เดอะมาร์เก็ต กิฟท์ เฟสติวัล #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/461277

news_default

เดอะมาร์เก็ต กิฟท์ เฟสติวัล

วันศุกร์ ที่ 20 ธันวาคม พ.ศ. 2562, 06.00 น.

มายด์-ลภัสลัล จิรเวชสุนทรกุล เนตไอดอล และดารา นักแสดงสาววัยรุ่น ชวนช็อป ชิล ท้าลมหนาวที่ศูนย์การค้า เดอะ มาร์เก็ต ราชประสงค์ ศูนย์รวมแห่งร้านค้าอาหารรสเลิศ สินค้าไลฟ์สไตล์ และบริการสุดประทับใจ ไฮไลท์ภารกิจช็อปพิชิตของฝากของน้องมายด์อยู่ในงานThe Market Gift Festival เทศกาลความสุขและแหล่งรวมของขวัญครบในที่เดียว  ที่ ศูนย์การค้า เดอะ มาร์เก็ต แบงคอก พิกัดใจกลางเมืองย่านราชประสงค์ เพลิดเพลินกับการเลือกสรรของขวัญที่ถูกใจจากร้านค้ามากมายหลากไอเดียพร้อมโปรโมชั่นพิเศษ ช็อป กิน ดื่ม ภายในศูนย์ครบ 300 บาทขึ้นไป รับของรางวัลพิเศษสำหรับ 150 ท่านแรก / วัน ณ  จุดบริการลานกิจกรรมชั้น M ระหว่างวันที่ 20 ธันวาคม 2562-5 มกราคม 2563

คอลเลคชั่นพิเศษส่งท้ายปี Jaspal X Megan Hess #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/461279

คอลเลคชั่นพิเศษส่งท้ายปี Jaspal X Megan Hess

วันศุกร์ ที่ 20 ธันวาคม พ.ศ. 2562, 06.00 น.

โดดเด่นด้วยดีไซน์ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว จนครองใจเหล่าแฟชั่นนิสต้ามาทุกซีซั่น ไม่ว่าคอลเลคชั่นไหนก็ไม่เคยทำให้แฟนคลับสาวกแบรนด์ต้องผิดหวังสำหรับ “ยัสปาล” (Jaspal) แบรนด์แฟชั่นและแอคเซสซอรี่สัญชาติไทยที่โด่งดังไกลระดับโลก โดยการบริหารของ วิเศษ สิงห์สัจจเทศ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บริษัท ยัสปาล จำกัด ล่าสุดได้ร่วมคอลลาบอเรชั่น (Collaboration)กับศิลปินหญิง “Megan Hess” (เมแกน เฮส)นักวาดภาพประกอบด้านแฟชั่นและออกแบบกราฟิกฝีมือระดับโลกที่ทำงานร่วมกับแบรนด์หรูทั่วโลกมาแล้วมากมาย สร้างสรรค์คอลเลคชั่นสุดพิเศษส่งท้ายปี “Jaspal X Megan Hess”(ยัสปาล เอ็กซ์ เมแกน เฮส) พร้อมจัดงานเปิดตัวอย่างยิ่งใหญ่ โดยได้รับเกียรติจาก เมแกน เฮส (Megan Hess) ซึ่งบินตรงจากประเทศออสเตรเลีย มาร่วมงานและพูดคุยอย่างเป็นกันเองเกี่ยวกับคอลเลคชั่นสุดพิเศษแห่งปีที่เธอได้ร่วมออกแบบ ภายใต้ชื่อ“Jaspal X Megan Hess” (ยัสปาล เอ็กซ์ เมแกน เฮส)

ในงานมีเหล่าเซเลบริตี้สายแฟชั่นนิสต้า มาร่วมอัพเดตคอลเลคชั่นอย่างสนุกสนาน อาทิ แคโรไลน์ เมอร์ฟีย์, นภาลัยอารีสรณ์, พิชฐญาณ์ โอสถเจริญผล, อภินรา ศรีกาญจนา, เฌอริลิณอิศราวรพิทักษ์, ณริสาห์ วิวัฒนกิจเจริญ, พริษฐ์ชยาดา พิริยะเมธา,กาญจนาพร เธียรชาติอนันต์, ณัฐริยา โค้วไพโรจน์, กุลมาศ สารสาส, ฉัตรชัย เพียงอภิชาต, ณภศศิ สุรวรรณ, เฌอริลิณอัศราวรพิทักษ์, พัณณ์ชิตา เกื้อกูลพิทักษ์, สโรชา บุรินทร์ ฯลฯณ ชั้น 1 แฟชั่นแกลเลอรี่ 3 ศูนย์การค้าสยามพารากอน

วิเศษ สิงห์สัจจเทศ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บริษัทยัสปาล จำกัด กล่าวว่า กว่า 47 ปีแล้วที่แบรนด์ “ยัสปาล” (Jaspal)ไม่หยุดสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ เพื่อให้ทันกับวงล้อของอุตสาหกรรมแฟชั่นโลกที่ไม่เคยหยุดนิ่ง ซึ่งครั้งนี้นับเป็นอีกหนึ่งความภาคภูมิใจ ที่ได้ร่วมงานกับ เมแกน เฮส ที่ผ่านมาเธอได้ทำงานร่วมกับแบรนด์แฟชั่นมากมาย จนเป็นที่ยอมรับในฝีมือและเป็นที่ต้องการจากแบรนด์หรูทั่วโลก นอกจากนี้ ไลฟ์สไตล์ของเธอก็น่าทึ่งพอๆ กับลายเส้นที่เธอบรรจงออกแบบ สำหรับคอลเลคชั่น “Jaspal X Megan Hess” (ยัสปาล เอ็กซ์ เมแกน เฮส) ได้มีการผสมผสานความเป็นไทยลงไปด้วย เช่น การนำคาแร็กเตอร์ “ช้าง” ซึ่งเป็นสัญลักษณ์คู่บ้านคู่เมืองของไทยมาร่วมอยู่ในชิ้นงานได้อย่างลงตัว เป็นที่น่าเซอร์ไพรส์แฟนๆ ชาวไทย หรือคาแร็กเตอร์ Claris the mouse (คลาริสเดอะเมาส์) หนูน้อยน่ารักซึ่งมีความหมายสื่อถึงปีหนูทองของไทยในปี 2563 มาร่วมครีเอทเป็นชิ้นงานใหม่ได้อย่างลงตัวอีกด้วยหวังว่าจะถูกใจเหล่าแฟชั่นนิสต้าชาวไทยส่งท้ายปลายปีนี้

ด้าน เมแกน เฮส เผยว่า นี่เป็นครั้งแรกที่ได้ร่วมงานกับแบรนด์สัญชาติไทย รู้สึกตื่นเต้นและประทับใจมาก สำหรับคอนเซ็ปต์ของคอลเลคชั่นเป็นการนำเสนอเกี่ยวกับเทศกาลแห่งการเฉลิมฉลองที่กำลังจะมาถึง นั่นคือวันคริสต์มาสและวันขึ้นปีใหม่ ซึ่งไม่ว่าจะเป็นเด็กหรือผู้ใหญ่ต่างก็เฝ้ารอที่จะฉลองอย่างมีความสุขในเทศกาลเหล่านี้ จึงพยายามวาดภาพเพื่อถ่ายทอดมันออกมาผ่านชิ้นงาน ให้แต่ละชิ้นเต็มไปด้วยความสนุก เข้าใจง่าย มีความสุข และทำให้รู้สึกเหมือนฝันอยู่ในเวทมนตร์ ส่วนไอเท็มโปรดได้แก่ แอคเซสเซอรี่โดยเฉพาะกระเป๋าใส่โทรศัพท์มือถือ หรือจะใส่ของชิ้นเล็กชิ้นน้อยซึ่งได้รับการออกแบบมาอย่างประณีต มีดีเทลที่สวยงามด้วยสายสะพายโซ่พร้อมประดับไข่มุก นอกจากนี้ ยังชอบกระเป๋าใส่นามบัตรที่มี Claris the mouse (คลาริส เดอะ เมาส์) ออกมาจากช่องเสียบบัตรดูน่ารักมากๆ

สำหรับคอลเลคชั่น “Jaspal X Megan Hess” (ยัสปาล เอ็กซ์ เมแกน เฮส) ถือได้ว่าเป็นครั้งแรกในประเทศไทยที่ เมแกน เฮส
ได้ร่วมสร้างสรรค์ผลงานกับแบรนด์แฟชั่นแนวหน้าของไทย โดยคอลเลคชั่นพิเศษนี้เป็นการนำ “ผลงานอาร์ตเวิร์ก” (Art work) ที่ Megan ได้ดีไซน์ขึ้นมาโดยเฉพาะจำนวน 6 ลาย มาสกรีนลงบนเสื้อที-เชิ้ต T-Shirt นอกจากนี้ยังมีคาแร็กเตอร์พิเศษต้อนรับปีหนูทองในปี 2563 ที่ใครๆ เห็นเป็นต้องหลงรัก อย่าง Claris the mouse (คลาริส เดอะ เมาส์) จำนวน 4 ลาย รวมไปถึงแอคเซสซอรี่สินค้าไลฟ์สไตล์ อาทิ ผ้าพันคอ, กระเป๋า, กระเป๋าเครื่องสำอาง, หมอน ฯลฯ และที่ขาดไม่ได้อีกอย่างคือ สินค้าเด็ก ที่ออกแบบให้คุณแม่และลูกได้ใส่คอลเลคชั่นพิเศษนี้คู่กัน เชื่อว่าต้องสุดน่ารักและประทับใจ ให้เหล่าแฟชั่นนิสต้าได้เก็บสะสมและเป็นของขวัญสุดชิคหรือเพื่อมอบให้คนที่คุณรักต้อนรับเทศกาลคริสต์มาสและปีใหม่นอกจากนี้ ยังเนรมิตป๊อปอัพ สโตร์ (Pop up Store) ในบรรยากาศกลิ่นอายปารีสผสมผสานความงามที่เป็นเอกลักษณ์ความเป็นตัวตนของ Megan Hess” (เมแกน เฮส) ผ่าน lifestyle ของเธอ อาทิ Working room, Living room และ Dining room อีกด้วย

