คุยกัน 7 วันหน : ‘4 ไม่’ หลักปฏิบัติของสาวโสดเกาหลีใต้ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/463161

คุยกัน 7 วันหน : ‘4 ไม่’ หลักปฏิบัติของสาวโสดเกาหลีใต้

วันอาทิตย์ ที่ 29 ธันวาคม พ.ศ. 2562, 06.00 น.

ในตอนนี้ บรรดาสาวโสดในเกาหลีใต้พากันเข้าร่วมกลุ่มสตรีนิยมหรือเฟมินิสต์ระดับประเทศที่ปฏิญาณเรื่อง “4 ไม่” ประกอบด้วยไม่ออกเดท ไม่มีเพศสัมพันธ์ ไม่แต่งงานและไม่มีลูก

กลุ่ม 4B หรือ 4 ไม่ คือ ไม่ออกเดท ไม่มีเพศสัมพันธ์ ไม่แต่งงาน และไม่มีลูก มีสมาชิกไม่ต่ำกว่า 4,000 คนแล้ว ส่วนช่องยูทูบที่นำเสนอเนื้อหาบอยคอตต์การแต่งงานและการมีลูกมีผู้ติดตาม100,000 คน อาจดูเหมือนไม่มาก แต่ก็เป็นเทรนด์ที่น่าสนใจ

สตรีเกาหลีใต้เจ้าของปริญญาโทสองใบวัย 40 เศษ ที่อาศัยอยู่กับสุนัขคู่ใจชานกรุงโซลเผยว่า เธอคิดเสมอว่าการแต่งงานทำให้ผู้หญิงเสียเปรียบมากกว่าอยู่เป็นโสด ปริญญาหรือความสามารถกลายเป็นสิ่งไม่มีความหมายสำหรับผู้หญิงที่ต้องการแต่งงาน ซ้ำร้ายยังกลายเป็นจุดอ่อนอีกด้วย เธอเห็นเพื่อนผู้หญิงที่มีการศึกษาดีหลายคนเผชิญอุปสรรคทั้งในที่ทำงานและที่บ้านทันทีที่มีลูก ตอนนี้เธอได้เข้าเป็นสมาชิกกลุ่ม 4B หรือ 4 ไม่ ไปเรียบร้อยแล้ว

นอกจากนี้ สาวโสดสมาชิกกลุ่ม 4 ไม่ ยังรับเอาคิดบางอย่างของกลุ่มหลุดพ้นจากชุดชั้นในรัดรูป (Escape the Corset) ที่ต่อต้านมาตรฐานความงามอย่างเคร่งครัดของเกาหลีใต้ สมาชิกบางคนในกลุ่มนี้แชร์คลิปทุบทำลายเครื่องสำอางที่สะสมไว้และมีการส่งต่อคลิปอย่างแพร่หลาย สตรีรายหนึ่งที่ร่วมแชร์คลิปพวกนี้เผยว่า ความอดทนของเธอต่อเรื่องสตรีเกาหลีใต้ถูกกดขี่หมดลงเมื่อนักการเมืองชายหัวก้าวหน้าคนหนึ่งที่อ้างตัวว่าเป็นเฟมินิสต์ถูกตัดสินและจำคุกเมื่อปีก่อนในคดีข่มขืนผู้ช่วยสตรี นอกจากนี้ พวกเธอยังไม่พอใจและโกรธเคืองต่อการติดกล้องแอบถ่ายในห้องน้ำสาธารณะ และการเปิดเผยเรื่องการล่วงละเมิดทางเพศที่ผู้หญิงตกเป็นเหยื่อ

ผลสำรวจเมื่อทศวรรษก่อนพบว่า สาวโสดเกาหลีใต้ร้อยละ 47 เชื่อว่าการแต่งงานเป็นเรื่องจำเป็น แต่เมื่อปีที่แล้วตัวเลขนี้ลดลงเหลือร้อยละ 22.4 ขณะที่จำนวนคู่แต่งงานลดลงจาก 434,900 คู่ในปี 2539 เหลือ 257,600 คู่ ขณะที่สำนักข่าวเอเอฟพีระบุว่า สตรีเกาหลีใต้ที่มีครอบครัวและทำงานนอกบ้านหมดเวลาไปกับการทำงานบ้านมากกว่าสามีถึง 4 เท่า
ผู้หญิงเกาหลีใต้สมัยนี้จำนวนหนึ่งเห็นว่า ในการแต่งงานผู้หญิงเสียเปรียบมากกว่าจะได้เปรียบ การศึกษาและประสบการณ์ในการทำงานไม่สำคัญ ผู้หญิงที่มีการศึกษาสูงกลายเป็นข้อด้อย และประสบปัญหาหลังจากมีลูก ความทุกข์ยากของพวกเธอเห็นได้จากภาพยนตร์เรื่องคิม จี ยอง เกิดปี 1982 (kim ji young born 1982) ที่เพิ่งฉายเมื่อเร็วๆ นี้ ผู้ชมเพศหญิงให้คะแนนภาพยนตร์เรื่องนี้9.5 จาก 10 ดาว ขณะที่ผู้ชายให้ 2.8 เท่านั้น

แนวโน้มสตรีเกาหลีใต้หันมาเป็นโสดแบบ 4 ไม่กันมากขึ้นทำให้จำนวนประชากรประเทศเสี่ยงลดลงอีก ปีที่แล้วอัตราเจริญพันธุ์ในเกาหลีใต้อยู่ที่ 0.98 หรือสตรี 1 คน มีลูกไม่ถึง 1 คน ต่ำกว่าอัตราขั้นต่ำ 2.1 หรือสตรี 1 คน มีลูกมากกว่า 2 คน เพื่อให้จำนวนประชากรมีเสถียรภาพ รัฐบาลเกาหลีใต้คาดการณ์ว่า ประชากร 55 ล้านคน ในขณะนี้จะลดลงเหลือ 39 ล้านคน ภายในปี พ.ศ.2610 และในจำนวนนั้นครึ่งหนึ่งจะเป็นคนอายุมากกว่า 62 ปี

รัฐบาลเกาหลีใต้เล็งเห็นปัญหานี้ จึงพยายามจูงใจให้คนแต่งงานมากขึ้นด้วยนโยบายต่างๆ เช่น ให้สิทธิประโยชน์ในการซื้อบ้านสำหรับคนที่แต่งงานใหม่ ด้วยการลดดอกเบี้ย แต่ก็ไม่รู้ว่า จะสามารถเปลี่ยนใจสาวๆ กลุ่ม 4 ไม่ ที่มีแนวโน้มจะเพิ่มจำนวนมากขึ้นได้มากน้อยแค่ไหน

‘เจี๊ยบ-ลลนา’ส่งมอบความสุข ความอบอุ่น ส่งท้ายปี ให้กับน้องๆ โรงเรียนนิคมสร้างตนเองกิ่วลม 3 จังหวัดลำปาง #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/463164

‘เจี๊ยบ-ลลนา’ส่งมอบความสุข ความอบอุ่น ส่งท้ายปี ให้กับน้องๆ โรงเรียนนิคมสร้างตนเองกิ่วลม 3 จังหวัดลำปาง

วันอาทิตย์ ที่ 29 ธันวาคม พ.ศ. 2562, 06.00 น.

