เวทีนางสาวเชียงใหม่ เปิดตัวสาวงามภาคเหนือ ร่วมชิงมงกุฎ ‘นางสาวเชียงใหม่’ ปี64 #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/540867

เวทีนางสาวเชียงใหม่ เปิดตัวสาวงามภาคเหนือ ร่วมชิงมงกุฎ 'นางสาวเชียงใหม่' ปี64

เวทีนางสาวเชียงใหม่ เปิดตัวสาวงามภาคเหนือ ร่วมชิงมงกุฎ ‘นางสาวเชียงใหม่’ ปี64

วันพฤหัสบดี ที่ 24 ธันวาคม พ.ศ. 2563, 11.31 น.

เริ่มแล้วสำหรับเวทีนางงามที่ยิ่งใหญ่และยาวนานที่สุดในภาคเหนือ “นางสาวเชียงใหม่ ประจำปี 2564” โดยองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงใหม่ ร่วมกับ กองประกวดนางสาวเชียงใหม่ จัดงานแถลงข่าวการจัดงาน พร้อมเปิดตัว 30 สาวงามผู้เข้าประกวด ซึ่งมีการเปิดรับสมัครสาวงามอายุระหว่าง 18 -26 ปี ที่มีภูมิลำเนาอยู่ใน 17 จังหวัดภาคเหนือ ไปเมื่อวันที่ 10 – 22 ธันวาคมที่ผ่านมา มีสาวงามตัวแทนของแต่ละอำเภอในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ และสาวงามจากจังหวัดใกล้เคียง ให้ความสนใจเข้าร่วมสมัครร่วมชิงมงกุฏเป็นจำนวนมาก

24 ธันวาคม 2563 ในช่วงเช้าสาวงามจากหลายจังหวัดทางภาคเหนือ ร่วมกิจกรรมรายงานตัวเพื่อตรวจเอกสารการรับสมัคร คุณสมบัติของผู้เข้าประกวด และในช่วงบ่ายกองประกวดนางสาวเชียงใหม่ จัดงานแถลงข่าวเปิดตัว 30 สาวงาม ณ ลานแกรนด์ฮอลล์ ชั้น 1 เซ็นทรัลพลาซาเชียงใหม่แอร์พอร์ต  ภายในงานได้รับความสนใจจากกองเชียร์และแฟนนางงามเป็นจำนวนมาก

นอกจากนั้น ยังมีนางสาวเชียงใหม่รุ่นพี่ อย่าง สุภาภรณ์ ฤทธิพกฤษ์ นางสาวเชียงใหม่ ปี 2560 , วธูสิริ ใจกลาง นางสาวเชียงใหม่ 2561 , นฤมล สิทธิวัง นางสาวเชียงใหม่ 2562 และ อเล็กซานดร้า แฮงกี่ นางสาวเชียงใหม่ 2563 มาร่วมให้กำลังใจผู้เข้าประกวดทั้ง 30 คน อีกด้วย

ดร.อดิศร สุดดี ผู้อำนวยการกองประกวดนางสาวเชียงใหม่ เปิดเผยว่า “การจัดการประกวดในปีนี้เป็นการร่วมเฉลิมฉลองในวาระครบรอบ 88 ปี นางสาวเชียงใหม่ ซึ่งเวทีอันทรงเกียรติ ตำนานความงามที่ยาวนานที่สุดในประเทศ สาวงามทั้ง 30 คน จะได้เข้าเก็บตัวเพื่อทำกิจกรรมประชาสัมพันธ์ภาพลักษณ์ และการท่องเที่ยวของจังหวัดเชียงใหม่ ในระหว่าง 24-27 ธันวาคมนี้ โดยจะมีการจัดประกวดรอบคัดเลือก ในคืนวันอาทิตย์ ที่ 3 มกราคม 2563 และจะมีการประกวดรอบตัดสิน ในวันอังคารที่ 5 มกราคม 2564 ณ เวทีประกวด ภายในงานฤดูหนาวและงาน OTOP ของดีเมืองเชียงใหม่” ดร.อดิศร กล่าวฯ

ติดตามภาพบรรยากาศการเก็บตัวและการประกวดนางสาวเชียงใหม่ได้ที่ Facebook : กองประกวดนางสาวเชียงใหม่

‘เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี’ ทอดพระเนตรการแสดง ‘ดนตรีในสวน’ ครั้งที่ 28 บรรเลงเพลงพระราชนิพนธ์และเพลงยอดนิยมร่วมสมัย #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/540848

'เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี' ทอดพระเนตรการแสดง 'ดนตรีในสวน' ครั้งที่ 28 บรรเลงเพลงพระราชนิพนธ์และเพลงยอดนิยมร่วมสมัย

‘เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี’ ทอดพระเนตรการแสดง ‘ดนตรีในสวน’ ครั้งที่ 28 บรรเลงเพลงพระราชนิพนธ์และเพลงยอดนิยมร่วมสมัย

วันพฤหัสบดี ที่ 24 ธันวาคม พ.ศ. 2563, 10.01 น.

สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญาทอดพระเนตรการแสดง“ดนตรีในสวน” ครั้งที่ 28 บรรเลงเพลงพระราชนิพนธ์และเพลงยอดนิยมร่วมสมัย

บรรเพลงโดย RBSO อำนวยเพลงโดย วานิช โปตะวนิช ร่วมด้วยนักร้องรับเชิญ กรกันต์ สุทธิโกเศศ สาธิดา พรหมพิริยะ

สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา เสด็จไปยังกองพลทหารม้าที่ 2 รักษาพระองค์ทอดพระเนตรการแสดงดนตรีในสวน (Concert in the Park)ครั้งที่ 28 ซึ่งมูลนิธิรอยัลแบงค์คอกซิมโฟนีออร์เคสตร้า ในพระอุปถัมภ์สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา โดยความสนับสนุนของ บี.กริม และ บริษัท บุญรอดบริวเวอรี่ จำกัด

โดยนักร้องรับเชิญ กรกันต์ สุทธิโกเศศ, สาธิดา พรหมพิริยะ, พิจิกา จิตตะปุตตะ และอิสรพงศ์ ดอกยอ ศิลปินชาวไทยชื่อดังชื่อดัง ร่วมขับร้องกับวงรอยัลแบงค์คอกซิมโฟนีออร์เคสตร้า (RBSO) อำนวยเพลงโดย วานิช โปตะวนิช ศิลปินศิลปาธรและผู้อำนวยเพลงประจำวง RBSOจัดแสดงในวันเสาร์ที่ 19 และวันอาทิตย์ที่ 20 ธันวาคม 2563เวลา 18.00 น. ณ กองพลทหารม้าที่ 2 รักษาพระองค์ (หน่วยม้าทรง) สนามเป้า

รายการในวันเสาร์ เริ่มด้วยเพลงพระราชนิพนธ์ มาร์ชราชวัลลภเพลงประกอบภาพยนตร์ Star Wars, Viktor’s tale จาก The Terminal โดยJohn Williams และ Cinema Paradiso โดย Ennio Morricone นักประพันธ์เพลงชาวอิตาเลียนผู้ยิ่งใหญ่ระดับตำนานของวงการฮอลลีวู้ด และบทเพลงยอดนิยม อาทิ The Sound of Music, ฉันจะฝันถึงเธอ โดย สาธิดา พรหมพิริยะ New York, New York, Have Your Self A Little Christmas โดย กรกันต์ สุทธิโกเศศ ก่อนจะร่วมกับข้องในเพลง The Prayer ที่สร้างความประทับใจให้กับทุกคน 

ปิดท้ายในวันอาทิตย์ เริ่มรายการอย่างตราตรึงด้วยเพลง William Tell Overtureตามด้วยThe Royal Celebration Overture ประพันธ์โดย ศ.ดร.ณรงค์ฤทธิ์ ธรรมบุตร ศิลปินศิลปาธร และตราตรึงไปกับการบรรเลงเพลงพระราชนิพนธ์ ในดวงใจนิรันดร์ บทเพลงประกอบภาพยนตร์ Adventure on Earth จาก E.T. โดย John Williams, The Best of Billy Joelเพลง Ballade Pour Adeline ของ Richard Claydermanที่นำมาเรียบเรียงใหม่ ร่วมด้วย พิจิกา จิตตะปุตตะ ขับร้อง Reflection จาก Mulanม อยู่ๆ ก็มาปรากฎตัวในหัวใจ Over the Rainbow อิสรพงศ์ ดอกยอ ขับร้องบทเพลงลูกทุ่งอมตะ มนต์รักลูกทุ่ง ชมทุง ก่อนจะปิดรายการด้วย การขับร้องหมู่ เพลงพระราชนิพนธ์ พรปีใหม่ และRadetzky March

ในงานนอกจากการแสดงของวง RBSO ยังมีการสาธิตเล่นว่าวไทย พร้อมซุ้มอาหารและเครื่องดื่มFood Carnival ตลอดจนดีเจ ที่มาร่วมเปิดเพลง สร้างความเพลิดเพลิงให้กับทุกคน ในช่วงเวลา 20.00-22.00 น. หลังการแสดงของวง RBSO จบลง

ครบรอบ 10 ปี ‘ข้อกำหนดกรุงเทพ’ จากพระดำริ สมเด็จเจ้าฟ้าฯ กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร TIJ เปิดมิติใหม่ฝึกอาชีพให้ผู้ต้องขังหญิงสู่โลกดิจิทัล #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/540698

ครบรอบ 10 ปี ‘ข้อกำหนดกรุงเทพ’ จากพระดำริ สมเด็จเจ้าฟ้าฯ กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร TIJ เปิดมิติใหม่ฝึกอาชีพให้ผู้ต้องขังหญิงสู่โลกดิจิทัล

ครบรอบ 10 ปี ‘ข้อกำหนดกรุงเทพ’ จากพระดำริ สมเด็จเจ้าฟ้าฯ กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร TIJ เปิดมิติใหม่ฝึกอาชีพให้ผู้ต้องขังหญิงสู่โลกดิจิทัล

วันพฤหัสบดี ที่ 24 ธันวาคม พ.ศ. 2563, 06.00 น.

