คุณแหน : 24 ตุลาคม 2562

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/449256

650935

คุณแหน : 24 ตุลาคม 2562

วันพฤหัสบดี ที่ 24 ตุลาคม พ.ศ. 2562, 06.00 น.

ll สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินทรง เป็นประธานเปิดนิทรรศการ “คิดถึง…สมเด็จย่า”ครั้งที่ 22  ณ ไลฟ์สไตล์ ฮอลล์ ชั้น 2 สยามพารากอน 26 ต.ค. 17.30 น. โดยจัดขึ้นภายใต้คอนเซ็ปต์ “มือที่สร้าง งานที่สรรค์” เพื่อน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของ สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ที่ทรงงานเพื่อประโยชน์สุขแก่แผ่นดินอย่างมากมาย งานมีระหว่าง 18-27 ต.ค….

ll หลังจากออกจากรพ.ไม่กี่วัน อ.วรรณดี คันธวงศ์ ก็กลับไปพักฟื้นที่บ้านเกิดจังหวัดลำปางคณะศิษย์วัฒนารุ่น 86 นำโดย ท่านผู้หญิงบุตรีวีระไวทยะ ได้ลงขันรวบรวมเงินให้คุณครูเนื่องในวันเกิดอายุครบ 98 ปี…

ll ร.ต.ต. เกรียงศักดิ์ โลหะชาละ เข้าผ่าตัดสมองที่ รพ.วชิระ เพราะมีอาการแขนขาชาด้านซ้ายอ่อนแรงไม่รู้สึกตรวจพบเส้นเลือดปริในสมองขณะนี้อาการดีขึ้นมากแล้ว…

ll ชาว ปธพ.1-8 ร่วมยินดีกับพล.อ.ต.นพ.อิทธพร คณะเจริญ เลขาธิการ แพทยสภาที่ได้รางวัลเกียรติยศ “ประชาบดี” ประเภทบุคคลผู้ทำคุณประโยชน์…

ll มยุรี ชัยพรหมประสิทธิ์จัดงาน “Siam Paragon presents Rilakkuma World Happiness Town” ครั้งแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เนรมิตสยามพารากอนให้กลายเป็นเมืองแห่งรีลัคคุมะสุดยิ่งใหญ่ 25 ต.ค.13.30 น. ณ พาร์ค พารากอน ชั้น M สยามพารากอน…

ll หลังเดินสายรับรางวัลด้าน CSR ทั้งไทยและเทศ ดร.อุษณีย์ มหากิจศิริ ลีโอณีโอมีแรงใจดีๆ บวกทนเสียงร้องขอจากแฟนๆ พาย เฟสซ์เปิด 2 สาขารวด ให้แฟนคลับของพายสูตรลับอารมณ์ดี สไตล์โฮมเมดจากออสเตรเลีย สะดวก และอร่อยกันได้ง่ายขึ้น กับสาขา BTS ชิดลม(ประตูทางเชื่อมเซ็นทรัลชิดลม) และสาขาเทอร์มินอล 21 อโศก ชั้น LG (โซน Caribbeanหน้า Gourmet Market) พร้อมโปรโมชั่นสุดฮอต…

ll ยินดีกับนักบริหารฝีมือดีกับ สุพันธุ์ มงคลสุธี ปธ.สภาอุตสาหกรรมฯ ที่ได้เป็น ปธ.กก.ในคณะกรรมการธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย อีกตำแหน่ง…

ll ข่าวมงคลกสิณ ศรีวัฒนกุล บุตร รศ.ดร.นพ.กำพลศรีวัฒนกุล-พญ.กิติมา ยุทธวงศ์ จะฉลองมงคลสมรสกับ พลอยลดา ดอกไม้ บุตรีพ.ต.อ.หญิง พฤทธิ์ลดา ดอกไม้ 2 พ.ย.12.30 น. ณ บ้านปาร์คนายเลิศ (Marquee) โดยมีศ.ดร.ยงยุทธ-รศ.อรชุมา ยุทธวงศ์เป็นประธานในพิธี…

ll งานรับน้อง ปธพ. 8ที่ รร.เมธาวลัย ชะอำ น้องใหม่ เช่น นพ.โสภณเมฆธน, พญ.เจรียง จันทรกมล, รศ.นพ.ปรีชาวาณิชยเศรษฐกุล, เกศรา มัญชุศรี, ศศิธร จันทรสมบูรณ์ ชาญวีรกูล, นุชรินทร์โกวิทคณิต สุดแสนอบอุ่นชื่นมื่น เพราะมีพี่ๆ ตั้งแต่รุ่น 1-7 มาร่วมงาน อาทิ ศ.นพ.วิรัติ พาณิชย์พงษ์,นพ.เมธี วงศ์ศิริสุวรรณ, นพ.ประชา ชยาภัม,น.ต.พญ.สุจิตตรา สวาทยานนท์, วันเพ็ญธนธรรมสิริ, เขมทัตต์ พลเดช และ ทรงพลชัญมาตรกิจ…

ll ดร.ปรีชา ถิรกิจพงศ์กงสุลกิตติมศักดิ์ สถานทูตยูเครนประจำประเทศไทยเชิญร่วมพิธีเปิด “นิทรรศการภาพวาดศิลปินยูเครนจากคุณยายมาเรีย พรีมาเชนโก ส่งต่อถึงรุ่นหลาน อิวาน พรีมาเชนโก 100 ปีแห่งศิลปะโลกแฟนตาซี” โดยมี ฯพณฯ มร.อันดรีย์ เบซตาเอกอัครราชทูตยูเครนประจำประเทศไทยให้เกียรติเป็นประธาน 25 ต.ค. 16.00 น. บริเวณโถงชั้น 4-5 หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร(BACC) นิทรรศการมีถึง 3 พ.ย….ll

น้อง

‘มิชิม่า ลาโบ’นวัตกรรมแผ่นมาส์กหน้า ผสานคุณค่าเห็ดพิมานครั้งแรกในไทย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/449216

‘มิชิม่า ลาโบ’นวัตกรรมแผ่นมาส์กหน้า ผสานคุณค่าเห็ดพิมานครั้งแรกในไทย

วันพฤหัสบดี ที่ 24 ตุลาคม พ.ศ. 2562, 06.00 น.

(ซ้าย) อัญชิสา วัชรพล, วีรวรรธน์ ชินพิลาศ และ ม.ร.ว.แม้นนฤมาส ยุคล สวัสดิ์-ชูโต

MESHIMA LABO (มิชิม่า ลาโบ)แบรนด์สกินแคร์ธรรมชาติจากประเทศสวิตเซอร์แลนด์ จัดงานเปิดตัว MESHIMA LABO FACE MASK (มิชิม่า ลาโบ เฟซ มาส์ก)นวัตกรรมใหม่จากห้องวิจัยสู่ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวหน้าระดับไฮเอนด์ ด้วยสารสกัดพิเศษจาก “เห็ดพิมาน” (MESHIMA MUSHROOM) ที่สุดแห่งศาสตร์ของการบำรุงผิวขั้นสูง ผ่านการค้นคว้าและวิจัยโดย ทีมผู้เชี่ยวชาญและนักวิจัยมหาวิยาลัยชั้นนำในภาคพื้นเอเชีย พร้อมด้วยศูนย์วิจัยพัฒนา Amazing Grace Health Product (อะเมซซิ่ง เกรซ เฮลท์ โปรดักท์) จากประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ซึ่งนับเป็นครั้งแรกในโลกที่มีการนำสารสกัดจากเห็ดพิมานมาใช้ในวงการสกินแคร์ ด้วยประสบการณ์และผลงานวิจัยอย่างลึกซึ้งมากกว่า 20 ปี

ภายในงานคับคั่งไปด้วยบรรดาเซเลบริตี้ผิวสวย อาทิ ม.ร.ว.แม้นนฤมาส ยุคล สวัสดิ์-ชูโต, จารุจิต ใบหยก, พิมพ์เลิศ ใบหยก, อัญชิสาวัชรพล, อัชฌา เจริญรัศมีเกียรติ, ชมพูนุทโรจน์ศิริรัตน์, นาขวัญ รายนานนท์, ณัฏฐ์ธนินคุณาธนาฒย์, วาริธร กันท์ไพบูลย์, วารีนิธิ กันท์ไพบูลย์,ณิชชารีย์ กิจวิริยะธนโชติ, ปวีณลักษณ์ ลิมปิชาติ, พรรณวดี เทิดสุขบดี, รินทร์รตา อินทามระ และกานต์ จาติกวณิช

วารีนิธ-วาริธร กันท์ไพบูลย์

วีรวรรธน์ ชินพิลาศ ผู้นำเข้าแบรนด์ MESHIMA LABO (มิชิม่า ลาโบ) กล่าวถึงที่มาของแบรนด์ว่า “มิชิม่า ลาโบ เป็นแบรนด์สกินแคร์ธรรมชาติจากประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ที่ได้สารสกัดพิเศษจากเห็ดพิมาน หรือที่รู้จักกันในชื่อ MESHIMA MUSHROOM (มิชิม่า มัชรูม) ซึ่งเป็นที่มาของชื่อแบรนด์ และแบรนด์ได้มีการคิดค้น
และวิจัยเกี่ยวกับเห็ดพิมานมามากกว่า 20 ปี โดยผู้เชี่ยวชาญด้านชีววิทยาเพื่อศึกษาและวิจัยเห็ดพิมานอีกทั้งยังได้ร่วมวิจัยและผลิตกับแล็บในประเทศที่มีความเชี่ยวชาญด้านนวัตกรรมแห่งผิวพรรณอย่างประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ซึ่งเป็นศูนย์วิจัยที่ได้รับการยอมรับจากทั่วโลก จนก่อเกิดเป็นแบรนด์ มิชิม่าลาโบ แบรนด์ที่มีความรู้และความเข้าใจอย่างลึกซึ้งเกี่ยวกับเห็ดพิมาน จนสามารถดึงเอาประสิทธิภาพที่ดีที่สุดของเห็ดมาสู่ผิวได้อย่างล้ำลึกที่สุด ซึ่งนับเป็นครั้งแรกในประเทศไทยที่มีการนำเห็ดพิมานมาใช้ในผลิตภัณฑ์บำรุงผิว”

