“องค์กรเสรีไทย” จบเห่ เปิดฉาก “โลกล้อมไทย 2”

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/381260?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=scoop

“องค์กรเสรีไทย” จบเห่ เปิดฉาก “โลกล้อมไทย 2”

27 กรกฎาคม 2562 – 09:22 น.
แดงต่างแดน,RED USA,จรัล ดิษฐาอภิชัย,อั้ม เนโกะ,เจาะประเด็นร้อน,อุบลกาญจน์ อมรสิน,เชาว์ ซื่อแท้,ทักษิณ,แดงทักษิณ,องค์กรเสรีไทย,องค์กรเสรีไทยเพื่อสิ
เปิดอ่าน 31,621 ครั้ง

ข่าวเนชั่นสุดสัปดาห์ หนังสือพิมพ์ คมชัดลึก 27-28 ก.ค.62

*************************

อันที่จริงบทบาทในการรวมพลคนเสื้อแดงเมืองลุงแซมเพื่ออวยพรวันเกิด “ทักษิณ ชินวัตร” ในช่วงเช้า (เวลาท้องถิ่น) วันที่ 26 กรกฎาคม 2562 น่าจะเป็นกิจกรรมของ “องค์การเสรีไทยเพื่อสิทธิมนุษยชนและประชาธิปไตย” โดยการนำของจารุพงศ์ เรืองสุวรรณ เลขาธิการเสรีไทย

กลายเป็นว่าผู้จัดงานตัวจริงคือกลุ่ม RED USA นำโดย “เชาว์ ซื่อแท้” เจ้าของกิจการนวดแผนไทยย่านเบลฟลาวเวอร์ ลอสแองเจลิส รัฐแคลิฟอร์เนีย

พร้อมกับ “จอม เพชรประดับ” สื่อมวลชนอิสระ และ “สุนัย จุลพงศธร” อดีตส.ส.นครสวรรค์ ที่ไปใช้ชีวิตเร่ร่อนลี้ภัยอยู่ในสหรัฐมา 5 ปีแล้ว

สุนัย จุลพงศธร- เชาว์ ซื่อแท้

จารุพงศ์และองค์กรเสรีไทยหายไปไหน? อาการแปลกๆ ขององค์กรเสรีไทยเริ่มจาก “จรัล ดิษฐาอภิชัย” ได้ก่อตั้ง “สมาคมนักประชาธิปไตยไร้พรมแดน” ที่ปารีส ทั้งที่ตัวจรัลเอง ก็เป็นหัวเรี่ยวหัวแรงจัดตั้งองค์กรเสรีไทยร่วมกับจารุพงศ์ เรืองสุวรรณ, จักรภพ เพ็ญแข และสุนัย จุลพงศธร

กิจกรรมครั้งหลังสุดขององค์กรเสรีไทย คือการรวมพลคนเสื้อแดงในสหรัฐมารวมตัวในร้านอาหารที่แอลเอ เมื่อต้นปี 2561 แต่ปรากฏว่ามีคนมาร่วมชุมนุมหรอมแหรม งานกร่อยไปเลย

เมื่อวันที่ 17 กรกฎาคม 2562 เฟซบุ๊ก Jaran Ditapichai “จรัล” ที่ได้ชื่อว่าเป็นนักทฤษฎีและนักจัดตั้งมวลชน ได้โพสต์เชิงชี้แนะว่า “ผมขอเสนอปัญหาง่ายๆ ขบคิดกัน 1.เราจะเรียกรัฐบาลประยุทธ์​ 2 อย่างไร รัฐบาลเผด็จการ หรือรัฐบาลอำนาจนิยมหรืออะไร นี่เป็นปัญหาทางยุทธวิธี ​2.คำขวัญ​ทางยุทธศาสตร์ขับไล่ หรือต่อต้านรัฐบาล หรืออะไร 3.จุดอ่อน-จุดแข็งของรัฐบาล​ประยุทธ์​ 2 ขอเพิ่มอีกข้อ วันที่รัฐบาลนี้แถลงนโยบาย​ ประชาชนผู้รัก​ประ​ชาธิปไตยควรไปชุมนุมประกาศ​จุดยืนหรือไม่”

จึงไม่แปลกที่เกิดองค์กร “กลุ่มพลังประชาธิปไตยไร้พรมแดน” โดยกลุ่มคนเสื้อแดงที่ได้จัดกิจกรรมรวมใจเป็นหนึ่งเดียว จุดเทียนนำแสงสว่างสู่สภาของประชาชนเมื่อตอนสายวันที่ 25 กรกฎาคม 2562 ที่ทำการรัฐสภาชั่วคราวหน้าทีโอที ถนนแจ้งวัฒนะ

กิจกรรมจุดเทียนดังกล่าวเป็นการส่งสัญญาณการขับเคลื่อนของมวลชนคนรักทักษิณและเป็นการอวยพรวันเกิดล่วงหน้าให้คนแดนไกล

แกนนำกลุ่มพลังประชาธิปไตยไร้พรมแดนคือ “อุบลกาญจน์ อมรสิน” หรือ “สาว” หรือ “ดีเจสาวฝั่งโขง” แกนนำแดงเมืองอุบลฯ ผู้ผ่านสมรภูมิราชประสงค์มาอย่างโชกโชน

จรัล ดิษฐาอภิชัย-อั้ม เนโกะ

“สาว” หรือ “ดีเจสาวฝั่งโขง” ไม่ใช่แกนนำแดงบ้านบ้าน เธอจัดอยู่ในกลุ่มเซเลบแดง และใกล้ชิดตระกูลชินวัตร เข้านอกออกในบ้านพักของทักษิณที่ดูไบได้ตลอดเวลา

ดีเจสาวฝั่งโขงประกาศชัดจะต้องมีกิจกรรมเสวนาการเมืองต่อเนื่อง โดยมีเป้าหมายแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับ คสช.

ด้านกรุงปารีส จรัล ดิษฐาอภิชัย และอั้ม เนโกะ ได้ออกไปชูป้ายประท้วงประสานกับกลุ่มพลังประชาธิปไตยไร้พรมแดนที่หน้าสภาชั่วคราว

สรุปว่าองค์กรเสรีไทยน่าจะขยับยากขึ้น จึงต้องปั้นองค์กรใหม่มาเคลื่อนไหวต่อสู้เอาชนะฝ่ายทหาร ตามยุทธศาสตร์โลกล้อมไทยของคนแดนไกล

p37

มหากาพย์”วังน้ำเขียว” อช.ทับลาน..ไล่รื้อไม่รู้จบ

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/381261?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=scoop

มหากาพย์”วังน้ำเขียว” อช.ทับลาน..ไล่รื้อไม่รู้จบ

27 กรกฎาคม 2562 – 08:38 น.
วังน้ำเขียว,อวังน้ำเขียว,88 Garmonte resort
เปิดอ่าน 3,912 ครั้ง

ข่าวเนชั่นสุดสัปดาห์ หนังสือพิมพ์คมชัดลึก 27-28 ก.ค.62

*************************

“88” เห็นตัวเลขสวยๆ แบบนี้ แต่ทางเลขศาสตร์ให้ความหมายทั้งทางบวกทางลบแล้วแต่บริบท

ส่วน “88 การ์มองเต้ รีสอร์ท วังน้ำเขียว” คือที่ซึ่งคนชอบเที่ยวใฝ่หา เพราะได้ยินว่าบรรยากาศดี พื้นที่กว้างขวางที่พักสะดวกสบาย คือสวรรค์ของวันหยุดแท้จริง

ไม่เชื่อไปส่องดูข่าวที่พลพรรค “พลังประชารัฐ” เพิ่งไปเยือนมาช่วงต้นสัปดาห์ที่ผ่านมาได้ ไม่มีใครไม่ยิ้มสักคน!

จะมีก็แต่เจ้าของรีสอร์ทเลขเบิ้ลแห่งนี้แหละ ที่วันนี้อาจหลอนหูประโยคเด็ดที่ว่า “การลงทุนมีความเสี่ยง” ซ้ำแล้วซ้ำอีก

เพราะหลังจากการไปเยือนของคนใหญ่ๆ โตๆ ทำให้รีสอร์ทแห่งนี้ถูกขุดขึ้นมาเป็นที่พูดคุยของสังคมไทย จนงานนี้ถึงขั้นที่อาจโดนเจ้าหน้าอุทยานแห่งชาติทับลาน (อช.ทับลาน) ปิดป้ายรื้อถอน และฟ้องแพ่งเข้าจนได้

เปิดหน้าสวรรค์บนดิน

ว่ากันว่า ที่นี่คนชอบเที่ยวที่ยังไม่เคยไปอาจพอจะได้ยินชื่อเสียงของ 88 การ์มองเต้ รีสอร์ท วังน้ำเขียว ต.ไทยสามัคคี อ.วังน้ำเขียว จ.นครราชสีมา และปักหมุดไว้ในโปรแกรมหน้า แต่คนเคยไปต่างยืนยันว่าสุดยอด!

เข้าไปส่องภาพในเฟซบุ๊ก 88 Garmonte resort @วังน้ำเขียว..^^ (เวลานี้ปิดเฟซบุ๊กไปแล้ว) จะพบภาพสวยๆ ลักษณะเหมือนรีสอร์ทห้องพักมากมายหลายแบบ จะมาคู่ มาครอบครัว หรือหมู่คณะ ราคาตั้งแต่พันต้นๆ ถึงราวหลายพันบาทต่อคืน

ขณะที่สื่อผู้จัดการอ้างจากข้อมูลจากกรมพัฒนาธุรกิจการค้าระบุว่าของเจ้าของธุรกิจ รีสอร์ท “88 การ์มองเต้” แห่งนี้ มีบริษัท 88 การ์มองเต้ จำกัด เป็นเจ้าของ

จดทะเบียนจัดตั้งเมื่อวันที่ 11 เมษายน 2554 ทุนจดทะเบียน 1 ล้านบาท เพื่อให้บริการที่พักและจัดเลี้ยง มีคนทายาทนามสกุล “เจนธนากุล” เป็นกรรมการบริษัท

แม้จะไม่มีข้อมูลวันเวลาแน่ชัดว่า 88 การ์มองเต้ ปักหลักที่พื้นที่ตรงนั้น ณ วันเดือนปีไหน แต่วันนี้เบื้องหลังคือปมพิพาทของการบุกรุกพื้นที่ป่าสงวนหรือไม่ และกรมอุทยานทับลานเคยเปิดฉากลุยมาก่อนแล้ว 2 ครั้ง

ครั้งแรก 9 พฤษภาคม 2555 คณะเจ้าหน้าที่ชุดเคลื่อนที่เร็วของกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช ได้เข้าตรวจยึดจับกุมในพื้นที่การ์มองเต้ รีสอร์ท

วันนั้นไม่พบใคร แต่พบว่ามีสิ่งก่อสร้างเป็นที่พัก 1 หลัง มีต้นมะม่วงเกือบเต็มพื้นที่ทั้งหมด 20 ไร่ จึงมีการแจ้งความกับพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรวังน้ำเขียว เรื่องการบุกรุกพื้นที่ป่าสงวน และสืบหาผู้กระทำผิดไว้

จากนั้นเรื่องนี้ก็เงียบไป แต่ 88 การ์มองเต้ รีสอร์ท ไม่เคยเงียบเหงา ที่นั่นยังคงดำเนินการ เห็นได้จากการเข้ามาเช็กอินคอมเมนต์ของผู้มาเที่ยวที่ปรากฏในหน้าเฟซบุ๊กมากมาย

กระทั่งผ่านไปถึง 7 ปี วันที่ 31 มีนาคม 2560 คณะพนักงานเจ้าหน้าที่ชุดพญาเสือ และอุทยานแห่งชาติทับลานได้เข้าดำเนินการตรวจยึดจับกุมอีกครั้งในคดีเดิม

คราวนี้ไม่เพียงพบอาคารสิ่งปลูกสร้างผุดขึ้น 18 รายการ ทั้ง สระน้ำ บ้านไม้ในลักษณะต่างๆ ซึ่งเป็นความผิดตาม พ.ร.บ.อุทยานแห่งชาติ 2504 แต่ยังพบว่าพื้นที่จริงรวมแล้ว 50 ไร่!!

