‘เอ็มทูเอสป็อป’เว็บไซต์รวมแบรนด์แฟชั่นโดยดาราดัง ตอบโจทย์หญิงสาว ง่ายๆ เพียงปลายนิ้วสัมผัส

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/377857

‘เอ็มทูเอสป็อป’เว็บไซต์รวมแบรนด์แฟชั่นโดยดาราดัง ตอบโจทย์หญิงสาว ง่ายๆ เพียงปลายนิ้วสัมผัส

‘เอ็มทูเอสป็อป’เว็บไซต์รวมแบรนด์แฟชั่นโดยดาราดัง ตอบโจทย์หญิงสาว ง่ายๆ เพียงปลายนิ้วสัมผัส

วันอังคาร ที่ 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561, 06.00 น.

พิมพ์ทอง วชิราคม, วิริฒิพา ภักดีประสงค์, ตะวันนา ธารา, พิธาน องค์โฆษิต, มร.ทัตสึกิ นากาโอะ และ พลิน นันทขว้าง จากชิเซโด้, สุภัสสรา ธนชาต, สุทัตตา อุดมศิลป์

พร้อมให้เหล่าสาวๆ ได้ร่วมอัพเดทเทรนด์แฟชั่น ผ่านสไตล์ไอคอนนักแสดงสาวสวยคนโปรด ที่ล่าสุด พิธาน องค์โฆษิต กรรมการผู้ก่อตั้ง บริษัท ไดค่อน จำกัด ผู้บริหารระดับสูงแห่งเว็บไซต์ เอ็มทูเอสป็อปดอทคอม (www.M2Spop.com) ร่วมด้วย มหิธร พงษารัตน์และ ตะวันนา ธารา ทีมผู้บริหาร “เอ็มทูเอสป็อป” (M2Spop)ได้เปิดตัวเว็บไซต์ “เอ็มทูเอสป็อป” (M2Spop) แหล่งรวมแบรนด์เสื้อผ้าดีไซน์สวยหรูหลากหลายสไตล์ จากผลงานการออกแบบของเหล่านักแสดงสาวทั้ง 17 คน อาทิ เจนี่ เทียนโพธิ์สุวรรณ, คิมเบอร์ลี่ แอนโวลเทมัส, โชติกา วงศ์วิลาศ, ณปภา ตันตระกูล, วิริฒิพา ภักดีประสงค์, อภิษฎา เครือคงคา, พิมพ์ชนก ลือวิเศษไพบูลย์, กัญญ์ณรัณ วงศ์ขจรไกล, สุภัสสรา ธนชาต, สุทัตตา อุดมศิลป์, เดียร์น่า ฟลีโป, สุชาร์ มานะยิ่ง,อริสรา ทองบริสุทธิ์, มัลลิกา จงวัฒนา, ลภัสลัล จิรเวชสุนทรกุล,พิมพ์ทอง วชิราคม และ ปานวาด เหมมณี ที่ได้เนรมิตรันเวย์อวดโฉมเสื้อผ้าดีไซน์พิเศษ พร้อมตื่นตาตื่นใจกับไฮไลท์สุดพิเศษจากเหล่านักแสดงสาว 17 คนในชุดเดินแบบฟินาเล่ที่ จีเอ็มเอ็ม ไลฟ์เฮ้าส์ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ ชั้น 8เมื่อเย็นวันก่อน

“เอ็มทูเอสป็อป” (M2Spop) ที่มีแนวความคิดมาจากคำว่า “มันเดย์ทู ซันเดย์” (Monday to Sunday) ที่ต้องการตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์การแต่งกายของหญิงสาวได้ทุกวัน เหมาะกับผู้หญิงยุคใหม่ที่มีไลฟ์สไตล์สนุกสนาน ชื่นชอบแฟชั่นและรักการช็อปปิ้งผ่านช่องทางออนไลน์ ซึ่ง “เอ็มทูเอสป็อป” นับเป็นที่แรกที่ได้รวบรวมแบรนด์เสื้อผ้าแฟชั่นหลากหลายคาแร็กเตอร์ ผลงานการออกแบบจาก 17 นักแสดงชื่อดังมาให้เลือกสรรอย่างจุใจ ภายใต้คุณภาพและดีไซน์อันยอดเยี่ยมในราคาที่จับต้องได้

พิธาน องค์โฆษิต, ตะวันนา ธารา, มหิธร พงษารัตน์ ผู้บริหาร  M2Spop

พิธาน องค์โฆษิต กล่าวถึง “เอ็มทูเอสป็อป” (M2Spop) ว่า “เราอยากให้เว็บไซต์ “เอ็มทูเอสป็อป’” (M2Spop) เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่อยู่ในใจสำหรับกลุ่มผู้หญิงที่ติดตามเทรนด์แฟชั่นและชื่นชอบการสั่งซื้อสินค้าออนไลน์ ที่สามารถเลือกซื้อสินค้าพร้อมอัพเดทเทรนด์แฟชั่นได้ตลอดเวลาผ่านบริการจากเว็บไซต์ ที่ได้รวบรวมพร้อมนำเสนอเสื้อผ้าดีไซน์สุดพิเศษหลากหลายสไตล์ จากผลงานการออกแบบของเหล่านักแสดงสาวชื่อดังทั้ง 17 คน ที่พร้อมให้สาวๆ ได้ร่วมอัพเดทชุดสวยสร้างสไตล์ที่เปี่ยมด้วยความมั่นใจในทุกๆ วัน”

โดย “เอ็มทูเอสป็อป” (M2Spop) ได้รวบรวมผลงานการออกแบบเสื้อผ้าคอลเลคชั่นแรก ออทั่ม/วินเทอร์ 2018 ของเหล่านักแสดงสาวทั้ง 17 แบรนด์ อาทิ แบรนด์ “เจที” (JT) จากสาว เจนี่ เทียนโพธิ์สุวรรณ ด้วยงานออกแบบที่สะท้อนถึงความเรียบง่ายตามแบบฉบับของสาวเจนี่ ถ่ายทอดสู่เสื้อผ้าคอลเลคชั่นพิเศษที่โดดเด่นด้วยสไตล์มินิมอล พร้อมนำเสนอลุคสุดคลาสสิกของสาวๆ ให้โดดเด่นเหนือกาลเวลา, แบรนด์ “ไคลเดอร์ บาย คิมเบอร์ลี่” (Kleider by Kimberley) จากสาว คิมเบอร์ลี่ แอน โวลเทมัส ที่มีคอนเซ็ปต์การออกแบบคือ “ลักซ์ชัวรี่ สปอร์ตี้” (Luxury Sporty) ด้วยดีไซน์อันเรียบง่ายแต่แฝงด้วยความหรูหรา และเน้นความคล่องตัวเวลาสวมใส่ สามารถตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ผู้หญิง

ยุคใหม่ที่ต้องการความคล่องตัว, แบรนด์ “แพท” (P4TT) จากสาว แพท-ณปภา ตันตระกูล ที่มาพร้อมกับผ้าเดนิมสไตล์สตรีทแวร์ นางเอกของคอลเลคชั่น ด้วยงานดีไซน์ที่เน้นความร่าเริง สดใส และความสนุกสนาน, แบรนด์ “อเล็กซิ วีเอสเอส”(Alexi V.S.S) จากสาว วุ้นเส้น-วิริฒิพา ภักดีประสงค์ ด้วยคาแร็กเตอร์อันโดดเด่นของสาววุ้นเส้น ถ่ายทอดสู่เสื้อผ้าดีไซน์โมเดิร์นที่แฝงด้วยความเซ็กซี่ ด้วยซิลลูเอทของชุดที่ขับเน้นเรือนร่างของหญิงสาว พร้อมสร้างเสน่ห์ดึงดูดทุกสายตา, แบรนด์ “ไนน์ตี้ส์” (Nineties’) จากสาว เก้า-สุภัสสรา ธนชาตร่วมย้อนเวลาหวนกลับไปที่ยุคสมัยสุดคลาสสิก ผ่านผลงานการออกแบบของสาวเก้าที่หยิบยกแฟชั่นสตรีทยุค 90’s มาเป็นแรงบันดาลใจของเสื้อผ้าคอลเลคชั่นแรกที่อบอวลด้วยเสน่ห์ที่เน้นความสนุกสนาน ร่าเริง