นอกจากนี้ ยังได้รับเกียรติจาก รองศาสตราจารย์ ดร.สุรพล นธการกิจกุล ผู้เชี่ยวชาญด้านเครื่องสำอางและ รองศาสตราจารย์ประจำคณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ร่วมให้ความรู้เกี่ยวกับผลการวิจัยของเห็ดพิมานว่า“เห็ดพิมานหรือที่รู้จักกันในชื่อ MESHIMA MUSHROOM (มิชิม่า มัชรูม) มีชื่อทางการแพทย์ว่า Phillinus Linteus (ฟิลินัส ลินเทียส) ถือเป็นเห็ดในตำนานที่โด่งดังไปทั่วโลก เชื่อกันว่าสามารถรักษาโรคต่างๆ รวมทั้งโรคมะเร็งได้ อีกทั้งยังเป็นเห็ดที่ราชวงศ์จีน และชนชั้นสูงในสมัยก่อนนิยมบริโภค เพราะเชื่อว่าเป็นยาอายุวัฒนะ มอบความอ่อนเยาว์ได้ดีที่สุด และเมื่อร่วมกับเทคโนโลยีที่ทันสมัยจากห้องปฏิบัติการในประเทศสวิตเซอร์แลนด์และการผลิตที่ทันสมัย จึงสามารถดึงประสิทธิภาพที่ดีที่สุดของเห็ดพิมานมาสู่ผิวพรรณได้อย่างล้ำลึกที่สุด จากคุณสมบัติที่โดดเด่นหลายประการอาทิ การเพิ่มความขาวใส การยับยั้งการทำงานของเอนไซม์ไทโรซิเนสซึ่งทำหน้าที่ในการสร้างเมลานิน หรือเม็ดสีผิวช่วยให้มีสีผิวที่กระจ่างใสขึ้น และยังสามารถต้านอนุมูลอิสระและกระตุ้นภูมิคุ้มกันของเซลล์ผิวได้ อีกทั้งยังมีกรดอะมิโน รวมถึงกรดนิวคลิอิกที่เป็นองค์ประกอบสำคัญในกระบวนการซ่อมแซมและฟื้นฟูผิว เพื่อเผยผิวใหม่ที่สดใสและสุขภาพผิวที่ดีขึ้น”

แผ่นมาส์กหน้า MESHIMA LABO FACE MASK

ด้านเซเลบริตี้สาวผิวดีม.ร.ว.แม้นนฤมาส ยุคล สวัสดิ์-ชูโต เผยเคล็ดลับการดูแลผิวว่า “จริงๆ แม้นเป็นคนที่ค่อนข้างจะบำรุงผิวจากภายในมากกว่า ด้วยการดื่มน้ำเปล่าเยอะๆพยายามเลี่ยงเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ลดการไปสังสรรค์ปาร์ตี้ เดี๋ยวนี้เลยจะนัดเพื่อนๆ ทานข้าวเที่ยงและออกกำลังกาย หรือถ้าช่วงไหนไม่มีเวลาออกกำลังกาย ก็จะเน้นควบคุมอาหาร เช่น น้ำหวานกาแฟเย็น หรืออาหารที่มีไขมัน ซึ่งสิ่งเหล่านี้ส่งผลกับผิวของเราด้วย เพราะไม่ว่าเราจะทำอะไรกับร่างกาย หรือเลือกทานอะไรเข้าไป ก็จะส่งผลกับร่างกายของเราโดยตรง ยิ่งตอนนี้อายุมากขึ้นก็เริ่มรู้สึกว่าต้องบำรุงตัวเองให้มากกว่าเดิม เพราะไม่เหมือนตอนเด็กๆ แล้ว ที่แม้นทำเป็นประจำคือเน้นล้างเครื่องสำอางให้สะอาด ใช้สกินแคร์ต่างๆ และเพิ่มเติมด้วยการมาส์กหน้าสัปดาห์ละครั้งก็จะรู้สึกได้เลยว่าผิวหน้าเราชุ่มชื้นขึ้นและดูสดใสมากขึ้น สัปดาห์ละครั้งก็เพียงพอสำหรับตัวแม้นเองส่วนตัวมองว่าการดูแลตัวเองของทุกคน เราต้องดูตัวเองว่าหน้าเราเหมาะกับอะไรยังไง ต้องใช้เยอะใช้บ่อยแค่ไหน เราต้องคอยสังเกตตัวเอง เพราะว่าแต่ละคนการดูแลก็จะไม่เหมือนกัน”

พบกับนวัตกรรมแผ่นมาส์กหน้า MESHIMA LABO FACE MASK (มิชิม่า ลาโบ เฟส มาส์ก)ได้แล้ววันนี้ และเตรียมพบกับ Pop Up Store ที่ ชั้น M บิวตี้ ฮอลล์ เอ็มโพเรียม ดีพาร์ทเม้นท์สโตร์ได้ในวันที่ 24 ตุลาคม 2562 เป็นต้นไป ติดตามข้อมูลผลิตภัณฑ์ได้ที่: Website : https://meshimalabo.com/ Facebook : https://www.facebook.com/meshimalabo/

ชมพูนุท โรจน์ศิริรัตน์

ณัฏฐ์ธนิน คุณาธนาฒย์

เปิดตัวแคมเปญ ‘เดอะ ทัช โน รีทัช’ ความมั่นใจให้ผู้หญิงยุคใหม่สวยดูดีแบบองค์รวม

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/449209

เปิดตัวแคมเปญ ‘เดอะ ทัช โน รีทัช’ ความมั่นใจให้ผู้หญิงยุคใหม่สวยดูดีแบบองค์รวม

วันพฤหัสบดี ที่ 24 ตุลาคม พ.ศ. 2562, 06.00 น.

ปรีชา ดวงเพชร, สุรัสวดี วณิชาชีวะ, พิชชานันท์ ณวัฒน์นิธิชัย, พัชรนันท์ ตั้งเกียรติอมรกุล,นายแพทย์ สาธิต พณิชย์พิบูลย์, กรกนก ยงสกุล

ในปัจจุบันนี้การดูแลตัวเองให้ดูดีอย่างสม่ำเสมอนั้นเป็นสิ่งที่ไม่ควรมองข้ามซึ่งนอกจากการดูแลรูปร่างและผิวพรรณให้สวยสุขภาพดีที่นับเป็นพื้นฐานแรกของความงามแล้ว การมีบุคลิกภาพที่ดียังเป็นสิ่งที่สามารถช่วยสร้างจุดเด่นและเพิ่มความมั่นใจได้อย่างสมบูรณ์แบบ ล่าสุดพิชชานันท์ ณวัฒน์นิธิชัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เดอะทัช กรุงเทพฯ จำกัด ร่วมด้วย สุรัสวดี วณิชาชีวะ และพัชรนันท์ ตั้งเกียรติอมรกุล ผู้ก่อตั้ง“เดอะ ทัช คลินิก” (The Touch clinic)สถาบันความงามมาตรฐานระดับสากลแบบครบวงจร ผู้นำด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมความงามสุดล้ำสมัยชั้นนำของเมืองไทย ได้จัดงานเฉลิมฉลองครบรอบ 7 ปี แห่งความสำเร็จ พร้อมเปิดตัวแคมเปญ “เดอะ ทัช โน รีทัช” (TheTouch No Retouch) บริการด้านความงามสุดเอ็กซ์คลูซีฟที่ให้ความสำคัญในเรื่องการดูแลบุคลิกภาพควบคู่ไปกับการดูแลรูปลักษณ์และสุขภาพผิว โดยทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ

พิชชานันท์ ณวัฒน์นิธิชัย กล่าวถึง การจัดงานและจุดเด่นของบริการที่เปิดตัวครั้งนี้ว่า “เดอะ ทัช คลินิก” สถาบันความงามมาตรฐานระดับสากล ก่อตั้งขึ้นในปี พ.ศ 2555 ตลอดระยะเวลาที่เปิดให้บริการมานั้น เรามุ่งเน้นพัฒนามาตรฐานของสถาบันในทุกๆ ด้าน ไม่ว่าจะเป็นด้านเทคโนโลยีความงาม อุปกรณ์และเครื่องมือที่ทันสมัย รวมถึงด้านบริการของแพทย์และบุคลากร เพราะเราต้องการสร้างมาตรฐานและผลลัพธ์ที่สามารถสร้างความประทับใจให้กับผู้เข้ารับบริการได้อย่างตรงจุด โดยในโอกาสครบรอบ 7 ปีนี้ เราก็ได้เปิดตัวแคมเปญ เดอะ ทัช โน รีทัช(The Touch No Retouch) ที่มาพร้อมบริการในแบบฉบับที่ไม่เหมือนใครด้วยการเนรมิตรูปลักษณ์และความมั่นใจให้ดูดีตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า โดยไม่ผ่านการศัลยกรรมใดๆ ทั้งสิ้น ภายใต้ 3 แนวคิดหลัก ได้แก่ Professional Consultantโดยทีมแพทย์และบุคลากรที่พร้อมให้คำปรึกษาด้านความงามอย่างตรงจุด,Perfect Personality สร้างความมั่นใจด้านบุคลิกภาพรวมถึง Absolute head to toe beauty บริการอันหลากหลายที่สามารถตอบโจทย์การดูแลความงามของหนุ่มสาวยุคใหม่ให้ดูดีได้อย่างสมบูรณ์แบบ

