TOA มอบทุนนักศึกษาแพทย์สตรีชนบทต่อเนื่อง 6 ปี

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/448524

TOA มอบทุนนักศึกษาแพทย์สตรีชนบทต่อเนื่อง 6 ปี

วันจันทร์ ที่ 21 ตุลาคม พ.ศ. 2562, 06.00 น.

ประจักษ์ ตั้งคารวคุณ มอบทุนการศึกษาให้แก่นักเรียนแพทย์สตรีชนบท

เพราะตระหนักถึงความสำคัญของการศึกษา โดยเฉพาะการสร้างบุคลากรทางการแพทย์ บริษัท ทีโอเอ เพ้นท์ (ประเทศไทย)จำกัด (มหาชน) และ มูลนิธิคุณแม่ลี้กิมเกียวตั้งคารวคุณ จัดกิจกรรมเพื่อสังคม มอบทุนการศึกษา(ต่อเนื่อง 6 ปี) ให้แก่นักศึกษาแพทย์สตรีผ่านโครงการ “ทุนการศึกษาเพื่อนักศึกษาแพทย์สตรีชนบท” ที่จัดขึ้นโดย สมาคมแพทย์สตรีแห่งประเทศไทยในพระบรมราชินูปถัมภ์ โดยในปีนี้มีนักศึกษาแพทย์สตรีจากสถาบันการศึกษาทั่วประเทศเข้ารับทุนการศึกษารวมทั้งสิ้น 18 ทุน แบ่งเป็นนักศึกษาแพทย์สตรีชนบทรุ่นที่ 1 จำนวน 8 ทุน และนักศึกษาแพทย์สตรีรุ่นที่ 2 จำนวน 10 ทุน เป็นเงินจำนวนทั้งสิ้น 1,410,000 บาท โดยมี คณะผู้บริหารสมาคมแพทย์สตรีแห่งประเทศไทยในพระบรมราชินูปถัมภ์ เป็นตัวแทนรับมอบ

กานต์มณี ทินะ นักเรียนทุนรุ่นที่ 1 เป็นตัวแทนมอบของที่ระลึก

ประจักษ์ ตั้งคารวคุณ ประธานกรรมการ บริษัท ทีโอเอ เพ้นท์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน)และประธานมูลนิธิคุณแม่ลี้กิมเกียว ตั้งคารวคุณกล่าวว่า ปัญหาการขาดแคลนบุคลากรทางการแพทย์ถือเป็นปัญหาสำคัญที่หลายฝ่ายต้องช่วยกันหาทางแก้ไข โดยเฉพาะในพื้นที่ชนบทห่างไกล ที่นับวันบุคลากรทางการแพทย์เริ่มมีปริมาณน้อยลงอย่างต่อเนื่อง สวนทางกับจำนวนผู้ป่วยที่เพิ่มมากขึ้น ซึ่งบริษัท ทีโอเอ เพ้นท์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน)และ มูลนิธิคุณแม่ลี้กิมเกียวตั้งคารวคุณ ได้เล็งเห็นความสำคัญของการศึกษา จึงได้พิจารณามอบทุนการศึกษาให้แก่นักเรียนแพทย์ทั่วประเทศ โดยไม่มีข้อผูกมัดใดๆ เป็นประจำทุกปี เพื่อมุ่งหวังที่จะสร้างและพัฒนาบุคลากรทางการแพทย์ให้มีปริมาณที่เพิ่มสูงขึ้น โดยแพทย์ที่จบไปนั้นจะกลับไปทำงานที่ภูมิลำเนาหรือบ้านเกิดของตนเอง ถือเป็นการแก้ปัญหาสาธารณสุขของประเทศไปพร้อมๆ กัน

ส่วนหนึ่งของนักศึกษาแพทย์ที่ได้รับทุนการศึกษาต่อเนื่อง 6 ปี

นางสาวกานต์มณี ทินะ นักศึกษาแพทย์ชั้นปีที่ 6 คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ หนึ่งในนักเรียนทุนแพทย์สตรีชนบทรุ่นที่ 1 กล่าวว่าตนรู้สึกดีใจเป็นอย่างมากที่ได้รับทุนการศึกษาในครั้งนี้ ต้องขอขอบคุณผู้ใหญ่ใจดีที่มอบโอกาสที่ดีให้ โดยหลังจากนี้ขอสัญญาจะนำความรู้ที่ได้กลับไปพัฒนาชุมชนบ้านเกิด ให้ชาวบ้านมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นสมเจตนารมณ์ของผู้ที่ให้ทุน

นี่คืออีกหนึ่งพลังขับเคลื่อนที่ บริษัท ทีโอเอ เพ้นท์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) และ มูลนิธิคุณแม่ลี้กิมเกียว ตั้งคารวคุณ พร้อมเดินหน้ายกระดับคุณภาพชีวิตที่ดีสู่สังคมไทยต่อไป จึงประกาศเปิดรับทุนเพิ่มอีก 10 ทุนในปี 2563 โดยนักศึกษาแพทย์ที่สนใจสามารถส่งข้อมูลขอรับทุนสนับสนุนแพทย์ต่อเนื่อง 6 ปีมาได้ที่ kessiri@toagrop.com หรือโทร.02-3355555 ต่อ 2223

คุณแหน : 21 ตุลาคม 2562

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/448561

650935

คุณแหน : 21 ตุลาคม 2562

วันจันทร์ ที่ 21 ตุลาคม พ.ศ. 2562, 06.00 น.

ll พระประชานาถมุนี เจ้าอาวาสวัดดอนจั่น อ.เมือง จ.เชียงใหม่ จัดพิธีเทวาภิเษก-พุทธาภิเษก วันปิยมหาราชทำบุญตักบาตร สืบชะตาเสริมดวงประเทศไทยน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว 23 ต.ค. เริ่มเวลา 07.49 น. …ณ บริเวณลานพระบรมราชานุสาวรีย์ ร.5 วัดดอนจั่น…

ll พล.ท.สุพจน์-อัญชลี เทพหัสดินณ อยุธยา เป็นประธานดำเนินการทอดกฐินสามัคคีของเครือญาติราชสกุลเทพหัสดิน ณ วัดลุ่มเจริญศรัทธา 27 ต.ค.10.00 น. …

ll แม้ว่าจะเกษียณมาหลายปีจากการเป็น ออท.ไทยประจำสหรัฐอเมริกา ดร.ชัยยงค์ สัจจิพานนท์ ก็ยังทำงานสังคมช่วยหลายหน่วยงานตามที่ถนัด ล่าสุดจึงได้รับรางวัล “บุคคลคุณภาพแห่งปี 2019”จาก ฯพณฯ พลากร สุวรรณรัฐองคมนตรี…

ll จุมพจน์ เชื้อสาย เลขาธิการ ทุนส่งเสริมดนตรีคลาสสิกในพระอุปถัมภ์ สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนาฯ สุดปลื้มที่งานแสดงคอนเสิร์ตเผยแพร่พระเกียรติคุณสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนาฯBeau Rivage Hotel นครเจนีวา ได้รับความชื่นชมอย่างมาก โดยเฉพาะจากสุนันทา กังวาลกุลกิจ ทูตไทยประจำองค์การการค้าโลก รวมทั้ง ออท.จากสิงคโปร์เวียดนาม บรูไน และเจ้าหน้าที่ขององค์การระหว่างประเทศ ..งานนี้ได้นักร้องมืออาชีพระดับแนวหน้าจากเมือง Salzburg ศศยาชวลิต โซปราโน และ กุนนาร์ นีแลนด์บาริโทน และ ดร.ชัญพงศ์ ทองสว่างนักเปียโนผู้เคยได้รับพระราชทานทุนส่งเสริมดนตรีคลาสสิกในพระอุปถัมภ์ฯไปเรียนที่ประเทศออสเตรีย ปัจจุบันสอนอยู่สถาบันดนตรีกัลยาณิวัฒนา…

ll เพิ่งกลับจากเกาะฮาวายไม่นาน จิรานุช ภิรมย์ภักดี ก็ถูกเพื่อนๆ รบเร้าให้พาไปสำรวจโรงแรมของสิงห์ฯ ชื่อ Crossroads Maldives ที่เปิดแล้วเป็นกระแสดังว่าสวยงามมาก สรุปว่าชีวิต “คุณน้อง” คงต้องไปเป็นชาวเกาะอีกหลายเที่ยว…

ll เพื่อสานต่อภารกิจการสร้าง “ซีอีโอ” ยุคดิจิทัลให้ผู้บริหารระดับสูงของทั้งภาครัฐและเอกชน ผศ.ดร.ณัฐพลนิมมานพัชรินทร์ ผอ.สนง.ส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (ดีป้า) เปิดหลักสูตร “หลักสูตรผู้นำการส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล” (DigitalCEO) รุ่นที่ 3 แล้ว ใครสนใจสมัครด่วนภายใน 30 พ.ย.นี้ รับจำกัด https://www.depa.or.th/th/digitalceo…

ll สวด มัลลิกา วงศ์สวรรค์ ศาลา 12 วัดมกุฏกษัตริยาราม 19-23 ต.ค. ฌาปนกิจ 26 ต.ค.17.00 น. …

ll สมาคมการตลาดฯ นำโดยดร.ลักขณา ลีละยุทธโยธิน, ดร.ตุลย์วงศ์ศุภสวัสดิ์, ผศ.(พิเศษ)ดร.อภิสิทธิ์ฉัตรทนานนท์ และ อรรถพล ฤกษ์พิบูลย์นายกสมาคมฯ ร่วมยินดีกับ อนุวัตรเฉลิมไชย หลังจากไปดูแลธุรกิจของ SCGที่ฟิลิปปินส์ แค่ปีกว่า ก็ได้กลับมา เป็น Head of Ceramics Business ดูธุรกิจเซรามิกสุขภัณฑ์ SCG ทั้งหมด…ll

คุณแหน

เปิดงานประชุมวิชาการ สวก.2562

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/448525

news_default

เปิดงานประชุมวิชาการ สวก.2562

วันจันทร์ ที่ 21 ตุลาคม พ.ศ. 2562, 06.00 น.

