คุณแหน : 2 พฤศจิกายน 2562

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/451270

650935

คุณแหน : 2 พฤศจิกายน 2562

วันเสาร์ ที่ 2 พฤศจิกายน พ.ศ. 2562, 06.00 น.

ll ศ.ดร.สุพจน์ เตชวรสินสกุลคณบดีคณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาฯ และรองประธานมูลนิธิอรุณ สรเทศน์ จัดอาศรมความคิด อรุณ สรเทศน์ ณ ลานเกียร์ 8 พ.ย. 14.00 น.ที่คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาฯ ขอเชิญฟัง“Generation Disruption” โดย ดร.ไพรินทร์ชูโชติถาวร ประธานกรรมการโรงเรียนกำเนิดวิทย์อดีตรมช.คมนาคม พูดถึงการเปลี่ยนแปลงการเรียนการสอนแก่เยาวชนในกระบวนการใหม่สนองตอบต่อยุคสมัย…

ll ภญ.ขจิตพรรณ ไทยเพ็ชรนายกสมาคมสตรีอาสาสมัครฯ เชิญร่วมงานถวายผ้าพระกฐินพระราชทาน วัดปรินายกวรวิหาร10 พ.ย. 14.00 น. …

ll ยินดีด้วยกับ ระพีภัทร์สุนทรศรีวงศ์ ที่ได้รับตำแหน่ง “เลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร” คนใหม่ ซึ่งมีภารกิจต่อสู้เรื่อง GSP ที่กำลังร้อนแรงนัก…

ll วันที่ 22 พ.ย. 08.30-15.30 น. เป็นกำหนดการหยั่งเสียงเลือกตั้งกรรมการสหกรณ์ออมทรัพย์จุฬาฯชุดใหม่ปี 2563 มีสมัครกันหลายทีมมากแต่ที่เด่นคือ ทีมกู้วิกฤติสหกรณ์ฯจุฬาฯ มีผศ.นพ.ตุลย์ สิทธิสมวงศ์ เป็นหัวหน้าทีมและ รศ.ประพันธ์พงศ์ เวชชาชีวะ เป็นที่ปรึกษาจะออกหัวออกก้อยอยู่ที่สมาชิกจะต้องแก้ไขภาพลักษณ์อดีตกรรมการบริหารผิดพลาดทำหนี้เสียกว่า 3 พันล้านบาทให้ได้…

ll พูดถึงนักการทูตผู้มีพรสวรรค์ในการเป็นนักเขียนชาครีย์นรทิพย์ เสวิกุล เขียนเล่าประวัติประเทศตุรกีไว้น่าอ่านเป็นยิ่งนัก…

ll ทริปโอกินาวาสุขสันต์หรรษาทริปหนึ่งเมื่อเดือนก่อน รวมอายุลูกทัวร์ได้หลายพันปี ได้แก่ คณิต-ลานทิพย์ ทวาทศิน สุดสวาสดิ์ พุทธสุวรรณ อภิญญา บัวสรวง เป็นอาทิ ข่าวว่าทุกคนอยากพิสูจน์ทราบ เรื่องคนโอกินาวามีอายุยืน เพราะกินอาหารดี อากาศดี และมีอารมณ์ดีนั้นเป็นจริงหรือไม่ ซึ่งพิสูจน์ได้ด้วยตา สัมผัสได้ด้วยใจ…

ll สุพจน์ ผจญยุทธ์ ผุสดี โสรัต ในนาม93.5 FM ร่วมกับเครือเมเจอร์ทำ CSR พาแฟนคลับไปดูหนัง “Judy” รอบฟรีวิว ที่เอสพลานาดเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา…

ll มณทิชา วุฒิยางกูรเป็นปลื้มที่ลูกสาวคนสวยลงมือทำสเต๊กปลาแซลมอน ให้คุณแม่รับทาน รสชาติจะอร่อยเลิศปานใดมิอาจทราบ แต่ความปลื้มปริ่มอิ่มเอมใจมาเกินร้อยนั่นเชียว…

ll เสียใจกับการจากไปของ นิทราพรรณ แดงสกุล ด้วยโรคภัยไข้เจ็บมะเร็งเส็งเคร็ง งานพระราชทานเพลิงศพจบสิ้นไปเรียบร้อยแล้ว เธอเป็นอดีตบัณฑิตเศรษฐศาสตร์ มธ…เพื่อนธรรมศาสตร์อาลัยยิ่งนัก…

ll ประเด็นที่ หรรษา พันธ์ุพิมานมาศปล่อยผมให้ขาว ตามธรรมชาติ ทำให้เพื่อนเก่าที่ไม่ได้เจอกันนานแปลกใจ เหตุผลก็ไม่มีอะไรซับซ้อน แค่ไม่อยากให้มะเร็งถามหา…เท่านั้นจริงๆ…

ll บรรดาหลานๆ ชาววารสารฯ มธ.13แต่งชุดวันฮาโลวีนกันสุดน่ารัก อาทิ หลานสาวของ รัตนาภรณ์ เกษมอมรลักษณ์ หลานชายของ สุวรรณา หาญวรเกียรติ หลานชายของ จารุณี ดิษยะศริน เป็นต้น ส่วนหลานแฝดของ ยุพดี ไชยภักดิ์ ยังไม่คลอด…สำหรับคนที่ยังไม่มีหลาน ธนิษฐา เศวตศิลา แต่งหน้าผีให้ตัวเอง แบบแต่งเอง สยองเอง ถือว่าเก่ง เพราะประสบความสำเร็จในการหลอกตัวเอง…

ll อารีกังวานเนาวรัตน์ แจ้งข่าวชาวมธ.ร่วมแข่งขันกอล์ฟที่สนามสุวินทวงศ์สัปดาห์ที่ผ่านมา เพื่อเตรียมงานธรรมศาสตร์ 2513 ครบ 50 ปี โดยจะจัดงานใหญ่โตที่สโมสรธรรมศาสตร์ 13 มิ.ย. 63…ยังมีเวลาอีกนานให้ “โดมชรา” ได้เตรียมตัว !!…ll

บารอนเนส

โซไซตี้ : กสทช. จัดกิจกรรมเพื่อสร้างเสริมศักยภาพเครือข่ายภาคประชาชนระดับอำเภอ ครั้งที่ 3

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/451273

โซไซตี้ : กสทช. จัดกิจกรรมเพื่อสร้างเสริมศักยภาพเครือข่ายภาคประชาชนระดับอำเภอ ครั้งที่ 3

วันเสาร์ ที่ 2 พฤศจิกายน พ.ศ. 2562, 06.00 น.

สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงกิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ(กสทช.) โดยสำนักรับเรื่องร้องเรียนและคุ้มครองผู้บริโภคในกิจการโทรคมนาคม (รท.) ได้จัดกิจกรรมเพื่อสร้างเสริมศักยภาพเครือข่ายภาคประชาชนระดับอำเภอด้านการคุ้มครองผู้บริโภคในกิจการโทรคมนาคม สำหรับภาคตะวันออก ภาคกลาง และกรุงเทพมหานครณ ห้องราชพฤกษ์ ชลพฤกษ์ รีสอร์ท อำเภอบ้านนาจังหวัดนครนายก โดยมี บัญชา เชาวรินทร์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครนายก เป็นประธานเปิดการจัดกิจกรรมฯ และ พันเอกวีรชาติศรีกังวาล รักษาการผู้อำนวยการสำนัก รท. เป็นผู้กล่าวรายงาน และเป็นวิทยากรบรรยาย ในหัวข้อ “บริบทกิจการโทรคมนาคมไทยและการคุ้มครองผู้บริโภคในกิจการโทรคมนาคม ในยุคไทยแลนด์ 4.0” ให้แก่ผู้นำเครือข่ายระดับจังหวัด และระดับอำเภอของภาคตะวันออกภาคกลาง และกรุงเทพมหานคร จำนวน 24 จังหวัด ได้แก่ นครนายก ปราจีนบุรี ฉะเชิงเทรา ชลบุรี ระยอง จันทบุรี สระแก้ว ตราด ปทุมธานี นนทบุรี สมุทรปราการ สมุทรสาคร สมุทรสงคราม ราชบุรี นครปฐม กาญจนบุรี เพชรบุรี พระนครศรีอยุธยา อ่างทอง สิงห์บุรี สระบุรี ลพบุรี สุพรรณบุรี และ กรุงเทพมหานคร จำนวนกว่า 300 คน

การจัดกิจกรรมฯในครั้งนี้ จัดขึ้นเพื่อเพิ่มพูนความรู้ความเข้าใจในประเด็นใหม่ๆที่เกี่ยวกับการใช้บริการโทรคมนาคม รวมถึงการสร้างความร่วมมือกับผู้นำเครือข่ายภาคประชาชนให้มีความเข้าใจในสิทธิของผู้บริโภคอย่างถูกต้อง เพื่อจะนำความรู้ที่ได้รับในการจัดกิจกรรมในครั้งนี้ ไปเผยแพร่ให้กับสมาชิกในพื้นที่และชุมชนของตนเองได้อย่างมีประสิทธิภาพ

หอศิลป์กรุงเทพฯ จะก้าวไปทางไหนระหว่างหาเงินให้มากกับส่งเสริมงานศิลป์อย่างจริงจัง

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/451275

หอศิลป์กรุงเทพฯ จะก้าวไปทางไหนระหว่างหาเงินให้มากกับส่งเสริมงานศิลป์อย่างจริงจัง

วันเสาร์ ที่ 2 พฤศจิกายน พ.ศ. 2562, 06.00 น.

ศิลปะคือสาระสำคัญอย่างหนึ่งในชีวิตมนุษย์ โดยเฉพาะมนุษย์ที่คิดเป็นและคิดชอบ แต่ศิลปะจะถูกมองว่าไร้สาระในชีวิตของคนบางจำพวก โดยเฉพาะคนที่เห็นว่าเงินสำคัญที่สุดในชีวิต แน่นอนว่าเงินตรามีความสำคัญในการดำรงชีวิตของมนุษย์ แต่หากคิดถึงแค่เพียงเงินตราแล้ว งานศิลป์ก็คงจะกลายเป็นสิ่งไร้ค่าไปโดยปริยาย เพราะงานศิลป์บางอย่างไม่สามารถทำเงินได้เป็นกอบเป็นกำภายในระยะเวลาเพียงลัดนิ้วมือแต่เมื่องานศิลป์ฝังรากลึกลงในใจของผู้คนในสังคมแล้วเงินตราและความมั่งคั่งก็จะตามมาในที่สุด

แนวหน้าวาไรตี้ สัปดาห์นี้ ดร.เฉลิมชัย ยอดมาลัยพาคุณไปสนทนากับ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ปวิตร มหาสารินันทน์อดีตผู้อำนวยการหอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร(สัมภาษณ์ในช่วงปลายเดือนกันยายน 2562) ถึงเรื่องราวของหอศิลป์กรุงเทพฯ กับหนทางหอศิลป์แห่งนี้ว่าจะก้าวเดินไปในทิศทางไหน หอศิลป์กรุงเทพฯ จะให้ความสำคัญกับสิ่งใดมากกว่ากัน ระหว่างงานศิลปะกับการเปิดโอกาสให้คนทำงานศิลป์ตัวเล็กตัวน้อยมีโอกาสใช้พื้นที่หอศิลป์เพื่อนำเสนอผลงานสู่สายตาสาธารณชน หรือว่าหอศิลป์กรุงเทพฯ จะเลือกหนทางของการแสวงหาเงินทองเป็นสำคัญ

