เกาหลีใต้เร่งสร้างโรงพยาบาลจากตู้คอนเทนเนอร์รับโควิดระลอกสาม #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

เกาหลีใต้เร่งสร้างโรงพยาบาลจากตู้คอนเทนเนอร์รับโควิดระลอกสาม  – โพสต์ทูเดย์ รอบโลก (posttoday.com)

วันที่ 10 ธ.ค. 2563 เวลา 19:30 น.เกาหลีใต้เร่งสร้างโรงพยาบาลจากตู้คอนเทนเนอร์รับโควิดระลอกสาม ทางการเกาหลีใต้ดัดแปลงตู้คอนเทนเนอร์เป็นเตียงรองรับผู้ป่วย Covid-19 แก้ปัญหาขาดแคลนเตียงเพราะผู้ป่วยพุ่ง 

การระบาดของเชื้อโคโรนาไวรัสระลอกล่าสุดในเกาหลีใต้ทำให้ทางการกังวลว่าเตียงรองรับผู้ป่วยในโรงพยาบาลจะไม่เพียงพอ ทางการกรุงโซลจึงเริ่มนำตู้คอนเทนเนอร์มาดัดแปลงเป็นห้องผู้ป่วยรองรับผู้ติดเชื้อโคโรนาไวรัสเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เกิดการระบาด   

นอกจากนี้ กระทรวงสาธารณสุขยังมีแผนจะตั้งจุดตรวจหาเชื้อชั่วคราวราว 150 จุดกระจายทั่วกรุงโซล

พัคนึงฮู รัฐมนตรีกระทรวงสาธารณสุขเผยว่า “เราพยายามอย่างหนักในการยับยั้งการแพร่ระบาดในกรุงโซลด้วยการระดมทรัพยากรทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการจัดเตรียมศูนย์รักษาและเตียงผู้ป่วยสำหรับกรณีฉุกเฉินเพื่อให้ประชาชนได้รับการรักษาที่เหมาะสมทันท่วงที”

สำนักควบคุมและป้องกันโรคของเกาหลีรายงานว่า วันนี้พบผู้ติดเชื้อรายใหม่ 682 ราย ลดลงจากวันก่อนที่พบ 686 ราย ซึ่งถือเป็นจำนวนที่สูงเป็นอันดับสองนับตั้งแต่ยืนยันพบการระบาดครั้งแรกเมื่อเดือน ม.ค. แม้ว่าจะบังคับใช้มาตรการเว้นระยะห่างทางสังคมอย่างเข้มงวดแล้วก็ตาม

สถานทูตจีนลั่นโดนแฮก หลังรีทวีตทรัมป์กล่าวหาการเลือกตั้ง #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

สถานทูตจีนลั่นโดนแฮก หลังรีทวีตทรัมป์กล่าวหาการเลือกตั้ง – โพสต์ทูเดย์ รอบโลก (posttoday.com)

วันที่ 10 ธ.ค. 2563 เวลา 18:30 น.สถานทูตจีนลั่นโดนแฮก หลังรีทวีตทรัมป์กล่าวหาการเลือกตั้งสถานทูตจีนในสหรัฐถูกแฮกเกอร์มือดีรีทวีตข้อความโดนัลด์ ทรัมป์ ที่อ้างว่าการเลือกตั้งไม่โปร่งใส

บีบีซีรายงาน วันที่ 10 ธ.ค. สถานทูตจีนในสหรัฐประกาศว่าถูกแฮกบัญชีทวิตเตอร์หลังจากที่มีการรีทวีตข้อความของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ที่กล่าวหาว่าการเลือกตั้งสหรัฐครั้งนี้มีการทุจริต

โดยทรัมป์กล่าวว่า “หากมีการทุจริตการเลือกตั้งอย่างที่พรรคเดโมแครตทำ ทำไมจึงไม่ยกเลิกการเลือกตั้งโดยทันที ประเทศจะดำเนินไปเช่นนี้ได้อย่างไร”

ภายหลังสถานทูตจีนได้ยกเลิกการรีทวีตดังกล่าวก่อนที่จะออกมาแถลงว่า “บัญชีทวิตเตอร์ของสถานทูตจีนถูกแฮกเมื่อช่วงบ่ายวันนี้ และเราขอประณามการกระทำดังกล่าว เพื่อความชัดเจนเราขอยืนยันว่าทางสถานทูตไม่ได้มีการรีทวีตข้อความใดๆ”

โดยก่อนหน้านี้จีนได้แสดงความยินดีอย่างเป็นทางการต่อโจ ไบเดน ที่ชนะการเลือกตั้งซึ่งโฆษกกระทรวงการต่างประเทศของจีนกล่าวว่าพวกเขา “เคารพการตัดสินใจของชาวอเมริกัน”

ขณะที่ทรัมป์ยังคงตั้งข้อกล่าวหาเกี่ยวกับการทุจริตการเลือกตั้งโดยไม่มีหลักฐานอย่างต่อเนื่องบนทวิตเตอร์และข้อความของเขาถูกออกคำเตือนโดยทวิตเตอร์หลายครั้งว่าเป็นเนื้อหาที่ไม่เหมาะสม

อย่างไรก็ตามเหตุการณ์นี้ไม่ใช่ครั้งแรกที่สถานทูตของจีนประสบปัญหาบนทวิตเตอร์ โดยในเดือนกันยายนที่ผ่านมาสถานทูตจีนในสหราชอาณาจักร ขอให้ดำเนินการสอบสวนหลังจากที่บัญชีของเอกอัครราชทูตกดถูกใจคลิปลามกอนาจาร

Interesting retweet pic.twitter.com/5pdxSdPQyu— davidshepardson (@davidshepardson) December 9, 2020

The Chinese Embassy twitter account was hacked this afternoon and we condemn such an act. For clarification, the Embassy didn’t do any retweeting on Dec.9.— Chinese Embassy in US (@ChineseEmbinUS) December 10, 2020

โควิดบนเรือสำราญสิงคโปร์: กรณีศึกษาการกลับมาท่องเที่ยวอีกครั้ง #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

