‘Friendly Get Together’ ยศ-ดร.นฎาประไพ เอื้อชูเกียรติ

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/456722

‘Friendly Get Together’ ยศ-ดร.นฎาประไพ เอื้อชูเกียรติ

วันพฤหัสบดี ที่ 28 พฤศจิกายน พ.ศ. 2562, 06.00 น.

คู่หวาน ยศ-ดร.นฎาประไพ เอื้อชูเกียรติ ควงคู่ฉลองในวันพิเศษ

ลองความรักและการครองคู่ที่ยั่งยืนมายาวนาน 28 ปีจนมีลูกชายโตเป็นหนุ่มแล้ว นักธุรกิจรุ่นใหญ่ ยศเอื้อชูเกียรติ เกี่ยวก้อยภรรยา ดร.นฎาประไพ จัดงาน“Together with our family and Friends” ฉลองการจดทะเบียนสมรสซึ่งเพิ่งไปจดมาเมื่อเร็วๆ นี้ งานนี้เลยชวนแขกผู้ใหญ่ ญาติๆ และเพื่อนสนิทมาร่วมเป็นสักขีพยานณ ห้อง Winning Post ราชกรีฑาสโมสร เมื่อค่ำวันศุกร์ที่ 22 พฤศจิกายน 2562

บรรยากาศภายในงานฉลองสังสรรค์แบบสบายๆ เป็นกันเอง นอกจากคุณพ่อ-คุณแม่ฝ่ายหญิง อดีตเอกอัครราชทูตไทยในหลายประเทศ ศ.ดร.สมปอง-ถ่ายเถา สุจริตกุล คุณแม่นักประพันธ์นวนิยายชื่อดังอย่าง มงกุฎดอกส้ม และดอกส้มสีทอง จะมาร่วมแสดงความยินดีกับลูกสาวแล้ว ยังมีแขกผู้ใหญ่ที่เจ้าภาพเคารพนับถือกล่าวอวยพรมอบให้ โดยเริ่มที่คุณหญิงหนู-คุณหญิงจิราภา สูตะบุตร กล่าวว่า รักกี้เหมือนลูกสาว ดูแลและให้กำลังใจมาโดยตลอด สำหรับ เจ้าบ่าว-ยศ เป็นคนดีที่กี้จะฝากชีวิตได้ ทั้งสองเป็นคู่ที่ฟ้าลิขิตแล้วคู่กันแล้วยังไงก็ไม่แคล้วกัน พล.อ.มงคล อัมพรพิสิฏฐ์ อดีต ผบ.สส. กล่าวว่า “มั่นใจว่าคู่นี้จะอยู่ด้วยกันอย่างมีความสุขช่วยกันดูแลซึ่งกันและกัน เพราะอยู่ด้วยกันมาถึง 28 ปีแล้ว ขอให้ครองคู่ถึง 48 ปี และเชิญผมมาเป็นพยานอีกครั้ง” วุฒา ภิรมย์ภักดี ประธานกรรมการบริหาร บริษัท บุญรอดบริวเวอรี่ จำกัด กล่าวสั้นๆ ว่า “ไม่น่าเชื่อว่าครองคู่อยู่กันมา28 ปี ก็ขอให้ทั้งสองอยู่ด้วยกันอย่างมีความสุขตลอดไป”ปิดท้ายที่ จุฑา วิวรกิจ เป็นผู้แทนเพื่อนจากมาแตร์เดอีตั้งแต่เรียนอนุบาล กล่าวชื่นชมเพื่อนว่าเป็นผู้มีความสามารถหลากหลาย มีไหวพริบดี เรียนเก่ง การบ้านการเรือนดี รำไทย และร้องเพลงก็เก่ง มีครอบครัวที่น่ารักอบอุ่น ขอแสดงความยินดีในวันพิเศษในวันนี้ เห็นความสุขในแววตาของคุณยศ-กี้ส่องประกายซึ่งกันและกัน ขอให้มีความสุขตลอดไป รักกันตราบชั่วนิรันดร์”

ด้าน คุณกี้-ดร.นฎาประไพ เอื้อชูเกียรติ เผยถึงความสุขในการจัดงานวันนี้พร้อมเคล็ดลับในการครองคู่ว่า “อยู่ด้วยกันมานานถึง 28 ปีแล้ว จนมีลูกด้วยกัน 2 คน คนโต ภูมิ เอื้อชูเกียรติ อายุ 23 ปี และคนเล็ก ภัทร เอื้อชูเกียรติ อายุ 21 ปี ไม่ต้องทำตามประเพณีมากมาย เมื่อคนสองคนอยู่ด้วยกันอย่างมีความสุข เข้ากันได้ก็เพียงพอแล้ว แม้อายุจะห่างกันถึง 15 ปี คุณยศ 78 ปี ส่วนกี้ 63 ปี ก็ไม่เป็นอุปสรรค คุณยศเปรียบเสมือนเป็นทั้งพี่ เพื่อน พ่อ และพ่อพระ คิดถึงแต่ส่วนรวม ทำเพื่อคนอื่นและเพื่อประเทศชาติ ชีวิตคู่ต้องอยู่ด้วยกันด้วยความเข้าใจและเป็นเพื่อนกัน คนสองคนอาจจะไม่เหมือนกัน ชอบไม่เหมือนกัน แต่เมื่อ 2 คนมารวมกัน ก็มาช่วยเติมเต็มในชีวิตคู่ให้สมบูรณ์ เราอยู่ด้วยกันมานานขนาดนี้ คุณยศคือคนที่เข้าใจเรามากที่สุด เป็นเพื่อนเราที่ยินดีในเวลาที่เราดีใจหรือเสียใจ พร้อมที่จะแชร์ความรู้สึกทุกอย่างให้กันได้

กรี๊ดกันคอระบม ดวลเพลงดัง’เช็คเรทติ้ง’แซ่บเวอร์!

