ครบรอบ 50 ปี สมาคมส่งเสริมการศึกษาในถิ่นกันดารฯ มอบอาคารอเนกประสงค์ ‘อาคาร ๕๐ ปี สศก.’ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

ผู้หญิง – ครบรอบ 50 ปี สมาคมส่งเสริมการศึกษาในถิ่นกันดารฯ มอบอาคารอเนกประสงค์‘อาคาร ๕๐ ปี สศก.’ (naewna.com)

ครบรอบ 50 ปี สมาคมส่งเสริมการศึกษาในถิ่นกันดารฯ  มอบอาคารอเนกประสงค์‘อาคาร ๕๐ ปี สศก.’

ครบรอบ 50 ปี สมาคมส่งเสริมการศึกษาในถิ่นกันดารฯ มอบอาคารอเนกประสงค์‘อาคาร ๕๐ ปี สศก.’

วันจันทร์ ที่ 14 ธันวาคม พ.ศ. 2563, 06.00 น.

ดร.มนวิภา ประชัญคดี นายกสมาคมฯ นำคณะครู นักเรียน และประชาชนร่วมพิธีวางพานพุ่มเพื่อน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ เนื่องในวันคล้ายวันพระราชสมภพครบ 120 ปี 21 ต.ค. 2563

สมาคมส่งเสริมการศึกษาในถิ่นกันดาร ในพระอุปถัมภ์สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี (สศก.)โดย ดร.มนวิภา ประชัญคดี นายกสมาคมฯ จัดพิธีมอบอาคารอเนกประสงค์ “อาคาร ๕๐ ปี สศก.” ในโอกาสครบรอบ 50 ปี ของการก่อตั้งสมาคมฯ ณ โรงเรียนสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี๘๔ พรรษา อ.หว้านใหญ่ จ.มุกดาหารโดย พลเอกจรัล กุลละวณิชย์ เป็นประธานพิธีและ พระญาณดิลก เจ้าอาวาสวัดมกุฏคีรีวันเขาใหญ่ เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ โดยมี สมศักดิ์ บุญจันทร์ นายอำเภอหว้านใหญ่ พร้อมด้วยที่ปรึกษาและกรรมการสมาคมฯ รศ.นพ.ปกิตติทยานิธิ, พล.อ.สมโภชน์ นนทชัย, พรทิพย์อภิธนาคุณ, ดร.เกล้าสรวง สุพงษ์ธร และแขกผู้มีเกียรติร่วมงาน เมื่อวันที่ 12 พฤศจิกายน 2563

อาคาร ๕๐ ปี สศก. เป็นอาคารโดมและพื้นลานกีฬาอเนกประสงค์ ขนาด20×40 เมตร เพื่อใช้จัดกิจกรรมต่างๆ ในด้านวิชาการ กีฬา นันทนาการ และอื่นๆ สามารถรองรับการใช้งานของหน่วยงานในชุมชน อันจะเป็นประโยชน์ต่อโรงเรียนและสังคม ในโอกาสเดียวกัน ทางสมาคมฯได้มอบอาคารประดิษฐานพระรูปสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี โดย ดร.มนวิภาประชัญคดี นายกสมาคมฯ นำคณะครู นักเรียน และประชาชน ร่วมพิธีวางพานพุ่มเพื่อน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ เนื่องในวันคล้ายวันพระราชสมภพครบ 120 ปี21 ตุลาคม 2563

ทางสมาคมฯ มีความประสงค์จัดสร้างถาวรวัตถุเพื่อมอบให้โรงเรียนต่างๆ เพื่อเป็นที่ระลึกในวาระครบรอบ 50 ปี ซึ่งนอกจากอาคารโดม ๕๐ ปี สศก. ทางสมาคมฯได้มอบอาคารห้องสมุด ให้โรงเรียนบ้านย้อมพัฒนา จ.มุกดาหาร และได้รับเกียรติจาก นายวรรณสิทธิ์ คำเพราะ ผอ.สพป.มุกดาหาร ร่วมพิธี โดยสถาบันพัฒนาคุณภาพวิชาการ (พว.), บจก. สำนักพิมพ์วัฒนาพานิช (วพ.)
ได้สนับสนุนหนังสือใหม่ประเภทต่างๆเข้าห้องสมุด, มอบห้องสุขานักเรียนชายหญิง และครู รวม 7 ห้อง ให้โรงเรียนบ้านตับเต่าหนองเทาสามัคคี จ.นครพนม, มอบโรงเรือนเพาะเห็ด และแปลงเกษตร สำหรับอาหารกลางวัน ให้โรงเรียนบ้านกอก จ.นครพนม, มอบเครื่องเล่นสนามเด็กเล่น และอุปกรณ์คุรุภัณฑ์สำหรับห้องพยาบาล โรงเรียนบ้านนายอน้อย จ.นครพนม

ทั้งนี้ สมาคมฯ ได้มอบตู้หนังสือเคลื่อนที่ในโครงการ “มุมหนังสือ สื่อสร้างสรรค์ปัญญา” คอมพิวเตอร์ อุปกรณ์กีฬา เครื่องอุปโภค บริโภคและอื่นๆ ให้กับโรงเรียนในพื้นที่ จ.นครพนม และมุกดาหาร รวม 5 โรงเรียน นอกจากนี้ สมาชิกสมาคมฯได้จัดการแสดงละครหุ่นมือประกอบการเล่านิทาน เพื่อปลูกฝังค่านิยมต่างๆ เช่น ความสามัคคี การจงรักภักดี และชี้ให้เห็นผลของการกระทำที่ดีและไม่ดี เป็นต้น นักเรียนได้รับความสนุกสนาม มีสมาธิ และให้ความสนใจเป็นอย่างมาก ยังมีเด็กๆ อีกมากมายที่รอความเมตตาจากทุกท่าน ผู้ที่สนใจสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ E-mail : helpthaistudent@gmail.com หรือ www.promothaieducation.orgพระญาณดิลก เจ้าอาวาสวัดมกุฏคีรีวัน เขาใหญ่ ประธานฝ่ายสงฆ์ ในพิธีมอบอาคารอเนกประสงค์ “อาคาร ๕๐ ปี สศก.”

พระญาณดิลก เจ้าอาวาสวัดมกุฏคีรีวัน เขาใหญ่ ประธานฝ่ายสงฆ์ ในพิธีมอบอาคารอเนกประสงค์ “อาคาร ๕๐ ปี สศก.”พล.อ.จรัล กุลละวณิชย์ ประธานที่ปรึกษา, ดร.มนวิภา ประชัญคดี นายกสมาคมฯ พร้อมด้วยคณะ กก.สมาคม และสมาชิก คณะครู อาจารย์ และแขกผู้มีเกียรติ ร่วมพิธีส่งมอบอาคาร 50 ปี สศก.

พล.อ.จรัล กุลละวณิชย์ ประธานที่ปรึกษา, ดร.มนวิภา ประชัญคดี นายกสมาคมฯ พร้อมด้วยคณะ กก.สมาคม และสมาชิก คณะครู อาจารย์ และแขกผู้มีเกียรติ ร่วมพิธีส่งมอบอาคาร 50 ปี สศก.โรงเรียนสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี 84 พรรษาโรงเรียนสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี 84 พรรษาโรงเรียนบ้านเหล่าดง จ.มุกดาหารโรงเรียนบ้านเหล่าดง จ.มุกดาหารโรงเรียนบ้านนายอน้อย จ.นครพนม

โรงเรียนบ้านนายอน้อย จ.นครพนมห้องสมุด “คุณตาจินดา-คุณยายเชื้อ เลขะวณิชย์ห้องสมุด “คุณตาจินดา-คุณยายเชื้อ เลขะวณิชย์โรงเรียนบ้านตับเต่าหนองเทาสามัคคี จ.นครพนม

โรงเรียนบ้านตับเต่าหนองเทาสามัคคี จ.นครพนมโรงเรียนบ้านกอก จ.นครพนมโรงเรียนบ้านกอก จ.นครพนมโรงเรือนเพาะเห็ด แหล่งเรียนรู้ตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง และมอบห้องสุขานักเรียนชาย หญิง และครู รวม 7 ห้องโรงเรือนเพาะเห็ด แหล่งเรียนรู้ตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง และมอบห้องสุขานักเรียนชาย หญิง และครู รวม 7 ห้องโรงเรือนเพาะเห็ด แหล่งเรียนรู้ตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง และมอบห้องสุขานักเรียนชาย หญิง และครู รวม 7 ห้องโรงเรือนเพาะเห็ด แหล่งเรียนรู้ตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง และมอบห้องสุขานักเรียนชาย หญิง และครู รวม 7 ห้อง

เจียไต๋ชวนเปลี่ยนมุมในบ้านเป็นสวนครัว #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

ผู้หญิง – เจียไต๋ชวนเปลี่ยนมุมในบ้านเป็นสวนครัว (naewna.com)

เจียไต๋ชวนเปลี่ยนมุมในบ้านเป็นสวนครัว

เจียไต๋ชวนเปลี่ยนมุมในบ้านเป็นสวนครัว

วันจันทร์ ที่ 14 ธันวาคม พ.ศ. 2563, 06.00 น.