โควิดบนเรือสำราญสิงคโปร์: กรณีศึกษาการกลับมาท่องเที่ยวอีกครั้ง – โพสต์ทูเดย์ รอบโลก (posttoday.com)

วันที่ 10 ธ.ค. 2563 เวลา 17:00 น.โควิดบนเรือสำราญสิงคโปร์: กรณีศึกษาการกลับมาท่องเที่ยวอีกครั้งการท่องเที่ยวของสิงคโปร์ต้องชะงักอีกรอบหลังพบผู้โดยสารเรือสำราญที่เพิ่งกลับมาให้บริการติดเชื้อ Covid-19  

ทริปล่องเรือสำราญชมวิวโดยไม่แวะลงเรือ (cruise to nowhere) ของผู้โดยสาร 1,680 คน และลูกเรืออีก 1,148 คนบนเรือสำราญควอนตัม ออฟ เดอะ ซีส์ (Quantum of the Seas) ต้องจบลงในวันที่ 3 จากเดิมที่ต้องแล่นเรือทั้งหมด 4 วัน หลังผู้โดยสารวัย 83 ปีมีผลตรวจ Covid-19 เป็นบวก

เรือสำราญลำนี้จะมีมาตรการคัดกรองและป้องกันที่เข้มงวด ไม่ว่าจะเป็นการตรวจร่างกายผู้โดยสารและลูกเรือซึ่งทั้งหมดมีผลตรวจเป็นลบ ลดจำนวนผู้โดยสารเหลือครึ่งหนึ่งของความจุเรือ จัดสถานที่ให้ถูกสุขอนามัย ปรับปรุงระบบการไหลเวียนอากาศ ไปจนถึงการบังคับให้สวมหน้ากากตลอดเวลา เว้นระยะห่าง และให้พนักงานเสิร์ฟอาหารสวมอุปกรณ์ป้องกัน

แต่มาตรการเหล่านี้ก็ยังไม่เพียงพอรับมือกับเชื้อโคโรนาไวรัส

เรนา แม็คอินไทร์ ศาสตราจารย์ด้านความปลอดภัยทางชีวภาพจากมหาวิทยาลัยนิวเซาท์เวลส์ของออสเตรเลียเผยว่า “แม้ในช่วงแรกๆ ของการแพร่ระบาดก็แสดงให้เห็นแล้วว่าเรือสำราญเป็นจุดเสี่ยงของการแพร่ระบาด และการระบาดนี้สามารถเล็ดลอดออกไปยังชุมชนได้ ขณะนี้การแพร่ระบาดรุนแรงกว่าเมื่อเดือน พ.ค.ซึ่งเรือสำราญหยุดให้บริการ นั่นหมายความว่าความเสี่ยงที่ผู้โดยสารหรือลูกเรือที่ติดเชื้อจะขึ้นเรือก็สูงขึ้นด้วย”

เหตุการณ์ล่าสุดนี้นับเป็นครั้งที่สองที่แผนฟื้นฟูการท่องเที่ยวของสิงคโปร์สะดุดในรอบไม่กี่เดือน หลังจากที่ต้องพับโครงการทราเวล บับเบิลกับฮ่องกงทั้งที่ยังไม่ทันได้เริ่มต้น เนื่องจาก Covid-19 กลับมาระบาดอีกครั้งในฮ่องกง

ความล้มเหลวของสิงคโปร์ที่พยายามฟื้นฟูการท่องเที่ยวเป็นตัวอย่างได้ดีว่าแม้ในประเทศที่ตัวเลขผู้ติดเชื้อในประเทศแทบจะเป็นศูนย์ติดต่อกันหลายสัปดาห์ก็ยังไม่ง่ายที่จะเดินหน้าการท่องเที่ยวอีกครั้ง

และสิงคโปร์ก็ไม่ใช่ชาติเดียวที่แผนกระตุ้นการท่องเที่ยวสะดุด โครงการ “ออกไปเที่ยว” ของญี่ปุ่นที่รัฐสนับสนุนให้ชาวญี่ปุ่นไปเที่ยวในพื้นที่ที่ขาดนักท่องเที่ยวช่วง Covid-19 ระบาด ก็ถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักถึงขั้นล้อเลียนว่าเป็นโครงการ “ไปโรงพยาบาล” เพราะอาจเป็นต้นตอของการแพร่ระบาด

ขณะที่บาหลีของอินโดนีเซียที่มีแผนว่าจะเปิดรับนักท่องเที่ยวในเดือน ก.ย.ที่ผ่านมาก็ต้องเลื่อนออกไปก่อนเช่นกัน เนื่องจากตัวเลขผู้ติดเชื้อยังพุ่งสูง ส่วนประเทศไทยเริ่มด้วยการรับนักท่องเที่ยว 1,000 คนจากเดิมที่เคยต้อนรับนักท่องเที่ยว 3.1 ล้านคนในช่วงเวลาเดียวกันของปีที่แล้ว

อดีตกษัตริย์สเปนทรงชำระภาษีย้อนหลัง หลังพัวพันคดีคอร์รัปชัน #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

อดีตกษัตริย์สเปนทรงชำระภาษีย้อนหลัง หลังพัวพันคดีคอร์รัปชัน – โพสต์ทูเดย์ รอบโลก (posttoday.com)

วันที่ 10 ธ.ค. 2563 เวลา 15:45 น.อดีตกษัตริย์สเปนทรงชำระภาษีย้อนหลัง หลังพัวพันคดีคอร์รัปชันทนายความเผยสมเด็จพระราชาธิบดีฮวน คาร์ลอสทรงชำระภาษีย้อนหลัง 25 ล้านบาท

รอยเตอร์สรายงาน ทนายความของ ฮวน คาร์ลอส อดีตกษัตริย์สเปน เผยเมื่อวันที่ 9 ธ.ค. ว่าพระองค์ทรงชำระภาษีย้อนหลังมูลค่า 678,394 ยูโร (ประมาณ 25 ล้านบาท) รวมดอกเบี้ยและค่าปรับ หลังเสด็จออกนอกประเทศไปเมื่อเดือนสิงหาคมเพราะทรงตกเป็นข่าวอื้อฉาวว่าพัวพันการทุจริต

