ปชป. มอบของขวัญปีใหม่ เปิดตัวแอพ เรียนจบ พบงาน #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politic/407527?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=politic

ปชป. มอบของขวัญปีใหม่ เปิดตัวแอพ เรียนจบ พบงาน

29 ธันวาคม 2562 – 16:29 น.
ทีมเศรษฐกิจ ปชป,มอบของขวัญปีใหม่,เปิดตัวแอพพลิเคชัน,เรียนจบ พบงาน,ตอบโจทย์อาชีพยุคใหม่
เปิดอ่าน 110 ครั้ง

ทีมเศรษฐกิจ ปชป. มอบของขวัญปีใหม่ชิ้นใหญ่ เตรียมเปิดตัวแอพพลิเคชัน “เรียนจบ พบงาน” เปิดโอกาสให้คนพบงานเน้นตอบโจทย์อาชีพยุคใหม่

นางดรุณวรรณ ชาญพิพัฒนชัย รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ เปิดเผยว่า ทีมเศรษฐกิจพรรคประชาธิปัตย์ นำโดยนายปริญญ์ พานิชภักดิ์ หัวหน้าทีมและทีมเศรษฐกิจของพรรคเตรียมเปิดตัวแอพพลิเคชัน “เรียนจบ พบงาน” เพื่อเป็นของขวัญปีใหม่ให้กับนักศึกษาที่กำลังจะเรียนจบใช้เป็นช่องทางในการหางานหรือฝึกงานที่ตอบโจทย์ความต้องการ พร้อมจัดอีเวนต์ใหญ่ตลาดงานกลางเดือนมกราคม 2563 โดยได้รับการสนับสนุนอย่างเต็มที่จากนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรค รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ที่จะมาเปิดงานด้วยตนเอง ร่วมด้วยนายจุติ ไกรฤกษ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์และ ดร.คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ

แนวคิดในการพัฒนาแอพพลิเคชัน “เรียนจบ พบงาน” ของทีมเศรษฐกิจเกิดจากการมองเห็นปัญหาของนักศึกษาหลายคนที่เรียนจบแต่ “ตกงาน” เพราะขาดโอกาสในการเข้าถึงงาน ในขณะที่บริษัทเองก็ขาดแรงงานฝีมือ แอพพลิเคชันนี้จะทำหน้าที่เป็นตัวกลางให้นักศึกษาได้ “พบงาน” ที่ดี และบริษัทหรือองค์กรต่างๆ ก็สามารถ “ได้พนักงานที่ดี” ด้วยเช่นกัน นอกจากนี้ยังเป็นการเปิดโอกาสให้นักศึกษาได้ฝึกงาน เพื่อเสริมสร้างประสบการณ์และการเรียนรู้นอกห้องเรียน (Apprentices/ Internships) ก่อนที่จะเรียนจบ ในขณะที่บริษัท/ผู้ประกอบการ ก็จะได้ประโยชน์จากการได้เด็กฝึกงานมาช่วยกิจการและได้เห็นถึงศักยภาพการทำงานในสนามจริง เพื่อที่จะสามารถตัดสินใจจ้างงานในอนาคตได้
โดยทีมเศรษฐกิจจะจัดให้มีงาน “เรียนจบ พบงาน” ประชาธิปัตย์จัดให้ ในวันพุธที่ 15 มกราคม 2563 ระหว่างเวลา 09.00-16.00 น. ที่ลานพระแม่ธรณี พรรคประชาธิปัตย์ เพื่อเปิดโอกาสให้นักศึกษาและบริษัท/ ผู้ประกอบการได้มาพบกัน (matching) ในช่วงเวลาก่อนนักศึกษาจะเรียนจบ เนื่องจากในปัจจุบันนักศึกษาหลายคนยังไม่สามารถหาที่ฝึกงานที่ดีได้ และผู้ประกอบการเองก็ไม่สามารถรู้ถึงความสามารถที่แท้จริงของผู้ที่มาสมัครงานใหม่ ดังนั้นการมาพบกันในช่วงเวลาก่อนนักศึกษาจะเรียนจบจึงเป็นจังหวะเวลาที่ดีที่จะเรียนรู้ซึ่งกันและกัน และอาจทำให้นักศึกษาสามารถมีรายได้เสริมระหว่างเรียนได้ด้วย
สำหรับกิจกรรมในงาน ในช่วงเช้านักศึกษาที่มาร่วมงานจะมีโอกาสได้รับการแนะแนวงานและสร้างแรงบันดาลใจโดย CEOs หรือตัวแทนบริษัทที่เป็นไอดอลในแต่ละภาคส่วน อาทิ คุณโด่ง CEO และผู้ก่อตั้ง ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ ค่ายอสังหาฯ มาแรง/ ศิลปิน ตู่ ภพธร และเณอปรางค์ BNK48/ ผู้กำกับชื่อดัง อุ๋ย นนทรีย์ นิมิบุตร/ นักธุรกิจรุ่นใหม่คุณเมย์ AfterU รวมถึงมารีญา จากเวทีนางงามจักรวาล ที่จะมาร่วมแบ่งปันประสบการณ์เกี่ยวกับอาชีพที่ทำ และเปิดโอกาสให้นักศึกษาที่มาในงานได้ร่วมพูดคุย ซักถาม แลกเปลี่ยนความคิดเห็น

ส่วนในช่วงบ่ายจะเป็นตลาดงาน / เวิร์คช็อป ระหว่างบริษัทที่มีตำแหน่งงาน/ฝึกงาน กับนักศึกษาที่สนใจ ทั้งนี้ บริษัทที่สนใจมาร่วมออกบูธในงานเพื่อรับนักศึกษาเข้าทำงานหรือฝึกงาน สามารถมาร่วมงานได้ฟรีไม่มีค่าใช้จ่าย และสอบถามข้อมูลได้ที่ @Prinnp

ทั้งนี้พรรคประชาธิปัตย์เห็นความสำคัญทางด้านการศึกษาและการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ รวมถึงการสร้างรายได้และสร้างอาชีพให้กับผู้คน และตระหนักถึงความสำคัญของการพัฒนาประเทศในระยะยาวที่ต้องสร้างคนที่มีคุณภาพ โดยเฉพาะประเทศไทยที่ขาดแคลนแรงงานฝีมือ การสร้างทรัพยากรมนุษย์จึงเป็นหน้าที่ของทุกภาคส่วนทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคการเมือง ภาคประชาชนและ NGOs ที่จะต้องร่วมมือกันช่วยสร้างคนที่มีคุณภาพอย่างจริงจัง เพื่อสร้างสังคมที่ดีขึ้น

เทพไท ป้อง ชวน สื่อสภาตั้งฉายา มีดโกนขึ้นสนิม ไม่เป็นธรรม #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politic/407503?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=politic

เทพไท ป้อง ชวน สื่อสภาตั้งฉายา มีดโกนขึ้นสนิม ไม่เป็นธรรม

29 ธันวาคม 2562 – 14:46 น.
เทพไท,สื่อสภา,ตั้งฉายา,ชวน,มีดโกนขึ้นสนิม,ไม่เป็นธรรม
เปิดอ่าน 61 ครั้ง

“เทพไท” บอกไม่เป็นธรรม สื่อสภาตั้งฉายา “ชวน” มีดโกนขึ้นสนิม ระบุความขัดแย้งในสภาฯ เป็นเรื่องปกติทางการเมือง แก้ปัญหาสภาล่มไม่ใช่หน้าที่ของประธานสภาฯ คนเดียว

เมื่อวันที่ 29 ธ.ค. 2562 – นายเทพไท เสนพงศ์ ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ได้ facebook live จากสภากาแฟ ร้านโข่งยกล้อ หน้ามหาวิทยาลัยรามคำแหง วิทยาเขต อ.พระพรหม ถึงกรณีการตั้งฉายา ของผู้สื่อข่าวประจำรัฐสภา ต่อสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ประจำปี 2562 ว่า เป็นธรรมเนียมประเพณีปฏิบัติของผู้สื่อข่าวประจำรัฐสภา ที่ตั้งฉายาให้กับการทำงานของสมาชิกรัฐสภา

สำหรับปีนี้ฉายาส่วนใหญ่จะเป็นฉายาในด้านลบมากกว่าด้านบวก สำหรับที่เป็นฉายาในด้านบวก น่าจะมีฉายาดาวเด่นสภาของนายปิยะบุตร แสงกนกกุล ซึ่งมีความเหมาะสมกับการทำงานของนายปิยะบุตร เพราะเป็น ส.ส.หน้าใหม่ มีบทบาททางการเมือง เป็นเลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ และได้แสดงบทบาท การอภิปรายในที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรหลายครั้ง เป็นการอภิปรายในลักษณะสร้างสรรค์ มีเหตุผลน่ารับฟัง

