สมาคมสตรีภาคพื้นแปซิฟิคและเอเซียอาคเนย์แห่งประเทศไทยฯ สังสรรค์กระชับมิตร

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/377832

สมาคมสตรีภาคพื้นแปซิฟิคและเอเซียอาคเนย์แห่งประเทศไทยฯ สังสรรค์กระชับมิตร

สมาคมสตรีภาคพื้นแปซิฟิคและเอเซียอาคเนย์แห่งประเทศไทยฯ สังสรรค์กระชับมิตร

วันอังคาร ที่ 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561, 06.00 น.

ชวาลี โอสถานุเคราะห์ นายก สปอท.ประธานจัดงาน, ปัญญ์ชลี เพ็ญชาติประธานกิจกรรม, ปภัชญาสิริวัฒนภักดี แม่งานจัดงานฯ พร้อมคณะกรรมการสมาคมฯอาทิ ลานทิพย์ ทวาทศิน, อุษณีย์มหากิจศิริ ลีโอณีโอ, พวงทองสัจจาภินันท์, ณินทิรา ประจวบเหมาะ

สมาคมสตรีภาคพื้นแปซิฟิคและเอเซียอาคเนย์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชินูปถัมภ์ (สปอท.) จัดงานเลี้ยงแนะนำคณะกรรมการสมาคม วาระปีบริหาร 2561-2563 โดย ชวาลี โอสถานุเคราะห์ นายกสมาคมสตรีภาคพื้นแปซิฟิคและเอเซียอาคเนย์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชินูปถัมภ์ เป็นประธานจัดงาน พร้อมด้วย ปัญญ์ชลี เพ็ญชาติ ประธานกิจกรรม จัดงานเลี้ยงแนะนำคณะกรรมการสมาคมฯ วาระปีบริหาร 2561-2563 “Getting-to-know-us & Mini Corncert” และรายงานโครงการใหม่ๆ ของสมาคมและเพื่อกระชับมิตรไมตรีระหว่างสมาชิกและเพื่อนๆ ต่างสมาคมที่มาร่วมงาน อาทิ ท่านผู้หญิงสุมาลี จาติกวนิช ท่านผู้หญิงธิดา เศวตศิลา, ท่านผู้หญิงวิวรรณ วรวรรณ เศรษฐบุตร, คุณหญิงวิจันทรา บุนนาค, สุชาดา สุทธิสารรณกร, ประจิตรา เธียรประประสิทธิ์ และ ม.ล.รดีเทพ เทวกุล ณ ห้องบอลรูม โรงแรมอนันตราสยาม

งานนี้มี ปภัชญา สิริวัฒนภักดี ภรรยาคนสวยของ ฐาปน สิริวัฒนภักดี แห่งอาณาจักรไทยเบฟ เป็นแม่งานใหญ่คอยช่วยดูแลงานด้านประชาสัมพันธ์ของสมาคม และดำรงตำแหน่ง ประธานฝ่ายประชาสัมพันธ์ ในวาระบริหารปัจจุบันนี้อีกด้วย เรียกว่าเป็นการนัดรวมพลคนสังคมเพื่อสังคมตัวจริง ท่ามกลางบรรยากาศภายในงานอบอวลไปด้วยรอยยิ้มแห่งมิตรไมตรีที่ทุกคนเพลิดเพลินไปกับเสียงเพลงสบายๆ และการโชว์ชุดเด็ดๆ ของแต่ละคนที่เตรียมกันมาร่วมสร้างสีสันในงานนี้โดยเฉพาะ

ชวาลี โอสถานุเคราะห์ นายก สปอท.ถ่ายภาพกับคณะกรรมการสมาคมฯ

ปัจจุบันนี้สมาคมฯ ได้จัดงานหาทุนเพื่อใช้ในโครงการเพื่อสาธารณประโยชน์ของสมาคมฯ อย่างมากมาย อาทิ ฝ่ายพัฒนาเด็กเล็ก ร่วมบำเพ็ญประโยชน์ถวายพระราชกุศลแด่ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษาโดยจัดเลี้ยงอาหารและมอบถุงของขวัญแก่เด็กๆ ที่สถานสงเคราะห์เด็ก เป็นต้น ฝ่ายพัฒนาเยาวชนร่วมกับมูลนิธิอนุเคราะห์คนพิการฯ จัดอบรมเยาวชนเรื่องเพศศึกษา ให้กับนักเรียนชั้น ป.5- ม.3 และคุณครู โรงเรียนศรีสังวาลย์ จำนวน 105 คนโดยได้รับความร่วมมือด้านวิทยากรจากมูลนิธิแพธทูเฮลท์ และร่วมกับมหาวิทยาลัยหัวเฉียวฯและไว ดับยู ซี เอ ประเทศไทย จัดทำโครงการ “พลังสู่การเปลี่ยนแปลง” โดยคัดเลือกเยาวชนเข้าอบรม เพื่อเสริมสร้างภาวะผู้นำของเยาวสตรีให้ความรู้ด้านสิทธิมนุษยชน สิทธิสตรี ความเท่าเทียมทางเพศและสุขภาวะวัยเจริญพันธุ์ และโครงการอบรมแกนนำเยาวชน เรื่อง Love must know เพื่อป้องกันปัญหาด้านเพศสัมพันธ์ในวัยเรียน เป็นต้น ฝ่ายพัฒนาสตรี ร่วมกับสมาคมสตรีไทยคาทอลิก และสถาบันเพื่อความยุติธรรมแห่งประเทศไทย (TIJ เป็นองค์กรมหาชน) เพื่อ“คืนคนดีสู่สังคม” ในโครงการ SME เปลี่ยนชีวิตโดยมีกลุ่มเป้าหมายที่ผู้ต้องขังหญิงในเรือนจำจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เพื่อพัฒนาคุณค่าชีวิตฝึกทักษะการเรียนรู้และการประกอบอาชีพ พร้อมกับให้ความรู้เกี่ยวกับสิทธิสตรีความเสมอภาคทางเพศ และกฎหมายพื้นฐานที่สตรีควรรู้ ฝ่ายพัฒนาชนบท นำคณะกรรมการและสมาชิก เยี่ยมนักเรียนที่ยากไร้ที่โรงเรียนในชนบท พร้อมกับเลี้ยงอาหารอุปกรณ์การเรียน และมอบทุนการศึกษาให้กับนักเรียน และจัดทำโครงการฝึกอบรมหลักสูตรการพัฒนาและส่งเสริมอาชีพให้กับกลุ่มผู้นำสตรีในชนบทเพื่อนำไปขยายผลต่อไป ฝ่ายพัฒนาและอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ร่วมกับคณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยหัวเฉียวฯ องค์การบริหารส่วนตำบลศีรษะจรเข้น้อย ตำบลศีรษะจรเข้น้อย อำเภอบางเสาธง จังหวัดสมุทรปราการ จัดตั้ง “ธนาคารขยะออมทรัพย์” เพื่อเสริมสร้างให้ชุมชนให้มีส่วนร่วมจัดการขยะ ช่วยแก้ไขปัญหาขยะล้นเมืองและสร้างมูลค่าเพิ่มขยะรีไซเคิล ซึ่งนำมาสร้างเป็นกองทุนด้านสิ่งแวดล้อมในอนาคต

ท่านผู้หญิงวิวรรณ วรวรรณ เศรษฐบุตร

โดยธนาคารขยะออมทรัพย์จะเปิดรับฝากขยะทุกวันที่ 28 ของทุกเดือนที่ศาลาวัดหัวคู้และพื้นที่ส่วนกลางของชุมชน และขยายกลุ่มเป้าหมายไปที่นักเรียนในโรงเรียนวัดหัวคู้ ในโครงการ “Power of Change คัดแยกขยะ สร้างเงินออม” เพื่อส่งเสริมการสร้างวินัย คัดแยกขยะไปสู่การออม และนำไปสู่การสร้างการมีส่วนร่วมได้อย่างยั่งยืน และวินัยเล็กๆ จากการคัดแยกขยะก็สามารถสร้างความสำเร็จทุกอย่างได้ โครงการสันติภาพ เพื่อปลูกฝังให้เยาวชนเข้าใจในการสร้างมิตรไมตรีต่อกัน การให้เกียรติต่อทุกคน ต่อผู้ลี้ภัยและผู้อพยพ เพื่อให้ทุกคนตระหนักถึงความสำคัญและงดใช้ความรุนแรง หยุดทำสงคราม และร่วมมือกันสร้างสันติภาพให้เกิดขึ้นทั่วโลก ในปีที่ผ่านมาได้จัดกิจกรรมกับนักเรียนในโรงเรียนทั้ง 4 ภาคของประเทศไทย ได้แก่ โรงเรียนดอนชัยวิทยาคม และโรงเรียนสหศาสตร์ศึกษา จ.เชียงราย, โรงเรียนดรุณศึกษา จ.นครศรีธรรมราช, โรงเรียนพระกุมารเยซู จ.สิงห์บุรี, โรงเรียนประชาสงเคราะห์ จ.ชลบุรี, โรงเรียนเซนต์เมรี่ จ.อุดรธานี และโรงเรียนดรุณา จ.ราชบุรี รวมนักเรียนที่เข้าร่วมกิจกรรมทั้งสิ้นจำนวน 1,836 คน กิจกรรมประกอบไปด้วย บรรยายถาม-ตอบ และกิจกรรมพับนก เป็นต้น ซึ่งประสบผลสำเร็จอย่างดีเยี่ยม และในปีนี้ได้พัฒนาเป็นกิจกรรมในรูปแบบการจัดประกวด Talent Show เป็นการเปิดเวทีให้กับเด็กๆ ทุกคนที่มีความคิดสร้างสรรค์ได้มาแสดงความสามารถ เพื่อชิงทุนการศึกษาภายใต้โจทย์ “สันติภาพในรูปแบบของคุณคืออะไร” ในโรงเรียนทั้ง 4 ภาคของประเทศไทยภาคละ 1-2 โรงเรียน ฝ่ายวิเทศสัมพันธ์ จัดงานสังสรรค์และแนะนำศิลปวัฒนธรรมอันงดงามของไทยให้แก่คณะเอกอัครราชทูตสตรีและคณะภริยาเอกอัครราชทูตที่ปรึกษากิตติมศักดิ์เป็นประจำทุกปี ตลอดจนการให้ความช่วยเหลือเมื่อประเทศชาติประสบภัยพิบัติ ได้แก่ สึนามิ น้ำท่วม และเหตุการณ์ภาคใต้ เป็นต้น

