย่างต่อเนื่องก็จะยิ่งเพิ่มคุณภาพการเรียนมากขึ้น อีกทั้งการไม่เปลี่ยนครูผู้สอนบ่อยๆ ก็จะทำให้คุณครูคุ้นเคยและเข้าใจเด็กแต่ละคนได้เป็นอย่างดี ทำให้เด็กแต่ละคนได้รับการพัฒนาศักยภาพอย่างต่อเนื่อง 2.นโยบายของโรงเรียนในเรื่องความสะอาดและการป้องกันการติดเชื้อ รวมถึงการป้องกันอันตรายที่อาจเกิดขึ้นกับเด็ก เช่น มีการทำความสะอาดของเล่นอยู่เป็นประจำ และสอนให้เด็กล้างมือก่อน/หลังการรับประทานอาหาร หรือหลังจากเข้าห้องน้ำเสร็จทุกครั้ง มีการพิจารณาเรื่องความปลอดภัยของของเล่นที่นำมาให้เด็กเล่น หรือความปลอดภัยของบริเวณที่เด็กเล่นควรมีความอ่อนนุ่มเหมาะสมต่อการรองรับหากเกิดการพลัดตกหกล้มระหว่างที่เด็กเล่น นอกจากนี้โรงเรียนควรมีแผนรองรับหากเกิดอุบัติเหตุขึ้น เช่น มีเจ้าหน้าที่สามารถให้การปฐมพยาบาลเบื้องต้นและมีขั้นตอนในการนำส่งโรงพยาบาลอย่างเป็นระบบ รวมทั้งมีการฉีดวัคซีนให้กับคุณครูอย่างสม่ำเสมอเพื่อป้องกันการติดเชื้อจากเด็กที่ป่วยไปสู่เด็กอื่นๆ และ 3.กิจกรรมหรือหลักสูตรของโรงเรียนควรมีความเหมาะสมต่อการส่งเสริมพัฒนาการด้านต่างๆ ตามช่วงวัย
ซึ่งประกอบด้วย ด้านที่หนึ่งคือทักษะความสมบูรณ์ของร่างกาย ควรมีกิจกรรมให้เด็กได้ออกกำลังกายเพื่อเสริมให้กล้ามเนื้อ
แข็งแรง มีความยืดหยุ่นและฝึกการทรงตัวรวมทั้ง มีการจัดการด้านโภชนาการที่เหมาะสมต่อการเจริญเติบโตของเด็กควบคู่กันไปด้วย ด้านที่สองคือการเสริมสร้างพัฒนาการ ควรมีกิจกรรมที่ส่งเสริมทักษะด้านภาษา กล้ามเนื้อมัดเล็ก กล้ามเนื้อมัดใหญ่ และทักษะด้านสังคม เช่น การวางแผน การทำตามกฎ การแบ่งปัน รวมทั้งการเล่นหรือมีปฏิสัมพันธ์กับเพื่อน นอกจากนี้ควรฝึกให้เด็กรู้จักควบคุมตนเองและช่วยเหลือตัวเองได้ เพื่อเตรียมตัวเข้าสู่วัยเรียนและเป็นการพัฒนาตัวตนให้ชัดเจนมากขึ้น เพราะเมื่อเด็กโตขึ้นควรมีความเป็นตัวของตัวเองและอยู่ในภาวะพึ่งพิงน้อยลง ด้านที่สามคือสมาธิและความจดจ่อ ควรส่งเสริมให้เด็กสามารถทำกิจกรรมให้เสร็จเป็นอย่างๆ ไป โดยตัดสิ่งเร้ารอบข้างที่ไม่จำเป็นออกไปได้ ด้านสุดท้ายคือทักษะก่อนเข้าวัยเรียน (Pre-Academic Skills) จากงานวิจัยพบว่าหากฝึกทักษะเหล่านี้ก่อนถึงวัยเรียนจะช่วยให้เด็กประสบความสำเร็จทางการศึกษาในอนาคตได้ดีขึ้น เช่น การรู้จักตัวอักษร รู้จักเสียงของตัวอักษร (Phonics) และทักษะทางด้านคณิตศาสตร์ การนับจำนวน เป็นต้น ทั้งนี้ หลักในการพิจารณาเลือกโรงเรียนเหล่านี้ยังสามารถนำไปประยุกต์เพื่อจัดการเรียนในรูปแบบ Home School ได้เช่นกัน

 

