คิกออฟ‘โคเนื้อสร้างชาติ’ ชูขอนแก่นโมเดลของขวัญปีใหม่เกษตรกรอีสาน #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/461272

news_default

คิกออฟ‘โคเนื้อสร้างชาติ’ ชูขอนแก่นโมเดลของขวัญปีใหม่เกษตรกรอีสาน

วันศุกร์ ที่ 20 ธันวาคม พ.ศ. 2562, 06.00 น.

นายประภัตร โพธสุธน รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยหลังเป็นประธานเปิดงานขับเคลื่อนโครงการภายใต้บันทึกความเข้าใจ (MOU) โครงการสนับสนุนสินเชื่อเพื่อการส่งเสริมการเลี้ยงสัตว์และกิจการที่เกี่ยวเนื่อง “ขอนแก่นโมเดล”ว่า รัฐบาลและกระทรวงเกษตรฯเป็นห่วงเกษตรกร และประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติซ้ำซากในหลายพื้นที่ จึงมีนโยบายช่วยเหลือเกษตรกรและประชาชนให้ประกอบอาชีพสร้างรายได้เพิ่มขึ้น โดยทำโครงการภายใต้บันทึกความเข้าใจ (MOU) โครงการสนับสนุนสินเชื่อเพื่อการส่งเสริมการเลี้ยงสัตว์ และกิจการที่เกี่ยวเนื่อง ระหว่าง กระทรวงเกษตรฯ โดย กรมปศุสัตว์ กับธ.ก.ส.ไปแล้ว เพื่อเพิ่มขีดความสามารถภาคปศุสัตว์ไทย ฟื้นฟูอาชีพแก่เกษตรกร สนับสนุนการจัดการตลาดผลิตผลการเกษตรที่เป็นวัตถุดิบอาหารสัตว์ และสร้างอาชีพทางเลือกใหม่ด้วยการปรับเปลี่ยนพื้นที่ไม่เหมาะสมมาเลี้ยงสัตว์จำหน่ายทั้งในและต่างประเทศ

สำหรับจ.ขอนแก่น มีเกษตรกรเลี้ยงโคเนื้อ 28,774 ราย มีโคเนื้อรวม 162,863 ตัว ตลอดจนเป็นพื้นที่ที่มีศักยภาพเลี้ยงโคเนื้อ และเป็นศูนย์กลางในภาคอีสาน จึงมองเห็นโอกาสที่จะช่วยฟื้นฟูอาชีพแก่เกษตรกรที่ประสบภัย จึงจัดทำโครงการส่งเสริมการเลี้ยงโคเนื้อภายใต้ชื่อ “โครงการส่งเสริมการเลี้ยงโคขุนสร้างรายได้ ภายใต้โครงการโคเนื้อสร้างชาติ” ด้วยการเลี้ยงโคขุนระยะสั้นไม่เกิน 4 เดือน สร้างรายได้เสริมให้เกษตรกรและผลิตปุ๋ยมูลสัตว์ใช้เพาะปลูก เพื่อลดต้นทุนการผลิตได้อีกทาง โดยธ.ก.ส.สนับสนุนสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ เพื่อส่งเสริมการเลี้ยงโคขุนระยะสั้น ตลอดจนพัฒนาศักยภาพคอกกลางรวบรวมโคขุน และคอกกักเพื่อส่งออกให้สหกรณ์การเกษตร กลุ่มเกษตรกร วิสาหกิจชุมชน 40,000 รายทั่วประเทศ โดยเกษตรกรต้องจัดหาซื้อโคตามคุณลักษณะที่กรมปศุสัตว์กำหนดคือ โคเนื้อเพศผู้ 5 ตัว อายุระหว่าง1 ปีครึ่ง-2 ปี น้ำหนักเฉลี่ย 250 กก. พร้อมกันนี้รัฐสนับสนุนค่าอาหารสัตว์ (TMR) ค่าเบี้ยประกันภัย และบ่อบาดาลเพื่อการเกษตรอีกด้วย

“จ.ขอนแก่น พร้อมทั้งด้านพื้นที่ จึงเริ่มขับเคลื่อน“ขอนแก่นโมเดล”เป็นจังหวัดแรก เพื่อเป็นต้นแบบให้อีก 20 จังหวัดในภาคอีสาน และเพื่อเป็นของขวัญปีใหม่ให้เกษตรกร โดยในงานจัดประชุมชี้แจงให้เกษตรกรและผู้สนใจอาชีพปศุสัตว์เข้าร่วมรับฟัง ทั้งนี้ จ.ขอนแก่นดำเนินการโครงการสนับสนุนสินเชื่อส่งเสริมการเลี้ยงสัตว์และกิจการที่เกี่ยวเนื่องไปเบื้องต้นแล้ว มีกลุ่มเกษตรกรกลุ่มวิสาหกิจชุมชน กลุ่มสหกรณ์สนใจขอเข้าร่วมโครงการ 149 กลุ่ม เกษตรกร 1,487 คน ปัจจุบันธ.ก.ส.อนุมัติงบประมาณให้เกษตรกรและแปลงใหญ่โคเนื้อ 3 กลุ่มเป็นเงิน 25.57 ล้านบาท โครงการสินเชื่อชุมชนปรับเปลี่ยนเพื่อพัฒนาอาชีพของผู้มีรายได้น้อย (XYZ) 4 กลุ่ม เป็นเงิน 7.44 ล้านบาท รวม 33 ล้านบาท และยังมีเกษตรกรที่สนใจเข้าร่วมโครงการอีกจำนวนมาก” นายประภัตร กล่าว

ประเดิมกิจกรรมField Dayที่ปราณบุรี นำเทคโนโลยีเพิ่มศักยภาพผลิตมะพร้าว #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/461265

news_default

ประเดิมกิจกรรมField Dayที่ปราณบุรี นำเทคโนโลยีเพิ่มศักยภาพผลิตมะพร้าว

วันศุกร์ ที่ 20 ธันวาคม พ.ศ. 2562, 06.00 น.

จากสถานการณ์ผลิตสินค้าเกษตรปัจจุบันที่แข่งขันด้วยเทคโนโลยี ส่งผลกระทบให้เกษตรกรส่วนใหญ่ที่เป็นเกษตรกรรายย่อย ซึ่งใช้วิธีผลิตแบบเดิมและขาดโอกาสเข้าถึงข้อมูล แหล่งทุน ทรัพยากร และการตลาด ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า กระทรวงเกษตรฯตระหนักถึงปัญหาดังกล่าว จึงจัดกิจกรรมวันถ่ายทอดเทคโนโลยีเพื่อเริ่มต้นฤดูกาลผลิตใหม่ หรือ Field Day ขึ้นเพื่อเตรียมความพร้อมให้เกษตรกร ก่อนเริ่มต้นฤดูกาลผลิตใหม่ ปี 2563 โดยมอบให้หน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรฯบูรณาการทำงานสนับสนุนให้เกษตรกรมีองค์ความรู้เพื่อวางแผนการผลิต บริหารจัดการความเสี่ยง สร้างความเข้มแข็งให้เกษตรกรนำองค์ความรู้ที่เหมาะสมแต่ละพื้นที่ไปใช้เพิ่มประสิทธิภาพการผลิต