ร่วมอัพเดทเทรนด์แฟชั่น สร้างสไตล์อันโดดเด่น ผ่านชุดสวยผลงานการออกแบบจากเหล่านักแสดงสาวสวยที่คุณชื่นชอบ ได้แล้ววันนี้ที่ www.M2Spop.com

คุณแหน : 19 พฤศจิกายน 2561

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/377635

คุณแหน : 19 พฤศจิกายน 2561

วันจันทร์ ที่ 19 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561, 06.00 น.

ll สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี องค์อุปนายิกาผู้อำนวยการสภากาชาดไทย จะเสด็จพระราชดำเนินไปทรงเปิดงานกาชาดประจำปี 2561 ณ พลับพลาพิธี หน้าหอสมุดประชาชน สวนลุมพินี 23 พ.ย.17.00 น. …งานมีระหว่าง 23 พ.ย.-1 ธ.ค. …

ll พรชัย-สุวนีย์ กิตติปัญญางาม ยกลูกสาวคนเก่ง พญ.พจีมาศ กิตติปัญญางาม สร้างครอบครัวกับ นพ.ปัญญวัฒน์ อภิวัฒนกุล บุตร โกมินทร์-สุวดีอภิวัฒนกุล งานฉลองสมรส 1 ธ.ค.ห้องแอสเทอร์บอลรูม รร.เดอะเซนต์รีจิส…

ll คริมา กุญชร ณ อยุธยา จัดงาน “ลอยประทีป ชมจันทร์ สีสันวันลอยกระทง”ขอขมาพระแม่คงคาในบรรยากาศสุโขทัยย้อนยุค ริมน้ำเจ้าพระยา พร้อมชมความวิจิตรงดงามของนาฏลีลาที่เน้นความเป็นไทยหลากหลายชุด และอร่อยอิ่มเอมไปกับพาเหรดบุฟเฟ่ต์นานาชาติ บาร์บีคิวซีฟู้ดสดใหม่ ในคืนพระจันทร์เต็มดวง 22 พ.ย. ณ ศาลาริมน้ำ รร.มณเฑียร ริเวอร์ไซด์…

ll ปารีสา จาตนิลพันธุ์ ผอ.อาวุโสฝ่ายพัฒนาธุรกิจค้าปลีก สยามพิวรรธน์ รีเทล โฮลดิ้ง ชวนไปงานเปิด “AbsoluteSiam Store” ศูนย์รวมสินค้าแฟชั่นไลฟ์สไตล์และของที่ระลึก นำเสนอสินค้าที่แตกต่างมีจำหน่ายเฉพาะที่สยามเซ็นเตอร์ สินค้าดีไซน์แปลกดีไซเนอร์คนไทย 20 พ.ย. 18.00 น. ณ ชั้น 1 สยามเซ็นเตอร์ เมืองแห่งไอเดียที่ล้ำเทรนด์…

ll เมื่อขึ้นโทลล์เวย์วันลอยกระทงที่ ด่านดินแดง 1 เวลา 07.00-09.00 น. และที่ด่านอนุสรณ์สถาน เวลา 16.00-18.00 น. อโนมา อุฤทธิ์รอง กจก. สายงานปฏิบัติการ และทีมงาน เตรียมกระทงขนมปังสำหรับแจกให้กับผู้ใช้ทางฯ ร่วมสืบสานประเพณีไทยและอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม…

ll วีระศักดิ์ โควสุรัตน์ รมว.กระทรวงการท่องเที่ยวฯเป็นประธานเปิดงาน River Festival 2018 สายน้ำแห่งวัฒนธรรมไทย โดยกมลนัย ชัยเฉนียน ประธานจัดงานฯ ต้อนรับที่เอเชียทีคเดอะริเวอร์ฟร้อนท์21 พ.ย. 18.00 น. …

ll งานฌาปนกิจสุพรรณี เบญจฤทธิ์ ประธานและกรรมการผู้จัดการ บริษัทซีทัวร์ มารดากฤดิ-ไกร ปันยารชุน วันอังคารที่ 20 พ.ย.เวลา 17.00 น. ณ เมรุหน้า วัดธาตุทอง พระอารามหลวง…คุณสุพรรณีเป็นผู้หญิงเก่งเป็นผู้บุกเบิกการท่องเที่ยวทางเรือสำราญ จนได้เป็นเจเนอเรอร์ เซลส์เอเย่นต์ ตั๋วเรือหลายสายในเมืองไทยด้วยวัย 92 ยังแข็งแรงและไปทำงานทุกวัน ตราบกระทั่งวันจันทร์ที่เสียชีวิตเกิดอาการแขนไม่มีแรงไปโรงพยาบาลหนึ่งหมอบอกเป็นโรคหัวใจเลยส่งต่อไปศูนย์โรคหัวใจรพ.กรุงเทพ ช่วยสุดๆ แล้วแต่ไม่ทัน คุณสุพรรณีก็จากไปวันนั้นด้วยโรคหัวใจ ที่เจ้าตัวไม่เคยรู้ตัวเลยว่าเป็นมาก่อน…ขอแสดงความเสียใจและอาลัยกับครอบครัวและลูกน้องด้วยค่ะ…ll

คุณแหน

‘ไอคอนสยาม’เปิดพิพิธภัณฑ์ลอยนํ้า‘เรือสำเภาศรีมหาสมุทร’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/377637

‘ไอคอนสยาม’เปิดพิพิธภัณฑ์ลอยนํ้า‘เรือสำเภาศรีมหาสมุทร’

‘ไอคอนสยาม’เปิดพิพิธภัณฑ์ลอยนํ้า‘เรือสำเภาศรีมหาสมุทร’

วันจันทร์ ที่ 19 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561, 06.00 น.

ดร.วิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานในพิธีเปิดพิพิธภัณฑ์ลอยน้ำ“เรือสำเภาศรีมหาสมุทร”

ตื่นตาตื่นใจกับเรือสำเภาโบราณที่กลับมามีชีวิตอีกครั้งหนึ่งโดยเปิดโอกาสให้ประชาชนได้เข้าชมพื้นที่ต่างๆ ภายในเรือที่บอกเล่าเรื่องราวในประวัติศาสตร์ด้วยเทคนิคการนำเสนอที่ล้ำสมัย สร้างประสบการณ์เหมือนพาผู้เข้าชมย้อนเวลากลับไปอยู่บนเรือจริงในอดีต พร้อมจัดแสดงนิทรรศการพระราชประวัติและพระราชกรณียกิจของสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช เพื่อเรียนรู้ช่วงเวลาสำคัญของประวัติศาสตร์ไทย จัดแสดงให้ชมฟรีไปจนถึงวันที่ 13 มกราคม 2562 ณ ริเวอร์ พาร์ค ไอคอนสยาม ริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา

ไอคอนสยาม จัดพิธีเปิดพิพิธภัณฑ์ลอยน้ำครั้งแรกในประเทศไทย “เรือสำเภาศรีมหาสมุทร” สัญลักษณ์แห่งความเจริญรุ่งเรืองที่มากับสายน้ำ เพื่อน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของ สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ในวาระครบรอบ 250 ปี แห่งการสถาปนากรุงธนบุรีศรีมหาสมุทร ภายในนิทรรศการจัดแสดงพระราชประวัติและพระราชกรณียกิจของสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช นำเสนอในรูปแบบนิทรรศการและใช้เทคนิคการนำเสนอที่ล้ำสมัย บอกเล่าเรื่องราวและสร้างประสบการณ์ที่น่าตื่นตาตื่นใจให้กับผู้เข้าชมเสมือนย้อนเวลากลับไปอยู่บนเรือจริงในอดีต