คุณหญิงวิจันทรา บุนนาค

คุณหญิงวิจันทรา บุนนาค

ประชา เธียรประประสิทธิ์ นักร้องกิตติมศักดิ์

ประชา เธียรประประสิทธิ์ นักร้องกิตติมศักดิ์

บุณยภา ตั้งคารวคุณ, พรนภา จันศิริ, ปภัชญา สิริวัฒนภักดี และ ม.ล รดีเทพ เทวกุล

บุณยภา ตั้งคารวคุณ, พรนภา จันศิริ, ปภัชญา สิริวัฒนภักดี และ ม.ล รดีเทพ เทวกุล

ปัญญชนิตย์ เธียรประสิทธิ์, ผ่องศรี วรอุไร, โสภณา วงศ์โฆษวรรณ, สุภาพรรณ ผลากรกุล, อัมราวัลย์ พันธ์พินิจ, ชัญญ์ญาณ์ พลอยรัตน์, เบญจา พันธ์ุสถิตย์ และ ปัญญริสา เธียรประสิทธิ์

ปัญญชนิตย์ เธียรประสิทธิ์, ผ่องศรี วรอุไร, โสภณา วงศ์โฆษวรรณ, สุภาพรรณ ผลากรกุล, อัมราวัลย์ พันธ์พินิจ, ชัญญ์ญาณ์ พลอยรัตน์, เบญจา พันธ์ุสถิตย์ และ ปัญญริสา เธียรประสิทธิ์

ปภัชญา สิริวัฒนภักดี กับคุณแม่ ประจิตรา เธียรประประสิทธิ์

ปภัชญา สิริวัฒนภักดี กับคุณแม่ ประจิตรา เธียรประประสิทธิ์

ปภัชญา สิริวัฒนภักดี กับคุณแม่ประจิตรา เธียรประประสิทธิ์ มอบดอกไม้ให้คุณพ่อประชา เธียรประสิทธิ์

ปภัชญา สิริวัฒนภักดี กับคุณแม่ประจิตรา เธียรประประสิทธิ์ มอบดอกไม้ให้คุณพ่อประชา เธียรประสิทธิ์

รติพันธ์ พันธ์พินิจ, ชวาลี โอสถานุเคราะห์, ท่านผู้หญิงวิวรรณ วรวรรณ เศรษฐบุตร ถ่ายภาพที่ระลึกกับคณะนักร้อง

รติพันธ์ พันธ์พินิจ, ชวาลี โอสถานุเคราะห์, ท่านผู้หญิงวิวรรณ วรวรรณ เศรษฐบุตร ถ่ายภาพที่ระลึกกับคณะนักร้อง

ปภัชญา สิริวัฒนภักดี, ประจิตรา เธียรประประสิทธิ์, คุณหญิงแสงเดือน ณ นคร, สุวิมล มหากิจศิริและ เนาวรัชต์ ธรรมสโรช

ปภัชญา สิริวัฒนภักดี, ประจิตรา เธียรประประสิทธิ์, คุณหญิงแสงเดือน ณ นคร, สุวิมล มหากิจศิริและ เนาวรัชต์ ธรรมสโรช

 คุณหญิงแสงเดือน ณ นคร, พล.ต.หญิง คุณหญิงอัสนีย์ เสาวภาพ, ท่านผู้หญิงสุมาลี จาติกวนิช และสมาชิกร่วมถ่ายภาพ

คุณหญิงแสงเดือน ณ นคร, พล.ต.หญิง คุณหญิงอัสนีย์ เสาวภาพ, ท่านผู้หญิงสุมาลี จาติกวนิช และสมาชิกร่วมถ่ายภาพ

ทำบุญเปิดอาคาร ‘ลาดพร้าว ฮิลส์’ พื้นที่สำนักงานให้เช่า ติดรถไฟฟ้าพหลโยธิน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/377834

ทำบุญเปิดอาคาร ‘ลาดพร้าว ฮิลส์’ พื้นที่สำนักงานให้เช่า ติดรถไฟฟ้าพหลโยธิน

ทำบุญเปิดอาคาร ‘ลาดพร้าว ฮิลส์’ พื้นที่สำนักงานให้เช่า ติดรถไฟฟ้าพหลโยธิน

วันอังคาร ที่ 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561, 06.00 น.

พิธีทำบุญเปิดอาคาร “อาคารลาดพร้าว ฮิลส์” เพื่อความเป็นสิริมงคล

ฤกษ์งามยามดีเปิดอาคาร “ลาดพร้าวฮิลส์” Ladprao Hills มีคณะผู้บริหาร ดร.ธวัช ถาวรธวัช ประธานบริษัท ซี.ที.แลนด์และบริษัทในเครือ พร้อมด้วย อภิญญาถาวรธวัช และวุฒิพล ถาวรธวัช กรรมการผู้จัดการ กลุ่มโรงแรมเออร์เบิน ฮอสพิทาลิตี้ร่วมทำบุญเปิดอาคารเพื่อความเป็นสิริมงคลในช่วงเช้าของวันพุธที่ 7 พฤศจิกายน ที่ผ่านมาณ อาคารลาดพร้าว ฮิลส์ ถนนลาดพร้าว ซอย 4 ในงานมีแขกผู้มีเกียรติ และเพื่อนๆของคุณแม่ อภิญญา ถาวรธวัช อาทิ ผาณิต พูนศิริวงศ์ และเพื่อน มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ห้อง A 7 เข้าร่วมแสดงความยินดีพร้อมมอบดอกไม้ให้กับผู้บริหารอย่างอบอุ่น

อาคารลาดพร้าว ฮิลส์ เป็นตึกสำนักงานให้เช่าตั้งอยู่บนถนนลาดพร้าวเป็นตึกที่มีการปรับปรุงใหม่ เป็นอาคารสูง 16 ชั้นพื้นที่รวม 27,000 ตารางเมตร ภายในโครงการประกอบไปด้วยอาคารสำนักงานให้เช่าพื้นที่ 6,000 ตารางเมตร พื้นที่ร้านค้า500 ตารางเมตร ที่เหลือจะเป็นในส่วนของโรงแรม จุดเด่นของอาคารลาดพร้าว ฮิลส์ อยู่ที่ทำเลที่ตั้งที่ด้านหน้าอาคารเป็นรถไฟฟ้า MRT สถานีพหลโยธิน ฝั่งตรงข้ามเป็นห้างสรรพสินค้ายูเนี่ยนมอลล์ และไม่ไกลกันก็เป็นห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัล ลาดพร้าว นับว่าเป็นตึกสำนักงานที่ใกล้สิ่งอำนวยความสะดวก นอกจากนี้ในด้านการเดินทางอาคารลาดพร้าว ฮิลส์ นับได้ว่าอยู่ในทำเลที่ดีเยี่ยม สามารถเดินทางได้ทั้งถนนพหลโยธิน ถนนวิภาวดีรังสิต ถนนลาดพร้าว และยังไม่ไกลจากถนนรัชดาภิเษกอีกด้วยโดยในส่วนของโรงแรมเดอะควอเตอร์ ลาดพร้าว เปิดให้บริการแล้ว ส่วนร้านค้ายังไม่เสร็จสมบูรณ์ สามารถติดต่อจองพื้นที่ได้ที่ 02-05629999

 ดร.ธวัช ถาวรธวัช ประธานบริษัท ซี.ที.แลนด์ และบริษัทในเครือ พร้อมภรรยา อภิญญา ถาวรธวัช และแขกผู้มีเกียรติร่วมในพิธีทำบุญ

ดร.ธวัช ถาวรธวัช ประธานบริษัท ซี.ที.แลนด์ และบริษัทในเครือ พร้อมภรรยา อภิญญา ถาวรธวัช และแขกผู้มีเกียรติร่วมในพิธีทำบุญ

 อภิญญา ถาวรธวัช ต้อนรับ ผาณิต พูนศิริวงศ์ และ เพชรรัตน์ เอกแสงกุล

อภิญญา ถาวรธวัช ต้อนรับ ผาณิต พูนศิริวงศ์ และ เพชรรัตน์ เอกแสงกุล

เพื่อนๆ ของคุณแม่ อภิญญา ถาวรธวัช อาทิ ผาณิต พูนศิริวงศ์ และเพื่อน มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ห้อง A 7 เข้าร่วมแสดงความยินดี

เพื่อนๆ ของคุณแม่ อภิญญา ถาวรธวัช อาทิ ผาณิต พูนศิริวงศ์ และเพื่อน มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ห้อง A 7 เข้าร่วมแสดงความยินดี

บรรยากาศอบอุ่นไปด้วยเพื่อนๆ ร่วมแสดงความยินดี

บรรยากาศอบอุ่นไปด้วยเพื่อนๆ ร่วมแสดงความยินดี

คณะผู้บริหาร วุฒิพล ถาวรธวัช กับ พงศกร ตันสุภสวัสดิกุล

คณะผู้บริหาร วุฒิพล ถาวรธวัช กับ พงศกร ตันสุภสวัสดิกุล

 ผู้บริหารหนุ่มรุ่นใหม่ วุฒิพล ถาวรธวัช กก.ผจก. กลุ่มโรงแรมเออร์เบิน ฮอสพิทาลิตี้ กับคุณแม่ อภิญญา ถาวรธวัช

ผู้บริหารหนุ่มรุ่นใหม่ วุฒิพล ถาวรธวัช กก.ผจก. กลุ่มโรงแรมเออร์เบิน ฮอสพิทาลิตี้ กับคุณแม่ อภิญญา ถาวรธวัช

อายุเกิน 35 ปีควรระวัง เสี่ยงครรภ์คลอดก่อนกำหนด

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/377816

อายุเกิน 35 ปีควรระวัง เสี่ยงครรภ์คลอดก่อนกำหนด

อายุเกิน 35 ปีควรระวัง เสี่ยงครรภ์คลอดก่อนกำหนด

วันอังคาร ที่ 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561, 06.00 น.