ด้านนายเข็มแข็ง ยุติธรรมดำรง อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กล่าวว่าสถานการณ์ผลิตมะพร้าวในอ.ปราณบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์ ประสบปัญหา หนอนหัวดำ แมลงศัตรูมะพร้าวระบาดระดับรุนแรง ส่งผลให้สวนมะพร้าวเสื่อมโทรม ผลผลิตลดลง ซึ่งเกษตรกรในพื้นที่แก้ปัญหาโดยใช้สารเคมีกำจัดศัตรูมะพร้าว และใช้ปุ๋ยเคมีปริมาณสูง เพื่อฟื้นฟูต้นมะพร้าวให้แข็งแรง ทำให้ต้นทุนการผลิตสูงขึ้น นอกจากนี้ เกษตรกรยังประสบปัญหาราคาผลผลิตไม่แน่นอน กรมจึงใช้ศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร(ศพก.)อ.ปราณบุรี เป็นศูนย์กลางพัฒนาเกษตรกรในพื้นที่ให้มีความรู้จัดการศัตรูพืชได้ด้วยตนเองอย่างยั่งยืน อีกทั้ง ยังส่งเสริมให้เกษตรกรเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตมะพร้าว ผลิตปุ๋ยอินทรีย์ใช้เอง เพื่อลดต้นทุนการผลิต คัดเลือกพันธุ์ เพาะพันธุ์มะพร้าวใช้เอง และปลูกพืชแซมในสวนมะพร้าวเพิ่มรายได้

สำหรับการจัดงานวันถ่ายทอดเทคโนโลยีเพื่อเริ่มต้นฤดูกาลผลิตใหม่ ที่ศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร อ.ปราณบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์วันที่ 16 ธันวาคม  รมว.เกษตรฯเป็นประธานเปิดงาน ซึ่งนับเป็นการจัดงานครั้งแรกของปีงบประมาณ 2563 โดยนำเทคโนโลยีเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตมะพร้าว 5 สถานีมาให้เกษตรกรเรียนรู้ ได้แก่ 1) สถานี “เพาะ”: เพาะพันธุ์เอง…ต้นทุนน่ารักเพื่อให้ทราบเทคนิควิธีคัดเลือกพันธุ์ และเพาะพันธุ์มะพร้าว 2) สถานี “หมัก” หมักบ่ม…สะสมของดีไว้ เพื่อให้ทราบเทคนิควิธีผลิตปุ๋ยอินทรีย์ชีวภาพใช้เอง เพื่อลดต้นทุนการผลิต 3) สถานี“ใส่”เลือกใส่ปุ๋ยให้พอดี…อย่างใส่ใจ ให้ทราบเทคนิควิธีใช้ปุ๋ยอินทรีย์ควบคู่ปุ๋ยเคมีในสวนมะพร้าวที่เหมาะสม เพื่อลดต้นทุนเพิ่มผลผลิต 4) สถานี“Fight” ดูแลป้องกันไว้…ศัตรูไม่ได้แอ้ม ให้เกษตรกรเรียนรู้วิธีป้องกันกำจัดศัตรูมะพร้าวอย่างมีประสิทธิภาพโดยวิธีผสมผสาน และ 5) สถานี“แซม” ปลูกหลายอย่างแซมกันไว้…รายได้เพิ่ม

กรมชลฯส่งจนท.แจงสถานการณ์น้ำแล้ง #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/461266

news_default

กรมชลฯส่งจนท.แจงสถานการณ์น้ำแล้ง

วันศุกร์ ที่ 20 ธันวาคม พ.ศ. 2562, 06.00 น.

ดร.ทองเปลว กองจันทร์ อธิบดีกรมชลประทาน เปิดเผยสถานการณ์น้ำลุ่มเจ้าพระยาล่าสุดว่า มีปริมาณน้ำต้นทุนจาก 4 เขื่อนหลักได้แก่ เขื่อนภูมิพล เขื่อนสิริกิติ์ เขื่อนแควน้อยบำรุงแดน และเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ รวมกัน 11,451 ล้านลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.) หรือร้อยละ 46 ของความจุอ่างฯ รวมกัน มีปริมาณน้ำใช้การได้รวม4,755 ล้านลบ.ม. หรือคิดเป็นร้อยละ 26 ของปริมาณน้ำที่ใช้การได้ นับว่าอยู่ในเกณฑ์น้ำน้อย ทั้งนี้ กรมชลประทานจัดสรรน้ำต้นทุนที่มีอยู่ให้เพียงพอกับการอุปโภค บริโภคก่อนเป็นลำดับแรก 1,150 ล้านลบ.ม. ปล่อยน้ำลงแม่น้ำคูคลองเพื่อรักษาระบบนิเวศน์และผลักดันน้ำเค็ม 2,335 ล้านลบ.ม. ส่งน้ำให้พื้นที่เกษตรต่อเนื่อง สวนผลไม้ ไม้ดอก 515 ล้านลบ.ม. ส่วนที่เหลืออีก 1,877 ล้านลบ.ม.สำรองไว้ต้นฤดูฝนหน้า กรณีฝนมาช้า มาน้อย หรือฝนทิ้งช่วง

ปริมาณน้ำต้นทุนของลุ่มเจ้าพระยาปีนี้จึงไม่พอปลูกข้าวนาปรัง กรมขอความร่วมมืองดปลูกข้าวนาปรังฤดูแล้งปี 2562/63 พร้อมลงพื้นที่สร้างความรับรู้และเสนอแนะแนวทางเลือกสร้างรายได้ หรือป้องกันกรณีเหตุการณ์น้ำน้อย อย่างไรก็ดี ปีนี้กรมชลประทานเตรียมพร้อมเครื่องจักรกล รถบรรทุกน้ำ รวมมากกว่า 2,000 หน่วย เพื่อเข้าปฏิบัติการช่วยเหลือพื้นที่ประสบภัยแล้ว และจะจ้างแรงงานเกษตรกรเพื่อชดเชยรายได้ควบคู่ไปด้วย ล่าสุดลงพื้นที่พบกลุ่มผู้ใช้น้ำและเกษตรกรจากอ่างเก็บน้ำกระเสียว จ.สุพรรณบุรี ปัจจุบันมีปริมาณน้ำต้นทุนที่ใช้การได้ฤดูแล้งนี้เพียง 22 ล้านลบ.ม. อยู่ในเกณฑ์น้ำน้อย ที่ประชุมคณะกรรมการจัดการชลประทานโครงการกระเสียวมีมติให้สำรองน้ำ 20 ล้านลบ.ม. ไว้เพื่ออุปโภคบริโภค ตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน2562-กรกฎาคม 2563

ผลจากการขอความร่วมมือกลุ่มผู้ใช้น้ำอ่างฯกระเสียวงดทำนาปีต่อเนื่องและนาปรังปี 2562/63 ได้รับผลตอบรับเป็นที่น่าพอใจ ราษฎรเข้าใจให้ความร่วมมือประหยัดน้ำ จึงมั่นใจว่าจะมีน้ำใช้ไม่ขัดสนไปจนหมดหน้าแล้งแน่นอน นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ชลประทานยังจัดทำบันทึกชี้แจงสถานการณ์น้ำ จัดเวทีประชุมชุมชน เสียงตามสาย ป้ายประชาสัมพันธ์ในพื้นที่จังหวัดลุ่มเจ้าพระยา ชัยนาท สิงห์บุรี อ่างทอง อุทัยธานี และอยุธยา สร้างความรับรู้เข้าใจ และขอความร่วมมืองดทำนาปีและนาปรังต่อเนื่อง

ภาพลักษณ์มั่นใจสไตล์ผู้บริหาร! Asian Beauty Uncompromised : สวยสดใส สไตล์เอเชีย #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/461595

ภาพลักษณ์มั่นใจสไตล์ผู้บริหาร! Asian Beauty Uncompromised : สวยสดใส สไตล์เอเชีย

วันศุกร์ ที่ 20 ธันวาคม พ.ศ. 2562, 19.52 น.