ส่วนฉายาที่เห็นว่าไม่เหมาะสมคือฉายามีดโกนขึ้นสนิม ของนายชวนหลีกภัย ประธานรัฐสภา ซึ่งไม่สอดคล้องกับบุคลิกและการทำหน้าที่ของนายชวน การให้เหตุผลว่า เพราะนายชวนไม่สามารถแก้ปัญหาความขัดแย้งในสภาผู้แทนราษฎรได้นั้น เป็นเรื่องที่ไม่เป็นธรรมต่อการทำหน้าที่ของนายชวน เพราะความขัดแย้งในสภาผู้แทนราษฎร เป็นเรื่องปกติทางการเมืองที่มีหลายพรรคการเมือง หลายพวก หลายความคิด เพราะฉนั้นการแก้ปัญหาความขัดแย้งทางการเมืองที่เกิดขึ้นในสภา ไม่ใช่หน้าที่ของประธานสภาผู้แทนราษฎรคนเดียวเท่านั้น

ที่ผ่านมานายชวนได้ทำหน้าที่ประธานสภาฯได้ดีที่สุด วางตัวเป็นกลาง ให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่ายจนเป็นที่ยอมรับของสมาชิกรัฐสภาทุกคน จะเห็นได้ชัดว่าสภาชุดนี้มีความเรียบร้อย สามารถกู้ภาพลักษณ์ของฝ่ายนิติบัญญัติต่อสายตาประชาชนทั้งประเทศได้เป็นอย่างดี การแก้ปัญหาสภาล่ม เป็นหน้าที่ของพรรคร่วมรัฐบาล ไม่ใช่หน้าที่ของประธานสภาโดยตรง ส่วนการตั้งฉายาอื่นๆไม่ว่าจะเป็นฉายาขนมจีนไร้น้ำยา ดาวดับ คู่ขัดแย้งแห่งปี ฯลฯ ก็ถือว่ามีความเหมาะสมในหลายฉายา เพราะการตั้งฉายาของผู้สื่อข่าวประจำรัฐสภา เปรียบเสมือนกระจกเงา ภาพสะท้อนการทำงานของนักการเมืองทุกคนในรัฐสภา

นายเทพไท กล่าวด้วยว่า ส่วนตัวก็ลุ้นกับการตั้งฉายาของผู้สื่อข่าวในปีนี้เหมือนกัน เพราะกลัวว่าจะโดนตั้งฉายาด้วย เมื่อไม่มีฉายาก็ทำให้โล่งอก สบายใจยิ่งขึ้น สำหรับการตั้งฉายาไม่ว่าจะเป็นด้านบวกหรือด้านลบ เชื่อว่าสมาชิกรัฐสภาทุกคนยอมรับได้ ในฐานะที่เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรคนหนึ่ง ได้ทำหน้าที่เป็นตัวแทนของพี่น้องประชาชนอย่างดีที่สุดแล้ว สิ่งที่ภาคภูมิใจในการทำหน้าที่ตัวแทนของประชาชนของตนเองในสภาชุดนี้มีอยู่ 2 เรื่องคือ

1.ได้ผลักดัน เรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญโดยเป็นผู้เสนอญัตติให้ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญศึกษาปัญหาและแนวทางแก้ไขรัฐธรรมนูญจนเป็นผลสำเร็จ และ 2.ได้เสนอให้ตั้งคณะกรรมการวิสามัญศึกษาปัญหาพืชใบกระท่อมอย่างเป็นระบบ เป็นผลสำเร็จเช่นเดียวกัน ถ้าหากเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญและการปลดล็อคพืชใบกระท่อมสามารถทำได้เป็นสำเร็จในสภาฯชุดนี้ จะเป็นความภาคภูมิใจมากที่สุดในชีวิตของนักการเมืองคนหนึ่ง ในการทำหน้าที่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรชุดนี้

มท.1 ยันปี 63 เลือกตั้งท้องถิ่นแน่ มองการเมืองยังขัดแย้ง #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politic/407500?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=politic

29 ธันวาคม 2562 – 14:16 น.
มท1,บิ๊กป๊อก,เลือกตั้งท้องถิ่น,กกต,การเมืองไทยยังขัดแย้ง
เปิดอ่าน 312 ครั้ง

“บิ๊กป๊อก” ยันปี63 เลือกตั้งท้องถิ่นแน่ รอ กกต. ออกระเบียบแบ่ง-เขตเลือกตั้ง ตามกลไกของประชาธิปไตย มองการเมืองยังขัดแย้ง ทำประเทศชาติเสียโอกาส

เมื่อวันที่ 29 ธ.ค. 2562 – พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย กล่าวถึงความคืบหน้าในการเลือกตั้งท้องถิ่น ว่า การเลือกตั้งท้องถิ่นจะแบ่งเป็น 2 ส่วน คือ กระทรวงมหาดไทย และสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) ในส่วนของกระทรวงมหาดไทย โดยองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น(อปท.) ขณะนี้เรื่องงบประมาณได้เตรียมออกข้อบัญญัติการใช้จ่ายในการเลือกตั้งไปแล้ว แต่ฐานตัวเลขที่คิด เป็นฐานของการเลือกตั้งครั้งสุดท้ายเมื่อปี 2554 เป็นค่าใช้จ่ายโดยประมาณ อาจจะยังไม่ตรงความเป็นจริง ดังนั้นการทำข้อบัญญัติที่ตรงตามความเป็นจริงจะต้องรอ กกต. ออกระเบียบให้ครบถ้วนก่อน ขณะนี้ใกล้จะเสร็จแล้ว ขณะที่เรื่องงบประมาณคงต้องรอดูว่ารายได้ที่ อปท.มี รวมถึงรายได้ที่รัฐบาลจะจัดสรรให้เพียงพอหรือไม่ หากพ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2563 ออกมาแล้วก็จะสามารถตอบได้ว่าพร้อมเมื่อไร

พล.อ.อนุพงษ์ กล่าวต่อไปว่า ในส่วนของ กกต. หลังจากออกระเบียบเรียบร้อยแล้ว จะต้องมีการแบ่งเขตการเลือกตั้ง เมื่อทราบทั้ง 2 ส่วนแล้ว ก็จะมีการทำเรื่องถึงคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่าจะกำหนดวันเมื่อไหร่ อย่างไร ส่วนจะเลือกพร้อมกันทั้งประเทศหรือไม่นั้น กกต.ก็มีส่วนในการพิจารณา เพราะการเลือกตั้งระดับท้องถิ่นไปถึงอบต. ใช้เจ้าหน้าที่เป็นจำนวนมาก แต่ยืนยันว่าไม่สามารเลือกพร้อม อบจ.ได้แน่นอน

“การเลือกตั้งเป็นเส้นทางที่เราจะต้องเดินไป ผมยืนยันว่าการเลือกตั้งท้องถิ่นจะต้องเกิดขึ้นในปี 2563 แน่นอน ขอให้เป็นไปตามกลไกของประชาธิปไตยที่ต้องเป็น ผู้ที่พร้อมจะทำงานเพื่อสังคม ก็เตรียมตัวที่จะมาลงเลือกตั้ง ประชาชนเองก็เตรียมตัวใช้สิทธิ์ และเลือกคนที่ดี ผมอยากให้คนไทยใช้วิจารณญาณ ฐานข้อมูล ใช้ความคิดที่ดี และการตัดสินใจที่ดี เขาจะสามารถเลือกตั้งคนดีได้เอง เราไม่สามารถแก้ได้ว่าคนที่มาสมัครใครดีหรือไม่ดี เพราะหากเขามีคุณสมบัติครบถ้วนเขาก็มาสมัคร สำคัญที่ประชาชนเลือกคือถ้าเลือกได้ดี ประเทศชาติเราก็จะได้คนดี” รมว.มหาดไทย กล่าว

