ส่งกำลังใจ! ‘ฟ้าใส’ทำเต็มที่ หลุดเข้ารอบ3คนสุดท้าย Miss Universe 2019

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/459026

ส่งกำลังใจ! ‘ฟ้าใส’ทำเต็มที่ หลุดเข้ารอบ3คนสุดท้าย Miss Universe 2019

วันจันทร์ ที่ 9 ธันวาคม พ.ศ. 2562, 09.58 น.

9 ธันวาคม 2562 เดินทางมาจนถึงรอบสุดท้าย สำหรับการประกวด Miss Universe 2019 ถึงแม้ว่า ฟ้าใส ปวีณสุดา ดรูอิ้น ตัวแทนสาวไทยเข้ารอบได้เพียงแค่ 5 คนสุดท้าย ที่เมืองแอตแลนต้า สหรัฐอเมริกา

โดยในรอบที่ผ่านมา ฟ้าใส  ปวีณสุดา สามารถทำผลงานได้อย่างดีเยี่ยม และยังเป็นสาวงามจากเอเชียเพียงคนเดียวที่เข้ารอบ 5 คนสุดท้าย และถือว่าเป็นสาวงามอีกคนหนึ่งของไทยที่สามารถเข้ารอบลึกที่สุดนั่นเอง

ส่วนสาวงาม 3 คนที่ผ่านเข้ารอบสุดท้าย ได้แก่ แม็กซิโก, แอฟริกาใต้, เปอร์โตริโก้ 

ลุ้นให้มงลง!! ‘ฟ้าใส’เข้ารอบ10คนสุดท้ายแล้ว

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/459017

ลุ้นให้มงลง!! ‘ฟ้าใส’เข้ารอบ10คนสุดท้ายแล้ว

วันจันทร์ ที่ 9 ธันวาคม พ.ศ. 2562, 08.52 น.

9 ธันวาคม 2562  การประกวด “Miss Universe 2019” กำลังเข้มข้นขึ้น ล่าสุด ฟ้าใส ปวีณสุดา ดรูอิ้น ตัวแทนสาวไทยบนเวทีโลก ที่ เมืองแอตแลนต้า สหรัฐอเมริกา

ล่าสุด สาวงามที่เข้ารอบ 10 คนสุดท้ายได้แก่

1. ยูเอสเอ

2. โคลัมเบีย

3. เปอร์โตริโก

4. แอฟริกาใต้

5. เปรู

6. ไอซ์แลนด์

7.  ฝรั่งเศส

8. อินโดนิเชีย

9. ไทยแลนด์ 

10.เม็กซิโก

สำหรับรอบแนะนำตัวเอง ฟ้าใส บอกว่า “ฉันเป็นเพียงคนธรรมดาคนหนึ่ง ผู้เชื่อว่าบุคคลธรรมดาคือผู้ที่จะสร้างความยิ่งใหญ่ได้เสมอด้วยความกล้าหาญที่จะเชื่อมั่นในตนเอง ไม่ย่อท้อเมื่อพบกับอุปสรรค ฉันอยู่ ณ ที่แห่งนี้เพราะฉันทำตามหัวใจตนเองและกล้าที่จะวิ่งตามความฝัน “

‘SUPER JUNIOR’จัดเต็มคอนเสิร์ตSS8อัดแน่นโชว์ดีเต็มอิ่ม

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/458989

‘SUPER JUNIOR’จัดเต็มคอนเสิร์ตSS8อัดแน่นโชว์ดีเต็มอิ่ม

วันจันทร์ ที่ 9 ธันวาคม พ.ศ. 2562, 06.00 น.

SUPER JUNIOR กลับมาพิสูจน์ความยิ่งใหญ่ได้ติดต่อกันเป็นปีที่ 8ด้วยสุดยอดแบรนด์คอนเสิร์ต “SUPER SHOW” เวอร์ชั่นใหม่ที่สมบูรณ์แบบยิ่งขึ้นกว่าเดิม กับการรวมตัวกันของสมาชิกหลังเสร็จสิ้นภารกิจรับใช้ชาติในช่วง 10 ปีที่ผ่านมาเรียบร้อย ใน“SUPER JUNIOR WORLD TOUR – SUPER SHOW 8 : INFINITE TIME” in BANGKOK ซึ่งถูกจัดขึ้นทั้งหมด 2 รอบการแสดง ณ อิมแพ็ค อารีน่า เมืองทองธานี

ซึ่งตลอดระยะเวลากว่า 3.30 ชั่วโมง รวมทั้งสิ้น 27 บทเพลง “SUPER JUNIOR” ได้เติมเต็มความสมบูรณ์แบบให้กับโชว์ด้วยเสน่ห์อันหลากหลาย รวมถึงความเป็นมืออาชีพบนเวทีที่สะกดผู้ชมให้อินไปกับการแสดงอันยอดเยี่ยม และความสนุกสนานตามแบบฉบับของพวกเขาได้ทั้งคอนเสิร์ต พร้อมสร้างอีกหนึ่งความทรงจำน่าประทับใจอันเต็มเปี่ยมไปด้วยความสุข และพิสูจน์ว่าเวลาที่ใช้ร่วมกันระหว่าง “SUPER JUNIOR” กับ “E.L.F.” นั้นแสนมีค่า และเป็นนิรันดร์

‘อั้ม-ติ๊ก’สร้างความบันเทิง‘Shopee 12.12 Birthday TV Show’

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/458987

‘อั้ม-ติ๊ก’สร้างความบันเทิง‘Shopee 12.12 Birthday TV Show’

วันจันทร์ ที่ 9 ธันวาคม พ.ศ. 2562, 06.00 น.