พิธีเปิด “พิพิธภัณฑ์ลอยน้ำ เรือสำเภาศรีมหาสมุทร” จัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ด้วยการแสดงชุดหุ่นละครเล็กเรื่องรามเกียรติ์ ตอน หนุมานเกี้ยวนางวาริน ซึ่งมีความสำคัญในฐานะพระราชนิพนธ์ในสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ประกอบแสงสีเสียง โดยได้รับเกียรติจาก ดร.วิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานในพิธีเปิด พร้อมผู้บริหารไอคอนสยามสปอนเซอร์ และนักแสดงชื่อดัง อั้ม-อธิชาติ ชุมนานนท์, เจมส์-จิรายุ ตั้งศรีสุข และ นุ่น-วรนุช ภิรมย์ภักดี พร้อมมีแขกผู้มีเกียรติมาร่วมงานกันอย่างคับคั่ง อาทิ พิมพ์สุรางค์ รอดโพธิ์ทอง, ดร.วรพิมพ์สุข ผ่องสมัย, ดร.พาชื่น รอดโพธิ์ทอง, พิมพ์พันธุ์ เห็นใจชน, วิชชุดา รัตนสิงห์, วรกร-กรณ์ จาติกวณิช, สรัญทร-จิตรามณฑน์ เตชะไพบูลย์ และ ชยุตภ์ พันธภิรัศ,โสภิตนภา ชุ่มภาณี, ม.ล.อรดิศ สนิทวงศ์ ฯลฯ ณ ท่ามกลางทัศนียภาพอันงดงามของแม่น้ำเจ้าพระยา บริเวณ ริเวอร์ พาร์ค ไอคอนสยาม

ไทยสมายล์ ให้รอยยิ้มช่วยชีวิต ปีที่ 2 สะท้อนความรู้สึกดีๆ ของการบริจาคอวัยวะ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/377631

ไทยสมายล์ ให้รอยยิ้มช่วยชีวิต ปีที่ 2 สะท้อนความรู้สึกดีๆ ของการบริจาคอวัยวะ

ไทยสมายล์ ให้รอยยิ้มช่วยชีวิต ปีที่ 2 สะท้อนความรู้สึกดีๆ ของการบริจาคอวัยวะ

วันจันทร์ ที่ 19 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561, 06.00 น.

ชาริตา ลีลายุทธ

โครงการ “ไทยสมายล์ให้รอยยิ้มช่วยชีวิต Smile for Life” ปีที่ 2 โดยสายการบินไทยสมายล์ และศูนย์รับบริจาคอวัยวะสภากาชาดไทย ได้สร้างสรรค์ภาพยนตร์โฆษณาออนไลน์ ชุด “อาสมเกียรติ” ความยาว 2 นาที เพื่อรณรงค์เกี่ยวกับการบริจาคอวัยวะต่อชีวิตให้แก่ผู้ที่รอคอยการรับบริจาคอวัยวะด้วยความหวัง และจุดประกายความคิดเรื่องการให้อย่างไม่มีที่สิ้นสุด

ในงานแถลงข่าวนอกจากจะได้รับเกียรติจาก นางชาริตา ลีลายุทธ ผู้บริหารสูงสุดของสายการบินไทยสมายล์ และ นายแพทย์วิศิษฏ์ ฐิตวัฒน์ ผู้อำนวยการศูนย์รับบริจาคอวัยวะสภากาชาดไทย ศูนย์รับบริจาคอวัยวะสภากาชาดไทย มาร่วมพูดคุยแล้ว ยังเชิญผู้กำกับโฆษณามาเล่าถึงแนวคิดแรงบันดาลใจ พร้อมยังมีแขกรับเชิญพิเศษ ณัฐกนก รัตนวิชัย มารดาของผู้บริจาคอวัยวะ และ ธีรพร กาญจนาวิลาส(เบสท์) อายุ 28 ปี พนักงานบริษัทผู้ได้รับการปลูกถ่ายหัวใจ มาร่วมแบ่งปันประสบการณ์จริง เพื่อตอกย้ำให้สังคมตระหนักถึงความสำคัญของการบริจาคอวัยวะและเชิญชวนบริจาค เพราะการบริจาคอวัยวะถือเป็นการให้ที่ยิ่งใหญ่

นายแพทย์วิศิษฏ์ ฐิตวัฒน์

นางชาริตา ลีลายุทธ รักษาการประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไทยสมายล์แอร์เวย์ จำกัด กล่าวว่า โครงการ ไทยสมายล์ให้รอยยิ้มช่วยชีวิต Smile for Life สานต่อเป็นปีที่ 2 เพื่อร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการชี้ให้เห็นถึงความสำคัญของการบริจาคอวัยวะ ยิ่งไปกว่านั้นยังร่วมเป็นส่วนสำคัญในการสนับสนุนการทำงานของทีมแพทย์ที่เดินทางเพื่อไปปฏิบัติภารกิจทำการผ่าตัดผู้บริจาคอวัยวะ พร้อมทั้งภารกิจในการขนส่งอวัยวะจากผู้บริจาคไปปลูกถ่ายให้กับผู้รออวัยวะทั่วประเทศ ซึ่งการสร้างการรับรู้และรณรงค์ให้ประชาชนทั่วไปได้ทราบและตระหนักถึงความสำคัญในการเป็นผู้บริจาคอวัยวะนั้น ได้สื่อสารผ่านภาพยนตร์โฆษณาออนไลน์ ชุด อาสมเกียรติ ซึ่งเผยแพร่ผ่านทางช่องทางออนไลน์ ตั้งแต่ต้นเดือนพฤศจิกายน 2561 ที่ผ่านมา

นายแพทยวิศิษฏ์ ฐิตวัฒน์ ผู้อำนวยการศูนย์รับบริจาคอวัยวะสภากาชาดไทย กล่าวว่า การบริจาคอวัยวะและการปลูกถ่ายอวัยวะ เป็นวิธีการรักษาที่ช่วยต่อชีวิตใหม่ให้แก่ผู้ป่วยที่หมดหวังที่จะรักษาด้วยวิธีการอื่นๆ เพื่อให้มีชีวิตอยู่ต่อไปได้ การร่วมรณรงค์สร้างการรับรู้เกี่ยวกับการบริจาคอวัยวะเพื่อต่อชีวิตให้แก่ผู้ที่รอคอยด้วยความหวัง โดยไทยสมายล์ช่วยอำนวยความสะดวกในการเป็นพาหนะขนส่งอวัยวะไปยังจุดหมายต่างๆ นี้ ทำให้คุณภาพของอวัยวะดีขึ้น มีจำนวนอวัยวะสำหรับนำไปใช้เพิ่มมากขึ้น สร้างความปลอดภัยให้กับอวัยวะบริจาค และความปลอดภัยต่อทีมขนส่ง ลดภาระให้ทีมแพทย์ พยาบาลในโรงพยาบาลที่รับบริจาค ได้รับความรวดเร็ว และลดเวลาในการรอ

นายสรรพาทิตย์ ทวีเจริญ

นายสรรพาทิตย์ ทวีเจริญ ผู้กำกับภาพยนตร์โฆษณาออนไลน์ ชุด อาสมเกียรติ จาก ดรีมไรเดอร์ กล่าวว่า ภาพยนตร์โฆษณาเรื่องนี้ได้รับแรงบันดาลใจมาจากแนวคิดที่ว่า สายการบินไทยสมายล์ซึ่งรับหน้าที่เป็นพาหนะในการขนส่งอวัยวะจากผู้บริจาคไปปลูกถ่ายให้กับผู้รออวัยวะ เปรียบเสมือนการช่วยขนส่งความหวังและรอยยิ้มจากผู้ให้บริจาคไปสู่ผู้รับ เพราะหนึ่งรอยยิ้มและความหวังดีจากผู้ให้ คือการช่วยเติมเต็มรอยยิ้มให้กับผู้คนอีกมากมายได้อย่างแท้จริง สำหรับปีนี้ แนวคิดได้ให้ความสำคัญ 3 ส่วนคือ 1.ผู้บริจาคอวัยวะ เพราะเชื่อว่าไม่ใช่เป็นเรื่องการเสียสละอย่างเดียว แต่เป็นเรื่องความรู้สึกที่เมื่อเขาจากโลกนี้และได้ทิ้งสิ่งที่ทำให้ผู้คนได้มีความสุขต่อไป จึงอยากจะสะท้อนความรู้สึกดีๆ ให้กับผู้ที่กำลังคิดอยากจะบริจาคอวัยวะ 2.ศูนย์รับบริจาคฯ และสายการบิน
ไทยสมายล์ ทั้งสององค์กรต่างเสียสละเวลา บุคลากร ฯลฯ เพื่อช่วยกันขนส่งอวัยวะอย่างมีประสิทธิภาพซึ่งเป็นสิ่งที่น่ายกย่อง 3.เก้าอี้ตัวที่ถูกเว้นว่างไว้บนเครื่องบิน เพื่อรองรับคณะเจ้าหน้าที่ในการขนส่งอวัยวะ ซึ่งผมรู้สึกว่าเป็นการให้ที่มากกว่าคำว่ามูลค่า มากกว่าที่สายการบินแห่งหนึ่งตั้งใจอยากช่วยเหลือทุกคนอย่างแท้จริง ทั้งสามส่วนนี้คือผู้ให้ เป็นผู้ที่ได้ช่วยสร้างรอยยิ้มหรือการสร้างความสุขแบบไม่สิ้นสุดเกิดขึ้น ส่วนตัวละครสมมุติคือ “อาสมเกียรติ”คนที่มีความสุข พร้อมจะให้ในทุกสิ่งโดยไม่หวังสิ่งตอบแทน ต้องการสื่อถึงให้ผู้ที่อยากจะร่วมบริจาคได้รู้สึกว่ามีความภูมิใจและคิดว่าการให้นั้นได้สร้างรอยยิ้มจริงๆ ตัวละครนี้จึงช่วยชี้แนะผู้คนรอบข้างให้ได้เข้าใจความสุขที่แท้จริงจากการให้ ซึ่งสามารถสร้างรอยยิ้มให้กับผู้คนได้

