เฟ้นหาเมคอัพอาร์ติสท์หน้าใหม่

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/459332

news_default

เฟ้นหาเมคอัพอาร์ติสท์หน้าใหม่

วันพุธ ที่ 11 ธันวาคม พ.ศ. 2562, 06.00 น.

เครื่องสำอาง ARTY PROFESSIONAL by BSC โดย อนุรักษ์ โกศลโชติชโลธร ผู้จัดการผลิตภัณฑ์เครื่องสำอาง ARTY PROFESSIONAL by BSC บมจ.ไอ.ซี.ซี.อินเตอร์เนชั่นแนล เครื่องสำอางที่อยู่เบื้องหลังการแต่งหน้าการประกวดไทยซูเปอร์โมเดลคอนเทสต์ และวงการแฟชั่นต่างๆ มากมาย จัดประกวด MAKEUP CONTEST เพื่อเฟ้นหา Makeup Artist หน้าใหม่ ทั้ง 4 ภาค ในคอนเซ็ปต์ “FREE STYLE” เน้นการใช้ความคิดสร้างสรรค์ การแต่งหน้าสไตล์ใหม่ๆ ที่ออกมาดูสวยทันสมัย ล่าสุด รอบชิงชนะเลิศภาคเหนือนายนันทวัช เพ็ชรคง ตัวแทนจากจังหวัดพิษณุโลก คว้าตำแหน่งผู้ชนะเลิศภาคเหนือ ไปครอง พร้อมรองชนะเลิศอันดับ 1นายภัคภาราธร พันธ์คูณ ตัวแทนจากจังหวัดเชียงราย และ รองชนะเลิศอันดับ 2 นายภาณุเดช จิ๋วเหยม ตัวแทนจากจังหวัดเชียงราย ณ ห้างสรรพสินค้าโรบินสัน เชียงใหม่

พิธีวางศิลาฤกษ์ ยกเสาเอก ‘โรงพยาบาลรวมใจรักษ์ @สุขุมวิท62’

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/459315

พิธีวางศิลาฤกษ์ ยกเสาเอก ‘โรงพยาบาลรวมใจรักษ์ @สุขุมวิท62’

วันพุธ ที่ 11 ธันวาคม พ.ศ. 2562, 06.00 น.

พระพรหมมงคลญาณ (หลวงพ่อวิริยังค์ สิรินฺธโร) พร้อมด้วยคณะผู้บริหารโรงพยาบาลรวมใจรักษ์ อาทิ ประกิต อภิสารธนรักษ์ ประธานกรรมการบริหาร, อภิรักษ์ อภิสารธนรักษ์, มนู เลียวไพโรจน์, สิงห์ ตังทัตสวัสดิ์, จันทรตรีดารกานนท์, ดาลัดย์ ทรัพย์ทวีชัยกุล, ภควัต โกวิทวัฒนพงศ์ และแขกผู้เกียรติ

ถือฤกษ์งามยามดีวางศิลาฤกษ์ยกเสาเอก “อาคารโรงพยาบาลรวมใจรักษ์”โดยมี พระพรหมมงคลญาณ (หลวงพ่อวิริยังค์ สิรินฺธโร) เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ร่วมประกอบพิธี พร้อมด้วย ประกิต อภิสารธนรักษ์ ประธานกรรมการบริหาร เป็นประธานฝ่ายฆราวาส และคณะผู้บริหาร ดาลัดย์ทรัพย์ทวีชัยกุล, ชุตินธร ดารกานนท์,จันทรตรี ดารกานนท์, สิงห์ ตังทัตสวัสดิ์,อภิรักษ์ อภิสารธนรักษ์, มนู เลียวไพโรจน์, ภควัต โกวิทวัฒนพงศ์, ธีระยุทธ ฉายสว่างวงศ์,สุพจน์ วุฒิการณ์ และ วิชชุดา ไกรฤทธิกุล ร่วมงาน ณ บริเวณวางศิลาฤกษ์ยกเสาเอก โรงพยาบาลรวมใจรักษ์ เมื่อช่วงเช้าวันจันทร์ที่ 2 ธันวาคม 2562

โรงพยาบาลรวมใจรักษ์ เกิดขึ้นจากการร่วมทุนระหว่าง 2 บริษัทมหาชนของไทย ได้แก่ กลุ่มบริษัท สหยูเนี่ยน จำกัด (มหาชน) และ กลุ่มบริษัท ประกิต โฮลดิ้งส์
จำกัด (มหาชน) ภายใต้ชื่อ บริษัท การแพทย์ สุขุมวิท62 จำกัด โดยมี ม.ร.ว.ปรีดิยาธรเทวกุล เป็นประธานกรรมการ, ประกิตอภิสารธนรักษ์ ประธานกรรมการบริหาร ด้วยเงินลงทุนกว่า 2,000 ล้านบาท บนพื้นที่รวม4 ไร่ครึ่ง โดยมุ่งเน้นเพื่อการรักษาพยาบาลอย่างมีประสิทธิภาพและครบวงจรในย่านสุขุมวิท และในพื้นที่ใกล้เคียง โรงพยาบาลรวมใจรักษ์ เกิดขึ้นจากการเล็งเห็นถึงจำนวนประชากรที่อาศัยอยู่บริเวณสุขุมวิทตั้งแต่อ่อนนุชไล่ไปถึงสี่แยกบางนา มีจำนวนมากขึ้น ซึ่งโรงพยาบาลแถวเส้นสุขุมวิทตอนปลายยังไม่มีโรงพยาบาลที่เพียงพอต่อการรองรับและให้บริการ และจากเทรนด์ประเทศไทยที่ในอีกไม่กี่ปีข้างหน้าจะเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ ดังนั้นจึงเป็นจุดเริ่มต้นของโรงพยาบาลใจกลางซอยสุขุมวิท 62 ซึ่งเป็นโรงพยาบาลเอกชนที่เน้นผู้ป่วยเป็นศูนย์กลาง มุ่งการดูแลแบบองค์รวม ครอบคลุมทั้งการส่งเสริมสุขภาพ การรักษา และฟื้นฟู ด้วยการแพทย์ที่ได้มาตรฐานระดับสากล ด้วยเทคโนโลยีเครื่องมือแพทย์ที่ทันสมัย และบุคลากรทางการแพทย์ที่มีประสิทธิภาพด้วยประสบการณ์ในด้านต่างๆ เพื่อรองรับการรักษาให้ครอบคลุมทุกประเภท รวมถึงการรักษาเฉพาะทาง อาทิ ด้านหัวใจ กระดูก และตา เป็นต้น

พระพรหมมงคลญาณ (หลวงพ่อวิริยังค์ สิรินฺธโร) เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ ประกิต อภิสารธนรักษ์ เป็นประธานฝ่ายฆราวาส ในพิธีวางศิลาฤกษ์อาคารโรงพยาบาลรวมใจรักษ์

ทั้งนี้โรงพยาบาลรวมใจรักษ์ ประกอบด้วยอาคาร จำนวน 2 อาคาร อาคารโรงพยาบาลสูง12 ชั้น และ ชั้นใต้ดิน 1 ชั้น รองรับเตียงดูแลผู้ป่วย จำนวน 132 เตียง และอาคารจอดรถ เป็นตึก 8 ชั้น และชั้นใต้ดิน 1 ชั้นสามารถจอดรถได้มากกว่า 200 คัน สำหรับการเดินทางก็สะดวก เพราะใกล้จุดขึ้นลงทางด่วนสุขุมวิท 62 และ BTS ส่วนต่อขยาย โดยโรงพยาบาลพร้อมที่จะเปิดให้บริการได้ประมาณปลายปี พ.ศ.2564

ประกิต อภิสารธนรักษ์ ประธานในพิธี จุดธูปเทียนบูชาพระรัตนตรัย

คณะผู้บริหารร่วมในพิธีวางศิลาฤกษ์ยกเสาเอก “อาคารโรงพยาบาลรวมใจรักษ์”

ประกิต อภิสารธนรักษ์ โปรยข้าวตอกดอกไม้

มนู เลียวไพโรจน์, ประกิต อภิสารธนรักษ์, ดร.นริศ ชัยสูตร และแขกผู้มีเกียรติ

อภิรักษ์ อภิสารธนรักษ์, มนู เลียวไพโรจน์, ดาลัดย์ทรัพย์ทวีชัยกุล, ประกิต อภิสารธนรักษ์, จันทรตรีดารกานนท์, สิงห์ ตังทัตสวัสดิ์และ สมชาย กรุสวนสมบัติ

อภิรักษ์ อภิสารธนรักษ์ ต้อนรับ วิลักษณ์ โหลทอง, วราวิชช์ สะสมทรัพย์ และเพื่อนๆ

ภาพจำลอง “อาคารโรงพยาบาลรวมใจรักษ์” พร้อมเปิดให้บริการประมาณปลายปี พ.ศ.2564

ภาพจำลองภายใน “อาคารโรงพยาบาลรวมใจรักษ์”

LIFE & HEALTH : ความรักที่ทำร้ายลูกน้อย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/459330

LIFE&HEALTH : ความรักที่ทำร้ายลูกน้อย

วันพุธ ที่ 11 ธันวาคม พ.ศ. 2562, 06.00 น.

