สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดีฯ เสด็จฯทรงเปิดการประชุมสุดยอดผู้นำสตรีนักบริหารแห่งอาเซียน

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/451582

สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดีฯ เสด็จฯทรงเปิดการประชุมสุดยอดผู้นำสตรีนักบริหารแห่งอาเซียน

วันจันทร์ ที่ 4 พฤศจิกายน พ.ศ. 2562, 06.00 น.

สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดีฯ

เสด็จฯทรงเปิดการประชุมสุดยอดผู้นำสตรีนักบริหารแห่งอาเซียน

สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา เสด็จฯมาทรงเป็นประธานในพิธีเปิดการประชุมสุดยอดผู้นำสตรีนักบริหาร เครือข่ายผู้ประกอบการสตรีอาเซียน 2019 (AWEN Women CEOs Summit) ในหัวข้อ การกำหนดทิศทาง ธุรกิจสตรี ก้าวล้ำ สหัสวรรษ 4.0 (Globalization 4.0 and Beyond: Shaping the Future for Women Enterprises) ซึ่งจัดขึ้นเป็นครั้งแรกในประเทศไทย โดยเครือข่ายผู้ประกอบการสตรีอาเซียน (ASEAN Women Entrepreneur Network : AWEN) ร่วมกับ กระทรวงการต่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ และพันธมิตรอื่นๆ ณ ห้องแกรนด์ บอลรูม โรงแรมแกรนด์ ไฮแอท เอราวัณ กรุงเทพ

คุณหญิงณัฐิกา วัธนเวคิน อังอุบลกุล ประธานเครือข่ายผู้ประกอบการสตรีอาเซียน พร้อมด้วย นายดอน ปรมัตถ์วินัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฎ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ นายจุติ ไกรฤกษ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์เฝ้าฯรับเสด็จ จากนั้น คุณหญิงณัฐิกา วัธนเวคินอังอุบลกุล ประธานเครือข่ายผู้ประกอบการสตรีอาเซียนสากล (AWEN) กราบบังคมทูลถวายรายงานถึงที่มาและวัตถุประสงค์ของการจัดประชุม และทูลเชิญทอดพระเนตรวีดิทัศน์กิจกรรมและผลงานของเครือข่ายผู้ประกอบการสตรีอาเซียน

การจัดประชุมผู้นำสตรีนักบริหารเครือข่ายผู้ประกอบการสตรีอาเซียน 2019 เป็นส่วนหนึ่งของการดำเนินงานของเครือข่ายผู้ประกอบการสตรีอาเซียน โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้เป็นเวทีสำหรับผู้นำจากหน่วยงานภาครัฐ-เอกชน รวมทั้งด้านสังคม ได้ร่วมกันออกแบบอนาคตให้กับสตรีภาคธุรกิจเพื่อการขับเคลื่อนเศรษฐกิจสังคมให้ก้าวทันต่อการเปลี่ยนแปลงในยุคดิจิทัลซึ่งสอดคล้องกับภารกิจหลักของเครือข่ายผู้ประกอบการสตรีอาเซียน ในการส่งเสริมและดึงศักยภาพของผู้บริหารสตรีในธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) และธุรกิจขนาดใหญ่ทั่วอาเซียน ให้ออกมาเติมเต็มซึ่งกันและกัน ผ่านการผสานเครือข่าย การให้ความรู้ แลกเปลี่ยนมุมมอง ความคิดเห็น นำไปสู่การยกระดับสถานภาพสตรีในทุกๆ ด้าน ซึ่งจะช่วยให้เกิดการพัฒนาในสังคมไทยและประเทศในกลุ่มอาเซียนไปพร้อมกัน

ในโอกาสนี้ นายจุติ ไกรฤกษ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กราบทูลเบิกผู้เข้ารับพระราชทานของที่ระลึก จำนวน 100 ราย จากนั้น สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดีกรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ทรงกล่าวเปิดงานประชุมผู้นำสตรีนักบริหาร โดยความตอนหนึ่งว่า “…สตรีจะมีบทบาทในฐานะผู้ปฏิบัติงานในกระบวนการพัฒนาได้โดยการทำหน้าที่ต่างๆ ของตนอย่างดีที่สุด เมื่อท่านต้องเป็นที่พึ่งของครอบครัว จงทำให้เต็มกำลังความสามารถ เมื่อท่านทำงานในหน้าที่พนักงานหรือผู้นำสตรีนักบริหาร จงทำหน้าที่ของท่านอย่างดีที่สุดโดยช่วยเหลือผู้อื่นรวมทั้งผู้ที่มาทีหลังท่าน…ในฐานะองค์กรสตรีในวิชาชีพ เครือข่ายผู้ประกอบการสตรีอาเซียนนับว่ามีบทบาทพิเศษที่จะเป็นส่วนหนึ่งของการแก้ปัญหาได้ ในฐานะสตรีในวิชาชีพ แต่ละท่านมีบทบาทพิเศษ ท่านสามารถนำมุมมอง ความต้องการ และความสนใจของสตรีเข้าสู่วาระได้ในหลายระดับ ทั้งภาคเอกชน ภาครัฐและในชุมชน เพื่อเพิ่มความตระหนัก ระดมการสนับสนุนเพื่อรับมือกับความท้าทายต่างๆ และนำทางสู่อนาคตที่ยั่งยืนยิ่งขึ้นสำหรับผู้คนทั้งมวล…”

จากนั้นเสด็จออกจากห้องแกรนด์ บอลรูมเพื่อไปทอดพระเนตรการแสดงนิทรรศการจาก10 ประเทศสมาชิกเครือข่ายผู้ประกอบการสตรีอาเซียน ซึ่งประกอบด้วย บรูไนดารุสซาลาม กัมพูชาอินโดนีเซีย ลาว มาเลเซีย เมียนมา ฟิลิปปินส์สิงคโปร์ เวียดนาม ไทย และประเทศนอกกลุ่มอาเซียน เช่น สาธารณรัฐประชาชนจีน จากนั้นเสด็จกลับ

รู้ทันอาการของโรคเข่าเสื่อม

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/451536

รู้ทันอาการของโรคเข่าเสื่อม

วันจันทร์ ที่ 4 พฤศจิกายน พ.ศ. 2562, 06.00 น.

เข่าเสื่อม เป็นอาการที่มักจะเกิดขึ้นกับผู้สูงวัยที่มีอายุ 50 ปีขึ้นไป ส่วนใหญ่จะพบในผู้ที่มีน้ำหนักตัวมาก มีหน้าท้องยื่น ใช้งานเข่าหนัก เช่น เดินมาก ใส่รองเท้าส้นสูงบ่อยครั้ง เข่าเคยกระแทก หรือเคยเกิดอุบัติเหตุที่เข่า อาการไม่ได้รุนแรงทันที แต่จะค่อยๆ ปวดและมีอาการเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เช่น ได้ยินเสียงกรอบแกรบเวลาเคลื่อนไหว เวลางอหรือเหยียดเข่าจะปวดเสียวแปล๊บใต้ลูกสะบ้าหรือในเข่าลึกๆ หรือปวดแปล๊บเหมือนเข็มทิ่มในเข่าลึกๆ เวลาเคลื่อนไหวแบบบิดเข่าจะปวดหรือเสียวในข้อเข่าหรือใต้ลูกสะบ้าเวลาลงน้ำหนักที่เข่าเต็มที่เมื่อเดินขึ้นหรือลงบันได ฯลฯ

เพ็ญพิชชากร แสนคำ นักกายภาพบำบัด จากคลินิกกายภาพบำบัดอริยะ ชั้น 1 ไลฟ์เซ็นเตอร์ (อาคารคิวเฮ้าส์ ลุมพินี) ได้ให้ข้อมูลว่า ข้อเข่าเป็นข้อต่อที่ใหญ่ที่สุดของร่างกาย เพราะต้องแบกรับน้ำหนักตัวของเราไว้ทั้งหมด เวลาเดินเข่าต้องรับน้ำหนักเพิ่มขึ้นเป็น 1.5 เท่าของน้ำหนักตัวเรา เมื่อเดินขึ้นบันได เข่าจะต้องรับน้ำหนักเพิ่มเป็น 3-4 เท่าของน้ำหนักตัวเรา นั่นแปลว่าเราต้องสร้างกล้ามเนื้อให้แข็งแรงและสมดุลให้มาก เพื่อให้เข่าสามารถแบกรับน้ำหนักทั้งหมดของเราให้ไหว ซึ่งท่านที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยง หรือปวดเข่า มีแนวโน้มอาการข้อเข่าเสื่อม แนะนำให้ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ หรือเข้ารับการตรวจ X-Ray ร่างกาย หากพบว่าช่องว่างระหว่างกระดูกข้อเข่าแคบลง กระดูกผิวข้อบางลง หรืออาจพบกระดูกงอก เหล่านี้คือผลจากภาวะเข่าเสื่อม