นพ.นิธิ หล่อเลิศรัตน์ กุมารแพทย์ รพ.กรุงเทพ กล่าวเสริมว่า การเลือกโรงเรียนให้ลูกในแต่ละประเทศไม่เหมือนกันไม่ว่าจะทางยุโรปหรืออเมริกา ส่วนของไทยเรามีทางเลือกค่อนข้างเยอะ แต่ก็มีข้อดีและข้อเสียแตกต่างกันไป ในเบื้องต้นต้องเข้าใจก่อนว่า สำหรับเด็กเล็ก พื้นฐานการเรียนมาจากการเล่น ดังนั้นที่ใดก็ตามที่เด็กเข้าไปแล้วเกิดความเคร่งเครียด
ก็จะทำให้เรียนรู้ได้ไม่ดีเท่าที่ควร รากฐานความสัมพันธ์ที่ดีและความไว้วางใจระหว่างครูกับเด็กก็มีส่วนสำคัญต่อการเรียนรู้
ดังนั้นการเลือกครูที่มีทัศนคติที่ดีกับเด็กจึงมีความจำเป็น การศึกษาปฐมวัยในไทยจะมีแนวทางใหญ่ๆ อยู่ 2 แนว แนวแรกจะเป็นแนววิชาการ ที่มุ่งเน้นเนื้อหาสาระต่างๆ เพื่อเตรียมเด็กสำหรับสอบเข้าในรร.ที่มีชื่อเสียงในชั้นประถม 1 ที่พ่อแม่ต้องการได้ ส่วนแนวที่สองจะให้ความสำคัญกับการพัฒนาบุคลิกภาพ ลักษณะนิสัย และการเตรียมความพร้อมของเด็ก มากกว่าที่จะเน้นแต่เพียงเนื้อหาทางวิชาการอย่างเดียว แนวทางนี้ก็มีหลายรูปแบบ เช่น รูปแบบการเรียนการสอนแบบมอนเตสซอรี่(Montessori) เป็นการจัดสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเรียนรู้ของเด็ก ทั้งในเรื่องสถานที่และอุปกรณ์ที่ได้รับการออกแบบมาโดยเฉพาะ มอสเตสซอรี่จะเชื่อมั่นในศักยภาพของเด็ก และเห็นว่าการเรียนรู้ของเด็กเกิดขึ้นเองโดยธรรมชาติ ครูไม่ได้เป็นผู้ที่สร้างให้เกิดการเรียนรู้ แต่ครูเป็นผู้เกื้อหนุนและสร้างโอกาสในการเรียนรู้ของเด็ก คอนเซ็ปต์ของการจัดการเรียนแบบมอนเตสซอรี่เป็นแบบ Organized life คือ การจัดวางระบบระเบียบในชีวิต มอนเตสซอรี่ไม่เน้นเรื่องการฝึกเล่นมากนักแต่ว่าจะมีการใช้อุปกรณ์ที่ทำให้การเรียนรู้ของเด็กไม่เบี่ยงเบนไปทางอื่น เหมือนจิ๊กซอว์ที่ต้องใส่ตามร่องตามมุมให้ถูกที่ ถ้าใส่ไม่ถูกที่ก็จะไม่ออกมาเป็นจิ๊กซอว์ที่สมบูรณ์ได้ นอกจากนี้ยังเน้นการสอนในรูปแบบที่ให้เด็กพึ่งพาช่วยเหลือตนเองได้ในชีวิตจริง เช่น การล้างมือ การรับประทานอาหาร ฯลฯ โดยโรงเรียนในแนวนี้จะจัดสิ่งแวดล้อมให้เอื้อต่อการพึ่งพาตนเองของเด็ก ไม่ว่าจะเป็นอ่างล้างมือหรือโต๊ะอาหารที่มีขนาดและความสูงพอเหมาะกับเด็กเล็ก มอนเตสซอรี่ที่แท้จริงจะมีการจัดคลาสให้เด็กหลายช่วงอายุอยู่ในห้องเรียนเดียวกันเพื่อให้เกิดการแลกเปลี่ยนการเรียนรู้ เด็กโตจะมีความเป็นผู้นำคอยช่วยเหลือน้อง เด็กเล็กเองก็จะมีการเรียนรู้และเลียนแบบพฤติกรรมจากพี่ที่โตกว่า ซึ่งพบว่าบ่อยครั้งที่เด็กจะเรียนรู้จากเด็กด้วยกันเองได้ดีกว่าเรียนรู้จากผู้ใหญ่ด้วยซ้ำ นอกจากมอนเตสซอรี่ ยังมีโรงเรียนทางเลือกในรูปแบบอื่นอีกหลายแบบ เช่น โรงเรียนที่มีการจัดการเรียนการสอนในรูปแบบวอลดอร์ฟ (Waldorf) ซึ่งมีแนวคิดมาจากมนุษย์ปรัชญา วิธีการจัดการศึกษาจะเน้นในเรื่องความเป็นมนุษย์ของตัวเอง และความเชื่อมโยงระหว่างมนุษย์กับสิ่งแวดล้อม ผู้คน สังคม เพื่อให้รู้จักจุดยืนที่สมดุลของตนในโลกนี้ และเน้นเรื่องการค้นหาศักยภาพที่แท้จริงในตัวตน โดยจะไม่อ้างอิงค่านิยมของสังคมหรือการตลาดมากนัก เด็กในระดับก่อนประถมวัยจะเน้นกิจกรรมเกี่ยวกับการเล่นโดยมีคุณครูเป็นผู้ดูแล ส่วนการศึกษาด้านวิชาการจะเริ่มในเด็กระดับประถมศึกษาขึ้นไป และสุดท้ายการจัดการเรียนในแนวทางเรกจิโอ เอมิเลีย(Reggio Emilia) เป็นแนวทางการเรียนรู้แบบ Co-constructivism ที่เชื่อว่าเด็กเรียนรู้โดยผ่านการลงมือทำ ได้ลองผิดลองถูกด้วยตนเอง ภายใต้การแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันในกลุ่ม จนนำไปสู่ความรู้ความเข้าใจในเรื่องราวที่สนใจ แล้วมีการนำเสนอความคิดและสิ่งที่ได้เรียนรู้ผ่านทางสื่อที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นการวาด ปั้น ดัดลวด ระบายสี ภาพถ่าย แม้กระทั่งดนตรี เพลง และการเคลื่อนไหวร่างกายต่างๆ จุดเด่นคือ แนวการเรียนจะไม่มีการวางหลักสูตรเนื้อหาที่ตายตัว แต่ขึ้นกับว่าเด็กมีความสนใจในเรื่องใด แล้วครูจะเป็นผู้ร่วมค้นหาคำตอบด้วยกันกับเด็ก เสมือนหนึ่งเป็นผู้ร่วมทดลองทางวิทยาศาสตร์ด้วยกัน เกิดการแลกเปลี่ยนความรู้และประสบการณ์ระหว่างกัน ให้ศูนย์กลางการเรียนรู้อยู่ที่ผู้เรียนนั่นเอง

พญ.มัณฑนา กล่าวเสริมว่า สิ่งสำคัญสำหรับเด็กก่อนเข้าวัยเรียนคือ“การเล่น” เด็กจะเรียนรู้ได้ดีผ่านการเล่น โดยผู้ใหญ่ก็มีความสำคัญเช่นกัน เพราะผู้ใหญ่สามารถต่อยอดทำให้เด็กเรียนรู้ได้ดีขึ้นและกว้างขึ้น นอกจากนี้การเลือกของเล่นให้กับลูก ควรเป็นของเล่นที่เหมาะสมตามวัยและมีความปลอดภัยสำหรับเด็ก เช่น เด็กในช่วง 1 ขวบปีแรก ควรเน้นเรื่องของประสาทสัมผัสต่างๆ เช่น หนังสือภาพ ลูกบอลนิ่มๆ หรือของเล่นที่เมื่อกดแล้วมีการตอบสนองกับผู้เล่นโดยอาจมีเสียงหรือมีตุ๊กตาโผล่ขึ้นมา เป็นต้น สำหรับเด็กที่โตขึ้นมาอีกหน่อย เช่น เด็กวัย 2 ขวบ ควรเลือกของเล่นประเภทเสริมทักษะด้านต่างๆ อาทิของเล่นที่ส่งเสริมด้านกล้ามเนื้อมัดเล็กและด้านความคิด เช่น การหยอดกระดุมสีต่างๆลงกระปุกเจาะรูคล้ายการหยอดเหรียญลงกระปุกออมสิน การเรียงห่วงยางขนาดต่างๆลงในแท่งไม้ หรือการใส่ก้อนไม้รูปทรงเลขาคณิตต่างๆลงในช่อง เป็นต้น นอกจากการเลือกของเล่นให้เหมาะสมตามวัยแล้วผู้ปกครองควรเลือกของเล่นที่สามารถใช้ได้ระยะยาวและหลากหลายอัตถะประโยชน์ด้วย โดยส่วนมากผู้ปกครองมักซื้อของเล่นให้ลูกเป็นจำนวนมากและเก็บรวมๆกัน ทำให้เด็กเล่นของเล่นหลายอันในเวลาเดียวกันแต่เล่นไม่เสร็จเลยสักอัน และในที่สุดจะทำให้กลายเป็นเด็กจับจดและขาดวินัยได้ ดังนั้นผู้ปกครองควรส่งเสริมความเป็นระเบียบและทำให้เด็กเรียนรู้ที่จะเล่นของเล่นเป็นชิ้นๆให้เสร็จสมบูรณ์ได้โดยการจัดพื้นที่ของเล่นในบ้าน เช่น จัดเป็นมุมต่างๆ อาทิ มุมอ่านหนังสือ มุมของเล่นเพื่อสร้างจินตนาการ มุมของเล่นเพื่อพัฒนาการกล้ามเนื้อ เป็นต้น สุดท้ายนี้ผู้ปกครองอาจดูว่าตอนนี้ลูกกำลังเรียนหรือเล่นอะไรที่โรงเรียนแล้วจัดการเล่นหรือทำกิจกรรมเพิ่มเติมในเรื่องเดียวกันที่บ้าน เพื่อสร้างความต่อเนื่องเนื่องและเป็นการต่อยอดความคิดและทักษะด้านนั้นๆ ได้อีกด้วย ส่วนการพาเด็กๆ ไปเล่นตามบ้านบอลในห้างสรรพสินค้านั้น สิ่งที่ต้องระวังคือความสะอาดและการติดโรคระบาดต่างๆ ในเด็ก ซึ่งเป็นสิ่งผู้ปกครองควรให้ความสำคัญอย่างมาก สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Call Center โทร.1719

LIFE & HEALTH ไลฟ์แอนด์เฮลท์ : เปิดเทอม…ระวังเปิดเทศกาลเด็กป่วย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/378097

LIFE&HEALTH ไลฟ์แอนด์เฮลท์ : เปิดเทอม...ระวังเปิดเทศกาลเด็กป่วย

LIFE&HEALTH ไลฟ์แอนด์เฮลท์ : เปิดเทอม…ระวังเปิดเทศกาลเด็กป่วย

วันพุธ ที่ 21 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561, 06.00 น.