แฟนคลับแบรนด์ ยัสปาล และ เมแกน เฮส มาช็อปปิ้งคอลเลคชั่นพิเศษพร้อมถ่ายรูปแบบชิคๆ กับป๊อปอัพสโตร์ (Popup Store) สุดเก๋พร้อมรับของที่ระลึกจากคอลเลคชั่นพิเศษนี้ได้ตั้งแต่นี้จนถึงวันที่ 5 มกราคม 2563 ณ ชั้น 1 แฟชั่นแกลเลอรี่3 ศูนย์การค้าสยามพารากอนและช็อปคอลเลคชั่น “Jaspal X Megan Hess” (ยัสปาล เอ็กซ์ เมแกน เฮส) พร้อมกันได้ที่ร้านยัสปาล (Jaspal) ทุกสาขาทั่วประเทศ และออนไลน์สโตร์ (Online Store) ที่ Jaspal.com

ครบรอบ 10 ปี‘มิลเลี่ยนกิฟท์ มิลเลี่ยนสมายล์’ ส่งความรักจากใจพี่ ถึงใจน้อง 3 จังหวัดชายแดนใต้ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/461294

ครบรอบ 10 ปี‘มิลเลี่ยนกิฟท์ มิลเลี่ยนสมายล์’ ส่งความรักจากใจพี่ ถึงใจน้อง 3 จังหวัดชายแดนใต้

วันศุกร์ ที่ 20 ธันวาคม พ.ศ. 2562, 06.00 น.

ใกล้เทศกาลแห่งความสุขใกล้เข้ามาทุกที เป็นห้วงเวลาสำหรับการส่งมอบของขวัญชิ้นพิเศษให้กับคนพิเศษ ปีนี้กลุ่มเซ็นทรัล ร่วมกับ กองทัพบก สานต่อโครงการ “Million Gifts Million Smiles (มิลเลี่ยน กิฟท์ มิลเลี่ยน สมายล์)”ปีที่ 10 ของขวัญจากใจ เพื่อรอยยิ้มความหวัง และกำลังใจกับกิจกรรมดีๆเพื่อน้องๆ และเยาวชน ใน3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ และ4 อำเภอ ในจังหวัดสงขลา เชิญชวนทุกคนมาร่วมส่งมอบของขวัญชิ้นใหม่แทนคำว่า รัก และห่วงใย เนื่องในเทศกาลปีใหม่และวันเด็ก ปี 2563

บุษบา จิราธิวัฒน์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ ฝ่ายสื่อสารองค์กร กลุ่มเซ็นทรัล กล่าวว่า โครงการมิลเลี่ยนกิฟท์ มิลเลี่ยนสมายล์ก้าวเข้าสู่ปีที่ 10 แล้ว ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมามีผู้ร่วมสนับสนุนโครงการดีๆ มากมายทั้งกองทัพบก หน่วยงานภาครัฐ ลูกค้า คู่ค้า สื่อมวลชน ดาราศิลปิน และประชาชนคนไทยทุกคนที่ร่วมกันระดมของขวัญ และมอบให้กับน้องๆ ชายแดนใต้ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ความไม่สงบในพื้นที่รวมแล้วกว่า 2 ล้านชิ้น แต่สิ่งที่เราให้ความสำคัญยิ่งกว่านั่นคือ การได้เห็นน้องๆ ทุกคนได้เติบโตสมวัย มีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดี พร้อมได้รับโอกาสทางการศึกษาที่เท่าเทียม ผ่านทุนการศึกษาที่กลุ่มเซ็นทรัลได้มอบให้กับน้องๆ ต่อเนื่องทุกปี แทนความห่วงใย ความปรารถนาดี และกำลังใจจากเรา

ในปีนี้กลุ่มเซ็นทรัลยังคงเน้นย้ำความตั้งใจที่จะสร้างความรักความสามัคคี และความสุขให้กับสังคมไทย ด้วยการร่วมกับกองทัพบกจัดกิจกรรม “มิลเลี่ยนกิฟท์ มิลเลี่ยนสมายล์” ปีที่ 10 ของขวัญจากใจ เพื่อรอยยิ้ม ความหวัง และกำลังใจภายใต้โครงการ “เซ็นทรัล ทำ” เชิญชวนประชาชน ภาครัฐ ภาคีเอกชน และพันธมิตรคู่ค้าร่วมมอบของขวัญชิ้นใหม่ อาทิ จักรยาน, อุปกรณ์การเรียน, อุปกรณ์กีฬา, อุปกรณ์เครื่องเขียน, ของเล่นเด็ก ให้กับน้องๆและเยาวชนที่อาศัยอยู่ใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ได้แก่ จังหวัดปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส รวมถึง4 อำเภอ ในจังหวัดสงขลา ได้แก่อำเภอจะนะ อำเภอนาทวี อำเภอเทพาและ อำเภอสะบ้าย้อย

พล.อ.สิทธิพล ชินสำราญ ที่ปรึกษาพิเศษกองทัพบก กล่าวว่ากองทัพบกยินดีที่ได้เป็นภาคีของโครงการ “มิลเลี่ยนกิฟท์ มิลเลี่ยนสมายล์” มาตั้งแต่เริ่มต้น จนวันนี้ครบรอบ 10 ปี ในการส่งมอบของขวัญและกำลังใจให้กับเด็กๆ ชายแดนใต้ กิจกรรมนี้ถือเป็นการให้ที่ยิ่งใหญ่ ผ่านความร่วมมือร่วมใจของคนในสังคมที่ต้องการสร้างความหวังให้กับเด็กๆ โดยตลอดระยะเวลา 10 ปีที่ผ่านมา ที่เราได้ร่วมจัดกิจกรรมกับกลุ่มเซ็นทรัลได้เห็นถึงความมุ่งมั่นตั้งใจจริงของผู้บริหาร และพนักงานกลุ่มเซ็นทรัลที่ต้องการทำเพื่อเด็ก และเยาวชนไทย นับเป็นแบบอย่างของบริษัทเอกชนที่ส่งเสริม และให้โอกาสอนาคตของชาติได้เติบโตเป็นบุคคลที่มีคุณภาพ และเป็นกำลังสำคัญของประเทศต่อไป

สำหรับพิธีเปิดโครงการ “มิลเลี่ยนกิฟท์ มิลเลี่ยนสมายล์”ปีที่ 10 เนรมิตความสุขภายใต้คอนเซ็ปต์“Love Message แทนคำว่ารักมากกว่าล้านคำบอกรัก คือของขวัญแทนความห่วงใยจากใจพี่ถึงใจน้อง”โดยของขวัญทุกชิ้นที่ทุกคนได้ร่วมบริจาคในครั้งนี้ จะถูกนำไปคัดแยกและลำเลียงโดยกองทัพบก ก่อนส่งถึงมือน้องๆ เนื่องในเทศกาลปีใหม่และวันเด็ก ปี 2563 เพื่อเป็นการส่งต่อกำลังใจผ่านของขวัญชิ้นพิเศษที่จะทำให้เด็กๆ ได้มีรอยยิ้มไม่สิ้นสุดอีกครั้ง

นอกจากนี้ยังมี 2 หนุ่มสุดฮอตจาก TRINITY ที่มาร่วมส่งกำลังใจโดยมี เจมส์-ธีรดนย์ ศุภพันธุ์ภิญโญ และ ปอร์เช่-ศิวกร อดุลสุทธิกุลพร้อมด้วย พิชัย จิราธิวัฒน์, รวิศราจิราธิวัฒน์, ทินภา อภัยวงศ์,กรณ์วิภา โชติกเสถียร, ลิลลา บุนนาค, ณฐวรรณ อยู่ทวี, นารา เกตุสิงห์,วุฒิ สมบูรณ์กุลวุฒิ และศิลปินวง แนป อะ ลีน มาร่วมส่งมอบของขวัญภายในงาน

สำหรับผู้สนใจร่วมส่งมอบของขวัญกับโครงการ “มิลเลี่ยน กิฟท์มิลเลี่ยน สมายล์” ปีที่ 10 ผ่านช่องทางต่างๆ อาทิ เจดีเซ็นทรัล กับโปรโมชั่นสุดพิเศษ สินค้าร่วมรายการลดสูงสุด 70% พร้อม ซื้อ 1 แถม 1 เราได้ น้องได้ ให้เด็กใน 3 จังหวัดชายแดนใต้ตั้งแต่วันนี้-20 ธ.ค. 2562 ติดตามรายละเอียดได้ที่ http://www.jd.co.th หรือแอพพลิเคชั่น JD CENTRAL,แลกคะแนน The1 ผ่านแอพพลิเคชั่นThe1 ตั้งแต่วันนี้-31 ธ.ค. 2562 ดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ http://www.the1.co.th หรือแอพพลิเคชั่น The1, สมทบทุนผ่านบัญชี มูลนิธิเตียง จิราธิวัฒน์ ธนาคารกรุงเทพ บัญชีออมทรัพย์ เลขที่ 118-0-58203-1 ตั้งแต่วันนี้-30 ธ.ค. 2562 หรือ มอบที่คลังสินค้า WHA ถ.บางนา-ตราด กม.20 ตั้งแต่วันนี้-30 ธ.ค. 2562 และมอบที่ชั้น 9 อาคาร Central Tower ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ วันนี้-20 ธ.ค. 2562 โทร.084-5399499

สนใจดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ WWW.CENTRALGroup.comหรือ เฟซบุ๊ค CENTRALGroupThailand

บัตรแรบบิทที่ระลึกชุดพิเศษเฉลิมพระเกียรติฯ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/461289

บัตรแรบบิทที่ระลึกชุดพิเศษเฉลิมพระเกียรติฯ

วันศุกร์ ที่ 20 ธันวาคม พ.ศ. 2562, 06.00 น.

