ดี๊ด๊า…นารีสโมสร รสละมุน กองหนุนรัฐนาวา #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/384846?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=scoop

ดี๊ด๊า…นารีสโมสร รสละมุน กองหนุนรัฐนาวา

24 สิงหาคม 2562 – 00:00 น.
นารีสโมสร
เปิดอ่าน 1,975 ครั้ง

รายงานพิเศษ หนังสือพิมพ์ คมชัดลึก วันที่ 24-25 ส.ค.2562

สำหรับสาว สาว สาว รุ่นโน้น ความรักอาจคือ “ฝันไป” แต่สำหรับรัฐบาลไทยวันนี้ความจริงกำลังสดใสไปด้วยดอกไม้สามสาว

โดยเมื่อล่าสุดข่าวเป็นทางการแล้วว่าจากที่เรามี “อาจารย์แหม่ม” ศ.ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ เป็นโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีอยู่แล้ว

ล่าสุดที่ประชุม ครม. มีมติแต่งตั้ง ดร.รัชดา ธนาดิเรก จากพรรคประชาธิปัตย์ และไตรศุลี ไตรสรณกุล จากพรรคภูมิใจไทย เป็นรองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีอีกสองคน

คนไทยได้เห็นข่าวนี้ก็อดที่จะสนใจใคร่รู้ไม่ได้ เพราะนี่ก็นับเป็นครั้งแรกที่คนไทยทีมโฆษกประจำสำนักนายกฯ เป็นผู้หญิงล้วน ความสดชื่น ครื้นเครง เหมือนจะบรรเลงเพลงอยู่เบาๆ

แถมพอเปิดตัวปั๊บก็เป็นเสือสาวปืนไว เริ่มงานแรกด้วยการจัดรายการ “government weekly” ผ่านเฟซบุ๊กไทยคู่ฟ้าทุกบ่ายวันศุกร์ นัยว่าจะทำการเมืองรูปแบบใหม่ นำเสนอนโยบายภาพรวมของรัฐบาลเชิงรุก เน้นการเข้าถึงของประชาชนในทุกช่องทาง รวมทั้งการตอบคำถามของสื่อมวลชน อย่าให้มีความขัดแย้งที่เกิดขึ้นในสังคม เปิดตัวไปแล้ววันศุกร์ที่ผ่านมา

ไม่รู้คนรักลุงตู่จะยังคิดถึงคนหน้าเดิมอยู่อีกหรือเปล่า เพราะจากนี้เราจะได้เห็นสามสาวมาจ้อแทน แค่เริ่มก็แซบ งั้นมาทำความรู้จักเธอทั้งสามคนอีกครั้งดีกว่า

     ตัวแม่ท็อปฟอร์ม

ฮือฮากันไปก่อนแล้วตั้งแต่ช่วงปลายเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา สำหรับการแต่งตั้ง “อ.แหม่ม” ศ.ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ เป็นโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีหญิง

วันนี้ในวัย 46 ทางหนึ่งเธอมาจากส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคพลังประชารัฐ เป็นทั้งกรรมการบริหารพรรค และเลขานุการคณะกรรมการนโยบายพรรค แต่ทางหนึ่ง ดร.แหม่ม ก็ไม่ใช่ม้ามืด โนเนมอะไร แถมยังครบเครื่องด้วยซ้ำ

ถามความรู้ความสามารถก็ระดับ “เอบวก” ปริญญาตรีสถิติศาสตรบัณฑิต (คณิตศาสตร์ประยุกต์) คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชีจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

ก่อนไปศึกษาต่อจนสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาโท วิทยาศาสตรมหาบัณฑิต (คณิตศาสตร์ประยุกต์) มหาวิทยาลัยแห่งรัฐจอร์เจีย สหรัฐอมเริกา และบริหารธุรกิจมหาบัณฑิต (เศรษฐศาสตร์ประยุกต์) และปริญญาเอกปรัชญาดุษฎีบัณฑิต (การเงิน) จากวิทยาลัยวอร์ตันแห่งมหาวิทยาลัยเพนซิลเวเนีย

ถามประสบการณ์ก็ระดับ “เก๋า” ด้วยเป็นอาจารย์ที่สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) อยู่สิบกว่าปี และเป็นปรึกษาด้านการเงินและการบริหารความเสี่ยงทางการเงิน กรรมการผู้ช่วยรัฐมนตรีกระทรวงการคลัง หนึ่งในทีมคิดนโยบายบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ต่อเนื่องถึงบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ (บัตรประชารัฐ) รวมถึงนโยบาย “มารดาประชารัฐ” อีกด้วย

ถามถึงแบ็กอัพก็ระดับ “แน่น” เพราะ ดร.แหม่ม อยู่สาย ดร.สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกฯ ค่าที่สังกัด “สำนักนิด้า” เป็นศิษย์มาก่อน และยังเคยเป็นผู้ช่วย รมต.คลัง (อภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ อดีต รมว.คลัง รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ 1 มาแล้ว)

ถ้าใครเคยเข้าเพจพรรคพลังประชารัฐ คงเห็นเธอในรายการ “อ.แหม่มขอเคลียร์” มาแล้ว บทบาทคือทำหน้าที่ชงนโยบายประชารัฐ-เชือดเฉือนนโยบายคู่แข่งในช่วงหาเสียงเลือกตั้งที่ผ่านมา

ไม่เจ๋งจริงทำไม่ได้นะคะ

++

 ตัวจริงซะที!
มาตามสัญญาที่พรรคสีฟ้าต้องมี วันนี้รองโฆษกรัฐบาลได้ ดร.รัชดา ธนาดิเรก จากพรรคประชาธิปัตย์ ผู้มีดีกรีตรงสเปกมาเสริมทีม ตามโจทย์ว่าต้องละมุนละไม ไม่ห้าว ไม่เปิดวอร์ไปทั่ว

ดร.รัชดา หรือ “ดร.กานต์” จบการศึกษาปริญญาตรี สาขาบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยมหิดล ปริญญาโท 2 สาขาจากสหราชอาณาจักร คือ สาขากลยุทธ์องค์กรและบรรษัทภิบาล มหาวิทยาลัยกลาสโกว์ และสาขาการจัดการบัญชีและการเงินระหว่างประเทศ มหาวิทยาลัยนอตติงแฮม และสำเร็จปริญญาเอกด้านธุรกิจระหว่างประเทศ จากสถาบันเทคโนโลยีแห่งเอเชีย (เอไอที)

นับแต่ปี 2541 ดร.กานต์ โลดแล่นในสายวิชาการ เป็นอาจารย์อยู่สาขาวิชารัฐประศาสนศาสตร์ คณะสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล และสอนพิเศษอีกหลายสถาบัน

แต่ทางการเมืองเรียกได้ว่าแซบ เพราะเคยเป็น 1 ใน 50 คณาจารย์มหิดล ลงชื่อคัดค้านการดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีของทักษิณ ชินวัตร ช่วงปี 2549 จนกระทั่งตัดสินใจลงการเมืองในปีนั้นกับพรรคประชาธิปัตย์

คนนี้เรียกว่าวนเวียนอยู่แถวหน้าๆ ในยุค “ปชป.ผลัดใบ” ของอดีตหัวหน้ามาร์ค อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ มาเนิ่นนาน เป็น ส.ส.กทม.มาแล้วถึง 2 สมัย ในยุคที่พื้นที่ กทม.ยังอุดมไปด้วยคนจากพรรคสีฟ้า

คือเลือกตั้งปี 2550 กับ 2554 ครั้งแรก ดร.กานต์ ลงเขต 12 (บางกอกน้อย, ตลิ่งชัน, บางพลัด, ทวีวัฒนา) ได้รับเลือกตั้งรุ่นเดียวกับ องอาจ คล้ามไพบูลย์ และชนินทร์ รุ่งแสง ส่วนปี 2554 อยู่เขตบางพลัด บางกอกน้อย

จะมาสอบตกเอาปีนี้ ที่บางพลัด บางกอกน้อย ที่เดิม โดยเสียเก้าอี้ให้ จักรพันธ์ พรนิมิตร พรรคพลังประชารัฐ แต่รายนี้ก็เคยสมัครพื้นที่นี้ในนามพรรคสีฟ้าตอนปี 2548 แต่พ่ายผู้สมัครค่ายแดง

อย่างไรก็ตามสำหรับ ดร.กานต์แล้ว ถ้าพูดถึงบทบาทการเป็นโฆษกทางการเมือง เผลอๆ อาจจะแน่นกว่าโฆษกใหญ่ด้วยซ้ำ (อุ๊บ!)

คงยังไม่ลืมว่าเมืองไทยเคยมี “รัฐบาลเงา” ในยุครัฐบาลสมัคร สุนทรเวช ตอนนั้นประชาธิปัตย์เป็นพรรคฝ่ายค้านพรรคเดียวในสภา เลยตั้งครม.เงาขึ้นมา และ ดร.รัชดา นี่แหละที่พรรคให้เป็น “รองโฆษกรัฐบาลเงา” หรือเท่ากับทำงานประกบกับรองโฆษกประจำสำนักนายกฯ ตัวจริง พอมาปี 2554 ก็ยังได้ตำแหน่งนี้อีกครั้งในช่วงรัฐบาลของยิ่งลักษณ์ ชินวัตร

เป็นอันว่าในเดือนเกิดสิงหาคมนี้ ดร.กานต์ ได้ฉลองวัย 44 เลขสวย กับบทบาทรองโฆษกรัฐบาล “ตัวจริง” ไม่อิงมโนเสียที ตบมือ!

++

          หน้าใหม่ภูมิใจ(ไทย)เสนอ
มาว่ากันที่คนเล็ก เอ๊ย! รองโฆษกพรรคอีกคน “ไตรศุลี ไตรสรณกุล” หรือ “น้องกวาง” อดีตผู้สมัครรับเลือกตั้งส.ส.บัญชีรายชื่อลำดับที่ 30 ของพรรคภูมิใจไทย

คนนี้แม้จะหน้าใหม่ แต่ต้องนับว่ามาแรง ไม่เช่นนั้นคงไม่เป็นที่ฮือฮา เม้าท์มอยว่าคนใหญ่พรรคภูมิใจไทย ค่ายสีน้ำเงิน ถึงกับลั่นว่ารองโฆษกรัฐบาลในทีมจะไม่มีคนนี้ไม่ได้!

สำหรับดีกรีทางการศึกษานั้น กวางจบการศึกษาจากสาขาการระหว่างประเทศ คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ หรือสิงห์แดงรุ่น 60 (จบการศึกษาปี 2555) ไม่ขี้ริ้วขี้เหร่แม้แต่น้อย

ประสบการณ์ที่ผ่านมาเป็นรองประธาน YEC หรือ Young Enterpreneur chamber of commerce ศรีสะเกษ ซึ่งเป็นโครงการรวมกลุ่มของนักธุรกิจรุ่นใหม่เพื่อพัฒนาเครือข่ายสมาชิกและธุรกิจของหอการค้าไทย

แต่ทางส่วนตัวนั้น “แน่นกว่า” เพราะเธอเป็นบุตรสาวของ วิชิต ไตรสรณกุล นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดศรีสะเกษ ผู้ที่สร้างเครือข่ายการเมืองไว้หลายพรรค ทั้งพรรคเพื่อไทยและพรรคภูมิใจไทย

ด้วยความเป็นหน้าใหม่ถ้าจะดูโปรไฟล์ที่ต้องไฮไลท์ก็คงเป็นเส้นทางของผู้พ่อ เพราะวิชิตนั้นกว้างขวางในการเมืองท้องถิ่นในพื้นที่กันทรลักษ์ ชายแดน จ.ศรีสะเกษ บ้านเกิด มาแต่สมัยรุ่นเตี่ย “ฮวด ไตรสรณกุล” อดีต ส.จ.ศรีสะเกษ ปี 2518

ที่ผ่านมารุ่นลุงของกวาง หรือ วีระ ไตรสรณกุล ก็เคยเป็น ส.จ.ศรีสะเกษ พอมารุ่นพ่อก็ยังได้รับเลือกเป็นนายก อบจ.ศรีสะเกษ สมัยแรกเมื่อปี 2543 ทำงานแบบดึงตระกูลการเมืองในศรีสะเกษ มาเป็นรองนายก อบจ.

