คุณแหน : 19 ธันวาคม 2562 #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/461079

650935

คุณแหน : 19 ธันวาคม 2562

วันพฤหัสบดี ที่ 19 ธันวาคม พ.ศ. 2562, 06.00 น.

ll ชฎาทิพ จูตระกูล แห่งไอคอนสยามนับถอยหลังสู่ปีใหม่ “Amazing Thailand Countdown 2020” งานเคานท์ดาวน์อย่างเป็นทางการแห่งเดียวในกรุงเทพมหานคร โชว์ที่สุดไฮไลท์ การแสดงพลุข้าวเหนียวไทยนวัตกรรมรักษ์โลกจากญี่ปุ่น สวยงามสว่างไสวตระการตารอบคุ้งน้ำเจ้าพระยา ความยาวกว่า 1,400 เมตร ด้วยคอนเซ็ปต์ “มหัศจรรย์พร 7 ประการ”พร้อมกองทัพดาราศิลปินชื่อดังร่วมเฉลิมฉลองปีใหม่สร้างสีสันความสนุกสนานตลอดค่ำคืนส่งท้าย 31 ธ.ค. เวลา 16.30 น. เป็นต้นไป ณ ริเวอร์ พาร์ค ไอคอนสยาม…

ll ยินดีกับ ดร.สาธิต วิทยากร บิ๊กบอสพริ้นซิเพิลแคปิตอล ที่แผนการขยายธุรกิจโรงพยาบาลในเครือเป็นไปตามเป้า ทยอยเปิดโรงพยาบาลใหม่เป็นระยะๆเมื่อกลางเดือน พ.ย.ก็เพิ่งเซ็นสัญญากับศรีสะเกษเมดิเทคร่วมทุนสร้างโรงพยาบาลพริ้นซ์ ศรีสะเกษ ล่าสุดยังได้รมว.สาธารณสุข อนุทิน ชาญวีรกูล เป็นประธานเปิดโรงพยาบาลพริ้นซ์ สุวรรณภูมิ อย่างเป็นทางการแว่วๆ ว่าปีหน้าเตรียมเปิดอีกหลายแห่งในหลายๆ จังหวัดรอฟังข่าวกันได้เลย…

ll ข่าวดี ผศ.ดร.ณัฐพล นิมมานพัชรินทร์, ยอดพจน์ วงศ์รักมิตร และสีหนาท ล่ำซํา ได้รับรางวัลศิษย์เก่าดีเด่นเนื่องในโอกาส 6 ทศวรรษแห่งความภาคภูมิใจ ม.หอการค้าไทย…

ll ใครๆ ก็ถามหา ปราณี ชาญสรรค์ อดีต Director TG ว่าเมื่อไหร่จะกลับจาก ซีแอตเติล เพราะไปอยู่ให้ลูกสาว-ลูกเขย กุลฤดี-อานนท์ เลาหะเกษตรดูแลมากว่า 3 ปีแล้ว แต่เจ้าตัวก็ยังติดต่อเพื่อนๆ ทางไลน์ทุกวันเหมือนกับตัวอยู่เมืองไทย…

ll พิพิธ พิชัยศรทัต กก.ผจก. มงคลชัยพัฒนา ชวนมอบกระเช้าผลิตภัณฑ์ในโครงการพัฒนาส่วนพระองค์ เป็นของขวัญเทศกาลปีใหม่มีให้เลือกหลากหลายรูปแบบและราคา เช่น ข้าวกล้องงอกตราธรรมชาติ แยมผลไม้ กล้วยอบ ผลิตภัณฑ์แปรรูปจากสมุนไพร เป็นแชมพู  สบู่เหลว ครีมบำรุงผิว ฯลฯ สนใจสอบถามที่ ร้านธรรมชาติ ถ.รามคำแหง โทร.02-3722198-9…

ll งานคืนสู่เหย้าชาวธรรมศาสตร์ เย็นวันที่ 22 ธ.ค. 18.00-22.00 น. ที่สนามฟุตบอล มธ.ท่าพระจันทร์  ซื้อบัตรเข้างาน300 ลุ้นรับรางวัลใหญ่ หลายรางวัล เช่น โทรศัพท์มือถือตั๋วเครื่องบิน (ต่างประเทศ และในประเทศ) และอื่นๆอีกมากมาย, อาหารอร่อย 40-50 บูธ, นวดแผนไทย ฟรี สวมเสื้อธรรมศาสตร์รุ่นไหนก็ได้ …ฟังเพลงไพเราะจากวงลิปตา…

ll เพิ่งจะฟื้นจากไข้ได้ไม่นาน พล.อ.ต.นพ.อิทธพร คณะเจริญ รับรางวัลประชาบดี ประเภทบุคคลผู้ทำคุณประโยชน์ประจำปี 2562 งานเดียวกันนี้ มูลนิธิศัลย์ฯสร้างข้อต่อชีวิต ก็ได้รับรางวัลประชาบดี ประเภทองค์กรที่ทำคุณประโยชน์…ll

น้อง

นวัตกรรมการฟอกตับ รพ.จุฬาฯ ช่วยเพิ่มโอกาสการรอดชีวิตให้กับผู้ป่วย #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/461070

นวัตกรรมการฟอกตับ รพ.จุฬาฯ ช่วยเพิ่มโอกาสการรอดชีวิตให้กับผู้ป่วย

วันพฤหัสบดี ที่ 19 ธันวาคม พ.ศ. 2562, 06.00 น.

อ.นพ.สดุดี พีรพรรัตนา,รศ.ดร.นพ.ณัฐชัย ศรีสวัสดิ์,อ.ดร.พญ.ณัฏฐา ล้ำเลิศกุล

ปัจจุบันประเทศไทยมีจำนวนผู้ป่วยโรคตับเพิ่มมากขึ้น และคาดว่าในอนาคตจะมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ เนื่องมาจากอาการเจ็บป่วยและพฤติกรรมการบริโภคที่ส่งผลโดยตรงต่อ “ตับ” ซึ่ง
เป็นอวัยวะที่มีขนาดใหญ่ที่สุดและมีความสำคัญต่อร่างกายอย่างยิ่งแม้ว่าตับจะเป็นอวัยวะเพียงชิ้นเดียวในร่างกายที่มีความพิเศษสามารถสร้างเซลล์ใหม่ขึ้นมาทดแทนเซลล์เก่าที่ถูกทำลายไปได้ก็ตาม แต่ก็มีความจำเป็นที่ต้องมีกระบวนการฟื้นฟูตับที่เสียหาย เพื่อให้ตับสามารถฟื้นตัวกลับมาทำงานได้ตามปกติซึ่งศูนย์ความเป็นเลิศทางการแพทย์ด้านโรคไตในภาวะวิกฤต โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย นอกจากจะเชี่ยวชาญการรักษาผู้ป่วยโรคไตแล้ว ยังค้นพบเทคนิคพิเศษที่สามารถรักษาผู้ป่วยโรคตับด้วยการฟอกตับได้อีกด้วย

รศ.ดร.นพ.ณัฐชัย ศรีสวัสดิ์ หัวหน้าศูนย์ความเป็นเลิศทางการแพทย์ด้านโรคไตในภาวะวิกฤต โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์สภากาชาดไทย อธิบายถึงความสำคัญของตับว่า ในคอลัมน์ “บอกเล่า ก้าวทันหมอ “วารสาร ฬ ของรพ.จุฬาฯ สภากาชาดไทย ว่าตับมีหน้าที่ในการเก็บสารอาหารต่างๆ แล้วนำมาสร้างสารที่จำเป็นต่อร่างกาย เช่น สารที่ทำหน้าที่สลายไขมันเพื่อช่วยในการย่อย สารที่
ช่วยทำให้เลือดแข็งตัว เป็นต้น ทั้งยังช่วยขับสารพิษออกจากร่างกายอีกด้วย ดังนั้นหากตับเสื่อมสภาพ จะทำให้เกิดของเสียคั่งค้างในร่างกายเป็นจำนวนมาก ส่งผลให้อวัยวะต่างๆ ทำงานได้แย่ลง เช่น ไต ทำหน้าที่ขับของเสียออกจากร่างกายจะทำงานหนักขึ้นจนนำไปสู่ภาวะไตวายเฉียบพลันได้ นี่คือความเชื่อมโยงของตับและไต หากแพทย์สามารถทำการรักษาตับเพื่อไม่ให้เสื่อมสภาพ จะเป็นการป้องกันไม่ให้ร่างกายได้รับผลกระทบต่อไป โดยปกติศูนย์ความเป็นเลิศทางการแพทย์ด้านโรคไตในภาวะวิกฤตจะทำการรักษาผู้ป่วยด้วยการฟอกไตอยู่แล้ว จึงได้มีการนำเครื่อง
ฟอกไตชนิดเดียวกันนี้มาดัดแปลงเทคนิคและเปลี่ยนจากน้ำยาฟอกไตเป็นน้ำยาฟอกตับ จนสามารถให้การรักษาผู้ป่วยโรคตับด้วยการฟอกตับได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยในการฟอกตับนี้จะต้องอาศัยการทำงานร่วมกันระหว่าง ศ.ดร.นพ.สมบัติ ตรีประเสริฐสุขและทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านตับ ร่วมกับทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านไตเพื่อช่วยให้การรักษาผู้ป่วยภาวะตับวายเฉียบพลันเป็นไปอย่างได้ผล