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/460317

กรี๊ดกันคอระบม ดวลเพลงดัง’เช็คเรทติ้ง’แซ่บเวอร์!

วันอาทิตย์ ที่ 15 ธันวาคม พ.ศ. 2562, 14.08 น.

จัดเต็มอีกแล้วครับท่าน สำหรับรายการ ดวลเพลงดัง วันนี้ กับโจทย์เพลงดัง เช็คเรทติ้ง ของศิลปินลูกทุ่งสาวสุดแซ่บ ฉายาสั้นเสมอหู ใบเตย อาร์สยาม ที่เหล่าผู้เข้าแข่งขันจะต้องงัดลีลามาโชว์กัน รับประกันว่าเดือดแน่นอน

เปิดม่านความสุขกับ พิธีกรอารมณ์ดี หอย เกียรติศักดิ์ ที่วันนี้ชวนคอมเมนเตเตอร์ รุ่ง สุริยา,      ศิรินทรา นิยากร และลาล่า อาร์สยาม เล่นละครสั้น กระจายความสุขและเสียงหัวเราะตั้งแต่เริ่มต้นเปิดรายการ ด้านผู้เข้าแข่งขันในวันนี้ มีทั้งนักศึกษาสาวเสียงดี ที่มีตำแหน่ง มิสแกรนด์สมุทรสาคร การันตีความสวย และยังมี สาวใต้ จากเมืองตรัง ที่มีพรสวรรค์ด้านเสียง แม้อาชีพจริง ๆ จะทำงานที่กรมสรรพากร แต่เธอก็เคยผ่านการประกวดมาหลายเวทีแล้ว ปิดท้ายด้วย นักศึกษาสาวจากจังหวัดสุพรรณบุรี ที่รับจ้างร้องเพลงงานบวช รวมถึงทำขวัญนาค แม้อายุยังน้อย แต่เธอก็ใช้พรสวรรค์ด้านเสียงที่มี หาเงินดูแลครอบครัว และเป็นเสาหลักของที่บ้าน เห็นดีกรีของผู้เข้าแข่งขันแต่ละคน บอกเลยว่าไม่มีใครยิ่งหย่อนไปกว่ากัน ทำเอาทั้งคอมเมนเตเตอร์ และโหวตเตอร์ในสตูดิโอ กรี๊ดกันจนเจ็บคอ

ติดตามความสนุก ลุ้นไปพร้อมกับเหล่าผู้เข้าแข่งขัน ได้ใน รายการ ดวลเพลงดัง วันอังคารที่ 17 ธันวาคม 2562 เวลา 13.00 น. ทางช่อง 7HD กด 35 และ Facebook LIVE ทาง  Official Fanpage : Ch7HD หรือสามารถรับชมการออกอากาศย้อนหลังได้ทาง BUGABOO.TV

เปิดม่านโชว์สุดยอดแห่งปี’มหาอุปรากร สะท้านปฐพี’ยิ่งใหญ่อลังการสมคำร่ำลือ!!

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/460316

เปิดม่านโชว์สุดยอดแห่งปี’มหาอุปรากร สะท้านปฐพี’ยิ่งใหญ่อลังการสมคำร่ำลือ!!

วันอาทิตย์ ที่ 15 ธันวาคม พ.ศ. 2562, 14.07 น.

​
สมการรอคอยและสมคำร่ำลือจริงๆ สำหรับอภิมหาการแสดงสุดยอดโชว์แห่งปี กับ “มหาอุปรากร สะท้านปฐพี” โดย คณะ “กึงตังเตี่ยเกี๊ยะอิ๊กท้วง” คณะนักแสดงงิ้วแต้จิ๋วชื่อดัง ซึ่งขนทีมนักแสดงและทีมงานเกือบร้อยชีวิต บินมาเปิดแสดงให้แฟนๆ ชาวไทยได้เห็นถึงความยิ่งใหญ่ ตระการตา แบบจัดหนัก จัดเต็ม และได้รับการตอบรับแบบล้นหลามเลยทีเดียว โดยในวันเปิดโชว์รอบแรกยังได้รับเกียรติจาก ฯพณฯหลู่ย์ เจี้ยน เอกอัครราชฑูตสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำประเทศไทย และ นายธนินท์ เจียรวนนท์ ประธานอาวุโส เครือเจริญโภคภัณฑ์ มาร่วมรับชมการแสดง ณ ทรูไอคอนฮอลล์ ไอคอนสยาม