เจียไต๋ โฮมการ์เด้น โดยบริษัท เจียไต๋ จำกัด ผู้นำธุรกิจนวัตกรรมการเกษตรของไทย นำเสนอผลิตภัณฑ์ใหม่“เมล็ดพันธุ์ชุดพืชครัวไทย” ปลูกได้ง่าย เนรมิตสวนครัวย่อมๆ ภายในบ้านได้แม้มีพื้นที่จำกัด เจาะกลุ่มพ่อบ้านแม่บ้านสายกรีน เพื่อให้ทุกคนเข้าถึงแหล่งอาหารใกล้ตัวที่สะอาดปลอดภัย สร้างความมั่นคงทางอาหารภายในครัวเรือน และให้การปรุงอาหารด้วยวัตถุดิบสดใหม่เป็นเรื่องง่าย

เมล็ดพันธุ์ชุดพืชครัวไทยจากเจียไต๋ โฮมการ์เด้น ตอบโจทย์สำหรับผู้บริโภคที่มองหาวัตถุดิบในการประกอบอาหารที่สดใหม่ใกล้ตัว เพาะปลูกได้ในพื้นที่รอบบ้านหรือบางชนิดสามารถปลูกได้แม้ในมุมเล็กๆ ของคอนโดที่พักอาศัย ไม่ว่าจะต้มยำทำแกง เมล็ดพันธุ์ชุดพืชครัวไทยมีพืชผักในเมนูจานโปรดให้เลือกครบครัน ตั้งแต่เมนูผัด ยำ และแกง โดย 1 ซอง ประกอบด้วยเมล็ดพันธุ์ 3 ชนิดตามประเภทเมนู ได้แก่ 1.ชุดเมนูจานผัดครบเครื่องด้วยเมล็ดพันธุ์กะเพรา โหระพา และพริก ที่ปลูกและดูแลรักษาง่าย เหมาะสำหรับคนที่ชื่นชอบอาหารจานด่วนอย่าง ผัดกะเพรา เมนูยอดนิยมของทุกบ้าน ที่นอกจากความอร่อย กะเพรา โหระพา และพริก ยังมีสรรพคุณมากมาย ถือเป็นสมุนไพรคู่ครัวไทยอีกชนิดหนึ่ง

2.ชุดเมนูจานยำ เติมสีสันให้จานโปรดรสชาติจัดจ้านด้วยผลิตผลจากเมล็ดพันธุ์ชุดจานยำ ทั้งกรีนคอส แตงกวา และมะเขือเทศเชอรี่ ที่จะช่วยเพิ่มความมั่นใจให้การรับประทานพืชผักแบบสดๆ ว่าสะอาดปลอดสารพิษ และดีต่อสุขภาพ 3.ชุดเมนูถ้วยแกง ไม่ว่าจะเป็นแกงเผ็ดหรือแกงจืด เมล็ดพันธุ์ชุดนี้ก็ตอบโจทย์ เพราะประกอบด้วยเมล็ดพันธุ์ผักกาดขาวมะเขือเปราะ และฟักทอง ที่จะช่วยชูรสชาติ เพิ่มรสสัมผัส แถมมีคุณค่าทางโภชนาการสูง

ทั้งนี้ การทำอาหารทานเองนอกจากจะได้รสชาติที่ถูกปากแล้ว การนำพืชผักสวนครัวที่ปลูกเองมาประกอบอาหารยิ่งเพิ่มความภูมิใจและเพิ่มความมั่นใจว่าปลอดสารพิษ แถมยังได้พื้นที่สีเขียวภายในบ้านที่สร้างบรรยากาศผ่อนคลาย และยังได้อิ่มอร่อยพร้อมสุขภาพที่ดีอีกด้วย

สำหรับผู้ที่สนใจปลูกพืชผักสวนครัวด้วยตนเอง สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ทาง www.ct-homegarden.com / Line : @homegarden / Facebook : Chia Tai Home Garden และ www.chiataigroup.com

ชื่นชมพระอัจฉริยภาพ ‘ชีวิตยามอยู่บ้าน: Life@Home’ นิทรรศการภาพถ่ายฝีพระหัตถ์ กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

ผู้หญิง – ชื่นชมพระอัจฉริยภาพ‘ชีวิตยามอยู่บ้าน: Life@Home’ นิทรรศการภาพถ่ายฝีพระหัตถ์ กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ (naewna.com)

ชื่นชมพระอัจฉริยภาพ‘ชีวิตยามอยู่บ้าน: Life@Home’  นิทรรศการภาพถ่ายฝีพระหัตถ์ กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ

ชื่นชมพระอัจฉริยภาพ‘ชีวิตยามอยู่บ้าน: Life@Home’ นิทรรศการภาพถ่ายฝีพระหัตถ์ กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ

วันจันทร์ ที่ 14 ธันวาคม พ.ศ. 2563, 06.00 น.

สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินทรงเปิดงานนิทรรศการภาพถ่ายฝีพระหัตถ์ ประจำปี 2563 ภายใต้ชื่อนิทรรศการ “ชีวิตยาม
อยู่บ้าน : Life@Home” พร้อมทรงจำหน่ายหนังสือภาพถ่ายฝีพระหัตถ์ประจำปี 2563 ด้วยพระองค์เอง โดยนิทรรศการเปิดให้ร่วมชื่นชมพระอัจฉริยภาพด้านการถ่ายภาพ
ระหว่างนี้ จนถึงวันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2564 ณ ห้องนิทรรศการ ชั้น 9 หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร

ในโอกาสนี้ เมื่อเสด็จพระราชดำเนินถึงหอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร นายเกรียงยศ สุดลาภา รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร นายฐาปน สิริวัฒนภักดี กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) นายดาว วาสิกศิรินายกสมาคมถ่ายภาพแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ นายนิติกร กรัยวิเชียรเลขาธิการมูลนิธิส่งเสริมการถ่ายภาพ และ รศ.ดร.บรรณโศภิษฐ์ เมฆวิชัย ประธานกรรมการมูลนิธิ หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร เฝ้าฯรับเสด็จ จากนั้น นายดาว วาสิกศิริ นายกสมาคมถ่ายภาพแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ กราบบังคมทูลถวายรายงาน พร้อมเบิกผู้จัดและผู้สนับสนุนการจัดงานเข้ารับพระราชทานของที่ระลึกต่อมา ทรงบรรยายภาพถ่ายฝีพระหัตถ์ ประจำปี2563 จากนั้นทรงเป็นประธานในพิธีเปิดนิทรรศการภาพถ่ายฝีพระหัตถ์ ภายใต้ชื่อนิทรรศการ “ชีวิตยามอยู่บ้าน : Life@Home”พร้อมกับทรงจำหน่ายหนังสือภาพถ่ายฝีพระหัตถ์ประจำปี 2563 แก่ผู้ที่มาร่วมงานอีกด้วย

นิทรรศการภาพถ่ายฝีพระหัตถ์ ประจำปี 2563 หัวข้อ “ชีวิตยามอยู่บ้าน : Life@Home”จัดโดย สมาคมถ่ายภาพแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ กรุงเทพมหานครหอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร และมูลนิธิส่งเสริมการถ่ายภาพ ด้วยการสนับสนุนจาก บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) และหน่วยงานเอกชนอื่นๆ เพื่อเปิดโอกาสให้ประชาชนทั่วไปมีโอกาสได้ร่วมตามรอยเสด็จพระราชดำเนินและชื่นชมพระอัจฉริยภาพด้านการถ่ายภาพของกรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ซึ่งทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานภาพถ่ายฝีพระหัตถ์ ทรงบันทึกไว้ระหว่างการเสด็จพระราชดำเนินไปยังสถานที่ต่างๆ ทั้งในและต่างประเทศ ในช่วงปี 2561-2562 เพื่อจัดแสดงในนิทรรศการครั้งนี้ ซึ่งประกอบไปด้วยภาพแขวนผนัง จำนวน 145 ภาพ ภาพเล็กในห้อง 8 เหลี่ยม จำลองบรรยากาศสวน จำนวน 546 ภาพ และภาพขนาดใหญ่ จำนวน 10 ภาพ โดยแต่ละภาพที่นำมาจัดแสดง นอกจากเป็นภาพที่สวยงามทรงคุณค่าทางศิลปะการถ่ายภาพแล้ว ยังสะท้อนให้เห็นถึงมุมมองจากสายพระเนตรที่ทรงประสบพบเห็นสิ่งต่างๆ ที่ทรงสนพระราชหฤทัยถ่ายทอดเรื่องราวผ่านภาพถ่าย อีกทั้ง ยังให้ข้อคิดเตือนใจในแง่มุมต่างๆ เพื่อให้คนไทยทุกคนได้มาชมภาพที่เปรียบเสมือนการเล่าเรื่องผ่านภาพถ่ายของพระองค์ท่าน

นับตั้งแต่ปีพุทธศักราช 2550 กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานภาพถ่ายฝีพระหัตถ์ เพื่อนำมาจัดแสดงนิทรรศการอย่างต่อเนื่อง เพื่อเป็นความรู้แก่นิสิต นักศึกษาและประชาชนทั่วไป เริ่มตั้งแต่นิทรรศการภาพถ่ายฝีพระหัตถ์ “แสงคือสีสีคือแสง” ในปี 2550 นิทรรศการภาพถ่ายฝีพระหัตถ์ “ชีวิตที่หมุนไปไม่หยุดยั้ง” ในปี 2551 นิทรรศการภาพถ่ายฝีพระหัตถ์ “ถ้าเดินเรื่อยไปย่อมถึงปลายทาง” ในปี 2552 นิทรรศการภาพถ่ายฝีพระหัตถ์ “สี แสง แสดงชีวิต” ในปี 2553 นิทรรศการภาพถ่ายฝีพระหัตถ์ “อุปบัติ ณ โลกี” ในปี 2554 นิทรรศการภาพถ่ายฝีพระหัตถ์ “ควงกล้องท่องโลก” ในปี 2555 นิทรรศการภาพถ่ายฝีพระหัตถ์ “รูปยาตรา ภาพทัศนาจร” ในปี 2556 นิทรรศการภาพถ่ายฝีพระหัตถ์ “อันมีทิพเนตรส่องไป” ในปี 2557 นิทรรศการภาพถ่ายฝีพระหัตถ์ “อยู่มานาน กาลเวลามีสุข”ในปี 2558 นิทรรศการภาพถ่ายฝีพระหัตถ์ “ทัศนียมรรคา” ในปี 2559 นิทรรศการภาพถ่ายฝีพระหัตถ์ “กาวยประภา” ในปี 2560นิทรรศการภาพถ่ายฝีพระหัตถ์ “สวัสดีปีจอหมา มาคอยท่าปีกุนหมู” ในปี 2562 นิทรรศการภาพถ่ายฝีพระหัตถ์ “มหัศจรรย์พรรณภาพ” และในปี 2563 นิทรรศการภาพถ่ายฝีพระหัตถ์ “ชีวิตยามอยู่บ้าน”

