ถอดรหัสจดหมายปริศนาของ “นักฆ่าจักรราศี” #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

ถอดรหัสจดหมายปริศนาของ “นักฆ่าจักรราศี” – โพสต์ทูเดย์ รอบโลก (posttoday.com)

วันที่ 14 ธ.ค. 2563 เวลา 13:35 น.ถอดรหัสจดหมายปริศนาของ "นักฆ่าจักรราศี"อีกหนึ่งปริศนาได้ถูกไขให้กระจ่างแล้ว แต่การตามล่าตัวนักฆ่านายนี้ยังไม่สิ้นสุดลง

Zodiac Killer หรือ “นักฆ่าจักราศี” คือฆาตกรต่อเนื่องซึ่งก่อเหตุในช่วงปลายคริสต์ทศวรรษที่ 1960 ในแถบพื้นที่ทางตอนเหนือของรัฐแคลิฟอร์เนียและอาจรวมถึงรวมถึงเขตรัฐเนวาดาที่อยู่ใกล้เคียงกัน จนถึงทุกวันนี้ทางการสหรัฐก็ยังไม่สามารถระบุถึงตัวตนที่แท้จริงและแรงจูงใจของนักฆ่ารายได้นี้ได้

เขาเรียกตัวเองว่า Zodiac Killer เราแทบไม่รู้อะไรเกี่ยวกับเขาคนนี้เลย มีเพียงรายชื่อของเหยื่อจำนวนหนึ่งซึ่งระบุได้ชัดๆ แค่ 5 คน และอาจมีมากถึง 37 คนที่ยังยืนยันไม่ได้ อีกหลักฐานหนึ่งคือจดหมายประกอบด้วยรหัสลับสี่ชุด ซึ่งสามในสี่ชุดนี้ยังไม่มีบุคคลได้สามารถถอดได้จนถึงปัจจุบัน

สำหรับจดหมายที่เป็นปริศนาพอ ๆ กับตัวตนของเขาเป็นที่สนใจของชาวโลกมานานหลายสิบลปี เพราะมันเขียนโดยใช้รหัสแปลกประหลาดที่ถอดได้ยาก ที่มาของมันย้อนกลับไปเมื่อ 1 สิงหาคม ค.ศ. 1969 จดหมายสามฉบับถูกส่งไปยังสำนักหนังสือพิมพ์ 3 แห่ง ได้แก่ หนังสือพิมพ์วัลเลโฮไทม์เฮรัลด์, หนังสือพิมพ์ซานฟรานซิสโกครอนิเคิลส์ และหนังสือพิมพ์ซานฟรานซิสโกเอ็กแซมิเนอร์

ในแต่ละฉบับยังแนบชุดรหัสลับ 3 ชุด โดยใช้ 408 สัญลักษณ์ ที่ซึ่งฆาตกรอ้างถึงความเป็นลักษณะเฉพาะของรหัสลับที่เขาประดิษฐ์ขึ้น เขายังข่มขู่ให้สำนักหนังสือพิมพ์ทั้งสามตีพิมพ์เนื้อความจากจดหมายของเขาลงบนหน้าหนึ่งของแต่ละฉบับ มิเช่นนั้นเขาจะ “ฆาตกรรมผู้คนในเวลากลางคืนตลอดช่วงสุดสัปดาห์นั้น และฆ่าต่อไปเรื่อย ๆ จนกว่าจะครบหนึ่งโหล”

ต่อมา7 สิงหาคม ค.ศ. 1969 จดหมายอีกฉบับถูกส่งไปที่ ซานฟรานซิสโกเอ็กแซมิเนอร์ซึ่งเขาเริ่มต้นเรียกตัวเองว่า Zodiac (จักรราศี) ในวัดต่อมาก็มีผู้ถอดรหัสที่ตีพิมพ์ในหนังสือพิมพ์ได้เนื้อความมีดังนี้

“ฉันชอบฆ่าผู้คนเพราะว่ามันสุดแสนจะสนุก มันสนุกกว่าเกมล่าสัตว์ในป่าเสียอีก เพราะมนุษย์คือสัตว์ที่อันตรายที่สุดจากทั้งหมด จากการฆ่าบางสิ่งบางอย่างมันให้ประสบการณ์อันสุดแสนจะสยดสยองให้ฉัน มันดีกว่าประสบการณ์การมีเพศสัมพันธ์กับผู้หญิงเสียอีก ช่วงที่ดีที่สุดของมันคือเมื่อฉันตาย ฉันจะไปเกิดใหม่บนสวรรค์ และทั้งหมดที่ฉันได้ฆ่าไปจะกลายมาเป็นทาสของฉัน ฉันจะไม่ให้ชื่อของฉันไป เพราะพวกคุณจะพยายามขัดขวางหรือยับยั้งการสะสมทาสสำหรับชีวิตหลังความตายของฉัน EBEORIETEMETHHPITI” (อักษรภาษาอังกฤษ 18 ตัวสุดท้ายที่ถอดได้ไม่มีผู้ใดเข้าใจถึงความหมายของมัน)

ล่าสุด มีกลุ่มคน 3 คนจากสหรัฐ, เบลเยียม และออสเตรเลียสามารถถอดรหัสจดหมายฉบับ 340 ตัวอักษรที่เรียกกันว่า “340 Cipher” ได้สำเร็จ หลังจากกาลเวลาได้ผ่านมานานถึง 51 ปีหลังจากที่มันถูกส่งมายังหนังสือพิมพ์ซานฟรานซิสโกครอนิเคิลส์ เนื้อความมีดังนี้

“ฉันหวังว่าคุณจะสนุกกับการพยายามจับฉัน ฉันไม่กลัวห้องรมแก๊สเพราะมันจะส่งฉันไปยังสวรรค์ (คำนี้เขาเขียนผิด) เร็วขึ้น เพราะตอนนี้ฉันมีทาสมากพอที่จะทำงานให้ฉัน” อย่างไรก็ตาม รหัสนี้ไม่ได้บอกถึงตัวตนของฆาตรกร

หลังจากมีการถอดรหัสได้สำเร็จ สำนักงานสืบสวนกลางของสหรัฐ หรือ F.B.I. ได้มีแถลงการณ์ว่า “ คดีนักฆ่าจักรราศียังคงมีการสอบสวนอย่างต่อเนื่องโดย F.B.I. แผนกซานฟรานซิสโกและผู้ร่วมงานด้านการบังคับใช้กฎหมายในท้องถิ่นของเรา นักฆ่าจักรราศีได้สร้างความหวาดกลัวให้กับชุมชนหลายแห่งทั่วแคลิฟอร์เนียตอนเหนือและแม้ว่าหลายทศวรรษจะผ่านไปเรายังคงแสวงหาความยุติธรรมให้กับเหยื่อของอาชญากรรมที่โหดร้ายเหล่านี้”