อาจารย์ปวิตรลาออกจากคณะอักษรศาสตร์ จุฬาฯ แล้วมารับหน้าที่ผู้อำนวยการหอศิลป์ได้กี่เดือนแล้วครับ สัญญาการทำงานในหน้าที่นี้กี่ปีครับ

ผมมาอยู่หอศิลป์แห่งนี้ได้ 1 ปีกับ 7 เดือนครับสัญญาการทำงานของผมในตำแหน่งผู้อำนวยการหอศิลป์4 ปีครับ

อ้าว! แล้วเกิดอะไรขึ้นมาครับ ทำไมกลายเป็นว่าตอนนี้อาจารย์ต้องพ้นจากตำแหน่งผู้อำนวยการหอศิลป์เสียแล้ว ทั้งๆ ที่ทำงานได้เพียง 19 เดือนเท่านั้น

ตอนแรกผมก็งงครับ รู้แค่เพียงว่าทางผู้ว่าจ้างผมประเมินผลการทำงานของผมแล้วแจ้งว่าไม่ผ่าน แต่ไม่มีรายละเอียดว่าไม่ผ่านเพราะอะไร ถามไปเพื่อขอทราบรายละเอียดการประเมิน ก็ยังไม่ได้เห็นผลการประเมินถามไปหลายครั้งก็ยังเงียบครับ แต่ทางผู้จ้างให้ผมทำสัญญาครั้งแรกคือ 6 เดือน แล้วสัญญาที่สองอีก 12 เดือนผมก็งงๆ ว่าทำไมต้องทำสัญญาสองขยัก ทั้งๆ ที่สัญญาการจ้างงานคือ 4 ปี แต่ผมยอมรับได้ว่าต้องมีระยะเวลาทดลองงาน แต่เมื่อผ่านการทดลองงาน 120 วันไปแล้วเมื่อจ้างต่อก็ต้องถือว่าผมควรจะได้รับตำแหน่งต่อไปหากไม่ผ่านการทดลองงาน ผมก็ควรจะออกไปตั้งแต่เมื่อครบเวลาทดลองงาน 120 วัน แต่ก็ทำงานที่นี่มานานถึง 19 เดือน แต่ผมก็ยังงงอยู่ครับว่าเกิดอะไรขึ้น

ผมเองก็สับสนครับ ได้ยินเรื่องนี้แล้วงงครับ ขอถามอาจารย์ปวิตรตรงๆ ว่าผู้จ้างคือกรุงเทพมหานครใช่ไหมครับ แล้วเขาไม่ให้เราดูผลการประเมินหรือครับถ้าไม่ให้เราดูผล แต่อยู่ๆ ก็มาบอกว่าไม่จ้างเราทำงานต่อ แบบนี้มันน่าจะมีความไม่ปกติอะไรบางอย่างนะครับ

ครับ ยอมรับว่าผมเองก็งง และไม่รู้สาเหตุการเลิกจ้างครับ เขาบอกผมว่าให้ผมทำงานวันสุดท้ายคือวันที่ 24 กันยายน 2562 เท่านั้น พูดง่ายๆ คือไล่ผมออกผมก็งงจริง ๆ ครับ (หัวเราะ) ผมตั้งใจทำงานที่นี่ให้ดีที่สุดเท่าที่จะมีความสามารถจะพึงมี แต่แล้วจู่ๆ เขาก็บอกว่าเลิกจ้าง ก็กลายเป็นคนตกงานไป

หอศิลป์แห่งนี้เป็นของกรุงเทพฯ ใช่ไหมครับผมทราบมาว่ากรุงเทพมหานคร หรือกทม. ไม่ได้ให้เงินสนับสนุนหอศิลป์มานานหลายเดือนแล้ว จริงไหมครับจริงๆ แล้วกทม. ต้องให้เงินสนับสนุนหอศิลป์ในด้านใดบ้างครับ มีข้อตกลงหรือมีสัญญาผูกพันอะไรบ้างระหว่างหอศิลป์กับกทม.

หอศิลป์แห่งนี้อยู่ในความดูแลของกทม. ส่วนคำถามเรื่องเงินสนับสนุนจาก กทม. ที่ให้กับหอศิลป์นั้นก็เป็นความจริงครับ กทม. ไม่ได้ให้เงินสนับสนุนมาตั้งแต่กลางปีที่แล้ว กทม. มีภาระผูกพันกับหอศิลป์ในเรื่องค่าใช้จ่ายพื้นฐานของหอศิลป์ เช่น ค่าน้ำ ค่าไฟฟ้า ค่าจ้างพนักงานบุคลากร และการดูแลบำรุงรักษาสถานที่รวมถึงอุปกรณ์ข้าวของเครื่องใช้ในหอศิลป์ เช่น ลิฟต์ แอร์ ระบบไฟฟ้า เป็นต้น แต่แล้วกทม. ก็ตัดเส้นเลือดใหญ่ของหอศิลป์ ค่าน้ำค่าไฟก็ไม่จ่ายให้ แล้วยังบอกว่าจะขอหอศิลป์กลับคือไปบริหารเอง ย้อนกลับไปตั้งแต่แรกเริ่มคือการตั้งหอศิลป์ขึ้น ได้มีข้อตกลงร่วมกันว่า จะเป็นการทำงานร่วมกันระหว่างรัฐบาลกับเอกชน  รัฐบาลก็คือกรุงเทพมหานคร ส่วนเอกชนก็คือมูลนิธิหอศิลป์ฯ แล้วที่ผ่านมา 7-8 ปี มันก็ดำเนินไปเช่นนั้น รัฐบาลให้เงินทุนมาก้อนหนึ่ง แล้วเอกชนก็เข้าไปร่วมทำงานด้วย โดยให้บริการพื้นที่ หาสปอนเซอร์สนับสนุน หาเงินรายได้เพิ่มเติมจึงเกิดเป็นการทำงานร่วมกันที่ดีและมีผลตอบแทนที่ดีมา แต่เรื่องราวมาเกิดขึ้นเมื่อตุลาคม 2560 ส่วนของรัฐบาลก็หายไป เหลือแต่เอกชนอย่างเดียว ทีนี้ผู้คนบางกลุ่มก็ถามว่าทำไมที่ตั้งของหอศิลป์ซึ่งมีทำเลดีขนาดนี้ ทำไมเอกชนบริหารแล้วเลี้ยงตัวเองไม่ได้ คำตอบคือติดที่สัญญาที่ทำกันไว้ ตัวอย่างที่ชัดเจนคือ เอกชนสามารถใช้พื้นที่แค่ประมาณไม่ถึง 20% ของพื้นที่ทั้งหมดเพื่อการหาผลประโยชน์ในเรื่องรายรับ ซึ่งถ้าเทียบกับเอกชนร้อยเปอร์เซ็นต์ อย่างเช่นเทียบกับห้างมาบุญครอง หรือสยามพารากอน จะเห็นว่าเขาสามารถใช้พื้นที่เต็ม 100%

กทม. รับรู้ปัญหาและสัญญานี้ดีใช่ไหมครับ แล้วทำไมเขาจึงเปลี่ยนท่าทีในการสนับสนุนหอศิลป์ กทม. เคยบอกไหมครับว่าต้องหารายได้ได้ปีละกี่สิบหรือกี่ร้อยล้านบาท แล้วเมื่อมีข้อจำกัดด้านการใช้พื้นที่ กทม. มีทางออกอะไรให้บ้างไหมครับ

มีคณะกรรมการหอศิลป์ชุดใหม่บางรายเพิ่งรับตำแหน่งได้ประมาณ 4 เดือน เสนอว่าน่าจะมีร้านค้าแบรนด์เนมดังๆ ซึ่งเป็นที่นิยม เช่น ต้องมีร้านกาแฟแบรนด์เนมจากอเมริกา ผมแจ้งไปว่าในหอศิลป์นี้มีร้านกาแฟแล้ว 3 ร้านแล้ว ถ้าสนับสนุนให้คนกินกาแฟมากๆ ก็อาจจะทำให้นอนไม่หลับนะครับ และร้านที่มีอยู่แล้วนั้น ผู้คนที่เข้ามาในหอศิลป์ก็ชื่นชอบดี เพราะมีความโดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ มีร้านไอศกรีมที่ทำไอศกรีมรูปร่างประหลาดๆ มีร้านช็อกโกแลตที่ทำรสชาติแบบไทยๆ นี่คืองานศิลปะแบบหนึ่ง ผมไม่ได้มองว่าพื้นที่ตรงนี้มันจะต้องไปเลี้ยงหอศิลป์ได้ทั้งหมด ผมมองว่ามันเป็นองค์รวมของหอศิลป์มากกว่า มีบางรายเสนอให้หารายได้ด้วยการติดตั้งป้ายโฆษณาที่ด้านหน้าหอศิลป์ เพราะห้างสรรพสินค้าก็มีรายได้จากป้ายโฆษณาสินค้า ซึ่งผมก็มองว่าจริงครับ ทำให้หอศิลป์มีรายได้เพิ่มขึ้นบ้าง แต่ทว่าความเป็นหอศิลป์ก็ต้องลดลงด้วย แล้วรายได้ที่คิดว่าจะได้เพิ่มเข้ามา มันก็ไม่สามารถจะทดแทนเงินสนับสนุนจากกทม. ที่ต้องให้กับหอศิลป์ไม่ได้อยู่ดี เพราะกทม. ตัดเงินไปแล้ว 80 เปอร์เซ็นต์ของค่าใช้จ่ายในหอศิลป์

ผมถามว่า หากติดป้ายโฆษณาชุดชั้นในของสุภาพสตรี และกางเกงในของสุภาพบุรุษหน้าหอศิลป์กรุงเทพฯ หมายความว่าหอศิลป์ต้องขายชุดชั้นในสตรีและบุรุษด้วยหรือไม่ครับ

นี่แหละครับ ก็ต้องฝากกรรมการมูลนิธิให้พิจารณาดู และขอให้ดูว่าต้นเหตุของปัญหาที่แท้จริงคืออะไร เพราะต้นเหตุของปัญหาที่สาธารณชนทราบดีคืออยู่ที่สัญญาที่มูลนิธิฯ ทำไว้กับกทม. ข้อที่ 8 ที่ระบุว่าค่าใช้จ่ายที่เกิดจากการดำเนินงาน ค่าภาษี และค่าอะไรอีกต่างๆ นานา กทม.ไม่มีสิทธิ์ที่จะออกให้ ซึ่งที่ผ่านมา กทม.ไม่ได้ออกให้ แต่กทม. ให้เงินอุดหนุนมา ถ้ามีปัญหาเรื่องการตีความกฎหมาย ก็ต้องตีความให้กระจ่าง แล้วเมื่อได้ข้อสรุปเช่นไร ก็ต้องทำไปตามนั้น เพื่อให้มูลนิธิฯ สามารถได้รับเงินอุดหนุนจากกทม.ได้ต่อไป ปัญหานี้เรื้อรังมานานกว่า 2 ปีแล้วครับ

หมายความว่า กทม. ไม่ให้เงินสนับสนุน แต่จะให้หอศิลป์หาเงินเอาเอง ถูกต้องไหมครับ

ครับ นั่นคือต้นเหตุของปัญหา ปัญหาอยู่ตรงนั้น เราจึงต้องแก้ปัญหาให้ตรงจุด ไม่ต้องไปแก้เรื่องที่ว่าเอาร้านกาแฟร้านนั้นร้านนี้เข้ามาตั้ง หรือให้ติดป้ายโฆษณา

แล้วถ้าเอาร้านกาแฟชื่อดังเข้ามาเปิดบริการจริงๆผมถามว่า หอศิลป์จะมีรายได้เพิ่มปีละ 40 ล้านบาทจริงหรือครับ