ด้าน นางณัฐกนก รัตนวิชัย มารดาของผู้บริจาคอวัยวะ กล่าวว่า ลูกชายเสียชีวิตกะทันหันที่โรงพยาบาลเมื่อปี 2559 อายุได้ 38 ปี แพทย์วินิจฉัยว่าก้านสมองตาย ตนจึงตัดสินใจบริจาคอวัยวะของลูกเพื่อนำไปช่วยเหลือชีวิตผู้อื่นเพื่อให้เขาได้อยู่ต่อ เพราะจะได้เป็นการสร้างบุญกุศลครั้งใหญ่ให้กับเขาด้วย ซึ่งอวัยวะที่บริจาคได้นำไปช่วยเหลือชีวิตผู้อื่นได้ 6 ท่าน อยากชวนให้ทุกท่านเปลี่ยนความเชื่อเก่าๆ ในเรื่องการบริจาคอวัยวะที่ไม่เป็นความจริง เพราะการบริจาคสามารถช่วยเหลือชีวิตผู้คนได้จริงและทำให้เขามีความสุขอยู่บนโลกนี้ต่อไปได้ จึงอยากให้บริจาคกันมากๆ เพราะยังมีคนในโลกนี้ที่ยังรออวัยวะและรอความหวังอีกมากมาย การบริจาคสามารถสร้างความสุขได้ทั้งผู้ให้และผู้รับ

 ณัฐกนก รัตนวิชัย

นางสาวธีรพร กาญจนาวิลาส (เบสท์) อายุ 28 ปี พนักงานบริษัท ผู้ได้รับการปลูกถ่ายหัวใจ กล่าวว่า เป็นโรคหัวใจมาแต่กำเนิด มีอาการเหนื่อยมาตลอดไม่ว่าจะทำอะไร เมื่ออายุ 20 ปี มีอาการหนักมากจนต้องใส่เครื่องกระตุ้นหัวใจ จนผ่านมาสองปีเหนื่อยมากอีกต้องมาแอดมิทที่โรงพยาบาล คุณหมอแจ้งว่าถึงเวลาที่ต้องผ่าตัดเปลี่ยนหัวใจแล้ว ตนโชคดีมากที่ได้หัวใจเปลี่ยนในเวลาสองเดือน ปัจจุบันได้รับการผ่าตัดปลูกถ่ายหัวใจผ่านมาแล้วสี่ปีแล้ว เปลี่ยนแปลงเหมือนเป็นคนละคน เพราะสามารถทำทุกอย่างได้เหมือนคนปกติไม่เหนื่อยเหมือนเมื่อก่อน ออกกำลังกายได้เหมือนได้ชีวิตใหม่ จึงเป็นแรงบันดาลใจให้ตนได้เป็นผู้บริจาคอวัยวะทั้งหมดและดวงตาเพื่อช่วยเหลือคนอื่นต่อไปเช่นกัน ซึ่งเมื่อก่อนเคยคิดว่าเหล่านี้คือเรื่องไกลตัวมากและไม่คิดว่าจะเกิดกับตัวเองจริงๆ อยากให้ทุกคนช่วยกันบริจาคอวัยวะกันมากๆ เพราะวันหนึ่งอาจเป็นคนในครอบครัวหรือตัวเราเองก็ได้ที่อาจจะเป็นผู้รับ”

ผู้สนใจที่ต้องการมีส่วนร่วมกับโครงการ สามารถร่วมบริจาคอวัยวะ และบริจาคเงินให้แก่ศูนย์รับบริจาคอวัยวะสภากาชาดไทย ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่http://www.organdonate.in.th/ และคลิกเข้าไปชมภาพยนตร์ออนไลน์ชุด “อาสมเกียรติ” ได้ที่ www.facebook.com/ThaiSmileAirways/ และผ่านทาง Thai Smile Airways Official YouTube Channel

แดพเพอร์เปิดตัวนวัตกรรมบนเสื้อเชิ้ต 4 แบบ 4 สไตล์สำหรับผู้ชายยุคใหม่

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/377633

แดพเพอร์เปิดตัวนวัตกรรมบนเสื้อเชิ้ต 4 แบบ 4 สไตล์สำหรับผู้ชายยุคใหม่

แดพเพอร์เปิดตัวนวัตกรรมบนเสื้อเชิ้ต 4 แบบ 4 สไตล์สำหรับผู้ชายยุคใหม่

วันจันทร์ ที่ 19 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561, 06.00 น.

(ซ้าย) จันธิดา สุริยา, เชิญพร ธรรมวิทย์, สุทธิเกียรติ คงคติธรรม, ภมรทิพย์ ศรีไพศาล, จิตตินันท์ หวั่งหลี, พันจ่าตรี อินทัช ฤกษ์เย็น, วงศวัฒน์ อ่อนจันทร์, และ มนตรี ฐิติวิวรรธน์กุล

ตอกย้ำความเป็นผู้นำในด้านสินค้าแฟชั่นสำหรับคุณผู้ชายอย่าง “แดพเพอร์”ที่ใส่ใจและพิถีพิถันในทุกรายละเอียดของการดีไซน์ตัดเย็บ แล้วยังคำนึงถึงการใช้งานได้จริงในยุคปัจจุบัน จึงได้คิดค้น“นวัตกรรมใหม่” ที่ใช้ผลิตในเสื้อผ้าครั้งแรก

ภมรทิพย์ ศรีไพศาล Managing Director กล่าวว่า แดพเพอร์ ประสบความสำเร็จในด้านการเป็นผู้นำสินค้าเสื้อผ้าและเครื่องหนังสัญชาติไทยมาอย่างยาวนาน แต่ก็ยังไม่หยุดคิดค้นและพัฒนาสินค้าให้ตอบรับกับไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ ซึ่งต้องการสินค้าที่สามารถมอบความสะดวกสบายในการใช้ชีวิตประจำวันได้ จึงนำไปสู่การออกแบบเสื้อเชิ้ตสำหรับผู้ชายในคอลเลคชั่นพิเศษ “Dapper Innovation Collection” ที่ใช้นวัตกรรมการนำเส้นใยผ้าแบบใหม่มาผลิตเป็นเสื้อเชิ้ตทั้ง 4 รูปแบบ ที่ตอบโจทย์การใช้งานและยังผสานงานดีไซน์อันเป็นเอกลักษณ์อย่างลงตัว

