ฟันธง อบจ. ส่องอีสานเหนือ ‘พท.’ นำก้าวหน้า #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

ฟันธง อบจ. ส่องอีสานเหนือ ‘พท.’ นำก้าวหน้า (komchadluek.net)

ฟันธง อบจ. ส่องอีสานเหนือ ‘พท.’ นำก้าวหน้า

ฟันธง อบจ. ส่องอีสานเหนือ 'พท.' นำก้าวหน้า

14 ธันวาคม 2563 – 12:08 น.

ส่องซอด 13 จังหวัดอีสานเหนือ สังเวียนนายก อบจ. “ค่ายเพื่อไทย” เหนือกว่า “ค่ายธนาธร”  คอลัมน์… ท่องยุทธภพ โดย… ขุนน้ำหมึก

++
โค้งสุดท้ายเลือกตั้งนายก อบจ. และ ส.อบจ.ทั่วประเทศ ปี 2563 เชื่อว่า จะมีความคึกคักมากกว่าทุกครั้ง เพราะพรรคเพื่อไทย และคณะก้าวหน้า ได้เปิดหน้าหาเสียงกันเต็มที่ มินับพรรคร่วมรัฐบาลบางพรรคที่แอบสนับสนุนผู้สมัครบางกลุ่มอยู่

ฟันธง อบจ. ส่องอีสานเหนือ 'พท.' นำก้าวหน้า

เฉลิมขวัญ หล่อตระกูล กาฬสินธ์ุ

เริ่มจากส่องซอด 13 จังหวัดอีสานเหนือ ที่มีผู้สมัครหน้าใหม่ในสีเสื้อคณะก้าวหน้าลงสนาม พร้อมท้าชนแชมป์เก่าสายเพื่อไทย หรือสายลูกผสม    

ว่ากันตามตรง ภาพรวมสายอีสานเหนือ กระแสคิดฮอดทักษิณยังขายได้ แต่ที่มาแรงคือ กระแสเปลี่ยนแบบธนาธร 

++
กาฬสินธุ์ : เพื่อไทย
++
สนามเมืองน้ำดำ เบอร์ 2 “ไข่มุก” เฉลิมขวัญ หล่อตระกูล พรรคเพื่อไทย ลูกสาว ยงยุทธ หล่อตระกูล อดีตนายก อบจ.กาฬสินธุ์ ที่มีตระกูลการเมือง “บุญเรือง” , “ศรีธเรศ” , “ไชยศิวามงคล” และ “ศิริกุล” สนับสนุน จะเบียดเอาชนะเบอร์ 1 “เสี่ยโด่ง” ชานุวัฒน์ วรามิตร กลุ่มกาฬสินธุ์ต้องดีกว่านี้     

เสี่ยโด่ง ลูกชายสมบัติ วรามิตร อดีต ส.ว.กาฬสินธุ์ และชะม้อย วรามิตร อดีตนายก อบจ.กาฬสินธุ์ ก็มีแรงหนุนจากค่ายสีน้ำเงิน

ฟันธง อบจ. ส่องอีสานเหนือ 'พท.' นำก้าวหน้า

ศรีเมือง เจริญศิริ มหาสารคาม

++
ขอนแก่น : แชมป์เก่า
++
เบอร์ 6 พงษ์ศักดิ์ ตั้งวานิชกพงษ์ อดีตนายก อบจ.ขอนแก่น 4 สมัย และรู้จักมักคุ้นกับนักการเมืองหลายพรรค คงได้รับชัยชนะอีกสมัย แม้เบอร์ 4 อัษฏางค์ แสวงการ กลุ่มมหานครขอนแก่น อดีต ส.ว.ขอนแก่น จะพยายามสู้

ฟันธง อบจ. ส่องอีสานเหนือ 'พท.' นำก้าวหน้า

มังกร ยนต์ตระกูล ร้อยเอ็ด

++
นครพนม : ฝุ่นตลบ
++ 
สนามนครพนมปีนี้ สุดสูสี ยากที่จะฟันธงว่าใครชนะ เพราะผู้สมัครนายก อบจ.แต่ละรายนั้น มีกองหนุนที่ทรงพลัง

เบอร์ 3 สมชอบ นิติพจน์ อดีตนายก อบจ.นครพนม 2 สมัย นักการเมืองท้องถิ่นสาย “บ้านริมน้ำ” ที่ตัดสินใจวินาทีสุดท้ายสวมเสื้อเพื่อไทย ยังได้ลุ้น
เบอร์ 2 “ขวัญ” ศุภพานี โพธิ์สุ ทีมรวมใจนครพนม ลูกสาวคนโตของ “ครูแก้ว” ศุภชัย โพธิ์สุ ส.ส.นครพนม พรรคภูมิใจไทย และรองประธานสภาฯ มี 2 อดีต ส.ส.นครพนม เป็นพี่เลี้ยง ตามมาด้วยตระกูล “ศรีวรขาน” ก็มีสิทธิ์เป็นนายก อบจ.หญิงคนแรกของนครพนม
ส่วนเบอร์ 1 ณพจน์สกร ทรัพยสิทธิ์ น้องชาย อรรถสิทธิ์ คันคาย ทรัพยสิทธิ อดีต ส.ส.นครพนม ในสีเสื้อคณะก้าวหน้า ดูไม่ธรรมดาเหมือนกัน

ฟันธง อบจ. ส่องอีสานเหนือ 'พท.' นำก้าวหน้า

วิเชียร ขาวขำ อุดรธานี

++
บึงกาฬ : วังพญานาค 
++
เบอร์ 4 นิพนธ์ คนขยัน อดีตนายก อบจ.บึงกาฬ สังกัดกลุ่มเพื่อไทบึงกาฬ สายตรงกลุ่มวังพญานาค ยังมีเครือข่ายหนาแน่น
สำหรับเบอร์ 3 แว่นฟ้า ทองศรี ภรรยา ทรงศักดิ์ ทองศรี รมช.มหาดไทย กลุ่มนครนาคา มีคะแนนอยู่ในมือแต่ไม่มากพอที่จะชนะ
ที่จะตัดแต้มกันเองคือ เบอร์ 1 อภิเดช รักษาโสม พรรคเพื่อไทย ลูกเขย เชิดพงศ์ ราชป้องขันธ์ ส.ส.บึงกาฬ กับเบอร์ 2  ภูมิพันธ์ บุญมาตุ่น คณะก้าวหน้า 

++
มหาสารคาม : เพื่อไทยสมหวัง
++
ส่งภรรยา และลูกชาย ลงชิงเก้าอี้นายก อบจ.มหาสารคาม มาสองครั้ง ก็ไม่ประสบความสำเร็จ คราวนี้ เบอร์ 4 ศรีเมือง เจริญศิริ 
อดีตรัฐมนตรีศึกษาธิการ และอดีต ส.ว.มหาสารคาม ได้ตระกูลการเมืองสายเพื่อไทย มหาสารคาม หนุนเต็มที่
เบอร์ 2 คมคาย อุดรพิมพ์ อดีตนายก อบจ.มหาสารคาม และเบอร์ 1 ทองหล่อ พลโคตร ทีมมหาสารคามพัฒนา ลุ้นยาก

ฟันธง อบจ. ส่องอีสานเหนือ 'พท.' นำก้าวหน้า

ธนพล ไลละวิทย์มงคล หนองคาย

++
มุกดาหาร : บ้านใหญ่ยังอยู่
++ 
เบอร์ 4  วิริยะ ทองผา อดีต ส.ว.มุกดาหาร และอดีตนายก อบจ.มุกดาหาร อาจเหนื่อยกว่าทุกครั้ง แต่ “บ้านใหญ่เมืองมุก” ยังมีฐานเสียงแน่น
ผู้ท้าชิงเบอร์ 1 “ทนายเล็ก” สุพจน์ สุอริยพงษ์ อดีตรองนายก อบจ.มุกดาหาร ก็เป็นคนที่เคยทำงานกับ “บ้านใหญ่เมืองมุก” สวมเสื้อก้าวหน้า จึงมีลุ้น แต่คงตัดแต้มกับเบอร์ 2 พ.ต.ท.จิตต์ ศรีโยหะ มุกดาธนพงศ์ อดีต ส.ว.มุกดาหาร ได้แรงหนุนจากทีมเพื่อไทย มุกดาหาร