ทุกวันที่ 17 พฤศจิกายน ของทุกปี องค์การอนามัยโลกกำหนดให้เป็นวันเด็กคลอดก่อนกำหนดโลก ซึ่งปัจจุบันผู้หญิงแต่งงานช้า ส่งผลทำให้มีบุตรเมื่ออายุมากขึ้น ซึ่งหากตั้งครรภ์ช่วงที่อายุมาก ก็เป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เกิดภาวะคลอดก่อนกำหนดได้ การฝากครรภ์ในโรงพยาบาลที่มีแพทย์ที่มีประสบการณ์พร้อมด้วยเครื่องมือทางการแพทย์และเทคโนโลยีครบครันที่สำคัญคือมีหน่วยดูแลทารกแรกเกิดวิกฤติคอยดูแล ย่อมช่วยให้คลอดเจ้าตัวน้อยออกมาได้อย่างปลอดภัย

แพทย์หญิงดลยา ประสาทอาภรณ์ กุมารแพทย์สาขาทารกแรกเกิดและปริกำเนิด หน่วยดูแลทารกแรกเกิดวิกฤติโรงพยาบาลกรุงเทพ กล่าวว่า คุณแม่ตั้งครรภ์ที่อายุมากกว่า 35 ปีถือเป็นตัวเลขอายุที่มีความเสี่ยงที่จะคลอดก่อนกำหนด เนื่องมาจากวัยที่เพิ่มมากขึ้น ทั้งนี้ การคลอดก่อนกำหนด (Preterm Labor) เป็นภาวะการคลอดก่อนอายุครรภ์ครบ 37 สัปดาห์ ซึ่งทารกเหล่านี้ถึงแม้ว่าอวัยวะต่างๆ จะครบสมบูรณ์ แต่การทำงานของอวัยวะแทบทุกส่วนยังไม่เท่าทารกที่ครบกำหนด ทำให้ช่วงหลังคลอดของทารกที่คลอดก่อนกำหนด มักต้องการการดูแลเป็นพิเศษและอยู่รักษาในโรงพยาบาลนานกว่าปกติ

พญ.ดลยา ประสาทอาภรณ์

สาเหตุของการคลอดก่อนกำหนด เกิดขึ้นจาก 2 ปัจจัยคือ ทั้งจากแม่และเด็ก ปัจจัยจากแม่ ได้แก่ 1.อายุ โดยเฉพาะแม่ที่อายุมากกว่า 35 ปีขึ้นไป หรืออาจเป็นคุณแม่วัยใสที่อายุน้อยกว่า 18 ปี ก็ถือเป็นความเสี่ยงได้เช่นกัน เนื่องมาจากการดูแลตัวเองที่ยังไม่ดีพอ 2.โรคประจำตัวต่างๆ ถ้าคุณแม่มีโรคประจำตัวก็ถือว่าเป็นครรภ์เสี่ยง หรือเป็นโรคในระหว่างตั้งครรภ์ เช่น เป็นเบาหวานขณะตั้งครรภ์ เกิดความดันโลหิตสูงขณะตั้งครรภ์ 3.เคยมีประวัติคลอดก่อนกำหนดมาก่อน ครรภ์ต่อมาก็มีโอกาสคลอดก่อนกำหนดได้เช่นกัน 4.มดลูกมีความผิดปกติ เช่น ปากมดลูกสั้น มีโอกาสทำให้เจ็บท้องคลอดก่อนกำหนดได้ 5.ดื่มเหล้า สูบบุหรี่ในขณะตั้งครรภ์ 6.การติดเชื้อ ครรภ์ที่โตขึ้นมีโอกาสไปกดเบียดกระเพาะปัสสาวะ ส่งผลให้กระเพาะปัสสาวะอักเสบ กระตุ้นให้เจ็บท้องคลอดก่อนกำหนดได้ ปัจจัยจากเด็ก คือ หากบุตรในครรภ์มีความผิดปกติของโครโมโซมหรือมีภาวะติดเชื้อ อาจทำให้แม่มีอาการเจ็บท้องคลอดก่อนกำหนดได้ ทั้งนี้โครโมโซมที่ผิดปกติในเด็กจะแปรผันตามอายุแม่ที่เพิ่มมากขึ้น

ดังนั้น เมื่อรู้ตัวว่าตั้งครรภ์ ควรฝากครรภ์ตั้งแต่เนิ่นๆ หากมีอาการผิดปกติควรรีบมาพบแพทย์ โดยสัญญาณเตือนคลอดก่อนกำหนดได้แก่ มีอาการเจ็บครรภ์สม่ำเสมอ 4 ครั้ง ภายใน 20 นาที มีมูกเลือดออกทางช่องคลอด เป็นต้น ควรรีบมาโรงพยาบาล เพราะหากมาถึงโรงพยาบาลเร็ว แพทย์สามารถให้ยายับยั้งการคลอดไว้ก่อนได้ เช่น ฉีดยากระตุ้นการเจริญของปอด การให้ยายับยั้งการหดตัวของมดลูก ทำให้ลูกสามารถอยู่ในครรภ์คุณแม่ไปเรื่อยๆ จนครบกำหนดได้ เพราะ 1 วันที่เด็กอยู่ในท้องของแม่ ดีกว่าที่เขาจะออกมาเติบโตอยู่ข้างนอกเพราะคลอดก่อนกำหนด ให้พัฒนาการทางการเจริญเติบโตของเด็กเป็นไปอย่างที่ควรจะเป็นแต่หากเด็กคลอดก่อนกำหนด ออกมาเจอกับสิ่งแวดล้อมที่ไม่เหมือนกับอยู่ในครรภ์แม่โอกาสแทรกซ้อนก็จะมีได้มากกว่า ถึงแม้จะมีการดูแลอย่างดีแต่ก็ไม่สามารถไปเลียนแบบเหมือนกับตอนที่เด็กอยู่ในท้องแม่ได้

การประเมินครรภ์เสี่ยงเพื่อเช็คว่าคลอดก่อนกำหนด ประกอบด้วย การตรวจภายในโดยพิจารณาจากการเปลี่ยนแปล งของปากมดลูก ความกว้าง ระยะห่าง ขนาดตัวและตำแหน่งทารกในครรภ์เพื่อประเมินความเสี่ยงในการคลอดก่อนกำหนด ตรวจอัลตราซาวนด์เพื่อวัดความยาวและดูรูปร่างของปากมดลูกในการประเมินภาวะครรภ์เสี่ยงและโอกาสคลอดก่อนกำหนด เจาะตรวจน้ำคร่ำ (Amniocentesis) เพื่อตรวจสอบความสมบูรณ์ของทารกและภาวะติดเชื้อต่างๆ

อันตรายของทารกที่คลอดก่อนกำหนด คือจะเกิดการเปลี่ยนแปลงที่ผิดปกติ และส่งผลต่อระบบร่างกายดังนี้ 1.ปอด พบปัญหาเรื่องการขาดสารลดแรงตึงผิว (Surfactant) ได้ในทารกคลอดก่อนกำหนด สารลดแรงตึงผิว ปอดเราจะมีถุงลมคล้ายกับลูกโป่ง สารลดแรงตึงผิวมีหน้าที่ทำให้ถุงลมไม่แฟบ เด็กที่คลอดก่อนกำหนดสารลดแรงตึงผิวจะยังทำงานได้ไม่เต็มที่ ทำให้ถุงลมแฟบ ทารกที่คลอดก่อนกำหนดจะต้องใช้แรงในการหายใจค่อนข้างมากเพื่อไปเปิดถุงลมของเขา ทำให้เกิดอาการเหนื่อย ทารกจะมีอาการหายใจหอบและอาจต้องใช้เครื่องช่วยหายใจ

2.หัวใจ อาจมีปัญหาจากการที่เส้นเลือดที่เชื่อมต่อระหว่างเส้นเลือดแดงใหญ่ที่ออกจากหัวใจเพื่อไปเลี้ยงร่างกายกับเส้นเลือดที่ไปสู่ปอดยังเปิดอยู่ (PDA) จะทำให้มีเลือดผ่านไปสู่ปอดมาก เป็นผลทำให้ทารกหายใจหอบและอาจเกิดภาวะหัวใจวายได้ สมอง เนื่องจากเส้นเลือดในสมองของทารกแรกคลอดค่อนข้างเปราะบาง โดยเฉพาะเด็กที่มีน้ำหนักตัวน้อยกว่า 1,500 กรัม มีความเสี่ยงที่จะมีเลือดออกในสมองได้ เนื่องจากเส้นเลือดเปราะแตกง่าย

3.ลำไส้ เนื่องจากลำไส้ของเด็กยังบอบบาง การย่อยและการดูดซึมอาหารยังไม่ดีนัก ทำให้ต้องให้นมทีละน้อยๆ และอาจต้องให้สารอาหารทางหลอดเลือดดำร่วมด้วย แต่คุณแม่อาจเข้ามามีบทบาทช่วยได้ในเรื่องของนมแม่ เพราะข้อดีของนมแม่คือย่อยง่ายและมีภูมิต้านทานค่อนข้างมาก ซึ่งจะช่วยระบบย่อยของลูกให้ดีขึ้นได้ 4.ดวงตา จอประสาทตายังพัฒนาไม่สมบูรณ์ หลังเกิดอาจมีการพัฒนาของเส้นเลือดจอประสาทตาผิดปกติ ซึ่งถ้าเป็นรุนแรงอาจส่งผลต่อการมองเห็นของทารกได้ 5.หู เสี่ยงที่จะมีความบกพร่องต่อการได้ยิน 6.การติดเชื้อ ทารกที่คลอดก่อนกำหนดมักติดเชื้อได้ง่าย เนื่องจากระบบภูมิคุ้มกันยังทำงานได้ไม่เต็มที่ นอกจากนี้ ในระยะยาวอาจจะมีผลกระทบต่อความบกพร่องทางปัญญา พฤติกรรม พัฒนาการทางด้านต่างๆ ได้