สถาบันเพื่อการยุติธรรมแห่งประเทศไทย (TIJ) จัดเวทีเสนอนวัตกรรมทางความคิดเพื่อสร้างกลไกความช่วยเหลือผู้ต้องหาหญิงที่ก้าวพลาด ผลักดันโครงการ “Every Steps Together: ก้าวที่ไม่โดดเดี่ยว” ระดมความร่วมมือจากสังคมให้โอกาสผู้ก้าวพลาดเข้าสู่ตลาดแรงงานองค์กรภาครัฐ-เอกชนกว่า 30 องค์กร ร่วมประกาศเจตจำนงร่วมสนับสนุนเต็มที่ให้ผู้พ้นโทษเริ่มต้นชีวิตใหม่ปิดทางการกระทำผิดซ้ำ แก้ปัญหาผู้ต้องขังล้นเรือนจำอย่างยั่งยืนย้ำการให้ “โอกาส” จากสังคมคือสิ่งสำคัญที่สุด

“ข้อกำหนดกรุงเทพ” คือ ข้อกำหนดสหประชาชาติว่าด้วยการปฏิบัติต่อผู้ต้องขังหญิงในเรือนจำและมาตรการที่มิใช่การคุมขังสำหรับผู้กระทำผิดหญิง ที่ สมเด็จ
พระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภานเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ทรงศึกษาเรื่องนี้และทรงร่วมกับหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้องในประเทศไทยผลักดัน “ข้อกำหนดกรุงเทพ” (Bangkok Rules)  กระทั่งได้รับการรับรองจากสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติเมื่อวันที่ 23 ธันวาคม2553 และให้เกียรติประเทศไทยโดยใช้ชื่อเมืองหลวงประเทศไทยเป็นชื่อเรียกขาน ถือเป็นข้อกำหนดแรกของไทยในเวทีสหประชาชาติอันเป็นสากลและทั่วโลกยอมรับ

ปี 2563 ถือเป็นการครบรอบ10 ปี การรับรองข้อกำหนดกรุงเทพ ซึ่งตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาประเทศไทยได้ดำเนินการอย่างต่อเนื่องเพื่อมุ่งยกระดับมาตรฐานในการปฏิบัติต่อผู้ต้องขังหญิงและผู้กระทำผิดหญิง ให้มีความเหมาะสมด้านเพศสภาพมากยิ่งขึ้น ตรงตามความต้องการเฉพาะด้านสิทธิขั้นพื้นฐานของผู้หญิง และของเด็กติดผู้ต้องขัง ซึ่งความสำเร็จที่เกิดขึ้นนี้ สถาบันเพื่อการยุติธรรมแห่งประเทศไทย (TIJ) หน่วยงานภายใต้กระทรวงยุติธรรม ร่วมกับภาคีเครือข่ายต่างๆ มีส่วนสำคัญในการร่วมกันผลักดันให้เกิดความเปลี่ยนแปลงที่เป็นรูปธรรม

สำหรับประเทศไทย กว่า 70% ของผู้พ้นโทษ เป็นกลุ่มคนวัยทำงานที่อยู่ในช่วงอายุ 21-40 ปี และจากการสำรวจของ สถาบันเพื่อการยุติธรรมแห่งประเทศไทย (TIJ) ที่มีการสำรวจความต้องการของผู้ต้องขังหญิงหลังการพ้นโทษ พบว่า 21.2% มองว่า “การหาอาชีพ” เป็นเรื่องที่ต้องการได้รับการสนับสนุนมากที่สุด

ม.ล.ดิศปนัดดา ดิศกุล 

ด้วยเหตุนี้ TIJ และเครือข่ายจึงได้มีความพยายามอย่างต่อเนื่อง ในการให้ผู้ต้องขังหญิงได้มีทางเลือกในการประกอบอาชีพสุจริต ลดโอกาสการกระทำผิดซ้ำ และพร้อมสำหรับการเริ่มต้นชีวิตใหม่หลังการพ้นโทษโดยเปิดโอกาสให้ทุกภาคส่วนเข้ามามีส่วนร่วมกับภาคราชการในการยกระดับขีดความสามารถของผู้ต้องขังหญิง พร้อมสร้างความยั่งยืนในการประกอบอาชีพ ภายใต้โครงการ “Every Step Together ก้าวที่ไม่โดดเดี่ยว” ด้วยการสร้าง “ระบบนิเวศธุรกิจ” ที่จะส่งเสริมให้ผู้ต้องขัง และอดีตผู้ต้องขังหญิงมีโอกาสที่จะประสบความสำเร็จมากที่สุดในการค้นหาและเริ่มต้นอาชีพหลังการพ้นโทษ  ซึ่งรวมถึงการสร้างแรงจูงใจ และหลักประกันให้กับภาคธุรกิจที่พร้อมให้การสนับสนุนด้วย  

ภายในงานยังได้มีพิธีแสดงเจตจำนงร่วมกันระหว่างผู้แทนภาครัฐภาคเอกชน และภาคประชาสังคมเพื่อส่งเสริมความร่วมมือในการสร้างโอกาสเพื่อการกลับสู่สังคมแก่อดีตผู้ต้องขังมากกว่า 30 องค์กร ที่ร่วมสนับสนุนโครงการ “Every Steps Together: ก้าวที่ไม่โดดเดี่ยว” อย่างเต็มที่ เพื่อให้โอกาสผู้พ้นโทษเข้าสู่ตลาดแรงงานในรูปต่างๆ ได้แก่ การเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ข้อมูลเพื่อส่งเสริมความเข้าใจเกี่ยวกับผู้พ้นโทษการร่วมสนับสนุนสินค้าและบริการจากผู้ต้องขังและอดีตผู้ต้องขัง การสนับสนุนเงินทุนเพื่อส่งเสริมการสร้างทักษะและการเริ่มต้นใหม่หลังการพ้นโทษ การมีส่วนร่วมในจัดกิจกรรมฝึกอบรมพัฒนาศักยภาพผู้ใกล้พ้นโทษ การปรับนโยบายด้านทรัพยากรบุคคลให้เปิดกว้างต่อการรับผู้พ้นโทษเข้าทำงาน และ การดำเนินการจ้างงานผู้พ้นโทษ โดยเห็นตรงกันว่า กลุ่มคนเหล่านี้คือ ทรัพยากรมนุษย์ที่สำคัญที่สามารถมาช่วยกันพัฒนาประเทศได้

ศาสตราจารย์พิเศษดร.กิตติพงษ์ กิตยารักษ์  ผู้อำนวยการสถาบันเพื่อการยุติธรรมแห่งประเทศไทย (TIJ)  กล่าวว่า การจัดงานครบรอบ 10 ปี ข้อกำหนดกรุงเทพครั้งนี้  เราได้จัดทำโครงการ “ Every Steps Together: ก้าวที่ไม่โดดเดี่ยว” เพื่อระดมความร่วมมือจากทุกภาคส่วนในสังคมให้ “โอกาส” ให้ผู้ต้องขังที่พ้นโทษกลับคืนสู่สังคมอย่างมีคุณภาพและสามารถเริ่มต้นชีวิตใหม่ได้ เพราะที่ผ่านมาประเทศไทยมีปัญหาผู้พ้นโทษกระทำผิดซ้ำสูงมาก ซึ่งต้องมีการแก้ปัญหาอย่างเร่งด่วน เพราะการกระทำผิดซ้ำไม่เพียงแต่ส่งผลให้เกิดความแออัดในเรือนจำ ซึ่งจะเป็นวิกฤติสำคัญในยุคโควิด-19 เท่านั้น  แต่การกระทำผิดซ้ำยังทำให้ประเทศไทยเสียโอกาส ในด้านทรัพยากรบุคคลที่พ้นโทษมาร่วมพัฒนาสังคม/ประเทศ ซึ่งเป็นเรื่องที่ถูกสังคมไทยมองข้ามและไม่มีการให้พื้นที่/โอกาส ในการประกอบอาชีพและเข้าสู่ตลาดแรงงานของผู้พ้นโทษ ในการเริ่มต้นชีวิตใหม่อย่างเพียงพอ ทำให้ผู้พ้นโทษจำนวนมาก ไม่มีที่ไป ไม่ได้รับการยอมรับ จนต้องกลับสู่วงจรชีวิตเดิมๆ และกระทำผิดซ้ำกลับสู่เรือนจำอีก