“บีทีเอส กรุ๊ปฯ” จัดทำบัตรแรบบิทชุดพิเศษเฉลิมพระเกียรติเนื่องในโอกาสพระราชพิธีบรมราชาภิเษก พุทธศักราช 2562 เปิดจำหน่ายให้ประชาชนร่วมเฉลิมพระเกียรติและเก็บเป็นที่ระลึกจำนวน 12,000 ชุด พร้อมเปิดให้จอง 16 ธ.ค. 2562 ถึง 29 ก.พ. 2563

คีรี กาญจนพาสน์  ประธานกรรมการ บริษัท บีทีเอส กรุ๊ปโฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า บริษัทได้รับพระมหากรุณาธิคุณพระราชทานพระบรมราชานุญาตจากพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ให้อัญเชิญพระปฐมบรมราชโองการ พระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ภาพตราสัญลักษณ์พระราชพิธีบรมราชาภิเษก พุทธศักราช 2562 และภาพเครื่องเบญจราชกกุธภัณฑ์ มาจัดทำบัตรแรบบิทที่ระลึกชุดพิเศษเฉลิมพระเกียรติ เนื่องในโอกาสพระราชพิธีบรมราชาภิเษก พุทธศักราช 2562 เพื่อเฉลิมพระเกียรติและแสดงความจงรักภักดี น้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวที่ทรงมีต่อปวงชนชาวไทย

โดยบริษัทได้จัดทำบัตรแรบบิทที่ระลึกชุดพิเศษเฉลิมพระเกียรติฯ จำนวนทั้งสิ้น 12,000 ชุด จัดจำหน่ายในราคาชุดละ 1,010 บาท รายได้จากการจำหน่ายโดยไม่หักค่าใช้จ่ายจะนำขึ้นทูลเกล้าฯ ถวายโดยเสด็จพระราชกุศลตามพระราชอัธยาศัย

สำหรับบัตรแรบบิทชุดพิเศษเฉลิมพระเกียรติ เนื่องในโอกาสพระราชพิธีบรมราชาภิเษก พุทธศักราช 2562 ใน 1 ชุด ประกอบด้วย บัตรจำนวน 8 ใบ เป็นบัตรสำหรับสะสม 7 ใบ ได้แก่ บัตรพระบรมฉายาลักษณ์ จำนวน 1 ใบ, บัตรภาพตราสัญลักษณ์ พระราชพิธีบรมราชาภิเษก พุทธศักราช 2562 จำนวน 1 ใบ, บัตรภาพเครื่องเบญจราชกกุธภัณฑ์ จำนวน 5 ใบ และบัตรแรบบิทสำหรับใช้งาน (หมายเลข 10) จำนวน 1 ใบ พร้อมสมุดสำหรับใส่บัตรแรบบิทที่ระลึกพร้อมกล่อง

ทั้งนี้ จะเปิดรับจองบัตรแรบบิทชุดพิเศษเฉลิมพระเกียรติ เนื่องในโอกาสพระราชพิธีบรมราชาภิเษก พุทธศักราช 2562 ทางเว็บไซต์ http://www.bts.co.th และศูนย์บริการแรบบิท (สถานีสยาม) ตั้งแต่วันที่ 16 ธันวาคม 2562-29 กุมภาพันธ์ 2563(บริษัทขอสงวนสิทธิ์ให้แก่ลูกค้าตามลำดับการสั่งจอง ที่ได้ดำเนินการตามขั้นตอนที่กำหนดและชำระเงินเรียบร้อยแล้ว)

สอบถามรายละเอียดข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ ศูนย์แรบบิท ฮอตไลน์ โทรศัพท์ 02-6178383 หรือศูนย์ลูกค้าสัมพันธ์บีทีเอส โทรศัพท์ 02-6176000และ ไลน์ @btsskytrain

คุณแหน : 20 ธันวาคม 2562 #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/461286

650935

คุณแหน : 20 ธันวาคม 2562

วันศุกร์ ที่ 20 ธันวาคม พ.ศ. 2562, 06.00 น.

ll “หยูเหวินหง” พระอาจารย์ชาวจีนบันทึกเรื่องราวของช่วงเวลาแสนวิเศษ…“วันเสาร์…ชั่วโมงทรงพระอักษร” ของเจ้าหญิงไทย…(สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี)…น่าอ่านเป็นยิ่งนัก…นอกจาก“อาจารย์หยู”จะได้สรรเสริญพระปรีชาสามารถรอบด้านภาษา…“ผู้อ่าน”จะได้ปีติกับ“ความละเอียดอ่อน ความเอาพระทัยใส่ผู้คน”…พระมหากรุณาธิคุณอันยิ่งใหญ่…

ll ใช้เวลาตลอดชีวิตกับ“การสร้างคนด้วยการศึกษา”…ท่านผู้หญิงอังกาบ บุณยัษฐิติ เกษียณจาก“งานประจำ”ต่างๆ ในวัย 80 กว่า…บัณฑิตอักษรศาสตร์ จุฬาฯ รุ่น“สงครามโลก”…“ผู้ดี(ตัวจริง)”คนท้ายๆ แห่งกรุงรัตนโกสินทร์…จบมหาบัณฑิตจาก U of Wisconsin ด้วยความภูมิใจที่“เจ้าคุณพ่อ”…ขอให้เลือกมหาวิทยาลัยค่าเรียนถูกๆ แทนที่จะเข้า U Ivy League…เพื่อประหยัด“เงินแผ่นดิน”…

ll ใจหายกับข่าวการจากไปของ “พี่นิด” สุภาสรัตน์ จุลสมัย…เส้นทางชีวิตของบัณฑิตสถาปัตยกรรมศาสตร์ จุฬาฯ สาวสวยรายนี้ โลดโผนพอสมควร จบ ’ถาปัด ไปเป็นแอร์…พบรักแต่งงานกับสถาปนิกรูปหล่อ เพลย์บอย เจ้าสำราญ“ฮิวจ์ เฮฟเนอร์”เมืองไทย…ผู้ริเริ่มสร้างคลับผู้ชาย“หรู”ก่อนใคร…ล่าสุด“พี่นิด”เป็นเจ้าของร้านอาหารไทยชื่อดังที่เมืองดุสเซลดอร์ฟ…คนไทยไปออก Booth งานอาหารโลกที่ Cologne Messe ได้อาศัยอาหารอร่อยมื้อค่ำหลังงาน…ร่างได้กลับมารับบุญในแผ่นดินเกิด ณ วัดโสมนัส หลังปีใหม่เพราะกงสุลไทยฯ ปิดทำการตั้งแต่ 20 ธ.ค. คืบหน้าอย่างไรจะแจ้งให้ทราบอีกครั้ง…

ll ใกล้เทศกาลปีใหม่แล้ว นพ.สมเกียรติ ลลิตวงศา ผอ.รพ.ราชวิถี ขอเชิญชวนผู้มีจิตศรัทธามาร่วมต่อชีวิตให้กับผู้ป่วยที่รอโอกาสทางการรักษาโรคมะเร็ง ใน“กองทุนพิชิตมะเร็ง มูลนิธิรพ.ราชวิถี”สามารถบริจาคได้ที่บัญชี“มูลนิธิรพ.ราชวิถี”หมายเลขบัญชี 0512163221 SCB สาขาโรงพยาบาลราชวิถี สอบถาม 02-3547997-9 หรือ www.rajavithifoundation.com…

ll รณรงค์ขับขี่ปลอดภัยเพื่อทุกคน พล.ต.ต.ชัชสุก แก้วณรงค์ แจ้งว่าปีนี้ตำรวจทางหลวงได้รับการสนับสนุนจาก บจก.แบรนด์ ซันโทรี่(ไทย)ในแคมเปญ“ง่วงไม่ขับ พักดื่มแบรนด์”ด้วยการจัดจุดรณรงค์ให้ผู้ขับขี่แวะพักรับแบรนด์ซุปไก่สกัดให้ดื่มเพิ่มความพร้อมที่จะเดินทางในช่วงปีใหม่นี้ตามเส้นทางสัญจรหนาแน่นจำนวน 7 จุด ทั่วประเทศ…

ll สุทา ฮั่นตระกูล สนใจ“ศาสตร์อายุยืน”มากกว่าพี่ชาย ดร.สุเมธ ฮั่นตระกูล ผอ.รพ.ดังของเชียงใหม่…กระซิบเคล็ดลับ“ทำ 10 ทุกวัน”…มีทั้งดื่มน้ำ…นม…อารมณ์ดี…ถ้าไม่พอ“เสี่ยสุทา”จะพาไปชิมทุเรียนดังมาเลย์…Musang King ด้วยตนเอง…เพื่อนเก่าๆ ที่อายุเกิน 70 อาทิ ยศวดีบุณยเกียรติ,บุญยิ่ง จุลเกียรติ,ธำรงศักดิ์ โกสิน ฯลฯ เตรียมบินไป KL…

ll มาเยือนไทยเที่ยวนี้…นพ.ประพันธ์ พัวพงศกร นัดเพื่อนเก่า OSK ที่ยังมีชีวิตและยังเริงรมย์กับ“สิ่งปรุงแต่ง”หันมาศึกษา“ธรรมะ”…ยังไม่สาย แม้วัยขึ้นหลักแปดกันหลายคน…บทเรียน“ข้อแรก”…อย่ายุ่งกับ“เด็ก”จน“เมีย”ทิ้ง…อย่าง“ปรมาจารย์”โดนมาแล้ว…ll

