“วัชระ” เชิญประชาชนร่วมปกป้องผลประโยชน์ชาติ ลงชื่อคัดค้านขยายเวลาสร้างรัฐสภาครั้งที่ 5 #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

“วัชระ” เชิญประชาชนร่วมปกป้องผลประโยชน์ชาติ ลงชื่อคัดค้านขยายเวลาสร้างรัฐสภาครั้งที่ 5 (komchadluek.net)

“วัชระ” เชิญประชาชนร่วมปกป้องผลประโยชน์ชาติ ลงชื่อคัดค้านขยายเวลาสร้างรัฐสภาครั้งที่ 5

"วัชระ" เชิญประชาชนร่วมปกป้องผลประโยชน์ชาติ ลงชื่อคัดค้านขยายเวลาสร้างรัฐสภาครั้งที่ 5

23 ธันวาคม 2563 – 15:10 น.

“วัชระ” เชิญประชาชนร่วมปกป้องผลประโยชน์ชาติ ลงชื่อคัดค้านขยายเวลาสร้างรัฐสภาครั้งที่ 5 ได้ที่ http://bit.ly/2LXzCbH 

เมื่อวันที่ 23ธ.ค.2563 นายวัชระ เพชรทอง อดีตส.ส.ประชาธิปัตย์ กล่าวว่า เมื่อวานนี้ได้มีการประชุมคณะกรรมการตรวจการจ้างอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ ที่มีนายสาธิต ประเสริฐศักดิ์ ประธานคณะกรรมการตรวจการจ้าง เป็นประธานพิจารณาร่วมกับกลุ่มบริษัทผู้บริหารโครงการหรือCAMA และกลุ่มบริษัทควบคุมงานหรือATTA เรื่องการขยายเวลาการก่อสร้างอีกครั้งหลังจากที่มีการขยายเวลามาแล้วถึง 4 ครั้งเป็นเวลายาวนานถึง 1,864วัน จากสัญญาก่อสร้างเดิม 900 วันรวมเป็น 2,764 วันก็ยังไม่แล้วเสร็จ ซึ่งมีค่าปรับหากล่าช้าถึงวันละ 12 ล้านบาท สำหรับการขยายเวลาครั้งที่ 4 กำลังจะครบกำหนดในวันที่ 31 ธันวาคมนี้ ถือเป็นการสร้างความเสียหายให้กับราชการอย่างมากมายมหาศาล  

"วัชระ" เชิญประชาชนร่วมปกป้องผลประโยชน์ชาติ ลงชื่อคัดค้านขยายเวลาสร้างรัฐสภาครั้งที่ 5

นายวัชระ กล่าวว่า การหารือในที่ประชุมยังไม่มีมติว่าจะให้ขยายเวลาเป็นครั้งที่5 เป็นเวลา 133 วันอีกหรือไม่ ซึ่งนายสาธิตได้กล่าวในที่ประชุมว่า ปัญหาที่เกิดขึ้นอยู่นี้มาจากคณะกรรมการตรวจการจ้างชุดเก่า จึงต้องให้ทั้งCAMAและATTAกลับไปหาเหตุผลที่ดีกว่านี้ในการขอขยายเวลา แล้วนำกลับมาพิจารณาใหม่ในวันพฤหัสบดีที่ 24 ธ.ค.นี้ ซึ่งเรื่องนี้น่าเห็นใจในการปฏิบัติหน้าที่ของนายสาธิต เพราะสำนักกฎหมาย สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรได้ทำหนังสือลงวันที่ 15 ธันวาคม 2563 ถึงนายสาธิตว่า ไม่เห็นด้วยกับการขยายเวลาครั้งนี้ทั้งด้านข้อกฎหมายและข้อเท็จจริงอย่างหนักแน่น อีกทั้งกลุ่มบริษัทATTA ยังเคยไม่เห็นชอบกับการขยายเวลาก่อสร้างอาคารรัฐสภาแห่งใหม่มาตั้งแต่ครั้งที่ 4แล้ว  หากคณะกรรมการตรวจการจ้างมีมติให้ขยายเวลาแล้วเกิดความเสียหายแก่ทางราชการในอนาคต ก็อาจโดนข้อหาตามประมวลกฎหมายอาญาม.157และตามกฎหมายป.ป.ช.มีโทษถึงจำคุก ปรับและริบทรัพย์ตัวการผู้ใช้ผู้สนับสนุนและบริษัทที่เกี่ยวข้องกับการทุจริตตามกฎหมายของปปช.ได้ เพราะฉะนั้นข้าราชการจึงต้องเลือกเอาระหว่างการปฏิบัติหน้าที่ตามระเบียบกฎหมายและหลักการที่ถูกต้อง หรือตามหลักกูของกลุ่มผลประโยชน์ที่เกาะกินเงินภาษีของประชาชนโดยอาศัยข้าราชการเป็นตรายาง

"วัชระ" เชิญประชาชนร่วมปกป้องผลประโยชน์ชาติ ลงชื่อคัดค้านขยายเวลาสร้างรัฐสภาครั้งที่ 5

อย่างไรก็ตาม นายวัชระ เชื่อมั่นในความซื่อสัตย์สุจริตของนายสาธิตและเชื่อในสิ่งที่นายสาธิตพูดว่าไม่เคยรับเงินใครแม้แต่บาทเดียว แต่หากมีการอนุมัติขยายเวลาขึ้นมาจริงๆ เมื่อเรื่องนี้ถึงป.ป.ช.ทุกคนที่เห็นชอบรวมถึงบริษัทเอกชนก็จะต้องไปให้การต่อป.ป.ช.ต่อไป ทั้งนี้เพื่อให้ประชาชน นิสิต นักศึกษา สามารถเข้ามามีส่วนร่วมในการปกป้องรักษาผลประโยชน์ของชาติในเรื่องนี้ นายวัชระ ได้ขอเปิดแคมเปญ
“สุขสันต์วันปีใหม่
ร่วมใจประหยัดภาษี
“ชวนคนไทยใจดี”
ช่วยกันมีส่วนร่วม”

ลงชื่อคัดค้านการขยายเวลาก่อสร้างสภาฯครั้งที่ 5 ได้ที่ http://bit.ly/2LXzCbHก่อนวันที่ 31 ธันวาคมนี้ จากนั้นจะได้รวบรวมรายชื่อเพื่อเสนอให้กับนายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎรและนางพรพิศ เพชรเจริญ เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ต่อไป

“ชวน” คุมเข้ม ส.ส.ป้องกันโควิด #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

“ชวน”คุมเข้มส.ส.ป้องกันโควิด (komchadluek.net)

“ชวน”คุมเข้มส.ส.ป้องกันโควิด

"ชวน"คุมเข้มส.ส.ป้องกันโควิด

23 ธันวาคม 2563 – 14:26 น.