สำหรับการรักษาโรคตับวายเฉียบพลันนั้นมีการจำแนกอาการโดยแบ่งการรักษาออกเป็น 3 ระดับ ดังนี้

1. การรักษาด้วยยา ใช้กรณีที่สามารถค้นพบเหตุของตับวายเฉียบพลันได้ เช่น ยาต้านพิษกรณีมีเหตุจากรับประทานยาพาราเซตามอลเกินขนาด หรือใช้ยาต้านไวรัสตับอักเสบบีกรณีเหตุจากไวรัสบี หรือใช้ยาลดการอักเสบ กรณีเหตุจากโรคภูมิคุ้มกันตับทำลายตัวเอง

2. การฟอกตับ แบ่งออกได้ 2 กรณี คือ การรักษาในภาวะตับวายเฉียบพลัน และการประคับประคองตับที่เสียหายหนักเพื่อรอการปลูกถ่ายตับต่อไป

3. การปลูกถ่ายตับ ใช้ในกรณีที่ตับไม่สามารถใช้งานได้ผู้ป่วยจำเป็นต้องรอตับที่เหมาะสมเพื่อทำการปลูกถ่ายตับต่อไป

ส่วนสาเหตุของโรคตับวายเฉียบพลันที่พบบ่อยที่สุดในประเทศไทย ได้แก่

การรับประทานยาเกินขนาด เช่น ยาพาราเซตามอล ส่งผลให้ตับทำงานหนักจนเกิดภาวะตับวายเฉียบพลันอาการป่วยด้วยโรคไวรัสตับอักเสบชนิดเอ (Hepatitis A Virus: HAV) และ บี (HepatitisB Virus: HBV) ซึ่งก่อให้เกิดอาการตับอักเสบเรื้อรัง ตับแข็ง และนำไปสู่ภาวะตับวายเฉียบพลัน และการรับประทานเห็ดพิษหรือสมุนไพร ซึ่งมีความเสี่ยงสูงที่จะทำให้เกิดภาวะตับวายเฉียบพลัน

เมื่อสอบถามถึงความคล้ายคลึงและความแตกต่างของขั้นตอนการฟอกตับและการฟอกไตนั้น รศ.ดร.นพ.ณัฐชัย กล่าวว่าทั้ง 2 วิธี ใช้เครื่องมือและอุปกรณ์ชนิดเดียวกัน แต่ต่างกันที่เทคนิคและน้ำยาที่ใช้สำหรับการฟอกตับเท่านั้น ส่วนข้อแตกต่างอย่างชัดเจนในการฟอกตับและฟอกไต คือ การฟอกไตจะฟอกอย่างต่อเนื่องในผู้ป่วยไตวายในภาวะวิกฤต และผู้ป่วยไตวายเรื้อรัง ในขณะที่การฟอกตับจะทำเมื่อเกิดภาวะตับวายเฉียบพลันซึ่งมักจะเป็นผู้ป่วยไอซียูเท่านั้น ซึ่งการฟอกตับจะเป็นการช่วยทดแทนการทำงานของตับเพื่อรอให้ตับฟื้นตัว หรือเป็นการประคับประคองตับที่เสียหายเพื่อรอการปลูกถ่ายตับ บ่อยครั้งที่ในระหว่างฟอกตับผู้ป่วยบางรายมีอาการดีขึ้นโดยไม่จำเป็นต้องรอปลูกถ่ายตับ ระยะเวลาที่ใช้ในการฟอกตับแต่ละครั้งจะแตกต่างกันออกไปตามอาการของผู้ป่วยแต่ละราย เช่น ในกรณีผู้ป่วยที่รับประทานยาเกินขนาดจนทำให้ตับวายเฉียบพลัน หากผู้ป่วยไม่ได้รับการฟอกตับอาจเสียชีวิตได้ แต่การฟอกตับสามารถช่วยให้ผู้ป่วยมีอาการดีขึ้นภายในระยะเวลาประมาณ 3 วัน กล่าวได้ว่าการฟอกตับช่วยเพิ่มโอกาสรอดชีวิตให้กับผู้ป่วยได้อย่างแท้จริง

นอกจากการรักษาผู้ป่วยด้วยการฟอกตับแล้ว อ.นพ.สดุดี พีรพรรัตนา แพทย์ประจำศูนย์ความเป็นเลิศทางการแพทย์ด้านโรคไตในภาวะวิกฤต โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย กล่าวว่า ศูนย์ฯ จำเป็นต้องเผยแพร่ความรู้และเทคนิควิธีการฟอกตับให้มากยิ่งขึ้น แม้ว่าการฟอกตับจะไม่ใช่เรื่องใหม่ในวงการแพทย์ แต่ก็ยังไม่เป็นที่แพร่หลายนักในปัจจุบัน ดังนั้นในฐานะโรงพยาบาลโรงเรียนแพทย์ชั้นนำของประเทศ จึงเป็นหน้าที่ของศูนย์ฯที่จะต้องเผยแพร่เทคนิคนี้เพื่อให้โรงพยาบาลต่างๆ ทั่วประเทศซึ่งล้วนมีเครื่องมือสำหรับฟอกไตอยู่แล้ว สามารถดัดแปลงเครื่องมือดังกล่าวให้สามารถฟอกตับได้ด้วย โดยในการฟอกตับนั้นจะต้องอาศัยการทำงานร่วมกันระหว่างแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านตับและด้านไตซึ่งจะช่วยให้ผ้ปู่วยที่มีภาวะตับวายสามารถเข้าถึงการรักษานี้ได้ และช่วยเพิ่มโอกาสการรอดชีวิตให้กับผู้ป่วยอีกด้วย ดังเช่นในกรณีของผู้ป่วยโรคไข้เลือดออกที่มีการติดเชื้อ ส่งผลให้ตับซึ่งทำหน้าที่สร้างสารสำคัญที่ช่วยให้เลือดแข็งตัวไม่สามารถทำงานได้ ทำให้เกิดตับอักเสบรุนแรงจนส่งผลให้เกิดภาวะตับวายได้ หากโรงพยาบาลทุกแห่งสามารถทำการฟอกตับได้ก็จะช่วยให้ผู้ป่วยมีโอกาสรอดชีวิตสูง ที่ผ่านมาโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ได้รับผู้ป่วยโรคไข้เลือดออกที่มีภาวะตับวายเข้ารับการรักษามากที่สุดในประเทศไทย ทำให้โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ เป็นศูนย์กลางในการอบรมแพทย์ที่สนใจเทคนิคการฟอกตับทั้งจากในประเทศและต่างประเทศ เช่น แพทย์จากประเทศมาเลเซีย ซึ่งเป็นอีกหนึ่งประเทศที่มีผู้ป่วยโรคไข้เลือดออกเป็นจำนวนมากเข้ามาศึกษาดูงานที่ศูนย์ฯ โดยจะมีการจัดอบรมในทุกๆ 2 ปี ช่วงเดือนสิงหาคม ซึ่งเริ่มมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2560 เป็นต้นมา เพื่อเผยแพร่ความรู้เรื่องเทคนิคการฟอกตับ รวมถึงได้จัดทำตำราการฟอกไตและการฟอกตับฉบับภาษาไทยขึ้นเป็นเล่มแรกของประเทศอีกด้วย พร้อมกันนี้ ศูนย์ฯ ยังเปิดช่องทางในการให้คำปรึกษาแก่ทีมแพทย์ทั่วประเทศที่ต้องการทราบเทคนิคการฟอกตับด้วยเครื่องฟอกไตของโรงพยาบาลที่มีอยู่ทั่วไปให้สามารถดัดแปลงมาทำการฟอกตับได้อย่างทันท่วงที เพราะเป้าหมายที่สำคัญที่สุดคือการช่วยให้ผู้ป่วยพ้นจากอาการเจ็บป่วยและมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น

แม้ว่าการฟอกตับจะเป็นอีกหนึ่งทางเลือกในการรักษาภาวะตับวายเฉียบพลัน แต่การป้องกันไม่ให้เกิดภาวะนี้ถือเป็นสิ่งที่สำคัญยิ่งกว่า อ.ดร.พญ.ณัฏฐา ล้ำเลิศกุล แพทย์ประจำศูนย์ความเป็นเลิศทางการแพทย์ด้านโรคไตในภาวะวิกฤต โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย กล่าวเสริมว่า นอกจากการเจ็บป่วยด้วยโรคที่ก่อให้เกิดภาวะตับวายเฉียบพลันแล้ว ประชาชนควรป้องกันตนเองด้วยการลดการดื่มสุรา เพื่อลดตับแข็งที่ทำให้เกิดโรคตับเรื้อรังและเป็นปัจจัยเสี่ยงต่อการเกิดภาวะตับวายเฉียบพลันได้สำหรับผู้ที่ชอบรับประทานเห็ด ควรตรวจสอบชนิดของเห็ดก่อนจะรับประทานอย่างละเอียดเพราะอาจเป็นเห็ดพิษ ซึ่งมีฤทธิ์ทำให้เกิดภาวะตับวายเฉียบพลันได้ทันทีรวมถึงยาสมุนไพรบางชนิดที่
วางจำหน่ายในท้องตลาดด้วย