ทางกรมอุทยานจึงทำเหมือนเดิมคือแจ้งตำรวจวังน้ำเขียวแล้วก็…รอ!

งัดข้อไม่จบ

ตามที่รู้กันว่าพื้นที่วังน้ำเขียว ต.ไทยสามัคคี มีปัญหาเรื่องธรณีนี่นี้ใครจองมาตลอด และน่าจะเริ่มช่วงปี 2518 ที่ไส้ในอาจเป็นการเมือง แต่หน้าเค้กคือการมีพ.ร.บ.การปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม

จากนั้นปี 2520 ภาครัฐก็ให้สำนักงานปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม หรือ ส.ป.ก. เข้ามาดำเนินการในป่าสงวนแห่งชาติที่เสื่อมโทรม ตามที่ ส.ป.ก.และกรมป่าไม้เห็นชอบ จำนวน 29 ป่า รวมพื้นที่วังน้ำเขียวด้วย

ต่อมาปี 2521 ส.ป.ก. ออก พ.ร.ฎ.กำหนดเขตที่ดินให้พื้นที่ อ.วังน้ำเขียว อยู่ในเขตปฏิรูปที่ดิน กระทั่งมีการดำเนินการต่างๆ จากภาครัฐเรื่อยมา

ขณะที่ที่ดินบริเวณนั้นทุกวันนี้ก็ไม่ใช่ของเจ้าของเดิมเก่าก่อน มีการขายเปลี่ยนมือกันมาตลอด และกลุ่มเจ้าของ 88 การ์มองเต้ ก็เป็นหนึ่งในนักลงทุนที่เห็นศักยภาพของพื้นที่

หลายคนถามว่าจากปี 2555-2560 ที่กรมอุทยานตรวจพบแล้วแจ้งความไว้ ทำไม 88 การ์มองเต้ ถึงอยู่ได้มาตั้ง 7 ปี แถมยังบวกเพิ่มอีก 2 ปี คือมาถึงปีนี้ 2562

จนล่าสุดที่เรื่องเป็นข่าวขึ้นมาเพราะกลุ่มการเมืองซีกรัฐบาลไปใช้สถานที่จัดกิจกรรมจนเป็นเหตุให้กรมอุทยานเข้าไปตามงานกับตำรวจวังน้ำเขียวอีกครั้ง

แล้วได้พบว่าคดีบุกรุกป่าสงวนแห่งชาติของ 88 การ์มองเต้ ไปถึงชั้นอัยการ และอัยการสั่งไม่ฟ้องไปแล้วตั้งแต่ 7 พฤษภาคม 2561

มุมหนึ่งคนคิดเยอะอาจสงสัยว่าเหตุใดกรมอุทยานเองก็เพิ่งตามเรื่องหลังผ่านไป 7 ปี แต่มันไม่สำคัญเท่ากับข้อมูลที่กรมอุทยาน ระบุว่าพนักงานสำนักงานปฏิรูปที่ดิน จ.นครราชสีมา ให้ข้อมูลต่ออัยการว่าพื้นที่ดังกล่าวอยู่ในเขตปฏิรูปที่ดินตาม พ.ร.ฎ.กำหนดเขตที่ดินให้เป็นเขตปฏิรูปที่ดิน พ.ศ.2521

และที่แปลกคือ สภ.วังน้ำเขียว กลับไม่นำเรื่องมาแจ้งกับทางกรมอุทยาน เพราะถ้าอุทยานรู้แต่เนิ่นๆ คงเดินเรื่องไปอีกไกล คือมีการรายงานไปยังกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช พิจารณาในการเดินหน้าฟ้องคดีแพ่งเพื่อเรียกร้องค่าเสียหายกับผู้กระทำผิดต่อไปได้

หยุดที่กฎหมาย?

ข้อมูลยืนยันจากกรมอุทยานฯ คือ 88 การ์มองเต้ อยูในพื้นที่อุทยานทับลานทั้งแปลง และอยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติป่าแก่งดินสอ ป่าแก่งใหญ่ และป่าเขาสะโตน

และกรมป่าไม้ “ไม่เคย” มอบพื้นที่ดังกล่าวให้ส.ป.ก.เข้าไปดำเนินการปฏิรูป แถมยัง “มิได้” อยู่ในพื้นที่ทับซ้อน ตามประกาศพ.ร.ฎ.กำหนดเขตที่ดินให้เป็นเขตปฏิรูปที่ดิน พ.ศ.2521 แต่อย่างใด

ดังนั้นเวลานี้คนไทยจึงเหมือนมี 3 ข้อสังสัย 1.เหตุใด สภ.วังน้ำเขียวจึงเงียบ ไม่แจ้งทางอุทยานที่อัยการมีคำสั่งไม่ฟ้องลงมาแล้วตั้งแต่ปี 2561

2.เหตุใด ส.ป.ก.นครราชสีมา จึงระบุว่าที่ดิน 88 การ์มองเต้ เป็นที่ดิน ส.ป.ก. (ไม่ถือว่าเป็นการบุกรุกป่าสงวน)

และ 3.แม้จะเป็นที่ดิน ส.ป.ก. แต่การที่สวนต้นมะม่วง กลายมาเป็นที่พักหลากสไตล์ เหตุใด ส.ป.ก.ยังไม่ดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ เพราะไม่มีใครมีสิทธิ์ใช้ที่ ส.ป.ก. ไปทำรีสอร์ทที่พัก ที่ดินนี้มีไว้ให้ทำการเกษตรเลี้ยงชีพแบบที่ใครเคยกล่าวไว้ว่า “เศรษฐีก็เป็นเกษตรกรได้!!”

ถามว่าแล้วจะเคลียร์โจทย์ 3 ข้อนี้ยังไง คนไทยปะติดปะต่อเชื่อมโยงกันดูเอาเอง แต่ที่แน่ๆ ในเมื่อข่าวเปิดมาแล้วแบบนี้ เรื่องนี้จึงต้องไม่จบ

โดยในคดีอาญาตอนนี้อุทยานแห่งชาติทับลาน (อช.ทับลาน) จะต้องได้รับเอกสารสรุปความเห็นและเหตุผลที่สั่งไม่ฟ้องเป็นลายลักษณ์อักษรจากพนักงานสอบสวน สภ.วังน้ำเขียว และพนักงานอัยการเจ้าของคดีก่อน

ส่วนที่รอไมได้ซึ่ง วราวุธ ศิลปอาชา รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ป้ายเแดง ออกมาย้ำว่านอกจากทางกรมอุทยาน จัดส่งทีมกฎหมายเข้าไปปักป้ายรื้อถอนรีสอร์ท 88 การ์มองเต้ ภายในวันที่ 26 กรกฎาคมแล้ว ตามมาตรา 22 พ.ร.บ.อุทยานแห่งชาติ พ.ศ.2504 สามารถรื้อถอนภายใน 30 วัน

และยังสั่งการให้อธิบดีกรมอุทยานนำคำสั่งไม่ฟ้องรีสอร์ท 88 การ์มองเต ของอัยการ มาพิจารณาอย่างละเอียดดูเหตุผลให้รอบด้าน

ส่วนกระแสที่ว่ารีสอร์ทนี้มีบริษัทใหญ่เป็นเจ้าของ รมว.ทรัพย์ฯ ยืนยันว่าไม่ว่าใครบุกรุกพื้นที่รัฐ…ต้องดำเนินการด้วยกฎหมายทั้งหมด!

เราคนไทยก็ช่วยกัน “กดติดตาม” และ “สับตะไคร้” เรื่องนี้กันไว้แล้วกัน เดี๋ยวลืมยาวอีก

70 ปี สู้ไม่ถอย “ทักษิณ” เลือกตั้งเมื่อไหร่ก็ชนะ

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/381257?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=scoop

70 ปี สู้ไม่ถอย “ทักษิณ” เลือกตั้งเมื่อไหร่ก็ชนะ

27 กรกฎาคม 2562 – 08:09 น.
ทักษิณ,วันเกิดทักษิณ,ทักษิณ 70 ปี,กลุ่มแดงแอลเอ,RED USA,ทักษิณโฟนอิน,เจาะประเด็นร้อน,เนชั่นสุดสัปดาห์,คมชัดลึก
เปิดอ่าน 11,770 ครั้ง

ข่าว เนชั่นสุดสัปดาห์ หนังสือพิมพ์คมชัดลึก 27-28 ก.ค. 62

************************

“70 นะ ไหวเหรอ?” ไหวอยู่ เพราะจับความจากโฟนอินของอดีตนายกรัฐมนตรีไทยคนที่ 23 ทักษิณ ชินวัตร เรดาร์ทำงานว่าไปได้อีก!

ครบรอบวันเกิด 26 กรกฎาคมปีนี้ เจ้าตัวเปรยว่าไม่ได้จัดงานอะไรใหญ่โตและไม่ได้เดินทางไปฮ่องกง แต่จะทำกันเองเล็กๆ ในครอบครัวเท่านั้น

แต่ที่ดูใหญ่โตเอิกเกริกกว่าเห็นจะเป็นโฟนอินร้อนๆ ในวันเดียวกันช่วงสายตามเวลาไทย ที่บรรดาแฟนคลับในต่างแดนได้จัดปาร์ตี้คล้ายวันเกิดและอวยพรให้

งานนี้แม้จะเป็นการคุยไกลของสองฝั่งแดนดิน คือจาก “ดูไบ” ถึง “แอลเอ” แต่ก็ยังสะเทือนมาถึงแดนดินไทยแลนด์เราด้วยราวกับตั้งใจ

โดยประเด็นที่เสี่ยแม้วพูดล้วนแล้วแต่ตอบโจทย์ได้ถูกใจคนฟังทั้งสิ้น โดยเฉพาะคำถามคาใจร้อนๆ คือการเตรียมวางมือทางการเมือง? เสี่ยแม้วตอบมาแล้วเสร็จสรรพ!