การดูแลทารกคลอดก่อนกำหนด กุมารแพทย์สาขาทารกแรกเกิดและปริกำเนิดจะให้การดูแลเบื้องต้นคือ ให้ข้อมูลพูดคุยรายละเอียดและคำแนะนำกับคุณพ่อคุณแม่ ติดตามอาการของทารกอย่างสม่ำเสมอ ควบคุมอุณหภูมิของร่างกายทารกให้เหมาะสม ดูแลรักษาทารกจนมีน้ำหนักตัวไม่ต่ำกว่า 2,000 กรัม จึงจะกลับบ้านได้ ทารกสามารถหายใจและรับประทานนมได้เอง เตรียมความพร้อมให้กับคุณพ่อคุณแม่ก่อนกลับไปบ้าน ที่สำคัญคือเรื่องพัฒนาการ เพราะเด็กที่คลอดก่อนกำหนดอาจมีความเสี่ยงเรื่องพัฒนาการช้ากว่าเด็กที่คลอดครบกำหนดทั่วไปได้ ต้องมีการตรวจเช็คเฝ้าติดตามอาการและนัดพบคุณหมอด้านพัฒนาการเด็ก เพื่อกระตุ้นพัฒนาการให้เขาใกล้เคียงกับเด็กปกติ

ท้งนี้ การวางแผนก่อนตั้งครรภ์และฝากครรภ์ในโรงพยาบาลที่มีหน่วยดูแลทารกแรกเกิดวิกฤติคือสิ่งสำคัญ เพราะทารกคลอดก่อนกำหนดจะได้รับการดูแลที่ถูกต้องเพื่อกลับไปใช้ชีวิตและเติบโตอย่างมีคุณภาพ ที่สำคัญการใส่ใจดูแลครรภ์ ระมัดระวังในการรับประทานอาหารและการทำกิจกรรมต่างๆ รวมถึงหมั่นสังเกตความผิดปกติที่เกิดขึ้น ย่อมช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดภาวะคลอดก่อนกำหนดได้ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ ศูนย์กุมารเวชกรุงเทพ โทร.02-3103006, 02-7551006 หรือหน่วยดูแลทารกแรกเกิดวิกฤติ โรงพยาบาลกรุงเทพ โทร.1719

เบเกอรี่ดัง กงทรอง เชอคีเย่ เปิดแล้วในไทย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/377818

เบเกอรี่ดัง กงทรอง เชอคีเย่ เปิดแล้วในไทย

เบเกอรี่ดัง กงทรอง เชอคีเย่ เปิดแล้วในไทย

วันอังคาร ที่ 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561, 06.00 น.

Gontran Cherrier (กงทรองเชอคีเย่) ร้านเบเกอรี่ระดับพรีเมียมสัญชาติฝรั่งเศส จัดงานเปิดสาขาแรกในไทยอย่างเป็นทางการ เชฟชื่อดังชาวฝรั่งเศส Gontran Cherrier เจ้าของร้านบินตรงมาร่วมงาน พร้อมให้ลิ้มลองความอร่อยรสชาติของเบเกอรี่สไตล์ฝรั่งเศสแท้ๆ ที่คนทั่วโลกติดใจ

งานเปิดร้าน Gontran Cherrier(กงทรอง เชอคีเย่) จะมีขึ้นในวันที่ 23พฤศจิกายนนี้ ที่ สิงห์ คอมเพล็กซ์ เวลา09.30 น. โดยมี ฯพณฯ ฌัก ลาปุชเอกอัครราชทูตฝรั่งเศสประจำประเทศไทยเป็นประธานในงาน พร้อมด้วยเหล่าเซเลบริตี้ที่หลงใหลเบเกอรี่สไตล์ฝรั่งเศส อาทิครี-พัสวีพิชญ์ ศรณ์อัครภา, เก๋-รุ่งนภา พงศ์ทิพย์สุคนธ์, หญิง-สุกัญญา ไรวินท์,พิพัฒน์ วิทยาปัญญานนท์, ช้างน้อย กุญชร ณ อยุธยา เป็นต้น

ร้าน Gontran Cherrier เป็นร้านเบเกอรี่ชื่อดังสัญชาติฝรั่งเศสที่ความอร่อยเป็นที่เลื่องลือ จนสามารถเปิดสาขามากมายทั่วโลก อาทิ ฝรั่งเศส สิงคโปร์ เกาหลีใต้ ญี่ปุ่น ไต้หวัน โดยได้รับความนิยมสูงสุดในแถบเอเชีย และในญี่ปุ่นได้เปิดตัวไปแล้วกว่า 8 สาขาด้วยกัน การันตีความอร่อยด้วยฝีมือการอบขนมปังของ เชฟ Gontran Cherrier เชฟชื่อดังชาวฝรั่งเศสที่เกิดในครอบครัว
นักอบขนมปังรุ่นที่ 4 สะสมประสบการณ์จากโรงเรียนทำขนมขึ้นชื่อของฝรั่งเศสอย่าง Ferrandi และ Les Grands Moulin de Paris จนได้ทำงานที่ร้านมิชลินสตาร์ 3 ดาวในฝรั่งเศส l’Arpège และสามารถออกหนังสือถ่ายทอดสูตรทำขนม ซึ่งได้รับกระแสตอบรับอย่างสูง ตีพิมพ์ไปทั่วโลกมากมาย เช่น croquer, Ultra chocolat, Gontran joue de la casserole, Les bons plats de Gontran, Gontran fait son pain, pains, Pains, Toastés, Cuisinez givré & Mini Cakes, tartes pies & Co เป็นต้น

นอกจากนี้ เชฟ Gontran ยังได้เดินทางไปยังหลายประเทศทั่วโลก ทั้งเอเชีย และยุโรป เพื่อสะสมประสบการณ์ รวมถึงรสนิยมของประเทศนั้นๆ และใช้ความคิดสร้างสรรค์ปรับปรุงสูตรขนมดั้งเดิม รวมถึงคิดค้นสูตรขนมปังใหม่ๆ ที่มีคาแร็กเตอร์แตกต่างกันออกไปในแต่ละประเทศ เพิ่มความหลากหลายให้คนรักเบเกอรี่ได้ลิ้มลองเสมอ รวมถึงประเทศไทยเชฟ Gontran จะเดินทางมาร่วมฉลองเปิดร้านอย่างเป็นทางการ ระหว่างวันที่ 20-24 พฤศจิกายนนี้เท่านั้น อีกทั้ง ยังมีกิจกรรมแจกเบเกอรี่ให้ทานฟรีวันละ 100 ชิ้นไป จนถึงวันที่ 22 พฤศจิกายน นี้ด้วย

เชฟ Gontran Cherrier

สำหรับเมนูซิกเนเจอร์ที่อยากให้ได้ลิ้มลอง จะเป็นอะไรไปไม่ได้นอกจาก Signature Croissant ที่คัดสรรแป้งขนมปังที่ดีที่สุด สูตรพิเศษของเชฟ Gontran ที่ไม่มีจำหน่ายในตลาดทั่วไป และเนยสดแท้ๆอิมพอร์ทมาจากประเทศฝรั่งเศส มาเป็นครัวซองต์ที่กรอบนอก เนื้อด้านในหอมนุ่ม ชุ่มเนย อบจากเตาร้อนๆ หอมอร่อย ทานชิ้นเดียวไม่เคยพอ นอกจากนี้ยังมีเมนูแนะนำต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น Pain Au Chocolat ครัวซองต์สอดไส้ช็อกโกแลตเกรดพรีเมียม ให้คุณได้สัมผัสที่นุ่มและหอมหวานชวนรับประทาน Traditional Baguette ขนมปังฝรั่งเศสแบบดั้งเดิม ถือว่าเป็นแชมป์ของขนมปังฝรั่งเศสที่อุดมไปด้วยคุณค่าและสารอาหารชั้นเลิศ Fresh Lime Cheesecakeมูสชีสเนื้อเนียน รสชาติสุดเข้มข้น ตัดเลี่ยนด้วยผิวมะนาวสด ให้ความเบา เนียนนุ่ม สดชื่นจนต้องร้องว้าว และเมนูอื่นๆ อีกมากมาย มีให้ได้เลือกสรรมากกว่า 100 เมนูเลยทีเดียว รับรองว่าทุกชิ้นมีเอกลักษณ์ และรสชาติความแปลกใหม่ที่ไม่เหมือนใครแน่นอน

จากแรงบันดาลใจของเชฟ Gontran Cherrier ที่ต้องการเป็นนักทำขนมปังที่ดีที่สุดในโลก หลอมรวมประสบการณ์และความหลงใหลในการทำขนมปัง ถ่ายทอดออกมาเป็นเบเกอรี่ชั้นเยี่ยมที่พร้อมให้ทุกคน ได้ลิ้มลองและหลงรักความอร่อยสไตล์ฝรั่งเศสแท้ๆ ได้แล้ววันนี้ ที่ร้าน Gontran Cherrier สาขาแรกในเมืองไทย ที่สิงห์ คอมเพล็กซ์ (SINGHA COMPLEX) ชั้น G
ติดตามความเคลื่อนไหวได้ทาง เว็บไซต์: http://www.gontrancherrier-thailand.com เฟซบุ๊คแฟนเพจ : GontranCherrierThailand และอินสตาแกรม gontrancherrierthailand

เซเลบฯ รุ่นใหม่ปลูกป่าต้นน้ำกับน้ำแร่ออรา

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/377821

เซเลบฯ รุ่นใหม่ปลูกป่าต้นน้ำกับน้ำแร่ออรา

เซเลบฯ รุ่นใหม่ปลูกป่าต้นน้ำกับน้ำแร่ออรา

วันอังคาร ที่ 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561, 06.00 น.

