เพื่อไทยแถลงการณ์ ตั้งกรรมการสอบ ส.ส.พรรค กรณี งูเห่า

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politic/403054?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=politic

เพื่อไทยแถลงการณ์ ตั้งกรรมการสอบ ส.ส.พรรค กรณี งูเห่า

6 ธันวาคม 2562 – 13:08 น.
เพื่อไทย,ออกแถลงการณ์,ตั้งกรรมการสอบกรณี งูเห่า
เปิดอ่าน 1,028 ครั้ง

เพื่อไทยตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง กรณีส.ส. ของพรรคเป็นงูเห่า หากพบว่ามีการกระทำผิด จะดำเนินการตามกฎหมายและข้อบังคับพรรคในสถานหนัก 

เมื่อวันที่ 6 ธันวาคม 2562  พรรคเพื่อไทย ได้ออก”คำแถลงพรรคเพื่อไทย เรื่อง ตั้งคณะกรรมการตรวจสอบกรณีการเกิดเรื่อง “งูเห่าในพรรคการเมือง”  ความว่า
จากการประชุมสภาผู้แทนราษฎร เมื่อวันที่ 4 ธันวาคม 2562 เพื่อพิจารณาญัตติการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญศึกษาผลกระทบจากการกระทำ ประกาศและคำสั่ง ของ คสช. และการใช้อำนาจของหัวหน้า คสช. ตามมาตรา 44  เป็นปรากฏการณ์ที่แสดงให้เห็นถึง “ความกลัว” ในการถูกตรวจสอบของผู้นำรัฐบาล ถึงขั้น “กล้ากระทำสิ่งที่น่าละอาย” ขัดต่อความรู้สึกของพี่น้องประชาชน และขัดต่อความถูกต้องชอบธรรม อย่างไม่สะทกสะท้าน หวั่นเกรงใด ๆ

ไม่ว่าจะเป็น การนำจำเลยซึ่งศาลฎีกาพิพากษาให้มีความผิด ถูกออกหมายจับ เข้ามานั่งในสภาฯ ได้ โดยที่ไม่มีเจ้าหน้าที่ตำรวจนายใดกล้าเข้ามาจับกุม หรือกรณีที่มีข่าวหนาหูว่ามีการใช้ผลประโยชน์ อิทธิพลและมีการกล่าวอ้างถึงการใช้เงินจำนวนมากถึง 7-8 หลักเพื่อโน้มน้าว ชักจูงให้มีการลงมติสนับสนุนฝ่ายรัฐบาล และดิ้นรนที่จะไม่ยินยอมให้มีการตั้งคณะกรรมาธิการศึกษาผลกระทบของการใช้มาตรา 44 จนเกิดการถอยหลังทางการเมืองอย่างน่าอดสู
ปรากฏการณ์ “งูเห่า” ที่เกิดขึ้นในพรรคการเมืองหลายพรรค ซึ่งถือเป็นปฏิบัติการที่ไม่มีกติกา ขาดวินัย ไร้จิตสำนึก มุ่งแต่แสวงประโยชน์ฝ่ายตนให้เกิดขึ้นภายใต้กลไกอำนาจนอกระบบ เป็นการลุแก่อำนาจ คุกคามด้วยอามิสสินจ้าง ทำทุกอย่างเพื่อให้ชนะ เพราะขลาดกลัวการถูกตรวจสอบ
จะเห็นได้ว่านับตั้งแต่การรัฐประหารล่วงเลยมาถึงวันนี้ สังคมไทยมีบาดแผลและมีมลทินมากมาย ผลที่เห็นประจักษ์ชัด คือ การเมืองไทยที่เคยก้าวหน้า เป็น “การเมืองเชิงนโยบาย” ยึดถือการรักษาพันธะ สัญญาที่จะตอบสนองความต้องการเชิงนโยบายให้แก่พี่น้องประชาชน กลับต้องถอยหลังย้อนอดีตไปเกือบ 40 ปี เป็น “Money Politic” ที่ใช้อำนาจอธรรมและเงิน เป็นเครื่องมือ ทำให้ระบบรัฐสภาถอยหลัง ประชาชนหมดความไว้วางใจ บั่นทอนระบอบรัฐสภาให้เป็นสภาพแวดล้อมที่ขาดไร้จริยธรรม สร้างเงื่อนไขให้ผู้คนเห็นความเสื่อม จนอาจเกิดความชาด้านและปฏิเสธระบบรัฐสภา ในที่สุด
พรรคเพื่อไทยเห็นว่า ความเสื่อมทรุดทั้งปวง เป็นผลที่เกิดขึ้นจากความหวาดกลัวการถูกตรวจสอบ การใช้อำนาจเงินหว่านล้อมให้ ส.ส.งูเห่า ยอมจำนน ในด้านหนึ่งแม้จะสะท้อนภาพของการขาดจริยธรรมของ ส.ส. แต่เบื้องหลังคือ อำนาจและกลไกการควบคุมที่ถูกออกแบบมาเพื่อป้องกันให้พรรคพวกของตนสามารถสืบทอดอำนาจของพวกตนเองได้ตลอดไป ภายใต้ผลพวงของการออกแบบรัฐธรรมนูญที่พิกลพิการไม่ปกติ สะท้อนถึงความสามารถในการพลิกพลิ้ว “ทำผิด ให้เป็นถูก”
การใช้กลโกงในการควบรวมอำนาจเช่นนี้ กลับยิ่งสื่อให้เห็นถึงรัฐบาลที่ไร้หลักการ ไม่สามารถใช้เหตุผลมาดึงความร่วมมือร่วมใจของคนทุกฝ่ายให้เกิดขึ้นได้จริง จึงต้องเล่นแร่แปรธาตุทุกวิถีทางดังที่เป็นอยู่
พรรคเพื่อไทยเห็นว่าปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นสัญญาณเตือนว่าจะยังไม่ใช่ครั้งสุดท้าย และจะยิ่งเกิดขึ้นอีกต่อเนื่อง ด้วยเสียงที่ปริ่มน้ำของรัฐบาล พวกเขาจะกระทำทุกวิถีทางในการปกป้องประโยชน์พวกพ้องตน มากกว่าประโยชน์ของประชาชน อันเป็นการทำลายระบบการเมืองที่มีหลักการของประเทศต่อไปอย่างไม่มีจุดจบ
หนทางสำคัญ เพื่อให้ประเทศหลุดพ้นจากปัญหาดังกล่าว รัฐบาลและกลุ่มผู้มีอำนาจในปัจจุบันต้องยินยอมและเร่งรัดให้เกิดกระบวนการการมีส่วนร่วมในสังคม เพื่อออกแบบรัฐธรรมนูญเสียใหม่ ให้ตอบสนองความต้องการอันแท้จริงของประเทศ และความต้องการของประชาชน และต้องมุ่งสร้างความเป็นประชาธิปไตยอย่างแท้จริงให้เกิดขึ้นโดยเร็ว
นับจากวันนี้ วาระต่อไปคือ การนำวาระการพิจารณาเรื่องการศึกษาแนวทางการแก้ไขรัฐธรรมนูญ เข้าสู่สภาเพื่อหาทางออกจากวิกฤตของประเทศ ดังนั้น พรรคเพื่อไทยจะดำเนินการ ดังนี้