ในช่วงเปิดเทอมนี้ พบว่ามีเด็กๆเจ็บป่วยกันทั้งโรคหวัด ท้องร่วง หรือแม้แต่โรคผิวหนังต่างๆ มากกว่าช่วงที่ปิดเทอมอยู่บ้าน เพราะเปิดเทอมจะมีเด็กๆ มาจากหลากหลายสถานที่มารวมตัวกันในสถานศึกษา หรือสถานที่แออัด ไม่ว่าจะเป็น รถโรงเรียน รถประจำทาง รถไฟฟ้า ศูนย์ดูแลเด็กเล็ก (เนอร์สเซอรี่)หรือโรงเรียนอนุบาล อาจก่อให้เกิดการแพร่ระบาดของโรคติดต่อในเด็กได้ง่าย

ข้อมูลจาก ผศ.พญ.วีรวรรณ หัตถสิงห์ รองเลขาธิการ สมาคมโรคติดเชื้อในเด็กแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า โรคที่พบบ่อยในช่วงฤดูหนาว ส่วนใหญ่จะเป็นโรคที่เกิดจากทางเดินหายใจ และโรคระบบทางเดินอาหาร โดยโรคยอดฮิตในระบบทางเดินหายใจที่เด็กๆ เป็นมากที่สุดก็คือไข้หวัดใหญ่ และ RSV ส่วนโรคจากระบบทางเดินอาหารคือโรคท้องร่วง ท้องเสีย ยิ่งในช่วงเปิดเทอมการแพร่เชื้อต่างๆ จะแพร่กระจายไปรวดเร็วมาก เนื่องจากมีการสัมผัสเชื้อโรคร่วมกันในวงกว้าง ทั้งการไอ จาม รู้หรือไม่ว่าการจาม 1 ครั้ง สามารถแพร่เชื้อโรคได้ไกลถึง 6 เมตรหากอยู่ในห้องเรียนหรือโรงอาหาร อาจมีผู้รับและสัมผัสเชื้อโรคพร้อมกันหลายคน เพราะฉะนั้นการล้างมือก็ยังเป็นเรื่องสำคัญที่สุด ที่จะช่วยป้องกันให้เด็กรอดพ้นจากเชื้อโรคต่างๆ ได้ทางหนึ่ง

ข้อมูลจาก ผศ.พญ.สุวิรากา โอภาสวงศ์ ประธานฝ่ายกิจกรรมสังคม สมาคมแพทย์ผิวหนังแห่งประเทศไทย และ ผู้อำนวยการคลินิกสยามเดอร์มาติกส์ เปิดเผยว่า โรคติดเชื้อทางผิวหนังทุกชนิดสามารถป้องกันได้โดยการล้างมือ ตั้งแต่ติดเชื้อแบคทีเรีย เชื้อรา เชื้อไวรัส และพาราไซท์ รวมถึงโรคติดเชื้อแบคทีเรียทางผิวหนัง ได้แก่ โรคแผลพุพอง Impetigo ฝี หนอง เกิดจากการที่สัมผัสเชื้อแบคทีเรีย แล้วผิวหนังมีแผลทำให้เชื้อเข้าสู่ผิวหนังได้

สำหรับโรคผิวหนังจากเชื้อราที่พบบ่อย ได้แก่ กลาก เชื้อกลาก มักอยู่ในสัตว์เลี้ยง พื้นดิน และ ติดต่อจากคนถึงคน ลักษณะผื่นจะเป็นผื่นแดง เป็นตุ่มและลามออกเป็นวงซ้อนๆกัน มีอาการคันมาก ดังนั้นเวลาสัมผัสกับสัตว์เลี้ยง ไม่ว่า สุนัข แมว กระต่าย หรืออื่นๆต้องล้างมือให้สะอาดทุกครั้ง

ส่วนโรคผิวหนังจากเชื้อไวรัสก็พบได้บ่อยเช่นกัน ได้แก่ หูด หูดข้าวสุกมือเท้าเปื่อย เริม โรคสุกใส โดยผื่นแต่ละอย่างมีลักษณะเฉพาะ หูดจะเป็นผื่นนูน หนา กดเจ็บ ถ้าเอามีดฝานด้านบนออกจะพบจุดดำๆเป็นจุดเลือดออก มักพบที่นิ้วมือ ฝาเท้า ส่วนหูดข้าวสุก เป็นตุ่มกระจายตามตัวและแขนขา ตุ่มจะมีรอยบุ๋มตรงกลาง ถ้ากดออกจะมีสารสีขาวข้นคล้ายข้าวสุกออกมา จึงมีชื่อว่า หูดข้าวสุก

ส่วนโรคผิวหนังจากพาราไซด์ ทางผิวหนังที่ติดต่อง่ายมาก คือ หิด เป็นโรคที่เกิดจากพาราไซด์ ตัวเล็กๆมองไม่เห็นด้วยตาเปล่า มีอาการคันและผื่นแดง อาจสังเกตเห็นเป็นรอยโพรงของตัวหิด ปรากฏเป็นรอยหรือเส้นเล็ก ๆ สีเงินหรือดำบนผิวหนังประมาณ 2-10 มิลลิเมตร โดยมักพบบริเวณง่ามนิ้ว ข้อมือด้านใน และฝ่ามือ ในร่มผ้า อาการเด่นคือคันกลางคืน มากว่า
กลางวัน มักเป็นตามสถานที่มีคนอยู่รวมกันเยอะ เช่น โรงเรียน ทัณฑสถาน เป็นต้น

การล้างมือเป็นสิ่งที่สามารถทำได้ง่าย ประหยัดและเสียค่าใช้จ่ายน้อย และสามารถป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อโรคได้ดี ซึ่งการล้างมือที่ถูกอย่างน้อย 20 วินาที วิธีด้วยน้ำและสบู่ มี 7 ขั้นตอน ได้แก่ (1) ฝ่ามือถูกัน (2) ฝ่ามือถูหลังมือและนิ้วถูซอกนิ้ว (3) ฝ่ามือถูฝ่ามือและนิ้วถูซอกนิ้ว (4) หลังนิ้วมือถูฝ่ามือ (5) ถูนิ้วหัวแม่มือโดยรอบด้วยฝ่ามือ (6) ปลายนิ้วมือถูขวางฝ่ามือ และ (7) ถูรอบข้อมือ โดยทุกขั้นตอนทำ 5 ครั้ง สลับกันทั้ง 2 ข้าง

 