นิทรรศการภาพถ่ายฝีพระหัตถ์หัวข้อ “ชีวิตยามอยู่บ้าน” ในสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เปิดให้ประชาชนทั่วไปเข้าชมระหว่างนี้จนถึงวันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2564(หยุดทุกวันจันทร์) เวลา10.00-19.00 น. และมีการจำหน่ายหนังสือภาพถ่ายฝีพระหัตถ์ “ชีวิตยามอยู่บ้าน” ในราคาเล่มละ 900 บาท ณ ห้องนิทรรศการ ชั้น 9 หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร (สี่แยกปทุมวัน) และศูนย์หนังสือแห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ทั้งนี้ รายได้ทั้งหมดนำขึ้นทูลเกล้าฯถวาย โดยเสด็จพระราชกุศลตามพระราชอัธยาศัย

มาร์ค เจคอบส์ เปิดตัวเสื้อผ้าไลน์ใหม่ ไร้ข้อจำกัดทางเพศ กนกพร โลศิริ และ พรเดช จันทวานิช #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

ผู้หญิง – มาร์ค เจคอบส์ เปิดตัวเสื้อผ้าไลน์ใหม่ ไร้ข้อจำกัดทางเพศ กนกพร โลศิริ และ พรเดช จันทวานิช (naewna.com)

มาร์ค เจคอบส์ เปิดตัวเสื้อผ้าไลน์ใหม่ ไร้ข้อจำกัดทางเพศ  กนกพร โลศิริ และ พรเดช จันทวานิช

มาร์ค เจคอบส์ เปิดตัวเสื้อผ้าไลน์ใหม่ ไร้ข้อจำกัดทางเพศ กนกพร โลศิริ และ พรเดช จันทวานิช

วันจันทร์ ที่ 14 ธันวาคม พ.ศ. 2563, 06.00 น.

กนกพร โลศิริ และ พรเดช จันทวานิช

MARC JACOBS (มาร์คเจคอบส์) นำโดย พรเดช จันทวานิชประธานกรรมการบริหาร บริษัทพีเอที ลักซูรี่ คอนเซป จำกัด ผู้นำเข้าแบรนด์ MARC JACOBS (มาร์ค เจคอบส์) ประเทศไทย แบรนด์แฟชั่นระดับโลกสัญชาติอเมริกัน จัดงานงานเปิดตัวคอลเลคชั่น“Heaven by Marc Jacobs (เฮฟเว่น บาย มาร์ค เจคอบส์)” เสื้อผ้า Polysexual (โพลีเซ็กชวล) นำเสนอความงามและแนวทางในอีกหนึ่งรูปแบบอันปราศจากกฎเกณฑ์และไร้ข้อจำกัดทางเพศ เน้นความสดใส มัดใจวัยรุ่นยุคใหม่ ณ มาร์ค เจคอบส์ สโตร์ ชั้น 1 ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์

พรเดช จันทวานิช ผู้บริหารใหญ่แห่งบริษัท พีเอที ลักซูรี่ คอนเซป จำกัด กล่าวว่า คอลเลคชั่น Heaven by Marc Jacobs (เฮฟเว่น บาย มาร์ค เจคอบส์) เป็นการนำเสนอความงามของเสื้อผ้าในอีกหนึ่งรูปแบบที่แตกต่างออกไปจากเดิมอันปราศจากกฎเกณฑ์และไร้ข้อจำกัดทางเพศ โดยได้รับแรงบันดาลใจมาจากการสร้างสรรค์ผลงานของ Marc Jacobs (มาร์ค เจคอบส์) และ Ava Nirui (เอวา นิรูอิ) ศิลปินผู้สร้างสรรค์ผลงานที่เป็นกระแสในวงการแฟชั่น นับเป็นคอลเลคชั่นที่สร้างสรรค์ขึ้นมาเพื่อเฉลิมฉลองให้แก่ความหลากหลายทางเพศ โดยได้ดึงจิตวิญญาณของ“มาร์ค เจคอบส์” หยิบยกขึ้นมาตีความใหม่และสื่อออกมาอย่างชัดเจนถึงความเป็นวัยรุ่นอันมีชีวิตชีวา ไม่ว่าจะเป็นการฝันกลางวันของวัยรุ่น, ประเทศที่แปลกแยก, เด็กสาวที่มีใจเป็นชาย เด็กชายที่มีใจเป็นหญิง รวมไปถึงคนกลุ่มอื่นๆ ภาพวาด ประติมากรรม สีสัน ความสุขในชนบท ตลอดจนบรรดาผู้คนซึ่งมีแง่มุมที่หลากหลาย สิ่งเหล่านี้ล้วนถูกหล่อหลอมจนเกิดเป็นไอเท็มใหม่ๆ ที่มาช่วยเติมเต็มตู้เสื้อผ้าของคุณได้ไม่รู้จบ

เซเลบริตี้รุ่นใหม่อัพเดทสีสันเสื้อผ้าไลน์ใหม่ของ มาร์ค เจคอบส์

เสื้อผ้าไลน์ใหม่นี้ ครบครันไปด้วยไอเท็มที่ทำให้หวนนึกถึงอดีตตลอดจนไอเท็มที่มีความแปลกใหม่ตั้งแต่เสื้อสเวตเตอร์ลายทางสีชมพูสลับแดง พร้อมโลโก้ดอกเดซี่เวอร์ชั่นแปลกตา หรือกางเกงยีนส์เอวต่ำลายกราฟิตี้ เสื้อแขนยาวซีทรูลายกราฟิก รวมถึงมาสคอตตุ๊กตาหมีสองหัว ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจมาจาก Katie Grand (เคธี่ แกรนด์) สไตลิสต์สาวชาวอังกฤษ นักข่าวสายแฟชั่น และ
ผู้ก่อตั้งนิตยสาร Love (เลิฟ) ซึ่งเป็นหนึ่งในมิวส์ของมาร์ค เจคอบส์ นับว่าเป็นการเฉลิมฉลองและเพิ่มสีสันให้กับคอลเลคชั่นนี้ตรงตามความตั้งใจที่ต้องการให้ออกมาโดนใจวัยรุ่นอย่างไร้กรอบกำหนด

ในงานคับคั่งไปด้วยเซเลบริตี้รุ่นใหม่ที่มาอัพเดทเสื้อผ้าไลน์ใหม่ก่อนใคร อาทิ อารักษ์ อมรศุภศิริ,กิตติภัทร แก้วเจริญ, ชนกชนม์บุญมานะวงศ์, ศรันย์ นราประเสริฐกุล,เทีย ทวีพาณิชย์พันธุ์, บุศรินทร์วงศิลิลนนท์, อิสรีย์ กนกวงศ์พิสิฐ,นัทธ์หฤทัย อัครกิจวัฒนากุล, ธัญญพัทธ์หงษ์สวัสดิ์กร, คาริญญ์ยวัฒ ดุรงค์จิรกานต์และ อิษยา เทพพิทักษ์เป้-อารักษ์ อมรศุภศิริเป้-อารักษ์ อมรศุภศิริ

‘นนทกานต์ ทัพพะรังสี อึง’ แนะเคล็ดลับเลือกความหอมแทนใจ ส่งต่อความรักให้อบอวลช่วงปีใหม่ ด้วย ‘เมซอง แบร์เช่ ปารีส’ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

ผู้หญิง – ‘นนทกานต์ ทัพพะรังสี อึง’แนะเคล็ดลับเลือกความหอมแทนใจ ส่งต่อความรักให้อบอวลช่วงปีใหม่ ด้วย‘เมซอง แบร์เช่ ปารีส’ (naewna.com)

‘นนทกานต์ ทัพพะรังสี อึง’แนะเคล็ดลับเลือกความหอมแทนใจ  ส่งต่อความรักให้อบอวลช่วงปีใหม่ ด้วย‘เมซอง แบร์เช่ ปารีส’

‘นนทกานต์ ทัพพะรังสี อึง’แนะเคล็ดลับเลือกความหอมแทนใจ ส่งต่อความรักให้อบอวลช่วงปีใหม่ ด้วย‘เมซอง แบร์เช่ ปารีส’

วันจันทร์ ที่ 14 ธันวาคม พ.ศ. 2563, 06.00 น.