อย่างไรก็ตามทนายความไม่ได้เปิดเผยว่าทำไมและเมื่อใดที่อดีตกษัตริย์ฮวน คาร์ลอส ทรงชำระภาษีแต่การประกาศดังกล่าวเกิดขึ้นหนึ่งเดือนหลังจากที่สื่อสเปนเปิดเผยการสอบสวนเกี่ยวกับการหลีกเลี่ยงภาษีและการฟอกเงินของพระองค์

ทั้งนี้ อัยการศาลฎีกาของสเปนได้เปิดการสอบสวนหลายครั้งเกี่ยวกับการติดต่อธุรกิจของอดีตกษัตริย์ฮวน คาร์ลอส

เปโดร ซันเชซ นายกรัฐมนตรีสเปนให้สัมภาษณ์ต่อสถานีโทรทัศน์สเปนว่า การตรวจสอบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการเงินของราชวงศ์พิสูจน์ให้เห็นว่าสถาบันแห่งอำนาจกำลังทำงาน

“ในฐานะรัฐบาลเราสามารถรับประกันได้ว่ากลไกของประชาธิปไตยกำลังทำงาน และการสอบสวนจะได้ข้อสรุปด้วยความโปร่งใส” ซันเชซกล่าว

เพื่อปกป้องระบอบรัฐธรรมนูญซานเชซยังยืนยันว่า “สถาบันกษัตริย์ไม่ตกอยู่ในอันตราย”

ทั้งนี้ อัยการในสเปนและสวิตเซอร์แลนด์เปิดการสอบสวนธุรกรรมทางการเงินของสมเด็จพระราชาธิบดีฮวน คาร์ลอส ว่าพระองค์พัวพันกับการทุจริตโครงการรถไฟความเร็วสูงในซาอุดิอาระเบีย โดยได้รับการถวายเงินจากซาอุดิอาระเบีย 100 ล้านเหรียญสหรัฐเข้าบัญชีลับของพระองค์ซึ่งเป็นบัญชีธนาคารแห่งหนึ่งในสวิตเซอร์แลนด์ ก่อนที่พระองค์จะเสด็จออกจากสเปนและย้ายไปพำนักที่อาหรับเอมิเรตส์

ดูกันจะๆ วินาทียาน ‘สเปซเอ็กซ์’ ระเบิดขณะลงจอด #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

ดูกันจะๆ วินาทียาน ‘สเปซเอ็กซ์’ ระเบิดขณะลงจอด – โพสต์ทูเดย์ รอบโลก (posttoday.com)

วันที่ 10 ธ.ค. 2563 เวลา 14:30 น.ดูกันจะๆ วินาทียาน 'สเปซเอ็กซ์' ระเบิดขณะลงจอดยานต้นแบบ ‘สเปซเอ็กซ์ สตาร์ชิป เอสเอ็น 8’ ระเบิดขณะลงจอดที่รัฐเท็กซัส

นิวยอร์กไทมส์รายงาน เมื่อวันที่ 9 ธ.ค. สเปซเอ็กซ์ถ่ายทอดสดเปิดตัวยานต้นแบบ “สเปซเอ็กซ์ สตาร์ชิป เอสเอ็น 8” พร้อมภารกิจทดสอบการบินที่เมืองบราวน์สวิลล์ ในรัฐเท็กซัส โดยยานดังกล่าวระเบิดขณะลงจอดภายหลังเสร็จสิ้นการบินทดสอบ

ยานต้นแบบดังกล่าวมีความสูง 50 เมตร หรือเทียบเท่าตึก 16 ชั้น ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 9 เมตร และออกแบบให้สามารถบรรทุกสินค้าน้ำหนักมากถึง 100 ตัน โดยมีเป้าหมายที่จะส่งมนุษย์เดินทางสู่ดวงจันทร์และดาวอังคารในอนาคต

ในการทดสอบยานสตาร์ชิปบินในระดับความสูง 41,000 ฟุต ซึ่งเป็นการทดสอบเครื่องยนต์ที่มีชื่อว่า “แรปเตอร์” เป็นครั้งแรกอีกด้วย

อีลอน มัสก์ ประธานบริหารสเปซเอ็กซ์แถลงบนทวิตเตอร์ถึงสาเหตุของการระเบิดครั้งนี้ว่า “ความดันในถังเชื้อเพลิงอยู่ในระดับต่ำจึงทำให้จรวดลงจอดด้วยความเร็วสูงเกินไป” พร้อมกล่าวว่าสเปซเอ็กซ์สามารถรวบรวมข้อมูลทั้งหมดที่ต้องการจากการทดสอบครั้งนี้

Photo by – / various sources / AFP

สิงโต 4 ตัวในสวนสัตว์สเปนติดโควิด-19 #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

สิงโต 4 ตัวในสวนสัตว์สเปนติดโควิด-19 – โพสต์ทูเดย์ รอบโลก (posttoday.com)

วันที่ 10 ธ.ค. 2563 เวลา 13:00 น.สิงโต 4 ตัวในสวนสัตว์สเปนติดโควิด-19สิงโตในสวนสัตว์บาร์เซโลนา 4 ตัวตรวจพบเชื้อไวรัสโคโรนา

บีบีซีรายงาน ทีมสัตวแพทย์เผยว่าตรวจพบเชื้อไวรัสโคโรนาในสิงโตเพศเมีย 4 ตัว และเพศผู้ 1 ตัว ในสวนสัตว์บาร์เซโลนา ประเทศสเปน โดยยังไม่ทราบแน่ชัดถึงสาเหตุของการติดเชื้อ ขณะที่มีผู้ดูแลสวนสัตว์ 2 คนตรวจพบเชื้อด้วยเช่นกัน