“ความรัก” เป็นสิ่งสำคัญสำหรับการรู้สึกว่าตนเองมีคุณค่า โดยเฉพาะเด็กๆ การได้รับการเลี้ยงดูการแสดงออกถึงความรัก ความปรารถนาดี และความเอาใจใส่จากพ่อแม่คือสิ่งสำคัญที่สุดในการวางรากฐานในการพัฒนาการเด็กในทุกๆด้าน โดยเฉพาะเรื่องจิตใจ อารมณ์ พฤติกรรม ความคิดสร้างสรรค์ ทัศนคติ ความเป็นตัวของตัวเอง ตลอดทุกช่วงวัย

ข้อมูลจาก รศ.พญ.ทิพวรรณ หรรษคุณาชัย กุมารแพทย์ด้านพัฒนาการเด็ก คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เปิดเผยว่า บางครั้งการมอบความรักจนเกินพอดีหรือด้วยวิธีการที่ไม่ถูกต้องก็อาจเป็นการทำร้ายลูกโดยไม่ได้ตั้งใจ เพราะเขาอาจไม่เข้าใจคุณค่าของความรักและกลายเป็นเด็กไม่น่ารักสำหรับใครๆ พ่อแม่จึงควรรักให้เป็นและแสดงออกอย่างเหมาะสม ลองตรวจสอบกันดูหน่อยไหม ว่าคุณเป็นพ่อแม่ประเภทไหน เข้าข่ายทำร้ายลูกหรือไม่

1.รักและปกป้องมากเกินไปการให้ความรัก ปกป้องประคบประหงมลูกมากเกินไปเหมือนไข่ในหิน ไม่กล้าปล่อยให้ลูกได้ลองทำอะไรด้วยตัวเอง เพราะเกรงว่าลูกจะลำบาก กลัวลูกทำผิด กลัวลูกเจ็บ กลัวไปซะทุกเรื่อง หรือเมื่อมีปัญหาใดๆ ก็มักจะยื่นมือไปช่วยเหลือในทันที จะทำให้ลูกไม่มีโอกาสในการตัดสินใจด้วยตนเองไม่กล้าแสดงออก ไม่กล้าทำอะไรใหม่ๆ ขาดความมั่นใจจนกลายเป็นเด็กขี้กลัว เพราะไม่เคยตัดสินใจอะไรด้วยตัวเองเลย เมื่อโตเป็นผู้ใหญ่ก็จะมีลักษณะเหมือนเด็กคือเลี้ยงเท่าไรก็ไม่รู้จักโต ขาดภาวะผู้นำ

2.ตามใจทุกอย่าง พ่อแม่รักลูกมากมักจะตามใจลูกทุกอย่าง โดยเฉพาะทางวัตถุ ไม่ว่าสิ่งนั้นจะมีราคาแพง หรือหามาด้วยความยากลำบากแค่ไหน ถ้าเพื่อลูกพ่อแม่ยอมได้ทุกอย่าง ทำให้ลูกไม่เคยรู้สึกผิดหวังเพราะได้รับทุกอย่างที่ตนเองต้องการมาตลอด ไม่รู้จักยับยั้งชั่งใจในสิ่งที่ยังไม่ควรจะได้ในเวลานั้น ไม่รู้จักความอดทนรอคอยในสิ่งที่ตัวเองต้องการ ส่งผลถึงให้ลูกเจริญเติบโตมาแบบการแพ้ไม่เป็น ผิดหวังไม่ได้ และมีปัญหาในการปรับตัวที่จะอยู่ร่วมกับผู้อื่น หากเมื่อลูกเติบโตแม้ได้รับความผิดหวังหรือแพ้ในภาวะปกติของการดำเนินชีวิต จะทำให้ลูกรู้สึกโศกเศร้าเสียใจอย่างรุนแรง เพราะไม่เคยถูกฝึกเรื่องการแพ้หรือผิดหวังในเรื่องเล็กๆ น้อยๆ มาตั้งแต่วัยเด็ก ลูกอาจแสดออกด้วยพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม เช่น การทำร้ายตนเองหรือทำร้ายผู้อื่น เป็นต้น

3.เข้าข้างลูกตลอด ไม่ว่าลูกจะมีปัญหาอะไรกับใคร พ่อแม่ก็มักออกโรงปกป้องอย่างเต็มที่โดยไม่ฟังเหตุผลว่าลูกผิดหรือไม่ผิด พร้อมกับคิดอยู่เสมอว่า“ลูกฉันไม่ผิด” แม้ว่าลูกทำผิดมาก็มักเลือกที่จะโทษคนอื่นมากกว่า จนลูกจะกลายเป็นเด็กแพ้ไม่ได้ ผิดไม่เป็น พฤติกรรมก้าวร้าว หลงตัวเอง และรู้สึกว่าตนเองดีกว่าคนอื่นเสมอ เป็นคนชอบดูถูกคนอื่น ไม่ยอมรับว่าเป็นคนสร้างปัญหา เป็นนักเลง เมื่อเวลาทำผิดพลาดก็ไม่คิดว่าตัวเองผิดแต่กลับไปโทษคนอื่น

4.ทดแทนสิ่งที่ขาดหาย พ่อแม่บางคนต้องการทดแทนบางสิ่งบางอย่างที่ขาดหายไปในช่วงวัยเด็กของตัวเองซึ่งอาจจะเกิดจากครอบครัวที่มีฐานะไม่ดีอดมื้อกินมื้อ ไม่มีของเล่นเหมือนเด็กคนอื่น มีปมด้อย หรือลำบากมาก่อน เมื่อตัวเองประสบความสำเร็จก็พยายามชดเชยให้กับลูกตลอด โดยให้ลูกกินอาหารดีๆ ที่มากเกินไป จนลูกเป็นโรคอ้วนหรือซื้อของเล่นทุกอย่างที่พ่อแม่อยากได้ตอนเด็กๆ มาให้ลูกจนลูกมีของเล่นที่มากเกินจำเป็น พ่อแม่บางคนก็เอาความฝันของตัวเองที่ทำไม่สำเร็จ หรืออยากทำแต่ไม่มีโอกาสได้ทำไปยัดเยียดไว้ที่ลูก โดยลืมไปว่าลูกก็มีชีวิต มีความฝันของเขาเอง ตกลง พ่อแม่รักลูกหรือรักตัวเองกันแน่?

5.รักแบบลำเอียง เมื่อพ่อแม่มีลูกหลายคนและแสดงออกด้วยการรักลูกไม่เท่ากัน เช่น รักลูกชายมากกว่าลูกสาว รักลูกที่เรียนเก่งมากกว่า ไม่ค่อยดูแลเอาใจใส่ลูกคนกลาง เป็นต้น เมื่อพ่อแม่มีความรักที่ลำเอียงจะส่งผลร้ายต่อลูกที่ไม่ได้รับความรักเท่าเทียมกับพี่น้องคนอื่นๆ จนอาจกลายเป็นเด็กที่มีนิสัยเก็บกด ขี้น้อยใจ เจ้าคิดเจ้าแค้น และไม่มีความรักความเมตตาต่อพี่น้องคนอื่น เมื่อโตขึ้นเขากลายเป็นคนขี้อิจฉา ขี้หึง หวาดระแวง ทิฐิสูง มีนิสัยชอบแข่งขันเอาชนะชิงดีชิงเด่นกับคนอื่น จนทำให้ตัวเองและคนรอบๆ ข้างขาดความสุข พี่น้องไม่รักและสามัคคีกัน