รศ.ดร.นพ.ณัฐชัย กล่าวสรุปว่า นอกจากการป้องกัน การรักษา และการฝึกอบรมทางการแพทย์เพื่อให้แพทย์สามารถใช้วิธีการฟอกตับรักษาผู้ป่วยได้อย่างมีประสิทธิภาพแล้ว ศูนย์ความเป็นเลิศทางการแพทย์ด้านโรคไตในภาวะวิกฤต โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ ยังมุ่งมั่นในการทำวิจัยในผู้ป่วยโรคไข้เลือดออกที่มีอาการรุนแรง โดยหวังเป็นอย่างยิ่งว่าในอนาคตจะสามารถผลักดันให้การรักษาด้วยวิธีการฟอกตับเป็นการศึกษาที่อยู่ใน RandomizedControl Trial (RCT) ซึ่งเป็นมาตรฐานที่เป็นที่ยอมรับ เพื่อให้การรักษาด้วยวิธีนี้เป็นที่รู้จักมากยิ่งขึ้น สามารถช่วยเหลือผู้ป่วยให้รอดพ้นจากภาวะตับวายเฉียบพลันและมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นต่อ

แนะนำไอเท็มชิ้นเด็ดที่ต้องมีติดตัวระหว่างเดินทางท่องเที่ยว #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/461061

แนะนำไอเท็มชิ้นเด็ดที่ต้องมีติดตัวระหว่างเดินทางท่องเที่ยว

วันพฤหัสบดี ที่ 19 ธันวาคม พ.ศ. 2562, 06.00 น.

พรรษมน พิริยะเมธา, เฌอปัฐน์ กิตติพรวริษฐ์, รัสวดี ควรทรงธรรม, พิมพิศา จิราธิวัฒน์

ก้าวเข้าสู่ช่วงเวลาแห่งความสุขในการพักผ่อนส่งท้ายปี หลายคนคงวางแผนออกเดินทางท่องเที่ยวเพื่อผ่อนคลายจากการทำงาน และออกไปเติมเต็มความสุขให้กับชีวิต แน่นอนว่าเราคงหลีกเลี่ยงปัญหาผิวที่มาพร้อมกับการเดินทางไม่ได้เนื่องจากปัจจัยหลากหลายชนิด อาทิ ความเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศ ความเหนื่อยล้าจากการเดินทาง ล้วนเป็นตัวการสำคัญที่ทำให้ผิวอ่อนล้า หมองคล้ำ ไม่สดใส

แบรนด์ผลิตภัณฑ์เพื่อการดูแลสุขภาพผิวและเส้นผม “ธัญ” (THANN) เล็งเห็นถึงปัญหาผิวพรรณที่คอยกวนใจเหล่านักเดินทางระหว่างการท่องเที่ยว จึงได้จัดกิจกรรมแนะนำกลุ่มผลิตภัณฑ์ดูแลผิวระหว่างเดินทาง เพื่อเตรียมผิวสวยพร้อมถ่ายรูปในทุกสถานการณ์ และเชิญชวนเหล่าเซเลบริตี้สาวนักเดินทาง อาทิ แพร์-พิมพิศา จิราธิวัฒน์,พัด-พรรษมน พิริยะเมธา, กุ๊กกุ๊ก-รัสวดี ควรทรงธรรมและพลอยฝน-เฌอปัฐน์ กิตติพรวริษฐ์ มาร่วมกิจกรรม “เปิดกระเป๋าเหล่าเซเลบริตี้ เผยไอเท็มชิ้นเด็ดที่ต้องมีติดกระเป๋าระหว่างการเดินทาง”เพื่ออวดผิวสวยสุขภาพดีอยู่ตลอดเวลากับ6 ผลิตภัณฑ์ ประกอบด้วย “เวรี่ วอเตอร์ รีซิสแทนต์ แฟเชียล ซันสกรีน” (Very water resistant facial sunscreen SPF50 PA++++) เสริมเกราะปกป้องผิวจากรังสี UVA และ UVB พร้อมรับมือกับปัญหาริ้วรอย และผิวคล้ำเสียจากแสงแดด, “ไฮเดรติ้ง อิมัลชั่น” (Hydrating emulsion)ผลิตภัณฑ์เติมเต็มความชุ่มชื้นสำหรับผิวหน้า สูตรที่พัฒนามาเพื่อแก้ปัญหาผิวขาดน้ำโดยเฉพาะซึมซาบเข้าบำรุงและฟื้นฟูสภาพผิว, “ตาฮิเตียนลากูน แอนด์ แอลป์ มิเนรัล วอเตอร์ เฟซ มิสต์”(Tahitian Lagoon & Alps Mineral Water Face Mist) สเปรย์น้ำแร่บริสุทธิ์จากธรรมชาติปกป้องผิวจากมลภาวะ พร้อมคืนความมีชีวิตชีวาสู่ผิว, “อีสเทิร์น ออร์เชิร์ด อินเทนซีฟ ไฮเดรติ้งแฟเชียล มาส์ก” (Eastern Orchard intensive hydrating facial mask)ไบโอเซลลูโลสมาส์กมาส์กรักษ์โลก*ผลิตจากน้ำมะพร้าวธรรมชาติ 100% เติมเต็มความชุ่มชื้น และเสริมสร้างความแข็งแรงให้กับโครงสร้างผิว, “โซลิด เพอร์ฟูม” (Solid perfume) อีกหนึ่งทางเลือกแห่งความหอมผ่อนคลายฟื้นบำรุงและรักษาสมดุลความเนียนนุ่มชุ่มชื้นให้กับผิว และ “ไทม์ ทู รีเฟรช” (Time to RefreshTM) เติมความสดชื่นระหว่างวัน ด้วยส่วนผสมของน้ำมันหอมระเหย มอบคุณค่าการบำรุงผิวให้ชุ่มชื้นที่ร้าน  ฟลาเมงโก แบงคอก (Flamenco Bangkok) ชั้น 9 ตึก Helix ศูนย์การค้าดิ เอ็มควอเทียร์

ผลิตภัณฑ์ดูแลผิวจากแบรนด์ “ธัญ”

บรรยากาศในการเวิร์กช็อปเต็มไปด้วยความสนุกสนาน เหล่าเซเลบริตี้สาวเผยไอเท็มเด็ดและเคล็ดลับการดูแลผิวตนเองขณะเดินทางท่องเที่ยว เริ่มที่สาวสวย แพร์-พิมพิศา จิราธิวัฒน์ เล่าว่า

“ส่วนตัวเป็นคนที่ชอบเที่ยวแบบลุยๆ โดยจะเลือกไปประเทศที่ไม่หนาวมาก ออกแนวซัมเมอร์หน่อย เพราะจะได้แต่งตัวมีสีสัน ไม่ต้องกังวลเรื่องสภาพอากาศที่หนาวเย็น และจะได้ทำกิจกรรมเอาท์ดอร์ได้อย่างเต็มที่ ทริปที่เรารู้สึกประทับใจมาก คือ ทริปที่ไปเที่ยวสเปนกับกลุ่มเพื่อนๆ และเน้นเก็บภาพกับตึกสถาปัตยกรรมผลงานของสถาปนิกผู้โด่งดังอย่าง “อันโตนิโอเกาดี้” (Antoino Gaudi) เป็นศิลปะแบบนวศิลป์ (Art Nouveau) เป็นผลงานทางสถาปัตยกรรมที่สวยงามมาก ส่วนวิธีการดูแลผิวขณะเดินทางข้ามทวีปที่มีสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงแบบฉับพลัน ผิวมักจะเจอปัญหาอย่างผิวแห้งลอกและมีผดผื่น เราเลยเตรียมความพร้อมก่อนออกเดินทางท่องเที่ยว หลักๆ ก็จะออกกำลังกายให้พร้อมรับมือกับกิจกกรรมที่จะทำ และเตรียมครีมบำรุงผิวโดยเน้นเติมความชุ่มชื้น ส่วนผลิตภัณฑ์ชิ้นเด็ดที่เราขาดไม่ได้ระหว่างเดินทาง คือครีมบำรุงผิวที่มาสามารถใช้เป็นมาส์กก่อนนอน(Sleeping mask) ได้ เพื่อเน้นเติมเต็มความชุ่มชื้นพร้อมฟื้นฟูสภาพผิว นอกจากนี้ระหว่างการเดินทางเราจะพกสเปรย์น้ำแร่ติดกระเป๋าด้วยเพื่อคืนความสดชื่นสู่ผิว”