++
ร้อยเอ็ด : เพื่อไทยเหนื่อย
++ 
เบอร์ 3 มังกร ยนต์ตระกูล อดีตนายก อบจ.ร้อยเอ็ด 2 สมัย กลุ่มเพื่อไทยร้อยเอ็ด ทายาทดีลเลอร์รถยนต์รายใหญ่ในภาคอีสาน และเขยตระกูลการเมือง “ไวนิยมพงศ์” เป็นต่อเล็กน้อย
คู่แข่งเบอร์ 1 เอกภาพ พลซื่อ อดีต ส.ส.ร้อยเอ็ด เที่ยวนี้จับมือตระกูล “จุรีมาศ” แถมได้เบอร์ 2 สถาพร ว่องสัธนพงษ์ อดีต ส.อบจ.ร้อยเอ็ด และเครือญาติ สานิต ว่องสัธนพงษ์ อดีต ส.ส.ร้อยเอ็ด สายเอกภาพ มาช่วยตัดแต้มเพื่อไทย

ฟันธง อบจ. ส่องอีสานเหนือ 'พท.' นำก้าวหน้า

วิชัย สามิตร หนองบัวลำภู

++
เลย : ทิมสุวรรณ 
++
เบอร์ 4 ธนาวุฒิ ทิมสุวรรณ อดีตนายก อบจ.เลย 4 สมัย บิดาธนยศ ทิมสุวรรณ ส.ส.เลย พรรคภูมิใจไทย ในนามกลุ่มพัฒนา ได้แรงหนุนจากตระกูล “ทิมสุวรรณ” , “สังขทรัพย์” และ “เร่งสมบูรณ์สุข” ลอยลำอีกสมัย

++
สกลนคร : งูกินหาง
++
สนามสกลนคร คณะก้าวหน้าของธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ มีความหวังที่จะเอาชนะแชมป์เก่าได้ เพราะผู้สมัครของตัวเอง หน่วยก้านดี มีทุนหนา
เบอร์ 1 “นายกต่าง” ชัยมงคล ไชยรบ อดีตนายก อบจ.สกลนคร 3 สมัย ทีมคิดต่างสร้างเมือง ยังเป็นต่อเล็กน้อย 
ส่วนเบอร์ 3 “เสี่ยหนุ่ม” ณรงเดช อุฬารกุล ลูกชาย เฉลิมชัย อุฬารกุล อดีต ส.ส.สกลนคร สวมเสื้อก้าวหน้า มีสิทธิ์ลุ้นเหมือนกัน แต่เบอร์ 2 ชูพงษ์ คำจวง กลุ่มสกลนครเพื่อไทย ก็มีฐานเสียงใกล้เคียงกัน

++
หนองคาย : เพื่อไทย 
++
สนามชายฝั่งโขง หนนี้น่าจะเปลี่ยน เมื่อพรรคเพื่อไทย ส่งเบอร์ 2 “เสี่ยอัพ” ธนพล ไลละวิทย์มงคล นักธุรกิจขนส่งสินค้าไทย-ลาวและมี “พ่อบักเสือ” ประสิทธิ์ จันทาทอง อดีต ส.ส.หนองคาย สนับสนุน
ส่วนเบอร์ 1 ยุทธนา ศรีตะบุตร อดีตนายก อบจ.หนองคาย 3 สมัย กลุ่มรักหนองคาย ได้ตระกูลการเมือง “อินทร์รอด” หนุน ยังต้องลุ้นถึงคืนสุดท้ายของการหาเสียง

++
หนองบัวลำภู : เพื่อไทยลุ้น
++
ตระกูล “หัตถสงเคราะห์” แห่งหนองบัวลำภู ส่งเบอร์ 6 วิชัย สามิตร อดีต ส.ส.หนองบัวลำภู พรรคเพื่อไทย เป็นต่อเบอร์ 3 วุฒิพงษ์ ศิริสถิตย์ อดีตผู้สมัคร ส.ส.พรรคภูมิใจไทย ในนามกลุ่มรักษ์หนองบัว
โอกาสแพ้-ชนะของเพื่อไทย กับค่ายสีน้ำเงินเท่าๆกัน

++
อุดรธานี : เพื่อไทยยิ้ม
++ 
แม้จะมีกระแส “เปลี่ยน” ในอุดรธานี แต่สำหรับเลือกตั้งนายก อบจ.หนนี้ เบอร์ 3 วิเชียร ขาวขำ อดีต ส.ส.อุดรธานี และอดีตนายก อบจ.อุดรธานี พรรคเพื่อไทย ยังมีแต้มต่อเยอะ
เบอร์ 2 ฐานวัฒน์ ธนาธัญญพิชญ์ อดีตเกษตรจังหวัดอุดรธานี คณะก้าวหน้า คงต้องรอไปสมัยหน้า ถ้ายังคิดสู้ต่อ

++
อำนาจเจริญ : สาขาบ้านใหญ่อีสานใต้
++
สมรภูมิ อบจ.อำนาจเจริญ กลายเป็นศึก 2 ขั้วในฟากเดียวกัน เบอร์ 3  วันเพ็ญ ตั้งสกุล อดีตผู้สมัคร ส.ส.อำนาจเจริญ พรรคภูมิใจไทย ในนามกลุ่มภูมิใจไทอำนาจเจริญ หาเสียงมาแรมปี เที่ยวนี้ไม่พลาดแน่
คู่แข่งเบอร์ 1 จันทร์เพ็ญ ประเสริฐศรี อดีตผู้สมัคร ส.ส.อำนาจเจริญ พรรคพลังประชารัฐ สังกัดกลุ่มพลังอำนาจเจริญ ได้แรงหนุนจากตระกูล “บัวบุตร” และ “จันทวารา” ได้แค่ลุ้น

‘หน่อย’ บินเดี่ยว ปักธงภูพานน้อย #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

‘หน่อย’ บินเดี่ยว ปักธงภูพานน้อย (komchadluek.net)

‘หน่อย’ บินเดี่ยว ปักธงภูพานน้อย

'หน่อย' บินเดี่ยว  ปักธงภูพานน้อย

13 ธันวาคม 2563 – 18:15 น.

“หญิงหน่อย” เมินเสียงครวญจากดูไบ ไม่ง้อ “ทักษิณ” เดินหน้าหาพวก สร้างรังใหม่

ค่ำวันที่ 12 ธ.ค.2563 คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ได้ไลฟ์เฟซบุ๊ค มาจากวนอุทยานภูพานน้อย อ.เมือง จ.หนองบัวลำภู โดยร่วมสนทนากับ “วิชัย สามิตร” ผู้สมัครนายก อบจ.หนองบัวลำภู พรรคเพื่อไทย และชาวคณะ

อ่านข่าว: อบจ.ฝั่งโขง 3 คน 3 ค่าย โตมาจากทักษิณ

ภูพานน้อย เป็นส่วนหนึ่งของเทือกเขาภูพานตะวันตก เป็นสถานที่พักผ่อน ที่มีผู้คนนิยมไปกางเต็นท์พักแรม ซึ่งจะมองเห็นแสงไฟในตัวเมืองหนองบัวลำภูยามราตรี หรือเป็นการชมดาวบนดิน

ระหว่างวันที่ 11-12 ธ.ค.2563 “คุณหญิงหน่อย” มีคิวมาเดินสายหาเสียงช่วย วิชัย สามิตร อดีต ส.ส.หนองบัวลำภู ที่ตัดสินลงสมัครนายก อบจ. ด้วยการสนับสนุนของตระกูล “หัตถสงเคราะห์”

++

หนองบัวลำภูโมเดล

++

เมื่อวันที่ 14 พ.ย.2563 คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ได้ลงพื้นที่ อ.นากลาง จ.หนองบัวลำภู ช่วยหาเสียงให้วิชัยมาครั้งหนึ่งแล้ว

'หน่อย' บินเดี่ยว  ปักธงภูพานน้อย

คุณหญิงหน่อย ขยับลงพื้นที่บ่อยขึ้น

โดยคุณหญิงหน่อยได้ไปดูชาวบ้านเกี่ยวข้าว และดูขั้นตอนการสีข้าวด้วย

ครั้งใหม่นี้ คุณหญิงหน่อยได้เดินสายไปปราศรัยหลายอำเภอ ไม่ต่างจากการหาเสียงเลือกตั้ง ส.ส. โดยทีมงานของวิชัย สามิตร ได้นัดหมายประชาชนมารวมตัวกันเป็นจุดๆ เพื่อรอพบคุณหญิงสุดารัตน์

กุนซือเลือกตั้งค่ายเพื่อไทยคือ พิษณุ หัตถสงเคราะห์ อดีต ส.ส.หนองบัวลำภู บุตรชายของ กิตติศักดิ์ หัตถสงเคราะห์ อดีตรัฐมนตรีหลายกระทรวง และอดีต ส.ส. 5 สมัย (เสียชีวิตแล้ว)

ช่วงเลือกตั้ง ส.ส.ปี 2562 คุณหญิงหน่อย ได้ลงมาช่วยหาเสียงให้ สยาม หัตถสงเคราะห์ ส.ส.หนองบัวลำภู ซึ่งเป็นน้องชายของพิษณุ โดยครั้งนั้น คุณหญิงหน่อย ได้เสนอแนวทาง “หนองบัวลำภูโมเดล” แก้ไขปัญหาสารเคมีที่ใช้ทำการเกษตร