“ชวน” คุมเข้ม ส.ส. ป้องกันโควิด ชี้ เสี่ยงเพราะสัมผัสประชาชนในพื้นที่

เมื่อวันที่ 23 ธ.ค.2563 นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร ได้แจ้งต่อสมาชิกในที่ประชุมถึงมาตรการเนื่องด้วยสถานการณ์โควิด-19 ระลอกใหม่ โดยเน้นย้ำให้สมาชิกทุกคนปฏิบัติตามมาตรการของรัฐสภาอย่างเคร่งครัด นำผู้ติดตามมาในรัฐสภาได้ไม่เกิน 1 คนเท่านั้น เพื่อลดความแออัดในรัฐสภา เช่นเดียวกับข้าราชการบางส่วน ทางรัฐสภาได้ลดจำนวนให้ปฏิบัติงานจากที่บ้านได้ สำหรับการประชุมกรรมาธิการก็ขอให้มีการประชุมเท่าที่จำเป็น เชิญเฉพาะบุคคลที่เกี่ยวข้องเท่านั้น เพื่อความปลอดภัยของสมาชิกเอง ส่วนตัวมองว่า ส.ส.อยู่ในกลุ่มเสี่ยงที่มีการสัมผัสกับประชาชนในพื้นที่

ดังนั้น ต้องไม่ประมาท และในวันนี้จะเป็นการประชุมสภาฯครั้งสุดท้ายในปีนี้ เพื่อเว้นช่วงในสถานการณ์ของโรคระบาด โดยจะไปชดเชยในเดือนมกราคม ปี 2564 ต่อไป ทั้งนี้ ในห้องประชุมสภาฯ บรรดาสมาชิก ส.ส. ให้ความร่วมมือสวมหน้ากากอนามัย และหน้ากากผ้ากันอย่างพร้อมเพรียงมีการนั่งเว้นเก้าอี้ตามมาตรการรักษาระยะห่าง 

อย่างไรก็ตาม บรรยากาศที่อาคารรัฐสภา เช้าวันนี้ เจ้าหน้าที่มีการควบคุมการเข้าออกอาคารรัฐสภาอย่างเข้มงวด ให้บุคลากรเข้าออกทางประตูหลักเท่านั้น เพื่อผ่านการคัดกรองตรวจวัดอุณหภูมิ ขณะที่แรงงานต่างด้าวที่มาก่อสร้างรัฐสภา ส่วนใหญ่มีการสวมหน้ากาก และปฏิบัติงานอยู่ภายนอกอาคาร แต่มีบางส่วนที่ไม่ได้ดำเนินการสวมหน้ากากตามมาตรการ ซึ่งเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรได้กำชับให้ ให้ บริษัทผู้รับเหมาดำเนินการควบคุมอย่างเข้มงวดต่อไป

“วิษณุ” ขอเวลาตรวจสอบ เจ้าหน้าที่รัฐเอี่ยวขนแรงงานเถื่อน ปมเหตุโควิดรอบใหม่ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

“วิษณุ” ขอเวลาตรวจสอบ เจ้าหน้าที่รัฐเอี่ยวขนแรงงานเถื่อน ปมเหตุโควิดรอบใหม่ (komchadluek.net)

“วิษณุ” ขอเวลาตรวจสอบ เจ้าหน้าที่รัฐเอี่ยวขนแรงงานเถื่อน ปมเหตุโควิดรอบใหม่

"วิษณุ" ขอเวลาตรวจสอบ เจ้าหน้าที่รัฐเอี่ยวขนแรงงานเถื่อน ปมเหตุโควิดรอบใหม่

23 ธันวาคม 2563 – 14:09 น.

“วิษณุ” ขอเวลาตรวจสอบ เจ้าหน้าที่รัฐเอี่ยวขนแรงงานเถื่อน ปมเหตุโควิดรอบใหม่ เชื่อ มีข้าราชการเอี่ยวนำเข้าแรงงานข้ามชาติผิดกฎหมาย แต่ต้องตรวจสอบให้ชัดชัดเจนหวั่นเป็นการใส่ไฟกลั่นแกล้ง

เมื่อวันที่ 23 ธ.ค.2563 นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่าหลังที่ประชุม ครม.เห็นชอบร่างพ.ร.บ. โรคติดต่อพ.ศ. 2558 ฉบับแก้ไขเพิ่มเติม โดยขั้นตอนต่อไปต้องให้คณะกรรมการกฤษฎีกาพิจารณาตรวจแก้ จากนั้นจะเสนอเข้าสู่ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร แต่ยังไม่มั่นใจว่าจะบรรจุทันสมัยประชุมนี้หรือไม่ เพราะเหลือเพียง 2 เดือนเท่านั้น 

ทั้งนี้กฎหมายดังกล่าวไม่จำเป็นต้องออกเป็น พ.ร.ก. และไม่ใช่กฎหมายปฎิรูป จึงไม่ต้องรีบดำเนินการเพราะมีกฎหมายเดิมควบคุมดูแลได้อยู่แล้ว ดังนั้นเมื่อเกิดปัญหาแต่ละพื้นที่ผู้ว่าราชการจังหวัดสามารถตัดสินใจ และบริหารจัดการได้เอง
 