6.ไม่เคารพการตัดสินใจของลูก โดยพยายามขีดเส้นให้ลูกเดิน พ่อแม่ที่มักจะคอยกำกับลูกอยู่เสมอ โดยไม่ยืดหยุ่นหรือผ่อนปรน ไม่เปิดใจรับมุมมองที่แตกต่างของลูก ไม่ให้โอกาสในการลองผิดลองถูกไม่เปิดโอกาสให้ลูกใด้กล้าคิดหรือทำในสิ่งที่ใฝ่ฝันของตนเอง ไม่ให้โอกาสลูกตัดสินใจเองแม้จะเป็นเรื่องเล็กน้อย ไม่ว่าลูกจะดูหนัง ฟังเพลงคบเพื่อน หรือทำอะไรก็ตาม พ่อแม่ก็เลือกให้ทุกอย่างโดยเชื่อว่าสิ่งที่พ่อแม่เลือกให้คือสิ่งดีที่สุดสำหรับลูกแล้ว จะทำให้ลูกไม่เป็นตัวของตัวเอง มีความอึดอัดและมีปมด้อย รู้สึกว่าตัวเองไม่มีอะไรดีซึ่งจะบั่นทอนความเชื่อมั่นและความพยายามในการทำให้พ่อแม่พึงพอใจ สุดท้ายจะนำไปสู่การโกหกและหลีกหนี

7.ไม่แสดงออกเรื่องของความรักที่พ่อแม่มีให้ลูกรับรู้พ่อแม่บางคนไม่เคยพูดบอกคำว่า “รักลูก” และ “ภาคภูมิใจ” ในตัวลูกเลย ไม่เคยโอบกอดหรือแสดงออกว่าเชื่อมั่นในตัวลูก เพราะกลัวว่าลูกจะเหลิง อยากให้ลูกเป็นคนที่แข็งแกร่ง ซึ่งเป็นความคิดที่ผิด ลูกจะรับรู้ว่าเขาไม่เป็นที่รักของใครเลยแม้แต่พ่อแม่ ทำให้ลูกขาดโอกาสที่จะมีความรู้สึกถึงความมั่นคงทางอารมณ์และรู้สึกว่าตนเองไม่มีคุณค่า ไม่มีแรงบันดาลใจที่จะทำความดีไปเพื่อใคร เพราะทำไปก็ไม่มีใครชื่นชม โตขึ้นลูกจะแสดงความรักต่อผู้อื่นไม่เป็น

แม้การแสดงออกถึงความรักในการเลี้ยงดูและอบรมลูกรักจะเป็นเรื่องสำคัญ ที่จะช่วยหล่อหลอมให้เด็กมีพัฒนาการสมวัยและเติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่มีความมั่นคงทางจิตใจอารมณ์ แต่ถ้าเมื่อไรก็ตามที่พ่อแม่ให้ความรักมากเกินพอดีจนเขาสำลักความรัก ลูกก็จะอ่อนแอในการใช้ชีวิต ดังนั้น พ่อแม่ควรรักลูกอย่างพอเหมาะ ไม่มาก ไม่น้อยจนเกินไป ก็จะทำให้เขามีสุขภาพกายและใจที่ดี เติบโตไปเป็นผู้ใหญ่ที่มีคุณภาพของสังคมต่อไป

โดย ผศ.(พิเศษ)ดร.อภิสิทธิ์ ฉัตรทนานนท์

ประธานกรรมการ มูลนิธิคุณแม่คุณภาพ

ยกระดับงานคราฟท์ไทยให้ก้าวไกลเทียบเท่าแฟชั่นแบรนด์ดัง

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/459364

ยกระดับงานคราฟท์ไทยให้ก้าวไกลเทียบเท่าแฟชั่นแบรนด์ดัง

วันพุธ ที่ 11 ธันวาคม พ.ศ. 2562, 06.00 น.

นิตย์ เชรษฐา ผู้ก่อตั้งองค์กร Change Fusion และ อุดมลักษณ์ โอฬาร ผู้อำนวยการสายอาวุโส-องค์กรสัมพันธ์ บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน)

กลุ่มกิจการเพื่อสังคมงานคราฟท์ งานฝีมือ และภูมิปัญญาของคนไทย ใน “โครงการพลังเปลี่ยนแปลงเพื่อสังคม” หรือ Banpu Championsfor Change (BC4C) โดย บริษัท บ้านปูจำกัด (มหาชน) ผู้นำธุรกิจด้านพลังงานแบบครบวงจรแห่งเอเชีย-แปซิฟิก ที่มุ่งมั่นพัฒนาสังคมอย่างยั่งยืน และ สถาบัน Change Fusionองค์กรไม่แสวงผลกำไร จัดแฟชั่นโชว์ EthicalCraft Fashion Show 2019 แฟชั่นโชว์ที่ต้องการยกระดับงานคราฟท์ไทยภายใต้ธีม Could Thai crafts be high fashion? ในงาน “Impact Day 2019: สนามของคนสร้างสรรค์ ต่อเติมพลังเปลี่ยนแปลงสังคม”

ศักดิ์สิทธิ์ ภัทรประกฤต หรือ ต้า หนึ่งในหัวหอกการจัด Ethical Craft Fashion Show 2019 และตัวแทนจากกิจการเพื่อสังคม Go Went Gone ศิษย์เก่า BC4C รุ่นที่ 3 กล่าวถึงความตั้งใจในการสร้างสรรค์แฟชั่นโชว์ในครั้งนี้ว่า “Ethical Craft Fashion Show 2019 ภายใต้ธีม Could Thai crafts be high fashion? นั้นถูกจัดขึ้นจากความสงสัยของพวกเราที่ว่า ศักดิ์ศรีงานคราฟท์ไทยนั้น ยังก้าวไกลไม่เท่างานแฟชั่นของแบรนด์ระดับโลกจริงหรือ? ด้วยเหตุนี้ เราจึงร่วมมือกับบ้านปูฯ และ สถาบัน Change Fusion รังสรรค์แฟชั่นโชว์ชุดนี้ขึ้น โดยทั้ง 11 แบรนด์ได้ร่วมมือกันในการสรรหาวัตถุดิบ รวมถึงคิดค้นเรื่องราวและแนวคิดตามสไตล์ที่แต่ละแบรนด์ถนัด หลังจากนั้นจึงนำมาหารือกัน ผลิตผลงาน รวมไปถึงเพิ่มคุณค่าให้งานคราฟท์แต่ละชิ้นด้วยฝีมือของคนไทย ให้ออกมาเป็นลุคแฟชั่นที่สามารถสวมใส่ได้จริง ทันสมัย และมีราคา”

“เราเชื่อว่าแฟชั่นโชว์นี้จะช่วยพิสูจน์และตอกย้ำให้ทุกคนได้เห็นว่า คุณค่างานคราฟท์ของไทยไม่ได้น้อยหน้าไปกว่างานแฟชั่นแบรนด์ดัง ทุกชิ้นต่างมีเรื่องราวและกระบวนการในการผลิตที่ซับซ้อนและมีเอกลักษณ์ของตัวเอง สามารถนำมาสไตลิ่งให้ดูทันสมัย สวมใส่ได้ทุกวัย ไม่แพ้แบรนด์ชั้นนำเช่นกัน”

กิจการเพื่อสังคมจากโครงการ BC4C ที่เข้าร่วมงานแฟชั่นโชว์ครั้งนี้ มีทั้งที่เป็นงานคราฟท์ งานฝีมือ และผลิตภัณฑ์ผ้าทอจากภูมิปัญญา
ชาวบ้าน  แต่ละแบรนด์ร่วมกันคิด ร่วมกันทำ เพื่อแสดงให้เห็นถึงพลัง ความตั้งใจ ในการช่วยยกระดับงานคราฟท์ไทยอย่างแท้จริง