1.  ตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง กรณี ส.ส. ของพรรคไม่ปฏิบัติตามมติพรรคร่วมฝ่ายค้าน หากพบว่ามีการกระทำผิด จะดำเนินการตามกฎหมายและข้อบังคับพรรคในสถานหนัก
2.  จะเสนอให้พรรคร่วมฝ่ายค้านพิจารณาตั้งคณะกรรมการศึกษาผลกระทบของการใช้มาตรา 44 โดยทำหน้าที่รวบรวมความคิดเห็นและผลกระทบที่เกิดขึ้นจากกรณีดังกล่าว โดยให้ประชาชนในสังคมร่วมเสนอความคิดเห็น และแถลงให้พี่น้องประชาชนทราบโดยเร็วที่สุด
พรรคจึงขอเชิญชวนประชาชนให้จับตามองว่า รัฐบาลจะจริงจังและจริงใจในการเปิดหนทางให้มีการเดินหน้าแก้ไขรัฐธรรมนูญให้ลุล่วงหรือไม่ และพวกเขาจะใช้อำนาจอธรรมรูปแบบใด มาขัดขวางเจตนารมณ์แท้จริงของประชาธิปไตยอีก
ประชาชนต้องไม่อยู่นิ่งเฉย ต้องร่วมกันจับตามองการใช้อำนาจอธรรมที่บ่อนทำลายระบบรัฐสภาและจริยธรรมทางการเมือง เพื่อศักดิ์ศรีของประเทศอย่างจริงจัง
พรรคเพื่อไทย
6 ธันวาคม 2562
สำหรับรายละเอียดการตั้งคณะกรรมการฯ มีดังนี้

คำสั่งพรรคเพื่อไทย
ที่ ๐๑๕๗/๒๕๖๒
เรื่อง    แต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีส.ส.ของพรรค ไม่ปฏิบัติตามมติพรรคร่วมฝ่ายค้าน
ตามที่พรรคร่วมฝ่ายค้านได้มีมติเสนอญัตติตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญศึกษาผลกระทบจากการกระทำ ประกาศและคำสั่งของ คสช. และการใช้อำนาจของหัวหน้า คสช. ตามมาตรา ๔๔ ซึ่งถือเป็นเรื่องที่มีความสำคัญและเป็นไปตามอุดมการณ์และนโยบายของพรรคที่จะต้องคัดค้านต่อต้านการรัฐประหาร ดังนั้น เมื่อจะมีการตรวจสอบการกระทำต่างๆของคณะรัฐประหารที่ผ่านมา จึงเป็นเรื่องที่ ส.ส.ของพรรคและสมาชิกพรรคต้องให้การสนับสนุน แต่ข้อเท็จจริงปรากฏว่า ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎรเมื่อวันที่ ๔ ธันวาคม ๒๕๖๒ ที่ผ่านมา ส.ส.พรรครัฐบาลเสนอให้ลงคะแนนใหม่ โดยมีเจตนาจะล้มญัตติดังกล่าว ได้มี ส.ส. ของพรรค จำนวน ๓ คน ร่วมประชุมเพื่อให้ครบองค์ประชุมในการลงมติครั้งนี้ด้วย เมื่อนั้น ทำให้เกิดความเสียหายต่อพรรคและภาพลักษณ์ของการเป็นพรรคฝ่ายค้านเป็นอย่างยิ่ง ทั้งที่มติพรรคร่วมฝ่ายค้านเห็นชอบไม่ให้ ส.ส.ฝ่ายค้านเข้าร่วมประชุม
เพื่อให้ได้ข้อเท็จจริง กรณี ส.ส. ของพรรคทั้งสามคนได้เข้าร่วมประชุมในวันดังกล่าว อาศัยอำนาจตามข้อบังคับพรรคเพื่อไทย พ.ศ.๒๕๖๑ ข้อ ๖๓ (๗) จึงแต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงคณะหนึ่ง โดยมีองค์ประกอบและอำนาจหน้าที่ ดังนี้
องค์ประกอบ
๑.    พลตำรวจโทวิโรจน์            เปาอินทร์        ประธานกรรมการ
๒.    ศาสตราจารย์พิเศษชัยเกษม    นิติสิริ            กรรมการ
๓.    นายภูมิธรรม            เวชยชัย                    กรรมการ
๔.    รองศาสตราจารย์ชูศักดิ์        ศิรินิล            กรรมการ
๕.    นายวัฒนา                เตียงกูล        เลขานุการ