ส่วนลุงอีกคนของกวาง “ธีระ ไตรสรณกุล” ก็เป็น ส.ส.ศรีสะเกษ เขต 5 พรรคเพื่อไทย ยาวนาน 2 สมัย 2554, 2562

เคยมีผู้วิเคราะห์ว่าหากมีการแต่งตั้งกวางเป็นรองโฆษกรัฐบาลจริงก็แปลว่าลูกหลานเตี่ยฮวดสยายปีก “ต่างพรรคแต่พวกเดียวกัน” วันนี้คงกำลังไปทางนั้น

วันที่เธอได้รับประกาศอย่างเป็นทางการ กระจอกข่าวจ่อไมค์ถามให้พูดเป็นภาษาลาว เธอเขินๆ แต่ก็ตอบด้วยรอยยิ้มพิมพ์ใจ (บรรทัดต่อไปให้หลับตานึกภาพสำเนียงศรีสะเกษด้วย)

“พ่อก็บอกว่าที่มาอยู่ทุกวันนี้นี้ได้ก็เพราะชาวศรีสะเกษ ก็ให้ทำงานตอบแทนประชาชนคนศรีสะเกษ ให้ขอบคุณเขา และให้ทำงานให้ดีที่สุด ตอบแทนเขา”

“ถามว่าหนักมั้ย (ตำแหน่งรองโฆษกรัฐบาล) จริงๆ แล้วหนูยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าต้องเจออะไรบ้าง แต่จะหนักหรือไม่ก็ไม่ได้กลัว ก็สู้ไป เรียนรู้ไป เพราะว่ามันเหมือนเป็นแค่ก้าวแรก หนูคงจะไปต่อเรื่อยๆ คงไม่หยุดอยู่แค่นี้”

มาดูกันว่าสามสาวสามสีโทนเย็น เขียว ฟ้า น้ำเงิน จะทำงานเข้าขากันดีขนาดไหน แต่ที่แน่ๆ ขึ้นชื่อว่าผู้หญิงเขาว่าสนิทกันง่าย รักกันไว งานโฆษกของรัฐนาวาลุงตู่น่าจะลื่นไหลไปด้วยดี

ดราม่าหวยเกินราคา..พ่อค้าขาด้วน&แพะกองสลาก #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/384785?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=scoop

ดราม่าหวยเกินราคา..พ่อค้าขาด้วน&แพะกองสลาก

23 สิงหาคม 2562 – 15:10 น.
ขายหวยเกินราคา,กองสลาก,พ่อค้าขาด้วน,แพะกองสลาก,หวยออนไลน์ 12 นักษัตร
เปิดอ่าน 1,788 ครั้ง

หวยงวดกลางเดือนสิงหาคม 2562 แจ็กพอตแตกที่ เชียงใหม่

คนซื้อไม่ถูก คนถูกไม่ได้ซื้อ เพราะเป็นคนขายเอง

วรเชตุ คำพรรณ์ หนุ่มพิการขาด้วนโดนแจ็กพอตคนเดียวเต็มๆ (แบบมึนๆ) ตอนนั่งรถวีลแชร์ขายลอตเตอรี่อยู่ที่หน้าห้างค้าวัสดุก่อสร้างรายใหญ่ใน อ.สารภี จ.เชียงใหม่

   เขาถูกตำรวจท้องที่จับเพราะขายสลากกินแบ่งรัฐบาลเกินราคา!

ปกติ วรเชตุ ออกมาขายลอตเตอรี่ที่นี่เป็นประจำทุกวัน จึงไม่คาดคิดว่าวันนี้จะได้รับเลือกเป็นพ่อค้าหวยตัวอย่างที่จะต้องถูกจับฐานขายสลากใบละ 100 บาท เท่ากับแผงค้าลอตเตอรี่ทุกร้านใน จ.เชียงใหม่

การจับคนขายหวยขาด้วน ไม่ใช่ว่าจู่ๆ ตำรวจจะเดินไปใส่กุญแจมือกันดื้อๆ ต้องมีคนแจ้งเบาะแส ก่อนวางแผนล่อซื้อให้รัดกุม !

บ่ายวันที่ 15 สิงหาคม ขณะ วรเชตุ นั่งขายลอตเตอรี่อยู่บนวีลแชร์หน้าห้างฯ ซึ่งจัดพื้นที่ไว้สำหรับผู้พิการโดยเฉพาะ มีผู้ชายคนหนึ่งเดินเข้ามาซื้อสลากฯ แบบชุด 2 ใบ ราคาใบละ 100 บาท จากนั้นชายฉกรรจ์อีกคนได้แสดงตัวว่าเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าทำการจับกุมคนขาย

คนที่อ้างตัวเป็นตำรวจแจ้งกับพ่อค้าหวยขาด้วนว่า พวกเขาได้รับร้องเรียนจากประชาชนว่า ขายสลากกินแบ่งรัฐบาลเกินราคา แล้วก็พาตัวไปดำเนินคดีที่ สภ.สารภี โดยให้ยอมรับสารภาพผิด และเสียค่าปรับจำนวน 5,000 บาท ก่อนปล่อยตัวกลับไป

ตอนถูกตำรวจจับ คนขายหวยยังมึนอยู่ว่า ร้านค้าทั่วไปก็ขายราคานี้เหมือนกันทั้งประเทศ ไม่เห็นมีใครทำอะไร แล้วทำไมเขาถึงต้องมาซวยอยู่คนเดียว?

  จริงอย่างเขาบอก ไม่มีแผงค้าลอตเตอรี่ร้านไหนไม่ขายสินค้าเกินราคาสักร้านเดียว!

กระจอกข่าวสุ่มสำรวจแผงค้าในพื้นที่ อ.เมือง จ.เชียงใหม่ ริมถนนมหิดล หน้าการเคหะหนองหอยเชียงใหม่ เพื่อความแน่ใจ พบว่ามีสลากกินแบ่งรัฐบาลขายตามราคาควบคุม 80 บาท อยู่ส่วนหนึ่ง ตัวเลขไม่น่าลุ้นเหมือนสลากฯ รวมชุดเลขสวย แต่ก็มีราคาสูงตั้งแต่ใบละ 100-120 บาท เฉพาะเลขท้าย 22 หวยโคตรดังงวดนั้นราคาปั่นขึ้นไปใบละ 250 บาท ก็ยังขายคล่อง

ขณะที่บริเวณแผงค้าข้างถนนเชียงใหม่-แม่ริม ซึ่งตั้งขายเรียงรายจำนวนมาก พบว่าขายเกินราคาทุกใบ ใบละ 100 บาท คนขายอ้างว่าเป็นหวยชุด รับมาแพงต้องขายแพง เช่นเดียวกับแผงหน้าห้างใกล้สนามบินก็ขายใบละ 100 บาท ต่ำสุด ขายหมดทุกงวด ไม่มีใครถูกจับ เป็นได้หรือไม่ว่าตำรวจไม่รู้เพราะไม่มีคนแจ้งเบาะแส!

พ่อค้ารายหนึ่ง ให้ข้อมูลว่า หากเป็นสลากฯใบเดียวจะขายราคาเดิมคือใบละ 80 บาท ตามกฎหมาย แต่ถ้ารวมชุดหรือเข้าคู่แล้ว ต้องคิดราคาเพิ่ม เพราะมีการสั่งล่วงหน้าและตามเก็บให้ครบชุด “ยี่ปั๊ว” ก็จะคิดแพงกว่าปกติ จึงต้องขายราคาสูงขึ้น

“ทุกวันนี้ที่หลายๆ ที่มักขายเกินราคา ส่วนมากปัญหาจะมาจากยี่ปั๊วที่มักขายแพง พอมาถึงพอค้ารายย่อยก็ต้องขายราคาเพิ่ม ไม่เช่นนั้นไม่มีกำไร จึงอยากฝากรัฐบาลมาแก้ไขเรื่องนี้ด้วย”

เหตุนี้เอง พ่อค้าลอตเตอรี่ขาด้วน จึงโอดครวญด้วยความคับข้องใจว่า ทำไมตำรวจจึงเลือกจับเฉพาะตัวเองที่เป็นคนพิการ ในขณะที่มีคนสมประกอบอีกเป็นจำนวนมากประกอบอาชีพเดียวกันและขายสลากกินแบ่งรัฐบาลเกินราคาแต่กลับไม่ถูกจับ?

กระนั้นเขาก็ยอมรับว่าขายสลากเกินราคาจริง แต่เป็นเพราะว่าสลากที่รับมาต้นทุนก็ปาเข้าไปใบละ 82 บาท เกินราคาควบคุมไปแล้ว ที่เป็นเช่นนั้นก็เพราะยังไม่มีโควตาเป็นของตัวเอง ต้องไปซื้อมาจากยี่ปั๊ว จึงจำเป็นต้องขายเกินราคา

“เข้าใจว่าตำรวจคงทำหน้าที่ตามกฎหมาย แต่ผมคงต้องขายหวยเกินราคาต่อไปแบบนี้ เพราะหมดหนทางหากินอาชีพอื่นแล้ว สำหรับคนพิการอย่างผม ชีวิตต้องสู้ แม้รู้สึกเสียใจและได้รับความเดือดร้อนอย่างมาก เพราะค่าปรับที่เสียไปนั้น เท่ากับกำไรที่ได้จากการขายสลากหมดในแต่ละงวด แต่งวดนี้น่าจะขาดทุนแน่นอน เพราะต้องเสียเงินไปกับค่าปรับแล้ว แต่ยังเหลือสลากอีกกว่า 200 ใบที่ยังขายไม่หมด และไม่รู้ว่าเดือนนี้จะมีเงินพอเป็นค่าใช้จ่ายในครอบครัวและเลี้ยงดูลูกหรือเปล่า”

วรเชตุ เป็นชาวอุตรดิตถ์ ชีวิตวัยเด็กต้องทำงานหาเงินแบ่งเบาภาระครอบครัว กระทั่งอายุ 15 ปี ประสบอุบัติเหตุถูกเครื่องจักรในโรงงานบดจนขาซ้ายขาด

วันนี้ในวัย 40 ปี แม้ยืนด้วยขาข้างเดียวแต่ต้องแบกภาระชีวิตไว้เต็มบ่า งานขายลอตเตอรี่จึงเป็นโอกาสดีที่ผู้เป็นทั้งญาติและเพื่อนแนะนำและเพิ่งทำได้เพียง 3 เดือน

กำไรจากการขายงวดละ 5,000-8,000 บาท สามารถเลี้ยงดูครอบครัวและส่งเสียลูกชายอีก 2 คนเล่าเรียนได้อย่างไม่ลำบากเหมือนเมื่อก่อน และเขายืนยันว่าจะต้องขายสลากเกินราคาอย่างนี้ต่อไปจนกว่าจะได้โควตาเหมือนผู้พิการคนอื่น

ปูมชีวิตอันน่าเห็นใจของ วรเชตุ ทำให้การปฏิบัติหน้าที่ของตำรวจถูกสังคมออนไลน์ฉุดไปในด้านลบและเบี่ยงประเด็นจาก ความถูกต้อง เป็น ความเหลื่อมล้ำ แต่ก็มีนัยที่ต้องวิเคราะห์ต่อไป

 ชาตรี ขุนอินทร์ นายกสมาคมเพื่อนผู้พิการจังหวัดเชียงใหม่ ตั้งคำถามว่า เรื่องนี้เป็นความเหลื่อมล้ำในทางปฏิบัติหรือไม่ เจ้าหน้าที่เลือกจับกุมคนพิการที่ไม่ทางขัดขืนหรือต่อสู้ได้ คล้ายกับเป็นการกลั่นแกล้งรังแกกัน

เปล่ง คำพรรณ์ กรรมการสมาคมเดียวกัน ก็เสียใจและหดหู่ใจที่ตำรวจจงใจล่อซื้อสลากเกินราคากับผู้พิการอย่างเพื่อนและญาติของเขา แทนที่จะไปจับคนร่างกายสมประกอบ ซึ่งขายสลากเกินราคาที่มีอยู่ทุกที่แม้กระทั่งข้างโรงพัก