ด้วยเหตุนี้ คุณหญิงสุดารัตน์ที่มีความใกล้ชิดกับตระกูล “หัตถสงเคราะห์” จึงลงมาช่วยหาเสียงให้วิชัย สามิตร และทีมของพิษณุ

++

แชมป์เก่าถอนตัว

++

มีข้อน่าสังเกต นพ.ศราวุธ สันตินันตรักษ์ อดีตนายก อบจ.หนองบัวลำภู 2 สมัย ขอวางมือจากการเมืองท้องถิ่น

ขณะเดียวกัน นพ.ศราวุธ ในนามกลุ่มรักษ์หนองบัว ได้ส่ง “ดร.บุ๋ม” วุฒิพงษ์ ศิริสถิตย์ อดีตผู้สมัคร ส.ส.พรรคภูมิใจไทย ลูกชายอดีตประธาน สภาอบจ.หนองบัวลำภู ลงสมัครนายก อบจ.แทน

'หน่อย' บินเดี่ยว  ปักธงภูพานน้อย
'หน่อย' บินเดี่ยว  ปักธงภูพานน้อย

ประเมินกันว่า คู่ชิงดำในสนามหนองบัวลำภู ก็น่าจะเป็นวิชัย สามิตร พรรคเพื่อไทย กับวุฒิพงษ์ ศิริสถิตย์

เดิมที ตระกูล “หัตถสงเคราะห์” ก็สนับสนุน นพ.ศราวุธ แต่ภายหลังเกิดข้อขัดแย้งกัน จึงต้องแข่งขันกันเอง

“ธัญญ์วาริน” โฆษกพรรคก้าวไกล ซัดสั่งปิด “บิ๊กเมาน์เท่น” ตัดปีกแห่งความฝันคนรุ่นใหม่ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

“ธัญญ์วาริน”โฆษกพรรคก้าวไกล ซัดสั่งปิด “บิ๊กเมาน์เท่น” ตัดปีกแห่งความฝันคนรุ่นใหม่ (komchadluek.net)

“ธัญญ์วาริน”โฆษกพรรคก้าวไกล ซัดสั่งปิด “บิ๊กเมาน์เท่น” ตัดปีกแห่งความฝันคนรุ่นใหม่

 "ธัญญ์วาริน"โฆษกพรรคก้าวไกล ซัดสั่งปิด "บิ๊กเมาน์เท่น" ตัดปีกแห่งความฝันคนรุ่นใหม่

14 ธันวาคม 2563 – 16:26 น.

“ธัญญ์วาริน” โฆษกพรรคก้าวไกล ซัดสั่งปิด “บิ๊กเมาน์เท่น” ตัดปีกแห่งความฝันคนรุ่นใหม่ ทำลายความหวังทางเศรษฐกิจของคนทั้งประเทศ

เมื่อวันที่ 14 ธ.ค.2563 ธัญญ์วาริน สุขะพิสิษฐ์ โฆษกพรรคก้าวไกล แสดงความเห็นต่อกรณีที่มีคำสั่งจากผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา ห้ามการแสดงคอนเสิร์ต Big Mountain Music Festival 2020 วันสุดท้าย โดยอ้างถึงข้อกังวลในการแพร่กระจายของเชื้อโควิด 19 ว่า เรื่องนี้หากมองกันอย่างตรงไปตรงมา หลายคนคงเห็นถึงความแตกต่างในการการบังคับใช้กฎหมายเพื่อควบคุมการระบาดของโควิด19 จึงทำให้เรื่องนี้กลายเป็นทอร์คออฟเดอะทาวน์กระจายไปทั่วอินเตอร์เน็ทขณะนี้ เพราะในขณะที่มีการสั่งปิดคอนเสิร์ตบิ๊กเมาท์เท้น ก็ยังมีงานกิจกรรมที่มีการรวมหมู่ของคนจำนวนมากอีกหลายงานเกิดขึ้นทั่วไป ไม่ว่าจะเป็นคอนเสิร์ตในงานกาชาดหลายจังหวัดที่มีคนจำนวนมากไปรวมกันและก็ไม่เห็นว่าจะมีมาตรการดูแลเข้มงวดแต่อย่างใด หรือกระทั่งในจังหวัดนครราชสีมาเองที่ยังมีงานเทศกาลงานฤดูหนาวปากช่อง โดยจะมีศิลปินมาแสดงทุกวันตั้งแต่ 13-24 ธันวาคม 2562 จึงเป็นคำถามว่า หลังจากนี้จะมีการปิดกิจกรรมด้วยหรือไม่หรือจะควบคุมเข้มงวดขนาดไหน 

นอกจากนี้ อีกไม่นานกำลังจะเข้าสู่ช่วงเทศกาลสิ้นปี หลายจังหวัดเริ่มประกาศงานเคาท์ดาวน์และเตรียมกิจกรรมเชิญชวนนักท่องเที่ยวเพื่อหวังฟื้นเศรษฐกิจที่ซบเซามานานตั้งแต่ปีก่อน เช่น พัทยา ภูเก็ต หรือกรุงเทพ ก็ขอถามอีกเช่นกันว่า มาตรการที่จะนำมาใช้จะเป็นมาตรการเดียวกับคำสั่งปิดบิ๊กเมาเท่นเมื่อคืนนี้หรือไม่ แต่ถ้าใช่คงได้แต่เตือนล่วงหน้าว่าให้รอวันเศรษฐกิจพังทลายกันยาวๆได้เลย

“อยากขอร้องว่า อย่าใช้ความกลัวมาเป็นเข็มทิศในการจัดการสถานการณ์โควิดอีก เวลานี้สถานการณ์ของประเทศควรเดินไปด้วยความหวัง หนึ่งปีที่ผ่านมาคิดว่า สังคมไทยสามารถเรียนรู้ที่จะอยู่กับโควิดได้ดี และเรายังมีระบบสาธารณสุขที่แข็งแรงพอ สิ่งที่ไหนยังขาดตกบกพร่องก็ควรใช้การรณรงค์หรือเตรียมพร้อมป้องกันได้ แต่ต้องไม่ใช่การใช้ความกลัวดังเป็นไฟเผาผลาญทุกสิ่งทุกอย่างกระทั่งอนาคตให้มอดไหม้ไปเพียงเพื่อแก้ปัญหาความมั่นคงของใครบางคนบางกลุ่ม จงอย่าตัดปีกแห่งความฝันของเด็กๆที่พวกเขาแสดงออกผ่านดนตรี ผ่านศิลปะ ผ่านตัวตนของเขา การที่เด็กๆฝันถึงอนาคต เรียกร้อง และแสดงออกมาไม่ควรถูกปิดกั้นด้วยข้ออ้างที่ใครๆก็ดูออกว่าไม่ใช่เพราะความกลัวโรคระบาด แต่คือความกลัวที่ว่าประชาธิปไตยจะกระจายและเบ่งบานขึ้นในประเทศนี้” 

ทั้งนี้  ธัญญ์วาริน สุขะพิสิษฐ์ เป็นอดีต ส.ส.พรรคก้าวไกล  ซึ่งถูกวินิจฉัยให้ความเป็น ส.ส. สิ้นสุดลงจากกรณีการถือครองหุ้นสื่อโดยศาลรัฐธรรมนูญ แต่เธอยังคงทำหน้าที่เป็นโฆษกพรรคก้าวไกล และยังเป็นที่น่าสังเกตว่า มาตรฐานคำตัดสินในคดีที่เกี่ยวกับหุ้นสื่อที่มีการฟ้องร้องหลายคดีรวมถึง ส.ส.ฝั่งรัฐบาลก็มีความรู้สึกกังขาเกิดขึ้นด้วย เนื่องจากบางคดีที่มีมูลความใกล้เคียงกัน เช่น คดีของ ภาดาท์ วรกานนท์ ส.ส.กทม.พรรคพลังประชารัฐ กับคดีหุ้นสื่อของ ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ อดีตหัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ แต่มีเพียงคดีของอดีต ส.ส.จากอนาคตใหม่ และพรรคก้าวไกล เท่านั้นที่ถูกวินิจฉัยสิ้นสภาพความเป็น ส.ส.ลงจากกรณีถือหุ้นสื่อ

“บิ๊กตู่” ยัน ยกเลิกคอนเสิร์ตบิ๊กเมาน์เท่น ไม่ใช่เรื่องการเมือง #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

“บิ๊กตู่” ยัน ยกเลิกคอนเสิร์ตบิ๊กเมาน์เท่น ไม่ใช่เรื่องการเมือง (komchadluek.net)

“บิ๊กตู่” ยัน ยกเลิกคอนเสิร์ตบิ๊กเมาน์เท่น ไม่ใช่เรื่องการเมือง

"บิ๊กตู่" ยัน ยกเลิกคอนเสิร์ตบิ๊กเมาน์เท่น ไม่ใช่เรื่องการเมือง

14 ธันวาคม 2563 – 16:18 น.