พล.อ.อนุพงษ์ กล่าวถึงสถานการณ์ทางการเมืองในปี 2563 ว่า จะเห็นว่าประเทศที่มีปัญหาขัดแย้งทางการเมืองไม่ได้ทำให้ประเทศชาติหรือประชาชนมีความสุข แต่ทำให้ประเทศชาติเสียโอกาส ไม่ว่าจะเป็นการพัฒนาอะไรก็แล้วแต่ ส่งผลกระทบต่อชีวิตประชาชน แต่ถ้าเป็นการเคลื่อนไหวที่เป็นไปตามวิถีทางประชาธิปไตย อยู่ในกฎเกณฑ์ ก็น่าจะทำให้ทุกคนมีความสุข และไม่ทำให้ประเทศชาติเสียโอกาสในการพัฒนา ตนไม่อยากมาอ้าง ทุกคนทราบดีว่าปัญหาเศรษฐกิจเป็นปัญหาระดับโลก ส่งผลกระทบถึงกันหมด ประเทศไทยมีการทำการเกษตรและส่งออก ดังนั้นมีผลกระทบเป็นธรรมดา ต้องดูว่าทำอย่างไรจะหาทางช่วยเหลือพี่น้องประชาชนให้ทำการค้าขายได้ ทำอย่างไรให้คนมีความมั่นใจในการดำรงชีวิต แล้วเกิดการใช้จ่ายเป็นปกติสุข

จากใจ…ผู้ตรวจการแผ่นดินจุดยืนเป็นกลางปลอดการเมือง #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politic/407475?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=politic

จากใจ…ผู้ตรวจการแผ่นดินจุดยืนเป็นกลางปลอดการเมือง

29 ธันวาคม 2562 – 12:46 น.
ผู้ตรวจการแผ่นดิน,ศาลรัฐธรรมนูญ,เป็นกลาง,พลอวิทวัส รชตะนันทน์
เปิดอ่าน 130 ครั้ง

ผู้ตรวจการแผ่นดินลั่นจุดยืนอิสระ ทำงานเป็นกลาง ปลอดการเมือง ปลอดการเมือง พิจารณาทุกข้อร้องเรียนด้วยความรอบคอบ

29 ธันวาคม 2562 พล.อ.วิทวัส รชตะนันทน์ ประธานผู้ตรวจการแผ่นดิน กล่าวถึงกระแสวิจารณ์การทำงานขององค์กรอิสระว่าสองมาตรฐาน ไม่เป็นธรรมว่า ผู้ตรวจฯทำงานตามอำนาจและหน้าที่ ที่กฎหมายกำหนดไว้

เข้าใจว่าเสียงวิจารณ์ส่วนใหญ่น่าจะเป็นคำร้องที่ผู้ตรวจฯยื่นส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณา ซึ่งปี 2562 ที่ผ่านมามีคำร้องที่ทางผู้ตรวจการแผ่นดินไม่ส่งศาลรัฐธรรมนูญทั้งหมด 161 เรื่อง เนื่องจากพิจารณาแล้วเห็นว่าไม่เกี่ยวข้องกับกฎหมายหรือมีบทบัญญัติของกฎหมายไปขัดกับรัฐธรรมนูญ ส่วนที่ผู้ตรวจฯพิจารณาและยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญ ประกอบด้วย กรณีสูตรคำนวณ ส.ส.บัญชีรายชื่อมีปัญหาความชอบด้วยรัฐธรรมนูญหรือไม่ กรณีนายกรัฐมนตรีถวายสัตย์ปฏิญาณตนไม่ครบถ้วนตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 161 เข้าข่ายขัดรัฐธรรมนูญและละเมิดสิทธิเสรีภาพหรือไม่ กรณีการตั้งคณะกรรมการสรรหา ส.ว. ขัดรัฐธรรมนูญหรือไม่

พล.อ.วิทวัส กล่าวอีกว่า ส่วนอีก 2 คำร้องที่ขณะนี้ยังอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ คือ มีผู้ร้องเรียนว่าไม่ได้รับความเป็นธรรม เนื่องจากถูกอัยการสั่งฟ้องข้อหากบฏกรณีไปร่วมชุมนุมเวที กปปส. ทั้งที่ศาลรัฐธรรมนูญเคยวินิจฉัยแล้วว่าการชุมนุมครั้งนั้นเป็นการชุมนุมที่สงบ และกรณีมีผู้ร้องเรียนว่า พ.ร.บ.คำสั่งเรียกของคณะกรรมาธิการของสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภา 2554 มาตรา 5,8,และมาตรา 13 มีปัญหาความชอบเกี่ยวกับรัฐธรรมนูญ

พล.อ.วิทวัส กล่าวด้วยว่า ผู้ตรวจฯพิจารณาทุกข้อร้องเรียนตามข้อกฎหมาย กว่าจะพิจารณาเสร็จหรือได้ข้อยุติ ว่าจะส่งศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาหรือไม่นั้น เราพิจารณากันด้วยความรอบคอบ โดยเฉพาะเรื่องที่มีความคาบเกี่ยวการเมือง มีการอภิปรายข้อเท็จจริง ข้อกฎหมาย บางเรื่องพิจารณากัน 2-3 รอบ หากยังไม่ชัดเจนก็ทำประเด็นส่งให้เจ้าหน้าที่ไปหาข้อมูลเพิ่มเติมเพื่อนำมาประกอบการพิจารณา

อย่างไรก็ตาม ทุกคำร้องเรียนที่ส่งศาลรัฐธรรมนูญ หรือแม้แต่ตีตกในชั้นการพิจารณาของผู้ตรวจฯ ขอย้ำว่ามติเป็นเอกฉันท์ ถ้าหากมีเรื่องหนึ่งเรื่องใดไม่ชัดเจน ก็จะต้องหาข้อมูลเพิ่มเติมและอภิปรายอย่างครบถ้วน คำนึงถึงผลดีผลเสีย

“องค์กรอิสระในระบอบประชาธิปไตย จะยืนอยู่ได้และได้รับความเชื่อถือ ต้องปฏิบัติหน้าที่ด้วยความสุจริต เที่ยงธรรม กล้าหาญ ปราศจากอคติ มีความอิสระ เป็นกลางและเป็นธรรม สิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่ผู้ตรวจฯเราให้ความสำคัญ” พล.อ.วิทวัส กล่าว

กันเหนียว สุวัจน์แนะดึงคนนอกร่วมชำแหละรัฐธรรมนูญ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politic/407457?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=politic

กันเหนียว สุวัจน์แนะดึงคนนอกร่วมชำแหละรัฐธรรมนูญ

29 ธันวาคม 2562 – 10:37 น.
แก้รัฐธรรมนูญ,ชาติพัฒนา,ดึงคนนอกร่วม
เปิดอ่าน 110 ครั้ง

ปธ.ที่ปรึกษาชาติพัฒนา ฝากกมธ.ศึกษาแก้รธน.ฟังเสียงคนนอกสภาด้วย เชื่อหากศึกษาแนวทางจริงจังชี้อะไรควรแก้-ไม่แก้ ส.ว.จะรับฟังเหตุผล

29 ธันวาคม 2562 ที่บ้านพักเลขที่ 33 ซ.ราชวิถี 20 “นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ”  ประธานที่ปรึกษาพรรคชาติพัฒนา (ชพน.) ให้สัมภาษณ์ถึงแนวทางการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2560

โดยบอกว่า เรื่องนี้เป็นเรื่องสำคัญ และถือเป็นเรื่องหนึ่งในนโยบายของรัฐบาลด้วยในเรื่องการแก้ไขและธรรมนูญ และก่อนเลือกตั้งทุกพรรคการเมืองก็ชูประเด็นนี้ ดังนั้นเมื่อมีคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญพิจารณาศึกษาปัญหาหลักเกณฑ์ และแนวทางการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2560 ที่มีตัวแทนจากหลายพรรคเข้าไปแล้วก็ต้องทำเรื่องนี้อย่างจริงจัง

อย่างไรก็ตามกมธ.ชุดนี้ยังไม่ใช่ชุดแก้ไขรัฐธรรมนูญแต่เป็นกมธ.เพื่อศึกษาแนวทางในการแก้ไขว่าหลังจากใช้รัฐธรรมนูญแล้วปัญหาของรัฐธรรมนูญฉบับนี้คืออะไร ในมุมเศรษฐกิจคืออะไร ในมุมการเลือกตั้งคืออะไร ในมุมการเมืองคืออะไร การจัดตั้งรัฐบาลบริหารราชการแผ่นดิน ในมุมนั้นมุมนี้คืออะไรเพื่อรวบรวมมาแล้วคิดว่าอะไรที่ควรแก้ หรืออะไรที่ไม่ควรแก้ ลำดับความสำคัญแก้ก่อนแก้หลัง วิธีการแก้จะเป็นอย่างไร น่าจะออกมาในแนวนี้ ส่วนเนื้อหาว่าจะแก้เรื่องไหน อย่างไร ต้องขึ้นอยู่กับ กมธ.