เอกพล พงศ์สถาพร นำทีมผู้บริหารออราพนักงาน เซเลบริตี้ร่วมปลูกป่าต้นน้ำ

บริษัท ทิปโก้ เอฟแอนด์บีจำกัด ผู้ผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์น้ำแร่ธรรมชาติแท้ 100% ภายใต้แบรนด์ “ออรา”นำโดย นายเอกพล พงศ์สถาพร กรรมการผู้จัดการ และทีมผู้บริหารพร้อมพนักงาน รวมทั้งเซเลบริตี้รุ่นใหม่หัวใจรักษ์โลก อาทิ จุ๋ย-จรสพรรณ สวัสดิวัตน์ ณ อยุธยา, ปอนด์-หฤทัย ไชยันต์ ณ อยุธยา, ยุ้ย-ณพอาภา เทวกุล ณ อยุธยา ร่วมลงพื้นที่ปลูกป่าต้นน้ำโครงการ “ออรา ปลูกป่า 5 ภาค” ณ อุทยานแห่งชาติเขื่อนศรีนครินทร์ จ.กาญจนบุรี เมื่อเร็วๆ นี้

ผู้บริหารหนุ่ม นายเอกพล พงศ์สถาพร กล่าวว่า เมื่อเอ่ยถึง“ป่าต้นน้ำ” นับเป็นป่าที่สำคัญสุดในเมืองไทย แต่ว่าขณะนี้กำลังถูกทำลายไปปีละหลายแสนไร่ ส่งผลให้ที่เกษตรกรและคนไทยต้องประสบภัยแล้งและอุทกภัยทุกๆ ปี จากข้อมูลของกรมป่าไม้ ปี 2556 -2557 ระบุว่าประเทศไทยเหลือป่าเพียง 102.285 ล้านไร่ คิดเป็นร้อยละ 31.62 ของพื้นที่ประเทศไทยทั้งหมดที่มีอยู่ 323.518 ล้านไร่หรือเท่ากับ 1 ใน 3 ของพื้นที่ประเทศไทย ขณะที่เมื่อ 40 กว่าปี ก่อน(2516) เมืองไทยมีพื้นที่ป่าที่สมบูรณ์กว่า 140 ล้านไร่ทีเดียว

“น้ำแร่ออรา ได้มองถึงปัญหาและเห็นความสำคัญของป่าต้นน้ำ จึงขอเป็นส่วนหนึ่งในการทำกิจกรรมเพื่อสังคมแบบยั่งยืนที่ส่งผลระยะยาวต่อผู้รับ เพื่อให้เมืองไทยได้กลับมีความอุดมสมบูรณ์คืนมาอีกครั้ง ด้วยกิจกรรมปลูกป่าออนไลน์ให้กลายเป็นป่าจริง 5 ภาคทั่วประเทศ หลังจากที่ได้เปิดโครงการฯ ก็ได้รับความสนใจจากผู้บริโภคมีผู้เข้าร่วมปลูกป่าออนไลน์กว่า 170,000 คน นับเป็นความสำเร็จเกินความคาดหมาย”

จุ๋ย-จรสพรรณ สวัสดิวัตน์ ณ อยุธยา

ทั้งนี้ โครงการ “ออรา ปลูกป่า 5 ภาค” ได้รับความร่วมมือจากกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช และชาวชุมชนในพื้นที่แต่ละจังหวัด ทั้ง 5 ภาคทั่วประเทศ คือ ภาคเหนือ จังหวัดเชียงใหม่,ภาคอีสานจังหวัดเลย, ภาคตะวันตก จังหวัดกาญจนบุรี, ภาคกลาง จังหวัดเพชรบุรี และภาคใต้ จังหวัดระนอง

“โครงการ ออรา ปลูกป่า 5 ภาคได้รับความร่วมมืออย่างดีจากกรมอุทยานในแต่ละพื้นที่ รวมทั้งเหล่าเซเลบริตี้รุ่นใหม่ พนักงานออรา ชาวบ้านนักเรียน และเจ้าหน้าที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้มาร่วมกันปลูกป่าต้นน้ำกันอย่างมากมายทำให้เราสามารถเพิ่มพื้นที่ป่าได้มากทีเดียว อย่างเช่น จังหวัดกาญจนบุรี ปลูก 3,000 ต้น จังหวัดเลย ปลูก 3,000 ต้น จังหวัดระนอง ปลูก 3,000 ต้น จังหวัดเชียงใหม่ ปลูก 5,000 ต้น และ จังหวัดเพชรบุรี ปลูก 3,000 ต้น รวมทั้งหมด 17,000 ต้นทั่วประเทศ โดยหลังจากการปลูกแล้วทางออรา จะดูแลต้นไม้ต่อไปเพื่อให้ต้นไม้ของท่านเติบโตและแข็งแรงตามธรรมชาติ”

ด้าน 3 สาวเซเลบริตี้นอกจากจะมาร่วมกิจกรรมปลูกป่าแล้ว ยังเชิญชวนคนไทย โดยเฉพาะคนรุ่นใหม่หันมาใส่ใจและดูแลป่าไม้ เริ่มจาก จุ๋ย-จรสพรรณ สวัสดิวัตน์ ณ อยุธยา กล่าวว่า “ป่า คือจุดแรกของระบบนิเวศ อยากให้มาช่วยกันปลูกป่า เพื่อที่จะช่วยแก้ปัญหาต่างๆ ไม่ว่าจะน้ำท่วม หรือฝนแล้ง ที่สำคัญจะทำให้สัตว์น้อยใหญ่ได้มีที่อยู่อาศัย ช่วยกันคนละไม้ละมือก็จะทำให้ป่าบ้านเรากลับมามีความอุดมสมบูรณ์ ปัญหาเรื่องภัยแล้ง น้ำท่วมก็จะหมดไป”

ปอนด์-หฤทัย ไชยันต์ ณ อยุธยา

ปอนด์-หฤทัย ไชยันต์ ณ อยุธยา กล่าวว่า “อยากเชิญชวนคนไทยทั่วประเทศให้มาร่วมกันปลูกป่า อย่างที่เรารู้กันนะคะว่าประเทศไทยป่าไม้เราน้อยลงมาก มีการตัดไม้ทำลายป่ากันเยอะ และโครงการ ออราปลูกป่า 5 ภาค ซึ่งเป็นโครงการที่ดีมากๆ ก็อยากจะเชิญชวนทุกคนมาช่วยกันให้ประเทศของเรามีความอุดมสมบูรณ์มากขึ้น”

ยุ้ย-ณพอาภา เทวกุล ณ อยุธยา กล่าวว่า “อย่างที่เราทราบกันดีว่าป่าไม้มีความสำคัญกับชีวิตเราทุกคนมากนะคะ ยุ้ยก็อยากเชิญชวนทุกคนให้มาช่วยกันปลูกป่า จะปลูกเอง หรือมาร่วมปลูกกับออราก็ได้ ทั้งนี้ สิ่งดีๆ ก็จะกลับคืนสู่ประเทศไทย”

กิจกรรมดีๆ อย่างโครงการ “ออรา ปลูกป่า 5 ภาค” จากปลูกป่าออนไลน์ในวันนี้ได้กลายเป็นป่าต้นน้ำ ที่ออราจะดูแลไปถึง 10 ปี เพื่อเป็นแหล่งน้ำ แหล่งอาหารให้สัตว์ป่า สร้างความสมบรูณ์ให้ระบบนิเวศและป่าไม้ของเมืองไทย

เปิดตัวหนังสือชีวประวัตินายอานันท์ ปันยารชุน บุคคลที่น่ายกย่องและทรงอิทธิพลของประเทศไทย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/377820

เปิดตัวหนังสือชีวประวัตินายอานันท์ ปันยารชุน บุคคลที่น่ายกย่องและทรงอิทธิพลของประเทศไทย

เปิดตัวหนังสือชีวประวัตินายอานันท์ ปันยารชุน บุคคลที่น่ายกย่องและทรงอิทธิพลของประเทศไทย

วันอังคาร ที่ 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561, 06.00 น.

สำนักพิมพ์เอดิซิยองส์ ดิดิเยร์ มิลเยต์ หรือ อีดีเอ็ม บุ๊คส์ ผู้จัดพิมพ์หนังสือชีวประวัติบุคคลสำคัญ ประวัติศาสตร์ หนังสืออ้างอิง และหนังสือรวมภาพถ่าย โดยเฉพาะอย่างยิ่งหนังสือที่เกี่ยวกับประเทศไทยและภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้จำนวนหลายร้อยเล่ม ประกาศเปิดตัวหนังสือชีวประวัตินายอานันท์ ปันยารชุน ชื่อหนังสือว่า “Anand Panyarachun and the Making of Modern Thailand” หนังสือชีวประวัติบุคคลสำคัญเล่มล่าสุดที่เป็นที่จับตามองเป็นอย่างสูง เนื่องจากนายอานันท์ ปันยารชุน เป็นผู้ได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางว่าเป็นบุคคลที่มีความปราดเปรื่องและทรงอิทธิพลมากที่สุดคนหนึ่งของประเทศไทย โดยตลอดระยะเวลายาวนานและเต็มไปด้วยเหตุการณ์สำคัญมากมายในช่วงชีวิตของนายอานันท์นั้น นอกจากชีวิตการรับราชการที่เจริญก้าวหน้ามาโดยตลอดในฐานะนักการทูต นายอานันท์ยังเป็นผู้นำธุรกิจ นักสังคมสงเคราะห์ นายกรัฐมนตรี นักเสรีนิยมทางเศรษฐกิจ และนักปฏิรูปสังคมที่อุทิศตนให้กับการพัฒนาประเทศไทย

นายโดมินิค ฟอลเดอร์ นักหนังสือพิมพ์ชื่อดังซึ่งเป็นผู้เขียนหนังสือ Anand Panyarachun and the Making of Modern Thailand ได้เขียนเล่าย้อนถึงเหตุการณ์สำคัญในชีวิตของบุรุษอาวุโสท่านนี้ ตั้งแต่ช่วงชีวิตในวัยเด็กในกรุงเทพฯ ระหว่างสงครามโลกครั้งที่ 2 ไปจนถึงการสิ้นสุดลงของอาชีพข้าราชการการทูต การดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีแบบเหนือความคาดหมายโดยการแต่งตั้งสองสมัย และบทบาทในการร่างรัฐธรรมนูญฉบับประชาชนปี 2540 รวมถึงเหตุการณ์สำคัญอื่นอีกมากมาย