ต่อมาที่สาวสังคม พัด-พรรษมน พิริยะเมธา เผยว่า “เป็นคนชอบเดินทางท่องเที่ยวด้วยตนเองแบบชิลๆ เช่น เดินเล่น ถ่ายรูปสวยๆ มักจะเลือกและมองหาที่พักดีๆ ร้านอาหารอร่อยๆ ขึ้นชื่อ ส่วนทริปที่เราชื่นชอบ คือ การไปเที่ยวที่โดโลไมท์ (Dolomites) กลุ่มเทือกเขาหินปูนในประเทศอิตาลีซึ่งกินพื้นที่กว้างใหญ่จนเกิดเป็นหุบเขาสีเขียวรายล้อมไปด้วยทะเลสาบ ซึ่งถ้าไปช่วยฤดูหนาว หิมะจะปกคลุมยอดเขาเป็นสีขาวโพลน ที่นี่ถือว่าเป็นที่เล่นสกีที่ได้รับความนิยมอีกแห่งหนึ่งของยุโรป ส่วนตัวเวลาเดินทางมักจะเผชิญกับปัญหาผิวแห้งขาดน้ำ ทำให้แต่งหน้าไม่ค่อยติดทนเราเลยมักจะเตรียมสกินแคร์ที่เน้นเติมเต็มความชุ่มชื้นเป็นหลัก ซึ่งผลิตภัณฑ์ที่ขาดไม่ได้เลยก็ คือ ไฮเดรติ้งมาส์ก แบบที่เป็นไบโอเซลลูโลสมาส์ก เพราะเนื้อมาส์กแนบสนิทกับผิวหน้า ช่วยเติมความชุ่มชื้นและทำให้ผิวกระจ่างใสขึ้น แล้วมักจะฉีดสเปรย์น้ำแร่ก่อนและหลังแต่งหน้าเพื่อเพิ่มความสดชื่นให้ผิว และช่วยให้เครื่องสำอางติดทนขึ้นด้วย”

ถัดมาที่สาวมีสไตล์ กุ๊กกุ๊ก-รัสวดี ควรทรงธรรม เล่าว่า “การเดินทางท่องเที่ยวสำหรับตน คือ การได้ออกไปเปิดประสบการณ์การใช้ชีวิตและเรียนรู้กับสิ่งต่างๆ รอบตัวอย่างการเดินสำรวจธรรมชาติ (Trekking) อย่างล่าสุดก็มีไปเทรคกิ้งที่แคว้นแคชเมียร์ ประเทศอินเดีย เป็นเทรคกิ้งที่ทางเดินสวยมาก และรู้สึกประทับใจกับบรรยากาศ และความสวยงามของ “Great Lakes”ที่ระดับความสูงเหนือระดับน้ำทะเล 13,750 ฟุตบนเทือกเขาสูงชันที่ปกคลุมด้วยหิมะ และทุ่งหญ้าสีสันสวยงามเต็มไปด้วยไม้เมืองหนาวนานาชนิดชมความงามของทะเลสาบ Vishansar ที่ถูกโอบล้อมด้วยภูเขา 4 ลูก ซึ่งการเดินทางไปในสถานที่ต่างๆ ผิวของเราก็ต้องเผชิญกับมลภาวะและสภาพอากาศที่แตกต่าง ส่วนตัวเรามีสภาพผิวที่ค่อนข้างแห้งอยู่แล้ว เวลาเดินทางไปประเทศที่มีสภาพอากาศหนาวเย็นก็จะเน้นทาครีมบำรุงผิวที่ช่วยเติมความชุ่มชื้น สิ่งสำคัญและขาดไม่ได้เลยคือ ครีมกันแดด โดยเราจะเลือกครีมกันแดดที่ให้เนื้อสัมผัสที่แห้งเบาสบาย ไม่มันวาว รวมถึงต้องมีคุณสมบัติกันน้ำและเหงื่อ (Water Resistant) ได้ดี เพราะกิจกรรมเทรคกิ้งนั้นต้องเผชิญแสงแดดตลอดทั้งวัน เราจึงต้องปกป้องผิวไม่ให้คล้ำเสียได้ง่าย’

ปิดท้ายที่สาวยิ้มสวย พลอยฝน-เฌอปัฐน์กิตติพรวริษฐ์ เผยว่า “ทริปที่ประทับใจ คือทริปพักผ่อนที่เมืองลูเซิร์น (Lucerne) ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ เมืองที่ขึ้นชื่อเรื่องความสวยงามและเงียบสงบอีกแห่งหนึ่ง มีแม่น้ำร็อยส์ไหลออกมาจากทะเลสาบผ่านกลางเมือง เราสามารถมองเห็นเทือกเขาแอลป์, พีลาทุส และรีกีได้ ด้วยอากาศที่เย็นตลอดปีเราจึงสามารถเดินเที่ยวเล่นในตัวเมืองเพื่อหามุมถ่ายรูปสวยๆ กับแฟนได้ ทำให้เรามีความสุขมากๆ ส่วนการดูแลสุขภาพและผิวพรรณเราจะเน้นการพักผ่อน คลายความเครียดเป็นหลักจะหาสปานวดเพื่อผ่อนคลายบ้าง ระหว่างเดินทางก็จะใช้ Time to Refresh หรือไม่ก็ Solid Perfumeบาล์มน้ำหอม เพื่อเติมความสดชื่นระหว่างวัน ซึ่งเราจะพกพาติดตัวไปด้วยตลอด ก่อนการเดินทางเราจะเช็คสภาพอากาศแต่ละประเทศ เพื่อที่เราจะได้เตรียมผลิตภัณฑ์บำรุงผิวที่เหมาะสมกับสภาพอากาศและผิวเราได้มากที่สุด”

ค้นหาผลิตภัณฑ์ดูแลผิวที่เหมาะกับไลฟ์สไตล์การเดินทางท่องเที่ยวของคุณสำหรับรับมือกับปัญหาผิวระหว่างการเดินทางได้แล้ววันนี้ที่ร้าน “ธัญ” (THANN) ทั้ง 16 สาขาทั่วประเทศ

‘กมลนันท์ เจียรวนนท์’ บนเวที One Young World ก้าวตามฝัน ปันโอกาส สร้างสังคมไม่ทอดทิ้งกัน #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/461074

‘กมลนันท์ เจียรวนนท์’ บนเวที One Young World ก้าวตามฝัน ปันโอกาส สร้างสังคมไม่ทอดทิ้งกัน

วันพฤหัสบดี ที่ 19 ธันวาคม พ.ศ. 2562, 06.00 น.

กมลนันท์ เจียรวนนท์ บนเวทีประชุม One Young World Summit 2015

“ฟ่งและเพื่อนๆ มีความฝันว่าอยากช่วยเหลือให้โอกาสคนไร้สัญชาติให้ได้สัญชาติ และอยากให้เด็กกำพร้าได้กลับมาอยู่กับครอบครัวอีกครั้งเราเห็นว่าสังคมมีปัญหาเรื่องนี้ จึงร่วมกันก่อตั้งมูลนิธิเด็กและสตรี VOICES เพื่อที่จะเป็นอีกหนึ่งพลังในการช่วยเหลือสังคม”

เป็นเป้าหมายของการทำงานเพื่อสังคมเมื่อ 9 ปีที่แล้ว ของ กมลนันท์ เจียรวนนท์ หรือ น้องฟ่งบุตรคนที่ 2 ของ ศุภชัย เจียรวนนท์ แห่งเครือเจริญโภคภัณฑ์ ที่แม้ว่าความฝันในวันนั้นจะเป็นเรื่องที่ยากเกินกว่าที่เธอและเพื่อนๆ ในวัย 14 ปี จะทำได้ แต่การได้ลงมือทำอะไรหลายอย่างเท่าที่พอจะช่วยได้ในขณะนั้น ก็ทำให้เธอได้ค้นพบ “Passion” และ “เป้าหมาย”ชีวิตของตัวเอง

“ในปี 2557 ที่ได้ไปร่วมเวที One Young World 2014 ที่ไอร์แลนด์ เป็นครั้งแรก รู้สึกประทับใจมากได้ไปเรียนรู้อะไรมากมาย ในระหว่างการพูดคุยกันในประเด็นเรื่องสิทธิมนุษยชน ฟ่งก็ได้รับข่าวว่าผู้หญิงคนหนึ่งที่ฟ่งพยายามช่วยเหลือมาหลายปีซึ่งเป็นคนไร้สัญชาติถูกจำคุก เพียงเพราะว่าเขาพยายามกลับไปหาแม่ที่พม่า ตอนนั้นเหมือนโลกสลายก็รู้สึกว่าเราอาจจะต้องพูดอะไรสักอย่าง หลังจากบนเวทีพูดเสร็จเขาจะให้โอกาสตั้งคำถาม เราก็ขึ้นไปถามเสียงสั่นๆ ถามหัวหน้าแต่ละองค์กรระดับโลกว่าเคสแบบนี้ เราจะทำอะไรเพื่อคนไร้สัญชาติได้บ้างไหม ซึ่งก็ไม่มีใครตอบได้เลย”

ณ จุดนั้นเองที่ทำให้เธอรู้ว่าต้องผลักดันเรื่องนี้อย่างจริงจัง เพราะเห็นว่ายังมีคนอีกจำนวนมากที่ไม่รู้เลยว่าคนที่ไร้สัญชาตินั้นแตกต่างจากคนทั่วไปอย่างไร ขาดโอกาสและสิทธิ์อะไร และเป็นที่มาของการที่ กมลนันท์ ใช้เวทีการประชุม One Young World Summit 2015 ที่จัดขึ้นที่ประเทศไทยในปี 2558 พูดถึงงานของเธอที่มูลนิธิ VOICES และพูดเพื่อให้ปัญหาของคนไร้สัญชาติได้รับความสนใจจากผู้ที่เกี่ยวข้องในสังคมไทยและสังคมโลกได้หันมาสนใจดูแลปัญหาของคนกลุ่มนี้มากยิ่งขึ้น