มันก็ไม่ถึงครับ คือถ้าเอาร้านกาแฟต่างประเทศเข้ามาจริง ก็อาจจะได้เงินเพิ่มขึ้นอย่างมากก็อีกสักเดือนละ5 หมื่นบาทครับ

ได้เพิ่มเดือนละ 50,000 บาท 12 เดือน ก็ยังไม่ถึง 40 ล้านบาทอยู่ดี ตกลงว่าหอศิลป์ฯ มีวัตถุประสงค์อะไรครับ ผมเริ่มงง จะเป็นหอศิลป์ หรือจะเป็นศูนย์การค้า เป็นที่ขายของ หรือเป็นช็อปปิ้งเซ็นเตอร์

(หัวเราะ) คือในปีล่าสุดนี้ เราได้ปรับแนวทางการดำเนินงานของหอศิลป์ เราบอกกับประชาชนว่า พื้นที่ตรงนี้คือพื้นที่เรียนรู้ผ่านงานศิลปะทุกแขนงที่มีความหลากหลาย เพราะศิลปะหลากหลายแขนง หอศิลป์ฯแห่งนี้คือหอศิลปวัฒนธรรม ไม่ใช่ art gallery ไม่ใช่ที่วางขายเฉพาะรูปวาดเท่านั้น หอศิลปวัฒนธรรมมันเกี่ยวข้องกับการเมือง สังคมศาสตร์ และวิทยาศาสตร์ รวมถึงชีวิตสัตว์ ต้นไม้ และสิ่งแวดล้อมด้วย

แสดงว่ากทม. มองว่าหอศิลป์ไม่สร้างเงิน ไม่สร้างรายได้ให้กทม. หรืออย่างไรครับ แล้วกทม. บอกไหมว่าจะหาทางสร้างรายได้เข้าหอศิลป์อย่างไร หรือให้แนวทางหาเงินเข้าหอศิลป์กับอาจารย์ปวิตรบ้างไหม

กทม. คงเห็นว่าหอศิลป์ไม่ได้ทำรายได้ให้ก็เป็นได้แต่เขาก็ไม่ได้บอกว่าเขาจะหาเงินได้โดยวิธีใด แต่มีการแนะนำว่าให้หอศิลป์เปิดร้านกาแฟ โดยให้เอาร้านกาแฟยี่ห้อเมืองนอกที่คนไทยรู้จักดีเข้ามาเปิดให้บริการ เพราะเชื่อว่าจะได้รายได้มากขึ้น แต่ผมก็บอกว่าเราก็มีร้านกาแฟของคนไทยให้บริการอยู่ในหอศิลป์แล้ว รสชาติก็ไม่เลวร้ายแถมก็ยังมีลูกค้าพอสมควร แล้วเจ้าของก็เป็นคนไทยด้วย ผมไม่เห็นความจำเป็นที่ต้องมีร้านกาแฟชื่อดังจากของเมืองนอกมาตั้งในหอศิลป์

หรือว่ากทม. อาจจะมองว่าคนเข้าใช้บริการหอศิลป์ในแต่ละวันน้อยหรือเปล่าครับ ทุกวันนี้คนเข้าใช้บริการวันหนึ่งกี่มากน้อยครับ

คนเข้าใช้บริการหอศิลป์แต่ละวันตกประมาณ5,500-6,000 คนครับ น้อยไปไหมครับ และเท่าที่ผมได้รับข้อมูลจากผู้เข้ามาแสดงงานศิลป์แขนงต่างๆ รวมถึงข้อมูลจากคนเข้าใช้บริการ ส่วนใหญ่บอกตรงกันว่าหอศิลป์แห่งนี้มีความน่าสนใจมากขึ้น มีชีวิตชีวามากขึ้น และเป็นพื้นที่ของสาธารณชนมากกว่าเดิม เพราะที่แห่งนี้เป็นที่รวมของศิลปะแขนงต่างๆ หลากหลายสาขา หลายคนเข้ามาชมงานศิลปะ บางคนเข้ามาฟังการอภิปราย บางคนเข้ามาใช้บริการห้องสมุด บางคนเข้ามาหาซื้องานศิลปะ บางคนไปที่ห้องนิทรรศการชั้น 7 เพราะมีการจัดศิลปะบำบัด เช่น บำบัดด้วยละคร ด้วยการเคลื่อนไหวร่างกาย ด้วยการวาดเขียนภาพ ด้วยดนตรี ส่วนที่ชั้น 8 ชั้น 9ก็มีการแสดงอื่นๆ ตามโอกาสต่างๆ ซึ่งมีผู้คนเข้าไปชมมากมาย คนที่มานำเสนองานก็พออกพอใจ หอศิลป์มีพื้นที่ให้ทำกิจกรรมต่างๆ ตามกาลเทศะ และตามความเหมาะสมกับเหตุการณ์ โดยเฉพาะที่ชั้น 7 ชั้น 8 และชั้น 9 หอศิลป์จึงเป็นที่รวมของศิลปะแขนงต่างๆ เพราะศิลปะแต่ละแขนงสามารถมีบทสนทนาระหว่างกันได้เป็นอย่างดีศิลปะสามารถส่องทางให้กันและกันได้ตลอดเวลา ศิลปะไม่ใช่แค่เพียงรูปภาพ รูปวาด แต่มันรวมถึงการแสดง การปั้น การแกะสลัก การพูดคุยถกแถลงร่วมอภิปราย และอีกสารพัดรูปแบบ หอศิลป์กรุงเทพฯต้องการให้สมาชิกสังคมทุกคนรู้ว่าทุกคนสามารถเข้าไปร่วมสร้างงานศิลป์หรือสร้างสรรค์งานศิลปะแขนงต่างๆได้ตลอดเวลา หอศิลป์เปิดโอกาสให้ผู้รังสรรค์งานศิลป์ทุกคนเข้าไปใช้พื้นที่ เช่น เราให้โอกาสผู้สร้างละครเวที หรือนักเต้น รวมถึงงานนาฏศิลป์ ดนตรี เราให้โอกาสคนทุกคนทุกกลุ่ม ไม่ว่าจะเป็นคนปกติมีร่างกายครบ 32 หรือคนพิการ คนหูหนวก ตาบอด คนป่วยก็สามารถไปใช้พื้นที่แห่งนี้ได้อย่างเท่าเทียมกัน หอศิลป์กรุงเทพฯ จึงเป็นหอศิลป์แบบ inclusively art and cultural center ขอบอกว่าคำนี้ไม่ใช้คำพูดเก๋ๆ เท่านั้น แต่เป็นความจริงที่ทุกคนรับรู้ได้ สัมผัสได้ อย่าลืมนะครับว่าหอแห่งนี้ชื่อหอศิลปวัฒนธรรมแห่กรุงเทพมหานคร ศิลปะอยู่แทรกอยู่ในทุกอณูของชีวิตมนุษย์ ทั้งศิลปะและวัฒนธรรมคือสาระสำคัญอย่างหนึ่งของชีวิตมนุษย์คนขายของในหอศิลป์ และคนเข้ามาใช้บริการในหอศิลป์ก็มีส่วนร่วมสร้างงานศิลปะให้กับหอศิลป์แห่งนี้

ปัญหาของเรื่องนี้คือเมื่อหอศิลป์เลี้ยงตัวเองไม่ได้ ก็หมายความว่าอาจารย์ปวิตรก็ไม่ผ่านการประเมินหรือครับ ถ้าเช่นนั้น หากจะให้หอศิลป์เลี้ยงตัวให้ได้นอกจากทำหอศิลป์ให้กลายเป็นห้างสรรพสินค้า แล้วก็เก็บค่าเข้าชมและค่าใช้บริการจากประชาชนคนละ 100-200 บาทต่อคน ทำได้ไหมครับ

ไม่ได้เด็ดขาดครับ ในสัญญาโอนสิทธิ์ที่เราลงนามไว้กับ กทม. เขาห้ามไว้ ห้ามเก็บค่าเข้าชม แม้กระทั่งถ้าหอศิลป์จัดฉายภาพยนตร์ จัดละครเวที จัดคอนเสิร์ต จัดนิทานคุณหนู หรือจัดอะไรก็ตามครับ เมื่อหอศิลป์เป็นผู้จัดเอง จะเก็บค่าเข้าชมไม่ได้เป็นอันขาด ผมขอย้ำว่าหอศิลป์ตั้งอยู่ในพื้นที่ทำเลทอง ซึ่งเป็นพื้นที่ของ กทม. ก็หมายความว่าเป็นพื้นที่สำหรับสาธารณะ ซึ่งก็คือของประชาชน ประชาชนต้องมีสิทธิ์เข้าไปใช้บริการได้ ผมไม่คัดค้านความเห็นของคณะกรรมการมูลนิธิชุดที่เพิ่งเข้ามารับหน้าที่เมื่อเดือนพฤษภาคมปีนี้ หลายรายบอกว่าหอศิลป์ต้องเลี้ยงตัวเองได้ หอศิลป์ต้องหยุดเรียกร้องเงินจาก กทม. ผมไม่อยากมองว่านี้เป็นการตั้งแง่ทางการเมืองกับหอศิลป์ แต่ผมอยากได้รับคำแนะนำที่เหมาะสมว่าจะหาเงินจากอะไรดี แล้วไม่ทำให้หอศิลป์หมดความเป็นหอศิลป์ลงไปอย่างสิ้นเชิง จริงๆ แล้วเมื่อผมเข้ามารับหน้าที่ผู้อำนวยการ ผมก็พยายามหารายได้จากทุกช่องทางที่เหมาะสม แล้วก็มีรายได้เพิ่มมากขึ้นเป็นลำดับทุกเดือน แต่ก็ยังไม่เพียงพอ ผมพยายามพูดคุยกับบริษัทเอกชน และหน่วยงานของรัฐให้เข้าไปใช้พื้นที่ของเราในการจัดงาน และขอความสนับสนุนจากภาคเอกชน ซึ่งก็ได้มาบ้าง แต่ก็มีข้อจำกัดมากมายหลายประการจนทำให้เอกชนยังไม่ตัดสินใจสนับสนุนเราเต็มที่มากนัก ขอบอกว่าค่าเช่าสถานที่ของเราถูกมากเมื่อเทียบกับห้างสรรพสินค้าในบริเวณสี่แยกปทุมวันเมื่อไม่นานมานี้เราเพิ่งได้เงินอุดหนุนจากกองทุนสำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจกรรมพลังงานแห่งชาติ เราจะมีโครงการทำงานศิลปะเกี่ยวกับเรื่องพลังงานแสงอาทิตย์ ไปจนถึงกลางปีหน้า นี่คือการหาเงินเลี้ยงตัวเองเพื่อให้หอศิลป์อยู่รอด แต่ต้องไม่ลืมว่าต้นเหตุของปัญหาใหญ่ยังไม่ได้รับการแก้ไขให้ลุล่วงไป หอศิลป์พยายามจะเดินต่อไปให้ได้ แต่สุดท้ายผมถูกไล่ออก

ไล่ออกด้วยเหตุผลอะไรครับ

ผมไม่ได้ข้อมูลอะไรเลยครับ เขาแจ้งด้วยวาจา เวลาผ่านไปเกือบเดือน ผมก็ยังไม่มีข้อมูลเรื่องการประเมินผลการทำงาน ขออ่านผลประเมิน เขาก็ไม่ยอมให้ แต่มีคนในคณะกรรมการบางคนบอกว่าไล่ผมออกเพราะผมไปด่ากทม. ซึ่งผมไม่เคยด่า ด่าทำไมครับ ด่าเพื่ออะไร ผมแค่ถามเรื่องเงินงบประมาณที่ กทม. ต้องให้กับหอศิลป์ ผมพูดความจริงว่างบฯ สำหรับปีหน้านั้น หอศิลป์ยังไม่ไม่ได้รับ หากผมถามเรื่องนี้แล้วคิดว่าผมด่า ผมขออภัยครับ แต่ผมไม่ได้ด่าใคร

