เชฟชื่อดังจากอิตาลี รังสรรค์เมนูพิเศษส่งท้ายปี

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/378108

เชฟชื่อดังจากอิตาลี รังสรรค์เมนูพิเศษส่งท้ายปี

เชฟชื่อดังจากอิตาลี รังสรรค์เมนูพิเศษส่งท้ายปี

วันพุธ ที่ 21 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561, 06.00 น.

สำหรับผู้ที่ชื่นชอบอาหารอิตาเลียนต้องไม่พลาดงานนี้ เมื่อ “ศรีพันวา ภูเก็ต” สร้างประสบการณ์ครั้งสำคัญด้วยการเนรมิตสุดยอดดินเนอร์หรูส่งท้ายปีพร้อมเหล่าเชฟระดับมิชลินสตาร์จากอิตาลีที่กลับมาอีกครั้ง นำโดย เชฟ สเตฟาโนไบอ็อกโค (Chef Stefano Baiocco) เชฟชื่อดังจากโรงแรมอันดับ 1 ใน 5 ของโลกที่บินตรงจากมิลานมาร่วมรังสรรค์เมนูสุดพิเศษตลอด 2 สัปดาห์ ในช่วงวันที่ 7-20 ธันวาคมนี้ เพื่อมอบประสบการณ์ความอร่อยของรสชาติอาหารสไตล์อิตาเลียนและเติมเต็มค่ำคืนที่น่าประทับใจให้กับทุกคนที่มาเยือนที่ศรีพันวา

เชฟ สเตฟาโน ไบอ็อกโค เป็นเชฟที่มีชื่อเสียงมากที่สุดคนหนึ่งในประเทศอิตาลีด้วยประสบการณ์อันยาวนานและทักษะการทำอาหารชั้นเลิศในฐานะหัวหน้าเชฟของ Grand Hotel a VillaFeltrinelli โรงแรมหรูริมทะเลสาบการ์ดา (Lake Garda)ที่เก่าแก่ที่สุดแห่งหนึ่งในอิตาลี โดยครั้งหนึ่ง “ปลาวาฬ-วรสิทธิ อิสสระ” เจ้าของและผู้บริหารศรีพันวา ได้เคยผ่านการเทรนนิ่งด้านการบริหารที่โรงแรมแห่งนี้ ภายใต้ความดูแลของ มร.โรเบิร์ต เอชเบิร์นส์ นักธุรกิจระดับโลกผู้มีอิทธิพลในแวดวงการโรงแรมและกลุ่มโรงแรมระดับลักชัวรี่มาแล้ว นอกจากนี้ เชฟ สเตฟาโน ยังเคยเป็นผู้สอนงานให้อีกด้วย โดยเขาได้กล่าวถึงความร่วมมือกับศรีพันวาในครั้งนี้ว่า“ผมรู้สึกตื่นเต้นที่เราจะได้นำเสนออาหารอิตาเลียนสไตล์โมเดิร์นในรูปแบบที่มีความเป็นสากลให้แก่ลูกค้าศรีพันวา และเปิดประสบการณ์อาหารอิตาเลียนที่ไม่เหมือนใคร โดยผสมผสานการใช้วัตถุดิบท้องถิ่นของภูเก็ต ซึ่งมีความสดใหม่และคุณภาพเยี่ยม”

ผู้หลงรักอาหารอิตาเลียนหรือชอบค้นหาประสบการณ์มื้ออาหารสุดประทับใจภายใต้บรรยากาศสุดเอ็กซ์คลูซีฟ ไม่ควรพลาด เพราะนี่คือสุดยอดดินเนอร์หรูแห่งปีที่จะได้ลิ้มลองรสชาติอาหารอิตาเลี่ยนสไตล์โมเดิร์นจากเชฟระดับโลก ตลอดระยะเวลา 2 สัปดาห์ สนใจ สำรองที่นั่งติดต่อ +66 7637 1008

เชิญชวนร่วมบริจาคสมทบทุนสร้างอาคาร ศูนย์การแพทย์กาญจนาภิเษกส่วนต่อขยาย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/378113

เชิญชวนร่วมบริจาคสมทบทุนสร้างอาคาร ศูนย์การแพทย์กาญจนาภิเษกส่วนต่อขยาย

เชิญชวนร่วมบริจาคสมทบทุนสร้างอาคาร ศูนย์การแพทย์กาญจนาภิเษกส่วนต่อขยาย

วันพุธ ที่ 21 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561, 06.00 น.

“ศูนย์การแพทย์กาญจนาภิเษก” ได้รับพระราชทานชื่อจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช มีชื่อภาษาอังกฤษว่า “Golden Jubilee Medical Center” เริ่มเปิดให้บริการมาตั้งแต่ปี 2549 เป็นโรงพยาบาลหนึ่งภายใต้สังกัดมหาวิทยาลัยมหิดล ให้บริการทางการแพทย์แก่บุคลากรในสังกัดมหาวิทยาลัยมหิดลและประชาชนทั่วไปที่อยู่ในละแวกนั้น

ภายหลังจากที่ย้ายเข้ามาอยู่ภายใต้การดูแลของคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล ในปี 2560 ทีมผู้บริหารของคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล ก็ได้มีการวางแผนดำเนินงาน เพื่อรองรับการขยายให้บริการด้านสาธารณสุขแก่ประชาชนในพื้นที่โดยรอบในเขต 5 จำนวน 8 จังหวัด คือ ราชบุรี สุพรรณบุรี นครปฐม กาญจนบุรี สมุทรสงคราม สมุทรสาคร เพชรบุรี และประจวบคีรีขันธ์ เพื่อทำหน้าที่เสมือนทัพหน้าช่วยดูแลสุขภาพขั้นพื้นฐานให้กับประชาชนฝั่งตะวันตกโดย ไม่ต้องไปแออัดกันที่โรงพยาบาลศิริราชอีกต่อไป

 

 

พญ.มนัสวี จรดล รองอำนวยการศูนย์การแพทย์กาญจนาภิเษก กล่าวว่านอกจากจะให้บริการด้านสาธารณสุขกับประชาชนทั่วไปแล้ว ศูนย์การแพทย์กาญจนาภิเษกยังได้รับพันธกิจให้เป็นที่ทำการเรียนการสอนแก่นักศึกษาแพทย์ด้วย โดยเฉพาะนักศึกษาแพทย์ชั้นปี 2-6 ระดับปริญญาตรี เนื่องจากคนไข้ที่มารักษาในโรงพยาบาลศิริราช ส่วนใหญ่เป็นโรคที่ซับซ้อน รุนแรง ไม่เหมาะกับการเป็นตัวอย่างการเรียนการสอนพื้นฐานของนักศึกษาแพทย์

“นักศึกษาแพทย์เมื่อเรียนจบระดับปริญญาตรีจะต้องออกไปทำงานใช้ทุนที่โรงพยาบาลในต่างจังหวัด ซึ่งคนไข้ที่มารักษาที่ศูนย์การแพทย์กาญจนาภิเษกส่วนใหญ่เป็นคนไข้ที่มีอาการเจ็บไข้ทั่วไปขั้นพื้นฐาน การได้เรียนรู้วิธีการรักษาจากคนไข้ที่นี่จึงเหมาะสมกว่าการเรียนรู้จากคนไข้ในโรงพยาบาลศิริราชที่มีอาการ
ซับซ้อนและรุนแรงมากกว่า”

ทั้งนี้ ผู้ป่วยที่มารับบริการส่วนมากจัดอยู่ในกลุ่มโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง เช่น โรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง โรคผู้สูงอายุ ทั้งโรคข้อเข่าเสื่อม โรคต้อกระจก เนื่องจากทำเลที่ตั้งโรงพยาบาลมีผู้สูงอายุอยู่เป็นจำนวนมาก ส่วนผู้ป่วยที่มีอาการซับซ้อน รุนแรง ทางศูนย์ฯมีระบบส่งต่อไปรักษายังโรงพยาบาลศิริราช โดยไม่ต้องไปตรวจคัดกรอง หรือทำประวัติใหม่ ที่ผ่านมามีการส่งต่อผู้ป่วยไปรักษาที่ศิริราชหลายรายโดยเฉพาะผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองผู้ป่วยโรคหัวใจ ที่ต้องการรักษาด่วน