หนังสือ Anand Panyarachun and the Making of Modern Thailand เป็นมากกว่าหนังสือชีวประวัติบุคคลสำคัญ หากแต่เป็นหนังสือที่นำเสนอเรื่องราวของประเทศไทยและภูมิภาคนี้ ในด้านประวัติศาสตร์การเมือง สังคมและเศรษฐกิจช่วงศตวรรษที่ 20 อย่างครอบคลุมรอบด้าน อีกทั้ง ยังมีการลงลึกในรายละเอียดของช่วงเวลาสำคัญ โดยเป็นข้อมูลที่ได้มาจากการค้นคว้าข้อมูลวิจัยเชิงลึกเป็นเวลายาวนานถึง 6 ปี และได้รับการเอื้อเฟื้อข้อมูลจากผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์จริง หรือผู้ที่มีบทบาทสำคัญในเหตุการณ์นั้นๆ ผ่านการสัมภาษณ์นับร้อยๆ ครั้ง ทั้งการสัมภาษณ์นายอานันท์เอง และการสัมภาษณ์บุคคลที่เคยพบปะหรือทำงานใกล้ชิดกับนายอานันท์ โดยในบรรดาผู้ที่ให้สัมภาษณ์นี้ รวมถึงนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกรัฐมนตรีของไทย, นายเอส อาร์นาธาน อดีตประธานาธิบดีของสิงคโปร์ผู้ล่วงลับ, นายสุลักษณ์ศิวรักษ์ นักวิจารณ์สังคมฝีปากกล้า, นางสายสุรี จุติกุลนักต่อสู้เพื่อสิทธิเด็กและสตรี รวมทั้งนักเศรษฐศาสตร์ชื่อดังอย่าง นายอัมมาร สยามวาลา นายอำนวย วีรวรรณ นายเสนาะ อูนากูล อดีตผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทยและผู้เชี่ยวชาญด้านการพัฒนา และ นายปิยสวัสดิ์อัมระนันทน์ ผู้เชี่ยวชาญด้านพลังงาน

การเปิดเผยข้อมูลโดยบุคคลดังกล่าวข้างต้น และผู้ที่มีชื่อเสียงท่านอื่นๆ อีกมากมาย รวมทั้งตัวนายอานันท์เอง ทำให้ได้ข้อมูลข้อเท็จจริงและเรื่องราวหลายเรื่องที่ไม่เคยมีใครได้รับรู้มาก่อน อีกทั้ง ยังได้มุมมองใหม่ๆ ในประเด็นต่างๆ ที่น่าสนใจ เช่น สงครามเวียดนามและการถอนทหารสหรัฐออกจากภูมิภาค ความสัมพันธ์ไทย-จีน และสถานการณ์ยุ่งเหยิงทางการเมืองของไทย
นอกจากนี้ ในหนังสือ ยังมีบทเรียนจากประวัติศาสตร์ที่เข้ากับสถานการณ์ปัจจุบัน และมีการกล่าวถึงประเด็นปัญหาที่เป็นความท้าทายทางการเมืองและสังคม ซึ่งคล้ายกับสิ่งที่ประเทศไทยกำลังเผชิญอยู่ในปัจจุบันด้วย

Anand Panyarachun and the Making of Modern Thailand เป็นหนังสือที่สะท้อนตัวตนของบุคคลสำคัญที่เป็นเจ้าของชีวประวัติ โดยตลอดทั้งเล่มมีการสอดแทรกเรื่องเล่าจากความทรงจำของนายอานันท์เกี่ยวกับสิ่งต่างๆ ตั้งแต่การใช้ชีวิตนักศึกษาหลังสงครามในประเทศอังกฤษ ไปจนถึงการดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีของไทยสองสมัย ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความคิดของสุภาพบุรุษที่มีชื่อเสียง และได้รับการยกย่องในด้านความซื่อสัตย์ ความเปิดเผย และความตรงไปตรงมา แม้จะเผชิญกับสถานการณ์หน้าสิ่วหน้าขวาน โดยมีตัวอย่างบางตอนจากหนังสือ อาทิ “จากนั้นนายอานันท์ได้วางเงื่อนไขในการทำงานกับคณะทหาร 3 ข้อ ซึ่งจะต้องยึดถือกันตลอดช่วงเวลาของรัฐบาลภายใต้การนำของนายอานันท์ “ข้อหนึ่ง อะไรที่ผมทำในฐานะนายกรัฐมนตรี ผมจะพยายามอธิบายให้คุณฟัง ข้อสอง ผมจะไม่แทงคุณข้างหลัง และผมก็คาดหวังว่าคุณจะไม่แทงผมข้างหลังเช่นกัน และข้อสาม ผมคือนายกรัฐมนตรี”

นายอานันท์ รำลึกถึงวันที่ถูกผู้นำคณะรัฐประหารเชิญไปพบ “ผมไม่คิดว่าพวกเขาเคยพบใครที่เหมือนกับผมมาก่อน”นี่คืออดีตข้าราชการประจำที่กลายมาเป็นนักธุรกิจ ซึ่งขณะนั้นอยู่ในชุดสูท กำลังเผชิญหน้ากับเหล่านายพลที่สวมเครื่องแบบทหารเรียบกริบ และประกาศเจตนารมณ์ที่จะทำในสิ่งที่ถูกต้อง และจะเป็นนายกรัฐมนตรีให้ดีที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ – จากบทที่ 9 หัวข้อ A Tale of Two Coups (1991)

“เราไม่ใช้สติตระหนักถึงความหลากหลายของประเทศเราเอง คนไทยส่วนใหญ่ไม่รู้ประวัติศาสตร์ของตัวเองว่าเมื่อ 800 ปี ก่อน เราก็เหมือนกับรัฐมหาราชาที่มีเจ้าปกครองแยกกันเป็นแคว้นๆ แบบในอิตาลีหรือเยอรมันในตอนนั้น เราไม่มีราชอาณาจักรสยาม แต่อยู่ๆ เรากลับมาหมกมุ่นอยู่กับมโนทัศน์ผิดๆ เกี่ยวกับความเป็นไทย และความเป็นประเทศไทยในฐานะรัฐเดี่ยวแบบที่ไม่มีความหลากหลาย ความหมกมุ่นแบบนี้ ผมเห็นว่าเป็นภัยคุกคามต่อการดำรงอยู่ของราชอาณาจักร” – จากบทที่ 20 หัวข้อ Representing Thailand

หนังสือ Anand Panyarachun and the Making of Modern Thailand จัดพิมพ์โดยสำนักพิมพ์เอดิซิยองส์ ดิดิเยร์ มิลเยต์ (อีดีเอ็ม บุ๊คส์) มีกำหนดเปิดตัวหนังสืออย่างเป็นทางการ ในวันพุธที่ 21 พฤศจิกายน 2561 เวลา 18.30 น. ณ โรงแรมแบงค็อกแมริออท เดอะสุรวงศ์ ซึ่งจัดงานโดยบริษัท ไทยเบฟเวอเรจจำกัด (มหาชน) และภายในงานจะมีปาฐกถาโดย นายมีชัย วีระไวทยะผู้ก่อตั้งและประธานมูลนิธิมีชัย วีระไวทยะ ซึ่งดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีอยู่ในรัฐบาลของนายอานันท์ ในปี พ.ศ. 2534 และ 2535 รวมทั้งจะมีการพูดคุยแนะนำหนังสือโดยนายโดมินิค ฟอลเดอร์
ผู้เขียน และนายนิโคลาส กรอสแมน บรรณาธิการบริหารสำนักพิมพ์อีดีเอ็ม บุ๊คส์

หนังสือ Anand Panyarachun and the Making of Modern Thailand เป็นหนังสือปกแข็ง 608 หน้า รวมภาพประกอบ 32 หน้า มีจำหน่ายผ่านช่องทางออนไลน์ และที่ร้านหนังสือเอเชีย บุ๊คส์ และร้านคิโนะคูนิยะ ในราคาเล่มละ 1,250 บาท สำหรับต่างประเทศสามารถสั่งซื้อล่วงหน้าได้ทาง Amazon.com หรือติดต่อสำนักพิมพ์ อีดีเอ็ม บุ๊คส์ โทร.02-0187808

คุณแหน : 20 พฤศจิกายน 2561

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/377856

คุณแหน : 20 พฤศจิกายน 2561

วันอังคาร ที่ 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561, 06.00 น.

ll พล.อ.วินัย ภัททิยกุล ประธาน“มูลนิธิพลเรือเอก สงัด ชลออยู” ขอเชิญร่วมงานบำเพ็ญกุศล พล.ร.อ.สงัด และ คุณหญิงสุคนธ์ ชลออยู่ พร้อมร่วมพิธีมอบทุนการศึกษาแก่บุตรข้าราชการกองพันทหารราบที่ 6 กรมทหารราบที่ 2 และกองพันทหารราบที่ 7 กรมทหารราบที่ 3 กองพลนาวิกโยธิน หน่วยบัญชาการนาวิกโยธิน ในวันที่ 25 พ.ย.เวลา 10.00 น. ณ สุสานบ้านวังหิน อ.แกลง จ.ระยอง โดยมีรถยนต์ขส.ทร. รับ-ส่ง รถออกเดินทางจาก นันทอุทยานสโมสร เวลา 06. 30 น. และ ศูนย์พัฒนากีฬาราชนาวีบางนา เวลา 07.15 น….