งานประชุมวิชาการ สวก.2562 เปิดเวทีแลกเปลี่ยนความรู้งานวิจัยเกษตร โดยมีนายอนันต์ สุวรรณรัตน์ ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานเปิดงาน “ประชุมวิชาการ สวก. 2562” ภายใต้แนวคิด “Beyond Disruptive Technology” จุดเปลี่ยนอนาคตไทย ด้วยงานวิจัยเกษตร จัดโดยสำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร (องค์การมหาชน) หรือ สวก. โดยมี ดร.สุวิทย์ ชัยเกียรติยศ ผู้อำนวยการ สวก. พร้อมคณะผู้บริหาร ต้อนรับ ภายในงานมีการเปิดเวทีแลกเปลี่ยนความรู้ ประสบการณ์งานวิจัยเกษตร การบรรยายพิเศษ การแสดงนิทรรศการผลงานวิจัย และนวัตกรรมด้านการเกษตรกว่า 150 โครงการ ณ ห้องประชุมวายุภักษ์ ชั้น 4 โรงแรมเซ็นทราศูนย์ราชการและคอนเวนชั่น เซ็นเตอร์ กรุงเทพฯ เมื่อเร็วๆ นี้

มะเร็งเต้านม รู้เร็ว รักษาได้ ไม่ต้องตัดเต้า

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/448521

มะเร็งเต้านม รู้เร็ว รักษาได้ ไม่ต้องตัดเต้า

วันจันทร์ ที่ 21 ตุลาคม พ.ศ. 2562, 06.00 น.

มะเร็งเต้านม ยังคงเป็นมะเร็งที่พบได้บ่อยอันดับ 1 ในผู้หญิงไทยและทั่วโลก และน่าทุกข์ใจแค่ไหนถ้าหากเราต้องเสียหน้าอกไปให้กับมะเร็ง ทำไมเราจะต้องรอให้ตัวเองเป็นเสียก่อนแล้วจึงค่อยรักษา ทั้งๆ ที่สามารถป้องกันได้ ดังนั้น การตรวจคัดกรองหามะเร็งให้พบตั้งแต่ระยะแรกจึงเป็นวิธีที่ดีที่สุด เพื่อการรักษาที่ทันท่วงทีให้มีโอกาสหายและรอดชีวิตสูง การตรวจเต้านมด้วยตนเอง ทำให้คลำพบก้อน หรือการตรวจคัดกรองมะเร็งเต้านมด้วยการทำแมมโมแกรมและอัลตราซาวนด์ ทำให้พบหินปูนหรือก้อนขนาดเล็กที่คลำไม่เจอ ซึ่งจะทำให้ตรวจเจอพบมะเร็งในระยะแรกได้และในเดือนตุลาคมของทุกปี ทั่วโลกร่วมใจกันรณรงค์ป้องกันภัยร้ายจากมะเร็งเต้านม

ผู้ช่วยศาสตราจารย์นายแพทย์ประกาศิต จิรัปปภา ศัลยแพทย์ด้านมะเร็งเต้านม โรงพยาบาลพระรามเก้า ให้ข้อมูลว่า การตรวจคัดกรองด้วยเครื่องดิจิทัลแมมโมแกรม และอัลตราซาวนด์ความสำคัญ เพราะมะเร็งเต้านมในระยะแรกจะไม่มีอาการ การใช้เทคโนโลยีทางการแพทย์เข้ามาช่วยจะทำให้สามารถพบความผิดปกติในระยะแรกได้ การตรวจดิจิทัลแมมโมแกรมเป็นเทคโนโลยีการตรวจทางรังสีชนิดพิเศษ คล้ายกับการตรวจเอกซเรย์ แต่ใช้ปริมาณรังสีน้อยกว่าเครื่องเอกซเรย์ทั่วไป 30-60% มีประสิทธิภาพในการตรวจหามะเร็งเต้านมได้ตั้งแต่ระยะเริ่มแรก เนื่องจากภาพที่ได้จากการตรวจมีความละเอียดสูงสามารถเห็นจุดหินปูนหรือเนื้อเยื่อที่ผิดปกติขนาดเล็ก ทำให้สามารถระบุตำแหน่งและค้นหาความผิดปกติของเต้านมได้อย่างถูกต้องแม่นยำ และรวดเร็วมากขึ้น การตรวจอัลตราซาวนด์เต้านมเป็นการตรวจโดยการส่งคลื่นเสียงความถี่สูงเข้าไปในเนื้อเต้านม ซึ่งสามารถบอกความแตกต่างขององค์ประกอบเนื้อเยื่อได้ว่าเป็นเนื้อเยื่อเต้านมปกติ  เป็นถุงน้ำ หรือเป็นก้อนเนื้อ หากพบว่าเป็นก้อนเนื้อ อัลตราซาวนด์จะช่วยบอกว่าก้อนเนื้อนั้นมีความเสี่ยงหรือความน่าจะเป็นมะเร็งหรือไม่ และช่วยเพิ่มความสามารถในการตรวจพบความผิดปกติของเต้านมในผู้ป่วยที่มีเนื้อเต้านมหนาแน่นได้แต่อย่างไรก็ตาม อัลตราซาวนด์จะไม่สามารถตรวจพบหินปูนได้

ผศ.นพ.ประกาศิต จิรัปปภา

ดังนั้น การตรวจดิจิทัลแมมโมแกรมและอัลตราซาวนด์เต้านมควบคู่กัน จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการค้นหามะเร็งเต้านมระยะเริ่มแรก นำไปสู่การวางแผนการรักษาที่มีประสิทธิภาพต่อไป นอกจากนี้ หากมีการตรวจพบในระยะแรก สามารถเก็บเต้านมไว้ได้ไม่จำเป็นต้องตัดเต้านมออกหมดทุกราย โดยใช้วิธีทางศัลยกรรมตกแต่งเข้ามาช่วยในการตัดเอาก้อนเนื้อร้ายออก โดยออกแบบบาดแผล และกะเกณฑ์ปริมาณเนื้อเยื่อเต้านมบริเวณที่จะผ่าตัดออก เพื่อป้องกันไม่ให้เต้านมเกิดการเสียรูปทรง หรือบิดเบี้ยวหลังผ่าตัด

นอกจากนี้ ในบางรายที่จำเป็นต้องผ่าตัดเต้านมออกหมด ก็สามารถทำการผ่าตัดสร้างเสริมเต้านมได้ทันทีด้วยการใช้เต้านมเทียม หรือการใช้เนื้อเยื่อของตัวผู้ป่วยเอง โดยเนื้อเยื่อที่นิยมใช้ ได้แก่ กล้ามเนื้อและชั้นไขมันบริเวณหน้าท้อง กล้ามเนื้อและไขมันบริเวณหลัง ซึ่งการใช้กล้ามเนื้อบริเวณหลังทำให้ผู้ป่วยฟื้นตัวได้เร็วกว่าการใช้กล้ามเนื้อบริเวณหน้าท้อง เป็นวิธีการที่ปลอดภัยมีผลแทรกซ้อนน้อย การรักษานี้ช่วยให้ผู้ป่วยมีความมั่นใจมากขึ้น เนื่องจากเต้านมที่สร้างขึ้นใหม่เหมือนเต้านมจริงทั้งด้านรูปร่างและลักษณะ การผ่าตัดเสริมสร้างเต้านมใหม่ภายหลังตัดเต้านมออกทั้งเต้าสามารถทำในคราวเดียวกัน โดยใช้ระยะเวลาในการผ่าตัดไม่เกิน 4-6 ชม. ผู้ป่วยส่วนใหญ่สามารถลุกนั่งบนเตียงและลุกเดินได้ และใช้เวลาพักฟื้นในโรงพยาบาล 5-7 วัน ผู้ป่วยก็สามารถกลับบ้านได้

รวมตัวสุดยอดโหราศาสตร์ชื่อดังของเมืองไทย ร่วมการกุศลครั้งใหญ่‘สิริวัฒนาพยากรณ์ เพื่อคนพิการ’

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/448528

รวมตัวสุดยอดโหราศาสตร์ชื่อดังของเมืองไทย ร่วมการกุศลครั้งใหญ่‘สิริวัฒนาพยากรณ์ เพื่อคนพิการ’

วันจันทร์ ที่ 21 ตุลาคม พ.ศ. 2562, 06.00 น.