นวลพรรณ ชัยนาม Customer Director วัตสันประเทศไทย จัดกิจกรรม “Watsons Member Day” ร่วมกับ สมาชิกบัตรวัตสัน และคุณหมอใจดีเจี๊ยบ-ลลนา ก้องธรนินทร์มาร่วมส่งมอบความสุขและความอบอุ่นให้กับน้องๆ โรงเรียนนิคมสร้างตนเองกิ่วลม 3 ด้วยการสร้างพื้นที่สีเขียวโดยการปลูกหญ้าบริเวณหน้าห้องอนุบาล ให้น้องๆ ได้มีพื้นที่สำหรับวิ่งเล่นและทำกิจกรรมต่างๆ พร้อมทั้งร่วมกันทาสีและปรับปรุงพื้นที่สำหรับแปรงฟัน นอกจากนี้ ยังได้มีการมอบเสื้อกันหนาวและของใช้ที่เป็นประโยชน์เพื่อให้น้องๆ นักเรียนและคนในชุมชนได้มีคุณภาพชีวิตที่ดียิ่งขึ้น ณ โรงเรียนนิคมสร้างตนเองกิ่วลม 3 จังหวัดลำปาง

เจี๊ยบ-ลลนา ก้องธรนินทร์ คุณหมอใจดีที่มีโอกาสร่วมกิจกรรมจิตอาสาทำความดีกับวัตสัน กล่าวว่า “โรงเรียนนิคมสร้างตนเองกิ่วลม 3 เป็นโรงเรียนที่มีนักเรียนตั้งแต่ระดับอนุบาล จนถึงระดับประถมศึกษาค่ะ และทางโรงเรียนก็ยังขาดแคลนทุนทรัพย์บางส่วนในการปรับปรุงพื้นที่ภายในโรงเรียน เราจึงมาร่วมกันทำกิจกรรมดีๆ เพื่อส่งมอบความสุขให้น้องๆ และทางโรงเรียน กับกิจกรรม“สมาชิกบัตรวัตสัน ส่งต่อความสุข ความอบอุ่นให้น้องๆ โรงเรียนนิคมสร้างตนเองกิ่วลม 3” ค่ะและรู้สึกดีใจมากๆ ที่ได้มีโอกาสมาร่วมแบ่งปันรอยยิ้ม และความอบอุ่นให้กับน้องๆ ที่นี่ เป็นการเติมเต็มสิ่งดีๆ ให้กับน้องๆ แล้วก็จิตใจของเราด้วยค่ะ”

เสียงสูงจี๊ดโดนใจ ‘หมีเอก’ ลูกทีม ‘โค้ชก้อง’ คว้าแชมป์ ‘เดอะ วอยซ์ 2019’ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/463178

เสียงสูงจี๊ดโดนใจ ‘หมีเอก’ ลูกทีม ‘โค้ชก้อง’ คว้าแชมป์ ‘เดอะ วอยซ์ 2019’

วันอาทิตย์ ที่ 29 ธันวาคม พ.ศ. 2562, 06.00 น.

แข่งขันกันอย่างดุเดือด ในที่สุด “เดอะ วอยซ์ 2019” (The Voice 2019) ก็ได้แชมป์คนที่ 8 ได้แก่ หนุ่มเสียงสูงทรงพลัง หมีเอก-เอกกมล บุญโพธิ์ทอง นักร้องอิสระ วัย 25 ปี ลูกทีม โค้ชก้อง-สหรัถ ที่โกยคะแนนโหวตสูงสุดไปถึง 30% แซงหน้าคู่แข่งทั้ง 5 คน จิ๋ว, แพรจ๋า,พิม, ออย และ ปังปอนด์ ไปอย่างฉิวเฉียด และคว้ารางวัลเงินสด 1 ล้านบาท จากธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) และยังมีโอกาสเซ็นสัญญาเป็นศิลปินกับค่ายเพลงคุณภาพชื่อดังอีกด้วย หลังจากขับเคี่ยวมากันถึง 15 สัปดาห์ โดย หมีเอก เป็นนักร้องสายร็อกที่มีเสียงสูงเป็นเอกลักษณ์ โดยมีฐานแฟนคลับตั้งแต่รอบบลายด์ออดิชั่น แจ้งเกิดทันทีในเพลง “ไม่มีฝีมือ” และรอบชิงชนะเลิศได้นำเพลง “คิดถึง+ทำได้เพียง” มาร้องได้สุดอลังการประทับใจผู้ชมมากที่สุด โดยการแข่งขันเริ่มถ่ายทอดสด ณ สตูดิโอสตาร์ฮอลลีวูด พุทธมณฑลสาย 5

สำหรับกติกาการแข่งขันในรอบชิงชนะเลิศครั้งนี้ เป็นการแข่งขันแบบเพลงเดียวจบ โดยลำดับการแข่งขันมีดังนี้คนแรก คือ จิ๋ว และ ตามด้วย แพรจ๋า พิม ออย ปังปอนด์ และ เอก ตามลำดับ เพื่อหาเพียงหนึ่งเดียวที่มีคะแนนโหวตสูงสุดจากผู้ชมทั้งประเทศ 100% ในรูปแบบ One Number One Vote คือ 1 หมายเลข เบอร์โทรศัพท์ สามารถโหวตให้คะแนนผู้เข้าแข่งขันได้ 1 คน และ 1 ครั้ง เท่านั้น โดยการประกาศผลโหวตสูงสุด 2 คนสุดท้าย ในรูปแบบ One Number One Voteนั่นคือ จิ๋ว และ หมีเอก สองหนุ่มน้ำเสียงต่างสไตล์ แต่ด้วยสไตล์การร้องจัดจ้านมาตั้งแต่รอบบลายด์ออดิชั่น จนชนะใจคนฟังทั้งประเทศ ในรอบชิงชนะเลิศผู้ชมทางบ้านต่างเทคะแนนโหวตให้ หมีเอก สูงสุดถึง 30% ในขณะที่ จิ๋ว ได้คะแนนโหวตตามมาแบบติดๆที่ 29% ถือเป็นการทำแชมป์ครั้งที่สองของ โค้ชก้อง ในฐานะที่เป็นโค้ชมาทั้ง 8 ซีซั่น