ทั้งนี้การมาเปิดแสดงโชว์ของ คณะอุปรากรจีนแต้จิ๋ว “กึงตังเตี่ยเกี๊ยะอิ๊กท้วง” เป็นคณะงิ้วชื่อดังจากซัวเถา ซึ่งเป็นที่รู้จักกันอย่างกว้างขวาง เพราะมีเอกลักษณ์โดดเด่นที่สุดในวงการศิลปะแต้จิ๋ว อีกทั้งมีประวัติความเป็นมายาวนานกว่าร้อยปี โดยรวบรวมศิลปินนักแสดงชั้นยอดอย่าง เหยาเสวียนชิว และนักแสดงคนอื่นๆ ซึ่งสร้างผลงานชิ้นเอกไว้มากมาย เรียกได้ว่าเป็นแหล่งรวมของศิลปินนักแสดงระดับแนวหน้า

สำหรับการแสดง “มหาอุปรากร สะท้านปฐพี” โดย คณะ “กึงตังเตี่ยเกี๊ยะอิ๊กท้วง” ซึ่งมาเปิดแสดงในไทยตั้งแต่วันที่ 13-16 ธันวาคมนี้ เริ่มแสดงเวลา 19.00-21.30 น. ณ ทรูไอคอนฮอลล์ ไอคอนสยาม ได้เปิดแสดงให้ชมแบบเต็มอิ่มจุใจถึง 13 เรื่อง เรียกว่าเป็นอีกหนึ่งของขวัญปีใหม่ที่มอบความสนุกและความสุขส่งท้ายปลายปีให้พี่น้อง ชาวไทยอย่างจุใจ

TIJ อบรมข้อกำหนดกรุงเทพแก่เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์อาเซียน ปีที่ 4

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/460243

TIJ อบรมข้อกำหนดกรุงเทพแก่เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์อาเซียน ปีที่ 4

วันอาทิตย์ ที่ 15 ธันวาคม พ.ศ. 2562, 06.00 น.

TIJ ร่วมกับผู้เชี่ยวชาญและนักปฏิบัติด้านราชทัณฑ์ระดับสากล พัฒนาหลักสูตรอบรมเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ทั้งในประเทศไทยและภูมิภาคอาเซียน เพื่อเสริมสร้างศักยภาพของเจ้าหน้าที่เรือนจำให้ความรู้ความเข้าใจแก่เจ้าหน้าที่เรือนจำ เพื่อให้สามารถนำกฎเกณฑ์และมาตรฐานสากลไปปรับใช้ในเรือนจำต่างๆ และได้เริ่มจัดหลักสูตรการฝึกอบรมการนำข้อกำหนดกรุงเทพไปปฏิบัติแก่เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ ทั้งในไทยและในอาเซียน สำหรับปีนี้ หลักสูตรการฝึกอบรมว่าด้วยการบริหารจัดการผู้ต้องขังหญิงสำหรับเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ระดับอาวุโสในกลุ่มประเทศอาเซียน ครั้งที่ 4ที่จัดขึ้นระหว่างวันที่ 19-29 พฤศจิกายน 2562

โดยครอบคลุมเนื้อหาในประเด็นต่างๆ เช่น การบริหารจัดการเรือนจำโดยคำนึงถึงเพศภาวะ การรับตัวผู้ต้องขังเข้าเรือนจำสุขอนามัยและการดูแลสุขภาพผู้ต้องขัง ผู้ต้องขังตั้งครรภ์และเด็กติดผู้ต้องขัง ความมั่นคงและความปลอดภัยเรือนจำ การเตรียมตัวก่อนปล่อย เป็นต้น รวมทั้งมีการศึกษาดูงาน ณ ทัณฑสถานหญิงชลบุรี เรือนจำพิเศษพัทยา มูลนิธิบ้านพระพร และเรือนจำจังหวัดพระนครศรีอยุธยา

ดาราพาเที่ยว : ‘จ๊อบ-นิธิ’ พาท่องแดนวัฒนธรรม มหัศจรรย์เมืองสามอ่าว

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/460246

ดาราพาเที่ยว : ‘จ๊อบ-นิธิ’ พาท่องแดนวัฒนธรรม มหัศจรรย์เมืองสามอ่าว

วันอาทิตย์ ที่ 15 ธันวาคม พ.ศ. 2562, 06.00 น.

เที่ยวอินไซต์สไตล์ Local กับ “จ๊อบ-นิธิ สมุทรโคจร”สัมผัสวิถีชีวิตชุมชนของคนประจวบคีรีขันธ์ค้นเสน่ห์ชุมชนอ่าวน้อย ซึมซับบรรยากาศท้องถิ่นด้วยวิถีโฮมสเตย์กลางสวนป่า พร้อมชมเรื่องราวของเส้นทางสับปะรด หนึ่งในวิถีอาชีพของชาวประจวบคีรีขันธ์

เที่ยวนี้..ไม่เหมือนเดิม เพิ่มเติมคือความสนุกในชุมชนอ่าวน้อย แลนด์มาร์คธรรมชาติใกล้เมือง สัมผัสเสน่ห์วิถีชีวิตลิ้มรสอาหารพื้นบ้านและการทำเกษตรผสมผสานถ้าพูดถึง จ.ประจวบคีรีขันธ์ อาจเรียกได้ว่าเป็นเมืองหลวงแห่งสับปะรดของดีขึ้นชื่อที่เป็นเครื่องหมายบ่งบอกถึงเอกลักษณ์ของวิถีชีวิตความเป็นอยู่ในชุมชนมาเริ่มต้นกันที่กิจกรรมแรก ..สบตา ลิ้นสัมผัส..สับปะรดหวาน พันธุ์ปัตตาเวีย หนึ่งในสุดยอดสายพันธุ์คุณภาพของเมืองประจวบฯ พร้อมชิมรสสัมผัสของสับปะรดเนื้อฉ่ำๆ ที่การันตีว่าอร่อยเลิศ!สนุกสนานกับกิจกรรมต่อไป ..นอนกอดกัน.. ซึมซับวิถีโฮมสเตย์กลางสวนป่า โอบกอดธรรมชาติซึมซับบรรยากาศที่แสนสบายพร้อมรับไอเย็นจากบริเวณอ่าวประจวบได้แบบเต็มๆ