การล้างมือบ่อยๆ ช่วยป้องกันโรคติดเชื้อได้ แต่การที่ล้างมือบ่อยๆบางครั้งจะทำให้ผิวหนังสูญเสียความชุ่มชื้น ทำให้เกิดโรคผิวหนังอักเสบที่มือได้ โดยจะมีผิวแตก แห้ง ที่ปลายนิ้วก่อน บางครั้งแตกเป็นร่อง มีเลือดไหลได้ดังนั้นหลังล้างมือเสร็จควรมีโลชั่นให้ความชุ่มชื่นด้วย ทั้งนี้เราควรล้างมือเมื่อไร ควรล้างเมื่อมีกิจกรรมดังนี้

l ทุกครั้งก่อนและหลังการใช้ห้องน้ำ/ห้องส้วม

l ทุกครั้งก่อนหรือหลัง
รับประทานอาหาร

l หลังจากการจามหรือไอ
หรือไปสัมผัสสารคัดหลั่งของผู้ป่วย

l ก่อนและหลังการเตรียมอาหาร  หรือปอกผลไม้

l หลังทำความสะอาดบ้านและบริเวณบ้าน

l ทำความสะอาดหลังสัมผัสหรือเล่นกับสัตว์เลี้ยง

l ภายหลังจากออกไปปฏิบัติภารกิจนอกบ้าน

l ก่อนและหลังการทำกิจกรรมต่าง ๆ โดยเฉพาะการออกกำลังกายในสถานฟิตเนสที่ต้องมีการสัมผัสสิ่งของ เครื่องมือ ซึ่งมีการใช้อุปกรณ์รวมกัน

อย่างไรก็ตามคนส่วนใหญ่ยังล้างมือไม่ถูกต้อง ข้อมูลจากกรมอนามัย เปิดเผยว่า ในปี 2560ได้มีการสำรวจพฤติกรรมที่พึงประสงค์ของนักเรียนในเรื่องของการล้างมือ ในกลุ่มเด็กนักเรียน อายุ 10 ปี และ 12 ปี ล้างมือด้วยสบู่ก่อนกินอาหารร้อยละ 53.1 และ 45.4 ตามลำดับ ส่วนการล้างมือด้วยน้ำและสบู่หลังเข้าห้องส้วม เด็กนักเรียน อายุ 10 ปี ร้อยละ 76.6 และ 12 ปี ร้อยละ 76.2 คนส่วนใหญ่ยังไม่รู้ว่าการล้างมืออย่างถูกวิธีนั้นต้องทำอย่างไร ฉะนั้นเราต้องสอนให้เด็กรู้จักการล้างมือตั้งแต่ยังเล็กเพื่อสร้างให้เป็นนิสัย เพราะในแต่ละวันมือเราไปสัมผัสอะไรมามากมายหลายอย่าง รวมถึงหยิบจับอาหารใส่ปากด้วย และที่สำคัญเรื่องความสะอาดของผู้สัมผัสอาหาร ทั้งการปรุง เตรียม และประกอบอาหาร จะต้องรักษาความสะอาดให้มากที่สุดก่อนอาหารจะออกมาสู่ผู้รับ ถ้าความสะอาดเริ่มต้นที่ตัวเราก่อน เราก็จะมั่นใจได้ว่า เราไม่ได้เป็นจุดเริ่มต้นของการแพร่กระจาย
เชื้อโรค

ล่าสุด มูลนิธิคุณแม่คุณภาพร่วมกับ สมาคมโรคติดเชื้อในเด็กแห่งประเทศไทย กรมอนามัย วิทยาลัยพยาบาลกองทัพบก สมาคมศิษย์เก่าพยาบาลกระทรวงสาธารณสุข ผลิตภัณฑ์โพรเทคส์ โดยบริษัท คอลเกต-ปาล์มโอลีฟ (ประเทศไทย) จำกัด และ บริษัท เซ็นทรัล ฟู้ด รีเทล จำกัด ได้ร่วมกันจัดกิจกรรมรณรงค์ล้างมือปลอดเชื้อ “หยุดโรคที่มากับเปิดเทอม” ภายใต้แนวคิด “มือสะอาดสร้างสุขภาพดี…มือสะอาดสร้างฝัน” เพื่อกระตุ้นและปลูกฝังเยาวชน คนไทยให้เกิดการล้างมืออย่างถูกวิธีอย่างเป็นรูปธรรม เพื่อให้ความรู้และแนวทางป้องกันสำหรับคุณพ่อคุณแม่ ตลอดจนคุณครู และผู้ปกครอง เกี่ยวกับโรคที่มากับเปิดเทอมและโรคที่พบบ่อยในช่วงหน้าหนาว
ที่กำลังจะมาถึงนี้

 

ผศ.(พิเศษ)ดร.อภิสิทธิ์ ฉัตรทนานนท์

ประธานกรรมการ มูลนิธิคุณแม่คุณภาพ

‘มิโด’ (Mido) ร่วมกับ คิง เพาเวอร์ เปิดตัวเรือนเวลาคอลเลคชั่นพิเศษ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/378101

‘มิโด’ (Mido) ร่วมกับ คิง เพาเวอร์ เปิดตัวเรือนเวลาคอลเลคชั่นพิเศษ

‘มิโด’ (Mido) ร่วมกับ คิง เพาเวอร์ เปิดตัวเรือนเวลาคอลเลคชั่นพิเศษ

วันพุธ ที่ 21 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561, 06.00 น.

ให้ทุกการเดินทางโดดเด่นด้วยคาแร็กเตอร์อันน่าจดจำ เมื่อแบรนด์“มิโด” (Mido) ได้ร่วมมือกับ คิง เพาเวอร์(King Power) เปิดตัวนาฬิกาในคอลเลคชั่นพิเศษสำหรับนักสะสม“บารอนเชลลี่ บิ๊ก เดท คิง เพาเวอร์สเปเชี่ยล อิดิชั่น” (BaroncelliBig Date King Power Special Edition)

“มิโด” (Mido) แบรนด์นาฬิกาในเครือ สวอทช์ กรุ๊ป (Swatch Group) ที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานกว่า 100 ปี นับตั้งแต่
จอร์จ แชแรน (Georges Schaeren) เริ่มก่อตั้งบริษัท Mido G.Schaeren & Co.AG ขึ้นที่เมืองโซโลธูร์น ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ตั้งแต่ ค.ศ.1918 ภายใต้ปรัชญาของการสร้างสรรค์แบรนด์ให้อยู่เหนือกาลเวลาด้วยแนวคิดการออกแบบที่ร่วมสมัย ผ่านการคัดเลือกวัสดุคุณภาพเยี่ยมที่มีความหรูหรา ทนทาน และยังคงไว้ซึ่งฟังก์ชั่นการใช้งานที่ครบถ้วน รวมถึงความเที่ยงตรงสูงซึ่งได้รับการรับรองจาก Contrôle Official Suisse des Chronomètres (Official Swiss Chronometer Testing Institute) หรือ COSC.