นนทกานต์ ทัพพะรังสี อึง

ผู้บริหารสาวเก่ง นนทกานต์ทัพพะรังสี อึง กรรมการผู้จัดการบริษัท เบอร์เจอร์ โพรดักส์ (ประเทศไทย)ผู้นำเข้าและจัดจำหน่าย เมซอง แบร์เช่ปารีส (Maison Berger Paris) แบรนด์ผลิตภัณฑ์เครื่องหอมสำหรับบ้านระดับพรีเมียม จากประเทศฝรั่งเศส นำเสนอไอเดียมอบของขวัญให้แก่คนพิเศษ ในช่วงเทศกาลส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ที่กำลังมาถึง ด้วยผลิตภัณฑ์เครื่องหอมสำหรับบ้านที่นอกจากจะเป็นของขวัญทรงคุณค่าจากผู้ให้สู่ผู้รับแล้ว ยังสามารถช่วยสร้างบรรยากาศแห่งความสุขและความสดชื่น ต้อนรับพลังบวกและปีใหม่ที่มาถึง ด้วยศาสตร์กลิ่นบำบัดเพื่อสร้างความสมดุลทางอารมณ์ ยิ่งกว่านั้น หากผู้ให้ของขวัญสามารถเลือกสรรรูปลักษณ์ตะเกียงและกลิ่นน้ำหอมที่มีความพิเศษเฉพาะตัวสำหรับผู้รับได้ ก็จะยิ่งเพิ่มความอิ่มเอิบใจและเติมรอยยิ้มให้เปื้อนบนใบหน้า สร้างความประทับใจได้มิรู้ลืม

เมซอง แบร์เช่ ปารีส สุดยอดแห่ง Aromachology และสร้างสุนทรียภาพทางศิลปะ ผู้นำด้านความหอมระดับโลกมานานกว่า 118 ปี มีความโดดเด่นชัดเจนเรื่องการใช้ความคิดสร้างสรรค์ในธุรกิจน้ำหอม โดยเฉพาะเทคโนโลยีความหอม ช่วยฟอกอากาศ ฆ่าเชื้อแบคทีเรียและขจัดกลิ่นไม่พึงประสงค์ช่วยสร้างกลิ่นหอมให้ความรู้สึกผ่อนคลาย(Catalytic Diffusion System) นวัตกรรมอันเป็นสิทธิบัตรเฉพาะของแบรนด์ ขอเป็นตัวเลือกหนึ่งในกลุ่มของขวัญสุดพิเศษสำหรับช่วงเทศกาลปีใหม่นี้ พร้อมแนะนำเทคนิคในการเลือกตะเกียงและน้ำหอมให้เหมาะกับผู้รับ โดยคำนึงถึงพฤติกรรม บุคลิกเฉพาะและปัญหาของแต่ละคนเป็นหลัก

นนทกานต์ ทัพพะรังสี อึง กรรมการผู้จัดการ บริษัท เบอร์เจอร์ โพรดักส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่าในช่วงเทศกาลส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่นี้ ทุกคนยังอยากจะมอบความสุขสดชื่นให้กับคนที่เรารักอยู่เช่นเดิม ซึ่งการให้ความหอมสำหรับห้องหรือภายในบ้านของผู้รับ ถือเป็นความแปลกใหม่ ทำให้ผู้รับรู้สึกเซอร์ไพรส์ นับเป็นมิติใหม่ของการมอบของขวัญผ่านตัวตะเกียงที่มีการออกแบบให้สวยงามแปลกตา เป็นศิลปะอีกรูปแบบหนึ่ง ขณะเดียวกันก็สามารถส่งกลิ่นหอมผ่อนคลายอารมณ์ได้อีกด้วย

สำหรับเทคนิคในการเลือกน้ำหอมให้ตรงใจผู้รับ ควรเริ่มจากการศึกษาและสังเกตพฤติกรรม รสนิยมความชอบ งานอดิเรก หรือแม้กระทั่งการแต่งหน้าและการแต่งกายของผู้รับเสียก่อน หากผู้รับเป็นผู้หญิงจ๋าทั้งสาวหวานและสาวเมคอัพจัดเต็ม อาจคาดเดาเบื้องต้นได้ว่าน้ำหอมกลุ่ม Dream of Flowers และ Dream of Fruitsน่าจะโดนใจ ในขณะที่กลุ่มผู้หญิงเหมือนกันแต่กลับชอบความอ่อนเบา ไม่ปรุงแต่งมากนัก มักเลือกสไตล์การแต่งหน้าโทนเกาหลีหรือญี่ปุ่น น่าจะเหมาะกับน้ำหอมกลุ่ม Sweet Dreams ส่วนคนที่ชอบเดินทางท่องเที่ยว รักธรรมชาติ มีบุคลิกสนใจสิ่งต่างๆ หรือชอบค้นหา ชอบเล่นกีฬา ผจญภัย ก็สามารถเลือกน้ำหอมกลุ่ม Dream of Exploration หรือ Dreams of Freshness ไปมอบให้คนที่รักได้

ส่วนคุณผู้ชายก็อย่าเพิ่งน้อยใจไปเพราะน้ำหอมกลุ่ม Oriental Dreams ซึ่งสะท้อนบุคลิกมั่นคง สุขุม หรือแม้แต่ผู้หญิงที่เป็นสาวมั่นก็สามารถตอบสนองความต้องการด้วยกลิ่นนี้ได้เช่นกัน นอกจากนั้น เพื่อให้การส่งมอบของขวัญตรงใจผู้รับมากที่สุด เราอาจเลือกตะเกียงน้ำหอมในกลุ่ม Maison Berger Selectซึ่งมีให้เลือกมากถึง 12 คอลเลคชั่นและอีกหนึ่งปัจจัยในการเลือกกลิ่นน้ำหอมนอกจากจะมองถึงความรื่นรมย์แล้วยังสามารถมองไกลไปถึงกลิ่นที่ช่วยบำบัดอารมณ์ให้สมดุลได้อีกด้วย ซึ่งนนทกานต์ เสนอความเห็นว่า ความลับของกลิ่นหอมจากเมซอง แบร์เช่ ปารีส ที่ซ่อนอยู่ในความหอม ก็คือคุณสมบัติในการบำบัดร่างกายและจิตใจด้วยกลิ่นนั่นเอง

สำหรับ 5 กลิ่นน้ำหอมที่ได้รับความนิยมสูงสุดในขณะนี้ นนทกานต์ แนะว่า หากผู้รับของขวัญเป็นคนอ่อนไหวง่าย ครุ่นคิดเรื่องเดิมๆ นอนหลับยาก น่าจะส่งมอบกลิ่นในกลุ่มแนวสดชื่น
อาทิ เฟรช ยูคาลิปตัส (Fresh Eucalyptus)ที่ช่วยปรับระบบการหายใจ และช่วยให้สมองปลอดโปร่ง หรือจะเลือกกลิ่นแนวตะวันออก อย่าง เอ็นชานติ้งแซนเดิ้ลวูด (Enchanting Sandalwood)ที่มีส่วนผสมของกลิ่นไม้จันทน์หอม กุหลาบ และลิลลี่ภูเขา มีคุณสมบัติที่ช่วยให้จิตใจสงบ ผ่อนคลาย ลดความวิตกกังวล และลดความเครียด แต่ถ้าผู้รับเป็นคนที่ชื่นชอบกลิ่นผลไม้
เป็นทุนเดิมอยู่แล้ว การเลือกกลิ่นกรีนแอปเปิ้ล (Green Apple) ให้น่าจะสร้างความพึงพอใจได้มากกว่า เพราะนอกจากจะช่วยผ่อนคลายความเครียด ช่วยสร้างสมดุลระบบประสาท และช่วยเรื่องการนอนหลับได้แล้ว ยังได้ความมีชีวิตชีวากลับมาเป็นของแถม

ส่วนคนที่ขาดพลังในการใช้ชีวิต รู้สึกหดหู่ใจ และอ่อนล้ากับการเดินทาง ขอแนะนำกลิ่นที่ช่วยให้สดชื่นอย่างอะโรม่า แฮปปี้ (Aroma Happy) ซึ่งจะช่วยเรียกพลังบวก สร้างความสุขและความรู้สึกดี หรือหากเป็นสาวหวานที่ชอบความหอมของดอกไม้นานาชนิด ขอนำเสนอกลิ่นแนวหวานละมุนแฝงไว้ด้วยความมีเสน่ห์ อย่าง โลลิต้า เลมพิกก้า(Lolita Lempicka) ที่ช่วยผ่อนคลายความเหนื่อยล้า และลดความตึงเครียดได้อีกด้วย

พิเศษ ต้อนรับเทศกาลส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่นี้ เลือกซื้อผลิตภัณฑ์ใดๆ จาก เมซอง แบร์เช่ ปารีส เพื่อเป็นของขวัญให้แก่คนพิเศษ รับสิทธิ์บริการห่อของขวัญสุดเอ็กซ์คลูซีฟฟรีทันที
ที่ ร้านเมซอง แบร์เช่ ปารีส ทุกสาขา(สาขาสยามพารากอน ชั้น 1 ไอคอนสยาม ชั้น 2เมกาบางนา ชั้น 1 เซ็นทรัลชิดลม ชั้น 5 ศูนย์การค้าแฟชั่นไอส์แลนด์ รามอินทรา ชั้น 1เซ็นทรัล อีสต์วิลล์ ชั้น 1) และเดอะเบดรูม คอมพานี ถนนชิดลม ตั้งแต่วันนี้ถึง 31 มกราคม 2564 สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ 02-2542780 หรือ02-6720498 ต่อ 113 หรือ www.maisonbergerthailand.com,Facebook https://www.facebook.com/maisonbergerthailand/,Instagram https://www.instagram.com/maisonbergerthailand และไลน์ @line https://page.line.me/maisonbergerthai

มะเร็งเต้านม ยิ่งรู้เร็ว รักษาเร็ว เพิ่มโอกาสหายได้ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

ผู้หญิง – มะเร็งเต้านม ยิ่งรู้เร็ว รักษาเร็ว เพิ่มโอกาสหายได้ (naewna.com)

มะเร็งเต้านม ยิ่งรู้เร็ว รักษาเร็ว เพิ่มโอกาสหายได้

มะเร็งเต้านม ยิ่งรู้เร็ว รักษาเร็ว เพิ่มโอกาสหายได้

วันจันทร์ ที่ 14 ธันวาคม พ.ศ. 2563, 06.00 น.