มีรายงานว่าผู้ดูแลสวนสัตว์ได้ทำการตรวจหาเชื้อไวรัสในทางเดินหายใจกับสิงโตทั้ง 4 ตัว ซึ่งเป็นวิธีเดียวกับที่ตรวจหาเชื้อในมนุษย์ หลังจากที่สิงโตเหล่านี้มีอาการไอและจามเล็กน้อย

โดยขณะนี้กำลังดำเนินการตรวจสอบถึงสาเหตุการติดเชื้อของสิงโตซึ่งคาดว่าอาจติดจากเจ้าหน้าที่ในสวนสัตว์ที่ไม่แสดงอาการ

ขณะนี้สิงโตทั้ง 4 ตัวได้รับการดูแลรักษาจากทีมสัตวแพทย์อย่างใกล้ชิด โดยตอบสนองต่อการรักษาได้ดีแต่ยังมีอาการเล็กน้อยคล้ายไข้หวัดแบบไม่รุนแรง

อย่างไรก็ตามสวนสัตว์บาร์เซโลนามั่นใจว่าเชื้อไวรัสจะไม่แพร่ระบาดไปยังสัตว์อื่นๆ ในสวนสัตว์รวมถึงผู้มาเยี่ยมชมเนื่องจากไม่ได้มีการสัมผัสใกล้ชิด

นอกจากนี้ในเดือนเมษายนที่ผ่านมา มีการตรวจพบเชื้อไวรัสโคโรนาในเสือ 4 ตัว และสิงโต 3 ตัว ในสวนสัตว์บรองซ์ นครนิวยอร์ก ประเทศสหรัฐอเมริกา

AFP PHOTO / ZIMBABWE NATIONAL PARKS

ทรัมป์ขอศาลนับคะแนนเป็นโมฆะ ลั่นประเทศต้องการชัยชนะ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

ทรัมป์ขอศาลนับคะแนนเป็นโมฆะ ลั่นประเทศต้องการชัยชนะ – โพสต์ทูเดย์ รอบโลก (posttoday.com)

วันที่ 10 ธ.ค. 2563 เวลา 11:30 น.ทรัมป์ขอศาลนับคะแนนเป็นโมฆะ ลั่นประเทศต้องการชัยชนะโดนัลด์ ทรัมป์ เรียกร้องให้ศาลฎีกาประกาศให้ผลคะแนนจาก 4 รัฐสมรภูมิเป็นโมฆะ หลังศาลปัดคำร้องในเพนซิลเวเนีย

ซีเอ็นเอ็นรายงาน เมื่อวันที่ 9 ธ.ค. ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เรียกร้องให้ศาลฎีกาไม่นับคะแนนเสียงจาก 4 รัฐสมรภูมิที่โหวตให้โจ ไบเดน โดยขอให้คะแนนเสียงนับล้านในรัฐจอร์เจีย มิชิแกน เพนซิลเวเนีย และวิสคอนซินเป็นโมฆะ

โดยทรัมป์เรียกร้องให้ศาลไม่นับรวมผลคะแนนจากรัฐที่ “ไม่สมบูรณ์ตามรัฐธรรมนูญ” เว้นแต่ว่าจะมีการทบทวนผลการเลือกตั้งปี 2020 ใหม่อีกครั้ง

ความเคลื่อนไหวดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจากที่ศาลฎีกาปฏิเสธคำร้องของไมค์ เคลลี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากพรรครีพับลิกันที่พยายามเรียกร้องให้ศาลฎีการับรองว่าบัตรลงคะแนนเสียงทางไปรษณีย์ในรัฐเพนซิลเวเนียกว่า 2.5 ล้านใบเป็นโมฆะ โดยอ้างว่าการขยายการลงคะแนนทางไปรษณีย์เป็นการละเมิดกฎหมายของรัฐ

ทั้งนี้ การเลือกตั้งครั้งนี้มีการลงคะแนนเสียงทางไปรษณีย์จำนวนมากเนื่องจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 ขณะที่ทรัมป์ย้ำว่าการลงคะแนนทางไปรษณีย์นั้นเสี่ยงต่อการทุจริต

นอกจากนี้ทรัมป์ยังได้ขอแทรกแซงคดีในรัฐเท็กซัสเพื่อพยายามล้มชัยชนะของไบเดน โดยทรัมป์ได้ทวีตเมื่อวันที่ 9 ธ.ค. ว่า “เราจะเข้าแทรกแซงคดีในรัฐเท็กซัส (รวมถึงรัฐอื่นๆ อีกมากมาย) นี่ถือเป็นเรื่องใหญ่ ประเทศของเราต้องการชัยชนะ”

โดยคดีดังกล่าวประกาศเมื่อวันที่ 8 ธ.ค. โดยเคน แพกซ์ตัน อัยการสูงสุดของพรรครีพับลิกันแห่งรัฐเท็กซัส ขณะที่ผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายกล่าวว่าคดีในรัฐเท็กซัสมีโอกาสน้อยที่จะประสบความสำเร็จและขาดคุณสมบัติทางกฎหมาย

ทั้งนี้ ทรัมป์ได้คัดค้านผลการลือกตั้งโดยอ้างถึงการทุจริตในการลงคะแนนเสียงและการขโมยคะแนนมาเป็นเวลาหลายสัปดาห์โดยไม่มีหลักฐาน ขณะที่เจ้าหน้าที่การเลือกตั้งยืนยันว่าไม่พบหลักฐานการทุจริตดังกล่าว

We will be INTERVENING in the Texas (plus many other states) case. This is the big one. Our Country needs a victory!— Donald J. Trump (@realDonaldTrump) December 9, 2020

Photo by SAUL LOEB / AFP

เปิดผลงานหายนะจากน้ำมือคอมมิวนิสต์ หมดไปกี่ล้านชีวิต #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

เปิดผลงานหายนะจากน้ำมือคอมมิวนิสต์ หมดไปกี่ล้านชีวิต – โพสต์ทูเดย์ รอบโลก (posttoday.com)

วันที่ 09 ธ.ค. 2563 เวลา 20:32 น.เปิดผลงานหายนะจากน้ำมือคอมมิวนิสต์ หมดไปกี่ล้านชีวิตลัทธิคอมมิวนิสต์ที่บางคนขุดขึ้นส่งเสริมกันอีกครั้ง มีผลงานที่น่าสยดสยองมากมายทิ้งไว้ในหน้าประวัติศาสตร์