“ตอนนั้นก็กลัวมาก เพราะการทำงานเรื่องแบบนี้มันอาจไม่ถูกกฎหมายเต็มร้อย อีกอย่างเราก็พยายามที่จะทำแบบเงียบๆ กลัวว่าจะมีคนมาโจมตีครอบครัวเรา แต่ก็กลับมาคิดต่อว่า ตั้งแต่แรกเราทำเรื่องนี้ทำไม แล้วเราไม่ได้พูดเพื่อตัวเอง ถ้าเราไม่พูดก็ไม่มีใครพูดเรื่องของคนไร้สัญชาติ ฟ่งเชื่อว่าเด็กที่เขาเกิดขึ้นมาเขาไม่ได้ทำอะไรผิดกฎหมาย เขาแค่เกิดมาแบบผิดกฎหมาย ไม่ควรผลักไสเขาออกไป เราต้องช่วยให้เด็กได้มีสัญชาติหรืออะไรสักอย่าง อย่างน้อยให้เขามีโอกาสได้รับบริการสาธารณสุขหรือการศึกษา เพียงแค่นั้นก็อาจจะทำให้เขาเติบโตขึ้นมาเป็นคนที่ทำประโยชน์ให้กับประเทศเราก็ได้”

ขณะไปเป็นอาสาสมัครดูแลเด็กที่ศูนย์พักพิง

และล่าสุดในการประชุม One Young World Summit 2018 ประเทศเนเธอร์แลนด์ ก็ได้เกิดการรวมตัวของกลุ่มผู้นำเยาวชนในการดำเนินงาน“โครงการต่อต้านความรุนแรงทางเพศ” ขึ้นเป็นครั้งแรก ซึ่ง กมลนันท์ ก็ได้ทำหน้าที่ของคนรุ่นใหม่ในการเป็นกระบอกเสียงให้กับเด็กไร้สัญชาติในเวทีโลกอีกครั้งหนึ่ง เพื่อร่วมมือกับผู้นำเยาวชนจากประเทศต่างๆ ในการเข้าไปจัดการกับปัญหาความรุนแรงเกี่ยวกับเพศทั้งในระดับพื้นที่และในระดับโลก

“ก่อนนั้นฟ่งเคยแอบคิดว่าทำไมเราต้องทำธุรกิจเยอะจัง ทำไมต้องทำธุรกิจให้ใหญ่ขึ้นด้วย แต่เมื่อได้ฟังสิ่งที่ศาสตราจารย์มูฮัมหมัด ยูนูส พูดทำให้ฟ่งเปลี่ยนความคิดเรื่องครอบครัวของตัวเองท่านพูดว่า ในยุคของคนรุ่นใหม่เราควรเปลี่ยนความคิดจากการที่เราต้องหางานให้ตัวเอง เปลี่ยนเป็นการที่เราควรช่วยสร้างงานให้คนอื่นๆ คำพูดนี้ทำให้เรามองว่าที่ครอบครัวของเราทำธุรกิจให้มันใหญ่ขึ้นก็แปลได้ว่าเราจ้างคนให้ได้ทำงานมากขึ้น มันก็เป็น impact อีกแบบหนึ่ง ก็เลยทำให้หันมามองว่าการทำธุรกิจมันก็สามารถช่วย Drive Change ได้ และอาจจะทำได้ยั่งยืนกว่าในสิ่งที่เราทำอยู่ด้วยซ้ำ”

ประสบการณ์และมุมมองใหม่ๆ ในเวทีระดับโลกนี้เองทำให้ กมลนันท์ เติบโตขึ้นทางความคิดและปรับเปลี่ยนเป้าหมายการทำงานไปสู่การความเท่าเทียมกันในสังคมมากขึ้น

“หลังจากนั้นโครงการ Voices หรือว่างานอื่นๆ ที่ ฟ่งก็อยากเห็นว่าคนไร้สัญชาติหรือเด็กกำพร้าที่เราช่วยเหลือเหล่านั้นมีงานทำ เพราะเชื่อว่าพวกเขาก็ไม่ได้อยากหรือรอให้คนมาบริจาคช่วยเหลือไปตลอดชีวิต เขาเองก็อยากมีงานทำ มีรายได้ของตัวเอง แล้วก็รู้ว่าตัวเองสามารถใช้ชีวิตอย่างยั่งยืนได้”

ตลอดระยะเวลาในการทำงานเพื่อเด็กด้อยโอกาส แม้ว่าจะมีอุปสรรคต่างๆ มากมาย จนเหมือนกับว่า “ความฝัน” ของเธอและเพื่อนๆ ซึ่งเป็นฝันเดียวกันกับบรรดา “เด็กไร้สัญชาติ” ตามแนวตะเข็บชายแดนนั้นดูเหมือนจะไกลเกินเอื้อม แต่เจ้าตัวกลับไม่ท้อและพร้อมเดินหน้าต่อไป

“ฟ่งคิดว่างานแบบนี้มันอาจจะไม่มีวันสำเร็จได้จริงๆ เพราะเมื่อเราช่วยคนได้ ก็อาจจะมีคนอีกสิบร้อยพันหมื่นคนที่รอให้เราช่วย แล้วโลกของเราก็มีเด็กเกิดขึ้นใหม่ทุกนาที มีช่วงหนึ่งที่เรารู้สึกแย่มากที่ทำไม่สำเร็จก็เริ่มท้อ สังคมก็ไม่เชื่อมั่น ในสังคมด้านกฎหมายก็ไม่ Support ก็รู้สึกว่าเราอาจจะทำต่อไม่ได้ตอนกลับมาเมืองไทยฟ่งก็ไปเลี้ยงเด็กที่บ้านพักฉุกเฉินแล้วมีเด็กคนหนึ่งอายุขวบกว่าๆ เตาะแตะมากอดขา เหมือนเขารู้ว่าเราเป็นอะไรสักอย่าง ก็เลยรู้สึกว่าเราต้องสู้ต่อไป ไม่อย่างนั้นอนาคตของเด็กๆ กลุ่มนี้จะหายไปทันที วันนั้นเรากลับมาคิดได้ว่าเรายอมแพ้ไม่ได้ เราอาจจะไม่สำเร็จวันนี้ เราอาจจะไม่สำเร็จพรุ่งนี้หรือว่าอีก 10 ปี แต่ว่าทุกก้าวที่เราทำ มันก็ทำให้ทุกอย่างมันดีขึ้นไปทีละนิดๆ”

กมลนันท์ ได้ร่วมกับเพื่อนชื่อ สวรินทร์ภุมรินทร์ ก่อตั้ง มูลนิธิเด็กและสตรี VOICES (VoicesFoundation for Vulnerable Children) นอกจากนี้ยังได้รับความเชื่อมั่นให้ก้าวขึ้นมาดำรงตำแหน่ง ประธานมูลนิธิ ธนินท์ เทวี เจียรวนนท์ อีกด้วย

“ฟ่งอยากเห็นสังคมของเรา Inclusive มากกว่านี้ อย่างตอนนี้เรารับรู้และเข้าใจเรื่องความเท่าเทียม Equality เรื่อง LGBTQ แต่กฎหมายยังไม่ยอมรับ และอยากให้คนรุ่นใหม่ช่วยกันขับเคลื่อนสังคมและกฎหมายต่างๆ ไปให้ทันกับการพัฒนาและความเปลี่ยนแปลง ซึ่งตอนนี้จะไปทำงานเป็นที่ปรึกษาด้าน social sector สัก 3-4 ปี เพื่อที่เราจะได้เรียนรู้หลายๆ อย่างทั้งเรื่องธุรกิจ ด้านสังคม หรือการทำงานกับภาครัฐ แล้วเมื่อเรากลับมาทำงานที่ มูลนิธิ ธนินทร์ เทวี เจียรวนนท์ จะได้ทำงานเพื่อสังคมได้เต็มที่ เพราะถ้าเราจะทำให้ยั่งยืนจริงๆ เราต้องทำงานกับทุกภาคส่วน ก็เลยอยากเรียนรู้ให้มากที่สุด เพื่อที่จะกลับมาทำงานในระยะยาว เพื่อช่วยเหลือเด็กด้อยโอกาสให้เกิดความยั่งยืนมากที่สุด”

มูลนิธิอมตะเปิดตัวพ็อกเก็ตบุ๊ค ‘คาถาวิกรม’ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/461058

มูลนิธิอมตะเปิดตัวพ็อกเก็ตบุ๊ค ‘คาถาวิกรม’

วันพุธ ที่ 18 ธันวาคม พ.ศ. 2562, 16.08 น.