อำนาจหน้าที่
๑.    ตรวจสอบและแสวงหาข้อเท็จจริงเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่ ส.ส.ของพรรคได้เข้าร่วมประชุมในวาระพิจารณาญัตติข้างต้น
๒.    เชิญ ส.ส.ของพรรคที่เกี่ยวข้องและที่มีข้อมูลมาให้ข้อเท็จจริงหรือส่งมอบเอกสารหลักฐาน
๓.    สรุปข้อเท็จจริงและข้อเสนอแนะเสนอหัวหน้าพรรคเพื่อพิจารณาและดำเนินการต่อไป

ทั้งนี้ตั้งแต่วันที่ ๖ ธันวาคม ๒๕๖๒ เป็นต้นไป
สั่ง ณ วันที่ ๖ ธันวาคม ๒๕๖๒

(นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์)
หัวหน้าพรรคเพื่อไทย

เลิกเกรงใจ ต้านคอรัปชั่น ชวน แนะเพิ่มธรรมภิบาลข้อ 7

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politic/403038?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=politic

เลิกเกรงใจ ต้านคอรัปชั่น ชวน แนะเพิ่มธรรมภิบาลข้อ 7

6 ธันวาคม 2562 – 12:50 น.
เลิกเกรงใจต้านคอรัปชั่น,ชวนแนะเพิ่มธรรมภิบาล
เปิดอ่าน 449 ครั้ง

“ชวน” แนะเพิ่มธรรมภิบาลข้อ 7 แก้คอรัปชั่น ต้องไม่เกรงใจ ยกตัวอย่างคดีคลาสสิค ขรก.ชั้นผู้ใหญ่ติดคุก-ถูกไล่ออกเพราะเกรงใจนาย

สถาบันการจัดการปัญญาภิวัฒน์-6 ธ.ค.2562-“ชวน” แนะเพิ่มธรรมภิบาลข้อ 7 แก้คอรัปชั่น ต้องไม่เกรงใจ ยกตัวอย่างคดีคลาสสิค ขรก.ชั้นผู้ใหญ่ติดคุก-ถูกไล่ออกเพราะเกรงใจนาย ย้ำสยามเมืองยิ้มมีดี แต่คนไทยฝึกวินัยน้อย ค่านิยมต้านโกงไม่ได้เกิดขึ้นเอง ต้องเร่งสร้างจากเยาวชน พร้อมจี้ปปช.ตรวจเอกชนทิ้งงานก่อสร้าง เสียหายอื้อ

เวลา 10.00 น. นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร กล่าวปาฐกถาพิเศษ เรื่อง “มหันตภัย คอรัปชั่นยุค 4.0” ว่า ในช่วงหลังเราละเลยต่อค่านิยม ซึ่งเห็นได้จากความเปลี่ยนแปลงในทางการเมือง ในอดีตหลังการเลือกตั้งสื่อจะตรวจสอบว่าใครที่ชนะการเลือกตั้งด้วยการโกง แต่เดี๋ยวนี้ไม่มีใครสนใจตรวจสอบ มองข้ามที่มา มองเพียงว่าชนะแล้วก็ถือว่าจบ ใครบ้างที่ลงทุน 30-50 ล้านเพื่อทุจริตเลือกตั้งแล้วไม่เข้ามาหาประโยชน์ มาอย่างไรก็ไปอย่างนั้น

คลิปที่ 2

เราจึงจำเป็นต้องสร้างค่านิยมต่อต้านการทุจริต วันที่ 9 ธ.ค.ของทุกปี เป็นวันต่อต้านคอรัปชั่นสากล เป็นวาระสำคัญของชาติที่ต้องร่วมกันแก้ปัญหาอย่างจริงจัง ไม่ว่าจะเป็นการปลูกฝังจิตสำนึก กำหนดกฎหมาย หลักเกณฑ์ด้านความโปร่งใส และหลักธรรมาภิบาล แต่สำหรับประเทศไทยแม้จะใช้หลักธรรมาภิบาลแต่การทุจริตยังมีอยู่ตลอดมา เพราะไม่มีการปฏิบัติ หรือผู้ปฏิบัติจำใจต้องปฏิบัติที่ขัดต่อหลักธรรมาภิบาล