จรัล งามวิโรจน์เจริญ

“สิ่งสำคัญที่ต้องตระหนักถึงกันในวันนี้คือ เรื่องการสร้างนวัตกรรมเพื่อสังคมที่ปลอดภัย ด้วยการให้ผู้ที่ก้าวพลาดที่มีความสำนึกผิดและกลับตัวเป็นคนดีที่พร้อมเป็นพลังให้กับสังคมได้รับโอกาสนี้จากสังคมอีกครั้ง ดังนั้น โจทย์ของเราในการครบรอบ 10 ปี ข้อกำหนดกรุงเทพฯ ในวันนี้ คือ เราจะสร้างส่งเสริมนวัตกรรมในการช่วยเหลือผู้ต้องขังในการกลับสู่สังคมอย่างมีคุณภาพได้อย่างไร  ซึ่งเราทราบกันดีว่าเรือนจำเป็นพื้นที่ที่มีทรัพยากรจำกัดและยังมีความไม่เท่าเทียม เราต้องการนวัตกรรม ซึ่งคำนี้ไม่ได้หมายถึงแค่สิ่งประดิษฐ์ แต่ยังหมายถึงแนวคิดที่จะนำมาสร้างการเปลี่ยนแปลงเพื่อนำไปสู่สิ่งที่ดีขึ้นด้วย” ศาสตราจารย์พิเศษดร.กิตติพงษ์ กล่าว

ม.ล.ดิศปนัดดา ดิศกุล รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร มูลนิธิแม่ฟ้าหลวง ในพระบรมราชูปถัมภ์ กล่าวว่า การให้โอกาสผู้พ้นโทษเป็นสิ่งที่สังคมต้องเรียนรู้และร่วมมือกันเราทุกคนต้องร่วมสร้างต้นทุนชีวิตให้แก่ผู้พ้นโทษ ให้เขารู้สึกมีความภาคภูมิใจในตัวเอง มีเกียรติ มีศักดิ์ศรีภูมิใจในหน้าที่การงาน และที่สำคัญคือให้เขารู้สึกว่าชีวิตเป็นสิ่งที่มีค่าและมีความหมาย ต้องรู้สึกหวงแหนให้เขามีเป้าหมายในชีวิต รู้สึกว่าเขามีอะไรเขามีต้นทุนชีวิต และยอมไม่ได้ที่จะเสียมันไป นี่คือหัวใจสำคัญที่เราทุกคนในสังคมต้องรู้สึกร่วมและเห็นอกเห็นใจกัน (Empathy) เพราะที่ผ่านมาเราพบว่าผู้พ้นโทษ จำนวนมาก ไม่สามารถสร้างสิ่งเหล่านี้ขึ้นมาได้เลยถ้าสังคมไม่ให้โอกาส ทำให้ผู้พ้นโทษส่วนใหญ่ต้องกลับไปกระทำผิดซ้ำต้องโทษอีกครั้ง เพราะเขารู้สึกว่า“เขาไม่มีต้นทุนชีวิต” แบบที่เราทุกคนมี

“เรื่องนี้เป็นความท้าทายความคิดและการรับรู้ (Mindset and Perception) ของพวกเราทุกคนในการกล้าที่จะให้โอกาส ผู้พ้นโทษเหล่านี้ กลับมามีที่ยืนในสังคมได้เราต้องช่วยกัน ต้องเปลี่ยนความรู้สึกและสายตาที่เรามองพวกเขาให้เหมือนมองคนปกติทั่วไป เพราะคนเหล่านี้ต้องการมีเพียงแค่โอกาสในการเริ่มชีวิตใหม่เท่านั้น และคำตอบนั้นขึ้นอยู่กับพวกเราทุกคน ว่าเราอยากเห็นคนดีเพิ่มในสังคม หรือเห็นคนกระทำผิดซ้ำกลับไปต้องโทษในเรือนจำอีก”

ศ.พิเศษ ดร.กิตติพงษ์ กิตยารักษ์ 

ด้าน นายจรัล งามวิโรจน์เจริญ Chief Data Scientist & VP of DataInnovation Lab บริษัทเซอร์ทิสกล่าวว่า ในฐานะที่ทำงานด้านเทคโนโลยีดิจิทัลมานานและได้ทราบถึงความยากลำบากของผู้ก้าวพลาดที่พ้นโทษในการหางานทำ ซึ่งไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะสังคมไทยยังไม่ได้ให้ความสำคัญกับการให้โอกาสผู้พ้นโทษมากนัก ซึ่งเป็นเรื่องที่ต้องใช้เวลาในการเรียนรู้และทำความเข้าใจกันและกัน อย่างไรก็ตามเป็นที่น่ายินดีว่า เมื่อโลกของเราได้ก้าวสู่ยุุคดิจิทัลงานจำนวนมากสามารถทำผ่านออนไลน์และทำงานอยู่เบื้องหลังและทำได้ทุกที่ อีกทั้ง งานที่เป็นงานซ้ำๆ (Routine)ในปัจจุบันกำลังถูกแทนที่ด้วย AI (ArtificialIntelligence) ซึ่งกว่า AI จะฉลาดและทำงานเองได้ ต้องอาศัยการฝึกฝน (Training) จากมนุษย์ (HumanSupervise) โดยเฉพาะในงานด้านกระบวนการประมวลผลทางภาษาให้เป็นธรรมชาติ (Natural LanguageProcessing :NLP) ซึ่งเป็นสิ่งที่ผู้พ้นโทษทำได้

“AI ไม่สามารถแยกแยะอารมณ์ของภาษาด้านบวกด้านลบด้วยตัวเองได้ และต้องการสอนจากมนุษย์ (Label Data) ซึ่งงานดังกล่าวเป็นงานที่เหมาะกับผู้พ้นโทษ เพราะสามารถทำได้จากทุกที่ทางออนไลน์ เป็นงานเบื้องหลังที่ไม่จำเป็นต้องเปิดเผยประวัติและตัวตน ทั้งนี้ไม่ว่า AI จะเติบโตมากแค่ไหน แต่มนุษย์ก็ยังมีทักษะที่เป็นจุดแข็งที่ AIไม่สามารถแทนที่ได้ นั่นก็คือ ทักษะการสื่อสาร (Communication) ความคิดสร้างสรรค์ (Creativity) และความเห็นอกเห็นใจ (Empathy)ซึ่งเป็นสิ่งที่เราทุกคนทำได้ และมีอยู่ในตัวอยู่แล้ว รวมถึงผู้พ้นโทษด้วย ขอเพียงแค่ให้โอกาสพวกเขาเท่านั้น”   

ทั้งนี้ ภายในงานยังมีการเสนอแนวทางและนวัตกรรม การสร้างโอกาสจากธุรกิจระดับชุมชน โดยจิราพร ขาวสวัสดิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีกจำกัด (มหาชน) และ การสร้างกลไกทางเศรษฐกิจเพื่อส่งเสริมการเปิดโอกาสให้ผู้พ้นโทษ โดย ดร.เอกนิตินิติทัณฑ์ประภาศ อธิบดีกรมสรรพากรกระทรวงการคลัง รวมถึงการสร้างนวัตกรรมและเครื่องมือทางการเงินและแหล่งทุนสำหรับนวัตกรรมทางสังคมสำหรับผู้พ้นโทษ โดย รื่นวดีสุวรรณมงคล เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต)

มิชลินประกาศ 3 รางวัลใหม่ ‘ดาวมิชลิน’ ประจำปี 2564 #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/540694

มิชลินประกาศ 3 รางวัลใหม่ ‘ดาวมิชลิน’ ประจำปี 2564

มิชลินประกาศ 3 รางวัลใหม่ ‘ดาวมิชลิน’ ประจำปี 2564

วันพฤหัสบดี ที่ 24 ธันวาคม พ.ศ. 2563, 06.00 น.

หลังจากที่ได้เผยรายชื่อร้านอาหารซึ่งผ่านการคัดเลือกให้ได้รับสัญลักษณ์“บิบ กูร์มองด์” (Bib Gourmand) ไปแล้วเมื่อเร็วๆ นี้ ล่าสุด มิชลินได้ประกาศรายชื่อร้านอาหารที่คว้ารางวัล “ดาวมิชลิน”(MICHELIN Star) รวมทั้งผู้ได้รับ 3 รางวัลใหม่ที่เพิ่มเข้ามาครั้งแรกในปีนี้ ได้แก่MICHELIN Green Star รางวัลที่มอบให้กับร้านอาหารซึ่งใส่ใจในสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน, MICHELIN Guide Young Chef Award รางวัลที่มอบให้กับเชฟรุ่นใหม่ที่โดดเด่น และ MICHELIN Guide Service Award รางวัลสำหรับบุคลากรผู้ให้บริการยอดเยี่ยม

การประกาศผลรางวัลจัดขึ้นในงานเปิดตัว “มิชลิน ไกด์ กรุงเทพมหานคร เชียงใหม่ ภูเก็ตและพังงา” ประจำปี 2564ซึ่งเป็นคู่มือแนะนำร้านอาหารและที่พัก“มิชลิน ไกด์” ฉบับที่ 4 ของประเทศไทย โดยคู่มือเล่มล่าสุดนี้บรรจุรายชื่อร้านอาหารที่ผ่านการคัดสรรรวมทั้งสิ้น 299 แห่ง เป็นร้านที่ได้รับรางวัล 2 ดาวมิชลิน จำนวน 6 ร้าน, รางวัล 1 ดาวมิชลิน จำนวน 22 ร้าน, รางวัล “บิบ กูร์มองด์” จำนวน 106 ร้าน และรางวัล “มิชลิน เพลท” จำนวน 165 ร้าน