ส่วนการปราบปรามแรงงานข้ามชาติที่ลักลอบเข้ามาผิดกฎหมาย นายวิษณุ ระบุว่าในการประชุม ครม.เมื่อวานนี้ ได้ประชุมกับผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร ผ่านระบบเทเลคอนเฟอร์เร้น ซึ่งนายกรัฐมนตรีกำชับให้ตรวจตรา เพราะนายกรัฐมนตรีได้รับรายงานเบื้องต้นว่ามีเจ้าหน้าที่ ตำรวจ พลเรือน อาสามัคร นายจ้าง นายหน้า เกี่ยวข้องกับขบวนการแรงงานข้ามชาติผิดกฎหมาย จึงกำชับให้ตรวจสอบข้อเท็จจริงและกวาดล้างผู้กระทำความผิด พร้อมเชื่อว่ามีข้าราชการเข้าไปเกี่ยวข้อง แต่ยังต้องตรวจสอบข้อมูลให้ชัดเจนก่อน เพราะอาจเป็นการร้องเรียนเพื่อกลั่นแกล้งกัน

ขณะที่บรรยากาศที่อาคารรัฐสภา เช้าวันนี้เจ้าหน้าที่มีการควบคุมการเข้าออกอาคารรัฐสภาอย่างเข้มงวด ให้บุคลากรเข้าออกทางประตูหลักเท่านั้น เพื่อผ่านการคัดกรองตรวจวัดอุณหภูมิ ส่วนในห้องประชุมสภาฯ บรรดาสมาชิก ส.ส. ให้ความร่วมมือสวมหน้ากากอนามัย และหน้ากากผ้ากันอย่างพร้อมเพรียงมีการนั่งเว้นเก้าอี้ตามมาตรการรักษาระยะห่าง 
 
ขณะที่แรงงานต่างด้าวที่มาก่อสร้างรัฐสภา ส่วนใหญ่มีการสวมหน้ากาก และปฏิบัติงานอยู่ภายนอกอาคาร แต่มีบางส่วนที่ไม่ได้ดำเนินการสวมหน้ากากตามมาตรการ ซึ่งเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรได้กำชับให้ ให้ บริษัทผู้รับเหมาดำเนินการควบคุมอย่างเข้มงวดต่อไป

“ประมวล” ชี้ นายกฯต้องเอาจริงกับแรงงานผิดกฎหมาย เพราะมีขบวนการใหญ่ทุจริต สร้างความเสียหายให้ประเทศชาติ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

“ประมวล” ชี้ นายกฯต้องเอาจริงกับแรงงานผิดกฎหมาย เพราะมีขบวนการใหญ่ทุจริต สร้างความเสียหายให้ประเทศชาติ (komchadluek.net)

“ประมวล” ชี้ นายกฯต้องเอาจริงกับแรงงานผิดกฎหมาย เพราะมีขบวนการใหญ่ทุจริต สร้างความเสียหายให้ประเทศชาติ

"ประมวล" ชี้ นายกฯต้องเอาจริงกับแรงงานผิดกฎหมาย เพราะมีขบวนการใหญ่ทุจริต สร้างความเสียหายให้ประเทศชาติ

23 ธันวาคม 2563 – 11:05 น.

“ประมวล” ชี้ นายกฯต้องเอาจริงกับแรงงานผิดกฎหมาย เพราะมีขบวนการใหญ่ทุจริต สร้างความเสียหาย แฉแรงงานพม่าเถื่อนมีทุกจังหวัด หากข้าราชการไม่เรียกรับสินบน ไม่มีทางที่พม่าจะนำเชื้อมาประเทศเรา

23 ธ.ค.63  นายประมวล เอมเปีย อดีต ส.ส. ชลบุรี ในฐานะหัวหน้าพรรคเพื่อแผ่นดิน เปิดเผยว่า เห็นด้วยหาก พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี จะเอาจริงกับการจัดการขบวนการแรงงานเถื่อน เพราะมันคือต้นเหตุของโควิดที่สร้างความเสียหายแก่เศรษฐกิจไทย แต่นายกฯต้องลงมาจัดการไม่ใช่แค่พูดลอยๆออกทีวีทำเท่ห์เท่านั้น

“การที่แรงงานเถื่อนพม่าเข้ามาในไทยได้เกิดจากการทุจริตของเจ้าหน้าที่ 3 ฝ่าย ทหาร ตำรวจ ฝ่ายปกครอง บางคน ที่ปล่อยเข้ามาและเรียกค่าหัวไม่ต่ำกว่า 1-4 หมื่นบาท เข้ามาแล้วเอาเชื้อมาติดคนไทย สร้างความเสียหายทางด้านธุรกิจ คนตกงานขาดรายได้ รัฐบาลไทยต้องรับภาระเรื่องค่าใช้จ่ายต่างๆอีกมากมาย ทำให้ทั้งฝ่ายความมั่นคง กระทรวงสาธารณสุข ฝ่ายควบคุมโรค ต้องกวดขันให้มากกว่านี้ แรงงานพม่า เขมร ลาว ที่ติดเชื้อ กระจายไปตามจังหวัดต่างๆที่นายหน้าส่งไป ทั้งกรีดยาง ทำสวน ค้าขายและแรงงานในตลาด เจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบถ้าผิดกฏหมายก็ส่งกลับประเทศเขา ไม่เช่นนั้นจะเป็นช่องทางหาเงินของตำรวจท้องที่และ ตม.บางคนครับ สร้างภาระให้กับนายจ้างอีกหนึ่งช่องทาง”

นายประมวลกล่าวว่า ตนเป็นอดีต ส.ส. ชลบุรี ทราบดีว่าในพื้นที่จ.ชลบุรี หลายอำเภอ มีการเรียกรับสินบนจากขบวนการค้าแรงงานเถื่อนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ อย่างล่าสุดก็มีคลิปออกมาแฉที่ อ.บ่อทอง ควรที่ผู้มีอำนาจจะจริงจัง ไม่ใช่ลูบหน้าปะจมูก ปล่อยปละละเลย จะส่งผลเสียหายต่อชาติในระยะยาวได้

“ศรีสุวรรณ” เผย กกต.เรียกไปให้ถ้อยคำกรณีคณะก้าวหน้า #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

“ศรีสุวรรณ” เผย กกต.เรียกไปให้ถ้อยคำกรณีคณะก้าวหน้า (komchadluek.net)

“ศรีสุวรรณ” เผย กกต.เรียกไปให้ถ้อยคำกรณีคณะก้าวหน้า

"ศรีสุวรรณ" เผย กกต.เรียกไปให้ถ้อยคำกรณีคณะก้าวหน้า

23 ธันวาคม 2563 – 10:15 น.

