อาสาสมัครทีเอ็มบีและธนชาต สร้างอาชีพชุมชน ปั้นแบรนด์ ‘พราว’ ยาสระผมออร์แกนิกคุณภาพ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

ผู้หญิง – อาสาสมัครทีเอ็มบีและธนชาต สร้างอาชีพชุมชน ปั้นแบรนด์ ‘พราว’ ยาสระผมออร์แกนิกคุณภาพ (naewna.com)

อาสาสมัครทีเอ็มบีและธนชาต สร้างอาชีพชุมชน ปั้นแบรนด์ ‘พราว’ ยาสระผมออร์แกนิกคุณภาพ

อาสาสมัครทีเอ็มบีและธนชาต สร้างอาชีพชุมชน ปั้นแบรนด์ ‘พราว’ ยาสระผมออร์แกนิกคุณภาพ

วันพฤหัสบดี ที่ 17 ธันวาคม พ.ศ. 2563, 06.00 น.

“พราว” ผลิตภัณฑ์ยาสระผมจากธรรมชาติ (ออร์แกนิก) ที่เกิดจากการรวมพลังอย่างเข้มแข็งของชุมชนเคหสถานภาคภูมิใจ เขตบางบอนนอกจากจะเป็นความหวังในการสร้างรายได้ที่ยั่งยืนให้กับชุมชนแล้ว “พราว” ยังเป็นผลงานความภาคภูมิใจของทีมอาสาสมัครทีเอ็มบีและธนชาต ที่เข้าไปช่วยเติมเต็มความรู้ในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ร่วมกับชุมชน กับโครงการ “พัฒนาผลิตภัณฑ์ชุมชนเคหสถานภาคภูมิใจเพื่อสร้างรายได้ที่ยั่งยืน” ซึ่งดำเนินการภายใต้ โครงการ FAI-FAH for Communities กิจกรรม “เปลี่ยน” เพื่อชุมชนดีขึ้นอย่างยั่งยืน โดยทีเอ็มบีและธนชาต ซึ่งมุ่งมั่นสร้างความแข็งแกร่งให้กับสังคม ภายใต้ปรัชญา Make REAL Change

นางสะการะ มังคะลัง อาสาสมัครทีเอ็มบีและธนชาต หัวหน้าโครงการพัฒนาผลิตภัณฑ์ชุมชนเคหสถานภาคภูมิใจเพื่อสร้างรายได้ที่ยั่งยืน เล่าว่า ผลิตภัณฑ์ยาสระผม “พราว” เกิดจากการรวมพลังของชุมชน โดยมีทีมอาสาสมัครทีเอ็มบีและธนชาตเข้ามาช่วยพัฒนาโดยให้ชุมชนมีส่วนร่วมทุกขั้นตอน เริ่มตั้งแต่พูดคุยปัญหา ข้อเสนอแนะต่างๆ จนถึงกระบวนการการทำงาน ซึ่งพบว่าปัญหาของชุมชน คือชาวบ้านมีอาชีพรับจ้างทั่วไป ขาดเงินทุนและความรู้ มีเพียงใจที่มุ่งมั่นต้องการสร้างอาชีพเพื่อให้มีรายได้ยั่งยืน จึงเป็นที่มาของการจุดประกายชุมชน โดยเริ่มตั้งแต่กระบวนการของความ “เข้าใจ” คือ เข้าใจว่าจะขายอะไร “ปรับได้” หมายถึงผลิตภัณฑ์นั้นชุมชนต้องสามารถพัฒนาปรับสูตรได้ หรือเข้าใจในตัวผลิตภัณฑ์ หากมีปัญหาก็ต้องรู้ว่าจะปรับอย่างไร สุดท้าย “ขายเป็น” คือ กำหนดต้นทุนเป็น รู้ว่าจะขายกับใคร สื่อสารกับลูกค้าอย่างไร

“สิ่งสำคัญที่ชุมชนเคหสถานภาคภูมิใจมี คือความมุ่งมั่นในการพัฒนาและมีการรวมตัวกันอย่างแข็งแกร่ง ทีมอาสาสมัครทีเอ็มบีและธนชาตได้เข้ามามีส่วนร่วมและส่งต่อความรู้ ผ่านหลักเกณฑ์ 3 รู้ คือ รู้หลักการ รู้ต้นทุน และรู้การตลาด เพื่อให้ชุมชนสามารถนำไปต่อยอดในอนาคต โดยการทำงานเราจะวางแผนให้ชุมชนมีความเข้าใจ และแบ่งทีมชุมชนให้ทำงานอย่างเป็นระบบ พร้อมทั้งส่งตัวแทนชุมชนไปเรียนรู้เรื่องการผลิตกับผู้เชี่ยวชาญ เชื่อว่าด้วยความมุ่งมั่นและความเข้มแข็งของชุมชนจะทำให้ผลิตภัณฑ์ยาสระผมแบรนด์ “พราว” เพื่อให้ชุมชนมีรายได้ที่ยั่งยืน

นอกจากนี้ การเข้าร่วมโครงการ FAI-FAH for Communities นอกจากจะสร้างความสุขใจและความภาคภูมิใจจากการมีส่วนร่วมในการให้แก่สังคมแล้ว ยังเป็นโอกาสในการพัฒนาศักยภาพของตัวเอง เพราะได้เรียนรู้ทักษะการทำงานใหม่ๆ และการทำงานเป็นทีมร่วมกัน รวมทั้งได้เรียนรู้เรื่องการจัดการด้านเวลา และการบริหารจัดการอื่นๆ เพื่อต่อยอดศักยภาพของพนักงานให้เติบโตได้มากขึ้น”

ลุงจุก-นายนามชัย สัมมาเพ็ชร์ ประธานชุมชมเคหสถานภาคภูมิใจ เล่าว่าชุมชนเคหสถานภาคภูมิใจ เกิดจากการรวมตัวกันของชุมชน โดยคนส่วนใหญ่มีอาชีพหลัก คือ รับจ้าง ขณะที่ปัจจุบันหลายคนได้รับผลกระทบจากสถานการณ์โควิด-19ถูกเลิกจ้าง จึงรวมกันจัดตั้งเป็นวิสาหกิจชุมชน และได้รับโอกาสจากโครงการ FAI-FAH for Communities โดยอาสาสมัครจากทีเอ็มบีและธนชาตเข้ามาสนับสนุน พร้อมให้ความรู้และแนะนำการทำผลิตภัณฑ์ที่มีความแตกต่างจากสินค้าที่มีอยู่ในท้องตลาด มีคู่แข่งน้อย และเพิ่มมูลค่าสินค้าให้มีกำไรมากขึ้น ชุมชนจึงร่วมกันระดมความคิดเห็น ก่อนจะตัดสินใจเลือกทำผลิตภัณฑ์ยาสระผมออร์แกนิก แบรนด์ “พราว” ช่วยดูแลให้ผมดกดำ ซึ่งโครงการมีเงินทุนสนับสนุนให้ตัวแทนของชุมชนไปเรียนรู้สูตรการผลิตจากผู้เชี่ยวชาญ และยังเป็นพี่เลี้ยงคอยแนะนำให้ความรู้เรื่องการวางแผนด้านการเงิน การตลาด และการบริหารจัดการต่างๆอย่างเป็นระบบ ทั้งขายสินค้าผ่านช่องทางออนไลน์และนำไปออกร้านในงานต่างๆ

“ชุมชนรู้สึกดีใจและขอบคุณทีมอาสาสมัครทีเอ็มบีและธนชาต ที่ได้เข้ามาช่วยสนับสนุนการสร้างอาชีพให้เราอย่างเต็มที่ ทำให้คนในชุมชนได้เรียนรู้เรื่องต่างๆ มากมาย สามารถนำไปพัฒนาต่อยอดเพื่อสร้างรายได้ที่ยั่งยืนในอนาคตได้ โดยโครงการเปิดโอกาสให้ชุมชนมีส่วนร่วมในการคิดตัดสินใจทุกขั้นตอน พยายามกระตุ้นให้คนในชุมชนเรียนรู้อย่างเข้าใจ และร่วมกันแสดงความคิดเห็น ช่วยกันคิดช่วยกันทำเริ่มตั้งแต่ปัญหาของชุมชน การเลือกผลิตภัณฑ์ การตั้งชื่อแบรนด์ เพราะสุดท้ายแล้วคนจัดการดูแลก็คือ ตัวชุมชนเอง ดังนั้น สิ่งที่ริเริ่มไว้จะประสบความสำเร็จแค่ไหน ต้องขึ้นอยู่กับการสานต่อของคนในชุมชน ซึ่งเชื่อมั่นเส้นทางที่วางไว้จะไปถึงเป้าหมายอย่างแน่นอน”

สามารถติดตามกิจกรรมดีๆที่ทีเอ็มบีและธนชาต ตั้งใจเดินหน้าเปลี่ยนแปลงสังคมให้ดีขึ้นอย่างยั่งยืนจากเหล่าอาสาสมัครกันต่อที่ www.tmbfoundation.or.th

6 สัญญาณเตือนมะเร็งเต้านม #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

ผู้หญิง – 6 สัญญาณเตือนมะเร็งเต้านม (naewna.com)

6 สัญญาณเตือนมะเร็งเต้านม

6 สัญญาณเตือนมะเร็งเต้านม

วันพฤหัสบดี ที่ 17 ธันวาคม พ.ศ. 2563, 06.00 น.