“บิ๊กตู่” ยัน ยกเลิกคอนเสิร์ตบิ๊กเมาน์เท่น ไม่ใช่เรื่องการเมือง แจง เป็นอำนาจสาธารณสุขจังหวัด ชี้ เพื่อป้องกันโควิดระบาด แย้ม หารือ ศบค.จะให้จัดงานจากนี้รูปแบบไหน ลั่น ไม่มีช๊อค ฝ่ายค้านเปิดซักฟอก

เมื่อวันที่ 14 ธ.ค.2563 พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีการยกเลิกคอนเสิร์ตบิ๊กเมาน์เท่น ว่า เป็นเรื่องการพิจารณาของสาธารณสุขจังหวัด เพราะผู้ว่าราชการจังหวัด ก็มีอำนาจในการพิจารณา ส่วนรัฐบาล มีหน้าที่ปลดล็อคต่างๆให้ แต่ถ้าไม่ปฎิบัติตาม ก็ต้องปิด เพราะสิ่งสำคัญคือ ป้องกันการแพร่ระบาด ซึ่งถ้าหากระบาด ใครจะรับผิดชอบ ดังนั้น ก็เป็นหน้าที่ของแต่ละพื้นที่ ที่ทุกพื้นที่ก็จะทำลักษณะเดียวกัน เพราะช่วงนี้ ก็ใกล้เคียงการจัดงาน คอนเสิร์ต การแสดง ซึ่งก็ขอให้ดูกติกาด้วย

พล.อ.ประยุทธ์ ยังยืนยัน ตนเองไม่ได้ขัดแย้งกับใคร และการสั่งยกเลิกคอนเสิร์ตไม่ใช่เรื่องการเมือง เพราะตนเอง ไม่ต้องสั่ง ซึ่งหากสั่งทุกเรื่องก็ตาย โดยทุกคนก็ทำหน้าที่ของตนเองอยู่แล้ว ซึ่งไม่เกี่ยวการเมือง รวมถึงตนเอง ก็ไม่รู้ว่าในคอนเสิร์ต มีกิจกรรมอะไรบ้าง เนื่องจากไม่ได้ติดตาม และไม่ได้สนใจ นอกจากนี้ ขอชมเชย สาธารณสุขจังหวัดนครราชสีมา ด้วย เนื่องจากฟังเหตุผลการสั่งยกเลิกก็ดี เพราะเพื่อความปลอดภัยของทุกคน โดยเมื่อเช้า ตนก็มีการหารือกับ ศบค.ว่าการจัดงานจากนี้ จะทำอย่างไร เพื่อไม่ให้เกิดการแพร่ระบาด

ส่วนกรณีฝ่านค้าน เตรียมเปิดซักฟอกรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ บอกว่า ก็เปิดสิ ถ้าซักฟอก ก็ซักมา พร้อมยืนยัน ไม่ช็อค เพราะไม่ใช่คนใจอ่อน และข้อเท็จจริงมีอยู่แล้ว

‘ธรรมนัส’ สั่งชะลอโครงการนิคมอุตสาหกรรมจะนะ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

‘ธรรมนัส’ สั่งชะลอโครงการนิคมอุตสาหกรรมจะนะ (komchadluek.net)

‘ธรรมนัส’ สั่งชะลอโครงการนิคมอุตสาหกรรมจะนะ

'ธรรมนัส' สั่งชะลอโครงการนิคมอุตสาหกรรมจะนะ

14 ธันวาคม 2563 – 14:25 น.

“ธรรมนัส” รมช.เกษตรฯ เจรจาเครือข่ายจะนะรักษ์ถิ่น พร้อมชะลอโครงการนิคมอุตสาหกรรมจะนะ รอผลศึกษาคณะทำงานที่ตั้งขึ้น เตรียมลงพื้นที่รับฟังข้อมูลรอบด้าน ขณะที่แกนนำยื่นข้อเสนอ 3 เงื่อนไข

วันนี้(14 ธ.ค.2563) ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศแยกพาณิชการ ถ.พิษณุโลก บริเวณทำเนียบรัฐบาล ว่า กลุ่มเครือข่ายจะนะรักษ์ถิ่น ที่เดินทางมาจาก จ.สงขลา เพื่อคัดค้านโครงการนิคมอุตสาหกรรมจะนะยังคงปักหลักชุมนุมเป็นวันที่ 5 แล้ว

ขณะที่ เวลา 10.30 น. พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี มอบหมายให้ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นายประสาน หวังรัตนปราณี กรรมการผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำรองนายกรัฐมนตรี และ พล.ต.ท.ปิยะ ต๊ะวิชัย รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล มาพบปะพูดคุย และรับฟังปัญหากับกลุ่มผู้ชุมนุม นำโดย นายสมบูรณ์ คำแหง

ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า มารับฟังปัญหา เพื่อหาแนวทางแก้ปัญหาไปในทิศทางเดียวกัน รัฐบาลพร้อมรับฟังข้อเรียกร้องของกลุ่มผู้ชุมนุม ในการชะลอการดำเนินโครงการ และจะเสนอตั้งคณะทำงานขึ้นมา 1 ชุด ลงนามโดย พล.อ.ประวิตร เพื่อกำกับและติดตาม และตนจะลงพื้นที่ด้วยตัวเอง เพื่อจะได้แก้ปัญหาได้ทันที

สำหรับประเด็นที่ชาวบ้านเป็นกังวลการประชุมของกรมโยธาธิการและผังเมือง เปลี่ยนสีผังเมืองจากสีเขียวเป็นสีม่วง เพื่อกำเนินการให้เป็นเขตอุตสาหกรรม ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า ได้ประสานไปยังอธิบดีกรมโยธาฯ เพื่อให้ชะลอการประชุมออกไปก่อน เพื่อหารือแนวทางออกของปัญหากับชาวบ้านอีกครั้ง และได้เชิญตัวแทนชาวบ้านไปหารือร่วมภายในทำเนียบรัฐบาล

“ยืนยันว่าให้ชะลอโครงการทั้งหมดออกไปก่อน ส่วนจะยุติโครงการหรือไม่ยังไม่สามารถตอบได้ เพราะต้องรอผลการศึกษารายละเอียดก่อน” ร.อ.ธรรมนัส กล่าว

ด้าน นายสมบูรณ์ กล่าวว่า ได้ยื่น 3 เงื่อนไขกับตัวแทนรัฐบาล คือ 1. ขอให้ยุติการดำเนินโครงการไว้ก่อน 2. เสนอให้ศึกษาผลกระทบเชิงยุทธศาสตร์ หรือ SEA ว่ามีความจำเป็นในการก่อสร้างนิคมอุตสาหกรรมหรือไม่ ซึ่งจะเป็นทางออกกับรัฐบาลด้วย 

และ 3. ขอให้รายงานเรื่องการตั้งคณะทำงานศึกษา เข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรีให้รับทราบ วันพรุ่งนี้ (15 ธ.ค.) เพื่อเป็นหลักประกันผูกมัดหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะศูนย์อำนวยการบริหารราชการจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) ที่เครือข่ายไม่ไว้วางใจให้มาดูเรื่องนี้

“เบื้องต้น 2 ฝ่ายจะได้พูดคุยกันอีกครั้ง ที่ตึกบัญชาการ 1 ทำเนียบรัฐบาล เกี่ยวกับรายละเอียดโครงสร้างคณะทำงานที่จะตั้งขึ้น รวมถึง ขอบเขตอำนาจหน้าที่ ก่อนเสนอให้ พล.อ.ประวิตร ลงนามต่อไป” นายสมบูรณ์ กล่าว

'ธรรมนัส' สั่งชะลอโครงการนิคมอุตสาหกรรมจะนะ
'ธรรมนัส' สั่งชะลอโครงการนิคมอุตสาหกรรมจะนะ

“ชวน” เปิดสัมมนาลดความเหลื่อมล้ำคนพิการในการเลือกตั้ง เปรียบธุรกิจการเมืองเหมือนโรคเอดส์ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

“ชวน” เปิดสัมมนาลดความเหลื่อมล้ำคนพิการในการเลือกตั้ง เปรียบธุรกิจการเมืองเหมือนโรคเอดส์ (komchadluek.net)

“ชวน” เปิดสัมมนาลดความเหลื่อมล้ำคนพิการในการเลือกตั้ง เปรียบธุรกิจการเมืองเหมือนโรคเอดส์

"ชวน" เปิดสัมมนาลดความเหลื่อมล้ำคนพิการในการเลือกตั้ง เปรียบธุรกิจการเมืองเหมือนโรคเอดส์

14 ธันวาคม 2563 – 14:07 น.