โลกไม่ได้กลม…อย่างที่เราคิด : ‘ฮ่องกง’ กับ ‘ร่างทรง’ ของความเป็นชาติ

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/460232

news_default

โลกไม่ได้กลม…อย่างที่เราคิด : ‘ฮ่องกง’ กับ ‘ร่างทรง’ ของความเป็นชาติ

วันอาทิตย์ ที่ 15 ธันวาคม พ.ศ. 2562, 06.00 น.

1.

ภายหลังชัยชนะอย่างถล่มทลายจากการเลือกตั้งท้องถิ่น(สมาชิกสภาเขตฮ่องกง) เมื่อวันที่ 24 พฤศจิกายน (2019) “โจชัว หว่อง”นักเคลื่อนไหวเพื่อประชาธิปไตยชาวฮ่องกง ก็ได้ออกมาแปรสัญญาณจากการสนับสนุนของประชาชนต่อการแสดงออกผ่านการเลือกตั้งสมาชิกสภาฯ ว่า “ชาวฮ่องกงได้แสดงเจตจำนงอย่างชัดเจนแล้ว และประชาคมโลกควรตระหนักด้วยว่า การประท้วงที่กินเวลายาวนานเกือบ 6 เดือน มิได้ทำให้ประชาชนหันมาต่อต้านผู้ประท้วงแต่อย่างใด”

ถัดจากนั้นไม่กี่สัปดาห์ต่อมา การชุมนุมใหญ่ของ “ฝ่ายต่อต้านสาธารณรัฐประชาชนจีน” ก็เริ่มขึ้นอีกครั้ง ภายใต้เงื่อนไข หนึ่ง การตั้งคณะกรรมการอิสระตรวจสอบการใช้ความรุนแรงของตำรวจ (ในการชุมนุมครั้งที่ผ่านมา) และสอง การปฏิรูปทางการเมืองเพื่อเปิดโอกาสให้ชาวฮ่องกงเลือกผู้นำของตัวเองได้อย่างเสรี (ปราศจากอิทธิพลของทางการจีนแทรกแซง) ที่พวกเขานำเสนอต่อ “แคร์รี แลม” (Carrie Lam)ผู้ว่าการเขตบริหารพิเศษฮ่องกง

แม้ว่าจุดเริ่มต้นจะเป็นเพียงเรื่องการต่อต้าน “กฎหมายส่งผู้ร้ายข้ามแดน” ที่ถูกพับเก็บไปแล้วก็ตาม แต่นี่คือ “พัฒนาการ” ของ “ความเป็นชาติ” ตามที่พวกเขาเข้าใจ การพยายามที่จะพากันไปให้ถึงตรงจุดนั้นจึงยังลุกโชนอยู่

2.

แล้วในที่สุด “กล่องแพนโดร่า”ก็ถูกเปิดขึ้นมาอย่างแท้จริง เมื่อการปะทะกันของคนในชาติเริ่มเกิดขึ้น ทั้งทางด้าน “ทัศนคติ” และ “การจลาจล” บนข้ออ้างในการรักษา “ความเป็นชาติ”

“การใช้ความรุนแรงในฮ่องกงเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง และทวีความรุนแรงมากขึ้นตามลำดับเป็นการกระทำที่ละเมิดต่อระบบนิติรัฐและวินัยของสังคมอย่างร้ายแรงเป็นการทำลายความก้าวหน้าของประเทศ ท้าทายหลักการ 1 ประเทศ 2 ระบบของรัฐบาลจีนอย่างเป็นที่ประจักษ์ ดังนั้น การฟื้นฟูความสงบเรียบร้อยของฮ่องกง เป็นภารกิจสำคัญและเร่งด่วนที่สุด

“เราขอยืนยันการสนับสนุนผู้ว่าการฯ เป็นผู้นำรัฐบาลเขตปกครองพิเศษฮ่องกงต่อไป และสนับสนุนการปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมายของเจ้าหน้าที่ตำรวจ รวมไปถึงสถาบันตุลาการในการทำหน้าที่พิจารณาคดีพิพากษาผู้กระทำความผิดตามกฎหมาย รัฐบาลจีนต้องธำรงไว้ซึ่งอธิปไตย ความมั่นคงที่ไม่แปรเปลี่ยน และคัดค้านการต่อต้านอันแข็งขันเกี่ยวกับการแทรกแซงกิจการภายในของฮ่องกง” นี่คือคำประกาศของประธานาธิบดี “สี จิ้น ผิง” ต่อโลก บนเวที BRICS ที่ประเทศบราซิล เมื่อวันที่ 14 พ.ย. (2019)

3.