ยกตัวอย่างคดีที่เป็นอมตะคลาสสิค ปลัดกระทรวงการคลังถูกไล่ออก เลขาธิการคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน ( กพ.) ถูกประนามว่าประพฤติชั่วร้ายแรง จากการเข้าไปแก้ไขระเบียบเพื่อแต่งตั้งคนที่ฝ่ายการเมืองต้องการ หรือรุ่นน้องนักกฎหมายยศตำรวจเอก และพันตำรวจเอกที่ต้องติดคุก ผู้บริหารธนาคารกรุงไทยติดคุก 18 ปี อธิบดีกรมการปกครองถูกไล่ออก จากการเปลี่ยนข้อสอบและคำตอบให้กับเด็กนักการเมืองที่สอบเข้าโรงเรียนนายอำเภอ แม้พื้นฐานของพวกเขาจะไม่ใช่คนโกง เป็นคนเก่ง เป็นนักเรียนทุนรัฐบาลแต่ต้องติดคุก ถูกไล่ออก เพราะเกรงใจนาย ผู้บังคับบัญชา หรือผู้มีพระคุณ

“ความเกรงใจคือที่มาการละเลยธรรมาภิบาลและความซื่อตรง แม้ความเกรงใจจะเป็นวัฒนธรรมที่ดีงามของสังคมไทย ที่ชาติอื่นไม่ค่อยมี แต่เมื่อเอาความเกรงใจมาใช้กับเรื่องไม่สะอาดปัญหาจึงเกิดขึ้น ธรรมาภิบาลหรือหลักการบริหารจัดการที่ดี 6 ข้อ ที่ใช้กันทั่วโลก  ได้แก่ คุณธรรม, นิติธรรม ,ความโปร่งใส, ความมีส่วนร่วม ,ความรับผิดชอบ , และความคุ้มค่า แต่ในประเทศไทยต้องเพิ่มข้อ  7 คือต้องไม่เกรงใจ พิษภัยของการทุจริตไม่ใช่แค่ตัวเงินที่รั่วไหล แต่ถนนที่ควรใช้งานได้เป็น 10 ปี ก็ทรุดภายใน 2 ปี

ถ้าเรานั่งรถข้ามจาก ฝั่งไทยไปมาเลเซีย จะพบว่าคุณภาพถนนของเราสู้เขาไม่ได้ เพราะเรามีการตัดเปอร์เซนต์ ตัดราคา  โครงการของหน่วยราชการถูกทิ้งงานอย่างน่าตกใจ โครงการขุดคลองเลียบแม่น้ำตรัง ผู้รับเหมาทิ้งงานทั้งที่ทำไปได้ 20% วิทยาลัยพยาบาลตรัง ทิ้งงานตั้งแต่ปี 59 รพ.ตรัง ก็ทิ้งงานความเสียหายรุนแรงมาก ขอฝากให้คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ปปช.)ช่วยตรวจสอบด้วย “นายชวน กล่าว

นายชวน กล่าวด้วยว่า ที่ผ่านมาการยึดอำนาจเพราะข้ออ้างเรื่องทุจริตมีทั้งจริงและไม่จริง เช่นในยุคจอมพลถนอม กิติขจร ยึดอำนาจเพราะรัฐบาลรำคาญ  ส.ส. ซึ่งในยุคนั้นการขึ้นเงินเดือนส.ส.ก็ใช้เป็นงบลับ ในสมัยที่ตนเป็นรมว.กลาโหม พิจารณาใช้งบลับอย่างเหมาะสมที่สุด และเคยตั้งข้อสังเกตว่า ค่าอาหาร กินข้าวก็ใช้งบลับ ไม่ใช้เงินตัวเอง ตนจึงสั่งคืนทั้งหมด

ทั้งนี้มองว่า การแก้ปัญหาคอรัปชั่น ต้องสร้างคนดี คนดีอยู่ตรงไหนปัญหาก็มีน้อย กระแสสังคมและค่านิยมที่เปลี่ยนแปลงก็กลืนเขาไม่ได้ เราจึงต้องเร่งสร้างคุณสมบัติที่ดีให้กับเยาวชน เอกลักษณ์คนไทยสยามเมืองยิ้ม เพราะเราสั่งสมวัฒนธรรมเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่  แต่เราฝึกวินัยน้อยเกินไป ทั้งเรื่องความเป็นระเบียบวินัย การเข้าคิว หรือการทิ้งขยะเป็นที่ เช่นเดียวกับค่านิยมต่อต้านทุจริตที่อย่าไปคิดว่าเกิดขึ้นได้เอง ต้องช่วยกันสร้างให้เผยแพร่ในหมู่ประชาชนทั่วไป

นายชวน ยังได้ยกพระบรมราโชวาทของในหลวงรัชกาลที่ 9 ที่พระราชทานในปี 2552 และ 2553 ซึ่งมีใจความซ้ำกัน ถึงเรื่องความรับผิดชอบ โดยในปี 2552 มีการทำลายการประชุมระดับชาติที่พัทยา ผู้นำประเทศต้องหนีกระเจิดกระจิงเพราะคนเสื้อแดงกลุ่มหนึ่งกรูกันเข้าไป ทั้งที่มีกำลังตำรวจและทหาร แต่ผู้มีหน้าที่ไม่ปฏิบัติหน้าที่ ไม่รับผิดชอบ หรือเป็นเพราะคนก่อเหตุและคนป้องกันมีนายคนเดียวกัน และในปี 2553ซึ่งเป็นปีที่เกิดเหตุเผาบ้านเผาเมือง ในบ้านเมืองจึงต้องการให้ทุกคนรับผิดชอบและปฏิบัตหน้าที่ของตัวเองให้ดีที่สุด หากเรายึดหลักธรรมาภิบาลในภาคปฏิบัติ อาจทำให้การทุจริตเกิดขึ้นน้อยลง หรือมีการป้องกันการทุจริตที่ดีขึ้น