ปัจจุบันศูนย์การแพทย์กาญจนาภิเษกกำลังอยู่ระหว่างการก่อสร้างส่วนต่อขยายเพื่อเพิ่มศักยภาพด้านการรักษาให้เข้าถึงคนไทยมากยิ่งขึ้น และพัฒนาในทุกด้านด้วยมาตรฐานโรงพยาบาลศิริราช อย่างครบวงจร เพื่อดูแลผู้ป่วยทุกระดับอย่างเท่าเทียม คาดว่าจะใช้งบประมาณในการก่อสร้างส่วนต่อขยาย 650 ล้านบาทและจัดซื้อครุภัณฑ์อีก 150 ล้านบาทภายหลังขยายขนาดโรงพยาบาลแล้วเสร็จ ในปี 2563 จะสามารถให้บริการผู้ป่วยเพิ่มขึ้นถึง 2,500 คน/วัน จากเดิม 1,500 คน/วันเพิ่มเตียงผู้ป่วยเป็น 200 เตียง จากเดิมที่มีเพียง 60 โดยอัตราการครองเตียงของที่นี่สูงถึง 90%

“จุดเด่นของศูนย์การแพทย์กาญจนาภิเษก คือ เป็นโรงพยาบาลที่ให้บริการแพทย์แผนทางเลือกแบบผสมผสาน ทั้งแพทย์แผนปัจจุบัน แพทย์แผนไทย และแพทย์แผนจีน มีการฝังเข็ม นวดแผนไทย เป็นที่ศึกษาดูงานของโรงพยาบาลจากต่างประเทศ สามารถให้บริการครบทุกสาขา ยกเว้นบางแผนกที่ยังขาดแพทย์เฉพาะทาง คือสูตินารีเวช และศัลยแพทย์สมอง ทั้งนี้บรรยากาศแวดล้อมโดยทั่วไปของโรงพยาบาลดูสวยอบอุ่น ร่มเย็น มีดนตรีในสวนจากจิตอาสาบรรเลงอีกด้วย”

ดังนั้น ขอเชิญชวนคนไทยร่วมบริจาคสมทบทุนเพื่อสร้างอาคารศูนย์การแพทย์กาญจนาภิเษกส่วนต่อขยายระยะที่ 2 ได้ที่มูลนิธิศูนย์การแพทย์กาญจนาภิเษก ศูนย์การแพทย์กาญจนาภิเษก ธนาคารไทยพาณิชย์ บัญชีออมทรัพย์ เลขที่บัญชี 280-200388-2, งานการคลัง ชั้น 4 ศูนย์การแพทย์กาญจนาภิเษก ธนาคารไทยพาณิชย์ บัญชีกระแสรายวัน เลขที่บัญชี 316-304130-9 หรือที่ ศิริราชมูลนิธิ โรงพยาบาลศิริราช ธนาคารกรุงเทพ เลขที่บัญชี 939-3-50022-9 และบริจาคเพิ่มเติมได้ที่เซ็นทรัล ฟู้ด ฮอลล์, ท็อปส์ และเซกาเฟรโด ซาเนตติ เอสเปรสโซทุกสาขา ในโครงการ 20 บาทเพื่อศิริราช-กาญจนา ผ่านบาร์โค้ดที่จุดแคชเชียร์ หรือกล่องรับบริจาคที่จุดบริการลูกค้า รวมทั้งสแกนคิวอาร์โค้ดผ่านโมบายแบงกิ้ง ตั้งแต่วันที่ 7 พ.ย. 2561-30 เม.ย. 2562

เปิดโครงการค่าย‘ป๋วย เรนเจอร์ จูเนียร์’ ให้เด็กสัมผัสธรรมชาติวิถีชีวิตชนบทและเรียนรู้การทำดี

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/378105

เปิดโครงการค่าย‘ป๋วย เรนเจอร์ จูเนียร์’ ให้เด็กสัมผัสธรรมชาติวิถีชีวิตชนบทและเรียนรู้การทำดี

เปิดโครงการค่าย‘ป๋วย เรนเจอร์ จูเนียร์’ ให้เด็กสัมผัสธรรมชาติวิถีชีวิตชนบทและเรียนรู้การทำดี

วันพุธ ที่ 21 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561, 06.00 น.

เพื่อเรียนรู้การทำความดีตามปณิธานของ ดร.ป๋วย อึ๊งภากรณ์ เมื่อเร็วๆ นี้  ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล ประธานกรรมการอำนวยการ มูลนิธิบูรณะชนบทแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ได้เป็นประธานในพิธีเปิดค่ายกิจกรรมเพื่อเยาวชนสืบสานปณิธาน ดร.ป๋วย อึ๊งภากรณ์ค่าย “ป๋วย เรนเจอร์ จูเนียร์” ให้แก่นักเรียนชั้นประถมศึกษา 4-6 โรงเรียนอัสสัมชัญ กรุงเทพ จำนวน 50 คน เปิดโอกาสให้เยาวชนคนรุ่นใหม่ได้รู้จักธรรมชาติ เรียนรู้วิธีดำรงชีพในชนบทอย่างปลอดภัย ได้สัมผัสประสบการณ์ชีวิตชนบท และเกษตรกรรมพื้นฐาน อันเป็นการเรียนรู้วิถีชีวิตการอยู่ร่วมกัน และการทำงานร่วมกับผู้อื่น เพื่อสร้าง และปลูกฝังให้เยาวชนคนรุ่นใหม่ กล้าคิด กล้าทำความดี เพื่อประเทศชาติในอนาคต

ค่ายกิจกรรม ป๋วยเรนเจอร์ จูเนียร์ ประกอบด้วยฐานการเรียนรู้แต่ละเรื่องให้เด็กได้ลงมือปฏิบัติเองทุกเรื่อง ทั้งเป็นกลุ่มและทำคนเดียว ให้เด็กได้สรุปบทเรียนที่ตนได้เรียนรู้ทุกวัน และให้เด็กได้ฟังเรื่องราวการทำดีของผู้ใหญ่ในอดีต เพื่อเป็นตัวอย่างที่ดีในการสืบสานต่อไปในอนาคต โดยกิจกรรมในค่ายจะใช้เวลา 3 วัน เพื่อเรียนรู้ชีวิต และได้รับความสนุกสนานจากฐานกิจกรรมธรรมชาติต่างๆ อาทิฐานทักษะชีวิต ฐานความสูงเปลี่ยนชีวิต ฐานสะพานเชือกข้ามน้ำ รักข้ามคลอง ฐานถ้ำสมบัติ ไปจนถึงการลงมือปลูกข้าว ดำนา เก็บผัก ก่อนลงมือปรุงอาหารเองในฐานพ่อครัวจูเนียร์ นอกจากนี้เด็กนักเรียนจะได้ออกไปทัศนศึกษานอกศูนย์การเรียนรู้ฯเพื่อสัมผัสธรรมสวยงามของ จ.ชัยนาท อาทิ สวนนก เขื่อนเจ้าพระยา เป็นต้น

 

ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล ได้กล่าวว่า ศูนย์การเรียนรู้ชุมชนป๋วย อึ๊งภากรณ์ เป็นองค์กรพัฒนาเอกชนแห่งแรกของประเทศไทย ก่อตั้งเมื่อวันที่ 10 ตุลาคม 2510 โดยมี ศ.ดร.ป๋วย อึ๊งภากรณ์ เป็นผู้นำในการก่อตั้งร่วมกับคณะบุคคลในภาคราชการ และเอกชน ด้วยความมุ่งมั่นที่บูรณะและพัฒนาให้ประชาชนในชนบทไทยมีสภาพความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น

ตั้งอยู่บนพื้นที่กว่า 33 ไร่ ของจังหวัดชัยนาท เป็นแหล่งเผยแพร่แนวคิด และวิธีปฏิบัติตามแนวปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง อันเนื่องมาจากพระราชดำริฯ และองค์ความรู้เรื่องเกษตรอินทรีย์ ภายในประกอบ ด้วยอาคารต่างๆ เพื่อรองรับการฝึกอบรม และกิจกรรมเพื่อการเรียนรู้หลากหลายรูปแบบ รวมถึงฐานกิจกรรม แปลงสาธิต เกษตรอินทรีย์ โดยมีเรือนพักอำนวยความสะดวก รองรับผู้เข้าอบรมสัมมนาประมาณ 122 คนต่อครั้ง มีห้องประชุมสัมมนาขนาดใหญ่รวม 3 ห้อง ตั้งอยู่บนถนนฝ่ายน้ำล้น ต.บ้านกล้วยอ.เมือง จ.ชัยนาท

หนึ่งในเด็กๆ ที่เข้าร่วม ด.ช.ธนบดี อัศวสืบสกุล “โฟกัส” เด็กนักเรียนชั้น ป.6 โรงเรียนอัสสัมชัญ กรุงเทพฯ หนึ่งในเด็กนักเรียนที่มีโอกาสเข้าค่ายป๋วย เรนเจอร์จูเนียร์ ครั้งแรก เปิดเผยว่า ที่ตัดสินใจมาเพราะอยากสัมผัสชีวิตชนบท ที่ชีวิตจริงครอบครัวยังไม่เคยพามา กิจกรรมสนุกทำให้ได้เรียนรู้ชีวิตอาจารย์ป๋วย รู้จักวิถีชุมชนมากขึ้นนอกจากที่เคยเรียนมา คิดว่าชนบทไม่ได้ลำบากอย่างที่คิด และชาวชนบทมีความอดทน และตั้งใจจริง