ขอถามตรงๆ ครับ กรรมการมูลนิธิทั้งหมดมี 12 คน มีกรรมการรายใดบอกอะไรอาจารย์บ้างไหมครับ แล้วตั้งข้อสังเกตไหมว่ากรรมการมูลนิธิคนไหนที่ไม่สนับสนุนอาจารย์

(ทำหน้าครุ่นคิด) ไม่ทราบครับ แต่ถ้าจะพูดก็คิดว่าน่าจะมีกรรมการบางรายที่เป็นผู้ทรงคุณวุฒิด้านทัศนศิลป์ แต่เอาเป็นว่าผมยันยืนยันว่าหอศิลป์กรุงเทพฯ คือหอศิลปวัฒนธรรมเป็นหอของงานศิลปะทั้งหมดทุกแขนง ไม่ใช่แสดงงานทัศนศิลป์เท่านั้น หอนี้แสดงงานวรรณกรรม ภาพยนตร์ ละครเวที นาฏศิลป์ แล้วยังมีเรื่องการเมือง สังคม เรื่องสิ่งแวดล้อม และมีไอศกรีม และมีช็อกโกแลตขายด้วย มีกาแฟด้วยครับ สิ่งที่ผมจะถามก็แค่ว่ามันยุติธรรมกับผมหรือไม่ ผมยังยืนยันว่าหอศิลป์เป็นสมบัติของสาธารณะ สมาชิกของสังคมต้องมีส่วนใช้ประโยชน์จากหอศิลป์ ไม่ว่าจะเป็นผู้จัดแสดง และผู้ชมหากหอศิลป์คิดถึงเรื่องเงินเป็นที่ตั้ง หอศิลป์จะยังเป็นหอศิลป์ของประชาชนอยู่ได้หรือไม่ บางคนอาจยังไม่รู้ว่ามูลนิธิฯมีสัญญากับ กทม. ถึงเดือนสิงหาคม 2564 เท่านั้นหลังจากนั้นอะไรจะเกิดขึ้นยังไม่ทราบ กทม. จะถอนสัญญากับมูลนิธิฯ หรือไม่ แล้ว กทม. จะให้เอกชนเข้าไปบริหารหอศิลป์หรือไม่ ก็ต้องติดตามดูกันต่อไป แต่ย้ำว่าหอศิลป์ฯ กทม. ต้องเป็นของสาธารณะ ไม่ใช่สมบัติส่วนตัวของใครคนใดคนหนึ่งหรือกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง หลังจากผมพ้นหน้าที่ผู้อำนวยการหอศิลป์ฯ กทม. ผมก็จะคอยดูว่าหอศิลป์แห่งนี้จะไปในทิศทางใด แต่ผมก็ต้องเรียกร้องหาความเป็นธรรมให้กับตัวของผมต่อไป

คุณสามารถพบรายการดีที่ครบครันด้วยสาระและความบันเทิง รายการแนวหน้าวาไรตี้ ออกอากาศทุกวันอาทิตย์ เวลา16.00-16.25 น. ทางโทรทัศน์TNN 2 ช่อง 784 ดิจิทัลทีวี หรือ True Visions 8และชมรายการย้อนหลังได้ที่ YouTube ผู้หญิงแนวหน้าby คุณแหน

ชวนชิม ชวนช็อป ชวนใช้ ชวนชม : 2 พฤศจิกายน 2562

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/451230

ชวนชิม ชวนช็อป ชวนใช้ ชวนชม : 2 พฤศจิกายน 2562

วันเสาร์ ที่ 2 พฤศจิกายน พ.ศ. 2562, 06.00 น.

“พายชิคเกนแฮมคาโบนารา” ชวนชิมความอร่อยใหม่สไตล์อิตาเลียนของพายร้อนๆทอดใหม่ รสนุ่มละมุนด้วยส่วนผสมชั้นดี ทั้งแฮมไก่, เห็ดแชมปิญอง และ ชีสพาร์เมซานหอมกรุ่นอร่อยลงตัว ปราศจากกรดไขมันทรานส์ ในราคาชิ้นละ29 บาท หรืออร่อยเป็นคู่พร้อมเครื่องดื่มเย็นขนาด 16 ออนซ์ เลือกสดชื่นได้กับกาแฟ, โอวัลตินสวิส, ชามะนาว หรือชานม ในราคาเพียงชุดละ 59 บาท จากปกติ 80 บาท ระหว่างวันที่ 5 พ.ย.-7 ม.ค.2563 หรือจนกว่าสินค้าจะหมด ที่ร้านแมคโดนัลด์ สาขาที่ร่วมรายการ และแมคดิลิเวอรี่ โทร.1711

“ซินนาบอน ชาไทยอัลมอนด์ บอนไบท์” ชวนชิมซินนามอนโรลฉบับมินิเอาใจสาวกชาไทย ที่ย่อไซส์ซินนามอนโรลหอมกรุ่นอันเป็นเอกลักษณ์ ราดด้วยชาไทยรสชาตเข้มข้นและโรยหน้าด้วยอัลมอนด์สไลด์กรุบกรอบ มาในขนาดพอดีคำ ทั้งแบบเซต 5 ชิ้น ราคา 59 บาทและแบบเซต 10 ชิ้น ราคา 99 บาท หรือเซต 15 ชิ้น ราคา 149 บาท และเซต 30 ชิ้น ราคา 269 บาท คละรสชาติได้ไม่เกิน3 รสชาติ ได้แก่ Thai Tea Almond, Choco, Classic วันนี้-29 ก.พ. ที่ร้านซินนาบอน สาขาสยามพารากอน, ดิเอ็มควอเทียร์,สีลมคอมเพล็กซ์, เทอร์มินอล 21 อโศก, บลูพอร์ตหัวหิน และเดอะมอลล์โคราช

“เรดเวลเว็ต คริสต์มาสวาฟเฟิล” ชวนชิมเมนูพิเศษ เรดเวลเว็ต คริสต์มาสวาฟเฟิล แป้งวาฟเฟิลเรดเวลเว็ตเนื้อนุ่ม ชุ่มฉ่ำด้วยมาร์ชเมลโลว์หลอมไฟ ราดซอสช็อกโกแลตตบท้ายความสุขด้วยคุกกี้ครัมเบิลโรยหน้า ในราคาเริ่มต้นที่ 185 บาทสุทธิ วันนี้-31 ธ.ค.ที่ร้านคาเฟ่ แคนทารี สาขาอยุธยา, ปราจีนบุรี, บางแสน, เชียงใหม่, เกาะยาวน้อย, โคราช,ภูเก็ต, ศรีราชา และระยอง พร้อมร่วมสืบสานประเพณีลอยกระทง ในแบบอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม อิ่มอร่อยและสนุกสนานไปกับกิจกรรมฟรีประดิษฐ์กระทงจากวัสดุธรรมชาติที่สามารถย่อยสลายได้ ในวันจันทร์ที่ 11 พ.ย. ที่ร้านคาเฟ่ แคนทารีสาขาบางแสน, เชียงใหม่, เกาะยาวน้อย, ศรีราชา และระยอง โทร.1627

ชวนชิม

“พายอาฟเตอร์นูนที” ชวนชิมชุดน้ำชายามบ่ายเมนูใหม่ ที่ได้แรงบันดาลใจมาจากไดน์นิ่งคอนเซ็ปต์ โมเดิร์นไทยซีฟู้ด ไฮไลท์ประกอบไปด้วยครัวซองต์กุ้งและหัวปลีราดน้ำจิ้มซีฟู้ดและซอสศรีราชามาโย, แซนด์วิชสเต๊กเนื้อวากิว แตงกวา ราดซอสพะแนง และที่ขาดไม่ได้คือมินิพายวาฟเฟิล นอกจากนี้ในเซตยังมีเมนูที่ทุกคนโปรดปราน อาทิ โฮมเมดสโคนสูตรดั้งเดิม, สโคนช็อกโกแลตชิป, ทาร์ตส้มจี๊ด, เค้กช็อกโกแลตวาลโรห์นาเข้มข้น 64%, พาฟโลว่าเบอร์รี่น้ำผึ้ง ฯลฯ ในราคาเซตละ 1,450 บาท++ มาพร้อมชา TWG 2 กา สามารถเลือกนั่งได้ทั้งด้านในอาคารหรือด้านนอกในสวน นอกจากนี้ยังมีชาสองรสชาติสุดเอ็กซ์คลูซีฟจากทีดับเบิลยูจีที ทั้งกรีนการ์เด้นและสแตร์รี่ไนท์ ที่ห้องอาหารพาย เดอะเฮ้าส์ ออน สาทร โทร.02-3444025

“Crab Lover Set” ชวนชิมชุดสุดคุ้มอิ่มจุใจกับเมนูระดับภัตตาคาร เสิร์ฟความสดใหม่ของเนื้อปู สามารถเลือกทานได้ 4 เมนูแบบครบครัน ทั้งปู ปลา กุ้ง และผักสดใหม่โดยเมนูแนะนำพลาดไม่ได้ อาทิ ปูผัดผงกะหรี่, ต้มยำกุ้ง, ปลากะพงนิ่งซีอิ๊ว, กะหล่ำปลีผัดหมูกรอบ ฯลฯ ในราคาชุดละ 1,599 บาท ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ที่ร้านอาหารฮั่วเซ่งฮง เฉพาะสาขาสยามพารากอน โทร.02-4110695-7

“The Mall Bangkok Food Expo 2019” ชวนชิมมหกรรมอาหารครั้งยิ่งใหญ่แห่งปี รวบรวมร้านอาหารชื่อดังกว่า 200 ร้าน 2,000 เมนู ครั้งแรกในประเทศไทยกับร้านอาหารชื่อดังส่งตรงจากต่างประเทศ พร้อมเปิดประสบการณ์กับสุดยอดอาหารไทยรสเลิศการันตีความอร่อยจากเชลล์ชวนชิม และมิชลินไกด์ กูร์มองด์ Bib Gourmand รวมทั้งเมนูจากร้านดังทั่วเอเชียและร้านฮิตในโลกโซเชียลที่ไม่ควรพลาด อาทิ Taste of Thai, Taste of Asia, Taste of Around Asia, Instafood&Superstar ฯลฯ พร้อมเพลิดเพลินกับกิจกรรม Super Sized Food เนรมิตอาหารจานยักษ์กับเมนูยอดฮิตของคนไทยโปรดปราน ให้ได้สนุกสนานกับการถ่ายรูป เพื่อเก็บความประทับใจ วันนี้-3 พ.ย. ที่เอ็มซีซีฮอลล์ ชั้น 4 เดอะมอลล์ บางกะปิ, วันที่ 7-13 พ.ย. ที่แกรนด์ฮอลล์ เดอะมอลล์ บางแค, วันที่ 13-17 พ.ย. ที่ควอเทียร์อเวนิวศูนย์การค้าดิเอ็มควอเทียร์ และวันที่ 5-11 ธ.ค. ที่อีเว้นท์ฮอลล์บี เดอะมอลล์ ท่าพระ โทร.02-7895555