สำหรับนาฬิกาคอลเลคชั่น “บารอนเชลลี่ บิ๊ก เดท คิง เพาเวอร์ สเปเชี่ยล อิดิชั่น” (Baroncelli Big Date King Power Special Edition) สุดพิเศษนี้ เป็นการหยิบยกนาฬิการุ่นบารอนเชลลี่ บิ๊ก เดท (Baroncelli Big Date) ถือว่าเป็นนาฬิกาอีกหนึ่งรุ่นหลักของแบรนด์มิโด (Mido) อันมีประวัติความเป็นมายาวนานที่เพิ่งเฉลิมฉลองครบรอบ 40 ปีไปเมื่อปี 2016 ที่ผ่านมาที่โดดเด่นด้วยดีไซน์อันเป็นเอกลักษณ์ โดยมีช่องวันที่ (Date) ที่มีขนาดใหญ่ และใช้กลไกสุดพิเศษอย่างรุ่น Caliber 80 รวมถึงการใช้เทคนิคการออกแบบและความประณีตชั้นสูงในการสร้างสรรค์เรือนเวลาได้อย่างลงตัว ภายใต้แรงบันดาลใจหลักจากอิทธิพลของสถาปัตยกรรมบาโรก (Baroque) ในยุคสมัยศิลปะนีโอคลาสสิก (Neoclassic) ของ Galleria Vittorio Emanuele II แห่งเมืองมิลาน ประเทศอิตาลี สะท้อนออกมาเป็นเส้นสายที่มีความโค้งมนบนตัวเรือน ที่เต็มไปด้วยความภูมิฐานและงดงามเหนือกาลเวลา โดยรุ่น “บารอนเชลลี่ บิ๊ก เดท คิง เพาเวอร์ สเปเชี่ยล อิดิชั่น” (Baroncelli Big Date King Power Special Edition) ร่วมกับ คิง เพาเวอร์(King Power) จะมีความโดดเด่นยิ่งขึ้น ด้วยช่องวันที่ (Date) ขนาดใหญ่แบบแยกหลักสองช่องที่ถูกวางไว้บนตำแหน่งที่หกนาฬิกาบนหน้าปัด ช่วยทำให้การมองเห็นตัวเลขของวันที่ให้มีความชัดเจนมากขึ้น มาพร้อมกับกลไกการขับเคลื่อนอันทันสมัยอย่าง Caliber 80 อันได้รับการพัฒนาขึ้นเป็นพิเศษ โดยมีระดับกำลังสำรองเพิ่มขึ้นสูงสุดถึง 80 ชั่วโมง ด้านตัวเรือนทรงกลมผลิตจากสเตนเลสสตีลขัดเงา เสริมความโดดเด่นด้วยขอบเบเซิล (Bezel) สองชั้นเล่นระดับพร้อมการเคลือบสีแบบทูโทนตัวเรือนมีหน้าปัดขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 40 มิลลิเมตร ตกแต่งเพิ่มรายละเอียดบนพื้นผิวให้มีลักษณะแบบเม็ดทรายขนาดเล็กอย่างประณีต และตัวเข็มของนาฬิกาที่ผ่านการขัดแต่งสองรูปแบบบนเข็มเดียวกัน โดยด้านหนึ่งเป็นแบบขัดด้าน ส่วนอีกด้านเป็นแบบไดมอนด์คัท (Diamond-Cut) ที่เน้นความเงางามเพิ่มความหรูหรา ปิดทับด้วยกระจกแซฟไฟร์ (Sapphire) เคลือบกันแสงสะท้อนทั้งสองด้าน และตัวเรือนสามารถกันน้ำได้ 30 เมตร พร้อมกับสายนาฬิกาสองรูปแบบสุดพิเศษที่สามารถปรับเปลี่ยนสายตามไลฟ์สไตล์ของผู้สวมใส่ ทั้งสายหนังสีน้ำตาลที่ช่วยเสริมภาพลักษณ์ให้ดูน่าภูมิฐาน และสายสเตนเลสสตีลที่สะท้อนถึงความคลาสสิกเหนือกาลเวลา

ร่วมชื่นชมกับนาฬิกาคอลเลคชั่นพิเศษ “บารอนเชลลี่ บิ๊ก เดท คิง เพาเวอร์สเปเชี่ยล อิดิชั่น” จากทางแบรนด์“มิโด” (Mido) ได้แล้ววันนี้ที่ King Powerทุกสาขา

‘เบิร์ด-ธงไชย’ ชื่อนี้ไม่มีผิดหวัง แบบเบิร์ดเบิร์ด#11 ‘DREAM JOURNEY’ อลังการงานโชว์!!

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/378117

‘เบิร์ด-ธงไชย’ ชื่อนี้ไม่มีผิดหวัง แบบเบิร์ดเบิร์ด#11 ‘DREAM JOURNEY’ อลังการงานโชว์!!

‘เบิร์ด-ธงไชย’ ชื่อนี้ไม่มีผิดหวัง แบบเบิร์ดเบิร์ด#11 ‘DREAM JOURNEY’ อลังการงานโชว์!!

วันพุธ ที่ 21 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561, 06.00 น.

ระเบิดความมันส์ อลังการงานโชว์ เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา กับ “แบบเบิร์ดเบิร์ด โชว์” ครั้งที่ 11 ตอน “DREAM  JOURNEY” ของซุป’ตาร์ตลอดกาล “เบิร์ด” ธงไชย แมคอินไตย์ โดยค่าย จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จัดใหญ่ ณ อิมแพ็ค อารีน่า เมืองทองธานี พาแฟนๆ หลายหมื่นคน ตะลุยไปกับเหล่าดวงดาวแห่งความสุข ทั้งเพลง โปรดักชั่น แสง สี เสียง กราฟิก ท่าเต้น จนถึงเสื้อผ้าที่สุดอลังการจนทำเอาแฟนแบบเบิร์ดเบิร์ด เต็มอิ่มไปด้วยเสียงหัวเราะ รอยยิ้ม และน้ำตาแห่งความสุข

“เบิร์ด” เปิดเวทีด้วยการปรากฏตัวออกมาทักทายแฟนๆ ผ่านเพลง มีแต่คิดถึง+กว่าจักรวาล ก่อนที่จะโชว์สเต็ปแดนซ์สุดตะลึง ใน บูมเมอแรง ต่อด้วย คืนนี้ไม่เหมือนคืนนั้น, ภารตี+ครั้งเดียวคงไม่พอ,ลองซิจ๊ะ และ ซ่อมได้ ก่อนจะเปลี่ยนอารมณ์กับเพลงละมุนๆ อย่าง สบายสบาย, หมอกหรือควัน ให้แฟนโยกคอร้องตาม จากนั้นเบิร์ดพาทุกคนไปสู่ดาวซ่อมบำรุงของสองหนุ่ม ป๊อบ-ปองกูล และ โอ๊ต-ปราโมทย์ ที่รับน้องเบิร์ดซะจนคนดูขำกันท้องแข็ง พร้อมกอดคอสองหนุ่มโชว์พลังเสียงร้องในเพลง ชีวิตลิขิตเอง+สิ้นสุดคือจุดเริ่มต้น+เธอผู้ไม่แพ้ เล่นเอาแฟนๆ ขนลุกเกรียว