ลักษณะอาการของโรคเข่าเสื่อม จะมีลักษณะดังนี้ 1.ปวดเข่าโดยปกติจะปวดเมื่อมีการเคลื่อนไหว หรือมีการเดินลงน้ำหนัก แต่เมื่อพักจะดีขึ้น หรือเมื่อนั่งในท่างอเข่า พับเข่านานๆ จะปวดในข้อเข่าเปลี่ยนท่าทางจะดีขึ้น จังหวะแรกที่จะขยับเข่าเหยียดออกจะปวดมากแต่ถ้าอาการค่อนข้างรุนแรงแล้วจะปวดตลอดเวลา 2.ข้อติดแข็ง ส่วนมากจะพบในตอนเช้าเมื่อตื่นนอนใหม่ๆ หรือเมื่ออยู่ในท่าทางใดท่าทางหนึ่งนานๆ ต่อเนื่องโดยไม่ได้ขยับ 3.บวมรอบข้อเข่า อาจพบร่วมกับอาการแดงและร้อนเมื่อลองคลำบริเวณรอบเข่า 4.มีการผิดรูปของข้อเข่า ซึ่งเกิดจากผิวข้อ (Cartilage) บางลง แล้วตัวกระดูกมีการเสียดสีกัน จนเกิดกระดูกงอก ทำให้เข่าผิดรูปและขยายตัว จึงพบว่าผู้ที่มีเข่าเสื่อมรุนแรงรอบข้อเข่าจะใหญ่ขึ้น 5.มีเสียงดังภายในข้อเข่าเมื่อมีการเคลื่อนไหว ซึ่งเสียงที่เกิดขึ้นอาจมาจากการเสียดสีของผิวข้อภายในข้อเข่า

ทั้งนี้ หากมีลักษณะอาการเพียง 3 ใน 5 ข้อ ก็จัดได้ว่ามีแนวโน้มเป็นอาการของข้อเข่าเสื่อม ซึ่งหากเข่าเสื่อมแล้วต้องผ่าตัดเลยไหม เสื่อมแล้วยังรักษาได้ด้วยหรือ?

คำตอบคือ รักษาได้หากไม่รุนแรงมากถึงขั้นทรมานตลอดเวลา ความเสื่อมที่เกิดไปแล้ว เราทำให้หายเสื่อมไม่ได้
แต่เราสามารถรักษาสภาพข้อต่อหมอนรองข้อเข่าที่มีอยู่ให้ทำงานได้เต็มที่ไม่ให้เสื่อมหรือทรุดมากขึ้น โดยใช้วิธีสร้างกำลังกล้ามเนื้อที่เป็นตัวอุ้มข้อเข่าให้แข็งแรง ให้สมดุล ให้ทนพอต่อการรับน้ำหนักของร่างกาย ซึ่งหากเป็นคนน้ำหนักมากก็ต้องลดน้ำหนัก ช่วงที่ปวดมากต้องพัก อย่าลงน้ำหนักมากให้บาดเจ็บเพิ่ม หน้าที่หลักของกล้ามเนื้อคือ ใช้เคลื่อนไหวส่วนหนึ่งและใช้พยุงข้อต่อต่างๆ อีกส่วนหนึ่งจึงต้องสร้างให้ถูกกับหน้าที่ของแต่ละมัดกล้ามเนื้อให้หล่อเลี้ยงเข่าได้เพิ่มขึ้น เพราะเวลาปวดกล้ามเนื้อก็มักเกร็งรั้งไปหมดทั้งน่องและสะโพก เมื่อกระตุ้นการไหลเวียนเลือด ส่วนที่เกร็งก็จะคลาย ยิ่งทำให้การไหลเวียนดีขึ้น สำหรับส่วนที่ต้องสร้างความแข็งแรงคือ กล้ามเนื้อ เพื่อให้เคลื่อนไหว เดินได้คล่อง สร้างกล้ามเนื้อมัดที่พยุงข้อให้แข็งแรง

ทั้งหมดที่กล่าวมานี้ เป็นการปรับโครงสร้างร่างกายให้สู่สมดุลและสามารถแก้อาการของคนที่ปวดเข่าจากเข่าเสื่อมได้ในกรณีที่ไม่รุนแรงมากถึงขั้นเข่าผิดรูปมาก หากปวดตลอดเวลาทั้งตอนพักและตอนใช้งาน อันนี้ก็คงต้องประเมินกันอีกทีว่าจะดูแลรักษากันในแนวทางไหนถึงจะเหมาะสมกับความรุนแรงที่เป็นอยู่ รวมถึงการพบแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อวินิจฉัยและรักษาอาการอย่างถูกต้องและเหมาะสม

ครั้งแรกในไทย เปิดตัวอินสตอลเลชั่นอาร์ตสุดลํ้า

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/451540

ไดโนเสาร์พันธุ์ไทแรนโนซอรัส (ทีเร็กซ์) ไซส์ยักษ์ ตั้งอยู่หน้าศูนย์การค้าเซ็นทรัล เอ็มบาสซี

ครั้งแรกในไทย เปิดตัวอินสตอลเลชั่นอาร์ตสุดลํ้า

วันจันทร์ ที่ 4 พฤศจิกายน พ.ศ. 2562, 06.00 น.

สร้างกระแสความฮือฮาให้วงการศิลปะระดับโลกอีกครั้ง กับอีกก้าวสำคัญของการสร้างผลงานมาสเตอร์พีซที่เหนือความคาดหมาย เป็นการจัดแสดงงานศิลปะครั้งยิ่งใหญ่ ลำดับที่ 3 ที่ได้จับมือกับพันธมิตรระดับเวิลด์คลาส ในโอกาสฉลองครบ 5 ปี สะท้อนแนวคิด Let Life Inspire You เมื่อ ศูนย์การค้าเซ็นทรัล เอ็มบาสซีจัดงานเปิดตัวผลงานศิลปะสุดล้ำ “SORAYAMASpace Park by AMKK at Central Embassy” เมื่อวันที่ 16 ตุลาคม ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นการเปิดตัวครั้งแรกของประติมากรรมไดโนเสาร์อะลูมิเนียมขนาดมหึมา ท่ามกลางบรรยากาศจำลองพื้นผิวดวงจันทร์ ผลงานครั้งนี้เป็นการร่วมงานกันครั้งแรกระหว่างสองศิลปินระดับโลกชาวญี่ปุ่น Hajime Sorayama (ฮาจิเมะ โซรายามา) และ Azuma Makoto (อาซุมะ มาโกโตะ) แห่งAMKK ที่เปิดโอกาสให้ผู้มาร่วมงานทุกท่านได้ท่องไปในห้วงอวกาศเหนือจินตนาการ ผ่านคอนเซ็ปต์“Space Park” (สเปซ พาร์ค) ผสมผสานโลกแห่งอวกาศสุดแปลกตาเข้ากับโลกธรรมชาติ หลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวอย่างลงตัว โดยงานศิลปะครั้งยิ่งใหญ่นี้ เกิดขึ้นได้ด้วยความร่วมมือกับ Nanzuka (นันซูกะ) และ EchoOneNanzuka (เอคโค่วัน นันซูกะ)

งานเปิดตัวครั้งนี้เผยให้เห็นผลงานศิลปะอินสตอลเลชั่นกลางแจ้งของเจ้าหุ่นไดโนเสาร์อะลูมิเนียมไซส์ยักษ์ ซึ่งมีขนาดใหญ่ที่สุดเท่าที่ Sorayama เคยสร้างมา ด้วยขนาดความยาว 11 เมตร สูง 3.74 เมตร ตั้งตระหง่านอยู่ที่ลานด้านหน้าของเซ็นทรัล เอ็มบาสซี บริเวณชั้น G ผลงานระดับมาสเตอร์พีซชิ้นนี้ถ่ายทอดความเชี่ยวชาญด้านศิลปะสไตล์เรียลลิสติกและเชื่อมโยงกับผลงานภาพวาดไดโนเสาร์ที่เขาเริ่มรังสรรค์มาตั้งแต่ช่วงปี 1980 จนถึงปัจจุบันซึ่ง Sorayama เผยว่า “ผมชอบไดโนเสาร์มานานแล้ว และได้วาดภาพไดโนเสาร์มาหลายภาพ แต่ภาพที่ผมนำมาแสดงในครั้งนี้เป็นไดโนเสาร์พันธุ์ไทแรนโนซอรัส (ทีเร็กซ์) วาดขึ้นมาเพื่อโปรเจกท์นี้โดยเฉพาะ จากนั้นจึงนำภาพวาดนี้มารังสรรค์เป็นประติมากรรมขนาดเท่าตัวจริงตื่นเต้นที่ได้เปิดตัวผลงานชิ้นนี้เป็นครั้งแรกในโลกที่เซ็นทรัล เอ็มบาสซี ก่อนที่จะนำผลงานชิ้นนี้ไปจัดแสดงในเมืองอื่นๆ ทั่วโลก”