“ชวน” เปิดสัมมนาลดความเหลื่อมล้ำคนพิการในการเลือกตั้ง เปรียบธุรกิจการเมืองเหมือนโรคเอดส์ แนะนักการเมืองอย่าสร้างเงื่อนไขรัฐประหาร ย้ำไทยต้องมีพระมหากษัตริย์

เมื่อวันที่ 14 ธ.ค.2563 นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร เป็นประธานในพิธีเปิดการประชุมการลดความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงกระบวนการเลือกตั้งและโอกาสในการเมืองของคนพิการ ซึ่งจัดโดยนักศึกษาหลักสูตรการเมืองการปกครองในระบอบประชาธิปไตย นักบริหารระดับสูง (ปปร.) รุ่นที่ 24 บ้านรัชดา สถาบันพระปกเกล้า และกรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ  

"ชวน" เปิดสัมมนาลดความเหลื่อมล้ำคนพิการในการเลือกตั้ง เปรียบธุรกิจการเมืองเหมือนโรคเอดส์

โดยนายชวน ได้กล่าวปาฐกถาตอนหนึ่งว่า ภายใต้หลักการที่ว่าการปกครองในระบอบประชาธิปไตย อำนาจอธิปไตยเป็นของปวงชนชาวไทย หลักการนี้เป็นหลักการที่ประชาชนในฐานะเจ้าของประเทศเป็นเข้าของอำนาจ โดยพระมหากษัตริย์ทรงใข้อำนาจผ่าน 3 สถาบันตามที่ปรากฎอยู่ในรัฐธรรมนูญทุกฉบับ คืออำนาจนิติบัญญัติ อำนาจบริหาร และอำนาจตุลาการ โดยเฉพาะอำนาจนิติบัญญัติถือว่าเป็นสัญลักษณ์โดยตรงของความเป็นประชาธิปไตย เพราะมีการนำประชาชนเข้ามาเป็นตัวแทนในการออกกฎหมายเพื่อบังคับคนทั้งประเทศโดยวิธีการเลือกตั้ง ดังนั้นการเลือกตั้งจึงเป็นหัวใจของระบอบประชาธิปไตย และไม่ว่าจะเขียนรัฐธรรมนูญกี่ฉบับก็ตาม แต่ว่าทุกฉบับก็ยอมรับความสำคัญของการเลือกตั้ง เพียงแต่ว่ารัฐธรรมนูญแต่ละฉบับก็มีเงื่อนไขที่กำหนดองค์กรที่มีหน่วยงาน หรือกลุ่ม หรือตัวแทนโดยการแต่งตั้งเข้ามาเป็นสัดส่วนด้วย จะมากหรือน้อยเป็นไปตามยุคสมัย ซึ่งพัฒนาการประชาธิปไตยที่ผ่านมายาวนานหลายปี ทำให้ความเข้มแข็งของระบอบประชาธิปไตยเพิ่มขึ้น และประชาชนมีส่วนร่วมมากขึ้นทำให้เกิดการหวงแหนและผูกพัน และในสมัยที่ตนเป็นนายกรัฐมนตรีในปี 2534-2535 คิดว่าน่าจะไม่มีการยึดอำนาจมาอีกแล้ว แต่สิ่งที่เรานึกไม่ถึงคือมีเหตุการณ์ที่แปลกปลอมเข้ามา 

“ผมเคยใช้คำว่าเราเคยมีอหิวาตกโรค โรคเรื้อน วัณโรค รักษาไม่หายเพราะไม่มีวัคซีนสมัยนั้น ที่ผมเล่าเรื่องนี้เพราะว่า เปรียบการเมืองฉันใด โรคที่เราไม่คิดว่ารักษาหายได้ ต่อมามีวัคซีนมียา แต่ก็มีโรคใหม่เกิดขึ้นที่ไม่มีใครคืดคือโรคเอดส์ ซึ่งไม่มีการป้องกัน สมัยที่ผมเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข โรคเอดส์เข้ามา สมัยนั้นก็ไม่มีวัคซีน มีปัญหาน่ากลัว อาจจะไม่ติดเชื้อรุนแรงเท่าปัจจุบันนี้ อันนี้คือสิ่งที่เราไม่คิดว่าโรคร้ายแรงหมดแล้วจะมา ฉันใดการเมืองก็เหมือนกัน”

นายชวน กล่าวต่อว่า ที่เปรียบเทียบครั้งหนึ่งทหารเคยเป็นเงื่อนไขของปัญหาที่ยึดอำนาจ วันหนึ่งเราเห็นประชาธิปไตยแข็งพอสมควรที่ไม่มีเงื่อนไขที่จะเกิดการยึดอำนาจแล้ว และในสมัยที่ตนเป็นนายกรัฐมนตรี2สมัย ได้ห้ามให้พลเรือนมียศทหาร และได้มีการแต่งตั้งพลเอกสุรยุทธ์ จุลานนท์ ขึ้นเป็น ผบ.ทบ. หวังให้มำเรื่องสุจริต ไปตรวจสอบกรณีต่างๆที่มีข้อพิรุธ 

ทั้งนี้ นายชวน กล่าวว่า การยึดอำนาจทุกครั้งจะมีการกล่าวอ้างเรื่องของการทุจริต ดังนั้นนักการเมืองต้องไม่สร้างเงื่อนไขให้เขาเอาไปอ้าง และก็ไม่คิดว่าจะมีโรคใหม่เหมือนโรคเอดส์เกิดขึ้น คือ ธุรกิจการเมือง ซื้อทุกอย่างที่ขวางหน้า ซื้อนักการเมือง ซื้อเสียงเลือกตั้ง ซื้อพรรคการเมือง ซื้อสื่อมวลชน ซื้อองค์กรอิสระ และลุกลามไปสถาบันยุติธรรม และหากย้อนไปดูคดีที่เกิดขึ้นมากมาย มีรัฐมนตรีติดคุกไม่น้อยกว่า 10 คน ซึ่งไม่เคยปรากฎใน 88 ปี และจะได้เห็นวิกฤติที่เกิดขึ้นกับการเมืองของไทยอันเกิดจากธุรกิจการเมือง 

นายชวน กล่าวต่อว่า เราเลือกแล้ว ว่าประเทศไทยจะปกครองในระบอบประชาธิปไตยในระบบรัฐสภา ไม่ใช่ระบบประธานาธิบดี ที่มีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข เพราะประเทศเรามีระบบการปกครองผ่านมาเกือบพันปีด้วยระบบที่มีพระเจ้าแผ่นดิน เพียงแต่มีการใช้ชื่อที่แตกต่างกันไปแล้วแต่ยุคแล้วแต่สมัย แต่ไม่เคยเปลี่ยนเป็นระบบอื่น ไม่เคยไปทดลองเป็นระบบสาธารณรัฐ เราจึงตัดสินใจเมื่อ 88 ปีที่แล้ว ว่าเราเปลี่ยนแปลงการปกครองเป็นรูปแบบประชาธิปไตยที่มีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข และทำให้มีรัฐธรรมนูญฉบับแรก เมื่อไปอ่านเนื้อหาอล้วก็เป็นเรื่องที่น่าตื่นเต้น เพราะเป็นการเปลี่ยนโฉมหน้าบ้านเมือง

“ทั้งที่ความจริงแล้วบ้านเมืองเราไม่ได้มีปัญหา แม้จะเป็นสมัยสมบูรณาญาสิทธิราช พระเจ้าแผ่นดินของเราก็ไม่ได้เหี้ยมโหดเหมือนในหนังฝรั่ง เราเห็นข้อความที่พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงสละราชสมบัติ พระองค์ทรงเขียนบันทึกเป็นจดหมายไว้ชัดเจนว่าพระองค์สละราชสมบัติเนื่องจากพระองค์ไม่เห็นด้วยกับที่คณะราษฎร์ทำ พระองค์ยังรับสั่งไว้ในจดหมายว่าแม้จะเป็นพระมหากษัตริย์ในสัมยสมบูรณาญาสิทธิราชพระองค์ไม่เคยใช้อำนาจในทางไม่ดีที่มีผลร้ายต่อประชาชน อันนี้ก็เป็นอย่างหนึ่งที่ทำให้ระบบเราได้รับการยอมรับ” นายชวน กล่าว 