มะเร็งเต้านม โรคร้ายที่คร่าชีวิตผู้หญิงมากมาย เป็นสาเหตุการเสียชีวิตของผู้หญิงไทยมากเป็นอันดับ 1 แต่หากตรวจพบตั้งแต่ระยะเริ่มแรกและเข้ารับการรักษาได้ทันเวลาก็สามารถหายขาดจากโรคได้ผู้ป่วยมะเร็งเต้านมมักไม่มีอาการเริ่มแรกแสดงให้เห็น อาจคลำพบเพียงก้อนเนื้อบริเวณเต้านมหรือใต้รักแร้  อาจกดเจ็บหรือไม่ก็ได้ ผู้หญิงหลายคนจึงมองข้ามคิดว่าเป็นเรื่องปกติ จนโรคมะเร็งร้ายลุกลามมากแล้ว จึงค่อยตัดสินใจพบแพทย์ ส่งผลให้การรักษาล่าช้าและอาจไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้

จากข้อมูลรพ.สมิติเวช เผยถึงสัญญาณเตือนมะเร็งเต้านมที่สามารถสังเกตได้ด้วยตัวเองมีดังนี้

1.คลำพบก้อนเนื้อบริเวณเต้านม หรือใต้รักแร้ สามารถทำได้ด้วยตัวเองที่บ้านเป็นประจำ โดยก้อนเนื้อที่พบอาจจะกดเจ็บ หรือไม่เจ็บก็ได้ ผู้หญิงทุกคนควรตรวจเต้านมด้วยตนเองทุกเดือนหลังรอบเดือนหมด ประมาณ 1 สัปดาห์

2.ขนาดหรือรูปร่างของเต้านมเปลี่ยนไปแม้ปกติเต้านมทั้ง 2 ข้างอาจมีขนาดและรูปร่างที่ต่างกันบ้าง แต่การหมั่นสังเกตความเปลี่ยนแปลงของเต้านมข้างใดข้างหนึ่ง หรือทั้งสองข้างมีลักษณะผิดปกติไปจากเดิม จะช่วยให้ผู้ป่วยรู้เท่าทันหากเกิดโรคร้ายตั้งแต่ระยะเริ่มต้น

3.ผิวหนังที่เต้านมบุ๋มลงไปคล้ายลักยิ้มหรือบวมหนาเหมือนเปลือกส้มรวมถึงสีหรือผิวหนังบริเวณลานหัวนมเปลี่ยนแปลงไปจากเดิม ควรรีบพบแพทย์เพื่อตรวจวินิจฉัยให้ละเอียด เนื่องจากอาจเป็นอาการของเซลล์มะเร็งที่ลุกลามมาถึงชั้นเนื้อเยื่อใต้ผิวหนัง

4.มีน้ำเหลืองหรือของเหลวไหลออกมาจากหัวนม โดยเฉพาะหากพบว่าน้ำเหลืองหรือของเหลวไหลนั้นมีสีคล้ายเลือด และออกจากหัวนมเพียงรูเดียว ควรรีบพบแพทย์เพื่อทำการตรวจเต้านมโดยละเอียด

5.อาการเจ็บผิดปกติที่เต้านมหรือผิวหนังของเต้านมอักเสบ หากมีอาการเจ็บเต้านมโดยที่ไม่ใช่ช่วงมีประจำเดือน หรือพบว่าผิวหนังรอบๆเต้านมบวมแดงอักเสบ โดยเฉพาะเมื่อคลำพบก้อนเนื้อร่วมด้วย อย่าละเลยว่าเป็นเรื่องธรรมดาเด็ดขาด

6.ผื่นคันบริเวณเต้านมรักษาแล้วไม่หายขาด ผื่นคันอาจเกิดขึ้นที่หัวนมหรือบริเวณเต้าส่วนใหญ่ เริ่มต้นเป็นเพียงผื่นแดงแสบๆ คันๆ แม้จะรักษาโดยแพทย์ผิวหนังแล้วยังไม่หายขาดจนกลายเป็นแผลตกสะเก็ดแข็ง ควรพบแพทย์เพื่อตรวจวินิจฉัยมะเร็งเต้านมอีกครั้ง เนื่องจากอาจเกิดจากเซลล์มะเร็งลามขึ้นมาที่ผิวหนังด้านบนบริเวณหัวนมหรือเต้านมแล้ว

ผู้หญิงทุกคนมีความเสี่ยงเป็นมะเร็งเต้านมโดยมีปัจจัยเพิ่มความเสี่ยงมากมาย ทั้งอายุ พันธุกรรม และพฤติกรรมการใช้ชีวิต การป้องกันที่ดีคือหมั่นสำรวจความผิดปกติของร่างกาย และเต้านมอย่างสม่ำเสมอ หากพบสัญญาณเตือนมะเร็งเต้านม ควรรีบพบแพทย์เพื่อรับการวินิจฉัยและรักษาตั้งแต่ระยะเริ่มต้น

โคซี่ อ่าวนาง บีช สีสันใหม่ของนักเดินทางยุคดิจิทัล #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

ผู้หญิง – โคซี่ อ่าวนาง บีช สีสันใหม่ของนักเดินทางยุคดิจิทัล (naewna.com)

โคซี่ อ่าวนาง บีช สีสันใหม่ของนักเดินทางยุคดิจิทัล

โคซี่ อ่าวนาง บีช สีสันใหม่ของนักเดินทางยุคดิจิทัล

วันพฤหัสบดี ที่ 17 ธันวาคม พ.ศ. 2563, 06.00 น.

โรงแรมและรีสอร์ทในเครือเซ็นทารา  เปิดตัว โคซี่ กระบี่ อ่าวนาง บีช โรงแรมน้องใหม่ล่าสุดในพื้นที่ภาคใต้อย่างเป็นทางการ ตอบโจทย์นักเดินทางยุคดิจิทัลที่รักอิสระและชื่นชอบความทันสมัย ตามรอยแบรนด์โคซี่สองแห่งที่ได้เปิดให้บริการและประสบความสำเร็จไปก่อนหน้าทั้งสมุยและพัทยา

โคซี่ กระบี่ อ่าวนาง บีช โดดเด่นและสะดุดตาด้วยภาพของนกเหยี่ยวสีแดง สัญลักษณ์ของความเป็นอิสระเสรี ผลงานของศิลปินแนวสตรีทอาร์ตชื่อดัง รักกิจ ควรหาเวชซึ่งนำมาใช้ตกแต่งพื้นที่ต่างๆ ภายในโรงแรมได้อย่างลงตัวและกำลังเป็นจุดถ่ายภาพเช็คอินสุดฮอตในกลุ่มนักเดินทางที่ชื่นชอบสีสันและความท้าทายใหม่ๆ

สิ่งหนึ่งที่ขาดไม่ได้เลยสำหรับโรงแรมโคซี่ นั่นคือ เดอะ ฮับ ที่เปรียบเสมือนหัวใจสำคัญของโรงแรม ด้วยพื้นที่ส่วนกลางที่จัดให้แขกผู้เข้าพักทุกคนสามารถนั่งเล่น ชมภาพยนตร์ เล่นเกมส์ หรือใช้เป็นพื้นที่โคเวิร์กกิ้งสเปซ เพื่อนั่งทำงานชิลๆ เมื่อไหร่ก็ได้ตามความสะดวก เพราะเปิดให้บริกาตลอด 24 ชั่วโมง รวมทั้งคาเฟ่ ฟิตเนส เซ็นเตอร์ และห้องซักผ้าที่สามารถเข้าไปใช้บริการได้ทุกเวลาเช่นกัน