ภิญญ์สิรี

ดีไซน์ความสุขกับการ‘ให้’ ด้วยของขวัญความหมายดีๆ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/461339

ดีไซน์ความสุขกับการ‘ให้’ ด้วยของขวัญความหมายดีๆ

วันศุกร์ ที่ 20 ธันวาคม พ.ศ. 2562, 06.00 น.

เทศกาลแห่งความสุขกำลังเริ่มต้นขึ้นแล้ว การส่งผ่านความสุขด้วย“ของขวัญ” ดีไซน์เก๋ ควบคู่กับความหมายที่ดี น่าจะสื่อถึงความรัก ความห่วงใย และความปรารถนาดี แก่ผู้รับของชวัญชิ้นนั้นๆ ได้เป็นอย่างดี อินเด็กซ์ลิฟวิ่งมอลล์ ผู้นำเฟอร์นิเจอร์ ของใช้ภายในบ้าน และของตกแต่งบ้าน จึงได้รวบรวมของตกแต่งบ้านคอลเลคชั่นใหม่ล่าสุด ที่มากด้วยดีไซน์และสะท้อนความหมายที่ดีเพื่อให้คุณได้ “Share a Wish, Share a Gift” แชร์ความสุขด้วยหัวใจ ต้อนรับศักราชใหม่ที่จะมาถึงนี้ด้วยของตกแต่งบ้านแฝงด้วยความหมายดีๆ หลากไอเท็มในช่วงเทศกาล “Gift of Happiness 2020” ที่ อินเด็กซ์ ลิฟวิ่งมอลล์ ทุกสาขาทั่วประเทศ

“กวาง” ถือเป็นสัตว์มงคล สัญลักษณ์แห่งความมั่งมี ศรีสุข เชื่อว่าหากมีไว้ประดับบ้าน จะช่วยเสริมให้สมหวังในสิ่งที่ปรารถนา เหมาะที่จะส่งมอบให้สำหรับในช่วงเทศกาลแห่งความสุขนี้ อาทิ รูปปั้นกวาง รุ่น REINDIA วัสดุจากเซรามิกพ่นสีทองเทคเจอร์ที่ดูเงาวาว รูปทรงที่กระทัดรัด สามารถนำไปจัดวางประดับได้ทุกๆ ส่วนของบ้าน รวมถึงที่ทำงาน เป็นต้น

“ม้า” ซึ่งเปรียบเสมือนสัญลักษณ์แห่งความเคลื่อนไหว คล่องแคล่ว ที่ช่วยส่งเสริมด้านการมีชื่อเสียง ความสำเร็จความมั่นคง เชื่อว่าหากนำมาวางจะช่วยเสริมให้ประสบความสำเร็จในทุกๆ ด้าน อาทิรูปปั้นตกแต่งรูปม้า รุ่น SKOSONAวัสดุจากอะลูมิเนียม ที่ดีไซน์ม้าในท่วงท่าการก้าวเดินที่สง่างาม บวกกับโทนสีดำให้ความรู้สึกถึงความแข็งแกร่ง เหมาะสำหรับจัดวางในห้องทำงาน เป็นต้น

“นก” เป็นสัญลักษณ์ที่บ่งบอกถึงความเป็นอิสระ เปี่ยมไปด้วยจินตนาการ และความสุข เชื่อกันว่าหากมีไว้ประดับตกแต่งบ้านจะเสริมให้มีแต่ความสุขมีความรักที่ยั่งยืน และแน่นแฟ้น อาทิ รูปปั้นนกคู่ รุ่น AUSTYN วัสดุจากโพลีเรซินพ่นด้วยสีทอง กับดีไซน์รูปนกที่ดูน่ารักอ่อนโยน และอบอุ่น เป็นต้น

“เสือ” เป็นสัญลักษณ์แห่งความกล้าหาญ อำนาจ และความแข็งแกร่ง เชื่อว่าการนำรูปปั้นเสือมาจัดวางตกแต่งภายในห้องจะยิ่งช่วยเสริมบารมี เป็นที่น่าเคารพ เกรงขาม รวมถึงจะนำพาซึ่งความประสบความสำเร็จมาให้อีกด้วย อาทิ รูปปั้นเสือดาว รุ่น LUCULLUS วัสดุจากโพลีเรซิน ออกแบบด้วยท่วงท่าที่คล่องแคล่วปราดเปรียว สง่างาม และน่าเกรงขาม

“กระต่าย” เป็นสัญลักษณ์แสดงถึงความอุดมสมบูรณ์ อายุยืนยาว ความโชคดีบวกกับคาแร็กเตอร์ของกระต่ายที่ดูน่ารัก อ่อนโยน จึงนิยมนำมาประดับตกแต่งบ้าน อาทิ รูปปั้นกระต่าย รุ่น HARLAND ดีไซน์ที่เรียบง่าย แต่โดดเด่นด้วยรูปทรงที่น่ารักวัสดุจากอะลูมิเนียมพ่นสีทอง

“นกฮูก” ถือเป็นสัญลักษณ์แห่งความโชคดี มั่งมีศรีสุข เชื่อว่าจะนำพาโชคลาภมาให้ และด้วยดวงตาที่กลมโตของนกฮูกนี้ยังสะท้อนถึงสัญชาตญาณการเป็นผู้มองการณ์ไกล รู้เท่าทันคน นอกจากนี้ยังรวมถึงความฉลาดและการมีสติปัญญาที่หลักแหลมได้อีกด้วย อาทิ รูปปั้นนกฮูกรุ่น TREVER กับดีไซน์รูปทรงน่ารักและเรียบง่าย แต่โดดเด่นด้วยวัสดุจากอะลูมิเนียมพ่นสีทองที่ดูเงางาม

THE SKIN DOCTORS สถาบันดูแลปัญหาผิวหน้าอันดับหนึ่ง จัดงาน Empowering Women สร้างพลังความสวยจากภายในสู่ภายนอก #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/461293

THE SKIN DOCTORS สถาบันดูแลปัญหาผิวหน้าอันดับหนึ่ง จัดงาน Empowering Women สร้างพลังความสวยจากภายในสู่ภายนอก

วันพฤหัสบดี ที่ 19 ธันวาคม พ.ศ. 2562, 16.25 น.

บริษัท เดอะสกิน ด็อกเตอร์ (ประเทศไทย) สถาบันอันดับหนึ่งในเมืองไทยผู้เชี่ยวชาญด้านการดูแลทุกปัญหาผิวหน้าแบบ 360 องศา โดยไม่ต้องเจ็บตัวด้วยเทคโนโลยีเฉพาะ แบบไม่พึ่งพาศัลยกรรม นำโดย ปานทิพย์ กัลยวิมล ผู้บริหาร เดอะสกิน ด็อกเตอร์ (ประเทศไทย) จัดงาน “Empowering women” ภายใต้คอนเซ็ปต์ Gift to gift for yourself มอบของขวัญเป็นรางวัลให้แก่ผู้หญิงทุกๆ ท่านให้ได้สวยกันจากภายในสู่ภายนอก พร้อมด้วยแขกผู้มีเกียรติเข้าร่วมงาน อาทิ สิรีธร ลีห์อร่ามวัฒน์ มิสอินเตอร์เนชั่นแนล 2019 (Miss International 2019) , อารยะ ศุภฤกษ์ มิสแกรนด์ไทยแลนด์ 2019 (Miss Grand Thailand 2019) และ รองอันดับที่ 2 มิสแกรนด์อินเตอร์เนชั่นแนล 2019 (Miss Grand International 2019) , เอิร์ธ สายสว่าง และ ทูน หิรัญทรัพย์ ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซา ปิ่นเกล้า เมื่อเร็วๆ นี้