นายแพทย์ สาธิต พณิชย์พิบูลย์

นายแพทย์ สาธิต พณิชย์พิบูลย์ ได้กล่าวถึงสภาพปัญหาผิวในแต่ละช่วงวัยพร้อมแนะนวัตกรรมการดูแลผิวพรรณให้สวยสมวัยว่า “ในช่วงวัยรุ่นหรืออายุก่อน25 ปี มักจะเผชิญกับปัญหาสิวเป็นหลักซึ่งเกิดจากฮอร์โมนภายในร่างกาย และในช่วงวัยรุ่นนี้ยังไม่ค่อยมีปัญหาด้านริ้วรอย ซึ่งสามารถดูแลด้วยการใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีความอ่อนโยนเหมาะกับสภาพผิว เน้นเติมความชุ่มชื้นให้กับผิว และสามารถรักษาสิวร่วมด้วย โดยการเข้ารับคำปรึกษากับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ พร้อมแนะนำโปรแกรมออกซิเจนพลัส (Oxygen Plus) ช่วยทำความสะอาดและลดการอุดตันบนผิวหน้าควบคู่กับการทำหัตถการรักษาผิวหน้าให้สวยใสไร้สิวและจุดด่างดำ ถัดมาที่วัยทำงานช่วงอายุ 25-40 ปี ช่วงวัยนี้มักจะเผชิญปัญหาผิวเกี่ยวกับริ้วรอยและผิวหย่อนคล้อยเป็นส่วนใหญ่ อันเนื่องมาจากอายุที่เพิ่มขึ้น คอลลาเจนใต้ผิวหนังผลิตน้อยลง รวมทั้งความเครียดจากการทำงานก็เป็นสาเหตุของการเกิดริ้วรอยได้ซึ่งสามารถดูแลโดยเน้นเติมความชุ่มชื้นให้กับผิว และสามารถปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญโดยใช้โปรแกรมสำหรับดูแลเซลล์ผิวขั้นล้ำลึก ช่วยคืนความอ่อนเยาว์อย่างอิมมูน รีจูวีเนทติ้ง (ImmuneRejuvenating) รวมทั้งทำหัตถการเพื่อผิวตึงกระชับและเติมร่องลึกของผิวด้วยการฉีดโบท็อกซ์ (Botox) และฉีดกลุ่มสารเติมเต็ม (Filler) ปิดท้ายที่ช่วงวัย 40 ปีขึ้นไป ปัญหาผิวหลักๆ คือความหย่อนคล้อย เนื่องจากร่างกายมีการผลิตคอลลาเจนและอีลาสตินใต้ผิวหนังลดลงเป็นอย่างมาก สามารถเน้นดูแลบำรุงผิวโดยเน้นเติมความชุ่มชื้นเป็นหลัก และสามารถทำโปรแกรมอัลเทอร่า เอชดีลิฟติ้ง (Ulthera HD Lifting) ที่จะช่วยย้อนอายุผิวหน้าให้ดูอ่อนวัยด้วยเทคโนโลยีการยกกระชับผิวได้ลึกถึงชั้นกล้ามเนื้อ เพื่อรูปหน้าเรียวที่กระชับ สามารถเห็นผลได้ และสามารถคงความตึงกระชับของผิวได้นาน 1-2 ปี ได้ด้วย”

ด้านเซเลบริตี้นักพัฒนาบุคลิกภาพชื่อดัง เล็ก-กรกนก ยงสกุล กล่าวถึงความสำคัญและการดูแลตนเองเพื่อการมีบุคลิกภาพที่ดีว่า “นอกจากการมีผิวพรรณและรูปร่างที่ดีจะเป็นสิ่งสำคัญแล้ว การมีบุคลิกภาพที่ดีนั้นก็เป็นสิ่งสำคัญไม่แพ้กัน ซึ่งวิธีการสามารถเริ่มได้จากตัวเราเอง โดยควรคำนึงก่อนว่าเราอยากให้คนอื่นมองว่าเราเป็นอย่างไรก็ควรจะแสดงตัวตนแบบนั้นออกมา และต้องอยู่บนพื้นฐานของความเป็นธรรมชาติ ไม่ดูฝืนจนเกินไป โดยเริ่มจากเลือกสวมใส่เสื้อผ้าที่ถูกกาลเทศะ ยิ้มแย้มแจ่มใส จับมือทักทายอย่างมั่นใจ กล้าที่จะชวนพูดคุยอย่างฉะฉานจริงใจ และสบตาเป็นระยะระหว่างพูดคุยเพื่อสร้างความประทับใจต่อคู่สนทนา”

บี-น้ำทิพย์ จงรัชตวิบูลย์

ต่อมาที่เมคอัพอาร์ติสท์ จิม-ปรีชา ดวงเพชร ได้แนะนำการแต่งหน้าของสาวๆ ว่า “เน้นทำความสะอาดผิวหน้าให้สะอาดหมดจด เพราะจะช่วยทำให้ใบหน้าของเราพร้อมรับการบำรุง และง่ายต่อการเมคอัพแต่งเติมสีสันบนใบหน้า ส่วนเทรนด์การแต่งหน้าที่มาแรงขณะนี้คือการให้ความสำคัญกับความเป็นธรรมชาติ (Natural)คือเน้นพื้นฐานการมีสุขภาพผิวที่ดี และลงเมคอัพที่บางเบา แต่งแต้มสีสันเพียงเล็กน้อย เพื่อเผยผิวสวยสุขภาพดีอย่างเป็นธรรมชาติ”

และพรีเซ็นเตอร์สาวสวย บี-น้ำทิพย์ จงรัชตวิบูลย์ เผยเคล็ดลับการดูแลรูปร่างให้ดูดีแบบองค์รวมว่า เราสามารถเริ่มดูแลรูปร่างและสุขภาพร่างกายตนเองด้วยการออกกำลังกายที่ชื่นชอบอย่างเราเองก็จะว่ายน้ำ และเล่นโยคะเป็นประจำ และจะทำให้เป็นนิสัย นอกจากนี้ควรเลี่ยงการรับประทานอาหารที่เป็นโทษต่อสุขภาพ อย่างพวกของหวาน ของมัน ที่สำคัญต้องพักผ่อนให้เพียงพอด้วย และสามารถเลือกรับบริการการดูแลผิวพรรณและรูปร่างจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญร่วมด้วย”

สัมผัสประสบการณ์ความงามกับบริการสุดเอ็กซ์คลูซีฟได้แล้ววันนี้ที่ “เดอะ ทัช คลินิก” ทั้ง 7 สาขา  หรือติดตามรายละเอียดได้ทาง Facebook Page :  The Touch Clinic

มูลนิธิอากอนชู ประเทศญี่ปุ่น สานต่อมิตรภาพ มอบทุนการศึกษา แก่ นศ.วารสารศาสตร์ฯ มธ. ท่าพระจันทร์ และ นศ.ศูนย์ลำปาง

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/449247

มูลนิธิอากอนชู ประเทศญี่ปุ่น สานต่อมิตรภาพ มอบทุนการศึกษา แก่ นศ.วารสารศาสตร์ฯ มธ. ท่าพระจันทร์ และ นศ.ศูนย์ลำปาง

วันพฤหัสบดี ที่ 24 ตุลาคม พ.ศ. 2562, 06.00 น.

รศ.เกศินี วิฑูรชาติ อธิการบดี มธ., Ms.Kasuko Maki ผู้อำนวยการฝ่ายต่างประเทศ มูลนิธิฯ, Mr.Tadanori Kanechika ผู้แทนมูลนิธิฯ ร่วมกันมอบทุนการศึกษามูลนิธิ Agon Shu ประเทศญี่ปุ่น ประจำปี 2562 แก่นักศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์ลำปาง โดยมี ผศ.ดร.มุนินทร์ พงศาปาน คณบดีคณะนิติศาสตร์ มธ., อ.ดร.อนุชา ทีรคานนท์ คณบดีคณะศิลปกรรมศาสตร์ มธ., ผาณิต พูนศิริวงศ์ อดีตนายกสมาคมวารสารศาสตร์ฯ มธ.ในฐานะผู้ประสานงานมูลนิธิฯ, ศ.ดร.ไพโรจน์ กัมพูสิริ รองอธิการบดีฝ่ายกฎหมายและบริหารศูนย์ลำปาง, ศ.ระพีพรรณ คำหอม คณบดีคณะสังคมสงเคราะห์ศาสตร์ มธ., ผศ.เอกรินทร์ ยลระบิล ผู้อำนวยการหอสมุดแห่งมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ พร้อมด้วยคณาจารย์ของ มธ.ศูนย์ลำปาง อ.จำลอง สุวรรณชาติ หัวหน้าสาขาออกแบบหัตถอุตสาหกรรม คณะศิลปกรรมศาสตร์, ผศ.ดร.ปาริยา ณ นครผู้ช่วยอธิการบดีฝ่ายการนักศึกษา และ ผศ.ดร.ณัฐธนนท์ หงส์วริทธิ์ธร คณบดีคณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ร่วมเป็นสักขีพยาน