เมื่อเร็วๆนี้ สมาคมที่ปรึกษาภาพลักษณ์นานาชาติแห่งประเทศไทย โดยมีคุณสิริวัฒนา เล็กสุวัฒน์ ดำรงตำแหน่งประธาน ได้รับเกียรติจากวิทยากรผู้ชำนาญการจากประเทศญี่ปุ่น 2 ท่าน คือคุณ Kayo Yamagishi ในการส่งต่อความรู้เรื่องการจัดระเบียบสรีระ เพื่อการปรากฏกายที่มั่นใจในสไตล์ผู้บริหาร ที่ต้องดูน่าเชื่อถือ มีความเป็นผู้นำ และคุณ Miyo Fukui นายกสมาคมช่างแต่งหน้ามืออาชีพแห่งประเทศญี่ปุ่น ที่ได้รับ License ในการแต่งหน้าให้นางงามจักรวาลของญี่ปุ่น มาสอนเกี่ยวกับการเลือกใช้เครื่องสำอางที่ถูกต้อง พร้อมทั้งเทคนิคการเเต่งหน้าให้ดูสดใสแบบคนเอเชีย โดยเน้นเทคนิคแต่งน้อยแต่สวยมาก

ทั้งนี้ คุณคริมา จิวะชาติ รองประธานสมาคมฯ ได้เล่าให้ทางแนวหน้าฟังเพิ่มเติมว่า การจัดงานในครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อเฉลิมฉลองการครบรอบการจัดตั้งมาเกือบ 30 ปี โดยสมาคมที่ปรึกภาพลักษณ์นานาชาติ เป็นองค์กรที่ไม่แสวงผลกำไร ที่มีสำนักงานใหญ่อยู่ในสหรัฐอเมริกาและมีสำนักงานสาขาในหลายประเทศทั่วโลก รวมถึงประเทศไทย

สำหรับหัวข้อการจัดกิจกรรมในปีนี้ คือ Authentic Beauty Uncompromised หรือ สวยสดใสในความเป็นตัวตนของเรา ซึ่งในประเทศไทยเราแปลงหัวข้อเป็น “Asian Beauty Uncompromised : สวยสดใส สไตล์เอเชีย” ทั้งนี้ ทางสมาคมฯ ได้นำรายได้ส่วนหนึ่งจากการจัดงาน ร่วมสมทบเข้ากองทุน Angel Fund เพื่อต่อยอดความรู้ด้านภาพลักษณ์ให้กับผู้ด้อยโอกาสอีกด้วย และท้ายที่สุดนี้ ทางสมาคมฯ ขอแสดงความขอบคุณต่อผู้เข้าร่วมกิจกรรมทุกท่าน รวมถึงทุกความประทับใจและทุกการสอบถามถึงโครงการต่างๆ ของทางสมาคมมา ณ โอกาสนี้ด้วย

สามารถติดตามข้อมูลสมาคมที่ปรึกษาภาพลักษณ์นานาชาติแห่งประเทศไทย เพิ่มเติมได้ที่ Facebook: AICI Thailand Instagram: aici.thailand

Drum On Tour ซีซั่น 1 ‘รัวกลองไปให้ถึงฝัน’ ชูดนตรีแนวใหม่ๆ ตอบโจทย์ทุกจังหวะดนตรี #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/461554

Drum On Tour ซีซั่น 1 ‘รัวกลองไปให้ถึงฝัน’ ชูดนตรีแนวใหม่ๆ ตอบโจทย์ทุกจังหวะดนตรี

วันศุกร์ ที่ 20 ธันวาคม พ.ศ. 2562, 18.46 น.

โปรเจกท์ Drum On Tour รวมพลนักดนตรีวัยเยาว์ มือกลองยามาฮ่า สุพรรณบุรี โชว์กึ๋นรัวกลองเข้มข้น 30 ชุด ลั่นกลองพร้อมกันครั้งแรกในเมืองไทย เพื่อตามหาฝัน…พิสูจน์ความสัมฤทธิผลของหลักสูตร “ยามาฮ่า” ดีที่สุดในประเทศไทย

ไฮไลท์โปรเจกท์ “ดรัม ออน ทัวร์ รัวกลองไปให้ถึงฝัน ซีซั่น 1” เกิดขึ้นครั้งแรกจากแรงบันดาลใจของ “ครูบอล” เจตณิพัทธ์ ขันอาสา ครูสอนวิชากลอง โรงเรียนดนตรียามาฮ่า สุพรรณบุรี พร้อมด้วยทีมครูวิชากีตาร์ไฟฟ้าและวิชาขับร้องทุกคน ที่ช่วยกันคิดสร้างสรรค์รวมพลังดนตรีร่วมกัน ในการยกพลเด็กเก่งเมืองสุพรรณบุรีที่รักจังหวะการตีกลองอยู่ในสายเลือดศิลปินตัวน้อยๆ กว่า 50 ชีวิต โชว์ลีลาการรัวกลอง 30 ชุดพร้อมกันสร้างปรากฏการณ์ดนตรีแนวใหม่ๆในแบบไลฟ์สไตล์ของตัวเอง กับบทเพลงที่ฮิตติดหูวัยรุ่น ยุคใหม่ อาทิ รักติดไซเรน, ซ่อนกลิ่น. We Will Rock You, Left outside Alone บริเวณหน้าลานอุทยานมังกรสวรรค์ จังหวัดสุพรรณบุรี โดยมือกลองตัวน้อยๆ นั้นเรียนวิชากลอง กีตาร์ และขับร้อง ได้แสดงทักษะการตีกลองที่ทุกคนนั้นมีพรสวรรค์ และมีความฝันอยากโตเป็นนักดนตรีมืออาชีพ ที่สร้างชื่อเสียงแก่โรงเรียน และครอบครัว ที่มีส่วนส่งเสริมสนับสนุนเด็กๆ ใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ และห่างไกลจากยาเสพติด ด้วยการใช้เวลาว่างเล่นดนตรี

ที่สำคัญ โปรเจกท์พิเศษ “ดรัม ออน ทัวร์รัวกลองไปให้ถึงฝัน” มีผู้สนับสนุนใจดี โดยมี วิศน์กานต์ ขุนสุวรรณ ผู้บริหาร และ ณัฐตชาจันทกลัด ผู้จัดการโรงเรียนดนตรียามาฮ่า สุพรรณบุรี ที่พร้อมสนับสนุนคนรุ่นใหม่ ได้มีเวทีสานฝันให้เด็กๆ กล้าคิด…กล้าทำ และกล้าแสดงออกอย่างเต็มที่ เพราะที่แห่งนี้มีดนตรี