“ศรีสุวรรณ” เผย กกต.เรียกไปให้ถ้อยคำกรณีคณะก้าวหน้าดำเนินกิจการเฉกเช่นพรรคการเมืองหรือไม่ นัด 24 ธ.ค.

 23 ธ.ค.63  นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย เปิดเผยว่า ตามที่สมาคมฯ ได้ยื่นคำร้องต่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) เพื่อขอให้ดำเนินการไต่สวน สอบสวนคณะผู้ก่อตั้งคณะก้าวหน้าทั้งหมด รวมทั้งผู้สมัคร นายก อบจ. และ ส.อบจ. ทั่วประเทศในนามคณะก้าวหน้า ว่าเข้าข่ายสมคบกันในการดำเนินกิจการเช่นเดียวกันกับพรรคการเมืองตาม พรป.ว่าด้วยพรรคการเมือง 2560 ม.111 หรือไม่ หากพบว่าเป็นการฝ่าฝืนหรือมีความผิด ให้ดำเนินการเอาโทษทางกฎหมายและเพิกถอนสิทธิในการสมัคร อบจ.ด้วยนั้น

บัดนี้ ประธานกรรมการสืบสวนและไต่สวน สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง ได้มีหนังสือด่วนที่สุดมายังผู้ร้อง เพื่อไปให้ถ้อยคำพร้อมพยานหลักฐานเพิ่มเติมที่เกี่ยวข้อง อันเกี่ยวกับพฤติการณ์หรือการกระทำของคณะผู้ก่อตั้งหรือกรรมการบริหารคณะก้าวหน้า ว่ามีลักษณะการดำเนินกิจการเช่นเดียวกับพรรคการเมืองอย่างไรบ้างด้วย

ทั้งนี้ สืบเนื่องมาจากกรณีที่นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ นายปิยบุตร แสงกนกกุล และน.ส.พรรณิการ์ วานิช ได้ร่วมกันตั้งคณะก้าวหน้าขึ้นมาโดยมีการกำหนดตำแหน่งประธาน กรรมการ และเลขาธิการ โดยมีภาพเครื่องหมายของคณะเช่นเดียวกันกับพรรคการเมือง และดำเนินกิจกรรมต่างๆ เฉกเช่นเดียวกับพรรคการเมือง เช่น การจัดประชุมเปิดตัวผู้สมัคร และส่งคนสมัครรับเลือกตั้งเป็นนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด(นายก อบจ.) และสมาชิกองค์การบริหารส่วนจังหวัด(ส.อบจ.) กว่า 42 จังหวัด ทั่วประเทศในนามกลุ่มก้าวหน้า โดยใช้สัญลักษณ์หรือโลโก้กลุ่มในสื่อหาเสียงต่างๆ และให้นายธนาธร นายปิยบุตร และน.ส.พรรณิการ์ ก็ไปร่วมปราศรัย เดินรณรงค์หาเสียงเฉกเช่นเดียวกันกับพรรคการเมืองด้วยเช่นกัน

ซึ่งพฤติการณ์หรือการกระทำดังกล่าวของนายธนาธร นายปิยบุตร และน.ส.พรรณิการ์ กับพวก จึงเป็นการสมคบกันตั้งแต่สองคนขึ้นไปดําเนินกิจการเช่นเดียวกับพรรคการเมือง จึงอาจเข้าข่ายมีความผิดตาม พรป.พรรคการเมือง 2560 ม.111 ที่บัญญัติไว้ว่า “ผู้ใดสมคบกันตั้งแต่สองคนขึ้นไปดําเนินกิจการเช่นเดียวกับพรรคการเมือง หรือผู้ใดดําเนินการไม่ว่าด้วยวิธีใดให้เข้าใจว่าเป็นพรรคการเมืองโดยมิได้จดทะเบียนจัดตั้งพรรคการเมือง ต้องระวางโทษจําคุกไม่เกินสามปี หรือปรับไม่เกินหกหมื่นบาท หรือทั้งจําทั้งปรับ และให้ศาลสั่งเพิกถอน สิทธิเลือกตั้งของผู้นั้นมีกําหนดห้าปี”

 ทั้งนี้ สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง จึงได้มีหนังสือให้ผู้ร้องไปให้ถ้อยคำในวันพฤหัสที่ 24 ธ.ค.63 นี้ เวลา 13.30 น. นายศรีสุวรรณ กล่าวในที่สุด

“ธนกร” เสียดายฝ่ายค้านไม่ร่วมกก.สมานฉันท์ ลั่น “บิ๊กตู่” จริงใจสร้างความปรองดอง #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

“ธนกร”เสียดายฝ่ายค้านไม่ร่วมกก.สมานฉันท์ ลั่น”บิ๊กตู่”จริงใจสร้างความปรองดอง (komchadluek.net)

“ธนกร”เสียดายฝ่ายค้านไม่ร่วมกก.สมานฉันท์ ลั่น”บิ๊กตู่”จริงใจสร้างความปรองดอง

"ธนกร"เสียดายฝ่ายค้านไม่ร่วมกก.สมานฉันท์ ลั่น"บิ๊กตู่"จริงใจสร้างความปรองดอง

23 ธันวาคม 2563 – 10:00 น.