“ใจหนึ่งยอมรับว่ารู้สึกเหมือนเป็นการรังแกประชาชน แต่ก็เข้าใจว่าตำรวจต้องปฏิบัติตามหน้าที่ ในอนาคตหากจะมีการจับกุมผู้พิการในฐานความผิดเช่นนี้อีก อยากให้คำนึงในเรื่องของมนุษยธรรมและความเห็นอกเห็นใจกัน มากกว่าที่จะมุ่งยึดถือบังคับใช้กฎหมายแต่เพียงอย่างเดียว”

นายเปล่ง ซึ่งเป็นผู้พิการขายสลากรายย่อยเหมือนกับ วรเชตุ ยังขอความเมตตาไปยังนักเสี่ยงโชคทั้งหลายว่า หากเห็นคนพิการขายสลากเกินราคาและไม่พอใจที่จะซื้อ ก็ขอเพียงหลีกเลี่ยงไปเสีย ไม่จำเป็นต้องแจ้งตำรวจมาจับกันแบบนี้อีก

เขาบอกว่า หากอยากแก้ไขปัญหาสลากเกินราคาควรไปแก้ไขที่ต้นเหตุ ทั้งการจับกุมยี่ปั๊วตัวแสบและจัดสรรโควตาสลากกินแบ่งรัฐบาลให้แก่คนพิการอย่างทั่วถึง และถึงมือผู้พิการจริงๆ

ขณะที่ผู้คนในสังคม แตกความเห็นเป็นหลายด้าน บ้างมองว่า ตำรวจเลือกปฏิบัติ รังแกคนพิการ ทีร้านค้าทั่วไปทั้งรายใหญ่รายย่อยขายเกินราคากลับดูดายไม่ยอมจับ

คนขายลอตเตอรี่ที่ตลาดนัดเศรษฐีย่านบางนา-ตราด แย้งว่า ต้องมองกันหลายด้าน ตำรวจมาซื้อหวยที่ร้านก็หาซื้อชุด 2 ใบ 200 บาท เขาไม่จับเพราะรู้ว่าคนขายรายย่อยซื้อต่อจากยี่ปั๊วมาแพง จะให้ไปจับยี่ปั๊วก็ทำไม่ได้เส้นใหญ่ทั้งนั้น กองสลากก็รู้

แต่คนใช้ชื่อ โจ๊ก..จ้า ให้ความเห็นในห้องข่าว line today บอกว่า ผิดก็ว่าไปตามผิด ถ้าไม่อยากโดนจับก็ขายราคาที่กำหนด อ้างตลอดว่าซื้อมาแพง อย่าเอาความพิการมาเรียกความเห็นใจ กฎหมายคือกฎหมาย คนพิการทำผิดไม่ต้องถูกจับหรือ อยากให้ ผบ.ตร.สั่งจับทั่วประเทศ ทำจริงๆ สัก 2-3 เดือน รับรองไม่มีใครกล้าขายเกินราคาแน่ แต่เชื่อว่าตำรวจไม่กล้าจับจริง

จริงอย่าง โจ๊ก..จ้า บอก ถ้าตำรวจจับจริงไม่เกิน 3 เดือน คงไม่มีใครกล้าขายสลากเกินราคาแน่ๆ แต่วิธีนี้อาจเป็นการแก้ปัญหาปลายเหตุ ทั้งที่ต้นเหตุอยู่ที่การครอบครองสลากของบรรดายี่ปั๊วและผู้มีอิทธิพลในวงการธุรกิจนี้ ซึ่งกองสลากเองรู้ดีว่าใครเป็นใคร ?

การที่กองสลากพยายามตีปี๊บออกกฎหมายตั้งรางวัลนำจับให้ประชาชนผู้แจ้งเบาะแสผู้ค้าสลากเกินราคารายละ 1,000 บาท ตำรวจได้ 2,000 บาท และเพิ่มโทษปรับผู้ค้าจากคดีละ 2,000 บาท เป็นสูงสุดไม่เกิน 10,000 บาท นั้น เท่ากับเป็นการป้ายความผิดไปที่ผู้ค้ารายย่อยอย่างสิ้นเชิง ทั้งที่รู้ดีว่าตัวการของปัญหาเกิดจากผู้ครอบครองสัมปทาน สมัยก่อนเรียกว่า 5 เสือกองสลาก(ตอนนี้อ้างว่าไม่มีแล้ว) และพวกยี่ปั๊วทั้งหลาย

 ธนวรรธน์ พลวิชัย โฆษกสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล เคยบอกไว้ว่า การแก้ปัญหาสลากเกินราคาต้องมีผลิตภัณฑ์อื่นเสริม เช่น การออกสลากลอตโต หรือ สลากออนไลน์ เพื่อเพิ่มทางเลือกให้แก่ผู้ซื้อ และป้องกันการขายเกินราคา เพราะคอมพิวเตอร์จะขายตามราคาที่กำหนดไว้

แต่ล่าสุดบอร์ดกองสลากได้ไอเดียไหม่คิดจะออก หวยออนไลน์ 12 นักษัตร ออกมาแข่งกับหวยใต้ดินและดัดหลังยี่ปั๊ว

แต่เพียงแค่เป็นข่าวก็ถูกสังคมต่อต้านและโจมตีอย่างหนัก เพราะหวยรูปแบบนี้เรียกว่า มอมเมา ชัดๆ และคงไม่สามารถแก้ปัญหาหวยใต้ดินและลอตเตอรี่ราคาแพงตามที่อ้างได้อย่างแน่นอน

แม้กระนั้นกองสลากไม่ยอมถอย เพียงแต่ช่วงนี้ขอดูท่าทีไปอีกระยะ รอจังหวะเหมาะๆ ค่อยหาช่องชงให้ ครม.บิ๊กตู่ เคาะตอนเงียบๆ

          ถ้าเช่นนั้นก็เป็นอันว่า การแก้ปัญหาหวยใต้ดินและลอตเตอรี่เกินราคา วิธีที่คาดหวังว่าน่าจะสามารถทำได้เห็นผลคือการออกผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ เพื่อเป็นทางเลือกให้ผู้บริโภค ส่วนการไล่จับผู้ค้ารายย่อยนั้น ก็คงต้องจับกันไปตามหน้างาน ส่วนชายพิการขาด้วนคงปล่อยเป็นเรื่องดราม่าของสังคมออนไลน์ไปละกัน…!

เริ่มแล้วแคมเปญย้ายค่ายเบอร์เดิมงูเห่าเลื้อยขึ้นเรือเหล็ก #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/384783?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=scoop

เริ่มแล้วแคมเปญย้ายค่ายเบอร์เดิมงูเห่าเลื้อยขึ้นเรือเหล็ก

23 สิงหาคม 2562 – 12:20 น.
พลอประยุทธ์ จันทร์โอชา,งูเห่า,เรือเหล็ก
เปิดอ่าน 16,589 ครั้ง

เริ่มแล้ว..แคมเปญ  ย้ายค่ายเบอร์เดิม งูเห่า เลื้อยขึ้นเรือเหล็ก โดย…  ทีมข่าวการเมือง เครือเนชั่น

เร็วๆ นี้ พรรคฝ่ายค้านจะเปิดเวทีจัดการ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชาเพื่อ…

-การอภิปรายทั่วไปโดยไม่ลงมติ
-การพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2563 วงเงิน 3.22 ล้านล้านบาท
-การอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล

สามวาระนี้เป็นพื้นที่ของขั้วต้านลุงตู่จะใช้เป็นข้ออ้างที่ชอบธรรมตามระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขจัดการลุงตู่ ณ สัปปายะสภาสถาน แต่สุดท้ายลุงตู่ก็จะต้องเข้าไปในพื้นที่ที่ฝ่ายค้านจะใช้จัดการกับลุงตู่ได้ตามกติกาแม้จะดึงจังหวะไปจนนาทีท้ายๆ ของสมัยประชุมนี้ที่จะปิดในช่วงกลางเดือนกันยายน

นัยว่าลุงตู่ขอแก้ไขเรื่องเร่งด่วนหลากวาระที่จำเป็นต้องดำเนินการนอกรัฐสภา ส่วนวาระในรัฐสภานั้นลุงตู่จะเข้าไปแน่นอน…

โดยที่ลุงตู่ต้องเผชิญกับวาระทั้งสามแบบมิอาจเลี่ยงได้ แม้บางครั้งในยามนี้ลุงตู่จะใช้เทคนิคทางกฎหมายและแท็กติกทางการเมือง “ติ๊ดชิ่ง” ออกไปพลางๆ เพื่อมิให้ตัวเองตกหลุมที่ขั้วต้านลุงตู่ขุดไว้

เมื่อมองเกมนอกสภานั้น ขั้วต้านลุงตู่จับมือกันขย่มในหลากวาระติดต่อกันหลายสัปดาห์แล้ว เสมือนการหยดน้ำลงบนก้อนหินให้กร่อนลงไปทีละน้อยแต่ต่อเนื่อง เมื่อบวกกับภาวะความนิ่งของขั้วหนุนลุงตู่ที่ตอนนี้เพิ่งจะ “ทรงตัว” หลังปั่นป่วนมาพักหนึ่ง เมื่อการแบ่งสรรปันส่วนเก้าอี้ให้คนในขั้วนี้ลงตัว และคลื่นลมในพรรคพลังประชารัฐบรรเทาลงไปได้ เพราะเมื่อ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์พรรค เข้ามาบัญชาการ ”พปชร.” แบบเป็นทางการ หลายคนในพปชร.เบาใจว่าบิ๊กป้อมน่าจะคอนโทรลจังหวะของพปชร.ให้ไหลลื่น ไร้รอยสะดุด

เมื่อการตีรวนของพปชร.และพรรคร่วมรัฐบาลยุติไปได้ มาตรการเพิ่มจำนวนลูกเรือบนเรือเหล็กนั้นต้องเดินเครื่องและกระแสข่าว “งูเห่ายุคไทยแลนด์ 4.0” ก็กลับมากระหึ่มเมืองอีกคราว เพราะสองในสามวาระของฝ่ายค้านที่จะใช้จัดการลุงตู่ที่รัฐสภานั้น คือการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2563 วงเงิน 3.22 ล้านล้านบาท และการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล

“คะแนนเสียงของส.ส.” คือปัจจัยชี้เป็นชี้ตาย

ฉะนั้น “งูเห่า” คือปัจจัยสำคัญของการเมืองไทยในช่วงที่ลุงตู่ทำหน้าที่ในเพลานี้

สัปปายะสภาสถานในไม่กี่วันข้างหน้าสังคมจะน่าพบว่า “งูเห่า” จากขั้วตรงข้ามคือแต้มและราคาที่จะเสริมบารมีให้เสียงปริ่มน้ำของเรือเหล็กที่มีลุงตู่ถือพังงาในตอนนี้ลดภาวะความเสี่ยงลงไป

“งูเห่า” หากจะไหลเลื้อยออกจากป้อมค่ายตัวเองออกมาไปยกมือไว้วางใจให้อีกขั้วหนึ่งนั้นโดยอย่าลืมว่า “ปัจจัย ตำแหน่ง” คือสิ่งที่มีมูลค่าเพิ่มแบบไม่อาจปฏิเสธได้สำหรับ “งูเห่า” ที่จะย้ายค่ายเบอร์เดิม

เมื่อเหลียวหลังกลับไปมองแคมเปญ “ย้ายค่ายเบอร์เดิม” ตามที่คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์พรรคเพื่อไทยเคยแจ้งสังคมไว้ในช่วงการชิงธงเข้าตึกไทยคู่ฟ้ากับพปชร.นั้น แคมเปญดังกล่าวคุณหญิงหน่อยและคณะทราบมูลค่าดีว่าเป็นข้อเสนอที่มิอาจปฏิเสธได้สำหรับพรรคจิ๋วที่เดินเข้ามาเป็นผู้แทนราษฎรด้วยอภินิหารทางกฎหมายและหนุนลุงตู่

ขณะเดียวกันข้อเสนอของขั้วต้านลุงตู่ที่เคยยื่นประกวดราคาไปนั้นก็มิอาจจูงใจให้บางพรรคเหลียวมาแตะมือ