แก๊ป-ธนเวทย์ สิริวัฒน์ธนกุล กับเสื้อ Dapper Bamboo Shirt

เสื้อเชิ้ตทั้ง 4 รูปแบบจะชูจุดเด่นด้านนวัตกรรมที่ช่วยให้ความสะดวกสบายกับผู้สวมใส่แตกต่างกันออกไป ได้แก่ Dapper No More Iron Shirt ที่คิดค้นมาเพื่อผู้ชายทุกคนที่กังวลเรื่องการรีดผ้า
ซึ่งเสื้อเชิ้ตรุ่นนี้มีคุณสมบัติที่ยับยากและยังคงความเรียบได้ยาวนาน เหมาะกับช่วงเวลาที่เร่งรีบของผู้ชายวัยทำงานในยุคปัจจุบัน และด้วยสภาพอากาศที่ร้อนอบอ้าวของประเทศไทย เสื้อที่สวมใส่จึงต้องเย็นสบาย อย่าง Dapper Cotton Bamboo Shirt ที่ใช้นวัตกรรมการผลิตจากเส้นใยไผ่ทอผสมกับเส้นใยฝ้ายจึงสามารถระบายอากาศและถ่ายเทความร้อนจากร่างกายได้ดี ทำให้รู้สึกเบาสบายเมื่อสวมใส่ นอกจากนี้ เนื้อผ้ายังเนียนนุ่มไม่ระคายเคืองผิว และยังมีความเงางามคล้ายผ้าไหมอีกด้วย

พอร์ช-สรรเสริญ เงินรุ่งเรืองโรจน์ กับเสื้อ Dapper No More Iron Shirt

หรือถ้าหากคุณเป็นคนที่ Active ชอบออกกำลังกาย เสื้อ Dapper JapaneseWarp Shirt จะช่วยให้คุณมีความคล่องตัวขณะสวมใส่ เพราะใช้ผ้า knit เนื้อแน่นทอพิเศษจากเมือง Fukui ซึ่งเป็นแหล่งผลิตผ้าคุณภาพสูงของประเทศญี่ปุ่น อันมีคุณสมบัติยืดหยุ่นเหมือนผ้ายืดแต่ก็อยู่ทรงไม่ต่างจากเสื้อเชิ้ต ทำให้ไม่หดตัวและเสียทรงจากการซักอีกด้วย เหมาะจะใส่ทำงานหรือเดินเล่นในวันว่างปิดท้ายด้วยเสื้อเชิ้ตสีขาวที่ต้องเป็นชิ้นเบสิกสำหรับหนุ่มๆ ทุกคน แต่อาจกังวลเรื่องปัญหาเสื้อเก่าหรือหมองหลังจากการใส่หลายครั้ง Dapper Neo White Shirt ตัวนี้ที่ใช้เทคนิคพิเศษในการ finishing เส้นใย ทำให้เนื้อผ้าสามารถคงความขาวเหมือนใหม่ได้อย่างยาวนาน เหมาะกับทั้งหนุ่มวัยเรียนนักศึกษาและหนุ่มวัยทำงานทุกคน

พันจ่าตรี อินทัช ฤกษ์เย็น กับเสื้อ Dapper Neo White Shirt

เสื้อเชิ้ตทั้ง 4 รุ่นนี้ยังได้หนุ่มรุ่นใหม่จากหลายวงการมาช่วยพรีเซ็นต์เสื้อเชิ้ตให้น่าสนใจมากยิ่งขึ้น ได้แก่ บอส-สุทธิเกียรติคงคติธรรม เชฟอาหารญี่ปุ่นทำงานที่อเมริกา, พอร์ช-สรรเสริญ เงินรุ่งเรืองโรจน์ ดีกรีนักกีฬาฟันดาบทีมชาติ, แก๊ป-ธนเวทย์ สิริวัฒน์ธนกุล นักแสดงหนุ่มมากความสามารถ และล่าสุดกับพันจ่าตรี อินทัช ฤกษ์เย็น นักร้องนำดุริยางค์ทหารเรือ ที่มาร่วมกิจกรรมแนะนำเสื้อเชิ้ต Neo White ที่ Dapper Exclusive สาขา Future Park Rangsit โดยมี จิตตินันท์ หวั่งหลี รองกรรมการผู้จัดการ สายพัฒนาธุรกิจและการตลาดศูนย์การค้า Future Park Rangsitให้เกียรติมาร่วมกิจกรรมสุด Exclusiveในครั้งนี้ด้วย

ประกาศผลรางวัลชมนาด ครั้งที่ 7 เวทีสตรีไทยส่งเสริมงานประพันธ์สู่สากล

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/377618

ประกาศผลรางวัลชมนาด ครั้งที่ 7 เวทีสตรีไทยส่งเสริมงานประพันธ์สู่สากล

ประกาศผลรางวัลชมนาด ครั้งที่ 7 เวทีสตรีไทยส่งเสริมงานประพันธ์สู่สากล

วันจันทร์ ที่ 19 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561, 06.00 น.

เน้นย้ำความสำเร็จ เวทีคุณภาพเพียงหนึ่งเดียวของประเทศไทยที่จัดขึ้นเพื่อนักเขียนหญิงโดยเฉพาะ ประกาศสองผลงานประพันธ์ชั้นยอด จากโครงการชมนาดครั้งที่ 7 ซึ่งจัดโดย บริษัท สำนักพิมพ์ประพันธ์สาส์น จำกัด ร่วมกับธนาคารกรุงเทพ จำกัด(มหาชน) โดยแถลงข่าวผ่านไปเมื่อเร็วๆ นี้ ณ ชั้น 29 ธนาคารกรุงเทพ สำนักงานใหญ่สีลม ผลการประกวดในครั้งที่ 7 หนังสือที่ได้รับคัดเลือกให้เป็นผลงานคุณภาพมีสองเล่มด้วยกัน ได้แก่ โลกคู่ขนานผลงานของ คณาพร สัมฤทธิ์ล้วน รับรางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 และ ความงดงามของชีวิต ผลงานของ สุวรรณา แก้วศรี ได้รับรางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 โดยทั้งสองเล่มเป็นผลงานสารคดี (Non Fiction) เล่าถึงชีวิตและประสบการณ์ผ่านมุมมองของผู้หญิง หากมีแง่งามทางความคิดมาแบ่งปันให้กับผู้อ่าน ทั้งยังสะท้อนถึงบทบาทอันหลากหลายของผู้หญิงในสังคมไทย ไม่ว่าจะในฐานะแม่หรือภรรยา หรือผู้ประกอบวิชาชีพเฉพาะทางล้วนแสดงความหมายและความสำคัญของความเป็นผู้หญิงที่เหมาะสมแก่เกียรติยศของพวกเธอ

อาทร เตชะธาดา กก.ผจก.บจ.สำนักพิมพ์ประพันธ์สาส์น ร่วมกับ ดร.ทวีลาภ ฤทธาภิรมย์ ผช.ผจญ.ธ.กรุงเทพ จำกัด (มหาชน) มอบรางวัลชมนาดผลการประกวดในครั้งที่ 7 ให้กับ คณาพร สัมฤทธิ์ล้วนรับรางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1, สุวรรณา แก้วศรี รับรางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 โดยมีเนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์ ประธาน กก.ตัดสิน และ ดร.ถนอมวงศ์ ล้ำยอดมรรคผล รองประธานสมาพันธ์องค์กรเพื่อพัฒนาหนังสือและการอ่าน ร่วมแสดงความยินดี

รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 โลกคู่ขนาน คณะกรรมการเห็นว่าหนังสือเล่มนี้เปี่ยมด้วยวรรณศิลป์และชั้นเชิงในการถ่ายทอดที่ยอดเยี่ยม เล่าถึงชีวิตของคนธรรมดาคนหนึ่ง หากสะท้อนความคิดออกมาได้อย่างงดงาม แสดงความเป็นตัวตนของผู้หญิงในสังคมไทยได้อย่างตรงไปตรงมาและรางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 ความงดงามของชีวิต บอกเล่าเรื่องราวของวิชาชีพพยาบาลอันเป็นวิชาชีพสำหรับผู้หญิงโดยเฉพาะ หากแต่พวกเธอล้วนเปี่ยมไปด้วยความแข็งแกร่ง และอดทนเป็นอย่างยิ่ง ทั้งนี้เพื่อรับใช้มวลชนนั่นเอง คณะกรรมการเห็นว่าหนังสือเล่มนี้ให้ความรู้ความเข้าใจอันดีแก่ผู้อ่าน ช่วยให้สังคมได้ทราบถึงความสำคัญและความยากลำบากในวิชาชีพนี้ เหมาะสมอย่างยิ่งที่จะได้รับรางวัลและเผยแพร่ให้สังคมได้ประจักษ์ต่อไป สำหรับรองชนะเลิศอันดับ 1 “รางวัลชมนาด” จะได้รับเกียรติบัตรชมเชย พร้อมเงินรางวัลจำนวน 50,000 บาท และรองชนะเลิศอันดับ 2 จะได้รับเกียรติบัตรชมเชย พร้อมเงินรางวัลจำนวน 30,000 บาท รวมถึงได้รับการจัดพิมพ์เผยแพร่อันเป็นเกียรติประวัติของนักเขียน พร้อมค่าลิขสิทธิ์ตามมาตรฐานของไทย