รศ.เกศินี วิฑูรชาติ อธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เป็นประธานในพิธีมอบทุนการศึกษามูลนิธิ Agon Shu ประเทศญี่ปุ่น พร้อมด้วย Ms.Kasuko Maki ผู้อำนวยการฝ่ายต่างประเทศ มูลนิธิ Agon Shu ร่วมมอบทุนการศึกษามูลนิธิ Agon Shu ประจำปีการศึกษา 2562 แก่นักศึกษาคณะวารสารศาสตร์และสื่อสารมวลชน มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ จำนวน 12 รายรวมเป็นเงิน 280,000 บาท โดยมี ผาณิต พูนศิริวงศ์ อดีตนายกสมาคมวารสารศาสตร์และสื่อสารมวลชนในฐานะผู้ประสานงานมูลนิธิ Agon Shu, ผศ.ดร.อัจฉรา ปัณฑรานุวงศ์ คณบดีคณะวารสารศาสตร์และสื่อสารมวลชน, ศ.พญ.อรพรรณ โพชนุกูล รองอธิการบดีฝ่ายการนักศึกษา, รศ.ดร.กิตติ ประเสริฐสุข รองอธิการบดีฝ่ายวิเทศสัมพันธ์ และ ผศ.ญาณิศา บุญประสิทธิ์ รองคณบดีฝ่ายการนักศึกษาและบริการการศึกษา ร่วมเป็น
สักขีพยาน ณ ห้อง JM 402 คณะวารสารศาสตร์ฯ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ เมื่อวันที่ 3 ตุลาคม 2562

ทั้งนี้ มูลนิธิ Agon Shu ได้ดำเนินการมอบทุนการศึกษาแก่คณะวารสารศาสตร์และสื่อสารมวลชนตั้งแต่ปี พ.ศ.2547 ถึงปัจจุบัน พ.ศ.2562 รวมระยะเวลา 18 ปี โอกาสนี้ Ms.Kazuko Maki ผู้อำนวยการฝ่ายต่างประเทศ มูลนิธิ Agon Shu ได้แนะนำผู้ประสานงานมูลนิธิคนใหม่ Mr.Tadanori Kanechika ซึ่งจะมาทำหน้าที่สานต่อการมอบทุนการศึกษาแก่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ต่อไป

ดร.ปกป้อง ส่องเมือง, Mr.Tadanori Kanechika, ผาณิต พูนศิริวงศ์, Ms.Kazuko Maki, รศ.เกศินี วิฑูรชาติ, ผศ.ดร.อัจฉรา ปัณฑรานุวงศ์, ศ.พญ.อรพรรณ โพชนุกูล และ รศ.ดร.กิตติ ประเสริฐสุข

จากนั้นเมื่อวันที่ 4 ตุลาคม ที่ผ่านมา Ms.Kazuko Maki ผู้อำนวยการฝ่ายต่างประเทศ มูลนิธิ Agon Shu และ Mr.Tadanori Kanechika ผู้แทนมูลนิธิฯ ได้เดินทางมามอบทุนการศึกษา ประจำปีการศึกษา 2562 ให้กับนักศึกษามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์ลำปาง โดยเป็นการมอบทุนการศึกษาให้แก่นักศึกษาที่ขาดแคลนทุนทรัพย์ จำนวน 30 ทุน ทุนละ 20,000 บาท เป็นเงิน 600,000 บาทซึ่งทางมูลนิธิได้สนับสนุนให้ทุนการศึกษาต่อเนื่องมา 15 ปีแล้วซึ่งนักศึกษามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์ลำปาง ได้รับทุนนี้มาแล้ว 385 ทุน ทุนละ 20,000 บาท คิดเป็นเงินรวมทั้งสิ้น 7,700,000 บาท เป็นทุนประเภทให้เปล่าโดยไม่มีเงื่อนไขในการชดใช้ทุน และในปีนี้จะสนับสนุนทุนให้นักศึกษาไปทัศนศึกษายังประเทศญี่ปุ่นอีกด้วย

รศ.เกศินี วิฑูรชาติ อธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เป็นประธานต้อนรับผู้แทนจากมูลนิธิอากอนชู ได้เปิดเผยว่า “รู้สึกยินดีที่มูลนิธิให้เกียรติมาเยือนมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ อย่างต่อเนื่องมาเป็นระยะเวลายาวนาน ซึ่งในแต่ละปีการศึกษามีนักศึกษาที่ได้รับทุนจากมูลนิธิ สามารถศึกษาต่อในระดับปริญญาโทและปริญญาเอกพร้อมกับทำงานไปด้วย จึงเห็นได้ว่านักศึกษาสามารถก้าวสู่อนาคตที่ดีอีกขั้นหนึ่ง

นอกจากการมอบทุนแล้ว ผศ.พิมพ์ฉัตร รสสุธรรมผู้ช่วยอธิการบดีฝ่ายการนักศึกษาและประชาสัมพันธ์ ศูนย์ลำปางนำผู้แทนมูลนิธิอากอนชู เข้าเยี่ยมชมห้อง SoftwareTraining Center ชั้น 3 ห้องสมุดบุญชู ตรีทอง ซึ่งเมื่อปี 2561มูลนิธิได้บริจาคเงินจำนวน 1,500,000 บาท จัดซื้อเครื่องคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ โดยมี ผศ.เอกรินทร์ ยลระบิลผู้อำนวยการหอสมุดแห่งมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และ แสงเดือน อุบลศรี หัวหน้าห้องสมุดบุญชู ตรีทอง เป็นผู้นำชม จากนั้นได้นำผู้แทนมูลนิธิฯ เดินทางไปเยี่ยมบ้านนักศึกษาที่ได้รับทุนการศึกษาประจำปีการศึกษา 2561ณ ตำบลห้างฉัตร อำเภอห้างฉัตร จังหวัดลำปาง อีกด้วย

Mr.Tadanori กล่าวแนะนำการทำหน้าที่ผู้ประสานงานมูลนิธิ Agon Shu แก่ผู้บริหารมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

Ms.Kazuko Maki และ Mr.Tadanori ถ่ายภาพร่วมกับนักศึกษาวารสารศาสตร์ฯ ชั้นปีที่ 4

รศ.เกศินี วิฑูรชาติ และ ผศ.ดร.อัจฉรา ปัณฑรานุวงศ์ มอบของที่ระลึกแก่ Ms.Kazuko Maki

ผาณิต พูนศิริวงศ์ อดีตนายกสมาคมวารสารศาสตร์ฯ มธ. รับมอบของที่ระลึกจาก ผศ.ดร.อัจฉรา ปัณฑรานุวงศ์ คณบดีคณะวารสารศาสตร์ฯ

รศ.เกศินี วิฑูรชาติ อธิการบดี มธ., Ms.Kasuko Maki ผู้อำนวยการฝ่ายต่างประเทศ มูลนิธิฯ, Mr.Tadanori Kanechika ผู้แทนมูลนิธิฯ ร่วมกันมอบทุนการศึกษามูลนิธิ Agon Shu ประเทศญี่ปุ่น ประจำปี 2562 แก่นักศึกษามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์ลำปาง โดยมี ผศ.ดร.มุนินทร์ พงศาปาน คณบดีคณะนิติศาสตร์ มธ., อ.ดร.อนุชา ทีรคานนท์ คณบดีคณะศิลปกรรมศาสตร์ มธ., ผาณิต พูนศิริวงศ์ อดีตนายกสมาคมวารสารศาสตร์ฯ มธ.ในฐานะผู้ประสานงานมูลนิธิฯ, ศ.ดร.ไพโรจน์ กัมพูสิริ รองอธิการบดีฝ่ายกฎหมายและบริหารศูนย์ลำปาง, ศ.ระพีพรรณ คำหอม คณบดีคณะสังคมสงเคราะห์ศาสตร์ มธ., ผศ.เอกรินทร์ ยลระบิล ผู้อำนวยการหอสมุดแห่งมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ พร้อมด้วยคณาจารย์ของ มธ.ศูนย์ลำปาง อ.จำลอง สุวรรณชาติ หัวหน้าสาขาออกแบบหัตถอุตสาหกรรม คณะศิลปกรรมศาสตร์, ผศ.ดร.ปาริยา ณ นครผู้ช่วยอธิการบดีฝ่ายการนักศึกษา และ ผศ.ดร.ณัฐธนนท์ หงส์วริทธิ์ธร คณบดีคณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ร่วมเป็นสักขีพยาน

Ms.Maki Kazuko ผู้อำนวยการฝ่ายต่างประเทศมูลนิธิฯ พร้อมด้วย รศ.เกศินี วิฑูรชาติ อธิการบดี มธ. ถ่ายภาพร่วมกับผู้บริหาร มธ.ศูนย์ลำปาง นำโดย ศ.ดร.ไพโรจน์ กัมพูสิริ รองอธิการบดีฝ่ายกฎหมายและบริหาร, ผศ.กิตติพงศ์ กิตติธรรมวงศ์ ผู้ช่วยอธิการบดีฝ่ายบริหาร, ผศ.เอกรินทร์ ยลระบิล
ผู้อำนวยการหอสมุดแห่งมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์, รศ.ดร.ภูมินทร์ บุตรอินทร์ ผู้ช่วยอธิการบดีฝ่ายวิชาการและวิจัย, ผศ.ดร.พิมพ์ฉัตร รสสุธรรม
ผู้ช่วยอธิการบดีฝ่ายการนักศึกษาและประชาสัมพันธ์ และ อ.ดร.อนุชา ทีรคานนท์ คณบดีคณะศิลปกรรมศาสตร์

รศ.เกศินี วิฑูรชาติ อธิการบดี มธ., Ms.Kasuko Maki ผู้อำนวยการฝ่ายต่างประเทศ มูลนิธิฯ, Mr.Tadanori Kanechika ผู้แทนมูลนิธิฯ ถ่ายภาพกับนักศึกษามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์ลำปาง

ผศ.ดร.มุนินทร์ พงศาปาน คณบดีคณะนิติศาสตร์ มธ. มอบของที่ระลึก

คณบดีคณะศิลปกรรมศาสตร์ อ.ดร.อนุชา ทีรคานนท์ และ อ.จำลอง สุวรรณชาติ มอบของที่ระลึก

ศ.ระพีพรรณ คำหอม คณบดีคณะสังคมสงเคราะห์ศาสตร์ มธ. มอบของที่ระลึก

ผศ.เอกรินทร์ ยลระบิล ผู้อำนวยการหอสมุดแห่งมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ นำชมห้อง Software Training Center ภายในห้องสมุดบุญชู ตรีทอง มธ. ศูนย์ลำปาง

ตูน บอดี้สแลม เตรียมลงสนามวิ่งอีกครั้ง รายได้ทั้งหมดช่วยเหลือผู้ป่วย 7 รพ.ภาคใต้

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/449202

ตูน บอดี้สแลม เตรียมลงสนามวิ่งอีกครั้ง รายได้ทั้งหมดช่วยเหลือผู้ป่วย 7 รพ.ภาคใต้

วันพุธ ที่ 23 ตุลาคม พ.ศ. 2562, 15.24 น.