ศาสตร์หมากรุกจีน

มูลนิธิสิริวัฒนาเชสเชียร์ ในพระบรมราชินูปถัมภ์ ร่วมกับ ไอคอนสยามจัดงาน “สิริวัฒนาพยากรณ์ เพื่อคนพิการ” รวบรวมสุดยอดนักโหราศาสตร์ที่มีชื่อเสียงโด่งดัง ผู้เชี่ยวชาญด้านการพยากรณ์และทำนายโชคชะตาในศาสตร์ต่างๆ หลากหลายแขนงจำนวนถึง 26 คน มาร่วมตรวจดวงชะตา ชี้แนะแนวทางในการดำเนินชีวิตและธุรกิจด้วยหลักโหราศาสตร์ โดยงานจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 28 ตุลาคม-3 พฤศจิกายน 2562ณ รัษฎา ฮอลล์ ชั้น 1 ไอคอนสยามถนนเจริญนคร รายได้จากการจัดงานครั้งนี้ มอบให้กับมูลนิธิสิริวัฒนาเชสเชียร์ ในพระบรมราชินูปถัมภ์ เพื่อคนพิการ

คุณหญิงตรึงใจ อิฐรัตน์ ประธานมูลนิธิสิริวัฒนาเชสเชียร์ ในพระบรมราชินูปถัมภ์ กล่าวว่า งาน “สิริวัฒนาพยากรณ์ เพื่อคนพิการ” ที่กำลังจะเกิดขึ้นนี้เป็นการจัดงานครั้งแรกที่ไอคอนสยามด้วยกระแสตอบรับเป็นอย่างดีของผู้สนใจการพยากรณ์โชคชะตาราศี และผู้มีจิตศรัทธาสนับสนุนกิจกรรมเพื่อการกุศลของมูลนิธิฯ อย่างต่อเนื่อง จึงได้รวบรวมนักพยากรณ์ผู้เชี่ยวชาญทางโหราศาสตร์หลากหลายแขนงและเปี่ยมไปด้วยประสบการณ์ อาทิ หัตถศาสตร์ลายมือ, ไพ่ทาโร่, ศาสตร์แห่งคริสตัล, ลายเซ็น, หมากรุกจีน, ธูปพยากรณ์, โดมิโน, อักษร RUNE โบราณ, ดวงมอญ, ศาสตร์พม่า ฯลฯ เพื่อเชิญชวนให้ผู้ที่สนใจการพยากรณ์โชคชะตาราศี ตรวจดวงชะตา มาร่วมเปิดประตูสู่การทำนายอนาคต ทั้งเรื่องโชคลาภ ธุรกิจ หน้าที่การงาน ความรัก หรือเรื่องอื่นๆ เพื่อปรับ เสริม แก้ดวงชะตาชีวิตให้สมดุล และร่วมทำบุญเป็นกุศลทานให้กับผู้พิการ ภายใต้การดูแลของมูลนิธิสิริวัฒนาเชสเชียร์ ในพระบรมราชินูปถัมภ์ เพื่อคนพิการ อีกด้วย”

คุณหญิงตรึงใจ อิฐรัตน์ และ อาจารย์ ดร.คฑา ชินบัญชร

อาจารย์ ดร.คฑา ชินบัญชร นักโหราศาสตร์ชื่อดังของเมืองไทย ได้กล่าวถึงภาพรวมการเปลี่ยนแปลงของดวงชะตาในช่วงดาวพฤหัสบดีโคจรเข้าสู่ราศีธนูในวันที่ 30 ตุลาคม นี้ ซึ่งอิทธิพลของดาวพฤหัสจะส่งผลดีต่อ 4 ราศี และ 2 ราศีที่ต้องระวัง โดย 4 ราศีที่ดี คือ ราศีธนูการงานโดดเด่น ผู้ใหญ่ให้การสนับสนุนส่งเสริม ด้านความรักคนโสดจะมีคนเข้ามามีโอกาสพบรัก ราศีเมถุน การลงทุนจะมีผู้ใหญ่คอยช่วยเหลือด้านการเงิน การงานจะสำเร็จ มีโอกาสขยับขยาย ความรักจะเจอคนรักที่สูงวัยกว่าหรือจะมีผู้ใหญ่แนะนำคนรักมาให้ ราศีกรกฏ การงาน งานราชการจะโดดเด่น ด้านความรักจะเจอความรักจากคนที่อายุมากกว่า ราศีพฤษภ การเงินดี มีการขยายครอบครัว ทำเอกสารสัญญามีผู้ใหญ่คอยช่วยเหลือ และสำหรับ 2 ราศี ที่ต้องระวังเป็นพิเศษ คือ ราศีตุลให้ระมัดระวังเรื่องเกี่ยวกับสุขภาพของตัวเองและผู้ใหญ่ในบ้าน ส่วน ราศีเมษ ระวังเรื่องความขัดแย้ง และความเข้าใจผิด

สำหรับการไหว้รับดาวพฤหัสให้ทำในวันที่ 30 ตุลาคม ช่วงเวลา 18.00-19.00 น. โดยจัดโต๊ะไหว้กลางแจ้งหันหน้าทางทิศตะวันตก พร้อมเตรียมผลไม้สีเหลือง 5 ชนิด อาทิ ส้ม กล้วย สาลี่ และดอกไม้สีเหลือง เช่น ดอกดาวเรือง จุดธูป5 ดอก หรือ 19 ดอก อธิษฐานขอพร จะช่วยเสริมความเปลี่ยนแปลงที่ดีต้อนรับการเคลื่อนย้ายใหญ่ของดาวพฤหัสที่เกิดขึ้นนี้ได้

ภายในงานยังมีโหราศาสตร์มากประสบการณ์อย่าง อาจารย์นริศ สหชาติศิริที่มีประสบการณ์การพยากรณ์มายาวนานกว่า 40 ปี ของศาสตร์หมากรุกจีน ซึ่งเป็นศาสตร์การพยากรณ์เก่าแก่ตั้งแต่ 6,000 ปีก่อนในประเทศจีน เป็นการทำนายที่ใช้ข้อมูลอ้างอิงจากตำราภาษาจีน “โป๊ยยี่สี่เถียว” โดยนำวันเดือนปีเกิด และเวลาเกิดของผู้รับการพยากรณ์แปลเป็นธาตุทั้ง 5 คือ น้ำ ไม้ ไฟ ดิน และทอง แต่ละธาตุได้แปลรหัสให้เป็นสีประจำธาตุ นำมาใช้เป็นสัญลักษณ์แทนตัวหมากรุก เพื่อนำมาใช้ในการทำนายดวงชะตา โดยอธิบายข้อดีข้อเสียในดวงนั้นๆและสามารถกำหนดฤกษ์ ให้ไปทำวิธีแก้ไขดวงชะตา เพื่อปรับปรุงเปลี่ยนแปลงให้ชีวิตเป็นไปในทางที่ดีขึ้น

ศาสตร์ธูปพยากรณ์

อาจารย์เจน เปิดลิขิตธูปพยากรณ์ศาสตร์ธูปพยากรณ์ คือการนำธูปมาใช้ตอบคำถามในสิ่งที่ต้องการรู้ เมื่อสมัยโบราณคนไทยนิยมจุดธูปไหว้พระ คนจีนก็จุดธูปไหว้ฟ้าดินซึ่งมีทั้งแบบธูปใหญ่และธูปเล็กคนอินเดียจุดกำยาน ธูปจึงเสมือนเป็นเครื่องมือสื่อสารกับสิ่งศักดิ์สิทธิ์ เป็นการจุดใช้พลังไฟเพื่อเปิดมิติ โดยเวลาจุดธูปควันจะหายไป เหมือนการส่งสารไปอีกมิติหนึ่ง โดยในสมัยก่อนคนไทยจะใช้ธูปความยาว 9 นิ้ว 12 ดอก ในการเสี่ยงทาย ด้วยวิธีการโยนธูปลงพื้น จากนั้นดูการสับวางของธูป แล้วทายเป็นคำทำนาย แต่ในสมัยนี้ได้เปลี่ยนมาใช้ธูปที่มีความยาว 6 นิ้ว และใช้สีของธูปเป็นแทนดวงดาวต่างๆ ทั้งหมด 10 ดาวโดยใช้ธูป 10 สี สีละ 5 ดอก ทำนายโดยให้ผู้รับพยากรณ์ตั้งจิตอธิษฐานพร้อมหยิบธูปออกมาจากกล่อง แล้วตอบคำถามเรื่องต่างๆ

นอกจากนี้ ยังมีนักพยากรณ์จากทีมงานสิริวัฒนาพยากรณ์หลากหลายศาสตร์ที่มีชื่อเสียงอีกมากมาญ สลับสับเปลี่ยนหมุนเวียนทำนายโชคชะตาราศีในรูปแบบต่างๆ ตลอดทั้งงาน อาทิ กามล แสงวงศ์, ชลกนก ดิตถ์จุลกะ, ชาติ หวังโซ๊ะ, ซินแสโค้วสุ่งกิม, ชลชนก ดิตถ์จุลกะ, พิศิษฐ์จิรยานิชไพศาล, เนม วิวัฒน์, พรชัย วีระชีพสุข,ชัญญา สุวรรณคีรี, มณฑล สายทัศน์, มดดำ มะลิลา, นงลักษณ์ ศุภผล, ฮั่นมาจอง เป็นต้น

ผู้สนใจเข้ารับการพยากรณ์สามารถซื้อบัตรพยากรณ์แบบวันต่อวันในราคาใบละ 400 บาท ที่บริเวณงาน“สิริวัฒนาพยากรณ์ เพื่อคนพิการ”ระหว่างวันที่ 28 ตุลาคม-3 พฤศจิกายน 2562 ณ รัษฎา ฮอลล์ ชั้น 1 ไอคอนสยาม สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ ฝ่ายบริการข้อมูลไอคอนสยาม โทร.1338

สมาคมแม่ดีเด่นแห่งชาติ กทม. จัดงานเทศน์มหาชาติเวสสันดรชาดกเฉลิมพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง และถวายพระราชกุศลแด่ พระบาทสมเด็จพระมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/448514

สมาคมแม่ดีเด่นแห่งชาติ กทม. จัดงานเทศน์มหาชาติเวสสันดรชาดกเฉลิมพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง และถวายพระราชกุศลแด่ พระบาทสมเด็จพระมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร

วันจันทร์ ที่ 21 ตุลาคม พ.ศ. 2562, 06.00 น.