บางคนในยุคสมัยนี้บอกว่าเราถูกทำให้กลัวคอมมิวนิสต์เกินเหตุ ประชาชนถูกกรอกหูให้เชื่อว่าคอมมิวนิสต์เป็นปีศาจร้าย ทำให้คอมมิวนิสต์เหมือนผีสาง บางคนในยุคสมัยนี้กำลังละเลยข้อเท็จจริงอย่างหนึ่งว่าถ้าระบอบคอมมิ้วนิสต์ดีจริง มันคงไม่ล้มสลายกันเป็นระนาวเมื่อ 30 ปีที่แล้ว และประเทศคอมมิวนิสต์ที่เหลืออยู่ยังกลายพันธุ์เป็นทุนนิยมอีกต่างหาก

บางคนที่บอกว่ารัฐทำให้คนกลัว “ผีคอมคอมมิวนิสต์” พวกเขาพยายาทำให้คนกลับมามองคอมมิวนิสต์ด้วยความเอ็นดู ทั้งๆ ที่มันมีเรื่องให้น่าเห็นใจไม่มาก และอาจยิ่งชิงชังมันหากได้รู้ว่าบรรดาผู้นำและประเทศที่เคยปกครองด้วยระบอบคอมมิวนิสต์นั้นเลวร้ายแค่ไหน และมีกี่ชีวิตที่ต้องสังเวยไปเพราะความคลั่งอุดมการณ์ทางการเมืองของคนบางคน

มีหนังสือเล่มหนึ่งที่ช่วยรวบรวมผลงานการทำลายล้างของพลพรรคคอมมิวนิสต์ไว้อย่างแจ่มแจ้งชัดเจน คือหนังสือที่ชื่อ The Black Book of Communism: Crimes, Terror, Repression (หนังสือปกดำแห่งคอมมิวนิสม์ ว่าด้วยอาชญากรรม การเขย่าขวัญ และการกดทับข่มเหง) เป็นหนังสือเมื่อปี 1997 เขียนโดยนักวิชาการในยุโรปอีกหลายคนและแรกเริ่มเดิมทีตีพิมพ์เป็นภาษาฝรั่งเศส

หนังสือเล่มนี้บันทึกประวัติศาสตร์แห่งการกดขี่ทางการเมืองโดยรัฐคอมมิวนิสต์รวมถึงการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์, การประหารชีวิตโดยวิสามัญฆาตกรรม, การเนรเทศ การฆ่าประชากรในค่ายแรงงาน และความอดอยากที่สร้างขึ้นโดยน้ำมือมนุษย์

บรรณาธิการของหนังสือเล่มนี้คือ สเตฟาน กูร์ตัวส์ถึงกับระบุว่า ระบอบคอมมิวนิสต์เปลี่ยนอาชญากรรมจำนวนมากให้กลายเป็นระบบการปกครองที่เต็มไปด้วยพลัง และมีส่วนรับผิดชอบต่อจำนวนผู้เสียชีวิตมากกว่าการลงมือของลัทธินาซีหรือระบบการเมืองอื่นๆ ซึ่งข้อความนี้สร้างปัญหาอย่างมากเพราะเป็นการบอกว่าคอมมิวนิสต์อาจจะชั่วร้ายกว่านาซีเสียอีก ซึ่งการเอ่ยถึงในทำนองนี้เป็นเรื่องละเอียดอ่อนในยุโรปซึ่งการทำให้นาซีดู “ซอฟต์” ลงเป็นเรื่องที่ทำใจยอมรับได้ยาก

แต่ภาพลักษณ์ของนาซีไม่ได้อ่อนลง เพียงแต่มันยังเทียบไม่ได้กับการทำล้ายล้างของรัฐบาลคอมมิวนิสต์ต่างๆ โดยในคำนำของหนังสือระบุจำนวนผู้เสียชีวิตโดยรัฐบาลคอมมิวนิสต์มีจำนวนมากกว่า 94 ล้านคน จากสาเหตุต่างๆ ที่เกริ่นไว้ข้างต้น เมื่อนำตัวเลข 94 ล้านคนแตกออกเป็นผลงานของรัฐบางประเทศต่างๆ จะมียอดดังนี้

ในสาธารณรัฐประชาชนจีนมีคนตายเพราะรัฐบาลคอมมิวนิสต์รวม 65 ล้านคน, ในสหภาพโซเวียต 20 ล้านคน, ในกัมพูชา 2 ล้านคน, ในเกาหลีเหนือ 2 ล้านคน, ในเอธิโอเปีย 1.7 ล้านคน, ในอัฟกานิสถาน 1.5 ล้านคน, ในยุโรปตะวันออก 1 ล้านคน, ในเวียดนาม 1 ล้านคน, ในละตินอเมริกา 150,000 คน และอีก 10,000 คนจากน้ำมือของขบวนการคอมมิวนิสต์สากลและฝ่ายคอมมิวนิสต์ที่ยังไม่มีอำนาจ

ถึงแม้ว่าหนังสือเล่มนี้จะระบุว่าจีนเป็นประเทศที่มีคนล้มตายเพราะระบอบคอมมิวนิสต์มากที่สุด แต่กลับมีบทเดียวที่อุทิศให้กับหายนะในจีน (บทที่ 21. China: A Long March into Night โดย Jean-Louis Margolin) เท่ากับการสำรวจหายนะของรัฐบาลคอมมิวนิสต์ในเกาหลีเหนือ, เวียดนาม และกัมพูชา ส่วนใหญ่ของหนังสือเล่มนี้เน้นไปที่การทำลายล้างที่เกิดขึ้นในสหภาพโซเวียตมากกว่าถึง 15 บทจากทั้งหมด 27 บท