“ธนกร”เสียดายฝ่ายค้านไม่ร่วมกก.สมานฉันท์ ลั่น”บิ๊กตู่”จริงใจสร้างความปรองดอง แจงใครคนทำผิดกฏหมายก็ต้องรับโทษ ไม่ใช่เรื่องที่จะละเว้นให้ใครได้

23 ธ.ค.63    นายธนกร วังบุญคงชนะ เลขานุการรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีที่พรรคร่วมฝ่ายค้านไม่ส่งคนร่วมเป็นคณะกรรมการสมานฉันท์ โดยอ้างว่าเนื่องจากรัฐบาลไม่จริงใจสร้างความปรองดองว่า ตนรู้สึกเสียดายที่พรรคร่วมฝ่ายค้านไม่เข้าร่วม แนวทางดังกล่าวเป็นวิธีการแก้ปัญหาตามระบอบประชาธิปไตย ซึ่งหากเปิดเวทีแล้วไม่เข้าร่วมก็น่าเสียดาย ที่ผ่านมายืนยันว่ารัฐบาลมีความจริงใจในการแก้ปัญหา เพราะไม่ต้องการให้ประเทศเดินไปสู่ความขัดแย้งอีก บ้านเมืองเสียหายมามากแล้ว ไม่มีใครต้องการให้หวนกลับไปสู่ความขัดแย้งอีก อย่างไรก็ตาม แม้พรรคร่วมฝ่ายค้านจะไม่เข้าร่วม แต่คณะกรรมการสมานฉันท์ก็คงต้องเดินหน้าต่อไป

นายธนกร กล่าวอีกว่า ส่วนกรณีที่นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ ผู้นำฝ่ายค้านในสภาฯ ระบุว่า การแก้รัฐธรรมนูญเป็นแนวทางแก้วิกฤตินั้น พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ไม่ได้ขัดข้องอะไร ให้ความร่วมมือและเห็นด้วยมาโดยตลอด ส่วนกรณีที่นายชัยธวัช ตุลาธน เลขาธิการพรรคก้าวไกล ระบุว่า แนวทางแก้ไขปัญหาคือแก้มาตรา112 แต่รัฐบาลกลับใช้มาตรานี้ดำเนินการกับประชาชนนั้น ตนมองว่าไม่ใช่ แต่จะเป็นการสร้างปัญหาที่หนักกว่าเดิมให้กับประเทศมากกว่า ที่สำคัญรัฐบาลไม่ได้ใช้มาตรา112กลั่นแกล้งใคร แต่คณะราษฏรจงใจกระทำผิดกฏหมาย มีการจาบจ้วงสถาบันพระมหากษัตริย์อย่างรุนแรงจนคนไทยทั้งประเทศรับไม่ได้ ทุกคนอยู่ภายใต้กฏหมายอันเดียวกัน กระบวนการยุติธรรมไม่สามารถละเว้นใครได้ ใครทำผิดก็ต้องรับโทษ ซึ่งเป็นคนละเรื่องกับการปรองดอง

“แรมโบ้” สวนกลับ “อนุสรณ์” ไม่ใช่ว่าเป็นฝ่ายค้านแล้วจะค้านทุกเรื่อง #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

“แรมโบ้” สวนกลับ “อนุสรณ์” ไม่ใช่ว่าเป็นฝ่ายค้านแล้วจะค้านทุกเรื่อง (komchadluek.net)

“แรมโบ้” สวนกลับ “อนุสรณ์” ไม่ใช่ว่าเป็นฝ่ายค้านแล้วจะค้านทุกเรื่อง

"แรมโบ้" สวนกลับ "อนุสรณ์" ไม่ใช่ว่าเป็นฝ่ายค้านแล้วจะค้านทุกเรื่อง

23 ธันวาคม 2563 – 08:22 น.

“แรมโบ้”สวน”อนุสรณ์”ฝ่ายค้านก็สามารถทำเพื่อชาติได้หากไม่ให้ความร่วมมือก็ขอแค่หุบปากไม่ตำหนิเจ้าหน้าที่คนทำงานก็ถือเป็นประโยชน์มากแล้วข้องใจเหตุใดมองว่าการออกมารณรงค์ให้ประชาชนการ์ดอย่าตกของนายกฯเป็นการขู่ประชาชนอย่าดีแต่ให้ข่าวอันเป็นเท็จพูดมากจ้อไปวันๆ

23 ธันวาคม 2563 นายสุภรณ์ อัตถาวงศ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกรัฐมนตรีระบุถึงกรณีที่ นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย บอกว่าการแก้ไขปัญหาโควิด-19 ของนายกฯเป็นการขู่ประชาชน 3 เวลาหลังอาหารว่าการ์ดอย่าตก แต่ที่พบการติดเชื้อโควิด-19 เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ มาจากรัฐบาลการ์ดตกเป็นเหตุสำคัญ ซึ่งนายสุภรณ์กล่าวว่า “ไม่เข้าใจจริงๆว่าในขณะที่ประเทศกำลังประสบกับปัญหา โควิด-19 เหตุใดคนของพรรคเพื่อไทย จึงเข้าใจว่าการที่นายกฯได้รณรงค์ให้ประชาชนการ์ดอย่าตกนั้น เป็นการขู่ประชาชน ทั้งที่เป็นเรื่องของความเป็นจริงที่นายกฯอยากให้ทุกคนจะต้องดูแลตัวเองเพื่อให้ห่างไกลเชื้อโรค และไม่ให้มีการระบาดเพิ่มขึ้น นายอนุสรณ์เอาสมองส่วนไหนมาคิดว่าเป็นการขู่ประชาชน ช่างปัญญานิ่มปัญญาอ่อนจริงๆคนอย่างนายอนุสรณ์ วันๆไม่ทำอะไรดีแต่พูดพล่ามๆปากจ้อๆไปวันๆให้สัมภาษณ์ต่อสื่อมวลชนบนพื้นฐานข้อมูลที่บิดเบือนเป็นเท็จใส่ร้ายป้ายสีนายกฯและรัฐบาลตลอดมา”