ตอนนี้ยังมีจดหมายอีก 2 ฉบับที่รอการถอดรหัสซึ่งหนึ่งในนั้นอาจรวมถึงชื่อและตัวตนของฆาตรกรบันลือโลกรายนี้ ดังนั้นคดีนี้จึงยังไม่คลี่คลาย เพียงแต่หนึ่งในปริศนาได้ถูกไขออกมาให้กระจ่างขึ้นเท่านั้น

สหรัฐใช้ดาวเทียมจับตาเขื่อนแม่น้ำโขงของจีน #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

วันที่ 14 ธ.ค. 2563 เวลา 11:01 น.สหรัฐใช้ดาวเทียมจับตาเขื่อนแม่น้ำโขงของจีน สหรัฐเปิดโครงการดาวเทียมจับตาเขื่อนจีน ชี้เป็นภัยต่อประเทศท้ายน้ำ

รอยเตอร์สรายงาน เมื่อวันที่ 14 ธ.ค. ศูนย์สังเกตการณ์เขื่อนแม่น้ำโขงของสถาบันวิจัยสติมสัน ซึ่งได้รับเงินสนับสนุนบางส่วนจากกระทรวงการต่างประเทศของสหรัฐเปิดตัวโครงการใช้ดาวเทียมเพื่อติดตามและตรวจสอบระดับน้ำในเขื่อนของจีนในแถบลุ่มแม่น้ำโขง

ไบรอัน อีเลอร์ จากสถาบันวิจัยสติมสันเผยว่า โครงการดังกล่าวตรวจสอบเขื่อนอย่างน้อย 11 แห่งโดยระบุว่าเขื่อนทุกแห่งมีโครงสร้างที่ซับซ้อนเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการผลิตไฟฟ้าพลังน้ำของโรงไฟฟ้าในประเทศจีนเป็นหลักโดยไม่ได้คำนึงถึงผลกระทบท้ายน้ำที่ซึ่งผู้คน 60 ล้านคนต้องพึ่งพาแม่น้ำเพื่อการประมงและการเกษตร

ขณะที่จีนปฏิเสธการวิจัยดังกล่าวของสหรัฐ โดยสถาบันวิศวกรรมพลังงานหมุนเวียนของจีนกล่าวเมื่อวันที่ 4 ธ.ค. ว่า ไฟฟ้าพลังน้ำนั้นมีประโยชน์ต่อเพื่อนบ้านริมฝั่งแม่น้ำโขงอย่างชัดเจน และการกักเก็บน้ำไว้ในอ่างเก็บน้ำในช่วงฤดูน้ำหลากจะช่วยป้องกันทั้งอุทกภัยและภัยแล้ง

ทั้งนี้ จีนและสหรัฐมีความขัดแย้งกันในทะเลจีนใต้ และทั้งสองประเทศยังมีหน่วยงานคู่แข่งซึ่งทำงานร่วมกับประเทศลุ่มน้ำโขง โดยจีนมีความร่วมมือล้านช้าง-แม่โขงซึ่งตั้งอยู่ในปักกิ่ง และสหรัฐมีความร่วมมือแม่โขง-สหรัฐ

CHINA OUT AFP PHOTO

เริ่มผลิตรถยนต์อัจฉริยะพลังงานใหม่ไร้คนขับ 5G ในซานตง #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

วันที่ 13 ธ.ค. 2563 เวลา 19:57 น.เริ่มผลิตรถยนต์อัจฉริยะพลังงานใหม่ไร้คนขับ 5G ในซานตงฐานการผลิตรถยนต์ล้ำยุคดังกล่าวครอบคลุมพื้นที่ก่อสร้างประมาณ 130,000 ตารางเมตร

สำนักข่าวซินหัวรายงานจากเมืองจี่หนาน มณฑลซานตงเมื่อวันที่ 13 ธันวาคมว่า ฐานการผลิตรถยนต์ในมณฑลซานตงทางตะวันออกของจีน ได้เริ่มผลิตรถยนต์พลังงานใหม่ไร้คนขับผ่านการใช้งานเครือข่าย 5จี (5G) สำหรับใช้ในเชิงพาณิชย์อย่างเป็นทางการแล้ว

รถยนต์พลังงานใหม่อัจฉริยะรุ่นแรกซึ่งจะถูกใช้ในสายงานด้านโลจิสติกส์ ได้ออกจากสายการผลิตเมื่อวันเสาร์ (12 ธ.ค.) ในเขตไหลอู๋ เมืองจี่หนาน เมืองเอกของมณฑลซานตง

ผลงานดังกล่าวได้รับเงินลงทุนจากบริษัทออลเชียร์ อินเทลลิเจนต์ ออโตโมบิล (Allcheer Intelligent Automobile) และดำเนินการผลิตโดยบริษัทไชน่า คอนสตรักชัน อิเล็กทริก พาวเวอร์ คอนสตรักชัน จำกัด (China Construction Electric Power Construction Co. , Ltd) ซึ่งฐานการผลิตระยะแรกจะสามารถผลิตรถยนต์อัจฉริยะพลังงานใหม่ได้ถึง 100,000 คันต่อปี

ทั้งนี้ ฐานดังกล่าวครอบคลุมพื้นที่ก่อสร้างประมาณ 130,000 ตารางเมตร

สำนักข่าวซินหัวอนุเคราะห์ภาพและเนื้อหาข่าว

พรรคการเมืองไทยทำไมไม่มีอุดมการณ์ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

พรรคการเมืองไทยทำไมไม่มีอุดมการณ์ – โพสต์ทูเดย์ รอบโลก (posttoday.com)

วันที่ 13 ธ.ค. 2563 เวลา 18:49 น.

พรรคการเมืองไทยทำไมไม่มีอุดมการณ์

The Expert : พรรคการเมืองไทยทำไมไม่มีอุดมการณ์

The Expert : พรรคการเมืองไทยทำไมไม่มีอุดมการณ์

ติดตาม PostToday Podcast ได้ที่ https://soundcloud.com/posttoday 

https://w.soundcloud.com/player/?url=https%3A//api.soundcloud.com/tracks/946652146&color=%23ff5500&auto_play=false&hide_related=false&show_comments=true&show_user=true&show_reposts=false&show_teaser=true&visual=true

PostToday · พรรคการเมืองไทยทำไมไม่มีอุดมการณ์

กรุงเทพอันดับพุ่งพรวดเมืองที่ดึงดูดผู้คนและเงินทุนมากที่สุด #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

กรุงเทพอันดับพุ่งพรวดเมืองที่ดึงดูดผู้คนและเงินทุนมากที่สุด – โพสต์ทูเดย์ รอบโลก (posttoday.com)