สหภาพโซเวียตโดยเฉพาะในช่วงที่อยู่ภายใต้การกุมอำนาจของสตาลิน เป็นยุคสมัยที่ที่มีความย้อนแยงกันในตัว ขณะที่โซเวียตผงาดขึ้นมาเป็นมหาอำนาจใหม่แต่ภายในกลับเต็มไปด้วยการกวาดล้าง จัดระเบียบ ข่มขู่ ขับไล่ การสังหารหมู่ แค่เล็งเห็นคนๆ หนึ่งอาจกระด้างกระเดื่องหรืออาจเป็นเสี้ยนหนามคนๆ นั้นก็อาจถึงแก่ชีวิตหรืออย่างน้อยๆ ถูกส่งไปค่ายกักกันซึ่งโอกาสรอดก็มีน้อยอยู่ดี

ไม่เฉพาะการกดขี่ปัจเจกชน สตาลินยังก้าวไปอีกขั้นด้วยการกวาดล้างชนชาติทั้งชนชาติ โดยทำการอพยพชนชาติหนึ่งๆ จากถิ่นกำเนิดของพวกเขาไปยังอีกถิ่นหนึ่งที่ห่างไกลเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดความกระด้างกระเดื่อง ตัวอย่างเช่น การอพยพชาวเกาหลีจากภาคตะวันออกไกลแถวๆ เกาหลีเหนือย้ายไปยังเอเชียกลางแถบคาซักสถาน-อุซเบกิสถาน เป็นการ “อพยพย้ายถิ่นทั้งชนชาติ” ที่โหดร้ายทารุณมาก เพราะสตาลินระแวงว่าเกาหลีเหล่านี้อาจเป็นสายลับให้ญี่ปุ่น ซึ่งเป็นศัตรูของโซเวียตในเวลานั้น

สตาลินยังสั่งอพยพชาวเยอรมันในแถบโวลก้า, ชาวไครเมียตาตาร์ ชาวดอนคอสแซค และชาวเชนเชนและอินกุช ทั้งหมดถูกมองว่าเป็นภัยคุกคามต่อความมั่นคง เรียกว่า “มาตรการย้ายถิ่นฐานเชิงป้องกัน” เพราะถูกมองว่าเป็น “ศัตรูของประชาชน” บางกรณีเป็น “มาตรการย้ายถิ่นเชิงลงโทษ” โทษฐานร่วมมือกับชาติศัตรู ผู้คนหลายล้านต้องพลัดบ้านเกิดเมืองนอนไปอยู่ที่ห่างไกลที่ไม่เคยคิดแม้แต่จะเหยียบย่างไป

โซเวียตยังดำเนินนโยบายทางเศรษฐกิจที่ผิดพลาด ตามแนวคิดของลัทธิคอมมิวนิสต์จะมีการยึดทกุอย่างเป็นของรัฐ ไม่มีทรัพย์สินส่วนบุคคล ดังนั้นที่ดินการทำเกษตรจึงเป็นที่ดิน “นารวม” ทุกคนร่วมแรงกันทำงานในที่ดินของรัฐ ผลผลิตได้มาเป็นของรัฐ ประชาชนได้สิทธิส่วนที่รัฐแบ่งเท่านั้น ไม่ได้วัดกันว่าใครทำได้มากได้มาก

การทำแบบนี้บางครั้งทำให้เกิดภาวะอดอยากรุนแรง เช่น ภาวะอดอยากระหว่างปี 1921–22 มีคนตาย 5 ล้านคนบางคนถึงกับต้องกินเนื้อคนด้วยกันองเพื่อเอาชีวิตรอด สาเหตุมาจากหลายปัจจัยตั้งแต่ความวุ่นวายหลังการปฏิวัติรัสเซีย จากสงครามกลางเมือง

ถึงแม้ว่าจะมีสาเหตมาจากความวุ่นวาย แต่ผู้นำโซเวียต (ในขณะนั้นคือเลนิน) ใช้โอกาสที่เกิดภัยอดอยากเป็นข้ออ้างในการยึดทรัพย์สินของศาสนจักร เนื่องจากศาสนจักรถือครองที่ดินและใช้แรงงานเกษตรเป็นแรงงานไพร่ติดที่ดินแบบยุคกลาง

ในปี 1932 – 1933 เกิดภัยอดอยากครั้งใหญ่ที่เรียกว่า “อภิมมหาทุพภิกขภัย” ในยูเครนมีคนตายประมาณ 3.5 ล้านคน แต่บางแห่งก็ว่าตายถึง 12 ล้านคน เหตุการณ์นี้ถือเป็นผลงานโดยตรงของสตาลิน เนื่องจากการทำนารวมและยึดผลผลิตเป็นของรัฐทำให้ประชาชนที่ทำนาไม่ได้ผลของการลงแรงโดยตรง แต่ต้องรับการปันส่วนจากรัฐ

ปรากฎว่าผลผลิตปี 1932 ต่ำมากเกือบครึ่งหนึ่งจากปีก่อน ทำให้รัฐปันส่วนผลผลิตให้ประชาชนน้อยลง โดยเฉพาะในเขตเมืองซึ่งไม่ได้ทำการเพาะปลูกถูกตัดปันส่วนฮวบฮาบและลดลงเรื่อยๆ จนกลายเป็นภาวะอดอยาก ในขณะเดียวกันรัฐก็พยายามโยนความผิดให้เกษตรกรในชนบทโดยฉายภาพยนต์สารคดีจอมปลอมที่ใส่ร้ายเกษตรกรว่าเก็บผลผลิตไว้กินเองโดยไม่ให้คนงานในเมืองได้กินกัน

นี่คือผลจากวิธีคิดของลัทธิมาร์กซ์ที่มองว่าแรงงานในเมืองในภาคอุตสาหกรรมคือแรงขับเคลื่อนทางการเมือง แต่เกษตรกรไม่ใช่พลังที่จะหลัก ดังนั้นจึงเป็นเรื่องง่ายที่รัฐบาลจะป้ายสีให้ประชาชน 2 กลุ่มแตกคอกันหรือเพื่อให้ประชาชนที่เป็นแรงงานไม่ลุกฮือต่อต้านรัฐบาล