ส่วนของ แขกรับเชิญ ที่พาเหรดกันมาเซอร์ไพรส์เริ่มจากสาว ปราง (บุพเพฯ) กัญญ์ณรัณ ที่โชว์ลีลาสีไวโอลิน พร้อมควงคู่ร้องเพลง “รัก” เรียกเสียงกรี๊ดลั่น และจัดเต็มต่อด้วยเมดเลย์ไทยๆ แก้วตาแก้วโตว+ขันหมากระทึกใจ+โอ้ละหนอ…MY LOVEพร้อมชวนแฟนเฉลิมฉลองเดือนนี้ด้วย ลอยกระทงจากนั้นพาแฟนเดินทางมาสู่ดาวโอเกะ ชวนแฟนร้องหมั่นคอยดูแลและรักษาดวงใจ ตามด้วยเมดเลย์เพลงเศร้าสะเทือนฮอลล์ ก่อนที่เบิร์ดเซอร์ไพรส์อีกชุดเปิดตัวแขกรับเชิญพิเศษ 6 สาวนักวอลเลย์บอลทีมชาติไทย หน่อง-ปลื้มจิตร์, กิ๊ฟ-วิลาวัณย์, อร-อรอุมา, ปู-มลิกา, นา-วรรณา และ แนน-ทัดดาว มาเล่าความในใจจนคนดูน้ำตาคลอ พร้อมจับมือกันโชว์ในเพลงจับมือกันไว้ และ รักหนักแน่น เรียกเสียงกรี๊ดถล่มทลาย จากนั้นถึงคิวเพลงแดนซ์ พริกขี้หนู, คู่กัด มาชวนแฟนฟัดสเต็ปแดนซ์

 

แต่แล้วจู่ๆ สาว แต้ว-ณฐพร ก็โผล่ขึ้นมาทำเอาคนกรี๊ดลั่นกับลีลาแดนซ์ไฟลุกของเธอ ที่สะบัดร่างโชว์ใน รักกันมั้ย กับเบิร์ด สะกดสายตาคนดูตะลึงทั่วฮอลล์ จากนั้นถึงคิวเปิดตัว 16 สาว BNK48 มาร้องเต้นกันสนั่นเวทีในเพลง คุกกี้เสี่ยงทาย ก่อนปล่อยให้สาวๆ โซโล่เพลง หยดน้ำ ต่อด้วย “เบิร์ด” กลับขึ้นเวทีย้อนรำลึกกรุ๊ปแฟนจ๋ายกทัพสามสาว แคทรียา, จินตหรา และ นัท มีเรีย ขึ้นเวทีร่วมโชว์พลังแดนซ์ในเพลง แฟนจ๋า ให้แฟนเต้นกันยับ พร้อมซัดต่อด้วยเรามา SING และ ชาติก่อนมาลี ชาตินี้แครอล ที่ชวนสาวปรางกลับมาเต้นอีกครั้ง จนเดินทางมาถึงช่วงสุดท้าย เบิร์ดกอดคอแขกรับเชิญทั้งหมดชวนแฟนลุกเต้นในเพลง TOO MUCH SO MUCH VERY MUCH ด้วยกัน ทำเอาฮอลล์อิมแพ็คสะเทือน ก่อนจะปิดท้ายสุดประทับใจในเพลง ความสุข ความทรงจำ ไม่มีที่สิ้นสุด เรียกเสียงกรี๊ดและปรบมือสนั่นถือเป็นอีกหนึ่งโชว์ในประวัติศาสตร์โชว์ของเมืองไทยที่แฟนเพลงหอบเอาความสุขกลับบ้านไปนอนตาหลับด้วยความประทับใจอีกครั้ง สมคุณค่าแบบเบิร์ดเบิร์ดโชว์!!

ร่วมอนุรักษ์สายน้ำ สืบตำนานลอยกระทง มอบกระทงดอกไม้สดปลอดสาร

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/378110

ร่วมอนุรักษ์สายน้ำ สืบตำนานลอยกระทง มอบกระทงดอกไม้สดปลอดสาร

ร่วมอนุรักษ์สายน้ำ สืบตำนานลอยกระทง มอบกระทงดอกไม้สดปลอดสาร

วันพุธ ที่ 21 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561, 06.00 น.

อ.มัลลิการ์ (ธรรมวัฒนะ) หลีระพันธ์ “ร่วมสืบสานประเพณีลอยกระทง ประเพณีไทยที่ดีงามของไทยที่มีมาตั้งแต่สมัยสุโขทัย พร้อมร่วมรำลึกถึงพระคุณของพระแม่คงคา ที่ได้ให้สายน้ำใสมาหล่อเลี้ยงสรรพชีวิตให้ดำเนินไปด้วยความร่มเย็น ด้วยการมอบกระทงดอกไม้สด ซึ่งผลิตด้วยวัสดุธรรมชาติปลอดสาร อาทิ หยวกกล้วย ใบตอง และดอกไม้สดของไทยนานาพันธุ์ อาทิ มะลิ ดาวเรือง บานไม่รู้ไรย กล้วยไม้ ซึ่งปลูกจากร้านและจากสวนสาระพรรณจ.ลพบุรี ซึ่งเป็นวัสดุธรรมชาติที่ย่อยสลายและไม่เป็นพิษกับสิ่งแวดล้อม

สำหรับลูกค้าที่มารับประทานอาหารที่ร้าน อ.มัลลิการ์ เกษตร-นวมินทร์ และ เรือนมัลลิการ์ ทั้ง 2 สาขา ได้แก่ สาขา สุขุมวิท 22 และ สาขา คริสตัลดีไซน์เซ็นเตอร์ (CDC) ในวันพฤหัสบดี 22 พฤศจิกายน 2561 ตั้งแต่ 18.00 น. เป็นต้นไป

เช็คกันหน่อย สีลิปสติกไหนปัง เทรนด์ประจำฤดูหนาว 2018

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/378103

เช็คกันหน่อย สีลิปสติกไหนปัง เทรนด์ประจำฤดูหนาว 2018

เช็คกันหน่อย สีลิปสติกไหนปัง เทรนด์ประจำฤดูหนาว 2018

วันพุธ ที่ 21 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561, 06.00 น.

เผลอแป๊บเดียวก็เข้าหน้าหนาวแล้ว ได้เวลาอัพเดทเทรนด์ลิปสติกสีใหม่ งานนี้ใครที่อยากลองปรับสไตล์ ทิ้งความจำเจแบบเดิมๆ มาสนุกไปกับเมคอัพลุคที่จะสร้างความมั่นใจให้คุณในฤดูหนาวนี้ ไม่ว่าจะไปที่ไหนหรือทำอะไรก็เป๊ะปังและพร้อมลุยเสมอว่าแต่จะมีสีอะไรบ้างมาดูกันเลย

สีนู้ด

อยากหรูดูดี สีนู้ดช่วยได้ไม่ว่าจะมีเฉดสีผิวแบบไหน สีนู้ดจะช่วยเนรมิตลุค glam ให้เฉิดฉายเปล่งประกายได้ดั่งใจเสมอ

สีแดงเข้ม

บอกลาสีแดงสไตล์ก็หมวยนี่คะไปก่อน ลองเปิดใจให้สีแดงเข้ม Red Velvet ดู แล้วจะรู้ว่า
ทาแล้ว มัน-แซ่บ-มาก เพราะทั้งสวยคลาสสิกและดูอินเตอร์เหมือนสาวฮอลลีวู้ดยุค 90’s

สีส้ม

สีส้มอันแสนสดใสช่วยทำให้หน้าหนาวนี้อบอุ่นขึ้น ไม่ว่าจะเป็นลุคใด สีส้ม ก็จะช่วยให้ใบหน้าดูกระจ่างใสและมีชีวิตชีวา เอาเป็นว่าถ้าอยากได้ลุคที่สนุกขึ้นล่ะก็ต้องไม่พลาดสีนี้เลย