“ความเป็นชาติ” ถูกทำให้กลายเป็นตัวประกันในเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ทั้งสองฝ่ายต่างหยิบมาใช้ในแง่มุมที่ตัวเองเข้าใจและเปลี่ยนมันให้กลายเป็น “อาวุธ” เพื่อทิ่มแทง “ความเห็นต่าง” ของกันและกัน ให้ตกเป็นเหรียญอีกด้าน หรือ “ปีศาจ” ที่ถูกวาดภาพให้เลวร้าย และท้ายที่สุด “ความเกลียดชัง” ก็จะถูกทำให้กลายเป็น “ความชอบธรรม” ในการทำร้ายคนที่ไม่ใช่พวกของตัวเอง

ถ้าในสถานการณ์ปกติ ประโยคนี้ของ “เฉินหลง” จะไม่กลายเป็นประเด็นของความขัดแย้งเลย แต่กับฮ่องกงในช่วงเวลาที่ผ่านมา มันไม่ใช่ “ผมเคยเดินทางไปหลายประเทศ ประเทศของเราพัฒนาขึ้นอย่างรวดเร็วในช่วงไม่กี่ปีมานี้ ไม่ว่าจะไปที่ไหนผมก็ยังภาคภูมิใจในความเป็นคนจีน ธงชาติจีนได้รับการยอมรับไปทั่วโลก และฮ่องกงคือบ้านเกิดของผม จีนคือประเทศของผม ผมรักประเทศและบ้านเกิด”

ภายหลังการให้สัมภาษณ์ของดาราระดับแม่เหล็กท่านนี้ เสียงชื่นชมและการด่าทอมีมากพอๆ กัน แต่ที่น่ากังวลก็คือ เขากลายเป็นเครื่องมือในการสร้างความเกลียดชังไปอีกชิ้น เมื่อมีคนไปค้นหาข้อความในอดีตของ “เฉินหลง”ที่เคยให้สัมภาษณ์ไว้เมื่อปี 2009 ว่า “ถ้าคุณมีอิสระมากเกินไป คุณก็จะเป็นเหมือนที่ฮ่องกงเป็นอยู่ตอนนี้คือวุ่นวายมาก ไต้หวันก็วุ่นวาย ผมคิดว่าถึงเวลาแล้วที่คนจีนควรถูกควบคุม” และนี่เป็นชนวนสำคัญที่ทำให้ผู้คนบนเกาะแห่งนี้จะไม่มีวันเหมือนเดิม

4.

เซาท์ไชน่ามอร์นิ่งโพสต์ ได้รายงานการจับกุมวัยรุ่น 5 คน (ชาย 4 หญิง 1) ในข้อหาสมคบคิดทำลายธงประจำชาติ จากเหตุการณ์การประท้วงเมื่อวันที่ 3 ส.ค. (2019)มีพยานให้การว่า เห็นวัยรุ่นกลุ่มนี้“ปลดธงประจำชาติจีน” ที่ถูกชักขึ้นไปอยู่บนยอดเสาธงที่หน้าห้าง Harbour City บริเวณย่านจิมซาจุ่ย ก่อนโยนลงทิ้งทะเลในบริเวณอ่าววิคตอเรีย

แน่นอน เสียงแห่งการประณามและการสรรเสริญดังขึ้นสลับกันไปหลังการรายงานข่าวชิ้นนี้ ตามมาด้วย “ความแตกแยก” ที่ระเบิดขึ้นบนโลกออนไลน์ (บนเกาะฮ่องกง) เมื่อสื่อสารมวลชนของทั้งสองฝ่ายเริ่มปฏิบัติการสร้าง “ผู้ร้าย” และ “คนดี” ทันทีที่มีโอกาส โดยหยิบฉวย “ความเป็นชาติ”ลงมาวางไว้ในมือของทุกคน เพื่อค้นหาคนที่จะมาเป็นมิตร และใครก็ตามที่คิดจะเป็นศัตรู และนี่เองเป็นจุดเริ่มต้นที่จะนำไปสู่ “สงครามของคนในชาติ” ที่ชาวฮ่องกงส่วนหนึ่ง(ที่ไม่ได้เข้าร่วมกับเหตุการณ์เหล่านี้) มีความหวาดกลัว ว่าสักวันมันจะต้องเกิดขึ้น

5.

ถึงตอนนี้แม้การชุมนุมที่ฮ่องกงจะไม่มีทีท่าว่าสงบ แต่ก็วางใจได้ในระดับหนึ่งแล้วว่า หลังการปะทะกันก่อนหน้านี้ ผู้นำการชุมนุมก็พยายามที่จะควบคุมฝูงชนให้อยู่ในการแสดงออกอย่างสันติมากขึ้น เช่นเดียวกับฝ่ายรักษาความปลอดภัยจากทางภาครัฐที่ถูกจับตาเป็นพิเศษ (จากหลายประเทศ) ก็ถูกกำชับให้ใช้การควบคุมการชุมนุมตามหลักสากล และใช้ความอดทนอดกลั้นเป็นหลัก

สำหรับ “ทัศนคติ” ของผู้คนที่นั่น แม้จะแตกต่างแต่ก็บรรเทาเบาบาง “ความเกลียดชัง” ลงมาได้บ้าง เมื่อภาพความรุนแรงต่างๆ ที่ถูกนำเสนอ จำนวนผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต รวมไปถึงตัวเลขอัตราความเสียหายทางเศรษฐกิจที่ทุกคนต้องได้รับผลกระทบ ได้พยากรณ์ “หายนะของความเป็นชาติ” ในอนาคตออกมาให้ “คนร่วมชาติ” ได้ล่วงรู้กันไปบ้างแล้ว