 

ด.ช.จักรภัทร จิระวันชัยกูล “ปลาวาฬ” ชั้น ป.6 โรงเรียนอัสสัมชัญ กรุงเทพฯ อีกหนึ่งคนที่มีความประทับใจค่ายป๋วย เรนเจอร์ จูเนียร์ เปิดเผยว่าที่อยากมาค่ายนี้ เพราะอยากฝึกความเป็นผู้นำ และเป็นผู้ตามที่ดี จากปกติที่เราเชื่อฟังพ่อแม่ แต่กิจกรรมในค่ายสอนให้เรารับฟังความคิดเห็นของผู้อื่น กิจกรรมที่ประทับใจที่สุด คือ การดำนาปลูกข้าว ตอนแรกก็คิดว่า “ดำนาไม่เป็น คงทำไม่ได้” แต่พอได้ลองทำดู รู้สึกว่าไม่มีอะไรยากเกินความตั้งใจของเรา

สำหรับโรงเรียนถัดไปที่จะมาร่วมค่ายกิจกรรม ได้แก่ โรงเรียนกรุงเทพคริสเตียนโรงเรียนเซนต์คาเบรียล โรงเรียนกุหลาบวิทยา โรงเรียนวัดอ้ออีเขียว จ.ราชบุรี โรงเรียนมัธยมวัดธาตุทองและโรงเรียนสุขานารี เป็นต้น

คุณแหน : 21 พฤศจิกายน 2561

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/378114

คุณแหน : 21 พฤศจิกายน 2561

วันพุธ ที่ 21 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561, 06.00 น.

ll พล.อ.สุรยุทธ์-ท่านผู้หญิงจิตรวดี จุลานนท์ เป็นประธานงานฉลองสมรส จิรกัญญา นภีตะภัฏ บุตรี พล.ต.ท.เจตนากร-เสาวนีย์ นภีตะภัฏ กับ ณทัต พุ่มวิเศษ บุตร ยุทธชัย-สุวัฒนา พุ่มวิเศษ 26 พ.ย. 11.30 น. ห้องมัฆวานรังสรรค์ สโมสรทหารบก…

ll สว.ไปทริปแสวงบุญที่อินเดีย มีกลุ่มสว. นิตยา เอื้อรักสกุล, นงนภัส ตาปสนันทน์,สมสุขมฤคสนธิ และ ธนาลัย ลิมปรัตนคีรีสามคนแรก“จับกบ”ไปแล้วตั้งแต่วันแรกของการเดินทางที่สนามบิน ดีที่ไม่เป็นอะไรมาก กว่าจะกลับก็อีกหลายวันนะคะช่วยระวังตัวกันหน่อย ไม่ต้องเข้าโรงพยาบาลที่อินเดียก็แล้วกันนะ…

ll โรงแรม Onsen@Moncham ของ วิสาขา ภูมิรัตน์ เปิดได้ไม่ถึงเดือนดีก็ได้รับรางวัล South East Asia best new hotel จาก The Boutique Hotel Awards ยินดีด้วยค่ะ…

ll ขณะนี้ Facebook ของ จริงใจ วนรักษ์ กำลังมีปัญหา เข้าใจว่าถูก Hack มีคนใช้ชื่อ Chingchai Wanaraks แล้วสมัคร
ขอเป็นเพื่อนกับเพื่อนหลายคนของข้าพเจ้า จึงขอเลิกใช้ FacebooK อันนี้ถ้ามีใครติดมาในชื่อนี้ หลังจากนี้จะไม่ใช่ตัวจริงนะคะ…

ll ออกกำลังกายมากไปก็ไม่ดีอีก ธิดา สมะลาภา ใช้เข่ามากไปหน่อย ต้องเข้ารับการผ่าตัดลูกสะบ้า นอนร้องโอดโอยเพราะปวดเข่าอยู่โรงพยาบาลศิริราชปิยราชการุณย์ แต่ก็ยังไม่อยู่สุข ลงไปกินสุกี้เอ็มเค. ที่ใต้ตึกและกลับมาปวดเข่าต่อตามเดิม…

ll ชาวคณะวัฒนาวิทยาลัย ได้รับการอนุมัติจากคณะพยาบาลศิริราช ให้ตั้งแท่นที่ระลึกถึงโรงเรียนกุลสตรีวังหลังในอดีตก่อนย้ายไปทุ่งบางกะปิ ที่เป็นโรงเรียนวัฒนาปัจจุบัน ชาวคณะจึงพากันไปอธิษฐานระลึกถึงบูรพาจารย์ที่ก่อตั้งโรงเรียนและเคารพธงชาติโดยหันหน้าหาพระราชวังหลวง…

ll ลูกน้องรู้ว่า จารุวรรณ อิศรางกูร ณ อยุธยา รัก“โป๊ป”ธนวรรธน์ วรรธนะภูติ เป็นนักหนา เลยพากันใส่หน้ากากหน้าโป๊ปนับ 10 คน พากันมาอวยพรวันเกิด ถูกใจหัวหน้ายิ่งนัก สิ้นปีจัดหนักโบนัสให้ลูกน้องเลย…

ll ภัทรพร สาลีรัฐวิภาค ลูกสาวฝาแฝดคนเก่งของ สุนงค์-พีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค จบ ป.ตรี เกียรตินิยมอันดับ 1 แล้วยังสอบได้ทุนเรียนต่อปริญญาโท สาขาความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ จากมหาวิทยาลัยโคลอมเบีย มหาวิทยาลัยชื่อดังของโลกและเป็นมหาวิทยาลัยแห่งแรกของนครนิวยอร์กอีกด้วย…ll

หนูภาฯ 

CHANEL 31หรู ทันสมัยในหนึ่งเดียว

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/378111

CHANEL 31หรู ทันสมัยในหนึ่งเดียว

CHANEL 31หรู ทันสมัยในหนึ่งเดียว

วันพุธ ที่ 21 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561, 06.00 น.

สำหรับ CHANEL แล้ว กระเป่าช่วยเสริมรูปลักษณ์โดยรวมให้ดูโดดเด่น ยิ่ง เป็นเครื่องประดับที่ขาดไม่ได้เพราะช่วยเติมแต่งลุคให้ผู้หญิงทุกคน กระเป๋า CHANEL 31 ปรากฏโฉมบนรันเวย์ในงานแสดงแฟชั่นสำหรับฤดูใบไม้ร่วง-ฤดูหนาว 2018/19 โดยนำเสนอบุคลิกที่แข็งแกร่งและแนวคิดใหม่ๆ เค้าโครงกระเป๋า รูปทรงที่ยืดหยุ่น และสามารถถือได้หลากหลายรูปแบบ จึงสามารถเปลี่ยนรูปทรงได้ตามต้องการ ในขณะเดียวกันก็เลือกใช้สีที่ต่างกันอย่างเห็นได้ชัด ความกล้าท้าทายที่เป็นลักษณะเด่นของกระเป๋านี้ บ่งบอกที่มาของแบรนด์ Karl Lagerfeld ที่ยังคงความเป็นตัวเองด้วยการสร้างสรรค์ผลงานที่เพิ่มความซุกซนขี้เล่นไว้ในกระเป๋ารุ่นนี้ ซึ่งตั้งชื่อเพื่อระลึกถึงที่อยู่บนถนนกัมบงของชาเนล และยังเล่นคำสำนวนฝรั่งเศส”se mettre sur son 31” หรือ “แต่งตัวอย่างโดดเด่น”อีกด้วย

มี CHANEL 31 เหมือนมีกระเป๋าหลายแบบในหนึ่งเดียว เป็นได้ทั้งกระเป๋าโท้ตพร้อมหูหิ้วที่สามารถถือด้วยมือหรือพับครึ่งให้เป็นกระเป๋าคลัทช์ใบใหญ่ สายหนังทูโทนสองเส้นด้านใน ช่วยให้ถือได้ในแบบที่สามโดยการสะพายไหล่ ทำให้ดูเหมือนถือกระเป๋าได้ไม่ซ้ำแบบ และสามารถใช้สลับกันได้ในระหว่างกำลังรู้สึกผ่อนคลายและยามเดินเล่น มอบความเท่ในขณะที่กำลังเร่งรีบ ดูทันสมัย ในหนึ่งเดียว รุ่นนี้มีหลายขนาด ตั้งแต่กระเป๋าคลัทช์ -XS หรือ XL- ไปจนถึงกระเป๋าโท้ตใบใหญ่ ชาเนล 31 ตบแต่งด้วยตะขอรูปตัว CC เพื่อเน้นสัญลักษณ์ที่บ่งบอกความเป็นชาเนล ได้ดีที่สุด มีน้ำหนักเบาอย่างเหลือเชื่อและยืดหยุ่นเป็นพิเศษด้วยหนังลูกแกะสีทูโทน มีชีวิตชีวา เช่น ชมพู/แดง แดง/ส้มน้ำเงินรอยัลบลู/ชมพูร้อนแรง เขียว/เบจผสมชมพู ชมพู/เบจผสมชมพู และแดง/เบจผสมชมพู นอกจากนี้ชาเนล 31 ยังมีรุ่นสีดำล้วนที่ทำด้วยหนังลูกวัวลาย ควิลท์เนื้อมันวาว และรุ่นที่ทำด้วยผ้าทวีตและผ้าพิมพ์ลายใบไม้ของฤดูใบไม้ร่วงเพื่อรักษาแนวคิดของคอลเลคชั่น