โฟนอินสุดอิน

ในไลฟ์สดดังกล่าวต้นฉบับปล่อยมาทางเฟซบุ๊ก Jom Petchpradab ของ จอม เพชรประดับ อดีตพิธีกรข่าวที่เป็นหนึ่งในผู้ลี้หนีรัฐประหาร

วันนั้นนอกจากจอมแล้วยังมีผู้มาร่วมงาน ที่มีทั้งที่ลี้ภัยและที่ปักหลักทำมาหากินที่ลอสแองเจลิสหลายคน จะเรียกว่า “แดงแอลเอ” หรือ “Red USA” ก็ได้

หลังอวยพรวันเกิดเรียกรอยยิ้มกันพอชุ่มชื่นใจ เสี่ยแม้วก็กล่าวขอบคุณ โดยชื่นชมว่ามีการซักซ้อมมาอย่างดี สร้างความน่าประทับใจให้เขาได้มาก

“คำอวยพรมีคุณค่ามากที่สุด 13 ปีแล้วที่ออกมา ท่านทั้งหลายยังไม่ลืม ถือว่าเป็นคุณูปการสำหรับผมทำให้มีกำลังใจและต้องรักษาสุขภาพให้แข็งแรง”

ทั่วไปแล้วทักษิณแม้จะกล่าวถึงตัวเลขอายุว่า “70 แล้วใจหาย” แต่พอบอกว่าอายุเป็นเพียงตัวเลขเท่านั้นแหละ คนรู้จักกันดีจับทางถูกทันทีว่ากำลังจะ “เข้าเรื่อง”

เพราะประโยคต่อมาเขาพูดว่า “สุขภาพดีเงินซื้อไม่ได้ต้องหาเอาเอง สุขภาพจิตผมต้องมองสองด้าน ฝั่งหนึ่งก็เล่นงานแบบไม่มีหลัก ว่ากันไปเรื่อยเปื่อย อีกฝั่งหนึ่งให้กำลังใจตลอดเวลา เราก็ต้องเอาฝั่งกำลังใจ ไม่งั้นจะอยู่ยาก”

“กำลังใจเหล่านี้ครับที่ทำให้ผมยังอยู่ได้ ถูกพยายามทำลายตลอดเวลา วันนี้ผมเลยซึ้งใจท่านทั้งหลายได้มาอวยพร ขอเป็นกำลังใจให้พวกท่าน แล้วพบกันที่แอลเอนะครับ”

ทำเอาทุกคนเฮลั่น ยิ้มแก้มปริ อินน้ำตาไหล เสมือนหนึ่งญาติในครอบครัวที่จากกันไกลสุดฟ้า เพิ่งได้พบเจอหน้ากัน แต่ที่ทุกคนรอฟังไม่ได้มีแค่นี้นะสิ!

คำตอบที่รอคอย

ไม่ว่ากันนาน เพราะฝ่ายคนจัดงานก็ออกเกรงใจคนแดนไกลที่สละเวลามาโฟนอินให้ ว่าแล้วจึงเข้าเรื่องเกี่ยวกับข่าวลือสำคัญทันที

ไม่รู้เพราะกลุ่มแดงแอลเอ ถามเพื่อเอาคำตอบจริงๆ กับกระแสข่าวที่ทำให้พวกเขารู้สึกเหมือน “แพแตก” หรือจริงๆ แล้ว เจ้าของวันเกิดอยากจะฝากถึงคนฝั่งไทย จึงเลือกใช้วิธีนี้ คือยืมปากแฟนคลับถามให้ตอบ

แต่ที่แน่ๆ เสี่ยแม้วก็ยังมีตอบอย่างกวนโอ๊ยว่า “มือมันต้องวางตลอดอยู่แล้ว นั่งก็ต้องวางบนหน้าขาตัวเอง มันต้องวางไม่งั้นจะหัก”

อย่างไรก็ดีที่สุดเมื่อฝ่ายผู้รอคอยคำตอบถามย้ำเรื่อยๆ เสี่ยแม้วแม้พูดไม่ชัดว่า “วางไม่วาง” แต่สิ่งที่เขาตอบมาคนไทยฟังแล้วซึ้งเลยว่า “ยังไปต่อแน่ๆ”

“ผมเป็นคนไทย เป็นอดีตนายกรัฐมนตรีที่ห่วงใยประชาชนอยู่ตลอดเวลา เพราะฉะนั้นการแสดงความคิดเห็นมันเป็นเสรีภาพขั้นพื้นฐานของมนุษย์”

หรือตอนท้ายที่กล่าวว่า “เอาชัดๆ นะ ผมยังเป็นคนไทย ถึงแม้จะโดนยึดพาสปอร์ตก็ตาม ผมยังมีหัวใจเป็นคนไทย ผมยังคิดตลอดว่าผมจะต้องทำหน้าที่ช่วยประเทศไทยและคนไทย” ก็ทำเอาคนที่ร่วมงานตบมือเฮพร้อมกันกิ๊วก๊าว

ส่วนคำถามอีกข้อที่ไม่เล่าไม่ได้ เพราะทำเอาเสี่ยแม้วเกือบไปไม่เป็นเหมือนกันว่า “จะมีโอกาสกลับเมืองไทยไหม” แต่สุดท้ายก็ตอบออกมาได้อย่างฮาครืนว่า

“อันนี้ผมไม่ทราบ ผมต้องจุดธูป” (ฮา)

ฝันยังสด

คนไทยรู้จักคนชื่อทักษิณดีว่าลองได้พูดเมื่อไหร่ก็จะเต็มไปด้วยลูกหยอด ลูกอ้อน ลูกแซะ ทำนอง “กรรมการเฮงซวย ดูบอลไม่สนุก” ตามสไตล์เป๊ะ

แต่ถ้าเอาสาระที่เกี่ยวกับการเมืองไทยและพรรคเพื่อไทยในมุมมองของเสี่ยแม้ว ต้องบอกว่าเจ้าตัวยืนยันว่ายังสดใสและมีอนาคต!

เช่นว่า “เมืองไทยวันนี้มีคนทำหน้าที่แล้ว คุณสมพงษ์ก็เป็นหัวหน้าพรรค คุณสุดารัตน์ก็เป็นประธานยุทธศาสตร์ในการบริหารพรรคกันอยู่ เราก็คงไม่ต้องเป็นกังวลพรรคก็ถือว่าไปได้ดี” ก็แปลว่าพรรคยังมีทีมที่แข็งแกร่ง ไม่น่าห่วง

หรือที่ว่า “ผมเป็นหนี้บุญคุณประชาชน เพราะประชาชนรักและห่วงใยผม เลือกตั้งทีไรก็ชนะตลอด ถึงวันนี้จะทั้งถูกโกง ถูกอะไรก็ยังถือว่าทำได้ดีมาก แต้มสูงสุดแล้ว” ก็แปลว่าพรรคเพื่อไทยยังอยู่ในใจประชาชน

หรือที่ระบุว่า “ผมเชื่อว่าประชาชนมีตัวตายตัวแทน หมดเจเนอเรชั่นหนึ่งก็มีเจเนอเรชั่นขึ้นมา รุ่นหลังๆ จะใฝ่ประชาธิปไตย ใฝ่เสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นมากขึ้นกว่าเดิม” ก็แปลว่าคนรุ่นใหม่หลอกไม่ได้

นอกจากนี้ยังมีในตอนท้ายที่ทำเอากองเชียร์เฮลั่น ที่เขากล่าวว่า “ใครจะไปคิดว่าประยุทธ์จะอยู่ 5 ปี แต่ใครจะไปคิดว่า 5 ปี ยังถอนรากถอนโคนความเป็นประชาธิปไตยจากหัวใจประชาชนไม่ได้”

เหล่านี้ล้วนแล้วเป็นคำอธิบายที่ว่าทำไมทักษิณจะยังไม่ทิ้งการเมืองไปง่ายๆ และความฝันของเขาจะยังไม่เอนดิ้งลงที่วัย 70 แน่นอน

ส่วนมุมอื่นที่พูดถ้าโยนลงตะกร้าแล้วกรองเอาในส่วนที่กล่าวถึงสภาพที่เป็นอยู่ของการเมืองไทยตอนนี้ ต้องบอกว่าก็น่าคิดเหมือนกัน

บทเรียนสอนใคร?

ประเด็นสำคัญที่ต้องฟังแม้จะเหมือนเอาฮาที่ว่า “ผมที่ต้องไปอยู่ประเทศอื่นก็เพราะว่าความซื่อบื้อ..ที่ไม่เข้าใจการเมืองของอีลิทในกรุงเทพฯ”

แต่มุมนี้นอกจากทักษิณเหมือนสอนตัวเองแล้ว ก็ยังบอกอะไรเราและคนบางคนได้อยู่ โดยเฉพาะที่เขามักพูดเสมอเวลาให้สัมภาษณ์สื่อ คือภาพการเมืองไทย 3 ระดับ นอกจาก “ประเทศกับประชาชน” ที่สำคัญสูงสุดแล้วยังมีกลุ่มที่เรียกว่า “รีจีม” (Regime) คือชนชั้นบริหารประเทศ สำหรับบ้านเราตอนนี้เป็นกลุ่มไหนไม่ต้องทวนซ้ำ

และจะว่าไปกลุ่มรีจิมของเมืองไทยในวันนี้ก็คงเป็นกลุ่มก้อนเดียวกันกับกลุ่มชนชั้นนำ “อีลิท-Elite” ของไทยเราในตอนนี้เช่นกัน ทักษิณถามทำนองว่าเวลานี้กลุ่มรีจีมกำลังทำการเมืองเพื่อกลุ่มก้อนของตนเองหรือไม่? เพราะมันได้ทำความเสียหายแก่ประเทศอย่างมาก

บรรยากาศอันชื่นมื่น

“สุดท้ายก็คือความยากจนของประชาชน ความขัดแย้งของสังคม ความทุกข์ ดัชนีความสุขตกต่ำลงทุกวัน วันนี้ฝากผู้มีอำนาจทั้งหลาย ถ้าไม่รักประชาชน มันอยู่ยาก วันนี้ได้ข่าวว่าจะให้คนจนเสียภาษีด้วย” (ฮา)

และที่สุดของที่สุดที่ทักษิณเน้นคือโดยเฉพาะ “ปัญหาเศรษฐกิจ-ปากท้อง” ที่เขาได้ทิ้งท้ายไว้อย่างเจ็บปวดว่า ถ้าอยากรู้ว่าจะแก้ยังไง “ให้ถามมายินดีสอน” เพราะสูตรเศรษฐกิจของไทยรักไทย ตอนนี้ใช้ไม่ได้แล้ว!!

“มันเหมือนยารักษาโรคเพราะว่าช่วงเวลาไม่เหมือนกัน สมมุติฐานโรคไม่เหมือนกัน ไวรัสก็กลายพันธุ์ จะใช้ยาเม็ดเดิมมันรักษาไม่หาย ถ้าอยากได้ยาเม็ดใหม่ ถามผมได้ ผมยินดี” (เฮลั่น)

แน่นอนแม้ว่าสิ่งนี้อาจเป็นแค่ลมปากของคนแดนไกลที่คนไทยก็แค่ฟังผ่าน แต่ที่แน่ๆ มันเป็นน้ำทิพย์ชโลมใจคนต่างแดนด้วยกันอย่างมาก

ที่สุดแล้ว “ปาร์ตี้แดงเพื่อวันเกิดนายใหญ่” จึงกลายเป็นปาร์ตี้สัญญาใจว่าอย่าท้อ และให้สู้ต่อ…ก็คงได้เหมือนกัน!