ผู้คว้ารางวัล MICHELIN Guide Young Chef Award ประจำปี 2564 คือ เชฟอ้อม-สุจิรา พงษ์มอญ หัวหน้าเชฟร้านสวรรค์ (กรุงเทพฯ) เชฟอ้อมเกิดในครอบครัวนักทำอาหาร จึงเติบโตขึ้นท่ามกลางบรรยากาศแวดล้อมของอาหารและการปรุงอาหารอย่างมืออาชีพ หลังจบหลักสูตรจากโรงเรียนวิชาการโรงแรมแห่งโรงแรมโอเรียนเต็ล [School of The OrientalHotel Apprenticeship Program (OHAP)]ณ โรงแรมแมนดาริน โอเรียนเต็ล กรุงเทพฯ เชฟอ้อมได้มีโอกาสสะสมประสบการณ์การทำงานร่วมกับเชฟระดับดาวมิชลินหลายราย อาทิ ฮวน อมาดอร์ (Juan Amador) และ โธมัส เคลเลอร์ (Thomas Keller) ที่เดินทางมาเป็นเชฟรับเชิญ ณ ห้องอาหารเลอ นอร์มังดีจากนั้นได้สั่งสมประสบการณ์ด้านเทคนิคการปรุงอาหารระดับโมเลกุล (Molecular Cooking Techniques) ที่ร้าน Sra Bua by Kiin Kiin ณ โรงแรมสยาม เคมปินสกี้ กรุงเทพฯ ต่อมาในปี 2559 เชฟอ้อม และ เฟรเดอริก เมเยอร์ (Frederic Meyer) ได้ร่วมกันเปิดร้านอาหาร “บ้านผัดไทย” ซึ่งได้รับสัญลักษณ์ “บิบ กูร์มองด์” ในปี 2561 จนถึงปัจจุบัน ร้านสวรรค์ ถือเป็นจุดสูงสุดบนเส้นทางด้านอาหารและการรังสรรค์เมนูอาหารไทยของเชฟอ้อม

ส่วนผู้คว้ารางวัล MICHELIN Guide Service Award ประจำปี 2564 คือ มร.กิลโยมบาร์เรย์ (Guillaume Barray) ผู้จัดการทั่วไป ร้าน Chef’s Table(กรุงเทพฯ) มร.บาร์เรย์ยึดมั่นในประสิทธิภาพ ความซื่อสัตย์ และความมุ่งมั่นทุ่มเทที่มีต่อผลิตภัณฑ์และธรรมเนียมอันดีเพื่อมอบประสบการณ์ที่ดีที่สุดให้แก่ลูกค้า ทีมผู้ให้บริการมืออาชีพของร้าน Chef’s Table นำโดย มร.บาร์เรย์ ให้บริการที่สมบูรณ์แบบ ตั้งแต่พนักงานต้อนรับไปจนถึงผู้จัดการ ไม่ว่าจะเป็นชาวไทยหรือชาวต่างชาติ ต่างทำงานร่วมกันเป็นทีมได้อย่างยอดเยี่ยม พรั่งพร้อมทั้งความเป็นมืออาชีพ ความสุภาพอ่อนน้อม และความเป็นมิตร ต้อนรับลูกค้าอย่างมีมารยาทด้วยความอบอุ่นและเอาใจใส่อย่างแท้จริง

ขณะที่ PRU (พรุ) ร้านอาหาร 1 ดาวมิชลินในจังหวัดภูเก็ต คว้ารางวัล MICHELINGreen Star หรือ “ดาวมิชลินรักษ์โลก”ซึ่งมอบให้กับร้านอาหาร 1 แห่งหรือมากกว่านั้น ที่ดำเนินกิจการและมีแนวปฏิบัติประจำวันด้านการประกอบอาหารที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน รวมทั้งมีบทบาทในการส่งเสริมวิสัยทัศน์ดังกล่าวให้แพร่หลายในวงกว้าง ทั้งนี้ PRU เป็นแบบอย่างที่โดดเด่นในด้านการประกอบอาหารอย่างยั่งยืน โดยมุ่งมั่นเผยแพร่หลักปรัชญา “Dine Good, Do Good” หรือ “กินดีอยู่ดี” ด้วยการลดปริมาณคาร์บอนฟุตพริ้นท์ การใช้สารเคมี และขยะอาหาร นอกจากนี้ ยังประกอบอาหารโดยเลือกใช้วัตถุดิบตามฤดูกาลในประเทศเท่านั้น ซึ่งครอบคลุมอาหารทะเลที่ไม่ได้ออกจับในฤดูวางไข่และเนื้อสัตว์จากฟาร์มเลี้ยงแบบเปิด รวมทั้งยังมีทีมวิจัยที่จัดตั้งธนาคารเมล็ดพันธุ์ขึ้นเพื่อสงวนพืชพรรณในท้องถิ่นให้คงอยู่

ผู้สนใจสามารถคลิกดูรายชื่อและข้อมูลร้านอาหารทั้งหมดที่ได้รับคัดสรรและจัดอันดับอยู่ในคู่มือ “มิชลิน ไกด์ กรุงเทพมหานคร เชียงใหม่ ภูเก็ตและพังงา” ประจำปี2564 (The MICHELIN Guide Bangkok, Chiang Mai, Phuket & Phang-Nga 2021) ซึ่งจัดทำเป็น 2 ภาษา ทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ ได้ทางเว็บไซต์ guide.michelin.com/th/th สำหรับคู่มือแบบรูปเล่มจะเริ่มวางจำหน่ายตามร้านหนังสือชั้นนำทั่วไป ในราคาเล่มละ 650 บาท ตั้งแต่วันที่ 23ธันวาคม เป็นต้นไป

พิธีบำเพ็ญกุศล ครบรอบ 72 ปี สมาคมสตรีอุดมศึกษาแห่งประเทศไทย ในพระอุปถัมภ์ของสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/540657

พิธีบำเพ็ญกุศล ครบรอบ 72 ปี สมาคมสตรีอุดมศึกษาแห่งประเทศไทย ในพระอุปถัมภ์ของสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์

พิธีบำเพ็ญกุศล ครบรอบ 72 ปี สมาคมสตรีอุดมศึกษาแห่งประเทศไทย ในพระอุปถัมภ์ของสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์

วันพฤหัสบดี ที่ 24 ธันวาคม พ.ศ. 2563, 06.00 น.

คณะกรรมการ ดร.พิมพ์พันธุ์ ศรีพิพิธ, นาวาอากาศเอกหญิง ดร.อุษา โพนทอง, ปรานี วสุตตมรัต, รศ.ดร.ชุมพร ยงกิตติกุล อดีตนายกสมาคม, รศ.ดร.รัตนา ตุงคสวัสดิ์ อดีตนายกสมาคม, ศ.กิตติคุณ ดร.ชนิตา รักษ์พลเมือง นายกสมาคมฯ, รศ.ดร.พรรณราย ทรัพยะประภา อดีตนายกสมาคม, ดร.อัญชุลี สิมะเสถียร อุปนายกฝ่ายบริหาร, มัณฑรัตน์ ศรีฉายนาม, ศศนัญ บรรจงโพธิ์กลาง วิเทศสัมพันธ์, ผศ.ดร.จรัสดาว เรโนลด์ นายทะเบียน, ผศ.ดร.เฟื่องอรุณ ปรีดีดิลก เลขาธิการ

เนื่องในโอกาสครบรอบ 72 ปี สมาคมสตรีอุดมศึกษาแห่งประเทศไทย ในพระอุปถัมภ์ของสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอเจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ ศ.กิตติคุณ ดร.ชนิตา รักษ์พลเมือง นายกสมาคมฯจัดพิธีบำเพ็ญกุศลอุทิศถวายเป็นพระกุศลแด่องค์อุปถัมภ์ โดยมีอดีตนายกสมาคมฯ อาทิ รศ.ดร.รัตนา ตุงคสวัสดิ์,รศ.ดร.พรรณราย ทรัพยะประภา, รศ.ดร.ชุมพร ยงกิตติกุล, ผศ.ดร.วิรชฎา บัวศรี พร้อมด้วยที่ปรึกษา อดีตที่ปรึกษา คณะกรรมการ โดยได้รับเกียรติจาก สุมนา อภินรเศรษฐ์ ประธานมูลนิธิเพื่อการศึกษาโรงเรียนวัดทองใน และรองประธานวัดป่าสิริวัฒนวิสุทธิ์ในสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนากรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์, เรณู ซื่อสัตย์ ผู้อำนวยการเขตสวนหลวง มาร่วมพิธี เมื่อวันที่ 20 ธันวาคม 2563ณ ที่ทำการสมาคมฯ ซอยอ่อนนุช 28 เขตสวนหลวง กรุงเทพมหานคร