ประติมากรรมไดโนเสาร์ชิ้นนี้ถูกตั้งอยู่บนพื้นผิวดวงจันทร์จำลองที่รังสรรค์ขึ้นโดยฝีมือของ Azuma Makoto แห่ง AMKK ศิลปินนักจัดดอกไม้และต้นไม้ชื่อดังระดับโลก ส่วนพื้นที่ด้านในบริเวณชั้น G ของเซ็นทรัล เอ็มบาสซี มีการจัดแสดงประติมากรรมทีเร็กซ์ไซส์เล็กอีก 5 ตัวท่ามกลางแลนด์สเคปที่แตกต่างกัน ไม่ว่าจะเป็นป่า ทะเลทราย ธารน้ำเข็ง ทุ่งหญ้ามอสและทะเลสาบ ผสมผสานกับพื้นผิวดวงจันทร์ได้อย่างสมบูรณ์แบบ “ชื่อ “Space Park” สื่อถึงคอนเซ็ปต์ที่มีความโดดเด่น เพราะในอวกาศไม่มีต้นไม้ ไดโนเสาร์ หรือทะเลสาบ ดังนั้นเราจึงรังสรรค์แลนด์สเคปใหม่ที่ผสมผสานพรรณพืชและไดโนเสาร์ ท่ามกลางบรรยากาศที่แปลกตาเป็นภาพที่ไม่เคยมีใครเห็นมาก่อน เราหวังว่าผลงานชิ้นนี้จะจุดประกายความตื่นตาและความสุขให้กับผู้ชม” AMKK กล่าว

ด้านบรรยากาศภายในงานเปิดตัวผลงานศิลปะได้รับเกียรติจากสองศิลปินระดับโลกชาวญี่ปุ่น Hajime Sorayama และ Azuma Makoto แห่ง AMKK มาร่วมงานในครั้งนี้ด้วย โดยมี บรม พิจารณ์จิตร กรรมการผู้จัดการ ศูนย์การค้าเซ็นทรัล เอ็มบาสซี และพาร์ทเนอร์ คนสำคัญ ชินจิ นันซูกะ แห่ง Nanzuka, แพท-ประกาศิต พรประภา และ ก้อง-กรุณ ซอโสตถิกุลแห่ง EchoOne Nanzuka ร่วมต้อนรับ พร้อมด้วยเบลล่า-ราณี แคมเปน ตลอดจนเหล่าเซเลบริตี้ผู้มีใจรักงานศิลปะและนักสะสมก็มาร่วมงานอย่างคับคั่ง

ขอเชิญร่วมชมผลงานศิลปะระดับโลกสุดล้ำ โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย พร้อมยังมีสินค้าลิมิเต็ดเอดิชั่นให้ช้อปกันได้ ตั้งแต่วันนี้จนถึงวันที่ 17 พฤศจิกายน 2562 ระหว่างเวลา 10.00-22.00 น. ณ บริเวณชั้น G ศูนย์การค้าเซ็นทรัล เอ็มบาสซี

ไดโนเสาร์พันธุ์ไทแรนโนซอรัส (ทีเร็กซ์) ไซส์ยักษ์ ตั้งอยู่หน้าศูนย์การค้าเซ็นทรัล เอ็มบาสซี

ไดโนเสาร์พันธุ์ไทแรนโนซอรัส (ทีเร็กซ์) ไซส์ยักษ์ ตั้งอยู่หน้าศูนย์การค้าเซ็นทรัล เอ็มบาสซี
ประติมากรรมทีเร็กซ์ไซส์เล็กอีก 5 ตัว ท่ามกลางแลนด์สเคปที่แตกต่างกัน

ประติมากรรมทีเร็กซ์ไซส์เล็กอีก 5 ตัว ท่ามกลางแลนด์สเคปที่แตกต่างกัน
พลอย ปิ่นแสง, คิม วิสุทธารมณ์, จุฬาลักษณ์ ปิยะสมบัติกุล และ อธิวัฒน์ ตู้ทองคํา

พลอย ปิ่นแสง, คิม วิสุทธารมณ์, จุฬาลักษณ์ ปิยะสมบัติกุล และ อธิวัฒน์ ตู้ทองคํา
นคร สัมพันธารักษ์

นคร สัมพันธารักษ์
สินค้าลิมิเต็ดเอดิชั่น ฝีมือการออกแบบของ Sorayama และ AMKK
ที่ทำขึ้นเพื่องานนี้โดยเฉพาะ

สินค้าลิมิเต็ดเอดิชั่น ฝีมือการออกแบบของ Sorayama และ AMKK ที่ทำขึ้นเพื่องานนี้โดยเฉพาะ
สินค้าลิมิเต็ดเอดิชั่น ฝีมือการออกแบบของ Sorayama และ AMKK
ที่ทำขึ้นเพื่องานนี้โดยเฉพาะ

สินค้าลิมิเต็ดเอดิชั่น ฝีมือการออกแบบของ Sorayama และ AMKK ที่ทำขึ้นเพื่องานนี้โดยเฉพาะ
ม.ล.อรรถดิศ ดิศกุล

ม.ล.อรรถดิศ ดิศกุล
ประณัย พรประภา, กรุณ ซอโสตถิกุล และ ประธานวงศ์
พรประภา

ประณัย พรประภา, กรุณ ซอโสตถิกุล และ ประธานวงศ์ พรประภา
กรุณ ซอโสตถิกุล, ประกาศิต พรประภา, อาซุมะ มาโกโตะ, ฮาจิเมะ โซรายามา, บรม พิจารณ์จิตร และ ชินจิ นันซูกะ

กรุณ ซอโสตถิกุล, ประกาศิต พรประภา, อาซุมะ มาโกโตะ, ฮาจิเมะ โซรายามา, บรม พิจารณ์จิตร และ ชินจิ นันซูกะ

เบาหวานควบคุมได้…สมาคมโรคเบาหวานฯ เร่งระดมทุกภาคส่วนร่วมสร้างเครือข่ายสู่ความสำเร็จ

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/451537

เบาหวานควบคุมได้…สมาคมโรคเบาหวานฯ เร่งระดมทุกภาคส่วนร่วมสร้างเครือข่ายสู่ความสำเร็จ

วันจันทร์ ที่ 4 พฤศจิกายน พ.ศ. 2562, 06.00 น.

ผู้ป่วยเบาหวานในประเทศไทยที่สามารถควบคุมระดับน้ำตาลได้มีเพียงร้อยละ 40 แม้ในการดูแลรักษาผู้ป่วยโรคเบาหวานจะมียาในการรับประทาน รวมถึงมีการให้อินซูลิน แต่องค์ประกอบที่จะทำให้ผู้ป่วยสามารถควบคุมระดับน้ำตาลได้ ต้องอยู่ที่การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมและวิถีชีวิตของผู้ป่วยด้วย ซึ่งไม่ใช่เรื่องง่าย จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องมี “เครือข่าย” หรือ “กลุ่ม” รวมถึงชุมชนเข้ามามีส่วนร่วมในการส่งเสริม สนับสนุน และปรับสภาพแวดล้อมเพื่อให้การปรับเปลี่ยนเกิดขึ้นอย่างยั่งยืน จึงเป็นที่มาในการดำเนินงานของทุกภาคส่วน โดยมี สมาคมโรคเบาหวานแห่งประเทศไทยในพระราชูปถัมภ์ฯ เป็นแกนนำ ร่วมกับกรมการแพทย์ 13 เขตสุขภาพ กระทรวงสาธารณสุข และสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) โดย บริษัท ซาโนฟี่-อเวนตีส (ปรเทศไทย) ร่วมสนับสนุนการจัดสัมมนา “การแลกเปลี่ยนเรียนรู้การสร้างเครือข่ายและชมรมเบาหวานของประเทศไทย” ณ โรงพยาบาลราชวิถี เมื่อเร็วๆ นี้

นายแพทย์ณรงค์ อภิกุลวณิช รองอธิบดีกรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข เปิดเผยว่า ปัจจุบันคนไทยป่วยเป็นเบาหวานประมาณ 5 ล้านคน และมีแนวโน้มเป็นเบาหวานเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ จากปีพ.ศ.2534 คนไทยเป็นเบาหวานร้อยละ 2.3 และปี 2557 เพิ่มขึ้นเป็นร้อยละ 8.9 เสียชีวิตจากโรคเบาหวานและภาวะแทรกซ้อนถึงร้อยละ 21.96 และยังควบคุมระดับน้ำตาลได้น้อยเพียงประมาณร้อยละ 40 มีผู้ป่วยเพียงร้อยละ 12 เท่านั้นที่สามารถควบคุมทั้ง3 อย่าง คือ ระดับน้ำตาล ไขมัน และความดันโลหิต ทำให้ประเทศไทยต้องสูญเสียค่าใช้จ่ายในการรักษาโรคเบาหวานเฉลี่ยสูงถึง 47,596 ล้านบาทต่อปีและหากมี 3 โรคร่วมด้วย ได้แก่ความดันโลหิตสูง หัวใจ และหลอดเลือดสมองทำให้ต้องสูญเสียค่าใช้จ่ายประมาณ3 แสนล้านบาทต่อปี