24 ตุลาคมนี้ เตรียมพบกับการกลับมาของ ตูน – อาทิวราห์ คงมาลัย นักร้องและไอดอลสายวิ่ง ที่พร้อมลงสนามพร้อม ๆ กับดาราคนดัง เพื่อคนไทยอีกครั้ง กับโครงการก้าวต่อไปด้วยพลังเล็กๆ ภาคใต้  โดยครั้งนี้เจ้าตัวเตรียมวิ่งระยะทางยาวติดกัน  เริ่มต้นจากหาดราชมงคล จังหวัดตรัง ไปจนถึงองค์การบริหารส่วน จังหวัดกระบี่ รวมระยะทาง 114 กิโลเมตร และพิเศษไปกว่านั้น 5 กิโลเมตรสุดท้ายในวันที่ 25 ตุลาคม พี่น้องชาวใต้จะได้ร่วมก้าวและส่งต่อพลังเล็กๆ เพื่อสร้างสรรค์สิ่งที่ยิ่งใหญ่ไปพร้อมกับพี่ตูน

ไฮไลท์ของการวิ่งครั้งนี้ คือการท้าทายตัวเองของดาราและคนดังในโปรเจค #กล้าก้าว โดยทำการออกมาวิ่งในระยะทางที่เขาเหล่านั้นไม่เคยทำได้มาก่อน  เป้าหมายสำคัญ คือ ช่วยเหลือผู้ป่วย 7 โรงพยาบาลภาคใต้ และเป็นแรงผลักดันให้ทุก ๆ คนออกมาดูแลตัวเองด้วยการออกกำลังกาย

โดยมีดาราคนดังมากมายที่ออกมา #กล้าก้าว อาทิ พี่น้องร่วมก๊วนสุดซี้ เกรท – วรินทร และอาเล็ก – ธีรเดช ที่พร้อมก้าวข้ามขีดจำกัดของตนเองด้วยการลงวิ่งระยะทาง 16 กิโลเมตร , ตุ๊กกี้ ชิงร้อยชิงล้าน ที่จะมาร่วมวิ่ง 5 กิโลเมตร , โดม ปกรณ์ ลัม จะวิ่ง 23 กิโลเมตร เป็นต้น ซึ่งดาราและคนดังทั้งหมดจะผลัดเปลี่ยนการวิ่งตลอดระยะทาง 338 กิโลเมตร

ทั้งนี้ โครงการก้าวต่อไปด้วยพลังเล็กๆ ภาคใต้ สร้างปรากฎการณ์มีผู้สมัครวิ่งร่วมกับพี่ตูนในวันที่ 27 ตุลาคม ในระยะทาง 10.6 กิโลเมตร จำนวน 13,123 คน ถือว่าทำลายสถิติจำนวนผู้สมัครวิ่งของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และ “ก้าว” ครั้งนี้ ยังคงสานต่อเป้าหมายเดิมคือให้คนไทยทุกคน ก้าวข้ามขีดจำกัดด้วยเอง และ #กล้าก้าว มารวมพลังเล็ก ๆ ไปสู่การเป็นพลังที่ยิ่งใหญ่พร้อมกัน รายได้ทั้งหมดไม่หักค่าใช้จ่ายเพื่อช่วยเหลือ 7 โรงพยาบาลภาคใต้

สำหรับคนไทยที่ต้องการร่วมบริจาคสามารถผ่านช่องทางหลัก คือ บัญชีธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) สาขารัชโยธิน ชื่อบัญชี มูลนิธิก้าวคนละก้าว เพื่อโรงพยาบาลภาคใต้ เลขบัญชี 111-393-894-4 บัญชีกระแสรายวันและทาง SMS ครั้งละ 10 บาท *พิมพ์ T แล้วส่งมาที่ 4545099 ติดตามรายละเอียดของโครงการ ผ่าน http://www.kaokonlakao.com และ Facebook ก้าว

#ก้าวคนละก้าว #กล้าก้าว #เพราะเราเชื่อในพลังเล็กๆ #ก้าวต่อไปด้วยพลังเล็กๆ

ให้เสน่ห์เฟอร์นิเจอร์ลายหินอ่อนสะท้อนความเป็นคุณ

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/449023

ให้เสน่ห์เฟอร์นิเจอร์ลายหินอ่อนสะท้อนความเป็นคุณ

วันพุธ ที่ 23 ตุลาคม พ.ศ. 2562, 06.00 น.

ต้องบอกว่าหินอ่อนมาแรงสุดในทศวรรษนี้ ด้วยคุณสมบัติและคาแร็กเตอร์ที่เด่นชัดของ “MARBLE” (หินอ่อน) ทำให้ถูกนำมารังสรรค์ชิ้นงานและจัดวางในทุกๆไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิต ทั้งเป็นวัสดุหลักในการสร้างบ้าน รวมถึงเฟอร์นิเจอร์และของแต่งบ้าน ซึ่งนอกเหนือจากจุดเด่นบนความแข็งแรงทนทานหินอ่อนยังสามารถสะท้อนรสนิยมและตัวตนของบุคคลนั้นๆได้เป็นอย่างดี ซึ่งตอบโจทย์สังคมแห่งยุค “Identity” ที่ทุกคนล้วนมี “Way” ในการเลือกดีไซน์การใช้ชีวิตในแบบที่ไม่ซ้ำใคร

โดย “อินเด็กซ์ ลิฟวิ่งมอลล์” (Index Living Mall) ผู้นำอาณาจักรเฟอร์นิเจอร์ ของใช้ ของแต่งบ้าน ครบวงจร
แห่งเมืองไทย ได้นำเทรนด์โลกกับการแต่งบ้านที่เหล่าดีไซเนอร์ชื่อดังนิยมเลือกสรรวัสดุจากธรรมชาติมาใช้ในงานตกแต่งภายในและงานดีไซน์เฟอร์นิเจอร์ และของแต่งบ้าน จนมาเป็น “THEMARBLE COLLECTION” เฟอร์นิเจอร์คอลเลคชั่น
ล่าสุดจากแบรนด์ “อินเด็กซ์ เฟอร์นิเจอร์” (Index Furniture) กับดีไซน์ชิ้นงานเน้นโชว์ลวดลายหินอ่อนตามธรรมชาติเพื่อสัมผัสได้ถึงพลังงานดีๆ จากธรรมชาติอย่างแท้จริง ทั้งยังเติมเต็มการใช้ชีวิตที่หรูหรา สง่างามในทุกองศาที่เป็นคุณ

กฤษชนก ปัทมสัตยาสนธิ กรรมการผู้จัดการ บริษัท อินเด็กซ์ ลิฟวิ่งมอลล์ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “เทรนด์การแต่งบ้านในปัจจุบันไม่ต่างกับงานดีไซน์แฟชั่น ซึ่งนำเทรนด์ที่กำลังได้รับความนิยมมาดีไซน์ให้เกิดชิ้นงานใหม่ๆหลากรูปแบบ เช่นเดียวกับเฟอร์นิเจอร์ที่ตอนนี้งานหินอ่อนกำลังเป็นที่นิยมอย่างมากทั้งนี้ อินเด็กซ์ เฟอร์นิเจอร์ จึงได้นำเอกลักษณ์ของลวดลายและผิวสัมผัสที่โดดเด่นของหินอ่อนมาเป็นคีย์ในการดีไซน์ “THE MARBLE COLLECTION” ที่โชว์ความสวยงามของลวดลายหินอ่อนอย่างเด่นชัดรับกับดีไซน์รูปทรงที่ทันสมัยในสไตล์โมเดิร์น เรียบเท่ สง่างามมีกลิ่นอายความคลาสสิก เพิ่มความพรีเมียมด้วยลายเส้นของวัสดุจากโลหะสีโกลด์ สีคอปเปอร์ ดาร์กโกลด์บนเฟอร์นิเจอร์ชิ้นนั้นๆ ทำให้เฟอร์นิเจอร์คอลเลคชั่นนี้สวยหรูโดดเด่นมีเอกลักษณ์ เหมาะสำหรับผู้ที่หลงรักเสน่ห์ของงานหินอ่อนโดย “THE MARBLE COLLECTION” มาพร้อมกับเฟอร์นิเจอร์หลัก อาทิ ชุดห้องนอน ตู้ลิ้นชัก โต๊ะทำงานโต๊ะกลาง โต๊ะข้าง ตู้โชว์ ตู้ไซด์บอร์ดตู้วางทีวีฯลฯ

ซึ่ง “THEMARBLE COLLECTION”ประกอบด้วย 4 ซีรี่ส์ ได้แก่

1.ซีรี่ส์ CALACATTA (คาลาคัตต้า) หินอ่อนสีขาวจากเมือง (Carrara)ประเทศอิตาลี ที่โดดเด่นด้วยลายสายแร่ (ลายที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติบนพื้นผิวหินอ่อน) สีเทาอ่อนปนเข้มอย่างมีเอกลักษณ์คือความเรียบหรูที่ไม่จำเป็นต้องมาก ความนุ่มนวลของสีขาวละมุนที่มาพร้อมความแข็งแกร่ง และสง่างาม ซึ่งสะท้อนไลฟ์สไตล์ที่เหนือระดับ