ช้อปปี้เฉลิมฉลองส่งท้ายปีชวนซูเปอร์สตาร์ ดารา และศิลปินระดับแถวหน้าของเมืองไทยมาร่วมสร้างปรากฏการณ์ความสุขและสนุกสนานกับการช็อปปิ้งอย่างจัดเต็มกิจกรรม“Shopee 12.12 Birthday TV Show”นำทีมนักแสดงโดย “อั้ม-พัชราภา ไชยเชื้อ”พร้อม “ติ๊ก-เจษฎาภรณ์ ผลดี”,BNK48 และกองทัพดารามากมายที่มาร่วมสร้างสีสันให้กับโชว์ครั้งพิเศษ ผู้ใช้งานจะได้เพลิดเพลินไปกับเกมสุดเซอร์ไพรส์อย่าง Shopee Shake Shake Marathon มาให้เขย่าจัดเต็มถึง 3 รอบ โดยนักช็อปจะมีสิทธิ์รับรางวัลสุดยิ่งใหญ่รวมมูลค่ากว่า 12 ล้านบาท

ร่วมเฉลิมฉลองความสุขส่งท้ายปีและติดตามความสนุกสุดมันไปกับ Shopee 12.12 Birthday TV Show พร้อมกันวันที่ 11 ธันวาคม 2562 ตั้งแต่เวลา 23.10 น. เป็นต้นไป ได้ทั้ง 4 ช่องทาง Shopee Live, Shopee Facebook Fanpage, Ch.7 HD และ YouTube ได้ที่ https://shopee.co.th/m/12-12-birthday-tv-show

‘เวียร์’ ปลื้ม ‘ยอดรักนักรบ’ กระแสแรงแฟนกรี๊ด

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/458985

‘เวียร์’ ปลื้ม ‘ยอดรักนักรบ’ กระแสแรงแฟนกรี๊ด

วันจันทร์ ที่ 9 ธันวาคม พ.ศ. 2562, 06.00 น.

เรียกว่าเปิดตัวพร้อมเสียงกรี๊ดจากแฟนๆ หนักมากจริงๆ สำหรับละคร “ยอดรักนักรบ” เพราะเปิดตัวเพียงสัปดาห์แรก ก็ได้รับเสียงตอบรับจากแฟนละครอย่างท่วมท้นทั้งกระแสตอบรับจากทั้งสื่อโซเชียลมีเดียและเรตติ้ง งานนี้ “ยอดรัก” และ “นักรบ”หรือ “หนุ่มเวียร์” ศุกลวัฒน์ คณารศ เผยถึงความรู้สึกและขอขอบคุณแฟนละครว่า

“ดีใจมากครับ ที่แฟนๆ ชอบทั้งตัว ยอดรัก และ นักรบ เพราะทั้ง 2 บทบาทต่างก็มีคาแร็กเตอร์ในแบบฉบับของตัวเอง ซึ่งแน่นอนเรื่องนี้เราอยากให้คนดูได้พักผ่อนกับเสียงเพลงเพราะๆ ความน่ารักโรแมนติกที่ยอดรักและนักรบมีให้กับหญิงสาวผู้เป็นที่รักนั่นคือ หมอชล หรือฐิสา (วริฏฐิสา ลิ้มธรรมมหิศร) และเรื่องนี้ยังมีกลิ่นอายความแอ๊กชั่นเข้ามาสร้างสีสันให้สนุกสนานมากยิ่งขึ้น แต่ทั้งหมดนี้เป็นเพียงการเริ่มต้นเท่านั้นนะครับ จากนี้ยอดรักกับนักรบจะสร้างเสียงหัวเราะ และรอยยิ้มอะไรให้กับคุณผู้ชมอีก ต้องติดตามชมและเป็นกำลังใจให้กับพวกเราด้วยนะครับ  รับรองว่าฟินครบรสแน่นอน”

‘สภาสังคมสงเคราะห์’แถลงข่าว ‘มหกรรมส่งเสริมอาชีพคนพิการ’

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/458988

news_default

‘สภาสังคมสงเคราะห์’แถลงข่าว ‘มหกรรมส่งเสริมอาชีพคนพิการ’

วันจันทร์ ที่ 9 ธันวาคม พ.ศ. 2562, 06.00 น.

สภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ จัดแถลงข่าวงาน “มหกรรมส่งเสริมอาชีพคนพิการ” โดยการสนับสนุนจากโครงการสลากการกุศล โดยมี ร้อยตำรวจโท ดร.มนัส โนนุช รองประธานสภาสังคมสงเคราะห์ฯและประธานคณะกรรมการจัดงานฯ เป็นประธานการแถลงข่าวณ สภาสังคมสงเคราะห์ฯ โดยงานจะจัดขึ้นในระหว่างวันที่ 14-15 ธันวาคม 2562 ณ ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุมอิมแพ็ค เมืองทองธานี (ฮอลล์ 7-8)

‘เอ็กซ์’ หล่อบ้าน ๆ เตะตา ผกก. ‘เจี้ย’ ขึ้นแท่นพระเอกครั้งแรก

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/458984

‘เอ็กซ์’ หล่อบ้าน ๆ เตะตา ผกก. ‘เจี้ย’ ขึ้นแท่นพระเอกครั้งแรก

วันจันทร์ ที่ 9 ธันวาคม พ.ศ. 2562, 06.00 น.

เพราะติดใจฝีไม้ลายมือในการแสดงของนักแสดงหนุ่มหน้าซื่อ เอ็กซ์-วัชรพงษ์ ปัทมะ เมื่อครั้งร่วมงานกันในภาพยนตร์ “สิ้น 3 ต่อน” มาก่อน ล่าสุดผู้กำกับตลกชื่อดังของลาว เจี้ย แปซิฟิก ถูกใจความหล่อระดับแถวหน้า(บ้าน) ของหนุ่มเอ็กซ์เลยจีบให้มาเป็นพระเอกในภาพยนตร์ “ฮักมะย๋อมมะแย๋ม” ของค่าย “เอ็ม พิคเจอร์ส” และ “แข้วแห้ง โปรดักชั่น” งานนี้ทำเอาหนุ่มเอ็กซ์ภูมิใจในความหล่ออย่างมีเอกลักษณ์ของตัวเองมาก