โดย หมีเอก กล่าวถึงความรู้สึกหลังจากคว้าแชมป์ “เดอะ วอยซ์ 2019” ว่า “ตั้งแต่ผมเริ่มประกวดร้องเพลง ผมก็เฉียดได้แชมป์มาหลายเวทีแล้ว สำหรับเวทีเดอะ วอยซ์ เคยมาสมัครเมื่อซีซั่น 2 แต่ต้องผิดหวังกลับไป จนมีโอกาสเป็นแบ๊กสเตจให้ พี่สงกรานต์ในวันที่เขาได้แชมป์ จึงอยากมีโอกาสนี้บ้าง จึงเป็นแรงผลักดันให้กลับไปพัฒนาตัวเอง จนปีนี้ได้มีโอกาสเข้ามาเดอะ วอยซ์ 2019 ผมจึงตั้งใจทำโชว์มาให้ดีทุกรอบจริงๆ จนวันนี้คว้าแชมป์ได้สำเร็จ”

ด้าน โค้ชก้อง ชื่นชมลูกทีมว่า “วันนี้เขาทำได้ดีจริงๆ รู้สึกภูมิใจในตัวเขา ขอบคุณที่ร้องเพลงที่พี่เลือกให้ เพราะเห็นแล้วว่าเพลง คิดถึงและเพลง ทำได้เพียง เหมาะกับร่องเสียงของเขาที่สุด เขาเปรียบเหมือนเครื่องยนต์พลังแรงม้าสูง อยู่ที่ว่าจะปรับจูนเขายังไงให้ดีที่สุด วันนี้ต้องขอขอบคุณทุกคะแนนโหวตที่โหวตให้ เอก ยังไงบนถนนเส้นทางดนตรีเขาต้องไปได้สวย เป็นศิลปินได้สมดั่งใจแน่นอน”

6 หนุ่ม ไททศมิตรศิลปินแกรมมี่ทำบุญเลี้ยงอาหารเด็กกำพร้าวัดดอนจั่น #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/463165

6 หนุ่ม ไททศมิตรศิลปินแกรมมี่ทำบุญเลี้ยงอาหารเด็กกำพร้าวัดดอนจั่น

วันอาทิตย์ ที่ 29 ธันวาคม พ.ศ. 2562, 06.00 น.

ถือเป็นกิจกรรมดีๆ ที่จัดมาอย่างต่อเนื่องทุกปี สำหรับกิจกรรม“ทำบุญเลี้ยงอาหารเด็กกำพร้าวัดดอนจั่น” ที่อยู่ในความอุปถัมภ์ของพระประชานาถมุนี เจ้าอาวาสวัดดอนจั่น ตำบลท่าศาลา อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่สำหรับปีนี้ ศิลปิน “วงไททศมิตร” วงดนตรีเพื่อชีวิตยุคใหม่ เป็นตัวแทนศิลปินแกรมมี่ร่วมกับผู้ใหญ่ใจดี เดินทางขึ้นเหนือร่วมสนับสนุน มอบอุปกรณ์การเรียนการสอนและอุปกรณ์กีฬา พร้อมเลี้ยงอาหารให้กับน้องๆ ณ สถานสงเคราะห์เด็กกำพร้าวัดดอนจั่น

เมื่อศิลปินและทีมงานเดินทางมาถึงก็ได้กล่าวทักทายน้องๆ ที่มารอรับอย่างใกล้ชิด พร้อมกับร่วมถ่ายรูปกับบรรดาเด็กๆ ที่ต่างพากันมายืนรอต้อนรับกันอย่างใจจดใจจ่อและเมื่อถึงเวลารับประทานอาหาร ศิลปินก็อาสาดูแล ตักอาหารใส่จานให้น้องๆทุกคน นอกจากนี้ยังร่วมพูดคุยและร้องเพลงในระหว่างมื้ออาหารของน้องๆ อีกด้วยนับเป็นภาพบรรยากาศที่สนุกสนานและอบอุ่น ทุกคนต่างอิ่มสุขกันถ้วนหน้า

Celebrity Gossip : 29 ธันวาคม 2562 #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/463160

Celebrity Gossip : 29 ธันวาคม 2562

วันอาทิตย์ ที่ 29 ธันวาคม พ.ศ. 2562, 06.00 น.

OO นักร้องหนุ่มเสียงนุ่ม เอ็ด ชีแรน ประกาศพักไมค์รอบใหม่ หลังปล่อยอัลบั้มชุดที่สาม Divide พร้อมเดินสายทัวร์คอนเสิร์ตแบบแน่นๆ 2 ปีเต็มชีแรนบอกว่า ได้เวลาที่เขาควรจะออกไปเห็นโลกในมุมใหม่ๆ ทั้งยังสัญญาเขาจะกลับมาพร้อมงานเพลงใหม่ๆ แน่นอน นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ชีแรน ขอพักงานเพื่อไปหาแรงบันดาลใจ เพราะก่อนเขาจะส่งอัลบั้มชุดที่ 3 จนดังเปรี้ยงเมื่อปี 2017 เจ้าตัว ก็ขอไปใช้ชีวิตของตัวเองมาแล้วครั้งหนึ่ง ที่สำคัญ เขายังสามารถใช้ชีวิตแบบสวยๆ โดยไม่ต้องทำงานได้อีกพักใหญ่ เพราะนิตยสาร Heat เคยคำนวณว่า เขามีทรัพย์สินมูลค่ากว่า 6,600 ล้านบาท ติดโผดาราเมืองผู้ดีอายุน้อยกว่า 30 ปี ที่รวยที่สุดประจำปี 2019 นั่นเอง

OO กัล กาด็อท นางเอกหนัง Wonder Woman เตรียมหยิบนิยายรักที่ถูกแบนในประเทศอิสราเอล บ้านเกิดของเธอ มาสร้างเป็นหนัง โดยที่เธอและสามี ร่วมเป็นหนึ่งในผู้อำนวยการสร้าง นิยายที่ว่าคือเรื่อง Borderlife เล่าถึงความรักของหญิงสาวชาวยิวกับหนุ่มปาเลสไตน์ ที่ต้องประคับประคองกันไป ท่ามกลางความขัดแย้งระหว่างสองครอบครัว งานนี้ยังตอบไม่ได้ว่า สาวกัล จะโดดมาแสดงนำในหนังเองด้วยหรือเปล่า