สหพันธ์สมาคมสตรีนักธุรกิจและวิชาชีพแห่งประเทศไทยฯ ประชุมใหญ่ระดับภูมิภาค เสริมพลังสตรีก้าวสู่เป้าหมายแห่งการพัฒนาที่ยั่งยืนในเวทีสากล

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/378070

สหพันธ์สมาคมสตรีนักธุรกิจและวิชาชีพแห่งประเทศไทยฯ ประชุมใหญ่ระดับภูมิภาค เสริมพลังสตรีก้าวสู่เป้าหมายแห่งการพัฒนาที่ยั่งยืนในเวทีสากล

สหพันธ์สมาคมสตรีนักธุรกิจและวิชาชีพแห่งประเทศไทยฯ ประชุมใหญ่ระดับภูมิภาค เสริมพลังสตรีก้าวสู่เป้าหมายแห่งการพัฒนาที่ยั่งยืนในเวทีสากล

วันพุธ ที่ 21 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561, 06.00 น.

สหพันธ์สมาคมสตรีนักธุรกิจและวิชาชีพแห่งประเทศไทยฯ

ประชุมใหญ่ระดับภูมิภาค เสริมพลังสตรีก้าวสู่เป้าหมายแห่งการพัฒนาที่ยั่งยืนในเวทีสากล

สหพันธ์สมาคมสตรีนักธุรกิจและวิชาชีพแห่งประเทศไทยในพระบรมราชินูปถัมภ์ จัดการประชุมใหญ่ระดับภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ของสหพันธ์สมาคมสตรีนักธุรกิจและวิชาชีพสากล (BPW International Asia Pacific Regional Conference 2018) ระหว่างวันที่30 ตุลาคม-1 พฤศจิกายน 2561 ณ ห้องแกรนด์ บอลรูม โรงแรมแกรนด์ ไฮแอท เอราวัณ กรุงเทพ ถนนราชดำริ

สหพันธ์สมาคมสตรีนักธุรกิจและวิชาชีพสากล (BPW International) เป็นเครือข่ายสตรีนักธุรกิจและวิชาชีพที่เข้มแข็งและใหญ่ที่สุดในโลก มีวัตถุประสงค์ในการทำงานเพื่อให้เกิดความก้าวหน้าทางสังคมและเศรษฐกิจของโลก โดยผสานพลังความร่วมมือจากสตรีทั่วโลก ทำงานร่วมกับองค์กรทั้งภาครัฐ องค์การสหประชาชาติ สภายุโรป และองค์กรภาคเอกชนในอีก 100 ประเทศ ซึ่งในปีนี้ สหพันธ์สมาคมสตรีนักธุรกิจและวิชาชีพสากล มีวาระครบรอบ 88 ปี และในส่วนของสหพันธ์สมาคมสตรีนักธุรกิจและวิชาชีพแห่งประเทศไทยฯ (The Federation of Business and Professional Women’s Associations of Thailand under the Royal Patronage of Her Majesty The Queen) เป็นองค์กรที่จัดตั้งขึ้นโดยกลุ่มสตรีนักธุรกิจและวิชาชีพที่มีชื่อเสียง ในปีนี้ มีวาระครบรอบ 45 ปี ปัจจุบันมีองค์กรสมาชิก 21 แห่งทั่วประเทศ มีพันธกิจมุ่งสนับสนุนให้สตรีนักธุรกิจและวิชาชีพทำงานร่วมกันเพื่อส่งเสริมบทบาท ยกระดับสถานภาพสตรีให้เป็นที่ยอมรับและเตรียมพร้อมก้าวสู่เวทีนานาชาติ

คุณหญิงณัฐิกา วัธนเวคิน อังอุบลกุล ประธานสหพันธ์สมาคมสตรีนักธุรกิจและวิชาชีพแห่งประเทศไทยในพระบรมราชินูปถัมภ์ และประธานคณะกรรมการจัดงาน กล่าวว่า “ในวันที่ 30 ตุลาคม-1 พฤศจิกายน 2561 สหพันธ์สมาคมสตรีนักธุรกิจและวิชาชีพแห่งประเทศไทยฯ ได้รับเกียรติให้เป็นเจ้าภาพจัดการประชุมระดับภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ของสหพันธ์สมาคมสตรีนักธุรกิจและวิชาชีพสากล ภายใต้หัวข้อ “การเสริมพลังสตรีเพื่อก้าวสู่เป้าหมายแห่งการพัฒนาที่ยั่งยืน” (Empowering Women to Realize Sustainable Development Goals) การประชุมครั้งนี้ เป็นการรวมตัวของสตรีที่ประสบความสำเร็จ และเป็นผู้นำทางความคิดจากทุกภูมิภาคทั่วโลกกว่า 550 คน จาก 40 ประเทศในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกและประเทศต่างๆ ทั่วโลก เพื่อเพิ่มพูนองค์ความรู้ใหม่ๆ ที่เกี่ยวกับธุรกิจและวิชาชีพที่หลากหลายให้แก่สตรีนักธุรกิจและวิชาชีพในไทยและเอเชียแปซิฟิก ตลอดจนเป็นการแลกเปลี่ยนประสบการณ์ เป็นโอกาสในการยกระดับศักยภาพและสนับสนุนภาพลักษณ์ของสตรีไทยในภาคธุรกิจไปสู่เวทีระดับสากล และที่สำคัญคือเป็นการรวมพลังและแสดงให้โลกเห็นว่าสตรีสามารถเป็นผู้ขับเคลื่อนความก้าวหน้าที่สำคัญในระดับสากล และร่วมเป็นส่วนหนึ่งที่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสังคมของโลกได้อย่างยั่งยืนต่อไป

พิธีเปิดการประชุมช่วงเช้าในวันแรกได้รับพระมหากรุณาธิคุณจาก สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จฯเปิดการประชุมและพระราชทานพระดำรัส โดยมีใจความโดยสรุปว่า “ปัจจุบัน บทบาทของผู้หญิงมีการพัฒนาและเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วในหลายมิติ รวมทั้งวิธีคิด และมีบทบาทสำคัญในครอบครัว และมีส่วนร่วมในสังคมอย่างมากในการทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงและพัฒนาสังคมให้ก้าวไปข้างหน้า ผู้หญิงยุคใหม่ จึงควรมีโอกาสได้รับการศึกษาขั้นระดับสูงสุด เพราะการศึกษาเป็นกุญแจสำคัญที่จะนำไปสู่การพัฒนาศักยภาพและการเสริมสร้างความเข้มแข็งของสตรี ความรู้ช่วยเปิดใจและเปิดโลกทัศน์ของสังคมและสภาวะแวดล้อมที่อาศัยอยู่จึงได้ส่งเสริมด้านวิชาชีพและทักษะต่างๆ ให้กับผู้ต้องขังหญิง เพื่อให้สามารถพึ่งพาตัวเองได้ หลังจากพ้นโทษและได้รับอิสรภาพ ขอให้ช่วยกันสร้างพลังให้กับผู้หญิงที่ถูกลิดรอนสิทธิ์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งด้านการศึกษาและการประกอบอาชีพเพื่อให้สามารถนำไปปรับปรุงคุณภาพชีวิตของตนเองและครอบครัวและใช้ชีวิตอยู่ได้อย่างมีศักดิ์ศรี”

ช่วงบ่าย คณะผู้เข้าร่วมประชุมเดินทางไปเยี่ยมชมการแสดงศิลปวัฒนธรรมไทย โดยมีกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เป็นเจ้าภาพต้อนรับและรับรองคณะด้วยการแสดงศิลปวัฒนธรรม ที่ สยามนิรมิต