ศึกแถลงนโยบาย พิสูจน์ฝีมือ “ส.ส.เฮ้ง”

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/381130?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=scoop

ศึกแถลงนโยบาย พิสูจน์ฝีมือ “ส.ส.เฮ้ง”

26 กรกฎาคม 2562 – 10:41 น.
สสเฮ้ง,ชลบุรี,พลอประวิตร วงษ์สุวรรณ,สุชาติ ชมกลิ่น,สสชลบุรี,พปชร,พลังประชารัฐ,กลุ่มเรารักชลบุรี,ท่องยุทธภพ,เจาะประเด็นร้อน,ประธาน สสพรรค
เปิดอ่าน 4,414 ครั้ง

คอลัมน์ “ท่องยุทธภพ” โดย “ขุนน้ำหมึก” หนังสือพิมพ์คมชัดลึก 26 ก.ค.62

*******************

ชัดเจนแล้ว “พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ” รองนายกรัฐมนตรี ได้ตัดสินใจสมัครเป็นสมาชิกพรรคพลังประชารัฐแล้ว ตั้งแต่วันที่ 19 กรกฎาคม 2562

ย้อนไปเมื่อ 22 กรกฎาคม ที่ผ่านมา “บิ๊กป้อม” เดินทางไปพบกับแกนนำพรรคพลังประชารัฐ และให้กำลังใจ ส.ส.ในการสัมมนาวันสุดท้ายของพรรคที่รีสอร์ทแห่งหนึ่ง ใน อ.วังน้ำเขียว จ.นครราชสีมา

พล.อ.ประวิตร มาปิดการสัมมนา พรรค พปชร.

วันนั้น “บิ๊กป้อม” เรียกร้องให้พรรค พปชร. เสริมสร้างความรัก ความสามัคคี ให้เกิดขึ้นกับบุคลากร ภายในพรรคของเรา ครอบครัวของเรา ครอบครัวเดียวกัน ครอบครัวพลังประชารัฐ เป็นครอบครัวใหญ่

คนใจนักเลงเมืองชล

หลังสัมมนาใหญ่ที่วังน้ำเขียว วิรัช รัตนเศรษฐ ประธานวิปรัฐบาล ได้แจ้งต่อที่ประชุม ส.ส.ของพรรคพลังประชารัฐว่า ผู้ใหญ่ในพรรคได้เห็นชอบตั้ง “สุชาติ ชมกลิ่น” ส.ส.ชลบุรี เป็น “ประธาน ส.ส.พรรค”

สาเหตุที่ผู้ใหญ่เชื่อในฝีมือของ “ส.ส.เฮ้ง” สุชาติ เพราะมีความสามารถ ใจถึง ใจนักเลง มีคอนเน็กชั่นกว้างขวาง คุยได้กับทุกคนในพรรคและนอกพรรค

คนเมืองชลทราบดีว่า ส.ส.เฮ้ง มีคำขวัญประจำตัวในช่วงหาเสียงเลือกตั้งว่า “กตัญญู พึ่งได้” และถ้อยวลีที่เขาชอบพูดติดปาก “พรรคอะไรไม่ใหญ่ เท่าใจพรรคพวก”

สุชาติ ชมกลิ่น สมัยเป็นนักเตะโอสถสภา

ชีวิตในวัยเด็ก “ส.ส.เฮ้ง” เติบโตมาในครอบครัวยากจน  เรียนประถมโรงเรียนวัดกลางดอน แถวหนองมน  และเรียนมัธยมต้นที่โรงเรียนชลราษฎรอำรุง หรือ “ชลชาย” เรียน ปวช. และ ปวส. ที่วิทยาลัยเทคโนโลยีภาคตะวันออก(อีเทค) สมัยเป็นนักเรียน ก็ยึดอาชีพนักฟุตบอล ของสโมสรโอสถสภา มีรายได้ถึงจะไม่มากแต่ก็แบ่งเบาภาระพ่อแม่ในเรื่องค่าใช้จ่ายส่วนตัว 

สุชาติในบทบาทนักธุรกิจอสังหาริมทรัพย์

เรียนจบทำงานเป็นเซลส์ขายบ้านจัดสรร แล้วก็ไปรับเหมาแบกน้ำตาลที่ท่าเรือแหลมฉบังอีก 6-7 ปี มาเริ่มทำอสังหาริมทรัพย์ปี 2549 จนถึงวันนี้ เขาเป็นประธาน บริษัท อรินสิริ แลนด์ จำกัด (มหาชน)

จัดว่าเป็นนักการเมืองสู้ชีวิตคนหนึ่ง และไม่น่าแปลกใจที่เขาโตเร็วมาก ทั้งที่เป็น ส.ส.สมัยที่ 2 

ประมุข ส.ส.ภาคกลาง

หลังเลือกตั้ง “ส.ส.เฮ้ง” ได้ประสานกับ ส.ส.หน้าใหม่ของพรรคพลังประชารัฐ ในภาคกลาง และภาคตะวันออก รวมแล้ว 15 ชีวิต โดยอาสาผู้ใหญ่ที่จะดูแล ส.ส.กลุ่มนี้

ตอนนั้น ส.ส.เฮ้ง ตกเป็นข่าวใหญ่ได้นั่งเก้าอี้ รมว.แรงงาน ซึ่งมีผู้ใหญ่แถวบ้านป่ารอยต่อฯ ตกปากรับคำจะผลักดันให้ได้ตำแหน่งนี้ แต่ปัญหาเก้าอี้รัฐมนตรีในพรรค ไม่ลงตัว ส.ส.เฮ้งเลยชวดตำแหน่ง

สมัยที่ ส.ส. เฮ้ง เป็นประธานชมรมพ่อค้าหน้าอำเภอเมืองชลบุรี

นัยว่า การที่ได้ตำแหน่งประธาน ส.ส.พรรค นอกจากจะได้ทำหน้าที่ประสาน ส.ส.ทั้งหมดแล้ว ยังต้องรับผิดชอบ ส.ส.ภาคกลางทั้ง 29 คน(ยกเว้นกรุงเทพฯ) นับเป็นการสยายปีกของ ส.ส.เฮ้ง

การแถลงนโยบายรัฐบาล 25-26 กรกฎาคมนี้ วิรัช รัตนเศรษฐ ประธานวิปรัฐบาล สั่ง ส.ส.ห้ามลา ห้ามป่วย ต้องเข้าประชุมโดยพร้อมเพรียงกัน

นี่จะเป็นงานแรก ในการพิสูจน์ฝีมือ ส.ส.เฮ้ง ประธาน ส.ส.คนแรกของพรรค

ชลบุรีโฉมใหม่

สำหรับการเมืองท้องถิ่น “ส.ส.เฮ้ง” สุชาติ ชมกลิ่น ส.ส.ชลบุรี รับบทเป็นที่ปรึกษา “กลุ่มชลบุรีโฉมใหม่” ซึ่งเป็นการรวมตัวของหัวคะแนน ในพื้นที่ อ.เมืองชลบุรี อ.พานทอง และ อ.พนัสนิคม ประมาณ 5-6 คน ที่ต้องการลงสมัครสมาชิกสภา อบจ.ชลบุรี

การสนับสนุนกลุ่มชลบุรีโฉมใหม่ ไม่ได้หมายความว่า ส.ส.เฮ้ง แยกตัวเองออกมาจากกลุ่มบ้านใหญ่เมืองชล หากแต่กลุ่มหัวคะแนนของเขา ต้องการลงสมัคร ส.อบจ.ชลบุรี แต่ไม่มีพื้นที่ลง เพราะติดคนเก่าของ “กลุ่มเรารักชลบุรี”จึงต้องให้ตั้งกลุ่มใหม่ขึ้นมา

ส่วนตำแหน่งนายก อบจ.ชลบุรี “ส.ส.เฮ้ง” ยังให้การสนับสนุนกลุ่มเรารักชลบุรี เหมือนเดิม ซึ่งการเลือกตั้งท้องถิ่นที่จะมีขึ้นในอนาคต กลุ่มเรารักชลบุรี ต้องเจอคู่แข่งที่น่ากลัวคือ กลุ่มอนาคตใหม่

ส.ส.เป้า กลุ่มอนาคตใหม่เมืองชล

เวลานี้ กลุ่มอนาคตใหม่เมืองชล กำลังเกิดปัญหาแย่งชิงการเป็นผู้สมัครนายก อบจ.ชลบุรี ระหว่างกลุ่มจิรวุฒิ  สิงห์โตทอง อดีต ส.ส.ชลบุรี กับกลุ่มอนาคตใหม่เดิม

รับประกันว่า ศึกท้องถิ่นเมืองน้ำเค็ม ดุเดือดเลือดพล่านแน่

‘ผู้นำต้องทำได้’..ฝึกดำน้ำกู้ภัย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/381116?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=scoop

‘ผู้นำต้องทำได้’..ฝึกดำน้ำกู้ภัย

26 กรกฎาคม 2562 – 10:30 น.
ภัยพิบัติทางธรรมชาติ,ฝึกดำน้ำกู้ภัยพิบัติ,สายตรวจระวังภัย
เปิดอ่าน 1,519 ครั้ง

คอลัมน์…  สายตรวจระวังภัย  โดย…   ทีมข่าวอาชญากรรม

ภัยพิบัติทางธรรมชาติเป็นเรื่องที่เหนือความคาดหมาย หลายเหตุการณ์สร้างความเสียหายต่อชีวิตและทรัพย์สินผู้คน โดยเฉพาะ “ภัยพิบัติทางน้ำ” เป็นเรื่องยากที่จะคาดเดา และไม่ง่ายนักสำหรับการเข้าไปกู้ภัยช่วยเหลือใต้น้ำ คนที่ปฏิบัติงานนี้ต้องมีความพร้อมเป็นอย่างมาก

ทว่าการกู้ภัยทางน้ำจะต้องมีทักษะในการดำน้ำลึก แบบ “สคูบา” หรือที่เรียกว่า การดำน้ำแบบใช้ถังอากาศ ซึ่งทุกคนที่มาทำหน้าที่นี้ต้องได้รับการฝึกฝนมาเป็นอย่างดี เพราะใต้น้ำ หากเกิดอะไรขึ้นนั่นหมายถึงชีวิต และในการดำน้ำแต่ละครั้งต้องมีบัดดี้เพื่อช่วยเหลือซึ่งกันและกัน ถึงแม้ว่าจะเก่งสักแค่ไหนก็จะไม่ลงดำน้ำคนเดียวเด็ดขาด เนื่องจากสภาพของพื้นที่ใต้น้ำแต่ละแห่งก็ไม่เหมือนกัน ดังนั้นต้องใช้ความรอบคอบอย่างยิ่ง ดังนั้นการฝึกการอบรมการกู้ภัยทางน้ำ ทางทะเล และดำน้ำกู้ภัยจึงเป็นสิ่งจำเป็น เพราะจะได้เรียนรู้ตั้งแต่ทฤษฎีเบื้องต้นอย่างเวชศาสตร์ใต้น้ำ เช่น อุปสรรคที่ต้องพบเมื่ออยู่ใต้น้ำ วิธีการลงน้ำ และวิธีการช่วยเหลือคนจมน้ำที่ถูกต้อง