นอกจากนี้ นายชวน ยังกล่าวถึงเหตุการณ์ทฤษฎีโดมิโนในขณะเกิดเหตุอินโดจีน ในปี 2518 ที่ประเทศในภูมิภาคเปลี่ยนไปทีละประเทศและมีการคาดหมายว่าประเทศไทยก็จะไม่รอดต้องเปลี่ยนตามไปด้วย โดยหากได้ศึกษาอย่างละเอียดจะทราบถึงเหตุใดที่ไทยถึงรอดจากเหตุการณ์ครั้งนั้น ทั้งที่ประเทศไทยมีการป้องกันตัวเองโดยยอมให้สหรัฐอเมริกาตั้งฐานทัพโดยยึดหลักว่าให้ไปต่อสู้ข้างนอกดีกว่ามาต่อสู้ข้างใน แต่ทั้งนี้เราก็ไม่สามารถเอามาตรฐานปัจจุบันไปวัดอดีตได้

“นอกเหนือจากการที่รัสเซียล่ม แล้วก็ทำให้กำลังของบางประเทศที่รุกไทยอ่อนแอลงแล้ว ส่วนหนึ่งก็คือความผูกพันต่อประชาชนที่มีสถาบันพระมหากษัตริย์ ซึ่งเรื่องนี้ผมเคยพูดมา 3 ครั้งแล้ว ว่าสถาบันกษัตริย์เป็นส่วนสำคัญที่ทำให้ไทยไม่ตกเป็นทฤษฎีโดมิโนอย่างที่ฝรั่งคาดหมายว่าจะเป็น เหตุผลเพราะว่าความผูกพันที่คนมีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์นั้นสูงมาก ในหลวงของเรานั้นมีพระมหากรุณาธิคุณและทรงครองราชย์ยาวนาน ได้เห็นปัญหาของประชาชน โครงการทั้งหลายที่เกิดขึ้นเพื่อประโยชน์ของปวงชน เมื่อจะเปลี่ยนแปลงอย่างที่เกิดขึ้นในอินโดจีนคนก็รับไม่ได้สถานการณ์ก็เปลี่ยน” นายชวน กล่าว 

ดังนั้นในประเทศที่เป็นประชาธิปไตย นอกเหนือจากเงื่อนไขของความเป็นประเทศที่มีสิทธิและหน้าให้กับประชาชน ซึ่งเราต้องพยายามย้ำเรื่องของสิทธิและหน้าที่คู่กัน เราไม่สามารถอยู่ได้เพียงรู้จักสิทธิที่จะเรียกร้องอย่างเดียว โดยไม่ทำหน้าที่ และในระบอบนี้แม้การเมืองจะมีการสั่นคลอนอยู่ตลอดเวลาในช่วงที่ผ่านมา แต่การที่ความมั่นคงยังอยู่ได้เหตุผลสำคัญประการหนึ่งคือสถาบันศาล ไม่ว่าจะมีการยึดอำนาจ หรือไม่ยึดอำนาจ ศาลยังคงสถิตย์ความเป็นธรรมอยู่ ถึงจะไม่ 100% แต่ก็เป็นหลักที่เชื่อถือได้ แต่ฝ่ายที่ปฏิบัติผิดไม่พอใจก็เป็นธรรมดา แต่ขอเรียนว่าหากเราให้ศาลดำรงความเป็นกลางได้แบบนี้ตลอด ไม่ว่าจะมีอะไรเกิดขึ้นทางการเมือง บ้านเมืองก็สามารถไปได้ 

นายชวน ยังย้ำว่า เรื่องของความเท่าเทียมทางกฎหมายถือเป็นเรื่องที่สำคัญ ในสมัยที่ตนเป็นนายกรัฐมนตรีตนจึงได้ใช้คำขวัญว่า “ผมไม่สามารถทำให้ทุกคนรวยเหมือนกันหมดได้ แต่ทุกคนต้องอยู่ภายใต้กฎหมายอย่างเท่าเทียมกัน” เพราะนี่คือสิ่งที่ทำให้คนรู้สึกว่าสังคมนี้น่าอยู่หรือไม่น่าอยู่ 

นอกจากนี้ ประธานสภาผู้แทนราษฎร ยังกล่าวชื่นชมนักศึกษาหลักสูตรการเมืองการปกครองในระบอบประชาธิปไตยนักบริหารระดับสูงรุ่นที่24 หรือ ปปร.24 ที่เห็นความสำคัญของผู้พิการกว่า 1.7 แสนคน ในการเข้าถึงสิทธิขึ้นพื้นฐานและเข้าถึงการเลือกตั้งได้เหมือนกับบุคคลอื่น สังคมที่น่าอยู่ไม่ได้ขึ้นอยู่กับความจนความรวยเพียงอย่างเดียวแต่ขึ้นอยู่กับสังคมที่มีความเป็นธรรม ทั้งนี้หวังว่าจะสามารถทำให้การลดความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงกระบวนการเลือกตั้งและโอกาสในการเมืองของคนพิการให้เป็นรูปธรรม และเสนอข้อมูลที่เป็นประโยชน์ไปยังคณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือ กกต.เพื่อให้คนพิการใช้สิทธิ์ได้โดยสะดวก ลดความเหลื่อมล้ำของการเข้าสู่กระบวนการเลือกตั้ง

"ชวน" เปิดสัมมนาลดความเหลื่อมล้ำคนพิการในการเลือกตั้ง เปรียบธุรกิจการเมืองเหมือนโรคเอดส์

“เศรษฐพงค์” แนะ DES ศึกษาโมเดลบรอดแบนด์ท้องถิ่นมาใช้ลดขนาดทีโอทีและเสริมสร้างเศรษฐกิจท้องถิ่น #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

“เศรษฐพงค์” แนะ DES ศึกษาโมเดลบรอดแบนด์ท้องถิ่นมาใช้ลดขนาดทีโอทีและเสริมสร้างเศรษฐกิจท้องถิ่น (komchadluek.net)

“เศรษฐพงค์” แนะ DES ศึกษาโมเดลบรอดแบนด์ท้องถิ่นมาใช้ลดขนาดทีโอทีและเสริมสร้างเศรษฐกิจท้องถิ่น

"เศรษฐพงค์" แนะ DES ศึกษาโมเดลบรอดแบนด์ท้องถิ่นมาใช้ลดขนาดทีโอทีและเสริมสร้างเศรษฐกิจท้องถิ่น

14 ธันวาคม 2563 – 11:15 น.

“เศรษฐพงค์” แนะ DES ศึกษาโมเดลบรอดแบนด์ท้องถิ่นมาใช้ลดขนาดทีโอทีและเสริมสร้างเศรษฐกิจท้องถิ่น เชื่อเป็นทางเลือกที่ดีตอบสนองความต้องการแต่ละชุมชน

เมื่อวันที่ 14 ธ.ค.2563 พ.อ.เศรษฐพงค์ มะลิสุวรรณ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย และรองประธานกรรมาธิการการสื่อสาร การโทรคมนาคม และดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) ให้สัมภาษณ์ว่า จากการเข้ารับตำแหน่งประธานธิบดีสหรัฐของ นายโจ ไบเดน ในเดือนหน้า โดยได้มีการชูนโยบาย Made in all of American โดยภายใต้นโยบายนี้จะมีการลงทุนถึง 3 แสนล้านเหรียญสหรัฐ สำหรับการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีใหม่ ซึ่งรวมถึง 5G และ AI แต่นายไบเดนเองยังให้ความสนใจในเรื่องของการปิดช่องว่างดิจิทัลในพื้นที่ชนบทห่างไกลโดยคาดว่าจะมีการลงทุนในเรื่องนี้ถึง 2 หมื่นล้านเหรียญ และหนึ่งในโมเดลที่จะทำเรื่องนี้คือผู้ให้บริการบรอดแบนด์ท้องถิ่น โดยตั้งอยู่บนหลักการที่ว่าท้องถิ่นย่อมเข้าใจความต้องการของชุมชนได้เป็นอย่างดี โดยรูปแบบของผู้ให้บริการบรอดแบนด์ท้องถิ่นมีอยู่ด้วยกัน 3 รูปแบบ รูปแบบแรกจะให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเป็นผู้ให้บริการเองบรอดแบนด์จะเป็นบริการพื้นฐานให้กับคนในชุมชน 2. เป็นลักษณะกึ่งเอกชนกึ่งรัฐ (Quasi Private Network)เป็นความร่วมมือระหว่างองค์กรปกครองท้องถิ่นกับชาวบ้านหรือวิสาหกิจชุมชนมาสร้างโครงข่ายโทรคมนาคมเพื่อตอบสนองความต้องการของคนในชุมชนและบริการภาครัฐ และ 3. เป็นเอกชนสมบูรณ์แบบ แต่ไม่ใช่เอกชนผู้ให้บริการขนาดใหญ่แต่ควรเป็นวิสาหกิจชุมชนเป็นผู้ดำเนินการ