THE SKIN DOCTORS 1 ในสถาบันความงามที่ได้รับการยอมรับมายาวนาน ด้วยทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหน้า ความสวย ความงาม และสุขภาพที่ครบถ้วน มาพร้อมด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัย จัดงาน “Empowering Women” เพื่อสร้างแรงบันดาลใจให้ผู้หญิงยุคใหม่ ที่มีไลฟ์สไตล์และรูปแบบการใช้ชีวิตที่เปลี่ยนไปในทุกมิติ กับโอกาสในการเลือกสรรความสุขให้กับตัวเองในหลากหลายแนวทาง และ สร้างตัวตนให้โดดเด่นในแบบฉบับของตัวเอง มองเห็นถึงพลังจากภายในของผู้หญิง เพื่อความสมบูรณ์แบบ ในแบบฉบับของผู้หญิงยุคใหม่ผ่านบุคคลตัวอย่างที่ได้รับการกับยอมรับจากทุกคน

ปานทิพย์ กัลยวิมล ผู้บริหาร เดอะสกิน ด็อกเตอร์ (ประเทศไทย) กล่าวว่า “ ในฐานะที่ “The Skin Doctors” เป็นสถาบันอันดับหนึ่งในเมืองไทยที่เชี่ยวชาญด้านการดูแลทุกปัญหาผิวหน้าแบบ 360 องศา โดยเรามองว่าปัจจุบันผู้หญิงควรมีการเพิ่มศักยภาพผู้หญิงที่มากกว่าเดิม ให้ตัวเองสวยทั้งจากภายในร่างกาย ในความคิด เพื่อที่จะส่งผลออกมาสู่ภายนอกให้คนทั่วไปได้เห็น เราอยากเป็นหนึ่งในแรงบันดาลใจให้ผู้หญิงค่ะ โดยเรามีไฮไลท์อยู่ที่นวัตกรรมไฮเทคต่างๆ ที่มีความโดดเด่นไม่เหมือนใคร ขั้นตอนคือผู้เชี่ยวชาญจะตรวจวิเคราะห์และเช็กสภาพผิวหน้าด้วยเทคโนโลยี SD Analyzer ลิขสิทธิ์หนึ่งเดียวจากประเทศออสเตรเลีย โดยสามารถระบุทุกรายละเอียดของปัญหาผิวหน้าได้อย่างแม่นยำในเชิงลึก รวมไปถึงความหย่อนคล้อยของรูปหน้า โดยประมวลผลออกมาเป็นองศา วิเคราะห์ปัญหาสภาพผิวหน้าเพื่อเข้าสู่ขั้นตอนของการรับโปรแกรมต่างๆ ที่เหมาะกับแต่ละสภาพปัญหาและความต้องการแต่ละบุคคล ส่วนเทคโนโลยีของที่นี่คิดค้นขึ้นเพื่อตอบโจทย์ ประสิทธิภาพสูง เห็นผลไว ปลอดภัย ไม่เจ็บตัว ไม่ต้องศัลยกรรมค่ะ”

อารยะ ศุภฤกษ์ มิสแกรนด์ไทยแลนด์ 2019 (Miss Grand Thailand 2019) และ รองอันดับที่ 2 มิสแกรนด์อินเตอร์เนชั่นแนล 2019 (Miss Grand International 2019) กล่าวว่า “ โกโก้เองเรียกได้ว่าเป็นผู้หญิงอีกหนึ่งคนที่ฝ่าฟันอุปสรรคและไม่ย่อท้อมาตลอดจนเข้ามาประกวดนางงาม อย่างที่ทุกคนทราบกันว่าการประกวดนางงามไม่ใช่เรื่องง่ายเลย ต้องฝ่าฟันหลากหลายด้าน หลากหลายเวทีกว่าที่จะมาประสบความสำเร็จขนาดนี้ ตัวโกโก้เองก็ไม่ใช่จะมาประกวดเวทีแรกแล้วคว้าตำแหน่งเลย ผ่านมาหลายเวทีมากค่ะ แต่โก้มองว่าผู้หญิงอย่างเราถ้าได้ลองมุ่งมั่นทำตามความฝัน คิดแต่สิ่งดีๆที่เป็นเชิงบวก มันจะช่วยให้เราพร้อมก้าวผ่านทุกสิ่ง และที่สำคัญเราต้องดูแลตัวเองให้ดูดีที่ภายนอกที่คนมองเห็นด้วย เพราะนอกจากความเก่งแล้วเราต้องมีความมั่นใจ ดูดีทั้งบุคลิกภาพ และจิตใจค่ะ ซึ่งโกโก้มั่นใจค่ะว่าถ้าเราดูแลตัวเองดีเราจะพร้อมเผชิญทุกอย่างอย่างแน่นอนค่ะ”

สิรีธร ลีห์อร่ามวัฒน์ มิสอินเตอร์เนชั่นแนล 2019 (Miss International 2019) และยังพ่วงด้วยตำแหน่ง มิสอินเตอร์เนชั่นแนล เอเชีย (Miss International of Asia) ในฐานะตัวแทนผู้หญิงยุคใหม่ กล่าวว่า “สำหรับบิ้นท์ คำจำกัดความ ของคำว่า พลังแห่งผู้หญิงของบิ้นท์ คือ เราจะต้องให้กำลังใจ สนับสนุน และเป็นแรงบันดาลใจให้ผู้หญิงทั่วโลก เพื่อสร้างฝันให้เป็นจริง เพราะในสมัยนี้ผู้หญิงเราต้องมีมากกว่าความสวยจากภายนอก เราต้องสวยตั้งแต่ความคิดและทัศนคติ บิ้นท์เองก็เป็นผู้หญิงธรรมดาที่ทำตามความฝัน ถึงจะเป็นความฝันที่เราคิดว่าเป็นไปไม่ได้ แต่การกลับมาลุกขึ้นสู่เพื่อความฝัน ฝ่าฟันทุกอุปสรรคและความยาก วันนี้มันทำให้บิ้นท์เห็นแล้วว่าแค่เรามุ่งมั่ง ให้กำลังใจและเชื่อมั่นในตัวเอง สักวันมันต้องสำเร็จค่ะ บิ้นท์เองก็อยากจะเป็นแรงบันดาลใจให้แก่ทุกคนที่มีความฝันให้กล้าทำตามความฝันของตัวเองเหมือนบิ้นท์ค่ะ”

ปรึกษาการดูแลผิวหน้าเพิ่มเติมได้ที่ The Skin doctors ทุกสาขา
สอบรายละเอียดเพิ่มเติม http://www.theskindoctors.co.th/ , Facebook The Skin Doctors Call Center: 02-696-1122 (จ-ศ เวลา 09.00 – 18.00 น.)

นักวิชาการและนักวิจัยชี้สมองเด็กไทย สร้างได้ด้วยพลังชุมชน พร้อมชวนร่วมกันพัฒนา #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/461255

นักวิชาการและนักวิจัยชี้สมองเด็กไทย สร้างได้ด้วยพลังชุมชน พร้อมชวนร่วมกันพัฒนา

วันพฤหัสบดี ที่ 19 ธันวาคม พ.ศ. 2562, 14.57 น.

กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์และสถาบันอาร์แอลจี (รักลูก เลิร์นนิ่ง กรุ๊ป) ชวนพ่อแม่ ครู และผู้กำหนดนโยบายทั้งระดับชาติและท้องถิ่นชมสารคดีสั้นและวิดีโอคลิปภายใต้ “โครงการผลิตสื่อเพื่อส่งเสริมความเข้าใจถึงแนวทางการปฏิรูปการศึกษาในการพัฒนาเด็กและเยาวชน ด้วยพลังชุมชน”ชุด “สมองเด็กไทย สร้างได้ด้วยพลังชุมชน” รวม 21 เรื่อง บันทึกเรื่องจริงจากผลสำเร็จของชุมชนในพื้นที่ส่งเสริม EF ต้นแบบ จ.เชียงราย จ.ระยอง และพื้นที่ขยายผล EF จ.ลำปาง ที่ใช้การมีส่วนร่วมและหลักการพัฒนาทักษะสมองส่วนหน้า หรือ Executive Functions ให้กับเด็กปฐมวัยอย่างต่อเนื่องจนเกิดผลสัมฤทธิ์ พบว่าเด็กมีค่าประเมินทักษะสมองสูงขึ้นและมีพัฒนาการดีขึ้น ภาพรวมทั้งชุมชนมีความสุขขึ้น โดยหวังจุดประกายสร้างการเรียนรู้แก่สังคม ให้ตระหนักว่าการพัฒนาเด็กปฐมวัยที่ดี คือการวางรากฐานการศึกษาที่เข้มแข็งของชีวิตเป็น หน้าที่ของทุกคนในชุมชน โดยใช้องค์ความรู้ที่ทันยุคทันสมัย มีความสอดคล้องกับธรรมชาติการเรียนรู้ของสมอง และพัฒนาการเด็กตามช่วงวัยอย่างถูกวิธี

ผศ.ดร.ปนัดดา ธนเศรษฐกร นักวิชาการและนักวิจัย จากสถาบันแห่งชาติเพื่อการพัฒนาเด็กและครอบครัว มหาวิทยาลัยมหิดล อธิบายว่า Executive Functions (EF) คือความสามารถระดับสูงของสมองมนุษย์ที่ใช้การควบคุมความคิด อารมณ์ และการกระทำ เพื่อไปให้ถึงเป้าหมาย เป็นกระบวนการของสมองที่อยู่ในสมองส่วนหน้าของมนุษย์เมื่อแรกเกิดยังเติบโตไม่เต็มที่ งานวิจัยระยะยาวของมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด ระบุว่า อัตราการเติบโตสูงสุดของ EF อยู่ในช่วงปฐมวัย หรืออายุ 3-6 ปี เด็กจะมี EF แข็งแรงได้จึงต้องผ่านการฝึกฝน บ่มเพาะได้รับโอกาสเรียนรู้จากการลงมือทำ ให้เด็กมีประสบการณ์ตรงที่หลากหลายมากๆ องค์ประกอบที่สำคัญที่สุดอันเป็นฐานของการพัฒนาEF คือการได้รับความรัก ความอบอุ่นผูกพันจากพ่อแม่ ผู้ใหญ่ในครอบครัว รวมถึงได้รับการจัดประสบการณ์เรียนรู้ทั้งในสถานศึกษาสำหรับเด็กเล็ก ที่บ้าน และในชุมชนที่เหมาะสมอย่างต่อเนื่องอีกด้วย