เอ็กซ์-วัชรพงษ์ กล่าวว่า “เอาตรงๆ ผมไม่รู้มาก่อนเลยว่าพี่เจี้ยเป็นผู้กำกับ ตอนร่วมงานในหนัง “สิ้น 3 ต่อน”คิดว่าพี่เจี้ยเป็นนักแสดงประกอบด้วยซ้ำแต่เราก็สนิทกัน จนตอนที่พี่เจี้ยมาชวนผมไปเล่นหนัง “ฮักมะย๋อมมะแย๋ม” ผมช็อกเลยนะ อ้าว!พี่เขาเป็นผู้กำกับเหรอ เพิ่งรู้ตอนนั้นเลย แถมยังให้บทพระเอกกับผมด้วย ตื่นเต้นเลยครับ ตอนไปร่วมงานแต่งงานผู้กำกับ พี่เอส-คมกฤษ แล้วเจอ แจ็ค-เฉลิมพล กะผู้กำกับ พี่บอล…ยังขำเลยว่าเป็นพระเอกเลย เอาตรงๆ เราไม่ใช่สายนักแสดง เราทำงานเบื้องหลังตลอด ก็ลุ้นอยู่ว่าจะรอดหรือเปล่าเพราะคำว่า “พระเอก” ต้องหล่อ แล้วตัวประกอบในเรื่องนี้หล่อกว่าผมอีก ในเรื่องนี้ผมรับบทเป็น “บักโจ้” เขาเป็นคนมุ่งมั่นในสิ่งที่ตัวเองต้องการ พยายามทำทุกวิถีทางเพื่อจะได้แต่งงานกับ “ตั๊ก” (รับบทโดย วาว-พราวภิชณ์ษา) ส่วนเรื่องการแสดง ผมพยายามรักษาโอกาสให้ดีที่สุด ค่อนข้างทุ่มเทมากครับ ผมไปอยู่ที่ สปป.ลาวกับพี่เจี้ยเพื่อละลายพฤติกรรมเป็นเวลา 1 เดือนเต็ม แต่ก่อนหน้านั้น ผมถือบทไปปรึกษาครูสอนการแสดง 2 วัน ครูให้ผมจำบทให้เป๊ะ จะได้ไม่ต้องมานั่งกังวลเรื่องบท แล้วศึกษาทำการบ้านก่อนถ่ายทำทุกวัน เพื่อสื่อสารอารมณ์ของตัวละครออกมาให้ดีที่สุดครับ”

ล้างวิทยุใต้ดิน ก๊วน “ลุงสนามหลวง” ปิดฉากที่เวียดนาม

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/371141?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=scoop

ล้างวิทยุใต้ดิน ก๊วน “ลุงสนามหลวง” ปิดฉากที่เวียดนาม

11 พฤษภาคม 2562 – 10:48 น.
ลุงสนามหลวง,องค์กรสหพันธรัฐไท,คนเดือนตุลา,แดงฮาร์ดคอร์,วิทยุใต้ดิน,เครือข่ายวิทยุใต้ดิน,ชูชีพ ชีวะสุทธิ์,จรัล ดิษฐาอภิชัย,นายใหญ่,เพียงดิน รักไทย
เปิดอ่าน 30,166 ครั้ง

คอลัมน์ “ท่องยุทธภพ” โดย “ขุนน้ำหมึก” หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

**********************

3-4 ปีมานี้ ชื่อของ “ลุงสนามหลวง” และองค์กรสหพันธรัฐไท ได้รับความสนใจจากฝ่ายความมั่นคงไทยอย่างยิ่ง เนื่องจากองค์กรนี้ประกาศลั่นยูทูบ จะเปลี่ยนแปลงระบอบการปกครองไทย และปลุกระดมคนไทยให้ก่อการปฏิวัติ       

          คืนวันที่ 28 มกราคม 2562 ลุงสนามหลวง แถลงผ่านรายการสหพันธรัฐไท ขอหยุดการส่งกระจายเสียงทางช่องยูทูบเป็นการชั่วคราว จากนั้นลุงสนามหลวงกับคนใกล้ชิด 2 คน ได้เดินทางออกจากสปป.ลาว เข้าไปพำนักในเวียดนามในฐานะผู้หลบภัย

12 เมษายน 2562 จรัล ดิษฐาอภิชัย ผู้ประสานงานองค์กรเสรีไทย ได้พูดคุยผ่านรายการข่าวของจอม เพชรประดับ ถึงข่าวสารจากมิตรสหายว่า ตำรวจเวียดนามจับลุงสนามหลวงกับพวก แต่ยังไม่ทราบรายละเอียด

ปูดข่าวส่งตัวกลับไทย?

บ่ายวันที่ 9 พฤษภาคม 2562 “เพียงดิน รักไทย” หรือเสน่ห์ ถิ่นแสน ประธานภาคีไทยเพื่อสิทธิมนุษยชน ได้แจ้งข่าวด่วน! ผ่านยูทูบช่องมหาวิทยาลัยประชาชน ว่าตำรวจเวียดนามได้ส่งตัวลุงสนามหลวง และพวก ให้ทางการไทยแล้ว

เพียงดิน รักไทย แถลงข่าวจากสหรัฐ

“เพียงดิน” ได้โชว์เอกสารพาสปอร์ตของบุคคลทั้งสาม ประกอบด้วย ลุงสนามหลวง หรือ “ชูชีพ ชีวะสุทธิ์” สหายยังบลัดและสหายข้าวเหนียวมะม่วง มีข้อสังเกตว่ากลุ่มลุงสนามหลวงได้ใช้พาสปอร์ตปลอม ที่มีแก๊งรับจ้างทำอยู่ในลาว

ลุงสนามหลวง หรือ “ชูชีพ ชีวะสุทธิ์” 

สหายยังบลัด หรือ กฤษณะ ทัพไทย

สยาม ธีรวุฒิ หรือ สหายข้าวเหนียวมะม่วง

แกนนำแดงใต้ดินในสหรัฐ กล่าวว่า มีความพยามตามล่าบุคคลที่ลี้ภัยทางการเมืองที่อยู่ต่างประเทศ โดยมีการชี้เป้าเพื่อให้มาเฟียท้องถิ่นในการจัดการ พร้อมทั้งยังตั้งคำถามถึงการส่งตัวกลับดังกล่าวนั้นถูกต้องตามกฎหมายเวียดนามและสากลอย่างไรบ้าง

           ฝ่ายความมั่นคงของไทยยังไม่ได้รับข้อมูลใดๆ และอาจจะเป็นแค่ข่าวลือที่ถูกปล่อยมาก็ได้

สหพันธรัฐไทปฏิเสธ

ด้าน จรัล ดิษฐาอภิชัย ในฐานะคนต้นเรื่องลุงสนามหลวงถูกจับ ได้โพสต์ผ่านเฟซบุ๊ก Jaran Ditapichai ว่า “ผมขอประท้วงทางการเวียดนามที่ส่งตัวชูชีพ ชีวะสุทธิ์ และเพื่อนอีก 2 คน กลับประเทศไทย ขัดต่อหลักการสากลห้ามส่งบุคคลกลับไปสู่ที่อันตรายต่อชีวิต ขอเรียกร้องต่อทางการไทยปฏิบัติต่อ 3 คนตามกระบวนการยุติธรรมทางอาญาและหลักสิทธิมนุษยชน เปิดเผยที่คุมขัง ให้ติดต่อและญาติเข้าเยี่ยมได้”

จรัล ดิษฐาอภิชัย

ดูเหมือนว่าพลพรรคองค์กรสิทธิมนุษยชนเคลื่อนไหวผ่านสื่อโซเชียลครึกโครม ตรงกันข้ามสมาชิกกลุ่มสหพันธรัฐไท กลับสงบนิ่ง