โรงแรมสุดสมาร์ทแห่งนี้ พร้อมอำนวยความสะดวกให้กับนักเดินทางยุคใหม่ ผู้ต้องการใช้ชีวิตดิจิทัลที่เชื่อมต่ออย่างไม่สะดุด มีห้องพักทั้งสิ้น 142 ห้อง พร้อมอุปกรณ์และสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน อาทิ ฝักบัวอาบน้ำแรงดันสูง ฟรีสัญญาณไวไฟ สมาร์ททีวี พอร์ทยูเอสบีข้างเตียง ตู้เซฟนิรภัย และตู้เย็นสไตล์เรโทร เป็นต้น ห้องพักมี 3 แบบ คือ ห้องพักแบบเตียงเดี่ยว ห้องพักแบบเตียงคู่ และห้องพักแบบโคซี่ พลัส ที่เพิ่มความพิเศษนอกเหนือจากเตียงขนาดคิงไซส์ เป็นเตียงสองชั้นภายในห้องเหมาะสำหรับกลุ่มเพื่อนหรือครอบครัวทันสมัยที่มองหาประสบการณ์การเข้าพักใหม่ๆ สไตล์โคซี่

หากไม่อยากออกไปท่องเที่ยวผจญภัยนอกโรงแรม ก็สามารถเลือกที่จะใช้เวลาพักผ่อนบริเวณสระน้ำบนชั้นดาดฟ้าของโรงแรมได้อย่างสบายใจ เพราะนอกจากจะมีลำโพงใต้น้ำที่เปิดเพลงให้ได้สนุกกันแล้ว ยังสามารถดื่มด่ำไปกับทิวทัศน์เทือกเขาอันสวยงาม นอกจากนี้ บริเวณรอบๆ โรงแรมยังมีการตกแต่งพื้นที่สำหรับการปีนผาจำลอง ที่ถือเป็นกิจกรรมยอดนิยมและมีชื่อเสียงระดับโลกของจังหวัดกระบี่ ภายในห้องพักก็ได้รับแรงบันดาลใจในการตกแต่งบริเวณหัวเตียง จากภาพของเรือหางยาวที่โลดแล่นในท้องทะเลภาคใต้อันงดงามของประเทศไทย

หรือถ้าอยากออกไปใช้ชีวิตนอกโรงแรม ก็สามารถเดินไปได้อย่างง่ายดาย เพราะตัวโรงแรมตั้งอยู่ไม่ไกลจากอ่าวนาง แหล่งท่องเที่ยวยามค่ำคืน และร้านอาหารที่มีให้เลือกมากมาย ยิ่งไปกว่านั้นสำหรับคนที่รักในกิจกรรมผาดโผนหรือการท่องเที่ยวแบบผจญภัย ก็สามารถเลือกไปเยี่ยมชมถ้ำลอด ที่อุทยานแห่งชาติธารโบกขรณี หรือไปปีนหน้าผาที่ไร่เล่ย์ พร้อมออกสำรวจเกาะแก่งต่างๆ อันสวยงามของกระบี่ได้อย่างง่ายดาย

รุจจิเรศ อนัญพงศ์ ผู้จัดการโรงแรมโคซี่ กระบี่ อ่าวนาง บีช กล่าวว่า “จังหวัดกระบี่ เป็นเมืองท่องเที่ยวอีกแห่งของประเทศไทยที่มีความสวยสดงดงาม การเปิดให้บริการโคซี่ กระบี่ อ่าวนาง บีช เราต้องการให้โรงแรมนี้เป็นที่พักที่มีความทันสมัย เหมาะสำหรับนักเดินทางยุคใหม่ผู้รักอิสระเพื่อออกไปเดินทางท่องเที่ยวในพื้นที่ที่น่าสนใจต่างๆ ของภาคใต้ โดยหลังจากที่ทีมงานได้เตรียมความพร้อมกันมานานหลายเดือน เราทุกคนก็รู้สึกตื่นเต้นเป็นอย่างมากที่ได้เปิดให้บริการโรงแรมและต้อนรับแขกผู้เข้าพักทุกคน”

และเพื่อเฉลิมฉลองให้กับการเปิดตัวโรงแรมใหม่ครั้งนี้ โคซี่ กระบี่ อ่าวนาง บีช พร้อมมอบข้อเสนอพิเศษ ผ่านแคมเปญ Even Stronger Together กับราคาห้องพักเริ่มต้นเพียง 720 บาท รวมเครดิตสำหรับแลกอาหารและเครื่องดื่ม 100 บาทต่อคนต่อการเข้าพัก คูปองส่วนลดแทนเงินสดจากห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัลมูลค่า 700 บาท และยังสามารถเช็คอินได้ก่อนเวลา ตั้งแต่ 09.00 น. เป็นต้นไปรวมทั้งเช็คเอาท์ล่วงเวลาได้จนถึง 21.00 น. สำหรับการเข้าพักในวันพฤหัสบดี-วันอาทิตย์ โดยขึ้นอยู่กับจำนวนห้องพักที่ว่างในขณะนั้น สามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมหรือสำรองห้องพักได้ที่ www.centarahotelsresorts.com/th/even-stronger-together/

คุณหมอแนะนำ 5 สารอาหารสำคัญ เติมเต็มโภชนาการที่ดีให้แก่นักวิ่ง #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

ผู้หญิง – คุณหมอแนะนำ 5 สารอาหารสำคัญ เติมเต็มโภชนาการที่ดีให้แก่นักวิ่ง (naewna.com)

คุณหมอแนะนำ 5 สารอาหารสำคัญ เติมเต็มโภชนาการที่ดีให้แก่นักวิ่ง

คุณหมอแนะนำ 5 สารอาหารสำคัญ เติมเต็มโภชนาการที่ดีให้แก่นักวิ่ง

วันพฤหัสบดี ที่ 17 ธันวาคม พ.ศ. 2563, 06.00 น.

ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา การวิ่งถือเป็นอีกหนึ่งกิจกรรมการออกกำลังกายที่คนไทยนิยมอาจเพราะเทรนด์คนรักสุขภาพและการออกกำลังกายที่มาแรง อย่างไรก็ตาม ด้วยสถานการณ์ปัจจุบัน นักวิ่งหลายคนอาจออกไปวิ่งหรือออกกำลังกายข้างนอกได้ไม่สะดวกนัก แต่เราก็ยังสามารถวิ่งอยู่ที่บ้านหรือร่วมกิจกรรมวิ่งแบบ Virtual Run ที่หลายแห่งจัดขึ้นได้เพื่อไลฟ์สไตล์ที่มีสุขภาพดี

ผศ.นพ.กรกฎ พานิช ผู้เชี่ยวชาญด้านเวชศาสตร์การกีฬา และสมาชิกคณะกรรมที่ปรึกษาด้านโภชนาการของเฮอร์บาไลฟ์นิวทริชั่น ให้คำแนะนำและสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับการวิ่งรวมไปถึงหลักโภชนาการ 5 หมู่ที่สำคัญที่นักวิ่งทุกคนไม่ว่าจะมืออาชีพหรือสมัครเล่นควรรู้ไว้เป็นพื้นฐานประกอบการเล่นกีฬาประเภทนี้เพื่อจะได้กลับมาสนุกสนานกับการวิ่งอีกครั้งรวมถึงเห็นความสำคัญของการมีสุขภาพที่ดีและไลฟ์สไตล์ที่กระฉับกระเฉงอยู่เป็นประจำด้วย

โภชนาการถือว่ามีบทบาทความสำคัญและมีคุณประโยชน์ต่อร่างกายของเรานานัปการโดยเฉพาะในหมู่นักวิ่งเองโภชนาการที่ดีไม่เพียงแต่ช่วยให้เรามีสุขภาพองค์รวมที่ดีเท่านั้นแต่ยังช่วยส่งเสริมให้การออกกำลังกายของเรามีประสิทธิภาพมากขึ้นด้วยโดยโภชนาการที่ดีสำหรับนักวิ่งนั้นประกอบไปด้วย 5 สารอาหารสำคัญมีดังต่อไปนี้

1.คาร์โบไฮเดรต (ข้าว แป้ง น้ำตาล) คาร์โบไฮเดรตถือเป็นแหล่งพลังงานหลักของร่างกาย จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่เราจะต้องรับประทานคาร์โบไฮเดรตในทุกมื้ออาหาร เพื่อเติมเต็มพลังงานสำหรับการทำกิจกรรมต่างๆ ตลอดวัน สำหรับนักวิ่งเองก็เช่นกัน การรับประทานอาหารกลุ่มคาร์โบไฮเดรตที่ย่อยง่ายเช่น ขนมปัง 1-2 แผ่น(80 แคลอรี/แผ่น) หรือ นม 1 กล่อง (70-140แคลอรี/กล่อง)ที่รวมแล้วให้พลังงานประมาณ 100-200 แคลอรีก่อนการวิ่งประมาณ 1 ชั่วโมงจะช่วยให้ร่างกายมีพลังงานเพียงพอที่จะวิ่งได้อย่างมีประสิทธิภาพ