โดยพิธีมอบรางวัลในครั้งนี้ได้รับเกียรติจากคณะผู้บริหาร ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) นายกสมาคมนักเขียนแห่งประเทศไทย นายกสมาคมภาษาและหนังสือแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ รองประธานสมาพันธ์องค์กรเพื่อพัฒนาหนังสือและการอ่าน ตลอดจนแขกผู้มีเกียรติในแวดวง และสื่อมวลชน ที่มาร่วมแสดงความยินดีกันอย่างคับคั่ง นอกจากนี้ภายในงานยังมีการเสวนาของตัวแทนคณะกรรมการคัดเลือกและตัดสินต้นฉบับรางวัลชมนาด พร้อมทั้งแถลงข่าวการจัดประกวดรางวัลชมนาดครั้งที่ 8 ซึ่งได้กำหนดกติกาใหม่ให้ผู้ที่สนใจสามารถส่งผลงานประเภท “นวนิยาย” (Fiction-Novel) เพื่อเปิดโอกาสและผลักดันให้เป็น “เวทีสตรีไทยส่งเสริมงานประพันธ์สู่สากล” ดังเจตนารมณ์ของโครงการฯ

ดูแลคนทุกวัยในครอบครัวให้ห่างไกลเบาหวาน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/377612

ดูแลคนทุกวัยในครอบครัวให้ห่างไกลเบาหวาน

ดูแลคนทุกวัยในครอบครัวให้ห่างไกลเบาหวาน

วันจันทร์ ที่ 19 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561, 06.00 น.

เนื่องในวันเบาหวานโลก (World Diabetes Day) ที่ตรงกับวันที่ 14 พฤศจิกายน ของทุกปี การตระหนักรู้และเท่าทันโรคเบาหวานเป็นสิ่งสำคัญ โรคเบาหวานไม่เพียงส่งผลกับคุณภาพชีวิต แต่ยังอาจรุนแรงมากขึ้นหากไม่ได้รับการดูแลที่ดี เพราะฉะนั้นการป้องกันก่อนเกิดเบาหวานคือสิ่งสำคัญ การหันมาใส่ใจคนในครอบครัวจะช่วยให้ห่างไกลโรค หากทุกคนมีความเข้าใจที่ ถูกต้อง และดูแลใส่ใจกันอย่างถูกวิธี ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมไปพร้อมๆ กัน การรับประทานอาหาร การออกกำลังกาย ย่อมช่วยให้ทุกคนห่างไกลจากโรคเบาหวานได้

พญ.รุ่งทิพย์ ด่านศิริกุล

แพทย์หญิงรุ่งทิพย์ ด่านศิริกุล อายุรแพทย์โรคต่อมไร้ท่อและเมตะบอลิสม โรงพยาบาลกรุงเทพ ให้ข้อมูลว่า สมาชิกในครอบครัวนั้นมีหลากหลายวัย ดังนั้นในแต่ละช่วงวัยการดูแลให้ห่างไกลเบาหวานจึงมีความแตกต่างกัน เพราะการรับรู้และพฤติกรรมการใช้ชีวิตมีความเสี่ยงที่แตกต่างกัน โดยแบ่งออกเป็น 4 วัย ดังนี้ 1.วัยเด็กถึงเด็กประถม พ่อแม่ต้องเป็นแบบอย่างที่ดีให้กับลูก กินอาหารให้ครบ5 หมู่ในปริมาณที่เหมาะสม ระวังน้ำตาล แป้ง และไขมัน เน้นให้ลูกดื่มน้ำเปล่าและนมรสจืด แทนน้ำหวานและน้ำอัดลม สอนให้ออกกำลังกายสม่ำเสมอ หรือพ่อแม่ออกกำลังกายกับลูกหลังเลิกเรียน ในเด็กที่อายุมากกว่า 10 ปีและมีภาวะอ้วน ควรได้รับการตรวจระดับน้ำตาลและวินิจฉัยโรคเบาหวาน 2.วัยรุ่น ในวัยนี้การปลูกฝังพฤติกรรมการกิน เน้นโปรตีนผักและผลไม้ ลดแป้ง น้ำตาล และไขมัน และระวังน้ำหนักไม่ให้เกินเกณฑ์ เน้นการออกกำลังกายเป็นประจำ พ่อแม่ควรสนับสนุนทางด้านกีฬาที่ลูกสนใจ แต่หากลูกติดเกมติดโซเชียลชอบนอนดูแต่ทีวี. ต้องแนะนำให้ลูกทำกิจกรรมที่เป็นประโยชน์เพิ่มเติมและใช้เวลาให้เหมาะสม

3.วัยทำงาน ควรมีการควบคุมเรื่องการรับประทานอาหารและน้ำหนักไม่ให้เกินเกณฑ์ ระวังปริมาณแป้งและน้ำตาลในแต่ละวัน ถึงแม้จะนานแค่ไหนอย่าละเลยการออกกำลังกาย ควรทำให้ได้สัปดาห์ละ 5 วัน ครั้งละไม่ต่ำกว่า 30 นาที ตรวจสุขภาพเช็กเบาหวานเป็นประจำทุกปี หากอยากมีบุตรต้องปรึกษาแพทย์อย่างละเอียด เพราะผู้หญิงมีโอกาสเป็นเบาหวานขณะตั้งครรภ์ได้นอกจากนี้ ในผู้หญิงที่เคยมีบุตรแล้วและหลังคลอดเป็นเบาหวาน อาจมีโอกาสการเป็นเบาหวานในอนาคตได้ ซึ่งต้องดูแลตัวเองอย่างระมัดระวังมากกว่าผู้หญิงทั่วไป นอกจากนี้ถ้ามีกรรมพันธุ์คนในครอบครัวเคยเป็นโรคเบาหวาน ก็จะมีโอกาสเป็นโรคนี้เพิ่มขึ้น 50% เพราะเมื่ออายุเพิ่มขึ้นความเสี่ยงในการเป็นเบาหวานจะเพิ่มขึ้นตาม เนื่องจากความเสื่อมของร่างกายตามวัย

4.วัยสูงอายุ ระวังการทานแป้งและน้ำตาล ควบคุมปริมาณน้ำตาลในแต่ละวันอย่างเคร่งครัด เน้นการรับประทานผักผลไม้ที่มีไฟเบอร์หรือใยอาหารสูง เพราะจะช่วยควบคุมระดับน้ำตาลและไขมันในเลือดออกกำลังกายสม่ำเสมอเน้นกีฬาที่ช่วยเพิ่มกล้ามเนื้อ เช่น ยกเวท โยคะ เป็นต้น ควบคุมน้ำหนักให้อยู่ในเกณฑ์ที่เหมาะสมตรวจเช็คเบาหวานเป็นประจำทุกปี หรือหากป่วยเป็นเบาหวานควรต้องดูแลตนเองและรับประทานยาตามที่แพทย์สั่งอย่างเคร่งครัด

เทคนิคง่ายๆ เพื่อป้องกันเบาหวานคือ บริโภคน้ำตาลไม่เกิน 6 ช้อนชาหรือ 24 กรัมต่อวัน เลือกรับประทานผลไม้น้ำตาลต่ำเช่น ฝรั่ง มะละกอ ส้ม มะม่วงดิบ ส้มโอ แอปเปิ้ลเขียว เป็นต้น ลดหรืองดชา กาแฟ น้ำอัดลม ขนมหวาน ทานได้สัปดาห์ละครั้ง เลือกทานคาร์โบไฮเดรตไม่ขัดสี กากใยสูง เช่น ข้าวซ้อมมือ ถั่วเมล็ดแห้ง เป็นต้น อ่านฉลากข้างผลิตภัณฑ์อาหารเพื่อพิจารณาปริมาณน้ำตาลที่แน่นอนก่อนซื้อมาทาน การแปรงฟันหรือบ้วนปากทันทีหลังอาหารช่วยลดความอยากของหวานหลังอาหารได้ สิ่งสำคัญที่เน้นย้ำคือ การออกกำลังกายให้เป็นนิสัยในทุกช่วงวัย และหมั่นสังเกตความผิดปกติของร่างกายและตรวจเช็คเบาหวานเป็นประจำ