วันที่ 13 ธ.ค. 2563 เวลา 18:43 น.กรุงเทพอันดับพุ่งพรวดเมืองที่ดึงดูดผู้คนและเงินทุนมากที่สุดพลังอำนาจของกรุงเทพฯ ปรับเพิ่มขึ้นมามากหลังการระบาดของโควิด-19 แต่กรุงเทพฯ ก็เคยมีอันดับที่ดีกว่านี้มาแล้ว

ดัชนี Global Power City จัดอันดับพลังอำนาจของเมืองสำคัญ ๆ ของโลกในด้าน “อำนาจการดึงดูด” (magnetism) ซึ่งก็คืออำนาจในการดึงดูดผู้คน ทุนและองค์กรต่างๆ จากทั่วโลกเข้ามาอยู่หรือทำงานในเมืองแห่งนั้น ปรากฎว่าในปีนี้อันดับที่ 1 คือกรุงลอนดอน สหราชอาณาจักร ส่วนกรุงเทพฯ ของประเทศไทยอยู่ในอันดับที่ 35

เมื่อแยกเป็นปัจจัยต่างๆ จะพบว่ากรุงเทพฯ มีอันดับเรื่องเศรษฐกิจที่ 36 ของโลกถือว่าอยู่ระดับกลางค่อนข้างต่ำ ด้านการวิจัยและพัฒนาค่อนข้างต่ำมากคือที่ 43 จากทั้งหมด 48 เมือง แต่ในด้านปฏิสัมพันธ์ทางวัฒนธรรมกรุงเทพฯ มีผลงานที่ดีมากอยู่ในอันดับที่ 7 ส่วนหนึ่งเพราะมีการพิจารณาเพิ่มเรื่องบรรยากาศที่น่าดึงดูใจเรื่องการช็อปปิ้ง

ด้านความน่าอยู่อาศัยกรุงทพฯอยู่ในอันดับที่ 36 ด้านสิ่งแวดล้อมมีผลงานไม่น่าประทับใจเพราะอยู่ที่ 43และการเข้าถึงหรือการคมนาคมค่อนปานกลางระดับสูงที่ 23

รายงานยังระบุว่า การเปลี่ยนแปลงของรูปแบบการทำงานบนโลกออนไลน์อันเนื่องมาจากโควิด-19 ทำให้ ความเร็วในการส่งผ่านอินเทอร์เน็ตกลายเป็นปัจจัยหนึ่งในการจัดอันดับความน่าเข้ามาทำงาน ซึ่งส่งผลให้เมืองในเอเชียที่มีความก้าวหน้าด้านอินเทอร์เน็ต เช่น ฮ่องกง, สิงคโปร์ และกรุงเทพฯ มีอันดับเพิ่มขึ้นอย่างมาก

โดยเมื่อปีที่แล้ว กรุงเทพฯ อยู่ในอันดับที่ 40 แต่ปีนี้พุ่งพรวดขึ้นมาอยู่ที่ 35 อย่างไรก็ตามกรุงเทพฯ เคยมีอันดับดีกว่านี้ที่ 30 เมื่อปี 2011 ปี 2012 อยู่ที่ 35 ปี 2013 อยู่ที่ 32 ปี 2014 อยู่ที่ 29 จากนั้นอันดับก็ตกลงมาตลอดคือ 33, 34, 33, 36 จนมาถึง 40 เมื่อปีที่แล้วแล้วอันดับก็กลับดีขึ้นอีกในปีนี้

ทั้งนี้ ดัชนี Global Power City จัดทำขึ้นโดยสถาบัน Mori Memorial Foundation for Urban Strategies และอ้างอิงจากข้อมูลอย่างเป็นทางการและการสัมภาษณ์ผู้คนประมาณ 1,000 คนในแต่ละเมืองจาก 48 เมืองที่สำรวจ

Photo by Lillian SUWANRUMPHA / AFP

ม.กรุงเทพ ชวนเด็ก ม.ปลายค้นหา passion ตอบโจทย์ธุรกิจยุคใหม่ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

ม.กรุงเทพ ชวนเด็ก ม.ปลายค้นหา passion ตอบโจทย์ธุรกิจยุคใหม่ (komchadluek.net)

ม.กรุงเทพ ชวนเด็ก ม.ปลายค้นหา passion ตอบโจทย์ธุรกิจยุคใหม่

 ม.กรุงเทพ ชวนเด็ก ม.ปลายค้นหา passion ตอบโจทย์ธุรกิจยุคใหม่

14 ธันวาคม 2563 – 18:24 น.

นิวนอมัล Open House ม.กรุงเทพ สุดปัง ชวนเด็ก ม.ปลายค้นหา passion สร้างเส้นทางเรียนที่ใช่กับหลักสูตรทันสมัยที่ชอบตอบโจทย์ธุรกิจยุคใหม่

สมฉายามหาวิทยาลัยสร้างสรรค์ งาน BU Open House สุดปังครั้งแรกที่จัดรูปแบบงานตอบรับวิถีนิวนอมัล ต้อนรับน้องๆ มัธยมปลายอย่างคึกคัก เพราะระยะห่างไม่ใช่ข้อจำกัด จัดเต็มกิจกรรมสร้างสรรค์แรงบันดาลใจแบบอินเทอร์แอคทีฟทั้ง Event Online และ Onsite พร้อมโชว์เคสเด็ดฝีมือนักศึกษา อาทิ  ผลงานหุ่นยนต์เอไอ คณะวิศวกรรมศาสตร์ งานออกแบบและจัดแฟชั่นโชว์ คณะศิลปกรรมศาสตร์ และโปรเจ็คการเรียนรู้อีกหลากหลายคณะวิชา

 ม.กรุงเทพ ชวนเด็ก ม.ปลายค้นหา passion ตอบโจทย์ธุรกิจยุคใหม่

BU open House 2020 ยังคงเป็นการทำงานของนักศึกษารุ่นพี่จากทุกคณะภายใต้การให้คำชี้แนะจากคณาจารย์ที่เปลี่ยนบทบาทจากผู้สอนมาเป็นโค้ช ซึ่งเป็นรูปแบบใหม่ของการเรียนการสอนของมหาวิทยาลัยกรุงเทพ และจากการมุ่งเน้นวิธีเรียนรู้จากการปฏิบัติ งานนี้จึงเป็นโชว์เคสสำคัญของนักศึกษาคณะนิเทศศาสตร์สาขาวิชาการผลิตอีเว้นท์และไมซ์ ที่ได้แสดงฝีมือการจัดงานทั้งหมด ทั้งการออกแบบธีม เนื้อหา รูปแบบงาน และการเลือกใช้เทคโนโลยีเพื่องานสร้างสรรค์ได้เหมาะกับยุคสมัย        