2.โปรตีน (เนื้อสัตว์ นม ไข่ ถั่วเหลือง และโปรตีนจากพืช) โปรตีนมีหน้าที่ซ่อมแซมกล้ามเนื้อและเนื้อเยื่อที่ถูกทำลายจากการทำกิจกรรมในแต่ละวัน หลังจากการวิ่งทุกครั้งเราจะรู้สึกถึงความปวดเมื่อยกล้ามเนื้อโดยเฉพาะบริเวณต้นขาและน่อง ซึ่งเป็นสัญญาณที่บ่งบอกว่าเนื้อเยื่อต้องการโปรตีนเพื่อใช้ในการฟื้นฟูและซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ เมื่อได้รับโปรตีนในปริมาณที่เหมาะสมพร้อมทั้งการพักผ่อนที่เพียงพอ กล้ามเนื้อจะถูกซ่อมแซมและสร้างขึ้นใหม่และจะแข็งแรงขึ้นกว่าเดิมด้วย ซึ่งนอกจากเนื้อสัตว์ นม และไข่แล้ว ถั่วเหลืองยังเป็นอีกหนึ่งแหล่งโปรตีนชั้นยอดที่มีกรดอะมิโนสำคัญทั้ง 9 ชนิดที่ร่างกายไม่สามารถผลิตขึ้นเองได้ นอกจากนี้ เรายังพบโปรตีนจากพืชอื่นๆ อีก เช่น ถั่วต่างๆ เมล็ดถั่ว ถั่วเลนทิล และเมล็ดธัญพืชด้วย โดยงานวิจัย ของ Potgieter Sในปี 2013 สรุปข้อมูลจากองค์กรชั้นนำด้านโภชนาการด้านการกีฬาระดับโลก แนะนำว่าควรรับประทาน คาร์โบไฮเดรต ร่วมกับโปรตีน หลังออกกำลังกายภายในระยะเวลา 30 นาทีหรืออย่างช้าภายใน 3 ชั่วโมงหลังออกกำลังกาย (อัตราส่วนของคาร์โบไฮเดรต ต่อโปรตีน ประมาณ 3-4:1 โดยให้ได้รับปริมาณโปรตีนประมาณ20 กรัม

3.ไขมัน (ไขมันและน้ำมัน) ไขมันเป็นอีกหนึ่งแหล่งพลังงานที่ร่างกายเก็บสะสมไว้ ในการออกกำลังกายไขมันมักจะถูกนำออกมาใช้เป็นพลังงานหลังจากใช้คาร์โบไฮเดรตไประยะหนึ่ง โดยร่างกายจะเผาผลาญไขมัน ในปริมาณมากอย่างที่เราต้องการ เมื่อมีการออกกำลังกายนานถึง30-60 นาที จะเห็นว่าไขมันเข้ามาอยู่ในตัวเรานั้นแสนง่าย แต่กว่าจะขับออกไปใช้เวลานาน เราจึงควรเลือกบริโภคไขมันแต่พอดี และควรเลี่ยงไขมันที่อร่อยๆ เช่น อาหารฟาสต์ฟู้ด มันฝรั่ง โดนัทเบเกอรี่ ขนมขบเคี้ยว ครีมเทียม วิปปิ้งครีมเนยขาว มาร์การีน และคุกกี้ เพราะเหล่านี้คือกลุ่มไขมันที่อันตรายต่อหัวใจ

4.แร่ธาตุและวิตามิน (ผักและผลไม้)แร่ธาตุและวิตามินมีหลากหลายชนิด โดยแต่ละชนิดมีหน้าที่ในการรักษาสมดุลการทำงานของระบบต่างๆ ในร่างกายที่แตกต่างกัน ในขณะออกกำลังกาย ร่างกายจะทำการขับของเสียทางผิวหนังในรูปของเหงื่อ และขณะเดียวกันร่างกายสูญเสียเกลือแร่ไปด้วยหากเราออกกำลังกายต่อเนื่องเกิน 1 ชั่วโมง ขอแนะนำให้ดื่มเครื่องดื่มที่ให้พลังงาน และเกลือแร่ เพื่อทดแทนส่วนที่สูญเสียไปกับเหงื่อ เพราะถ้าร่างกายขาดเกลือแร่มากเกินไป และเราดื่มแต่น้ำเปล่า อาจทำให้เกิดภาวะโซเดียมในเลือดเจือจาง อาจมีอันตรายต่อสมอง และแย่กว่านั้นอาจอันตรายถึงชีวิตได้

5.น้ำ กว่าร้อยละ 70 ของร่างกายมนุษย์ประกอบไปด้วยน้ำและเป็นสิ่งที่ร่างกายขาดไม่ได้ น้ำเป็นตัวนำพาสารอาหารต่างๆ เข้าสู่เนื้อเยื่อและเซลล์ อีกทั้งช่วยขับของเสียออกจากร่างกายด้วย นักวิ่งจึงต้องรักษาสมดุลของน้ำในร่างกายให้ดีทั้งช่วงก่อน ระหว่าง และหลังจากการวิ่ง เพราะนอกจากน้ำจะช่วยหล่อเลี้ยงให้ระบบต่างๆ ในร่างกายทำงานได้ดีแล้ว ยังช่วยควบคุมอุณหภูมิในร่างกายให้ไม่ร้อนจนเกินไปด้วย ข้อควรระวังคืออย่าให้สูญเสียปริมาณน้ำเกิน 2% ของน้ำหนักตัว ในขณะออกกำลังกาย เพราะจะทำให้ประสิทธิภาพการออกกำลังกายลดลง

“อยากฝากถึงนักวิ่งทุกท่านว่า ท่านสามารถไปถึงเป้าหมายที่ตั้งใจไว้ได้ เพียงแค่มีความพยายามและความตั้งใจ หมั่นฝึกซ้อม และรับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ เพียงเท่านี้ คุณก็จะสามารถวิ่งครบตามระยะทางที่ตั้งใจไว้ด้วยรอยยิ้ม พร้อมสุขภาพร่างกายที่สมบูรณ์แข็งแรงและไลฟ์สไตล์ที่กระฉับกระเฉงกว่าที่เคย แล้วระยะทางจะไม่ใช่เรื่องยากสำหรับคุณอีกต่อไป” ผศ.นพ.กรกฎ พานิชกล่าวในตอนท้าย

‘เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี’ ทรงเผย ‘สมเด็จพระพันปีหลวง’ คือแรงบันดาลพระทัย สืบสาน รักษา ต่อยอด พัฒนาภาพลักษณ์ผ้าไทยสู่สากล #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

ผู้หญิง – ‘เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี’ทรงเผย‘สมเด็จพระพันปีหลวง’คือแรงบันดาลพระทัย สืบสาน รักษา ต่อยอด พัฒนาภาพลักษณ์ผ้าไทยสู่สากล (naewna.com)

‘เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี’ทรงเผย‘สมเด็จพระพันปีหลวง’คือแรงบันดาลพระทัย สืบสาน รักษา ต่อยอด พัฒนาภาพลักษณ์ผ้าไทยสู่สากล

‘เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี’ทรงเผย‘สมเด็จพระพันปีหลวง’คือแรงบันดาลพระทัย สืบสาน รักษา ต่อยอด พัฒนาภาพลักษณ์ผ้าไทยสู่สากล

วันพฤหัสบดี ที่ 17 ธันวาคม พ.ศ. 2563, 06.00 น.

กรมส่งเสริมวัฒนธรรม กระทรวงวัฒนธรรม ต่อยอดโครงการส่งเสริมและพัฒนาภาพลักษณ์ผ้าไทยสู่สากล ประจำปี 2563 โดยได้รับพระกรุณาธิคุณจาก สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา เสด็จทรงเป็นประธานงานเปิดตัวหนังสือ Thai Textiles Trend Book Spring/Summer 2022 และทรงร่วมเสวนาวิชาการหัวข้อ “การส่งเสริมและพัฒนาภาพลักษณ์ผ้าไทยสู่สากล”เพื่อยกระดับและแบ่งปันองค์ความรู้แก่วงการผ้าไทย ชวนคนไทยร่วมชมนิทรรศการ “แนวโน้มและทิศทางผ้าไทยและการออกแบบเครื่องแต่งกายด้วยผ้าไทย” พร้อมตื่นตาตื่นใจไปกับผลงานอันวิจิตรของ 12 ดีไซเนอร์ชั้นนำแห่งวงการแฟชั่น จนถึงวันที่ 17 ธันวาคม นี้ ที่ ไอคอนสยาม อาร์ต สเปซ ชั้น 8 ไอคอนสยาม

สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรีนารีรัตนราชกัญญา ทรงบรรยายหัวข้อการส่งเสริมและพัฒนาภาพลักษณ์ผ้าไทยสู่สากล ความตอนหนึ่งว่า แรงบันดาลพระทัยในการจัดทำหนังสือ Thai Textiles Trend Book Spring/Summer 2022 เล่มนี้ มาจาก สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง สมเด็จย่าผู้ทรงเป็นแรงบันดาลพระทัยเป็นไอคอนิค เป็นต้นแบบให้กับทุกคน ทรงเป็นองค์เริ่มต้นที่ริเริ่มการทำงานทั้งหมด และทรงดึงจิตวิญญาณของเอกลักษณ์ความเป็นไทยและภูมิปัญญาท้องถิ่นสู่สากล

“ท่านหญิงทำเพื่อให้ทุกคนจดจำ สมเด็จพระพันปีหลวง รวมถึงทำอย่างไรให้งานของพระองค์ได้รับการสืบสาน รักษา ต่อยอด ในสิ่งที่พระองค์ทรงงานมาทั้งหมด และจะทำอย่างไรให้ผ้าไทย งานคราฟท์ไทยทั้งหมดไปสู่ความเป็นไทยที่มีความเป็นสากลและยั่งยืน ซึ่งตัวท่านหญิงอยากจะแบ่งปันประสบการณ์จากวิชาชีพที่ได้เป็นอยู่ทุกวันนี้ และใช้วิชาชีพนี้มาถ่ายทอดความรู้ให้แก่บุคคลที่จะต้องสานต่องานนี้ต่อไป ทั้งข้าราชการ ดีไซเนอร์ ครีเอเตอร์ และสุดท้ายคือ ท่านหญิงได้เห็นเทรนด์บุ๊ค ซึ่งเล่มหนึ่งมีราคาแพง มีมูลค่ามหาศาลมาก แต่ส่วนใหญ่เป็นของต่างชาติ ด้วยประสบการณ์ทำงานของท่านหญิง ไม่ว่าวิชาชีพตัวเอง ทำงานต่างประเทศ หรือจากนิทรรศการต่างๆ คิดว่าถึงเวลาแล้วที่ประเทศไทยน่าจะมีเทรนด์บุ๊คเป็นของตัวเองมีเทรนด์เป็นของตัวเอง และเป็นหนังสือที่ไม่ควรฉาบฉวย เป็นหนังสือที่ควรอยู่ในห้องเรียน อยู่ในห้องสมุด เพราะเราควรรู้ว่า สีของประเทศไทยเป็นอย่างไร สิ่งทอของเราเป็นอย่างไร และเราสามารถประยุกต์ได้อย่างไรบ้าง นี่คือ 3-4 หัวใจหลักของการทำเทรนด์บุ๊คเล่มนี้ ซึ่งเทรนด์บุ๊คเล่มนี้เทียบเท่าระดับสากลได้ ผู้สนใจสามารถนำไปประยุกต์ใช้ในการสร้างสรรค์ผลงานไปสู่ระดับสากลได้”

สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา รับสั่งอีกว่า “ตอนทำหนังสือเล่มนี้ ท่านหญิงจะนึกถึงสมเด็จย่า พระองค์รับสั่งเสมอ ทุกวันที่ 11 สิงหาคม จนเข้าไปอยู่ในหัวใจของท่านหญิง พระองค์จะทรงชมและทรงภูมิใจว่า คนไทยที่เป็นชาวไร่ชาวนา ถ้าเราแนะนำเขาดีๆ เขาจะมีสายเลือดของช่างฝีมือและมีความเป็นศิลปิน เขาจะมีความละเอียดอ่อน มีศิลปะ ถ้าสอนดีๆ ฝึกฝน งานแสดงออกมาก็จะมีความสวยงาม และภาคภูมิใจ พระองค์ทรงเป็นไอดอล ทรงเป็นไอคอนิคของศิลปไทย”

ด้าน นายชาย นครชัย อธิบดีกรมส่งเสริมวัฒนธรรม กระทรวงวัฒนธรรม กล่าวว่าโครงการส่งเสริมและพัฒนาภาพลักษณ์ผ้าไทยสู่สากล ได้จัดทำหนังสือแนวโน้มและทิศทางผ้าไทยและการออกแบบเครื่องแต่งกายด้วยผ้าไทย Thai Textiles Trend Book Spring/Summer 2022 ดำเนินการอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2562-2563 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเผยแพร่พระอัจฉริยภาพของ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ด้านศิลปะการออกแบบเครื่องแต่งกายและสิ่งทอ โดยทรงเป็นต้นแบบของหนุ่มสาวรุ่นใหม่ในเรื่องของการนำผ้าไทยมาออกแบบและตัดเย็บเป็นเครื่องแต่งกายที่มีความทันสมัย หรูหรา งดงาม ซึ่งทรงสวมใส่ตามงานพระราชกรณียกิจต่างๆ อยู่เป็นนิจด้วยทรงสนพระทัยเกี่ยวกับการออกแบบแฟชั่นตั้งแต่ยังทรงพระเยาว์ และในขณะที่ยังทรงศึกษา พระองค์ทรงเคยแสดงแฟชั่นโชว์คอลเลคชั่นทรงออกแบบครั้งแรก ในปารีส แฟชั่น วีค ทรงเป็นดีไซเนอร์เสื้อผ้าของพระองค์เอง ภายใต้แบรนด์ “SIRIVANNAVARI” อีกทั้ง ยังทรงได้รับรางวัลศิลปินศิลปาธร ประจำปี 2561 ในสาขาศิลปะการออกแบบ (แฟชั่นและเครื่องประดับ)

พร้อมกันนี้ โครงการส่งเสริมและพัฒนาภาพลักษณ์ผ้าไทยสู่สากล ยังได้จัดทำหนังสือแนวโน้มและทิศทางผ้าไทยและการออกแบบเครื่องแต่งกายด้วยผ้าไทย “Thai Textiles Trend Book Spring/Summer 2022”เพื่อพัฒนาและชี้นำทิศทางแนวโน้มการออกแบบผ้าไทยสู่สากล โดยการจัดพิมพ์หนังสือเล่มนี้สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ทรงพิจารณาเนื้อหาต้นฉบับและพระราชทานคำแนะนำพร้อมแก้ไขรายละเอียดต่างๆ ดังนั้น หนังสือแนวโน้มและทิศทางผ้าไทยและการออกแบบเครื่องแต่งกายด้วยผ้าไทย (Trend Book) เล่มนี้ จะเป็นเหมือนธงนำในการขับเคลื่อนและพัฒนาทิศทางกระแสความนิยมของผ้าไทย และการออกแบบเครื่องแต่งกายในเวทีระดับนานาชาติ เกิดเป็นรูปธรรมและสอดคล้องไปกับความต้องการของโลกในยุคสมัยใหม่ที่เปลี่ยนแปลงอย่างไม่หยุดนิ่ง

“สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรีนารีรัตนราชกัญญา ทรงเป็นผู้สร้างแรงบันดาลใจและแบ่งปันองค์ความรู้ให้แก่วงการผ้าไทยในปัจจุบันให้แก่ผู้ที่อยู่ในวงการผ้าไทยในระดับชุมชน ระดับท้องถิ่น ระดับภูมิภาค ระดับชาติ อีกทั้ง ยังทรงนำแนวคิดที่เป็นสากลมาพัฒนาต่อยอดมรดกภูมิปัญญาผ้าไทย เพื่อสร้างความตระหนักและกระตุ้นให้เกิดภาพลักษณ์ที่มีความทันสมัยให้แก่วงการผ้าไทย ทั้งยังสามารถนำไปออกแบบและตัดเย็บเป็นเครื่องแต่งกายที่สวมใส่ได้ในชีวิตประจำวันและเหมาะแก่ทุกเพศทุกวัย

จึงนับเป็นพระกรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ที่เสด็จทรงเป็นประธานเปิดตัวหนังสือ Trend Book S/S 2022 และทรงเสวนาภายใต้หัวข้อ“การส่งเสริมและพัฒนาภาพลักษณ์ผ้าไทยสู่สากล” ซึ่งนับเป็นประโยชน์อย่างมากแก่วงการผ้าไทย รวมไปถึงการจัดนิทรรศการแนวโน้มและทิศทางผ้าไทยและการออกแบบเครื่องแต่งกายด้วยผ้าไทยที่ออกแบบโดยเหล่าดีไซเนอร์ชั้นนำของไทยจำนวน 12 แบรนด์ คือ Wisharawish, Asava, Vatanika,Kai, Kloset, Milin,SIRIVANNAVARI,ARCHIVEO26,TandT,Theatre,Tirapan และ Tube Gallery ซึ่งแต่ละแบรนด์รังสรรค์ผลงานได้อย่างวิจิตรงดงาม นับเป็นการยกระดับภาพลักษณ์ของผ้าไทยให้มีความทันสมัย และมีความน่าสนใจมากยิ่งขึ้น”

กลุ่มเซ็นทรัลจัดเต็มงานเทศกาลของขวัญ รวบรวมสินค้าจากร้านค้าโครงการในพระราชดำริ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

ผู้หญิง – กลุ่มเซ็นทรัลจัดเต็มงานเทศกาลของขวัญ รวบรวมสินค้าจากร้านค้าโครงการในพระราชดำริ (naewna.com)

กลุ่มเซ็นทรัลจัดเต็มงานเทศกาลของขวัญ  รวบรวมสินค้าจากร้านค้าโครงการในพระราชดำริ

กลุ่มเซ็นทรัลจัดเต็มงานเทศกาลของขวัญ รวบรวมสินค้าจากร้านค้าโครงการในพระราชดำริ

วันพฤหัสบดี ที่ 17 ธันวาคม พ.ศ. 2563, 06.00 น.