ดังนั้นเมื่อแคมเปญนี้มันกลับมาใหม่แบบใหญ่กว่าเดิมเพราะคราวนี้ “จำนวนเสียงที่หนุนลุงตู่ต้องมากกว่าเดิมและเพิ่มจำนวนให้แน่นอน” และไม่จำเป็นว่างูเห่าต้องย้ายพรรค เพราะขอเพียงงูเห่ายกมือไว้วางใจ งดออกเสียง หรือลาประชุมก็พอแล้วสำหรับแต้มเพิ่มในขั้วหนุนลุงตู่

โดย “สองร้อยเจ็ดสิบเสียง” คือตัวเลขที่แกนนำพปชร.และกองหนุนหมายมั่นปั้นมือว่า “มันต้องเกิดขึ้นได้”

ถามว่าคะแนนเสียงเหล่านั้นของงูเห่าจะมาจากมุมใดบ้าง…

“คนวงในขั้วหนุนลุงตู่” บอกไว้ว่า “สิบกว่าคน” จากพรรคอนาคตใหม่ที่ทาบทามไว้จะมาหนุนลุงตู่ในวาระสำคัญๆ และจะฉายตัวเองให้สังคมรับรู้ในการย้ายพรรคหลังทราบชะตาของธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ

“สี่เสียง” จากพรรคเศรษฐกิจใหม่ ที่เคยมีเสียงลือในช่วงแรกๆ ว่าเศรษฐกิจใหม่จะอยู่ขั้วใดระหว่าง “หนุน/ต้านลุงตู่” และวันนี้ชัดแล้วว่าพรรคนี้เมื่อไร้ “มิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์” นำทัพ แรงดึงดูดที่ขั้วหนุนลุงตู่เปิดให้สี่เสียงของพรรคนี้มีอานุภาพเพียงใด…

การแถลงเมื่อวันพุธนั้น หกส.ส.ของเศรษฐกิจใหม่ส่อแววแล้วว่าขอเอกสิทธิ์ในการลงมติที่บางเรื่องไม่ต้องเห็นไปในแนวทางเดียวกับพรรคฝ่ายค้าน แต่มติใหญ่ๆ นั้น รอพิสูจน์ตอนลงชื่อ

แต่ตอบแบบนี้แสดงว่า หกส.ส.พรรคเศรษฐกิจใหม่พร้อมแทงกั๊กกับแนวร่วมต้านลุงตู่….และยึกยักแบบเป็นเชิงกับขั้วหนุนลุงตู่

 “สองเสียง” จากพรรคเพื่อชาติ โดยที่แกนนำพรรครับรู้มานานแล้วว่าสองคนนั้นคือใครบ้าง..รับรางวัลในการปันใจในมูลค่าเท่าใดและใครเป็นผู้ล่อซื้อ

และ “เพื่อไทย” ที่เคยมีเสียงลือมาระยะหนึ่งแล้วว่าจะมีบางชีวิตไปช่วยยกมือให้ลุงตู่ …และวันก่อนมันเผยหน้าชัดแล้วว่า ผู้แทนฯ ของเพื่ิอไทยมีกี่คนบ้างที่พร้อมไม่ทำตามมติพรรค โดยดูลีลาของผู้แทนฯ เพื่อไทยบางคนที่ขยับออกมาช่วงที่ ”ลุงตู่“ ไปตรวจราชการอีสานใต้นั้น เพียงเท่านี้ก็พอทำให้เสียงลือเสียงเล่าอ้างวันวาน ”พอมีน้ำหนัก” และรอดูว่าจะมีกี่คนในเพื่อไทยที่จะยกมือไว้วางใจลุงตู่

เพราะตอนนี้คนที่ย้ายค่ายนั้น ลุงตู่มอบหน้าที่หลักทางการเมืองให้พอมีบารมีแม้จะสอบตกในสนามเลือกตั้งก็ตาม รวมทั้งกระแสข่าวจากบรรดาผู้แทนฯ ขั้วหนุนลุงตู่ ว่าแรงหนุนที่ต่อมาจากหลังบ้านซูเปอร์บิ๊กตัวจริงของเรือเหล็กนั้น “น้ำไหล ไฟสว่าง ทางดี” ส่งไปให้ผู้แทนฯ กันมาพักใหญ่แล้ว

และยังมีกระแสข่าวจากผู้แทนฯ ขั้วต้านลุงตู่ว่า ปัจจัยรายเดือนของต้นสังกัดไม่มีการส่งมอบให้…แบบนี้ทำงานหนัก

ห้าปีที่แล้วกับวันนี้สถานการณ์มันแตกต่างกันยิ่ง…หากผู้แทนฯ ที่จำเป็นต้องใช้ปัจจัยทำงานในพื้นที่เพื่อดูแลฐานเสียงไว้รองรับสถานการณ์ยามหน้า โปรโมชั่นที่ซูเปอร์บิ๊กตัวจริงของเรือเหล็กนั้นสนับสนุนให้ ขอเพียงยกมือไว้วางใจในวาระสำคัญในช่วงนี้และให้คำมั่นย้ายค่ายเบอร์เดิมในยามหน้า

เพียงเท่านี้นซูเปอร์บิ๊กตัวจริงของเรือเหล็กก็นอนใจว่าเรือเหล็กพ้นน้ำชัวร์แล้ว!

หากเกมของเสียงงูเห่าย้ายค่ายบังเกิดได้จริงแบบนี้สี่ปีในการทำงานของเรือเหล็กตามความคิดของบิ๊กป้อมที่บอกกับผู้แทนฯพปชร.ไว้วันวานก็น่าจะแล่นได้ฉิว..แต่ระวังสิ่งโสโครกใต้น้ำที่มิอาจมองเห็นรวมทั้งสนิมบางจุดบนเรือเหล็กที่ยาป้องกันฉาบเคลือบไม่ทั่วลำเรือจะเกิดรูรั่วได้

แค้นนี้พี่ไม่ลืม “พี่ดูไบ-พี่เหลิม” หนุน “แจ๊ส” ล้มเด็กเนวิน #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/384788?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=scoop

แค้นนี้พี่ไม่ลืม “พี่ดูไบ-พี่เหลิม” หนุน “แจ๊ส” ล้มเด็กเนวิน

23 สิงหาคม 2562 – 11:08 น.
บิ๊กแจ๊ส,ท่องยุทธภพ,เจาะประเด็นร้อน,ขุนน้ำหมึก,ชาญ พวงเพ็ชร์,หาเสียง,เลือกตั้งท้องถิ่น,นายก อบจ,ปทุมธานี,ธรรมกาย
เปิดอ่าน 49,986 ครั้ง

คอลัมน์ “ท่องยุทธภพ” โดย “ขุนน้ำหมึก” หนังสือพิมพ์คมชัดลึก ฉบับวันที่ 23 ส.ค.62

**********************

เปิดตัวอย่างเป็นทางการ “บิ๊กแจ๊ส” พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง อดีตผู้บัญชาการตำรวจนครบาล เจ้าของสโลแกน “มีวันนี้เพราะพี่ให้” พร้อมแล้ว สำหรับศึกชิงตำแหน่งนายก อบจ.ปทุมธานี

ย้อนไปเมื่อการเลือกตั้งนายก อบจ.ปทุมธานี เมื่อ 21 เมษายน 2555 ผลปรากฏว่า ชาญ พวงเพ็ชร์ ชนะ ร.ต.สุเมธ ฤทธาคนี อดีต ส.ส.ปทุมธานี พรรคเพื่อไทย โดยมีคะแนนทิ้งห่างกันเป็นแสน

คราวนั้น “กลุ่มเพื่อไทยปทุมธานี” ไม่มีเอกภาพ เพราะไม่พอใจ ร.ต.สุเมธ ตัดสินใจแบบไม่บอกกล่าว ลาออกจากส.ส.มาสมัครนายก อบจ. นัยว่า “นายใหญ่” ไม่แฮปปี้

จับมืออนาคตใหม่

วันที่ 22 สิงหาคม 2562 พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง จัดงานเปิดตัวลงชิงตำแหน่งนายก อบจ.ปทุมธานี ในนาม “พรรคเพื่อไทย” พร้อมเปิดตัวทีมงานว่าที่ผู้สมัครสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดปทุมธานี จำนวน 36 คน ที่ศูนย์ประชุม ม.ธรรมศาสตร์ รังสิต

ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง และชูชาติ หาญสวัสดิ์ ร่วมเปิดตัวบิ๊กแจ๊ส

โดยมี ร.ต.อ.ดร.เฉลิม อยู่บำรุง อดีตรองนายกรัฐมนตรี, ชูชาติ หาญสวัสดิ์ และสุรพงษ์ อึ้งอัมพรวิไล ส.ส.ปทุมธานี เพื่อไทย เข้าร่วมแสดงความยินดี

มีข้อน่าสังเกตไม่เห็นหน้า 3 ส.ส.ปทุมธานี เพื่อไทย อย่าง ศุภชัย นพขำ, ชัยยันต์ ผลสุวรรณ์ และพรพิมล ธรรมสาร ในงานเปิดตัวบิ๊กแจ๊ส

ตอนหนึ่งในปราศรัยต่อมวลชนกว่า 5 พันคน “บิ๊กแจ๊ส” พูดว่า “ทางพรรคเพื่อไทย ส่งตัวแทนพรรคมาร่วมเป็นสักขีพยาน ถือเป็นตัวแทนจากพี่ที่อยู่แดนไกล ทุกคนคงทราบว่าหมายถึงใคร ซึ่งผมไม่ปฏิเสธ และที่มาได้จนถึงทุกวันนี้ท่านก็รับรู้ตลอด”

บิ๊กแจ๊สชิงหาเสียงนายก อบจ.ปทุมธานี แต่ไก่โห่

วรรคทองจากปากบิ๊กแจ๊สอ้างคำพูด “พี่แดนไกล” ว่า “คุณเดินหน้า เอาประชาธิปไตยร่วมกับพรรคอนาคตใหม่มาสู่ปทุมธานี”

เมื่อสองเดือนก่อนบิ๊กแจ๊สแตะมือกับพรรคอนาคตใหม่ จัดกิจกรรมฟุตบอลกระชับมิตร ครั้งที่ 1 โดยมี ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ร่วมแข่งขันฟุตซอล ระหว่างทีมปทุมธานีกับทีมอนาคตใหม่

ว่าแต่ “ธนาธร” จะเห็นดีเห็นงามด้วยหรือไม่..ต้องติดตามกันต่อไป

น้องรัก“พี่เหลิม”

สมัยรัฐบาลยิ่งลักษณ์ นั่งเก้าอี้ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล เมื่อกลางปี 2555 และเป็นที่มาของวลีเด็ด “มีวันนี้เพราะพี่ให้”

แต่บิ๊กแจ๊สยังมีพี่รักอีกคนหนึ่งคือ “ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง” ที่คอยช่วยเหลือเกื้อกูลกันมา ช่วงม็อบ กปปส. “ร.ต.อ.เฉลิม” รมว.แรงงาน ในฐานะ ผอ.ศูนย์อำนวยการรักษาความสงบเรียบร้อย (ผอ.ศอ.รส.) ได้ใช้บริการบิ๊กแจ๊สในการดูแลม็อบ

ร.ต.อ.ดร.เฉลิม กับน้องรัก-บิ๊กแจ๊ส

หลังรัฐประหารบิ๊กแจ๊สถูกคำสั่งเด้งฟ้าผ่าจาก คสช. ให้ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (ผบช.น.) ย้ายไปปฏิบัติราชการที่ศูนย์ปฏิบัติการ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยขาดจากตำแหน่งงานเดิม

ธรรมกาย เป้าหมายหนึ่งของบิ๊กแจ๊ส

หลังจากนั้นบิ๊กแจ๊สก็ก้าวเดินสู่ถนนการเมือง โดยปูพื้นฐานทำกิจกรรมเพื่อสังคมในจังหวัดปทุมธานี และตั้งกลุ่มคนรักปทุมธานี กรุยทางสู่การทำงานการเมืองท้องถิ่น

พี่เหลิมหอบสังขารออกจากบ้านริมคลองข้ามฟากข้ามฟ้าไปให้กำลังใจถึงถิ่นคลองหลวง ไม่ชนะก็แย่แล้ว

ภูมิใจไทยหนาว!