ช่วงเช้าวันที่ 2 ของการประชุม พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา เสด็จแสดงปาฐกถาพิเศษ ในหัวข้อ “การนำBangkok Rules ไปสู่การปฏิบัติ : ให้โอกาสครั้งที่ 2 แก่สตรี” โดยมีใจความโดยสรุปว่า “สิ่งที่ต้องคำนึงถึงในการพัฒนาอย่างยั่งยืนหรือ Sustainable Development Goals ตามที่องค์การสหประชาชาติกำหนดไว้คือ ความเท่าเทียมทางเพศ การส่งเสริมพลังสตรีและเด็กหญิงซึ่งต้องมีสิทธิและโอกาสที่เท่าเทียมกันความสงบสุข ความยุติธรรม และการไม่แบ่งแยกเป็นส่วนสำคัญต่อการพัฒนาประเทศที่ยั่งยืน สิทธิมนุษยชนและธรรมาภิบาลที่ตั้งอยู่บนพื้นฐานทางกฎหมาย ซึ่งในปี 2549 ได้มีการริเริ่มดำเนินโครงการกำลังใจ (The Inspire Project) เพื่อมุ่งให้โอกาสแก่ผู้ด้อยโอกาสรวมทั้งผู้ต้องขังให้กลับมาเป็นพลเมืองที่มีคุณภาพของสังคม มีการปรับปรุงและคิดค้นมาตรการเพื่อให้การปฏิบัติต่อผู้ต้องขังหญิงมีคุณภาพมากขึ้น และในปี 2551 ได้ดำเนินโครงการเพื่อชีวิตที่ดีกว่าของผู้ต้องขังหญิง (Enhancing Lives of Female Inmates หรือ ELFI) เพื่อให้ความช่วยเหลือแก่ผู้ต้องขังหญิงอันนำไปสู่การเกิดเป็น “ปฏิญญากรุงเทพฯ” (The Bangkok Rules) ซึ่งที่ประชุมสมัชชาแห่งสหประชาติ มีมติให้เป็นกฎหมายระหว่างประเทศที่ต้องบังคับใช้ทั่วโลกเพื่อยกระดับมาตรฐานการปฏิบัติต่อผู้ต้องขังหญิงทั่วโลกในโลกนี้ยังมีผู้ต้องขังหญิงอีกเป็นจำนวนมากที่ควรจะได้รับคุณภาพชีวิตที่ดี และได้รับ การพัฒนาศักยภาพเพื่อความพร้อมสำหรับอิสรภาพที่ยั่งยืนหลังจากพ้นโทษและได้รับการปล่อยตัว การปฏิญญากรุงเทพฯไปปฏิบัติ จะทำให้ผู้ต้องขังหญิงได้รับโอกาสอีกครั้งในชีวิต”

ช่วงบ่ายวันเดียวกัน คณะผู้เข้าร่วมประชุมเดินทางไปยังพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ โดยได้รับการสนับสนุนจากกระทรวงวัฒนธรรมที่ร่วมเป็นเจ้าภาพ นำชมพิพิธภัณฑ์แห่งชาติในยามค่ำคืน (Night Museum) จากนั้น ล่องเรือชมทัศนียภาพยามค่ำคืน พร้อมรับประทานอาหารค่ำไปยังเอเชียทีค ริเวอร์ ฟร้อนท์ ในช่วงค่ำวันที่ 3 ของการประชุม พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชาทินัดดามาตุ เสด็จเป็นประธานในงานกาลาดินเนอร์ประชุมระดับภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิกของสหพันธ์สมาคมสตรีนักธุรกิจและวิชาชีพสากล ปี 2561 ณ โรงแรมแกรนด์ ไฮแอท เอราวัณ กรุงเทพ

การจัดประชุม APRC ในครั้งนี้ นับเป็นครั้งแรกของการจัดงานที่ได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากพระบรมวงศานุวงศ์ ถึง 3 พระองค์ เสด็จฯ ทรงเปิดการประชุม และทรงแสดงปาฐกถาพิเศษ อีกทั้งเสด็จฯ ไปในงานกาลาดินเนอร์ ซึ่งทำให้ได้รับความสนใจจากทั่วโลก มีผู้เข้าร่วมประชุมและทูตานุทูตจากประเทศต่างๆ ที่อยู่นอกเหนือภาคพื้นเอเชียแปซิฟิกเข้าร่วมเป็นจำนวนมาก จนอาจกล่าวได้ว่า การประชุมครั้งนี้ ไม่ใช่เป็นเพียงเวทีในระดับภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกเท่านั้น แต่เป็นเวทีสำคัญระดับโลก ประเด็นสำคัญในการประชุมดังกล่าว มุ่งเน้นที่การพัฒนาสตรีในทุกระดับให้สอดคล้องกับเป้าหมายแห่งการพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Development Goals-SDGs) 17 ประการ ขององค์การสหประชาชาติ และกระตุ้นเตือนให้สตรีนักธุรกิจและวิชาชีพที่ประสบความสำเร็จในอาชีพของตนเองแล้ว ต้องให้ความสำคัญกับการทำงานเพื่อสังคมมากขึ้น ยิ่งทำให้การจัดงานในครั้งนี้เป็นที่สนใจ น่าจับตามองจากคนทั่วโลก

การประชุมครั้งนี้ มีการจัดแสดงผลิตภัณฑ์และสินค้าของชุมชนท้องถิ่น (BPW International APRC 2018 Trade Show) “สุดยอด SMEs ของดีทั้งไทยและต่างชาติ” จัดแสดงผลิตภัณฑ์ผ้าไทย ซึ่งเป็นโครงการที่ สสธวท. ได้รับรางวัล Excellent Projects อันดับ 2 จากการสหพันธ์สมาคมสากล มีการบรรยาย และเสวนาแลกเปลี่ยนความรู้ ประสบการณ์ที่ได้รับเกียรติจากนักธุรกิจและนักวิชาชีพชั้นนำระดับประเทศที่ประสบความสำเร็จและมีชื่อเสียงจากทั่วโลกมาร่วมแลกเปลี่ยนความรู้และประสบการณ์ ทำให้เกิดองค์ความรู้โอกาสและมุมมองใหม่ๆ ให้แก่สตรีที่จะมีส่วนร่วมต่อการพัฒนาให้เกิดความก้าวหน้าของโลกยกระดับศักยภาพและสนับสนุนภาพลักษณ์ของสตรีในภาคธุรกิจไปสู่เวทีระดับสากล และเพื่อเป็นการเผยแพร่พระราชกรณียกิจของพระบรมวงศานุวงศ์ให้สอดคล้องกับเป้าหมายแห่งการพัฒนาที่ยั่งยืนให้ทั้งประชาชนและชาวต่างชาติได้รับทราบ เปิดโอกาสให้ชาวต่างชาติได้ไปท่องเที่ยวสัมผัสถึงศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณี อาหาร และประวัติศาสตร์ไทย อันเป็นจุดเด่นของประเทศไทย สนับสนุนผลิตภัณฑ์ทางธุรกิจของชาวบ้าน ทั้งในขนาดกลางและขนาดย่อม ส่งเสริมการสร้างเครือข่ายการทำธุรกิจให้แก่นักธุรกิจรุ่นใหม่ เช่น ในวันแรกของการประชุมมีการเสวนา หัวข้อ ผู้หญิงกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน และในวันที่สองของการประชุมมีการเสวนาในหัวข้อกลยุทธ์สิ่งแวดล้อมกับการพัฒนาธุรกิจ และในวันสุดท้าย มีการเสวนา หัวข้อ วินัยทางการเงินเพื่อความเสมอภาคระหว่างเพศ และลดความเหลื่อมล้ำทางรายได้ และมีการทำกิจกรรม Workshop ในหัวข้อต่างๆ ที่หลากหลายและน่าสนใจ ได้แก่ การสร้างความเข้าใจความหลากหลายทางธุรกิจในวัฒนธรรมที่แตกต่างกัน, โอกาสการสร้างเครือข่ายทางธุรกิจ, การแต่งกายแบบไทยประเพณี เป็นต้น

การจัดประชุมในครั้งนี้ ได้รับความร่วมมือและงบประมาณสนับสนุนทั้งจากหน่วยงานภาครัฐ เอกชน และสถาบันธุรกิจการเงิน-เศรษฐกิจ อาทิ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กระทรวงวัฒนธรรมกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กระทรวงแรงงาน และภาคธุรกิจอื่นๆ ได้แก่ บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) ธนาคารเกียรตินาคิน จำกัด (มหาชน) ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (SME Bank) บริษัท น้ำตาลและอ้อยตะวันออก จำกัด (มหาชน) บริษัท เอสแอนด์พี ซินดิเคท จำกัด (มหาชน) บริษัท มาร์ซัน จำกัด มหาวิทยาลัยศรีปทุม เป็นต้น

‘ศิลาวดี พูล สปา รีสอร์ท’สวรรค์แห่งการพักผ่อนของครอบครัว

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/378102

‘ศิลาวดี พูล สปา รีสอร์ท’สวรรค์แห่งการพักผ่อนของครอบครัว

‘ศิลาวดี พูล สปา รีสอร์ท’สวรรค์แห่งการพักผ่อนของครอบครัว

วันพุธ ที่ 21 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561, 06.00 น.