เพื่อร่วมส่งมอบความสุขและช่วยเหลือชาวบ้านและชุมชนทั่วประเทศ ผ่านโครงการในพระราชดำริ บริษัท กลุ่มเซ็นทรัล จำกัด นำโดย พิชัย จิราธิวัฒน์ กรรมการบริหาร ร่วมกับ สุพัตราจิราธิวัฒน์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่สำนักนโยบายองค์กรสัมพันธ์และภาพลักษณ์ จัดงาน “เทศกาลของขวัญ : The Royal Gift Festivalครั้งที่ 2” รวมสินค้าที่ได้รับความนิยมจากร้านค้าโครงการในพระราชดำริ โดยได้รับเกียรติจากดร.สุเมธ ตันติเวชกุล เลขาธิการมูลนิธิชัยพัฒนา พร้อมทั้ง ท่านผู้หญิงภรณี มหานนท์ ให้เกียรติร่วมเป็นประธานในพิธี โดยมีแขกรับเชิญมากมาย อาทิ ท่านผู้หญิงกอบกุล อุบลเดชประชารักษ์ผู้ช่วยงานมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพ, ดร.รอยลจิตดอน กรรมการและเลขาธิการมูลนิธิอุทกพัฒน์ ในพระบรมราชูปถัมภ์,นุชนาถ ระวีแสงสูรย์, วรวุฒิ โตวิรัตน์, ม.ล.เอวิตา ยุคล, ฐิติพงษ์ ล้อประเสริฐ, พญ.พลอยลดา ธนาไพศาลวรกุล, สวินณาดาโลดม, ภัณฑิตา เฮงตระกูลสิน, พัชราธรณ์ถิรธารากร,นภาพร โกเซอแวร์, วิมลลักษณ์จงรัตนเมธีกุล และ ชัญญ ธนเพ็ญชาติร่วมงาน โดยงานจัดเต็มอิ่ม 6 วัน ระหว่างวันที่1-6 ธันวาคม 2563 ที่ผ่านมา ณ ลานอีเดนชั้น 1 และ 2 ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์

สุพัตรา จิราธิวัฒน์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่สำนักนโยบายองค์กรสัมพันธ์และภาพลักษณ์กลุ่มเซ็นทรัล กล่าวว่า งาน “The Royal Gift Festival” ทางกลุ่มเซ็นทรัลจัดขึ้นเป็นครั้งที่ 2 แล้ว และได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากประชาชน โดยเทศกาลของขวัญสุดพิเศษที่ได้รวบรวมสินค้าที่ได้รับความนิยมจากร้านค้าโครงการในพระราชดำริ พบกับสินค้าไฮไลต์นำโดย สินค้าคอลเลคชั่นล่าสุดรับปี 2021 จาก 30 ร้านค้า 13 หน่วยงาน ที่เป็นสินค้าที่เกิดจากฝีมือชาวบ้านทั่วประเทศ ตลอดจนผู้ด้อยโอกาสโดยรายได้จากการจัดจำหน่ายจะนำไปพัฒนาคุณภาพชีวิตและความเป็นอยู่ การมาจับจ่ายสินค้าภายในงานนอกจากจะได้รับสินค้าที่มีคุณภาพและมีคุณค่าทางจิตใจแล้ว เรายังได้เป็นส่วนหนึ่งในการได้ช่วยเหลือสังคมตามวัตถุประสงค์ของแต่ละร้านค้าและมูลนิธิต่างๆ ที่มาร่วมออกงาน เช่น มูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพ ในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ, ศูนย์ส่งเสริมศิลปาชีพระหว่างประเทศ(SACICT), มูลนิธิสายใจไทยฯ, มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง(ภาฯ)ยามยาก, ร้านภูฟ้า, ร้าน ๑๐๙ (หนึ่ง-ศูนย์-เก้า),ร้านดอยตุง, ร้านดอยคำ, ร้านภัทรพัฒน์ มูลนิธิชัยพัฒนา,มูลนิธิอุทกพัฒน์, มูลนิธิช่วยคนปัญญาอ่อน และสินค้าพื้นถิ่นภายใต้โครงการ Our Khung Bangkachao ซึ่งการอุดหนุนผลิตภัณฑ์ต่างๆ มีส่วนสนับสนุนดูแล“คุ้งบางกระเจ้า” พื้นที่สีเขียวขนาดใหญ่ ปอดใกล้กรุงเทพฯ แหล่งผลิตออกซิเจน

ท่านผู้หญิงภรณี มหานนท์ กล่าวว่า นับเป็นอีกหนึ่งงานที่กลุ่มเซ็นทรัลได้เห็นความสำคัญในการร่วมแบ่งปันให้กับผู้ด้อยโอกาสในสังคม ให้มีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นผ่านการจับจ่ายใช้สอยสินค้าของฝากของขวัญ จากร้านค้าโครงการในพระราชดำริที่ได้นำมาออกร้านในงานนี้ หลายชิ้นงานเป็นสินค้าที่ได้รับพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทาน ภาพวาดฝีพระหัตถ์และงานศิลปะอื่นๆ เพื่อมาผลิตเป็นสินค้าและของที่ระลึกจัดจำหน่ายให้กับประชาชนทั่วไป ผ่านกระบวนการผลิตด้วยฝีมือภูมิปัญญาทางด้านศิลปหัตถกรรมพื้นบ้านของไทย ประกอบกับความตั้งใจทุ่มเทแรงกายแรงใจ การพัฒนาฝีมือเพื่อให้เป็นสินค้าที่ทรงคุณค่าทางจิตใจ อันก่อให้เกิดรายได้พิเศษจากการว่างเว้นการทำเกษตรกรรมหรืองานประจำอื่นๆ ที่ทำอยู่ บางกลุ่มก็เป็นงานที่ทำให้เกิดรายได้ประจำมายังชีพ การแบ่งปันในสังคมจะทำให้เกิดการอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุขอย่างยั่งยืน

ดร.สุเมธ ตันติเวชกุล เลขาธิการมูลนิธิชัยพัฒนา กล่าวว่า จริงอยู่ที่ของขวัญเราอาจซื้อที่ไหนก็ได้ แต่ถ้าจะให้ชีวิตและสังคมมีความหมาย และแผ่นดินได้อยู่อย่างยั่งยืนต่อไปนั้น ก็คงต้องมาจับจ่ายที่งานนี้ เพราะเป็นอีกครั้งที่ทางกลุ่มเซ็นทรัลได้เชิญหน่วยงานและมูลนิธิต่างๆ ในพระองค์มาร่วมออกงาน และจะเห็นได้ว่าทุกพระองค์ในพระราชวงศ์ฯ ต่างก็มีมูลนิธิส่วนพระองค์ทั้งนั้นทุกมูลนิธิมีภารกิจสำคัญคือ “ทำให้ประชาชนโดยเฉพาะชุมชนที่ยากไร้ได้มีโอกาสหลุดพ้นอุปสรรคการดำเนินชีวิตตลอดจนความยากจนและความขาดแคลน”เราไปช่วยเหลือประชาชนในเรื่องการผลิตการพัฒนาชีวิตความเป็นอยู่ เข้าไปช่วยเปิดโอกาสทางการจำหน่าย ยกระดับสินค้าด้วยการใส่แบรนด์มูลนิธิเข้าไปและหาตลาดมารองรับ เมื่อขายได้เงินทุกบาททุกสตางค์จากการจัดจำหน่ายทางมูลนิธิก็ได้นำเงินไปพัฒนาโครงการต่างๆ ต่อเนื่องสืบไปอีก ซึ่งวงจรการช่วยเหลือนี้ทุกท่านมีส่วนสำคัญที่ต่อเชื่อมหมุนเวียนไปพัฒนาโครงการต่างๆ ต่อยอดสืบไปอีกการมาเลือกซื้อสินค้านอกจากจะได้สินค้าที่เป็นประโยชน์แล้ว ทุกฝ่ายทั้งผู้จัดและผู้ซื้อยังได้กุศลอันแรงกล้าอีกด้วย