OO ราชินีเพลงป๊อป มาดอนน่า เพิ่งออกมาชี้แจงกับแฟนเพลงหลังยกเลิกโชว์รอบสุดท้ายที่ไมอามี่ รอบวันอาทิตย์ที่ผ่านมาแบบกะทันหัน แค่ 2 ชั่วโมงก่อนจะเล่น ทำเอาคนที่ตั้งใจไปมันส์ในคอนเสิร์ตของเธออารมณ์เสียกันเป็นแถบ มาดอนน่าร่ายยาวผ่านอินสตาแกรมว่า เธอเสียใจมากและไม่ได้อยากทำให้แฟนๆ ผิดหวัง แต่เพราะมีอาการปวดรวดร้าวเกินบรรยาย จนไม่สามารถขึ้นโชว์ได้จริงๆ มาดอนน่าบอกว่าเธอทรมานตั้งแต่โชว์รอบวันเสาร์แล้ว แต่ก็ฝืนทนจนจบ และแม้ใจจะสู้ แต่ร่างกายกลับรับไม่ไหวแล้ว จนเธอต้องพักจริงจัง เพราะมีคอนเสิร์ตอีก 40 รอบในยุโรป ยังรออยู่ปีหน้านั่นเอง

OO มารายห์ แครี ถูกสาวมาเรีย อดีตพี่เลี้ยงลูกฟ้องร้องฐานไล่ออกโดยไร้เหตุผล อ้างว่าเธอถูกมารายห์ ไล่ออกเมื่อเดือนเมษายนปีที่แล้ว หลังบ่นเรื่องค่าจ้างและเงื่อนไขการทำงาน คิดดูว่ารวยระดับมารายห์ แต่จ่ายค่าพี่เลี้ยงแค่ชั่วโมงละ 750 บาท แถมเวลานักร้องคนดังเดินสายทัวร์คอนเสิร์ต ก็มาบังคับให้พี่เลี้ยงลูกตามไปดูแลด้วย แต่กลับไม่ให้ค่าจ้างระหว่างเดินทางซะงั้น แล้วก็ไม่ใช่แค่มารายห์คนเดียว แต่ยังลามไปถึงบอดี้การ์ดของมารายห์ที่มักจะตะโกนด่าและข่มขู่เธอตลอด พอเธอไปฟ้อง มารายห์ก็ทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้ใส่ขณะที่ทนายความของ มารายห์ ยังไม่มีความเห็น เพราะยังไม่เห็นรายละเอียดการฟ้องร้องนั่นเอง

OO ส่วนนางเอกเมืองผู้ดี เอมิเลีย คลาร์ก ก็มีกฎเหล็กของตัวเองว่าจะไม่ถ่ายเซลฟี่กับแฟนคลับแปลกหน้า หลังเกิดเหตุการณ์มีคนมาขอถ่ายรูป ในตอนที่เธอเกิดอาการตื่นตระหนกที่สนามบิน เอมิเลีย เล่าว่า ระหว่างที่เธอกำลังโทรหาแม่ว่ารู้สึกหายใจไม่ออกและร้องไห้เสียขวัญ จู่ๆ ก็มีผู้ชายคนนึงมาถามว่าขอถ่ายรูปด้วยได้มั้ย ซึ่งเธอก็ขอโทษและตอบปฏิเสธไป ถึงจะไม่เซลฟี่ แต่เอมิเลีย ก็ไม่ใจดำ แต่ขอเน้นแจกลายเซ็นแทน เอมิเลียย้ำว่า การแจกลายเซ็นนำไปสู่การพูดคุยกันอย่างเป็นธรรมชาติ และเป็นวิธีการสื่อสารขั้นพื้นฐานของมนุษย์นั่นเอง

OO ดาโกต้า แฟนนิง อดีตดาราเด็กชื่อดัง วัย 25 ปี สร้างความฮือฮาด้วยการโพสต์ภาพสุดร้อนแรงลง Instagram โดยในภาพที่เจ้าตัวนั่งหน้ากระจก และกำลังแต่งหน้าอยู่ เธอไม่ถึงกับเปลือยเปล่าไม่สวมอะไรเลย เพราะยังมีกางเกงในจีสตริงตัวจิ๋วสวมเอาไว้อยู่ และเลือกที่จะใช้ภาพอิโมจิปิดส่วนของบั้นท้ายเอาไว้ ดาโกต้า มีงานในวงการบันเทิงมาตั้งแต่อายุแค่ 5 ขวบ โดยตอนนั้นเธอได้ชื่อว่าเป็นดาราเด็กที่มีฝีมือการแสดงจัดจ้านเกินวัย ผลงานในหนังอย่าง I Am Sam ได้ชิงรางวัล
มากมาย และก็ยังมีงานแสดงออกมาอย่างต่อเนื่อง เธอเพิ่งจะได้ร่วมแสดงในหนังรวมดาราเรื่อง Once Upon a Time in Hollywood และล่าสุด ยังจะได้ร่วมงานกับน้องสาว แอล แฟนนิง แบบเต็มๆ เป็นครั้งแรกใน The Nightingale ผลงานการกำกับของดาราสาวชาวฝรั่งเศส เมลานี ลอรองค์ ที่จะเล่าเรื่องของพี่สาวน้องสาวชาวฝรั่งเศสคู่หนึ่ง กับชีวิตในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2

‘กิ๊บซี่ วนิดา’โชว์ความเซ็กซี่เบาๆ ท่ามกลางทุ่งดอกไม้ที่เชียงใหม่ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/463188

news_default

‘กิ๊บซี่ วนิดา’โชว์ความเซ็กซี่เบาๆ ท่ามกลางทุ่งดอกไม้ที่เชียงใหม่

วันเสาร์ ที่ 28 ธันวาคม พ.ศ. 2562, 21.10 น.