คุณแหน : 21 ธันวาคม 2562 #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/461553

650935

คุณแหน : 21 ธันวาคม 2562

วันศุกร์ ที่ 20 ธันวาคม พ.ศ. 2562, 18.42 น.

ll ทราบข่าวตอนแรกนึกว่าทัวร์หลายประเทศที่แท้อยู่ที่เมืองไทยนี่เอง ชมรมข้าราชการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติฯ อาทิ ดร.วณี สัมพันธารักษ์จงจิตร์ นีรนาทเมธีกุล พรทิพย์ ปั่นเจริญเทอดขวัญ กำภูฯ และ เตือนใจ ศงสภาต ได้ไปดูแสงเหนือ ต่อด้วยเดินข้ามสะพานกระจกแบบเมืองจีน ณ ที่พิพิธภัณฑ์พระรามเก้า และพิพิธภัณฑ์ธรณีวิทยา จ.ปทุมธานี เมื่อวันก่อน ทุกคนต่างชื่นชมมาก ช่วงนี้เปิดให้นักเรียน นิสิต นักศึกษา ชมฟรีถึง 5 ม.ค.ปีหน้า ส่วนประชาชนทั่วไป ต้องเสียค่าผ่านประตู…

ll พล.ร.ต.หญิง สุรัชฎา ชลออยู่ขอเชิญเพื่อนร่วมรุ่น วทร. 38 พบปะสังสรรค์และร่วมยินดีกับเพื่อนๆ ในวาระต่างๆ 22 ธ.ค.11.30 น.ที่ห้อง VIP 1 สโมสรทหารบกวิภาวดี…

ll ฝุ่นจิ๋ว PM2.5 จะยังคงมีถึง ก.พ. 2563 อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ(คพ.) ประลอง ดำรงค์ไทย ทำตนเป็นตัวอย่างงดใช้รถส่วนตัวทุกวันพุธ โดยสารรถไฟฟ้ามาทำงาน เพื่อรณรงค์ช่วยกันไม่ใช้รถยนต์ เป็นการลดปริมาณฝุ่นพิษในอากาศ ใครจะทำตามอย่าง ก็ไม่ว่ากัน…

ll ชาวประชาเตรียมเคานท์ดาวน์เลิกใช้ถุงพลาสติก1 ม.ค. 2563 โดยเฉพาะห้างใหญ่ไม่มีถุงใส่ของให้ดังนั้นผู้ที่จะไปซื้อของต้องเตรียมถุงผ้าไปเอง…แล้วคุณจะภูมิใจที่เป็นส่วนหนึ่งของการลดขยะพันปีของโลกไปได้มากมาย…

ll แม้จะไม่ค่อยเข้าไลน์กลุ่มแต่เมื่อถึงวันเกิดเพื่อนราชินี 63 ครั้งใด ลัลธริมาหัสดินทร์ฯ จะมาอวยพรเพื่อนเสมอไม่เคยขาด…

ll ตกใจเมื่อทราบข่าวว่า สมภพ จันทร์ฟัก ฝ่ายข่าวกีฬา สวท.กรมประชาสัมพันธ์ มีอาการวูบขณะทำงาน เพื่อนๆ นำส่ง รพ.พระรามเก้า แพทย์ผ่าตัดช่วยเหลือด่วน ตอนนี้ย้ายมาอยู่ที่ ห้อง ICU 5ชั้น 7 ฝั่ง B อาคารเพชรรัตน์ วชิรพยาบาล…เชิญชวนญาติสนิทมิตรรัก โดยเฉพาะเพื่อนๆ พี่ๆ น้องๆแมสคอม มช.ไปเยี่ยมให้กำลังใจกันด้วย…

ll เสียใจกับ สุเมธา วิเชียรเพชร ในการจากไปของมารดาเมื่อหลายวันก่อน…

ll ส่วนงานฌาปนกิจ คุณแม่สมจิตต์ ทองเชื้อ มารดาของ อ.ดร.จิราพร วิทยศักดิ์พันธ์ุ ที่ปรึกษาอธิการบดี มช.อดีตคณบดีคณะการสื่อสารมวลชน มช.กำหนด 20 ธ.ค. 14.00 น.ณ ฌาปนสถาน วัดป่าแพ่ง (เมรุ 1) ต.ช้างม่อย จ.เชียงใหม่…

ll งานสวดพระอภิธรรมศพ มารุตธรรมศิริ เริ่ม 21-23 ธ.ค. ที่ศาลา 11 วัดพระศรีมหาธาตุฯ บางเขน และฌาปนกิจ 24 ธ.ค.17.00 น. ณ เมรุ 1…

ll วันที่ 21 ธ.ค. 10.00 น. สมาคมนักเรียนเก่าวัฒนาวิทยาลัยมีจัดประชุมใหญ่สามัญประจำปี ณ ศาลาโคล…จะมีเรื่องใดแถลง โปรดรอคอยฟัง…

ll วันเดียวกันนี้ (21 ธ.ค.) มีคอนเสิร์ตศิลปินยุค 60 “Brian Hyland” กับ “Piggy March”งานนี้ชนมีดนตรีกาลอย่าง พรทิพย์ สาริกบุตร ไปจองบัตรแต่ไก่โห่ตั้งแต่เดือน ก.ย.ที่ผ่านมา…เชื่อละว่า มีดนตรีในหัวใจจริงๆ…

ll ช่วงนี้ อรณพ-สาวินี จันทรประภา มีหลานสาวกับหลานชายมาจากอเมริกา หลานสาวเคยมาเมืองไทยตอนอายุ4 เดือน ตอนนี้โตเป็นสาวแล้ว ส่วนหลานชายคนเล็กมาเป็นครั้งแรก…

ll โครงการมอบความสุขสู่คุณครูและผองเพื่อน ศิษย์สุทธิวราราม ศิลป์ภาษา..พาอาจารย์เที่ยวสุโขทัย กำแพงเพชร จัดโดยอดีตผู้ว่าฯวันชัย สุทิน เพื่อนๆ ยกนิ้วให้ 5 ดาวเต็มๆไม่มีแหว่ง ทั้ง อ.สุคนธ์ สงวนพันธุ์ อ.ระเบียบ จรรยา อ.สินี จิตตโนน ได้ทำบุญไหว้พระ ชื่นชมโบราณสถาน มรดกโลก ทั้งสุโขทัย และ กำแพงเพชร โดยมี อาหารอร่อย และได้ร้องรำทำเพลงตลอดรายการ อาจารย์วัย 92 และ 83 ได้ชื่นชมความรักใคร่สมัครสมานสามัคคีของเหล่าบรรดาศิษย์ร่วมห้อง ด้วยความปลาบปลื้มยิ่ง…ทัวร์นี้ผู้มีส่วนร่วมได้แสดงมุทิตาจิตแด่อาจารย์ คือ ศิษย์สุทธิฯรุ่นน้องอย่าง ผวจ.กำแพงเพชร เชาวลิต แสงอุทัย สร้างความประทับใจและซาบซึ้งใจแก่อาจารย์รวมทั้งรุ่นพี่โดยถ้วนทั่ว…ส่วนอดีต ผู้ว่าฯ ธวัชชัย เทอดเผ่าไทยกกต. ไม่ได้ร่วมกิจกรรมกับเพื่อนๆ ในครั้งนี้ แต่ติดตามความเคลื่อนไหวตลอดเวลาเสมือนว่าอยู่ในเหตุการณ์ เพราะติดภารกิจและต้องเดินทางไปราชการต่างประเทศ ออสเตรีย, เช็ก ในช่วงเวลาเดียวกันพอดีนั่นเอง !!…ll

บารอนเนส

เริงรื่นกับเทศกาลคริสต์มาส-วันขึ้นปีใหม่ @แบงค็อก แมริออท มาร์คีส์ ควีนส์ปาร์ค #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/461447

เริงรื่นกับเทศกาลคริสต์มาส-วันขึ้นปีใหม่ @แบงค็อก แมริออท มาร์คีส์ ควีนส์ปาร์ค

วันศุกร์ ที่ 20 ธันวาคม พ.ศ. 2562, 12.10 น.