 ม.กรุงเทพ ชวนเด็ก ม.ปลายค้นหา passion ตอบโจทย์ธุรกิจยุคใหม่

มากกว่าสีสันและความสนุกสนาน ยังมีสาระดีๆ ทางวิชาการอีกมากที่ดึงดูดความสนใจนักเรียนมัธยมปลายกับบูธนิทรรศการของคณะวิชาที่ตอบโจทย์อนาคตทั้ง 14 คณะครอบคลุมสายการเรียนรู้ด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี ศิลปศาสตร์ สายสร้างสรรค์ สายธุรกิจ และวิทยาลัยนานาชาติ  รวมถึงหลักสูตรการเรียน Pre Degree โดยชี้จุดเด่นของแต่ละหลักสูตรแต่ละคณะวิชา การแสดงโครงงานที่สะท้อนทักษะการเรียนรู้และการทำงานในศตวรรษที่ 21 ความแข็งแกร่งของ ECOSYSTEM ด้านการศึกษาที่ช่วยส่งเสริมทักษะอาชีพและต่อยอดการเรียนรู้         

 ม.กรุงเทพ ชวนเด็ก ม.ปลายค้นหา passion ตอบโจทย์ธุรกิจยุคใหม่

สำหรับกิจกรรมปิดท้ายงานเป็นการค้นหา passion เพื่อก้าวสู่ความสำเร็จในอนาคต เวทีนี้ได้รวบรวมเรื่องราวของจริงจากศิษย์เก่าที่เป็นเจ้าของกิจการ  เป็นผู้บริหารระดับสูงในองค์กร และกลุ่มสตาร์ทอัพ ที่ต่างมี passion ในการทำงานและใช้เป็นพลังผลักดันตนเองให้ก้าวหน้าในเส้นทางที่ชอบและใช่  รวมทั้งมีนักศึกษาปัจุบันอีกหลายคนที่มาแชร์ข้อมูลการค้นพบแรงผลักดันของตัวเอง การกำหนดเส้นทางการเรียนรู้ผ่านการลงมือทำงานจริง ซึ่งมีทั้งการสร้างธุรกิจของตัวเอง  การทำงานร่วมกับธุรกิจมืออาชีพ เพื่อเดินหน้าสู่เป้าหมายของชีวิตและการทำงาน  โดยทุกองคาพยพของมหาวิทยาลัยกรุงเทพ พร้อมให้การสนับสนุนนักศึกษาทุกคนไม่ว่าจะเคยมี passion เป็นอะไร  หรือ passion นั้นได้หล่นหายไประหว่างทาง ทุกคนสามารถมาค้นพบและเติมเต็มสิ่งที่มุ่งหวังได้ที่มหาวิทยาลัยกรุงเทพเพื่อสร้างอนาคตและความสำเร็จในแบบที่ต้องการ

 ม.กรุงเทพ ชวนเด็ก ม.ปลายค้นหา passion ตอบโจทย์ธุรกิจยุคใหม่

’60ปี สจล.’ ผุดรพ.วิจัยนวัตกรรมการแพทย์แห่งแรกของไทย #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

’60ปี สจล.’ ผุดรพ.วิจัยนวัตกรรมการแพทย์แห่งแรกของไทย (komchadluek.net)

’60ปี สจล.’ ผุดรพ.วิจัยนวัตกรรมการแพทย์แห่งแรกของไทย

'60ปี สจล.' ผุดรพ.วิจัยนวัตกรรมการแพทย์แห่งแรกของไทย

13 ธันวาคม 2563 – 20:05 น.

’60ปี สจล.’ ผุดรพ.วิจัยนวัตกรรมการแพทย์แห่งแรกของไทย เพื่อพัฒนาต่อยอด “แพทย์นวัตกร” จากคณะแพทยศาสตร์  ลดการนำเข้าอุปกรณ์และเครื่องมือทางการแพทย์ปีละร่วม 1 แสนล้านบาท

วันที่13 ธันวาคม 2563 ณ สำนักงานมูลนิธิโรงพยาบาลพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหาร ในพระสังฆราชูปถัมภ์ (บริเวณอาคารวิศวกรรมอวกาศและระบบโลกเดิม) ภายในสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) ถนนกรุงเทพ-ชลบุรี สายใหม่ เขตลาดกระบัง กรุงเทพฯ

อ่านข่าว : ร่วมฝ่าวิกฤตโควิด ผู้บริหารสจล.เสียสละเงินเดือนช่วยนศ.6ล้าน

มูลนิธิโรงพยาบาลพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารฯ สจล. ได้จัดพิธีวางศิลาฤกษ์และยกเสาเอก อาคารโรงพยาบาลพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหาร โดยมีศาสตราจารย์พิเศษ ดร.กิตติพงษ์ กิตยารักษ์ นายกสภา สจล. เป็นประธานในพิธีและนิมนต์สมเด็จพระมหารัชมงคลมุนี (ธงชัย ธมฺมธโช)กรรมการมหาเถรสมาคมเจ้าคณะใหญ่หนกลางผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดไตรมิตรวิทยารามวรวิหาร ประกอบพิธีวางศิลาฤกษ์ และประกอบพิธียกเสาเข็ม

ทั้งนี้ ศาสตราจารย์ ดร.สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ อธิการบดี สจล. ในฐานะประธานมูลนิธิโรงพยาบาลพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหาร ในพระสังฆราชูปถัมภ์ กล่าวรายงานความเป็นมาของการก่อสร้างโรงพยาบาลพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหาร ว่าในโอกาสเฉลิมฉลองครบรอบ60ปี สจล.ในปี2563นี้

“สจล.ยังตั้งมั่นในนโยบาย พัฒนาสถาบันให้มีความเจริญก้าวหน้าในทุกๆ ด้านให้ดียิ่งๆ ขึ้นต่อไป จึงมีแนวความคิดจัดสร้างโรงพยาบาลพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหาร”ศาสตราจารย์ ดร.สุชัชวีร์ กล่าว
 

ศาสตราจารย์ ดร.สุชัชวีร์ กล่าวอีกว่า  โรงพยาบาลแห่งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อการวิจัยทางการแพทย์ โดยคนไทยเพื่อคนไทยทุกคน เนื่องจากปัจจุบันประเทศไทยยังขาดการพัฒนาเทคโนโลยีทางการแพทย์ จึงยังต้องพึ่งพาเทคโนโลยีจากต่างประเทศ ต้องนำเข้าอุปกรณ์และเครื่องมือทางการแพทย์ปีละร่วม1แสนล้านบาท

“นับเป็นโจทย์พันธกิจสำคัญของสถาบันการศึกษายุคใหม่ ที่จะพัฒนาสรรค์สร้างกำลังคนเพื่อตอบสนองและแก้ไขปัญหาการขาดแคลนทางการแพทย์และลดการพึ่งพาต่างประเทศ”ศาสตราจารย์ ดร.สุชัชวีร์ กล่าว