“เทคโนโลยีสมัยใหม่การเป็นผู้ให้บริการบรอดแบนด์ไม่จำเป็นต้องมีการลงทุนขนาดใหญ่ เพราะเกือบทั้งหมดสามารถใช้การบริการงานโครงข่ายผ่านระบบคลาวด์ได้ โดยสามารถวางโครงข่ายได้ทั้งแบบมีสาย (Fiber-to-the-Home) และแบบไร้สาย citywide WiFi หรือ Noncellular IoT ได้ เพราะที่ผ่านมาการให้บริการผ่านผู้ให้บริการขนาดใหญ่ทั้งรัฐและเอกชน ได้มีการปักเสาพาดสาย หรือตั้งสถานีฐานภายในชุมชนต่างๆ แต่ประชาชนไม่สามารถเอาโครงข่ายมาใช้เพื่อยกระดับชีวิตความเป็นอยู่ได้จริง แต่ถ้าโครงข่ายบรอดแบนด์ทัองถิ่นเป็นของชุมชน จะสามารถบริหารจัดการเพื่อตอบสนองความต้องการ่ของแต่ละชุมชนที่มีความหลากหลาย”พ.อ.เศรษฐพงค์ กล่าว

พ.อ.เศรษฐพงค์  กล่าวว่า ในบ้านเราทีโอทีเป็นผู้ให้บริการภาครัฐที่มีขนาดใหญ่ มีพนักงานจำนวนมากหมื่นกว่าราย และเป็นปัญหาที่ทำให้ต้นทุนค่าใช้จ่ายพนักงานเป็นสัดส่วนขนาดใหญ่ มีความพยายามจะแก้ปัญหาเรื่องนี้เป็นเวลานาน และปัจจัยความเสี่ยงที่ความถี่ 2100MHz และ 2300MHz ที่นำไปให้ผู้ประกอบเอกชนนำไปใช้งานและนำมาเป็นส่วนแบ่งรายได้ โดยใบอนุญาตที่ทั้งสองความถี่กำลังจะหมดอายุลงภายในปี 2025 ซึ่งการลดขนาดของพนักงานขององค์กรให้ไปอยุ่ภายใต้ผู้ให้บริการบรอดแบนด์ท้องถิ่นที่มีจำนวนหลายพันแห่ง ถ้ามีการเปิดอนุญาตให้มีประกอบการชนิดนี้ได้ รวมทั้งประสบการณ์ของคนทีโอทีจะสามารถไปเริ่มต้นการบริหารจัดการการให้บริการบรอดแบนด์แก่คนใจชุมชนได้  ประกอบกับผู้ให้บริการบรอดแบนด์ท้องถิ่นจะต้องมีการว่าจ้างคนในท้องถิ่นเพื่อมาร่วมงานจะทำให้เกิดเศรษฐกิจชุมชนได้ รวมทั้งโครงข่ายที่เป็นของชุมชนสามารถจัดการให้ตอบสนองความต้องการในชุมชนได้เช่นเอามาเน้นเรื่อง Smart Farm สำหรับชุมชนที่มีการปลูกข้าวหรือการทำเกษตรเป็นหลัก หรือ Smart Fisherman สำหรับชุมชนชาวประมงซึ่งมีความต้องนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้ตอบโจทย์ที่ตลาดต่างประเทศต้องการเข้ามาตรวจสอบถึงแหล่งที่มาสัตว์ทะเลที่จับได้

“ในอดีตที่ผ่านมามีการใช้โมเดลทั้งเน็ตประชารัฐ เน็ตชายขอบ ที่พยายามปิดช่องว่างดิจิทัล โดยให้ผู้ให้บริการขนาดใหญ่เป็นผู้ดำเนิการ แต่ผลตอบสนองไม่ได้ตามวัตถุประสงค์ที่ตั้งไว้ ดังนั้นการพิจารณาบรอดแบนด์ท้องถิ่นอาจเป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่น่าสนใจและอาจมีการศึกษาความเป็นไปได้ในการนำมาใช้ในแต่ละชุมชน”พ.อ.เศรษฐพงค์  กล่าว

“แรมโบ้” ยืนยัน คำสั่งผู้ว่าโคราชสั่งปิดสถานที่จัดคอนเสิร์ต “บิ๊กเมาน์เทน” ถูกต้องแล้ว #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

“แรมโบ้” ยืนยัน คำสั่งผู้ว่าโคราชสั่งปิดสถานที่จัดคอนเสิร์ต “บิ๊กเมาน์เทน” ถูกต้องแล้ว (komchadluek.net)

“แรมโบ้” ยืนยัน คำสั่งผู้ว่าโคราชสั่งปิดสถานที่จัดคอนเสิร์ต “บิ๊กเมาน์เทน” ถูกต้องแล้ว

"แรมโบ้" ยืนยัน คำสั่งผู้ว่าโคราชสั่งปิดสถานที่จัดคอนเสิร์ต "บิ๊กเมาน์เทน" ถูกต้องแล้ว

14 ธันวาคม 2563 – 10:24 น.

“แรมโบ้” ยืนยัน คำสั่งผู้ว่าโคราชสั่งปิดสถานที่จัดคอนเสิร์ต “บิ๊กเมาน์เทน”ที่เขาใหญ่ทำถูกต้องแล้ว เพราะทำตามมาตรการสาธารณสุข ไม่เกี่ยวประเด็นทางการเมือง ซัด “รังสิมันต์” รับผิดชอบไหวหรือไม่ หากเกิดการติดเชื้อโควิดในระหว่างจัดคอนเสิร์ต

เมื่อวันที่ 14 ธันวาคม 2583 นายสุภรณ์ อัตถาวงศ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีที่ นายรังสิมันต์ โรม ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล แสดงความคิดเห็นว่าการสั่งปิดคอนเสิร์ตบิ๊กเมาน์เท่น ไม่ได้กลัวการแพร่กระจายของโควิด-19 แต่กลัวการแพร่กระจายของความคิดแบบประชาธิปไตยว่าเรื่องนี้นายรังสิมันต์ ก็เห็นชัดเจนแล้วว่าคำสั่งของผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมาระบุว่าสถานการณ์น่าเป็นห่วงอย่างยิ่ง ทุกเวทีไม่สามารถจำกัดจำนวนผู้เข้าร่วมงานตามมาตรการที่กำหนด อีกทั้งประชาชนบางส่วนไม่สวมหน้ากากอนามัย มีการตะโกนร้องเพลง  ซึ่งหลายฝ่ายรวมทั้งจังหวัดก็เห็นแล้วว่าสุ่มเสี่ยงต่อการติดเชื้อโควิด-19 

ดังนั้นทางจังหวัดจึงต้องขอให้ยกเลิกการจัดคอนเสิร์ต นายรังสิมันต์ควรรับฟังเหตุผลอื่นบ้าง อย่าเอาแต่ประเด็นทางการเมือง อย่าพูดแบบไม่มีความรับผิดชอบต่อสังคม  เพราะหากเกิดการติดเชื้อโควิด -19 ในงานคอนเสิร์ตขึ้นจนกลายเป็นการระบาดรอบที่ 2 ใครจะเป็นผู้รับผิดชอบ ถามว่านายรังสิมันต์จะเป็นผู้รับผิดชอบเรื่องนี้ไหวหรือไม่

“ตนยืนยันว่าทางคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดนครราชสีมาโดยมีผู้ว่าฯเป็นประธานได้ดำเนินการอย่างละเอียดรอบคอบแล้วว่า ความปลอดภัยในชีวิตของประชาชนมีค่าสูงสุด จะปล่อยปะละเลยไม่ได้ ประเทศชาติประชาชนส่วนรวมต้องมาก่อน ดังนั้นคนที่เอามาตีเป็นประเด็นการเมืองถือว่า สิ้นคิดสิ้นดี สมองปัญญาอ่อน ไม่เหมาะที่จะเป็นสส.ตัวแทนพี่น้องประชาชน เลยสักนิด”

“ธนกร” เผย รัฐบาลพร้อมรับมืออภิปรายไม่ไว้วางใจ ลั่น “บิ๊กตู่” ไม่ได้ทำอะไรผิด #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

“ธนกร”เผย รัฐบาลพร้อมรับมืออภิปรายไม่ไว้วางใจ ลั่น”บิ๊กตู่”ไม่ได้ทำอะไรผิด (komchadluek.net)

“ธนกร”เผย รัฐบาลพร้อมรับมืออภิปรายไม่ไว้วางใจ ลั่น”บิ๊กตู่”ไม่ได้ทำอะไรผิด

"ธนกร"เผย รัฐบาลพร้อมรับมืออภิปรายไม่ไว้วางใจ  ลั่น"บิ๊กตู่"ไม่ได้ทำอะไรผิด

14 ธันวาคม 2563 – 09:51 น.