เริงรื่นกับเทศกาลคริสต์มาสและวันขึ้นปีใหม่ ด้วยอาหารรสเลิศพร้อมกระเช้าของขวัญอันเปี่ยมสุข ณ โรงแรมแบงค็อก แมริออท มาร์คีส์ ควีนส์ปาร์ค

โรงแรมแบงค็อก แมริออท มาร์คีส์ ควีนส์ปาร์ค ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในงานรื่นเริงประจำปีทั้งคริสต์มาสและวันปีใหม่ ด้วยการจัดเตรียมอาหารตามประเพณีนิยม ได้แก่ ไก่งวงคริสต์มาส และแฮมอบน้ำผึ้ง ไว้ให้ลิ้มรสและเลือกซื้อเพื่อเติมเต็มความหรรษาในปาร์ตี้อันอบอุ่น ณ ห้องอาหาร โกจิ คิทเช่น + บาร์ ตั้งแต่วันที่ 22 พฤศจิกายน 2562 – 15 มกราคม 2563  อีกทั้งห้องอาหารสยาม ที รูม  ยังตระเตรียมกระเช้าของขวัญที่มีทั้งอาหารและขนมแสนอร่อย เค้กขอนไม้ พร้อมทั้งขนมอีกมากมายเพื่อเป็นสื่อส่งต่อความสุขของคุณไปถึงผู้รับอันเป็นที่รัก เลือกกระเช้าของขวัญที่ตรงใจคุณได้ ตั้งแต่วันที่ 25 พฤศจิกายน 2562 – 15 มกราคม 2563 นี้

ห้องอาหารโกจิ คิทเช่น + บาร์ (Goji Kitchen + Bar) จัดเตรียมหลากหลายเมนูอาหารให้คุณได้เลือกสั่งกลับบ้านไปอิ่มอร่อยกับคนที่คุณรักในช่วงเทศกาลแห่งความสุขนี้ ได้แก่ ไก่งวงคริสต์มาสและเครื่องเคียง (Traditional Roasted Christmas Turkey) ไก่งวงอบทั้งตัวขนาดใหญ่เนื้อนุ่มหนัก 6 กิโลกรัม สอดไส้มันหวาน กะหล่ำปม ฟักทอง แครอท ราดด้วย ซอสแครนเบอร์รี่ และกิปเล็ต เกรวี่ ในราคาชุดละ 6,000 บาท(สุทธิ) หรือจะเป็น คริสต์มาสแฮมอบน้ำผึ้งและเครื่องเคียง (Honey Ham) แฮมหนัก 5.5 กิโลกรัม ทาน้ำผึ้งแล้วอบ เสิร์ฟพร้อมสับปะรดอบ มันหวาน กะหล่ำปม เบคอน ฟักทอง แครอท ราดด้วยซอสแอปเปิ้ล ชุดละ 5,500 บาท(สุทธิ) นอกจากนั้นเรายังได้เตรียม ซุปฟักทอง, ปาเต้ตับห่านอบในขนมปัง อีกทั้งพาร์เฟ่ต์ตับห่านและตับไก่ เพื่อให้สมาชิกทุกคนได้อิ่มอร่อยกันอย่างเต็มที่ สามารถสั่งสินค้าล่วงหน้าจากห้องอาหารโกจิ คิทเช่น + บาร์

ที่ขาดไม่ได้ในวาระแห่งความสุข คือ กระเช้าของขวัญ แทนความรักความห่วงใยที่จะมอบให้คนที่คุณรัก ห้องอาหารสยาม ที รูม  (Siam Tea Room) จัดเตรียมกระเช้าของขวัญ 3 แบบให้เลือก รวมทั้งสารพันสินค้าประจำเทศกาล (Festive Hamper & Goodies)

กระเช้าของขวัญแบบแรก เดอะ ควีนส์ ปาร์ค (The Queen’s Park Hamper) ของขวัญชุดใหญ่ ในกระเช้าประกอบด้วย ฟรุ้ตเค้กแบบอังกฤษ, คริสต์มาส สโตลเลน, พาเนตโทเน่, คริสต์มาส คุกกี้, ช็อคโกแลต ซานตา ขนาดใหญ่, ลูกกวาดรูปไม้เท้า, ขนมปังขิงรูปตุ๊กตา, น้ำผึ้งจากชาวเขา, แยมมะพร้าว, และชาคาโมไมล์ จากชุดชา Dilmah Silver Jubilee สุดพิเศษจากDilmahในโอกาสครบรอบ 25 ปี พร้อมกระเป๋าที่เป็นซิกเนเจอร์ของ สยาม ที รูม ในราคา 3,888 บาท(สุทธิ)

กระเช้าของขวัญแบบที่สอง เดอะ มาร์คีส์ (The Marquis Hamper) ชุดของขวัญขนาดกลางที่เราบรรจงคัดสรรสิ่งดีๆ มารวมเป็นของขวัญเหมาะสำหรับ คนในครอบครัวหรือมิตรสหาย ประกอบไปด้วย ฟรุ้ตเค้กแบบอังกฤษ, คริสต์มาส สโตลเลน, คริสต์มาส คุกกี้, ช็อคโกแลต ซานตา ขนาดเล็ก, ขนมปังขิงรูปตุ๊กตา, ช็อคโกแลตนมสอดไส้แมคคาเดเมีย, ลูกกวาดรูปไม้เท้า, แยมมะม่วงจากโครงการหลวง, และชามัลเบอร์รี่ พร้อมกระเป๋าที่เป็นซิกเนเจอร์ของ สยาม ที รูม ราคา 2,898 บาท(สุทธิ)

กระเช้าของขวัญแบบที่สาม ดีลักซ์ (Deluxe Hamper) รวมของที่เป็นที่ชื่นชอบของทุกคนเพื่อสร้างความประทับใจไม่รู้ลืม ประกอบด้วย คริสต์มาส สโตลเลน, คริสต์มาส คุกกี้, ช็อคโกแลต ซานตา ขนาดเล็ก, ช็อคโกแลตนมสอดไส้อัลมอนด์, คริสปี้โรล แมคคาเดเมียชุบช็อคโกแลต, มะพร้าวอบกรอบ, ลูกกวาดรูปไม้เท้า,  ขนมปังขิงรูปตุ๊กตา, และแยมมะม่วงจากโครงการหลวง ใส่มาในกล่องสวยหรู ราคา 1,698 บาท(สุทธิ)