ทั้งนี้ ในฐานะหัวหน้าทีมวิจัย ที่ได้ทำการวิจัยโดยการประเมินวัดค่าทักษะสมอง EF ในเด็กปฐมวัยในพื้นที่ส่งเสริม EF ต้นแบบประเมินโดย “แบบประเมินพัฒนาการด้านความคิดเชิงบริหาร (MU-EF101) ซึ่งเป็นเครื่องมือมาตรฐานที่ใช้ค่า Norm ของเด็กไทยทั่วประเทศ ได้รับการพัฒนาขึ้นโดยศูนย์วิจัยประสาทวิทยาศาสตร์ สถาบันชีววิทยาศาสตร์โมเลกุล ร่วมกับสถาบันแห่งชาติเพื่อการพัฒนาเด็กและครอบครัว มหาวิทยาลัยมหิดล พบว่าเด็กปฐมวัยในกลุ่มทดลองมีพัฒนาการทักษะสมอง EF มากกว่าเด็กปฐมวัยในกลุ่มควบคุมอย่างมีนัยยะสำคัญทางสถิติ เมื่อนำผลที่วัดได้จากเด็กกลุ่มทดลองไปเปรียบเทียบกับค่า Norm พบว่า นอกจากเด็กกลุ่มทดลองจะมีคะแนนเฉลี่ยทักษะสมอง EF มากกว่ากลุ่มควบคุมแล้ว ยังมีคะแนนเฉลี่ยทักษะสมอง EF มากกว่าค่า Norm ของเด็กไทยทั่วประเทศอีกด้วย

ผศ.ดร.ปนัดดา ชี้แจงเพิ่มเติมว่า ค่า Norm ทักษะสมองของเด็กไทย เป็นเพียงค่าปกติที่ทำการประเมินวัดไว้ แต่ไม่ได้หมายถึงตัวเลขที่ดีที่สุดในการพัฒนาทักษะสมอง EF ให้กับเด็กและเยาวชนของไทยทุกคน พ่อแม่ ผู้ปกครอง ครู รวมถึงผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในการพัฒนาเด็กที่ศึกษาความรู้เรื่อง Executive Functions เป็นอย่างดี จะสามารถเข้าใจได้ว่า เราสามารถพัฒนาทักษะสมอง EF ให้กับเด็กแต่ละคนได้เต็มศักยภาพอย่างเต็มที่ไปได้เรื่อยๆ จนถึงวัยผู้ใหญ่หรืออายุประมาณ 25 ปี ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่สมองส่วนหน้าเติบโตเต็มที่ เด็กจะเติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่มีคุณภาพ สามารถใช้ทักษะสมอง EF เพื่อจัดการชีวิตให้สำเร็จได้อย่างแท้จริง

ศ.นพ.วิจารณ์ พานิช ประธานคณะกรรมการที่ปรึกษาทางวิชาการ มูลนิธิรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหิดล ในพระบรมราชูปถัมภ์และที่ปรึกษาของภาคีเครือข่าย Thailand EF Partnership ชี้ชัดว่า ถ้านำ EF เข้าสู่การพัฒนาเด็กตั้งแต่เริ่มต้นเพื่อพัฒนาคุณภาพคน จะมีผลต่อการปฏิรูปการศึกษาที่ประเทศไทยกำลังพยายามทำกันอยู่เพราะเด็กที่ได้รับการฝึก EF จนแข็งแรง จะมีการพัฒนาทั้งบุคลิกภาพและคุณลักษณะที่ดีได้ง่าย การศึกษาสมัยใหม่ เราไม่ได้เรียนเฉพาะวิชาความรู้หรือทักษะที่ใช้เพื่อการไปทำงานเท่านั้น แต่เราเรียนเพื่อที่จะสร้างบุคลิกทางความคิด (Mindset)ความเชื่อต่างๆ ในด้านบวกประกอบไปด้วย Executive Functions จึงเป็นตัวช่วยเสริมให้สามารถพัฒนาคุณลักษณะต่างๆ ได้ดี ยิ่งขึ้น คนที่มี EF แข็งแรงจะเป็นพื้นฐานที่จะทำให้สามารถปรับตัว ปรับเปลี่ยนความคิดและวิธีปฏิบัติได้ง่ายขึ้น สมัยใหม่เรียกว่า การเรียนรู้สู่การเปลี่ยนแปลงหรือTransformative Learning อีกทั้งโลกในอนาคตเรียกร้องให้คนมีความสามารถในการสร้างสรรค์นวัตกรรม คือเป็นผู้กระทำ ไม่ใช่ผู้ถูกกระทำ

“นี่คือหัวใจ การมีชีวิตที่ดีได้ต้องรู้จักเป็นผู้นำการเปลี่ยนแปลง ภาษาอังกฤษเรียกว่า Change agent เพราะฉะนั้น Transformative Learning จะมีผลทำให้ผู้เรียนทุกคนมีคุณสมบัติเป็น Change agentการที่มี EF เข้มแข็งจะทำให้คนนั้นเป็น Change agent ได้ง่าย ได้แข็งแรงกว่า เพราะมีสมองความคิดที่ยืดหยุ่น และมองสิ่งต่างๆ ได้หลายแง่หลายมุม การที่จะขยายการพัฒนา EF ไปในเชิงสังคม ให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของเด็กส่วนใหญ่ ต้องทำให้มันกลายเป็นของธรรมดา สามัญที่ทำกันอยู่ในบ้าน ในโรงเรียน ในที่ทำงาน ในชุมชน พูดง่ายๆ คือในสังคมทั้งหมด” ศ.นพ.วิจารณ์ กล่าว

ขณะที่ นางสุภาวดี หาญเมธี ประธานสถาบันอาร์แอลจี(รักลูก เลิร์นนิ่ง กรุ๊ป)กล่าวว่า สังคมไทยจำเป็นต้องได้รับโอกาสในการเข้าถึงองค์ความรู้ใหม่ๆ ที่เข้ายุคเข้าสมัย เหมาะกับสถานการณ์ที่ต้องการแก้ไขอย่างเร่งด่วนจากประสบการณ์ในการขับเคลื่อนงานด้านการพัฒนาเด็กมาโดยตลอด ทำให้เราแน่ใจว่าความรู้เรื่องการพัฒนาทักษะสมอง EF คือทางออกทางรอดของวิกฤตปัญหาต่างๆ ที่ส่งผลต่อการพัฒนาประเทศเราทุกคนจำเป็นต้องศึกษาเรื่อง EF ให้เข้าใจอย่างถ่องแท้จนสามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้ เพราะเกี่ยวข้องกับขีดความสามารถในการพัฒนาศักยภาพพลเมืองของประเทศโดยตรง

“อย่างไรก็ดี ด้วยความที่ EF เป็นเรื่องใหม่ การเรียนรู้จากประสบการณ์ของผู้ที่นำไปปฏิบัติใช้แล้วเกิดผลดีเลิศ หรือ Best Practices จะยิ่งทำให้เข้าใจได้เร็วขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม จึงอยากเชิญชวนให้ทุกคนได้รับชม และช่วยกันแชร์สารคดีสั้นและวิดีโอคลิปชุดนี้ให้แพร่หลายออกไปมากๆ เพื่อให้ทุกชุมชนได้เห็น ได้ศึกษา เกิดแรงบันดาลใจ และเกิดแนวทางที่จะร่วมกันพัฒนาเด็กและเยาวชนของเราได้โดยไม่มีเด็กคนใดถูกทิ้งไว้ข้างหลัง” นางสุภาวดี กล่าว

สามารถติดตามข่าวสาร ได้ที่ https://www.facebook.com/RLGEF/

ชมตัวอย่างสารคดี “บ่อน้ำบ่อทราย : พลังครู พลังพ่อแม่ พลังชุมชน พลังจิตอาสา องค์ประกอบหลักสำคัญของการปฏิรูปการศึกษา” ได้ที่ https://www.youtube.com/watch?v=cshS9LXAplI&list=PL2kRXcspV23B_dqHMljUmjMajUunaqjDh&index=2

ชมสารคดีสั้นและวิดีโอคลิป ชุด “สมองเด็กไทย สร้างได้ด้วยพลังชุมชน” ทั้งหมด ได้ที่ https://www.youtube.com/channel/UCpRPMd0mFyZu0zn14qU1yyg

‘ความหวังใหม่ของคนไข้มะเร็ง’ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/461066

‘ความหวังใหม่ของคนไข้มะเร็ง’

วันพฤหัสบดี ที่ 19 ธันวาคม พ.ศ. 2562, 06.00 น.