28 ธ.ค.62 เรียกว่าเป็นที่ยอดฮิตสุดๆ สำหรับทุ่งดอกไม้ที่มักเห็นซุปตาร์หลายคนต่างพากันไปแชะภาพสวยๆ กันเพียบ ล่าสุดนักแสดงสาวร่างเล็กแต่เซ็กซี่ กิ๊บซี่ วนิดา เติมธนาภรณ์ ก็ได้ขึ้นเหนือไปถ่ายรูปท่ามกลางทุ่งดอกไม้ในสถานที่ยอดฮิต I love flower Farm ที่ จ.เชียงใหม่ โดยเจ้าตัวได้ดพสท่าสวยๆ โชว์ความขาวออร่าท่ามกลางบรรยากาศสวยๆ ที่มีดอกไม้หลากหลายสายพันธ์รายล้อม บอกเลยว่าสวยไม่แพ้ใครเลยทีเดียว

https://www.instagram.com/p/B6nYL2mhzli/

https://www.instagram.com/p/B6m4llEhyro/

หัวใจพองโต? ‘ซูซี่’โพสต์ภาพคู่หนุ่มปริศนา ชาวเน็ตร่วมยินดี #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/463179

news_default

หัวใจพองโต? ‘ซูซี่’โพสต์ภาพคู่หนุ่มปริศนา ชาวเน็ตร่วมยินดี

วันเสาร์ ที่ 28 ธันวาคม พ.ศ. 2562, 20.13 น.

28 ธ.ค.62 ทำเอาโลกกลายเป็นสีชมพูอีกครั้ง สำหรับ นักแสดงสาวสวย “ซูซี่ สุษิรา แน่นหนา” ที่โด่งดังจากบท แม่มะลิ ในละครเรื่องบุพเพสันนิวาส ล่าสุดเจ้าตัวโพสต์รูปลงอินสตาแกรม สวมชุดว่ายน้ำทูพีช โชว์ความเซ็กซี่ พร้อมกับชายหนุ่มรูปหล่อคนหนึ่ง โดยมีคนเข้าไปแสดงความยินดีกับสาวซูซี่ ที่กลับมาแฮปปี้กับชีวิตใหม่อีกครั้งหนึ่งเป็นจำนวนมาก หลังจากที่ทนทุกข์ต่อการจากไปของคู่หมั้นหนุ่ม “คริสโตเฟอร์”

กรมชลฯชี้วิกฤติแล้งลุ่มเจ้าพระยารุนแรงสุด​ รอบ​ 60​ ปี #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/agricultural/407549?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=agricultural

กรมชลฯชี้วิกฤติแล้งลุ่มเจ้าพระยารุนแรงสุด​ รอบ​ 60​ ปี

29 ธันวาคม 2562 – 18:26 น.
กรมชลฯ,วิกฤติแล้ง,ลุ่มเจ้าพระยา,รอบ​ 60​ ปี,เตือนรับมือ,เพิ่มาระบายน้ำ
เปิดอ่าน 21 ครั้ง

กรมชลฯชี้วิกฤติแล้งลุ่มเจ้าพระยารุนแรงสุดรอบ 60 ปี เตือนรับมือปริมาณน้ำเจ้าพระยาต่ำกว่าระดับ 13.33 ม.รกท. เร่งเพิ่มระบายน้ำ 4 เขื่อนหลัก 28 ล้านลบ.ม.

นายทองเปลว กองจันทร์ อธิบดีกรมชลประทาน เปิดเผยสถานการณ์น้ำพื้นที่ลุ่มเจ้าพระยา 22 จังหวัดโดยใน 4 เขื่อนใหญ่ (เขื่อนภูมิพล สิริกิติ์ แควน้อย ป่าสักฯ)ได้จัดสรรน้ำช่วงฤดูแล้งนี้ (1พ.ย.62 – 30เม.ย.63) เป็นน้ำใช้การได้ 4,044 ล้านลบ.ม. ใช้ไปแล้ว 1,044 ล้านลบ.ม. เท่ากับต้องใช้น้ำเกินแผนจัดสรรน้ำ 200 ล้านลบ.ม. หรือ4% จึงมีการเพิ่มระบายน้ำจาก 4 เขื่อนหลักจากแผนเดิมวันละ 18 ล้านลบ.ม. เป็น28.88 ล้านลบ.ม. ในระหว่างวันที่ 23 ธ.ค.62 ถึงวันที่ 5 ม.ค.63 เพื่อผลิตประปา รักษาระบบนิเวศตลอดลำน้ำ ตั้งแต่หน้าเขื่อนเจ้าพระยา ผลักดันน้ำทะเล จนถึงอ่าวไทย เนื่องจากขณะนี้ค่าความเค็มที่สถานีสูบน้ำสำแล จ.ปทุมธานี มีระดับ 0.28 กรัมต่อลิตร ท่าน้ำนนทบุรี จ.นนทบุรี 4.73กรัมต่อลิตร ท่าน้ำกรมชลประทานกรุงเทพ 6.06 กรัมต่อลิตร ซึ่งสูงกว่าเกณฑ์มาตรฐานทั้ง 3 จุด โดยจะต้องคุมค่าความเค็มให้ไม่เกิน 0.25 กรัมต่อลิตร สำหรับผลิตประปาและการเกษตร 2 กรัม

“จะต้องรักษาระดับน้ำที่หน้าเขื่อนเจ้าพระยา จ.ชัยนาท ไม่ให้ต่ำกว่า 13.33 ม.รทก. โดยระบายผ่านเขื่อน 85 ลบ.ม.ต่อวินาที แต่ที่ผ่านมาในการปล่อยน้ำตามแผนพบว่ามีน้ำหายระหว่างทาง จากระบบมีสถานีสูบน้ำเพื่อการเกษตร ขอให้หยุดสูบตั้งแต่ จ.กำแพงเพชร ลงมาจนถึง เขื่อนเจ้าพระยา เพราะหากไม่หยุดจะทำให้มีปริมาณน้ำในลำน้ำน้อยลงมาก ส่งผลรักษานิเวศทุกลำน้ำสาขาของแม่น้ำเจ้าพระยา กระทบการผลักดันน้ำเค็มไปด้วย หากระดับน้ำหน้าเขื่อนต่ำกว่า13.2ม.รทก.จะเป็นผลทำให้มีปัญหาต่อการดันน้ำเข้าระบบชลประทานคลองสาขาทั้งฝั่งซ้าย ขวา ของแม่น้ำเจ้าพระยา และปลายน้ำ จะกระทบระบบนิเวศทุกคลอง ตลิ่งทรุดพัง กระทบการผลิตประปาทั้งท้องถิ่นภูมิภาค และประปานครหลวง