พลโท รศ.นพ.วิชัย วาสนสิริ

มะเร็งเต้านม ถือเป็นโรคร้ายแรงอันดับหนึ่งที่คร่าชีวิตผู้หญิงไทย โดยคิดเป็นร้อยละ 20-30 ของมะเร็งทั้งหมด เช่นเดียวกับผู้หญิงทั่วโลกซึ่งประสบกับอุบัติการณ์ของมะเร็งเต้านมมะเร็งเต้านมนั้นเป็นภัยเงียบที่อาจเกิดขึ้นได้กับผู้หญิงทุกคนแม้จะไม่ได้อยู่ในสภาวะแวดล้อมที่มีความเสี่ยงเลยก็ตาม

สมาคมโรคเต้านมแห่งประเทศไทย (Thai Breast disease Society) ร่วมกับ ชมรมผู้ป่วยมะเร็งเต้านมแห่งประเทศไทย (Thailand Breast Cancer Community: TBCC) ได้จัดการประชุมเชิงเสวนาให้ความรู้แบบ Virtual Meeting ผ่านช่องทาง TBCC Facebook Live ที่ได้รับเกียรติจากพลโทรองศาสตราจารย์ นายแพทย์วิชัยวาสนสิริ นายกสมาคมโรคเต้านมแห่งประเทศไทย เป็นประธานเปิดการประชุม และมีดาราสาวสวยอารมณ์ดี แพท-ณปภา ตันตระกูล มาร่วมพูดคุยและเป็นตัวแทนเชิญชวนให้ผู้หญิงทุกคนหันมาใส่ใจในการตรวจคัดกรองมะเร็งเต้านมกันมากขึ้น กิจกรรมในครั้งนี้ถือเป็นโอกาสที่ดีในการเผยแพร่ความรู้และความเข้าใจเกี่ยวกับโรคมะเร็งเต้านม รวมถึงนวัตกรรมความก้าวหน้าทางการแพทย์ แนวทางการรักษา โดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ และที่สำคัญคือการร่วมแบ่งปันประสบการณ์ในการรับมือกับโรคมะเร็งเต้านมจากผู้ป่วยโรคมะเร็งเต้านมและอดีตผู้ป่วยที่รักษาหายแล้ว ซึ่งกิจกรรมครั้งนี้ยังได้รับความสนใจโดยมีผู้เข้าร่วมชมการไลฟ์สดมากกว่าสองร้อยคนและมีคนเข้าไปรับชมย้อนหลังร่วมสองหมื่นวิว

ไอรีล ไตรสารศรี

พลโท รองศาสตราจารย์ นายแพทย์วิชัย วาสนสิริ นายกสมาคมโรคเต้านมแห่งประเทศไทยหัวหน้าศูนย์มะเร็งเต้านม โรงพยาบาลจุฬาภรณ์ และที่ปรึกษาหน่วยศัลยศาสตร์มะเร็ง โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า กล่าวว่า ปัจจุบันจากอุบัติการณ์ของโรคมะเร็งเต้านมในผู้หญิงไทย ยกตัวอย่างจำนวน 100,000 คน จะพบผู้ป่วยมะเร็งเต้านมถึง 30 คน ซึ่งเพิ่มขึ้นถึงสองเท่าตัว เมื่อเทียบกับ 10 ปีที่ผ่านมา นอกจากนี้ ยังมีแนวโน้มที่จะพบผู้ป่วยอายุน้อยหรืออยู่ในกลุ่มวัยก่อนหมดประจำเดือนเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ อย่างไรก็ตาม สาเหตุของโรคนั้นยังอยู่ในขั้นตอนการศึกษาทางการแพทย์ แต่คาดว่าด้วยสภาพแวดล้อม และการบริโภคอาหารที่เปลี่ยนไป รวมถึงการที่ผู้หญิงเริ่มเข้าสู่วัยเจริญพันธุ์เร็วขึ้น ทำให้บางรายมีประจำเดือนตั้งแต่อายุยังน้อยหรือก่อนอายุ 12 ปี หรือกลุ่มสตรีวัยหมดประจำเดือนช้าหลังอายุ 55 ปีขึ้นไป และสตรีที่ทานยา Hormone replacement therapy (HRT) หรือยาฮอร์โมนทดแทนมากกว่าหนึ่งปี จัดอยู่ในกลุ่มเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็งเต้านมได้มากกว่าประชากรทั่วไป 1.1 ถึง 2 เท่าดังนั้น หากไม่มีความจำเป็นที่จะต้องทานยาดังกล่าว แนะนำให้ควรหยุดยาเพื่อลดอุบัติการณ์การเกิดมะเร็งเต้านม และยังเป็นการเพิ่มอัตราการรอดชีวิตอีกด้วย

สำหรับผู้หญิงที่อายุ 20 ปีขึ้นไป ควรตรวจสุขภาพเต้านมของตนเองอย่างสม่ำเสมอ และสำหรับรายที่มีอายุ 40 ปีขึ้นไป ควรตรวจทุกๆ 1-2 ปี และควรตรวจเต้านมด้วยเครื่องดิจิทัลแมมโมแกรม เพื่อถ่ายภาพและเก็บรักษาภาพไว้ในฐานข้อมูลของระบบคอมพิวเตอร์การตรวจพบโรคตั้งแต่ระยะเริ่มแรกและรับการรักษาตามคำแนะนำของแพทย์ รวมทั้งเทคโนโลยีและนวัตกรรมทางการแพทย์ที่เป็นความก้าวหน้าที่สำคัญในการรักษามะเร็งเต้านม เช่น ยารักษาแบบมุ่งเป้า (Targeted Therapy) ที่มีประสิทธิภาพดีขึ้นเรื่อยๆ แต่มีผลข้างเคียงลดน้อยลง มาเป็นทางเลือกให้กับผู้ป่วย จะเป็นการเพิ่มโอกาสในการรักษาโรคให้หายขาด หรือมีอัตราการรอดชีวิตเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ

แพท-ณปภา ตันตระกูล และผู้ป่วยมะเร็งเต้านมร่วมกิจกรรม

อย่างไรก็ตาม เพราะความสุขของผู้หญิงคือเรื่องความสวยงามด้วยนวัตกรรมและเทคโนโลยีที่ก้าวไกลในปัจจุบัน สำหรับผู้ป่วยมะเร็งเต้านมระยะลุกลามที่จำเป็นต้องตัดเต้านมออก ทางการแพทย์ได้คิดค้นเทคนิคการสร้างเต้านมใหม่ โดยการใช้ซิลิโคนหรือไขมันจากหน้าท้องของตนเอง เป็นการผ่าตัดย้ายไขมันหน้าท้องโดยที่มีเส้นเลือดหล่อเลี้ยงอยู่มาไว้ที่หน้าอก แต่เต้านมจากการผ่าตัดเสริมวิธีนี้จะไม่สามารถรับความรู้สึกได้

ด้าน ไอรีล ไตรสารศรี ผู้ป่วยมะเร็งเต้านมระยะลุกลาม กล่าวว่า ในนามตัวแทนของผู้ป่วยมะเร็งเต้านมในระยะสี่ที่อยู่กับมะเร็งเต้านมมานานกว่า 10 ปี จนถึงปัจจุบัน การปรับมุมมองในการดำเนินชีวิตนั้นมีความสำคัญ เราจะต้องมีสติให้มั่น เรียนรู้วิธีรับมือกับโรค รวมถึงการจัดการเรื่องของเวลา การเงิน การออกกำลังกาย เพื่อให้ตนเองแข็งแรงและมีความสุข ซึ่งทุกอย่างต้องมีความสมดุลควบคู่กันเพื่อคุณภาพชีวิตก็จะดีขึ้นตามลำดับ สิ่งสำคัญคือ ต้องการเปลี่ยนภาพลักษณ์ใหม่ให้กับผู้ป่วยมะเร็งในระยะที่สี่ที่ไม่จำเป็นจะต้องติดกับภาพร่างกายที่อ่อนแอ ผอม โทรม เท่านั้น เราสามารถมีคุณภาพชีวิตทีดีได้ ทั้งยังสามารถแบ่งปันประสบการณ์เพื่อเติมพลังบวกให้กับเพื่อนผู้ป่วยด้วยกัน และที่สำคัญที่สุดคือกำลังใจจากคนในครอบครัว เพราะครอบครัวสามารถช่วยให้ผู้ป่วยนั้นฮึดสู้และไม่กลัวที่จะเข้ารับการตรวจรักษาอย่างต่อเนื่อง ดังนั้น จึงอยากให้ผู้หญิงไทยทุกคน รู้ทัน รู้เร็ว เกี่ยวกับมะเร็งเต้านม เพื่อสามารถมีโอกาสหายและมีคุณภาพชีวิตที่ดีต่อไป

ทั้งนี้ ทางชมรมผู้ป่วยมะเร็งเต้านมแห่งประเทศไทย หรือ TBCC ได้รณรงค์เพื่อให้ผู้หญิงทุกคนให้ความสำคัญเรื่องการเข้าใจและเข้าถึงข้อมูลความรู้ และหันมาใส่ใจดูแลสุขภาพตนเอง จึงเชิญชวนมาร่วมเป็นสมาชิกใน LINE Chatbot: @tbccbreastcare ซึ่งภายใน Chatbot จะนำเสนอข้อมูลความรู้เกี่ยวกับมะเร็งเต้านม พร้อมแลกเปลี่ยนประสบการณ์ที่เป็นประโยชน์ และกิจกรรมต่างๆ ให้กับผู้ป่วยและประชาชนทั่วไป หรือท่านใดสนใจศึกษาข้อมูลเพิ่มเติม สามารถเข้าไปเยี่ยมชมได้ที่เว็บไซต์ Tbcc-communityหรือชม Breast Talk Live ย้อนหลังได้ที่ Facebook: TBCCcommunity

เปิดประสบการณ์ด้านดิจิทัลสุดล้ำใจกลางเมือง ‘Digital Thailand Big Bang: Digital Station’ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

ผู้หญิง – เปิดประสบการณ์ด้านดิจิทัลสุดล้ำใจกลางเมือง ‘Digital Thailand Big Bang: Digital Station’ (naewna.com)

เปิดประสบการณ์ด้านดิจิทัลสุดล้ำใจกลางเมือง  ‘Digital Thailand Big Bang: Digital Station’

เปิดประสบการณ์ด้านดิจิทัลสุดล้ำใจกลางเมือง ‘Digital Thailand Big Bang: Digital Station’

วันจันทร์ ที่ 14 ธันวาคม พ.ศ. 2563, 06.00 น.