ดร.ศุลีมาศ สุทธิสัมพัทน์ นายกสมาคมแม่ดีเด่นแห่งชาติ กทม.จุดเครื่องทองน้อย หน้าพระบรมสาทิสลักษณ์ รัชกาลที่ 9 และ เจ้าประคุณสมเด็จพระมหาธีราจารย์ เจ้าอาวาสวัดยานนาวา เริ่มเทศน์ด้วยกัณฑ์ทศพร ซึ่งเป็นกัณฑ์ที่ 1

สมาคมแม่ดีเด่นแห่งชาติ กรุงเทพมหานคร และ มูลนิธิพระอภิธรรมแห่งประเทศไทย นำโดย ดร.ศุลีมาศ สุทธิสัมพัทน์ นายกสมาคมแม่ดีเด่นแห่งชาติ กรุงเทพมหานคร ประธานมูลนิธิพระอภิธรรมแห่งประเทศไทยและประธานดำเนินงาน พร้อมทั้งคณะกรรมการบริหาร สมาคมแม่ดีเด่นแห่งชาติ กรุงเทพมหานคร ร่วมกันจัดงานเทศน์แหล่ร่ายยาวเล่าเรื่องมหาเวสสันดรชาดก ซึ่งว่าด้วยเรื่องราวขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเมื่อครั้งในอดีตชาติที่เสวยพระชาติเป็นพระเวสสันดรบรมโพธิสัตว์ ซึ่งทรงบำเพ็ญทานบารมีเป็นชาติสุดท้าย ก่อนที่จะตรัสรู้บรรลุสัมมาสัมโพธิญาณเป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้าในคราวที่เสวยพระชาติเป็นพระโพธิสัตว์สิทธัตถะ ทั้งนี้ได้รับความเมตตาจาก เจ้าประคุณสมเด็จพระมหาธีราจารย์เจ้าอาวาสวัดยานนาวา เป็นประธานพิธีฝ่ายสงฆ์, จรรย์สมรวัธนเวคิน นายกก่อตั้งสมาคมแม่ดีเด่นแห่งชาติ กรุงเทพมหานคร และประธานที่ปรึกษาสมาคมฯ เป็นประธานพิธีฝ่ายฆราวาส ณ ชั้น 3 อาคารมหาเจษฎาบดินทร์วัดยานนาวา เมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2562

พระครูวินัยธรกิตติศักดิ์ โคตมสิลฺโส เริ่มเทศน์ด้วยคาถาพัน

โดยหลักการสำคัญที่ทางสมาคมแม่ดีเด่นแห่งชาติ กรุงเทพมหานคร จัดให้มีการเทศน์มหาชาติเฉลิมพระเกียรติ ขึ้นในครั้งนี้เพื่อเฉลิมพระเกียรติ
พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง และเพื่อถวายพระราชกุศลแด่ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และเพื่ออนุรักษ์พัฒนาและเผยแพร่ศิลปวัฒนธรรมอันดีงามของไทย เสริมสร้างอัธยาศัยในเรื่องของความรัก ความเมตตา ความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ ความเสียสละและความกตัญญู ซึ่งเป็นเรื่องของคุณธรรมให้เกิดขึ้นในจิตใจของคนในชาติ รวมถึงเป็นการสืบสานอนุรักษ์รูปแบบของวัฒนธรรมไทยให้เป็นที่ประจักษ์ให้คงอยู่คู่กับสังคมไทยสืบไป และส่งเสริมกุศลเจตนาของผู้ตั้งใจสดับธรรมเทศนาเวสสันดรชาดกทั้ง 13 กัณฑ์ ให้จบภายในวันเดียว ซึ่งจะเกิดผลบุญอันยิ่งใหญ่ส่งผลแก่ตนเองและครอบครัวในภายภาคหน้าด้วยการจัดงานในครั้งนี้มีองค์กรการกุศลต่างๆ อาทิ มูลนิธิชีวิตพัฒนาฯ สภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทยฯ มูลนิธิพลเอกสิงหา-พลตรีหญิง คุณหญิงอัสนีย์ เสาวภาพ เพื่อพัฒนาสังคม และผู้ที่มีจิตศรัทธาอื่นๆ อีกมากมาย อาทิ ศ.เกียรติคุณพญ.คุณหญิงสุดสาคร ตู้จินดา, สายพิณ พหลโยธิน,ลลิสา จงบารมี และเพื่อนๆ นาตอนงค์ ยงสิทธิกร,งามรุ้ง ยอดคำ, ณัฏฐนันท์ หล่ำสาย, พิเชฐ มุจลินทังกูร,ดร.พรรณประภา อินทรวิทยนันท์, ศ.นพ.สุทธิศักดิ์สุทธิพงษ์ชัย, สงวนศรี สุทธิพงษ์ชัย, บมจ.ยูไนเต็ดฟูดส์ และ บมจ.เอ.เจ.พลาสท์ ได้ร่วมบริจาคเป็นเจ้าภาพกัณฑ์ต่างๆ และได้จองกระเช้าผลไม้มงคลจนไม่พอตามความต้องการของผู้มีจิตศรัทธา รวมถึงคณะและเจ้าหน้าที่จากพุทธสมาคมแห่งประเทศไทยฯ ซึ่งมีคณะอาจารย์-นักศึกษาพระอภิธรรม และคณะพระสูตรคณะโครงการอบรมจิตตภาวนา ชมรมศิษย์กรรมฐาน คณะหลักสูตรครูสมาธิ และพุทธศาสนิกชนผู้มีจิตศรัทธาทั้งหลายยังได้ร่วมกันบริจาคทรัพย์ให้กับงานบุญในวันนี้ ทำให้ภายในงานเนืองแน่นไปด้วยผู้มาสั่งสมบุญเป็นทานบารมีกันมากมายและอยู่สดับฟังจนจบ โดยในวันนี้ได้อาราธนา พระครูวินัยธรกิตติศักดิ์ โคตมสิลฺโส และคณะสงฆ์ผู้ทรงคุณวุฒิมีความรู้ ความชำนาญ มีเทคนิคพิเศษเรื่องของการใช้เสียง ใช้ทำนองในแต่ละกัณฑ์ที่แตกต่างกันไป จากอารามต่างๆ ทั้งในกรุงเทพมหานครและต่างจังหวัด มาเป็นองค์แสดงธรรม สำหรับเพลงประจำกัณฑ์แต่ละกัณฑ์นั้น บรรเลงด้วยเครื่องดนตรีไทยโดยคณะครูนักเรียนจากโรงเรียนสตรีวัดระฆัง

จรรย์สมร วัธนเวคิน นายกก่อตั้งสมาคมแม่ดีเด่นแห่งชาติ กทม.จุดธูปเทียนพระรัตนตรัยแล้ว และจุดเทียนส่องธรรมที่ด้านหน้า เจ้าประคุณสมเด็จพระมหาธีราจารย์