ทั้ง 11 แบรนด์ ประกอบด้วย Go Went Gone สร้างรายได้ให้ชาวบ้านด้วยการพัฒนางานฝีมือท้องถิ่นและหาช่องทางการจำหน่ายอัตลักษณ์ ผลิต ออกแบบ และจำหน่ายสินค้าของชำร่วยจากเศษผ้า ผสมผสานกับเอกลักษณ์ท้องถิ่น เพื่อช่วยเหลือแม่เลี้ยงเดี่ยว Gonfai ผลิต จำหน่ายและพัฒนาสินค้าจากหัตถกรรมดั้งเดิมของชาวบ้านและชาติพันธุ์ลัวะ Bhukram ผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์ผ้าปักทอลวดลายของชาวบ้านบริเวณเทือกเขาภูพานจังหวัดสกลนคร Craftde Quarr จำหน่ายและพัฒนาสินค้าที่ระลึกจากภูมิปัญญาและงานศิลปะพื้นเมืองจากภาคเหนือของไทย FolkCharm ผลิตเสื้อผ้าจากฝ้ายที่ไม่ใช้สารเคมี ด้วยฝีมือการถักทอของกลุ่มทอผ้าในจังหวัดเลย  Vanta ผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์ผ้าทอที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมผ้าสร้างสุข ผลิตและจำหน่ายสินค้าจากเสื้อผ้าที่ไม่ใช้แล้ว เพื่อส่งเสริมทักษะอาชีพแก่กลุ่มผู้พิการปักจิตปักใจ ผลิตและจำหน่ายผ้าปักจากฝีมือคนตาบอด  Flow Folk มุ่งสร้างและพัฒนาผลิตภัณฑ์ท้องถิ่นในชุมชนต่างๆ ในจังหวัดแพร่ และ Heartistผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์ผ้าทอบำบัดหนึ่งเดียวในโลกจากศิลปินบุคคลพิเศษ

ทั้ง 11 กิจการเพื่อสังคมกลุ่มนี้ มีการนำผลิตภัณฑ์ของตัวเอง เช่น ผ้าจากชาติพันธุ์ลัวะและผ้าทอมือจากหนองบัวลำภู มาสร้างสรรค์เป็นเสื้อผ้าหลากหลายสไตล์ในแฟชั่นโชว์ได้อย่างลงตัว นับตั้งแต่เสื้อสตรี เสื้อบุรุษ ชุดกระโปรง เสื้อตัวนอกไปจนถึงเครื่องประดับ ที่สามารถนำมาประยุกต์ใช้ ได้หลากหลายรูปแบบและมีความทันสมัย เหมาะกับทุกเพศ ทุกวัย ดึงดูดสายตาผู้เข้าชมอย่างมากยิ่งไปกว่านั้น แฟชั่นโชว์ครั้งนี้ยังเปิดโอกาสให้นางแบบนายแบบหลากหลายเพศ หลากหลายวัย หลากหลายรูปร่างมาร่วมเดินแบบ เพื่อตอกย้ำว่าแท้จริงแล้ว ทุกคนสามารถสวมใส่งานคราฟท์ของไทยออกมาได้อย่างสวยงามตามสไตล์ของแต่ละคน

“ท้ายสุดแล้ว พวกเราหวังว่า Ethical Craft Fashion Show 2019 จะเป็นอีกหนึ่งโชว์ที่ช่วยตอกย้ำให้ผู้บริโภคได้เข้าใจว่า งานคราฟท์ไทยนั้น เป็นผลงานที่เริ่มต้นจากความตั้งใจ เต็มเปี่ยมไปด้วยเรื่องราวและคุณค่าที่ไม่น้อยหน้าไปกว่าสินค้าแบรนด์หรูชั้นนำระดับโลก ซึ่งหากผู้บริโภคเข้าใจในจุดนี้ เราเชื่อว่าสักวันหนึ่ง งานคราฟท์ไทยจะสามารถก้าวไกลทัดเทียมสินค้าแฟชั่นหรู และเมื่อถึงเวลานั้น งานคราฟท์ไทยจะเป็นศิลปะอีกแขนงหนึ่งที่ช่วยเพิ่มพูนรายได้ให้แก่ผู้เกี่ยวข้อง สร้างการเปลี่ยนแปลงให้กับวงการงานคราฟท์ งานฝีมือ และงานภูมิปัญญาชาวบ้านได้อย่างแน่นอน” ผู้ประกอบการจากทั้ง11 กิจการเพื่อสังคมผู้ร่วมสร้างสรรค์ Ethical CraftFashion Show 2019 กล่าวสรุป

ระดมทุนหาของขวัญปีใหม่ส่งใจให้เด็กป่วย แบมบีนี่ วิลล่า เปิดพื้นที่ ‘ตลาดนัดเทใจ’

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/459340

ระดมทุนหาของขวัญปีใหม่ส่งใจให้เด็กป่วย แบมบีนี่ วิลล่า เปิดพื้นที่ ‘ตลาดนัดเทใจ’

วันพุธ ที่ 11 ธันวาคม พ.ศ. 2562, 06.00 น.

อิ่มเอมใจกันไปถ้วนหน้ากับกิจกรรมเพื่อสังคมต้อนรับปีใหม่ 2563 ศูนย์การค้าแบมบีนี่ วิลล่า (Bambini Villa) ร่วมกับ เทใจดอทคอม (www.taejai.com) แพลตฟอร์มเพื่อสังคม อาสาทำหน้าที่เชื่อมโยงเป็น “ผู้ให้” ระดมกว่า 50 ร้านค้า เปิดตลาดนัดการกุศลกลางคอมมูนิตี้มอลล์สุดเก๋ “ตลาดเทใจแชริตี้แฟร์” เพื่อหาของขวัญให้แก่เด็กป่วยเรื้อรังใน 9 โรงพยาบาลในโครงการ “ของขวัญปีใหม่ ส่งใจให้เด็กป่วย 2563” ได้แก่ โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า, โรงพยาบาลรามาธิบดี, สถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินี, ศูนย์การแพทย์ปัญญานันทภิกขุ ชลประทาน, มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ,โรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ,โรงพยาบาลภูมิพลอดุลยเดช, โรงพยาบาลราชวิถี, โรงพยาบาลจุฬาภรณ์ และโรงพยาบาลตำรวจ ตั้งเป้าของขวัญจำนวน 3,000 ชิ้น สำหรับเทศกาลปีใหม่นี้ โดยในงานมีเซเลบฯใจบุญมาร่วมงานมากมาย อาทิ ดารณี เจริญรัชต์ภาคย์, วิเชียร พงศธร, จุฑาธรรม จิราธิวัฒน์, โจ ฮอร์น พัธโนทัย, ฐิตินันท์ เกียรติไพบูลย์, สรชน บุญสอง, พิรัญจ์ ศรีกาญจนา, ลสา โสภณพนิช, วโรกาส ตาปสนันทน์, ปริชญ์ รังสิมานนท์, ลักษมีกานต์ อิงคะกุล, ดร.ต่อภัสสร์ ยมนาค, วริษฐา นาครทรรพ ฯลฯ

ภายในงานมีสินค้าเก๋ๆ ชิคๆ ทั้งมือหนึ่ง มือสอง, ขนมเบเกอรี่, อาหารโฮมเมด, งานศิลปะ, ผลิตภัณฑ์ของเล่นไม้สำหรับเด็ก, กระเป๋าผ้าวาดโดยเด็กพิการทางการเคลื่อนไหว พร้อมสนุกสนานกับซุ้มกิจกรรมถ่ายภาพโพราลอยด์ และทำกรอบรูป D.I.Y, ซุ้มวาดภาพเหมือนการ์ตูน โดย อ.ขวด เดลินิวส์ มีการคัดสรรนักพยากรณ์ผู้เชี่ยวชาญในศาสตร์แขนงต่างๆ มาร่วมตรวจดวงชะตารับปี 2563 ในราคาพิเศษ คนละ 200 บาท รายได้ไม่หักค่าใช้จ่ายมอบให้โครงการฯ นอกจากนี้ยังมีการแสดงความสามารถทางดนตรีของน้องๆวงโรงหมูมิวสิค จากชุมชนคลองเตยอีกด้วย เรียกว่ากิจกรรมครบทุกความสนุกสำหรับทุกคนในครอบครัว

จุฑาธรรม จิราธิวัฒน์, ฐิตินันท์ เกียรติไพบูลย์, เอด้า จิรไพศาลกุล, ณพวงศ์ สนิทวงศ์ ณ อยุธยา, จีวอน แบค, ปริชญ์ รังสิมานนท์ และ ลักษมีกานต์ อิงคะกุล