ดีอีเอส-จุฬาฯ เปิดตัว“Digital Thailand Big Bang:Digital Station” ดิจิทัลแลนด์มาร์คแห่งใหม่ นำร่องด้วย Digital Station : Siam Square เปิดประสบการณ์ด้านดิจิทัลด้วยเทคโนโลยีสุดล้ำใจกลางเมือง ดึงนักท่องเที่ยวกระตุ้นเศรษฐกิจ เรียกน้ำย่อยวันที่ 26-27 ธันวาคม 2563ก่อนจัดเต็มปีหน้า เดือนกันยายน2564

กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจ และสังคม โดย สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล ร่วมกับ สำนักงานจัดการทรัพย์สิน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เปิดตัวโครงการ Digital Thailand Big Bang: Digital Station พื้นที่เผยแพร่องค์ความรู้ ถ่ายทอดประสบการณ์ในการนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมดิจิทัลมาใช้ในวงกว้าง มุ่งเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจแก่ประเทศ พร้อมสร้างงานให้กับประชาชนและภาคเอกชน ด้วยการแสดงเทคโนโลยีสมัยใหม่สอดคล้องขับเคลื่อนประเทศ นำร่องด้วย Digital Station: Siam Square

ดร.ณัฐพล นิมมานพัชรินทร์

ดร.ณัฐพล นิมมานพัชรินทร์ ผู้อำนวยการใหญ่ สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล กล่าวว่า ขอเชิญชวนประชาชนสัมผัสประสบการณ์ดิจิทัล ในงานเปิดตัว Digital Thailand Big Bang:Digital Station ระหว่างวันที่ 26-27 ธันวาคม 2563 เวลา 11.00-22.00 น. ณ สยามสแควร์ เตรียมพบกับขบวนพาเหรดจากมาสคอตชื่อดังที่เติบโตมาจากการสร้างสรรค์ดิจิทัลคอนเทนต์, การแข่งขันเกม“ROV” E-Sport Competition, โชว์ชุดพิเศษจาก IDOL Cover Dance Group, โชว์เคสทั้ง 3 โซน(Wonder Station, Venture Station และ Explorer Station)พร้อมจัดเต็มเทคโนโลยีดิจิทัลสร้างสรรค์ ประยุกต์ใช้ประโยชน์เต็มศักยภาพ รับการเปลี่ยนแปลงในโลกใหม่ พบไอเดียสร้างงานสร้างอาชีพต่อยอดธุรกิจด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล เพลิดเพลินไปกับ Digital Art Gallery ที่ผสมผสานนวัตกรรมโทคโนโลยีกับการแสดงผลงานด้านศิลปะ พร้อมนิทรรศการทางเทคโนโลยีจากภาครัฐ-เอกชนเชื่อมโยงองค์ความรู้ดิจิทัล ผสมผสานต่อยอดประยุกต์ใช้งานจริง และพื้นที่ปล่อยของแชร์ไอเดีย Makerspace eSports และ Play Station

ผู้ที่สนใจสามารถเข้าชมงาน Digital Thailand Big Bang: Digital Station ได้ฟรี ตั้งแต่วันที่ 26-27 ธันวาคม 2563 เวลา 11.00-22.00 น. ณสยามสแควร์ซอย 3 และซอย 7ทั้งนี้ สามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Facebook : Digital Thailand Big Bangและ Facebook : depaThailand

บำรุงราษฎร์ และเครือพริ้นซิเพิล เฮลท์แคร์ เปิด ‘ศูนย์รักษามะเร็งแบบองค์รวม’ ปักหมุดภาคอีสานและภาคเหนือตอนล่าง #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

ผู้หญิง – บำรุงราษฎร์ และเครือพริ้นซิเพิล เฮลท์แคร์ เปิด ‘ศูนย์รักษามะเร็งแบบองค์รวม’ ปักหมุดภาคอีสานและภาคเหนือตอนล่าง (naewna.com)

บำรุงราษฎร์ และเครือพริ้นซิเพิล เฮลท์แคร์  เปิด ‘ศูนย์รักษามะเร็งแบบองค์รวม’  ปักหมุดภาคอีสานและภาคเหนือตอนล่าง

บำรุงราษฎร์ และเครือพริ้นซิเพิล เฮลท์แคร์ เปิด ‘ศูนย์รักษามะเร็งแบบองค์รวม’ ปักหมุดภาคอีสานและภาคเหนือตอนล่าง

วันจันทร์ ที่ 14 ธันวาคม พ.ศ. 2563, 06.00 น.

สมศักดิ์ วิวัฒนสินชัย

โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ ผนึกกำลังความร่วมมือกับเครือพริ้นซิเพิล เฮลท์แคร์ จัดตั้ง “ศูนย์รักษามะเร็งแบบองค์รวม” แห่งภาคอีสานและภาคเหนือตอนล่างภายใต้โมเดล “บำรุงราษฎร์ เฮลท์ เน็ตเวิร์ก” (BumrungradHealth Network) นำร่องที่โรงพยาบาลพิษณุเวชในจังหวัดพิษณุโลก และโรงพยาบาลพริ้นซ์ อุบลราชธานีให้ผู้ป่วยมะเร็งได้รับโอกาสในการรักษาพยาบาลที่มีคุณภาพมาตรฐานสูงขึ้น ในราคาที่เข้าถึงได้

เนื่องจาก โรคมะเร็ง ถือเป็นโรคยากที่มีความซับซ้อนและรุนแรง ซึ่งต้องอาศัยแพทย์ที่มีประสบการณ์และมีความชำนาญในการใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัยในการรักษา ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ได้สะสมองค์ความรู้ และพัฒนาขั้นตอนการรักษามะเร็ง ตลอดจนนำเทคโนโลยีสมัยใหม่และ AI เข้ามาช่วยในการรักษา โดยดำเนินการผ่าน ศูนย์มะเร็งฮอไรซัน ซึ่งเป็นหนึ่งในศูนย์ความเป็นเลิศทางการแพทย์ (Center of Excellence) ของโรงพยาบาลซึ่งให้การดูแลรักษาอย่างครอบคลุมด้วยทีมแพทย์ผู้ชำนาญการจากหลายสาขาร่วมกับบุคลากรทางการแพทย์ที่มีความชำนาญการด้านมะเร็งโดยเฉพาะ และมีห้องปฏิบัติการ (Lab) ที่ได้รับการรับรองมาตรฐานระดับสากลอยู่ภายในโรงพยาบาล ทำให้ได้ผลตรวจรวดเร็วและแม่นยำ เฉพาะในปี 2563 มีผู้ป่วยให้ความไว้วางใจเข้ารับการรักษาโรคมะเร็งกับโรงพยาบาลถึง 13,000 ราย

ดร.สาธิต วิทยากร

นายสมศักดิ์ วิวัฒนสินชัย ผู้อำนวยการด้านบริหาร บำรุงราษฎร์ เฮลท์ เน็ตเวิร์ก กล่าวว่า ความร่วมมือกับเครือพริ้นซิเพิล เฮลท์แคร์ ในครั้งนี้ ถือเป็นโอกาสอันดีทางธุรกิจในการต่อยอดความสำเร็จจากปีที่ผ่านมา ที่ได้ร่วมกันจัดตั้ง ศูนย์กระดูกสันหลัง Absolute Spine Care และ ศูนย์ข้อเข่าและข้อสะโพก Joint Surgery Center ที่โรงพยาบาลพริ้นซ์ สุวรรณภูมิ ซึ่งได้ผลตอบรับเป็นอย่างดี จึงเป็นอีกหนึ่งที่มาของการยกระดับการผนึกกำลังทางธุรกิจครั้งนี้ ผนวกกับการนำจุดแข็งของศูนย์รักษามะเร็งฮอไรซันของโรงพยาบาลบำรุงราษฎร์มาต่อยอดภายใต้ โมเดล “บำรุงราษฎร์ เฮลท์ เน็ตเวิร์ก” เพื่อยกระดับด้านสาธารณสุขของไทยให้ผู้ป่วยมะเร็งได้รับโอกาสในการรักษาพยาบาลที่มีคุณภาพมาตรฐานสูงขึ้น ในราคาที่เข้าถึงได้ ตลอดจนการพัฒนาเชิงวิชาการร่วมกัน โดยมีแผนการจัดตั้ง“ศูนย์รักษามะเร็งแบบองค์รวม” ในระยะแรกที่โรงพยาบาลพิษณุเวช จังหวัดพิษณุโลก และโรงพยาบาลพริ้นซ์ อุบลราชธานี ซึ่งเป็นโรงพยาบาลในเครือพริ้นซิเพิล เฮลท์แคร์ โดยคาดว่าจะเริ่มเปิดให้บริการแก่ประชาชนได้ภายในไตรมาสแรกของปี 2564 นอกจากนี้ ทั้งสองศูนย์จะทำหน้าที่เป็น Cancer Center Hub หรือศูนย์รักษามะเร็งกลางสำหรับโรงพยาบาลพริ้นซ์แห่งอื่นๆ ที่ตั้งอยู่ในภาคอีสานและภาคเหนือตอนล่าง อีกทั้งเป็นศูนย์ส่งต่อให้กับโรงพยาบาลอื่นๆ ที่ต้องการส่งผู้ป่วยที่เกินกำลังรักษามายัง Cancer Center Hub เพื่อทำการรักษาพยาบาลและส่งตัวกลับที่โรงพยาบาลต้นทางเมื่อผู้ป่วยมีอาการดีขึ้น