ขณะที่ วิมลลักษณ์ จงรัตนเมธีกุล กล่าวว่าการได้มาเลือกซื้อสินค้าจากร้านในโครงการพระราชดำริทำให้เราเห็นถึงความประณีตของคนไทยที่มาผลิตงานหัตถศิลป์ ไม่ว่าจะเป็น ผ้าทอ กระเป๋าต่างๆ เครื่องเซรามิค เสื้อผ้า ซึ่งการดีไซน์สมัยนี้ได้ลบภาพจำของสินค้าไปเลยว่าจะต้องเป็นผู้ใหญ่เท่านั้นถึงจะใส่ได้ เพราะแต่ละร้านมูลนิธิได้พัฒนาแพทเทิร์นจนสามารถใส่ในโอกาสต่างๆ ได้หลากหลาย ยิ่งเป็นผ้าไทยด้วยแล้วต้องบอกว่าขั้นตอนการผลิตต้องใช้ความทุ่มเททั้งแรงกายและแรงใจ ผ้าที่เห็นแต่ละผืนนั้นอาจจะมีชิ้นเดียวในโลกด้วย

สำหรับ พญ.พลอยลดา ธนาไพศาลวรกุล กล่าวว่า ช่วงนี้เศรษฐกิจไทยจำเป็นต้องให้คนไทยด้วยกันช่วยกระตุ้นกัน ไม่ว่าจะเป็นผลิตภัณฑ์หรือบริการต่างๆ อย่างในงานนี้ก็สามารถช่วยคนไทยได้โดยตรง เพราะสินค้าจากร้านค้าโครงการในพระราชดำริล้วนเป็นสินค้าที่ได้มาจากฝีมือแรงงานของชาวบ้าน ทั้งงานหัตถศิลป์ งานผ้าทอ ผลิตภัณฑ์จากธรรมชาติ แต่ละชิ้นมีที่มาที่ไป และรายได้จากการจำหน่ายผลิตภัณฑ์ก็ยังได้หมุนเวียนไปช่วยคนในชุมชนต่างๆ ให้มีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น เป็นงานที่เต็มไปด้วยไอเดียการหาของขวัญของฝากน่ารักๆ ไปมอบให้คนที่เราเคารพรักทุกเพศทุกวัยในช่วงเทศกาลแห่งความสุขที่กำลังจะมาถึง ใครที่เป็นแฟนสินค้าจากลายฝีพระหัตถ์ของกรมสมเด็จพระเทพฯ แบบคนต้องชอบเพราะมาที่นี่มีสินค้าให้เลือกครบ

‘ช้อปปี้’ ส่งเซอร์ไพรส์ฉลองวันเกิด ขอบคุณนักช้อปชาวไทย #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

ผู้หญิง – ‘ช้อปปี้’ ส่งเซอร์ไพรส์ฉลองวันเกิด ขอบคุณนักช้อปชาวไทย (naewna.com)

‘ช้อปปี้’ ส่งเซอร์ไพรส์ฉลองวันเกิด ขอบคุณนักช้อปชาวไทย

‘ช้อปปี้’ ส่งเซอร์ไพรส์ฉลองวันเกิด ขอบคุณนักช้อปชาวไทย

วันพฤหัสบดี ที่ 17 ธันวาคม พ.ศ. 2563, 06.00 น.

กลายเป็นทอล์กออฟ เดอะ ทาวน์ชั่วข้ามคืน สำหรับงานฉลองวันเกิดครบรอบ 5 ปีของ “ช้อปปี้” ผู้นำอี-คอมเมิร์ซแพลตฟอร์มในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และไต้หวันทุ่มงบไม่ยั้งจัดกิจกรรม “Shopee 12.12 Birthday Game Show”โชคหล่นทับ รับ 12 ล้าน เนรมิตสตูดิโอให้ออกมาเป็นเกมโชว์เฉพาะกิจ เพื่อส่งความสุขและขอบคุณนักช้อปชาวไทยที่ให้การสนับสนุนที่ดีเสมอมา โดยงานนี้ได้แท็กทีมเหล่าดาราแถวหน้า อาทิ บูม-กิตตน์ก้อง, นาว-ทิสานาฏ, ยูโร-ยศวรรธน์, มินนี่-ภัณฑิรา และอีกมากมาย มาร่วมร้อง เล่น เต้น โชว์ และแจกรางวัลใหญ่แบบไม่ยั้ง พร้อมปิดท้ายด้วยไฮไลท์โชว์สุดเอ็กซ์คลูซีฟ จาก 7 หนุ่มบอยแบนด์ชื่อดังแดนกิมจิ GOT7

ช้อปปี้ สร้างสุขทั่วไทยด้วยการขนรางวัลมาแจกให้นักช้อปวันเดียวรวมมูลค่ากว่า 12 ล้านบาท ทั้ง SamsungSMART TV 65 นิ้ว รถจักรยานยนต์ YamahaGrand Filano Hybrid เงินสด 100,000 บาททองคำหนัก 10 บาท และ Shopee Coins ผ่าน 3 เกมสุดพิเศษทั้ง Shopee Shake Shake, Shopee ทายถูก ลุ้นทอง จากช่วง Celeb Battle และ Shopee เลขลุ้นล้านและงานนี้มีลุ้น เพราะช้อปปี้ได้โทร.ติดต่อผู้โชคดีจากเกม Shopee เลขลุ้นล้านกลางรายการ เพื่อร่วมเปิดกล่องของขวัญสุดเซอร์ไพรส์ โดยที่ผู้โชคดีจะต้องเลือกกล่องและตอบคำถามให้ถูกเพื่อพิชิตรางวัล ซึ่งทั้ง เอ-วราวุธ และ ต้นหอม-ศกุนตลาในฐานะพิธีกร พร้อมด้วยเหล่าดารา ต่างก็ยืนลุ้นตัวโก่ง ร่วมส่งแรงเชียร์และช่วยใบ้กันสุดฤทธิ์ ในท้ายที่สุดผู้โชคดีจากจังหวัดนนทบุรีก็สามารถพิชิตรางวัลใหญ่ เงินสดมูลค่า 100,000 บาท กลับบ้านได้สำเร็จ งานนี้ผู้โชคดี แฮปปี้ เหล่าดาราแฮปปี้ ช้อปปี้ก็แฮปปี้

นอกจากนี้ ในระหว่างรายการนักช้อปทางบ้านยังสามารถอิ่มสุขไปกับดีลสุดพิเศษแทนคำขอบคุณสำหรับการสนับสนุนที่ดีเสมอมา ไม่ว่าจะเป็น BrandFree Gift แบรนด์แท้แจกฟรี, ช้อปปี้ 9 บาทถูกคุ้มทุกวัน รวมถึงสินค้าราคาพิเศษลดสูงสุด90% จากแบรนด์ อาทิ Philips, TCL, Hisense, TVD, Unilever, Tefal, TescoLotus, Autobot, Olay และ Whiskas

สำหรับมหกรรม Shopee 12.12 Birthday Sale ในครั้งนี้ ได้รับการตอบรับที่ดีจากนักช้อปทั่วทั้งภูมิภาค โดยช้อปปี้ได้ทำลายทุกสถิติในวันที่ 12 ธันวาคม ที่ผ่านมาด้วยยอดจำหน่ายสินค้าสูงถึง 12 ล้านชิ้นในเวลาเพียง 24 นาทีแรก และช่วงที่พีคที่สุดสามารถจำหน่ายสินค้าออกไปได้ถึง 1 ล้านชิ้นภายใน 1 นาที ในขณะที่นักช้อปชาวไทยนับล้านตบเท้าเข้าร่วมแคมเปญฉลองวันเกิดและเพลิดเพลินไปกับการจับจ่ายซื้อสินค้าในหลากหลายหมวดหมู่กับช้อปปี้ อาทิ สกินแคร์550,000 ชิ้น อุปกรณ์เสริมโทรศัพท์มือถือ 400,000 ชิ้น และวอลเปเปอร์ติดผนัง 100,000 ชิ้น

‘อ๊อฟ ศุภณัฐ’ นำทีมศิลปินค่ายน้องใหม่ jidy Enterainment แนะนำตัวพร้อมสวัสดีปีใหม่ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

บันเทิง – ‘อ๊อฟ ศุภณัฐ’นำทีมศิลปินค่ายน้องใหม่ jidy Enterainment แนะนำตัวพร้อมสวัสดีปีใหม่ (naewna.com)

‘อ๊อฟ ศุภณัฐ’นำทีมศิลปินค่ายน้องใหม่ jidy Enterainment แนะนำตัวพร้อมสวัสดีปีใหม่

‘อ๊อฟ ศุภณัฐ’นำทีมศิลปินค่ายน้องใหม่ jidy Enterainment แนะนำตัวพร้อมสวัสดีปีใหม่

วันศุกร์ ที่ 18 ธันวาคม พ.ศ. 2563, 15.49 น.