สมาคมสตรีอุดมศึกษาแห่งประเทศไทย ในพระอุปถัมภ์ของสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนากรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ จดทะเบียนเมื่อวันที่ 22 เมษายน 2491 โดยมี ศ.ท่านผู้หญิงพูนทรัพย์ นพวงศ์ (น.ส.พูนทรัพย์ ไกรยง) เป็นนายกสมาคมฯคนแรก ได้รวบรวมกลุ่มสตรีผู้สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาเมื่อ 72 ปีที่แล้ว ด้วยเห็นว่าสตรีในประเทศไทยสำเร็จการศึกษาจากสถาบันการศึกษาชั้นสูงมากขึ้น จึงก่อตั้งเป็นสมาคมสตรีอุดมศึกษาฯ โดยยึดหลักสากลที่ว่า “การศึกษานำมาซึ่งมิตรภาพและความเข้าใจอันดียิ่งขึ้น” ต่อมาได้ทำการก่อสร้างที่ทำการถาวร จากการบริจาคที่ดินของ ม.ร.ว.เสริมศรี เกษมศรี นายกสมาคมฯในขณะนั้น รวมเป็นจำนวนที่ดิน 2 ไร่กว่า ณ ซอยอ่อนนุช 28 และได้รับพระกรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ จากสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ ทรงเป็นองค์อุปถัมภ์ เมื่อปี พ.ศ. 2495 จึงได้เปลี่ยนชื่อเป็น “สมาคมสตรีอุดมศึกษาแห่งประเทศไทยในพระอุปถัมภ์ของสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์”สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ องค์อุปถัมภ์ของสมาคมสตรีอุดมศึกษาแห่งประเทศไทยสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ องค์อุปถัมภ์ของสมาคมสตรีอุดมศึกษาแห่งประเทศไทยพระสงฆ์ 10 รูป จากวัดยาง สวดพระพุทธมนต์ในงานบำเพ็ญกุศลอุทิศถวายเป็นพระกุศล แด่ สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์พระสงฆ์ 10 รูป จากวัดยาง สวดพระพุทธมนต์ในงานบำเพ็ญกุศลอุทิศถวายเป็นพระกุศล แด่ สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ศ.กิตติคุณ ดร.ชนิตา รักษ์พลเมือง นายกสมาคมฯ จุดเครื่องทองน้อย หน้าพระรูปศ.กิตติคุณ ดร.ชนิตา รักษ์พลเมือง นายกสมาคมฯ จุดเครื่องทองน้อย หน้าพระรูปผศ.ดร.เฟื่องอรุณ ปรีดีดิลก, พัชรา มาดล, ผอ.เรณู ซื่อสัตย์, สุมนา อภินรเศรษฐ์, ศ.กิตติคุณ ดร.ชนิตา รักษ์พลเมือง, ดร.อัญชุลี สิมะเสถียร, ศศนัญ บรรจงโพธิ์กลาง, นาวาอากาศเอกหญิง ดร.อุษา โพนทอง

ผศ.ดร.เฟื่องอรุณ ปรีดีดิลก, พัชรา มาดล, ผอ.เรณู ซื่อสัตย์, สุมนา อภินรเศรษฐ์, ศ.กิตติคุณ ดร.ชนิตา รักษ์พลเมือง, ดร.อัญชุลี สิมะเสถียร, ศศนัญ บรรจงโพธิ์กลาง, นาวาอากาศเอกหญิง ดร.อุษา โพนทองร่วมกันปลูกต้นรวงผึ้ง เกวลิน สวรรคทัต, ผศ.ดร.เฟื่องอรุณ ปรีดีดิลก, ผศ.ดร.วิรชฎา บัวศรี อดีตนายกสมาคมฯ, ดร.อัญชุลี สิมะเสถียร, รศ.ดร.ชุมพร ยงกิตติกุล อดีตนายกสมาคมฯ และกรรมการมูลนิธิฯ ศ.กิตติคุณ ดร.ชนิตา รักษ์พลเมือง, สุมนา อภินรเศรษฐ์, ผอ.เรณู ซื่อสัตย์, มัณฑรัตน์ ศรีฉายนาม, นาวาอากาศเอกหญิงอุษา โพนทอง, ศศนัญ บรรจงโพธิ์กลางร่วมกันปลูกต้นรวงผึ้ง เกวลิน สวรรคทัต, ผศ.ดร.เฟื่องอรุณ ปรีดีดิลก, ผศ.ดร.วิรชฎา บัวศรี อดีตนายกสมาคมฯ, ดร.อัญชุลี สิมะเสถียร, รศ.ดร.ชุมพร ยงกิตติกุล อดีตนายกสมาคมฯ และกรรมการมูลนิธิฯ ศ.กิตติคุณ ดร.ชนิตา รักษ์พลเมือง, สุมนา อภินรเศรษฐ์, ผอ.เรณู ซื่อสัตย์, มัณฑรัตน์ ศรีฉายนาม, นาวาอากาศเอกหญิงอุษา โพนทอง, ศศนัญ บรรจงโพธิ์กลาง

ต้นรวงผึ้ง ต้นไม้ประจำรัชกาลที่ 10 เรณู ซื่อสัตย์ ผอ.เขตสวนหลวง, ศ.กิตติคุณ ดร.ชนิตา รักษ์พลเมือง นายกสมาคมฯ, สุมนา อภินรเศรษฐ์ ประธานมูลนิธิเพื่อการศึกษาโรงเรียนวัดทองในและรองประธานวัดป่าสิริวัฒนวิสุทธิ์ในพระองค์ฯต้นรวงผึ้ง ต้นไม้ประจำรัชกาลที่ 10 เรณู ซื่อสัตย์ ผอ.เขตสวนหลวง, ศ.กิตติคุณ ดร.ชนิตา รักษ์พลเมือง นายกสมาคมฯ, สุมนา อภินรเศรษฐ์ ประธานมูลนิธิเพื่อการศึกษาโรงเรียนวัดทองในและรองประธานวัดป่าสิริวัฒนวิสุทธิ์ในพระองค์ฯหน้าที่ทำการของสมาคมฯ ชุติมา อรรถวรรัตน์, สุวรรณา ส่งเสริมสวัสดิ์, ระพีพันธุ์ โค้วสุวรรณ, ศศนัญ บรรจงโพธิ์กลาง, ศ.กิตติคุณ ดร.ชนิตา รักษ์พลเมือง, สุมนา อภินรเศรษฐ์,ผศ.ดร.เฟื่องอรุณ ปรีดีดิลกหน้าที่ทำการของสมาคมฯ ชุติมา อรรถวรรัตน์, สุวรรณา ส่งเสริมสวัสดิ์, ระพีพันธุ์ โค้วสุวรรณ, ศศนัญ บรรจงโพธิ์กลาง, ศ.กิตติคุณ ดร.ชนิตา รักษ์พลเมือง, สุมนา อภินรเศรษฐ์,ผศ.ดร.เฟื่องอรุณ ปรีดีดิลกโสภา อมราศรัยศรี นายกสโมสรกีฬาสวนหลวง, ดร.ชาญณรงค์ ลักษณียนาวิน ประธานสภาวัฒนธรรมกรุงเทพมหานคร, พัชรา มาดล, อร่ามรัตน์ บุณยรัตน์โยธิน พร้อมเจ้าหน้าที่เขตสวนหลวงโสภา อมราศรัยศรี นายกสโมสรกีฬาสวนหลวง, ดร.ชาญณรงค์ ลักษณียนาวิน ประธานสภาวัฒนธรรมกรุงเทพมหานคร, พัชรา มาดล, อร่ามรัตน์ บุณยรัตน์โยธิน พร้อมเจ้าหน้าที่เขตสวนหลวงวงดนตรีไทยมาบรรเลงในงานวงดนตรีไทยมาบรรเลงในงาน

แพทย์ผู้เชี่ยวชาญร่วมแนะวิธีดูแลสุขภาพ ให้พร้อมรับมือฝุ่นและไวรัสที่แพร่กระจายในอากาศ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/540687

แพทย์ผู้เชี่ยวชาญร่วมแนะวิธีดูแลสุขภาพ ให้พร้อมรับมือฝุ่นและไวรัสที่แพร่กระจายในอากาศ

แพทย์ผู้เชี่ยวชาญร่วมแนะวิธีดูแลสุขภาพ ให้พร้อมรับมือฝุ่นและไวรัสที่แพร่กระจายในอากาศ

วันพฤหัสบดี ที่ 24 ธันวาคม พ.ศ. 2563, 06.00 น.