 “วิกรม กรมดิษฐ์” เปิดตัวหนังสือ “คาถาวิกรม” บอกเล่าประสบการณ์สู่ความหมายของความสำเร็จในชีวิตที่แท้จริง  หวังส่งผ่านแรงบันดาลใจ และมุมมองใหม่ๆ ให้กับคนไทยทุกกลุ่มอาชีพไปปรับใช้ในราคาเพียง 20 บาท หาซื้อได้ตามร้าน BOOK Smile  และเซเว่น อีเลฟเว่น ทั่วประเทศ

วันที่16 ธันวาคม 2562 นี้ มูลนิธิอมตะได้จัดกิจกรรมเสวนาหนังสือ “คาถาวิกรม” ซึ่งเขียนขึ้นโดย คุณวิกรม กรมดิษฐ์  ประธานมูลนิธิอมตะ ในหัวข้อ” ชีวิตและการเขียนหนังสือ” เพื่อร่วมแบ่งปันมุมมองและทิศทางการดำเนินชีวิต ซึ่งเป็นที่มาของเขียนหนังสือเล่มใหม่โดย คุณวิกรม กรมดิษฐ์  และคุณสุภาพ
คลี่ขจาย

นายวิกรม กรมดิษฐ์ ประธานมูลนิธิกล่าวว่า  หนังสือ “คาถาวิกรม ” เป็นหนังสือที่รวบรวมเรื่องราวต่างๆ ที่ผ่านประสบการณ์ของชีวิตมาแล้วถ่ายทอดเป็นตัวหนังสือที่ใช้ภาษาง่ายๆ เพื่อส่งมอบความหมายของความสำเร็จในชีวิตที่แท้จริงเป็นอย่างไร ให้กับผู้อ่านท่ามกลางเศรษฐกิจและสังคมที่เปลี่ยนแปลงไป เพื่อเป็นแรงบันดาลใจ สร้างมุมมองใหม่ๆ ในการนำไปปรับใช้กับวิถีชีวิตประจำวันของแต่ละบุคคล แต่ละอาชีพ

“ความสำเร็จในการทำงาน กับ ความสำเร็จในชีวิต ที่หลายๆคนปรารถนานั้นอาจไม่ใช่เรื่องเดียวกัน  หนังสือคาถาวิกรม การสร้างมุมมองใหม่ๆ เพื่อเป็นแรงบันดาลใจ ที่สามารถนำมาปรับใช้ได้อย่างมีความสุข อาจจะเป็นสิ่งที่หลายคนลืม หรือมองข้ามสิ่งเล็กๆน้อยๆที่อยู่รอบตัวเราไป  รวมถึงภาษาที่หยิบมาเขียนไม่ซับซ้อนแต่เข้าใจง่าย  ด้วยราคาประหยัด  สามารถเข้าถึงทุกกลุ่ม ทุกอาชีพ  บอกเล่าให้รู้ว่าการจะมุ่งสู่ความสำเร็จเหล่านั้น ต้องใช้องค์ประกอบอย่างไรจึงก่อให้เกิดความสำเร็จนั้นได้ ผมจึงหวังว่า หนังสือเล่มนี้จะเป็นเข็มทิศเป็นกำลังใจนำพาทุกคนไปสู่ชีวิตและการงานที่ดีขึ้นในอนาคต” นายวิกรมกล่าว

สำหรับผู้ที่สนใจสามารถติดตาม หาซื้อหนังสือ คาถาวิกรม ในราคาเพียงเล่มละ 20 บาท ทาง BOOK Smile  และที่เซเว่น อีเลฟเว่น (7-11)  รวมทั้งดูข้อมูลข่าวสารได้ที่ www.facebook.com/VikromKromadit

‘บูม สุภาพร’พบ’หมอปาล์ม’อัปเดตเทรนด์น่องเทพ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/460993

‘บูม สุภาพร’พบ’หมอปาล์ม’อัปเดตเทรนด์น่องเทพ

วันพุธ ที่ 18 ธันวาคม พ.ศ. 2562, 12.59 น.

หลังมีดาราคนดับตบเท้าเข้ามาหา “หมอปาล์ม – พญ.ชวนัฐดา เกยานนท์”แพทย์เฉพาะทางด้านผิวหนัง การปรับรูปหน้า และศัลยกรรมน่องเรียวเทคนิคเกาหลี ผู้ก่อตั้งคลินิกเสริมความงามแบบครบวงจรInfinity Clinic by Dr. Palm (อินฟินิตี้ คลินิก บาย ดร. ปาล์ม) ให้ช่วยดูแลเรื่องความงามกันเป็นว่าเล่นแล้ว ล่าสุด “บูม – สุภาพร วงษ์ถ้วยทอง” นักแสดงสาวจากวิกพระราม 4 ขอเป็นอีกหนึ่งสาวที่อยากสวยครบสูตรตั้งแต่ศีรษะจรดเท้า รีบเคลียร์คิวงานหาวันว่างไปพบ “หมอปาล์ม”เจ้าของฉายา “หมอปาล์มน่องเทพ”ณ Infinity Clinic by Dr. Palm @ TaisinSquare Ekamai(อินฟินิตี้ คลินิก บาย ดร. ปาล์ม @ ไทยซินสแควร์ เอกมัย) คลินิกสาขาใหม่ใจกลางเมือง เพื่ออัปเดตความสวยของเรียวขาให้เป๊ะยิ่งกว่าเดิม ภายใต้โปรแกรมดรีม เลกส์ (Dream Legs) เทคนิคลดน่องเพื่อเรียวขาสวยแห่งเดียวในเมืองไทยงานนี้ “หมอปาล์ม” ได้ให้คำปรึกษาพร้อมดูแลแบบใกล้ชิด เนรมิตเรียวขาที่สวยสมใจสาวบูมชนิดที่ว่าหลังออกจากคลินิกแล้วก็สามารถเดินอวดขาสวยๆ ให้ใครต่อใครอิจฉาในความเรียวเบอร์แรงกันเลยทีเดียว

สำหรับใครที่อยากสวยดูดีแบบ “สาวบูม”ติดต่อสอบถามข้อมูลได้ที่ “อินฟินิตี้ คลินิก บาย ดร. ปาล์ม Infinity Clinic by Dr. Palm สาขา วิภาวดีรังสิต โทร.02-276-5881, 095-524-6669 และ สาขาเอกมัย โทร. 02-006-5489, 096-664-1919/ Line @infinityclinic/ Instagram :infinityclinic_bydrpalmหรือติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมทาง Facebook : Infinity Clinic by Dr. Palm

การแช่งขันบาร์เทนเดอร์คัมพารีประเทศไทย 2019 #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/460991

การแช่งขันบาร์เทนเดอร์คัมพารีประเทศไทย 2019

วันพุธ ที่ 18 ธันวาคม พ.ศ. 2562, 12.55 น.

คัมพารี กรุ๊ป และ บริษัท อัลเคมี่ ไวน์ แอนด์ สปิริตส์ (ประเทศไทยจำกัดเป็นเจ้าภาพจัดงานการแข่งขัน Campari Bartender Competition Thailand 2019เมื่อวันจันทร์ที่ 9 ธันวาคม 2562 ณ โรงแรมฮิลตัน สุขุมวิท กรุงเทพฯ ซึ่งจัดติดต่อกันเป็นปีที่ 2 โดยในปีนี้ผู้ชนะคือ“น้องมะขาม”ธรรมาริน คูเปอร์ (คนกลาง) จากร้าน BELGA Rooftop Bar & Brasserieและเป็นตัวแทนประเทศไทยเดินทางไปยังเมืองมิลาน ประเทศอิตาลี ซึ่งเป็นบ้านเกิดของ CAMPARI ร่วมกับผู้ชนะจากประเทศอื่นๆในเอเชียเพื่อทำการแข่งขันในรายการ “Campari Bartender Competition ASIA 2019”ในรอบชิงชนะเลิศผู้เข้ารอบสุดท้ายจะได้เข้าร่วมอบรมที่คัมพารี อคาเดมี (Campari Academy) ณ สำนักงานใหญ่ของคัมพารี กรุ๊ป (Campari Group) และยังจะได้มีโอกาสทำหน้าที่บาร์เทนเดอร์ในบาร์ชั้นนำในมิลานรวมทั้งได้เสิร์ฟผลงานค็อกเทลที่ได้เข้ารอบสุดท้ายให้กับบรรดาแขกผู้มีเกียรติ ซึ่งจัดขึ้นในเดือนมกราคม 2020 ที่จะถึงนี้ สำหรับผู้ชนะจะได้รับรางวัลมูลค่า3000 เหรียญยูโร

‘เป๊ปซี่โค’ส่งมอบฝายน้ำล้น‘ฝายปู่แซ’ เพื่อคุณภาพชีวิตเกษตรกร 3 จังหวัด #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/460826

‘เป๊ปซี่โค’ส่งมอบฝายน้ำล้น‘ฝายปู่แซ’ เพื่อคุณภาพชีวิตเกษตรกร 3 จังหวัด

วันพุธ ที่ 18 ธันวาคม พ.ศ. 2562, 06.00 น.