นายแพทย์เพชร รอดอารีย์ เลขาธิการสมาคมโรคเบาหวานแห่งประเทศไทยฯ กล่าวว่า แนวทางในการรักษาผู้ป่วยเบาหวานจะต้องประกอบด้วยหลายส่วน ทั้งการให้ความรู้และสร้างทักษะเพื่อการดูแลโรคเบาหวานด้วยตนเอง การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้ชีวิตของคนไข้  การให้ยาเพื่อควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด และการตรวจระดับน้ำตาลในเลือดด้วยตนเอง ซึ่งการให้ความรู้เพื่อให้ผู้ป่วยเบาหวาน ผู้ดูแลและผู้ที่มีความเสี่ยง มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับโรคเบาหวาน วิธีการดูแลรักษาโรคเบาหวาน สร้างทักษะเพื่อการดูแลตนเองอย่างถูกต้อง และให้ความร่วมมือในการรักษาอย่างต่อเนื่อง  เพราะฉะนั้น รูปแบบการสื่อสารระหว่างแพทย์และผู้ป่วย จะต้องอาศัยความสัมพันธ์แบบพึ่งพา เป็นการหารืออภิปรายแลกเปลี่ยนกันและกัน จนเห็นพ้องต้องกัน จึงจะทำให้เกิดความรู้ความเข้าใจอย่างถ่องแท้ และปฏิบัติได้อย่างยั่งยืน

ทั้งนี้ การจะทำให้ผู้ป่วยเบาหวานสามารถควบคุมระดับน้ำตาลได้ดีขึ้นนั้น จะต้องอาศัยมิติเชิงสังคมและวัฒนธรรมด้วยตามแบบแผนการดูแลโรคเรื้อรังจะต้องประกอบด้วย 2 ส่วน ได้แก่ ระบบสุขภาพ และชุมชนซึ่งจะเป็นส่วนที่สำคัญ เนื่องจากเมื่อคนไข้ได้รับความรู้และการดูแลจากระบบแล้ว จะต้องกลับไปใช้ชีวิตอยู่ในบ้าน ในชุมชน สภาพแวดล้อมของคนไข้ส่วนใหญ่จึงอยู่ที่ชุมชน เพราะฉะนั้น การที่จะทำให้ผู้ป่วยเบาหวานสามารถดูแลตนเอง ควบคุมระดับน้ำตาลได้ดีอย่างยั่งยืน จะต้องอาศัยครอบครัวและชุมชนเข้ามามีส่วนร่วม ช่วยในการสนับสนุนอำนวยความสะดวก เพื่อให้มีสิ่งแวดล้อมที่เอื้อจะทำให้ผู้ป่วยเบาหวานดูแลตนเองได้ดีขึ้น แต่หากมุ่งเน้นการดูแลแต่เฉพาะในสถานพยาบาลจะไม่สำเร็จ

ทั้งนี้ เป้าหมายหลักของการมีกลุ่มสนับสนุนหรือเครือข่ายผู้ป่วยเบาหวานที่ช่วยเหลือ ประคับประคอง ส่งเสริมสนับสนุน เพื่อให้ผู้ป่วยสามารถเผชิญกับความวิตกกังวล ลดความรู้สึกที่ต้องแยกตัวออกจากสังคม เพื่อความสามารถในการเผชิญกับความเจ็บป่วย มีการรับรู้ที่ถูกต้อง รู้จักแหล่งให้ความช่วยเหลือและพัฒนาศักยภาพในการดูแลตนเอง ทั้งนี้มีงานวิจัยในต่างประเทศ พบว่า การมีกลุ่มสนับสนุนของผู้ป่วยเบาหวาน ทำให้การควบคุมระดับน้ำตาลของผู้ป่วยเบาหวานดีขึ้นอย่างชัดเจน เช่น หากผู้ป่วยมีความตั้งใจที่จะงดรับประทานอาหารหวาน มัน เค็ม แต่คนในชุมชนไม่เข้าใจแล้วติว่าอาหารไม่อร่อย ผู้ป่วยก็อาจจะท้อและเลิกทำ แต่หากมีกลุ่มหรือเครือข่ายที่เข้าใจกัน ก็จะคอยส่งเสริมสนับสนุน ทำให้ผู้ป่วยมีกำลังใจที่จะทำสิ่งนั้นๆ เพื่อควบคุมระดับน้ำตาลตนเองต่อไปได้”

ศาสตราจารย์ คลินิก นายแพทย์วีระศักดิ์ ศรินนภากร กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) กล่าวเสริมว่า ทุกส่วนต้องมีส่วนในการดูแลสุขภาพของตัวเองและครอบครัวด้วย การให้ความรู้เพื่อจัดการตนเองในผู้ป่วยเบาหวานจึงสำคัญ และความรู้ความเข้าใจที่เจ้าหน้าที่ให้ไปนั้นจะต้องส่งผลกระทบต่อพฤติกรรมและเกิดการเปลี่ยนแปลง โดยที่ผู้ป่วยสามารถทำพฤติกรรมนั้นได้เอง แม้ไม่มีเจ้าหน้าที่หรือผู้ให้ความรู้อยู่ด้วย ดังนั้น ผู้ที่ทำหน้าที่ให้ความรู้จะต้องรู้จักเรื่องการพูดเพื่อสร้างแรงจูงใจด้วย และต้องแสดงให้ผู้ป่วยรับรู้ได้ถึงความใส่ใจและปรารถนาดีจึงได้แนะนำแนวทางการปฏิบัติตน เพราะคนไข้ไม่ได้ใส่ใจมากนักว่าผู้ที่สอนมีความรู้มากแค่ไหน แต่สนใจว่าคนนั้นแคร์หรือห่วงใยเขาจริงใจหรือไม่ซึ่งหากทำให้อาสาสมัครสาธารณสุข (อสม.) ที่มีอยู่กว่า 1 ล้านคน เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของการให้ความรู้เพื่อปรับเปลี่ยนพฤติกรรมและการดูแลตนเองของผู้ป่วยเบาหวานก็น่าจะได้ผล เพราะอสม.เป็นคนคุ้นเคยอยู่ในชุมชน ผู้ป่วยย่อมมีความไว้วางใจ โดยอาจจะต้องเพิ่มเติมแนวทางหรือองค์ความรู้การดูแลผู้ป่วยเบาหวานให้อสม.เพิ่มขึ้น เพื่อนำไปแนะนำผู้ป่วยต่อไป

อย่างไรก็ตาม การมีกลุ่มสนับสนุนและการสร้างเครือข่ายสามารถเกิดขึ้นได้จริง โดย โรงพยาบาลพุทธชินราช จังหวัดพิษณุโลก เป็นต้นแบบของความสำเร็จในการควบคุมโรคเบาหวานและการสร้างเครือข่ายในพื้นที่ Life Long NCDs นายแพทย์วิรัช ศิริกุลเสถียร อายุรแพทย์ โรงพยาบาลพุทธชินราช กล่าวว่า นวัตกรรม Life Long NCDs ซึ่งเป็นการช่วยให้คนมีชีวิตยืนยันปลอดจากโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) มีแนวคิดว่าจะต้องดำเนินการในทุกกลุ่มวัย เชื่อมโยงทุกภาคี ดูแลระดับบุคคล ครอบครัวชุมชน จึงมีการเริ่มต้นตั้งแต่การตั้งครรภ์ที่มีคุณภาพ การมีคลินิกติดตามเด็กและมารดาหลังคลอด จัดการเรื่องเบาหวานในเด็กและวัยรุ่นด้วยการมีสถานศึกษา/โรงเรียนต้นแบบ โรงเรียนหุ่นดีด้วยการเข้าไปคัดกรองเด็กนักเรียนที่มีภาวะอ้วนลงพุง แล้วแนะนำแนวทางปฏิบัติในการลดน้ำหนักของแต่ละคน โดยมีการติดตามความเปลี่ยนแปลงโดยเจ้าหน้าที่อย่างต่อเนื่อง  เช่น  เด็กบางคนดื่มชานมไข่มุกทุกวัน เมื่อเจ้าหน้าที่วัดน้ำหนักก่อนการปรับพฤติกรรม และแนะนำให้เปลี่ยนพฤติกรรมเริ่มต้นจากสิ่งที่เด็กน่าจะทำได้ จากดื่มทุกวันเป็นวันเว้นวันและค่อยๆปรับไปเรื่อย จากนั้นวัดน้ำหนักซ้ำใน 1 เดือนเมื่อเด็กเห็นว่าน้ำหนักลดจริงก็จะมีกำลังใจที่จะทำต่อๆ ไป  ซึ่งมีการศึกษาการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นของการรับรู้ความสามารถของตนการกำกับตนเอง พฤติกรรมดูแลตนเองและน้ำหนักตัวหลังกิจกรรมเสร็จสิ้น 4 สัปดาห์ พบว่านักเรียนม.ปลายที่มีโภชนาการเกินมีน้ำหนักตัวลดลงที่ร้อยละ65 โดยมีน้ำหนักตัวคงที่ 24 คน และเพิ่มขึ้น 11 คน รวมถึงการดึงชุมชนเข้ามามีส่วนร่วม ด้วยการดำเนินโครงการเครือข่ายราชการต้นแบบ แกนนำสุขภาพภาครัฐ โรงงานต้นแบบ วัดต้นแบบ และชุมชนต้นแบบ เป็นการดึงทุกภาคส่วนเข้ามามีส่วนร่วม โดยการเข้าไปแนะนำถึงการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเพื่อให้ลดความเสี่ยงของโรค  เช่น  ครัวต้นแบบ การให้ร้านอาหารในพื้นที่ มีเมนูอาหารที่เค็มน้อยอร่อยดี เป็นเมนูทางเลือกสำหรับประชาชนอย่างน้อย 1-3 เมนู