“แต่สิ่งหนึ่งที่ผมคิดว่ากรรมาธิการ ควรรับฟังคือเสียงของนอกสภา นักวิชาการ นักธุรกิจ ต่างประเทศ พี่น้องประชาชน เกษตรกร รากหญ้า เขามีความกังวลหรือมีความรู้สึกอย่างไรบ้างว่ารัฐธรรมนูญนี้ควรตบแต่งแก้ไขในประเด็นไหน ถ้าสามารถที่จะมีเวทีรับฟังความคิดเห็นเพิ่มเติมจากคนนอกกรรมาธิการได้ ก็คิดว่าจะทำให้กรรมาธิการได้ข้อมูลมากขึ้นและทำให้ผลการศึกษาจะสมบูรณ์ ทำให้เรารู้ว่าเราจะนับหนึ่งเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญต่อไปอย่างไร”

ผู้สื่อข่าวถามว่า ขณะนี้หลายคนมองรัฐธรรมนูญฉบับนี้ไม่น่าจะแก้ไขได้ คิดอย่างไร “นายสุวัจน์” กล่าวว่า ถ้าศึกษามาแล้วทุกคนเห็นด้วยก็เชื่อว่าต้องไปแนวนั้น ขึ้นอยู่กับว่าเรายอมรับหรือไม่ ถ้าทุกคนเห็นว่านี่เป็นปัญหาของประเทศ และจำเป็น เพื่อความอยู่รอด เพื่อความเรียบร้อยของประเทศ ทุกอย่างก็ต้องว่ากันไปตามรัฐธรรมนูญ เมื่อเห็นตรงกันก็ว่ากันไปตามนั้น มีอุปสรรคอะไรก็ช่วยแก้ไขเป็นสเต็ปๆ  เพราะปัญหามีไว้ให้แก้อยู่แล้ว

ส่วนที่วุฒิสภาจะยอมรับและสนับสนุนหรือไม่ “นายสุวัจน์” กล่าวว่า ขึ้นอยู่กับการยอมรับ หากชี้ให้ ส.ว. เห็นว่าจำเป็น ถ้าแก้ไขอันนี้แล้วประเทศชาติจะดีขึ้น เศรษฐกิจดีขึ้น ก็เชื่อว่าส.ว.ทุกคนรับฟังข้อเท็จจริง และเหตุผลที่กมธ.จะนำเสนอ เชื่อว่าทั้งส.ส.และส.ว.ทุกคนต่างมีอารมณ์ในความเป็นตัวแทนของประชาชนเหมือนกัน ดังนั้นจะคิดจะตัดสินใจอะไรทุกคนย่อมมองประเทศชาติเป็นหลัก

ปธ.ที่ปรึกษา ชพน ปัดจีบ 2 อนาคตใหม่ถูกขับร่วมพรรค #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politic/407447?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=politic

29 ธันวาคม 2562 – 10:01 น.
พรรคอนาคตใหม่,ขับสส,สุวัจน์ ลิปตพัลลภ,พรรคชาติพัฒนา
เปิดอ่าน 95 ครั้ง

สุวัจน์ ยังไม่ฟันธง เสถียรภาพรัฐบาลแข็งขึ้น จากคดีอนค.ยุบพรรค ชี้สมการการเมืองเปลี่ยนได้ แต่ขึ้นกับใจ ส.ส. ปัดจีบ 2 อนค.ถูกขับร่วมพรรค

29 ธันวาคม 2562 – ที่บ้านพักเลขที่ 33 ซ.ราชวิถี 20 “นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ” ประธานที่ปรึกษาพรรคชาติพัฒนา (ชพน.) ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่มีเสียงวิพากษ์วิจารณ์ทีมเศรษฐกิจของรัฐบาลทำงานไม่เป็นเอกภาพ

โดยอาจเป็นปัจจัยกระทบต่อเสถียรภาพรัฐบาลว่า เป็นเรื่องของการบริหารจัดการ ถ้าโครงสร้างดีแล้วเศรษฐกิจโลกดีขึ้น รัฐบาลสามารถกระชับพื้นที่การทำงานให้มีความเป็นทีมเวิร์คมากขึ้นก็เป็นเรื่องที่เป็นบวก

ที่ผ่านมาตนดูมาตลอดตั้งแต่จัดตั้งรัฐบาล ยังไม่มีอะไรที่เป็นปัญหาต่อด้านความมั่นคงทางการเมืองมากนัก ยังสามารถบริหารจัดการได้อยู่ ถึงแม้ว่าจะปริ่มน้ำบ้าง แม้อาจจะแพ้ในบางเรื่องแต่ในเรื่องที่สำคัญก็ยังโอเค แต่ที่สำคัญจะต้องรอดูสองด่าน คืองบประมาณ กับการอภิปรายไม่ไว้วางใจ ถ้าสามารถผ่านสองด่านนี้ได้ ก็แสดงให้เห็นว่าประสบการณ์บริหารจัดการเสถียรภาพทางการเมืองท่ามกลางเสียงปริ่มน้ำถือว่าสอบผ่าน

ต่อข้อถามที่ว่า หากมีปัจจัยแทรกอย่างพรรคอนาคตใหม่ถูกยุบจากกระทบหรือไม่ “นายสุวัจน์” กล่าวว่า เป็นเรื่องที่เกิดกับฝ่ายค้านคงไม่มีผลกระทบต่อเสถียรภาพของรัฐบาล หากพรรคอนาคตใหม่ถูกยุบจริงตัวเลขสมการทางการเมืองย่อมเปลี่ยนไป ตัวเลขของฝ่ายค้านอาจจะเท่าเดิมหรือน้อยลงไป เพราะเมื่อมีพรรคการเมืองถูกยุบ ส.ส.ก็ต้องไปหาพรรคใหม่สังกัด ขึ้นอยู่กับการบริหารจัดการของแต่ละพรรคการเมืองว่ายังสามารถควบคุมรักษาดูแลไว้ได้หรือไม่ เนื่องจากไม่ใช่พรรคการเมืองที่อยู่ในส่วนของรัฐบาลดังนั้นก็ไม่น่าจะมากระทบกับตัวเลขที่รัฐบาลมีอยู่

ผู้สื่อข่าวถามว่าจะทำให้รัฐบาลมีเสถียรภาพมากขึ้นหรือไม่ “นายสุวัจน์” กล่าวว่า ต้องแล้วแต่การตัดสินใจของสมาชิกพรรคการเมืองพรรคนั้นว่าจะไปอยู่ซีกไหน ถ้ายังอยู่ซีกเดิมตัวเลขก็เหมือนเดิมถ้าย้ายซีกตัวเลขก็เปลี่ยน

ผู้สื่อข่าวถามว่า มองปัญหาภายในรัฐบาลเองกับการอภิปรายไม่ไว้วางใจของฝ่ายค้าน สิ่งใดน่าเป็นห่วงมากกว่ากันสำหรับรัฐบาล “นายสุวัจน์” กล่าวว่า ตนมองว่าในกลุ่มของพรรคร่วมรัฐบาลขณะนี้ต้องยอมรับว่ามาจิ้นต่างจริง ๆ แต่เท่าที่ดูยังไม่มีอะไรที่เป็นปัญหามากนัก มีเพียงปัญหาเล็กๆน้อยๆ ฉะนั้นเรื่องเสถียรภาพทางการเมืองยังถือว่าบริหารจัดการได้

ส่วนกรณีที่ น.ส.กวินนาถ ตาคีย์ ส.ส.ชลบุรี พรรคอนาคตใหม่ (อนค.) ย้ายเข้าเป็นสมาชิกพรรคพลังท้องถิ่นไทแล้ว ทำให้มี 4 เสียงเท่ากับพรรค ชพน. จะส่งผลถึงโควตา เก้าอี้รัฐมนตรีของพรรค ชพน.หรือไม่ “นายสุวัจน์” ตอบปฏิเสธว่าไม่ทราบ

ผู้สื่อข่าวถามว่า ยังมีอีก 2 ส.ส.พรรคอนาคตใหม่ที่ถูกขับออกแล้ว ยังไม่ย้ายเข้าสังกัดพรรคใด จะไปจีบมาหรือไม่ “นายสุวัจน์” ประธานที่ปรึกษา ชพน. กล่าวว่า ตนยังไม่ทราบเรื่องนี้ เป็นเรื่องของการตัดสินใจของแต่ละคน ยังไม่ทราบว่าทั้ง 4 คนนั้นย้ายไปที่ไหนบ้าง เอาเป็นว่าถ้ามาอยู่ฝั่งรัฐบาลก็ทำให้รัฐบาลมีเสถียรภาพมากขึ้น มองเท่านั้น ส่วนจะอยู่พรรคไหนก็ไม่เป็นไร เป็นห่วงเสถียรภาพภาพรวมของรัฐบาลมากกว่าเสถียรภาพของแต่ละพรรคการเมือง