ชวนช็อป

“11.11 Happy Sale” ชวนช็อปสินค้าราคาพิเศษ 1, 11, 110 และ 1,100 บาท ลูกค้า 111 คนแรกรับบัตรชมภาพยนต์ฟรี รับเครดิตเงินคืนสูงสุด 11% สมาชิก The 1รับ 1,100 คะแนน เมื่อมียอดช็อป 11,000 บาท ด้วยโปรโมชั่นส่วนลดจากแบรนด์ดังในศูนย์การค้าเครือซีพีเอ็น11 สาขาทั่วประเทศ กว่า 100 แบรนด์ ระหว่างวันที่ 7-11 พ.ย.ที่ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์, เซ็นทรัลพลาซา ลาดพร้าว, ปิ่นเกล้า, บางนา, เวสต์เกต, พระราม 9, นครราชสีมา, อุดรธานี, เซ็นทรัลเฟสติวัล พัทยาบีช, เชียงใหม่ และภูเก็ต

“โปรโมชั่น 11.11” ชวนช็อปเฟอร์นิเจอร์และสินค้าตกแต่งบ้านจากสวีเดน ลดสนั่นเขย่ากระเป๋าคนรักบ้านยกขบวนสินค้าลด 20% ต่อเนื่อง 11 วัน 11 โปรโมชั่น ไม่ซ้ำกันสักวัน อาทิ โซฟา, เตียงนอน, ฟูก, อุปกรณ์จัดเก็บ,โต๊ะกินข้าว, โต๊ะทำงาน, ตู้เก็บของ, ชุดเครื่องครัว, เครื่องใช้บนโต๊ะอาหาร, ชุดเครื่องนอน, พรม, ของใช้เด็ก ฯลฯวันนี้-11 พ.ย. ที่อิเกีย บางนา, บางใหญ่ และอิเกียออนไลน์สโตร์

“สวีแด ดูแลสุขภาพ” ชวนช็อปสินค้าทางการเกษตรปลอดสารพิษ สินค้าหัตถกรรมพื้นบ้าน จากกลุ่มวิสาหกิจชุมชนจากทุกภาคทั่วประเทศ อาทิ ข้าวแต๋น, ข้าวตัง,
กล้วยตาก, ผักพื้นบ้าน, ลูกชิ้นปลา, บูเกต์ผ้าขาวม้า ฯลฯ พร้อมรับฟังเคล็ดลับสุขภาพดีจากการออกกำลังกายนำโดยผัดไทและตุ๊ยตุ่ย รับบริการตรวจสุขภาพและประเมินสมรรถภาพของร่างกายด้วยคอมพิวเตอร์ โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย และกิจกรรมไฮไลท์อีกมากมาย วันนี้-3 พ.ย.ที่ลานกิจกรรมมันนี่ พาร์ค ชั้น 4 ศูนย์การค้าเอ็มบีเค เซ็นเตอร์

ชวนใช้

“Happy Loy Kratong Day” ชวนใช้กิจกรรมเวิร์กช็อปประดิษฐ์กระทงจากวัสดุธรรมชาติ พร้อมตกแต่งด้วยดอกไม้หลากหลายสีสันให้สวยงามได้ด้วยตัวเอง แล้วนำไปลอยในบ่อน้ำจำลองของศูนย์การค้าฯ พร้อมชวนน้องๆ หนูๆ และครอบครัว ทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ ร่วมแต่งกายชุดไทย กิจกรรมฟรีตลอดงาน ในวันจันทร์ที่11 พ.ย. เวลา 16.00-19.00 น. ที่ศูนย์การค้ามิลลี่ มอลลี่ สุขุมวิท 20 โทร.02-6637593

“The St. Regis Wedding Sessions” ชวนใช้แพ็กเกจการจัดงานแต่งงานช่วงกลางวันในราคาเริ่มต้นเพียง 650,000 บาทสุทธิ และแพ็กเกจการจัดงานแต่งงานช่วงค่ำในราคาเริ่มต้นเพียง 750,000 บาทสุทธิ พร้อมรับส่วนลดและอภินันทนาการต่างๆ มากมาย, รับคะแนนสะสม Marriott Bonvoy 2 เท่า,Top Spender รับบัตรกำนัลที่พักห้องพูลสวีท โรงแรมเดอะเซนต์รีจิสบาหลี 2 คืน, คู่แรกที่จองแพ็กเกจรับบัตรกำนัลที่พักโรงแรมเดอะพอร์ตแมนริตซ์คาร์ลตัน เซี่ยงไฮ้2 คืน ฯลฯ ระหว่างวันที่ 15-17 พ.ย. ที่ห้องดิแคนเตอร์ชั้น 12 โรงแรมเดอะ เซนต์ รีจิส กรุงเทพฯ โทร.02-2077777

“ใบหยกลดไม่ยั้ง” ชวนใช้โปรโมชั่นห้องพักถูกสุดในรอบปี ห้อง Superior Room, Standard Zone การันตีห้องพักชั้น 22-45 และสิ่งอำนวยความสะดวกภายในห้องมากมาย เดินทางแสนสะดวกสบายด้วยรถรับส่งแหล่งช็อปปิ้งใจกลางเมือง ในราคาเพียงคืนละ 1,150 บาท เมื่อจองห้องพักผ่าน http://www.baiyokehotel.com เท่านั้น จำนวนจำกัด จองและเข้าพักได้ตั้งแต่วันนี้-30 พ.ย. ที่โรงแรมใบหยกสกาย โทร.02-6563000

ชวนชม

“กระจกหกด้าน” ชวนชมสารคดีกระจกหกด้าน ตอนของขลัง คนไทยเชื่อมโยงความเชื่อหลายแขนงของหลากศาสนาไว้ด้วยกัน ตั้งแต่นับถือพระรัตนตรัย ทวยเทพภูตผีปีศาจ และเครื่องรางของขลัง ในวันพฤหัสบดีที่7 พ.ย. เวลา 17.00-17.15 น. และสารคดีร้อยเรื่องเมืองไทย ตอนปราสาทผึ้ง ประเพณีเพียงหนึ่งเดียวที่ยิ่งใหญ่เป็นหน้าเป็นตาของชาวจังหวัดสกลนครในวันอาทิตย์ที่ 10 พ.ย. เวลา 07.52-07.57 น. ทางสถานีโทรทัศน์ช่อง 7HD

“เทศกาลสายน้ำแห่งวัฒนธรรมไทย ครั้งที่ 5” ชวนชมศิลป์ร่วมสมัยจากชุมชนกับการประดับตกแต่งสถานที่ด้วยวัสดุจากชุมชน การประดับไฟ กิจกรรมการแสดงต่างๆ อร่อยเด็ดไปกับร้านค้าชุมชนมากมาย พร้อมร่วมลอยกระทงในมุมใหม่บนโค้งน้ำเจ้าพระยาที่ยาวที่สุดที่จัดขึ้นพร้อมกัน 10 ท่าน้ำ ระหว่างวันที่ 9-11 พ.ย. พร้อมร่วมกิจกรรมล่องเรือไหว้พระทำบุญ ในวันเสาร์ที่ 9 พ.ย. ที่วัดโพธิ์, วัดอรุณฯ, วัดกัลยาฯ, วัดประยูรฯ, วัดระฆังฯ, ท่ามหาราช, ท่าล้ง 1919, ท่าสุขสยาม ไอคอนสยาม, เอเชียทีค เดอะริเวอร์ฟร้อนท์

“พัฒนศึกษาวิพากษ์” ชวนชมการเสวนาเชิงวิชาการเรื่อง โรงเรียนขนาดเล็ก โจทย์ใหญ่ที่ท้าทายการศึกษาไทย โดยมีผู้ร่วมเสวนา อาทิ ฯพณฯ อภิสิทธิ์เวชชาชีวะ, ดร.ไกรยส ภัทราวาท, อ.นิรุตติ์ หนักเพ็ชร์ในวันอาทิตย์ที่ 17 พ.ย. เวลา 09.00-12.00 น. ที่ห้องประชุมดวงเดือน พิศาลบุตร อาคารประชุมสุข อาชวอำรุง คณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ลงทะเบียนสำรองที่นั่งได้ฟรีโดยไม่มีค่าใช้จ่าย โทร.086-6374420

‘อาดิดาส’จับมือ’เดวิด เบ็คแฮม’ร่วมออกแบบรองเท้ารุ่นพิเศษ ULTRABOOST 19 DB99

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/451244

‘อาดิดาส’จับมือ’เดวิด เบ็คแฮม’ร่วมออกแบบรองเท้ารุ่นพิเศษ ULTRABOOST 19 DB99

วันศุกร์ ที่ 1 พฤศจิกายน พ.ศ. 2562, 16.45 น.

อาดิดาส ร่วมกับ เดวิด เบ็คแฮม ตำนานนักฟุตบอลระดับโลก ออกแบบรองเท้ารุ่นพิเศษที่มีชื่อว่า อัลตร้าบูสท์ ไนน์ทีน ดีบีไนตี้ไนน์ (ULTRABOOST 19 DB99) สร้างสรรค์ขึ้นตามเรื่องราวในปี 1999 ซึ่งเป็นปีที่เต็มไปด้วยความสำเร็จในด้านการเป็นนักฟุตบอลอาชีพและการเริ่มต้นชีวิตครอบครัวของเดวิด เบ็คแฮม

วันนี้เมื่อปี 1999 คุณกำลังทำอะไรกันอยู่? หลายคนอาจกำลังอดใจรอโลกใบใหม่อันน่าตื่นเต้นที่รอให้ค้นพบ หรืออาจกำลังนับถอยหลังสู่สหัสวรรษใหม่ แต่สำหรับ เดวิด เบ็คแฮม แล้วนั้น ปี 1999 ถือเป็นปีที่เขาสร้างชื่อเสียงดังกระฉ่อนไปทั่วโลกเลยทีเดียว เป็นปีแห่งตำนานอันทรงพลังและเรื่องราวอันน่าจดจำ เป็นปีที่ตัวเขาก้าวขึ้นสู่จุดสูงสุดของอาชีพค้าแข้ง รวมทั้งเป็นปีที่เขาเริ่มต้นสร้างครอบครัวอีกด้วย ในโอกาสนี้ อาดิดาส จึงร่วมมือกับ เดวิด เบ็คแฮม ในการเปิดตัวรองเท้าวิ่งรุ่นพิเศษ อัลตร้าบูสท์ ไนน์ทีน ดีบีไนตี้ไนน์ เพื่อฉลองการทะยานขึ้นสู่จุดสูงสุดในชีวิตของเขา

สำหรับชื่อของ ULTRABOOST 19 DB99 นั้น แน่นอนว่านำตัวเลขมาจากปี 1999 ซึ่งตัวเลข 99 นั้นก็มีที่มาจากปี 1999 ซึ่งเป็นปีที่เขาได้แต่งงานกับภรรยาและให้กำเนิดบุตรชายคนแรก อีกทั้งยังเป็นปีที่ตัวเขาเองสามารถสร้างประวัติศาสตร์ให้กับวงการฟุตบอลอังกฤษด้วยการคว้าแชมป์ 3 รายการร่วมกับสโมสรต้นสังกัดอีกด้วย

“ปี 1999 ถือว่าเป็นปีที่มีความสำคัญสำหรับผมมาก ไม่ว่าจะเป็นด้านการเติบโตในฐานะนักฟุตบอลอาชีพหรือชีวิตส่วนตัวของผมเอง ดังนั้น รองเท้าคู่นี้จึงมีความหมายที่แสนพิเศษสำหรับผมมากๆ เลยล่ะ สำหรับสีที่เลือกใช้ในการออกแบบรองเท้าคู่นี้ก็คือสีขาวและสีส้ม ซึ่งรองเท้าสีขาวก็ถือเป็นคู่โปรดสำหรับผมอยู่แล้ว พอนำมาผสมกับสีส้มและพิมพ์ตัวอักษร DB99 ด้วยสีดำก็ยิ่งทำให้รองเท้าคู่นี้ดูลงตัวและสมบูรณ์แบบเลยทีเดียว”