ด้วยเหตุนี้ กองบังคับการตำรวจน้ำ (บก.รน.) จึงได้มีการฝึกอบรมดำน้ำเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการปฏิบัติงานของผู้บังคับบัญชา บก.รน. ประจำปีงบประมาณ 2562 โดยมี พล.ต.ท.สุทิน ทรัพย์พ่วง ผบช.ก. เป็นประธานในการเปิดฝึกอบรมครั้งนี้ พร้อมกับ พล.ต.ต.กมล เหรียญราชา รอง ผบช.ก. และ พล.ต.ต.ธนพล ศรีโสภา ผบก.รน. ร่วมในพิธี ซึ่งถือว่าหลักสูตรนี้เป็นหลักสูตรที่มีความสำคัญของ บก.รน. ที่จะสามารถพัฒนาบุคลากรระดับผู้บังคับบัญชาให้มีความรู้ความสามารถในการปฏิบัติการรักษาความปลอดภัยทางน้ำ การช่วยเหลือผู้ประสบภัย ตลอดจนการดูแลทรัพยากรธรรมชาติในทะเลให้คงอยู่กับประเทศไทย

เนื่องจาก บก.รน.เป็นหน่วยงานที่มีภารกิจในการถวายความปลอดภัย รักษาความสงบเรียบร้อย ป้องกันปราบปรามอาชญากรรมตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา และกฎหมายอื่นอันเกี่ยวกับความผิดในน่านน้ำไทย ท่าเรือ และชายฝั่งทะเล ซึ่งเป็นอาณาเขตของประเทศไทย รวมทั้งในเขตเศรษฐกิจจำเพาะและในทะเลหลวงเฉพาะเรือไทย ตลอดจนในน่านน้ำเขตรับผิดชอบอื่นๆ อีกทั้งปฏิบัติงานร่วมกับหรือสนับสนุนการปฏิบัติงานของรัฐบาลที่ได้รับมอบหมาย อีกทั้งปฏิบัติงานร่วมกับหรือสนับสนุนการปฏิบัติงานของหน่วยงานอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง จึงจัดการฝึกอบรมดังกล่าวขึ้น เพื่อให้การปฏิบัติงานของ บก.รน. เป็นไปตามเป้าหมายและภารกิจที่กำหนด ยกระดับมาตรฐาน มีประสิทธิภาพและได้ผลสมตามความมุ่งหมายของทางราชการ

สำหรับการฝึกครั้งนี้มีห้วงเวลาตั้งแต่วันที่ 22-26 กรกฎาคม รวม 5 วัน โดยแบ่งระยะเวลาการฝึกอบรมเป็น ภาคในที่ตั้ง และ ภาคทะเล โดยผู้เข้ารับการฝึกในครั้งนี้ต่างเป็นผู้บังคับบัญชาภายในสังกัด บก.รน. ประกอบด้วย พ.ต.อ.โชคชัย นนท์ปฏิมากุล รอง ผบก.รน., พ.ต.อ.จีระเศรษฐ์ ดาวเงินตระกูล รอง ผบก.รน., พ.ต.อ.วิชชุโชติ ขวัญใจธัญญา รอง ผบก.รน., พ.ต.อ.สมศักย์ บุญประเสริฐนนท์ รอง ผบก.รน., พ.ต.อ.เอกพงษ์ กองนาค ผกก.ฝอ. บก.รน., พ.ต.อ.ฤทธี เผ่าพันธุ์ ผกก.1 บก.รน., พ.ต.อ.ภัทราวุธ จารุจารีต ผกก.3 บก.รน., ว่าที่ พ.ต.อ.ทรงพล สุขกลึงมี ผกก.4 บก.รน., ว่าที่ พ.ต.อ.นิคม เทียนห้าว ผกก.5 บก.รน., พ.ต.อ.วัลลพ พวงผกา ผกก.6 บก.รน., พ.ต.อ.ศราวุฒิ ลิจฉวีราช ผกก.7 บก.รน., พ.ต.อ.ขวัญชาติ วงศ์ขจรไพบูลย์ ผกก.8 บก.รน., พ.ต.อ.จตุรวิทย์ คชน่วม ผกก.9 บก.รน., ว่าที่ พ.ต.อ.ธีรพัฒน์ ธารีไทย ผกก.10 บก.รน., พ.ต.อ.นิรันดร์ ปิตะกาศ ผกก.11 บก.รน. และ พ.ต.อ.สมเกียรติ ตันติกนกพร ผกก.12 บก.รน.

ผลของการฝึกในครั้งนี้จะทำให้ผู้บังคับบัญชาตำรวจน้ำ ได้เพิ่มขีดความสามารถ มีความเข้าใจ และศักยภาพของการทำหน้าที่ทางน้ำ สามารถช่วยเหลือคนในสถานการณ์ภัยพิบัติได้อย่างปลอดภัย ถูกต้องตามมาตรฐานสากล หากมีเหตุการณ์ภัยพิบัติทางน้ำเกิดขึ้น..!!

ส่องจังหวะก้าว”พรรคร่วมเรือเหล็ก”ใครปฏิบัติการก่อนชิงแต้มนำ

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/381117?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=scoop

ส่องจังหวะก้าว”พรรคร่วมเรือเหล็ก”ใครปฏิบัติการก่อนชิงแต้มนำ

26 กรกฎาคม 2562 – 10:00 น.
พรรคร่วมเรือเหล็ก,เพื่อไทย,พลังประชารัฐ,พลอประยุทธ์ จันทร์โอชา,มนัญญา ไทยเศรษฐ์,อนุทิน ชาญวีรกุล
เปิดอ่าน 3,953 ครั้ง

โดย…  ทีมข่าวการเมืองเครือเนชั่น

หลังการโปรดเกล้าฯ และถวายสัตย์ปฏิญาณตนก่อนปฏิบัติหน้าที่ ครม.ลุงตู่ 2 แล้ว “ภาพและข่าว” เสนาบดีของพรรคต่างๆ ที่ปรากฏ จะพบว่า ครม.ชุดนี้เร่งลงพื้นที่เพื่อสร้างผลงานทันที

การเมืองไทยนั้นไม่มีอะไรแน่นอน ประวัติศาสตร์ที่บันทึกไว้หลายคราวนั้น รัฐบาลครบวาระมีน้อยมาก เมื่อบวกกับ 18 พรรคที่มาแตะมือกับพปชร.ตั้งรัฐบาลครั้งนี้ ก็เป็นหนึ่งในรัฐบาลที่มีพรรคร่วมมากครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์ และเป็นที่คาดการณ์ของนักวิชาการว่ารัฐบาลผสมที่มีมากพรรคแต่เสียงปริ่มน้ำเช่นนี้ “ยากนักที่จะมีเสถียรภาพ”

จุดอ่อนนี้พรรคเพื่อไทยและอนาคตใหม่มองเห็น จึงเปิดเกมหลังกินแห้วตั้งรัฐบาลโดยเดินสายและเร่งปูพรมเลือกตั้งท้องถิ่นแต่หัววันเพื่อตุนคะแนนไว้แบบไม่ให้ร่วงหาย

สังคมจะเห็นว่าหลายวันที่ผ่านๆ มา บางพรรคร่วมรัฐบาลออกตระเวนหลายพื้นที่เพื่อตรวจเยี่ยมประชาชนและรับฟังปัญหาก่อนจะบัญชาการแก้ไขสถานการณ์ซึ่งหน้า และนำข้อมูลมาสะท้อนในรัฐบาลและรัฐสภาเพื่อออกกฎหมาย เร่งรัดงบประมาณ และใช้นโยบายรัฐบาลให้เป็นรูปธรรม

บางคนมองว่าพรรคร่วมรัฐบาลบางพรรคออกตัวเก็บแต้มจากสังคมได้ไวกว่า “พลังประชารัฐ” ในฐานะพรรคแกนนำรัฐบาลด้วยซ้ำ

คนวงในพปชร.บอกว่า เชื่อว่าจากนี้พรรคน่าจะมีเอกภาพ เพราะผู้ใหญ่บางคนที่หนุนพรรคหลังฉากเริ่มปรากฏตัวกับพรรคแล้ว สมาชิกและส.ส.ก็อุ่นใจขึ้นและความขัดแย้งคงจะเบาบางลงเพราะเหตุผลข้างต้น

คนวงในพปชร.กล่าวว่า “ตอนนี้บางคนในพรรคมองว่าบางพรรคร่วมรัฐบาลทำงานก่อนพลังประชารัฐนั้นเป็นการชิงแต้มนำ แต่เราถือว่าเป็นผลงานรัฐบาล และตอนนี้รัฐมนตรีของพรรคก็ขยับลงพื้นที่และติดตามการทำงานของกระทรวงตัวเองแล้วเพื่อสร้างคะแนนนิยมของพรรค”

บางพรรคที่แย็บหมัดเก็บแต้มไปก่อนตามที่คนวงในพปชร.อ่านจังหวะขยับตัวนั้น คงไม่พ้น “พรรคปฏิบัติการภูมิใจไทย” พรรคร่วมรัฐบาลอับดับสามที่มี ส.ส. 51 คน และมีเสนาบดี 8 เก้าอี้ น่าจะเป็นพรรคแรกที่ออกสตาร์ทก่อนพรรคร่วมรัฐบาลอื่นๆ เพราะ “อนุทิน ชาญวีรกูล” หัวหน้าพรรคในฐานะรองนายกรัฐมนตรีและรมว.สาธารณสุข ตระเวนรับฟังเสียงสังคมตั้งแต่ประกาศแตะมือขั้วลุงตู่ และเมื่อรู้ว่ากระทรวงต่างๆ ที่พรรคได้รับมอบหมาย เช่น สาธารณสุข คมนาคม ท่องเที่ยวและกีฬา เกษตรและสหกรณ์ พาณิชย์ ศึกษาธิการ มหาดไทย ไม่พลิกโผก็เดินสายเก็บแต้มในสายงานที่เกี่ยวข้องกับกระทรวงเหล่านี้

อย่าลืมว่าช่วงตั้งรัฐบาลจบใหม่ๆ “อนุทิน” ลงพื้นที่แบบเกาะติดเพื่อประมวลผลและยังมอบหมาย รมต.รวมทั้งส.ส.ค่ายสีน้ำเงินส่งการบ้านทุกสัปดาห์ว่าทำอะไรบ้าง…ในภารกิจของพรรค

ข้อมูลที่หลายสื่อเสนอไปนั้นรับรู้กันว่าหัวหน้าพรรคสีน้ำเงินขอให้ทุกคนในพรรคเน้น “การทำงาน 24 ชั่วโมง 7 วัน” สะท้อนให้เห็นว่าเป็น “พรรคทำงาน ไม่เล่นการเมือง”

สอดคล้องกับภารกิจและปัญหาของชาวบ้านที่ไม่สามารถรอได้ เช่นหัวหน้าพรรคขับเครื่องบินส่วนตัวไป จ.เลย แบบทันด่วนเพื่อแก้ปัญหาไข้เลือดออกระบาดหนัก โดยมีรายงานระบุว่าตั้งแต่ต้นปี มาถึงบัดนี้พบผู้ป่วย 832 ราย เสียชีวิต 2ราย จำนวนผู้ป่วยมากเป็นอันดับ 8 ของประเทศ