รศ.แพทย์หญิงรวีรัตน์ สิชฌรังสี

เข้าสู่ฤดูหนาว อากาศเย็นๆ แบบนี้คงเป็นที่ถูกใจใครหลายๆ คน แต่ก็เป็นช่วงฤดูที่ฝุ่น PM2.5 กลับมา พร้อมๆ กับไวรัสที่สามารถแพร่กระจายได้ทางอากาศฟิลิปส์ในฐานะผู้นำด้านเทคโนโลยีเพื่อการดูแลสุขภาพ มีความห่วงใยต่อประชาชนคนไทย จึงได้เชิญแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านระบบทางเดินหายใจมาร่วมให้ความรู้เกี่ยวกับการดูแลสุขภาพให้สามารถรับมือกับ “ฤดูฝุ่น”และ “ไวรัสที่สามารถแพร่กระจายในอากาศ” โดยเฉพาะในครอบครัวที่มีเด็กเล็กและผู้สูงอายุที่ยิ่งต้องให้ความใส่ใจและดูแลเป็นพิเศษ

รองศาสตราจารย์ แพทย์หญิงรวีรัตน์ สิชฌรังษี กุมารแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคภูมิแพ้และภูมิคุ้มกันโรงพยาบาลพระรามเก้า และเจ้าของเพจคุยกับหมอภูมิแพ้เด็ก by Dr.Mai กล่าวว่า “โดยปกติช่วงฤดูฝนจนเข้าสู่ฤดูหนาว เราจะพบผู้ป่วยโรคติดเชื้อทางเดินหายใจสูงขึ้น ซึ่งสาเหตุมาจากทั้งสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว และความชื้นในอากาศที่เพิ่มขึ้นส่งผลให้เอื้อต่อการเจริญเติบโตของเชื้อไวรัสและฝุ่นละอองขนาดเล็กที่เพิ่มมากขึ้น แต่ในปีนี้จากที่มีการรณรงค์ให้ประชาชนมีการใส่หน้ากากและการดูแลความสะอาดมากขึ้น ล้างมือบ่อยขึ้น ทำให้ยอดผู้ติดเชื้อไข้หวัดธรรมดาและไข้หวัดใหญ่ลดลงกว่าปีก่อนๆ เมื่อเทียบสถิติกับปี 2562 ที่พบผู้ป่วยไข้หวัดใหญ่ถึง 396,000 ราย แต่ปี 2563 นี้มีรายงานพบผู้ป่วยทั่วประเทเพียง 116,052 ราย จากทั่วประเทศ อย่างไรก็ตาม สิ่งที่น่าห่วงคือ การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสตัวอื่นๆ โดยเฉพาะในเด็กเล็กและผู้สูงอายุที่มีความเสี่ยงต่อการเกิดความรุนแรงของโรคได้ ถึงแม้ว่าจะอยู่แต่ในบ้านก็ตาม เพราะผู้ใหญ่ที่ต้องออกไปทำงานข้างนอกอาจนำเชื้อเข้ามาในบ้านได้ ผ่านทางเสื้อผ้า สิ่งของเครื่องใช้ต่างๆ ได้”

ไวรัสที่แพร่กระจายทางอากาศ มีอยู่หลายชนิด ที่เราคุ้นเคยกันดีคือกลุ่มไวรัสและแบคทีเรียที่ทำให้เกิดอาการไข้หวัดธรรมดาและไข้หวัดใหญ่ ได้แก่ไรโนไวรัส (Rhinovirus), อะดิโนไวรัส(Adenovirus), โคโรนาไวรัส (Coronavirus),อินฟลูเอนซา (Influenza) หรือ อาร์เอสวี(Respiratory Syncytial Virus) ส่วนกลุ่มแบคทีเรีย ได้แก่ สเตรปโตคอคคัส(Streptococcus), ไมโครพลาสมา(Mycoplasma) เป็นต้นนอกจากนี้ยังมีเชื้อไวรัสในกลุ่ม MERS-CoV และ SARS-CoVที่ทำให้เกิดโรคทางเดินหายใจเฉียบพลันรุนแรง

สิริวรรณ นิจกิจจาทร

“โรคทางเดินหายใจที่เกิดจากการติดเชื้อไวรัสส่วนมาก จะไม่มียารักษาโดยตรง แพทย์ต้องทำการรักษาตามอาการ เช่น หากมีไข้ก็ให้ยาลดไข้ หากมีอาการน้ำมูลไหล ไอ จาม ก็ให้ยาลดน้ำมูก แก้ไอ เท่านั้น ทำให้ผู้ป่วยที่ติดเชื้อไวรัสมีโอกาสแพร่เชื้อให้ผู้อื่นได้ โดยเฉพาะในครอบครัวที่มีเด็กเล็กและผู้สูงอายุ อย่างในช่วงนี้จะเห็นว่ามีการแพร่พระบาดของไวรัสอาร์เอสวี (RSV)ซึ่งเป็นเชื้อไวรัสชนิดหนึ่งที่เป็นสาเหตุของการติดเชื้อทางเดินหายใจทั้งส่วนบนและส่วนล่าง สามารถเกิดการติดเชื้อได้ทั้งในเด็กและผู้ใหญ่แต่ในผู้ใหญ่อาจจะไม่แสดงอาการเด่นชัดหรือรุนแรงเท่าในกลุ่มเด็กเล็ก การติดต่อผ่านสารคัดหลั่งต่างๆ เช่น น้ำมูก น้ำลาย ไอ จาม และการสัมผัส ซึ่งหากเด็กได้รับเชื้อในช่วง 2-4วันแรก มักมีอาการคล้ายไข้หวัดธรรมดา แต่เมื่อการดำเนินโรคมีมากขึ้น จะส่งผลให้ทางเดินหายใจส่วนล่างมีการอักเสบ ทำให้เกิดอาการรุนแรง เช่น ไข้สูง ไอแรงหอบเหนื่อย หายใจมีเสียงครืดคราด มีเสมหะในลำคอ ดังนั้น คำแนะนำจากแพทย์คือ ไม่ว่าจะป้องกันไวรัสชนิดไหนควรทำความสะอาดร่างกายทุกครั้งที่กลับจากนอกบ้านล้างมือบ่อยๆ โดยเฉพาะครอบครัวที่มีเด็กเล็ก ต้องทำความสะอาดร่างกายหรือล้างมือก่อนสัมผัสเด็กหลีกเลี่ยงให้ผู้อื่นสัมผัสใกล้ชิดหรือกอดหอมเด็กนอกบ้านและควรฝึกให้ลูกใส่หน้ากากอนามัยและล้างมือเป็นประจำเมื่อเวลาออกนอกบ้าน หมั่นทำความสะอาดสิ่งของเครื่องใช้ที่มาจากนอกบ้าน ทานอาหารที่มีประโยชน์ให้ครบ 5 หมู่ พักผ่อนให้เพียงพอและรักษาสุขภาพให้แข็งแรงอยู่เสมอ หากสงสัยว่ามีไข้ เป็นหวัดที่มีอาการรุนแรงให้รีบพบแพทย์ทันที”

“สำหรับโรคทางเดินหายใจอีกชนิด คือ โรคภูมิแพ้ ซึ่งมักพบอัตราการกำเริบและยอดผู้ป่วยสูงขึ้นในช่วงที่อากาศเย็นและมีการเปลี่ยนแปลงบ่อยปัจจุบันพบผู้ป่วยโรคภูมิแพ้อากาศหรือโรคจมูกอักเสบจากภูมิแพ้ (Allergic Rhinitis) สูงกว่า 20% ในกลุ่มประชากรสำหรับอาการของผู้ป่วยโรคภูมิแพ้ มักจะมีอาการคัดจมูก น้ำมูกไหล จาม ซึ่งจะเป็นๆหายๆติดต่อกันนานมากกว่า 4 สัปดาห์ จะแตกต่างจากไข้หวัดชนิดอื่นๆ ถึงแม้ว่าโรคภูมิแพ้จะเป็นโรคเรื้อรังแต่ก็มีโอกาสหายขาดได้ ดังนั้น แนะนำให้เข้าพบแพทย์เพื่อรับการรักษาและวินิจฉัยตั้งแต่เนิ่นๆ ไม่ควรปล่อยไว้จนโพรงจมูกได้รับความเสียหายเป็นเวลานานส่วนวิธีการดูแลสุขภาพเพื่อลดความรุนแรงของโรคนี้สามารถทำได้โดยการปรับพฤติกรรมตัวเองด้วยการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอพักผ่อนให้เพียงพอพยายามไม่เครียด และหลีกเลี่ยงสารก่อภูมิแพ้ก็จะช่วยให้อาการของโรคเกิดน้อยลงได้ หากมีอาการกำเริบมากควรมาพบแพทย์” รศ.พญ.รวีรัตน์ กล่าวทิ้งท้าย

ด้าน นางสาวสิริวรรณ นิจกิจจาทร ผู้จัดการทั่วไป กลุ่มธุรกิจ Personal Health บริษัท ฟิลิปส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “ฟิลิปส์ ในฐานะผู้นำด้านเทคโนโลยีเพื่อการดูแลสุขภาพ เราตระหนักถึงความสำคัญในการนำเสนอนวัตกรรมที่เข้าไปช่วยดูแลคุณภาพชีวิตและความเป็นอยู่ที่ดีให้ผู้บริโภค และในครั้งนี้เราได้นำเสนอเครื่องฟอกอากาศ Philips Air Purifier 4000i series และ PhilipsAir Purifier 2000i ทั้ง 2 รุ่นใหม่ล่าสุดมาพร้อมจุดเด่นที่ระบบกรองอากาศอัตโนมัติแบบอัจฉริยะ ได้รับการยืนยันว่าสามารถดักจับไวรัส H1N1 ที่แพร่กระจายในอากาศได้และผ่านการทดสอบกับโคโรนาไวรัสแล้วพร้อมป้องกันสารก่อภูมิแพ้ภายในบ้าน อาทิ ได้แก่ ไรฝุ่น ขนสัตว์ละอองเกสรดอกไม้ เชื้อราภายในบ้านควันบุหรี่ และฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 โดยเครื่องฟอกอากาศ ทั้ง 2 รุ่น ยังสามารถเชื่อมต่อผ่านแอพพลิเคชั่น Philips Clean Home+ เพื่อให้คุณสามารถตรวจสอบและควบคุมอากาศภายในบ้านด้วยสมาร์ทโฟนได้ทุกที่ทุกเวลา จึงมั่นใจได้ว่าอากาศในบ้านคุณจะสะอาดบริสุทธิ์เพื่อทุกคนในครอบครัว”

ผู้ที่สนใจสามารถติดตามรายละเอียดผลิตภัณฑ์ได้ที่เว็บไซต์ www.philips.co.thหรือเฟซบุ๊คเพจ www.facebook.com/philipsthailand หรือติดต่อศูนย์ข้อมูลผู้บริโภคฟิลิปส์ โทร.02-6143340

มหาวิทยาลัยสยามติดอันดับ Top 100 มหาวิทยาลัยยั่งยืนของโลก #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/540707

มหาวิทยาลัยสยามติดอันดับ Top 100 มหาวิทยาลัยยั่งยืนของโลก

มหาวิทยาลัยสยามติดอันดับ Top 100 มหาวิทยาลัยยั่งยืนของโลก

วันพฤหัสบดี ที่ 24 ธันวาคม พ.ศ. 2563, 06.00 น.