ลิปบาล์ม

หนาวนี้ท่องไว้เลยว่าบิวตี้ไอเท็มที่สำคัญที่สุดคือลิปบาล์ม เพราะไม่เพียงแต่จะช่วยให้ริมฝีปากเราไม่แห้งแตก
จนไม่น่าดูแล้ว ยังช่วยให้ปากดูนุ่มชุ่มชื้น แลดูสุขภาพดีอีกด้วย วันไหนแต่งหน้าเบาๆ ชิลล์ๆ ก็ยังรอด เพราะปากสวยน่าจุ๊บยังไงล่ะ

เป็นยังไงบ้าง กับเทรนด์สีลิปสติกประจำฤดูหนาว 2018 นี้ สำหรับใครที่อยากลองทาแต่บางสีไม่มี ไม่เป็นไร วันนี้
Cute Press จัดให้ ลุ้นรับของรางวัลฟรี! ใน Challenge #พลังจูบกู้โลก แคมเปญพิเศษที่ Cute Press จับมือกับแอพพลิเคชั่น TikTok แจกกิฟท์เซต LimitedEdition Cute Press SuperPowerLipstick ลิปสติกคอลเลคชั่นใหม่ล่าสุดจากCute Press ให้เพื่อนๆ ได้โชว์ #พลังจูบกู้โลกเพียงทำตามกติกาง่ายๆ ดังนี้

เลือก Duet VDO Official ของ Cute Press SuperPower Lipstick

ครีเอทท่าทางแสดงพลังแบบคิวท์ๆ แบบ เต้ย-จรินทร์พร ตาม VDO Official ของ Cute Press

โพสต์คลิปวีดีโอและติด #พลังจูบกู้โลก และ #CutePress

แชร์ลงบนเฟซบุ๊คของคุณเองพร้อมติด #พลังจูบกู้โลก #CutePress และ @ThailandTikTok อย่าลืมตั้งค่าโพสต์เป็นสาธารณะด้วยนะคะ

ร่วมสนุกได้ตั้งแต่วันนี้ถึงวันที่9 ธ.ค. 2561 ประกาศผลผู้โชคดีในวันที่ 12 ธ.ค. 2561 ที่ Facebook Fanpage Cute Press

ตราตรึงทุกห้วงนาทีกับคอนเสิร์ตการกุศล Charity Jazz Night at Muangboran with Kenny G

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/378116

ตราตรึงทุกห้วงนาทีกับคอนเสิร์ตการกุศล Charity Jazz Night at Muangboran with Kenny G

ตราตรึงทุกห้วงนาทีกับคอนเสิร์ตการกุศล Charity Jazz Night at Muangboran with Kenny G

วันพุธ ที่ 21 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561, 06.00 น.

เมืองโบราณ จังหวัดสมุทรปราการ จัดงานคอนเสิร์ตการกุศลครั้งใหญ่ Charity Jazz Night at Muangboran with Kenny G ในคอนเซ็ปต์สุดอลังการ “สุดยอดสถาปัตยกรรม” พบกับ “สุดยอดศิลปิน” ครั้งแรกของเมืองไทยเชิญ Contemporary Jazz ระดับโลก Kenny G (เคนนี่ จี)นักดนตรีเป่าแซกโซโฟนแนวสมูธแจ๊ส ผู้ได้รับการบันทึกสถิติโลกกินเนสส์ ว่าเป็นบุคคลที่เล่นโน้ตแซ็กโซโฟนยาวนานที่สุดในโลก เดินทางมาเมืองไทยเพื่อเปิดการแสดงหน้าประวัติศาสตร์ ฉากหลังเป็นบริเวณพระที่นั่งสรรเพชญปราสาท สุดยอดความงดงามด้านสถาปัตยกรรมของไทย โดยมีบรรดาคอดนตรีสมูธแจ๊สร่วมเช็คอินกันอย่างพร้อมหน้า

คอนเสิร์ตครั้งนี้ยังสนับสนุนโดย วิริยะประกันภัย และ บริษัท กรุงเทพดุสิตเวชการ จำกัด (มหาชน) รายได้ส่วนหนึ่งหลังหักค่าใช้จ่าย สมทบทุนสร้าง “อาคารนวมินทรบพิตร 84 พรรษา” ของคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล เพื่อประเทศไทยจะมีศูนย์การแพทย์เฉพาะทางที่ครบครัน ทันสมัย เป็นการเพิ่มคุณภาพการบริการแก่ผู้ป่วยอย่างมีประสิทธิภาพและเสมอภาค

พลตำรวจโท เผ่าไทย ทองธิว กรรมการบริหาร กลุ่มบริษัทเมืองโบราณ เผยว่า คอนเสิร์ตการกุศลครั้งนี้ นอกจากความพิเศษอยู่ที่คอนเซ็ปต์ สุดยอดศิลปิน พบกับ สุดยอดสถาปัตยกรรม ครั้งแรกของเมืองไทยแล้ว ยังมีต้นกล้ารุ่นใหม่ๆ ของแวดวงดนตรีคลาสสิกไทย อาทิ วงดนตรีบรรเลง จากวง Mahidol University Jazz Ensemble/C.U. Band ชมรมดนตรีสากล สโมสรนิสิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และ Jazz Orchestra จากมหาวิทยาลัยรังสิต โดย เด่น อยู่ประเสริฐ เข้ามาร่วมสร้างบรรยากาศในงานฯ ส่วนเพลงที่ศิลปินใช้ในการแสดงครั้งนี้ เรียงตามลำดับ ได้แก่ Home, Silhouette, G-bop, Havana, Forever in Love, Desafinado, Bass Solo, Going home, Moon, Jasmine flower, Heart and Soul, Dying Young, Cadenza, Songbird, Titanic, The Moment, Rainbow สุดแสนตราตรึง

 

การเดินทางมาเปิดการแสดงครั้งนี้ แม้ไม่ใช่ครั้งแรก แต่สุดยอดศิลปินอย่าง เคนนี่ จี ถึงกับเผยว่า เป็นทริปที่คุ้มค่ามากที่สุด เพราะอยากเที่ยวเมืองไทยให้ทั่วอยู่แล้ว การได้มาเปิดการแสดงที่เมืองโบราณซึ่งรายล้อมไปด้วยสถาปัตยกรรมทั่วไทยกว่า 120 แห่ง ถือเป็นของขวัญที่เฝ้ารอมานาน คิดดูว่าจะมีสถานที่ไหน ให้เราได้เที่ยวเมืองไทยครบในวันเดียวและชื่นชมสถาปัตยกรรมไทยที่เป็นเอกลักษณ์ สวยงามมาก โดยเฉพาะฉากหลังที่เปิดการแสดง คือพระที่นั่งสรรเพชญปราสาท ที่นับว่าเป็นสุดยอดสถาปัตยกรรมไทยสมัยอยุธยา ที่หาชมไม่ได้แล้วและมีเพียงที่เมืองโบราณ สมุทรปราการ เท่านั้น

หลังจบการแสดง เคนนี่ จี ยังได้เซอร์ไพรส์แฟนดนตรีสมูธแจ๊สเมืองไทย ด้วยการลงมามอบลายเซ็นลงบนแผ่นซีดีเพลงของเขา พร้อมให้เซลฟี่กับศิลปินในบรรยากาศที่เป็นกันเองสุดๆ โดยรายได้ทั้งหมดจากการจำหน่ายซีดีเพลง ได้ร่วมสมทบทุนสร้าง “อาคารนวมินทรบพิตร 84 พรรษา” เช่นกัน

หน้าใสไร้สิวด้วยการรักษา‘สมดุลแบคทีเรียบนผิว’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/378099

หน้าใสไร้สิวด้วยการรักษา‘สมดุลแบคทีเรียบนผิว’

หน้าใสไร้สิวด้วยการรักษา‘สมดุลแบคทีเรียบนผิว’

วันพุธ ที่ 21 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561, 06.00 น.