(ขวา) นพ.วิรัช ศิริกุลเสถียร และตัวแทนเครือข่าย รพ.พุทธชินราช

ตัวอย่างชุมชนต้นแบบ คือที่ “ชุมชนจอมทอง” อ.เมือง ซึ่งมีวิสัยทัศน์ชุมชนที่ให้ชาวจอมทองสุขภาพพอเพียง ผู้นำชุมชนจึงมีนโยบายสาธารณะในเรื่องเหล้า บุหรี่ ห้ามเผาหญ้า โรงเรียนปลอดก๊อบแก๊บ ร้านค้าต้นแบบ ร้านนี้ดีมีเมนูอ่อนหวาน ร้านนี้เกลือเจือจาง ล้อมรั้วด้วยรักปลูกผักสวนครัว วัดปลอดพระ(อ้วน) เครือข่ายพระบิณฑบาตความทุกข์ด้วยการนิมนต์พระเยี่ยมบ้านผู้ป่วยติดบ้านติดเตียง เป็นต้น เมื่อมีการขับเคลื่อนทั้งชุมชนเช่นนี้ ส่งผลให้การรายงานอัตราการเกิดภาวะแทรกซ้อนเฉียบพลันในผู้ป่วยเบาหวานของโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) จอมทอง เป็น 0 ตั้งแต่ปีพ.ศ.2559-2562

เหล่านี้เป็นสิ่งที่สะท้อนให้เห็นว่าปัจจัยหนึ่งของความสำเร็จในการควบคุมระดับน้ำตาลของผู้ป่วยเบาหวานนั้นจำเป็นที่จะต้องมีเครือข่ายที่เข้าใจและพร้อมดำเนินการไปด้วยกัน  รวมถึงการส่งเสริมสนับสนุนจากครอบครัวและชุมชน

คุณแหน : 4 พฤศจิกายน 2562

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/451581

650935

คุณแหน : 4 พฤศจิกายน 2562

วันจันทร์ ที่ 4 พฤศจิกายน พ.ศ. 2562, 06.00 น.

●● พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย และ สันติ พร้อมพัฒน์ รมช.คลังเป็นประธานพิธีมอบรางวัล ASA Real Estate Awards ในงาน ASA Real Estate Forum 2019 จัดโดย สมาคมสถาปนิกสยาม ในพระบรมราชูปถัมภ์ (ASA) พร้อมดินเนอร์ทอล์ก“Smart & Innovative CITIES FOR ALL”  ทัศนีย์ เกียรติภัทราภรณ์  สุขสันติ์  ชื่นอารมย์ ผศ.ดร.วิจิตรบุษบา มารมย์  8 พ.ย.18.30 น. รอยัลพารากอน ฮอลล์ 3  ชั้น 5 ศูนย์การค้าสยามพารากอน…

●● ข่าวมงคลของภัทร วัฒนกูล บุตร พลตรี ผศ.นพ.กิฎาพล-พักตร์รำไพ วัฒนกูล จะฉลองมงคลสมรสกับภญ.จิตราวรรณ อดิศัยภารตี บุตรี ศิระวัฒน์-รัตนา อดิศัยภารตี 9 พ.ย. 12.00 น. ณ ห้องศาลาไทย บอลรูม ชั้น 5 รร.แบงค็อก แมริออทมาร์คีส์ ควีนส์ปาร์ค สุขุมวิท 22…

●● เพื่อนๆ เภสัช มช. รุ่น 43 ร่วมยินดีที่ ภก.สะเรียง กิจจรูญชัย ที่ได้เป็น Country Manager ของKantus-MGS ที่พม่า พร้อมเตรียมนัดหมายกันจะไปเลี้ยงรุ่นที่ย่างกุ้งด้วย…

●● ศ.นพ.บรรณกิจ โลจนาภิวัฒน์ คณบดีคณะแพทย์ฯ มช. และ นพ.ชัยวัฒน์ บำรุงกิจ ร่วมต้อนรับศิษย์เก่าที่มาประชุมวิชาการโอกาสครบรอบสถาปนา 60 ปี คณะแพทยศาสตร์ มช. กว่า 500 คน โดยมี รศ.นพ.สมศักดิ์ เชาว์วิศิษฐ์เสรี,นพ.อนุวัฒน์ศุภชุติกุล นพ.สมพร คำผง และ ผศ.ดร.ธัญญานุภาพ อานันทนะ มาเป็นKeynote lecturers…

●● รศ.ดร.ชนินทร์ ทินนโชติ นายกสมาคมนักเรียนเก่าเนเธอร์แลนด์ฯชวนนักเรียนเก่าร่วมงานสังสรรค์ Tulip Nightเย็น 15 พ.ย. ณ สถานทูตเนเธอร์แลนด์ สอบถาม 089-2041446…

●● สำหรับนักบริหารหรือผู้สนใจเรียนต่อ ป.โท ที่นิด้า รศ.ดร.อัชกรณ์ วงษ์ปรีดี ผอ.หลักสูตรการจัดการภาครัฐและเอกชนมหาบัณทิต (MPPM) ภาคพิเศษ นิด้า (เรียนเฉพาะวันอาทิตย์) แจ้งเปิดรับสมัครนักศึกษาใหม่ รุ่นที่ 25 ถึง 15 พ.ย. โทร.086-9719292…

●● อัจฉรา เจริญพร ผอ.ฝ่ายทรัพยากรมนุษย์และสื่อสารองค์กร บมจ.ทางยกระดับดอนเมือง เป็นแม่งานจัดโครงการ “สมุด Green Way 2019” ร่วมกับศูนย์การค้าฟิวเจอร์ปาร์ครังสิต  ขอรับบริจาคใบเสร็จค่าผ่านทาง กระดาษที่ใช้แล้วมาผลิตเป็นสมุดโน้ต เพื่อนำไปมอบให้กับนักเรียนในโรงเรียนต่างๆ ทั่วประเทศ Tollway Call Center : 1233…

●● ประวรา เอครพานิช  แห่ง บูติคนิวซิตี้ฯ แจกความคุ้ม  “โปร 11.11” ชิ้นที่สอง 11 บาท กับชุดสวยของ กี ลาโรช   ลอฟฟิเซีย  ซีแอนด์ดี จีเอสพี  จู๊สส์  เอ-เมส เริ่ม 1 พ.ย. ทุกสาขาทั่วประเทศ ออนไลน์ 24 ชั่วโมง  Line@ และเฟซบุ๊คแฟนเพจ Guy Laroche, LOFFICIEL, C&D, GSP, Jousse  A’MAZE…

●● ชุมสาย มณีน้อย และกลุ่มเพื่อนสนิทศิษย์เก่าเซนต์ฟรัง รุ่น 2497 ชื่นชมยินดี กับ จีรวรรณ(วรดิลก) พนมยงค์…ที่ลูกชายสุดที่รักคนเดียวศ.ดร.รุธิร์ พนมยงค์ ได้รับแต่งตั้ง จากสภามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ให้ดำรงตำแหน่งคณบดี คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี…

●● ครบ 1 ปี ไอคอนสยาม  ชฎาทิพ จูตระกูล บอสใหญ่ ตั้งใจเนรมิตงานครบรอบ “The Celebrations of Glory  ICONSIAM” เฉลิมฉลองสุดอลังการ ด้วยมหัศจรรย์การแสดงและโปรโมชั่นยิ่งใหญ่ตลอด 3 วันของการจัดงาน  8-10 พ.ย. เวลา 10.00-22.00 น. ณ ไอคอนสยาม ถนนเจริญนคร…●●

คุณแหน

สมาคมการค้าส่งเสริมธุรกิจไทย-จีน และเอเชียอาคเนย์ ประชุมสุดยอดผู้ประกอบการไทย เพื่อรุกตลาดจีน ก้าวสู่ยุค 5.0

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/451446

สมาคมการค้าส่งเสริมธุรกิจไทย-จีน และเอเชียอาคเนย์ ประชุมสุดยอดผู้ประกอบการไทย เพื่อรุกตลาดจีน ก้าวสู่ยุค 5.0

วันอาทิตย์ ที่ 3 พฤศจิกายน พ.ศ. 2562, 06.00 น.