ไฮไลต์ มีร้านของนักสู้ไม่ยอมแพ้ชะตาชีวิต อาทิ “ร้านน้ำแข็งไสลุงดำ” นันภิวัฒน์ เกษมชัยสกุล หลายคนได้รู้จักคุณพ่อยอดนักสู้ที่เข็นรถน้ำแข็งไสย่านราษฎร์บูรณะไปขายพร้อมกับลูกพิการ,“ปัญญา คาเฟ่” ร้านกาแฟสร้างอาชีพให้แก่ผู้พิการได้ภูมิใจว่า เขาสามารถทำงานมีเงินเดือน ไม่เป็นภาระของสังคม บาริสต้าอารมณ์ดี “จิ้น” ถกลรัตน์ โปร่งสุวรรณ หนุ่มดาวน์ซินโดรม วัย 29 ปี แต่สามารถจดจำสูตรกาแฟได้แม่นยำมาชงกาแฟให้ชิม หวานมาก-หวานน้อย แค่ลูกค้าสั่งก็ทำได้หมด หรือใครอยากชิมโตเกียวเครื่องแน่นของ “กิจโตเกียว” น้องกิจ” ดนิษฐ์ แซ่อ้ายพ่อค้าวัย 14 ปี ที่ยกร้านจากท่าน้ำปากเกร็ดมาเพื่องานนี้โดยเฉพาะ

ณพวงศ์ สนิทวงศ์ ณ อยุธยา หรือ น้ำหวาน ผู้บริหารโครงการแบมบีนี่ วิลล่า เผย สุดปลาบปลื้มใจกับความสำเร็จของกิจกรรมมุ่งสร้างสรรค์พื้นที่ระดมทุนให้แก่องค์กรเพื่อสังคมครั้งนี้นับเป็นการเริ่มต้นทำสิ่งดีๆ ต้อนรับปีใหม่ที่ใกล้จะมาถึงได้อย่างอิ่มใจ นักช็อปได้สนุกสนานกับการซื้อของอุปโภค-บริโภคคุณภาพดีที่คัดสรรมาออกร้าน และสุขใจที่มีโอกาสส่งมอบของขวัญและสร้างรอยยิ้มให้แก่เด็กที่ป่วยอยู่ในโรงพยาบาล ซึ่งนอกจากเด็กจะมีความสุข ทั้งผู้ปกครองและเจ้าหน้าที่ทางการแพทย์ก็มีความสุขไปด้วย นับเป็นมิติที่นอกเหนือจากการรักษาทางกายที่คนในสังคมได้มีส่วนร่วมในการส่งความสุข ส่งกำลังใจให้กันและกันในช่วงเวลาแห่งการต้อนรับศักราชใหม่ปี 2563ที่กำลังจะมาถึงในเร็วๆ นี้”

ระดมทุนเพื่อหาของขวัญให้แก่เด็กป่วยเรื้อรังใน 9 โรงพยาบาล

แม่งานคนสำคัญ เอด้า จิรไพศาลกุลกรรมการผู้จัดการ เทใจดอทคอม กล่าวถึงรูปแบบงานระดมทุนครั้งนี้ นับเป็นการเปิดโอกาสให้ทุกคนได้เอื้อเฟื้อและแบ่งปันทำให้สังคมน่าอยู่ขึ้น ของขวัญตั้งเป้าหมายไว้ 3,000 กล่อง โดยได้รับความเอื้อเฟื้อจากศูนย์การค้าแบมบีนี่ วิลล่า ด้านสถานที่และค่าใช้จ่ายในการจัดงาน รวมถึงร่วมบริจาคสมทบทุน ส่วนเงินค่าเช่าพื้นที่ออกร้านนำเข้าโครงการ “ของขวัญปีใหม่ ส่งใจให้เด็กป่วย 2563” ทั้งหมดโดยไม่หักค่าใช้จ่ายอีกส่วนคือเงินจากกล่องบริจาค โดยเทใจได้เหมาขนมร้าน “กิจโตเกียว” 300 ชิ้น“น้องกิจ” ดนิษฐ์ มาทำขนมโตเกียวในงาน ส่วนอีกร้านที่เทใจเหมาให้คนใจบุญชิมกันและช่วยกันบริจาคแล้วแต่ศรัทธา คือซุ้มอาหารปักษ์ใต้ จ.ยะลา น้องๆ โครงการลูกเหรียง น้องกลุ่มนี้กำพร้าพ่อแม่จากเหตุการณ์รุนแรงใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ เทใจมีกิจกรรมระดมทุนการศึกษาให้เด็กๆ กลุ่มนี้ ก็ชักชวนเด็กมาจากยะลามาทำอาหารท้องถิ่นให้คนกรุงเทพฯ ได้ลองชิมกัน”

ส่วน เซเลบริตี้ เพิร์ลลี่-ลักษมีกานต์อิงคะกุล ที่มาร่วมงานกับเทใจในฐานะที่ปรึกษา กล่าวว่า ได้ร่วมงานกับองค์กรไม่หวังผลกำไร เน้นการทำงานช่วยเหลือเยาวชนโดยสนับสนุนด้านการศึกษา เพราะถือว่าเป็นการช่วยเหลือที่ยั่งยืนที่สุด ในงานตลาดเทใจได้สนับสนุนอาหารจาก 2 ร้านค้าเพื่อให้โอกาสเด็กๆ ได้โชว์ฝีมือและได้เงินทุนตอบแทนกลับไปอีกด้วย

“เพิร์ลลี่สนใจเรื่องงานเพื่อสังคมมานานแล้วค่ะ และชอบการทำงานในลักษณะที่สนับสนุนเด็กได้เรียนรู้ และต่อยอดสิ่งที่เราหยิบยื่นให้ได้ เปรียบเทียบง่ายๆ แทนที่เราจะให้เงินหรือให้ปลา แต่วิธีแบบนี้เหมือนการต่อยอดช่วยเหลือสังคมอีกมุมมองหนึ่งที่ช่วยให้เขาตกปลาได้ด้วยตัวเองดีกว่า”

สำหรับแชริตี้แฟร์ “ตลาดเทใจ”ครั้งล่าสุดนี้ นับเป็นการตอกย้ำสร้างพื้นที่เพื่อสร้างสรรค์สังคม และความเป็นศูนย์การค้าแห่งแรกที่ชูจุดเด่นในเรื่องการให้ความสำคัญกับเด็กและครอบครัว และถือเป็น “The First Community Mall for Families in the Heart of Bangkok” นำเสนอคอมมูนิตี้มอลล์ชูจุดเด่นสถาบันเสริมทักษะชั้นนำจากนานาชาติสำหรับเด็ก ครบครันด้วยร้านค้าคอนเซ็ปต์ใหม่ ร้านอาหาร คาเฟ่สำหรับเด็ก ฯลฯ ตอบโจทย์ City Family Lifestyle ของคนยุคใหม่ได้อย่างชัดเจน

วงโรงหมูมิวสิค จากชุมชนคลองเตย

นศ.เทคโนฯพระจอมเกล้าธนบุรี คว้ารางวัล ‘Caltex Fuel Your School คาลเท็กซ์เติมพลังปัญญา ปลูกต้นกล้าเยาวชนปี 5’

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/459341

นศ.เทคโนฯพระจอมเกล้าธนบุรี คว้ารางวัล ‘Caltex Fuel Your School คาลเท็กซ์เติมพลังปัญญา ปลูกต้นกล้าเยาวชนปี 5’

วันพุธ ที่ 11 ธันวาคม พ.ศ. 2562, 06.00 น.

ผู้บริหารบริษัท เชฟรอน (ไทย) จำกัด นำโดย ซาลมาน ซาดัต มอบรางวัลแก่ทีมที่ได้รับรางวัล

ประสบความสำเร็จไปอย่างงดงามสำหรับการแข่งขันในโครงการเพื่อสังคม “Caltex Fuel Your School : คาลเท็กซ์เติมพลังปัญญา ปลูกต้นกล้าเยาวชน ปี 5” ชิงถ้วยพระราชทานสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารีซึ่งจัดโดย บริษัท เชฟรอน (ไทย) จำกัด ผู้ให้บริการสถานีบริการน้ำมันคุณภาพระดับโลกภายใต้แบรนด์ “คาลเท็กซ์” ร่วมกับ มูลนิธิกองทุนการศึกษาเพื่อการพัฒนา (มูลนิธิ EDF) โดยมี ซาลมาน ซาดัตประธานกรรมการและผู้จัดการใหญ่ เป็นประธานในพิธีประกาศผลและมอบรางวัล ณ สมาคมนิสิตเก่าจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยในพระบรมราชูปถัมภ์ กรุงเทพฯ เมื่อเร็วๆ นี้