ปลายฝน ต้นหนาว อากาศดีๆ แบบนี้ ที่ “ศิลาวดี พูล สปา รีสอร์ท”ชวนคุณ และครอบครัวไปพักผ่อนเพื่อชาร์จพลังความสุข กับบรรยากาศที่เงียบสงบ และเป็นส่วนตัว กับรีสอร์ทหรูระดับ 5 ดาว บนเกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี  ที่ตั้งอยู่บนแหลมน่าน ระหว่างหาดเฉวง และหาดละไม ซึ่งอยู่ห่างจากสนามบิน เพียง 20 นาที สร้างขึ้นภายใต้คอนเซ็ปต์ “แบ็ก ทูเดอะ เนเจอร์” ที่โอบล้อมด้วยความร่มรื่นของต้นไม้ และท้องทะเล

“ศิลาวดี พูล สปา รีสอร์ท” มีห้องพักทั้งหมด 80 ห้อง โดยห้องพักแบบ ดีลักซ์  จะมีขนาด 50 ตารางเมตร จำนวน 36 ห้อง  แต่ถ้าใครชอบความเป็นส่วนตัว แนะนำ ห้องพักแบบ พูลวิลล่า มีทั้งหมด 44 ห้อง มีขนาดกว้างขวาง เริ่มต้นที่ 140–300 ตารางเมตร ส่วนห้องที่เป็นเอกลักษณ์ของที่นี่คือ โอเชี่ยน ฟรอนท์ พูลวิลล่า สวีท  มีขนาด 300 ตารางเมตร เป็นลักษณะห้องพักที่แบ่งเป็น 2 หลัง แยกระหว่างห้องนอน และห้องนั่งเล่น พร้อมกับห้องน้ำส่วนตัวของแต่ละส่วน ซึ่งมีเพียงแค่ 4 หลังเท่านั้น นอกเหนือจากนี้ ยังมีสระว่ายน้ำขนาดใหญ่ที่สร้างขึ้นท่ามกลางโขดหิน โดยมีเตียงนวดในน้ำ หันหน้าเข้าสู่ทะเล เชื่อมต่อพื้นผิวน้ำและทะเล ถัดจากสระว่ายน้ำจะเป็นทางเดินไปสู่หาดส่วนตัว ที่มีกิจกรรมไว้บริการสำหรับลูกค้าที่มาพักเท่านั้น ไม่ว่าจะเป็น มวยไทย พายเรือคายัคแพดเดิ้ลบอร์ด และดำน้ำตื้น

สำหรับห้องอาหารของที่นี่จะมีทั้งห้องอาหารไทย และห้องอาหารนานาชาติ อาทิ มูน (Moon) ที่เพลิดเพลินไปกับอาหารเช้าที่มีให้เลือกหลากหลายเมนู รวมไปถึงเมนูอาหารนานาชาติ,ซัน (Sun) ประกอบไปด้วย Sun Deck มีบริการทั้งอาหารนานาชาติ และอาหารเมดิเตอร์เรเนียน Sun Pool Bar บริการเครื่องดื่ม น้ำผลไม้ และค็อกเทล  Sun Lounge บริการโฮมเมดเบเกอรี ไอศกรีม กาแฟ และสตาร์ (Star) บริการเครื่องดื่มค็อกเทล และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ นอกจากนี้ยังเพิ่มความรู้สึกพิเศษด้วยบริการเสิร์ฟอาหารในวิลลาส่วนตัวอีกด้วย

 

 

ส่วนใครที่อยากผ่อนคลาย สามารถใช้บริการได้ที่ ศิลาวดี สปา โดยการนวดจะผสมผสานระหว่างการนวดไทยแผนโบราณและการนวดแบบประยุกต์ของทางตะวันออก ซึ่งได้คิดค้นการนวดที่เป็นเอกลักษณ์จากผู้มีประสบการณ์และความชำนาญทางด้านสปาโดยเฉพาะ  ซึ่งจะทำให้คุณรู้สึกผ่อนคลาย สดชื่นกระปรี้กระเปร่า จากความเหนื่อยล้า โดยก่อนที่จะนวดผ่อนคลายนั้น จะเริ่มที่การขัดตัวก่อน โดยใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนประกอบของสมุนไพรไทยที่มีให้เลือกทั้งหมด 4 ประเภท เพื่อให้ตรงตามความต้องการของลูกค้าและประเภทของผิว อาทิ ตะไคร้ เหมาะสำหรับทำความสะอาดผิวได้อย่างเรียบเนียนและอ่อนนุ่มอยู่เสมอ มะพร้าว อุดมไปด้วยวิตามินอี และมีคุณสมบัติป้องกันอนุมูลอิสระ ช่วยขจัดเซลล์ผิวเก่าพร้อมทั้งเสริมผิวใหม่ให้นุ่มชุ่มชื้น ดอกมะลิ ความหอมที่เป็นเอกลักษณ์ให้ความรู้สึกผ่อนคลายและมีส่วนผสมของเมล็ดเอพริคอท มะขาม และแตงกวา ช่วยให้ผิวกระจ่างใส สดชื่นขึ้นอย่างลงตัว และ ดอกกุหลาบ กระตุ้นความรู้สึกสัมผัสถึงเสน่ห์ของดอกกุหลาบ พร้อมทั้งวิตามินบำรุงผิวที่สกัดจากเมล็ดแครนเบอร์รี่ และจมูกข้าวสาลี ทำให้ผิวนุ่มนวลน่าสัมผัส

 

 

หลังจากนั้นก็จะเป็นการนวดตัว ที่มีให้เลือก 2 แบบ คือ ศิลาวดี เจอร์นีย์ เป็นการนวดของฮาวายอันไหลลื่นแบบของ Lomi Lomi ซึ่งจะช่วยผ่อนคลายความเมื่อยล้า และคลายความเครียด ตั้งแต่หัวจรดเท้า หลังจากนั้นการนวด Lomi Lomi จะถูกสานต่อด้วยการนวดศีรษะแบบโบราณด้วยน้ำมันอุ่น ซึ่งจะช่วยผ่อนคลายจากความอ่อนล้าหลังจากการเดินทาง และ ศิลา เวลเนส เป็นการใช้หินร้อนวางตามจุดพลังงานของร่างกาย ผสมผสานการนวดแก้อาการ โดยเป็นการนวดแบบสปอร์ต และการยืดตัว ซึ่งหินสีดำจากภูเขาไฟ นอกจากจะมีคุณสมบัติเก็บความร้อนได้ดีแล้ว ยังมีพลังงานในตัว ซึ่งช่วยผ่อนคลายกล้ามเนื้อจากการเหนื่อยล้าได้อย่างดีเยี่ยม

คอนเสิร์ตการกุศล‘เพื่อนรัก นักร้อง เพื่อน้องรัก’ รายได้มอบโรงเรียนเฉลิมพระเกียรติ ๔๘ พรรษาฯ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/377858

คอนเสิร์ตการกุศล‘เพื่อนรัก นักร้อง เพื่อน้องรัก’ รายได้มอบโรงเรียนเฉลิมพระเกียรติ ๔๘ พรรษาฯ

คอนเสิร์ตการกุศล‘เพื่อนรัก นักร้อง เพื่อน้องรัก’ รายได้มอบโรงเรียนเฉลิมพระเกียรติ ๔๘ พรรษาฯ

วันอังคาร ที่ 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561, 06.00 น.