และด้วยความร่วมมือของเดวิด เบ็คแฮม ในการออกแบบรองเท้า ULTRABOOST 19 DB99 ทำให้อาดิดาสได้สร้างสรรค์ผลงานที่เต็มไปด้วยประสิทธิภาพและแฟชั่นอันล้ำสมัย จนได้ออกมาเป็นรองเท้าอัลตร้าบูสท์ 19 คู่ใหม่ล่าสุด ซึ่งมีการใส่ตัวอักษร DB99 ไว้ที่บริเวณลิ้นรองเท้าและพื้นรองเท้า สำหรับรองเท้าอัลตร้าบูสท์ 19 มีการใช้วัสดุผ้าที่มีน้ำหนักเบากว่ารองเท้าอัลตร้าบูสท์รุ่นก่อน มีการติดแผ่นระบายที่ด้านข้างและฝ่าเท้าที่มีขนาดใหญ่มากขึ้นเพื่อให้สามารถระบายอากาศได้ดี โครงสร้างรองเท้าถูกออกแบบให้มีความปราดเปรียว ตกแต่งด้วยแถบเส้นบางๆ ที่ด้านบนและฝ่าเท้า

นอกจากนี้ ทีมนักออกแบบยังได้ให้ความสำคัญในด้านความรู้สึกขณะสวมใส่ โดยคำนึงถึงเรื่องความสวยงามไปพร้อมๆ กัน สังเกตได้จากการที่รองเท้า ULTRABOOST 19 DB99 ได้มีการนำเอาเทคโนโลยีขั้นสูงสุดของรองเท้าในตระกูลอัลตร้าบูสท์ ซึ่งจะเน้นเรื่องการขยับเคลื่อนไหวของเท้าเป็นพิเศษ ไม่ว่าจะเป็นวัสดุไพรม์นิต 360 (Primeknit 360) ซึ่งมีการออกแบบมาให้สามารถเคลื่อนไหวได้ง่ายดายและสะดวกสบายในขณะใช้งาน พื้นรองเท้าที่ใช้เทคโนโลยีบูสท์ (BOOST) ซึ่งสามารถปรับเข้าเป็นหนึ่งเดียวกับการเคลื่อนที่ของรูปเท้าได้อย่างสมบูรณ์ และเทคโนโลยี Torsion Spring system ที่อยู่บริเวณกลางพื้นรองเท้า ที่จะช่วยรักษาสมดุลให้กับนักวิ่งในจังหวะที่เท้าสัมผัสกับพื้น ทำให้ทุกการออกกำลังกายเต็มไปด้วยประสบการณ์อันยอดเยี่ยมอีกด้วย

รองเท้าอัลตร้าบูสท์ ไนน์ทีน ดีบีไนตี้ไนน์ (ULTRABOOST 19 DB99) วางจำหน่ายในจำ­นวนจำกัดที่ราคา 7,300 บาท ตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน 2562 เป็นต้นไป ที่ร้านอาดิดาส แบรนด์ เซ็นเตอร์ เซ็นทรัลเวิลด์, ร้านอาดิดาส แบรนด์ เซ็นเตอร์ สยาม พารากอน, ร้านอาดิดาส เซ็นทรัล ปิ่นเกล้า และร้านอาริ รันนิ่ง คอนเซ็ปต์ สโตร์

‘หมอโบ’เตือนภัยฉีดฟิลเลอร์เสี่ยงตาบอดแนะ’สวยให้มาก แต่เสี่ยงให้น้อย #เติมใต้ตามาเดอโบ’

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/451152

‘หมอโบ’เตือนภัยฉีดฟิลเลอร์เสี่ยงตาบอดแนะ’สวยให้มาก แต่เสี่ยงให้น้อย #เติมใต้ตามาเดอโบ’

วันศุกร์ ที่ 1 พฤศจิกายน พ.ศ. 2562, 12.54 น.

ชั่วโมงนี้ถ้าเอ่ยถึงฟิลเลอร์ใต้ตาคงไม่มีใครไม่รู้จัก “หมอโบ – พญ.ปาริฉัตร ตัณชวนิชย์  แห่ง “เดอ โบ คลินิก” ( de beau clinic) ล่าสุดเผยเคล็ดลับการปรับรูปหน้าแก้ไขใต้ตาให้ปลอดภัย ภายใต้สโลแกน “สวยให้มาก แต่เสี่ยงให้น้อย #เติมใต้ตามาเดอโบ” พร้อมตั้งเป้าขึ้นแท่นอันดับหนึ่งด้านปรับรูปหน้าแก้ไขใต้ตาคล้ำลึก

“หมอโบ – พญ.ปาริฉัตร ตัณชวนิชย์ แพทย์ผู้บริหาร “เดอ โบ คลินิก” ( de beau clinic) เผยว่า “จากประสบการณ์การดูแลคนไข้ความงามมายาวนานกว่า 15 ปี โดยเริ่มต้นนั้นได้จบแพทยศาสตร์บัณฑิตจากคณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาลัยมหิดล หลังจากนั้นได้ไปศึกษาต่อเฉพาะทางด้านผิวหนังที่บอสตัน ยูนิเวอร์ซิตี้ ประเทศสหรัฐอเมริกา ก่อนกลับมาทำงานเป็นแพทย์ประจำแผนกผิวหนังและศูนย์ความงาม ที่โรงพยาบาลกรุงเทพพัทยา และสั่งสมประสบการณ์จนได้เปิดคลินิกของตนเองภายใต้ชื่อ “เดอ โบ คลินิก” ( de beau clinic)

หลังจากที่เราเปิดคลินิกมา 9ปี ถือว่าค่อนข้างประสบความสำเร็จ โดยเฉพาะการดูแลปรับรูปหน้า แก้ไขใต้ตาคล้ำลึก จนกลายเป็นนามสกุลของเราไปแล้วว่า “หมอโบ ฟิลเลอร์ใต้ตา” คนไข้มากกว่า 80% ที่เข้ามามักจะมาปรึกษาเรื่องใต้ตาคล้ำ ร่องใต้ตาลึก สามารถแก้ไขได้โดยการเติมเต็มฟิลเลอร์ใต้ตา อาจเพราะเราเป็นคลินิคแรก ๆ ที่ให้บริการฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาแล้วเห็นผลลัพธ์ชัดเจน และมีเคสรีวิวเป็นจำนวนมาก ทำให้คนไข้เกิดความเชื่อมั่น และตัวหมอเองทำเกี่ยวกับด้านนี้มา สิบ กว่าปีแล้ว ทำให้เกิดความชำนาญ

สำหรับเทคนิคในการปรับรูปหน้าและดวงตา อย่างแรกคือ การดูโครงสร้างใบหน้าของคนไข้ว่ามีปัญหาตรงไหน  คนไข้ดูหน้าเหนื่อยมั๊ย ดวงตาดูเศร้า โกรธ หน้าดูบึ้งตึง หรืออารมณ์ใบหน้าเป็นอย่างไร หมอจะประเมินและแก้ในจุดที่เป็นปัญหามากที่สุดก่อน ยกตัวอย่างเช่นถ้าหน้าตาดูเหนื่อย อิดโรยอาจเป็นเพราะใต้ตาลึก คล้ำ เราจะเติมเต็มที่ใต้ตา ซึ่งจะทำให้ดูดวงตาสดใส อารมณ์ใบหน้าจะเปลี่ยนไปทันที ทำให้ดูเด็กลง  บางคนใบหน้าดูบึ้งก็ต้องดูสาเหตุว่าเพราะอะไร มีร่องมุมปากตก คางหดเกร็งหรือไม่  การแก้ไขตรงร่องมุมปากจะช่วยให้ใบหน้าคนไข้ดูใจดี อารมณ์ดีและดูเด็กลง นอกจากนี้ การปรับรูปคางยังช่วยปรับรูปหน้าให้ดูเรียวขึ้น หน้าหวานขึ้นได้อีกด้วย

“หมอโบ พญ.ปาริฉัตร ตัณชวณิชย์ กล่าวต่อไปว่า “การฉีดฟิลเลอร์ใต้ตานั้นเป็นบริเวณที่ละเอียดอ่อน มีความเสี่ยงเยอะ ต้องใช้ความระมัดระวังสูง การที่จะฉีดให้ปลอดภัยว่ายากแล้ว การฉีดให้สวยงามยิ่งยากมาก เพราะถ้าขาดไปนิดนึงใต้ตาไม่เต็มจะไม่สวย  ถ้าฉีดมากเกินไปหรือวางฟิลเลอร์ผิดชั้นใต้ตาก็จะเป็นก้อน  การฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีคนไข้ต้องสวยทั้งในขณะที่หน้านิ่งและเวลาที่ยิ้มต้องดูเป็นธรรมชาติ ไม่เป็นก้อนเป็นลำ  ในการรักษาจึงต้องให้เวลากับคนไข้พอสมควร อย่างตัวหมอเองจะรับเคสแค่วันละไม่เกิน 5-6 ราย เพราะแต่ละเคสใช้เวลาฉีดค่อนข้างนานประมาณ 1 – 1.5 ชม. ต้องใช้ความละเอียดและประณีตสูง ไม่อยากฉีดรีบๆแล้วเกิดความผิดพลาด  นอกจากความสวยงามแล้วสิ่งสำคัญที่ต้องคำนึงถึงเป็นอันดับแรกคือความปลอดภัย

ปัญหาจากใต้ตาคล้ำ   นอกจากจะเกิดจากร่องใต้ตาลึกแล้ว ยังอาจเกิดจาก ภูมิแพ้ เช่น ขยี้ตาบ่อยๆ ทำให้เกิดรอยดำบริเวณใต้ตา ในกรณีนี้ การเติมฟิลเลอร์จะไม่ช่วยแก้ไขร้อยเปอร์เซ็นต์ จะต้องรักษาเม็ดสีบนผิวหนังของคนไข้ด้วย โดยการทาไวท์เทนนิ่ง เซรั่มทารอบดวงตา หรือทำเลเซอร์รักษารอยดำซึ่งจะทำคู่กับการเติมฟิลเลอร์ จึงจะได้ผลลัพธ์ที่ดีขึ้น

นอกจากนี้หมอโบ ยังเผยเคล็ดลับการการดูแลตัวเองทั้งก่อนหลังทำการรักษาด้วยฟิลเลอร์ พร้อมเตือนภัยฉีดไม่ดีอาจมีผลถึงตาบอดได้ โดยหมอโบ กล่าวต่อไปว่า “การเติมฟิลเลอร์ เป็นหัตถการที่ค่อนข้างเสี่ยง เพราะในใบหน้าของเราจะมีเส้นเลือดเส้นประสาทที่ต่อกันเป็นร่างแห ทั่วใบหน้า หากแพทย์ผู้ทำการรักษาไม่ชำนาญ ฉีดฟิลเลอร์พลาดเข้าเส้นเลือดที่ไปหล่อเลี้ยงปลายประสาทตา สามารถทำให้ตาบอดได้ โดยบริเวณที่มีความเสี่ยงสูงได้แก่ บริเวณร่องขมวดคิ้ว  จมูก หน้าผาก ร่องแก้มและขมับ ดังนั้นก่อนฉีดฟิลเลอร์เราจึงควรศึกษาให้ดี ดูหลายอย่างประกอบกัน