ภายในบริเวณงานและบริเวณด้านนอกโดยรอบมีการจัดตกแต่งสถานที่ได้อย่างสวยงามเสมือนเป็นป่าหิมพานต์ ตกแต่งด้วยผลไม้ที่มีชื่อเป็นมงคล ต้นกล้วยต้นอ้อย ผลไม้ตามฤดูกาล ประดับประดาด้วยดอกบัว1,000 ดอก และดอกไม้หลากหลายพันธุ์เป็นจำนวนมากพุทธศาสนิกชนทุกท่านมีความตั้งอกตั้งใจสดับฟังพระธรรมเทศนาเทศน์มหาชาติเวสสันดรชาดกกันอย่างดีเป็นไปด้วยความเคารพ เพราะในเรื่องราวของแต่ละกัณฑ์นั้นเต็มไปด้วยข้อคิดคติธรรมเตือนใจแก่ผู้มาฟังเทศน์ซึ่งมีเป็นจำนวนมากจนล้นหอประชุมใหญ่ของวัดยานนาวา อีกทั้งพระนักเทศน์นอกจากมาเล่าขานในท่วงทำนองการแหล่ประกอบการเทศน์ที่ให้ทั้งความรู้ความเพลิดเพลิน ยังทำเวลาในการเทศน์ได้ดีสามารถเทศน์จนครบทั้ง 13 กัณฑ์ ให้จบได้ภายในวันเดียว ช่วงท้ายงานได้มีการสวดบังสุกุล เพื่อถวายพระราชกุศลแด่ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ซึ่งหลังจากเสร็จสิ้นพิธีได้มีการประพรมน้ำมนต์ศักดิ์สิทธิ์โดย พระครูวินัยธรกิตติศักดิ์ โคตมสิลฺโส เพื่อความเป็นสิริมงคลให้แก่ผู้ที่มีจิตศรัทธาเจริญในกุศลร่วมเป็นเจ้าภาพแต่ละกัณฑ์ และพุทธศาสนิกชนทุกท่านที่ได้มาร่วมงาน ในตอนท้ายของงานมีการแจกน้ำมนต์จากพิธีใส่ขวด พร้อมทั้งกระเช้าผลไม้ซึ่งผ่านพิธีอันเป็นผลไม้มงคลให้ผู้ที่จองนำกลับไปด้วย และการโปรยเหรียญซึ่งเป็นเสมือนฝนโบกขรพรรษให้เป็นทานโดย จรรย์สมร วัธนเวคิน และ ดร.ศุลีมาศ สุทธิสัมพัทน์ เพื่อเป็นการสื่อความหมายถึงทานบารมีในมหาเวสสันดรชาดกให้แก่ญาติธรรมที่อยู่ภายในงาน โดยลักษณะของเหรียญโปรยทานได้มีการสร้างสรรค์ให้เสมือนฝนโบกขรพรรษ ที่ได้เคยเกิดขึ้นเมื่อครั้งสมัยพุทธกาลให้แก่ผู้มาร่วมงานได้นำกลับไปเป็นสิริมงคล นอกจากนี้ ภายในงานยังมีโรงทานบริการอาหารเครื่องดื่ม ขนมปัง ขนมขบเคี้ยวจากบริษัท ยูไนเต็ดฟูดส์ จำกัด (มหาชน) แก่ผู้มาร่วมงานตลอดทั้งวันได้อิ่มบุญ อิ่มกาย อิ่มใจ จนเป็นที่ปลาบปลื้มแก่ผู้ที่มาร่วมสดับพระธรรมเทศนา “เทศน์มหาชาติเวสสันดรชาดก เฉลิมพระเกียรติ” ณ วัดยานนาวาในครั้งนี้เป็นอย่างยิ่ง

ดร.ศุลีมาศ สุทธิสัมพัทน์ นายกสมาคมแม่ดีเด่นแห่งชาติ กทม. และประธานกรรมการจัดงานได้กราบและถวายพวงมาลัยแด่เจ้าประคุณสมเด็จพระมหาธีราจารย์ เจ้าอาวาสวัดยานนาวา

ดร.ศุลีมาศ สุทธิสัมพัทน์ และคณะกรรมการดำเนินงาน ซึ่งมี พล.อ.ต.หญิงลัดดาวดี มงคลอภิบาล และ จิราพร เจริญกิตติยภรณ์ เป็นอาทิ

พระเทพปฏิภาณวาที (สุนทร ญาณสุนฺทโร) ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดสุทัศนเทพวรารามราชวรมหาวิหาร มอบปัจจัยที่ได้จากการที่ญาติโยมติดกัณฑ์เทศน์คืนกลับมาให้แก่สมาคมแม่ดีเด่นแห่งชาติ กทม.

คุณหญิงโรส-รัญชา บริบาลบุรีภัณฑ์ ถวายพวงมาลัยแด่พระนักเทศน์กัณฑ์หิมพานต์

มนวิภา ประชัญคดี,ลลิสา จงบารมี คณะเจ้าภาพนครกัณฑ์ ถวายพวงมาลัยแด่ พระเทพปฏิภาณวาที (สุนทร ญาณสุนฺทโร)

คณะกรรมการนำโดย จรรย์สมร วัธนเวคิน และ ดร.ศุลีมาศ สุทธิสัมพัทน์ ถวายผ้าบังสุกุลแด่พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เนื่องในวันคล้ายวันสวรรคต 13 ตุลาคม 2562

พระครูวินัยธรกิตติศักดิ์ โคตมสิลฺโส พรมน้ำมนต์ให้แก่ทุกท่าน พร้อมทั้ง จรรย์สมร วัธนเวคิน และ ดร.ศุลีมาศ สุทธิสัมพัทน์ได้โปรยเหรียญซึ่งเป็นเสมือนฝนโบกขรพรรษให้แก่ทุกท่านเพื่อความเป็นสิริมงคล

พญ.สุวณี รักธรรม, อินทรานี สุมาวงศ์, ศิริกุล ธนสารศิลป์, เพ็ญเพียรสันติพันธ์พิทักษ์, มาลินี ลีนุตพงษ์, ณัฏฐนันท์ หล่ำสาย ถ่ายภาพร่วมกัน

คณะกัลยาณธรรม พิเชฐ มุจลินทังกูร จากมูลนิธิชีวิตพัฒนาของ พล.ร.อ.นพ.ม.จ.ปุสาณ สวัสดิวัตน์ กำลังจุดเทียนบูชากัณฑ์มหาราช

สโมสร ไลออน ดอนเมือง กรุงเทพ นำโดย ไลออน โจโอโจเซ่ อิพ เหยา ชุนนายก สโมสรฯ พร้อมด้วย ไลออน จารุวรรณ ทองคำ, ไลออน ศิริวรรณศักดาประยูร, ไลออน สรรเสริญ ศักดาประยูร, ไลออน นพัสนันลิขิตธรรมจิต, ไลออน สุปวัส กุฐเงิน กำลังจุดเทียนบูชากัณฑ์ มัทรี

ศ.นพ.สุทธิศักดิ์ สุทธิพงษ์ชัย, ณัฏฐนันท์ หล่ำสาย,พล.ท.หญิง คนึงนิจ พึ่งแย้ม และ ดร.ศุลีมาศ สุทธิสัมพัทน์หลังจากจบเทศน์กัณฑ์ ฉกษัตริย์

คณะญาติธรรมจากพุทธสมาคมแห่งประเทศไทยฯ ถ่ายภาพร่วมกัน

กัณฑ์ สุดท้าย นครกัณฑ์ ซึ่ง ลลิสา จงบารมี และ มนวิภา ประชัญคดี เป็นเจ้าภาพ

จรรย์สมร วัธนเวคิน, ดร.ศุลีมาศ สุทธิสัมพัทน์ พร้อมทั้งมาลีรัตน์ ปลื้มจิตชม ถ่ายรูปร่วมกับเจ้าของ บจ. ซุปเปอร์ริช(ไทยแลนด์)

จรรย์สมร วัธนเวคิน นายกก่อตั้งสมาคมแม่ดีเด่นแห่งชาติ กทม.,ลำเพยพรรณ เนียม-พลอย ประธานประสานงานประธานกลุ่มเขตฯคณะผู้แทนสมาคมสกุลคูสงเคราะห์ กำลังจุดเทียนบูชากัณฑ์ กุมาร

มาลีรัตน์ ปลื้มจิตชม, ดร.ทิพย์นารี อมาตยกุลและคณะมอบปัจจัยที่ได้จากกัณฑ์ชูชก ซึ่งได้จำนวนสูงสุด ให้แก่ ดร.ศุลีมาศสุทธิสัมพัทน์ นายกสมาคมแม่ดีเด่นแห่งชาติ กทม.

พล.ร.อ.เทวิน มุ่งธัญญา และภรรยา พร้อมด้วย ศิริกุล ธนสารศิลป์, เพ็ญเพียร สันติพันธ์พิทักษ์และคณะจากมูลนิธิชีวิตพัฒนา ถ่ายภาพร่วมกัน

แขกผู้มีเกียรติที่จองกระเช้าผลไม้มงคล ได้นำกระเช้าผลไม้มงคลกลับไปรับประทานร่วมกับลูกหลาน เพื่อความเป็นสิริมงคล

ภาพบรรยากาศขณะที่ทุกท่านสดับฟังเทศน์มหาชาติ ด้วยจิตที่สงบ และตั้งใจ

พิธีกร พุทธิวงศ์ สวัสดี และ สุนันท์ โรจนธรรม ผู้ช่วยพิธีกรในงานเทศน์มหาชาติเวสสันดรชาดก

พิพิธภัณฑ์ผ้าฯจัดทำหนังสือประกอบนิทรรศการ ‘ผ้าบาติกในพระปิยมหาราช สายสัมพันธ์สยามและชวา’

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/448529

พิพิธภัณฑ์ผ้าฯจัดทำหนังสือประกอบนิทรรศการ ‘ผ้าบาติกในพระปิยมหาราช สายสัมพันธ์สยามและชวา’

วันจันทร์ ที่ 21 ตุลาคม พ.ศ. 2562, 06.00 น.