“จีน” เป็นประเทศที่มีประชากรมากที่สุดในโลก ผงาดเป็นมหาอำนาจเศรษฐกิจอันดับหนึ่ง ท่ามกลางการเจริญเติบโตอย่างรวดเร็ว ด้วยจำนวนประชากรที่มากที่สุดและกำลังซื้อสูง ซึ่งตลาดจีนได้ขึ้นชื่อว่าเป็นตลาดที่ใหญ่ที่สุดในโลกด้วยเช่นเดียวกัน การเจาะตลาดจีนนั้นไม่ใช่เรื่องง่ายในยุคที่พลิกการค้าทางธุรกิจเข้าสู่ยุคดิจิทัลที่มีบทบาทและทรงอิทธิพลมากในปัจจุบัน ประเด็นนี้อาจกลายเป็น Pain Point สำคัญสำหรับผู้ประกอบการไทยที่ต้องการเจาะตลาดจีนไม่รู้จะเริ่มต้นอย่างไร

สมาคมการค้าส่งเสริมธุรกิจไทย-จีนและเอเชียอาคเนย์ (Chinese and Southeast Asia Business Trade Association) ให้การส่งเสริมการค้าระหว่างไทย-จีน และประเทศในกลุ่มเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยสมาคมฯ มีบทบาทหน้าที่หนุนผู้ประกอบการไทยกลุ่มสมาชิกที่ต้องการขยายธุรกิจไปยังประเทศจีนและกลุ่ม CLMV โดยเชื่อมโยงธุรกิจให้เกิดการค้าระหว่างประเทศและผลักดันให้ผู้ประกอบการไทยประสบความสำเร็จในการทำธุรกิจระหว่างประเทศไทย-จีน และอาเซียนได้อย่างยั่งยืน

ดร.พิษณุ เหรียญมหาสาร นายกสมาคมการค้าส่งเสริมธุรกิจไทย-จีน และเอเชียอาคเนย์ เปิดเผยว่า การจัดงานประชุมสุดยอดผู้ประกอบการไทย เพื่อรุกตลาดจีน ก้าวสู่ยุค 5.0 Advance innovation “CLICK CHINA เกาะติด TREND จีน 2020” เพื่อส่งเสริมสนับสนุนนักธุรกิจรุ่นใหม่ ผู้ประกอบการไทยที่ต้องการทำธุรกิจ Startup กับจีน และกลุ่มประเทศอาเซียน CLMV โดยจุดประสงค์สำคัญ คือ การส่งเสริมธุรกิจไทยยุคใหม่ก้าวเข้าสู่ยุคดิจิทัลที่มีอิทธิพลต่อการทำธุรกิจมากที่สุดในปัจจุบัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการทำธุรกิจการค้ากับจีน และกลุ่มประเทศอาเซียนที่พลิกผันเข้าสู่ยุคดิจิทัลเต็มรูปแบบอย่างรวดเร็ว ดังนั้นผู้ประกอบการไทยที่ต้องการจะทำธุรกิจหรือขยายตลาดทำการค้าในจีนจำเป็นเข้าใจกลยุทธ์การตลาดจีนในยุคที่เทรนด์การตลาดดิจิทัลมาร์เก็ตติ้งมาแรงอันดับหนึ่งในจีน

สมาคมฯ จึงได้จัดการประชุมสุดยอดผู้ประกอบการไทย เพื่อรุกตลาดจีน ก้าวสู่ยุค 5.0 สร้างความพร้อมให้ผู้ประกอบการไทยได้เตรียมตัวก่อนไปทำการตลาดจีนได้อย่างถูกต้อง ซึ่งรวมสุดยอดกูรูการตลาดจีน ร่วมแชร์ความรู้และแชร์ประสบการณ์ทางการตลาดจีน ได้แก่ สุวัฒน์ รักทองสุข CEO LertGlobal Group นักการตลาดจีนแนวหน้าของไทยที่แชร์กลยุทธ์การทำ Digital Marketing จีน, ศิวัช ปทุมวาสนา Vice President, ChinaStrategy, SCB แชร์แนวโน้มเศรษฐกิจจีน และ Trend ในปี 2020, Mr.Sun Lei (ซุน เหล่ย) General Manager CTRIP แพลตฟอร์มการ ท่องเที่ยวยักษ์ใหญ่ของจีน แชร์ Trend การตลาดนักท่องเที่ยวชาวจีน และ Mr.Michael Guo (ไมเคิล กัว) President BESKE ผู้นำเข้าสินค้ารายใหญ่ของจีน แชร์เรื่องของแนวโน้ม ทิศทาง และพฤติกรรมของผู้บริโภคชาวจีนเป็นอย่างไร นำไปสู่การพัฒนายกระดับผู้ประกอบการไทยในยุคดิจิทัล เพื่อส่งเสริมผู้ประกอบการทำธุรกิจไทย-จีน ได้อย่างถูกต้อง และทันเหตุการณ์ เร่งการกระตุ้นให้ธุรกิจไทยเข้าสู่ยุค 6.0 โดยเร็ว

Health News : ออสเตรียห้ามสูบบุหรี่ตามบาร์และร้านอาหาร

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/451441

news_default

Health News : ออสเตรียห้ามสูบบุหรี่ตามบาร์และร้านอาหาร

วันอาทิตย์ ที่ 3 พฤศจิกายน พ.ศ. 2562, 06.00 น.

สมาชิกรัฐสภาออสเตรียผ่านความเห็นชอบคำสั่งห้ามสูบบุหรี่ตามบาร์และร้านอาหารแล้วนับตั้งแต่วันศุกร์นี้ ทำให้ออสเตรียเป็นหนึ่งในประเทศแถบยุโรปล่าสุดที่ออกคำสั่งห้ามสูบบหรี่ภายในอาคารตามสถานที่สาธารณะ หลังจากมีการโต้แย้งและคัดค้านมานานหลายปี ออสเตรียมีประชากรสูบบุหรี่ราว 1 ใน 4 ของจำนวน 8.8 ล้านคน เกินกว่าค่าเฉลี่ยของยุโรปซึ่งอยู่ที่ร้อยละ 18 แต่มีการเรียกร้องให้ออกคำสั่งห้ามสูบบุหรี่มานานกว่าทศวรรษ เดิมออสเตรียถือว่าการสูบบุหรี่ในบาร์และร้านอาหารที่มีพื้นที่ใหญ่กว่า 50 ตารางเมตร เป็นสิ่งที่ถูกกฎหมาย โดยต้องมีการจัดพื้นที่สูบบุหรี่ไว้โดยแยกต่างหาก แต่กฎระเบียบดังกล่าวไม่ได้มีการปฏิบัติอย่างเคร่งครัด อย่างไรก็ตาม ปัจจุบัน มีร้านอาหารและร้านกาแฟในออสเตรียห้ามสูบบุหรี่เป็นจำนวนมากขึ้น

แหวกฟ้าหาฝัน : Alfons Mucha in Central Gallery of Prague

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/451443

แหวกฟ้าหาฝัน : Alfons Mucha in Central Gallery of Prague

วันอาทิตย์ ที่ 3 พฤศจิกายน พ.ศ. 2562, 06.00 น.