สิว ไม่ใช่แค่ปัญหาผิวๆ แต่เป็นปัญหาที่เกิดจากหลายปัจจัย ตั้งแต่พันธุกรรม ฮอร์โมน สกินแคร์ ความเครียด อาหาร ไปจนถึงปัจจัยใหม่ๆ อย่าง สมดุลแบคทีเรียบนผิว (Skin Microbiome) ซึ่งหลายคนอาจจะยังไม่ทราบว่าบนร่างกายของเรามีแบคทีเรียจำนวนนับล้านตัวอาศัยอยู่ ซึ่งล้วนมีความสำคัญต่อระบบการทำงานต่างๆ ของร่างกาย หากแบคทีเรียขาดความสมดุลไปจะนำมาซึ่งปัญหาผิวต่างๆ ได้ ไม่ว่าจะเป็นปัญหาสิว หรือผิวบอบบางระคายเคืองง่าย ดังนั้นการรักษาสมดุลของไมโครไบโอมในร่างกายจึงมีความจำเป็นอย่างมาก

ลา โรช-โพเซย์ เวชสำอางแบรนด์ดังจากประเทศฝรั่งเศส นำโดย ศุภิสรา พสวงศ์ผู้จัดการฝ่ายการตลาด ผลิตภัณฑ์ ลาโรช-โพเซย์ บริษัท ลอรีอัล (ประเทศไทย) จำกัด จึงร่วมกับ บู๊ทส์ (Boots) ร้านค้าปลีกเพื่อสุขภาพและความงาม จัดงาน Boots Pharmacists Excellence Training Programในหัวข้อ “สมดุลแบคทีเรียบนผิว (Skin Microbiome)” เพื่ออบรมเภสัชกรบู๊ทส์ให้มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวการให้คำแนะนำการดูแลรักษาผิวอย่างถูกต้องต่อเนื่องเป็นปีที่ 6 ณ โรงแรมโฟร์วิงส์ สุขุมวิท 26

ผศ.พญ.สุเพ็ญญา วโรทัย อาจารย์ประจำภาควิชาตจวิทยา คณะแพทยศาสตร์ ศิริราชพยาบาล ได้พูดถึงความสำคัญของไมโครไบโอมว่า เป็นแบคทีเรียที่อยู่บนผิวหนังและรวมถึงอวัยวะต่าง ในร่างกาย ซึ่งในผิวหนังแต่ละบริเวณของร่างกายมนุษย์จะมีแบคทีเรียลักษณะแตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับปัจจัยต่างๆ เช่น ความเป็นกรด-ด่าง ความชื้น สภาพอากาศ อีกทั้งยังมีชนิดและสัดส่วนของไมโครไบโอม ที่แตกต่างกันในแต่ละคนอีกด้วย โดยทารกจะเริ่มได้รับไบโครไบโอมถ่ายทอดจากแม่ตั้งแต่หลังคลอด และสามารถเปลี่ยนแปลงไปตามช่วงอายุของการเจริญเติบโต ทำให้แต่ละคนมีไบโครไบโอมที่เป็นลักษณะเฉพาะตัว มีชนิดและจำนวนที่แตกต่างกันไป โดยแบคทีเรียอาจเพิ่มมากขึ้นจากปัจจัยภายนอกต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นอาหาร ยาสิ่งแวดล้อม สภาพภูมิอากาศ รวมทั้งไลฟ์สไตล์ที่ต้องผจญกับแสงแดด มลพิษต่างๆ รอบตัว แล้วยังมีปัจจัยภายในจำนวนมากที่ส่งผลต่อความแตกต่างของไมโครไบโอมในแต่ละบุคคล เช่น เพศ พันธุกรรม ฮอร์โมน ภาวะเครียด เป็นต้น อีกด้วย

“หน้าที่สำคัญของไมโครไบโอมบนผิวหนัง หลักๆ คือการรักษาสมดุลและความหลากหลายของแบคทีเรียบนผิว เพื่อผิวแข็งแรง มีสุขภาพดี ลดการเกิดความผิดปกติของผิวหนัง และกระตุ้นเส้นประสาทที่อยู่บนผิวหนัง แต่หากไมโครไบโอมบนผิวสูญเสียความสมดุลและความหลากหลาย ย่อมส่งผลทำให้เกิดปัญหาผิวต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นโรคภูมิแพ้ ผื่น รวมไปถึงปัญหาสิวด้วย ซึ่งมีงานวิจัยพบว่าผิวของคนที่เป็นสิวนั้น มีความหลากหลายของแบคทีเรียน้อยกว่าผิวของคนที่ไม่เป็นสิว และเมื่อคนไข้ที่เป็นสิวได้รับการรักษาด้วยยากลุ่มอนุพันธุ์วิตามินเอจนสิวดีขึ้น ความหลากหลายและสมดุลของแบคทีเรียที่ผิวก็กลับมาเป็นปกติหากร่างกายขาดความหลากหลายของไมโครไบโอมตั้งแต่เด็ก โอกาสที่จะทำให้เป็นภูมิแพ้ในตอนโตมีสูงมากขึ้น”

 

ดังนั้น การรักษาสมดุล “ไมโครไบโอม” จึงมีส่วนช่วยให้ผิวหน้าใสไร้สิวและลดปัญหาผิวต่างๆ ซึ่งเภสัชกรหญิง
ลักษณา ทรัพย์ชูกุล ผู้เชี่ยวชาญผลิตภัณฑ์ ลา โรช-โพเซย์ ได้แนะนำ 3 ขั้นตอนง่ายๆ คือ ขั้นตอนแรกคือการทำความสะอาดผิวเป็นประจำเช้า-เย็น โดยแนะนำให้เลือกใช้ผลิตภัณฑ์ล้างหน้าที่อ่อนโยน เพื่อป้องกันไม่ให้ไขมันที่ปกป้องผิวเสียสมดุลและไม่ทำลายค่า pH บนผิว หากเป็นผู้มีผิวบอบบางแพ้ง่ายหรือ Sensitive Skin ควรเลือกผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมไม่เกิน 15 ชนิด เนื่องจากอาจมีสารเคมีที่ก่อให้เกิดการระคายเคืองที่ผิว ขั้นตอนต่อไปทุกครั้งหลังล้างหน้าควรทามอยส์เจอร์ไรเซอร์เพื่อเพิ่มความชุ่มชื้นและเสริมความแข็งแรงของเกราะป้องกันผิว และแนะนำให้เลือกผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของพรีไบโอติกซึ่งเป็นอาหารของแบคทีเรียที่ดีต่อผิว จากนั้นควรทาครีมกันแดดเป็นประจำในขั้นตอนสุดท้าย แม้จะไม่ได้ออกไปเจอแสงแดดโดยตรง เนื่องจากยังมีรังสีอินฟราเรดที่อยู่ใกล้รอบๆ ตัวเรา เช่นจอคอมพิวเตอร์ สมาร์ทโฟน เตาอบไดร์เป่าผม ต่างๆ เหล่านี้ ก็ก่อให้เกิดการทำร้ายผิวได้เช่นกัน