1.เลือกผลิตภัณฑ์ ฟิลเลอร์ต้องเป็นของแท้ ประเภท HA  (Hyaluronic acid) ผ่าน อย. เพราะถ้าเกิดปัญหาขึ้น เช่นฉีดแล้วไม่สวยเป็นก้อน เป็นลำ ฉีดผิดชั้นหรือฉีดเข้าเส้นเลือด จะมีเอนไซม์ที่สลายHA ให้ออกได้ แก้ไขได้ แต่ถ้าเราใช้ฟิลเลอร์ปลอม ราคาถูก ไม่มี อย. พวกนี้จะเป็นสารเติมเต็มประเภทถาวรซิลิโคนเหลว  สารประเภท Polyacrylamide ไม่สลาย ฉีดแล้วเป็นก้อนห้อยย้อย เอาออกไม่ได้ ต้องไปผ่าหรือขูดออก เหมือนอย่างหลาย ๆ คนที่เห็นในสื่อ

2. เลือกแพทย์ที่ทำการรักษา ต้องมีความรู้ความชำนาญ ไม่ควรเลือกที่ราคาเป็นหลัก แพทย์ยิ่งมีความชำนาญ มีความรู้ทางกายวิภาคเป็นอย่างดี ความเสี่ยงในการเกิดอันตรายก็จะน้อยลง 3. เลือกฉีดกับสถานพยาบาลที่ได้รับการรับรองจากกระทรวงสาธารณสุข

3.สถานพยาบาลที่ดีต้องมีมาตรฐาน ยกตัวอย่างเช่นความสว่างต้องเพียงพอ ความสะอาดต้องมากเพื่อป้องกันการติดเชื้อ เครื่องมือต้องทำความสะอาดฆ่าเชื้ออย่างดี มีอุปกรณ์การแพทย์ที่พร้อมจะช่วยเหลือเมื่อเกิดปัญหา หรือเกิดภาวะแทรกซ้อน

โดยในการเตรียมตัวก่อนมาทำนั้น ควรงดรับประทานยาละลายลิ่มเลือด หรือ อาหารเสริม เช่น วิตามินอี แปะก๊วย ฟิชออยล์ 3-5 วัน เพราะอาจทำให้เกิดการช้ำได้ง่ายกว่าปกติ แต่ปัจจุบันการฉีดฟิลเลอร์มักจะไม่ค่อยช้ำเนื่องจากเราเปลี่ยนมาใช้เข็มปลายทู่ในการฉีดมากขึ้น สำหรับการดูแลหลังจากทำไปแล้ว ควรงดแต่งหน้า 24 ชั่วโมง งดรับประทานอาหารประเภทสุก ๆ ดิบ ๆ อาหารหมักดอง และแอลกอฮอล์เพราะอาจทำให้เกิดอาการบวมได้

สำหรับการฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา สามารถอยู่ได้นาน 1-2ปี ขึ้นอยู่กับการดูแลรักษาของแต่ละคน และสภาพผิว โดยหลีกเลี่ยงการโดนความร้อนจัด เช่น การเซาว์น่าหรือโยคะร้อนบ่อย ๆ จะมีผลทำให้ฟิลเลอร์สลายเร็ว หรือการนอนดึกมาก ๆ ดื่มน้ำน้อย ๆ เพราะฟิลเลอร์จะมีคุณสมบัติการดูดซับน้ำ ถ้าเราดื่นน้ำมากก็จะพองตัวเหมือนอุ้มน้ำตลอดและทำให้อยู่ทนขึ้น” หมอโบ กล่าวปิดท้าย

สนใจสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ FB.เดอโบ คลินิก ฟิลเลอร์  ใต้ตา โบท็อกซ์ ปรับรูปหน้า หมอโบ IG.debeauclinic, line.@debeauclinic หรือโทร. 02-010-4015,097-426-6956

ปรากฏการณ์เทศกาลลอยกระทง ‘ICONSIAM CHAO PHRAYA RIVER OF GLORY’

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/451043

ปรากฏการณ์เทศกาลลอยกระทง ‘ICONSIAM CHAO PHRAYA RIVER OF GLORY’

วันศุกร์ ที่ 1 พฤศจิกายน พ.ศ. 2562, 06.00 น.

การแสดงศิลปวัฒนธรรมไทย แสง สี เสียง สุดตระการตา

ไอคอนสยาม อภิมหาโครงการเมืองแห่งการใช้ชีวิตสู่โลกอนาคต สัญลักษณ์แห่งความรุ่งโรจน์ของไทยริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา ร่วมกับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย องค์กรพันธมิตรภาครัฐและเอกชน จัด มหาปรากฏการณ์เทศกาลลอยกระทง “ICONSIAM CHAO PHRAYA RIVER OF GLORY” (ไอคอนสยาม เจ้าพระยา ริเวอร์ ออฟ กลอรี่) ร่วมสืบสานและอนุรักษ์ประเพณีลอยกระทง พร้อมตระการตากับสุดยอดการแสดงผสมผสานแสง สี เสียง ท่ามกลางทัศนียภาพเจ้าพระยาที่สวยงามที่สุด ชมความงดงามของขบวนนางนพมาศ และนิทรรศการจัดแสดงกระทงนานาชาติจากสถานทูต 15 ประเทศ เพลิดเพลินกับกิจกรรมมหัศจรรย์วิถีไทยมากมาย ท่ามกลางความงามสง่าของแม่น้ำเจ้าพระยาให้เป็นที่ประจักษ์สู่สายตาโลก ในวันที่ 11 พฤศจิกายนนี้ณ ไอคอนสยาม

และนับปรากฏการณ์ที่เป็นครั้งแรกของโลกเมื่อบริษัท เดอะ วอลท์ ดิสนีย์ (ประเทศไทย) จำกัด เซอร์ไพรส์คนไทย นำสุดยอดตัวการ์ตูนชื่อดังระดับโลก “มิคกี้ เมาส์ และ มินนี่ เมาส์” ปรากฏตัวในชุดไทยจักรีสุดงดงามเป็นครั้งแรกของโลก เพื่อร่วมเฉลิมฉลองวัฒนธรรมไทยอย่างใกล้ชิด พร้อมพบอีกหนึ่งไฮไลท์ฟิกเกอรีนมิคกี้ เมาส์ และมินนี่ เมาส์ สวมใส่ชุดไทยขนาดยักษ์ สูงถึง 3.5 เมตร ตั้งเด่นตระหง่านท่ามกลางบรรยากาศริมน้ำเจ้าพระยา ณ ริเวอร์ พาร์ค ร่วมด้วยประติมากรรมทองคำแท้ มิคกี้ เมาส์ในท่าทางสวัสดี พร้อมกับกิจกรรมสุดพิเศษเพื่อส่งมอบความสุขแก่บรรดาแฟนๆ อาทิ มุมถ่ายภาพสุดประทับใจในสไตล์ “มิคกี้ โก ไทยแลนด์” และเวิร์กช็อปที่ร่วมสนุกกันได้ทั้งครอบครัว

กระทง ที่ทำจากวัสดุธรรมชาติ

โดยภายในงานบริเวณ ริเวอร์ พาร์ค พบกับทัพมหัศจรรย์ความบันเทิงมากมาย ทั้งการแสดงศิลปวัฒนธรรมไทยร่วมสมัยจัดเต็มด้วยแสง สี เสียง สุดตระการตา “สักการะสายน้ำแห่งความรุ่งเรือง” นำเสนอความงดงามของขนบประเพณีไทย สรรเสริญความเจริญอันเกิดจากสายน้ำเจ้าพระยาผ่านการแสดงเชิดแผ่นหนังสัญลักษณ์สถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ในรูปแบบวิจิตรล้ำสมัย เพื่อสืบสานวัฒนธรรมประเพณีไทยอันดีงามที่อยู่คู่กับวิถีคนริมน้ำเจ้าพระยามาช้านานชมขบวนนางนพมาศ นำโดย นุ่น-วรนุช ภิรมย์ภักดีร่วมด้วยการประกวดนางนพมาศไอคอนสยาม พบการประชันความงามของสาวงามนานาชาติ และมินิคอนเสิร์ตจากนักร้องขวัญใจตลอดกาล ก๊อท-จักรพันธ์ ครบุรีธีรโชติ พร้อมร่วมสืบสานและอนุรักษ์ประเพณีไทยแต่งกายด้วยชุดไทยมาร่วมงาน

ร่วมด้วย สุขสยาม เมืองสารพัดสุขสนุกแบบไทย ณ ชั้น G เปิดเมืองต้อนรับความสุขของประเพณีลอยกระทง ขอเชิญชวนแต่งกายร่วมงานด้วยผ้าไทย พร้อมชมประติมากรรมกระทงจาก 4 ภาค อันแสดงถึงเอกลักษณ์ท้องถิ่นการประกวดนางนพมาศ 3 วัยเมืองสุขสยาม พร้อมร่วมประดิษฐ์กระทงเชิงสร้างสรรค์ฟรี และอิ่มอร่อยกับของดีและอาหารจาก 77 จังหวัด

บรรยากาศเทศกาลลอยกระทง

นุ่น-วรนุช ภิรมย์ภักดี นางนพมาศที่จะมาปรากฏตัวในชุดอโยธยานาฏยนารี

นอกจากนี้ เชิญชมนิทรรศการกระทงนานาชาติจากสถานทูต 15 ประเทศ จัดแสดงกระทงโคมชักขนาดยักษ์จากวัสดุเมล็ดพืชธรรมชาติ โดยได้รับการออกแบบเชิงสร้างสรรค์ถ่ายทอดเรื่องราวเอกลักษณ์ของแต่ละประเทศผ่านแรงบันดาลใจจากประเพณีลอยกระทงของไทย นำโดย สถานเอกอัครราชทูตอังกฤษ, สาธารณรัฐประชาชนจีน, ฝรั่งเศส, อินโดนีเซีย, อิตาลี, ญี่ปุ่น, สาธารณรัฐคาซัคสถาน, เมียนมา,เปรู, โปรตุเกส, สหพันธรัฐรัสเซีย, สวิตเซอร์แลนด์,กัมพูชา, นิวซีแลนด์ และสหรัฐอเมริกาจัดแสดง ณ ไอคอนลักซ์ ระหว่างวันที่ 8-24 พฤศจิกายนนี้ พร้อมชมกระทงไอเดียสร้างสรรค์จากวัสดุธรรมชาติและวัสดุเหลือใช้ผลงานการออกแบบโดยนักศึกษามหาวิทยาลัยชื่อดัง 8 สถาบัน อาทิ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, มหาวิทยาลัยศิลปาการ, มหาวิทยาลัยกรุงเทพ, มหาวิทยาลัยรังสิต, มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒณ ริเวอร์ พาร์ค

มินิคอนเสิร์ต จาก ก๊อท-จักรพันธ์ ครบุรีธีรโชติ

11 พฤศจิกายนนี้ ร่วมสืบสานประเพณีไทยในมหาปรากฏการณ์เทศกาลลอยกระทงในงาน “ICONSIAM CHAO PHRAYA RIVER OF GLORY” ณ ไอคอนสยาม ถนนเจริญนคร โดยมีบริการเรือรับ-ส่งมายังไอคอนสยามจาก ท่าราชวงศ์, ล้ง 1919, ท่าเรือ 4 พระยา, ตึก CAT และท่าเรือสาทร ถึงเวลา 24.00 น.และมีบริการรถรับ-ส่ง (Shuttle Bus และShuttle Van) เส้นทางซอยไอคอนสยาม-ท่าดินแดง และเส้นทาง ไอคอนสยาม-BTS สถานีกรุงธนบุรี-BTS สถานีวงเวียนใหญ่ถึงเวลา 24.00 น. สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม โทร.02-4957080 หรือ http://www.iconsiam.com

‘ตาวิเศษ’ประมูลเปเปอร์มาเช่ตาวิเศษ สนับสนุนกิจกรรมปลุกจิตสำนึกรักสิ่งแวดล้อม

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/451039

‘ตาวิเศษ’ประมูลเปเปอร์มาเช่ตาวิเศษ สนับสนุนกิจกรรมปลุกจิตสำนึกรักสิ่งแวดล้อม

วันศุกร์ ที่ 1 พฤศจิกายน พ.ศ. 2562, 06.00 น.