อธิการบดี สจล.  กล่าวด้วยว่า สจล.จึงมีเป้าประสงค์สร้างโรงพยาบาลพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหาร บนเนื้อที่ 8.25ไร่ ใช้งบประมาณก่อสร้าง 900 ล้านบาท เพื่อเป็นทั้งโรงพยาบาลรักษาผู้ป่วย และวิจัยเทคโนโลยีทางการแพทย์ เพื่อพัฒนาต่อยอดแพทย์นวัตกรจากคณะแพทยศาสตร์ ให้เป็นบุคลากรทางการแพทย์ที่มีทักษะด้านสุขภาพที่ครบถ้วน

ทั้งความเชี่ยวชาญด้านการรักษาโรค ควบคู่ไปกับทักษะด้านการวิจัย มีความรู้และเข้าใจในเทคโนโลยี สามารถสร้างสรรค์นวัตกรรมอุปกรณ์การแพทย์ เพื่อเพิ่มพูนประสิทธิภาพการรักษาโรค รวมทั้งช่วยลดอัตราการนำเข้าเครื่องมือทางการแพทย์จากต่างประเทศ สามารถสนองตอบความต้องการด้านสุขภาพของคนไทยในอนาคตได้อย่างมีประสิทธิภาพ

“ดังนั้น โรงพยาบาลพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหาร จะเป็นโรงพยาบาลศูนย์วิจัยนวัตกรรมทางการแพทย์แห่งแรกของไทย” ศ.ดร.สุชัชวีร์  กล่าวในที่สุด

'60ปี สจล.' ผุดรพ.วิจัยนวัตกรรมการแพทย์แห่งแรกของไทย
'60ปี สจล.' ผุดรพ.วิจัยนวัตกรรมการแพทย์แห่งแรกของไทย
'60ปี สจล.' ผุดรพ.วิจัยนวัตกรรมการแพทย์แห่งแรกของไทย
'60ปี สจล.' ผุดรพ.วิจัยนวัตกรรมการแพทย์แห่งแรกของไทย
'60ปี สจล.' ผุดรพ.วิจัยนวัตกรรมการแพทย์แห่งแรกของไทย
'60ปี สจล.' ผุดรพ.วิจัยนวัตกรรมการแพทย์แห่งแรกของไทย

อิ่มเอมกับเมนูรสเลิศตำรับชาววังแท้ ณ พระยา พาลาซโซ คฤหาสน์หรูริมฝั่งเจ้าพระยา #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

อิ่มเอมกับเมนูรสเลิศตำรับชาววังแท้ ณ พระยา พาลาซโซ คฤหาสน์หรูริมฝั่งเจ้าพระยา (komchadluek.net)

อิ่มเอมกับเมนูรสเลิศตำรับชาววังแท้ ณ พระยา พาลาซโซ คฤหาสน์หรูริมฝั่งเจ้าพระยา

อิ่มเอมกับเมนูรสเลิศตำรับชาววังแท้ ณ พระยา พาลาซโซ คฤหาสน์หรูริมฝั่งเจ้าพระยา

14 ธันวาคม 2563 – 19:35 น.

“New Year’s Eve Gala Dinner by the River” เอ็กซ์คลูซีฟ ดินเนอร์ รับปีใหม่ในบรรยากาศสุดคลาสสิค ณ พระยา พาลาซโซ คฤหาสน์หรูริมฝั่งเจ้าพระยา

เฉลิมฉลองวันขึ้นปีใหม่ในบรรยากาศสุดคลาสสิค ณ พระยา พาลาซโซ คฤหาสน์หรูสไตล์อิตาเลียน ริมแม่น้ำเจ้าพระยา กับ “New Year’s Eve Gala Dinner by the River” อิ่มเอมกับเมนูรสเลิศตำรับชาววังแท้ ๆ เคล้าคลอเสียงดนตรีไพเราะ เลือกความประทับใจได้ทั้งริมฝั่งเจ้าพระยาและล่องเรือกลางลำน้ำรับวันแรกของปีใหม่ พร้อมโอกาสชมพลุในระดับใกล้สายตา ในวันที่ 31 ธันวาคม 2563 

อิ่มเอมกับเมนูรสเลิศตำรับชาววังแท้ ณ พระยา พาลาซโซ คฤหาสน์หรูริมฝั่งเจ้าพระยา

พระยา พาลาซโซ (Praya Palazzo) โรงแรมที่ดัดแปลงจาก “บ้านบางยี่ขัน” อาคารสถาปัตยกรรมพาลาดิโอ (Palladio) สร้างขึ้นตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 6 ในยุคที่ไทยเจริญรุ่งเรืองในเรื่องการค้าและความสัมพันธ์ระหว่างประเทศกับชาวตะวันตก กลิ่นอายคลาสสิคจากยุคเรืองรองยังอวลอยู่ทุกอณูของโรงแรมสวยแห่งนี้ ยิ่งในวาระแห่งการเฉลิมฉลองรับวันใหม่ของปี บรรยากาศแห่งความสุขจากอดีตกาลจะช่วยเติมเต็มความอิ่มเอมและสดใสให้กับทุกคนได้ พระยา พาลาซโซ จึงได้จัดเอ็กซ์คลูซีฟ ดินเนอร์ “New Year’s Eve Gala Dinner by the River”  นำตำรับไทยโบราณ 10 คอร์ส คัดสรรวัตถุดิบชั้นดีบรรจงปรุงด้วยเชฟเชี่ยวชาญการครัวชาววัง พร้อมเครื่องดื่มบริการเต็มอิ่มตลอดทั้งงาน ตั้งแต่ย่ำค่ำจนถึงวาระรับวันใหม่แห่งปี 2564        

อิ่มเอมกับเมนูรสเลิศตำรับชาววังแท้ ณ พระยา พาลาซโซ คฤหาสน์หรูริมฝั่งเจ้าพระยา

ตำรับไทยโบราณเริ่มต้นเรียกน้ำย่อยด้วย “กุ้งเขียวหวานทอด” เป็นกุ้งสับคลุกเคล้ากับเครื่องแกงเขียวหวานก่อนนำไปทอดแบบกรอบนอกนุ่มใน เป็นเมนูขึ้นชื่อมาตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 5 พร้อมด้วย “ม้าอ้วน” อาหารว่างที่ตกทอดมาตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 2 ปรุงด้วยปูและหมูสับใส่ถ้วยนำไปนึ่ง คล้าย ๆ ขนมจีบ แล้วย้อนกลับไปถึงสมัยอยุธยากับ “ทองพลุไก่” อาหารว่างที่หน้าตาคล้ายเอแคล์แต่สอดไส้ไก่ลงไปแทนครีม และ “หอยนางรมทรงเครื่อง” หอยนางรมสดจากเกาะภูเก็ตกับเครื่องเคียงจัดจ้าน ตามด้วย ”ยำขมิ้นขาวกั้งสด” สลัดสไตล์ไทยสมัยรัชกาลที่ 2 รสชาติละมุน ขมิ้นขาวช่วยเติมรสสัมผัสให้สมบูรณ์ จากนั้นอุ่นท้องด้วยซุปตำรับชาววัง ตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 5 “แกงรัญจวน” ซุปเนื้อหรือหมูนุ่ม ๆ ที่ปรุงด้วยน้ำพริกกะปิครบรสและหอมกลิ่นโหระพาแสนรัญจวน เตรียมพร้อมอิ่มเอมกับจานหลักต่อไป       