องค์การสหพันธรัฐไท ยืนยันลุงสนามหลวง ยังปลอดภัย 

ตอนเย็นวันที่ 9 พฤษภาคม 2562 แกนนำสหพันธรัฐไท ได้ออกแถลงการณ์ผ่านยูทูบว่า ข่าวการจับกุมตัวลุงสนามหลวง ไม่เป็นความจริง ขณะนี้ไม่มีใครติดต่อได้ เนื่องจากลุงสนามหลวงกำลังปฏิบัติภารกิจลับเพื่อสร้างฐานที่มั่นใหม่

          สาวกยังมั่นใจว่าลุงสนามหลวงปลอดภัยและกำลังเดินหน้าภารกิจปลดปล่อยประเทศไทย

ชะตากรรมแดงใต้ดิน

สองเดือนมาแล้วบรรดา “แดงฮาร์ดคอร์” กลุ่มหนึ่งรู้สึกหงุดหงิดมากกว่าเมื่อไม่ได้รับฟัง “วิทยุใต้ดิน” จากฝั่งซ้าย เนื่องจาก “ลุงสนามหลวง” ประกาศพักการออกอากาศรายการสหพันธรัฐไทไปเมื่อปลายเดือนมกราคมนี้

          ลุงสนามหลวงและพวกไม่ใช่ผู้หลบภัยธรรมดาๆ หากแต่ประกาศตัวเป็น “นักปฏิวัติ” มีการจัดตั้งองค์กรสหพันธรัฐไทขึ้นมา ปลุกระดมมวลชนผ่านยูทูบให้รวมตัวกันเป็นหน่วยย่อยๆ ใครทำอะไรก็ทำเลย ไม่ต้องรอคำสั่ง

5 ธันวาคมปีที่แล้ว ลุงสนามหลวงสั่งให้สมาชิกสหพันธรัฐไท ที่อยู่ในเมืองไทยออกมาทำกิจกรรมใส่เสื้อดำที่ติดแถบขาวแดง ซึ่งมีกลุ่มสาวกลุงสนามหลวงได้ทำกิจกรรมดังกล่าวในหลายจังหวัด ขณะเดียวกันทางทหารได้เชิญภรรยาและลูกชายของลุงสนามหลวง เข้าไปปรับทัศนคติในค่ายทหาร 7 วัน

ช่วงที่ “สุรชัย แซ่ด่าน” และลูกน้องสองคน ถูกนักล่านิรนามอุ้มจากบ้านพักไปจนมีการพบศพลูกน้องสุรชัยในแม่น้ำโขง ด้านลุงสนามหลวงยังดำเนินรายการวิทยุใต้ดินตามปกติ กระทั่งมีประกาศยุติการออกอากาศชั่วคราว

          ประวัติ “ชูชีพ ชีวะสุทธิ์” หรือลุงสนามหลวงเป็น “คนเดือนตุลา” สายมหิดล หลัง 6 ตุลา เข้าป่าอีสานใต้มีชื่อจัดตั้งว่า “สหายสมชาย” จึงรู้จักมักคุ้นกับ “สหายจรัส” และ “สหายใหญ่” คนวงในเครือข่ายชินวัตรเป็นอย่างดี

ลุงสนามหลวง

หลังรัฐประหาร 2549 เป็นจุดเริ่มต้นของการต่อสู้แบบใต้ดินของชูชีพ จากกลุ่มคนวันเสาร์ไม่เอาเผด็จการจนมาถึงกลุ่มสหพันธรัฐไท

ก่อนหายตัวไปลุงสนามหลวงได้จัดรายการวิพากษ์ “นายใหญ่” และวงศ์วานว่านเครือแบบเผ็ดร้อน ทำนองว่าสู้ไม่จริง หรือหลอกใช้คนอื่น โดยคนเสื้อแดงที่ภักดีนายใหญ่รู้สึกไม่พอใจ ก็ตอบโต้ผ่านยูทูบเช่นกัน

          ลุงสนามหลวงรู้สึกผิดหวังที่เพื่อนพ้องน้องพี่ “คนเดือนตุลา” เครือข่ายนายใหญ่ ไม่ดูแลคนเสื้อแดงที่หลบภัยอยู่ในฝั่งลาว

จุรินทร์-กรณ์ ชี้ชะตาพรรคสีฟ้า ร่วมรัฐนาวาลุงตู่

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/371299?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=scoop

จุรินทร์-กรณ์ ชี้ชะตาพรรคสีฟ้า ร่วมรัฐนาวาลุงตู่

11 พฤษภาคม 2562 – 10:26 น.
พรรคประชาธิปัตย์,พรรคสะตด,เลือกหัวหน้าพรรค,กรณ์ จาติกวณิช,จุรินทร์ ลักษณวิศิษฐ,หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์,ปชป
เปิดอ่าน 7,436 ครั้ง

ถามว่าใครจะได้เก้าอี้ผู้นำพรรคสีฟ้า เมื่อ “จุดขาย” ของสองตัวเก็งออกมาโต้งๆแบบนี้

ก็นี่แหละเรื่องที่คนไทยก็จับตามองเขม็ง กับการคั่วตำแหน่งผู้นำพรรคสีฟ้า “ประชาธิปัตย์” ที่จะมีการโหวตในวันพุธที่ 15 พฤษภาคม 2562 ซึ่งสนุกเร้าใจไม่แพ้ตอนที่อดีตหัวหน้ามาร์ค อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เคยฟาดฟันกับ นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม เลยทีเดียว

          หากแต่ความสนุกรอบนี้มิได้อยู่ที่ว่าใครจะชนะอย่างเดียว แต่ผลของผู้ชนะจะมีส่วนชี้ชะตาทั้งพรรคเอง และยังหมายถึงหน้าตารัฐบาลที่กำลังจะเกิดขึ้นในอนาคตอันใกล้นี้อีกด้วย

วัดราศรีหัวหน้าพรรค

ถึงนาทีนี้แม้ว่าผู้ร่วมชิงชัยจะมี 4 คนด้วยกัน ได้แก่ กรณ์ จาติกวณิช รักษาการรองหัวหน้าพรรค จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รักษาการรองหัวหน้าพรรค และทำหน้าที่รักษาการหัวหน้าพรรค อภิรักษ์ โกษะโยธิน อดีตรองหัวหน้าพรรค และอดีตผู้ว่าฯ กทม. และพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม

          แต่ทุกคนรู้ดีว่าขั้วที่คั่วกันจริงๆ มีแค่สองคนเท่านั้นคือ จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ และกรณ์ จาติกวณิช

จริงอยู่ที่สองรายนี้หลายคนก็ได้คำตอบแล้วว่าใครมาวิน เพราะมองไปถึงอุดมการณ์ที่สองฝ่ายประกาศตั้งไว้คนละมุม (แม้ว่าบางทีทุกอย่างที่เราเห็นผ่านการเขียนสคริปต์ ซ้อมบท? กันไว้แล้วตั้งแต่ต้นก็ตาม)

แต่ถ้าจะวิเคราะห์ประสาซื่อ จะเห็นถึงจุดอ่อนจุดแข็งของทั้งสองฝ่ายไม่ยาก

          “จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์” หรือ “อู๊ดด้า” ถ้าเรามองฐานคะแนนเสียงของพรรคนี้ที่มีสองแรง คือ คนกทม.+คนสะตอ หากแต่เอาเข้าจริงๆ ฐานเสียงภาคใต้นับเป็นฐานเสียงหลัก

ดังนั้นมุมนี้ฝ่ายอู๊ดด้าเรียกว่าดีกรีมากกว่า เพราะเขาคือผู้แทนคนใต้ที่เป็นลูกหม้อของพรรคนี้มาเนิ่นนาน จิตวิญญาณเต็มเปี่ยม ทั้งสำเนียงก็ใช่

เป็นระดับอาวุโสที่เข้าสู่วงการเมืองตั้งแต่ปี 2529 เป็น ส.ส. 11 สมัย (ส.ส.พังงา 6 สมัย และส.ส.บัญชีรายชื่อ 5 สมัย และเคยเป็นรัฐมนตรีในกระทรวงใหญ่หลายกระทรวง

แถมหากมองไปถึงแบ็กอัพอย่างนายหัว ชวน หลีกภัย ที่สำหรับคนใต้ฉายา “เทพเจ้าชวน” ยังคงขายได้เสมอ รวมไปถึงอดีตหัวหน้ามาร์ค และ  บัญญัติ บรรทัดฐาน หรือ โกหยัด อีกหนึ่งตัวพ่อของคนใต้ก็ไม่ธรรมดา

และทั้งหมดนี้สะท้อนออกมาจากผลการเลือกตั้งที่ผ่านมา ว่าจุดยืนของโหม๋เราคนใต้ เอา-ไม่เอาใครกันแน่!

หันมาที่ฝ่าย “กรณ์ จาติกวณิช” ที่เป็น ส.ส.รุ่นน้อง แม้จะเริ่มต้นที่พรรคเดียวกัน แต่เขาเพิ่งทำงานการเมืองช่วงปี 2548

แถมยังเป็น ส.ส.กทม. ที่หากถามความเชื่อมโยงกับคนใต้แล้ว กรณ์ยังห่างจากจุรินทร์ไกลนัก จึงไม่แปลกที่เขาจะเพียรลงพื้นที่ภาคใต้เพื่อทำความเข้าใจกับคนใต้ในหลายประเด็น

          อย่างไรก็ตามหากวัดกึ๋นทางเศรษฐกิจแล้ว กรณ์ดูจะมีภาษีมากกว่า เพราะภาพของหนุ่มโย่งพูดได้ว่าระดับนานาชาติกับความเป็น “รัฐมนตรีคลังโลก” ที่เคยได้รางวัลมาจากฝรั่งมังค่า

และลีลาของเขาในการนำเสนอประเด็นการแก้ปัญหาปากท้องก็รับฟังได้เพลินๆ ทำให้น่าเชื่อว่าหากเขาได้เก้าอี้หัวหน้าพรรคและเข้าร่วมรัฐบาล นโยบายต่างๆ จะถูกดันให้เกิดมรรคผล

อย่างการอ้าง “โพลล์ยกมือ” จากนักธุรกิจใต้ ขณะไปบรรยายหัวข้อ “อนาคตเศรษฐกิจไทย” ที่โรงแรมปุระนคร อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช

           ผลออกมาว่าส่วนใหญ่ยกมือให้พรรคประชาธิปัตย์ร่วมรัฐบาลกับพลังประชารัฐ ขณะที่เมื่อถามถึงประเด็นฝ่ายค้านอิสระ กลับไม่มีใครยกมือเลย ก็นับว่าเป็นไม้เด็ดของกรณ์

งานนี้ถึงไม่บอกโต้งๆ ว่าเอาด้วยกับพรรคพลังประชารัฐ อาจติดที่เคยพูดว่า “ไม่สนับสนุนการสืบทอดอำนาจ” แต่ที่เขาบอกว่า “ผมขอบอกจากใจเลยว่า ผมจะฟังเสียงของประชาชนเป็นหลัก” นี่ก็คือคำตอบ

ทางสองแพร่ง

จากข้างต้นเราได้เห็นทางสองแพร่งที่คนประชาธิปัตย์จะต้องเลือกว่าจะอยู่ข้าง “ฝ่ายค้านอิสระ” ซึ่งนำโดย อู๊ดด้า, ชวน หลีกภัย, อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ และบัญญัติ บรรทัดฐาน

หรือ “ฝ่ายเอาด้วยกับพลังประชารัฐ” ซึ่งนำโดย กรณ์, นิพนธ์ พร้อมพันธุ์, ถาวร เสนเนียม, นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม และจุติ ไกรฤกษ์

แต่ถ้าวัดพลังจากสองทาง-สองแนวนี้ ก็อาจชัดเจนว่าศึกนี้ “ไม่สูสี” เพราะคำว่า “ฝ่ายค้านอิสระ” เวลานี้ก็ถูกปล่อยวาทกรรมว่า “เท่ากับหนุนทักษิณ” อันเป็นลีลาคุ้นเคยที่ค่ายนี้ใช้บ่อยๆ ว่า “ไม่เลือกเราเขามาแน่”

นอกจากเพื่อสะกิด “ต่อมเกลียดแม้ว” ของมวลสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ที่อาจทำให้อู๊ดด้าเสียคะแนนแล้ว หันไปดูหน้าตาทีมแบ็กอัพชนิด “A-list” ของหล่อโย่งอีกที ก็สะท้อนอะไรบางอย่าง

คือ คงไม่ถึงขั้นแมลงสาบแตกรังแบบที่หลายคนเปรียบ แต่ก็พอจะเห็นภาพว่าพลังของนายหัวชวน ลดฮวบอย่างชัดเจนสำหรับคนในพรรค พูดง่ายๆ ว่า ตัวแทนคนสะตอรายนี้กำลัง “ขาลง”