นอกจากนี้ยังเป็นการปราบรามเกษตรกรที่ทำการลุกฮือจต่อต้านรัฐบาลคอมมิวนิสต์ที่ยึดผลผลิตไปและบังคับให้พวกเขาทำนารวม ในปี 1930 นั้นรัฐบาลยังยึดผลผลิตอย่างเข้มงวดขึ้นเพื่อเร่งส่งออกข้าวสาลีทั้งๆ ที่อาจจะกระทบต่อปากท้องประชาชน และคาดโทษเกษตรกรว่าหากกักตุนอาหารจะมีโทษถึงประหารชีวิต

อีกสาเหตุหนึ่งที่ถูกพูดถึงกันมากคือพื้นที่ประสบภัยคือประเทศยูเครน โซเวียตต้องการจะกำราบไม่ให้คนเครนกู้ชาติตัวเองจึงใช้วิธีนี้บ่อนทำลาย ไม่เพียงแต่ยึดผลผลิตชาวนายูเครน แต่ยังยึดทรัพย์สิน และสั่งอพยพไปอยู่ไซบีเรีย ส่วนคนที่ยังอยู่ที่บ้านเกิดก็ห้ามหนีตายจากภัยอดอยาก ใครที่หนีได้รับคำสั่งให้ยิงทิ้งได้ทันที

ดังนั้น บางประเทศจึงระบุว่าภัยครั้งนี้คือการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์และเป็นน้ำมือของสตาลิน ผู้นำสูงสุดของโซเวียต

ผลงานที่ขึ้นชื่อลือชาที่สุดของพลพรรคโซเวียตคือการกวาดล้างฝ่ายตรงข้ามทางการเมือง ในเหตุการณ์ที่เรียกว่า Great Purge หรือการกวาดล้างครั้งใหญ่ระหว่างปี 1936 – 1938 ซึ่งรวมถึงการกวาสดล้างชาวนามีเงิน การฆ่าล้าเงผ่าพันธุ์เชื้อชาติต่างๆ การขับไล่สมาชิกพรรคคอมมิวนิสต์ด้วยกันเอง แม้แต่ระดับบัญชาการของกองทัพแดง มีทั้งการปลดจากตำแหน่ง ดำเนินคดีโดยไม่เป็นธรรม หรือประหารชีวิตโดยปราศจากหลักฐานชัดเจน คาดว่ามีคนตายเพราะนโยบายนี้ของสตาลินถึง 950,000 – 1.2 ล้านคน

เหตุกาณรณ์ที่เป็นไฮไลท์ในช่วงนี้คือการตั้งศาลแห่งมอสโก (Moscow Trials) ซึ่งเป็นการพิจารณาคดีต่อสาธารณเพื่อสร้างความหวาดกลัวและทำให้เสียชื่อเสียงต่อจำเลย ผู้ที่ขึ้นศาลส่วนใหญ่เป็นสมาชิกพรรคคอมมิวนิสต์นั่นเองโดยเฉาะกลุ่มที่ร่วมทำการปฏิวัติมาตั้งแต่แรก โดยสตาลินป้ายสีคนเหล่านี้ว่าเป็นปฏิปักษ์ต่อการปฏิวัติหรือเป็นฝ่ายขวาหรืออ้างว่าสมคบกับชาติตะวันตกเพื่อจะลอบสังหารสตาลิน แต่สตาลินมองว่าคนเหล่านี้อาจเป็นภัยคุกคามต่อเขาโดยอาจกลายเป็นผู้นำการลุกฮือต้านเขาที่ดำเนินนโยบายเศรษฐกิจและการเกษตรที่สร้างความทุกข์ยากให้ประชาชน

นี่เป็นเพียงส่วนน้อยของความน่าสยดสยองที่เกิดขึ้นในประเทศคอมมิวนิสต์ในช่วงที่เกิดภาวะ “ซ้ายจัด” การผงาดขึ้นมาของสตาลินยังตอกย้ำว่าลัทธิคอมมิวนิสต์แปรสภาพเป็นเผด็จการที่โหดเหี้ยมได้ง่ายมาก

เนื่องจากลัทธิคอมมิวนิสต์ต้องการสร้างสังคมที่เท่าเทียมกัน แต่ไม่ใช้โดยวิธีการค่อยเป็นค่อยไป ดังนั้นรัฐบาลปฏิวัติจึงต้องทำการฆ่าล้างชนชั้น (Classicide) โดยขเฉพาะชนชั้นในสังคมที่มั่งมีมากกว่า มีอิทธิพลมากกว่า หรือบางทีไม่มีอะไรมากไปกว่า “อาจจะเป็นภัยคุกคาม” ต่อตัวผู้นำเองไม่ใช่ต่อลัทธิคอมมมิวนิสต์หรือประเทศชาติเลย

เราจะเห็นได้จากกรณีของโซเวียตมีการปลงพระชนม์พระเจ้าซาร์นิโคลัสที่ 2 และพระบรมวงศ์อย่างเหี้ยมโหดรวมถึงจับกุมและสังหารสมาชิกราชวงศ์ มีการกวาดล้างชนชั้นนายทุนนักธุรกิจ ตามด้วยทำลายศาสนา จับกุมและฆ่าบาทหลวง แม้แต่ชาวนาที่มีอันจะกินก็ไม่รอด ถูกยึดทรัพย์แล้วส่งไปอยู่ในดินแดนไกลโพ้น

ในจีนมีการตั้งศาลประชาชนพิจารณาโทษของผู้ที่มีที่ดินมาก หรือที่เรียกว่า “เจ้าที่ดิน” และทำการประหารคนเหล่านี้ไปถึง 2 – 3 ล้านคน ในช่วงที่มีการปฏิรูปที่ดินครั้งใหญ่เพื่อแจกจ่ายที่ดินให้ประชาชนได้ทั่วถึง ในเวียดนามการปฏิรูปที่ดินทำให้มีการประหารเจ้าที่ดินไปถึง 200,000 คน