รองผู้ว่าฯ วรยุทธ เนาวรัตน์ (กลาง) เป็นประธานเปิดงาน ร่วมกับ วรรณภร วัฒนาเกษมสัตย์ และ ชวาลา วงศ์ใหญ่

บริษัท เป๊ปซี่ โคล่า (ไทย)เทรดดิ้ง จำกัด ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ขนมขบเคี้ยวชั้นนำ อาทิ มันฝรั่งทอดกรอบเลย์ และขนมมัลติเกรนอบกรอบซันไบท์จัดกิจกรรมสร้างฝายน้ำล้น “ฝายปู่แซ”ภายใต้โครงการปรับปรุงและพัฒนาระบบน้ำ เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตเกษตรกรเครือข่ายเป๊ปซี่โค ร่วมกับ มูลนิธิรักษ์ไทย  นำทีมผู้บริหารและพนักงานจิตอาสาจำนวน 50 ชีวิต พร้อมด้วยกลุ่มเกษตรกรในเขตอำเภอทุ่งหัวช้าง จังหวัดลำพูน อำเภอเทิง จังหวัดเชียงราย และอำเภอเชียงคำ จังหวัดพะเยา ที่อาศัยน้ำในระบบชลประทานในการประกอบอาชีพและสร้างรายได้เลี้ยงครอบครัว โดยการสร้างฝายน้ำล้น เพื่อเก็บกักน้ำเพื่อใช้ในการเกษตรกรรม อุปโภค บริโภคและแก้ปัญหาน้ำหลากซึ่งสร้างความเสียหายต่อระบบชลประทานและพื้นที่เกษตรกรรมเป็นอย่างมาก รวมถึงส่งเสริมกิจกรรมจิตอาสาและสร้างจิตสำนึกรักษ์สิ่งแวดล้อมให้กับพนักงาน

นางสาววรรณภร วัฒนาเกษมสัตย์ผู้จัดการอาสุโส ฝ่ายองค์กรสัมพันธ์ บริษัท เป๊ปซี่ โคล่า (ไทย) เทรดดิ้งจำกัด กล่าวว่า “พิธีส่งมอบฝายน้ำล้นฝายปู่แซ ในวันนี้เป็นส่วนหนึ่งของโครงการปรับปรุงและพัฒนาระบบน้ำเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตเกษตรกรเครือข่ายเป๊ปซี่โค และเป็นความร่วมมือระหว่าง “บริษัท เป๊ปซี่ โคล่า (ไทย)เทรดดิ้ง จำกัด” และ “มูลนิธิรักษ์ไทย”ที่ดำเนินการต่อเนื่องมาเป็นปีที่ 3 แล้ว โดยมีเป้าหมายในระยะยาวเพื่อให้เกษตรกรในพื้นที่อำเภอทุ่งหัวช้าง จังหวัดลำพูน อำเภอเทิง จังหวัดเชียงราย และอำเภอเชียงคำ จังหวัดพะเยา ที่อาศัยน้ำในระบบชลประทานในการประกอบอาชีพและสร้างรายได้เลี้ยงครอบครัวให้มีรายได้ที่มั่นคงและมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นจากการพัฒนาระบบน้ำเพื่อการเกษตรในครั้งนี้ รวมถึงส่งเสริมกิจกรรมจิตอาสาและสร้างจิตสำนึกรักษ์สิ่งแวดล้อมให้กับพนักงาน ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายด้านความรับผิดชอบต่อสังคมของเป๊ปซี่โคที่เรียกว่า “ผลงานดี สำนึกดี” (Winning with Purpose) เป๊ปซี่โค พยายามที่จะขับเคลื่อนบริษัทให้ดียิ่งขึ้นโดยการบูรณาการเป้าประสงค์นี้ไว้เป็นแกนหลักในการประกอบธุรกิจและแบรนด์ของตน ตลอดจนแบ่งปัน ร่วมอุทิศสร้างสรรค์สังคมเพื่อประชาชนและโลกใบนี้ โดยกิจกรรมนี้สอดคล้องกับนโยบายความยั่งยืนในด้านเกษตรกรรม คือความพยายามที่จะยกระดับมาตรฐานการใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ สำนึกรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม และสิทธิของแรงงานภาคเกษตรกรรมทั่วโลก และด้านน้ำซึ่งเป๊ปซี่โคได้ให้ความสำคัญกับการปรับปรุงประสิทธิภาพการใช้น้ำในภาคเกษตรกรรมและการผลิตที่มีความเสี่ยงสูงต่อทรัพยากรน้ำ เน้นการใช้มาตรฐานและความชำนาญของตนในการวางนโยบายและแนวปฏิบัติต่างๆ เพื่อปกปักรักษาลุ่มน้ำในชุมชน เพื่อให้ประชาชนสามารถเข้าถึงทรัพยากรน้ำได้อย่างปลอดภัย

เป๊ปซี่โค ส่งมอบฝายน้ำล้น ฝายปู่แซ

ชวาลา วงศ์ใหญ่ ผู้จัดการอาวุโส ฝ่ายส่งเสริมการเกษตร บริษัท เป๊ปซี่ โคล่า (ไทย) เทรดดิ้ง จำกัด กล่าวว่า เนื่องด้วยการเปลี่ยนแปลงทางด้านเศรษฐกิจและสังคมในช่วงที่ผ่านมาได้ก่อให้เกิดการขยายตัวของพื้นที่เกษตรกรรม การใช้ทรัพยากรธรรมชาติต่างๆ เพื่อการผลิตอย่างรวดเร็วและขาดการควบคุมอย่างมีประสิทธิภาพ ส่งผลให้ทรัพยากรธรรมชาติโดยเฉพาะป่าต้นน้ำ เสื่อมโทรม เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ โดยเฉพาะการตกของฝนจากภาวะโลกร้อนเกิดการกัดเซาะพังทลายของหน้าดิน น้ำป่าไหลหลาก สร้างความเสียหายต่อชีวิต ทรัพย์สินและระบบการจัดการน้ำของชุมชนต่างๆ เป๊ปซี่โค ร่วมกับมูลนิธิรักษ์ไทย ได้เข้ามาให้การสนับสนุนในการปรับปรุงและพัฒนาระบบบริหารจัดการน้ำร่วมกับชุมชน โดยผลลัพธ์ของโครงการปรับปรุงและพัฒนาระบบน้ำ เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตเกษตรกรเครือข่ายเป๊ปซี่โค ที่เกิดขึ้น ได้แก่ 1.แผนการบริหารจัดการน้ำ ที่ครอบคลุมการป้องกัน และบรรเทาปัญหาน้ำป่าไหลหลากใน 3 พื้นที่รับน้ำของฝายที่โครงการสนับสนุนการซ่อมแซม 2.เกษตรกรในพื้นที่ 3 อำเภอ จำนวน 385 ครอบครัว มีน้ำเพื่อการเกษตร เพื่อปลูกข้าว และพืชเศรษฐกิจที่เพียงพอ 3.พื้นที่ทางการเกษตรจำนวน 1,785 ไร่ มีน้ำสำหรับปลูกพืชเศรษฐกิจ เพื่อสร้างรายได้ให้กับครอบครัว 4.ฝ่ายชะลอน้ำจำนวน 100 ฝาย สร้างขึ้นจากการมีส่วนร่วมของเกษตรกรและภาคีช่วยฟื้นฟูพื้นที่ป่าต้นน้ำ ลดความรุนแรงของกระแสน้ำในลำห้วย เพื่อป้องกันความเสียหายของฝายหลัก”

ด้าน วรยุทธ เนาวรัตน์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน กล่าวว่า “การที่เป๊ปซี่โคฯ มีโครงการที่เข้ามาช่วยปรับปรุงและพัฒนาระบบน้ำนั้นเป็นความช่วยเหลือที่สำคัญยิ่งสำหรับชาวบ้าน การที่ฝายที่ชำรุดทรุดโทรมลงไปสามารถกลับมาใช้ประโยชน์ได้อีกนอกจากจะยังประโยชน์ในด้านการเกษตรแล้ว ยังมีส่วนช่วยรักษาสภาพแวดล้อม ดูแลระบบนิเวศ และแก้ปัญหาไฟป่าอีกด้วย สุดท้ายนี้ขอฝากให้ชุมชนคนใช้น้ำช่วยกันดูแลฝายให้อยู่ในสภาพที่ดีและใช้งานได้สูงสุดและยั่งยืน”

รางวัลสุดยอด ผลิตภัณฑ์ความงามคุณภาพ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/460819

news_default

รางวัลสุดยอด ผลิตภัณฑ์ความงามคุณภาพ

วันพุธ ที่ 18 ธันวาคม พ.ศ. 2562, 06.00 น.

ดารนีมาตาแก้วผู้จัดการผลิตภัณฑ์เครื่องสำอาง PURE CARE BSC รับรางวัลสุดยอดผลิตภัณฑ์ความงามคุณภาพ “ชีวจิตAwards 2019” สาขา Reader’s Vote หมวด ผลิตภัณฑ์จากธรรมชาติ เป็นรางวัลที่ได้รับการโหวตจากผู้อ่านที่ใช้ผลิตภัณฑ์ว่าเป็นผลิตภัณฑ์จากธรรมชาติคุณภาพเยี่ยม PURE CARE BSC Lotus Spirit Consentrat Essence (เพียวแคร์ บีเอสซี โลตัส สปรีริต คอนเซ็นเทรต เอสเซ้นส์)เอสเซ้นส์บริสุทธิ์ ด้วยพลังจากสารสกัดจากเกสรดอกบัวหลวง ซึ่งเป็นเอกสิทธิ์เดียวของเพียวแคร์ ที่มีงานวิจัยพิสูจน์พบว่า ช่วยต่อต้านริ้วรอยแห่งวัย ได้ดีกว่าสารสกัดจากชาเขียวถึง 2 เท่า เผยผิวใหม่กระจ่างใสได้ดีกว่ามัลเบอร์รี่ พร้อมมอบผิวชุ่มชื่น ช่วยให้ผิวกระจ่างใส ลดเลือนริ้วรอยไร้จุดด่างดำ ปลอดภัยแม้ผิวบอบบาง มอบรางวัลโดย ศุภราภรณ์ กันตะพัฒนะ บรรณาธิการ นิตยสารชีวจิต ณ อิมแพ็ค เมืองทองธานีกรุงเทพฯ

มิติใหม่ภูมิแพ้และอุจจาระร่วงในเด็ก รักษาด้วยโพรไบโอติกส์ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/460812

news_default

มิติใหม่ภูมิแพ้และอุจจาระร่วงในเด็ก รักษาด้วยโพรไบโอติกส์

วันพุธ ที่ 18 ธันวาคม พ.ศ. 2562, 06.00 น.