ดังนั้น ไม่ว่า “ความเป็นชาติ”ของแต่ละคนจะมีความหมายอย่างไร แต่ในความหมายของตัวมันเองนั้น“ชาติ = ทุกคน” ไม่ว่าพวกเขาเหล่านั้นจะวาดหวังสิ่งใด หรือแตกต่างกันขนาดไหน เพราะมันจะมีประโยชน์อะไรถ้าไม่มีใครอยาก “ร่วมชาติ” กับเรา

จุดเริ่มต้นโครงการ‘สุวรรณภูมิ: ภูมิแห่งคุณค่าอาเซียน’

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/460241

news_default

จุดเริ่มต้นโครงการ‘สุวรรณภูมิ: ภูมิแห่งคุณค่าอาเซียน’

วันอาทิตย์ ที่ 15 ธันวาคม พ.ศ. 2562, 06.00 น.

จากเรื่องราวบอกเล่าและหลักฐานบันทึกโบราณที่กล่าวถึงดินแดนสีทองอุดมสมบูรณ์ ทั้งในชื่อของ suvaṇṇa (อินเดีย) Χρύση (กรีก)Aureaus (โรมัน) 金 (จีน) และ สุวรรณภูมิ หรือ สุวัณณภูมิ โดยอาจเป็นเกาะ ทวีป หรือเมือง ครอบคลุมดินแดนตั้งแต่ส่วนที่อยู่เลยจากอินเดียมาจนจรดถึงจีน (Beyond India, beforeChina) ตั้งอยู่เลยจากลุ่มน้ำคงคาก่อนถึงจีน เป็นดินแดนที่ปรากฏเมืองท่า นครแว่นแคว้น รัฐน้อยๆ หลายรัฐ ก่อนที่จะเกิดรัฐขนาดใหญ่ ในสมัยแรกเริ่มประวัติศาสตร์

จึงนำไปสู่โครงการ สุวรรณภูมิ : ภูมิแห่งคุณค่าอาเซียน การค้นหาแผ่นดินสุวรรณภูมิในอดีตในหลากหลายมุมมอง ด้วยการเชื่อมโยงข้อมูล ด้านศิลปะ การค้า ศาสนา วัฒนธรรม ธรณีวิทยา ธรณีสัณฐาน ประวัติศาสตร์ โบราณสถาน การตั้งถิ่นฐาน ฯลฯ ด้วยเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ ผ่านแนวคิดหลัก “Connecting the various traces of Suvarnabhumi by using Area-based Techniques”เพื่อให้เห็นการเปลี่ยนแปลง ที่ตั้งทางโบราณคดีและการพัฒนาการของเมืองโบราณ ความมุ่งหวังของโครงการ ไม่ใช่ต้องการพิกัดว่าสุวรรณภูมิอยู่ที่ใดบนโลกนี้อย่างชัดเจน แต่เพื่อทำให้อาเซียนเห็นคุณค่าร่วม นำไปสู่การพัฒนาศักยภาพเชิงพื้นที่และต่อยอดในการสร้างนโยบายร่วมที่จะร่วมขับเคลื่อนทั้งภูมิภาคอาเซียนไปสู่ศตวรรษที่ 21 ด้วยกันติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมของสุวรรณภูมิ : ภูมิแห่งคุณค่าอาเซียน(Suvarnabhumi : Terra of ASEAN Co-culturalValues)ได้ที่ suvarnabhumi.gistda.or.th

‘เกรท-วรินทร,มาสุ’มอบความสุขคืนสังคม

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/460245

‘เกรท-วรินทร,มาสุ’มอบความสุขคืนสังคม

วันอาทิตย์ ที่ 15 ธันวาคม พ.ศ. 2562, 06.00 น.

เดินหน้าทำกิจกรรมดีๆ เพื่อสังคมมาต่อเนื่อง สำหรับ สถานีวิทยุโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3 ล่าสุด พระเอกหนุ่ม “เกรท-วรินทร” ควงคู่มากับ “เก้า-สุภัสสรา” และ ปาริธ ทิมทอง, พาย-รินรดา จากละครเรื่อง “เขาวานให้หนูเป็นสายลับ” พร้อมด้วยทีมนักแสดงจาก “ดาวหลงฟ้า” อาทิ มาสุ จรรยางค์ดีกุล, นาตาลี ปณาลี ร่วมงาน “เขาวาน…ดาวหลงฟ้า ปันความสุข” กิจกรรมมอบความสุขคืนสังคมบริจาคหนังสือเพื่อมอบให้กับห้องสมุดพร้อมปัญญา ณ ลานดนตรีในสวน ตลาดบางน้ำผึ้ง

เปิดเวทีด้วยการพูดคุยกับนักแสดงทั้ง 2 เรื่องเพื่อเป็นการเรียกน้ำย่อย ก่อนที่จะถึงโชว์ร้องเพลงจากนักแสดงละครเรื่อง “ดาวหลงฟ้า” และส่งไม้ต่อให้รุ่นพี่จากทีมนักแสดงละครเรื่อง “เขาวานให้หนูเป็นสายลับ” ทำเอาแฟนๆ ฟินกันทั่วหน้า นอกจากนั้นยังมีการเล่นเกมส์สนุกๆ กระชับมิตร ซึ่งบรรยากาศเต็มไปความอบอุ่นและรอยยิ้ม แถมยังได้อิ่มบุญกันทุกคน

ท่องแดนวัฒนธรรม มหัศจรรย์เมืองสามอ่าว มหานครแห่งขุนเขา อันซีนสู่แดนใต้

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/460113

ท่องแดนวัฒนธรรม มหัศจรรย์เมืองสามอ่าว มหานครแห่งขุนเขา อันซีนสู่แดนใต้

วันอาทิตย์ ที่ 15 ธันวาคม พ.ศ. 2562, 06.00 น.