สุวัจน์ ชมการเมืองเสียงปริ่มน้ำทำได้ เตือนรับมืองบ ซักฟอก #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politic/407424?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=politic

สุวัจน์ ชมการเมืองเสียงปริ่มน้ำทำได้ เตือนรับมืองบ ซักฟอก

29 ธันวาคม 2562 – 08:52 น.
สุวัจน์ ลิปตพัลลภ,การเมือง,เสียงปริ่มน้ำ
เปิดอ่าน 314 ครั้ง

สุวัจน์ ชมรัฐบาลทำได้ดีการเมืองทรงตัวแม้เสียงปริ่มน้ำ เตือนรับมือ งบประมาณ ซักฟอก

29 ธันวาคม 2562 สุวัจน์ ชมรัฐบาล 1 ปีที่ผ่านมา ทำได้ดีการเมืองทรงตัวแม้เสียงปริ่มน้ำ ชี้โค้งสุดท้ายพบแกนนำสะท้อนความมีเสถียรภาพ เตือนรับมมือ งบประมาณ อภิปรายไม่ไว้วางใจ

ที่บ้านพักเลขที่ 333 ซ.ราชวิถี 20 ภายหลังเปิดบ้านอวยพรช่วงปีใหม่ “นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ” ประธานที่ปรึกษาพรรคชาติพัฒนา (ชพน.) ให้สัมภาษณ์ถึงการวิเคราะห์การเมืองช่วงที่ผ่านมา และมองการเมืองในปี 2563 เป็นอย่างไรว่า ที่ผ่านมาถือว่าเป็นปีแรกของรัฐบาล ก็จะมีเสียงปริ่มน้ำซึ่งก็กังวลกันว่ารัฐบาลจะอยู่ในลักษณะใด

อย่างไรก็ตามถือว่ารัฐบาลยังสามารถประคับประคองสถานการณ์ทางการเมืองท่ามกลางเสถียรภาพเสียงปริ่มน้ำผ่านมาได้แม้ว่าจะไม่ราบรื่นนักจากเสียงที่เกินกึ่งหนึ่งมาไม่กี่เสียงแต่ก็แสดงให้เห็นว่าภายในพรรคร่วมรัฐบาลยังมีความเป็นปึกแผ่น ไม่มีปัญหาอะไรที่ไปกระทบความไม่เข้าใจกันในระดับรุนแรง ซึ่งจะมีอะไรบ้างก็เหมือนเป็นแค่ลิ้นกระทบกับฟัน

“1 ปีที่ผ่านมาเสถียรภาพของรัฐบาลโดยรวมยังถือว่าใช้ได้ และจากบรรยากาศช่วงโค้งสุดท้ายที่ได้พบปะกันในแกนนำ และระหว่าง ส.ส.ด้วยกัน ก็ได้แสดงออกถึงความชัดเจนว่าเสถียรภาพของรัฐบาลยังบริหารจัดการได้”

ส่วนในปีหน้า 2563 หากรัฐบาลสามารถบริหารจัดการเสถียรภาพทางการเมืองได้เหมือนที่เคยแสดงให้เห็นว่ามีรูปแบบการบริหารจัดการที่ทำให้ปัญหาเรื่องเสถียรภาพการเมือง ลดน้อยลงไปโดยถ้ามีเหตุการณ์ทางการเมืองอะไรก็แล้วแต่เกิดขึ้น ก็สามารถมาเติมเสียงให้รัฐบาลสร้างความเข้มแข็งมากขึ้นด้วย

ดังนั้นจึงมองว่าเสถียรภาพเสียงปริ่มน้ำจะไม่เป็นภาระหนักเพราะรัฐบาลผ่านมาและเข้าใจถึงวิธีการบริหารจัดการ ซึ่งหากปีหน้าก็จะมีเรื่องงบประมาณที่เป็นเรื่องสำคัญ หรือจะมีการอภิปรายไม่ไว้วางใจก็น่าจะผ่านได้เหมือนการรักษาจัดการเสถียรภาพทางการเมืองเสียงปริ่มน้ำ

“ถ้าจะถามว่าปีหน้ามีอะไรที่น่าเป็นห่วง ผมคิดว่าเมื่อเสถียรภาพทางการเมืองเป็นเรื่องบริหารจัดการได้แล้ว ซึ่งปีนี้ถือเป็นรัฐบาลใหม่ รัฐบาลเสียงปริ่มน้ำ แต่ก็บริหารจัดการได้ และยังต้องบริหารทั้งเรื่องเศรษฐกิจ ก็เหมือนปั้นยักษ์ทีละตัว ปีหน้าก็น่าจะเป็นเรื่องที่ต้องสู้เรื่องเศรษฐกิจอย่างเต็มที่ สร้างเสถียรภาพทางเศรษฐกิจ จึงเป็นเรื่องที่รัฐบาลต้องทำงานหนักเรื่องเศรษฐกิจ”

‘ช่อ’พรรณิการ์ ลั่นผลักดันการให้สัญชาติกลุ่มชาติพันธ์ุ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politic/407401?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=politic

‘ช่อ’พรรณิการ์ ลั่นผลักดันการให้สัญชาติกลุ่มชาติพันธ์ุ

28 ธันวาคม 2562 – 18:55 น.
ช่อ พรรณิการ์,ชาติพันธุ์,อนาคตใหม่
เปิดอ่าน 263 ครั้ง

“ช่อ พรรณิการ์” ส.ส.อนาคตใหม่ ร่วมงาน”ปีใหม่ม้ง” เพชรบูรณ์​ ชี้แม้ไม่ได้เป็นรัฐบาลแต่ผลักดันการให้”สัญชาติ” ได้สำเร็จแต่”ปัญหาที่ดิน”คือสงครามในระยะยาว

เมื่อวันที่ 28 ธันวาคม  2562 ที่หมู่บ้านเข็กน้อย ต.เข็กน้อย อ.เขาค้อ จ.เพชรบูรณ์​ น.ส.พรรณิการ์ วานิช สมาชิกกสภาผู้แทนราษฎร​แบบบัญชีรายชื่อ และโฆษกพรรคอนาคตใหม่ ร่วมงานประเพณีวันปีใหม่ม้ง โดยมีนายมานพ คีรีภูวดล ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ ซึ่งเป็น ส.ส.จากกลุ่มชาติพันธุ์กะเหรี่ยง ร่วมกิจกรรม ด้วย

น.ส.พรรณิการ์ กล่าวกับประชาชนในระหว่างกิจกรรมว่า วันนี้เมื่อปีที่แล้ว(2561)ตนเคยมาที่นี่พร้อมผู้สมัครตั้งแต่พรรคอนาคตใหม่ยังไม่มีใครรู้จัก ผ่านไป 1 ปี วันนี้ได้มาร่วมงานปีใหม่ม้งอีกครั้ง รู้สึกดีใจเป็นอย่างมาก และที่เราภาคภูมิใจมากไปกว่านั้นคือ ในบรรดา ส.ส.ของพรรคอนาคตใหม่ มีผู้แทนของชนเผ่าชาติพันธุ์ ถึง 2 คน ได้แก่ คุณณัฐพล สืบศักดิ์วงศ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อชาติพันธุ์ม้ง และคุณมานพ คีรีภูวดล ส.ส.บัญชีรายชื่อชาติพันธุ์กะเหรี่ยง ที่เข้าไปทำงานในสภาผู้แทนราษฏร เป็นปากเป็นเสียงแทนพี่น้องชนเผ่าชาติพันธุ์​ทั่วประเทศ

“ลำพังแค่ชาวม้ง ชาวกะเหรี่ยง ไม่ได้บ่งบอกว่าเสียงพี่น้องชาติพันธุ์​ ได้รับการสนใจจากรัฐบาลมากน้อยแค่ไหน ถึงแม้ว่าพรรคอนาคตใหม่เป็นฝ่ายค้าน แต่จะพยายามผลักดันนโยบายที่เคยหาเสียงไว้อย่างเต็มที่ แม้เราไม่ใช่รัฐบาล แต่มีสิ่งหนึ่งที่ทำได้นั่นคือ งานของกรรมาธิการฯ อย่างคณะกรรมาธิการ​กฎหมาย​ฯ ที่ดิฉันเป็นรองประธาน​อยู่ในขณะนี้ เราได้ช่วยขับเคลื่อน ผลักดัน การให้สัญชาติกับพี่น้องประชาชนพลัดถิ่นที่ต้องการสัญชาติ