สนามเลือกตั้ง ส.ส.ปทุมธานี ที่ผ่านมา พรรคเพื่อไทย มิอาจกวาดส.ส.ยกจังหวัด ต้องสูญเสีย 2 ที่นั่ง ให้พรรคภูมิใจไทย และน้องใหม่มาแรงอย่างพรรคอนาคตใหม่

อย่างไรก็ตามคนที่ผิดหวังมากที่สุดก็เห็นจะเป็น “ชาญ พวงเพ็ชร์” แม่ทัพใหญ่ของพรรคภูมิใจไทย ที่วาดหวังจะได้ ส.ส.อย่างน้อย 3-4 ที่นั่ง แต่ก็ได้แค่ 1 ที่นั่ง

บนเส้นทางการเมืองท้องถิิ่น “ชาญ” เติบโตมาในร่มเงาของตระกูล “หาญสวัสดิ์” และได้รับเลือกตั้งเป็นนายก อบจ.ปทุมธานี สมัยแรก โดยการสนับสนุนของ ส.ส.เพื่อไทยทั้งจังหวัดปทุมธานี

ชาญ พวงเพ็ชร์

ปี 2551 ชาญลงป้องกันแชมป์ในนาม “กลุ่มปทุมรักไทย” ยังคงรักษาเก้าอี้แชมป์ไว้ได้อีกสมัย ซึ่งตอนนี้ชาญแยกตัวออกจาก “บ้านใหญ่ปทุมธานี” ไปสวามิภักดิ์ “บ้านใหญ่บุรีรัมย์”

ปี 2554 ชาญได้รับการสนับสนุนจากพรรคภูมิใจไทย และพรรคประชาธิปัตย์ เอาชนะตัวแทนพรรคเพื่อไทยไปขาดลอย

เที่ยวนี้ชาญรู้ตัวว่าเจอของจริง เพราะบิ๊กแจ๊สเป็นคนปทุมธานีโดยกำเนิด และทำคลินิกรักษาชาวบ้านมา 3-4 ปี แถมมีวัดพระธรรมกายเป็นกองหนุน

ชาญ หรือ “ลุงชาญ” จึงขายความเป็นลุงชาญ “ตัวดำ ทำจริง” วิ่งรอกงานงานแต่ง งานศพ..อย่างมิรู้เหน็ดเหนื่อย

สถานการณ์เด็กไทยเสี่ยงภัย ออนไลน์ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/384789?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=scoop

สถานการณ์เด็กไทยเสี่ยงภัย ออนไลน์

23 สิงหาคม 2562 – 10:40 น.
สายตรวจระวังภัย,สื่อออนไลน์,เด็กไทย
เปิดอ่าน 2,317 ครั้ง

คอลัมน์…  สายตรวจระวังภัย  

สังคมยุคโซเชียลมีเดียในปัจจุบันทำให้การสื่อสารง่ายแค่ปลายนิ้ว ทั้งกับคนที่รู้จักคุ้นเคยหรือเพื่อนใหม่คนแปลกหน้าที่ผ่านเข้ามาในโลกออนไลน์ ถ้ารู้เท่าทันก็เกิดประโยชน์ แต่ถ้าไม่..ก็จะมีโทษมหันต์เช่นกัน โดยเฉพาะเด็กเยาวชน

สำหรับเรื่องนี้ กรมกิจการเด็กและเยาวชน กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) โดย ศูนย์ประสานงานส่งเสริมการปกป้องคุ้มครองเด็กและเยาวชนในการใช้สื่อออนไลน์ หรือ โคแพท (COPAT – Child Online Protection Action Thailand) มีการแถลงผลสำรวจที่ทำร่วมกับ มูลนิธิอินเทอร์เน็ตร่วมพัฒนาไทย เกี่ยวกับ “สถานการณ์เด็กไทยกับภัยออนไลน์” ซึ่งทำการสำรวจทางออนไลน์เมื่อเดือน กุมภาพันธ์-เมษายน 2562 กลุ่มตัวอย่างผู้ตอบแบบสอบถามอายุ 6-18 ปี จำนวน 15,318 คน จากทั่วประเทศ

เด็กเกือบทั้งหมดเชื่อว่าอินเทอร์เน็ตมีประโยชน์แต่ก็ตระหนักเรื่องภัยอันตรายและความเสี่ยงหลากหลายรูปแบบที่น่าเป็นห่วงคือเด็ก 86% เชื่อว่าตนสามารถให้คำแนะนำหรือช่วยเหลือเพื่อนที่ประสบภัยออนไลน์ได้ ในขณะที่ 54% เชื่อว่าเมื่อเกิดกับตนเองสามารถจัดการปัญหานั้นได้ โดยเด็กมากกว่า 83% ใช้อินเทอร์เน็ตผ่านแท็บเล็ตหรือสมาร์ทโฟน ใช้เพื่อพักผ่อน/บันเทิง เช่น ดูหนัง ฟังเพลง เล่นเกม เป็นหลัก คือ 67%​

นอกจากนี้เด็ก 39% ใช้อินเทอร์เน็ต 6-10 ชั่วโมงต่อวัน และ 38% เล่นเกมออนไลน์มากกว่า 3 ชั่วโมงต่อวัน ซึ่งการใช้มากเกินไปเสี่ยงต่อการเสพติดเกมและอินเทอร์เน็ต กลายเป็นปัญหาทางสุขภาพจิต ขณะที่เด็ก 31% เคยถูกกลั่นแกล้งรังแกออนไลน์ เพศทางเลือกโดนมากที่สุดคือ 49% และเด็ก 40% ไม่ได้บอกใครเกี่ยวกับเรื่องที่โดนกลั่นแกล้ง นั่นหมายถึงเด็กบางส่วนอาจทนทุกข์กับเรื่องที่โดนแกล้ง หรือบางส่วนอาจไม่รู้สึกหรือไม่ได้ให้ค่ากับคนที่แกล้ง

จากการสำรวจยังพบเด็ก 34% เคยกลั่นแกล้งรังแกคนอื่นทางออนไลน์ซึ่งส่วนหนึ่งบอกว่าเป็นการโต้ตอบที่ตนเองโดนแกล้ง การกลั่นแกล้งรังแกทางออนไลน์ สร้างความทุกข์ เจ็บปวด เก็บกด หดหู่ บาดแผลทางใจให้เด็ก ซึ่งอาจส่งผลต่อร่างกาย ทำให้นอนไม่หลับ เจ็บป่วยเรื้อรัง เป็นโรคหวาดระแวง ใช้สุราหรือสารเสพติด อาจถึงขั้นทำร้ายตัวเอง ฆ่าตัวตายได้ ดังนั้นพ่อแม่ผู้ปกครองหรือครู ควรหมั่นสังเกตอาการเด็กแล้วเข้าช่วยเหลือโดยเร็ว อย่าคิดว่าเป็นเรื่องของเด็กอีกประเดี๋ยวคงผ่านไป เพราะภาพหรือคลิปวิดีโอบนโลกออนไลน์จะวนเวียนทำร้ายเด็กไม่สิ้นสุด เด็ก 74% เคยพบเห็นสื่อลามกอนาจารทางออนไลน์ 50% เคยพบเห็นสื่อลามกอนาจารเด็ก 6% เคยครอบครองสื่อลามกอนาจารเด็ก เคยส่ง ส่งต่อ หรือแชร์ สื่อลามกอนาจารทางออนไลน์ ซึ่งเป็นการกระทำผิดกฎหมาย และเด็ก 2% ยอมรับว่าเคยถ่ายภาพหรือวิดีโอตนเองในลักษณะลามกอนาจารแล้วส่งให้คนอื่นๆ ด้วย โดยพฤติกรรมเหล่านี้เป็นความเสี่ยงที่อาจนำภัยอันตรายมาถึงตัว


เรื่องที่ต้องเตือนกันจากผลสำรวจรอบนี้ พบว่าเด็ก 1 ใน 4 หรือกว่า 4,000 คน เคยนัดพบกับเพื่อนที่รู้จักกันในโลกออนไลน์ และนัดเจอกัน เรื่องที่เกิดตามมา คือโดนพูดจาล้อเลียน ดูถูก และทำให้เสียใจ หลอกให้เสียเงิน เสียทรัพย์ ที่สำคัญประเด็นที่นัดเจอกันแล้วถูกล่วงละเมิดทางเพศเป็นเรื่องที่น่าเป็นห่วงมากที่สุด และเกิดขึ้นจริง มี 73 คน หรือ 1.9% ตลอดจนมีความเสี่ยงสูง เพราะพอนัดเจอกันแล้วอาจถูกทุบตี ทำร้ายร่างกาย หรือถ่ายภาพ คลิปวิดีโอ แล้วนำไปประจานไปแบล็กเมล์ข่มขู่เรียกเงินอีก

ข้อมูลจากการสำรวจที่มาจากเด็กและการติดตามสถานการณ์ผ่านสื่อในช่วง 5 เดือนที่ผ่านมา เป็นข้อมูลที่ยืนยันว่าจะต้องจริงจังกับมาตรการป้องกันและช่วยเหลือเด็กให้มากยิ่งขึ้น..!!

เจ้าภาพบอลโลกวาระแห่งชาติของ บิ๊กตู่ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/384790?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=scoop

เจ้าภาพบอลโลกวาระแห่งชาติของ บิ๊กตู่

23 สิงหาคม 2562 – 10:10 น.
อ๊อด เทอร์โบดับเครื่องชน,เจ้าภาพ,บอลโลก,บิ๊กตู่,ไข้เลือดออก
เปิดอ่าน 1,318 ครั้ง

คอลัมน์… อ๊อด เทอร์โบ..ดับเครื่องชน oddturbo1900@gmail.com

ก่อนวันหยุดพักผ่อนเสาร์-อาทิตย์นี้ อยากจะจับเข่าคุยกันเรื่องเจ้าภาพบอลโลก ค.ศ.2034 หรือ พ.ศ.2577 ในอีก 15 ปีข้างหน้าโน่น

‘ดับเครื่องชน’ เคยพูดถึงกรณีนี้ไปแล้วว่าไม่ใช่เรื่องง่าย ยิ่งเป็นเจ้าภาพร่วมด้วยแล้ว ‘ฟีฟ่า’ หรือ ‘สหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ’ ต้องเข้มงวดเป็นพิเศษเพราะที่ผ่านมาเกาหลีใต้กับญี่ปุ่นเคยเป็นเจ้าภาพร่วมมาแล้ว

ข้อสรุปตอนหลังก็คือประสบความล้มเหลวอย่างมากและขอบอกให้ทราบว่าการเป็นเจ้าภาพบอลโลก 2034 นั้น มีข้อบังคับอะไรบ้างจะได้หูตาสว่างกันเสียที

ข้อกำหนดคือเจ้าภาพบอลโลกสนามแข่งขันต้องมีอย่างน้อย 12 สนาม ความจุคนดู 40,000-80,000 คน มีโรงแรมระดับ 5 ดาวอย่างน้อย 48 แห่งจากตัวเลือก 72 แห่ง

เท่าที่ทราบจะมีเจ้าภาพบอลโลกร่วมกันประกอบด้วยอินโดนีเซีย มาเลเซีย สิงคโปร์ ออสเตรเลีย ซึ่งแต่ละชาติมีสนามขนาดมาตรฐาน

ของไทยก็มีสนามราชมังคลากีฬาสถาน ซึ่งคนดูได้ 49,000 คน หมายความว่าเราจะต้องสร้างสนามบอลใหม่อีก แล้วจะเอาเงินที่ไหนมาสร้างและกรณีที่สำคัญก็คือ “พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา” นายกรัฐมนตรี จะต้องผลักดันให้เป็นวาระแห่งชาติ ไม่ใช่ทำกันเล่นๆ หรือพูดกันให้สนุกปาก!