ขณะที่ภาพรวมทั้งประเทศพบว่ามีผู้ป่วย 4,503 ราย และผู้ป่วยสะสม 49,174 ราย เสียชีวิต 64 ราย คาดว่าทั้งปีจะพบผู้ป่วยถึง 130,000 ราย

“อนุทิน” ได้ขอ สธ.ทุกจังหวัดทั่วประเทศ เข้มงวดระบบเฝ้าระวังโรคและให้สถานบริการทั้งรัฐและเอกชนต้องรายงานเมื่อต้องติดตามและแก้ไขด่วน

นอกจากนี้หัวหน้าพรรค ภท. ยังมาประชุมเรื่องปราชญ์ชาวบ้านเพื่อขึ้นทะเบียนให้เป็นหมอชาวบ้าน และเมื่อก่อนหน้านี้ก็ไปฟังเรื่องการนำกัญชามาเป็นยารักษาโรคเพื่อเดินตามนโยบายกัญชาเสรี ในมิติทางการแพทย์และพืชเศรษฐกิจตัวใหม่

ส่วน รมว.คมนาคม “ศักดิ์สยาม ชิดชอบ” ก็เร่งงานในส่วนของกระทรวงหูกวาง เช่นถนนพระราม 2 ที่มีความล่าช้าในการก่อสร้าง การเร่งลดค่าโดยสารรถไฟฟ้าเที่ยวละ 15 บาทเพื่อช่วยประชาชน รวมทั้งเมกะโปรเจกท์ของกระทรวงนี้

“พิพัฒน์ รัชกิจประการ” รมว.ท่องเที่ยวฯ ก็ลงพื้นที่ปักษ์ใต้เร่งหารายได้การท่องเที่ยวที่ซบเซาและยึดบุรีรัมย์โมเดลออกมาช่วยสร้างท่องเที่ยวเมืองรองและเมืองกีฬาด้วย

หรือแม้แต่ รมช.เกษตรและสหกรณ์ “มนัญญา ไทยเศรษฐ์” ก็เกาะพื้นที่ดูแลน้ำแล้งที่กำลังเป็นปัญหาหลักของเกษตรกร

ส่วน “ครูโอ๊ะ” กนกวรรณ วิลาวัลย์ รมช.ศึกษาธิการ ก็ออกตระเวนต่างจังหวัดเพื่อรับข้อมูลมาเข็นนโยบายการศึกษาของพรรคให้เป็นผลโดยไว ส่วนรมต.คนอื่นๅ ในค่ายสีน้ำเงินก็พร้อมทำงานช่วยเหลือประชาชน

ในเมื่อค่ายสีน้ำเงินรุกหนักตั้งแต่ระฆังยกแรกแบบนี้ส่งผลให้ “ประชาธิปัตย์” ที่มี 53 ส.ส. และ 8 ตำแหน่งในครม.ก็เร่งความเร็วในการเก็บแต้มกับนโยบาย “ปชป..แก้จน สร้างคน สร้างชาติ” เพื่อกู้ศรัทธาชาวสีฟ้าให้กลับมา เพราะทุกคนในพรรครู้ว่าการที่ “อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ” ไขก๊อกและทิ้งบอมบ์ไว้เกี่ยวกับการร่วมรัฐบาลของปชป.นั้น “จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์” รองนายกรัฐมนตรีและรมว.พาณิชย์ ในฐานะหัวหน้าพรรคคนปัจจุบันตัองแก้โจทย์นี้ให้แตก เพราะวันนี้ปชป.ย่อยตัวจากพรรคหนึ่งร้อยเสียงขึ้นไปมาแตะระดับพรรคขนาดกลาง

“อู๊ดด้า” สั่งรมต.เก็บรายละเอียดของกระทรวงที่รับผิดชอบ คือ พาณิชย์ เกษตรและสหกรณ์ พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ มหาดไทย ศึกษาธิการ สาธารณสุข คมนาคม เร่งสปีดไม่ให้หลุดขบวน

“ชาติไทยพัฒนา” ก็มิยอมน้อยหน้าหลังมีโอกาสจัดการกรณี พปชร.ใช้รีสอร์ทที่มีปัญหาบุกรุกป่านั้น เสี่ยท็อป “วราวุธ ศิลปอาชา” ในฐานะรมว.ทรัพยากรธรรมชาติฯ ก็สั่งลุยแก้ไขปัญหาที่ค้างคาทันทีเพราะหากไม่ทำจะถูกมองว่าช่วยเหลือพวกพ้อง

ขณะที่รวมพลังประชาชาติไทย, ชาติพัฒนา ที่มีรมต.พรรคละหนึ่งเก้าอี้ ก็ต้องดูความพยายามว่าจะเดินหมากเช่นใด…เพื่อให้ได้แต้ม เพราะขืนนั่งอยู่แบบนี้เพื่อนร่วมเรือเหล็กคว้าพุงปลาไปลิ้มแบบอิ่มหมีพีมันและสองพรรคนี้อาจไร้แต้มสะสมในสายตาชาวบ้าน

หากเร็ววันนี้โพลล์หลากสำนักสำรวจความเห็นประชาชนว่าพรรคใดมีผลงานมากสุดในช่วงแรกของครม.เรือเหล็ก…แน่นอนว่า รมต.จากค่ายสีน้ำเงินน่าจะติดอันดับต้นๆ ของการประดับโบแดง รองมาคือพรรคอื่นๆ ที่อยู่บนเรือเหล็กลำนี้

เกมการเมืองดำเนินในลักษณะแบบนี้ไปค่ายสีน้ำเงินน่าจะโกยแต้มได้มากและคงทวีดีกรีเกี่ยวกับการผลักดันแคมเปญในช่วงหาเสียงรวมทั้งเปิดวิธีเก็บแต้มใหม่ๆ เป็นระยะจากการทำงานให้เข้าตาฐานคะแนนเสียง

ดังนั้นหากคนวงในเรือเหล็กอ่านจังหวะชิงนำของภท.ได้นั้น ก็ต้องรีบจูนเครื่องตัวเองให้นิ่ง เพื่อสร้างคะแนนนิยมเช่นกัน

ถือเป็นเรื่องดีที่ประชาชนและชาติบ้านเมืองได้ประโยชน์ และหลุดพ้นจากปัญหาการเมือง ส่วนจะทำได้หรือไม่ต้องติดตาม…

“ดีเจสาวฝั่งโขง” อุ่นเครื่อง ทดสอบแดงรากหญ้า

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/381115?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=scoop

“ดีเจสาวฝั่งโขง” อุ่นเครื่อง ทดสอบแดงรากหญ้า

26 กรกฎาคม 2562 – 09:25 น.
ชูธงทวนกระแส,อุบลกาญจน์,ดีเจสาวฝั่งโขง,ทักษิณ ชินวัตร
เปิดอ่าน 7,239 ครั้ง

คอลัมน์…  ชูธงทวนกระแส   โดย…  พรานข่าว

เฟซบุ๊กของผู้ใช้ชื่อบัญชี “อุบลกาญจน์ อมรสิน” ได้โพสต์ข้อความ “รวมใจเป็นหนึ่งเดียวจุดเทียนนำแสงสว่างสู่สภาของประชาชน โดยกลุ่มพลังประชาธิปไตย ไร้พรมแดน เริ่มต้นติดตามการแก้ไขรัฐธรรมนูญโดยกลุ่มเลือกข้างประชาธิปไตย…25 ก.ค. 62 เรามีนัดกัน เวลา 09.00 น. ที่ทำการรัฐสภาชั่วคราว หน้า TOT ถ.แจ้งวัฒนะ”

ไม่เหนือความคาดหมาย สำหรับกิจกรรมนำแสงสว่างสู่สภา โดยการนัดหมายผ่านสื่อโซเชียล และจรัล ดิษฐาอภิชัย ผู้ลี้ภัยในฝรั่งเศส ได้แชร์ข้อความเชิญชวนทำกิจกรรมครั้งนี้ด้วย

ที่น่าสนใจของกิจกรรมเชิงสัญลักษณ์จุดเทียน คงอยู่ที่ตัวละครชื่อ “อุบลกาญจน์ อมรสิน” สาวเมืองอุบลฯ ซึ่งคนเสื้อแดงจะรู้จักเธอเป็นอย่างดี

ช่วงก่อนวันเกิดของทักษิณ ชินวัตร เมื่อปีที่แล้ว อุบลกาญจน์ อมรสิน ได้โพสต์ภาพตัวเธอเองถ่ายรูปคู่ “ทักษิณ-ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร” พร้อมข้อความว่าไปพบกับ 2 อดีตนายกฯ ที่บ้านพักในนครดูไบ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ โดยทักษิณได้เลี้ยงอาหารค่ำเธอด้วย

อุบลกาญจน์ยังได้รับหมวกสีขาวที่มีลายเซ็นทักษิณ เพื่อนำมาจากแจกแฟนคลับในเมืองไทย เธอไม่ใช่คนไทยธรรมดาๆ ที่บังเอิญไปช็อปปิ้งที่ดูไบแล้วเจอสองพี่น้องตระกูลชินวัตรอย่างแน่นอน

          ในอดีต “อุบลกาญจน์” ใช้ชื่อ “ดีเจสาวฝั่งโขง” จัดรายการวิทยุ และก่อตั้งสถานีวิทยุชุมชนซำบายใจไทยอีสาน ความถี่ 99.25 เมกะเฮิรตซ์ หมู่ 1 บ้านตำแย ต.ไร่น้อย อ.เมือง จ.อุบลราชธานี

“ดีเจสาวฝั่งโขง” เป็นแกนนำกลุ่มรากหญ้าประชาธิปไตย 1 ใน 6 กลุ่มเสื้อแดงเมืองอุบลฯ โดยส่วนตัวเธอนั้น รู้จัก ส.ส.เพื่อไทย อย่างเกรียง กัลป์ตินันท์, วรสิทธิ์ กัลป์ตินันท์ และสมบัติ รัตโน เป็นอย่างดี

กลุ่มรากหญ้าประชาธิปไตย ไม่ได้ขึ้นต่อ นปช.หรือกลุ่มชักธงรบ แต่ดีเจสาวฝั่งโขง ต่อสายตรงถึง “คนแดนไกล” เธอจึงทำงานปลุกระดมมวลชนคนเสื้อแดงอย่างเต็มที่

หลังพฤษภาคม 2553 ดีเจสาวฝั่งโขง เจอคดีเผาศาลากลางจังหวัดอุบลฯ ซึ่งศาลตัดสินให้ลงโทษจำคุก 1 ปี 4 เดือน โทษจำคุกให้รอลงอาญาไว้เป็นเวลา 2 ปี และให้รายงานตัวต่อพนักงานคุมประพฤติทุก 3 เดือน พร้อมทำงานบำเพ็ญประโยชน์ต่อสาธารณะเป็นเวลา 72 ชั่วโมง

ช่วงรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ดีเจสาวฝั่งโขงได้ขับเคลื่อนสนัับสนุนรัฐบาลเพื่อไทย และต่อต้านพรรคประชาธิปัตย์ในพื้นที่อุบลฯ

ต้นปี 2556 ดีเจสาวฝั่งโขง จัดเลี้ยงปีใหม่ให้แก่กลุ่มคนเสื้อแดงในอุบลฯ โดยทักษิณได้โฟนอินจากอังกฤษมาพูดคุยกับคนเสื้อแดงอุบลฯ และช่วง กปปส.ชุมนุมใหญ่ ดีเจสาวฝั่งโขงได้จัดกิจกรรมปกป้องรัฐบาลยิ่งลักษณ์