ไม่ต้องนับ ถาวร เสนเนียม ที่เห็นๆ กันอยู่ว่าเอาด้วยกับลุงกำนันสุเทพ เทือกสุบรรณ เจ้าของพรรครวมพลังประชาชาติไทย (หนุนลุงตู่)  ชัดเจนมาตลอด หรือ นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม ที่ก็ชัดเจนว่าไม่เอาหัวหน้ามาร์ค

หากแต่ฝ่าย นิพนธ์ พร้อมพันธุ์ ผู้เป็นอดีตเลขาธิการนายกฯ ชวน และอภิสิทธิ์ มานาน แม้แต่ช่วงนกหวีดครองเมือง เขาเองก็เคยยึดแนวทางของนายหัวชวนที่ประกาศให้พลพรรคยึดอุดมการณ์และระบบรัฐสภา ไม่นำไพร่พลลงท้องถนน ปล่อยให้น้องเขยอย่างลุงกำนันฉายไปเรื่อยๆ หรือแม้แต่ “เสี่ยไก่” จุติ ไกรฤกษ์ ผู้ซึ่งยืนเคียงข้างอดีตหัวหน้ามาร์คมาตลอด ทั้งหมดนี้หันมาเอาด้วยอวยกันกับกรณ์หมด

หรือชัดๆ เลย ขนาดกรณ์เองก็เคยเคียงบ่าเคียงไหล่กับอดีตหัวหน้ามาร์คมาตลอด และแม้แต่อีกสองผู้ลงแข่งขันอย่างอภิรักษ์ โกษะโยธิน และพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค ว่ากันว่าก็ทีมกรณ์ที่ส่งมาตัดคะแนนอีกฝ่ายทั้งสิ้น

          แต่มุมหนึ่งสิ่งนี้ก็ยังสะท้อนว่ากรณ์เองก็มีกำลังภายในมากพอตัว ทั้งดีกรี ลีลา หน้าตา ที่จะสามารถผสานทุกฝ่ายมารวมกัน ดังที่เขาเพิ่งโพสต์เฟซบุ๊กช่วงวันที่ 10 พฤษภาคม ที่ผ่านมาว่า

“ผมขอเป็นสะพานข้ามความขัดแย้งที่จะเชื่อมทุกคนไปสู่ก้าวใหม่ เดินหน้าต่อไปด้วยกัน เพื่อให้พรรคประชาธิปัตย์ที่เรารัก กลับมาเป็นความหวังของประเทศไทยอีกครั้งหนึ่งให้ได้” ในขณะที่วันเดียวกันนั้น คู่แข่งของเขายังเงียบไม่เคลื่อนไหว

สุดท้ายวันนี้ถามว่าใครจะได้เก้าอี้ผู้นำพรรคสีฟ้าเมื่อ “จุดขาย” ของสองตัวเก็ง สิ่งที่อู๊ดด้ามีคือพลังของฐานเสียงภาคใต้ ผู้ไม่เอา พปชร. และขอเป็นฝ่ายค้านอิสระทั้งดีและหล่อ

          กับหล่อโย่งที่ไม่ต้องบรรยายเยอะ พูดมาคำเดียวว่า “ลุงตู่” ก็จบแล้วเกมนี้

ลุงตู่…ไปต่อ วัดใจนักเลือกตั้ง

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/371297?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=scoop

ลุงตู่…ไปต่อ วัดใจนักเลือกตั้ง

11 พฤษภาคม 2562 – 10:10 น.
พลอประยุทธ์ จันทร์โอชา,พรรคพลังประชารัฐ,ลุงตู่,บิ๊กตู่,ลงุตู่ไปต่อ,สืบทอดอำนาจ,คสช,พรรคการเมือง,กกต
เปิดอ่าน 3,836 ครั้ง

รายงานพิเศษ “เนชั่นสุดสัปดาห์” หนังสือพิมพ์คมชัดลึก ฉบับวันที่ 11-12 พฤษภาคม 2562

********************

ถ้ามองว่าเหลือแค่ขั้นตอนขึงไม้ ตีกรอบ กับภาพวาดหน้าตาของรัฐบาลไทย หลังผ่านการร่างเส้น ลงสี แรเงา ตัดขอบ และเซ็นชื่อกำกับผลงาน ก็คงได้

จากที่ช่วงก่อนนี้ไม่กี่วันคนไทยอลหม่านกับกระแสนายกรัฐมนตรีคนกลางที่จะมาแก้ปัญหา “การเมืองเดดล็อก” ถ้า “ลุงตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ไปต่อไม่ได้

แต่ตอนนี้้หลัง กกต. รับรองส.ส.ครบแล้ว สมการของฝ่ายชนะ น่าจะมาทางพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ที่ยึดโยงกับขั้วอำนาจปัจจุบันอย่าง คสช.

และพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา จ่อรอเป็นนายกรัฐมนตรีต่ออีกสมัย แปลว่า “ลุงได้ไปต่อ” ตามคาด!

ฟ้ากว้างทางเปิด

“เฮ้อ…” อาจเป็นเสียงโล่งใจของใครบางคน จะใช่คนที่เพิ่งพูดว่า “ใจหาย” หรือเปล่าไม่ทราบได้ แต่คงจำกันได้กับภาพที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ช่วงวันที่  7 พฤษภาคม ที่ผ่านมา อันเป็นวันสุดท้ายที่ทำงานร่วมกันในการประชุม ซึ่งครม.ครบเต็มคณะครั้งสุดท้ายก่อนที่บางคนลาออกไป

โดยในส่วนของคสช.จากเดิมมี 15 คน เหลือ 11 คน ในส่วนของครม.เดิมมี 36 คน เหลือ 17 คน รวมถึงบิ๊กตู่ในตำแหน่งนายกรัฐมนตรีด้วย แต่ก็ยังมีการประชุมได้ตามปกติต่อไป

วันนั้นบิ๊กตู่กล่าวว่า “5 ปี ไม่ใช่เวลาอันสั้นๆ วันนี้ผมก็รู้สึกใจหาย ได้เห็นหน้าเห็นตากันครบถ้วน ก็หายไปหลายคน”

แน่นอน วันนั้นบิ๊กตู่อาจใจหาย อย่างที่บอกว่า 5 ปี (กับ 10  ซิงเกิล) นั้นไม่สั้นและไม่ง่าย จนหลายคนอดแซวไม่ได้ว่า เพราะตอนนั้นสมการต่างๆ ยังไม่ลงตัวนะสิ!