องคมนตรีและนายกสภามหาวิทยาลัยสยาม พลอากาศเอกชลิต พุกผาสุข แสดงความยินดีกับอธิการบดี ดร.พรชัย มงคลวนิชในโอกาสที่มหาวิทยาลัยสยาม ได้รับการจัดอันดับเป็นมหาวิทยาลัยยั่งยืนอันดับที่ 93 ของโลก (the 93rd World’sMost Sustainable University) อันดับที่ 30 ของมหาวิทยาลัยในภูมิภาคเอเชีย และอันดับ 5 ของประเทศไทย จากการจัดอันดับของ UI GreenMetric World University Rankings 2020

UI GreenMetric World University Rankings จัดทำโดย University of Indonesia (UI) ประเทศอินโดนีเซีย มาเป็นเวลา 10 ปีแล้ว ตั้งแต่ พ.ศ.2553 การจัดอันดับพิจารณาจากโครงสร้างพื้นฐานการจัดการด้านพลังงาน การจัดการของเสีย การจัดการน้ำการเดินทาง และการศึกษาด้านความยั่งยืน โดยในปีนี้มีมหาวิทยาลัยจากทั่วโลกเข้าร่วมการจัดอันดับจำนวน 912 แห่งมหาวิทยาลัยในภูมิภาคเอเชีย 468 แห่ง มหาวิทยาลัยจากประเทศไทย 37 แห่งที่น่ายินดี คือ ในปีนี้มหาวิทยาลัยสยามได้รับการจัดอันดับที่ 1 ของมหาวิทยาลัยไทยถึงสองด้าน คือ การเดินทาง และการศึกษาด้านความยั่งยืน ส่วนในอันดับโลกมหาวิทยาลัยสยามก็ได้รับการจัดอันดับที่ 31ของโลกด้านการเดินทาง และอันดับที่ 28ของโลกด้านการศึกษาเพื่อความยั่งยืนจากมหาวิทยาลัยทั้งหมด912 แห่ง รวมทั้งยังเป็นมหาวิทยาลัยที่ยั่งยืนอันดับที่ 45 ของมหาวิทยาลัยที่ตั้งอยู่ในเขตเมืองทั้งหมด 459 แห่งทั่วโลก

สำหรับ “สุดยอดมหาวิทยาลัยยั่งยืน” ของโลกประจำปี 2020 ได้แก่ Wageningen University & Research ประเทศเนเธอร์แลนด์ ได้รับคะแนนจากการประเมินทั้ง 6 ด้าน ที่ 9,150 คะแนน ส่วนมหาวิทยาลัยไทยที่สามารถก้าวขึ้นไปสู่อันดับ Top 100 มหาวิทยาลัยยั่งยืนของโลกมีเพียง 5 แห่ง คือ มหาวิทยาลัยมหิดล ได้อันดับ 62 ของโลก (7,875 คะแนน) มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ได้อันดับ 73 ของโลก (7,775 คะแนน) มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี ได้อันดับที่ 81 ของโลก (7,675 คะแนน) มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ อันดับ 82 ของโลก (7,675 คะแนน) และมหาวิทยาลัยสยาม ได้อันดับที่ 93 ของโลก (7,575 คะแนน)

ทั้งนี้ การจัดอันดับ หรือ Rankingเป็นเรื่องจำเป็นเพราะทำให้มหาวิทยาลัยแต่ละแห่งได้เรียนรู้ตนเอง ได้ทบทวนประเด็นที่ต้องเพิ่มการพัฒนา และในภาพรวมทำให้เห็นบทบาทของมหาวิทยาลัยที่จะร่วมกันเป็นพลังในการขับเคลื่อนการพัฒนาของประเทศให้เข้มแข็งและเกิดความยั่งยืนต่อไป

นาวสาวไทย 2563 เดินสายขอบคุณสื่อ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/540708

นาวสาวไทย 2563 เดินสายขอบคุณสื่อ

นาวสาวไทย 2563 เดินสายขอบคุณสื่อ

วันพฤหัสบดี ที่ 24 ธันวาคม พ.ศ. 2563, 06.00 น.

เมย์-ณัฐพัชร พงษ์ประพันธ์ นางสาวไทย ประจำปี 2563 นำทีมรองนางสาวไทย เดินสายขอบคุณสื่อมวลชน ที่หนังสือพิมพ์แนวหน้า โดยมี ผาณิต พูนศิริวงศ์
ประธานบริษัท หนังสือพิมพ์แนวหน้า จำกัด ต้อนรับ พร้อมไลฟ์สดผ่านเฟซบุ๊ค เปิดใจหลังจากได้รับตำแหน่ง ในบรรยากาศที่เต็มไปด้วยรอยยิ้มและเสียงหัวเราะ สามารถติดตามชมย้อนหลังได้ที่ https://m.facebook.com/story.php?story_fbid=230179975155400&id=145670862150381

#รามาฯ ส่งความสุข ‘กล่องของขวัญแห่งชีวิต’ ให้ผู้ป่วยยากไร้ สุขใดจะสุขใจเท่า สุขภาพแข็งแรง #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/540655

#รามาฯ ส่งความสุข ‘กล่องของขวัญแห่งชีวิต’  ให้ผู้ป่วยยากไร้ สุขใดจะสุขใจเท่า สุขภาพแข็งแรง

#รามาฯ ส่งความสุข ‘กล่องของขวัญแห่งชีวิต’ ให้ผู้ป่วยยากไร้ สุขใดจะสุขใจเท่า สุขภาพแข็งแรง

วันพฤหัสบดี ที่ 24 ธันวาคม พ.ศ. 2563, 06.00 น.

สถานการณ์ที่เกิดขึ้นมากมาย ทำให้ดูเหมือนว่าช่วงเวลาของปีนี้นั้นผ่านไปอย่างรวดเร็ว และก็คงจะไม่ต่างจากปีก่อนๆ ที่บรรยากาศช่วงส่งท้ายปีเก่า ตามถนนอาคารห้างร้านต่างๆ เริ่มตกแต่งประดับไฟหลากสีสวยงามต้อนรับปีใหม่ในเทศกาลแห่งความสุข

หากแต่ยังมีผู้ป่วยยากไร้จำนวนหนึ่งที่เวลาในแต่ละวันนั้นช่างยาวนาน เพราะกำลังรอคอยโอกาสการรักษาด้วยความหวัง มูลนิธิรามาธิบดี ในพระราชูปถัมภ์สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ในฐานะองค์กรการกุศล มีพันธกิจในการเป็นศูนย์กลางการระดมทุน เพื่อสนับสนุนการดำเนินงานของคณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล จึงได้จัดกิจกรรม #รามาฯ ส่งความสุขบนความเชื่อที่ว่า ไม่มีสุขใดจะสุขใจเท่า การมีสุขภาพแข็งแรง เพื่อเชิญชวนพี่น้องคนไทยทุกคนร่วมส่งต่อสุขภาพที่ดีเป็น กล่องของขวัญแห่งชีวิต ส่งต่อความช่วยเหลือให้ผู้ป่วยยากไร้เหล่านี้ได้รับการรักษามีโอกาสเฉลิมฉลองเทศกาลแห่งความสุขนี้ไปด้วยกันซึ่งได้รับเกียรติจากศิลปินจิตอาสา “เบล” เศรษฐพรก่อวานิชกุล นักวาดภาพประกอบเจ้าของผลงานสติ๊กเกอร์ John and Lulu ที่มาออกแบบลายในครั้งนี้

ขอเชิญร่วมบริจาคเงิน ชื่อบัญชีมูลนิธิรามาธิบดี “โครงการเพื่อผู้ป่วยยากไร้” บริจาคออนไลน์ www.ramafoundation.or.th เงินบริจาคของท่านจะนำไปช่วยเหลือค่ารักษาพยาบาลแก่ผู้ป่วยยากไร้เป็นการมอบสุขภาพที่ดีเป็นของขวัญปีใหม่ที่มีคุณค่านอกจากนี้ สามารถติดตามเรื่องราวของผู้ป่วยยากไร้ในสังคมไทย ได้จาก #รามาฯส่งความสุข ร่วมส่งข้อความพลังใจ พร้อมติดแฮชแท็ก #รามาฯส่งความสุขและชวนคนที่คุณรักมาร่วมส่งความสุขด้วยกัน คำว่าให้…ไม่สิ้นสุด สอบถามโทร.02-2011111

S’uvimol แบรนด์กระเป๋าหนังเอ็กโซติก เปิด แฟลกชิพ สโตร์ สุดหรู แห่งแรก #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/540701

S’uvimol แบรนด์กระเป๋าหนังเอ็กโซติก  เปิด แฟลกชิพ สโตร์ สุดหรู แห่งแรก

S’uvimol แบรนด์กระเป๋าหนังเอ็กโซติก เปิด แฟลกชิพ สโตร์ สุดหรู แห่งแรก

วันพฤหัสบดี ที่ 24 ธันวาคม พ.ศ. 2563, 06.00 น.