ซาลมาน ซาดัต ประธานกรรมการและผู้จัดการใหญ่ บริษัท เชฟรอน (ไทย) จำกัด เปิดเผยว่า“บริษัทได้จัดกิจกรรมเพื่อสังคมภายใต้โครงการ Caltex Fuel Your School : คาลเท็กซ์เติมพลังปัญญา ปลูกต้นกล้าเยาวชน เป็นประจำทุกปี โดยบริษัทให้ความสำคัญกับการเข้าไปมีส่วนร่วมในการส่งเสริม และสนับสนุนกิจกรรมเพื่อสังคม โดยเฉพาะกับกลุ่มเยาวชนไทย จึงได้สานต่อโครงการ “Caltex Fuel Your School: คาลเท็กซ์เติมพลังปัญญา ปลูกต้นกล้าเยาวชน ปี 5” โดยความร่วมมือกับ มูลนิธิกองทุนการศึกษาเพื่อการพัฒนา (มูลนิธิ EDF) ในปีนี้เรามุ่งเน้นไปที่เด็กในระดับมหาวิทยาลัย ให้เสนอแนะแนวคิดในการจัดทำแผนงานเพื่อพัฒนาโรงเรียนแบบชาญฉลาด ภายใต้แนวความคิด “Smart Innovation Smart School” ซึ่งตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา เรารู้สึกดีใจที่ได้เห็นความตั้งใจและการให้ความสนับสนุนจากทุกฝ่ายที่มีส่วนเกี่ยวข้องในการรณรงค์ส่งเสริมศักยภาพเยาวชนไทยในการพัฒนาความคิดสร้างสรรค์

โดยโครงการนี้ ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจาก นิสิต นักศึกษา จากมหาวิทยาลัยต่างๆ ทั่วประเทศ ที่ส่งแผนงานเข้าประกวดเกือบ 50 ทีม และทางคณะกรรมการได้ทำการคัดเลือกทีมที่ผ่านเข้ารอบจำนวน 12 ทีม เพื่อลงพื้นที่ดำเนินโครงการพัฒนาโรงเรียน โดยทางบริษัทเชื่อว่าโครงการ “Caltex Fuel Your School : คาลเท็กซ์เติมพลังปัญญา ปลูกต้นกล้าเยาวชน ปี 5” จะสามารถวางรากฐานที่เข้มแข็งให้กับเด็กไทยซึ่งจะเติบโตไปเป็นกำลังสำคัญของชาติบ้านเมืองในอนาคต รวมทั้งเป็นการปลูกฝังจิตสาธารณะและความรับผิดชอบต่อสังคมให้กับนิสิตนักศึกษาที่เข้าร่วมโครงการอีกด้วย”

ทีม Old Bangmod Maker Club ม.เทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี คว้ารางวัลชนะเลิศ

“สำหรับการแข่งขันครั้งนี้ ผลงานที่ได้รับรางวัลชนะเลิศ ได้แก่ โครงการJust Ask ถามทุกครั้งอย่างมั่นใจ โดยทีมOld Bangmod Maker Club มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี ได้รับถ้วยพระราชทานสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้ากรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 ได้แก่ โครงการหุ่นยนต์เพื่อส่งเสริมและพัฒนาการในด้านการคิดเชิงตรรกะ และระบบติดตามผลการเรียนโดยทีม Little Mermaid มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี และรางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 ได้แก่ โครงการSmart Security System for School โดยทีมKU SE’ นะจ๊ะมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ จังหวัดสกลนคร ได้รับโล่เกียรติยศ โดยทีมที่ได้รับรางวัลทั้งหมดจะได้รับทุนการศึกษารวมมูลค่ากว่า 100,000 บาท”

ศุภวิชญ์ บุญตนาชัย ตัวแทนทีม Old Bangmod Maker Clubมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี เจ้าของผลงานรางวัลชนะเลิศเผยความรู้สึกว่า “ดีใจที่ทุกสิ่งทุกอย่างที่เราพยายามได้เห็นผลและที่สำคัญอยากขอบคุณหลายๆ ฝ่าย ไม่ว่าจะเป็นบริษัท เชฟรอน (ไทย) จำกัด ที่มอบโอกาสดีๆ ให้กับพวกเรา รวมไปถึงพี่เลี้ยงที่คอยให้คำปรึกษา ส่งผลให้โครงการประสบความสำเร็จลุล่วงอย่างดีเยี่ยมครับ  ก็หวังว่า web applicationที่เราพัฒนาขึ้นจะเป็นเครื่องมือสำหรับคุณครูในการพัฒนาการเรียนและการสอน  อีกทั้งเสริมสร้างความมั่นใจให้เพิ่มมากขึ้นสำหรับนักเรียนในการแสวงหาความรู้ ซึ่งหากมีโรงเรียนอื่นๆ สนใจต่อยอดเพิ่มเติมเราก็จะยินดีมากๆ ครับ”

Caltex Fuel Your School : คาลเท็กซ์เติมพลังปัญญา ปลูกต้นกล้าเยาวชน เป็นโครงการช่วยเหลือสังคมที่สำคัญของคาลเท็กซ์ ในประเทศต่างๆ ทั่วโลก โดยเป็นกิจกรรมที่เกิดจากความร่วมมือร่วมใจของทุกๆ ฝ่าย ที่ช่วยเหลือพัฒนาสังคมเพื่อการเรียนรู้ของเยาวชน ซึ่งสำหรับในประเทศไทยได้จัดทำโครงการมาอย่างต่อเนื่องเป็นปีที่ 5

เฝ้าระวังไวรัส RSV ในเด็กเล็ก ที่มาพร้อมกับลมหนาว

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/459335

เฝ้าระวังไวรัส RSV ในเด็กเล็ก ที่มาพร้อมกับลมหนาว

วันพุธ ที่ 11 ธันวาคม พ.ศ. 2562, 06.00 น.

คนทั่วไปอาจยังไม่คุ้นหูกับคำว่าเชื้อไวรัส RSV เท่าไรนัก คนที่รู้จักไวรัสชนิดนี้ส่วนใหญ่มักจะเป็น คุณพ่อ คุณแม่ หรือผู้ปกครอง นั่นก็เพราะ RSV คือเชื้อไวรัสสุดฮิตที่เกิดขึ้นในหมู่เด็กเล็กเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะช่วงปลายฝนต้นหนาวนี้ ผู้ปกครองควรหมั่นสังเกตอาการของลูกหลานอย่างใกล้ชิด เพราะหากพลาดไปสักนิดอาจมีอันตรายถึงชีวิตได้

อาจารย์แพทย์หญิงโสภิดา บุญสาธร สาขาวิชาโรคติดเชื้อ ภาควิชากุมารเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล ให้ข้อมูลว่า ไวรัส RSV คือ เชื้อไวรัสชนิดหนึ่ง ชื่อภาษาอังกฤษคือ RespiratorySyncytial Virus เป็นเชื้อไวรัสที่ก่อให้เกิดโรคในระบบทางเดินหายใจได้ทั้งส่วนบนและส่วนล่าง ทำให้ร่างกายผลิตเสมหะออกมาจำนวนมาก ซึ่งเชื้อไวรัสชนิดนี้มีมานานหลาย 10 ปีแล้ว แต่ปัจจุบันเริ่มมาเป็นที่รู้จักกันมากขึ้นเนื่องจากเชื้อไวรัสชนิดนี้ มักจะก่อให้เกิดอาการรุนแรงในเด็กเล็ก โดยทั้งเด็กและผู้ใหญ่สามารถติดเชื้อไวรัสชนิดนี้ได้ หากเกิดในผู้ใหญ่หรือเด็กโตที่มีสุขภาพแข็งแรง อาการป่วยจะหายได้เอง แต่ถ้าหากเกิดในเด็กเล็กๆที่ภูมิคุ้มกันยังต่ำ อาจทำให้มีอาการรุนแรง โดยเฉพาะเด็กเล็กที่อายุต่ำกว่า 5 ขวบ ขณะเดียวกันผู้ใหญ่ที่เป็นโรคปอด โรคหัวใจ ก็เป็นกลุ่มเสี่ยงเช่นเดียวกัน