เพราะเรารู้ว่า ตราบใดที่คนยังไม่ได้สัญชาติ ไม่มีบัตรประชาชน สิทธิขั้นพื้นฐานของประชาชนคนไทยไม่มีทางได้มา ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการศึกษา หรือการรักษาพยาบาล สิทธิในฐานะประชาชนคนไทย แรกเริ่มจำเป็นต้องมีบัตรประชาชน นี่คือผลงานที่พรรคอนาคตใหม่ภาคภูมิ​ใจ” น.ส.พรรณิการ์​ กล่าว

น.ส.พรรณิการ์​ กล่าวต่อว่า หากพูดถึงหมู่บ้านเข็กน้อยแห่งนี้ วันนี้ตนชื่นใจเป็นอย่างมา ที่ผู้นำชุมชนมาบอกกับตนว่า ชาวเข็กน้อยมาตั้งรกราก​อยู่ที่นี่ตั้งแต่ปี 2465 ซึ่งปีนี้เป็นปีแรก ที่เรื่องของเข็กน้อย ชื่อของเข็กน้อย ปัญหาของเข็กน้อย ถูกพูดถึงในสภาฯ และพรรคอนาคตใหม่ เป็นพรรคกาคเมืองแรกของประเทศไทย ที่พูดถึงปัญหาที่ดินของชาวเข็กน้อย

การละเล่นโยนลูกช่วง

โฆษกพรรคอนาคตใหม่ กล่าวอีกว่า ที่ดินนับ 10,000 ไร่  บริเวณนี้เป็นของกรมธนารักษ์​ แต่ทุกคนรู้ดีว่าบรรพบุรุษ​อยู่ที่นี่มาเกือบ100ปี ก่อนที่จะมีการโอนที่ดินให้กรมธนารักษ์​เสียด้วยซ้ำ แล้วทำไมชาวเข็กน้อย  ต้องจ่ายค่าเช่าในที่ดินของตนเอง น่าเสียดายที่พรรคอนาคตใหม่เป็นฝ่ายค้าน ไม่สามารถเปลี่ยนกฎหมายและทำให้ที่ดินในเข็กน้อย มีเอกสารสิทธิ์​ถูกต้อง

“เรื่องของที่ดินเป็นปัญหาใหญ่ และมีปัญหา​อยู่ทั่วประเทศ ตกลงที่ดินทำกินจะตกเป็นของประชาชนเจ้าของประเทศ หรือเป็นของรัฐ หรือเป็นของนักธุรกิจผู้มีอิทธิพล​ นี่คือสงครามที่ต้องต่อสู้กันในระยะยาว จะสำเร็จเมื่อไรไม่รู้ แต่อย่างน้อยได้เริ่มต้นแล้วในวันนี้ เราจะสู้ไปด้วยกัน จนกว่าประเทศนี้ ทรัพยากรบนผืนแผ่นดินนี้ ความมั่งคั่ง​ร่ำรวย จะถูกจัดสรร และกระจาย ให้พี่น้องประชาชนคนไทยทั้งประเทศ” น.ส.พรรณิการ์​ กล่าว

น.ส.พรรณิการ์ กล่าวอวยพรเนื่องเทศกาลปีใหม่ม้งว่า ปีหน้า(2563)ฟ้าใหม่หวังว่าจะมีอนาคตใหม่ที่ดีขึ้นสำหรับพี่น้องชาวม้ง พี่น้องชาวชาติพันธุ์​ และพี่น้องคนไทยทุกคน พรรคอนาคตใหม่จะยังทำงานอย่างแข็งขัน เราจะทำงานหนักเพื่อให้มีอนาคตใหม่ที่ดีกว่าเดิมของประเทศไทย อนาคต ที่ไม่ว่าจะเป็นคนที่อยู่บนดอย อยู่ในราบ อยู่ในเมือง อยู่ในป่าหรืออยู่ในชนบท ได้มีสิทธิ์​มีเสียง มีคุณภาพชีวิตที่ดีถ้วนหน้ากัน ได้มีศักดิ์ศรี​ของความเป็นคนไทยอย่างเสมอภาคเท่าเทียมกัน

“เราทำงานหนักเพื่อไปสู่จุดจุดนั้น ขอให้ทุกคนช่วยกัน หวังว่าปีหน้า จะเป็นปีที่คนไทยไม่ว่าจะเชื้อชาติพันธุ์​ใด ศาสนา​ ภาษาไหน อยู่ในประเทศไทยอย่างมีความสุข มีสิทธิ์​ในที่ดินทำกิน มีสิทธิ์​ในสวัสดิการที่ดี ภายใต้รัฐบาลที่ตอบสนองความต้องการของประชาชน”  น.ส.พรรณิการ์ กล่าว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายในกิจกรรมเทศกาลปีใหม่ม้ง มีการแสดงและกิจกรรมรื่นเริง มีการละเล่นโยนลูกช่วง เป็นการละเล่นของหนุ่มสาว ลูกช่วงเป็นลูกกลมๆทำจากผ้า ชาย หญิง ผลัดกันโยน ขณะที่โยนก็จะมีการพูดคุยกัน ถ้าถูกตาต้องใจกัน ก็อาจจะลงเอยด้วยการสู่ขอกัน หรือคบหาดูใจกัน โดยใช้ลูกช่วงเป็นสื่อแทนใจ สร้างความประทับใจแก่ผู้มาร่วมงานเป็นอย่างมาก

จุกอก ฉายาสภาปี 62 ดงงูเห่า วาทะแห่งปี ตัดพี่ตัดน้อง #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politic/407292?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=politic

จุกอก ฉายาสภาปี 62 ดงงูเห่า วาทะแห่งปี ตัดพี่ตัดน้อง

28 ธันวาคม 2562 – 11:06 น.
ฉายาสภา,ประจำปี 2562,ดงงูเห่า,ตัดพี่ตัดน้อง
เปิดอ่าน 192 ครั้ง

ฉายาสภา ปี 62 อ่านแล้วเจ็บจี๊บ ดงงูเห่า วาทะแห่งปี ตัดพี่ตัดน้อง มีทั้งดาวเด่น-ดาวดับ แต่ คนดีศรีสภา ไร้ผู้เหมาะสม

เมื่อวันที่ 28 ธ.ค. 2562 – หลังจากที่เว้นวรรคการตั้งฉายารัฐสภาไปเป็นเวลาประมาณ 5 ปี มาในปี 2562 สื่อมวลชนประจำรัฐสภาได้มีความเห็นร่วมกันที่จะตั้งฉายาสภาอีกครั้ง ทั้งนี้ วัตถุประสงค์ยังคงเป็นการสะท้อนการทำงานของฝ่ายนิติบัญญัติในรอบปีที่ผ่านมา โดยไม่ได้มีส่วนได้ส่วนเสียในทางการเมืองแต่อย่างใด สำหรับฉายาสภาที่สื่อมวลชนได้ระดมสมองออกมานั้นมีบทสรุป ดังนี้

1.เหตุการณ์แห่งปี : “สภาล่ม”

เป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นถึง 2 ครั้ง 2 วันติดต่อกันตั้งแต่วันที่ 27 พ.ย. และ 28 พ.ย. ระหว่างการพิจารณาญัตติตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาผลกระทบจากประกาศและคำสั่งของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ตามมาตรา 44 ปฐมเหตุเริ่มมาจากการที่ส.ส.ฝ่ายรัฐบาลแพ้โหวตให้กับฝ่ายค้าน ซึ่งจะต้องนำมาสู่การตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญฯ แต่ปรากฏว่าส.ส.รัฐบาลใช้เสียงข้างมากจนนำมาสู่การนับคะแนนใหม่ โดยก่อนจะเข้าสู่ขั้นตอนดังกล่าวจะต้องมีการนับองค์ประชุมก่อน ทว่ามีส.ส.ร่วมเป็นองค์ประชุม 92 คน แม้จะมีการนัดประชุมอีกครั้งในวันถัดไป แต่ก็ยังมีส.ส.เพียง 240 คนไม่ครบองค์ประชุม นับเป็นปรากฏการณ์ที่สร้างภาพลักษณ์ที่เสื่อมเสียให้กับสภาฯในยุคของ ‘ชวน หลีกภัย’ ที่พยายามจะยกระดับมาตรฐานของสภาให้กลับมาเป็นความหวังของประชาชน

2.สภาผู้แทนราษฎร : “ดงงูเห่า”