2.ซีรี่ส์ MARQUINA (มาร์คิน่า) เม็ดหินสีดำเงาที่ระยิบระยับไปด้วยหลอดเลือดสีขาวละเอียด คือคุณภาพและความสวยงามแห่งแคว้นบาสก์ (Basque) ทางตอนเหนือของประเทศสเปน ซึ่งจะกี่ศตวรรษผ่านไป สีดำยังคงเปี่ยมด้วยเสน่ห์ดึงดูดสะกดทุกสายตา ความมีระดับแต่แฝงด้วยความสุขุมแบบมีคลาส ยิ่งเชิญชวนให้น่าค้นหา

3.ซีรี่ส์ VENATINO (เวนาติโน่)ความอ่อนนุ่มของลายหินอ่อนสีขาวที่ผสานเป็นหนึ่งเดียวกับลวดลายสีเทาอ่อน จากประเทศอิตาลี ให้ความรู้สึกโมเดิร์นวินเทจ เทรนด์ที่เชื่อมระหว่างยุคสมัยและช่วงวัยตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันเข้าด้วยกัน ด้วยกลิ่นอายความโรแมนติก-โคโลเนียล ผสาน Louver ไม้สลับลายหินอ่อนสีขาว ให้ความรู้สึกอ่อนช้อย กลมกลืน เข้ากันกับเสน่ห์
โมเดิร์นให้ดูอ่อนหวานผ่อนคลายอย่างลงตัว

4.ซีรี่ส์ CARRARA (คาร์ราร่า)ความคลาสสิกของหินอ่อนสีขาวสะอาดตา ที่ละมุนไปด้วยลายสายแร่สีเทา (ลายที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติบนพื้นผิวหินอ่อน) ให้ความรู้สึกราวกับได้อยู่ท่ามกลางเทือกเขาในเมืองคาร์ราร่า (Carrara) ประเทศอิตาลี กับดีไซน์ทันสมัยที่ให้ความรู้สึกโปร่งสบาย อ่อนโยนเป็นธรรมชาติด้วยการผสมผสานระหว่างหินอ่อนสีขาวเทา และไม้สีเนเชอรัลให้ทุกจังหวะการใช้ชีวิตเต็มไปด้วยความอบอุ่น

ร่วมค้นหา “เฟอร์นิเจอร์”ที่สะท้อนความเป็นตัวคุณกับงานดีไซน์หินอ่อนบนเฟอร์นิเจอร์ชิ้นงามทั้ง 4 ซีรี่ส์ที่อินเด็กซ์ ลิฟวิ่งมอลล์ 31 สาขาทั่วประเทศหรือดูสินค้าอื่นๆ ได้ที่ www.indexlivingmall.com สอบถามโทร.02-4171111

ราชวิถีออกหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ 12 วัดทั่วกรุง ตรวจสุขภาพพร้อมให้ความรู้พระสงฆ์และประชาชน

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/449034

news_default

ราชวิถีออกหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ 12 วัดทั่วกรุง ตรวจสุขภาพพร้อมให้ความรู้พระสงฆ์และประชาชน

วันพุธ ที่ 23 ตุลาคม พ.ศ. 2562, 06.00 น.

กิจกรรมการออกหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ นับเป็นหนึ่งในกิจกรรมที่โรงพยาบาลราชวิถี ได้ยึดถือปฏิบัติในการให้บริการการตรวจสุขภาพ ให้ความรู้แก่พระสงฆ์และประชาชนในชุมชนรอบศาสนสถานทั่วประเทศ โดยปีนี้ได้ร่วมทำกิจกรรมการออกหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ กับวัดทั้ง 12 แห่งในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล โดยเฉพาะอย่างยิ่งการให้บริการรักษาพยาบาล นับเป็นประโยชน์ต่อสังคมและประเทศชาติ

เมื่อเร็วๆ นี้ นายแพทย์สมเกียรติ ลลิตวงศา ผู้อำนวยการโรงพยาบาลราชวิถี ในฐานะผู้นำทีมโรงพยาบาลพร้อมทีมผู้บริหาร อาทิ นายแพทย์สุกรมซีเจริญ รองผู้อำนวยการด้านการแพทย์ นางนิยม ประสงค์สัมฤทธิ์ รองผู้อำนวยการด้านอำนวยการ นางศรีรัตน์ บวรโกศล รองผู้อำนวยการด้านการพยาบาล ทีมแพทย์-พยาบาล และเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลราชวิถี ออกหน่วยในโครงการ“หน่วยแพทย์เคลื่อนที่ตรวจสุขภาพให้องค์ความรู้ด้านสุขภาพแก่พระสงฆ์และประชาชนในชุมชนรอบศาสนสถาน เพื่อเฉลิมพระเกียรติเนื่องในโอกาสมหามงคลพระราชพิธีบรมราชาภิเษก ในหลวงรัชกาลที่ 10” โดยการทำกิจกรรมในครั้งนี้เน้นที่ศาสนสถาน 12 แห่ง คือ วัดตะพาน วัดมัชฌันติการาม (วัดน้อย) วัดกุนนทีรุทธาราม (วัดห้วยขวาง) วัดเวตวัน
ธรรมาวาส (วัดเชิงหวาย) วัดจอมสุดาราม(วัดไพรงาม) วัดทางหลวง วัดบางโพโอมาวาส วัดโสมนัสวรวิหาร วัดบรมนิวาสวัดอินทรวิหาร (หลวงพ่อโต) วัดประดู่ธรรมาธิปัตย์ วัดอภัยทายาราม (วัดมะกอก) เป็นต้น

การออกหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ในครั้งนี้ บุคลากรทางการแพทย์โรงพยาบาลราชวิถี ได้ให้บริการการตรวจสุขภาพแก่พระสงฆ์และประชาชนรอบศาสนสถาน รวมถึงการปรึกษาเรื่องโรคติดต่อไม่เรื้อรัง (NCD) เช่น เบาหวานความดันโลหิตสูง การปรึกษาการใช้ยา ปรึกษาเรื่องโภชนาการ และสอนการช่วยฟื้นคืนชีพขั้นพื้นฐาน (CPR) จากศูนย์กู้ชีพนเรนทร โรงพยาบาลราชวิถี ให้แก่พระภิกษุ สามเณร และประชาชนผู้ที่สนใจ เพื่อให้มีความรู้ในการช่วยชีวิตหากเกิดกรณีฉุกเฉิน โดยการออกหน่วยตรวจสุขภาพพระสงฆ์ของหน่วยแพทย์อาสาฯ นอกจากจะช่วยให้พระสงฆ์รับการตรวจรักษาจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญหลากหลายสาขาแล้ว ยังทำให้เห็นถึงการทำงานร่วมแรงร่วมใจของทั้งแพทย์ พยาบาล และเจ้าหน้าที่จิตอาสาทุกส่วน ที่จะได้ทำงานร่วมกันเรียนรู้ร่วมกัน จนเป็นการบูรณาการงานจิตอาสาขนาดใหญ่ที่ส่งผลดีต่อประชาชนทุกกลุ่มเป้าหมายโดยเฉพาะกลุ่มพระภิกษุสงฆ์ ให้เข้าถึงสิทธิและบริการสาธารณสุขอย่างทั่วถึงและครบวงจร

ดังนั้น งานจิตอาสาครั้งนี้ไม่ได้ส่งผลดีเฉพาะสุขภาพของพระภิกษุสงฆ์ที่เข้าตรวจรักษาเพียงเท่านั้น แต่ยังส่งผลดีต่อประชาชนและนักท่องเที่ยวที่มาเยี่ยมชมวัดทุกวันด้วย นับเป็นโครงการที่เป็นประโยชน์ต่อสังคมและประเทศชาติอย่างแท้จริง

จิณณ์ เวลบีอิ้ง เคาน์ตี้ เมืองแห่งการดูแลผู้สูงวัย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/449035

จิณณ์ เวลบีอิ้ง เคาน์ตี้ เมืองแห่งการดูแลผู้สูงวัย

วันพุธ ที่ 23 ตุลาคม พ.ศ. 2562, 06.00 น.