เห็นวันก่อนมีการประชุมทั้งผู้ใหญ่ของสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทย, กระทรวงการต่างประเทศ, การกีฬาแห่งประเทศไทย, กรมพลศึกษาและอีกหลายหน่วยงาน ข้อสรุปคือต้องเป็นวาระแห่งชาติและเกี่ยวกันถึงเรื่องเศรษฐกิจ สังคม และความมั่นคงของรัฐบาลด้วยไม่ใช่แต่เรื่องมาตรฐานฟุตบอลเท่านั้น

เอาแค่ความมั่นคงของรัฐบาลก็ไม่รอดแล้ว!
อ๊อด เทอร์โบ


ไข้เลือดออกต้องระวัง
อันตรายถึงชีวิต

ดิฉันเป็นแม่ลูกสองได้อ่านข้อความในคอลัมน์มุมสุขภาพโดยคุณ ‘ชญานี อนุรักติพันธุ์ ในนิตยสารคู่หูเดินทางของ บขส. ที่แจกมาเดือนกรกฎาคม น่าสนใจมากๆ จึงขอเป็นสื่อกลางขออนุญาตนำมาเป็นความรู้เผยแพร่ให้ทราบเกี่ยวกับเรื่องไข้เลือดออกที่ต้องระวังให้จงหนัก

อาการสำคัญ 4 ประการคือ
ไข้สูงลอย ไข้ 39-40 องสาเซลเซียส มักมีหน้าแดง โดยมากไม่ค่อยมีอาการน้ำมูกไหลหรือไอ เด็กโตอาจมีอาการปวดเมื่อยตามตัวและปวดศีรษะ อาการไข้สูงมักมีระยะ 4-5 วัน

อาการเลือดออก อาจมีเลือดกำเดาไหล เลือดออกตามไรฟัน เลือดออกในกระเพาะอาหาร โดยจะมีอาการอาเจียนเป็นเลือดหรือถ่ายดำ มีจุดเลือดออกตามตัว

ตับโตหรือตับอักเสบ อาการตับอักเสบอย่างรุนแรง สามารถพบได้ในผู้ป่วยไข้เลือดออกเช่นกัน โดยจะเกิดขึ้นกรณีที่เชื้อไวรัสเข้าไปทำลายตับ หรือเกิดจากการที่ตับถูกทำลายเพราะการทำงานของระบบภูมิคุ้มกัน

ความผิดปกติของระบบไหลเวียนเลือด หรือช็อก มักจะเกิดช่วงไข้จะลด โดยผู้ป่วยจะมีอาการกระสับกระส่าย มือเท้าเย็น รอบปากเขียว อาจมีอาการปวดท้องมาก ก่อนจะมีอาการช็อก ชีพจรเบา ความดันต่ำ ส่วนตุ่มหรือผื่นแดงนั้นจะคล้ายตุ่มยุงกัดทั่วตัวและใกล้เคียงกับผื่นจากโรคหัด

แต่จะสังเกตได้ว่าถ้าเป็นไข้เลือดออกจะไม่มีอาการไอหรือน้ำมูกไหลและจุดเลือดออกของโรคไข้เลือดออกจะไม่รู้สึกสากมือเหมือนโรคหัด และเวลากดดึงผิวหนังให้ตึงจะไม่จางหายไปเหมือนจุดถูกยุงกัดธรรมดา

จึงขอให้โปรดเฝ้าดูอาการของลูกหลานของท่านให้ดีโดยเฉพาะเด็กอายุต่ำว่า 15 ปี หรือผู้ใหญ่ก็มีโอกาสเป็นได้โดย ‘ยุงลาย’ เป็นพาหะสำคัญ

จึงเรียนมาด้วยความปรารถนาดีและขอให้มีความสุขมากๆ นะคะ
‘บุญรัตน์’ แม่ลูกสอง


เรียนคุณ ‘บุญรัตน์’ แม่ลูกสอง
ผมรีบไปอ่านเรื่องที่คุณแจ้งมานี้อย่างด่วนเพราะได้รับหนังสือ ‘คู่หูเดินทาง’ ของบขส.เป็นประจำเช่นกัน และเห็นว่ามีประโยชน์ต่อครอบครัวมากๆ

ไข้เลือดออกหรือโรคภัยไข้เจ็บนั้นเกิดขึ้นได้ทันทีและหากเด็กลูกหลานของท่านมีอาการดังกล่าว นำไปพบแพทย์โดยเร็วที่สุด เพื่อความปลอดภัยอย่าประมาทเป็นอันขาด

นอกจากนี้ยังมีข้อความเพิ่มเติมมาอีกว่าให้สังเกต 3 ระยะที่ต้องเฝ้าระวังคือไข้ขึ้นสูง ระยะช็อกหรือมีเลือดออก และระยะฟื้นตัว

ข้อสำคัญคือต้องช่วยกันกำจัด ‘ยุงลาย’ ที่ชอบอาศัยวางไข่ในน้ำนิ่งต่างๆ ที่เห็นได้ทั่วไป

เราต้องกันไว้ดีกว่าแก้ครับ
อ๊อด เทอร์โบ

สงครามเงา นักรบปูเค็ม VS นักรบส้มหวาน #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/384780?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=scoop

สงครามเงา นักรบปูเค็ม  VS  นักรบส้มหวาน

23 สิงหาคม 2562 – 08:33 น.
ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ,ผู้กองปูเค็ม,นักรบส้มหวาน,จอม เพชรประดับ
เปิดอ่าน 7,130 ครั้ง

คอลัมน์…  ชูธงทวนกระแส  โดย…  พรานข่าว

บรรดากองเชียร์พรรคส้มหวาน รู้สึกซี้ดซ้าดกับคลิป “พ.อ.ทวี-คนพัทลุง ยืนโต้กลับเดือดผู้กองปูเค็ม เจอคนจริง” มีคนเข้ามาดูทางยูทูบมากมาย กระทั่งสื่ออิสระอย่าง “จอม เพชรประดับ” ยังติดต่อขอสัมภาษณ์ “พ.อ.ทวี” ออกช่องยูทูบของเขา

แค่ข้ามคืน “พ.อ.ทวี แก้วกลับ” นายทหารนอกราชการ กลายเป็น “ทหารประชาธิปไตยพัทลุง” ทำเอา “ผู้กองปูเค็ม” ฮีโร่ของชาวเสื้อเหลืองเมื่อสิบปีที่แล้ว ตกเป็นผู้ร้ายในสายตาคนเหล่านั้น

สองเดือนมานี้ “ผู้กองปูเค็ม” ร.อ.ทรงกลด ชื่นชูผล ได้กลับมาเคลื่อนไหวทางการเมืองอีกครั้ง ภายใต้ชื่อกลุ่ม Thai Wisdom Guard (TWD) โดยจะมีการประชุมออนไลน์ทุกวัน เพื่อปรับกลยุทธ์ ขับเคลื่อนอุดมการณ์ TWG เพื่อเกาะติดกลุ่มชังชาติ

ทีมผู้กองปูเค็ม

เป้าหมายการประท้วงตามแนวทางสันติวิธีของผู้กองปูเค็ม คือ ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ รวมถึงแกนนำอนาคตใหม่ ที่ลงพื้นที่ทุกหนแห่ง

ร.อ.ทรงกลด คือใคร ? หลายคนคงจำได้ เขาเคยเป็นนายทหารสรรพาวุธทหารบก ประจำจังหวัดพิษณุโลก และประกอบธุรกิจขายปูเค็ม และผลิตปูเค็มแบรนด์ “ชื่นชูปูเค็ม” ภายใต้สโลแกน “อยากกินส้มตำ นึกถึงปูเค็ม” ส่งขายทั่วประเทศ

ที่ไหนมีธนาธร ที่นั่นมีปูเค็ม

ชื่อของ “ผู้กองปูเค็ม” ปรากฏขึ้นครั้งแรกในการชุมนุมของพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย (พธม.) ปี 2551 เอาเข้าจริง ผู้กองปูเค็มไม่ใช่พวกนักบู๊อะไรที่ไหน แต่ชอบเป็นนักรบไซเบอร์ สร้างกระแสผ่านสื่อออนไลน์ สื่อโซเชียล

ปี 2556 ผู้กองปูเค็ม ตั้งกองทัพนิรนาม ออกมาเคลื่อนไหวผ่านเฟซบุ๊กและทวิตเตอร์ ประกาศล้มรัฐบาลยิ่งลักษณ์ และนำกำลังเข้าร่วมกลุ่มกองทัพประชาชน โค่นระบอบทักษิณ จัดการชุมนุมที่สวนลุมพินี

ระหว่างเลือกตั้ง 2562 ผู้กองปูเค็มกลับมาช่วย นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม หาเสียงเลือกตั้ง แต่ “หมอวรงค์” พ่ายแพ้แก่นักการเมืองหน้าใหม่จากอนาคตใหม่

ขณะที่แกนนำพรรคอนาคตใหม่บุกต่างจังหวัด จุดกระแสแก้ไขรัฐธรรมนูญ 2560 ผู้กองปูเค็มจึงออกแคมเปญ “ธนาธรไปไหน ปูเค็มไปด้วย” บนหน้าเฟซบุ๊กส่วนตัว เขาเดินทางขึ้นเหนือล่องใต้ไปทุกกำหนดการที่หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ จัดกิจกรรมในต่างจังหวัด

พ.อ.ทวี แก้วกลับ

ล่าสุด ผู้กองปูเค็มล่องใต้ เกาะติดความเคลื่อนไหวของธนาธร ตั้งแต่นครศรีธรรมราช กระบี่ พัทลุง และสงขลา

18 สิงหาคม 2562 ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ลงพื้นที่รับฟังปัญหาความเดือดร้อนของชาวบ้านใน จ.พัทลุง และตกค่ำ มีนัดพบสมาชิกพรรคอนาคตใหม่ที่ร้านคอนเทนเนอร์บาร์ ถนนบายพาส พัทลุง

ผู้กองปูเค็มไปยกป้ายตามนัดหมายที่หน้าร้าน ซึ่งปรากฏว่า “พ.อ.ทวี แก้วกลับ” นายทหารนอกราชการได้ออกมาต่อต้านการเคลื่อนไหวของผู้กองปูเค็ม มีการปะทะคารมกันตามคลิปที่มีคนแชร์กันมากมาย

“พ.อ.ทวี” ได้ให้สัมภาษณ์กับจอม เพชรประดับ ว่า 5 ปีที่ผ่านมา ความคิดและมุมมองทางการเมืองของคนในจังหวัดภาคใต้เปลี่ยนแปลงไปมากแล้ว แม้ในอดีตเคยสนับสนุนแนวคิดของฝ่ายอนุรักษนิยม เมื่อการเมืองตามวิถีทางประชาธิปไตยถูกทำลายกลายเป็นการเมืองแบบเผด็จการ จึงเป็นบทเรียนอย่างสำคัญสำหรับคนใต้

สำหรับ พ.อ.ทวี แก้วกลับ อดีตทหารสังกัดเหล่าทหารพระธรรมนูญ เหล่าทหารสารวัตร และเหล่าทหารปืนใหญ่ เมื่อการเลือกตั้ง 24 มีนาคม 2562 พ.อ.ทวีเป็นผู้สมัคร ส.ส.พรรคเพื่อไทย ลงสนามเขต 2 พัทลุง

คลิป พ.อ.ทวี เจอผู้กองปูเค็ม

จากผลการเลือกตั้ง พ.อ.ทวีได้ไม่กี่พันคะแนน ผู้สมัครพรรคอนาคตใหม่ได้ 6 พันคะแนน ขณะที่ผู้ชนะเลือกตั้งจากพรรคภูมิใจไทย ได้เกือบ 5 หมื่นคะแนน

จากเหตุการณ์หน้าร้านอาหารเมืองพัทลุง พ.อ.ทวี ได้ฉายา “นายทหารประชาธิปไตยพัทลุง” จากกองเชียร์ส้มหวาน ด้านผู้กองปูเค็มรู้สึกเฉยๆ เมื่อฝ่ายตรงข้ามพยายามปั้น “พ.อ.ทวี” ให้เป็นฮีโร่

นี่คือเค้าลางของสงครามเงา สงครามแบ่งขั้วรอบใหม่ ผ่านการเผชิญหน้าของอดีตนายทหารสองขั้ว

ซื้อที่ดินจากการขายทอดตลาด แต่ออกโฉนดไม่ได้ : ใครรับผิด #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/384778?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=scoop

ซื้อที่ดินจากการขายทอดตลาด แต่ออกโฉนดไม่ได้ : ใครรับผิด

23 สิงหาคม 2562 – 08:01 น.
ซื้อที่ดิน,ขายทอดตลาด,โฉนด,รื่องน่ารู้ว่านนี้กับคดีปกครอง,นายปกครอง
เปิดอ่าน 3,445 ครั้ง