พิพิธภัณฑ์ผ้าในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ จัดพิมพ์หนังสือประกอบ นิทรรศการ “ผ้าบาติกในพระปิยมหาราช สายสัมพันธ์สยามและชวา” มีทั้งฉบับภาษาไทยและฉบับภาษาอังกฤษ โดยรวบรวมเรื่องราวเกี่ยวกับผ้าบาติกในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 กว่า 300 ผืน พร้อมภาพประกอบที่สวยงาม ถือเป็นอีกหนึ่งชุดผ้าบาติกชวาที่มีคุณค่าหาชมได้ยาก เหมาะสำหรับเก็บสะสมและใช้ประกอบการศึกษาเรื่องผ้าบาติกชวา

หนังสือประกอบนิทรรศการดังกล่าว เขียนและเรียบเรียงโดยทีมงานภัณฑารักษ์ของพิพิธภัณฑ์ ฉบับภาษาไทยโดย มยุรี วีระประเสริฐ, ศาสตรัตน์ มัดดิน และ ปิยนันท์ เพชระบูรณินส่วนฉบับภาษาอังกฤษโดย เดล แคโรลิน กลักแมน (Dale Carolyn Gluckman), ศาสตรัตน์ มัดดิน, จูดี อาคิอาดี (Judi Achjadi) และ แซนดรา นีสเซน (Sandra Niessen)

ผู้สนใจสามารถเป็นเจ้าของหนังสือประกอบ นิทรรศการผ้าบาติกในพระปิยมหาราช สายสัมพันธ์สยามและชวา ราคา 2,800 บาท และปกผ้าพิมพ์ลาย ผลิตจำนวนจำกัด ราคา 3,500 บาท ได้ที่ร้านพิพิธภัณฑ์ผ้า ในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ หอรัษฎากรพิพัฒน์ ในพระบรมมหาราชวัง

ส่วนหนึ่งของทีมงานภัณฑารักษ์ที่เรียบเรียงหนังสือ

สำหรับนิทรรศการ “ผ้าบาติกในพระปิยมหาราช : สายสัมพันธ์สยามและชวา” เปิดให้เข้าชมตั้งแต่บัดนี้ถึงเดือนพฤษภาคม 2564 ณ ห้องจัดแสดง 3-4 ผู้เข้าชมจะได้ร่วมระลึกถึงพระราชกรณียกิจพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ในการเสด็จพระราชดำเนินเยือนชวา ซึ่งถือเป็นส่วนหนึ่งที่นำมาสู่การพัฒนาประเทศในรัชสมัยของพระองค์ และได้เรียนรู้เกี่ยวกับธรรมเนียมประเพณีและวัฒนธรรมการใช้ผ้าบาติกในประเทศอินโดนีเซีย ซึ่งปรากฏแพร่หลายและเป็นที่นิยมอย่างมาก โดยเฉพาะที่เกาะชวาพบว่า ผ้าบาติกที่ผลิตในแต่ละพื้นที่มีรูปแบบลวดลายและสีสันที่หลากหลายแตกต่างกันไป ในระหว่างการเสด็จฯ เยือนชวาทั้งสามครั้ง พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงซื้อผ้าบาติกกลับมารวมจำนวนกว่า 300 ผืน และมีการเก็บรักษาไว้อย่างดีที่พระราชฐานชั้นในพระบรมมหาราชวัง ในการเก็บรักษานั้น มีการให้หมายเลขกำกับผ้าแต่ละผืน พร้อมทั้งบันทึกข้อมูล ประเภทผ้า ชื่อลายผ้า แหล่งผลิต และราคาของผ้าแนบไว้ด้วย ผ้าบางผืนยังมีการบันทึกเรื่องการใช้ผ้า ตำแหน่งผู้สวมใส่ รวมทั้งความสำคัญของลวดลายผ้าประกอบไว้ด้วย ซึ่งถือเป็นหลักฐานสำคัญยิ่งที่แสดงให้เห็นว่า การเสด็จพระราชดำเนินเยือนชวานั้นไม่เพียงแต่จะเป็นการเจริญสัมพันธไมตรีกับประเทศเพื่อนบ้าน แต่ยังทรงสนพระทัยในธรรมเนียมประเพณีและวัฒนธรรมที่มีร่วมกันในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ด้วย

พร้อมกันนี้ พิพิธภัณฑ์ผ้ายังจัดแสดงนิทรรศการ “ด้วยพลังแห่งรัก” มาตั้งแต่เดือนสิงหาคม พ.ศ.2562 ไปจนถึงพ.ศ.2565 ณ ห้องจัดแสดง 1-2 ด้วย ทั้งนี้ พิพิธภัณฑ์ผ้าในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในพระบรมมหาราชวัง เปิดให้เข้าชมทุกวันตั้งแต่เวลา 09.00-16.30 น.ปิดจำหน่ายบัตรเข้าชมเวลา 15.30 น. บัตรเข้าชมสำหรับผู้ใหญ่ ราคา 150 บาท ผู้สูงอายุ (65 ปีขึ้นไป) ราคา 80 บาทนักเรียนหรือนักศึกษา (โปรดแสดงบัตรประจำตัว) และเด็กอายุ 12-18 ปี ราคา 50 บาท เด็กอายุต่ำกว่า 12 ปีไม่เสียค่าใช้จ่าย

นักโภชนาการไขประเด็นฮิต เทรนด์อาหารเพื่อการลดน้ำหนัก

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/448517

นักโภชนาการไขประเด็นฮิต เทรนด์อาหารเพื่อการลดน้ำหนัก

วันจันทร์ ที่ 21 ตุลาคม พ.ศ. 2562, 06.00 น.

ทุกวันนี้สาวๆ ส่วนใหญ่ไม่ว่าจะวัยไหนมักเจอปัญหาเรื่องน้ำหนักตัวเกินมาตรฐานแบบถาวรหรืออ้วนนั่นเอง ใครๆ ก็พยายามหาวิธีการลดน้ำหนักตัวที่โดยเฉพาะสูตรการลดน้ำหนักต่างๆ ซึ่งปัจจุบันนั้นมีมากมายหลายสำนักแต่ที่กำลังนิยมกันมากอยู่ตอนนี้ คือKetogenic Diet และวิธีการกินๆ อดๆที่ช่วยลดน้ำหนักแบบ Intermittent Fastingหรือที่เรียกกันทั่วไปว่า IF รวมทั้งอาหารลดน้ำหนักสูตรต่างๆ เช่น Mediterranean Diet เป็นต้น

ผศ.ดร.เอกราช บำรุงพืชน์ ประธานฝ่ายวิชาการ ชมรมโภชนวิทยามหิดล เปิดเผยว่า แท้จริงแล้วเรื่องของอาหารลดน้ำหนักแบบ Low-Carb หรือ อาหาคาร์โบไฮเดรตต่ำ แนวทางนี้เคยเป็นกระแสมาตั้งแต่อดีตในชื่อของ Atkins Diet หลักการคือ กินอาหารคาร์โบไฮเดรตต่ำ(ไม่กินแม้กระทั่งผลไม้) เน้นโปรตีนสูงและไม่จำกัดไขมัน ซึ่งช่วยให้น้ำหนักลดเร็ว แต่ผลข้างเคียงที่เกิดขึ้นจาก Atkins Diet คือ เพิ่มความเสี่ยงต่อโรคหัวใจและหลอดเลือดเนื่องจากการไม่รับประทานผักผลไม้ทำให้ไม่ได้รับใยอาหาร และการที่กินไขมันไม่จำกัด เน้นเนื้อสัตว์ ทำให้ได้รับไขมันอิ่มตัวสูง ส่งผลให้หลอดเลือดอักเสบ และได้รับโปรตีนมากเกิน ส่งผลให้ไตทำงานหนัก ด้วยเหตุนี้เองการกินอาหารคาร์โบไฮเดรตต่ำแบบ Atkins Dietจึงได้เงียบหายไป เนื่องจากผลที่ได้ไม่คุ้มเสีย

ผศ.ดร.เอกราช บำรุงพืชน์

ปัจจุบันได้มีกระแสการกินอาหารคาร์โบไฮเดรตต่ำ ที่เรียกว่า Ketogenic Diet มาแทน โดยหลักการของ Ketogenic Diet นี้ จะกินคาร์โบไฮเดรตไม่เกิน 50 กรัมต่อวัน (หรือประมาณ 3 ส่วน) และกินไขมันสูงมากถึง 75-80% ส่วนโปรตีนในปริมาณปานกลาง ผลการวิจัยพบว่า การกินแบบ Ketogenic Diet นั้นช่วยลดน้ำหนักได้จริง แต่ส่งผลให้ไขมัน LDL-C สูงขึ้น และอาจทำให้หลอดเลือดอักเสบได้เนื่องจากการกินไขมันที่สูงขึ้น หากไม่เลือกกินไขมันและโปรตีนที่ดี ดังนั้นหากจะกิน Ketogenic Diet ควรเลือกไขมันที่ดี เน้น โอเมก้า-9 (น้ำมันมะกอก น้ำมันรำข้าว อะโวคาโด ฯลฯ) และโอเมก้า-3 (ไขมันปลา เมล็ดเฟล็กซีด ฯลฯ) รวมทั้งโปรตีนที่ดี (ปลา ไข่ขาว ถั่วและธัญพืชต่างๆ) และที่สำคัญควรรับประทานพืชผักผลไม้ที่ไม่หวานจัด เพื่อได้รับใยอาหารให้เพียงพอ ตามหลักการที่เรียกว่า “Plant-Centric Ketogenic Diet” เพื่อลดผลเสียที่อาจเกิดขึ้นจาก Ketogenic Diet ทั่วไป และไม่ควรใช้เป็นเวลานาน

ส่วนรูปแบบการควบคุมน้ำหนักโดยการอดอาหารเป็นช่วงเวลา หรือ IF นั้น ช่วยลดน้ำหนักได้จริง แต่ไม่ควรอดมากเกินจนร่างกายเกิดภาวะเครียด และขาดสารอาหาร สูตรที่นิยม 16/8 คือ การอดอาหารเป็นเวลา 16 ชั่วโมง ช่วงเวลากินอาหาร 8 ชั่วโมง (08.00-16.00 น.) ช่วงอด สามารถดื่มน้ำเปล่า ชากาแฟดำ ได้และช่วงที่กินควรกินอาหารเพื่อสุขภาพ (Healthy Balance Diet)เพื่อการลดน้ำหนักอย่างสุขภาพดี ไม่มีผลข้างเคียง