นักท่องเที่ยวที่มาเมืองปราก ไม่เพียงต้องไปสถานที่ท่องเที่ยวที่ห้ามพลาดนั่นคือ เมืองเก่าเพื่อชมหอนาฬิกาอันแสนสวยงามและเลื่องชื่อ และสะพาน Charles ที่ครั้งหนึ่งแสนจะโรแมนติกเท่านั้น ระหว่างทางจากหอนาฬิกาไปถึงสะพานนั้นยังมีห้องภาพที่เป็นสวรรค์ของนักท่องเที่ยวที่ชื่นชอบงานของศิลปินระดับเจ้าพ่อ 3 คนคือ Andy Warholเจ้าพ่อ Pop Art, Alfons Mucha เจ้าพ่อArt Nouveau แห่งสาธารณรัฐเช็ก และ Salvador Dai เจ้าพ่องานแนวSurrealism ให้เยือนด้วย การจัดแสดงของมิวเซียมแห่งนี้แบ่งเป็น 3 ชั้นโดยแต่ละชั้นจะเป็นนิทรรศการของศิลปินแต่ละคน นักท่องเที่ยวสามารถซื้อตั๋วแยกหรือรวมก็ได้แล้วแต่เวลา และความต้องการในการเยี่ยมเยือนสำหรับนักท่องเที่ยวบางคนที่ผิดหวังจากการที่ไม่สามารถเข้าชม MuchaMuseum ก็สามารถศึกษางานของเขาได้จากที่นี่เช่นกัน เพราะที่นี่ก็มีงานของศิลปินผู้นี้ตั้งแต่เริ่มต้นไม่ว่าจะเป็นงานเกี่ยวกับการโฆษณา เครื่องแก้ว หรือแจกัน รวมทั้งงานบนผืนผ้าใบ AlfonsMucha เป็นใคร ทำไมเมืองปรากถึงต้องจัดให้มีมิวเซียมของเขา และยังมีห้องจัดนิทรรศการให้อีกต่างหากด้วย

Alfons Mucha จิตรกร และนักวาดภาพประกอบแนว Art Nouveau ที่มีชื่อเสียงที่สุดของสาธารณรัฐเช็กเกิดในเมืองเล็กที่ชื่อ Ivancice ทางตอนใต้ของ Moravia จังหวัดหนึ่งของอาณาจักรออตโต-ฮังกาเรียน ซึ่งปัจจุบันเป็นส่วนหนึ่งของสาธารณรัฐเช็กในวันที่ 24 กรกฎาคม 1860 ครอบครัวของเขาฐานะไม่ดีเท่าไหร่ แต่เนื่องจากเขาสามารถแสดงอัจฉริยภาพทางด้านการวาดแบบร่างตั้งแต่ยังเยาว์ พ่อค้าท้องถิ่นจึงประทับใจและยกกระดาษให้เขาใช้ฟรี เมื่อเขาได้รับคัดเลือกให้เป็นนักร้องประจำโบสถ์ St. Peter and Paul, Brno เขาก็ได้โอกาสเรียนระดับมัธยมศึกษาและกลายเป็นคนที่อุทิศตัวให้กับศาสนจักร

การที่เขามีความสามารถในการร้องเพลงทำให้เขาได้เข้าเรียนต่อทางด้านดนตรีที่ GymnaziumBrno แต่เขากลับกระตือรือร้นที่จะเรียนเป็นจิตรกรมากกว่า โชคดีที่มีคนจ้างเขาออกแบบฉากละครและฉากตกแต่งจนเขาสามารถที่จะสมัครเข้าเรียนที่Academy of Fine Arts กรุงปราก แต่เขากลับถูกprofessor Lhota ปฏิเสธและแนะนำให้ไปเรียนสาขาอื่นด้วยเหตุผลที่ว่าการเป็นศิลปินจะทำให้เขายากจนเช่นเดิม โลกยังโชคดีที่เขาไม่เชื่อศาสตราจารย์ท่านนี้เขาจึงตัดสินใจเดินทางไปกรุงเวียนนาเมื่ออายุได้ 18 ปี และได้รับการจ้างให้เป็นผู้ช่วยจิตรกรที่ทำงานตกแต่งเวทีกรุงเวียนนา ในช่วงเวลานั้นเขามักได้ตั๋วฟรีจากนายจ้างเพื่อเข้าชมมิวเซียม โบสถ์ พระราชวัง และโรงละครอยู่เสมอ และยังได้พบกับ Hans Makart จิตรกรผู้เชี่ยวชาญงานภาพเหมือนที่ทำงานตกแต่งพระราชวังและอาคารราชการในกรุงเวียนนาอีกต่างหากด้วย

อย่างไรก็ดี ในปี 1881 โชคร้ายมาเยือนเมื่อไฟไหม้ Rightheater ลูกค้าคนสำคัญของบริษัทที่เขาทำงานอยู่ส่งผลให้เขาตกงานและต้องเดินทางไปMikulov และเริ่มงานใหม่ด้วยการเขียนภาพเหมือน และตกแต่งหลุมศพงานของเขาได้รับความชื่นชมอย่างมากจาก Count Eduard Kuen Belasiเลยอนุญาตให้เขาเขียนภาพเกี่ยวกับบ้านของตัวเองและญาติๆ อีกทั้งยังพาเขาไปชมงานศิลปะตามเมืองต่างๆ เช่น เวนิส มิลาน ฟลอเรนซ์ และยังแนะนำให้เขารู้จักกับ Wilhelm Kray จิตรกรที่มีชื่อเสียงชาวเมืองมิวนิกอีกต่างหากด้วย ยิ่งกว่านั้นท่านเคาน์ยังออกเงินให้เขาไปเรียนต่อ โดยเขาได้เข้าเรียนที่Academy Julian and Colarossi กรุงปารีสถึงกระนั้นก็ตาม ท่านเคาน์กลับจ่ายเงินให้เขาเรียนแค่ปีเดียวส่งผลให้เขาต้องหางานทำเพื่อสนับสนุนตัวเอง เขาจึงเริ่มวาดภาพและส่งไปยังสำนักพิมพ์ต่างๆ รวมทั้งส่งกลับไปยังกรุงปรากด้วย ในที่สุดโชคก็เป็นของเขาอีก เมื่อ Bouclier ได้เห็นความสามารถของเขาและส่งงานของเขาออกสู่สาธารณชนโดยเฉพาะอย่างยิ่งหนังสือเรื่อง Tatry Tales ซึ่งทำให้เขากลายเป็นคนมีชื่อเสียงขึ้นมา

หลังจากนั้นเขาก็ได้รับเชิญให้วาดภาพประกอบให้กับงานบทกวีที่เชื่อ The Adamits ที่พูดถึงประวัติศาสตร์ของสาธารณรัฐเช็ก นับจากนั้นมาเขาก็มีชื่อเสียงขึ้นอย่างรวดเร็วและได้เป็นคนวาดโปสเตอร์ให้กับนักแสดงละครเวทีดังๆ อีกหลายคน รวมทั้งงานเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ของชาวสลาฟ และ10 ปี ของการประกาศอิสรภาพของสาธารณรัฐเช็ก ยิ่งกว่านั้นเขายังได้มีโอกาสออกแบบเครื่องประดับและเฟอร์นิเจอร์ด้วย เมื่อนาซีบุกสาธารณรัฐเช็กในวันที่ 15 มีนาคม 1939เขาตกเป็นเป้าสำคัญและถูกจับอยู่หลายวัน หลังถูกปล่อยตัวเขาก็ป่วยเป็นปอดอักเสบและเสียชีวิตหลังการประกาศสงครามโลกครั้งที่สองได้ไม่กี่วันแม้การชุมนุมจะถูกควบคุมในช่วงเวลานั้น แต่ประชาชนจำนวนมากก็มาร่วมชุมนุมไว้อาลัยให้กับเขาด้วย เพราะเขาได้กลายเป็นสัญลักษณ์ที่สำคัญของวัฒนธรรมเช็กไปแล้วในเวลานั้นนั่นเอง

นักท่องเที่ยวที่พลาดชม Mucha Museumแต่ได้เยือนห้องภาพแห่งนี้ก็จะได้ชมงานส่วนหนึ่งของเขา และได้ศึกษาประวัติความเป็นมาและพัฒนาการฝีมือของเขาไม่ต่างจากการชม Mucha Museumแม้ผลงานที่จัดแสดงจะไม่ได้เป็นผลงานที่ดีที่สุดของเขาก็ตาม แต่ก็พอทำให้ไม่ขาดอรรถรสของการเยือนปรากเสียเลยทีเดียว แต่หากนักท่องเที่ยวที่ได้เยือน Mucha Museum มาแล้ว อาจรู้สึกผิดหวังกับห้องภาพแห่งนี้อย่างมากก็เป็นได้

ภูมิบ้านภูมิเมือง : ‘ตำราแพทย์แผนไทย’ภูมิปัญญาหมอยาชาวบ้านหนึ่งเดียว

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/451444

ภูมิบ้าน ภูมิเมือง : ‘ตำราแพทย์แผนไทย’ภูมิปัญญาหมอยาชาวบ้านหนึ่งเดียว

วันอาทิตย์ ที่ 3 พฤศจิกายน พ.ศ. 2562, 06.00 น.