จากนั้นนายชวนได้ มอบรางวัล Anti-Corruption Awards 2019 ให้แก่ น.ส.ปณิตา ยศปัญญา เจ้าหน้าที่สำนักงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ น.ส.สุภา ปิยะจิตติ ในสาขาบุคคลต่อต้านคอรัปชั่น, และมอบรางวัลสาขาองค์กรต่อต้านคอรัปชั่น แก่ การไฟฟ้าฝ่ายผลิต (กฟผ.) สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) และองค์กรต่อต้านคอรัปชั่น(ประเทศไทย) ,ส่วนรางวัลสาขาสื่อมวลชนต่อต้านคอรัปชั่น มอบให้แก่ คอลัมน์หมายเลข 7 ,และนายวิชา มหาคุณ ได้รับรางวัล บุคคลเกียรติยศแห่งปี

ชวน พร้อมสอบส.ส.กดบัตรแทน วอนสังคมแยกปม ส.ส.งูเห่า

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politic/403028?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=politic

ชวน พร้อมสอบส.ส.กดบัตรแทน วอนสังคมแยกปม ส.ส.งูเห่า

6 ธันวาคม 2562 – 12:11 น.
สสกดบัตรแทน,สสงูเห่า
เปิดอ่าน 101 ครั้ง

 “ชวน” พร้อมสอบ ส.ส.กดบัตรแทนกัน หาก มีคนยื่นเรื่องร้องเรียน บอก เสียบบัตรคาไว้ เป็นปกติ แต่กดบัตรแทนต้องตรวจสอบ

รัฐสภา – 6 ธันวาคม 2562 – “ชวน” พร้อมสอบ ส.ส.กดบัตรแทนกัน หาก มีคนยื่นเรื่องร้องเรียน บอก เสียบบัตรคาไว้ เป็นปกติ แต่กดบัตรแทนต้องตรวจสอบ วอนสังคมแยกปม ส.ส.งูเห่า ออกจากภาพลักษณ์สภาฯ เหตุเป็นคนละเรื่อง พร้อมรับเรื่องแก้ไขข้อบังคับสภาฯ

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร ให้สัมภาษณ์ต่อประเด็นที่มีข้อสงสัยต่อการกดบัตรแสดงตนแทนกัน หลังจากที่นายขจิตร ชัยนิคม ส.ส.อุดรธานี พรรคเพื่อไทย ระบุถึงการเสียบบัตรแสดงตนทิ้งไว้ในห้องประชุม ระหว่างการนับคะแนนใหม่ในญัตติขอให้สภาฯ ตั้งกมธ.วิสามัญ ศึกษาผลกระทบจากการกระทำประกาศและคำสั่งของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) และการใช้อำนาจของ หัวหน้า คสช.  ตามมาตรา 44  ทั้งที่ช่วงดังกล่าวส.ส.พรรคฝ่ายค้านเกือบทั้งหมด วอร์คเอาท์ออกจากห้องประชุม ว่า

หากมีผู้ร้องเข้ามายังตน พร้อมจะตรวจสอบให้ ทั้งนี้ตนมองว่าการเสียบบัตรทิ้งไว้บริเวณที่นั่งของส.ส.นั้น เป็นเรื่องปกติ และทำได้ ซึ่งตนเคยเสียบบัตรทิ้งไว้บริเวณที่นั่งเช่นกัน เพราะส.ส.มีที่นั่งประจำเมื่อมีการแสดงตนหรือลงคะแนนต้องกดบัตรในที่นั่งบริเวณเดิม โดยไม่มีใครกดบัตรแล้วดึงบัตรออกมาเก็บไว้ ยกเว้นจะเปลี่ยนที่นั่ง

“กรณีนี้หากคุณขจิตร หรือใครที่ได้รับผลกระทบว่ามีคนขโมยบัตรเพื่อไปออกเสียงหรือแสดงตน ถือว่าเป็นผู้ที่เดือดร้อน และสามารถส่งเรื่องให้ผมตรวจสอบได้ อย่างไรก็ตามการเสียบบัตรคาไว้ ถือเป็นเรื่องปกติ แต่การลงคะแนนหรือกดบัตรแสดงตนแทนกัน ผมเข้าใจว่าคงไม่มีแมลงหรือตัวอะไรที่กดปุ่มให้ได้ ซึ่งเรื่องนี้อย่าใช้คำว่าสมมติ ขอให้เจ้าตัวทำเรื่องเข้ามา ทั้งนี้สิ่งที่ก่อนหน้านี้คุณขจิตร ระบุไปอาจจะไม่ใช่ดังนั้นหากมีเรื่องร้องต้องตรวจสอบ” นายชวน กล่าว