อย่างไรก็ตาม การลดน้ำหนักที่ดีนั้นนอกจากการควบคุมอาหารแล้ว ควรออกกำลังกายเป็นประจำ ร่วมกับพักผ่อนให้เพียงพอ สำหรับท่านที่สนใจเรียนรู้วิธีการลดน้ำหนักแบบบูรณาการเพิ่มเติม มูลนิธิคุณแม่คุณภาพ ร่วมกับ ชมรมโภชนวิทยามหิดล จะเปิดคอร์สอบรม “การลดน้ำหนักแบบบูรณาการสู่การปฏิบัติได้จริง” โดยผู้เชี่ยวชาญ อาทิ ผศ.ดร.เอกราชบำรุงพืชน์, รศ.ดร.สุรพจน์ วงศ์ใหญ่,นพ.เสฎฐวุฒิ งามเมธิชัยวงศ์, นพ.วชิระ คุณาธาทร, รศ.ดร.สมพร กันทรดุษฎี เตรียมชัยศรี และ อาจารย์ ดร.สุเมธคันชิง เป็นต้น ในวันที่ 23-24 พฤศจิกายน 2562 ผู้สนใจดูรายละเอียดและลงทะเบียนเรียนได้ที่ https://www.facebook.com/pg/DDseminarThai หรือ 085-8250222

บริจาคอวัยวะเฉลิมพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 10 พร้อมเปิดแคมเปญ Just Say Yes เพื่อต่อลมหายใจให้ผู้รอปลูกถ่ายอวัยวะ

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/448570

บริจาคอวัยวะเฉลิมพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 10 พร้อมเปิดแคมเปญ Just Say Yes เพื่อต่อลมหายใจให้ผู้รอปลูกถ่ายอวัยวะ

วันจันทร์ ที่ 21 ตุลาคม พ.ศ. 2562, 06.00 น.

กลินท์ สารสิน, อนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.สธ., นพ.สุขุม กาญจนพิมาย ปลัดกระทรวง สธ. พร้อมด้วยคณะกรรมการศูนย์รับบริจาคอวัยวะ อาทิ นพ.วิศิษฎ์ ฐิตวัฒน์ และ ศ.เกียรติคุณ นพ.ภิรมย์ กมลรัตนกุล

ศูนย์รับบริจาคอวัยวะสภากาชาดไทย จัด “โครงการบริจาคอวัยวะเฉลิมพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว”ในโอกาสฉลองพระราชพิธีบรมราชาภิเษก พุทธศักราช 2562 เพื่อเปิดรับผู้แสดงความจำนงบริจาคอวัยวะ ถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว พร้อมเปิดแคมเปญ “Just Say Yes” แคมเปญรณรงค์ให้ประชาชนตระหนักและเห็นความสำคัญของ
การบริจาคอวัยวะ โดยเฉพาะญาติผู้ป่วยสมองตายเป็นการเพิ่มจำนวนผู้บริจาคอวัยวะและมอบชีวิตใหม่ให้กับผู้ป่วยที่รอรับการปลูกถ่ายอวัยวะซึ่งการบริจาคอวัยวะนั้นเป็นการสร้างบุญใหญ่ครั้งสุดท้ายที่ผู้บริจาค 1 คน สามารถต่อลมหายใจให้กับผู้ป่วยได้มากถึง 8 คน โดยจัดให้มีการแถลงข่าวเมื่อเร็วๆ นี้ ณ WELCOME HALL ชั้น 2 ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา กรุงเทพฯ

ในงานดังกล่าวได้รับเกียรติจาก อนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข, ศ.เกียรติคุณ นพ.ภิรมย์ กมลรัตนกุล ประธานคณะกรรมการอำนวยการศูนย์รับบริจาคอวัยวะสภากาชาดไทย, กลินท์ สารสิน ประธานคณะกรรมการส่งเสริมกิจการศูนย์รับบริจาคอวัยวะสภากาชาดไทย ร่วมให้รายละเอียด โดยมี นพ.สุขุม กาญจนพิมาย ปลัดกระทรวงสาธารณสุข พร้อมด้วยคณะกรรมการศูนย์รับบริจาคอวัยวะ สภากาชาดไทย นำโดย นพ.วิศิษฎ์ ฐิตวัฒน์ผู้อำนวยการ, ศ.นพ.สุภนิติ์ นิวาตวงศ์, ดร.ประสาน ภิรัชบุรี, ทนง ลี้อิสสระนุกูล, อนุรุธ ว่องวานิช, ดร.ศิริกุล เลากัยกุล, ดร.ประภา เหตระกูล ศรีนวลนัด, ผาณิต พูนศิริวงศ์ และ วิเชาวน์รักพงษ์ไพโรจน์ รองประธานคณะกรรมการบริหาร บมจ.ทรู คอร์ปอเรชั่น ผู้ให้การสนับสนุนจัดทำแอพพลิเคชั่น : บริจาคอวัยวะ ร่วมด้วยศิลปินดาราที่มาร่วมรณรงค์ Just Say Yes ศรีริต้า เจนเซ่น, ธนนท์ จำเริญ (นนท์ The Mask Singer ซีซั่น 4), ชาย-ชาตโยดม หิรัญยัษฐิติ และ ฟิล์ม-ฉัตรดาว สิทธิผล นักแสดงจากช่อง 7

นพ.สมยศ ศรีจารนัย, เรวัติ ฉ่ำเฉลิม, ผาณิต พูนศิริวงศ์ และนพ.วิศิษฎ์ ฐิตวัฒน์

ศ.เกียรติคุณ นพ.ภิรมย์ กมลรัตนกุล ประธานคณะกรรมการอำนวยการศูนย์รับบริจาคอวัยวะสภากาชาดไทย กล่าวว่า ศูนย์รับบริจาคอวัยวะสภากาชาดไทย มีภารกิจที่สำคัญคือ การทำหน้าที่ส่งเสริมสนับสนุนให้มีการบริจาคอวัยวะให้มากเพียงพอต่อการปลูกถ่ายอวัยวะภายในประเทศ จัดสรรอวัยวะที่ได้รับบริจาคอย่างเป็นกลาง เสมอภาค โดยไม่มีการซื้อขายอวัยวะและให้ได้รับประโยชน์สูงสุดต่อการนำอวัยวะต่างๆ ไปใช้ โดยปัจจุบันมีผู้แสดงความจำนงบริจาคอวัยวะกว่า 7 หมื่นราย ในขณะที่มีผู้ลงทะเบียนรอรับอวัยวะกว่า 6 พันราย แต่มีผู้ได้รับการปลูกถ่ายอวัยวะเพียง 481 ราย จึงเกิดปัญหาอวัยวะไม่เพียงพอสำหรับการปลูกถ่าย เนื่องจากอวัยวะนั้นจะต้องได้รับบริจาคมาจากผู้ที่เสียชีวิตสมองตายและได้รับความยินยอมจากญาติเท่านั้น อีกทั้งยังมีผู้ที่มีความรู้ความเข้าใจไม่ถูกต้องต่อการบริจาคอวัยวะอีกเป็นจำนวนมาก รวมถึงขั้นตอนการประสานงานระหว่างโรงพยาบาลที่มีผู้เสียชีวิตสมองตาย โรงพยาบาลที่ทำการปลูกถ่ายอวัยวะ การจัดหายานพาหนะที่จำเป็นสำหรับทีมแพทย์และการขนส่งอวัยวะที่ได้รับบริจาคให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย รวดเร็วเพื่อรักษาคุณภาพของอวัยวะนั้นให้ดีที่สุด ซึ่งจะช่วยให้ผู้ป่วยที่รอรับการปลูกถ่ายได้รับอวัยวะที่ดีมีชีวิตที่ยืนยาวขึ้น

อนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ซึ่งทำหน้าที่เป็นนักบินจิตอาสารับส่งทีมแพทย์และอวัยวะให้กับศูนย์รับบริจาคอวัยวะสภากาชาดไทยมาถึง 29 เคส และยังคงทำหน้าที่นักบินจิตอาสาต่อไป กล่าวว่า รู้สึกยินดีและเป็นกุศลอย่างยิ่งที่ได้มีโอกาสเป็นส่วนหนึ่งของงานรับบริจาคอวัยวะ ซึ่งตนทำมาก่อนที่ได้เป็นรัฐมนตรี ทำให้มีความเข้าใจและเห็นถึงปัญหาอุปสรรคของงานรับบริจาคและการปลูกถ่ายอวัยวะ ซึ่งต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ดังนั้นในวันนี้ที่ตนเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขจึงพร้อมอย่างยิ่งที่จะสนับสนุนส่งเสริมกิจการของศูนย์รับบริจาคอวัยวะฯ ให้ดำเนินไปด้วยความสะดวก เรียบร้อย รวดเร็ว เพราะทุกนาทีมีความสำคัญต่อผู้รอรับการปลูกถ่ายอวัยวะ สำหรับผู้เคยมีความคิดว่าการบริจาคอวัยวะจะทำให้เกิดมาชาติหน้าจะมีอวัยวะไม่สมบูรณ์นั้นเป็นความเชื่อที่ผิด เพราะในทางพุทธศาสนา การบริจาคคือการทำทาน ซึ่งการบริจาคอวัยวะเป็นการต่อลมหายใจให้กับผู้ป่วยจึงเป็นทานบารมีอันยิ่งใหญ่ ที่จะเป็นบุญกุศลอันยิ่งใหญ่ต่อผู้บริจาครวมถึงญาติผู้บริจาคที่ยินยอมให้มีการบริจาคอวัยวะอีกด้วย