การหายไปของสภาผู้แทนราษฎรเป็นเวลากว่า 5 ปี ทำให้สภาฯถูกตั้งความหวังไว้ว่าจะสามารถเป็นที่พึ่งให้กับประชาชนสมดั่งเป็นผู้แทนปวงชนชาวไทยได้ แต่จะด้วยผลกระทบจากรัฐธรรมนูญที่ทำให้รัฐบาลขาดเสถียรภาพหรือเป็นนิสัยส่วนบุคคล ถึงได้เป็นช่องทางที่ทำให้ปรากฏการณ์ที่เรียกว่า “งูเห่า” ไม่ว่าจะเป็นการประกาศตัวเป็น “ฝ่ายค้านอิสระ” เพื่อตรวจสอบรัฐบาล แต่เมื่อผ่านไปสักระยะก็ยุติการเป็นฝ่ายค้านอิสระ ไปจนถึงการลงคะแนนสวนทางกลับมติของพรรคร่วมฝ่ายค้านหลายครั้ง ทั้งการพิจารณาพระราชกำหนดโอนอัตรากำลังพล ไปจนถึงการร่วมเป็นองค์ประชุมสภาฯก่อนจะลงมติล้มไม่ให้เกิดการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญศึกษามาตรา 44 ได้เป็นผลสำเร็จ ซึ่งตราบใดรัฐบาลยังมีเสียงปริ่มน้ำและต้องยืมมือฝ่ายตรงข้ามเช่นนี้ สภาฯคงไม่อาจเป็นที่พึ่งของประชาชนให้สมดังเจตนารมณ์รัฐธรรมนูญ แต่จะเป็นเพียงดงงูเห่าที่คอยแว้งฉกกันเองเท่านั้น

3.วุฒิสภา : “สภาทหารเกณฑ์”

รัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันกำหนดให้มีวุฒิสภาแบบพิเศษขึ้นมา กล่าวคือ แม้รัฐธรรมนูญจะหมวดว่าด้วยวุฒิสภาที่ให้มีการลงคะแนนเลือกกันเองจากบุคคลหลากหลายสาขาอาชีพ แต่ใน 5 ปีแรกกลับให้ส.ว.มาจากการเลือกของคสช.รวมกับผู้บัญชาเหล่าทัพโดยตำแหน่งเป็นจำนวน 250 คน ไม่เพียงเท่านี้ ส.ว.ชุดปัจจุบันจำนวนไม่น้อยมาจากบุคคลที่เคยเป็นสมาชิกสนช.ที่คสช.เคยแต่งตั้งอีกด้วย ด้วยเหตุนี้ทำให้ส.ว.เปรียบเสมือนเป็นทหารที่ถูกคสช.เกณฑ์เข้ามาที่ไม่เพียงแต่มีหน้าที่ในระยะเปลี่ยนผ่าน 5 ปีแรกเท่านั้นแต่ยังอีกภารกิจ คือ การสานต่องานของคสช.ให้จบ โดยเริ่มให้เห็นแล้วจากการพร้อมใจเทคะแนนเลือกพล.อ.ประยุทธ์ เป็นนายกฯ และในอนาคตกำลังจะมีหน้าที่ปกป้องรัฐธรรมนูญเป็นภารกิจต่อไป

4.ประธานสภาผู้แทนราษฎร : “มีดโกนขึ้นสนิม”

‘ชวน หลีกภัย’ ประธานสภาผู้แทนราษฎร ถูกจัดให้เป็นหนึ่งในตำนานการเมืองที่ยังมีชีวิตอยู่ในปัจจุบัน โดยเป็นส.ส.ที่มีพรรษาทางการเมืองมากที่สุด และมีบารมีเต็มเปี่ยมจนได้กลับเข้ามาเป็นประธานสภาฯอีกครั้ง แม้จะมีความตั้งใจจะให้ประชาชกลับมาศรัทธาสภา แต่เอาเข้าจริงมีดโกนอาบน้ำผึ้งที่เคยบาดลึกแหลมคมกำลังขึ้นสนิมอย่างเห็นได้ชัด ภายหลังไม่สามารถแก้ไขปัญหาความขัดแย้งในสภาได้ เช่น การวินิจฉัยเรื่องการนับคะแนนใหม่ในญัตติตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญศึกษามาตรา 44 จนนำมาสู่เหตุการณ์สภาล่ม ไปจนถึงการพยายามลอยตัวกับปัญหาต่างๆอย่างความขัดแย้งในคณะกรรมาธิการสามัญหลายคณะ ทั้งๆที่เป็นผู้นำสูงสุดของสภา อย่างไรก็ตาม ถึงจะเป็นมีดโกนขึ้นสนิมที่อาจฟันอะไรไม่ขาดเสียทีเดียว แต่หากใครได้โดนแล้วแน่นอนว่ายังต้องรู้สึกเจ็บและต้องรีบฉีดยากันบาดทะยัก เพราะวาจาของนายหัวเมืองตรังยังเจ็บจี๊ดไม่เคยเปลี่ยนแปลง

5.ประธานวุฒิสภา : “ค้อนยาง”

เป็นที่ทราบกันดีว่าก่อนจะขึ้นมาเป็นประธานวุฒิสภา ‘พรเพชร วิชิตชลชัย’ เคยดำรงตำแหน่งประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) มาก่อน ซึ่งเป็นประมุขของฝ่ายนิติบัญญัติ แต่เมื่อมาทำหน้าที่เป็นประธานวุฒิสภา ปฏิเสธไม่ได้ว่าบทบาทและอำนาจหน้าที่ที่เคยมีนั้นได้เลือนหายไป ตรงนี้เป็นจุดที่ทำให้สมาชิกรัฐสภาไม่ยำเกรงในบารมีของประธานวุฒิสภา ดังจะเห็นได้จากการประชุมรัฐสภาเพื่อพิจารณานโยบายของคณะรัฐมนตรีเมื่อเดือนก.ค.ที่ผ่านมา เพราะปรากฏว่าทุกครั้งที่ขึ้นทำหน้าที่ประธานการประชุมในฐานะรองประธานรัฐสภา จะถูกส.ส.ลองของจนควบคุมการประชุมไม่ได้ โดยเฉพาะการปะทะคารมกันระหว่าง ‘พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา’ นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม และ ‘พล.ต.อ.เสรีพิศุทธิ์ เตมียเวส’ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย และนำมาซึ่งความวุ่นวายกลางที่ประชุม แม้ประธานวุฒิสภาจะพยายามใช้ค้อนทุบบนโต๊ะเพื่อหวังให้เกิดความสงบ แต่กลับได้ผลตรงข้าม จึงเป็นกระจกสะท้อนให้เห็นว่าค้อนไม้ที่ถือไว้ในมือนั้นเป็นเพียงแค่ค้อนยางเท่านั้น

6.ผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร : “ขนมจีนไร้น้ำยา”

‘สมพงษ์ อมรวิวัฒน์’ ส.ส.เชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย ก้าวขึ้นมาสู่ตำแหน่งผู้นำฝ่ายค้านฯในภาวะที่ฝ่ายค้านไม่ได้เป็นลูกไล่รัฐบาลเหมือนทุกครั้งที่ผ่านมา เพราะมีเสียงในสภาที่สูสีกับฝ่ายรัฐบาล ถึงขนาดที่ฝ่ายค้านเคยโหวตชนะฝ่ายรัฐบาลมาแล้วครั้งหนึ่งเมื่อครั้งพิจารณาญัตติตั้งคณะกรรมาธิการศึกษาผลกระทบจากประกาศและคำสั่งของคสช.ตามมาตรา 44 ทว่าฝ่ายค้านยังไม่อาจแสดงศักยภาพในการตรวจสอบรัฐบาลให้เป็นที่ประจักษ์ เมื่อเทียบกับผู้นำฝ่ายค้านฯในอดีตหลายคนก่อนหน้านี้ อีกทั้งยังไม่ปรากฏบทบาทการเป็นผู้นำเพื่อให้การทำงานของสภาฯเกิดความสมานฉันท์และเป็นที่จดจำ จึงไม่ต่างอะไรกับขนมจีนที่ดูน่ารับประทาน แต่เมื่อไร้น้ำยารสเลิศแล้วก็ทำให้ขนมจีนจานนั้นไม่ได้อยู่ในสายตา

7.วาทะแห่งปี : “ตัดพี่ตัดน้อง” 