ก่อนรัฐประหาร 2557 ดีเจสาวฝั่งโขงเข้ากรุงเทพฯ มาจัดรายการทอล์กการเมืองทางช่องโฟร์แชนแนล เป็นกระบอกเสียงของแดงอิสระกลุ่มหนึ่งอยู่แถวนนทบุรี โดยมีบริษัทขายยาสมุนไพรแห่งหนึ่งเป็นสปอนเซอร์

          เมื่อคนแดนไกลสนับสนุนการจัดตั้งพรรคไทยรักษาชาติ ดีเจสาวฝั่งโขง ได้สมัครเป็นสมาชิกพรรค และมีรายชื่อเป็นผู้สมัคร ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อของพรรค ในลำดับที่ 31

ระหว่างการหาเสียง ดีเจสาวฝั่งโขงหรืออุบลกาญจน์ ได้ลุยหาเสียงช่วยพรรคไทยรักษาชาติ และตามเปิดโปงกลุ่มนักการเมืองที่ย้ายจากเพื่อไทย ไปอยู่พลังประชารัฐ เมื่อพรรคถูกยุบ เธอก็ช่วยทีมเพื่อไทยเมืองอุบลฯ

          พักหลัง อุบลกาญจน์ทำตัวคล้าย “เซเลบแดง” มีไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตแตกต่างจากช่วงรับบทดีเจสาวฝั่งโขง เหมือนว่า เธอเป็นสายตรง “คนดูไบ” จึงไม่สนใจแกนนำ นปช. หรือ ส.ส.เพื่อไทยในพื้นที่

การขยับตัวของอุบลกาญจน์ ก็คือบททดสอบแรกของนายกฯ ประยุทธ์ ในวันที่ไม่มี ม.44 อยู่ในมือ

งานเข้าจนได้ ครม.ตำบลกระสุนตก

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/381112?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=scoop

งานเข้าจนได้ ครม.ตำบลกระสุนตก

26 กรกฎาคม 2562 – 08:55 น.
อ๊อด เทอร์โบดับเครื่องชน,ครม
เปิดอ่าน 1,279 ครั้ง

คอลัมน์… อ๊อด เทอร์โบ..ดับเครื่องชน oddturbo1900@gmail.com

คิดว่าจะพ้นบ่วงกรรมหลังตั้งรัฐมนตรีแล้ว แต่รัฐบาล ‘พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา’ กลับโดนเข้าอีกหลายดอก ซึ่งเกิดจากคนใกล้ตัวทำผิดข้อกล่าวหาที่กำลังเป็นที่จับตามองของสังคมและคนไทยทั้งประเทศ

จริงหรือไม่จริงก็มีการปฏิเสธข่าวรายวันออกไปแล้ว แต่เล่นเอาหลายๆ คนในครม. ต้องเซ็งในอารมณ์เป็นอย่างยิ่ง โดยเฉพาะ ‘พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ’ รองนายกรัฐมนตรีที่เจอรุมกินโต๊ะไม่น้อยกว่านาฬิกาหรูที่ยืมเพื่อนมา

มีอย่างที่ไหนพรรคพลังประชารัฐดันไปประชุมในที่รีสอร์ทแห่งหนึ่งที่ อ.วังน้ำเขียว โคราช แล้วรีสอร์ทนั้นกลับเป็นว่ามีคดีบุกรุกอุทยานแห่งชาติ – นี่คืองานเข้าประเด็นแรก

ต่อมาคือเรื่อง ส.ส.ฝ่ายค้านหรือฝ่านแค้นไล่บี้ว่ารองนายกรัฐมนตรีนั่งฮ.หลวงไปประชุมพรรคซึ่งก็ได้มีการปฏิเสธแล้วเช่นกัน – ตามธรรมเนียม

แล้วต่อมาก็เรื่องใกล้ตัวมากๆ คือ ป.ป.ช.ลงมติชี้มูลความผิดคดีทุจริตโครงการสร้างโรงพัก 396 แห่งในพื้นที่กองบัญชาการตำรวจภูธร 1-9 วงเงินเกือบ 6 พันล้านบาท

เรื่องโรงพักตำรวจนี่จะกลายเป็นเรื่องใหญ่ เพราะคนใกล้ชิดกับรองนายกรัฐมนตรีพี่ใหญ่จะโดนสอบ โดนคดีแบบหลีกเลี่ยงไม่ได้

นี่เป็นตัวอย่างเล็กๆ น้อยๆ ที่นำมาเล่าสู่กันฟังและนาทีนี้มีรัฐมนตรีอีกหลายคนที่จะกลายเป็นตำบลกระสุนตก – จนไม่ต้องทำงานด้วยความเป็นสุข

ใครเจาะยางใคร – ไม่แน่เสมอไปเพราะคนในรัฐบาลเองก็ใช่ว่าจะรักกันสักเท่าไร?
อ๊อด เทอร์โบ


 ส่งเสริมสุขภาพประชาชนทั่วไป
ส่งท้ายวันนี้ด้วยกิจกรรมและโครงการดีๆ จากกระทรวงสาธารณสุขเพื่อประชาชน เนื่องในโอกาสวันมหามงคล

จึงขอเป็นสื่อกลางนำมาแจ้งให้ทราบโดยทั่วกัน


 โครงการใต้ร่มพระบารมี
ใต้ร่มพระบารมี น้อมนำสุขภาพดี สู่วิถีชุมชน เนื่องในโอกาสมหามงคลพระราชพิธีบรมราชาภิเษก สธ.ร่วมกับภาคีเครือข่ายด้านการแพทย์และสาธารณสุขทั้งภาครัฐ เอกชน และประชาชนจิตอาสา

โครงการและกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติฯ เพื่อเผยแพร่พระราชกรณียกิจด้านการแพทย์และสาธารณสุขและแสดงความจงรักภักดีต่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว โดยน้อมนำพระราโชบาย สู่การปฏิบัติส่งเสริมสุขภาพ “สืบสาน รักษา ต่อยอด” ป้องกันโรค รักษาโรค ฟื้นฟูสุขภาพ เพื่อสุขภาพที่ดีของประชาชนตามพระราชปณิธาน

โครงการ “ใต้ร่มพระบารมี น้อมนำสุขภาพดี สู่วิถีชุมชน” เฉลิมพระเกียรติ บูรณาการโครงการของ 21 หน่วยงาน รวม 30 โครงการ เป็นกิจกรรมดูแลประชาชน 4 ด้าน ได้แก่ ด้านสร้างเสริมสุขภาพและออกกำลังกาย อาทิ โครงการปั่นรวมใจภักดิ์ รักในหลวง

การป้องกันและควบคุมโรค อาทิ โครงการยกระดับศักยภาพจิตอาสาค้นหาผู้ป่วยโรคเรื้อนรายใหม่ในชุมชนด้วยแอพพลิเคชันไลน์ โครงการตรวจคัดกรองและวินิจฉัยโรคพยาธิใบไม้ตับและหนอนพยาธิด้วยปัญญาประดิษฐ์

ด้านพัฒนาคุณภาพและยกระดับบริการสุขภาพ อาทิ โครงการเปลี่ยนลิ้นหัวใจพิการแต่กำเนิด ด้านมหกรรมและการจัดนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติฯ อาทิ โครงการคืนภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทยให้แผ่นดิน โครงการจัดทำหนังสือตามรอยพระยุคลบาท ในหลวงรัชกาลที่ 10

วันที่ 26 กรกฎาคมนี้ จะมีการจัดกิจกรรมและตรวจสุขภาพแก่ผู้มาร่วมงาน นอกจากนี้มีการจัดกิจกรรมออกกำลังกายเพื่อสุขภาพ 3 กิจกรรม ได้แก่ 10 ล้านครอบครัวไทยออกกำลังกายเพื่อสุขภาพ พร้อมกันทั้งส่วนกลางและภูมิภาค

จึงขอเชิญร่วมโครงการดีๆ นี้โดยทั่วกัน


อย่าทำสิ่งผิดให้ถูก

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/381110?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=scoop

อย่าทำสิ่งผิดให้ถูก

26 กรกฎาคม 2562 – 07:27 น.
พลังประชารัฐ,รีสอร์ท,วังน้ำเขียว,รุกป่า
เปิดอ่าน 1,235 ครั้ง

บทบรรณาธิการ หนังสือพิมพ์ คมชัดลึก ฉบับวันศุกร์ที่ 26 กรกฎาคม 2562

กำลังเป็นเรื่องร้อนๆ กรณีพรรค “พลังประชารัฐ” จัดการสัมมนา ส.ส. ก่อนการแถลงนโยบายรัฐบาล โดยใช้รีสอร์ทแห่งหนึ่งใน อ.วังน้ำเขียว จ.นครราชสีมา เป็นสถานที่จัดงานเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา และมีการเปิดเผยว่ารีสอร์ทแห่งนี้บุกรุกป่าสงวน อยู่ในชั้นดำเนินคดีฟ้องร้อง ขณะเดียวกันยังมีเสียงกระซิบออกมาว่า รีสอร์ทแห่งนี้เป็นของกลุ่มทุนที่สนับสนุนพรรคพลังประชารัฐ จากนั้นไม่ทันข้ามคืนประเด็นการใช้รีสอร์ทรุกป่าจัดสัมมนาของพลังประชารัฐก็จุดติดขึ้นมาทันควัน และทันใดนั้นเหมือนจะมีอัศวินม้าขาวชื่อ “สมศักดิ์ พันธ์เกษม” ส.ส.นครราชสีมา พรรคพลังประชารัฐ ออกมาแก้ต่างเพื่อให้ปมร้อนคลี่คลาย

แต่สุดท้ายกลับกลายเป็น “ลิงแก้แห” เมื่อ ส.ส.นครราชสีมาผู้นี้ แถลงข่าวจนจับใจความสรุปได้ว่า “รับรู้ว่ารีสอร์ทแห่งนี้นั้นกำลังอยู่ในขั้นตอนฟ้องร้อง แต่การที่พรรคใช้รีสอร์ทแห่งนี้ เพราะอยากแก้ไขปัญหาเรื่องที่ดินในละแวกดังกล่าวที่ชาวบ้านครอบครองมาก่อนกฎหมายบังคับใช้ แม้บางแปลงจะบุกรุกพื้นที่ป่าจริง แต่ก็เป็นการทำเพื่อประกอบอาชีพ เนื่องจากขาดโอกาส” จากถ้อยแถลงดังกล่าวฟังดูย้อนแย้งกับหลักกฎหมายบ้านเมืองชอบกล จึงเกิดคำถามขึ้นว่าตกลงพลังประชารัฐกำลังมีแนวคิดอย่างไรในเรื่องการ “รุกป่า”