จึงจำเป็นต้องเพิ่มการระบายน้ำจากเขื่อน เพื่อให้มีปริมาณในการผลักดันน้ำเค็มไม่ให้เข้าระบบสถานสูบน้ำประปาสำแล จ.ปทุมธานี ขณะนี้ยังน่าห่วงเพราะเป็นช่วงน้ำทะเลหนุนสูงถึง 15ม.ค.63 จะต้องปล่อยระบายน้ำดันน้ำเค็ม ที่บางช่วงน้ำทะเลหนุนสูง แต่อย่างไรก็ตามปริมาณน้ำแม่น้ำเจ้าพระยา ยังคุมการใช้น้ำอย่างเข้มงวดไม่ได้เท่ากับปี2558 ที่มีรัฐบาลคสช.ที่สามารถคุมน้ำไม่หายไว้ได้หลายร้อยล้านลบ.ม.ซึ่งปีนี้มีปัญหาน้ำหายกลางทาง เพราะพื้นที่ปลูกข้าวนาปรังกว่า 1.3 ล้านไร่ แม้ได้ประกาศล่วงหน้าไม่ส่งน้ำให้ทำเกษตร คาดว่าชาวนาจะหยุดปลูกแล้วจากการลงพื้นที่ชี้แจงทำความเข้าใจ เพราะตัวเลขเริ่มนิ่งจากสัปดาห์ที่ผ่านมาขยายพื้นที่ปลูก 2แสนไร่ต่อสัปดาห์ ทั้งนี้ยังได้ผันน้ำจากลุ่มน้ำแม่กลองมาช่วยตลอดฤดูแล้งนี้ มาเสริมลุ่มเจ้าพระยา ผ่านคลองพระยาบรรลือ มาช่วยดันน้ำเค็ม ได้เพิ่มติดตั้งเครื่องสูบน้ำคลองจระเข้สามพัน เดิมวันละ 25 ลบ.ม.ต่อวินาที เพิ่มเป็น 30 ลบ.ม.ต่อวินาที ในการรักษานิเวศ ตลอดลำน้ำ เพิ่มจาก 800 ล้านลบ.ม.เป็น 2 พันล้านลบ.ม.ในพื้นที่เจ้าพระลาตอนล่าง ป้องกันความเค็มและมีน้ำดิบเพียงพอป้อนระบบประปากรุงเทพ และปริมณฑล” อธิบดีกรมชลฯ กล่าว

นายทองเปลว กล่าวว่า ช่วงฤดูฝนที่ผ่านมาประเทศไทยมีปริมาณฝนตกน้อยกว่าค่าเฉลี่ย ส่งผลให้ปริมาณน้ำที่ไหลเข้าอ่างเก็บน้ำต่างๆ รวมถึงน้ำในแหล่งน้ำธรรมชาติหลายแห่งมีปริมาณลดน้อยลง เช่นเดียวกับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยามีระดับลดลงอย่างต่อเนื่อง ซึ่งกรมอุตุนิยมวิทยา คาดการณ์ว่าปีหน้าฝนจะตกต่ำกว่าค่าเฉลี่ยในรอบ 60 และปีนึ้ตกต่ำประมาณ16% และปี63 จะแล้งรุนแรงที่สุดเป็นอันดับ2 จากปี 2522 และปี 2558 กลายเป็นแล้งที่สุดอันดับ 3 ของไทย

“หากคุมการใช้น้ำภาคเกษตรไม่ได้ ปล่อยระบายน้ำหายกลางทางและกรมอุตุฯคาดอีก 7 เดือนฝนต่ำกว่าเฉลี่ย และ ผลการส่งน้ำ ยังไม่คุมเข้ม จะใช้น้ำมากกว่าแผน แนวโน้อย่างนี้ปีหน้าความแห้งแล้งทวีความรุนแรงเกิดขึ้นกระจายทั่วประเทศ นายกฯ รมว.เกษตรฯห่วงใย ให้ทุกกรมในกระทรวงเกษตรฯทำงานเชิงบูรณาการป้องกันปัญหาภัยแล้งโดยเร่งด่วน ไม่ขยายวงกว้าง มีทางเดียวคือการขอความมือจากประชาชน ช่วยกันประหยัดน้ำ และขอให้ผู้ว่าราชการทุกจังหวัด ท้องที่ ช่วยคุมการใช้ทุกระดับ ตำบล หมู่บ้าน ซึ่งขณะนี้เจ้าหน้าที่กรมชลฯทุกที่ไม่ได้หลับไม่ได้นอน เฝ้าน้ำ ไม่ให้เกิดปัญหาน้ำต่ำหน้าเขื่อน เจ้าพระยา ถ้าต่ำกว่าระดับ13.1ม.รทก.(นำ้ทะเลปานกลาง)จะกระทบพังทุกระบบและกระทบไปถึงปีหน้า

ทั้งนี้การแก้ปัญหากรณีคลองชัยนาท-ป่าสัก บริเวณสะพาน 4 (สะพานข้ามคลอง มุ่งหน้าสถานีรถไฟโคกกะเทียม แห้งขอด นั้น เมื่อวันที่ 27 ธันวาคม ที่ผ่านมา พบว่าระดับน้ำเหนือเขื่อนเจ้าพระยาต่ำกว่าประตูระบายน้ำมโนรมย์ ประมาณ 7 เซนติเมตร ทำให้ไม่สามารถรับน้ำโดยแรงโน้มถ่วงได้ สำหรับการให้ความช่วยเหลือ สำนักงานชลประทานที่10 สำนักเครื่องจักรกล โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษามโนรมย์ ดำเนินการติดตั้งเครื่องสูบน้ำขนาดใหญ่ จำนวน 6 เครื่อง สูบน้ำเข้าคลองชัยนาท-ป่าสัก ได้ประมาณ 16 ลบ.ม./วินาที โดยทำการสูบต่อเนื่องมาตั้งแต่ วันที่ 16 ธันวาคม ที่ผ่านมา พร้อมทั้งประสานมายังกรมชลประทานขอเพิ่มปริมาณน้ำที่ส่งเข้าสู่ระบบ

ในการนี้กรมชลประทาน ได้สนับสนุนปริมาณน้ำเพิ่มจากเขื่อนภูมิพล จังหวัดตาก และเขื่อนสิริกิติ์ จังหวัดอุตรดิตถ์ ตั้งแต่วันที่ 23 ธันวาคม ที่ผ่านมา ซึ่งปริมาณน้ำส่วนนี้เดินทางถึงเขื่อนเจ้าพระยาเมื่อช่วงเช้าของวันเสาร์ที่ 27 ธันวาคม 2562 ทำให้ปริมาณน้ำในแม่น้ำเจ้ายามีระดับสูงขึ้น และเมื่อเวลา 06.00 น. ของวันนี้ (29 ธันวาคม 2562) มีปริมาณน้ำไหลโดยแรงโน้มถ่วงเข้าสู่ประตูระบายน้ำมโนรมย์ได้กว่า 16 ลบ.ม./วินาที เมื่อรวมกับปริมาณจากการใช้เครื่องสูบน้ำอีกประมาณ 16 ลบ.ม./วินาที จะมีปริมาณน้ำผ่านประตูระบายมโนรมย์กว่า 31 ลบ.ม./วินาที สถานการณ์ดีขึ้นตามลำดับ