วาทะนี้เป็นของพล.อ.ประยุทธ์ ที่พูดกลางที่ประชุมรัฐสภาระหว่างการนำเสนอนโยบายของคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 25 ก.ค. เพื่อแก้ข้อกล่าวหาเรื่องการเข้าสู่ตำแหน่งโดยไม่สุจริตของพล.ต.อ.เสรีพิศุทธิ์ เตมียเวส ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเสรีรวมไทย โดยพล.อ.ประยุทธ์ ตอบโต้ว่า “เรารู้จักกันมานาน ท่านเป็นรุ่นพี่ผม แต่งงานวันเดียวกัน แต่วันนี้ไม่ถือว่าเป็นรุ่นพี่อีกแล้ว เพราะท่านไม่มีเกียรติผม เคยพูดว่าจะชักปืนยิงผม ถ้ายิงจริง ท่านก็ติดคุกไปแล้ว ท่านพูดจาหยาบคาย เหรียญรามาผมก็ได้ แต่ไม่เคยอวดอ้างอำนาจ ให้ไปทบทวนตัวเอง” จากการตัดพี่ตัดน้องในวันนั้นทำให้ความขัดแย้งระหว่างฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้านทวีความดุเดือดนับจากนั้นเป็นต้นมาถึงปัจจุบัน

8.คู่กัดแห่งปี : ปารีณา VS พล.ต.อ.เสรีพิศุทธิ์

ปฏิเสธไม่ได้ว่าสองคนนี้เป็นมวยถูกคู่ แม้ว่าจะต่างวัยกันก็ตาม ‘ปารีณา ไกรคุปต์’ ส.ส.ราชบุรี พรรคพลังประชารัฐ ถูกพรรคส่งมาเป็นกรรมาธิการป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบที่มี ‘พล.ต.อ.เสรีพิศุทธิ์ เตมียเวส’ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเสรีรวมไทย เป็นประธาน เพื่อปกป้องพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม ภายหลังพล.ต.อ.เสรีพิศุทธิ์ พยายามเชิญนายกฯมาชี้แจงต่อคณะกรรมาธิการ  แต่ปารีณาพยายามขัดขวางทุกวิถีทาง ถึงขั้นมีการผัดกันยื่นเรื่องให้ตรวจสอบกันเองภายในคณะกรรมาธิการจนงานอื่นๆของคณะกรรมาธิการเดินหน้าไม่ได้และกรรมาธิการหลายคนทยอยลาออก เพราะไม่ต้องการเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของความขัดแย้ง ดังนั้น การปะฉะดะของส.ส.สาวและอดีตนายตำรวจ จึงมีแต่เพียงการวิวาทะเท่านั้น หาแก่นสารไม่ได้แต่อย่างใด

9.ดาวเด่น : ปิยบุตร แสงกนกกุล ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่

จากคนที่เคยแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับรัฐธรรมนูญนอกสภา แล้ววันหนึ่งก็ได้เดินเข้าสภาในนามพรรคอนาคตใหม่ เหตุผลหลักที่ทำให้ “อาจารย์ป๊อก” ได้รับตำแหน่งดังกล่าว คือ การเปิดประเด็นเรื่องการถวายสัตย์ปฏิญาณต่อพระมหากษัตริย์ไม่ครบถ้อยคำตามที่รัฐธรรมนูญกำหนด เป็นประเด็นที่สังคมแสวงหาความชัดเจนจากรัฐบาลมาร่วมเดือน จนนำมาสู่การเปิดประชุมสภาผู้แทนราษฎร ไม่เพียงเท่านี้ตลอดการทำหน้าที่อภิปรายในสภาไม่ได้ใช้แต่เพียงวาทะศิลป์เท่านั้น เพราะทุกถ้อยคำล้วนมีเหตุผลทางวิชาการและกฎหมายรองรับ จึงทำให้คว้าตำแหน่งนี้ไปอย่างลอยลำด้วยความหวังว่าเลขาธิการพรรคอนาคตใหม่จะสามารถรักษามาตรฐานที่วางไว้ไปให้ตลอด

10.ดาวดับ : ปารีณา ไกรคุปต์ ส.ส.ราชบุรี พรรคพลังประชารัฐ

เมื่อมีดาวเด่นก็ต้องมีดาวดับ ซึ่งไม่ใช่ใครอื่น คือ เอ๋ ปารีณา เป็นที่ทราบกันดีว่าส.ส.เมืองโอ่งรายนี้ได้สร้างกระแสในแง่ลบผ่านทางสื่อสังคมออนไลน์เป็นระยะ แม้จะแสดงบทบาทในการตรวจสอบการถือครองที่ดินของมารดานายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ แต่กลับเป็นคนที่ไม่ยอมรับการตรวจสอบเสียเองในเรื่องการถือครองที่ดินที่ จ.ราชบุรี ทั้งๆที่มีตำแหน่งเป็นกรรมาธิการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ ซึ่งทุกครั้งที่ถูกผู้สื่อข่าวสอบถามถึงความโปร่งใส กลับพยายามบ่ายเบี่ยงหลายครั้ง ถึงขนาดที่กล่าวอ้างว่าได้ทำเอ็มโอยูกับนักข่าวที่จะยุติการสัมภาษณ์เรื่องนี้แล้ว โดยไม่มีหลักฐาน จึงไม่แปลกที่สื่อมวลชนได้เทคะแนนให้กับปารีณาด้วยความหวังจะมีการปรับปรุงและเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมในอนาคต

11.คนดีศรีสภา : ไม่มีผู้เหมาะสม

พปชร.เบื่อเพื่อไทยโม้รายวันท้าโชว์หลักฐานเด็ดหากทุจริต #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politic/407301?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=politic

พปชร.เบื่อเพื่อไทยโม้รายวันท้าโชว์หลักฐานเด็ดหากทุจริต

28 ธันวาคม 2562 – 11:05 น.
ธนกร วังบุญคงชนะ,อภิปรายไม่ไว้วางใจ,ธนกร วังบุญชนะ
เปิดอ่าน 139 ครั้ง

พปชร.โวรัฐบาล นี้ไม่โกง ชูบิ๊กตู่ ต้านทุจริตทุกรูปแบบ ท้าเพื่อไทย โชว์หลักฐานเด็ดอย่าโม้รายวัน

28 ธันวาคม 2562 นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกพรรคพลังประชารัฐ กล่าวถึงกรณีที่นายวิสาร เตชะธีราวัฒน์ ส.ส.เชียงราย พรรคเพื่อไทย ระบุว่า การอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลมีหลักฐานเด็ดน็อครัฐมนตรีคาสภาฯ ได้แน่ และนโยบายปราบโกงของรัฐบาลเป็นเพียงแค่วาทกรรม

โดยกล่าวว่า รัฐบาลพร้อมที่จะชี้แจงฝ่ายค้านทุกเรื่อง เพราะมั่นใจว่าการทำงานที่ผ่านมาของรัฐบาลมีความโปร่งใส ตรงไปตรงมา ตรวจสอบได้ ทำทุกอย่างเพื่อพี่น้องประชาชน และไม่มีปัญหาเรื่องการทุจริตคอร์รัปชั่น ทั้งนี้ ตนรู้สึกแปลกใจที่พรรคเพื่อไทยออกมาโหมโรงรายวันว่ามีหลักฐานการทุจริตชัดเจน ทั้งๆ ที่รัฐบาลเพิ่งทำงานแค่ 5 – 6 เดือน ที่สำคัญพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม ก็ประกาศต่อต้านการทุจริตทุกรูปแบบ จึงมั่นใจว่ารัฐบาลนี้ไม่มีการทุจริตอย่างแน่นอน อย่างไรก็ตาม เชื่อว่าวันนี้สังคมไม่ค่อยจะเชื่อถือพรรคการเมืองบางพรรคที่จะมาปราบโกง เพราะพรรคดังกล่าวเองก็มีปัญหาการทุจริตคอร์รัปชั่นจนมีอดีตรัฐมนตรีถูกตัดสินให้จำคุกมาแล้ว

นายธนกร กล่าวอีกว่า หากพรรคฝ่ายค้านมีหลักฐานเด็ดก็ว่ากันไป พี่น้องประชาชนจะได้ทราบข้อเท็จจริง แต่อย่าเป็นแค่ราคาคุย เหมือนกับแกนนำพรรคบางคน ที่มักคุยโม้โอ้อวด แต่สุดท้ายก็แค่ราคาคุย ยืนยันว่า รัฐบาลชุดนี้มีนโยบายชัดเจนในเรื่องการป้องกันและปราบปรามการทุจริตและทำอย่างจริงจัง ไม่ได้เป็นแค่วาทกรรมเหมือนที่ฝ่ายค้านกล่าวหา เพราะพล.อ.ประยุทธ์กำชับรัฐมนตรีทุกกระทรวงว่าห้ามมีการทุจริตเด็ดขาด อย่างไรก็ตาม ตนต้องขอชื่มชมฝ่ายค้านที่ตรวจสอบรัฐบาลโดยใช้เวทีสภาฯ ไม่ได้ออกมาเคลื่อนไหวลงถนน เพราะมีแต่จะยิ่งทำให้ชาวบ้านเดือดร้อนหนักขึ้น