คอลัมน์… เรื่องน่ารู้ว่านนี้…กับคดีปกครอง โดย… นายปกครอง

 เอกสารสิทธิในที่ดินหรือหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (นส.3 ก) ที่เปลี่ยนเป็นโฉนดที่ดินแล้ว

มีผลให้หนังสือรับรองการทำประโยชน์ (นส.3 ก) ฉบับเดิม ถูกยกเลิกไป ซึ่งกรมที่ดินได้กำหนดแนวปฏิบัติให้เจ้าพนักงานที่ดินจะต้องหมายเหตุในหนังสือแสดงสิทธิในที่ดินฉบับเดิม พร้อมขีดคร่อมด้วยข้อความว่า “นส. 3 ก ฉบับนี้ยกเลิกเพราะได้ออกโฉนดที่ดินเลขที่…ตั้งแต่วันที่…” พร้อมกับลงชื่อกำกับไว้เป็นหลักฐาน และแจ้งนายอำเภอหรือปลัดอำเภอ เพื่อหมายเหตุในฉบับพนักงานเจ้าหน้าที่ที่เก็บไว้ ณ สำนักงานที่ดินให้ตรงกัน เพื่อเป็นการป้องกันการทุจริตนำเอกสารสิทธิในที่ดินฉบับที่ถูกยกเลิก ไปขายหรือประกันเงินกู้ หรือออกเอกสารสิทธิซ้ำ

เรื่องน่ารู้วันนี้… เป็นกรณีที่เจ้าพนักงานที่ดินไม่ได้ดำเนินการตามแนวปฏิบัติดังกล่าว เป็นเหตุให้ไม่มีผู้ใดทราบว่าหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (นส.3 ก) แปลงพิพาทได้ถูกยกเลิกไปแล้ว และเมื่อศาลสั่งยึดที่ดินเพื่อขายทอดตลาด โดยสำนักงานบังคับคดีได้มีหนังสือแจ้งการยึดอสังหาริมทรัพย์และขอทราบราคาประเมินไปยังสำนักงานที่ดิน รวมทั้งเมื่อผู้ประมูลซื้อที่ดินจากการขายทอดตลอดได้ไปขอจดทะเบียนโอนเป็นชื่อของตน เจ้าพนักงานที่ดินก็มิได้ทักท้วง จนกระทั่งผู้ซื้อได้ขอออกใบแทนหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (นส.3 ก) และต่อมาได้นำใบแทนไปขอออกโฉนดที่ดิน จึงทราบว่าหนังสือรับรองการทำประโยชน์แปลงดังกล่าว ได้ถูกยกเลิกไปแล้วตามมาตรา 59 เบญจ แห่งประมวลกฎหมายที่ดิน เพราะเจ้าของที่ดินเดิมได้ขอออกโฉนดที่ดินไปแล้ว

ผู้ซื้อที่ดิน เห็นว่า การที่ตนไม่สามารถขอออกโฉนดที่ดินและเข้าครอบครองทำประโยชน์ในที่ดิน นส.3 ก ที่ซื้อมาได้ เนื่องจากเจ้าพนักงานที่ดินไม่บันทึกหมายเหตุในสารบบหนังสือแสดงสิทธิในที่ดิน นส.3 ก ว่ามีการออกโฉนดที่ดินแล้ว จึงยื่นฟ้องกรมที่ดินต่อศาลปกครองขอให้มีคำพิพากษาให้ชดใช้ค่าสินไหมทดแทนและให้ชำระดอกเบี้ยให้แก่ผู้ฟ้องคดี

กรณีนี้… เจ้าพนักงานที่ดินอ้างว่า ผู้ฟ้องคดีไม่ได้เข้าไปตรวจสอบความถูกต้องของที่ตั้งที่ดินและผู้ถือกรรมสิทธิ์ในที่ดิน รวมถึงรายละเอียดเกี่ยวกับที่ดินซึ่งเป็นการผิดปกติวิสัยของบุคคลทั่วไป พฤติการณ์ถือเป็นความประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรงและถือเป็นการยอมเสี่ยงภัยของผู้ฟ้องคดีเอง

          ประเด็นที่พิจารณาคือ พฤติกรรมของผู้ฟ้องคดี ถือว่าประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรงหรือไม่? และกรมที่ดินได้กระทำละเมิดผู้ฟ้องคดีจากการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ในสังกัดหรือไม่?

ศาลปกครองสูงสุด วินิจฉัยว่า เมื่อเจ้าพนักงานที่ดินได้ออกโฉนดที่ดินฉบับพิพาทให้เจ้าของที่ดินเดิม โดยมิได้หมายเหตุยกเลิกในหนังสือแสดงสิทธิที่ดิน นส.3 ก ฉบับเดิม รวมทั้งในสารบบที่ดิน และทะเบียนหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (นส.3 ก) โดยใช้ระวางรูปถ่ายทางอากาศ (นส.8) ว่าเอกสารสิทธิดังกล่าวได้มีการออกโฉนดที่ดินแล้วตามแนวปฏิบัติของผู้ถูกฟ้องคดี เป็นเหตุให้มีการออกใบแทน นส.3 ก และขายที่ดินให้แก่ผู้ฟ้องคดีซึ่งซื้อที่ดินจากการขายทอดตลาด

          ทั้งนี้หากเจ้าหน้าที่ของผู้ถูกฟ้องคดี ได้ใช้ความระมัดระวังหรือความรอบคอบในการปฏิบัติหน้าที่ โดยการหมายเหตุในหนังสือแสดงสิทธิในที่ดินเดิมว่ามีการออกโฉนดที่ดินไปแล้ว ก็จะทำให้มีการตรวจสอบความถูกต้องของการออกเอกสารสิทธิได้โดยง่าย อีกทั้งเมื่อเจ้าของที่ดินเดิมไม่ส่งมอบ นส.3 ก ฉบับผู้ถือให้แก่ศูนย์อำนวยการสำรวจฯ โดยอ้างว่าจะขอเก็บไว้เอง เจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบก็มิได้ทักท้วงหรือทวงถาม นส.3 ก ฉบับผู้ถือมาเก็บไว้ เมื่อผู้ฟ้องคดีซื้อที่ดินจากการขายทอดตลาด แต่ไม่สามารถนำหนังสือแสดงสิทธิในที่ดิน นส.3 ก ไปยื่นขอออกโฉนดที่ดินและเข้าครอบครองใช้ประโยชน์ในที่ดินได้ ความเสียหายดังกล่าวจึงเป็นผลโดยตรงจากการที่เจ้าหน้าที่ของผู้ถูกฟ้องคดีปฏิบัติหน้าที่โดยมิได้ใช้ความระมัดระวังตามสมควรแก่พฤติการณ์ และไม่ปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมาย ระเบียบและแนวปฏิบัติของผู้ถูกฟ้องคดีที่กำหนดไว้ จึงเป็นการกระทำละเมิดต่อผู้ฟ้องคดี 

          และมิได้เกิดจากความประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรงของผู้ฟ้องคดี เพราะแม้ผู้ฟ้องคดีจะตรวจสอบรายละเอียดเกี่ยวกับทรัพย์สินก่อนจะซื้อขายก็ไม่อาจจะทราบได้ ผู้ถูกฟ้องคดีซึ่งเป็นหน่วยงานต้นสังกัดของเจ้าหน้าที่จึงต้องรับผิดชดใช้ค่าสินไหมทดแทนให้แก่ผู้ฟ้องคดีตามจำนวนที่จ่ายจริง พร้อมดอกเบี้ยตามกฎหมาย

คดีนี้ศาลปกครองสูงสุดได้วินิจฉัยวางแนวทางในการปฏิบัติราชการที่ดี… สำหรับหน่วยงานทางปกครองและเจ้าหน้าที่ของรัฐที่มีอำนาจหน้าที่ในการรับรองและออกเอกสารสิทธิของราชการ โดยเฉพาะเอกสารสิทธิในที่ดินซึ่งเป็นการรับรองคุ้มครองสิทธิในทรัพย์สินของบุคคล อันถือเป็นเรื่องสำคัญและมีมูลค่าสูง

ฉะนั้นในการดำเนินการใดๆ เกี่ยวกับเอกสารสิทธิในที่ดิน เจ้าหน้าที่ต้องตรวจสอบเอกสารหลักฐานด้วยความรอบคอบระมัดระวัง และต้องปฏิบัติตามขั้นตอนรวมถึงวิธีการที่กฎหมาย ระเบียบที่เกี่ยวข้องและแนวปฏิบัติที่หน่วยงานได้กำหนดไว้อย่างเคร่งครัด เช่น การหมายเหตุยกเลิกในเอกสารสิทธิ นส.3 ก ที่ได้เปลี่ยนเป็นโฉนดที่ดินแล้ว หากเจ้าหน้าที่ไม่ปฏิบัติตามและก่อให้เกิดความเสียหายแก่บุคคลภายนอกผู้สุจริตดังเช่นคดีนี้ หน่วยงานของรัฐต้นสังกัดของเจ้าหน้าที่ต้องรับผิดชดใช้ค่าสินไหมทดแทน ตามพระราชบัญญัติความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ.ศ.2539 นอกจากนี้เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติหน้าที่อาจถูกสอบสวนความรับผิดทางละเมิดด้วย

(ผู้ที่สนใจสามารถอ่านรายละเอียดของคดีได้จากคำพิพากษาศาลปกครองสูงสุดที่ อ. 70/2560 และปรึกษาคดีปกครองได้ที่สายด่วนศาลปกครอง 1355 รวมทั้งสืบค้นเรื่องอื่นๆ ได้จาก http://www.admincourt.go.th เมนูวิชาการ เมนูย่อยอุทาหรณ์จากคดีปกครอง)

ภารกิจ ลุงป้อม กับ งูอิสระ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/384777?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=scoop

ภารกิจ ลุงป้อม กับ งูอิสระ

23 สิงหาคม 2562 – 07:43 น.
พลอประวิตร วงษ์สุวรรณ,พลังประชารัฐ,งูเห่า,ครม
เปิดอ่าน 1,316 ครั้ง

บทบรรณาธิการ หนังสือพิมพ์ คมชัดลึก ฉบับวันศุกร์ที่ 23 สิงหาคม 2562

ทำเอาพลังประชารัฐลุกเป็นไฟขึ้นมาทันทีเมื่อ “บิ๊กป้อม” พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานยุทธศาสตร์พรรคพลังประชารัฐ(พปชร.) เข้าทำงานเป็นครั้งแรกเมื่อวันที่ 20 สิงหาคม ที่ผ่านมา ซึ่งต้องยอมรับว่าเป็นการเปิดตัวของพี่ใหญ่ 3 ป.ที่ร้อนแรงสุดๆ เพราะแค่ครั้งแรกของการนั่งหัวโต๊ะของบิ๊กป้อม เรียกเสียงฮือฮาจนคนในพลังประชารัฐต้องยอมใจไปตามๆ กัน โดยเฉพาะการแสดงวิสัยทัศน์เรื่องการแก้ปัญหาเสียงปริ่มน้ำในสภาได้อย่างแซบซ่า

ด้วยภารกิจที่หนักอึ้งในการพาเรือเหล็กของน้องรักบิ๊กตู่ไปให้ถึงฝั่งฝันอย่างมั่นคงแล้ว “บิ๊กป้อม” จึงจำเป็นต้องทำทุกหนทางเพื่อแก้ปัญหาการขาดเสถียรภาพของรัฐบาลในเรื่องเสียงปริ่มน้ำให้ได้ ซึ่งภารกิจแรกคือการไล่บี้ให้ 5 รัฐมนตรีพลังประชารัฐที่เป็นส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์ ประกอบด้วย ณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รมว.ศึกษาธิการ สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รมว.อุตสาหกรรม พุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รมว.ดิจิทัลฯ สมศักดิ์ เทพสุทิน รมว.ยุติธรรม สันติ พร้อมพัฒน์ รมช.คลัง ให้พิจารณาเรื่องลาออกจากส.ส. ไปเป็นรัฐมนตรีอย่างเดียว เพื่อเปิดทางให้ผู้สมัครในบัญชีรายชื่อลำดับถัดไปถูกดันขึ้นมาเป็นส.ส. โดยวิธีนี้จะทำให้ปัญหาเสียงปริ่มน้ำในสภาแก้ขัดไปได้พอประมาณ