S’uvimol แฟลกชิพ สโตร์ สุดหรู แห่งแรก

จากฟาร์มจระเข้สมุทรปราการที่โด่งดังสู่แบรนด์กระเป๋าหนังเอ็กโซติก S’uvimol (สุวิมล) ที่โลดแล่นในตลาดแฟชั่นระดับโลกมากว่า 10 ปีนำโดย พัชรพิมล ยังประภากรผู้ก่อตั้งแบรนด์ S’uvimol จัดงานเปิดร้าน “S’uvimol Flagship Store (สุวิมล แฟลกชิพ สโตร์)”สุดหรูแห่งแรกพร้อมเปิดตัวกระเป๋ารุ่นใหม่ล่าสุด “Madison Bag (เมดิสันแบ็ก)” ที่วางจำหน่ายเฉพาะในS’uvimol Flagship Store ชั้น 1 ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเอ็มบาสซี 

ภายในงานได้รับเกียรติจากเซเลบริตี้ อาทิ กอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร,ดร.กฤษติกา คงสมพงษ์, จิตรลดาดิษยนันทน์ กัลย์จาฤก, อรุโณชา ภาณุพันธุ์,อดิศัย กุญชร ณ อยุธยา, นิติสว่างวัฒนไพบูลย์, ยลวารี สัตยนาวิน, ซาร่า เล็กจ์, สุรีย์ รัตนหิรัญญา,ศรีสุภางค์ มอริส, อารีรัตน์ กฤษณะสมิต,ปนุ สมบัติยานุชิต และ รินทร์รตา อินทามระ มาร่วมฉลองการเปิดตัวครั้งแรกของ S’uvimol Flagship Store พร้อมสัมผัสความพิเศษของกระเป๋ารุ่น Madison Bag ก่อนใคร

พัชรพิมล ยังประภากร กล่าวว่า S’uvimol ได้รับคัดเลือกให้เป็นแบรนด์กระเป๋าประเภท Luxury และเป็นแบรนด์ไทยแบรนด์เดียวที่ได้มาเปิดร้านที่ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเอ็มบาสซีซึ่งถือเป็นแฟลกชิพ สโตร์ แห่งแรกของแบรนด์เลยก็ว่าได้ ดังนั้นจึงทำให้เราได้แสดง DNA ของแบรนด์ได้เต็มที่และชัดเจน ภายในแฟลกชิพ สโตร์เราได้ออกแบบร้านให้มีโทเทิล ลุค โทนสีม่วงทั้งร้าน เพราะเป็นสีซิกเนเจอร์ของแบรนด์ นอกจากนั้น เรายังได้สร้างสรรค์ห้องรับรองโดยยก S’uvimol Tea House (สุวิมล ทีเฮ้าส์) จากร้านChef-Table (เชฟ เทเบิล) ของแบรนด์มาไว้ที่นี่อีกด้วย โดยในส่วนของห้องรับรองนี้จะเสิร์ฟเมนูขึ้นชื่อของทางร้านอย่าง “มะม่วงน้ำปลาหวาน” ซึ่งมีรสชาติกลมกล่อมและปรุงอย่างพิถีพิถันด้วยวัตถุดิบพรีเมียมเสิร์ฟพร้อมกับชาสูตรพิเศษผสมสมุนไพรนานาชนิดที่เราปลูกเอง เช่น โรสแมร์รี่ ไทม์ สะระแหน่ และหญ้าหวาน 

พัชรพิมล ยังประภากร

เพื่อความพิเศษในโอกาสเปิดแฟลกชิพ สโตร์แห่งใหม่ ทางแบรนด์ได้ดีไซน์กระเป๋ารุ่นพิเศษ “MadisonBag” ภายใต้คอนเซ็ปต์อันเป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์ เน้นความทันสมัยและคลาสสิกในเวลาเดียวกัน สามารถใช้งานได้ตลอดไม่ตกเทรนด์ ซึ่งได้แรงบันดาลใจมาจากรูปทรงเรขาคณิตอันโดดเด่น เสมือนกรอบรูปที่โชว์ความสวยงามและเสน่ห์ของหนังเอ็กโซติก และที่สำคัญคือมีวางจำหน่ายเฉพาะที่ S’uvimol FlagshipStore Central Embassy เท่านั้น  

ภายในแฟลกชิพ สโตร์ นอกจากจะมีกระเป๋า S’uvimol ครบทุกรุ่น ครบทุกประเภทหนังเอ็กโซติกแล้ว ยังมีแบรนด์ในเครืออย่าง Maison SVM ซึ่งเน้น Timeless Accessory สามารถใช้ได้ทั้งสุภาพบุรุษและสุภาพสตรี รวมถึง Clothing Line อย่าง S’uvimol Atelier ที่มีเสื้อผ้าและรองเท้าอีกด้วย ทำให้ S’uvimol Flagship Store (สุวิมล แฟลกชิพ สโตร์) ที่ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเอ็มบาสซี เป็นร้านที่มีผลิตภัณฑ์ทุกประเภทครบถ้วน

ทั้งนี้ แบรนด์ S’uvimol ได้ชื่อว่าเป็น Queen of Exotic (ควีน ออฟ เอ็กโซติก) ผลิตแต่กระเป๋าหนังเอ็กโซติกซึ่งเป็นหนังหายากเท่านั้น  ได้แก่ “หนังจระเข้” สุดยอดหนังที่ได้ชื่อว่าเป็น The King of Leather “หนังนกกระจอกเทศ”จากฟาร์ม Klein Karoo อันดับ 1 จากแอฟริกาใต้ ซึ่งจัดเป็นประเทศที่ผลิตหนังนกกระจอกเทศที่ดีที่สุดในโลก “หนัง LIZARD (ลิซาร์ด)” โดดเด่นด้วยเท็กซ์เจอร์ผิวสัมผัสและความยูนิคของลวดลาย “หนัง STINGRAY” หรือ ปลากระเบน เป็นหนังที่มีลักษณะพื้นผิวพิเศษเหมือนลูกปัดอันเงางามและเรียงตัวอย่างละเอียด ทำให้หนังแข็งแรงที่สุดในบรรดาหนังเอ็กโซติกทั้งหมด “หนังงูหลาม หรืองูเหลือม (PYTHON)” ซึ่งหายากและมีขนาดใหญ่ ลวดลายของหนังงูมีรูปทรงคล้ายกับเพชร (Diamond Shape) ให้อารมณ์กราฟิกที่ทันสมัย

อย่างไรก็ตาม กระเป๋าหนังเอ็กโซติกโดยธรรมชาติแล้วค่อนข้างแข็งแรง ทนทาน และยิ่งถ้าเป็นกระเป๋าหนังเอ็กโซติกของ S’uvimol ยิ่งดูแลรักษาง่าย เพราะทางแบรนด์ได้ให้โรงฟอกทำการฟอกกันฝุ่น กันน้ำในทุกประเภทหนังมาระดับหนึ่งแล้ว การทำความสะอาดจึงทำได้อย่างง่ายๆ ด้วยการใช้ผ้านุ่มสะอาดเช็ดปัดฝุ่น ส่วนวิธีการเก็บกระเป๋าหนังเอ็กโซติกเมื่อไม่ใช้งานเพียงเก็บในถุงผ้าเนื้อนุ่มและหนาพอควร เพื่อป้องกันการเสียดสีระหว่างกระเป๋าขณะเก็บในตู้ อีกทั้ง ยังสามารถเก็บไว้ห้องอุณหภูมิปกติได้ แต่ควรหลีกเลี่ยงห้องที่อับชื้นหรืออบอ้าวยลวารี สัตยนาวิน, พิชชา ธนาลงกรณ์, ชวมณฑ์ ปวโรดม,รัสวดี ควรทรงธรรม และ รินทร์รตา อินทามระยลวารี สัตยนาวิน, พิชชา ธนาลงกรณ์, ชวมณฑ์ ปวโรดม,รัสวดี ควรทรงธรรม และ รินทร์รตา อินทามระชวมณฑ์ ปวโรดม แนะนำวิธีการดูแลและเก็บรักษากระเป๋าชวมณฑ์ ปวโรดม แนะนำวิธีการดูแลและเก็บรักษากระเป๋า