สำหรับครอบครัวที่มีผู้ป่วยเบาหวานทุกคนในครอบครัวควรให้กำลังใจและคอยดูแลอาหารสำหรับผู้ป่วยเบาหวานอย่างระมัดระวัง ลดน้ำตาล ลดแป้ง ควรห้ามใจไม่ให้ทานให้ได้เพื่อการมีสุขภาพที่ดี และสำหรับสมาชิกในครอบครัวที่ยังไม่ได้ป่วยเป็นโรคเบาหวาน ก็ควรดูแลกันและเป็นทีมเดียวกัน โดยระมัดระวังเรื่องการรับประทานอาหาร รวมถึงปริมาณน้ำตาลในอาหาร และชวนกันไปออกกำลังกาย ที่สำคัญควรตรวจเช็คเบาหวานเมื่อถึงวัยที่เหมาะสมหรือตามคำแนะนำของแพทย์ข้อมูลเพิ่มเติมสอบถามได้ที่ Call Center โทร.1719

สุขภาพดีอย่างยั่งยืน รับมือสังคมผู้สูงอายุ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/377611

สุขภาพดีอย่างยั่งยืน รับมือสังคมผู้สูงอายุ

สุขภาพดีอย่างยั่งยืน รับมือสังคมผู้สูงอายุ

วันจันทร์ ที่ 19 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561, 06.00 น.

นพ.บุญ วนาสิน

ไทยเป็นประเทศกำลังพัฒนาประเทศแรกของโลกที่กำลังจะเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุโดยสมบูรณ์ โดยมีจำนวนผู้สูงอายุมากถึง 11.7 ล้านคนหรือคิดเป็น 16.9% ของจำนวนประชากรทั้งหมด ในขณะที่อัตราการเกิดกลับลดลงอย่างต่อเนื่อง ซึ่งถือเป็นปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วและส่งผลกระทบในวงกว้างต่อสภาพสังคมโดยรวม เพื่อหาแนวทางรับมือกับประเด็นดังกล่าว รวมถึงสร้างความรู้ความเข้าใจถึงบทบาทของเทคโนโลยีที่สามารถสร้างการเปลี่ยนแปลงให้กับการดำรงชีวิตของผู้สูงอายุ สถาบันคีนันแห่งเอเชีย จึงได้จัดงานประชุมนานาชาติ “NextGen Aging-Shaping a Smart Future for an Aging Society” ภายในงานมีการเสวนาในประเด็นต่างๆเกี่ยวกับสังคมผู้สูงอายุและมีวิทยากรรับเชิญจากหลากหลายองค์กรเข้าร่วมแสดงวิสัยทัศน์ เมื่อเร็วๆ นี้ ณ โรงแรมดุสิตธานี

ในแง่มุมองค์กรด้านการแพทย์ นายแพทย์บุญ วนาสิน ประธานกรรมการบริษัท ธนบุรี เฮลท์แคร์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ประเทศไทยมีสัดส่วนการเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วของประชากรผู้สูงอายุเป็นอันดับ 2 ในเอเชียรองจากประเทศจีน ในขณะที่การเตรียมการรองรับสังคมผู้สูงอายุของทั้งภาครัฐและเอกชนมีไม่เพียงพอต่อความต้องการ โดยมีผู้สูงอายุเพียง 5% เท่านั้นที่สามารถดูแลตนเองได้ แต่มีจำนวนผู้สูงอายุถึง1 ใน 3 ที่ยังเป็นหนี้ และสืบเนื่องจากค่านิยมการย้ายเข้าเมืองของคนวัยทำงาน ผู้สูงอายุส่วนใหญ่จึงต้องอาศัยอยู่ลำพัง ทำให้เกิดภาวะซึมเศร้า และโรคเรื้อรังต่างๆ ดังนั้น การเตรียมตนเองให้พร้อมรับมือกับวัยชราจึงเป็นสิ่งสำคัญ เพื่อให้มีชีวิตที่ยืนยาวและเป็นสุข

“การรับมือด้านสุขภาพสำหรับผู้สูงอายุนั้น ควรครอบคลุมทั้งแนวทางการป้องกัน เช่น การออกกำลังกาย เลือกทานอาหารสุขภาพ และสร้างวินัยการออก และแนวทางการรักษา เช่น การใช้เทคโนโลยีมาช่วยในการตรวจและรักษาโรค และสร้างที่พักอาศัยสำหรับผู้สูงอายุที่ต้องการการดูแลพิเศษ นอกจากนี้เทคโนโลยี AI รวมไปถึงเทคโนโลยีทางการแพทย์ต่างๆ จะเข้ามามีบทบาทสำคัญในอนาคต และเชื่อว่าในเวลาอีกไม่กี่ปีกว่า 60% ของการเจ็บป่วยจะสามารถรักษาได้ที่บ้าน ผู้ป่วยไม่จำเป็นต้องเดินทางมาถึงโรงพยาบาล แต่ใช้เทคโนโลยี AI ดำเนินการตรวจอาการและประเมินผลต่างๆ ได้ทันที”

ดร.เอมอร โคพีร่า

นอกจากนี้ นายแพทย์บุญ ยังได้เสนอแนะว่า ภาครัฐควรส่งเสริมนโยบายสาธารณสุขและการดำรงชีวิตสำหรับผู้สูงอายุมากกว่ามุ่งเน้นเพียงแค่การรักษาโรคร้ายแรง ทางด้านภาคเอกชนควรหันมาให้ความสนใจกับกลุ่มผู้บริโภควัยหลังเกษียณกันมากขึ้น เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของตลาดที่กำลังเปลี่ยนไป ทั้งยังเป็นการช่วยลดภาระภาครัฐในการหาทางออกให้กับความท้าทายนี้อีกด้วย

ในส่วนของการเสวนาหัวข้อสุขภาพดีและมีสุข ดร.เอมอร โคพีร่า Chief Medical Officer โรงพยาบาลธนบุรี บำรุงเมือง เผยว่า ปัญหาหลักที่มักจะมาพร้อมอายุที่มากขึ้น ได้แก่ การขาดสารอาหาร ความเสื่อมถอยของสุขภาพกายและสุขภาพจิตกระบวนการเรียนรู้ช้าลง ความสามารถในการเข้าถึงบริการหรือโอกาสต่างๆ ลดลง และปัญหาทางการเงิน

“ความสูงอายุเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่เราสามารถเลือกใช้ชีวิตเพื่อให้มีชีวิตบั้นปลายที่ยืนยาวและมีความสุขได้ชีวิตที่สมบูรณ์แข็งแรงนั้นเริ่มต้นตั้งแต่ก่อนการตั้งครรภ์ของมารดา การวางแผนครอบครัวจึงเป็นสิ่งสำคัญ การตัดสินใจและไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตทุกอย่างล้วนมีผลต่อสุขภาพโดยรวมของเรา ดังนั้น เราจึงควรที่จะใส่ใจการมีสุขภาพที่ดีอย่างยืนยาว ไม่ใช่เพียงการมีชีวิตที่ยืนยาว”

ดร.เอมอร กล่าวสรุปว่า โลกเรากำลังเข้าสู่การปรับเปลี่ยนกระบวนทัศน์ของการมีอายุยืนยาว และการใช้ชีวิตอย่างมีความสุข ด้วยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน เราสามารถสร้างสภาพแวดล้อมและสร้างโอกาสให้ทุกคนสามารถใช้ชีวิตอย่างยืนยาวและเป็นสุขโดยไม่ถูกจำกัดด้วยความเสื่อมถอยตามอายุ (an age of agelessness)

สนับสนุนมูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/377626

สนับสนุนมูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก

สนับสนุนมูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก

วันจันทร์ ที่ 19 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561, 06.00 น.