และที่นายอนุสรณ์ระบุว่าสถานการณ์ที่เกิดขึ้นเกิดจากความสะเพร่า ขาดทักษะการบริหาร ไม่มีความเป็นมืออาชีพนั้น ตนเองมั่นใจว่าที่ผ่านมานายกฯและรัฐบาลได้แก้ไขปัญหาโควิด-19 ถูกทางแล้ว ประชาชนในประเทศและนานาประเทศให้การยอมรับ และยังมั่นใจอีกว่าหากเป็นรัฐบาลของพรรคเพื่อไทยคงไม่สามารถทำได้ขนาดนี้ เพราะคนในพรรคเพื่อไทยไม่เคยคิดจะทำอะไรเพื่อประชาชนอยู่แล้ว เพื่อไทยบริหารประเทศมาในอดีต ไม่มีเวลามาคิดบริหารแบบห่วงใยประชาชน คิดบริหารเพื่อเอื้อธุรกิจให้แต่ครอบครัวตนเองและพวกพ้อง เลยไม่เข้าใจการบริหารแบบห่วงใยประเทศชาติและประชาชนเหมือนกับพลเอกประยุทธ์ นายกรัฐมนตรี”

และที่นายสงคราม กิจเลิศไพโรจน์ หัวหน้าพรรคเพื่อชาติ ออกมาบอกว่านายกฯต้องแสดงความรับผิดชอบ เพราะสาเหตุการระบาดเชื้อโควิด-19 มาจากรัฐบาลปล่อยให้แรงงานข้ามชาติเข้ามาโดยไม่มีมาตรการควบคุมนั้น นายสุภรณ์ระบุว่าที่ผ่านมารัฐบาลไม่ได้ปล่อยปละละเลยในเรื่องใดเลย รวมถึงการให้แรงงานข้ามชาติเข้ามาทำงานในประเทศ เพราะรู้สถานการณ์ขณะนี้ดีที่ต้องทำทุกอย่างด้วยความรอบคอบ พร้อมย้ำว่านายกฯและรองนายกฯฝ่ายความมั่นคง ยังได้กำชับให้คุมเข้มตามแนวชายแดน โดยเจ้าหน้าที่และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ทำงานหนักทั้งกลางวันและกลางคืน ไม่ได้พัก  และนายกฯยังได้สั่งการให้ดำเนินคดีจัดการขั้นเด็ดขาด ไม่ว่าจะเป็นเจ้าหน้าที่รัฐหรือคนที่เกี่ยวข้องที่เห็นแก่ประโยชน์ส่วนตัวจนเกิดปัญหาการแพร่ระบาด จะต้องถูกดำเนินคดีจัดการให้สิ้นซาก ไม่เว้นหน้าไหนทั้งสิ้น ต้องจับมาเข้าคุกเข้าตารางให้ได้ ไม่มีวันปล่อยให้คนชั่วๆลอยนวลอย่างแน่นอน”

“พรรคฝ่ายค้าน”มือไม่พายอย่าเอาเท้าราน้ำ แม้จะไม่ชอบนายกฯหรือรัฐบาลก็ตาม แต่ก็ควรที่จะให้กำลังใจกับเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงานด้วย  เพราะไม่ใช่ว่าเป็นฝ่ายค้านแล้วจะค้านทุกเรื่อง โดยไม่ดูเนื้อหาสาระหรือสถานการณ์ที่เกิดขึ้นเลย  นอกจากนี้ตนเองยังมองว่าพรรคเพื่อไทยและพรรคเพื่อชาติ จะเป็นฝ่ายค้านแต่ก็สามารถทำอะไรให้กับชาติบ้านเมืองได้เช่นกัน  แต่หากทำอะไรไม่เป็นเลยก็ขอแค่ให้หุบปาก อย่าตำหนิ หรือด่าทอ คนที่ทำงานเพื่อบ้านเมืองอย่างแท้จริง แค่นี้ก็เป็นประโยชน์อย่างมากแล้ว”

“นายกฯ” มอบของขวัญปีใหม่ให้คนไทย เปิดทดลองนั่งเรือพลังงานไฟฟ้าฟรี 2 เดือน เริ่มพรุ่งนี้ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

“นายกฯ”มอบของขวัญปีใหม่ให้คนไทย เปิดทดลองนั่งเรือพลังงานไฟฟ้าฟรี 2 เดือน เริ่มพรุ่งนี้ (komchadluek.net)

“นายกฯ”มอบของขวัญปีใหม่ให้คนไทย เปิดทดลองนั่งเรือพลังงานไฟฟ้าฟรี 2 เดือน เริ่มพรุ่งนี้

"นายกฯ"มอบของขวัญปีใหม่ให้คนไทย เปิดทดลองนั่งเรือพลังงานไฟฟ้าฟรี 2 เดือน เริ่มพรุ่งนี้

22 ธันวาคม 2563 – 18:43 น.

นายกรัฐมนตรีมอบของขวัญปีใหม่ให้คนไทย เปิดทดลองนั่งเรือพลังงานไฟฟ้าฟรี 2 เดือน เริ่ม 23 ธ.ค.นี้ ในเส้นทางพระราม 5 – สาทร

วันนี้ (22 ธันวาคม 2563) เวลา 15.00 น. นายอนุชา บูรพชัยศรี โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เป็นประธานเปิดโครงการทดลองเรือโดยสารพลังงานไฟฟ้าในแม่น้ำเจ้าพระยา (MINE Smart Ferry : “MISSION NO EMISSION” River Mass Transit)  และเปิดท่าเทียบเรือสะพานพุทธยอดฟ้า ท่าเรืออัจฉริยะ (Smart Pier)  ณ ท่าเรือ แคท ทาวเวอร์ กสท. เขตบางรัก กรุงเทพมหานคร  โดยมีพลเอก อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม นายดิสทัต โหตระกิตย์ เลขาธิการนายกรัฐมนตรี ผู้บริหารและสื่อมวลชน เข้าร่วมงานด้วย

โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีเผยว่านายกรัฐมนตรี ได้กล่าวเปิดโครงการฯ มีใจความสำคัญตอนหนึ่งว่า  รัฐบาลมุ่งยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชน ตามแผนยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ที่ให้ความสำคัญกับการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านการคมนาคมขนส่งของประเทศ ซึ่งรวมถึงการพัฒนาระบบคมนาคมขนส่งทางน้ำด้วยการยกระดับเรือโดยสารและท่าเรือให้ทันสมัย สะดวกปลอดภัย ไร้มลพิษและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม รวมทั้งส่งเสริมการใช้งานยานยนต์ไฟฟ้าทุกประเภท สำหรับนำนวัตกรรมใหม่ของยานยนต์ในภาคการขนส่งทางน้ำมาให้บริการแก่ประชาชน อำนวยความสะดวกให้กับประชาชน ได้รับปลอดภัยในการสัญจร และยังเป็นการเชื่อมโยงการสัญจรทางบกและทางราง ช่วยลดปัญหาการจราจร  ซึ่งเป็นก้าวสำคัญที่จะผลักดันให้เกิดการพัฒนาระบบการจราจรและการขนส่งอัจฉริยะในประเทศไทย ยกระดับการขนส่งสาธารณะของประเทศให้มีประสิทธิภาพและยั่งยืน ให้เป็นระบบคมนาคมขนส่งหลักของประเทศ ทั้งยังช่วยรักษาสิ่งแวดล้อมจากการใช้พลังงานสะอาด ไร้มลพิษ สามารถช่วยลดปัญหาฝุ่น และ PM 2.5 เพิ่มคุณภาพชีวิตที่ดี 
 
โอกาสนี้ นายกรัฐมนตรียังห่วงใยประชาชนที่อาจได้รับผลกระทบด้านสุขภาพของจากปัญหาฝุ่นละอองที่เกิดขึ้นอยู่ในขณะนี้ โดยขอให้สวมใส่หน้ากากอนามัยทุกครั้งในที่สาธารณะ สำหรับสถานการณ์โควิด-19 นั้น รัฐบาลมีมาตรการชัดเจน สามารถควบคุมสถานการณ์ได้อยู่  โดยคนไทยทุกคนช่วยกันและรักษาสุขภาพของตนเองให้ดี  

จากนั้น นายกรัฐมนตรีได้ทดลองนั่งเรือโดยสารพลังงานไฟฟ้าในแม่น้ำเจ้าพระยาจากท่าเรือ แคท ทาวเวอร์ กสท. ไปยังท่าเรือสะพานพระพุทธยอดฟ้า เพื่อเปิดท่าเทียบเรือสะพานพุทธยอดฟ้า พร้อมเยี่ยมชมโครงการนำร่องพัฒนาท่าเรืออัจฉริยะ Smart Pier (ท่าเรืออัจฉริยะ) แห่งแรกของประเทศไทย  พร้อมกล่าวชมการทำงานของกระทรวงคมนาคม ทั้งภาครัฐและภาคเอกชนที่ร่วมผนึกกำลังที่จะขับเคลื่อนประเทศไทยให้ก้าวไปข้างหน้า พร้อมกับการยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน  ตามแนวทาง “รวมไทย สร้างชาติ” ที่ขับเคลื่อนประเทศไทยให้ก้าวไปข้างหน้า ซึ่งท่าเรือแห่งนี้เป็นแหล่งท่องเที่ยวสำคัญอีกแห่งหนึ่งในแม่น้ำเจ้าพระยา ที่จะเปิดให้บริการประชาชนฟรี ตั้งแต่วันที่ 23 ธ.ค.63- 14 ก.พ.64 ในเส้นทางพระราม 5 – สาทร เพื่อเป็นของขวัญปีใหม่มอบให้แก่ประชาชน เพื่อสร้างรอยยิ้มและความสุขแก่ผู้ใช้บริการทุกคนต่อไป และพร้อมจะเปลี่ยนท่าเรือให้สวยงาม ทันสมัย ทั้ง 29 ท่า ภายในปี 2565 ด้วย

“แรมโบ้” เตือน “เพื่อไทย” ปากว่าตาขยิบ อย่าเล่นละครตบตาประชาชน #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

“แรมโบ้” เตือน”เพื่อไทย”ปากว่าตาขยิบ อย่าเล่นละครตบตาประชาชน (komchadluek.net)

“แรมโบ้” เตือน”เพื่อไทย”ปากว่าตาขยิบ อย่าเล่นละครตบตาประชาชน

"แรมโบ้" เตือน"เพื่อไทย"ปากว่าตาขยิบ อย่าเล่นละครตบตาประชาชน

22 ธันวาคม 2563 – 18:06 น.

“แรมโบ้” เตือน”เพื่อไทย”ปากว่าตาขยิบ อย่าเล่นละครตบตาประชาชน ตั้งข้อสังเกต”เพื่อไทย”ไม่เข้าร่วมคณะกรรมการสมานฉันท์ เพราะไม่อยากให้บ้านเมืองปรองดอง พร้อมระบุหากไม่ร่วมคณะกรรมการก็ไม่ควรวิพากษ์วิจารณ์การเดินหน้าปรองดอง เพราะอาจสร้างความขัดแย้งเพิ่ม

เมื่อวันที่ 22 ธันวาคม 2563 นายสุภรณ์ อัตถาวงศ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงการที่พรรคเพื่อไทยยืนยันมติเดิมที่จะไม่ส่งตัวแทนเข้าร่วมคณะกรรมการสมานฉันท์จนกว่ารัฐบาลและคู่ขัดแย้งจะเข้าร่วมนั้นโดยยืนยันว่า นายกฯและรัฐบาลมีความจริงใจที่อยากจะสร้างความสงบ และความปรองดองให้เกิดขึ้นในชาติ โดยนายกฯเปิดเผยแล้วว่าได้ส่งตัวแทนของรัฐบาลเข้าร่วมคณะกรรมการสมานฉันท์ 2 คนคือ พลเอกชัยชาญ ช้างมงคล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม และนายเทอดพงษ์ ไชยนันทน์ และยังมีตัวแทนจากพรรคร่วมรัฐบาลด้วย ซึ่งทำให้เห็นว่ารัฐบาลพร้อมที่จะเดินหน้าสร้างความปรองดอง 