เที่ยวอินไซต์สไตล์ Local กับ “จ๊อบ – นิธิ สมุทรโคจร” สัมผัสวิถีชีวิตชุมชนของคนประจวบคีรีขันธ์ ค้นเสน่ห์ชุมชนอ่าวน้อย ซึมซับบรรยากาศท้องถิ่นด้วยวิถีโฮมสเตย์กลางสวนป่า พร้อมชมเรื่องราวของเส้นทางสับปะรด หนึ่งในวิถีอาชีพของชาวประจวบคีรีขันธ์

เที่ยวนี้..ไม่เหมือนเดิม เพิ่มเติมคือความสนุกในชุมชนอ่าวน้อย แลนด์มาร์คธรรมชาติใกล้เมือง สัมผัสเสน่ห์วิถีชีวิต ลิ้มรสอาหารพื้นบ้าน และการทำเกษตรผสมผสาน ถ้าพูดถึง จ.ประจวบคีรีขันธ์ อาจเรียกได้ว่าเป็นเมืองหลวงแห่งสับปะรด ของดีขึ้นชื่อที่เป็นเครื่องหมายบ่งบอกถึงเอกลักษณ์ของวิถีชีวิตความเป็นอยู่ในชุมชน มาเริ่มต้นกันที่กิจกรรมแรก ..สบตา ลิ้นสัมผัส.. สับปะรดหวาน พันธุ์ปัตตาเวีย หนึ่งในสุดยอดสายพันธุ์คุณภาพของเมืองประจวบฯ พร้อมชิมรสสัมผัสของสับปะรดเนื้อฉ่ำๆ ที่การันตีว่าอร่อยเลิศ! สนุกสนานกับกิจกรรมต่อไป ..นอนกอดกัน.. ซึมซับวิถีโฮมสเตย์กลางสวนป่า โอบกอดธรรมชาติ ซึมซับบรรยากาศที่แสนสบาย พร้อมรับไอเย็นจากบริเวณอ่าวประจวบได้แบบเต็มๆ

เที่ยวเมืองสับปะรด เพลิดเพลินกับเสน่ห์แห่งวิถีธรรมชาติ ได้พร้อมกัน ในรายการ เที่ยวให้สุด สมุดโคจร : ประจวบคีรีขันธ์ EP.1 วันพุธที่ 18 ธันวาคม 2562 ตั้งแต่เวลา 21.30 น. เป็นต้นไป ทางสถานีโทรทัศน์ PPTV HD ช่อง 36 หรือติดตามข่าวสารต่างๆ ได้ที่ https://www.facebook.com/samudkojorn

คุยกัน7วันหน : ผู้นำอายุน้อย เทรนด์มาแรงในยุโรป

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/460233

คุยกัน7วันหน : ผู้นำอายุน้อย เทรนด์มาแรงในยุโรป

วันอาทิตย์ ที่ 15 ธันวาคม พ.ศ. 2562, 06.00 น.

ฟินแลนด์ได้นายกรัฐมนตรีคนใหม่ที่อายุน้อยที่สุด ไม่ใช่เรื่องน่าประหลาดใจแต่อย่างใด เพราะเทรนด์ผู้นำประเทศที่เป็นคนรุ่นใหม่ได้เริ่มปรากฏให้เห็นในยุโรปหลายชาติในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ด้วยความเชื่อที่ว่าคนรุ่นใหม่สามารถรับมือกับปัญหาที่ซับซ้อนมากขึ้นในปัจจุบันได้มากกว่า

ซันนา มาริน นายกรัฐมนตรีหญิงคนใหม่ของฟินแลนด์ เพิ่งสาบานตนรับตำแหน่งเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ด้วยวัยเพียง 34 ปี ทำให้เธอได้กลายเป็นผู้นำอายุน้อยที่สุดในประวัติศาสตร์ของประเทศ

แท้จริงแล้ว อายุโดยเฉลี่ยของผู้นำทั่วโลกได้เพิ่มมากขึ้นนับตั้งแต่ช่วงยุค 50 แต่สำหรับยุโรป อายุเฉลี่ยของผู้นำ กลับลดลงเรื่อยๆ มาตั้งแต่ยุค 80 เป็นต้นมา สวนทางกับค่าเฉลี่ยโลก ปัจจุบัน อายุเฉลี่ยของผู้นำชาติสมาชิกสหภาพยุโรปอยู่ที่ 52 ปี แต่ในบรรดาสมาชิก 28 ประเทศ มีอยู่ 8 ประเทศที่มีผู้นำที่อายุต่ำกว่า 45 ปี ในขณะที่มีเพียง 6 ประเทศเท่านั้นที่มีผู้นำอายุมากกว่า 60 ปี