ผู้สื่อข่าวถามว่ากรณีที่มีกระแสข่าวการซื้อตัวส.ส.เพื่อแลกกับเสียงลงมติ จะกระทบภาพลักษณ์ของสภาฯ หรือไม่ ประธานสภาฯ กล่าวว่า ตนไม่ทราบข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น แต่กรณีดังกล่าวขอให้แยกเรื่องตัวบุคคลออกจากภาพของสภาฯ  เนื่องจากยอมรับว่าในแวดวงต่างๆ อาทิ ข้าราชการ, นักการเมือง, สื่อมวลชน หรือนักธุรกิจย่อมมีทั้งคนดีและคนไม่ดี  ดังนั้นต้องแยกออกจากกันและอย่าเหมารวม

นายชวน ยังกล่าวถึงกรณีที่นายปิยบุตร แสงกนกกุล ส.ส.บัญชีรายชื่อ และเลขาธิการ พรรคอนาคตใหม่ เตรียมเสนอร่างแก้ไขข้อบังคับการประชุมสภาฯ หลังจากที่การประชุมครั้งที่ผ่านมาพบปัญหาในการวินิจฉัยเนื้อหา โดยเฉพาะ ข้อ 85 ว่าด้วยการนับคะแนนใหม่ ว่า เรื่องดังกล่าวสามารถเสนอได้ และที่ผ่านมาตนเคยย้ำกับส.ส. และผู้ที่ยกร่างข้อบังคับการประชุมแล้วว่า หากจะแก้ไขต้องแก้ไขให้มากกว่าเดิมไม่ใช่แก้ไขเฉพาะประเด็นใดประเด็นหนึ่งเท่านั้น อีกทั้งเข้าใจว่าการยกร่างข้อบังคับการประชุมสภาฯ​โดยคณะยกร่างนั้นอาจมีเหตุผลที่เขียนเนื้อหาในลักษณะดังกล่าว เช่น กรณีขอกระทู้ หรือ ญัตติ  กรณีของการขยายเวลาอภิปราย ที่ต้องพิจารณาประเด็นที่เป็นผลกระทบกับประชาชนวงกว้าง มากกว่ากระทบเฉพาะบุคคลหรือเฉพาะหมู่บ้านใดหมู่บ้านหนึ่งเท่านั้น เป็นต้น

ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีที่มีส.ส.ร้องเรียนว่า ไม่สามารถเบิกค่าเดินทางในวันประชุมได้ หากไม่ลงชื่อเข้าร่วมประชุมสภาฯ นายชวน กล่าวว่า เรื่องดังกล่าวถือเป็นคนละเรื่อง เนื่องจากการไม่ลงลายมือชื่อเข้าร่วมประชุม ไม่เกี่ยวกับการเบิกค่าเดินทาง

สั่งสภาฯ​สอบปมปล่อย ไวพจน์ เข้าสภาฯ

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politic/403023?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=politic

สั่งสภาฯ​สอบปมปล่อย ไวพจน์ เข้าสภาฯ

6 ธันวาคม 2562 – 11:57 น.
สั่งสอบปล่อยไวพจน์เข้าสภา
เปิดอ่าน 193 ครั้ง

 “ชวน” สั่งสภาฯ​สอบปมปล่อย ไวพจน์เข้าสภาฯ ข้องใจ ตร.​ไม่ดำเนินการจับกุมทั้งที่มีหมายของศาล

รัฐสภา – 6 ธันวาคม 2562-นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร ให้สัมภาษณ์ต่อกรณีที่มี ส.ส.เรียกร้องให้ตรวจสอบ กรณีของพ.ต.ท.ไวพจน์ อาภรณ์รัตน์ ส.ส.กำแพงเพชร พรรคพลังประชารัฐ เข้าร่วมประชุมสภาฯ เมื่อวันที่ 4 ธันวาคม

ทั้งนี้ มีหมายจับของศาล ว่า ตนให้ทางสภาผู้แทนราษฎร ตรวจสอบกรณีดังกล่าวว่าทำให้ถึงปล่อยให้บุคคลที่มีคดีเข้าเข้ามายังสภาฯ และเข้ามาในห้องประชุมเพื่อดำเนินการเรื่องอะไร ทั้งนี้ในวันดังกล่าวตนไม่ทราบว่า พ.ต.ท.ไวพจน์ เข้ามาในห้องประชุมสภาฯ จริงหรือไม่ เพราะไม่ได้ขึ้นทำหน้าที่ประธานในที่ประชุม เนื่องจากเข้ารับการรักษาตัวที่โรงพยาบาลในช่วงเช้า ทั้งนี้การตรวจสอบดังกล่าวตนจะพิจารณาหลังจากที่ได้รับรายงานจากทางสภาฯ อีกครั้ง

เมื่อถามว่าจะตรวจสอบถึงการปฏิบัติหน้าที่ของตำรวจรัฐสภา และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องหรือไม่ นายชวน กล่าวว่า ต้องรอการรายงานและตรวจสอบอีกครั้ง ทั้งนี้บุคคลที่มีคดีความแล้ว ทำไมเจ้าหน้าที่ตำรวจถึงปล่อยตัวและละเลยการปฏิบัติหน้าที่ อย่างไรก็ตามในการเข้าประชุมสภาฯ นั้นยังถือว่าเป็นการใช้สิทธิตามสถานะของส.ส.ได้.