อ.นพ.สมนึก ศิริพานทอง, อ.นพ.กำพล ศรีวัฒนกุล, ดร.สู เค่อเฉิง, เอสเทอร์ ลอว์,ศิริญา เทพเจริญ, ดร.กวงเซี่ยน หลิว, วงศกร เทพเจริญ, มร.เจิ้ง ซิน

ศิริญา เทพเจริญ ผู้บริหาร บริษัท พานาซี กรุ๊ป จำกัด โรงพยาบาลเฉพาะทางที่ให้บริการทางการแพทย์แผนปัจจุบันและการแพทย์ทางเลือกแบบองค์รวมก้าวไปข้างหน้าอย่างต่อเนื่องด้วยการจับมือและลงนามบันทึกความเข้าใจ หรือเอ็มโอยู(MOU-Memorandum Of Understanding)กับExcellence Medicare Management andconsultancyCo.Limited เพื่อร่วมมือกันในการบริหารโรงพยาบาลพานาซี พระราม 2, สถาบัน PRIMA ประเทศเยอรมนีและพานาซี เมดิคอลเซ็นเตอร์ นำสู่ความเป็นโรงพยาบาลที่ได้มาตรฐานระดับสากล (PANACEE GLOBAL) ในการดูแลรักษาและฟื้นฟูผู้ป่วยมะเร็งด้วยศาสตร์การแพทย์แบบองค์รวม(Integrative medicine) พร้อมจัดเสวนาในหัวข้อ “ความหวังใหม่ของคนไข้มะเร็ง”ที่โรงพยาบาลพานาซี พระราม 2 เมื่อวันก่อน

โรคมะเร็งนับเป็นปัญหาสุขภาพที่สําคัญทั้งในระดับประเทศและระดับโลก มะเร็งเป็นสาเหตุการเสียชีวิตของประชากรโลกเป็นอันดับต้นๆ โรงพยาบาลพานาซีพระราม 2 ตระหนักถึงปัญหาและให้ความสำคัญกับโรคมะเร็ง จึงได้พัฒนาและวิจัยด้านการรักษาการเกิดโรคดังกล่าวโดยทีมแพทย์ผู้มีประสบการณ์ ประกอบกับความก้าวหน้าทางวิชาการและเทคโนโลยีทางการแพทย์ที่ได้รับมาตรฐานสากลจากประเทศเยอรมนี กับ การรักษาผู้ป่วยมะเร็งแนวทางใหม่ พร้อมทำสนธิสัญญา MOU ภายใต้ความร่วมมือของแพทย์ไทย จีน และเยอรมนี อีกทั้งในโอกาสนี้โรงพยาบาลพานาซี พระราม 2 ยังจัดเสวนาในหัวข้อ “ความหวังใหม่ของคนไข้มะเร็ง” ซึ่งได้รับเกียรติจากนายแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ได้แก่ ดร.สู เค่อเฉิง(Dr.XuKecheng) ผู้อำนวยการโรงพยาบาลมะเร็งฟู่ด้า กว่างโจว (FUDA Cancer Hospital, Guangdong,PRC) ดร.กวง เซี่ยนหลิว(Dr.Guangxian Liu)ผู้เชี่ยวชาญด้าน Immune cell จาก Panacee Hospital,Beidaihe PRC และ อ.นพ.สมนึก ศิริพานทอง แพทย์ที่ปรึกษา (Medical Consultant) ผู้บรรยายเรื่อง “ThaiCannabis strains of Cancer treatment” มาเป็นวิทยากรบรรยายเรื่องนวัตกรรมการรักษาโรคมะเร็งพร้อมเผยถึงความก้าวหน้าทางวิชาการและเทคโนโลยีในการรักษาโรคมะเร็งจากโรงพยาบาลพานาซี พระราม 2

ดร.สู เค่อเฉิง ผอ.รพ.มะเร็ง ฟู่ด้า กว่างโจว

ศิริญา เทพเจริญ ผู้บริหาร บริษัท พานาซี กรุ๊ป จำกัด กล่าวว่า “ครั้งนี้นับเป็นอีกก้าวหนึ่งของพานาซี หลังจากที่ได้ไปเปิดโรงพยาบาลที่ประเทศจีน และได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาลจีน ซึ่งโรงพยาบาลของเราเป็นโรงพยาบาลเวชศาสตร์ชะลอวัย(Anti-Aging) ที่ใช้ธรรมชาติแห่งแรกในจีน ปัจจุบันวิกฤติผู้ป่วยมะเร็งนับเป็นเรื่องใกล้ตัวที่ควรให้ความสำคัญในการดูแลรักษา เราตระหนักถึงการรักษาโรคมะเร็งให้ได้ประโยชน์สูงสุด พานาซีจึงได้นำบุคลากรผู้เชี่ยวชาญในการรักษาซึ่งมีประสบการณ์เกี่ยวกับโรคมะเร็งมากว่า 40 ปี โดยร่วมมือกันถึง3 ประเทศ ไทย จีน และเยอรมนี ถือเป็นปรากฏการณ์ครั้งแรกในประเทศไทย ซึ่งจะเริ่มต้นจากที่พานาซีประเทศไทยและตั้งใจให้ที่นี่เป็นโมเดลเพื่อนำไปปรับใช้ในอีกหลากหลายประเทศในอนาคต”

ดร.สู เค่อเฉิง ผู้อำนวยการโรงพยาบาลมะเร็ง ฟู่ด้า กว่างโจว แพทย์ผู้ซึ่งเคยเป็นโรคมะเร็งและรักษาหายมาแล้วกว่า 40 ปี ปัจจุบันอายุ 80 ปี ได้กล่าวว่า“การรักษาโรคมะเร็งเป็นเรื่องที่ท้าทายมาก ปัจจุบันการรักษาหลายอย่าง ทำให้เซลล์มะเร็งอยู่ในร่างกายมากขึ้น จุดประสงค์ของการรักษาของผมคือการมีชีวิตอยู่ได้ยาวนานอย่างมีความสุข ต้องมีการฟื้นฟูร่างกายและใช้ธรรมชาติในการบำบัดรักษา ซึ่งผมกับคุณศิริญามีแนวคิดเดียวกันในการรักษาโรคมะเร็งอย่างมีปัญญา จึงอยากนำวิธีการรักษาเข้ามาใช้ที่พานาซี ตอนนี้ผมเป็นประธานสมาคมการผ่าตัดแบบแช่แข็ง (Cryoablation)ปัจจุบันประสบความสำเร็จกับการรักษาแบบผ่าตัดแบบแช่แข็ง เริ่มใช้ในโซนเอเชีย ซึ่งอนาคตจะนำไปยุโรปอีกด้วย โดยการรักษาโรคมะเร็งมี 4 อย่างที่สำคัญ คือ1.NK Cell :เซลล์เพชฌฆาต เทคโนโลยีการตรวจประเมินความสามารถของระบบภูมิคุ้มกันในการต้านเซลล์มะเร็งอันดับต้นๆ ซึ่งประสบความสำเร็จในการรักษามาแล้วกว่า 500 เคส โดยวิธีการผ่าตัดแบบแช่แข็งกับ NK Cell ถ้าใช้การรักษาร่วมกันจะเห็นผลได้ดียิ่งขึ้น 2.T-Cells เป็นเซลล์ที่รักษาโรคมะเร็งที่มีประโยชน์มากที่สุด สามารถควบคุมเซลล์มะเร็งได้ 3.MBV (Mixed Bacterial Vaccine)เป็นการนำวัคซีนและไวรัสฉีดรวมกันใต้ผิวหนัง หลังจากการรักษาผลเลือดจะดีขึ้น ซึ่งกล่าวได้ว่าประสบผลสำเร็จมาก 4.Hydrogen จากผลการวิจัยของหลายประเทศในอดีต Hydrogenสามารถรักษาได้หลายโรคมากซึ่งเราได้วิจัยค้นพบว่า Hydrogen สามารถคุ้มกันเซลล์มะเร็งไม่ให้กระจายในร่างกายได้ นอกจากนี้ยังมีประโยชน์ในเรื่องอนุมูลอิสสระ,ฆ่าเชื้อ, บำรุงร่างกาย, ควบคุมปกป้องเซลล์และที่สำคัญมีความปลอดภัย ซึ่งผมเห็นว่าที่พานาซีเหมาะสมมากที่สุดในการใช้ Hydrogen ในการรักษา สามารถปรับให้คุณภาพชีวิตของผู้ป่วยมะเร็งดีขึ้นได้ ซึ่งไม่มีผลร้ายต่อร่างกาย”

ตรวจมะเร็งรู้ก่อน ป้องกันได้ พานาซีชวนคุณรู้ทันความเสี่ยงโรคมะเร็งล่วงหน้าได้ 5-10 ปี ด้วยนวัตกรรมจากประเทศเยอรมนี พร้อมเทคโนโลยีความสามารถในการทำงานของ NK Cell (Immunity NK Test)ในการยับยั้งและทำลายการลุกลามของเซลล์มะเร็งโดยใช้ศาสตร์การแพทย์แบบองค์รวมเพื่อให้คุณได้ใช้ชีวิตได้อย่างมีความสุขและไร้กังวลได้อย่างยาวนาน

เซเลบฯสายแฟ กิน ช้อป ฉลองเปิดห้างเซ็นทรัล@เซ็นทรัลเวิลด์ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/461076

เซเลบฯสายแฟ กิน ช้อป ฉลองเปิดห้างเซ็นทรัล@เซ็นทรัลเวิลด์

วันพฤหัสบดี ที่ 19 ธันวาคม พ.ศ. 2562, 06.00 น.