ผาณิต พูนศิริวงศ์, ทนง ลี้อิสสระนุกูล, ศรีริต้า เจนเซ่น, นพ.วิศิษฎ์ ฐิตวัฒน์, ฉัตรดาว สิทธิผล และ ธนนท์ จำเริญ

กลินท์ สารสิน ประธานคณะกรรมการ ส่งเสริมกิจการศูนย์รับบริจาคอวัยวะสภากาชาดไทย กล่าวว่า การปลูกถ่ายอวัยวะจะไม่สามารถสำเร็จลุล่วงได้ถ้าไม่มีผู้บริจาคอวัยวะ ก็จะไม่มีอวัยวะและการปลูกถ่ายก็จะไม่เกิดขึ้น ศูนย์รับบริจาคอวัยวะจึงได้จัดทำ “โครงการบริจาคอวัยวะเฉลิมพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว” ในโอกาสฉลองพระราชพิธีบรมราชาภิเษก พุทธศักราช 2562 เพื่อเฉลิมพระเกียรติและถวายเป็นพระราชกุศลขึ้น ระหว่างวันที่ 16 ตุลาคม 2562-4 พฤษภาคม 2563 ตั้งเป้าหมายผู้แสดงความจำนงบริจาคอวัยวะจำนวน 150,000 คน ใน 76 จังหวัดทั่วประเทศ นอกจากนี้ยังได้จัดทำโครงการรณรงค์ “Just Say Yes” ขึ้น เพื่อเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องให้กับประชาชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งญาติผู้เสียชีวิตสมองตาย เพื่อให้มีการบริจาคอวัยวะและเกิดการปลูกถ่ายอวัยวะต่อไป

ศรีริต้า เจนเซ่น นักแสดงสาวที่มาร่วมรณรงค์ Just Say Yes เผยว่า “ริต้าแสดงความจำนงบริจาคอวัยวะเมื่อ 13 ปีที่แล้ว เพราะเชื่อว่าการบริจาคอวัยวะคือการสร้างกุศลอันยิ่งใหญ่ ตายไปแล้วถูกฝังหรือเผาก็ไม่เกิดประโยชน์ใดๆ ดังนั้นถ้าเราตายแล้วแต่อวัยวะต่างๆ ภายในร่างกายของเรายังเป็นประโยชน์ต่อผู้ป่วยที่รอรับการปลูกถ่ายอวัยวะให้สามารถมีชีวิตต่อไปได้ ทำไมเราจะไม่ทำ ริต้าจึงอยากเชิญชวนทุกคนมาแสดงความจำนงบริจาคอวัยวะ มาสร้างบุญกุศลอันยิ่งใหญ่เป็นครั้งสุดท้ายด้วยตัวเราเอง และที่สำคัญอย่าลืมบอกเจตจำนงของเราให้ครอบครัวรับทราบด้วย เพื่อที่เขาจะได้ยินยอมบริจาคอวัยวะภายหลังเมื่อเราเสียชีวิตไปแล้วด้วยนะคะ”

วิเชาวน์ รักพงษ์ไพโรจน์ และเนตรชนก วิภาตะศิลปิน จาก ทรู คอร์ปอเรชั่น พร้อมด้วย กลินท์ สารสิน และ นพ.รุจาพงศ์ สุขบท แนะนำแอพฯ : บริจาคอวัยวะ

เพื่อเป็นการเพิ่มความสะดวกในการแสดงความจำนงบริจาคอวัยวะทั่วประเทศ ศูนย์รับบริจาคอวัยวะสภากาชาดไทย จึงได้เพิ่มช่องทางการบริจาคอวัยวะออนไลน์ผ่านทาง www.organdonate.in.th และผ่านแอพพลิเคชั่น :บริจาคอวัยวะ ซึ่งภายในเว็บไซต์และแอพพลิเคชั่นจะมีการแสดงข้อมูล จำนวนผู้แสดงความจำนงบริจาคอวัยวะ ผู้ลงทะเบียนรอรับอวัยวะ ผู้บริจาคอวัยวะแล้ว และผู้ได้รับการปลูกถ่ายอวัยวะและความรู้เกี่ยวกับการบริจาคอวัยวะไว้อย่างครบถ้วน

จึงขอเชิญชวนประชาชนชาวไทยร่วมบริจาคอวัยวะ “โครงการบริจาคอวัยวะเฉลิมพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว” ในโอกาสฉลองพระราชพิธีบรมราชาภิเษก พุทธศักราช 2562 เพื่อเปิดรับผู้แสดงความจำนงบริจาคอวัยวะ ถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป รายละเอียดเพิ่มเติมศูนย์รับบริจาคอวัยวะสภากาชาดไทย โทร.1666 หรือ 02-2564045-6 http://www.organdonate.in.th และแอพพลิเคชั่น : บริจาคอวัยวะ

ดร.ประสาน ภิรัชบุรี ต้อนรับคณะชมรมนักบินจิตอาสาหน่วยฝึกบินพลเรือนทอ. ที่จะมาสนับสนุนศูนย์รับบริจาคอวัยวะฯ นำโดย เกียรติชัย มนต์เสรีนุสรณ์, พล.ต.ท.อรรถกฤษณ์ ธารีฉัตร, พล.อ.ท.จรินทร์ ศิริสวัสดิ์ และ พล.ต.ต.นพ.ธนิต จิรนันท์วัช

ผมสวย สุขภาพดี ด้วยพฤกษาพรรณ

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/448518

news_default

ผมสวย สุขภาพดี ด้วยพฤกษาพรรณ

วันจันทร์ ที่ 21 ตุลาคม พ.ศ. 2562, 06.00 น.

อีฟ โรเช ผู้สร้างสรรค์ความงามจากพฤกษาพรรณ เปิดตัวผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผม A New Botanical Active Hair Care Products ปรับปรุงสูตรใหม่ล่าสุดด้วยการเพิ่มส่วนผสมสกัดจาก ออร์แกนิค อะกาเว่ เตกิลานา ปลูกเลี้ยงในประเทศเม็กซิโก ช่วยทำความสะอาดได้เกลี้ยงเกลายิ่งขึ้น สูตรปราศจากพาราเบนมิเนอรัลออยล์ และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ย่อยสลายเองตามธรรมชาติ สำหรับทุกสภาพผม

ผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผม A New Botanical Active Hair Care Products ประกอบด้วย 1.Repair Balm Shampoo แชมพูสำหรับผมแห้งเสีย ช่วยฟื้นบำรุงสภาพเส้นผมด้วย โจโจ้บา ออยล์และออร์แกนิค อะกาเว่ฟรุกแทน (Organic Agave Fructans ) ช่วยให้ผมแลดูนุ่มชุ่มชื่น เงางาม 2.RepairDetangling Balm บาล์มเพิ่มควาชุ่มชื่นให้เส้นผมแลดูนุ่มสลวย แข็งแรง ด้วย โจโจ้บา ออยล์และออร์แกนิค อะกาเว่ ฟรุกแทน (Organic Agave Fructans ) ใช้หลังทำความสะอาดผมด้วยแชมพู นวดบาล์มนี้ ให้ทั่วแล้วล้างออกด้วยน้ำสะอาด 3.Purifying Shampoo แชมพูสำหรับสภาพผมที่หนังศีรษะมัน ทำความสะอาดให้เกลี้ยงเกลาด้วย Nettle Extract และออร์แกนิค อะกาเว่ ฟรุกแทน (Organic Agave Fructans) 4.Nutrition Nourishing2 in 1 Cream Mask ฟื้นบำรุงเส้นผมจากรากจรดปลาย ด้วย Avocado Oil และ ออร์แกนิค อะกาเว่ ฟรุกแทน (Organic Agave Fructans) ใช้เป็นทรีทเม้นท์ก่อนสระผม ทาตั้งแต่รากถึงปลายขณะผมแห้งหรือเปียกหมาดๆ ทิ้งไว้ 10 นาทีแล้วล้างออก หรือถ้าใช้เป็นทรีทเม้นท์หลังสระผม ให้ทาขณะเปียกหมาดๆ ทิ้งไว้ 3 นาทีแล้วล้างออก ใช้สัปดาห์ละ1-2 ครั้ง 5.Rinsing Vinegar with Raspberry ทำความสะอาดผมจากสิ่งสกปรกและหินปูนในน้ำประปา ปิดเกล็ดผม ช่วยให้ผมแลดูเงางามกลิ่นหอมสดชื่นด้วยส่วนผสมจากพฤกษาพรรณ ออร์แกนิค อะกาเว่ ฟรุกแทน (Organic Agave Fructans) และราสเบอร์รี่เวนิก้า (Raspberry Vinegar) ใช้เป็นขั้นตอนสุดท้ายหลังล้างครีมนวดออกแล้ว ลูบให้ทั่วเส้นผมแล้วล้างออกด้วยน้ำสะอาด ทั้งนี้ สามารถชมและทดลองผลิตภัณฑ์ได้ทุกวันที่ อีฟ โรเชทุกสาขา