อิ่มเอมกับเมนูรสเลิศตำรับชาววังแท้ ณ พระยา พาลาซโซ คฤหาสน์หรูริมฝั่งเจ้าพระยา

จานหลักเมนูโบราณเริ่มด้วย “หมูผัดส้มเสี้ยว” เนื้อหมูนุ่มผักกับพริกแกงสูตรของวังบางขุนพรหม ใส่มะเขือเปราะ ใบโหระพา และใบส้มเสี้ยวที่เปรี้ยวอย่างมีเอกลักษณ์ ก่อนเติมความจัดจ้านด้วย “ขนมจีนปู” เส้นขนมจีนนุ่ม ๆ เข้าคู่กับแกงปูร้อน ๆ ถึงเครื่องถึงรส และ “ปลากะพงสมุนไพรเตาถ่าน” ที่หมักด้วยสมุนไพรนานาชนิดก่อนนำไปย่างจนหอมกรุ่น พร้อมกับ “ต้นอ่อนทานตะวันผัดไข่” ต้นอ่อนทานตะวันสด ๆ ผัดน้ำมันหอยคลุกเคล้ากับไข่เป็ด เมนูเบา ๆ เพื่อสุขภาพ        

อิ่มเอมกับเมนูรสเลิศตำรับชาววังแท้ ณ พระยา พาลาซโซ คฤหาสน์หรูริมฝั่งเจ้าพระยา

ปิดท้ายมื้อพิเศษด้วยขนมหวานตำรับโบราณ ซึ่งจะผลัดเปลี่ยนเวียนให้ได้ลิ้มลองหลายเมนู อาทิ “สาริกาเล่นน้ำ” เป็นทับทิมกรอบหลากสีสันในน้ำเชื่อมและกะทิ สวยงามราวนกน้อยกำลังเล่นน้ำ         

อิ่มเอมกับเอ็กซ์คลูซีฟ ดินเนอร์ ในบรรยากาศสุดคลาสสิค “New Year’s Eve Gala Dinner by the River” ได้ในในวันที่ 31 ธันวาคม 2563 เวลา 18.00 – 02.00 น. โดยมีให้เลือก 2 รูปแบบ คือ “New Year’s Gala Dinner” สำรับไทยโบราณ 10 คอร์ส ต้อนรับปีใหม่พร้อมเครื่องดื่ม ราคาท่านละ ราคา 2,355 บาท และ “Gala Dinner with Fantastic Countdown Cruise” อิ่มเอมกับอาหารไทยโบราณ 10 คอร์ส พร้อมเครื่องดื่มและล่องเรือชมพลุปีใหม่กลางลำน้ำเจ้าพระยาอันแสนประทับใจ ราคาท่านละ 2,945 บาท
      
จำนวนจำกัด! สำรองจองโต๊ะล่วงหน้าก่อนใครได้ที่
Line ID: @prayapalazzo หรือ คลิก https://lin.ee/7dDq8Dl
Facebook: m.me/prayapalazzo

ข่าวดีคนปวดเข่า ลองกานอยด์สุดเจ๋ง ผลทดสอบชี้หัวเข่าอาสาสมัครดีขึ้นจนทึ่ง #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

ข่าวดีคนปวดเข่า ลองกานอยด์สุดเจ๋ง  ผลทดสอบชี้หัวเข่าอาสาสมัครดีขึ้นจนทึ่ง (komchadluek.net)

ข่าวดีคนปวดเข่า ลองกานอยด์สุดเจ๋ง  ผลทดสอบชี้หัวเข่าอาสาสมัครดีขึ้นจนทึ่ง

ข่าวดีคนปวดเข่า ลองกานอยด์สุดเจ๋ง  ผลทดสอบชี้หัวเข่าอาสาสมัครดีขึ้นจนทึ่ง

14 ธันวาคม 2563 – 18:37 น.

ข้อเข่าเสื่อม เป็นปัญหาที่พบมากขึ้นในผู้สูงวัย  และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น ที่น่าตกใจคือ กลุ่มคนวัยทำงานและวัยเรียนมีอาการข้อเสื่อมก่อนวัย 

ดร.ภญ.มณฑกา ธีรชัยสกุล ผู้อำนวยการกองสมุนไพรเพื่อเศรษฐกิจ กรมการแพทย์แผนไทยและแพทย์ทางเลือก กระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า ปัจจุบันข้อเข่าเสื่อม เป็นปัญหาที่พบมากขึ้นในผู้สูงวัย ข้อมูลสถิติพบว่าปีที่ผ่านมามีคนไทยเป็นโรคข้อเสื่อมมากถึง 6 ล้านคน และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น ที่น่าตกใจคือกลุ่มคนวัยทำงานและวัยเรียนมีอาการข้อเสื่อมก่อนวัย เช่น นิ้วล็อค เสียงกระดูกข้อลั่นกร๊อบแกร๊บ อาการเหล่านี้เป็นสัญญาณอันตรายร้ายแรงในอนาคต กรมแพทย์ฯ จึงสนับสนุนและผลักดันผลิตภัณฑ์สมุนไพร ที่มีผลทางการวิจัย และมี อย.รับรอง จดทะเบียนการค้าอย่างถูกต้องเพื่อนำมาใช้เป็นแพทย์ทางเลือกสำหรับบรรเทาอาการข้อเสื่อม เมื่อประเทศไทยก้าวสู่สังคมผู้สูงอายุในปี 2564 อย่างเต็มรูปแบบ จึงแนะนำให้ดูแลและรักษาสุขภาพกันถ้วนหน้า