ประวิตร ปัด ริบโควต้า ปชป.คืน 1 เก้าอี้

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politic/403013?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=politic

ประวิตร ปัด ริบโควต้า ปชป.คืน 1 เก้าอี้

6 ธันวาคม 2562 – 11:14 น.
ริบโควต้าปชป,คืน 1 เก้าอี้ปชป,เศรษฐกิจใหม่ร่วมรัฐบาล
เปิดอ่าน 387 ครั้ง

“บิ๊กป้อม” โยนถาม “เศรษฐกิจใหม่” สลับขั้วร่วมรัฐบาลหรือไม่ เผยปีใหม่ “ครม.” ยังอยู่เหมือนเดิมทำงานกันดี ปัด ริบโควต้า “ปชป.” คืน 1 เก้าอี้ 

6 ธ.ค.2562-ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีพรรคเศรษฐกิจใหม่ แสดงตนเป็นองค์ประชุมให้รัฐบาลในการโหวตพิจารณาตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญ (กมธ.) พิจารณาผลกระทบจากการกระทำประกาศคำสั่งของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) และการใช้อำนาจของหัวหน้าคสช.ตามอำนาจมาตรา 44 จะนำมาสู่การปรับคณะรัฐมนตรี (ครม.) หรือไม่ ว่า  “ไม่รู้” ส่วนแนวโน้มที่พรรคเศรษฐกิจใหม่จะมาร่วมกับรัฐบาลหรือไม่นั้น ตนไม่รู้ ต้องไปถามเขา เพราะถามที่ตนก็ไม่รู้ทั้งนั้น และไม่ได้มีการประสานกัน เรายังไม่รู้เรื่อง พูดกันไปทั้งนั้น

เมื่อถามว่าถ้าเป็นเช่นนี้จะปรับครม.หรือไม่นั้น ตนไม่รู้ ยังไม่มี ให้ไปถามนายกรัฐมนตรี ตนจะไปตอบได้อย่างไร ส่วนภายหลังแถลงผลงาน 6 เดือนจะต้องมีการประเมินการทำงานของครม.หรือไม่นั้น ตอนนี้ยังไม่ถึง 6 เดือน ยังไม่รู้ ถามไปข้างหน้าอยู่เรื่อย


เมื่อถามย้ำว่า แสดงว่าครม. ยังสบายใจได้อยู่ว่าปีใหม่ยังคงอยู่ในตำแหน่งเหมือนเดิม พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า “ยังอยู่อย่างนี้ ก็ทำงานกันไป ทำงานดีกันไม่ใช่หรือ ต่างคนก็ต่างทำงานกันไป”

เมื่อถามถึงกระแสข่าวอาจมีการลงโทษพรรคประชาธิปัตย์ ด้วยการริบตำแหน่งคืน 1 ตำแหน่ง ข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า ไม่รู้ ใครพูด ไม่มีกระแสข่าว ไม่มี เมื่อถามอีกว่า หลังจากนี้มีแนวโน้มว่าในส่วนของรัฐบาลจะมีส.ส.เพิ่มขึ้นหรือไม่ พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า ยังไม่รู้เลย แล้วแต่สภาฯ แล้วแต่ส.ส. เมื่อถามว่าฝ่ายค้านเขาอยากมาสนับสนุนฝ่ายรัฐบาล แต่ตัวเขายังอยู่ฝ่ายค้าน ก็ถือว่าไม่ต้องมีตำแหน่งได้ใช่หรือไม่ พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า ไม่รู้ จะไปรู้ได้อย่างไร คิดเอาเองทั้งนั้น

Gourmet treats and fabulous fireworks at Mandarin Oriental

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ The Nation

https://www.nationthailand.com/food/30379153?utm_source=category&utm_medium=internal_referral

Gourmet treats and fabulous fireworks at Mandarin Oriental

Dec 06. 2019
By THE NATION

533 Viewed

The Mandarin Oriental, Bangkok transforms into a holiday wonderland this season with glittering lights, seasonal decorations and a magnificent Christmas tree designed by its very own Floral Ambassador.

As ever, the hotel is offering a choice of feasts to mark both Christmas and the New Year as follows:.

Christmas Eve dinner at Lord Jim’s features a 5-course seafood extravaganza for Bt6,500 net per person while Le Normandie, Bangkok’s only two-Michelin-starred French fine-dining restaurant, offers a 6-course menu prepared by Chef de Cuisine Arnaud Dunand Sauthie for Bt12,500 net. Early reservations are required.

On New Year’s Eve, revelers can enjoy a Gala Buffet Dinner at Riverside Terrace that kicks off at 7.30pm with a welcome cocktail in the Authors’ Lounge garden and continues with a fabulous choice of international and Thai delicacies courtesy of Executive Chef Dominique Bugnand plus live entertainment from Sun Band followed by a fireworks display. It’s priced at Bt21,000 for adults and Bt13,500 per child.

Or enjoy a gastronomic eight-course New Year’s Eve Dinner at Le Normandie followed by dancing at the Riverside Terrace and the fireworks at Bt21,000 net.

Runderful, One Piece host runs for health, friendship and the environment

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ The Nation

https://www.nationthailand.com/lifestyle/30379152?utm_source=category&utm_medium=internal_referral

Runderful, One Piece host runs for health, friendship and the environment

Dec 06. 2019
By The Nation

1,112 Viewed

Runderful, under Pico Thailand, a leading Brand Activation company is joining hands with Dream Express (DEX), a leading Japanese content merchandising company to organise a running festival “SKETCHERS Presents Runderful One Piece Bangkok 2020: Run Together, Friendship Forever”.