ด้านสำนักงานชลประทานที่10 ประชาสัมพันธ์ขอความร่วมมือเกษตรกรบริเวณต้นคลอง ไม่ทำการสูบน้ำระหว่างทางเนื่องจากต้องควบคุมปริมาณน้ำให้ไหลลงสู่พื้นที่ทางตอนล่าง เพื่อสนับสนุนการผลิตน้ำประปา พร้อมทั้งรายงานสถานการณ์ในปัจจุบันให้ประชาชนในพื้นที่รับทราบ อีกทั้งได้ร่วมมือกับการประปาส่วนภูมิภาคสาขาพระพุทธบาท จ.สระบุรี ในการเตรียมใช้น้ำจากแหล่งน้ำสำรอง (ทะเลสาบบ้านหมอ) เพื่อมาช่วยสนับสนุนการผลิตน้ำประปา ของการประปาส่วนภูมิภาคสาขาพระพุทธบาท ตามแผนที่กำหนดไว้เพื่อให้สามารถคงการจ่ายน้ำให้กับบ้านเรือนได้

จีนแจ้งเตือน ลดระบายน้ำ กระทบหลายจังหวัดริมโขง #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/agricultural/407419?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=agricultural

จีนแจ้งเตือน ลดระบายน้ำ กระทบหลายจังหวัดริมโขง

29 ธันวาคม 2562 – 00:00 น.
จีนลดระบายน้ำ,กรมชลประทาน,สทนช,ลุ่มน้ำโขง
เปิดอ่าน 317 ครั้ง

สทนช.แจ้งผู้ว่าจังหวัดริมโขง เตือนระดับน้ำโขงลดอีก หลังจีนทดสอบอุปกรณ์โรงผลิตไฟฟ้าพลังน้ำเขื่อนจิ่งหงปรับลดระบายน้ำช่วงปีใหม่

29 ธันวาคม 2562 ดร.สมเกียรติ ประจำวงษ์ เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) เปิดเผยว่า กระทรวงทรัพยากรน้ำ สาธารณรัฐประชาชนจีน มีหนังสือถึงสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ

ในฐานะสำนักเลขาธิการคณะกรรมาธิการแม่น้ำโขงฝ่ายไทย ลงวันที่ 27 ธันวาคม 2562  แจ้งข้อมูลการดำเนินงานของโรงไฟฟ้าพลังน้ำจิ่งหงที่จะเริ่มปรับลดการระบายน้ำจากเขื่อนจิ่งหง ซึ่งตั้งอยู่บริเวณชายแดนสาธารณรัฐประชาชนจีน

ทั้งนี้เพื่อดำเนินการทดสอบอุปกรณ์ของโรงผลิตไฟฟ้าพลังน้ำ จากวันที่ 27-31 ธ.ค 62 อัตราการระบายน้ำอยู่ที่ 1,200-1,400 ลูกบาศก์เมตร/วินาที จะเริ่มลดการระบายน้ำลงในช่วงวันที่ 1- 3 ม.ค.63 จะค่อยๆลดลงเป็น 800 -1,000 ลูกบาศก์เมตร/วินาที และลดลงต่ำสุดในวันที่ 4 ม.ค.62 ระบายน้ำอยู่ที่ 504 – 800 ลูกบาศก์เมตร/วินาที หลังจากนั้นจะปรับเพิ่มการระบายน้ำจนกลับเข้าสู่สถานะการทำงานปกติ

ทั้งนี้ สทนช.ได้ออกหนังสือแจ้งอย่างเป็นทางการไปยังกระทรวงมหาดไทย และผู้ว่าราชการ 8 จังหวัดริมแม่น้ำโขง ได้แก่ จ.เชียงราย เลย นครพนม หนองคาย มุกดาหาร บึงกาฬ อำนาจเจริญ และอุบลราชธานี รวมถึงแจ้งไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กรมเจ้าท่า รับทราบสถานการณ์ เพื่อดำเนินการเฝ้าระวัง และช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่

รวมถึงกรมประชาสัมพันธ์ในการให้ข้อมูลข่าวสารประชาชน 8 จังหวัดริมแม่น้ำโขงรับทราบสถานการณ์ ซึ่งคาดว่าระดับน้ำโขงจะลดลงอีกในช่วงเวลาดังกล่าว แบ่งเป็น อ.เชียงแสน จ เชียงราย เริ่มมีผลช่วงวันที่ 2-4 ม.ค 63 ลดลงประมาณ 40 – 60 ซม. และในวันที่ 5 ม.ค.63 จะลดเพิ่มอีก 30 – 50 ซม.

ขณะที่ อ.เชียงคาน จังหวัดเลย ระดับน้ำเริ่มลดลงช่วงวันที่ 8-11 ม.ค.63 อ.เมือง จ.หนองคาย ช่วงวันที่ 10-13 ม.ค.63  อ.เมือง จ.บึงกาฬ ช่วงวันที่ 11 –14 ม.ค.63 อ.เมือง จ.นครพนม ช่วงวันที่ 12-15 ม.ค.63 อ.เมือง จ.มุกดาหาร ช่วงวันที่ 13-16 ม.ค.63 อ.เมือง จ.อำนาจเจริญ วันที่ 13-16 ม.ค.63 และ อ.โขงเจียม จ.อุบลราชธานี ช่วงวันที่ 16-19 ม.ค. 63 ตามลำดับ โดยจะมีระดับน้ำลดลง เฉลี่ย 40 – 60 ซม.เมื่อเขื่อนจิ่งหงลดการระบายน้ำ 1,000-800 ลบ.ม./วินาที และจะลดเพิ่มอีก 30-50 ซม.เมื่อลดการระบายน้ำที่ 504-800 ลบม./วินาที

ขีดเส้น 15 วันโต้แย้งสิทธิ์รีสอร์ตรุกป่าม่อนแจ่ม #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/agricultural/407379?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=agricultural

ขีดเส้น 15 วันโต้แย้งสิทธิ์รีสอร์ตรุกป่าม่อนแจ่ม

28 ธันวาคม 2562 – 16:15 น.
กรมป่าไม้,ม่อนแจ่ม,รุกป่าม่อนแจ่ม,เชียงใหม่,ขีดเส้น 15 วัน
เปิดอ่าน 146 ครั้ง

ปักป้ายตรวจยึดรุกป่าม่อนแจ่มหน้ารีสอร์ต 3 แห่ง ขีดเส้นผู้ครอบครองโต้แย้งสิทธิ์ใน 15 วัน