“ธนกร”เผย รัฐบาลพร้อมรับมืออภิปรายไม่ไว้วางใจ ลั่น”บิ๊กตู่”ไม่ได้ทำอะไรผิด เหน็บ”สุทิน”เอาเวลาไปประสานรอยร้าวในพรรคก่อนดีกว่า

เมื่อวันที่ 14 ธ.ค.2563 นายธนกร วังบุญคงชนะ เลขานุการรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีที่พรรคร่วมฝ่ายค้านเตรียมอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ 2564ว่า รัฐบาลพร้อมที่จะชี้แจงในสภาฯ ไม่ได้วิตกกังวลอะไร เพราะมั่นใจว่าไม่ได้ทำอะไรผิดพลาด บริหารงานด้วยหลักธรรมาภิบาล ซึ่งเป็นเรื่องที่ดีที่พรรคร่วมฝ่ายค้านใช้กลไกรัฐสภาในการตรวจสอบรัฐบาล ดีกว่าการสนับสนุนม็อบชุมนุมปิดถนน ซึ่งทำให้ประชาชนได้รับความเดือดร้อน ส่วนกรณีที่นายสุทิน คลังแสง ประธานวิปฝ่ายค้านระบุว่า  ประเด็นที่เตรียมไว้อภิปรายพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม จะทำให้พล.อ.ประยุทธ์อาจจะช็อกได้นั้น คงแค่จะโหมโรงให้ดูน่ากลัว ตนมั่นใจว่าพล.อ.ประยุทธ์สามารถชี้แจงได้หมด เพราะที่ผ่านมาก็ทำงานให้กับพี่น้องประชาชนอย่างเต็มที่ด้วยความซื่อสัตย์สุจริต ยิ่งการทุจริตคอรัปชั่นยิ่งไม่มีอย่างแน่นอน

นายธนกร กล่าวอีกว่า ตนเป็นห่วงพรรคเพื่อไทย เพราะช่วงนี้คงช็อกอยู่ เกรงว่าอาจจะไม่สมราคาคุย เพราะขณะนี้พรรคเพื่อไทยกำลังมีปัญหาความขัดแย้งภายในพรรค แกนนำหลายคนลาออกจากพรรคไป ไม่ว่าจะเป็นคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธ์ อดีตประธานยุทธศาสตร์พรรค นายโภคิน พลกุล นายวัฒนา เมืองสุข จนนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ต้องออกโรงมาทวิตเรียกขวัญภายในพรรคติดต่อกันหลายครั้ง ไม่รู้สมาชิกพรรคจะมีกะจิตกะใจอภิปรายหรือไม่ จริงๆ แล้วตนอยากจะให้นายสุทินเอาเวลาไปช่วยประสานรอยร้าวภายในพรรคก่อนจะดีกว่า ที่สำคัญการบริหารงานของรัฐบาลโปร่งใสตรวจสอบได้ ไม่ได้มีปัญหาแต่อย่างใด พล.อ.ประยุทธ์ทำทุกวิถีทางเพื่อนำประเทศฝ่าวิกฤติโควิด-19 ในครั้งนี้

‘ทิพานัน’ ปลุกประชาชน 20 ธันวาอย่าเลือกกลุ่มคลั่งสาธารณรัฐเป็น ‘นายกอบจ.-ส.อบจ.’ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

‘ทิพานัน’ปลุกประชาชน20ธันวาอย่าเลือกกลุ่มคลั่งสาธารณรัฐเป็น ‘นายกอบจ.-ส.อบจ.’ (komchadluek.net)

‘ทิพานัน’ปลุกประชาชน20ธันวาอย่าเลือกกลุ่มคลั่งสาธารณรัฐเป็น ‘นายกอบจ.-ส.อบจ.’

'ทิพานัน'ปลุกประชาชน20ธันวาอย่าเลือกกลุ่มคลั่งสาธารณรัฐเป็น 'นายกอบจ.-ส.อบจ.'

14 ธันวาคม 2563 – 09:35 น.

‘ทิพานัน’ เผยผลโพลร้อยละ 96.8 ปชช.ยี้สาธารณรัฐ แฉม็อบลอกคราบ ชี้วาระซ่อนเร้นแบ่งแยกประเทศ เบื้องหลังมีพรรคการเมืองจ้องแก้รธน.หมวด1 ย้ำไทยกระจายอำนาจผ่านอปท.อยู่แล้ว ปลุกประชาชน20ธันวา อย่าเลือกกลุ่มการเมืองคลั่งสาธารณรัฐ เป็นนายกอบจ.-ส.อบจ.

วันนี้(14 ธ.ค.2563)น.ส.ทิพานัน ศิริชนะ อดีตผู้สมัคร ส.ส.กทม. เขตจอมทอง ธนบุรีและอดีตรองโฆษกพรรคพลังประชารัฐ กล่าวถึงกรณีผลสำรวจความคิดเห็นประชาชน ของสำนักวิจัยซูเปอร์โพลพบว่าประชาชนส่วนใหญ่ ร้อยละ 96.8 รู้สึกแย่กับข่าวแกนนำม็อบมีแนวคิดจะแบ่งแยกประเทศออกเป็นสาธารณรัฐว่า เสียงสะท้อนของประชาชนเป็นเครื่องยืนยันว่าประชารับไม่ได้กับแนวคิดดังกล่าว เข้าใจว่านี่คือ’วาระซ่อนเร้น’

อ่านข่าว : เปิด13 ข้อ ‘ดร.อานนท์’ ตอบชัดๆทำไมต้องบังคับใช้มาตรา 112

ของผู้ที่อยู่เบื้องหลังให้แนวคิดกับกลุ่มผู้ชุมนุมมาตลอด โดยหลอกเอาระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขนำหน้าในการเคลื่อนไหวเรียกร้อง แต่เมื่อถึงจุดหนึ่งก็ลอกคราบออกมาให้เห็นว่าแท้ที่จริง ต้องการลดบทบาทสถาบัน อันเป็นศูนย์รวมใจของคนไทย ก็เพื่อแบ่งแยกประเทศ ซึ่งเชื่อว่าประชนส่วนใหญ่จะไม่ยอมให้กลุ่มคนเหล่านี้ทำสำเร็จแน่นอน

น.ส.ทิพานัน กล่าวว่า การเปิดเผยวาระซ่อนเร้นของม็อบออกมาครั้งนี้ ทำให้ประชาชนตาสว่างและเข้าใจมากขึ้น ว่าแท้จริงแล้วที่เคลื่อนไหวมาตลอดหลายเดือนนั้น เบื้องหลังคืออะไร เหตุใด นักการเมือง และพรรคการเมืองบางพรรคถึงจ้องจะแก้ไขรัฐธรรมนูญในหมวดที่1 ให้ได้ ก็เพราะรัฐธรรมนูญมาตรานี้เป็นบทบัญญัติที่รับรองรูปแบบของรัฐว่า ประเทศไทยจะต้องเป็นรัฐเดียวเท่านั้น

‘ปัจจุบันเรามีการกระจายอำนาจการปกครองไปยังองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ทั้งอบจ. อบต. เทศบาล อยู่แล้ว หากช่วยกันส่งเสริมและพัฒนาให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเหล่านี้ ได้ผู้นำที่ดี มีความสามารถ และปฏิบัติหน้าที่โดยสุจริต ประชาชนก็จะมีคุณภาพชีวิตที่ดี ประเทศชาติพัฒนา ไม่ต้องถึงกับต้องมีระบบสาธารณรัฐ ที่หวังแบ่งแยกประเทศ

“ฉะนั้น การเลือกตั้งนายกอบจ.และส.อบจ.ในวันที่ 20 ธ.ค. 2563 ที่จะถึงนี้ พี่น้องประชาชนต้องไม่เลือกผู้สมัครของกลุ่มการเมืองที่มีแนวคิดทิศทางเดียวกับสาธารณรัฐเข้ามาเป็นผู้นำท้องถิ่น เพราะอาจนำพาประเทศชาติไปสู่การแบ่งแยกประเทศและที่สำคัญคือไม่ได้เป็นประชาธิปไตยที่แท้จริงแบบที่กลุ่มแกนนำม็อบแอบอ้างหลอกลวงใช้มาตลอดเลย” น.ส.ทิพานัน กล่าว

ทั้งนี้ผลโพลที่น่าสนใจอีกประเด็นคือคือ ประชาชนกว่าร้อยละ 98.5 เห็นด้วยว่า ประเทศไทยเป็นประเทศที่คนไทยทุกคนต้อง “กตัญญู” ต่อพระมหากษัตริย์ทุกรัชกาล รวมถึงร้อยละ 98.7 เห็นด้วยว่า ประชาธิปไตยของไทยแบบทุกวันนี้ดีอยู่แล้ว และแผ่นดินไทยต้องไม่แบ่งแยก ดังนั้นจึงขอให้ชาวไทยช่วยกัน ร่วมแรงร่วมใจไม่ให้คนที่ไม่หวังดีเข้ามามีบทบาทใดๆต่อสังคมและประเทศชาติ