เชื้อไวรัส RSV เป็นเชื้อไวรัสที่มีความทนทานต่อสภาพแวดล้อมภายนอกร่างกาย มักติดต่อผ่านทางการ ไอ จาม รวมถึงการสัมผัสโดยตรงจากสารคัดหลั่ง ไม่ว่าจะเป็นน้ำมูก น้ำลาย เสมหะ ปัจจุบันเปอร์เซ็นต์การเสียชีวิตของเด็กที่ติดเชื้อไวรัส RSV โดยตรงนั้นน้อยมาก เพราะไวรัส RSV ไม่ใช่เชื้อโรคที่ร้ายแรง แต่สาเหตุการเสียชีวิตส่วนใหญ่มักมาจากการเกิดภาวะแทรกซ้อน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเด็กเล็กมากๆ หรือเด็กที่มีโรคประจำตัว เช่น โรคหัวใจ โรคปอด เด็กที่คลอดก่อนกำหนด และมีภูมิคุ้มกันต่ำ อาจจะเกิดภาวะรุนแรงถึงขั้นการหายใจล้มเหลว ต้องใส่ท่อช่วยหายใจ หรือเสียชีวิตได้

วิธีการป้องกัน ผู้ปกครองสามารถป้องกันการติดเชื้อไวรัส RSV ในบุตรหลานได้โดยการพยายามให้เด็กๆ ล้างมือให้สะอาด เพื่อป้องกันการติดต่อทางการสัมผัส ใส่หน้ากากอนามัยในที่ที่คนพลุกพล่าน ล้างจมูกด้วยน้ำเกลือเป็นประจำ ให้เด็กดื่มน้ำอย่างเพียงพอเพื่อลดภาวะขาดน้ำและช่วยขับเสมหะออกจากร่างกาย แต่ถ้าหากเป็นเด็กเล็กที่ยังไม่หย่านม ก็สามารถให้เด็กดูดนมได้มากที่สุดตามต้องการ แยกอุปกรณ์และภาชนะต่างๆ ของเด็กแต่ละคน ไม่ควรใช้ร่วมกัน

ส่วนวิธีสังเกตอาการว่าติดเชื้อไวรัส RSV เนื่องจากการติดเชื้อไวรัส RSV ระยะเริ่มต้นนั้นใช้เวลาในการฟักตัวประมาณ 3-6 วัน หลังจากได้รับเชื้อผู้ป่วยจะมีอาการคล้ายกับไข้หวัดธรรมดา เริ่มจากการมีน้ำมูก จาม ไอ ทำให้คุณพ่อ คุณแม่ หรือผู้ปกครองรู้ตัวช้า ดังนั้นจึงต้องคอยสังเกตอาการของลูกหลานอย่างใกล้ชิด และต้องพิจารณาปัจจัยอื่นๆเพิ่มด้วย เช่น อยู่ในช่วงปลายฝนต้นหนาว ไอ จาม มีเสมหะจำนวนมาก หายใจเหนื่อยหอบ หายใจมีเสียงหวีด ซึ่งเป็นลักษณะอย่างหนึ่งที่บ่งบอกว่าหลอดลมตีบ หรือหลอดลมฝอยอักเสบ

วิธีรักษา เบื้องต้นไวรัส RSVไม่มีวัคซีนสำหรับป้องกัน ดังนั้น แพทย์จึงใช้วิธีการรักษาไปตามอาการ รักษาประคับประคอง ไม่ว่าจะเป็นการให้ยาลดไข้ หรือในเด็กบางรายที่มีลักษณะของหลอดลมตีบ ก็อาจจะมีการให้ยาพ่นเพิ่มเพื่อขยายหลอดลม รวมถึงการเคาะปอดและดูดเสมหะ

อากาศหนาว อย่าปล่อยให้ผิวแห้ง

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/459333

แพทย์หญิงชนิกา กุลภัทราภา

อากาศหนาว อย่าปล่อยให้ผิวแห้ง

วันพุธ ที่ 11 ธันวาคม พ.ศ. 2562, 06.00 น.

ช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา คนไทยส่วนใหญ่ได้สัมผัสกับอากาศหนาวถึงหนาวจัด จนบางทีอาจจะไม่ทันได้เตรียมตัวทั้งเรื่องเสื้อกันหนาว รวมถึงการดูแลผิวพรรณ ซึ่งอาจทำให้ผิวแห้งจนถึงขั้นเกิดผื่นแดงคันอักเสบได้

แพทย์หญิงชนิกา กุลภัทราภา แพทย์ประจำศูนย์ผิวหนังและความงาม โรงพยาบาลเวชธานี กล่าวว่า เมื่ออากาศหนาว ความชื้นสัมพัทธ์ที่อากาศจะลดลง ทำให้ผิวสูญเสียความชุ่มชื้นและแห้งง่ายมากขึ้นในช่วงนี้ ซึ่งหากไม่ดูแลและปล่อยให้ผิวแห้งไปนานๆ จะทำให้เกิดภูมิแพ้ผิวหนัง มีผื่นแดงคันอักเสบ หรืออาจไปกระตุ้นให้เกิดผื่นผิวหนังบางชนิด เช่น ต่อมไขมันอักเสบบริเวณผิวหนังหรือโรคเซบเดิร์ม สะเก็ดเงิน และในรายที่รุนแรงอาจเกิดการติดเชื้อแบคทีเรียร่วมด้วย

โดยในกลุ่มที่มีโรคประจำตัว เช่น โรคภูมิแพ้ ผู้สูงอายุที่เป็นโรคเบาหวาน โรคไต หรือกลุ่มที่มีพฤติกรรมเสี่ยง เช่น อยู่ในห้องแอร์นานๆ ชอบอาบน้ำอุณหภูมิสูง และใช้ผลิตภัณฑ์อาบน้ำที่ไม่เหมาะสม จำพวกสบู่ก้อนที่มีความเป็นด่างสูง ทำให้ค่า PH ของผิวไม่สมดุล ก็จะมีโอกาสผิวแห้งระคายเคือง และเกิดผื่นง่ายขึ้น

วิธีการดูแลผิวพรรณในสภาพอากาศหนาว แพทย์หญิงชนิกา แนะนำว่า ไม่ควรอาบน้ำในอุณหภูมิสูงเกินไป ควรอาบน้ำในอุณหภูมิห้อง เมื่ออาบน้ำเสร็จควรเช็ดตัวให้หมาดๆ แล้วทาครีมชุ่มชื้นที่เหมาะกับสภาพผิวให้ทั่วร่างกาย เพื่อป้องกันไม่ให้ผิวสูญเสียความชุ่มชื้นหลังอาบน้ำ ซึ่งแบ่งความเข้มข้นของครีมได้เป็น 3 กลุ่มประเภท 1.กลุ่มโลชั่น เหมาะสำหรับผู้ที่ไม่ได้มีผิวแห้งเยอะมาก 2.กลุ่มครีม เหมาะสำหรับผู้ที่มีผิวแห้งกลางๆ 3.กลุ่มขี้ผึ้ง เหมาะสำหรับผู้ที่มีผิวแห้งมาก รวมถึงมีผื่นผิวหนัง และมีอาการแดงอักเสบ นอกจากนี้ การเลือกใช้สบู่ที่มีค่า PH กลางค่อนไปทางกรดอ่อนๆไม่ผสมน้ำหอม ดื่มน้ำเยอะๆ และพักผ่อนให้เพียงพอ เพื่อช่วยรักษาความชุ่มชื้น รวมไปถึงการทาลิปมันที่ปาก เพื่อป้องกันผิวแห้ง

แพทย์หญิงชนิกา กุลภัทราภา

แพทย์หญิงชนิกา กุลภัทราภา

ความห่วยที่มีเสน่ห์จาก’สมเกียรติ’ กับEP’โชวห่วย’ร้านค้าทางดนตรีที่พร้อมให้คุณเลือกฟัง

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/461310

ความห่วยที่มีเสน่ห์จาก’สมเกียรติ’ กับEP’โชวห่วย’ร้านค้าทางดนตรีที่พร้อมให้คุณเลือกฟัง

วันพฤหัสบดี ที่ 19 ธันวาคม พ.ศ. 2562, 16.50 น.