ll สมควรเป็นเช่นนี้ พล.อ.อ.อัครชัย สกุลรัตนะ ตั้งแต่เกษียณอายุราชการในตำแหน่ง รอง ผบ.ทอ. ก็ทำตัวให้เป็นประโยชน์ต่อส่วนรวมไม่ว่าจะเป็นกลุ่มเพื่อน วปอ. หรืออดีตผู้ใต้บังคับบัญชาในกองทัพ พอใจในสิ่งที่มีไม่ไปวิ่งเต้นไขว่คว้าหาตำแหน่งทางการเมืองแต่อย่างใด ขณะนี้ยามว่างทำตัวให้แอ๊กทีฟไว้ไปรับส่งหลานรัก แถมยังแวะกลางทางจัดอาหารฟาสต์ฟู้ดให้รองท้องอิ่มหนำสำราญ โดยมีมาดาม ผอ.สุนิดา คอยเป็นกำลังใจให้…

ll ช่วงระวี กรรณสูต ไปนั่งหัวโต๊ะเปิดประชุมกรรมการสมาคมแคลิฟอร์เนียชุดใหม่ ในฐานะนายกสมาคมป้ายแดง ท่ามกลางสายตากรรมการที่ประหลาดใจที่ท่านนายกผูกไทใส่สูทเทเลอร์
อย่างดีแต่สวมรองเท้าแตะ ปรากฏว่าวันก่อนหน้านั้นท่านไปปล้ำเล่นกับสุนัขฮัสกี้ตัวใหม่ซึ่งโดยอุปนิสัยของพันธุ์นี้ค่อนข้างไฮเปอร์ เกิดกระโดดเสยจนเจ้าของหงายหลังล้มตึงถึงกับเล็บหัวแม่เท้าหลุด ต้องนำส่งโรงพยาบาลโดยด่วน…

ll สมใจทำบุญที่ยิ่งใหญ่ เทวี แย้มสรวล และทีมงานจัดพาเด็กผู้พิการซ้ำซ้อนทางสายตาไปเที่ยวทะเลที่กุยบุรี กลางสัปดาห์ที่ผ่านมา พักกันที่วาฏิการีสอร์ทเอื้องานนี้ สัมโพธิ์ เทียนทอง คอยบันทึกภาพความประทับใจของเด็กๆ ที่ได้มีโอกาสสัมผัสทะเล…

ll มธุรส โอสถานนท์ ต้องตื่นเช้ามากช่วงนี้ เพื่อไปจัดทำรายการวิทยุแทนรุ่นพี่ที่พาเด็กๆพิการทางสายตาไปเที่ยวทะเล…

ll ดร.จันทรวิภา ธนะโสภณ มีทริปไปฝรั่งเศสตอนใต้ขณะนี้…

ll ช่วยลดโลกร้อนอีกแรงหนึ่ง จงจิตต์ นีรนาทเมธีกุล อธิบดีกรมทรัพยากรน้ำบาดาลปลื้มใจกับถุงผ้าสวยงามที่ถือไปช็อปปิ้ง…ยามนี้คนไม่พกถุงไปซื้อของถูกเรียกว่า“ป้าเชย” ได้เต็มปากเต็มคำ…

ll เพื่อนๆ น้องใหม่จุฬาฯ2511 ขอขอบคุณ แสวง-โสมรพี ศรีประเสริฐ ที่ทำหลายหน้าที่ในงาน 50 ปีของชาวเรา โดยฝ่ายชายออกแรงเชิญธงคณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี ส่วนฝ่ายหญิงก็ร่วมแสดงชุดลีลาลีลาศทั้งเดินแฟชั่นจุฬาพัสตราภรณ์ ซึ่งทำได้ดีทุกรายการ…ส่วน มนต์ทิพย์ รุจิกัณหะแต่งตัวเป็น “ดีว่า” แสนน่ารักร่วมไลน์แดนซ์กับเพื่อนร่วมรุ่น…ที่เห็นรูปรวมๆ แล้วบอกตามตรงว่า ตัวเลขมิอาจทำร้าย “เหล่าคุณพี่”ได้เลยค่ะ…

ll นอกจากชื่อ น้องปริม แล้วคุณปู่ สุประวัติ ปัทมสูต ยังเรียกหลานปู่อีกชื่อหนึ่งแสนน่ารักว่า “ตู้ตัน” เพื่อให้คล้องจองกับชื่อเล่น “ข้าวตู” ของลูกชาย กษาปณ์ อีกต่างหาก…เอ็นดูนัก !!…ll

บารอนเนส

‘หนูอยากได้ยินเสียงแม่’ผ่าตัดใส่ประสาทหูเทียมเด็ก ถวายเป็นพระราชกุศลเฉลิมพระชนมพรรษา 5 ธันวา

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/377817

‘หนูอยากได้ยินเสียงแม่’ผ่าตัดใส่ประสาทหูเทียมเด็ก ถวายเป็นพระราชกุศลเฉลิมพระชนมพรรษา 5 ธันวา

‘หนูอยากได้ยินเสียงแม่’ผ่าตัดใส่ประสาทหูเทียมเด็ก ถวายเป็นพระราชกุศลเฉลิมพระชนมพรรษา 5 ธันวา

วันอังคาร ที่ 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561, 06.00 น.

มูลนิธิอนุเคราะห์คนหูหนวก ในพระบรมราชินูปถัมภ์ ร่วมกับโรงพยาบาลราชวิถี จัดโครงการ “หนูอยากได้ยินเสียงแม่” เพื่ออนุเคราะห์การผ่าตัดใส่ประสาทหูเทียมให้แก่เด็กที่มีความบกพร่องทางการได้ยินที่มีอายุไม่เกิน 3 ปีบริบูรณ์ จำนวน 5 ราย เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันเฉลิมพระชนมพรรษา วันที่ 5 ธันวาคม 2561

ทั้งนี้ เพื่อเป็นการประชาสัมพันธ์ไปยังผู้ปกครองของเด็กที่มีความบกพร่องทางการได้ยินให้ได้มีโอกาสเข้าถึง ความรู้ในการดูแลลูกอย่างถูกต้อง และได้มีโอกาสสมัครเข้ารับการพิจารณาคัดเลือกเข้ารับการผ่าตัดใส่ประสาทหูเทียมอย่างทั่วถึงมูลนิธิฯ ได้ร่วมกับโรงพยาบาลราชวิถีจัดงาน “หนูอยากได้ยินเสียงแม่” ขึ้นในวันเสาร์ที่ 1 ธันวาคม 2561 เวลา ٠8.00-14.00 น. ณ  ห้องประชุมพญาไทชั้น 11 อาคารเฉลิมพระเกียรติฯ โรงพยาบาลราชวิถี โดยในงานจะมีครอบครัวของเด็กที่ได้รับการผ่าตัดใส่ประสาทหูเทียมจากการอนุเคราะห์ของมูลนิธิฯ ตั้งแต่ปี พ.ศ.2547 มาร่วมงานเพื่อแบ่งปันประสบการณ์ให้กับผู้ปกครองที่มาร่วมงานด้วย

นอกจากนี้ ในงานยังมีการให้ความรู้ที่ถูกต้องแก่ผู้ปกครองเด็กที่มีความบกพร่องทางการได้ยินเกี่ยวกับความสำคัญของการได้ยิน ผลกระทบและแนวทางการช่วยเหลือตั้งแต่เริ่มรู้ว่าลูกมีความบกพร่องทางการได้ยินจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ นักวิชาชีพ นักแก้ไขการได้ยิน และนักแก้ไขการพูด รวมถึงเปิดรับเด็กที่มีความบกพร่องทางการได้ยินระดับรุนแรงถึงรุนแรงมาก อายุไม่เกิน 3 ปี
บริบูรณ์ เพื่อเข้ารับการอนุเคราะห์การผ่าตัดใส่ประสาทหูเทียมกับโครงการฯ โดยผู้ปกครองจะต้องเดินทางมาลงทะเบียนและพร้อมรับการสัมภาษณ์ในวันงาน ผู้สนใจสามารถลงทะเบียนได้ที่ 081-1043030, 02-2415169 หรือไลน์ ID @deafthai

โครงการ “หนูอยากได้ยินเสียงแม่”เป็นการให้โอกาสเด็กที่มีความบกพร่องทางการได้ยิน ที่มีคุณสมบัติเข้าข่ายได้รับประโยชน์จากการ ผ่าตัดใส่ประสาทหูเทียม ให้ได้เข้าถึงการผ่าตัด เพื่อให้เด็กได้มีโอกาสทางการศึกษาอยู่ในสังคมการได้ยิน ประกอบอาชีพที่ดี เป็นประโยชน์ต่อสังคมและประเทศชาติ

นำผลิตภัณฑ์โครงการหลวงและดอยตุง จัดเป็นกระเช้าของขวัญปีใหม่ที่แสนลํ้าค่า

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/377854

นำผลิตภัณฑ์โครงการหลวงและดอยตุง จัดเป็นกระเช้าของขวัญปีใหม่ที่แสนลํ้าค่า

นำผลิตภัณฑ์โครงการหลวงและดอยตุง จัดเป็นกระเช้าของขวัญปีใหม่ที่แสนลํ้าค่า

วันอังคาร ที่ 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561, 06.00 น.

จิราภา ลักษณวิศิษฎ์, ตะวันนา ธารรา และ ภูวดี คุนผลิน เลือกกระเช้าของขวัญ

ใกล้ช่วงเวลาแห่งความสุข ปีใหม่นี้เซ็นทรัล ฟู้ด ฮอลล์ และ ท็อปส์ ได้เตรียมคัดสรรผลิตภัณฑ์คุณภาพจากทั่วทุกมุมโลกไปจนถึงผลิตภัณฑ์ที่ขึ้นชื่อ จากโครงการหลวง โครงการดอยตุง ผลิตภัณฑ์จากเกษตรกรและชุมชนทั่วทุกภูมิภาคของประเทศ รวมถึงผลิตภัณฑ์ที่เป็นธรรมชาติและดีต่อสุขภาพ และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม มารังสรรค์เป็นกระเช้าของขวัญที่ล้ำค่าและมีความหมายในการให้

ภัทรพร เพ็ญประพัฒน์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ บจ.เซ็นทรัล ฟู้ด รีเทล บอกว่า“ในเทศกาลส่งความสุขปีนี้ บริษัทอยากเชิญชวนส่งมอบกระเช้าของขวัญปีใหม่ Season’s Giving2019 ภายใต้แนวคิด Gifts That Give Backของขวัญที่ให้ความสุขคืนกลับไม่รู้จบ เพราะกระเช้าทุกใบที่เรา  คัดสรรจะเป็นตัวกลางในการส่งต่อความสุขไปถึงผู้ผลิต ผู้ให้ และผู้รับ โดยคัดสรรสินค้าที่มีเรื่องราว มีความเป็นต้นตำรับ มีคุณค่าต่อสังคม ชุมชน และสิ่งแวดล้อม จากทั่วทุกมุมโลกไปจนถึงผลิตภัณฑ์จากเกษตรกรและชุมชนทั่วทุกภูมิภาคของประเทศ ผลิตภัณฑ์จากธรรมชาติดีต่อสุขภาพ เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมารังสรรค์เป็นกระเช้าของขวัญที่ล้ำค่า มีความหมายในการให้มากกว่าทุกครั้ง