28 ธันวาคม 2562 อธิบดีกรมป่าไม้ ระบุ ชุดปฏิบัติการพยัคฆ์ไพรบูรณาการกับหลายหน่วยเข้าตรวจสอบการบุกรุกพื้นที่ป่าที่ม่อนแจ่ม อ.แม่ริม จ. เชียงใหม่ ปักป้าย “พื้นที่ตรวจยึด” หน้ารีสอร์ต 3 แห่งที่ถูกดำเนินคดี ให้ผู้ครอบครองโต้แย้งสิทธิ์ใน 15 วัน หากไม่มาหรือฟังไม่ขึ้น รื้อถอนทันที จ่อร้องเอาผิดบุกรุกเข้าใหม่หรือซื้อขายเปลี่ยนมือที่ดินทั้งหมด

นายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมป่าไม้ กล่าวว่า คณะทำงานจัดระเบียบการเข้าใช้ประโยชน์ที่ม่อนแจ่ม อ. แม่ริม จ. เชียงใหม่ได้ออกประกาศสำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ ที่ 1 อาศัยอำนาจตามพ.ร.บ. ป่าสงวนแห่งชาต มาตรา 25 สั่งให้บุคคลผู้เป็นเจ้าของหรือครอบครองพื้นที่ยุติการดำเนินการก่อสร้างสิ่งปลูกสร้างในลักษณะบ้านพัก รีสอร์ต ภายในเขตป่าสงวนแห่งชาติป่าแม่ริม ในพื้นที่ (โครงการหลวงหนองหอย)

หากฝ่าฝืนจะดำเนินการตามกฎหมาย เข้าปิดป้าย “พื้นที่ตรวจยึด” หน้ารีสอร์ต 3 แห่งคือ ม่อนดอยลอยฟ้า บ้านท่าจันทร์ และม่อนแสนสิริจันทรา พร้อมออกประกาศให้ผู้ครอบครองพื้นที่ที่ถูกตรวจยึดพื้นที่ซึ่งถูกดำเนินคดีทั้ง 3 รายเข้าแสดงหลักฐานโต้แย้งสิทธิต่อภายใน 15 วัน หากพ้นเวลาจะทำคำสั่งให้รื้อถอนต่อไป

สำหรับม่อนดอยลอยฟ้ามีอาคาร 13 หลังประกอบด้วย บ้านพักโฮมสเตย์ 8 หลัง บ้านพักอาศัย 2 หลัง และโรงครัว 1 หลัง รวมพื้นที่ 1-2-84 ไร่ บ้านท่าจันทร์มีอาคาร 11 หลังเป็นบ้านพักประเภทรีสอร์ต รวมพื้นที่ 1-2-84 ไร่ และม่อนแสนสิริจันทรา 4-2-34 ไร่

นอกจากนี้ยังออกประกาศแจ้งว่า พื้นที่ม่อนแจ่มอยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ ป่าแม่ริมซึ่งมีพรรณไม้มีค่าเป็นปริมาณมาก จำเป็นต้องรักษาทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมไว้ จึงขอให้ผู้บุกรุกครอบครองยุติการก่อสร้างอาคารในลักษณะบ้านพักตากอากาศ รีสอร์ต ร้านกาแฟ และสถานบริการท่องเที่ยวอื่น ๆ ท้องที่บ้านปางไฮ หมู่ที่ 4 ตำบลแม่แรม บ้านหนองหอยเก่า หมู่ที่ 2 ตำบลโป่งแยง อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่ หากฝ่าฝืนจะดำเนินการตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด ล่าสุดไม่พบการก่อสร้างเพิ่มเติมแล้ว

นายอรรถพลกล่าวถึง บ่อขยะซึ่งผู้ประกอบการในพื้นที่ได้ขุดบริเวณที่เป็นป่าต้นน้ำชั้น 1 A ได้หารือกับฝ่ายปกครองและ นายกเทศบาลแม่แรมเห็นตรงกันว่า ควรกลบบ่อขยะที่ขุดขึ้นในพื้นที่ต้นน้ำที่ม่อนแจ่มเพื่อไม่ให้สารพิษของขยะส่งผลกระทบต่อสุขภาพ ต่อแหล่งน้ำที่ราษฎรใช้อุปโภค-บริโภค จึงได้ประสานกับทางผู้ใหญ่บ้าน กรรมการหมู่บ้านช่วยกันหาพื้นที่ที่เหมาะสม ซึ่งเมื่อได้พื้นที่แล้วจขอใช้พื้นที่ต่อกรมป่าไม้ โดยทางเทศบาลจะเป็นผู้ขุดบ่อขยะใหม่แทนบ่อเดิม

สำหรับสวนสตอเบอรี่เหยียบเมฆา เจ้าหน้าที่หน่วยปฏิบัติการพิเศษกัลยาณิวัฒนาเข้าตรวจสอบแล้วปรากฎว่า เป็นพื้นที่ของนายดำรงค์ โอภาสสุวคนธ์ เนื้อที่ 14-2-5 ไร่ ซึ่งผู้ครอบครองแจ้งว่า ปลูกมาแล้วประมาณ 2 ปี เดิมปลูกกระหล่ำปลี พร้อมนำเอกสารทะเบียนประวัติการใช้ที่ดินตำบลแม่แดดมาแสดงซึ่งเป็นเอกสารตามโครงการจัดทำข้อมูลทรัพยากรป่าไม้แม่แจ่ม อมก๋อย กัลยาณิวัฒนา เริ่มตั้งแต่ปีพ.ศ 2551-2554 โดยงบประมาณของจังหวัดเชียงใหม่ แต่ทั้งนี้โครงการที่ตำบลแม่แดดยังไม่ได้รับการจัดที่ดินตามโครงการจัดที่ดินทำกินให้ชุมชน (คทช.ฉเนื่องจากอยู่ในพื้นที่ลุ่มน้ำชั้นที่ 1 และ 2 ซึ่งจะเสนอเข้าโครงการคทช. ในปี 2563-2564

“นัดหมายผู้ประกอบการ 50 รายมารับทราบการปฏิบัติในสิ่งที่สามารถกระทำได้และไม่สามารถกระทำได้วันนี้ (28 ธ.ค.) ที่กองอำนวยการซึ่งตั้งอยู่ที่โครงการหลวงหนองหอยเพื่อตกลงกันและจัดระเบียบเพื่อไม่ให้มีการบุกรุกพื้นที่ป่าเพิ่มเติมต่อไป” นายอรรถพลกล่าว