หลังจากฝากผลงานอัลบั้มชุดแรกที่ชื่อว่า _SARA (อันเดอร์สกอร์ สาระ) ให้แฟนเพลงได้รู้จักพวกเขาอย่างเป็นทางการกันไปแล้วเมื่อปี2558 กับ “สมเกียรติ” วงป๊อปอารมณ์ดีขวัญใจเด็กอินดี้จากค่ายเพลงห้องเล็ก Smallroom สมาชิกประกอบด้วย โบ๊ท – คนาวิน  เชื้อแถว (นักร้องนำ), บอส – ภูริช  พันธุ์สุข (มือกีต้าร์),  นนท์ – ธนญ แสงเล็ก  (มือกีต้าร์/คอรัส), นัท – ณัฐ  เบญจรงค์รัตน์ (มือเบส) และ ยิ้ม – ประวิทย์  ฮันสเตน (มือกลอง)  พร้อมทั้งฝากเพลงฮิตไว้มากมายอย่าง“ช่างมัน, ทนไว้, นิสัย, แล้วแต่, โคตรดี”และเพลงรักโรแมนติกที่ร้องตามกันได้ทั่วบ้านทั่วเมืองอย่าง“ขอวอน2” ด้วยเนื้อหาเพลงที่ไม่เหมือนใครกับการหยิบเอาเรื่องรอบตัวมาพูดผ่านดนตรีได้อย่างทันสมัย บวกกับสไตล์ดนตรีเท่ๆมีเอกลักษณ์และคาแรคเตอร์สุดกวนในแบบกลุ่มเพื่อนซี้ ทำให้ “สมเกียรติ” เป็นวงดนตรีทางเลือกที่ค่อนข้างแตกต่างและโดดเด่นไม่เหมือนใคร และในปี 2562นี้พวกเขากลับมาพร้อมผลงานเพลงที่เรียกว่าเป็นความแปลกใหม่ให้กับวงการเพลงไทยอีกครั้งกับ EP “โชวห่วย”

EP “โชวห่วย” กับคอนเซ็ปต์ร้านค้าทางดนตรีที่มีความหลากหลายให้เลือกฟัง เป็นความอิสระทางดนตรีที่ไม่มีกรอบ มีทั้งดนตรีช้าและเร็วในแบบที่ไม่เคยทำ ตลอดจนการ arrange ซาวด์แปลกใหม่เข้ามาผสมผสานไม่ว่าจะเป็นซินธิไซอร์หรือไอเดียริฟท์กีต้าร์ใหม่ๆที่กว้างขึ้น แต่ยังคงมีลูกเล่นของกีต้าร์ทั้ง 2 ตัวคล้ายกับอัลบั้มชุดที่แล้วที่เป็นซิกเนเจอร์ในแบบสมเกียรติ โดยเนื้อเพลงวงได้หยิบเอาเรื่องราวหลากหลายรูปแบบมาพูด ทั้งอารมณ์โรแมนติกประชดประชัน รวมถึงการระบายด้านมืดออกมาแบบแสบๆคันๆที่รวมไว้ให้ได้ฟัง 5 เพลงด้วยกัน  คือ “1-100” เพลงจังหวะสนุกดนตรีเท่ๆฟังแล้วต้องใจเย็นไม่ว่าจะเจอกับเรื่องอะไรก็ตาม, “มึงนี่มัน (Skunk)” ชื่อเพลงแรงๆกับเนื้อหาร้ายๆระบายความอัดอั้นที่มีกับคนไม่ดีในสังคมคลายเครียดด้วยดนตรีป๊อบสนุกๆ, “ดาวกะพริบ (Spark)” เพลง feel good ฟังสบายกับการส่งสัญญาณที่ดีให้ใครสักคนมันคงจะดีถ้าได้รับสัญญาณที่ดีตอบกลับมา, “คำหวาน (Guarantee)” ถ้อยคำดีๆที่ไม่สามารถการันตีได้เลยว่ามันจะจริงหรือไม่ อัดแน่นด้วยไลน์กีต้าร์ที่ใส่เต็มชวนให้โยกตามหนีจากคำสัญญที่หลอกลวง และ“คิดถึงขนาด (Thinking)” เพลงช้าที่สซาวด์ดนตรีพาเราหลุดเข้าไปอยู่ในห้วงอารมณ์ของความคิดถึงได้อย่างง่ายดาย

ซึ่งนอกจากตัวเพลงจะมีสีสันที่หลากหลายแล้ว ในส่วนของรูปแบบ CD ก็มีความแปลกแหวกแนวไม่ซ้ำใคร เป็นการเอาทุก Element ของร้านโชวห่วยมารวมเป็นคอนเซ็ปท์ EP ตั้งแต่ปกและอาร์ทเวิร์คธีมจีน ผสมผสานกับสีสันที่จัดจ้านและไม่เข้ากัน เหมือนร้านโชวห่วยที่มีของมากมายหลายอย่างมาอยู่รวมๆกัน โดยตัวอัลบั้มสามารถพับประกอบให้กลายเป็นร้านค้าโชวห่วยขนาดเล็กได้ พร้อมของที่ระลึกเก๋ๆอย่าง Paper doll ของสมาชิกสมเกียรติทั้ง 5 คน รวมถึงแผ่นซีดีแบบ random หน้าสมาชิก ที่ให้อารมณ์เหมือนซื้อขนมในร้านโชวห่วยแล้วมีของแถมแต่ละซองไม่เหมือนกัน เรียกว่าเป็นความห่วยที่มีเสน่ห์ ซึ่งนอกจากจะได้สะสมความแปลกใหม่ของซีดีแล้วยังได้อรรถรสทางดนตรีที่หลากหลายใน EP ชุดนี้อีกด้วย  ติดตามฟัง EP “โชวห่วย”  จาก SOMKIAT ได้แล้ววันนี้ทางMusic Streaming ทุกช่องทางและสามารถสั่งซื้อ CD ได้ทาง  http://bit.ly/2QOB6W2

SOMKIAT – โชวห่วย (SHOWHUAY) [EP Album Preview]  https://www.youtube.com/watch?v=oB_0GiS9qmU
http://www.facebook.com/Somkiat10s
http://www.facebook.com/smallroommusic

เมเจอร์ มอบสิทธิ์พิเศษ ซื้อตั๋วหนัง Star Wars ลุ้นรางวัลแพ็กเกจท่องเที่ยวพร้อมที่พัก Hong Kong Disneyland

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/461292

เมเจอร์ มอบสิทธิ์พิเศษ ซื้อตั๋วหนัง Star Wars ลุ้นรางวัลแพ็กเกจท่องเที่ยวพร้อมที่พัก Hong Kong Disneyland

วันพฤหัสบดี ที่ 19 ธันวาคม พ.ศ. 2562, 16.24 น.

เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ กรุ้ป ร่วมกับ เดอะ วอลท์ ดิสนีย์ ประเทศไทย

มอบสิทธิ์พิเศษซื้อตั๋วหนัง Star Wars : The Rise of Skywalker ผ่าน App Major Cineplexร่วมสนุกตอบคำถามลุ้นรางวัลแพ็กเกจท่องเที่ยวพร้อมที่พัก Hong Kong Disneyland

เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ กรุ้ป และ เดอะ วอลท์ ดิสนีย์ ประเทศไทย จำกัด มอบความสุขความบันเทิงให้กับแฟนพันธุ์แท้หนังดิสนีย์ กับแคมเปญ  “DISNEY’S BLOCKBUSTER MAGICAL EXPERIENCE” ส่งท้ายปี 2019 กับภาพยนตร์ “Star Wars : The Rise of Skywalker” บทสรุปแห่งมหากาพย์ตระกูลสกายวอล์คเกอร์ ที่แฟนทั่วโลกรอคอยมาอย่างยาวนาน จะเข้าฉายให้ชมกันในวันที่ 19 ธันวาคมนี้  พร้อมให้แฟน ๆ ได้ร่วมสนุกกับการชมภาพยนตร์พร้อมตอบคำถามชิงรางวัล สำหรับลูกค้าที่ซื้อบัตรชมภาพยนตร์ “สตาร์ วอร์ส: กำเนิดใหม่สกายวอล์คเกอร์” ผ่าน App Major Cineplex ทุก 1 ที่นั่ง ร่วมสนุกตอบคำถามลุ้นรับแพ็กเกจท่องเที่ยวพร้อมที่พัก Hong Kong Disneyland จำนวน 1 รางวัล 2 ท่าน มูลค่า 70,000 บาท และรางวัลพิเศษ ดาบ SW E9 FORCE FX DELUXE LIGHTSABER 2 จาก Hasbro มูลค่า 13,900 บาท จำนวน 6 รางวัล พร้อมให้คุณเป็นเจ้าของ ร่วมสนุกตอบคำถามได้ตั้งแต่วันที่ 19 ธันวาคม 2562 -15 มกราคม 2563  ประกาศรายชื่อผู้โชคดีในวันที่ 22 มกราคม 2563 ทางเฟสบุ๊ค Major Group ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ http://www.majorcineplex.com