ใกล้จะถึงงานกาชาด ประจำปี 2561 ที่จัดขึ้น ณ สวนลุมพินี กัญญา ติลกเรืองชัย กรรมการ ผู้จัดการ บริษัท เวิลด์ ฟูดส์อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัดมอบผลิตภัณฑ์น้ำผลไม้ผสมวุ้นน้ำมะพร้าว ภายใต้แบรนด์ “เอ็ม-จอย (M-Joy)” และ “เจ-มิกซ์ (J-mix)” ให้กับมูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก ภากาชาดไทย เพื่อสนับสนุนการจัดกิจกรรมของมูลนิธิฯ ในงานกาชาด ประจำปี 2561 โดยมี ท่านผู้หญิงเพ็ญศรี วัชโรทัย กรรมการมูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย และ ฐิติวัฒน์ ว่องวรรณกุล ผู้จัดการมูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย  เป็นผู้รับมอบเมื่อเร็วๆ นี้

ซ้อมเทรล@เขาฉลาก ปลุกพลังให้กับชีวิต

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/377610

ซ้อมเทรล@เขาฉลาก ปลุกพลังให้กับชีวิต

ซ้อมเทรล@เขาฉลาก ปลุกพลังให้กับชีวิต

วันจันทร์ ที่ 19 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561, 06.00 น.

รวมพลนักวิ่งเทรลก่อนออกสตาร์ท

การวิ่งทางเรียบ ฟันรัน มินิมาราธอน ฮาล์ฟมาราธอน ไปจนถึงมาราธอน 42.195 กิโลเมตร อาจจะกลายเป็นเรื่องธรรมดาสำหรับใครบางคนไปแล้ว แต่เพราะการวิ่งยังคงเป็นสิ่งที่รักอยู่ เหล่านักวิ่งจึงต้องหาความท้าทายใหม่ๆ ให้กับตนเอง และนั่นเป็นเหตุผลที่ทำให้ “วิ่งเทรล” กลายมาเป็นอีกหนึ่งการออกกำลังกาย หรือการแข่งขันที่กำลังได้รับความนิยมมากขึ้นทุกทีในประเทศไทย

“บัตรเครดิตกรุงไทย หรือ KTC ในฐานะผู้นำบัตรเครดิตที่ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ของคนไทย จึงได้ร่วมกับพันธมิตร “Suunto” แบรนด์นาฬิกาสำหรับคนรักการออกกำลังกายทุกประเภท จากประเทศฟินแลนด์ “Salomon” แบรนด์เสื้อผ้ารองเท้าและอุปกรณ์กีฬากลางแจ้งอันดับหนึ่งจากประเทศฝรั่งเศส และ “LMG Insurance” ผู้เชี่ยวชาญการประกันภัยในประเทศไทยและทั่วโลก จัดกิจกรรม“ไปซ้อมเทรลกัน@เขาฉลากกับบัตรเครดิตเคทีซี” ณ เขาฉลาก ต.บางพระ อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี หนึ่งในสถานที่ซ้อมเทรลที่ดีที่สุดในประเทศไทย ท่ามกลางบรรยากาศการวิ่งที่แวดล้อมด้วยป่าอันอุดมสมบูรณ์

วิ่งขึ้นเขาฉลาก ทางชันและคดเคี้ยว ขรุขระตลอดเส้นทาง

นางสาวสิรีรัตน์ คอวนิช ผู้อำนวยการธุรกิจบัตรเครดิต บริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า กิจกรรม “ไปซ้อมเทรลกัน@เขาฉลากกับบัตรเครดิตเคทีซี” เป็นส่วนหนึ่งของแคมเปญ “วิ่ง-กิน-เที่ยว เรื่องเดียวกัน” ซึ่งชวนสมาชิกบัตรเครดิตเคทีซีที่ชื่นชอบการวิ่ง ซึ่งมียอดใช้จ่ายในหมวดกีฬาทุกประเภทกว่า 30 คน มาร่วมสัมผัสประสบการณ์ซ้อมวิ่งเทรล หรือการวิ่งผจญภัยท่ามกลางธรรมชาติ ณ เขาฉลาก กับระยะทาง ขึ้น-ลงเขา9 กิโลเมตร ความชันสะสม 690 เมตร โดยมีพันธมิตรที่น่ารักและเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านกีฬาอย่าง Suunto และ Salomon มาเป็นพี่เลี้ยงคอยให้คำแนะนำเทคนิคการวิ่งแก่นักวิ่งเทรล และเรายังมอบความอุ่นใจด้วยประกันการเดินทางจาก LMG Insurance ให้กับผู้ร่วมกิจกรรมในครั้งนี้ด้วย

นายชนัย พยัคฆพันธ์ ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด บริษัท ไทย เอ้าท์ดอร์ สปอร์ต จำกัด บริษัทผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์เสื้อผ้ารองเท้าและอุปกรณ์กีฬากลางแจ้ง อาทิ Salomon, The North Face พูดถึงความนิยมในการวิ่งเทรล และคำแนะนำสำหรับนักวิ่งมือใหม่ กล่าวว่า วิ่งเทรลเริ่มได้รับความนิยมในประเทศไทยมากขึ้น ซึ่ง The North Face 100 นับเป็นรายการเทรลแรกๆ ของประเทศไทย การวิ่งเทรลนั้นแตกต่างจากการวิ่งทางราบทั่วไป เพราะเป็นการวิ่งในเส้นทางที่มีความชัน มีอุปสรรค และวิ่งไปในเส้นทางธรรมชาติ ซึ่งผู้ที่วิ่งเทรลนั่นเป็นผู้ที่ชอบความท้าทาย ต้องการเอาชนะขีดความสามารถของตนเอง

สองผู้บริหารนักวิ่ง สิรีรัตน์ คอวนิช และ ชนัย พยัคฆพันธ์

“สำหรับผู้ที่สนใจการวิ่งเทรลสิ่งสำคัญคือ การฝึกซ้อม การเรียนรู้เทคนิคการวิ่ง เพราะการวิ่งขึ้นหรือลงในเส้นทางลาดชันการวิ่งทางเรียบจะใช้กล้ามเนื้อที่แตกต่างกัน รวมถึงระบบการหายใจ หากขาดการเตรียมพร้อมของร่างกายที่ถูกต้องอาจทำให้ได้รับบาดเจ็บได้ นอกจากการฝึกซ้อมแล้ว อุปกรณ์การวิ่งเทรลก็เป็นสิ่งที่นักวิ่งจะละเลยไม่ได้ จำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องใช้เสื้อผ้า รองเท้า และอุปกรณ์ที่ถูกพัฒนาออกแบบมาสำหรับการวิ่งเทรลโดยเฉพาะ จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการวิ่งและลดโอกาสการบาดเจ็บได้เป็นอย่างดี”

สำหรับแคมเปญ “วิ่ง-กิน-เที่ยว เรื่องเดียวกัน” เป็นแคมเปญที่เคทีซีจัดขึ้นเอาใจสมาชิกนักวิ่งเพื่อลุ้นรางวัลใหญ่แพ็กเกจวิ่ง-กิน-เที่ยว ฮ่องกง 3 คืน สำหรับ 2 ท่าน จำนวน 5 รางวัล เพื่อไปวิ่งตามรอยเส้นทางเทรลสุดท้าทายของรายการ Four Trail Ultra Challenge กับ พี่ป๊อก-อิทธิพล สมุทรทอง และรางวัลอื่นๆ อีกมากมาย เพียงมียอดใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตเคทีซีกับร้านค้าที่ร่วมรายการ ในหมวดกีฬาและฟิตเนสทุก 1,000 บาท รับ 1 สิทธิ์ ในการร่วมสนุก และลงทะเบียนรับสิทธิ์ผ่าน SMS พิมพ์ RT เว้นวรรค ตามด้วยหมายเลขบัตรเครดิต 16 หลัก ส่งมาที่เบอร์ 061-3845000 (ค่าบริการครั้งละ 3 บาท) หรือ เว็บไซต์ www.ktc.co.th/RT ตั้งแต่วันนี้- 31 มกราคม 2562 ผู้สนใจสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ KTC PHONE โทร.02-1235000 หรือที่เว็บไซต์ www.ktc.co.th/sport