เบคกี้-ริสา หงษ์หิรัญ (รมิดา รัสเซลล์ มณีเสถียร), สายสม วงศาสุลักษณ์, เจี๊ยบ-นนทิยา จิวบางป่า

สองสาวเพื่อนซี้ เบคกี้ รัสเซลล์ (ริสา หงษ์หิรัญ) อดีตรองมิสไทยแลนด์เวิลด์ และเจี๊ยบ-นนทิยา จิวบางป่า นักร้องชื่อดัง แถลงข่าวการจัดงานคอนเสิร์ตการกุศล “เพื่อนรัก นักร้อง เพื่อน้องรัก” โดยมีสายสม วงศาสุลักษณ์ ประธานคณะกรรมการอำนวยการ โรงเรียนเฉลิมพระเกียรติ ๔๘ พรรษาในพระราชูปถัมภ์ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯสยามบรมราชกุมารี จ.ลำพูน และหนึ่ง-จักรวาล เสาธงยุติธรรม โปรดิวเซอร์และผู้ควบคุมวง มาร่วมแถลงด้วย ณ Pacific city club ชั้น 29อาคาร ทู แปซิฟิค เพลส ถนนสุขุมวิท กรุงเทพฯ เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา

เบคกี้ รัสเซลล์ (ริสา หงษ์หิรัญ) เผยถึงจัดงานในครั้งนี้ว่า “ความที่ตนเองชอบร้องเพลงมาตั้งแต่เด็กๆ และครูคนแรกที่สอนให้ตนสามารถร้องเพลงได้ถูกจังหวะและถูกต้องตามโน้ต จนถึงทุกวันนี้ คือ คุณเจี๊ยบ-นนทิยา จิวบางป่า จากวันนั้น ทำให้เรากลายมาเป็นเพื่อนสนิทวันนี้เราสองคนเติบโตมากขึ้นทั้งหน้าที่การงาน และความรับผิดชอบเราก็เลยอยากทำอะไรร่วมกัน เพื่อเป็นการสร้างคุณประโยชน์ต่อสังคมคิดกันอยู่นานจนมาตกผลึกตรงที่เราอยากจะหารายได้สมทบทุนช่วยเหลือเด็กกำพร้าและด้อยโอกาสของโรงเรียนเฉลิมพระเกียรติ ๔๘ พรรษาในพระราชูปถัมภ์ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี จ.ลำพูน โดยคอนเสิร์ตจะจัดขึ้น ในวันอาทิตย์ที่ 9 ธันวาคม 2561 เพียงรอบเดียว เวลา 19.00 น. และจำกัดที่นั่งเข้าชมคอนเสิร์ตเพียง 300 ที่นั่งเท่านั้น ณ อาคาร Bangkok Tower ถนนเพชรบุรีตัดใหม่”

หนึ่ง-จักรวาล เสาธงยุติธรรม

ด้าน เจี๊ยบ-นนทิยา จิวบางป่า นักร้องแชมป์ Thailand Singing Contest 2531 นักร้องพระพิฆเนศทอง พระราชทานปี 2540 กล่าวเสริมว่า “สำหรับคอนเสิร์ตการกุศลในครั้งนี้ ไม่ได้มีเพียงแค่เราสองคนเท่านั้น ที่ต้องการสร้างบุญกุศลให้กับเด็กกำพร้าและเด็กด้อยโอกาส ยังมีผองเพื่อนรักนักร้องของพวกเรามาร่วมแจมคอนเสิร์ตดังกล่าว เพื่อให้งานคอนเสิร์ตในครั้งนี้มีความยิ่งใหญ่มากกว่าที่จะมีแค่เราสองคน ด้วยบทเพลงเพราะๆ ที่คุ้นหูของเหล่าบรรดา ดารานักร้องและนักแสดง อาทิ อาจารย์ยิ่งศักดิ์ จงเลิศเจษฎาวงศ์, ต้อม-ไกรวิทย์ พุ่มสุโข, ฟอร์ด-สบชัย ไกรยูรเสน, บุ๋ม-ปนัดดา วงศ์ผู้ดี, กัน-ณภัทร อินทร์ใจเอื้อ, ต้น-ธนษิต จตุรภุช ฯลฯ และเรายังได้รับเกียรติจาก หนึ่ง-จักรวาล เสาธงยุติธรรม รับเป็นโปรดิวเซอร์ และผู้ควบคุมวง”

ต้อม-ไกรวิทย์ พุ่มสุโข 

ส่วน สายสม วงศาสุลักษณ์ ประธานคณะกรรมการอำนวยการโรงเรียนเฉลิมพระเกียรติ ๔๘ พรรษาในพระราชูปถัมภ์ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี จ.ลำพูน กล่าวว่า “โรงเรียนถูกจัดสร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ.2545 โดยมูลนิธิร่วมน้ำใจต้านภัยเอดส์ เพื่อเป็นโรงเรียนประจำกินนอน โดยผู้ที่เข้าเรียนไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายใดๆทั้งสิ้น และได้รับพระมหากรุณาธิคุณจาก สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี พระราชทานนามว่าโรงเรียนเฉลิมพระเกียรติ ๔๘ พรรษา และพระราชทานพระมหากรุณาธิคุณ โปรดเกล้าฯ เป็นโรงเรียนในพระราชูปถัมภ์ฯ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้การศึกษาแก่เด็กหญิงกำพร้าที่บิดามารดาเสียชีวิตจากโรคเอดส์ และเด็กที่ถูกทอดทิ้งขาดผู้อุปการะเลี้ยงดู ตลอดจนเด็กด้อยโอกาสจากทั่วประเทศให้ได้เรียนต่อในระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1-6 มีนักเรียนในอุปการะกว่า 400 คน ปัจจุบันมีเด็กนักเรียนจบจากโรงเรียนไปแล้ว 11 รุ่น ได้ไปศึกษาต่อระดับมหาวิทยาลัย และจบกลับมาเป็นครูบุคลากรของโรงเรียนหลายคน
มีหลายคนได้เกียรตินิยมอีกด้วย ซึ่งในทุกๆ ปีเด็กนักเรียนที่เรียนจบชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 สามารถสอบเข้าเรียนต่อมหาวิทยาลัยได้เกือบร้อยเปอร์เซ็นต์ แต่ไม่สามารถเรียนต่อได้ เนื่องจากขาดแคลนทุนการศึกษาต่อเพราะรายได้ทั้งหมดของโรงเรียนนั้นล้วนได้มาจากเงินบริจาคทั้งสิ้น การจัดคอนเสิร์ตการกุศลในครั้งนี้ เท่ากับต่อชีวิตให้กับเด็กกำพร้าและเด็กด้อยโอกาสเหล่านี้ ได้มีการศึกษาและชีวิตที่ดีขึ้นอย่างแน่นอน”

ฟอร์ด-สบชัย ไกรยูรเสน

คอนเสิร์ตการกุศล ครั้งนี้จะจัดแสดงเพียงรอบเดียวเท่านั้น เวลา 19.00 น.เป็นต้นไป ในวันอาทิตย์ที่ 9 ธันวาคม 2561 ณ อาคาร Bangkok Tower ถนนเพชรบุรีตัดใหม่ กรุงเทพฯ บัตรราคา 1,000 บาท2,000 บาท และ 4,000 บาท ซื้อบัตรได้ที่ คุณเจมส์ โทร.063-1671581หรือสามารถบริจาคเงินโดยตรงให้กับโรงเรียน ได้ที่บัญชี โรงเรียนเฉลิมพระเกียรติ ๔๘ พรรษา เลขที่ 105-4-71544-4 ธนาคารกรุงเทพ

เถ้าแก่น้อยบริจาคเงินสนับสนุนวิจัย รักษาโรคมะเร็ง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/377812

เถ้าแก่น้อยบริจาคเงินสนับสนุนวิจัย รักษาโรคมะเร็ง

เถ้าแก่น้อยบริจาคเงินสนับสนุนวิจัย รักษาโรคมะเร็ง

วันอังคาร ที่ 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561, 06.00 น.

นักธุรกิจหนุ่มรุ่นใหม่ อิทธิพัทธ์ พีระเดชาพันธ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เถ้าแก่น้อย ฟู๊ดแอนด์มาร์เก็ตติ้ง จำกัด (มหาชน) เล็งเห็นถึงความสำคัญในงานวิจัยที่เห็นถึงความสำคัญของการรักษาโรคมะเร็ง และลดความเสี่ยงโรคมะเร็ง จึงร่วมสมทบทุนบริจาคเงินส่วนตัว จำนวน 5,000,000 บาท (ห้าล้านบาทถ้วน)ให้กับศูนย์ความเป็นเลิศด้านภูมิคุ้มกันบำบัดมะเร็ง คณะแพทยศาสตร์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โดยมี อาจารย์นายแพทย์ไตรรักษ์ พิสิษฐ์กุลหัวหน้าศูนย์ชีววิทยาเชิงระบบ คณะเเพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เป็นตัวแทนรับมอบเงินบริจาคนี้ เพื่อใช้เป็นทุนสำหรับงานวิจัยทางการแพทย์ต่อไป

นายอิทธิพัทธ์ พีระเดชาพันธ์ เผยว่า เพราะเชื่อเสมอมาว่าการวิจัยและพัฒนามีส่วนช่วยให้โลกหมุนพัฒนาและทำให้ผู้คนมีความสุขขึ้น และได้เล็งเห็นโครงงานพัฒนาดีๆ มากมาย หนึ่งในโครงการสำคัญนั้น คือการพัฒนารักษาโรคมะเร็ง ที่นับวันมันยิ่งทวีความรุนแรงขึ้น โดยเฉพาะค่ารักษาพยาบาลที่มากถึง 8 ล้านบาทต่อเคสที่ร้ายแรง อีกทั้ง โอกาสที่คนทั่วไปนี้จะเข้าถึงยารักษาที่มีค่าจ่ายสูงเป็นสิ่งที่ยากมาก