แต่ใช่ว่าทุกอย่างจะราบรื่นไปหมดเพราะจนถึงขณะนี้ยังไม่มี 5 รัฐมนตรีคนใดส่งสัญญาณเชิงบวกตอบรับคำขอร้องแกมบังคับของ “บิ๊กป้อม” โดยทุกคนเลือกที่จะเป็นใบ้กับสถานการณ์ดังกล่าว เพราะคงไม่มีใครอยากจะเสี่ยงกับอาการ “ขาลอย” หากยอมลาออกจากส.ส.ในวันนี้ก็อาจเป็นคนไร้ค่าในวันข้างหน้า เพราะไม่มีใครรู้อนาคตหากสถานการณ์การเมืองบีบคั้นถึงขนาดต้องปรับ ครม. และหาก 5 รัฐมนตรีคนใดคนหนึ่งถูกเขี่ยออกจากตำแหน่งจะทำให้พวกเขาไม่มีที่ยืนทางการเมืองในทันที เพราะไม่ได้เป็นส.ส.แล้ว ดังนั้นด้วยสถานการณ์เช่นนี้จึงไม่แปลกใจที่ 5 รมต.จะเลือกอยู่นิ่งๆ ไปก่อนจะดีกว่า

เมื่อการเมืองวันนี้ไม่ใช่เรื่องของประเทศชาติ แต่กลายเป็นเรื่องผลประโยชน์ส่วนตัวไปแล้ว ดังนั้นจากนี้ต่อไปคงขึ้นอยู่กับบารมีของ “บิ๊กป้อม” ว่าจะมีทีเด็ดทีขาดแค่ไหนในการจัดการปัญหาเหล่านี้ อย่างไรก็ตามของอย่างนี้มันคงต้องมีแผนสำรองกันบ้างเมื่อปัญหาการแก้ไขเสียงปริ่มน้ำภายในพรรคดูท่าจะยังสะสางได้ยาก ดังนั้นจึงไม่แปลกอะไรที่ช่วงนี้จะมีข่าวการควานหา “งูเห่า” เข้าคอกพลังประชารัฐจากพรรคต่างๆ งานนี้คงต้องจับตาดูกันแบบห้ามกะพริบ โดยเฉพาะพรรคลุงมิ่ง “มิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์” อดีตหัวหน้าพรรคเศรษฐกิจใหม่ ที่กำลังถูกเพ่งเล็งอย่างหนัก โดยเฉพาะการเปิดแถลงข่าวให้สัมภาษณ์แบบมีนัยแปลกๆว่าเศรฐกิจใหม่ยังเป็นฝ่ายค้าน แต่จะเป็นฝ่ายค้านที่ยึดถือ “เอกสิทธิ์” ในการออกเสียงตามระบอบประชาธิปไตย โดยยึดเอามติพรรคเป็นที่ตั้ง และในบางครั้งหากมีความเห็นไม่ตรงกับอีก 6 พรรคร่วมฝ่ายค้าน “เศรษฐกิจใหม่ก็อาจจะโหวตสวน”….คำพูดนี้ชัดเจนทุกอย่าง หรือเศรษฐกิจใหม่กำลังจะแปลงร่างเป็น “งูอิสระ”..ลองคิดดู..?

ทิ้งเพื่อแม้ว ทุนแดงเมืองช้าง เลือกข้าง”ลุงตู่” #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/384628?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=scoop

ทิ้งเพื่อแม้ว ทุนแดงเมืองช้าง เลือกข้าง”ลุงตู่”

22 สิงหาคม 2562 – 10:45 น.
เจาะประเด็นร้อน,ท่องยุทธภพ,จตุพร พรหมพันธุ์,นายกฯเป๊ปซี่,พรรคพลังประชารัฐ,บิ๊กตู่,รายงานพิเศษ,ขุนน้ำหมึก,เสื้อแดง,แกนนำเสื้อแดง,ผู้สมัคร สสแบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อชาติ,พรรคเพื่อชาติ
เปิดอ่าน 101,676 ครั้ง

คอลัมน์ “ท่องยุทธภพ” โดย”ขุนน้ำหมึก” หนังสือพิมพ์คมชัดลึก ฉบับวันที่ 22 ส.ค.62

********************************

ลุงตู่” ไปเมืองสุรินทร์เที่ยวนี้คุ้มจริงๆ นอกจากจะได้ช่วยแก้ปัญหาภัยแล้งให้ชาวบ้าน ยังได้พบ ..สุรินทร์ พรรคเพื่อไทยคือ มานิตย์ สังข์พุ่มตี๋ใหญ่ พูนศรีธนากูล และคุณากร ปรีชาชนะชัย มารอต้อนรับ แม้วันนี้ “..” ยังไม่ย้าย แต่อาจช่วย “ยก” ให้เป็นครั้งคราว

จริงๆ แล้ว ไม่ได้มีเพียงแค่นี้ “ธีระทัศน์ เตียวเจริญโสภา” อดีตส..สุรินทร์ ยังพา “โรจนินทร์ หิรัญโชคอนันต์” อดีตผู้สมัคร ส..แบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อชาติ มารายงานตัวต่อนายกฯ ลุงตู่ ในฐานะสมาชิกใหม่พรรคพลังประชารัฐ

นายกเป๊ปซี่” ซบลุงตู่

ผลการประชุมครม.เมื่อวันที่ 20 สิงหาคม 2562 มีการแต่งตั้งข้าราชการการเมืองอีกชุดใหญ่ ปรากฏว่า ร..ธรรมนัส พรหมเผ่า รมช.เกษตรและสหกรณ์ เสนอแต่งตั้งข้าราชการการเมือง คน ซึ่งหนึ่งในนั้นคือ “นายกเป๊ปซี่” โรจนินทร์ หิรัญโชคอนันต์ อดีตผู้สมัคร ส..แบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อชาติ

 นายกเป๊ปซี่” เป็นอดีตนายกเทศมนตรีตำบลกังแอน อ.ปราสาท จ.สุรินทร์ และเป็นเจ้าของโรงสีข้าวขนาดใหญ่ แห่งในพื้นที่ อ.ปราสาท

วันที่ พล..ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เดินทางไปสุรินทร์ “เฮียเกิ๊ด” ธีระทัศน์ เตียวเจริญโสภา อดีต ส..สุรินทร์ และอดีตผู้สมัคร ส..เขต พรรคพลังประชารัฐ ได้พา “นายกเป๊ปซี่” ไปพบนายกฯ ลุงตู่

ธีระทัศน์ เตียวเจริญโสภา อดีต ส.ส.สุรินทร์ พา “นายกฯ เป๊ปซี่” มาแนะนำตัวกับ พล.อ.ประยุทธ์

ย้อนไปก่อนหน้านั้น ธีระทัศน์ เตียวเจริญโสภา ได้ประสานงานไปยัง ร..ธรรมนัส พรหมเผ่า รมช.เกษตรฯ  ให้ลงพื้นที่มาดูสถานการณ์ภัยแล้งที่สุรินทร์ โดยวันนั้น “เฮียเกิ๊ด” เป็นคนบรีฟให้รัฐมนตรีฟังอย่างละเอียด

ธีรทัศน์ เตียวเจริญโสภา พา ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ดูภัยแล้งที่สุรินทร์

วันอังคารที่ผ่านทั้ง “เฮียเกิ๊ด” และ “นายกเป๊ปซี่” ต่างได้รับการแต่งตั้งเป็น “กรรมการผู้ช่วยรัฐมนตรี” ปฏิบัติหน้าที่ตามที่นายกรัฐมนตรีมอบหมาย

ชัดเจนว่านายทุนพรรคเพื่อชาติเมืองช้างโบกมือลาบ้านเก่าผลงานอันยอดเยี่ยมของผู้กองธรรมนัสอีกแล้ว 

อดีตนายทุนโรงสีเสื้อแดง

จ่าเสื้อแดง” จ...ประสิทธิ์ ไชยศรีษะ อดีตส..สุรินทร์ พรรคเพื่อไทย ย้ายมาสังกัดพรรคเพื่อชาติ ซึ่งตัวเองลงสมัคร ส..ไม่ได้ จึงให้ภรรยายิ่งลักษณ์ ไชยศรีษะ ลงสมัคร ส..ที่เขต .สังขะ แทน โดยเขต .ปราสาท จ่าประสิทธิ์ เปิดทางให้ “ทุนโรงสีเมืองช้าง” 

นายกเป๊ปซี่ อดีตผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคเพื่อชาติ

เนื่องจาก “นายกเป๊ปซี่” สนับสนุนพรรคไทยรักไทย หรือพรรคเพื่อไทยมานาน จึงรู้จักนักการเมืองสาย “เพื่อแม้ว” เป็นอย่างดี และรู้จักมักคุ้นกับ “จตุพร พรหมพันธุ์” ประธาน นปช.

เมื่อจตุพร และจ่าประสิทธิ์ชวนให้ลงสมัครส.. “นายกเป๊ปซี่” ก็ลาออกจากนายกเทศมนตรีตำบลกังแอน ลุยการเมืองเต็มตัว โดยตัวนายกเป๊ปซี่อยู่ในบัญชีรายชื่อลำดับที่ 10 และส่งคนใกล้ชิดของจันทอง ทะนงตน ลง ส..เขต

พรรคเพื่อชาติใช้โรงสีนายกเป๊ปซี่หาเสียง

มีนาคม 2562 ที่ลานอเนกประสงค์โรงสีของนายกเป๊ปซี่ ต.กังแอน อ.ปราสาท จ.สุรินทร์ จตุพร พรหมพันธุ์ ยกพลไปหาเสียงช่วยจันทอง ทะนงตน ผู้สมัคร ส..เขต โดยนายกเป๊ปซี่ขึ้นเวทีด้วยท่ามกลางกองเชียร์นับหมื่นคน แต่ผลการเลือกตั้ง คนของนายกเป๊ปซี่ได้แค่ พันคะแนน

จตุพร ไปหาเสียงที่ อ.ปราสาท จ.สุรินทร์

วันนี้นายกเป๊ปซี่ไม่หยุดเล่นการเมือง ช่วงมีภัยแล้งใน ต.กังแอน ก็ควักเงินเจาะบ่อบาดาลให้ชาวบ้านมีน้ำกินน้ำใช้

เดอะตู่” ลาเพื่อแม้ว

อันที่จริงพรรคเพื่อชาติตกไปอยู่ในมือ ยงยุทธ ติยะไพรัช เรียบร้อยแล้ว ส..บัญชีรายชื่อ คนของพรรคก็อยู่ในกำมือ “ยุทธ แม่จัน” คน เหลือเพียง “อารี ไกรนรา” ที่ยังยืนเคียงข้างจตุพร

เดอะตู่” รู้ชะตากรรม จึงอพยพออกจากอิมพีเรียล ลาดพร้าว ชั้น ไปอยู่บ้านหลังใหม่ นั่นหมายถึงการหันหลังให้พรรคเพื่อแม้วโดยสิ้นเชิง

จตุพร พรหมพันธุ์

สองเดือนก่อน “จตุพร” พร้อมด้วยแกนนำ นปช.สายเดอะตู่ ได้ทำพิธีวางศิลาฤกษ์อาคารที่ทำการสถานีโทรทัศน์พีซทีวีแห่งใหม่ ซอยรามอินทรา 40 (ซอยวัดนวลจันทร์)

ระหว่างรอสำนักงานใหม่ จตุพรและแฟนคลับ ยังปักหลักที่ร้านกาแฟ Peace Coffee ชั้น อิมพีเรียล ลาดพร้าว โดยทุกวันอาทิตย์จะมีการจัดรายการทอล์กการเมืองและดนตรี

อนาคตข้างหน้า จตุพรยังฝันถึง “พรรคการเมืองมวลชน” โดยจะสรุปบทเรียนจากความล้มเหลวของพรรคเพื่อชาติ พรรคเพื่อไทย และพรรคพลังประชาชน

ต้องปลดแอกจาก “พรรคเถ้าแก่” สร้างพรรคทางเลือกใหม่ให้ประชาชน