ดร.สาธิต วิทยากร ประธานคณะกรรมการ บริษัท พริ้นซิเพิล เฮลท์เเคร์ จำกัด กล่าวว่า ปัจจุบันโรงพยาบาลในเครือพริ้นซิเพิล เฮลท์เเคร์ มีจำนวน 11 แห่งที่จะเข้าเป็นพันธมิตรที่ดีกับทางบำรุงราษฎร์ ซึ่งกระจายอยู่ในจังหวัดต่างๆ ทั้งภาคเหนือ ภาคกลางภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคใต้ โดยเล็งเห็นโอกาสในการขยายขอบเขตการให้บริการของศูนย์รักษามะเร็ง ในเครือโรงพยาบาลพริ้นซ์ กระจายใน2 ภูมิภาคก่อน โดยเริ่มจากโรงพยาบาลพิษณุเวช พิษณุโลก ซึ่งเป็นโรงพยาบาลขั้นตติยภูมิ มีแพทย์กว่า 200 ท่าน ซึ่งมีศักยภาพดูแลผู้ป่วยในแถบภาคเหนือตอนล่าง เนื่องจากมีเครือข่ายโรงพยาบาลพิษณุเวชพิษณุโลก โรงพยาบาลพิษณุเวช พิจิตร และโรงพยาบาลพิษณุเวช อุตรดิตถ์ เป็นกำลังสำคัญในการส่งต่อคนไข้ โดยมีฐานผู้ป่วยรวมกันประมาณ 4-5 ล้านคน และอีกแห่งคือ โรงพยาบาลพริ้นซ์ อุบลราชธานี ซึ่งเป็นโรงพยาบาลที่เป็นศูนย์กลางในการส่งต่อผู้ป่วยในจังหวัดอุบลราชธานี และจังหวัดใกล้เคียง รวมถึงประเทศเพื่อนบ้าน อาทิ ลาว และกัมพูชา อีกด้วย ซึ่งทั้งสองแห่งถือเป็นจุดยุทธศาสตร์ของการรักษาผู้ป่วยโรคมะเร็งที่มีจำนวนมาก และยังเป็นโรงพยาบาลที่มีศักยภาพเป็นศูนย์กลางของภาคอีสานและภาคเหนือตอนล่าง รวมถึงเป็นเมืองรองที่มีแนวโน้มการเติบโตที่ดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งมั่นใจว่าจะสามารถขยายฐานผู้ป่วยในระดับกลางได้เป็นอย่างดี

นพ.ณรงค์ศักดิ์ เกียรติขจรธาดา

นายแพทย์ณรงค์ศักดิ์ เกียรติขจรธาดา ผู้อำนวยการศูนย์มะเร็งฮอไรซัน และอายุรแพทย์ด้านโลหิตวิทยาและเนื้องอกวิทยา โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ ให้ข้อมูลเพิ่มเติมถึงข้อโดดเด่นของศูนย์รักษามะเร็งแบบองค์รวมว่า ด้วยวิธีการรักษาที่แตกต่างของบำรุงราษฎร์ ทำให้ผู้ป่วยชาวอาหรับมักพูดต่อกันว่าถ้าป่วยเป็นมะเร็งให้มารักษาที่บำรุงราษฎร์ รวมถึงผู้ป่วยจากประเทศเพื่อนบ้าน เช่น เมียนมา กัมพูชา เวียดนาม และบังคลาเทศ ก็ติดต่อเข้ามารักษาที่โรงพยาบาล ด้วยปัจจัยหลายประการ ทั้งในด้านพัฒนาองค์ความรู้ การนำนวัตกรรมเทคโนโลยีที่ทันสมัย รวมถึงมีแพทย์
ผู้ชำนาญการจากสาขาต่างๆ มากกว่า 1,300 คน และบุคลากรที่มีประสบการณ์ ล้วนเป็นสิ่งที่มีคุณค่ามาก ด้วยองค์ประกอบต่างๆ ทำให้บำรุงราษฎร์สามารถสร้างทีมในการดูแลรักษาผู้ป่วยให้มีประสิทธิภาพได้สูงสุด

อีกประการสำคัญ คือบำรุงราษฎร์ได้คำนึงถึงประสิทธิผลในการรักษาและความปลอดภัยของผู้ป่วยสูงสุด ซึ่งในการรักษานั้นโรงพยาบาล ได้นำเคสมะเร็งของผู้ป่วยที่ซับซ้อน รักษายากเข้าในที่ประชุม Tumor Board เพื่อผสมผสานการรักษาหลายวิธีเข้าด้วยกัน โดยนำเอาองค์คณะแพทย์ทุกสาขา มากกว่า 30 คน ประกอบด้วยอายุรแพทย์ด้านโรคมะเร็งศัลยแพทย์ด้านโรคมะเร็งเฉพาะทาง พยาธิแพทย์ รังสีแพทย์เภสัชกร เภสัชกรผู้เชียวชาญด้านเภสัชพันธุศาสตร์ เจ้าหน้าที่ห้อง labพยาบาล และนักวิจัย เข้าร่วมประชุมเพื่อหาวิธีการรักษาร่วมกัน มีการวินิจฉัยและประมวลผล เพื่อตัดสินใจวางแผนการรักษามะเร็ง เพื่อการรักษาที่ตรงจุด แม่นยำเกิดผลข้างเคียงน้อย ให้ผลการรักษาที่ดีขึ้น และค่าใช้จ่ายน้อยที่สุดเท่าที่จะทำได้ ดังนั้นจะเห็นได้ว่าในผู้ป่วยโรคมะเร็งหนึ่งคนนั้น มีผู้ชำนาญการทุกสาขาที่เกี่ยวข้องในการรักษาโรคมะเร็งทำงานอยู่เบื้องหลัง คอยให้คำแนะนำคอยติดตามผลการรักษา และแก้ไขปัญหาของผู้ป่วยตลอดระยะเวลาของการรักษา นับว่าเป็นการทำงานร่วมกันอย่างสอดประสานเพื่อคุณภาพการรักษาต่อผู้ป่วยอย่างแท้จริง

นอริชชิ่ง โคโคนัท รีทรีท บำรุงผิวในฤดูหนาว #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

ผู้หญิง – นอริชชิ่ง โคโคนัท รีทรีท บำรุงผิวในฤดูหนาว (naewna.com)

นอริชชิ่ง โคโคนัท รีทรีท บำรุงผิวในฤดูหนาว

นอริชชิ่ง โคโคนัท รีทรีท บำรุงผิวในฤดูหนาว

วันจันทร์ ที่ 14 ธันวาคม พ.ศ. 2563, 06.00 น.

ดิ โอกุระ สปา (The Okura Spa) โรงแรม ดิ โอกุระ เพรสทีจ กรุงเทพฯ (The Okura Prestige Bangkok) แนะนำ “นอริชชิ่งโคโคนัท รีทรีท” (Nourishing Coconut Retreat) ทรีทเม้นท์ใหม่ที่เลือกใช้ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวกายจากธรรมชาติที่ทำจากมะพร้าวออร์แกนิกนำมาขัดผิวและนวดผ่อนคลายเพิ่มความนุ่มชุมชื้นให้แก่ผิวในช่วงฤดูหนาว พร้อมให้บริการตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม ถึง 31 มีนาคม 2564

เริ่มต้นการทรีทเม้นท์ 30 นาทีแรก ด้วยการขัดผิวอย่างอ่อนโยนจากสครับที่มีส่วนผสมของน้ำตาล เกลือยิปซัม (Epsom Salt) และเนื้อมะพร้าวขูด เพื่อทำความสะอาดผิวและผลัดเซลล์ผิวใหม่ เกลือยิปซัม มีคุณสมบัติช่วยผ่อนคลายความเครียดของกล้ามเนื้อ ระบบประสาทและยังมีส่วนช่วยดึงสารพิษออกจากร่างกาย จากนั้นเทอราพิสผู้เชี่ยวชาญและมากประสบการณ์จะนวดเพื่อผ่อนคลายกล้ามเนื้อทั่วร่างกายโดยใช้น้ำมันมะพร้าวออร์แกนิกที่สกัดจากเนื้อมะพร้าว เป็นเวลา 60 นาที น้ำมันมะพร้าวมีคุณสมบัติในการเพิ่มความนุ่มชุ่มชื้นให้แก่ผิวและรักษาอาการผิวไหม้จากการโดนแดดได้เป็นอย่างดี อีกทั้ง ยังอุดมไปด้วยกรดลอริก (Lauric Acid) และกรดคาไพรลิก (Caprylic Acid) ที่มีคุณสมบัติช่วยต้านการเจริญเติบโตของแบคทีเรียบนผิวหนัง ทั้งนี้สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมและสำรองเวลาเข้ารับบริการได้ที่02-6879000 หรือ spa@okurabangkok.com

มูลนิธิแม่ฟ้าหลวงฯ ชวนเที่ยวงาน ‘สีสันแห่งดอยตุง ครั้งที่ 7’ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

ผู้หญิง – มูลนิธิแม่ฟ้าหลวงฯ ชวนเที่ยวงาน‘สีสันแห่งดอยตุง ครั้งที่ 7’ (naewna.com)

มูลนิธิแม่ฟ้าหลวงฯ ชวนเที่ยวงาน‘สีสันแห่งดอยตุง ครั้งที่ 7’

มูลนิธิแม่ฟ้าหลวงฯ ชวนเที่ยวงาน‘สีสันแห่งดอยตุง ครั้งที่ 7’

วันจันทร์ ที่ 14 ธันวาคม พ.ศ. 2563, 06.00 น.