ข่าวดีคนปวดเข่า ลองกานอยด์สุดเจ๋ง  ผลทดสอบชี้หัวเข่าอาสาสมัครดีขึ้นจนทึ่ง

ศาสตราจารย์ (เกียรติคุณ) ดร.อุษณีย์ วินิตเขตคำนวณนักวิชาการอดีตอาจารย์คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และเภสัชกร หริหระสุตระ บุตรชาย ผู้ร่วมก่อตั้ง บจก.ลำไยอินโนเทค ผลิตครีมสารสกัดจากเมล็ดลำไยต้านข้อเข่าเสื่อม-กล้ามเนื้ออักเสบภายใต้ชื่อ “ครีมลองกานอยด์” ซึ่งได้รับรางวัลจากกรมแพทย์ฯถึง 2 ปีซ้อน กล่าวว่า บริษัทได้พัฒนาไปอีกขั้นโดยเพิ่มส่วนผสมสารสกัดเมล็ดลำไย และเอสเซนเชียล-ออยล์จากสมุนไพรบางชนิด จนได้สูตรตำรับที่เข้มข้นในประสิทธิภาพ กลิ่นไม่ฉุนและไม่มีอาการแสบร้อนเหมาะกับผู้สูงวัยที่ผิวบอบบางรวมทั้งคนที่แพ้ง่าย ที่น่าตื่นเต้นคือเมื่อนำมาทดสอบในอาสาสมัครที่มีอาการข้อเสื่อมจำนวน 10 คน ติดต่อกัน 3 เดือน ปรากฏผลลัพธ์ดีขึ้นมากถึง 90% อาการปวดข้อลดลง เสียงหัวเข่าลั่นกร๊อบแกร๊บลดลง ผลทดสอบบ่งชี้ว่าสามารถป้องกันและยับยั้งการสลายกระดูกอ่อนที่ข้อ ช่วยกระตุ้นการสร้างมวลกล้ามเนื้อพยุงข้อ รวมทั้งช่วยให้เกิดน้ำหล่อเลี้ยงไขข้อได้ดี  

ข่าวดีคนปวดเข่า ลองกานอยด์สุดเจ๋ง  ผลทดสอบชี้หัวเข่าอาสาสมัครดีขึ้นจนทึ่ง

ตัวอย่างที่น่าสนใจ คุณสุวรรณี อัชวงค์ วัย 71 ปี ให้สัมภาษณ์ว่า ก่อนหน้านี้ปวดเข่าทั้งสองข้างมาก พอทานยาแก้ปวดมากก็มีปัญหาเรื่องไต สุดท้ายคุณหมอจึงผ่าตัดเปลี่ยนข้อเทียมที่หัวเข่าข้างซ้าย หลังผ่าตัดก็ประสบปัญหางอเข่าลำบาก ทั้งกล้ามเนื้อพยุงเข่าเทียมอ่อนแรงทำให้เดินทรุดบ่อยๆ และมักมีอาการเสียวแปล๊บรอบเข่าเทียม จึงปฏิเสธการผ่าตัดหัวเข่าข้างขวา และมาเข้าโครงการอาสาสมัครใช้ลองกานอยด์ เมื่อทดลองทาวันละ 3 เวลา เช้า-กลางวัน-เย็น ติดต่อกันสามเดือน ตอนนี้หัวเข่าข้างขวารู้สึกดีขึ้นมาก เดินได้คล่องขึ้น อาการปวดหัวเข่าลดลงอย่างเห็นได้ชัด รวมทั้งเสียงหัวเข่าลั่นก็ลดลง จึงอยากแนะนำผู้ที่เป็นเข่าเสื่อมอย่าพึ่งหมดหวัง ให้ลองใช้ครีมลองกานอยด์ทาเป็นประจำทุกวันเชื่อว่าจะเห็นผลดีขึ้นแน่นอน 

ข่าวดีคนปวดเข่า ลองกานอยด์สุดเจ๋ง  ผลทดสอบชี้หัวเข่าอาสาสมัครดีขึ้นจนทึ่ง

สำหรับประชาชนทั่วไป ตลอดจนวัยรุ่นคนหนุ่มสาววัยทำงานคนเมืองหลวงที่ใช้เวลาในการเดินทางอย่างเร่งรีบ สามารถดูแลตัวเองให้ปลอดภัยจากกลุ่มอาการข้อเข่าเสื่อม ข้อลั่น ข้อนิ้วล็อค ด้วยวิธีธรรมชาติบำบัดแบบแพทย์ทางเลือกจากครีมลองกานอยด์ ทางเช้าหรือก่อนนอนเพื่อดูแลสุขภาพเข่าและข้อต่างๆ ตั้งแต่เนิ่นๆ ด้วยสมุนไพรลองกานอยด์ซึ่งชนะเหรียญทองนวัตกรรมโลกจากประเทศสวิสเซอร์แลนด์ และรางวัลจากกรมการแพทย์แผนไทยและแพทย์ทางเลือกถึง 2 ปีซ้อน รวมทั้งรางวัลจากสถาบันทั่วโลกอีก 9 รางวัลการันตีคุณภาพ ผู้สนใจสามารถศึกษาผลิตภัณฑ์ครีมลองกานอยด์ได้ที่ www.longanoid.com หรือ โทรศัพท์ 053-931777 ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป

ข่าวดีคนปวดเข่า ลองกานอยด์สุดเจ๋ง  ผลทดสอบชี้หัวเข่าอาสาสมัครดีขึ้นจนทึ่ง

รอยทาง “อ้อน ไชยา” ตำนาน “บ้านใหญ่” นครปฐม #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

รอยทาง “อ้อน ไชยา” ตำนาน “บ้านใหญ่” นครปฐม (komchadluek.net)

รอยทาง “อ้อน ไชยา” ตำนาน “บ้านใหญ่” นครปฐม 

รอยทาง "อ้อน ไชยา" ตำนาน "บ้านใหญ่" นครปฐม 

14 ธันวาคม 2563 – 15:42 น.

ย้อนรอย “หัวหน้าอ้อน” ผู้จากไป ทิ้งตำนานการเมือง “บ้านใหญ่นครปฐม” ให้ผู้คนโจษขาน

++
หนึ่ง-จิรวัฒน์ สะสมทรัพย์ ลูกชายคนโตของไชยา สะสมทรัพย์ โพสต์เฟซบุ๊กเมื่อช่วงบ่ายวันที่ 14 ธ.ค.2563 “สิ้นแล้วร่มโพธิ์ใหญ่ แม้แต่ฟ้ายังร้องไห้ ป๋าครับ หนึ่งรักป๋าครับ”

รอยทาง "อ้อน ไชยา" ตำนาน "บ้านใหญ่" นครปฐม 

ไชยา และบิดา-ประเสริฐ สะสมทรัพย์

ใกล้เที่ยง สำนักข่าวออนไลน์รายงานข่าวการเสียชีวิตของผู้มากบารมีแห่งนครปฐม ไชยา สะสมทรัพย์ อดีตรัฐมนตรีพาณิชย์ ได้เสียชีวิตลงอย่างสงบ ที่บ้านพักริมถนนมาลัยแมน ต.หนองปากโลง อ.เมือง จ.นครปฐม หลังจากที่ป่วยด้วยโรคหลายโรค ทั้งโรคไต ปอด มาเป็นเวลานานกว่า 5 ปี     