บริษัท ธนบุรี เวลบีอิ้ง จำกัด เผยความคืบหน้าโครงการ จิณณ์ เวลบีอิ้ง เคาน์ตี้(Jin Wellbeing County) ตอกย้ำความตั้งใจเป็น Integrated SeniorCare Solutions and Communityหรือเมืองแห่งการดูแลผู้สูงวัย ให้กับผู้บริโภคทุกกลุ่ม โดยเฉพาะกลุ่มผู้สูงวัย พร้อมเปิดตัวบริการ “หมอประจำบ้าน หรือ โฮม เฮลธ์ เซอร์วิส (Home Health Services)” ให้บริการทางการแพทย์ทั้งการตรวจรักษา และดูแลตลอด 24 ชั่วโมง ภายในบ้านโดยแพทย์ พยาบาลนักกายภาพ และนักกิจกรรมบำบัด อย่างครบวงจรเป็นครั้งแรกในประเทศไทย พร้อมเปิดให้บริการเต็มรูปแบบ สิ้นปี 2562 นี้

นายแพทย์ธนาธิป ศุภประดิษฐ์ กรรมการ บริษัท ธนบุรี เวลบีอิ้ง จำกัด และโครงการ จิณณ์ เวลบีอิ้ง เคาน์ตี้ (Jin Wellbeing County) กล่าวว่า บริการ “หมอประจำบ้าน หรือ โฮม เฮลธ์ เซอร์วิส” ประกอบไปด้วยบริการ โฮม เฮลธ์วิสิท (Home Health Visit) หรือการตรวจเยี่ยมที่บ้าน โดย แพทย์ พยาบาล นักกายภาพ และนักกิจกรรมบำบัดจากโรงพยาบาล
ธนบุรีบูรณา และจิณณ์ เวลเนส ให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง โดยลูกบ้านที่พักอาศัยในโครงการสามารถโทรศัพท์แจ้งเจ้าหน้าที่ โฮม เฮลธ์ แคร์ บริการเฝ้าไข้ที่บ้านกะละ 12 ชั่วโมง ทั้งรายวันและรายเดือน และ โฮม เฮลธ์ คอนทินิว (Home Health Continue) โครงการดูแลผู้สูงอายุที่บ้านเพื่อส่งเสริมและฟื้นฟูสมองด้านความจำและการรู้คิดแบบ
ต่อเนื่องครอบคลุมทุกความต้องการของลูกค้าทั้งที่ใช้บริการเองและมองหาบริการที่มีมาตรฐานและความน่าเชื่อถือให้กับผู้สูงวัยและคนในครอบครัว ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ที่เปลี่ยนไปในปัจจุบัน

“ด้วยความที่เราเป็นทั้งแพทย์ที่ผ่านการตรวจรักษาผู้ป่วยมาหลายสิบปี ประกอบกับประสบการณ์การดูแลคุณแม่ของเราเองซึ่งท่านเป็นผู้สูงอายุ มีโรคภัยไข้เจ็บตามวัย ทำให้เราทราบดีว่าผู้ป่วยต้องการอะไรผู้สูงอายุต้องการอะไร และลูกต้องการอะไร ข้อมูลหลายๆ อย่างถูกรวบรวม วิเคราะห์และกลั่นกรอง จากคณะผู้บริหารที่เป็นแพทย์ และบุคลากรทางการแพทย์ต่างๆ ที่เรามีจากโรงพยาบาลธนบุรีเอง โรงพยาบาลธนบุรีบูรณา และจิณณ์ เวลเนส จนกลายเป็นแนวคิด คุณหมอขอสร้างบ้าน เมืองจิณณ์ เวลบีอิ้ง เคาน์ตี้ ในวันนี้ ซึ่งถือว่าเป็นเมืองที่อยู่อาศัยแห่งการดูแลผู้สูงวัย และครอบครัวแบบครบวงจรแห่งแรกในเมืองไทย ที่มีทั้งที่อยู่อาศัย โรงพยาบาล เวลเนส และศูนย์การค้า ครบอยู่ในที่เดียว เจ็บป่วยเราดูแลได้ ออกแบบมาครอบคลุมทั้ง 2 แนวคิดคือ หมอในบ้าน หมายความว่าเมื่อเจ็บป่วยหาหมอได้สะดวก ทันท่วงที และเปลี่ยนบ้านให้เป็นโรงพยาบาล คือเมื่อต้องกลับไปพักฟื้นที่บ้าน โดยเฉพาะผู้ป่วยที่สูงอายุ บ้านจะต้องเอื้ออำนวยให้ผู้ป่วยพักฟื้นสามารถใช้ชีวิตอยู่ได้จริงด้วยสภาพแวดล้อมที่ดีต่อจิตใจผู้ป่วยด้วย เหมือนที่เราทำอยู่ที่จิณณ์ฯ นั่นเอง”

นายแพทย์ธนาธิป กล่าวอีกว่า นอกจากบริการ “คุณหมอประจำบ้าน” ตลอดจนโรงพยาบาลธนบุรีบูรณา ที่มีบริการทางการแพทย์อย่างครบวงจร มีหอผู้ป่วยเฉพาะทาง อาทิ ผู้ป่วยด้วยโรคทางสมอง ผู้ป่วยอัลไซเมอร์ ผู้ป่วยพักฟื้นหลังผ่าตัดผู้ป่วยติดเตียงที่ต้องดูแลต่อเนื่องระยะยาว มีการวางแผนการดูแลผู้ป่วยเฉพาะรายตั้งแต่แรกรับกับสหวิชาชีพ จนถึงออกจากโรงพยาบาล ติดตามเยี่ยมบ้านและบริการช่วยเหลือฉุกเฉินตลอด 24 ชั่วโมง และการให้บริการส่งต่อผู้ป่วยไปยังโรงพยาบาลอื่นๆ ยังมีกิจกรรมบำบัดที่ถูกออกแบบมาเพื่อฟื้นฟูผู้สูงวัยได้อย่างรอบด้านซึ่งแบ่งเป็น 3 ส่วนสำคัญคือ การฟื้นฟูสมองและความทรงจำป้องกันสภาวะสมองเสื่อมและอัลไซเมอร์ (Brain&Cognitive Enhancement) การกระตุ้นและฟื้นฟูกล้ามเนื้ออ่อนแรงให้แข็งแรง และพัฒนาสมรรถภาพการเคลื่อนไหว การทรงตัวของผู้สูงวัย (Physical & Mobility) และกิจกรรมส่งเสริมการเข้าสังคมพัฒนาอารมณ์ ลดความเครียดและซึมเศร้าในผู้สูงอายุ (Social & Emotion)

“เรามั่นใจว่าด้วยความเชี่ยวชาญทางการแพทย์ที่เรามี จะตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ทั้งของพ่อแม่ และลูกๆ ที่ต้องดูแลพ่อแม่และทำงานไปด้วย ทุกอย่างที่เราสร้างขึ้นที่นี่มาจาก เพนพอยท์ (Pain point)ที่เราได้พบเจอจากผู้ป่วยและครอบครัวจริงๆ ประกอบกับการทำวิจัยหลายๆ อย่างด้วย ซึ่งพบว่าภายในระยะเวลา 10 ปีข้างหน้านี้ประเทศไทยเตรียมกระโดดเข้าสู่ Super-Aged Society หรือสังคมผู้สูงอายุอย่างเต็มตัว โดยมีสัดส่วนประชากรอายุ 65 ปีขึ้นไปเกินกว่า 20% และมีแนวโน้มเป็นโรคความจำเสื่อมเพิ่มขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ นั่นหมายความว่าครอบครัวต้องมีการเตรียมการสำหรับการดูแลผู้ป่วยอัลไซเมอร์ หรือโรคทางสมองไว้อย่างรัดกุม เพราะเป็นโรคที่ต้องดูแลอย่างใกล้ชิด บริการโฮม เฮลธ์ คอนทินิว จึงได้รับเสียงตอบรับค่อนข้างดีจากกลุ่มลูกค้าครอบครัว เพราะกลุ่มนี้จะทราบดีว่าทั้งสภาพแวดล้อมในการดูแลและผู้ดูแล ตลอดจนกิจกรรมในการดูแลผู้ป่วยโรคนี้ ต้องเป็นผู้เชี่ยวชาญและได้รับการฝึกฝนมาเป็นอย่างดี ทั้งนี้ หลายประเทศทั่วโลก อาทิ ไทย เกาหลีใต้ สิงคโปร์ จีน ญี่ปุ่น อเมริกา แถบยุโรป ต่างได้เข้าสู่สังคมผู้สูงอายุที่มีสัดส่วนประชากรอายุ 60 ปีขึ้นไป มากกว่า 10% หรืออายุตั้งแต่ 65 ปีขึ้นไป เกินกว่า 7% ของประชากรทั้งหมดเป็นที่เรียบร้อยแล้ว”

ปัจจุบัน โครงการ จิณณ์ เวลบีอิ้ง เคาน์ตี้ มีจำนวนลูกบ้านที่เข้าอยู่แล้วและจากบริการ หมอประจำบ้าน หรือ Home Health Services นี้คาดว่าจะมีผู้เข้ามารับบริการทั้งที่เป็นคนไทยและต่างชาติเพิ่มขึ้นอีกในอนาคต ทั้งในรูปแบบซื้อเพื่ออยู่อาศัยเองและเพื่อการลงทุน

บ้านและสวนแฟร์ 2019

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/449022

news_default

บ้านและสวนแฟร์ 2019

วันพุธ ที่ 23 ตุลาคม พ.ศ. 2562, 06.00 น.

ระริน อุทกะพันธุ์ ปัญจรุ่งโรจน์ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บมจ.อมรินทร์พริ้นติ้งแอนด์พับลิชชิ่ง เปิดงาน บ้านและสวนแฟร์ งานแฟร์สำหรับคนรักบ้าน รักสวนชอบการตกแต่ง และมองหาไอเดียสร้างสรรค์ ตอบโจทย์ทุกความต้องการคนรักบ้าน และยังมีสินค้าครบครัน จัดใหญ่ ช็อปจุใจ 10 วัน จัดเต็มสินค้าแต่งบ้าน แต่งสวนกว่า 3,200 บูธ พบเฟอร์นิเจอร์และของแต่งบ้าน, วัสดุก่อสร้าง, รับสร้างบ้าน, ต้นไม้, ของตกแต่งสวน, เครื่องใช้ไฟฟ้า, เครื่องนอน, สินค้านวัตกรรมใหม่ๆ และงานดีไซน์เก๋ๆชมนิทรรศการที่ให้ไอเดียสามารถนำไปใช้ได้จริง และร่วมสนุกกับกิจกรรมคุณภาพต่างๆ มากมายภายในงาน วันนี้-27 ตุลาคม 2562 ที่อิมแพ็ค เมืองทองธานี

LIFE & HEALTH : ดื่มน้ำอย่างไรให้ดีต่อสุขภาพ

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/449032

LIFE & HEALTH : ดื่มน้ำอย่างไรให้ดีต่อสุขภาพ

วันพุธ ที่ 23 ตุลาคม พ.ศ. 2562, 06.00 น.