ทั้งนี้ เหลือแต่พรรคฝ่ายค้าน หรือตัวแทนจากผู้ชุมนุมที่ไม่คิดจะส่งตัวแทนเข้าร่วมคณะกรรมการชุดนี้ ซึ่งส่วนตัวตั้งข้อสังเกตว่าอาจเป็นเพราะพรรคเพื่อไทย หรือผู้ชุมนุม ไม่อยากให้บ้านเมืองเกิดความสงบและสร้างความสมานฉันท์ปรองดอง ต้องการให้เกิดความวุ่นวายในบ้านเมืองอย่างต่อเนื่องใช่หรือไม่

“พรรคเพื่อไทยไม่ควรตัดสินใจไปก่อนว่าคณะกรรมการสร้างความปรองดองจะไปรอดหรือไม่ ควรรอดูก่อน และหากพรรคเพื่อไทยหรือแกนนำผู้ชุมนุม ไม่เข้าร่วมคณะกรรมการ ก็ขออย่ามาวิพากษ์วิจารณ์ให้เสียหายจนเกิดเป็นความขัดแย้งขึ้นอีก 

นอกจากนี้ ขอชี้แจงว่ารัฐบาลได้ทำทุกอย่างเพื่อให้บ้านเมืองเดินหน้าไปได้ ทั้งการแก้ไขรัฐธรรมนูญ การตั้งคณะกรรมการสมานฉันท์ จะมีแต่พรรคเพื่อไทยที่ไม่ทำอะไร และไม่เอาอะไรเลย มีแต่จะตำหนิรัฐบาลเพียงอย่างเดียว  ซึ่งก่อนที่พรรคเพื่อไทยจะว่าหรือตำหนิใครนั้น ก็ขอให้ย้อนดูตัวเองด้วยว่าได้ทำอะไรเพื่อชาติบ้านเมืองไปแล้วบ้าง มีแต่ใช้ปากพูดแต่ไม่ลงมือทำก็ไม่เกิดประโยชน์รวมถึงความปรองดองก็จะไม่เกิดขึ้น “

” ในที่สุดประชาชนจะเห็นชัดเจนว่า พรรคเพื่อไทยปากว่าตาขยิบ ปากบอกเรียกร้องให้รัฐบาลแก้ไขความขัดแย้ง ซึ่งรัฐบาลจริงใจเต็มที่ เพื่อให้เกิดการสามัคคีปรองดองเพื่อให้บ้านเมืองสงบสุขไร้ความขัดแย้ง พรรคเพื่อไทยกลับปฎิเสธเสียเองตกลงพรรคเพื่อไทยเอาไงกันแน่ ต้องการให้บ้านเมืองเดินไปทิศทางแบบไหนกัน เอาใจไม่ถูก พฤติกรรมอย่างนี้ประชาชนจะสาปแช่งและชิงชังที่สุด กับการเล่นละครตบตาหลอกลวงประชาชนไปวันๆ”

“ครม.” เพิ่มเงินสงเคราะห์บุตร ผู้ประกันตน 800 บาท/เดือน เริ่ม 1 ม.ค. 64 #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

“ครม.” เพิ่มเงินสงเคราะห์บุตร ผู้ประกันตน 800 บาท/เดือน เริ่ม 1 ม.ค. 64 (komchadluek.net)

“ครม.” เพิ่มเงินสงเคราะห์บุตร ผู้ประกันตน 800 บาท/เดือน เริ่ม 1 ม.ค. 64

"ครม." เพิ่มเงินสงเคราะห์บุตร ผู้ประกันตน 800 บาท/เดือน เริ่ม 1 ม.ค. 64

22 ธันวาคม 2563 – 17:51 น.

“ครม.” อนุมัติร่างกฎกระทรวงฯ เพิ่มเงินสงเคราะห์บุตร ผู้ประกันตน เป็น 800 บาท ต่อเดือน เริ่ม 1 ม.ค. 64 เหตุ “โควิด-19” ระบาด ส่งผลกระทบต่อสภาวะเศรษฐกิจ

เมื่อวันที่ 22 ธ.ค.2563 นางสาวรัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 22 ธันวาคม 2563 ว่า สืบเนื่องจากการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ส่งผลกระทบต่อสภาวะเศรษฐกิจ โดยเฉพาะครอบครัวที่มีเด็กเล็ก ทำให้รายได้ลดลงหรือไม่มีรายได้ เนื่องจากต้องหยุดงานหรือต้องออกจากงาน ในขณะที่รายจ่ายเกี่ยวกับเด็กแรกเกิดเป็นรายจ่ายที่จำเป็น 

ดังนั้น เพื่อเป็นการบรรเทาภาระของผู้ประกันตนให้สอดคล้องกับสภาวะเศรษฐกิจในปัจจุบัน ครม. จึงมีมติเห็นชอบร่างกฎกระทรวงการจ่ายประโยชน์ทดแทนกรณีสงเคราะห์บุตร (ฉบับที่ ..) พ.ศ. …. ซึ่งเป็นการแก้ไขเพิ่มเติมกฎกระทรวงการจ่ายประโยชน์ทดแทนในกรณีสงเคราะห์บุตร พ.ศ. 2561 โดยมีสาระสำคัญดังนี้  

1.เพิ่มอัตราการจ่ายประโยชน์ทดแทนในกรณีสงเคราะห์บุตรเหมาจ่าย จากเดิม 600 บาทต่อเดือนต่อบุตร 1 คน  เพิ่มเป็น 800 บาทต่อเดือนต่อบุตร 1 คน มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2564 เป็นต้นไป 

2.ผู้ที่มีสิทธิได้รับประโยชน์ทดแทนในกรณีสงเคราะห์บุตร ตามกฎกระทรวงฯ ฉบับเดิม (พ.ศ. 2561) จะยังคงได้รับสิทธิตามอัตราที่กำหนดใหม่ในกฎกระทรวงฉบับนี้ นับตั้งแต่วันที่กฎกระทรวงมีผลใช้บังคับ