คุณหญิงชดช้อย โสภณพนิช

สมาคมสร้างสรรค์ไทย จัดประมูลเปเปอร์มาเช่ ตาวิเศษ ผลงานของศิลปินและผู้มีชื่อเสียงจิตสาธารณะ นำรายได้กว่า 1.49 ล้านบาท สนับสนุนกิจกรรมปลุกจิตสำนึกรักสิ่งแวดล้อม พร้อมชวนทุกคนเป็นส่วนหนึ่งของกองทัพ “ตาวิเศษ” กับชาเลนจ์และกิจกรรมสร้างสรรค์เพื่อมุ่งสู่สังคมและสิ่งแวดล้อมที่ดีขึ้น

ผ่านพ้นไปแล้วสำหรับงานประมูลผลงานเปเปอร์มาเช่ตาวิเศษ เพื่อนำรายได้ไปสนับสนุนกิจกรรมรณรงค์เพื่อสิ่งแวดล้อมของตาวิเศษ โดย สมาคมสร้างสรรค์ไทย
ร่วมกับ สมาคมนักสะสมงานศิลปะไทย ที่นำผลงานสร้างสรรค์เปเปอร์มาเช่ ตาวิเศษของศิลปินและผู้มีชื่อเสียงจากหลากหลายวงการที่มีจิตสาธารณะ ทั้ง 62 คน อาทิอาจารย์เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์, อาจารย์ธงชัยรักปทุม, พไรวา ไรวา, ปณต คุณประเสริฐ,อโณทัย นิรุตติเมธี เป็นต้น มาให้แฟนคลับและนักสะสมได้เป็นเจ้าของและได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุนการดำเนินกิจกรรมรณรงค์ลดขยะกับตาวิเศษ โดยได้รับเกียรติจาก เยาวณี นิรันดร และ โยทะกา จุลโลบลร่วมดำเนินการประมูลอย่างมีสีสัน ณ ห้องออดิทอเรียม ชั้น 5 หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร เมื่อเร็วๆ นี้

(ซ้าย) กิตติภรณ์ ชาลีจันทร์, เยาวณี นิรันดร, คุณหญิงชดช้อย โสภณพนิช, ปัญญ์ชลี เพ็ญชาติ และ ดลิน โสภณพนิช ยังพิชิต

ความน่าสนใจของผลงานที่ศิลปินผู้ออกแบบและตกแต่ง ต่างถ่ายทอดความรู้สึกที่มีต่อปัญหาสิ่งแวดล้อม รวมถึงการสะท้อนตัวตนและเอกลักษณ์ผ่านตุ๊กตาเปเปอร์มาเช่ตาวิเศษ กลายเป็นผลงานศิลปะที่ควรค่าแก่การสะสม ทำให้ราคาประมูลสูงขึ้นจากราคาเริ่มต้นตั้งแต่หลักหมื่นและพุ่งขึ้นสู่หลักแสน โดยเฉพาะผลงานของ อาจารย์เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์ ศิลปินแห่งชาติ ที่ตกแต่งตุ๊กตาเปเปอร์มาเช่ตาวิเศษด้วยลวดลายวิจิตร อันเป็นเอกลักษณ์ที่อยู่ในผลงานศิลปะของท่านทุกชิ้น จบการประมูลที่ราคา 200,000 บาท

สำหรับงานประมูลครั้งนี้สามารถรวบรวมรายได้จากการประมูลเป็นจำนวนเงิน 1,490,000 บาท โดยรายได้ทั้งหมดจะนำไปสนับสนุนกิจกรรมปลุกจิตสำนึกรักสิ่งแวดล้อม และขับเคลื่อนงานรณรงค์เพื่อสร้างความตระหนักรู้และรับผิดชอบต่อสังคมของตาวิเศษต่อไป

คุณหญิงชดช้อย โสภณพนิช นายกสมาคมสร้างสรรค์ไทย ผู้ก่อตั้ง “ตาวิเศษ” ได้กล่าวถึงความสำเร็จของกิจกรรมประมูลผลงานเปเปอร์มาเช่ตาวิเศษในครั้งนี้ว่า “ตาวิเศษเราพัฒนาจากคำว่า“อ๊ะอ๊ะ อย่าทิ้งขยะ” มาเป็น “เรานะ…ตาวิเศษ” เพราะชีวิตประจำวันของเรานั้นสร้างขยะเยอะมาก ดังนั้น เราต้องเป็นตาวิเศษ เราต้องลดปริมาณขยะที่เราสร้างเองให้ได้ เราทำกองทัพเปเปอร์มาเช่“เรานะ…ตาวิเศษ” กว่า 1,000 ตัวแล้วชวนศิลปินทั้งจิตรกรรม ประติมากรรม และคนมีชื่อเสียงในแวดวงต่างๆ เข้ามามีส่วนร่วมด้วยการสร้างผลงานจากตุ๊กตาสีเขียว มาสู่ผลงานที่มาจากความคิดหลากหลายของศิลปินที่ถ่ายทอดความรู้สึกของเขาเข้าไปอยู่ในตัวตุ๊กตา เราดีใจที่วันนี้มีนักสะสมและแฟนคลับของศิลปินมาร่วมประมูลกันอย่างคึกคัก และประสบความสำเร็จเป็นอย่างดี

ส่วนโครงการต่อไปของเรา คือการชาเลนจ์ให้ทุกคนเลิกใช้หลอดพลาสติกและถุงพลาสติก ให้ทุกคนรู้สึกว่าเท่ ถ้าเราปฏิเสธได้ แล้วมาดูกันว่าวันๆ หนึ่งเราสามารถลดจำนวนขยะพลาสติกได้จำนวนเท่าไร ปฏิเสธได้กี่ครั้ง เมื่อหลายคนทำแล้วเอามารวมกันเราจะเห็นเลยว่าเราทุกคนสามารถลดปริมาณขยะได้ ถ้าทำได้ต่อเนื่องสิบวัน จะกลายเป็นความเคยชินในการนำแก้ว นำภาชนะ หรือถุงผ้าของเราไปเอง เพื่อเราจะได้ลดปริมาณขยะพลาสติกได้”

ภูวเดช ยงมหาภากรณ์ และ อ.เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์

กิตติภรณ์ ชาลีจันทร์ นายกสมาคมนักสะสมงานศิลปะไทย ผู้ร่วมจัดงานประมูล และหนึ่งในผู้เข้าร่วมประมูลผลงานเปเปอร์มาเช่ตาวิเศษ กล่าวว่า “เป็นผลงานที่มีความหลากหลาย ศิลปินแต่ละท่านใส่ความเป็นตัวเองลงในชิ้นงานที่ทำให้เรานึกถึงศิลปินท่านนั้นได้ เช่น งานของอาจารย์ธงชัย รักปทุม สะท้อนความเป็นคนสนุกสนานและช่างประดิดประดอย โดยสร้างส่วนขยายเพิ่มเติมให้กับชิ้นงาน หรือชิ้นที่เด่นมากๆ ของ พไรวา ไรวา ที่นำลักษณะหัวเสือติดเข้าไปบนตัวตาวิเศษ รวมถึงผลงานของอาจารย์เฉลิมชัย ที่มีความพิเศษทั้งลวดลายที่เป็นเอกลักษณ์มีความวิจิตรบรรจง รวมถึงสีที่ใช้ก็เป็นสีที่เห็นได้บ่อยในงานของอาจารย์ จึงเป็นชิ้นที่น่าสะสมและคุ้มค่ามากทีเดียวสำหรับคนที่ประมูลได้ไป อีกทั้งงานศิลปะในครั้งนี้ยังถือเป็นสัญลักษณ์ของการร่วมแรงร่วมใจกันของหลายฝ่าย ซึ่งผมคิดว่าเป็นนิมิตหมายที่ดีมาก”

ด้าน ภูวเดช ยงมหาภากรณ์กลุ่มรักศิลป์ร่วมสมัย เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์ผู้ประมูลผลงานของ อาจารย์เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์ กล่าวว่า “งานของอาจารย์เฉลิมชัยในรูปลักษณ์เปเปอร์มาเช่นั้น ไม่เคยมีปรากฏมาก่อน ผลงานนี้เป็นชิ้นแรก ซึ่งยังคงลักษณะในแนวทางที่อาจารย์ถนัด เกี่ยวกับงานกระจก งานสีขาวกับสีทองสะท้อนถึงเอกลักษณ์ของวัดร่องขุ่น ผมคิดว่าเป็นผลงานที่น่าสะสม”

ติดตามนานากิจกรรมของตาวิเศษผ่านเฟซบุ๊ค http://www.facebook.com/TAVISES, อินสตาแกรม : @Tavises_MagicEyes และสามารถแวะมาพูดคุยและร่วมกิจกรรมได้ที่ศูนย์เรียนรู้ตาวิเศษ ห้อง 404 ชั้น 4 หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร โทร.02-0847119

ปณต คุณประเสริฐ

อโณทัย นิรุตติเมธี

ผลงานของ อ.เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์

แซ่บซี๊ด! ‘ปาย’อวดอกตู้มในชุดบิกินีสุดฮอต

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/458920

news_default

แซ่บซี๊ด! ‘ปาย’อวดอกตู้มในชุดบิกินีสุดฮอต

วันอาทิตย์ ที่ 8 ธันวาคม พ.ศ. 2562, 16.22 น.

8 ธ.ค.62 ทำเอาทะเลแทบลุกเป็นไฟเลยทีเดียว เมื่อนักแสดงสาวขวัญใจหนุ่ม อย่าง “ปาย สิตางศุ์” ได้จัดทริปสุดสวีทกับแฟนหนุ่ม ไฮโซหนุ่ม ธนิก ภูวนัตตรัย ทายาทดีลเลอร์จำหน่ายรถยนต์ค่ายดัง ซึ่งแน่นอนว่าสาวปายต้องจัดเต็มชุดว่ายน้ำสุดเซ็กซี่ สวมทูพีซสีเขียวสุดจี๊ดโชว์สรีระสุดเฟิร์มที่ดีงามเกินบรรยาย

มงคลชีวิตคู่! ‘มิว-เซนต์’เข้าเฝ้าสมเด็จพระสังฆราช

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/458907

มงคลชีวิตคู่! ‘มิว-เซนต์’เข้าเฝ้าสมเด็จพระสังฆราช

วันอาทิตย์ ที่ 8 ธันวาคม พ.ศ. 2562, 15.10 น.

8 ธ.ค.62 ได้ฤกษ์งามยามดี สำหรับ นางเอกสาวหน้าหวาน “มิว นิษฐา” กับหวานใจหนุ่มไฮโซ “เซนต์ ธราภุช คูหาเปรมกิจ” ที่ทั้งคู่ได้จูงมือกันเข้าเฝ้าถวายสักการะ สมเด็จพระอริยวงศาคตญาน สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ที่วัดราชบพิตร เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา

โดยคุณแม่ปู อังคณา เก็บภาพบรรยากาศมาฝากแฟนๆ กัน พร้อมเขียนแคปชั่นว่า “เช้านี้เข้าเฝ้าถวายสักการะ สมเด็จพระอริยวงศาคตญาน สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก. พร้อมกราบขอพร และรับประทานน้ำพระพุทธมนต์ เพื่อเป็นศิริมงคลแก่คู่สมรส”