สถานการณ์โรคภูมิแพ้ทั่วโลก รวมถึงประเทศไทย น่าวิตกขึ้นเรื่อยๆ หากดูเฉพาะในประเทศไทยแล้วพบว่ามีผู้ป่วยโรคภูมิแพ้เพิ่มขึ้น 3-4 เท่าในรอบ 40 ปีที่ผ่านมา โดยวงการแพทย์ทั่วโลกต่างพยายามศึกษาวิจัยมาโดยตลอดเพื่อค้นหาแนวทางการรักษาให้ดีขึ้น ล่าสุดเริ่มมีการเปิดเผยงานวิจัยต่างๆ ที่ทำให้แพทย์เห็นแนวโน้มที่ดีของการรักษาภูมิแพ้ที่ได้ผลดีและปลอดภัยต่อคนไข้ นั่นคือ การใช้โพรไบโอติกส์ หรือ จุลินทรีย์ชนิดดีมาช่วยในการรักษาภูมิแพ้ โดยเฉพาะภูมิแพ้ในเด็ก ซึ่งมีจำนวนมากขึ้นเรื่อยๆ

รศ.พญ.วรนุช จงศรีสวัสดิ์ ภาควิชากุมารเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เผยว่า สาเหตุของโรคภูมิแพ้ในเด็กเกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุ เริ่มตั้งแต่หญิงตั้งครรภ์ โดยเฉพาะเมื่อมีอายุครรภ์น้อยกว่า 6 เดือน ได้รับหรือสัมผัสกับมลพิษ อยู่ในสภาพแวดล้อมที่มีมลพิษหรือมีฝุ่น PM2.5 หรือแม้แต่การใช้ยาปฏิชีวนะในการรักษาโรคอย่างไม่เหมาะสม
หรือมากเกินไป จนจุลินทรีย์ในร่างกายเสียสมดุลและยิ่งโดยเฉพาะร่างกายของเด็กมีความเปราะบางและมีภูมิต้านทานน้อยกว่าผู้ใหญ่เป็นทุนเดิมอยู่แล้ว แพทย์จึงต้องพยายามหาแนวทางการรักษาที่นอกจากจะได้ผลดีแล้ว ต้องคำนึงถึงความปลอดภัยเป็นหัวใจหลักด้วย

“ที่ผ่านมาเราพบว่าเด็กเป็นโรคภูมิแพ้กันมากขึ้นเรื่อยๆ ไม่ว่าจะเป็นแพ้อาหาร ภูมิแพ้จมูก หอบหืด เมื่อวงการแพทย์เริ่มพบข้อมูลว่า โพรไบโอติกส์ อาจนำมาใช้ป้องกันและรักษาโรคภูมิแพ้เพื่อลดความรุนแรงลงได้ โพรไบโอติกส์จึงเริ่มเป็นที่สนใจในวงการแพทย์เนื่องจากมีงานวิจัยรับรองว่าใช้ได้ผลจริง ประเทศต่างๆ ในยุโรปมีการใช้โพรไบโอติกส์เป็นยาและเป็นผลิตภัณฑ์อาหารเสริมกันอย่างแพร่หลาย ซึ่งในส่วนของชาวยุโรปเองก็ค่อนข้างมีความรู้ว่า การใช้ยาปฏิชีวนะโดยไม่ถูกต้องจะส่งผลเสียต่อสุขภาพร่างกาย โดยเฉพาะการเสียสมดุลของจุลินทรีย์ที่ดีในร่างกายดังนั้น เวลาเจ็บป่วยหรือไม่สบาย ก็จะใช้โพรไบโอติกส์ในการรักษามากกว่าการใช้ยาปฏิชีวนะ”

ล่าสุดในงานประชุมนานาชาติครั้งล่าสุดที่จัดขึ้นในไทยภายใต้หัวข้อ “การใช้จุลินทรีย์ที่อยู่ในรูปแบบโพรไบโอติกส์เพื่อรักษาแบบเจาะจง” ซึ่งถือว่าเป็นงานประชุมนานาชาติครั้งแรก
ที่มีการนำผลงานวิจัยในหัวข้อนี้มานำเสนอและแลกเปลี่ยนความรู้ร่วมกันของวงการแพทย์ในงานเดียว ที่น่าสนใจคือ มีงานวิจัยหลายชิ้นพบหลักฐานรับรองมากขึ้นเรื่อยๆ ว่า โพรไบโอติกส์
สามารถนำมาใช้รักษาโรคภูมิแพ้ได้ผลดีและปลอดภัย และยังมีหลักฐานรับรองอีกว่า โพรไบโอติกส์ช่วยรักษาโรคอุจจาระร่วงในเด็กให้หายได้เร็วขึ้น แต่ผู้ปกครองควรปรึกษาแพทย์เกี่ยวกับข้อจำกัดในการใช้โพรไบโอติกส์ในเด็กคลอดก่อนกำหนด รวมถึงการพิจารณาเลือกใช้ผลิตภัณฑ์โพรไบโอติกส์ที่มีงานวิจัยรองรับ การพิจารณาเลือกสายพันธุ์ของโพรไบโอติกส์ที่มีผลต่อการรักษาที่แตกต่างกัน ตลอดจนเลือกผลิตภัณฑ์ที่สามารถคงชีวิตของสายพันธุ์ได้ตลอดอายุการใช้งานที่กำหนดไว้

นอกจากนี้ ยังมีการเปิดเผยงานวิจัยหลายชิ้นในงานนานาชาติครั้งนี้ที่พบว่า โพรไบโอติกส์ สามารถนำมาใช้รักษาโรคลำไส้อักเสบและลำไส้แปรปรวนได้ผลดี โดยนายแพทย์ Toshifumi Hibi ผู้อำนวยการศูนย์การวิจัยและรักษากลุ่มโรคลำไส้อักเสบเรื้อรัง มหาวิทยาลัยคิตะซาโตะ ประเทศญี่ปุ่น เปิดเผยว่า โพรไบโอติกส์ใช้บำบัดรักษากลุ่มโรคลำไส้อักเสบเรื้อรังได้ แต่ผู้ป่วยควรเลือกใช้ผลิตภัณฑ์โพรไบโอติกส์สายพันธุ์ที่สามารถออกฤทธ์ที่เป็นประโยชน์ต่อลำไส้ และเป็นผลิตภัณฑ์ที่ผ่านการทดสอบทางการแพทย์แล้ว สอดคล้องกับนายแพทย์ Robert Zeiser จากคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยไฟร์บวร์ก ประเทศเยอรมนี ซึ่งพบว่า การรักษาโรคลำไส้แปรปรวนด้วยโพรไบโอติกส์ให้ผลน่าพอใจและส่งผลดีต่อร่างกาย เนื่องจากช่วยปรับสมดุลของจุลินทรีย์ในลำไส้ ในขณะที่นายแพทย์ Peter Gibson หัวหน้าศูนย์วิจัยวิทยาทางเดินอาหาร มหาวิทยาลัยโมนาช ประเทศออสเตรเลีย เสริมว่า โพรไบโอติกส์ช่วยคลายเครียด ส่งผลให้ระบบทางเดินอาหารทำงานเป็นปกติ ช่วยลดปัญหาเกี่ยวกับระบบขับถ่ายท้องผูก ท้องเสีย ได้อีกทางหนึ่ง

ปัจจุบันจุลินทรีย์โพรไบโอติกส์ที่มีการนำมาใช้ในผลิตภัณฑ์เพื่อรักษาภูมิแพ้ ได้แก่สายพันธุ์ Lactobacillus Acidophilus NCFM และ Bifidobacterium Lactis BL-04 เนื่องจากมีความปลอดภัยและมีงานวิจัยรับรองว่ารักษาได้ผลดีว่าช่วยเพิ่มภูมิต้านทาน ลดโอกาสการติดเชื้อในระบบทางเดินหายใจ และสามารถช่วยกำจัดเชื้อจุลินทรีย์ชนิดที่ก่อโรคในลำไส้ได้ นอกจากนี้ ยังมีโพรไบโอติกส์สายพันธุ์ Escherichia coli 1017 (E. coli 1917) ที่ถูกนำมาใช้เป็นผลิตภัณฑ์รักษาโรคอุจจาระร่วงในเด็กที่ได้ผลดีและมีงานวิจัยทางการแพทย์รับรองด้วยเช่นกัน

การใช้โพรไบโอติกส์ในการรักษาโรคโดยเฉพาะภูมิแพ้และอุจจาระร่วงในเด็ก จึงนับเป็นมิติใหม่ในการรักษาที่แพทย์ทั่วโลก รวมถึงทั้งนี้ สามารถรับชมวีดีโองานประชุมวิชาการนานาชาติ “การใช้จุลินทรีย์ที่อยู่ในรูปแบบโพรไบโอติกส์เพื่อรักษาแบบเจาะจง”เพิ่มเติม ได้ที่ https://youtu.be/QfxA6ngZjck