อ๊อฟ ศุภนัฐ  พร้อม ‘Mook’ หลานสาวคนสวย ของสุนารี ราชสีมา วงAlzheimer  และ Noixy job  ภายใต้สังกัดJidy  Entertainment  เดินสายเยี่ยมสื่อมวลชน

https://www.facebook.com/plugins/video.php?height=314&href=https%3A%2F%2Fwww.facebook.com%2FNaewnaOnline%2Fvideos%2F389265299024876%2F&show_text=false&width=560

หนุ่มติสท์สุดหล่อ ‘THE TOYS’ มาบอกข่าวดีบัตรจ๊าบมีโปรฯ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

บันเทิง – หนุ่มติสท์สุดหล่อ ‘THE TOYS’ มาบอกข่าวดีบัตรจ๊าบมีโปรฯ (naewna.com)

หนุ่มติสท์สุดหล่อ 'THE TOYS' มาบอกข่าวดีบัตรจ๊าบมีโปรฯ

หนุ่มติสท์สุดหล่อ ‘THE TOYS’ มาบอกข่าวดีบัตรจ๊าบมีโปรฯ

วันศุกร์ ที่ 18 ธันวาคม พ.ศ. 2563, 15.35 น.

ไม่ได้จะมาแค่ปล่อยตัวลอยที่ริมหาดชะอำเท่านั้นนะจ๊ะ แต่ศิลปินสุดติสท์ที่ไม่ว่าจะปล่อยเพลงไหนก็ฮิตสุดปังอย่าง THE TOYS ขอมาบอกข่าวดีมีโปรฯมาแจกแฟนๆ กับคอนเสิร์ต “COOLfahrenheit และ LEO ภูมิใจนำเสนอ จ๊าบ FESTIVAL ON THE BEACH” ที่จะจัดในวันที่ 30 ม.. 2564 นี้ที่ JAAB Festival Beach อ.ชะอำ จ.เพชรบุรี มีโปรฯพิเศษสุดสำหรับบัตร 4 ใบ เพียงราคา 3,200 บาท (จากราคาปกติ 3,996 บาท) ตั้งแต่วันนี้ ถึง 11 ม.ค.2564 เท่านั้น ซื้อบัตรได้ที่ https://bit.ly/jaabfestivalonthebeach นะจ๊ะ…

‘เอ็มเทอร์ตี้ไนน์’ จับมือ ‘แม่เรียงฟิล์ม’ บวงสรวงเปิดกล้อง ภ.ดัน ‘ตั๊กแตนชลดา’ เป็นนางเอกเต็มตัวใน ‘รักนี้วัวชน’ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

บันเทิง – ‘เอ็มเทอร์ตี้ไนน์’จับมือ ‘แม่เรียงฟิล์ม’ บวงสรวงเปิดกล้อง ภ.ดัน’ตั๊กแตนชลดา’เป็นนางเอกเต็มตัวใน ‘รักนี้วัวชน’ (naewna.com)

'เอ็มเทอร์ตี้ไนน์'จับมือ 'แม่เรียงฟิล์ม' บวงสรวงเปิดกล้อง ภ.ดัน'ตั๊กแตนชลดา'เป็นนางเอกเต็มตัวใน 'รักนี้วัวชน'

‘เอ็มเทอร์ตี้ไนน์’จับมือ ‘แม่เรียงฟิล์ม’ บวงสรวงเปิดกล้อง ภ.ดัน’ตั๊กแตนชลดา’เป็นนางเอกเต็มตัวใน ‘รักนี้วัวชน’

วันศุกร์ ที่ 18 ธันวาคม พ.ศ. 2563, 15.32 น.

เดินหน้าเปิดกล้องกันอย่างต่อเนื่องสำหรับค่ายหนังคุณภาพอย่างเอ็มเทอร์ตี้ไนน์ ล่าสุดได้บวงสรวงกันไปเรียบร้อยแล้วสำหรับภาพยนตร์เรื่องใหม่รักนี้วัวชนของค่าย เอ็มเทอร์ตี้ไนน์ที่บริหารงานโดยคุณปัญชลีย์ นิธิจิระโรจน์กรรมการผู้จัดการและผู้อำนวยการผลิตบริษัทเอ็มพิคเจอร์สเอ็นเตอร์เทนเม้นท์จำกัด(มหาชน)ได้จับมือร่วมกับแม่เรียงฟิล์ม นำโดยเอกชัย ศรีวิชัยพร้อมด้วยบรรดาทีมงานและนักแสดงนำร่วมพิธีบวงสรวงกันอย่างพร้อมเพรียงฤกษ์ดีเวลาสิบโมงสิบเก้านาที (10.19 น.) ในวันพฤหัสบดีที่19 พฤศจิกายน 2563ณ เมเจอร์ซีนีเพล็กซ์รัชโยธิน

โดยบรรยากาศงานบวงสรวงในครั้งนี้ คึกคักไปด้วยเหล่าทีมงานและนักแสดง นำอย่างตั๊กแตน ชลดาที่ขึ้นแท่นนางเอกเต็มตัวครั้งแรก คู่กับไพศาล ขุนหนูร่วมด้วยลิลลี่ เลิกคุยทั้งอำเภอ,พลตรี แสงมณี , แน๊ก เดอะ คอมเมเดี้ยน,นาย เดอะ คอมเมเดี้ยน,อ๊อฟดอกฟ้า อาร์สยาม,แอมซีทู,นิลแทมมะริน,บอลวงกลมฯลฯ พร้อมแฟนคลับและสื่อมวลชนที่มาร่วมงานคับคั่ง

ภาพยนตร์เรื่องนี้รับประกันความฮาจากทีมผู้สร้าง “มนตร์รักดอกผักบุ้ง เลิกคุยทั้งอำเภอ” นอกจากนักแสดงหลักแล้วของเรื่องนี้ยังคับคั่งไปด้วยนักแสดงตลกในตำนานอย่าง ยาว นาโยง,โทง ทองแดง,แป๊ะเท่ง ศรีวิชัย,โนราห์ ศรีธนสมทบด้วยหลวงไก่ บ่าววี อีกด้วย

หนังเล่าชีวิตของชาวบ้านอำเภอหนึ่งใน จังหวัดสงขลา ซึ่งชาวบ้านนิยมเลี้ยงวัวชนเป็นอาชีพ ยกเว้นพ่อเณรไข่ที่ไม่เพียงแต่ไม่เลี้ยงวัวชน แถมยังห้ามลูกๆเข้าข้องเกี่ยวกับวงการวัวชนเด็ดขาดแต่ไข่นุ้ยลูกชายคนโตไม่เชื่อในคำบอกคำห้ามของพ่อ เขารักวัวชนและมีความสุขในการเลี้ยงวัวชนเป็นอย่างมาก ต่างจาก ไข่แคว๊ดผู้เป็นน้องชาย ที่เชื่อพ่อและไม่เคยข้องแวะกับวงการวัวชนเลย ไข่แคว๊ดมีแฟนสาวที่คบหากันคือ เป็ดน้อยที่ค่อนข้างจะงมงายเรื่องโชคลาภ และชื่นชอบการเล่นหวยเป็นอย่างมากแต่ความรักของทั้งสองไม่ราบรื่นนัก เพราะเป็ดน้อยเป็นลูกสาวหัวแก้วหัวแหวนของเสี่ยแมว เจ้าของบ่อนวัวชนที่ใหญ่ที่สุดในอำเภอ และเป็นน้องสาวของเสือที่มีนิสัยใจคอเหมือนเสี่ยแมวทุกอย่างเสี่ยแมวหมายมั่นปั้นมือเสี่ยชาลีนักธุรกิจหนุ่มมาเป็นลูกเขยในอนาคตจึงไม่ปลื้มไข่แคว๊ดอย่างมาก

เพราะการพนันไม่เคยทำให้ชีวิตใครได้ดีจึงทำให้เกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันส่งผลให้ไข่นุ้ยและไข่แคว๊ดโกรธจนสิ้นสติกระโดดเข้าวงการวัวชนจนทำให้สองศรีพี่น้องกลายเป็นนักพนันเต็มตัว!! สุดท้ายเขาจะกลับใจเป็นคนเดิมได้ไหม ? และเพราะอะไรทำให้ไข่นุ้ยและไข่แคว๊ดถูกผีพนันเข้าสิง ! เตรียมติดตามเรื่องราวความขัดแย้ง มิตรภาพ และความรัก ของพวกเขาในภาพยนตร์ “รักนี้วัวชน” เข้าฉาย 8 เมษายน 2564 ในโรงภาพยนตร์