ความจริงแล้วปัญหาการบุกรุกป่าในพื้นที่วังน้ำเขียวและพื้นที่ต่างๆ ทั่วประเทศนั้น จริงอยู่ชาวบ้านบางรายอาจกระทำไปเพราะพวกเขาไม่มีที่ดินทำกิน จึงจำเป็นตัองทำผิดด้วยการฝ่าฝืนกฎหมาย แต่ในทางกลับกันยังมีชาวบ้านบางกลุ่มใช้ความหัวหมอบุกรุกป่าโดยอ้างว่าไม่มีที่ดินทำกิน แต่เมื่อสบโอกาสก็ขายต่อให้นายทุนโดยใช้ช่องว่างทางกฎหมาย โดยมีเจ้าหน้าที่รัฐบางรายคอยอำนวยความสะดวกให้ เพื่อรับค่าน้ำร้อนน้ำชาและค่าปลายปากกาเป็นค่าน้ำจิ้ม

ดังนั้นการบังคับใช้กฎหมายจึงเป็นสิ่งสำคัญที่สุดที่จะยุติปัญหาการบุกรุกป่าให้เบาบางลงได้ แม้บางครั้งต้องยอมรับว่า ชาวบ้านที่ยากจนนั้นส่วนหนึ่งขาดแหล่งทุนและที่ดินทำกิน จึงต้องฝ่าฝืนกฎหมาย แต่ไม่ว่าอย่างไร เมื่อตรวจสอบพบว่า เขากระทำความผิดก็ต้องดำเนินการทางกฎหมายทันทีไม่มีละเว้น เพราะไม่เช่นนั้นจะมีการฝ่าฝืนกบิลเมืองแบบนี้ไปเรื่อยๆ อีกทั้งยังเป็นการเปิดโอกาสให้บุคคลบางกลุ่มหาผลประโยชน์จากการรุกป่าไม่รู้จบ และการที่ ส.ส.นครราชสีมา พรรคพลังประชารัฐ ออกมาให้ข้อมูลเรื่องนี้ ส่วนตัวรู้สึกไม่เห็นด้วยเพราะในฐานะผู้แทนปวงชนชาวไทยไม่ควรแก้ปัญหาให้ชาวบ้านด้วยวิธีการแบบนี้ เพราะเสมือนการให้ท้ายชาวบ้านให้กระทำผิดกฎหมายไปเรื่อยๆ ไม่มีที่สิ้นสุด

สุดท้ายหวังว่ารัฐบาลชุดนี้จะแก้ไขปัญหาการบุกรุกป่าให้เป็นรูปธรรมโดยเร็ว อย่าให้การดำเนินการในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมาต้องเกิดขึ้นอีก นายกรัฐมนตรีในฐานะประมุขฝ่ายบริหารต้องกำชับข้าราชการกระทำในสิ่งที่ถูกต้อง นอกจากนี้ยังต้องประสานฝ่ายนิติบัญญัติช่วยศึกษาหาทางออกในเรื่องดังกล่าวเพื่อให้ทุกฝ่ายอยู่ร่วมกันได้ และที่สำคัญต้องไม่ “ฝ่าฝืนกฎหมาย” จากบทเรียนนี้ขอวิงวอนว่าอย่าให้ปัญหาดังกล่าวเกิดขึ้นอีกซ้ำแล้วซ้ำเล่าจนคนรุ่นใหม่ไม่เกรงกลัวกฎหมาย และจ้องที่จะยึดครองทรัพยากรของชาติไว้เป็นสินทรัพย์ส่วนตัวโดยไม่รู้สึกละอายใจ อย่าให้ “ทรัพยากรของประเทศ” ต้องพินาศย่อยยับไปกว่านี้อีกเลย…

เป็นกก.มีอำนาจลงนามผูกพันบริษัทโดยไม่รู้ตัวเพิกถอนชื่อด้วย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/380948?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=scoop

เป็นกก.มีอำนาจลงนามผูกพันบริษัทโดยไม่รู้ตัวเพิกถอนชื่อด้วย

26 กรกฎาคม 2562 – 00:00 น.
เรื่องน่ารู้ว่านนี้กับคดีปกครอง,กรรมการ,ผู้มีอำนาจลงนาม,บริษัท,เพิกถอน
เปิดอ่าน 10,466 ครั้ง

คอลัมน์…  เรื่องน่ารู้ว่านนี้…กับคดีปกครอง  โดย… นายปกครอง

การลงลายมือชื่อในเอกสารต่างๆ ถือเป็นเรื่องสำคัญ … ครับ !! เพราะมีผลผูกพันเจ้าของลายมือชื่อ

ดังนั้น ก่อนลงลายมือชื่อจึงจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องอ่านเอกสารให้เข้าใจเนื้อหาสาระให้ถ่องแท้ว่าเป็นไปตามความประสงค์ของการลงลายมือชื่อหรือไม่ หรือต้องลงลายมือชื่อเพื่อกิจการงานในเรื่องใด

ดังเช่น ข้อพิพาทที่เกิดขึ้นในศาลปกครองที่นายปกครองจะนำมาเล่าให้ฟังในวันนี้

มูลเหตุเกิดจาก นาย ก. ทำหน้าที่พ่อครัวในโรงแรมแห่งหนึ่ง ได้ลงลายมือชื่อในเอกสาร พร้อมทั้งมอบสำเนาบัตรประจำตัวประชาชน สำเนาทะเบียนบ้านและลงลายมือชื่อรับรองสำเนาถูกต้อง เพราะความเกรงใจไม่กล้าปฏิเสธ “เจ้านาย” โดยไม่อ่านรายละเอียดเนื้อความในเอกสารและไม่เห็นข้อความบนหัวกระดาษว่า “กรรมการเข้าใหม่”

จนกระทั่งหลายวันผ่านไป นาย ก. จึงได้ทราบว่าเอกสารที่ตนเองลงลายมือชื่อไปนั้น คือเอกสารเปลี่ยนแปลงกรรมการผู้มีอำนาจลงนามผูกพันบริษัทและได้มีการจดทะเบียนเปลี่ยนแปลงกรรมการบริษัทจากนายหนึ่งซึ่งเป็นกรรมการผู้มีอำนาจลงนามผูกพันบริษัทและเป็นผู้ถือหุ้น 99.99% เป็นนาย ก. เรียบร้อย !!!

นาย ก. จึงมีหนังสือขอให้นายทะเบียนหุ้นส่วนบริษัทกรุงเทพมหานคร เพิกถอนชื่อตนออกจากการเป็นกรรมการและผู้ถือหุ้นของบริษัท เนื่องจากไม่ได้ยินยอมหรือไม่มีส่วนรู้เห็นเกี่ยวกับการจัดตั้งบริษัท และไม่เคยเข้าร่วมประชุมหรือดำเนินกิจการของบริษัทแต่อย่างใด แต่นายทะเบียนฯ ไม่เพิกถอน … ครับ !!

เพราะไม่มีหลักฐานชัดเจนเพียงพอที่สามารถยืนยันได้ว่ามีการประชุมเพื่อมีมติเปลี่ยนแปลงกรรมการจริงหรือไม่ … นาย ก. จึงฟ้องคดีต่อศาลปกครองขอให้มีคำพิพากษาหรือคำสั่งให้นายทะเบียนฯ เพิกถอนการจดทะเบียนเปลี่ยนแปลงกรรมการฯ

ข้อกฎหมายสำคัญของเรื่องนี้ คือ ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1151 บัญญัติว่า อันผู้เป็นกรรมการนั้น เฉพาะแต่ที่ประชุมใหญ่เท่านั้นอาจจะตั้งหรือถอนได้ ประกอบกับมาตรา 1178 บัญญัติว่า ในการประชุมใหญ่ ถ้าไม่มีผู้ถือหุ้นเข้ามาประชุมรวมกันแทนหุ้นได้ถึงจำนวนหนึ่งในสี่แห่งทุนของบริษัทเป็นอย่างน้อยแล้ว ท่านว่าที่ประชุมอันนั้นจะปรึกษากิจการอันใดหาได้ไม่ ดังนั้น ข้อเท็จจริงที่จะทำให้เกิดอำนาจออกคำสั่งจดทะเบียนเปลี่ยนแปลงกรรมการบริษัทชอบด้วยกฎหมาย คือ การประชุมเพื่อมีมติเปลี่ยนแปลงกรรมการ ครับ

คดีนี้ ศาลปกครองสูงสุดวินิจฉัยว่า เมื่อนายหนึ่งซึ่งเป็นกรรมการและผู้ถือหุ้นร้อยละ 99.99 ของหุ้นทั้งหมด ได้ชี้แจงข้อเท็จจริงว่า ไม่ทราบว่ามีการบอกกล่าวนัดประชุมและมีการประชุมกันจริงหรือไม่ ประกอบกับรายงานที่ประชุมคณะทำงานพิจารณากลั่นกรองคำอุทธรณ์ฯ เกี่ยวกับการจดทะเบียนธุรกิจ ก็มีความเห็นว่ายังไม่มีหลักฐานชัดเจนเพียงพอที่จะสามารถยืนยันได้ว่ามีการประชุมจริงหรือไม่

จึงย่อมหมายความว่านายหนึ่งไม่ได้เข้าร่วมประชุมกรรมการและผู้ถือหุ้นของบริษัทฯ เมื่อนายหนึ่งไม่ได้มาประชุม การประชุมวิสามัญเพื่อมีมติเปลี่ยนแปลงกรรมการจึงไม่อาจดำเนินการประชุมและมีมติใดๆ ได้ ดังนั้น เมื่อข้อเท็จจริงอันเป็นเหตุให้เกิดอำนาจออกคำสั่งทางปกครองไม่ได้เกิดขึ้นในเวลาที่ออกคำสั่ง ย่อมเป็นผลให้คำสั่งจดทะเบียนเปลี่ยนแปลงกรรมการและผู้ถือหุ้น (คำสั่งทางปกครอง) ไม่ชอบด้วยกฎหมาย … (คำพิพากษาศาลปกครองสูงสุดที่ อ.921/2561)

คำพิพากษาศาลปกครองสูงสุดในคดีนี้ จึงน่าจะเป็นอุทาหรณ์ที่ดีให้กับประชาชนทั่วไปว่า จะต้องระมัดระวังในการลงลายมือชื่อในเอกสารต่างๆ โดยสมควรที่จะต้องอ่านรายละเอียดเนื้อความในเอกสารเสียก่อนแล้วค่อยลงลายมือชื่อเมื่อเห็นว่าเนื้อความในเอกสารเป็นไปตามความประสงค์ของตน

นอกจากนี้ คดีนี้ยังเป็นบรรทัดฐานการปฏิบัติราชการที่ดีให้กับเจ้าหน้าที่ของรัฐ โดยเฉพาะการใช้อำนาจจดทะเบียนเปลี่ยนแปลงกรรมการบริษัทต้องปรากฏข้อเท็จจริงสำคัญว่าได้มีการประชุมกรรมการตามที่กฎหมายกำหนดและหากข้อเท็จจริงสำคัญดังกล่าวไม่เกิดขึ้น ณ เวลาที่ใช้อำนาจจดทะเบียนเปลี่ยนแปลงกรรมการบริษัท คำสั่งจดทะเบียนเปลี่ยนแปลงกรรมการบริษัท ซึ่งเป็น “คำสั่งทางปกครอง” ย่อมไม่ชอบด้วยกฎหมาย จึงย่อมมีอำนาจเพิกถอนการจดทะเบียนเปลี่ยนแปลงกรรมการนั้นได้ (ปรึกษาคดีปกครองได้ที่สายด่วนศาลปกครอง 1355)