ณัฐธีรา จิราธิวัฒน์ บุญศรี นำทีมฉลองเปิดห้างเซ็นทรัล@เซ็นทรัลเวิลด์ ในบรรยากาศเต็มไปด้วยรอยยิ้ม

ห้างเซ็นทรัล สร้างปรากฏการณ์ครั้งยิ่งใหญ่ใจกลางกรุง จัดงานฉลองเปิดตัวอย่างยิ่งใหญ่ ห้าง ZEN@centralwOrld ปรับโฉมใหม่เป็น “CENTRAL@centralwOrld” ห้างเซ็นทรัล@เซ็นทรัลเวิลด์ ภายใต้คอนเซ็ปต์ Uncover the Exciting Side of You เพื่อยกระดับสู่ที่สุดแห่งห้างไลฟ์สไตล์ของไทย ชวนสัมผัสประสบการณ์ใหม่ที่มากกว่าการช็อปปิ้งบนพื้นที่กว่า 50,000 ตร.ม. ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ กิน ดื่ม ช้อป ครบครันด้วยสินค้าจากแบรนด์ชั้นนำทั่วทุกมุมโลก กว่า 3,000 แบรนด์ รวมถึงร้านอาหารระดับ Michelin Guide Thai Street Food Deck ผสานช่องทาง Offline และ Online เป็นหนึ่งเดียวกันผ่านช่องทางออนไลน์กับ 3 บริการ Chat & Shop, E-Ordering และ Click &Collect

ภายในงานคับคั่งไปด้วยเหล่าเซเบริตี้สายแฟชั่น สายกิน สายช็อปมาร่วมเฉลิมฉลองเทศกาลแห่งความสุข อาทิ พิมพ์พยัพ ศรีกาญจนา, จรสพรรณ สวัสดิวัตน์ ณ อยุธยา, หฤทัย ไชยันต์ ณ อยุธยา, ญาดา รุ่งวัฒนภักดิ์, ณัฏฐ์ธนิน คุณาธนาฒย์, ปุณยาพร พุกกะณะสุต,ณศมน นิยมเดชา, มาร์ค ธาวิน, ปณิธิพัทธ์สุขสมบูรณ์, อังค์วรา ศุภกร, อมาตย์นิมิตภาคย์, ปุญญพัฒน์ ถนอมกุล, ศวิษฐ์อุทัยเฉลิม, วิชชุดา ลีนุตพงษ์ และ พงศภัทร์กันดำ ฯลฯ โดยมี สาวิตรี โรจนพฤกษ์ รับหน้าที่พิธีกร และไฮไลท์สุดพิเศษจากซูเปอร์สตาร์คู่ขวัญ ณเดชน์ คูกิมิยะ และญาญ่า-อุรัสยา เสปอร์บันด์

ญาญ่า-ณเดชน์ กับกล่องของขวัญสุดบิ๊ก

ณัฐธีรา จิราธิวัฒน์ บุญศรีกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท สรรพสินค้าเซ็นทรัล จำกัด ในเครือกลุ่มเซ็นทรัลรีเทล เปิดเผยว่า CENTRAL@centralwOrld นำความทันสมัยและสินค้าสุดเอ็กซ์คลูซีฟ รวมถึงไลฟ์สไตล์ที่เป็นเทรนด์ใหม่ๆ ของโลก มารวมไว้ เพื่อยกระดับอีกก้าวของการช็อปปิ้งขึ้นเป็นห้างไลฟ์สไตล์ โดยวางคอนเซ็ปต์ใหม่ที่ผสมผสานความลงตัวของสินค้า อาหารและการบริการ รวมไว้ในแต่ละชั้น วันนี้CENTRAL@centralwOrld โฉมใหม่พร้อมแล้วที่จะเป็นแหล่งนัดพบที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของทุกคนและนักท่องเที่ยวจากทั่วทุกมุมโลก ให้สามารถมาใช้ชีวิตร่วมกันอย่างมีความสุข ค้นพบแรงบันดาลใจใหม่ๆ ที่เกิดขึ้นได้ด้วยตนเอง ท่ามกลางบรรยากาศการตกแต่งที่เสมือนเป็นการรวมผลงานสถาปัตยกรรมของนักออกแบบชั้นนำระดับโลกมารวมไว้ที่แห่งนี้ทั้งจากประเทศอังกฤษ เยอรมนี ฝรั่งเศสและอิตาลี ผู้ที่เคยออกแบบห้าง Rinascente(รีนาเซนเต) รวมถึงดีไซเนอร์ไทย โดยร่วมมือกันภายใต้คอนเซ็ปต์ Contemporaryจึงทำให้ห้างดูทันสมัย ตอบโจทย์คนรุ่นใหม่มากขึ้น โดยมีคอนเซ็ปต์ที่ต่างกัน และใช้โทนสีที่แตกต่างกัน ตามไลฟ์สไตล์ของลูกค้าที่เป็นกลุ่มเป้าหมายของแต่ละชั้น มีการนำเข้าหุ่นโชว์ดิสเพลย์ มูลค่ากว่า 20 ล้านบาท จากประเทศฝรั่งเศส ซึ่งเป็นบริษัทผู้ออกแบบฯ/ผลิต และส่งออกหุ่นโชว์ดิสเพลย์อันดับ 1 ของโลก โดยหุ่นโชว์นี้จะมีชิ้นส่วนของปาก ที่สามารถเปลี่ยนสีริมฝีปากได้หลายร้อยเฉดสี และใบหน้าที่สามารถถอดเปลี่ยนไปตามซีซั่นของแฟชั่นได้อย่างอิสระ

ศวิษฐ์ อุทัยเฉลิม, วิชชุดาลีนุตพงษ์ และ พงศภัทร์ กันดำ

ใน CENTRAL@centralwOrld มีสินค้าจากแบรนด์ชั้นนำ กว่า 3,000 แบรนด์ กระจายอยู่ทั้ง 7 ชั้น ดังนี้ ชั้น 1 BEAUTY GALERIE & LUXE GALERIE อาณาจักรความงาม แหล่งรวมสินค้าแฟชั่นแบรนด์เนมชั้นนำและสินค้าพิเศษชิ้นเอ็กซ์คลูซีฟและมีร้าน Host x Amberร้านกาแฟรสชาติเวิลด์คลาส Host x Amber สูตรจากบาริสต้าชาวฮ่องกงDawn Chan เจ้าของรางวัล Hong KongTop Barista 2011-2018, ร้าน ROASTร้านอาหาร All day dining สไตล์อเมริกันที่เปิดมานานแล้วกว่า 8 ปี ชั้น 2WOMEN’S ELEGANCE เชื่อมต่อ Skywalk เข้าห้างได้อย่างสะดวกสบาย เป็นสวรรค์ของคนรักรองเท้าที่รวมหลายแบรนด์ดัง กว่า 6 หมื่นคู่

พร้อมอัพลุคการแต่งตัวด้วยแบรนด์แฟชั่นชั้นนำ อาทิ NIKE Womenที่เปิดตัวคอนเซ็ปต์สำหรับผู้หญิงเป็นครั้งแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ มี โซนTHAITHAI แฟชั่นแบรนด์จากผลงานดีไซเนอร์ไทยระดับแนวหน้าของไทย อาทิ VICKTEERUT, ASV, ASAVA, POEMรวมถึง KIS Beauty Store จุดหมายใหม่แห่งความงาม ที่ตอบไลฟ์สไตล์ของสาวยุคใหม่ มอบประสบการณ์เอาใจสาวสายบิวตี้ ชั้น 3 WOMEN แหล่งรวมชุดชั้นในที่ใหญ่ที่สุด รวมถึงชุดว่ายน้ำ ที่มีให้เลือกหลายแบรนด์ดัง และเสื้อผ้าสำหรับเวิร์กกิ้งวูแมน มีกระเป๋า อาทิKARL LAGERFELD, KATE SPADE NEW YORK และยังมี WEST ISLAND แบรนด์ดังจากเกาหลี เปิดตัวที่แรกและที่เดียวในประเทศไทย (ต้นปี 2020)

นันทนัช มงคลรัตนชาติ และ อาทิตยา สูรพันธุ์

คอนเซ็ปต์ใหม่ใจกลางกรุงฯ ที่แรกที่รวมร้านอาหารระดับ Michelin Guide Thai Street Food Deck มาไว้ที่ห้างสรรพสินค้า อาทิ Ten Suns ไร้เทียมทาน,ปาท่องโก๋เสวย,สว่างบะหมี่ปู, ลิ้มเหล่าโหงว,เลิศทิพย์, หวานใจ เป็นต้น โดยเป็นCo-Living & Eating Space ความสุขของการใช้ชีวิตของคนรุ่นใหม่บนพื้นที่ 5,000 ตร.ม. โดยทั้งหมดนี้เราตั้งใจสร้างสรรค์ขึ้นเพื่อแทนคำขอบคุณ แลมอบเป็นของขวัญให้คนกรุงเทพฯในช่วงเทศกาลแห่งความสุข พร้อมมอบโปรโมชั่นและกิจกรรมมากมาย ตั้งแต่วันนี้จนถึงวันที่ 22 ธันวาคม 2562”

มาร์ค ธาวิน และปณิธิพัทธ์ สุขสมบูรณ์