การมีสุขภาพดีเป็นพื้นฐานของการมีคุณภาพชีวิตที่ดีและมีอายุยืนยาว ปัจจุบันบ่อยครั้งการดำเนินชีวิตท่ามกลางความเร่งรีบ การแข่งขัน ความกดดันหลากหลายทางทั้งด้านเศษฐกิจ การงานต่างๆส่งผลให้คนเมืองส่วนใหญ่กลายเป็นคนใจร้อนและมีความเครียดสะสมโดยไม่รู้ตัว จึงต้องหมั่นดูแลสุขภาพกายและจิตใจให้เข้มแข็งเสียแต่เนิ่นๆก็จะส่งผลเสียต่อสภาพร่างกายและจิตใจในระยะยาว

ใครๆ ก็อยากมีสุขภาพดี อาหารและโภชนาการเป็นพื้นฐานสำคัญของการมีสุขภาพดี การมีโภชนาการที่ดีมีผลต่อสุขภาพและคุณภาพชีวิต ความต้องการทางโภชนาการของคนในแต่ละช่วงอายุจะมีความแตกต่างกันไป ในทุกช่วงวัยการบริโภคอาหารที่ถูกหลักและสมดุลช่วยให้มีการเจริญเติบโต พัฒนาการ และมีความสามารถในการเรียนรู้และการทำงานได้อย่างเต็มศักยภาพ รวมทั้งลดโอกาสเจ็บป่วยหรือตายด้วยโรคต่างๆ พบว่าในอาหารมีองค์ประกอบของสารอาหารที่เกิดขึ้นในธรรมชาติอย่างมากมาย

ข้อมูลจาก ผศ.ดร.เรวดี จงสุวัฒน์ ชมรมโภชนวิทยามหิดล เปิดเผยว่า น้ำเป็นสิ่งที่จำเป็นในการดำรงชีวิต เพราะร่างกายประกอบด้วยน้ำถึง 70% และน้ำยังเป็นส่วนสำคัญในการทำงานของระบบต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นส่วนประกอบของเลือด ช่วยการไหลเวียนโลหิต การย่อย การดูดซึมและนำพาสารอาหารไปยังเซลล์ต่างๆ ทั่วร่างกาย ที่สำคัญน้ำยังมีส่วนช่วยให้สมองทำงานได้ดีและทำให้ผิวพรรณดูสดใส เปล่งปลั่งอีกด้วย

ประโยคที่ได้ยินกันมาตั้งแต่สมัยเด็กก็คือ “ใน 1 วัน ควรดื่มน้ำวันละ 6-8 แก้ว” แต่หลายคนมักไม่ชอบดื่มน้ำ โดยเฉพาะ “น้ำเปล่า” แล้วจะมีสักกี่คนที่ดื่มน้ำได้อย่างเพียงพอซึ่งหากในแต่ละวันร่างกายได้รับน้ำน้อยจนเกินไปก็จะส่งผลเสียให้กับร่างกาย เช่น เลือดจะมีความหนืด จนทำให้หัวใจสูบฉีดเลือดไปหล่อเลี้ยงร่างกายไม่เพียงส่งผลให้เส้นเลือดตีบตัน สมองเสื่อมเพราะเลือดไปเลี้ยงสมองไม่พอ เป็นอัมพฤกษ์ อัมพาต เป็นต้น

ทั้งนี้ในแต่ละวันร่างกายจะสูญเสียน้ำตลอดเวลา ทั้งจากทางเหงื่อ การหายใจ และการขับถ่าย โดยเฉพาะประเทศเราเป็นเมืองร้อนทำให้มีโอกาสเสียน้ำได้ง่าย ร่างกายจึงต้องการน้ำในปริมาณที่มากขึ้น สำหรับผู้สูงอายุจะไม่ค่อยมีความรู้สึกกระหายน้ำ แม้ในยามที่ร่างกายต้องการก็ตาม จึงต้องเน้นย้ำการได้รับน้ำอย่างเพียงพอในผู้สูงอายุ โดยปกติคนเราต้องการน้ำ 0.05 ลิตรต่อน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัม เช่น น้ำหนักตัว 50 กิโลกรัม ควรได้รับน้ำ2.5 ลิตร (หรือ 2,500 ซีซี) โดยกาแฟและเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์มักจะทำให้ร่างกายขาดน้ำ และไม่นับสิ่งเหล่านี้เป็นปริมาณน้ำที่ดื่มในแต่ละวันรวมไปถึงนมด้วย เพราะนมเป็นอาหารดังนั้นไม่ควรจะคิดว่าการดื่มนมนั้นจะทดแทนการดื่มน้ำเปล่าได้ สำหรับหญิงให้นมบุตรอาจต้องการน้ำเพิ่มมากขึ้นจากปกติ เนื่องจากต้องสูญเสียน้ำไปในน้ำนม หรือถ้าหากคุณเป็นไข้หวัด คุณควรพยายามดื่มน้ำมากๆ เพื่อป้องกันอาการขาดน้ำ และเพื่อช่วยขับของเสียออกจากร่างกาย สำหรับผู้ที่มักมีปัสสาวะสีเหลืองเข้มอาจเป็นตัวบ่งชี้ได้ว่าร่างกายของคุณกำลังต้องการน้ำเพิ่มมากขึ้น ฉะนั้นเรามาทำความเข้าใจข้อควรรู้และการดื่มน้ำที่ฉลาดอย่างถูกวิธี เพื่อการมีสุขภาพดีกันดีกว่า…

น้ำที่ดื่ม ควรเป็นน้ำสะอาดปราศจากสิ่งปนเปื้อนที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ และควรเป็นน้ำที่มีอุณหภูมิปกติคือไม่ร้อนจัดหรือเย็นจัด ยกเว้นในบางกรณี เช่น ตอนเช้าถ้าเป็นไปได้ควรดื่มน้ำอุ่นๆ เพราะจะช่วยให้การขับถ่ายดีขึ้น

ร่างกายต้องการน้ำอย่างน้อยวันละ 8 แก้ว (1 แก้วมีขนาดประมาณ 240 ซีซี) ไม่นับ รวมชา กาแฟ ควรแบ่งการดื่มน้ำเป็นช่วงๆ ดังนี้

ตอนเช้า หรือหลังตื่นนอนควรดื่ม 1 แก้ว เนื่องจากในขณะที่เราหลับอยู่ ร่างกายของเราขาดน้ำมานาน เลือดจึงมีความเข้มข้นสูง และอยู่ในสภาวะที่ขาดน้ำ

ตอนสาย ประมาณ 09.00-10.00 น. หลังจากร่างกายสูญเสียน้ำจากการทำกิจกรรมในช่วงเช้าไปแล้ว เราควรดื่มน้ำในเวลานี้ 2 แก้ว

ช่วงบ่าย ประมาณ 13.00-14.00 น. หลังรับประทานอาหารกลางวัน ให้ค่อยๆ จิบน้ำไปเรื่อยๆ ให้ได้2-3 แก้ว

ในตอนเย็น ช่วงเวลา 16.00 น. เป็นต้นไป ควรดื่มให้ได้2-3 แก้ว จนกว่าจะเข้านอน และก่อนที่จะเข้านอนควรดื่มอีก 1 แก้ว เพื่อให้น้ำที่ดื่มไหลเวียนเข้าไปชะล้างสิ่งที่ตกค้างในลำไส้และกระเพาะอาหาร ถ้าเป็นน้ำอุ่นก็จะช่วยให้หลับสบาย

แนวทางการปฏิบัติในการดื่มน้ำให้ได้ประโยชน์ต่อสุขภาพ ดังนี้

l จิบน้ำทีละน้อยตลอดทั้งวันโดยไม่จำเป็นต้องรอจนกว่าจะรู้สึกกระหาย และไม่จำเป็นต้องดื่มน้ำ 2-3 แก้วติดต่อกันทันทีแต่ให้ดื่มตามปกติ

l อย่าดื่มน้ำมากเกินไปก่อนที่จะรับประทานอาหาร หากจะดื่มควรดื่มน้ำก่อนสักประมาณครึ่งชั่วโมง หรือ 45 นาที และในระหว่างรับประทานอาหารไม่ควรดื่มน้ำตลอดเวลา เพราะจะทำให้น้ำย่อยในกระเพาะอาหารเจือจาง ทำให้ระบบย่อยทำงานได้ไม่เต็มที่ อาหารไม่ย่อยและเกิดอาการท้องอืด

l หลังรับประทานอาหารเสร็จแล้ว 40 นาที ค่อยดื่มน้ำตามปกติ ไม่ควรดื่มน้ำทันที เพื่อให้กระเพาะจะได้ย่อยอาหารเสียก่อน

l ควรดื่มน้ำทุกครั้งที่รู้สึกกระหาย และควรค่อยๆ ดื่ม อย่าดื่มทีละมากๆ เพราะจะเป็นการเพิ่มภาระให้กับไต ปอด ม้าม ระบบย่อยอาหารและระบบขับถ่าย

รู้เคล็ดลับดีๆ ของการ
ดื่มน้ำแล้ว อย่าลืมนำไปปฏิบัติกันดู เพราะนอกจากจะช่วยให้มีสุขภาพที่แข็งแรงห่างไกลโรคภัยแล้ว ยังช่วยให้ร่างกายสดชื่น กระปรี้กระเปร่า ผิวพรรณดูสวยสดใสแล้ว คุณก็จะมีความสุขและสนุกกับการใช้ชีวิต
ในทุกๆ วัน

ผศ.(พิเศษ)ดร.อภิสิทธิ์ ฉัตรทนานนท์

ประธานกรรมการ มูลนิธิคุณแม่คุณภาพ