ม.ล.ดิศปนัดดา ดิศกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารมูลนิธิแม่ฟ้าหลวงฯ

กลับมาอีกครั้งกับเทศกาลแห่งความสุขส่งท้ายปี เมื่อ มูลนิธิแม่ฟ้าหลวง ในพระบรมราชูปถัมภ์ ชวนเที่ยว เทศกาลสีสันแห่งดอยตุง ครั้งที่ 7 ท่ามกลางอากาศหนาวสดชื่นกลางขุนเขา และการ
ต้อนรับอย่างอบอุ่นจากชาวดอยตุงระหว่างนี้จนถึงวันที่ 31 มกราคม 2564 เวลา08.00-18.00 น. ทุกวันเสาร์-อาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์ ณ โครงการพัฒนาดอยตุง (พื้นที่ทรงงาน) อันเนื่องมาจากพระราชดำริ จังหวัดเชียงราย เพื่อเปิดโอกาสให้ชาวบ้านในชุมชนได้พัฒนาศักยภาพ และเรียนรู้กระบวนการในการเป็นเจ้าของธุรกิจชุมชน สามารถพึ่งตัวเองได้ ตลอดจนอนุรักษ์วัฒนธรรมประเพณี 6 ชนเผ่าในชุมชน ได้แก่ อาข่า ลาหู่ ไทใหญ่ ไทลื้อ ไทลัวะ และจีนยูนนาน ผ่านกิจกรรมร้านค้าชนเผ่า โดยได้จัดพิธีเปิดงานอย่างเป็นทางการท่ามกลางบรรยากาศอบอุ่น ปลอดภัย โดยมีแขกผู้มีเกียรติร่วมงานมากมาย

ภาษเดช หงส์ลดารมภ์ รองผู้ว่าฯ เชียงราย, ม.ล.ดิศปนัดดาดิศกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารมูลนิธิแม่ฟ้าหลวงฯ, จันทิรายิมเรวัต วิวัฒน์รัตน์ ประธานกก. ศูนย์ส่งเสริมศิลปาชีพระหว่างประเทศฯ, ผ่องพรรณ เจียรวิริยะพันธ์ กก.บจ.ประชารัฐรักสามัคคีวิสาหกิจเพื่อสังคม (ประเทศไทย)

หม่อมหลวงดิศปนัดดา ดิศกุลประธานเจ้าหน้าที่บริหาร มูลนิธิแม่ฟ้าหลวงฯ กล่าวว่า “จากสถานการณ์ที่ไม่ปกติอันเนื่องมาจากการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ซึ่งส่งผลกระทบต่อธุรกิจต่างๆ โดยเฉพาะธุรกิจท่องเที่ยวที่ซบเซาลงอย่างเห็นได้ชัด มูลนิธิแม่ฟ้าหลวงฯเห็นว่าการจัดงานสีสันแห่งดอยตุงครั้งนี้ยิ่งมีความสำคัญกว่าเดิม เนื่องจากเป็นการมอบความสุขและกำลังใจให้คนไทย รวมถึงจะช่วยกระตุ้นธุรกิจภายในประเทศให้กลับมาคึกคักอีกครั้ง รวมทั้งเพื่อเพิ่มโอกาสในการสร้างรายได้ในฤดูท่องเที่ยวให้ชุมชนดอยตุงด้วย โดยเฉพาะถ้าสถานการณ์น่าไว้วางใจและสามารถเดินทางภายในประเทศได้อย่างปลอดภัย คนไทยก็จะช่วยสนับสนุนคนไทยด้วยกัน จึงเป็นที่มาของการจัดงาน “สีสันแห่งดอยตุง ครั้งที่ 7” ภายใต้แนวคิด “บ้านแห่งความรัก” เพราะประเทศไทยคือบ้านของเราทุกคน ส่วนดอยตุงก็เปรียบเสมือนบ้านของคนในพื้นที่และในจังหวัดเชียงรายที่เราอยากให้นักท่องเที่ยวได้สัมผัสถึงความรัก ความเอาใจใส่ จึงมุ่งนำเสนอผลิตภัณฑ์คุณภาพและประสบการณ์อันน่าประทับใจทั้งนี้นอกจากความรักในสถานที่ ผู้มาเยือนและชุมชนแล้ว มูลนิธิแม่ฟ้าหลวงฯ ยังมีความรักให้สิ่งแวดล้อม จึงออกแบบกิจกรรมและผลิตภัณฑ์ตามแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียนและจัดกิจกรรมการชดเชยคาร์บอนเครดิตเพื่อให้เป็นงานที่ปล่อยก๊าซเรือนกระจกเป็นศูนย์ (Carbon Neutral Event) และมีการคัดแยกทั้งหมดเพื่อไม่ให้มีขยะไปสู่บ่อฝังกลบ (Zero Waste to Landfill) โดยในปีนี้ได้รับการสนับสนุนจาก บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จํากัด (มหาชน) พร้อมด้วย ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) มูลนิธิเอสซีจี บริษัท กรุงเทพดุสิตเวชการ จำกัด (มหาชน) บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด

นพ.วันชัย ล้อกาญจนรัตน์ รอง ผอ.รพ.กรุงเทพเชียงราย

ไฮไลต์ภายในงานแบ่งเป็นโซนต่างๆ ได้แก่ โซนถ่ายรูปเช็คอิน สวนแม่ฟ้าหลวงสวนดอกไม้นับร้อยสายพันธุ์ โซนอาหาร ลิ้มลองเมนูชนเผ่าที่ส่งต่อกันในครอบครัว โซนหัตถกรรม สินค้าแฟชั่นงานมือชาวไทยภูเขาแบบดั้งเดิมและแบบประยุกต์ โซนกิจกรรม ที่มีให้ลองเล่นทั้ง ดอยตุง ทรี ท็อป วอล์ค (DoiTung Tree Top Walk) สะพานเรือน
ยอดไม้ดอยตุงความสูงจากพื้นดินกว่า 30 เมตรหรือการละเล่นท้องถิ่นอย่าง ฟอร์มูล่าดอยไม้ต่อขา สำหรับใครที่หลงใหลอากาศหนาวเย็นหมอกและดอกไม้หายาก ต้องนั่งรถขึ้นไปเที่ยวต่ที่ สวนรุกขชาติแม่ฟ้าหลวงดอยช้างมูบ จุดสูงสุดของดอยตุงและแนวเทือกเขาดอยนางนอน ที่มีวิวพาโรนามาให้นักท่องเที่ยวได้ชื่นชม เป็นเทือกเขาที่กั้นชายแดนไทย-เมียนมา จุดกำเนิดต้นกุหลาบพันปีคำแดง และกุหลาบพันปีหลายสายพันธุ์ซึ่งเฉพาะงานนี้มีบริการรถรับส่งขึ้นไปดอยช้างมูบฟรีทุกชั่วโมงด้วย

ทั้งนี้ ภายในงานยังมีการยกระดับมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโรค COVID-19 เชิงรุก ด้วยการดูแลสุขอนามัยขั้นสูงสุด เพิ่มเติมจากมาตรการปกติที่ปฏิบัติมาอย่างต่อเนื่อง อาทิ ทำความสะอาดพื้นที่และอุปกรณ์ให้บริการ รวมถึงจุดที่มีการสัมผัสบ่อยด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อทุก 3 ชั่วโมง การฉีดพ่นน้ำยาฆ่าเชื้อทุกสถานที่ท่องเที่ยวและฆ่าเชื้อโรคด้วยแสง UV ในทุกพื้นที่ปิดเป็นประจำทุกเย็นและกำหนดจุดใช้บริการแบบเว้นระยะห่างอย่างเคร่งครัด มาร่วมสนุกให้สุขหัวใจในวิถีชนเผ่าของงานสีสันแห่งดอยตุง ครั้งที่ 7 พร้อมติดตามข่าวสารและความเคลื่อนไหวของเทศกาลสีสันแห่งดอยตุงครั้งที่ 7 ได้ที่www.facebook.com/DoiTungClub, โทร.02-2527114 หรือ 053-767015-7สัมผัสอากาศหนาวชมดินแดนแห่งดอกไม้ ที่สวนรุกขชาติแม่ฟ้าหลวง ดอยช้างมูบสัมผัสอากาศหนาวชมดินแดนแห่งดอกไม้ ที่สวนรุกขชาติแม่ฟ้าหลวง ดอยช้างมูบสวนแม่ฟ้าหลวงสวนแม่ฟ้าหลวงซุ้มทางเข้าใบโคลเวอร์ (Clover Leaf) แห่งความรัก
สื่อถึงการต้อนรับแสนอบอุ่นที่อยากให้ทุกคนได้รับความโชคดี

ซุ้มทางเข้าใบโคลเวอร์ (Clover Leaf) แห่งความรัก สื่อถึงการต้อนรับแสนอบอุ่นที่อยากให้ทุกคนได้รับความโชคดีซูเฟลแมคคาเดเมีย จากครัวตำหนักซูเฟลแมคคาเดเมีย จากครัวตำหนักสตรอว์เบอร์รี่สดๆสตรอว์เบอร์รี่สดๆซาจ๊อยทอด ในโซนกาดชนเผ่าซาจ๊อยทอด ในโซนกาดชนเผ่าการแสดงและการละเล่นท้องถิ่นหาชมได้ยากการแสดงและการละเล่นท้องถิ่นหาชมได้ยากฟอร์มูล่าดอยฟอร์มูล่าดอยโซนหัตถกรรม สินค้าแฟชั่น
งานมือชาวไทยภูเขาแบบดั้งเดิม
และแบบประยุกต์

โซนหัตถกรรม สินค้าแฟชั่น งานมือชาวไทยภูเขาแบบดั้งเดิม และแบบประยุกต์ภายในงานออกแบบกิจกรรมและผลิตภัณฑ์ตามแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน และจัดกิจกรรมการชดเชยคาร์บอนเครดิตเพื่อให้เป็นงานที่ปล่อยก๊าซเรือนกระจกเป็นศูนย์ (Carbon Neutral Event) และมีการคัดแยกทั้งหมดเพื่อ
ไม่ให้มีขยะไปสู่บ่อฝังกลบ (Zero Waste to Landfill)ภายในงานออกแบบกิจกรรมและผลิตภัณฑ์ตามแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน และจัดกิจกรรมการชดเชยคาร์บอนเครดิตเพื่อให้เป็นงานที่ปล่อยก๊าซเรือนกระจกเป็นศูนย์ (Carbon Neutral Event) และมีการคัดแยกทั้งหมดเพื่อ ไม่ให้มีขยะไปสู่บ่อฝังกลบ (Zero Waste to Landfill)