ยิ่งที่กระแสมาแรงกับคลื่นแทรกคลื่นแซบเรื่องนายกฯ คนกลาง อย่าง “ดร.กบ” อำพน กิตติอำพน ที่รายนี้ก็มีเสียงการันตีจากหลายฝ่ายมาแน่ เพราะเป็นนักบริหารที่ทำงานได้กับทุกรัฐบาล ทุกฟากฝ่าย และยังเลื่องลือว่าเป็นข้าราชการที่ทำงาน มากกว่าแข่งขันเอาหน้าและเล่นพรรคเล่นพวก ทั้งยังผ่านตำแหน่งสำคัญระดับชาติมามากมายเชื่อมือได้ การันตี

สังคมไทยตอนนั้นมองซ้ายมองขวาลุ้นแทนบิ๊กตู่ว่าเอายังไงกันดี!

จนเมื่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ได้ประกาศรับรอง ส.ส.ทั้งสองระบบรวมกัน 498 คน โชะ!

ผลปรากฏว่า พรรคการเมืองฝ่ายที่สนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกรัฐมนตรี ซึ่งนำโดยพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) มีเสียงรวมกัน 253 ที่นั่ง จากพลังประชารัฐ 115 เสียง ชาติไทยพัฒนา 10 เสียง รวมพลังประชาชาติไทย 5 เสียง ชาติพัฒนา 3 เสียง พลังท้องถิ่นไท 3 เสียง รักษ์ผืนป่าประเทศไทย 2 เสียง ประชาชนปฏิรูป 1 เสียง และหากรวมประชาธิปัตย์ 52 เสียง และภูมิใจไทย 51 เสียง และพรรคขนาดเล็กอีก 11 ที่นั่ง

ขณะที่ฝ่ายประกาศรวมพลังในนามฝ่ายประชาธิปไตยนำโดยพรรคเพื่อไทย (พท.) มีคะแนนรวมกันแค่ 245 เสียง จากเพื่อไทย 136 เสียง อนาคตใหม่ 80 เสียง เสรีรวมไทย 10 เสียง เศรษฐกิจใหม่ 6 เสียง ประชาชาติ 7 เสียง เพื่อชาติ 5 เสียง และพลังปวงชนไทย 1 เสียง

แปลว่าพรรคพลังประชารัฐสามารถจัดตั้งรัฐบาลได้ทันที โดยมีบิ๊กตู่คนเดิมเป็นนายกรัฐมนตรีอีกสมัย

 หนทางยิ่งไกลกว่า

แม้เสียงโล่งใจจะดังไปทั้งแผ่นดิน พร้อมๆ กับที่ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวอย่างกรุ้มกริ่มยินดี เมื่อนักข่าวถามความรู้สึกว่า “ก็เป็นเรื่องของ กกต. หน้าที่ของใครก็ของใคร ขอบคุณนะ โชคดีทุกคน”

แต่ทุกอย่างก็คงเป็นไปตามที่บิ๊กตู่กล่าวนั่นแล ว่า “5 ปีนั้นไม่สั้น” (ถามกลุ่มคนอยากเลือกตั้งก็ได้) แต่ขวบปีจากนี้ก็ไม่ง่ายเหมือนกัน

กล่าวคือ แม้จะรู้แล้วว่าใบหน้านายกฯ คนใหม่ที่ลอยมาเป็นใคร เพราะอย่างที่รู้ว่าในการจัดตั้งรัฐบาลต้องใช้เสียงข้างมากในรัฐสภา คือเกินครึ่งจาก ส.ส. 498 คน และส.ว. 250 คน ที่รวมเป็น 748 เสียง คือ 374 เสียง

และอย่างที่รู้อีกว่าในส่วนของส.ว.250 คนนั้น พล.อ.ประยุทธ์ จัันทร์โอชา เป็นผู้นำรายชื่อผู้ได้รับการคัดเลือกเป็นวุฒิสภาขึ้นทูลเกล้าฯ เรียบร้อยแล้ว

ตัวเลขเหนาะๆ ที่พรรคพลังประชารัฐจะได้เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลก็เห็นๆ กันอยู่ว่าประมาณไหน แค่เปิดว่ามีคนนามสกุล “จันทร์โอชา” เป็นหนึ่งใน ส.ว. ก็ชัดเจนไม่ต้องถามซ้ำ

แต่ไม่ว่าจะมั่นใจขนาดไหน เส้นทางหลังจากนี้ต้องดำเนินไปอย่างรัดกุม!

ทั้งนี้ตามปฏิทินการเมืองประเทศไทยคนไทยจะได้นายกรัฐมนตรีคนที่ 30 และรัฐบาลใหม่บริหารประเทศภายในเดือนมิถุนายน 2562 แปลว่าไม่ไกล แต่ก็ไม่ใกล้พอที่จะไม่เกิดการเปลี่ยนแปลงขึ้นระหว่างนี้

ด้านหนึ่งตอนนี้บรรดาผู้ที่ได้รับการประกาศรับรองการเป็น ส.ส. กำลังทยอยเข้ารายงานตัวรับเอกสารรับรองการเป็นส.ส.ที่อาคารรัฐสภาแห่งใหม่ เกียกกาย สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร กันคึกคัก

แต่อีกด้านหนึ่งดูเหมือนว่าขั้นตอนสำคัญที่สุดและสุ่มเสี่ยงที่สุดเวลานี้กลับอยู่ที่การพูดคุยเจรจากันระหว่างพรรคที่จะเข้าร่วมรัฐบาลมากกว่า!

เพราะเรื่องนี้สำคัญชนิดที่ยังไม่ต้องไปว่าไกลถึงการบริหารงานในสภา แต่มันหมายถึงว่าหากเจรจาไม่ลงตัวปัญหาต่างๆ ก็อาจเริ่มก่อตัวขึ้นมาได้ทันที

และการเป็นนายกฯ ของบิ๊กตู่ ที่อาจได้ไปต่อ แต่คำว่า “ต่อ” นั้น ต้องถามว่า “ยาวแค่ไหน!”

ส่องว่าที่รมต.ไทย เก้าอี้ไหน..ใครจอง?