นอกจากนั้นยังสามารถเลือกสรรสินค้าแยกตามหมวดหมู่ได้ตามใจชอบ ได้แก่ เค้กขอนไม้ (Yule Logs) สัญลักษณ์ของเทศกาลคริสต์มาส มีหลายรสชาติทั้ง เค้กขอนไม้ช็อคโกแลตทรัฟเฟิล, เค้กขอนไม้มะม่วง เสาวรสและมะพร้าว, เค้กขอนไม้ขนมปังขิงและมูสลูกพรุน, และเค้กขอนไม้ราสเบอร์รี่และไวท์ช็อคโกแลต

ตามมาด้วย เค้กและพุดดิ้ง (Tradditional Cake & Pudding) ซึ่งมีตั้งแต่ คริสต์มาส พลัม พุดดิ้ง แบบดั้งเดิม, พาเนตโทเน่, ขนมปังขิงแบบฝรั่งเศส, เค้กส้ม, เค้กผลไม้แบบอังกฤษ, พายผลไม้, คริสต์มาส สโตลเลน, และพายพีแคน

หรือถ้าชอบ ขนมปังขิงและลูกกวาด (Gingerbread & Candies) มีทั้งแบบที่เป็นบ้านขนมปังขิง, ขนมปังขิงรูปตุ๊กตา, และลูกกวาดรูปไม้เท้า ด้านคุกกี้ (Cookies) มีทั้งคุกกี้คริสต์มาส, ซินนามอน สตาร์, บาสเลอร์ แลคเกอร์ลี่, มาการูนมะพร้าว, วานิลลา คิปเฟล, ออกซ์ อายส์ และขนมปังขิง พร้อมด้วยช็อคโกแลต (Choccolate) ที่ทำเป็นรูปซานตาทั้งตัวเล็ก-ตัวใหญ่ และร็อคกี้ โรด ช็อคโกแลตที่หน้าตาเหมือนก้อนหิน

สามารถเลือกสรรนานาอาหารรสเลิศ พร้อมทั้งของขวัญประจำเทศกาลที่ถูกใจได้ ณ ห้องอาหาร โกจิ คิทเช่น + บาร์ และห้องอาหารสยาม ที รูม   โรงแรมแบงค็อก แมริออท มาร์คีส์ ควีนส์ปาร์ค สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม และสำรองที่นั่ง  โทร. +66 (0) 2 059 5999 อีเมล์ restaurant-reservations.bkkqp@marriotthotels.com หรือเว็บไซต์ www.bangkokmarriottmarquisqueenspark.com

เจ้าแม่ทิฟฟานี‘อลิสา พันธุ์ศักดิ์’เปิดร้าน‘ไทยมาเช่’ สองเชฟดังร่วมสร้างสรรค์เมนูซิเนเจอร์ จัดจ้านแบบไทยแท้ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/461278

เจ้าแม่ทิฟฟานี‘อลิสา พันธุ์ศักดิ์’เปิดร้าน‘ไทยมาเช่’ สองเชฟดังร่วมสร้างสรรค์เมนูซิเนเจอร์ จัดจ้านแบบไทยแท้

วันศุกร์ ที่ 20 ธันวาคม พ.ศ. 2562, 06.00 น.

ผู้บริหารสาวเก่ง อลิสา พันธุ์ศักดิ์ หรือเจ้าแม่ทิฟฟานีเมืองไทย ได้ฤกษ์เปิดร้านอาหารไทยมาเช่ (Thaimarche) โดดเด่นด้วยสถาปัตยกรรมแบบ Art Nouveau Architecture ที่ได้แรงบันดาลใจมาจาก Grand Cenatral Station ใจกลางกรุงปารีส ออกแบบให้เป็นครัวเปิด หรือ Open Cooking เพื่อปลุกเร้าประสาทสัมผัสทั้ง 5 ให้ตื่นตาตื่นใจไปกับรูป รส กลิ่น เสียง และสัมผัสนำเสนอเมนูอาหารไทยแบบไทยแท้ และเมนูซิกเนเจอร์อย่าง ขนมจีนน้ำพริกกุ้งสด ตำรับมรดกโลก โดย เชฟแพร- ปภาดา เอี่ยมธรรมโชติ ที่หาทานได้เฉพาะที่นี่ และยังเต็มไปด้วยกลิ่นอายของความเป็นมาเช่ หรือ ตลาด เสิร์ฟอาหารทะเลสดจากชาวประมงท้องถิ่น ปรุงเป็นหลากเมนูชวนลิ้มลอง รวมถึงเมนูท้องถิ่นหาทานยาก ที่สร้างสรรค์โดย เชฟชาลี กาเดอร์ ผู้อยู่เบื้องหลังความอร่อยในร้านอาหารชื่อดังมากมาย

ด้วยประสบการณ์กว่า 40 ปีในการบริหารธุรกิจ Hospitality ของกลุ่มบริษัท PTS Group เจ้าของโรงแรมเครือ Woodland, ทิฟฟานีโชว์ และร้านขนมปังฝรั่งเศสชื่อดังอย่าง La Baguette และ La Freme ทำให้ อลิสา พันธุ์ศักดิ์ พร้อมที่จะทำให้ร้านอาหารไทยมาเช่ (Thaimarche) เป็นอีกหนึ่งในร้านอาหารไทยในเมืองพัทยา ที่โดดเด่นทั้งในเรื่องของรสชาติอาหารและการบริการที่เยี่ยมยอด รอต้อนรับนักท่องเที่ยวจากทุกมุมโลก รวมทั้งนักท่องเที่ยวชาวไทย ที่ชื่นชอบอาหารไทยรสชาติแบบต้นตำรับ และยังหาทานได้ยาก

“เราโชคดีที่สองเชฟชื่อดัง มาร่วมสร้างสรรค์เมนูซิกเนเจอร์ให้กับร้านอาหารไทยมาเช่ อย่าง เชฟแพร-ปภาดาเอี่ยมธรรมโชติ เจ้าของตำรับ ขนมจีนน้ำพริกกุ้งสด สูตรมรดกโลกก็มีให้ทานที่นี่ที่เดียว และ เชฟชาลี กาเดอร์ ผู้อยู่เบื้องหลังความอร่อยของเมนูซิกเนเจอร์ในร้านอาหารชื่อดังมากมาย อาทิ 100 มหาเศรษฐ์ (เจริญกรุง) ก็มาสร้างสรรค์เมนูซิกเนเจอร์ให้เรา ทั้งเมนูท้องถิ่นหาทานยาก อย่าง ไก่เหลือง รวมถึงเมนูซีฟู้ด ที่เชฟจะไปเลือกซื้ออาหารอาหารทะเลจากชาวประมงท้องถิ่นถึงท่าเรือ ตั้งแต่ตี 4 ของทุกวัน เชื่อว่าไทยมาเช่ จะเป็นตลาดความอร่อยที่นักท่องเที่ยวน่าจะชอบ”