ย้อนไปเมื่อวันที่ 3 ธ.ค.2563 เป็นวันเกิดของ ประเสริฐ สะสมทรัพย์ อดีตนายกสโมสรโรตารี นครปฐม และอดีตนายกสมาคมอึ้งศรี นครปฐม ครบรอบ 93 ปี ลูกชายทั้ง 4 คน เผดิมชัย, ไชยยศ ,ไชยา และอนุชา รวมทั้งหลานเหลนพากันมาอวยพร “ประมุขสะสมทรัพย์” กันพร้อมหน้า    

ประเสริฐสร้างอาณาจักรธุรกิจ ในนามบริษัทกลุ่ม 79 เริ่มก่อตั้งด้วยการวิ่งรถสิบล้อ และเปลี่ยนมาทำธุรกิจรถทัวร์สาย 79 รวมถึงธุรกิจรับเหมาก่อสร้าง ค้าวัสดุก่อสร้าง โกดังข้าว กำจัดขยะ และบริหารสนามกอล์ฟหรูระดับโลก    

รอยทาง "อ้อน ไชยา" ตำนาน "บ้านใหญ่" นครปฐม 

4 พี่น้องบ้านใหญ่สะสมทรัพย์

ในทางการเมือง ผู้ที่สร้างตำนาน “บ้านใหญ่” ให้โด่งดัง จนเป็นที่ประจักษ์แก่คนนครปฐมคือ “อ้อน” ไชยา สะสมทรัพย์ ลูกชายคนที่ 3 ของเฮียประเสริฐและซ้อสุนีย์

++
ข้าชื่อเสี่ยอ้อน
++ 
พี่สองคนคือ เผดิมชัย และไชยยศ เตี่ยส่งไปเรียนหนังสือกรุงเทพฯ และเมืองนอก แต่ “ไชยา” จบชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย โรงเรียนยอแซฟอุปถัมภ์ สามพราน และโรงเรียนเทคโนโลยีนครปฐม สาขาอนุปริญญาการตลาด ก็มาช่วยเตี่ยกับแม่ ดูแลธุรกิจรถบรรทุก และรถโดยสารสาย 79     

ผู้คนละแวกภาคกลางจะรู้จักชื่อ “ไชยา(อ้อน) สะสมทรัพย์” เป็นอย่างดี เพราะชื่อของเขาจะติดอยู่ท้ายรถโดยสารสีส้มทุกคนที่วิ่งระหว่างกรุงเทพฯ-นครปฐม     

เสี่ยอ้อนหรือไชยา ลงเล่นการเมืองท้องถิ่น ตั้งแต่ปี 2522 เป็น ส.จ.ผูกขาดของ อ.เมืองนครปฐม จนมีพรรคพวกเพื่อนฝูงมากมาย และได้ก่อตั้ง “กลุ่มชาวบ้าน” ยึดสภาจังหวัด    

อย่างไรก็ตาม คอการเมือง จะรู้จัก ไชยยศ สะสมทรัพย์ เพราะเรียนจบนอก ลูกเขยของ อุเทน เตชะไพบูลย์ ลงสมัคร ส.ส.นครปฐม เป็นคนแรกของตระกูล สังกัดพรรคก้าวหน้า จากนั้นก็ถึงคิวพี่ใหญ่ เผดิมชัย สะสมทรัพย์ ลงสนามเลือกตั้ง ส.ส.    

รอยทาง "อ้อน ไชยา" ตำนาน "บ้านใหญ่" นครปฐม 

ห้วงสุดท้ายของชีวิต ไชยา ออกหาเสียงช่วยลูกชาย

จากพรรคก้าวหน้า สู่พรรคเอกภาพ ตระกูล “สะสมทรัพย์” กลายเป็น “บ้านใหญ่” นครปฐม ด้วยการบริหารจัดการของไชยา สะสมทรัพย์     

ปี 2538 ไชยาลงสนามใหญ่ ได้เป็น ส.ส.นครปฐม สมัยแรก และได้เป็น รมช.คมนาคม สมัยรัฐบาลชวน 2     

ปี 2544 ตระกูลสะสมทรัพย์ สละเรือลำเก่า-พรรคเอกภาพ หันมาซบพรรคไทยรักไทย ตามคำเชิญชวนของคุณหญิงพจมาน ชินวัตร     

ในสีเสื้อค่ายทักษิณ ชินวัตร ไชยาแสดงบทบาทแม่ทัพบ้านใหญ่สะสมทรัพย์ แทนพี่ชาย-เผดิมชัยและไชยยศ ได้เป็น รมว.สาธารณสุข ในรัฐบาลสมัคร และรัฐมนตรีพาณิชย์ ในรัฐบาลสมชาย 

รอยทาง "อ้อน ไชยา" ตำนาน "บ้านใหญ่" นครปฐม 

เสี่ยอ้อน ที่คนนครปฐมรู้จักดี

++
กลุ่มชาวบ้าน
++
ไชยา สะสมทรัพย์ หรือ “หัวหน้าอ้อน” ตั้งกลุ่มการเมืองท้องถิ่นชื่อ “กลุ่มชาวบ้าน” ส่งคนลงสมัคร ส.จ. จนทุกวันนี้ กลุ่มชาวบ้านยึดสภา อบจ.นครปฐม และมีตัวแทนเป็นนายก อบจ.นครปฐม มาเกือบทุกสมัย     

เสี่ยอ้อนหรือไชยา เคยตอบคำถามนักข่าวว่าเป็นเจ้าพ่อหรือไม่? “ผมไม่ใช่นักเลง แต่ผมเป็นคนไม่กลัวคน ชีวิตเกิดมาครั้งเดียวก็ตายครั้งเดียว ไม่เคยคิดว่าคนจะต้องตาย 2 ครั้ง”    

ไชยายึดหลัก “ไม่มีพรรค มีแต่พวก” และ “การเมืองไม่มีสูตรสำเร็จ เล่นไปตามครรลองตามกระแส”     

การเลือกตั้ง ส.ส.ปี 2562 ตระกูล “สะสมทรัพย์” จำต้องย้ายออกจากค่ายเพื่อไทย ไปสังกัดพรรคชาติไทยพัฒนา เพราะสถานการณ์การเมืองแบบ คสช.    

ผลเลือกตั้ง ส.ส.นครปฐม สร้างความผิดหวังให้แก่ไชยาอย่างมาก เพราะพี่ชาย-เผดิมชัย น้องชาย-อนุชา สอบตก เหลือแต่ลูกชาย-พาณุวัฒน์ที่สอบได้    

โชคดีมีเลือกตั้งซ่อม เขต 5 นครปฐม เผดิมชัยจึงกลับมาชนะ และมิทันได้ลุ้นลูกชาย-จิรวัฒน์ สะสมทรัพย์ ผู้สมัครนายก อบจ.นครปฐม เสี่ยอ้อนก็จากไปกะทันหัน