อย่างที่บอก จากนายกฯ คนที่ 29 มาสู่นายกฯ คนที่ 30 คนเดียวหน้าเดิม อาจเหมือนจบ แต่ยังไม่จบ

อย่างที่บอก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา คงรู้ดีว่าต่อให้พรรคพลังประชารัฐ กับพรรคแนวร่วมมากมายได้เข้าไปเป็นรัฐบาล แต่การบริหารนั้นไม่ราบรื่น ด้วยคำว่า “เสียงปริ่มน้ำ” คำที่ฟังดูเย็นแต่ความจริงคือ “ของร้อน”

ดังนั้นเพื่อสกัดทุกอุปสรรคและทุกจุดอ่อน พรรคพลังประชารัฐต้องเริ่มทำตั้งแต่การตั้งรัฐบาลให้ลงตัวเสียก่อน โดยเฉพาะการจัดสรรเก้าอี้รัฐมนตรี ที่จะต้องมั่นใจว่าไม่ทำให้แนวร่วมเปลี่ยนใจ

อย่างกระแสที่ออกมาช่วงวันศุกร์ที่ผ่านมาเกี่ยวกับการแบ่งโควตารัฐมนตรีมีว่า พรรคพลังประชารัฐ จะจัดสรรโควตารัฐมนตรีในส่วนของตัวเองไว้ 13-15 ที่นั่ง แบ่งเป็น 3 กลุ่ม คือ 4 อดีตรัฐมนตรีแถวหน้าอย่าง  อุตตม สาวนายน ที่คาดว่าจะนั่งรัฐมนตรีคลัง, สนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รัฐมนตรีพาณิชย์, สุวิทย์ เมษินทรีย์ รัฐมนตรีการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรมแห่งชาติ, ณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รัฐมนตรีมหาดไทย และพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี

ส่วน กลุ่มสามมิตร ได้ 4 เก้าอี้ คือ สมศักดิ์ เทพสุทิน นั่งรัฐมนตรีกระทรวงเกษตรและสหกรณ์, สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ นั้นระบุว่าอยู่ระหว่างตัดสินใจจะรับตำแหน่งเอง หรือให้หลานชายรับแทน, อนุชา นาคาศัย ยังไม่ชัดเจนและมีความเป็นไปได้ว่า อิทธิพล คุณปลื้ม จะได้นั่งเก้าอี้รัฐมนตรีกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา สันติ พร้อมพัฒน์ คาดว่าจะมีตำแหน่งรัฐมนตรีเช่นเดียวกับ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า, วิรัช รัตนเศรษฐ

ส่วนโควตารัฐมนตรีในสายของลุงตู่ แน่นอนมี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุรรณ รัฐมนตรีกลาโหม, พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีมหาดไทย, สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ นั่งรองนายกฯ ฝ่ายเศรษฐกิจ ขณะที่ยังวางตัว พล.อ.อกนิษฐ์ หมื่นสวัสดิ์ สมาชิก สนช.เพื่อนร่วมรุ่นเตรียมทหารรุ่น 12 เป็น รมต.ด้วย

 ขณะที่ พรรคภูมิใจไทย แม้ว่าหัวหน้าพรรค อนุทิน ชาญวีรกูล ยังปฏิเสธว่า ยังไม่ได้อะไรใดๆ ทั้งสิ้น แต่ข่าวออกมาว่า พรรคอาจได้รับการจัดสรรโควตา รมต. 7 ตำแหน่ง แต่ยังไม่ลงตัวในการเจรจากระทรวงใหญ่ โดยมีกระแสข่าวคนใหญ่ของพรรคไม่โอเคกับการที่พลังประชารัฐกวาดกระทรวงเกรดเอไปหมด โดยเฉพาะคมนาคม จนแว่วมาว่ามีการต่อสายพูดกับพรรคประชาธิปัตย์(ปชป.)ส่วนหนึ่ง ที่ไม่พอใจการแบ่งกระทรวงเช่นกัน จึงหวังร่วมกดดันให้พลังประชารัฐเกลี่ยโควต้าตำแหน่งรัฐมนตรีใหม่

ทั้งนี้เดิมทีว่ากันว่า ค่ายกัญชาต้องการกระทรวงหลักๆ เหมือนกัน คือวางตัว อนุทิน ชาญวีรกุล หัวหน้าพรรคไว้ที่รองนายกฯ, ศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีมหาดไทย, สรอรรถ กลิ่นปทุม รัฐมนตรีคมนาคม, นาที รัชกิจประการ รัฐมนตรีสาธารณสุข และยังมีคนอื่นๆ อีก

ด้านพรรคประชาธิปัตย์ก็ไม่ยอมน้อยหน้าเพราะก็ต้องการกระทรวงสำคัญเหมือนกัน ข่าวว่าบุคคลที่จะเข้ามาดำรงตำแหน่ง คือ จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รัฐมนตรีศึกษาธิการ, กรณ์ จาติกวณิช รัฐมนตรีคลัง, สาธิต ปุติเตชะ รัฐมนตรีเกษตรฯ, และคนอื่นๆ เช่น ถาวร เสนเนียม, อัศวิน วิภูศิริ และจุติ ไกรฤกษ์ ที่รอจ่อเก้าอี้รัฐมนตรีทั้งสิ้น

ขณะที่พรรคชาติไทยพัฒนา บุคคลที่จะมาเป็น รมต. คือสองพี่น้อง กัญจนา และวราวุธ ศิลปาอาชา ไม่หวือหวา ขอแค่กระทรวงพัฒนาสังคมและกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ

จากข้างต้นจะเห็นว่ายังมีเก้าอี้ในบางกระทรวงหลักๆ ที่เห็นชัดว่ายังไม่ลงตัว ต้องแก่งแย่งกันอยู่ โดยเฉพาะกระทรวงคลัง คมนาคม และมหาดไทย

แถมยังมีเรื่องพรรคประชาธิปัตย์ที่ต้องรอผลการแข่งขันลงชิงเก้าอี้หัวหน้าพรรค ซึ่งจะจบในวันที่ 15 พฤษภาคมนี้ ที่น่าแปลกใจว่าในขณะที่ จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ ออกตัวว่าอยู่ข้าง “ฝ่ายค้านอิสระ” แต่ก็ยังมีชื่อเอี่ยวขอนั่งเก้าอี้ รมต.ศึกษาด้วย

ในขณะที่ กรณ์ จาติกวณิช คู่แข่ง ก็ชัดเจนที่กระทรวงคลัง ซึ่งหากเขาได้โหวตเป็นหัวหน้าพรรค ก็ต้องมาต่อรอง ฟาดฟันกับคนอื่นที่ขอเก้าอี้กระทรวงนี้เหมือนกัน

สรุปว่า “บิ๊กตู่” ได้ไปต่อ แต่ขอคิดสักแป๊บ เพราะยังวุ่นเหลือเกิน!