One Piece is a world famous Japanese manga series which has set the Guinness World Record for “the most copies published for the same comic book series by a single author”.

This activity is held on the occasion of the 20th anniversary celebration of its animation series, aimed to encourage the new generation to care for their health with exercise, as well as promoting Thai people to reduce the use of plastic containers. Currently, Thailand was ranked sixth among countries littering the ocean with the most plastic waste.

The concept of “Run Together, Friendship Forever” was inspired by the main core of One Piece which represents the importance of friendship in various aspects in order to overcome problems and obstacles together and not giving up.

The main activity of this event is Virtual Run which enables runners to accumulate distance in order to achieve the target of 40 kilometres, while every 1 kilometre run equals to Bt1 for donation.

The activity also features the mission for every runners to achieve a goal of 200,000 kilometres together which equal to a donation of Bt200,000. (The distance calculation will be limited at a maximum of Bt40 per person and not exceeding 5,000 people)

The income will be given to the Department of Marine and Coastal Resources to organise CSR activities for collecting ocean waste. In addition, running shirts for activity were made from recycled plastic bottles in 11 designs for One Piece fans to collect as a souvenir.

Running activity will be categorised as follows;

1. Virtual Run, a run to accumulate distance. Runners who complete a distance of 40 kilometres will be rewarded a commemorative medal with an e-certificate from Japan.

2. Celebration Run, a run on the actual day. Runners who reach the finish line within the specified time will be rewarded a commemorative medal. The run consists of two distances: 5 kilometres and 11.5 kilometres.

The competition will be categorised as follows

• Male and female category (only 11.5 kilometres): First, second and third- place will be rewarded a plate and a certificate.

• Team category (maximum 9 persons, 11.5 kilometres): Only the winner will be rewarded a plate and a certificate.

• One Piece Fancy category (two phases): The winner will be rewarded a special prize from One Piece and sponsors worth Bt7,000, a plate, and a certificate. The second-place winner will receive a special prize from One Piece and sponsors worth Bt3,000, a plate, and a certificate. Third-place winner will receive a special prize from One Piece and sponsors worth Bt1,500, a plate, and a certificate.

The event will start on March 29 from 4am to 10am at Makkasan Park (Makkasan on Airport Rail Link) Runners will receive shirts and running number in Expo Day from March 14 to 15 between 10am to 9pm at a booth located inside the building before entering the platform.

Application fees start at Bt749 for children and Bt849 for adults. Early registration for adults is scheduled from December 1 to 15, while the official registration period is December 16 to February 20 next year. Registrants will receive a One Piece Giant Pin (5.7 centimetres in size).

Applications are accepted via website www.runderfulthailand.com, or contact line mobile application @RunderfulTH by clicking http://bit.ly/2ItdcKQ, Facebook and Instagram:RunderfulTH for more information.

Siam Paragon brings French balloon show for its 14th anniversary

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ The Nation

https://www.nationthailand.com/lifestyle/30379134?utm_source=category&utm_medium=internal_referral

Siam Paragon brings French balloon show for its 14th anniversary

Dec 06. 2019
By The Nation

1,722 Viewed

Siam Paragon has joined hands with the Tourism Authority of Thailand to bring a world-class balloon show from France to the mall from December 6-10.

“Siam Paragon World Magical Celebrations Presents: The Quest of Adventure in the World of Magical Tales” will have more than 20 large magic-creature balloons and light shows.

The show is being held to celebrate the 14th anniversary of Siam Paragon.

A very British Christmas with Mulberry

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ The Nation

https://www.nationthailand.com/lifestyle/30379148?utm_source=category&utm_medium=internal_referral

A very British Christmas with Mulberry

Dec 06. 2019
By The Nation

1,269 Viewed

Much-loved British brand Mulberry draws inspiration from the great tradition of festive storytelling to spread messages of hope and the spirit of giving through the launch of MulberryLights, which celebrates Christmas and New Year with a series of joyful projections including a new short film and a dedicated gift collection.

Poet and director Caleb Femi, the first Young People’s Laureate for London, has been commissioned to create a poem and short film entitled “The Season of Light”, celebrating the wonder and sense of connection that links Christmases past, present and future. Selected excerpts of the poem will be brought to life across the UK through unexpected and enchanting light projections in landmark British spots.

A line of signature gifts have also been launched and include such charming stocking fillers as heart-shaped purses, the Amberley Satchel bag to tartan soft accessories. They join new bag silhouette: the youthful Belted Bayswater Satchel, while the Iris bag will bring a modern heritage twist to the gift line-up.

Wanyai wins MAMA music award in Japan

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ The Nation

https://www.nationthailand.com/lifestyle/30379131?utm_source=category&utm_medium=internal_referral

Wanyai wins MAMA music award in Japan

Dec 06. 2019
By The Nation

2,024 Viewed

Olran “Wanyai” Chujai, a former member of the Room 39 band, and debuted as a solo artist under LOVEiS Entertainment, has won the Best New Asian Artist (Thailand) at the Mnet Asian Music Awards (MAMA) at Nagoya Dome in Japan.

He enjoyed huge success with his song “Enough”, that has now hit almost 100 million views on YouTube.

He said the MAMA award meant a lot to him and thanked LOVEiS Entertainment and Holyfox Records for their support.

Nont Tanont won Best Asian Artist (Thailand) but could not be present to receive the award due to his tight schedule.