“ต้องขอบคุณ คณะแพทยศาสตร์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย อาจารย์นายแพทย์ไตรรักษ์ พิสิษฐ์กุล ที่ริเริ่มโครงการพัฒนายารักษามะเร็งในราคาที่ทุกคนสามารถเข้าถึงได้ เป็นความคิดที่ทรงพลัง ถ้าสำเร็จจะช่วยผู้ป่วยเป็นล้านคนในอนาคต แม้ตอนนี้อาจอยู่ในช่วงเริ่มต้น สเตทแรก จากทั้งหมด 5 สเตท ผมและเถ้าแก่น้อยก็ขอเป็นกำลังใจให้กับงานวิจัยในครั้งนี้ หากการพัฒนาไปถึงสเตทที่ 2 ในลำดับถัดไป ผมก็อาจจะบริจาคเพิ่มสมทบทุนอีกในจำนวน 10 ล้านบาท นอกจากนี้ ผมอยากขอเชิญชวนทุกคนที่สนใจ มาร่วมสมทบทุนสนับสนุนการวิจัยในครั้งนี้ ได้ที่ บัญชีเลขที่408-004443-4 (ออมทรัพย์) 045-304669-7 (กระแสรายวัน)ชื่อบัญชี “คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (เงินบริจาคเพื่อการวิจัย) ธนาคารไทยพาณิชย์ สภากาชาดไทย หรือรายละเอียดเพิ่มเติมคลิกที่ http:/canceriec.md.chula.ac.th”

นิทรรศการระดับโลก Lacoste ครบรอบ 85 ปี

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/377855

นิทรรศการระดับโลก Lacoste ครบรอบ 85 ปี

นิทรรศการระดับโลก Lacoste ครบรอบ 85 ปี

วันอังคาร ที่ 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561, 06.00 น.

ชีทาล เดวาน, มาดามอิซาแบล การาชง, เจสซี่ บาเร็ตตา, มร.ฌัก ลาปูฌ เอกอัครราชทูตฝรั่งเศสประจำประเทศไทย, บุญเกียรติ โชควัฒนา, บุญชัย โชควัฒนา, มร.อเล็กซานโดร โทมิโอ

ในโอกาสครบรอบ 85 ปี แบรนด์ Lacoste (ลาคอสท์) แบรนด์ไลฟ์สไตล์ชั้นสูงจากประเทศฝรั่งเศส บริษัท ไอ.ซี.ซี. อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) ผู้แทนจำหน่ายผลิตภัณฑ์ ลาคอสท์ (LACOSTE) ประเทศไทย โดย บุญเกียรติ โชควัฒนา ประธานกรรมการบริหารและกรรมการผู้อำนวยการ บริษัท ไอ.ซี.ซี.อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) เปิดงานนิทรรศการฉลองครบรอบ 85 ปีของแบรนด์ ลาคอสท์ ภายใต้ชื่อ “Lacoste Exhibition Roadshow” ที่บริเวณ Emporium Gallery ศูนย์การค้าเอ็มโพเรียม

แบรนด์ระดับตำนานอย่าง Lacoste ก่อตั้งมาตั้งแต่ปี1933 โดย มิสเตอร์เรอเน่ลาคอสท์ (Mr. René Lacoste) แชมป์เทนนิสชาวฝรั่งเศสที่ได้ฉายาในสนามว่า “จระเข้” มิสเตอร์เรอเน่ได้นำฉายาของตนมาสร้างเป็น โลโก้แบรนด์นับว่าเป็นจุดกำเนิดเสื้อโปโลในสมัยนั้นที่มีความแปลกใหม่ โดยมีการนำเสื้อโปโลแขนยาวมาดีไซน์ใหม่ให้เป็นแขนสั้น จากนั้นได้มีการพัฒนาด้านการดีไซน์ให้เข้ากับแฟชั่นในแต่ละยุคเช่น ยุค 60 ชุดผู้หญิงเป็นสไตล์ของสปอร์ตโมเดิร์น, ยุค 70 เสื้อผ้ายุคนี้เน้นการเข้ารูปทรง และ ยุค 80 เป็นยุคที่เริ่มมีการปริ้นท์ลายลงบนเสื้อเพิ่มสีสันให้กับการดีไซน์ แน่นอนว่าชุดในแต่ละยุคแต่ละสมัยนั้นจะจัดแสดงภายในงานนี้พร้อมกับแร็กเก็ต (Racket) และถ้วยรางวัลจากทัวร์นาเมนต์ต่างๆ ของมิสเตอร์เรอเน่ ตั้งแต่หลายสิบปีก่อนก็มีให้ชมในงานนี้ด้วยเช่นกัน

กิตยาภรณ์-วิริทธิ์พล ชัยถาวรเสถียร

และครั้งนี้ Lacoste ถึงวาระครบรอบ 85 ปี “Lacoste Exhibition Roadshow” ด้วยการออกแบบที่ทันสมัยบนโลโก้ตัวอักษรเลข 8 และ 5 สีขาว-น้ำเงิน ที่ทำขึ้นเพื่องานครั้งนี้โดยเฉพาะ ได้รับแรงบันดาลใจจากสีของประเทศฝรั่งเศส นอกจากนี้ยังนับว่าเป็นการแสดงความรำลึกถึงผู้จุดกำเนิดและเป็นตำนาน 85 ปีของแบรนด์ถ่ายทอดผ่าน คอลเลคชั่นพิเศษ 85th anniversary capsule collection ที่สื่อถึงการพัฒนาด้านแฟชั่นของลาคอสท์อย่างต่อเนื่องในปัจจุบันและส่งต่อไปในอนาคต อย่าง LACOSTE Paris Polo ด้วยนวัตกรรมที่มีความร่วมสมัยและมีความสง่างามแบบชาวฝรั่งเศส ในลุคที่ร่วมสมัยมากขึ้น และวิวัฒนาการของเสื้อโปโลรุ่น L.12.12 อันโด่งดังตลอด8 ทศวรรษที่ผ่านมา

ภายในนิทรรศการมีการแบ่งออกเป็นหลายโซน อาทิ โซนจัดแสดงแฟชั่นโชว์ชุดคอลเลคชั่นพิเศษครบรอบ 85 ปีและ Fall Winter 2018 คอลเลคชั่น ร่วมด้วย โซนถ่ายภาพเพื่อเก็บภาพความทรงจำสุดพิเศษระหว่างคุณกับ Lacoste ได้ครบทุกมุมมอง อีกทั้งมีกิจกรรมให้เหล่าแฟนคลับได้ร่วมสนุกตอบคำถามลุ้นรับของรางวัลสุดพิเศษจากทาง Lacoste

บุญเกียรติ โชควัฒนา ประธานกรรมการบริหารและกรรมการผู้อำนวยการ บริษัท ไอ.ซี.ซี.อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “แบรนด์ Lacoste มีความเป็นมินิมอล ซึ่งแสดงถึงความเรียบง่ายและแปลกใหม่ สะท้อนผ่านคอลเลคชั่นต่างๆ ในดีไซน์ร่วมสมัย ครั้งนี้ถือเป็นการเฉลิมฉลองวันครบรอบ 85 ปีของแบรนด์ Lacosteนำเสนอคอลเลคชั่นพิเศษ โดยมีคอนเซ็ปต์หลักคือ 85th anniversary จึงนำเสนอประวัติความเป็นมาของลาคอสท์โดยเริ่มตั้งแต่การก่อตั้งไปจนถึงเส้นทางแห่งความสำเร็จในฐานะแบรนด์สำหรับสุภาพบุรุษและสตรีทั่วโลกผ่านนิทรรศการให้ทุกท่านได้ดื่มด่ำกับมรดกอันล้ำค่าของลาคอสท์ผู้เข้าร่วมงานจะได้สัมผัสประสบการณ์และกิจกรรมเวิร์กช็อปที่ทางแบรนด์ตั้งใจจัดทำขึ้นเพื่อลูกค้าคนสำคัญ ผมหวังว่าให้Lacoste เป็นอีกหนึ่งแบรนด์ที่ครองใจชาวไทยตลอดไป”

มร.ฌัก ลาปูฌ เอกอัครราชทูตฝรั่งเศสประจำประเทศไทย กล่าวว่า“ลาคอสท์เป็นหนึ่งแบรนด์แฟชั่นที่ผู้คนทั่วโลกกล่าวถึงในฐานะแบรนด์แห่งความเรียบง่ายและวิวัฒนาการงานนี้ถือเป็นการร่วมรำลึกถึงความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นมานานนับหลายทศวรรษระหว่างประเทศฝรั่งเศสและประเทศไทย ผมหวังเป็นอย่างยิ่งว่ามิตรภาพไทย-ฝรั่งเศสจะเจริญเติบโตอย่างแข็งแกร่งต่อไป”