กระเช้าดอยตุง

สำหรับไฮไลท์กระเช้าของขวัญปีใหม่ครั้งแรกกับการเปิดตัว กระเช้าอัตลักษณ์ของขวัญที่ให้ความสุขคืนกลับสู่ชุมชน 4 ภาคทั่วไทย โดยดึงเอกลักษณ์และวัฒนธรรมท้องถิ่นมาใช้ทั้งดีไซน์กระเช้าและการคัดเลือกผลิตภัณฑ์ในกระเช้า ภาคเหนือ-กระเช้าม่วนใจ๋ โดดเด่นด้วยสินค้าจากภูมิปัญญาชาวบ้าน ภาคอีสาน-กระเช้าฮักเด้อ สร้างเอกลักษณ์ด้วยการใช้ผ้าขาวม้าจากวิสาหกิจชุมชนกลุ่มทอผ้ามัดหมี่และหมอนขิดบ้านด่านเหนือ จ.กาฬสินธุ์ มาตกแต่งกระเช้าให้สวยงาม ภาคใต้-กระเช้าหรัก จังฮู้ คัดสรรของดีของเด่นจากภาคใต้หลากหลายรายการ และภาคตะวันตก-กระเช้าถิ่นรัก ฯลฯ นอกจากนั้นยังได้สนับสนุนกระเช้าผักตบชวาจากกลุ่มจักสานผักตบชวาบ้านบางตาแผ่น จ.อ่างทอง และกลุ่มวิสาหกิจชุมชนหัตถกรรมพื้นบ้านผักตบชวาอ.บางเลน จ.นครปฐม เป็นการนำวัชพืชธรรมชาติที่ไร้ประโยชน์มาแปรสภาพด้วยภูมิปัญญาท้องถิ่นก่อเกิดการสร้างงาน สร้างรายได้ คืนความสุขกลับสู่คนในชุมชน นอกจากนี้ ยังมีกระเช้าดีไอวาย (Do it yourself) เพื่อกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่ต้องการครีเอท มิกซ์แอนด์แมทช์ด้วยตัวเองกระเช้าเอ็กซ์คลูซีฟจากโครงการพัฒนาดอยตุงอันเนื่องมาจากพระราชดำริ จ.เชียงรายของขวัญแห่งความสุขคืนกลับสู่ชาวไทยภูเขา ออกแบบโดยใช้ริมผ้าถักทอกับกระเช้าและโบตามแบบฉบับดอยตุง สร้างอาชีพให้กับชาวเขากลุ่มแม่บ้านในพื้นที่ตะเข็บชายแดนภาคเหนือ”

กระเช้าผลไม้ ตะกร้าทำจากผักตบชวา

ในส่วนของผลิตภัณฑ์โครงการดอยตุงหม่อมหลวงดิศปนัดดา ดิศกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร มูลนิธิแม่ฟ้าหลวง ในพระบรมราชูปถัมภ์กล่าวว่า “เป็นอีกหนึ่งปีที่เราได้สร้างสรรค์กระเช้าปีใหม่ดอยตุงรูปแบบพิเศษ โดยอัดแน่นไปด้วยผลิตภัณฑ์และงานฝีมือที่เกิดจากการผสมผสานกันอย่างลงตัวของวัตถุดิบธรรมชาติ และอัตลักษณ์แห่งชนเผ่าที่ผสมผสานกับดีไซน์ที่ทันสมัย จนกลายมาเป็นผลิตภัณฑ์คุณภาพที่มีรูปแบบเป็นเอกลักษณ์โดดเด่นเฉพาะตัว อาทิผ้าทอมือ เครื่องเคลือบดินเผา ผลิตภัณฑ์กระดาษสา รวมถึงผลิตภัณฑ์อาหารจากธรรมชาติที่ปลูกขึ้นด้วยใจ นอกจากนี้ยังมีการนำเศษผ้ามารีไซเคิลทำเป็นโบและกระเช้า ด้วยฝีมือและภูมิปัญญา ผสมผสานกับเอกลักษณ์อย่างลงตัว ซึ่งทุกกระเช้าดอยตุงที่จำหน่ายในท็อปส์จึงเปรียบเสมือนความสุขที่ได้ส่งต่อกลับไปยังกลุ่มแม่บ้าน สมาชิกในมูลนิธิฯ ให้มีงาน มีรายได้ที่สุจริตเลี้ยงชีพและยังเป็นการช่วยอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมจากการนำวัสดุเหลือใช้มาต่อยอดอีกด้วย”

ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการให้ความสุขคืนกลับไม่รู้จบ ผ่านกระเช้าของขวัญที่เซ็นทรัล ฟู้ด ฮอลล์และท็อปส์ ตั้งแต่วันนี้-8 มกราคม 2562

เลือกสินค้าผ่าน ipad

รักษ์เกาะหลีเป๊ะ ร่วมใจเลิกใช้ถุงพลาสติก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/377853

รักษ์เกาะหลีเป๊ะ ร่วมใจเลิกใช้ถุงพลาสติก

รักษ์เกาะหลีเป๊ะ ร่วมใจเลิกใช้ถุงพลาสติก

วันอังคาร ที่ 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561, 06.00 น.

เดินหน้าโครงการ รณรงค์ลดและเลิกใช้ถุงพลาสติก สำหรับ บมจ.ซีพี ออลล์ ผู้ก่อตั้งร้านเซเว่นอีเลฟเว่น ในประเทศไทย ที่ดำเนินมาอย่างต่อเนื่อง โดยร่วมกับกรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย มูลนิธิโลกสีเขียว เครือเจริญโภคภัณฑ์ สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จังหวัดสตูล องค์การบริหารส่วนตำบลเกาะสาหร่าย อุทยานแห่งชาติตะรุเตา และ DO IT BY HEART SAVE KOH LIPE จัดกิจกรรม “รักษ์เกาะหลีเป๊ะ ร่วมใจเลิกใช้ถุงพลาสติก”

ซีพี ออลล์ มีนโยบายในการรณรงค์ลดใช้ถุงพลาสติกมากว่า 10 ปี และได้ริเริ่มโครงการคิดถุ๊ง คิดถุง ตั้งแต่ปี 2555 เพื่อปลูกจิตสำนึกพนักงานร้านสาขา เยาวชนและประชาชน ตลอดจนลูกค้าให้มีส่วนร่วมในการลดใช้ถุงพลาสติก ผ่านแนวคิด “ซื้อของชิ้นเล็กไม่รับถุงพลาสติก” “ซื้อของหลายชิ้นใส่รวมถุง” ตามนโยบายของนายธานินทร์ บูรณมานิต กรรมการผู้จัดการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.ซีพี ออลล์ ผู้ก่อตั้งร้านเซเว่น อีเลฟเว่น ในประเทศไทย

โครงการ “รักษ์เกาะหลีเป๊ะ ร่วมใจเลิกใช้ถุงพลาสติก” หนึ่งในโครงการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมตามปณิธานของบมจ.ซีพี ออลล์ “ร่วมสร้างสรรค์และแบ่งปันโอกาสให้กับทุกคน” เพื่อมุ่งมั่นจัดการปัญหาขยะโดยเฉพาะพลาสติกให้กลายเป็นศูนย์ พร้อมกับเชิญชวนให้พนักงาน ลูกค้า ประชาชนทั่วไป ร่วมมือร่วมใจปฏิเสธถุงพลาสติกแล้วหันมาใช้ถุงผ้า นอกจากนี้ยังร่วมกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ซึ่งประกอบด้วยนักเรียนโรงเรียนบ้านเกาะอาดัง ครูอาจารย์ เจ้าหน้าที่ส่วนท้องถิ่น ผู้ประกอบการ และประชาชนในท้องถิ่น ร่วมกันทำกิจกรรม Big Cleaning และประชาสัมพันธ์ให้นักท่องเที่ยวงดการนำถุงพลาสติกขึ้นมาบนเกาะ เพื่อเตรียมรับฤดูกาลการท่องเที่ยว

ด้าน พรชัย เพชรพิมพ์พันธุ์ ผู้อำนวยการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จังหวัดสตูล กล่าวว่า ถือเป็นนิมิตหมายที่ดีที่ได้จัดให้มีกิจกรรมในวันนี้ขึ้นเกี่ยวกับเรื่องของการลดใช้ถุงพลาสติก
บนเกาะหลีเป๊ะ เนื่องจากว่าเกาะหลีเป๊ะเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญของจังหวัดสตูลและเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญของประเทศด้วย เพราะฉะนั้นการรณรงค์เพื่อที่จะลดการใช้ถุงพลาสติกบนเกาะหลีเป๊ะจะเป็นการสร้างความรู้สึกสำนึกหรือเป็นการกระตุ้นให้มีการรณรงค์และลดการใช้ถุงพลาสติกขึ้นทั้งในหมู่เกาะผู้ประกอบการเอง นักท่องเที่ยว ในเรื่องของท้องถิ่นและประชาชนที่อาศัยอยู่แห่งนี้ด้วย เพื่อจะทำอย่างไรให้เกาะหลีเป๊ะเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีความสะอาดปราศจากการใช้ถุงพลาสติก และมีความสวยงามอย่างยั่งยืนต่อไปในอนาคตครับ

ปัจจุบันเกาะหลีเป๊ะ จ.สตูล เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียง น้ำทะเลใส ฝูงปลา และแนวปะการังที่สมบูรณ์สวยงาม ดึงดูดนักท่องเที่ยวชาวไทยและจากทั่วโลกให้มาท่องเที่ยว เพื่อรักษาความงดงามที่ธรรมชาติสร้างสรรค์ขึ้นให้คงอยู่อย่างยั่งยืน การร่วมกัน ลด และเลิกใช้ถุงพลาสติกจึงต้องเริ่มจากการสร้างจิตสำนึกให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวมีความตระหนักในการอนุรักษ์ และใช้ประโยชน์ร่วมกัน