ทรงห่วงใยฤาษีดัดตน

ด้วยวันที่ ๒๙ ตุลาคมของทุกปี เป็นวันภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทยแห่งชาติ โดยถวายพระราชสมัญญานามแด่พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว พระมหาเจษฎาราชเจ้ารัชกาลที่ ๓ เป็น “พระบิดาแห่งการแพทย์แผนไทย” ดังนั้นในวันนี้ ๒๙ ตุลาคมที่ผ่านมา จึงมีการจัดงานวันภูมิปัญญาการแพทย์ไทยแห่งชาติขึ้น ตามกำลังวังชาหรือตามมีตามเกิดของหน่วยงานที่ให้ความสำคัญ  โดยกลุ่มงานการแพทย์แผนไทย และการแพทย์ทางเลือก ที่จะผลักดันให้มีกิจกรรมดังกล่าวขึ้นคงไม่พ้นการจัดนิทรรศการ ตำรับยาสมุนไพรไทย ส่วนงานนั้นน่าสนใจหรือจัดแล้วสำคัญระดับชาติแค่ไหนเป็นเรื่องสำนึกคนและการยกระดับความสำคัญกันจริงจัง อาทิตย์นี้ตามรอยไปที่วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม ซึ่งตั้งอยู่ท้ายพระบรมมหาราชวัง และใกล้ชุมชนท่าเตียน ซึ่งเป็นแหล่งความรู้ของตำรับตำรายาไทย การนวดของฤๅษีดัดตน ที่จุดประกายการจัดงานให้เป็นต้นแบบของแผ่นดิน ในฐานะวัดหลวงแห่งนี้เป็นหอสมุดชาวบ้านแห่งแรกที่มีการจารึกตำรับตำราวัดโพธิ์ ซึ่งเผยแพร่ไปทั่วโลกและได้รับการประกาศยกย่องว่าเป็นมรดกความทรงจำของโลก งานนั้นนอกจากจัดกิจกรรมเผยแพร่ความรู้แล้ว ยังเผยแพร่งานทางวิชาการบรรยายความรู้เรื่องยาสมุนไพร ตำรับยาแก้ไข้ ยาปรับธาตุ พิกัดเบญจกูลใช้เป็นยาปรับธาตุ กระจายกองลมและโลหิต บำรุงกองธาตุทั้ง ๔ให้บริบูรณ์ รวมทั้งเล่าเรื่องทางประวัติศาสตร์ภูมิปัญญาชาติการให้บริการตรวจธาตุเจ้าเรือน การให้บริการด้วยศาสตร์การแพทย์แผนไทย การแพทย์พื้นบ้านไทย และการแพทย์ทางเลือกฟรี เพื่อรำลึกและเทิดพระเกียรติต่อคุณูปการที่พระองค์รัชกาลที่ ๓ ทรงทำนุบำรุงการแพทย์แผนไทยให้รุ่งเรืองในทุกด้าน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ด้านเภสัชกรรมไทย การนวดไทย ที่ปรากฏอยู่ตามศาลาในวัดโพธิ์แผ่นจารึกตำรายา ซึ่งมีถึง ๑,๐๖๑ ตำรับ ตำราการนวดไทยจำนวน ๖๐ ภาพ รูปหล่อฤๅษีดัดตนที่มีส่วนผสมของสังกะสีกับดีบุก จำนวน ๘๐ ท่า เพื่อทดแทนท่าฤๅษีดัดตนเดิมที่มีในสมัยรัชกาลที่ ๑ ทำด้วยเนื้อดินและชำรุดสูญหายไป นับเป็นหลักฐานทางประวัติศาสตร์อันล้ำค่าของชาติไทย ที่เป็นฐานรากให้มีการศึกษาเรียนรู้และต่อยอดจนดูแลสุขภาพผู้คนมาหลายทศวรรษจนถึงปัจจุบัน วัดโพธิ์หรือวัดพระเชตุพนฯแห่งนี้ ซึ่งถือว่าเป็นมหาวิทยาลัยแห่งแรกของสยามประเทศแหล่งรวมสรรพวิชาหลากหลายสาขา ที่มีชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วโลก ด้วยองค์การการศึกษาวิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ (UNESCO) ได้ประกาศรับรองขึ้นทะเบียนวัดโพธิ์ เป็นมรดกความทรงจำแห่งโลก เมื่อวันที่ ๒๗ พฤษภาคม พ.ศ.๒๕๕๔

พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว พระมหาเจษฎาราชเจ้า รัชกาลที่ ๓ เป็นกษัตริย์ที่มีพระมหากรุณาธิคุณยิ่งในการรวบรวมองค์ความรู้ ด้านการแพทย์แผนไทยมาเผยแพร่ในวงกว้าง ทำให้ภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทยซึ่งเป็นรากฐานของชาติไทยไม่สูญหายทรงบูรณปฏิสังขรณ์วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม ราชวรมหาวิหาร และทรงโปรดให้จารึกตำราการแพทย์แผนไทยติดประดับไว้ตามศาลาราย เช่น แผนฝีดาษ ฝียอดเดียวแผนชัลลุกะ แผนลำบองราหู แผนกุมารและแม่ซื้อ อีกทั้งสร้างรูปฤๅษีดัดตน ตั้งไว้ศาลาละ ๔-๕ รูป รวม ๑๖ หลัง จนเป็นแหล่งตำราแห่งเดียวในแผ่นดินจนมีประกาศตำรับยา ๒๖๕ ตำรับกระทรวงสาธารณสุขจึงเสนอถวายพระราชสมัญญา “พระบิดาแห่งการแพทย์แผนไทย” แด่ พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว พระมหาเจษฎาราชเจ้า และกำหนดให้วันที่๒๙ ตุลาคม ของทุกปี เป็น “วันภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทยแห่งชาติ” โดยคณะรัฐมนตรีได้ลงมติเห็นชอบเมื่อวันที่ ๑๖ มิถุนายน ๒๕๕๘ ซึ่งในอนาคตนั้นงานกิจกรรมและการเทิดพระเกียรติ รัชกาลที่ ๓ ควรจะเป็นได้งานระดับนานาชาติในฐานะที่การแพทย์แผนไทยและโอสถศาลานั้นได้ดูแลผู้คนให้หายเจ็บป่วยและมีสุขภาพยืนยาวมาหลายศตวรรษสิ่งที่อยากเห็นในวันหน้าคือลิขสิทธิ์ตำรับยาไทยโบราณและนวัตกรรมจากสมุนไพรไทยไปไกลระดับโลก จากผลสัมฤทธิ์ทางยาไทยที่สรรพคุณไม่แพ้สมุนไพรของชาติอื่น กิจกรรมที่วัดพระเชตุพนฯนั้นจัดถึงวันที่ ๓ พฤศจิกายน หลังจากงานจะมีส่วนดีให้สำคัญไปกว่าแพทย์แผนปัจจุบันหรือไม่..ไม่รู้แต่ต้อง ขอบคุณโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศรที่ได้สืบสาน-ต่อยอดเรื่องสมุนไพรและแพทย์แผนไทย ก็คงเถิดเทิงรำมะนาไป..จนต่างชาติเอาตำรับตำราไปจดลิขสิทธิ์เป็นเจ้าของนั่นแหละ ..จึงจะตื่นจากหลับใหลกันได้เสียที

GOOD NEWS : ยิ้มกันวันอาทิตย์

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/451442

GOOD NEWS : ยิ้มกันวันอาทิตย์

วันอาทิตย์ ที่ 3 พฤศจิกายน พ.ศ. 2562, 06.00 น.

พาเหรดวันฮาโลวีนจากทั่วโลก

เป็นธรรมเนียมในคืนวันฮาโลวีน 31 ตุลาคม ที่ผู้คนในหลายประเทศทั่วโลกจะออกมาร่วมเดินขบวนไปตามท้องถนนเพื่อร่วมเฉลิมฉลองเทศกาลดังกล่าว พร้อมกับแต่งองค์ทรงเครื่องสุดสยองเพื่อให้เข้ากับบรรยากาศสุดสัปดาห์นี้เราเลยเก็บภาพมาให้ชมกัน

ตลกสยอง : ผู้เข้าร่วมขบวนพาเหรดแต่งหน้าและแต่งตัวเป็นตัวตลกสุดสยอง ก่อนเข้าร่วมขบวนพาเหรดวันฮาโลวีน ที่สวนสาธารณะวาลิบี ในเมืองวาฟเรอ ประเทศเบลเยียม

โจ๊กเกอร์น้อย : เด็กชายนั่งนิ่งๆ ให้พ่อแม่ช่วยทาสีผมให้เป็นสีเขียวเหมือนกับโจ๊กเกอร์ หลังจากแต่งหน้าและแต่งตัวเสร็จแล้ว ระหว่างร่วมงานเฉลิมฉลองเทศกาลฮาโลวีน ในกรุงลาปาซ ประเทศโบลิเวีย

ซอมบี้ : ชายคนนี้จัดเต็มมาในชุดผีดิบซอมบี้พร้อมกับพร็อพในมือ เตรียมร่วมพาเหรดในขบวน “ซอมบี้ วอล์ก” ที่เมืองเอสเซน ทางตะวันออกของประเทศเยอรมนี

เซ็งจุง : ผู้โดยสารรถบัสสาวในชุดเตรียมฉลองเทศกาลฮาโลวีน นั่งทำหน้าเซ็งอยู่ในรถเพียงลำพัง หลังจากรถโดยสารเดินทางต่อไปไม่ได้ เพราะถูกผู้ประท้วงต่อต้านรัฐบาลชุมนุมปิดถนนในคืนวันฮาโลวีน บนถนนสายหนึ่งในย่านเซ็นทรัลของฮ่องกง