การขึ้นสู่ตำแหน่งผู้นำประเทศของมาริน ยิ่งไม่น่าประหลาดใจ เพราะอีก 4 พรรคร่วมรัฐบาลของเธอล้วนมีผู้นำเป็นนักการเมืองหญิง และส่วนใหญ่มีอายุ 30 กว่าปีด้วย สะท้อนให้เห็นวัฒนธรรมทางการเมืองแบบก้าวหน้าของฟินแลนด์ นอกจากนี้ หากย้อนไปดูในประวัติศาสตร์ ฟินแลนด์ยังเป็นชาติแรกที่อนุญาตให้ผู้หญิงได้ใช้สิทธิ์ออกเสียงด้วย

บทวิเคราะห์ของหนังสือพิมพ์สเตรทไทมส์ ระบุว่า การที่ชาติในยุโรปมีผู้นำที่อายุยังน้อย จะส่งผลให้การเมืองในยุโรปแปลกใหม่และแบ่งภาคมากขึ้น โดยเดนมาร์ก เคยมีนายกรัฐมนตรีหญิงเมตเต เฟรเดริกเซน วัย 41 ปีบริหารรัฐบาลเสียงข้างน้อย ด้วยนโยบายกลางซ้าย แต่มีจุดยืนต่อต้านผู้อพยพอย่างแข็งกร้าว แต่รัฐบาลของเธออยู่รอดเพียง 152 วันเท่านั้น ขณะที่ออสเตรีย มีเซบาสเตียน เคิร์ซ อดีตนายกรัฐมนตรีวัย 33 ปี สายกลางขวา เขาได้จัดการเลือกตั้งใหม่และชนะการเลือกตั้งอีกรอบ ขณะนี้อยู่ระหว่างการเจรจาจัดตั้งรัฐบาลชุดใหม่

ฝรั่งเศสก็มีนายเอ็มมานูเอลมาครง ซึ่งชนะการเลือกตั้งเมื่อสองปีก่อนได้เป็นประธานาธิบดีฝรั่งเศสตอนอายุ39 ปี ขณะที่เอสโตเนีย มี นายจูรี ราตาสซึ่งขึ้นเป็นนายกรัฐมนตรีเมื่อปี พ.ศ.2559 ด้วยวัย 38 ปี รวมถึงไอร์แลนด์ ก็มีนายลีโอ วารัทการ์ ลูกครึ่งอินเดีย เปิดตัวเป็นเกย์ และชนะการเลือกตั้งได้เป็นนายกรัฐมนตรีตอนอายุ 39 ปีด้วย ขณะที่สโลวีเนีย ในปีที่แล้วได้นายมาร์ยัน ซาเรคนายกรัฐมนตรีอายุ 41 ปี

ทั้งนี้ นักการเมืองของยุโรปที่มีอายุช่วง 30-40 กว่าปี ไม่ได้มีอุดมการณ์ดั้งเดิมแบบฝ่ายซ้ายฝ่ายขวาแบบชัดเจนมากนัก เมื่อเทียบกับนักการเมืองรุ่นใหญ่ และแม้พวกเขาอาจขึ้นสู่หนทางแห่งอำนาจผ่านสถาบันทางการเมืองแบบดั้งเดิม แต่ไม่ได้รู้สึกจงรักภักดีต่ออุดมการณ์อย่างเข้มงวด

สำหรับมารินและมาครง ถือเป็นตัวแทนรุ่นใหม่ทางการเมืองที่กำลังเป็นดาวรุ่ง พวกเขาได้รับการศึกษานานกว่าคนรุ่นก่อนๆ ได้เติบโตในสภาพแวดล้อมที่หลากหลายมากกว่า และคุ้นเคยกับอินเทอร์เนต ซึ่งนักการเมืองแนวนี้มักจะเชื่อในภาคประชาสังคมมากกว่าความเป็นพรรคการเมือง และหมกมุ่นกับประเด็นที่เฉพาะเจาะจงมากกว่าการรับอุดมการณ์มาทั้งหมด

เมื่อคนรุ่นใหม่คือพลังสำคัญในการหย่อนบัตรมากขึ้นเรื่อยๆ บรรดา สถาบันการเมืองแบบดั้งเดิมในยุโรปจึงไม่สามารถนิ่งเฉยได้ นอกจากการนำเสนอผู้นำรุ่นใหม่ที่เป็นตัวเลือกน่าสนใจและมีภาพลักษณ์ของการรับฟังประชาชน

กระแสนิยมนี้ไม่ได้เกิดขึ้นแค่ที่ยุโรปเท่านั้นแต่นิวซีแลนด์ ยังมีนายกรัฐมนตรีหญิง เจซินดา อาร์เดิร์น วัย 37 ปี ซึ่งได้รับคะแนนเสียงท่วมท้นจากคนรุ่นใหม่ รวมถึงในยุโรปตะวันออกอย่างยูเครน ก็ยังมีประธานาธิบดีโวโลดิมีร์เซเลนสกี วัย 41 ปี ที่เพิ่งชนะการเลือกตั้งในปีนี้ด้วย จึงถือเป็นประเด็นที่น่าสนใจสำหรับนักการเมืองรุ่นเก่าว่าจะทำอย่างไร ให้พวกเขายังจะได้รับความไว้วางใจจากประชาชนที่ออกไปใช้สิทธิ์เลือกผู้แทนฯของพวกเขานั่นเอง

@koopnot01