ร้านอาหารไทยมาเช่ โดดเด่นด้วยสถาปัตยกรรมแบบ Art Nouveau  Architecture ที่ได้แรงบันดาลใจมาจากGrand Cenatral Station ใจกลางกรุงปารีส นำมาดีไซน์เข้ากับอัตลักษณ์ของความเป็นไทยร่วมสมัยอย่างลวดลายจักสานที่ผูกพันกับวิถีชีวิตของคนไทยมาช้านาน ทั้งยังร่มรื่นสบายตาด้วยโถงกระจกสูง ประดับตกแต่งด้วยต้นเฟิร์นสีเขียวสด ภายในร้านมีโซฟาให้เลือกชิลล์หลากสไตล์ พร้อมจัดแบ่งอาหารเป็นสเตชั่นต่างๆ ให้คุณเลือกสั่งได้อย่างสะดวกสบาย หรือจะนั่งชมเชฟปรุงอาหารก็เก๋ไปอีกแบบ

ภายในร้านแบ่งออกเป็น 2 โซนที่โดดเด่นอย่างมีสไตล์ เริ่มที่ โซนคาเฟ่ (Café) เปิดให้บริการมื้อบลันช์ถึงเที่ยงคืนเน้นการออกแบบที่ให้ความรู้สึกอบอุ่น ผ่อนคลาย ให้คุณอร่อยกับมื้ออาหารและชมจังหวะชีวิตของเมืองพัทยาในแบบส่วนตัว ส่วนบริเวณชั้นสองเป็น โซนมาเช่ (Marche) พร้อมเสิร์ฟดินเนอร์ในบรรยากาศโรแมนติก

เมนูแนะนำของ โซนคาเฟ่ ที่มาแล้วไม่ควรพลาด ได้แก่ข้าวเหนียวหมูปิ้ง, หมูสะเต๊ะ, ต้มข่าหอยเชลล์, ผัดไท,เนื้อออสเตรเลียทอดใบยี่หร่า ส่วนเมนูซิกเนเจอร์ต้องยกให้ ขนมจีนน้ำพริกกุ้งสด ตำรับมรดกโลก รสชาติกลมกล่อม และ แกงมัสมั่น เสิร์ฟพร้อมครัวซองต์สไตล์ La Baguette มีให้เลือกทั้งมัสมั่นไก่และเนื้อ ข้าวขาหมูสูตรพิเศษที่นำขาหมูต้มโค้กให้รสหวานนุ่มละมุนลิ้น เมนูนี้ดังมากในหมู่นักท่องเที่ยวชาวจีนและเวียดนาม ยกย่องให้เป็นเมนู recommended

นอกจากจะรสชาติจัดจ้านแบบไทยแท้แล้ว ทุกสเตชั่นของไทยมาเช่ ได้รับการออกแบบให้เป็นครัวเปิด หรือ Open Cooking เพื่อปลุกเร้าประสาทสัมผัสทั้ง 5 ให้ตื่นตาตื่นใจไปกับรูป รส กลิ่น เสียง และสัมผัส อีกทั้ง ครัวเปิดยังช่วยให้เราเห็นความพิถีพิถัน ความสดใหม่ของวัตถุดิบ ความสะอาด และความละเมียดละไมของเชฟได้อย่างเต็มตา อาหารแต่ละเมนูถูกนำมาตีความใหม่ให้น่าสนใจ มีเอกลักษณ์ และสวยงามจนเรารู้สึกเหมือนเป็นศิลปะบนจานอาหาร มีการประยุกต์เอาสิ่งของที่คนไทยคุ้นเคยอย่าง ครกจิ๋ว ซึ้งนึ่งขนาดจิ๋ว กระจาดหาบจิ๋ว และชะลอมมานำเสนอเมนูอาหารให้มีสีสันไปอีกแบบ

ส่วนชั้นสองเป็น โซน Marche เผยให้เห็นโดมกระจกสไตล์ Grand Central Station ที่โปร่งโล่งสบายตาและเต็มไปด้วยกลิ่นอายของความเป็นมาเช่ หรือ ตลาด (ในภาษาฝรั่งเศส) พร้อมเสิร์ฟอาหารทะเลสดจากชาวประมงท้องถิ่น รวมถึงเนื้อวัวพรีเมียมจากภาคอีสานของไทย ที่คุณภาพพรีเมียมไม่แพ้เนื้อวัวขุนในต่างประเทศ โซนนี้ครีเอทเมนูซิกเนเจอร์โดย เชฟชาลี กาเดอร์ แบ่งเป็นสเตชั่นต่างๆ อาทิ Seafood,Somtum & Yum, Flame, Noodles Soup, Desserts, Juices & Liquors เมนูแนะนำ ได้แก่ ข้าวซอยปูทะเล,ปูเนื้อผัดผงกะหรี่, เส้นหมี่ปูผัดซอสเต้าเจี้ยว, กุ้งลายเสืออบซีเรียล, ทะเลรวมนึ่ง, หอยนางรมสด Fine de Claireจากฝรั่งเศส, ไก่เหลืองย่างสมุนไพรสูตรต้นตำรับแท้ เป็นเมนูที่หารับประทานยาก เสิร์ฟพร้อมน้ำจิ้มแจ่วรสจัดจ้าน

นอกจากจะได้อิ่มอร่อยกับซีฟู้ดสดๆ และอาหารไทยรสจัดจ้าน อีกหนึ่งไฮไลท์ของโซนมาเช่ อยู่ที่โชว์พิเศษจากทิฟฟานีโชว์ ในแบบ Close-up Entertainment เปิดม่านการแสดงทุกคืนเวลา 20.30 น. เป็นโชว์ที่ให้ความรู้สึกเหมือนหลุดเข้าไปในคลับชั้นสูงยุคแกสบี้ ที่ทั้งเก๋และสนุกอย่าบอกใคร บ่งบอกถึงความเป็นนางโชว์มืออาชีพของนักแสดงที่ทำให้ผู้ชมทั้งมาเช่สนุกสนานไปด้วยกัน

ร้านอาหารไทยมาเช่ เปิดให้บริการทุกวัน โซน Café ตั้งแต่เวลา 11.00-24.00 น. และโซน Marche เปิดให้บริการตั้งแต่เวลา 17.00-24.00 น. สำรองที่นั่งได้ที่ โทร.(038)410724-6 ติดตามความเคลื่อนไหวและโปรโมชั่นได้ที่ https://www.facebook.com/thaimarche/ ปักหมุดเช็คพิกัดได้เลยที่ https://bit.ly/2rqFWhu

The Blue Palais ดินเนอร์สุดพิเศษ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/461338

news_default

The Blue Palais ดินเนอร์สุดพิเศษ

วันศุกร์ ที่ 20 ธันวาคม พ.ศ. 2562, 06.00 น.

ทีเอ็มบี นำโดย นายเสนธิป ศรีไพพรรณ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารลูกค้าธุรกิจ ทีเอ็มบี และนายอเล็กซานเดอร์ นนท์ แลงเฟลด์ หัวหน้าเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มลูกค้าธุรกิจทีเอ็มบี จัดงาน ทีเอ็มบี The Blue Palais เชิญลูกค้าธุรกิจร่วมดินเนอร์สุดพิเศษ เพื่อแทนคำขอบคุณที่ลูกค้าให้ความไว้วางใจและเป็นพันธมิตรทางธุรกิจที่ดีเสมอมา ตอกย้ำลูกค้าทีเอ็มบีต้องได้มากกว่า (Get MORE with TMB) พร้อมมินิคอนเสิร์ตสุดเอ็กซ์คลูซีฟจาก แสตมป์-อภิวัชร์ เอื้อถาวรสุข ณ โรงแรมโรสวูด กรุงเทพฯ เมื่อเร็วๆ นี้

สวก. รับรางวัล ITA Awards ผลงานอันดับ 1 องค์การมหาชน เกียรติยศแห่งคุณธรรมและความโปร่งใส #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/461341

สวก. รับรางวัล ITA Awards ผลงานอันดับ 1 องค์การมหาชน เกียรติยศแห่งคุณธรรมและความโปร่งใส

วันศุกร์ ที่ 20 ธันวาคม พ.ศ. 2562, 06.00 น.

สำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร(องค์การมหาชน) หรือ สวก. ภายใต้การกำกับดูแลของ นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยมี ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานกรรมการ สวก. ได้รับรางวัลการประเมินคุณธรรมและความโปร่งใสในการดำเนินงานของหน่วยงานภาครัฐ (Integrity and Transparency Assessment : ITA Awards) ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2562 ได้คะแนน 95.94 อยู่ในระดับ AA (Excellence) เป็นลำดับที่ 1 ประเภทองค์การมหาชน จากจำนวน 39 หน่วยงาน โดยมี พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีเป็นประธานในพิธีมอบรางวัล ภายในงาน วันต่อต้านคอร์รัปชันสากล (ประเทศไทย)ณ อิมแพ็ค เอ็กซิบิชั่น ฮอลล์ 6 ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุมอิมแพ็ค เมืองทองธานีจังหวัดนนทบุรี

ดร.สุวิทย์ ชัยเกียรติยศ ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร (องค์การมหาชน) หรือ สวก. กล่าวว่า “สวก. มีบทบาทสำคัญในการส่งเสริม สนับสนุน ทุนวิจัย บุคลากรด้านการวิจัย และข้อมูลสารสนเทศด้านการวิจัยการเกษตร ความเข้มแข็งของ สวก. ใน 16 ปีที่ผ่านมา อาทิ เราได้สนับสนุนทุนวิจัยจำนวน 1,702 โครงการ โดยมีการนำผลงานวิจัยไปใช้ประโยชน์ถึง 342 โครงการ สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจและสังคมรวมเป็นมูลค่า 4,727 ล้านบาท และยังสามารถผลิตบุคลากรวิจัยสู่ภาคเกษตรทั้งในรูปทุนระยะยาว กลาง สั้น ทั้งในและต่างประเทศ รวมจำนวน 5,448 ทุน กว่า 500 ล้านบาท นอกจากนี้ สวก. ยังได้ริเริ่มโครงการ “ทุนปริญญาตรีสืบสาน ร.9 เพื่อเกษตรกรรุ่นใหม่เฉลิมพระเกียรติ เนื่องในโอกาสมหามงคลพระราชพิธีบรมราชาภิเษก” จำนวน 90 ทุน ให้กับกลุ่ม Smart Farmer ของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ที่จบ ปวส. หรือเทียบเท่าและพัฒนาข้อมูลสารสนเทศด้านการวิจัยการเกษตร โดยบูรณาการหน่วยงานวิจัยการเกษตรของประเทศอีก 35 หน่วยงานเป็นต้น”

สำหรับคะแนนรวม 95.94 ที่ สวก.ได้รับนั้น เป็นคะแนนสัดส่วนน้ำหนักคะแนนที่ สวก.ได้รับตามตัวชี้วัด 10 ตัวชี้วัดข้างต้น(ระบบ ITAS) ตามเครื่องมือที่ใช้ในการประเมิน ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2562 จำแนกออกเป็นคะแนนน้ำหนักแบบสำรวจ ได้แก่ 1.แบบ IIT ได้แก่ การปฏิบัติหน้าที่, การใช้งบประมาณ, การใช้อำนาจ, การใช้ทรัพย์สินของราชการ, การแก้ไขปัญหาการทุจริต คะแนนร้อยละ 30 (28.97) 2.แบบ EIT คะแนนร้อยละ 30 (26.97) ได้แก่ คุณภาพการดำเนินงาน, ประสิทธิภาพการสื่อสาร, การปรับปรุงระบบการทำงาน 3.แบบ OIT ได้แก่ การเปิดเผยข้อมูล, การป้องกันการทุจริต คะแนนร้อยละ 40 (40.00)

ผลของคะแนนในลำดับต่างๆ ทางสำนักงาน ป.ป.ช. ได้ชี้ให้เห็นว่า หน่วยงานมีคะแนน IIT อยู่ในระดับยอดเยี่ยม (Excellence) นับเป็นหน่วยงานที่ให้ความสำคัญกับการดำเนินงานโดยยึดหลักมาตรฐาน โปร่งใสเป็นที่ตั้ง ตลอดจนมุ่งให้เกิดความเท่าเทียมในการให้บริการแก่ประชาชนโดยไม่เลือกปฏิบัติ นอกจากนี้ยังไม่พบว่าหน่วยงานมีพฤติกรรมการเรียกรับเงิน หรือทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นๆ ซึ่งถือเป็นความเสี่ยงต่อการรับสินบนในอนาคตนอกจากนี้ หน่วยงานไม่มีปัญหาเกี่ยวกับการใช้จ่ายเงินงบประมาณเพื่อประโยชน์ของพวกพ้อง ส่วนกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างเป็นไปตามระเบียบขั้นตอน และสามารถตรวจสอบได้ผู้บริหารในองค์กรเป็นแบบอย่างที่ดีในการกำกับดูแล และเฝ้าระวังการทุจริต โดยไม่ใช้อำนาจแทรกแซงการดำเนินงาน ซึ่งทำให้บุคลากรภายในหน่วยงานศรัทธา และเชื่อมั่นในวิธีการปฏิบัติงาน รวมถึงหลักการบริหารจัดการที่ดีที่หน่วยงานและผู้บริหารองค์กรยึดถือ นอกจากนี้ ยังไม่พบปัญหาการนำ ทรัพย์สินของราชการไปใช้อย่างไม่ถูกต้อง จึงทำให้โดยภาพรวมแล้ว เป็นหน่วยงานที่มีความเข้มแข็งที่ได้แรงสนับสนุนจากความเชื่อมั่นจากภายในหน่วยงานและสามารถเป็น “ต้นแบบ” ในการดำเนินงานในด้านความโปร่งใสแก่ส่วนราชการอื่นๆ

“การที่ สวก. ได้รับคะแนนสูงถึง 95.94 อยู่ในระดับ AA (Excellence) เป็นลำดับที่ 1 ประเภทองค์การมหาชน ในการประเมินคุณธรรมและความโปร่งใสในการดำเนินงานของหน่วยงานภาครัฐในครั้งนี้ แสดงให้เห็นถึงการดำเนินงานภายใต้หลักการพัฒนาที่ยั่งยืน และยึดมั่นในการดำเนินงานด้วยความซื่อสัตย์และมีคุณธรรม ในขอบข่ายการพัฒนาครอบคลุมด้านการเกษตร เราจะมุ่งมั่นพัฒนาและต่อยอดผลงานเพื่อความก้าวหน้าของวงการเกษตรไทยต่อไป”ดร.สุวิทย์ กล่าวทิ้งท้าย