นี่คือราคาที่ต้องจ่ายไปด้วยชีวิตของการสร้างสังคมที่คนทุกคนเท่ากัน แต่จริงๆ แล้วในประเทศคอมมิวนิสต์ก็ไม่มีใครเท่ากัน และสังคมคนเท่ากันที่พวกเขาอยากจะสร้างขึ้นมายังพังทลายไม่เป็นท่าในเวลาไม่กี่สิบปีอีกด้วย

บทความโดย กรกิจ ดิษฐาน

Photo by VYACHESLAV OSELEDKO / AFP

มทรส. สนองพระราชดำริ พระเจ้าหลานเธอ ฝึกอาชีพผู้ต้องขังโครงการกำลังใจ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

มทรส. สนองพระราชดำริ พระเจ้าหลานเธอ ฝึกอาชีพผู้ต้องขังโครงการกำลังใจ (komchadluek.net)

มทรส. สนองพระราชดำริ พระเจ้าหลานเธอ ฝึกอาชีพผู้ต้องขังโครงการกำลังใจ

มทรส. สนองพระราชดำริ พระเจ้าหลานเธอ ฝึกอาชีพผู้ต้องขังโครงการกำลังใจ

10 ธันวาคม 2563 – 12:10 น.

มทรส. สนองพระราชดำริ พระเจ้าหลานเธอ ฝึกอาชีพผู้ต้องขังโครงการกำลังใจ

วันนี้( 10 ธ.ค. 2563 ) นายไพศาล บุรินทร์วัฒนา อธิการบดี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลสุวรรณภูมิ (มทรส.) เปิดเผยว่า พระเจ้าหลานเธอพัชรกิติยาภา ทรงมีพระราชดำริจัดให้มีโครงการกำลังใจ เพื่อสนับสนุนการเตรียมคนซึ่งเป็นผู้ต้องขังที่มีความประพฤติดี ได้รับโอกาสในการฝึกอาชีพเพื่อสามารถนำความรู้ ทักษะแต่ละสาขาอาชีพ ไปประกอบอาชีพหลังจากการพ้นโทษ

อ่านข่าว :   มีข่าวดีๆมาบอก..วิศว มทร.สุวรรณภูมิ เจ๋ง ติดตั้งระบบไฟฟ้า ประหยัดเกือบ 9 ล้าน

ซึ่งทาง มทรส. นอกจากทำหน้าที่ในการจัดการเรียนการสอน ทำวิจัยและทำนุบำรุงศาสนาแล้ว ภารกิจหลักที่สำคัญอีกประการหนึ่งคือ มีหน้าที่ให้บริการทางวิชาการแก่สังคมด้วย เนื่องจากมีความพร้อมด้านเครื่องไม้เครื่องมือ อุปกรณ์ด้านต่าง ๆ ของแต่ละคณะ

รวมทั้ง ความพร้อมของบุคลากรของ คณาจารย์ต่าง ๆ ซึ่งมีความเชี่ยวชาญ ความรู้ที่หลากหลาย ทั้งด้านการเกษตร ด้านอุตสาหกรรม ด้านบริหารธุรกิจ ด้านเทคโนโลยี เป็นต้น

ดังนั้น มทรส. จึงเข้าร่วมเป็นเครือข่ายโครงการกำลังใจในพระราชดำริ ดังกล่าว พร้อมจัดทำแผนโครงการฝึกอบรมให้กับผู้ต้องขังในเรือนจำต่าง ๆ ที่ มทรส. จัดตั้งอยู่นั้นๆ ทั้งในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา นนทบุรี สุพรรณบุรี และจังหวัดใกล้เคียงด้วย

นายธีรพล ขุนเมือง อดีตอธิบดีกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน(กพร.)กรรมสภามหาวิทยาลัยผู้ทรงคุณวุฒิ มทรส. กล่าวต่อไปว่า เพื่อให้การฝึกอาชีพแก่ผู้ต้องขังภายใต้โครงการนี้เกิดผลสัมฤทธิ์และมีประสิทธิภาพ สามารถนำความรู้ความสามารถไปประกอบอาชีพ อยู่ร่วมกับสังคมด้วยความภาคภูมิใจจึงร่วมกับกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน (กพร.) ในการฝึกอาชีพร่วมกันด้วย

ซึ่งบางสาขาอาชีพที่มีการฝึกอบรม จะให้มีการทดสอบมาตรฐานฝีมือแรงงานแห่งชาติด้วย และบางสาขาวิชาจะเป็นการฝึกร่วมกัน เมื่อผ่านการฝึกจบจะได้รับประกาศนียบัตรจาก มทรส. และหนังสือรับรองจาก กพร. ด้วย เพื่อการันตีถึงทักษะฝีมือหลังผ่านการอบรม ซึ่งจะสร้างความมั่นใจแก่ผู้ใช้บริการด้วย

สำหรับหลักสูตรการฝึกแต่ละคณะของ มทรส. ประกอบด้วยคณะครุศาสตร์อุตสาหกรรม เน้นการฝึกงานซ่อมเครื่องยนต์เล็กและอาชีพช่างตัดผมชาย คณะเทคโนโลยีการเกษตรและอุตสาหกรรมเกษตร เน้น การเกษตรและแปรรูป คณะบริหารธุรกิจฯ

เน้นการใช้ข้อมูลทางบัญชีเพื่อวางแผนอาชีพ คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เน้นการผลิตผลิตภัณฑ์จากธรรมชาติ คณะวิศวกรรมและสถาปัตยกรรมศาสตร์ อบรมช่างเชื่อมอาร์กโลหะด้วยมือ และช่างไฟฟ้าภายในอาคาร

สำหรับคณะศิลปศาสตร์ เน้นงานบริการ อาทิ ธุรกิจกาแฟ แต่งหน้าเค้ก ภาษาจีนกลาง ภาษาอังกฤษ เป็นต้น ซึ่งการฝึกอาชีพภายใต้โครงการนี้ นอกจากผู้ต้องขังสามารถกลับสู่สังคมด้วยความมั่นใจแล้ว นักศึกษาจะได้ร่วมปฏิบัติงานจริง และมีส่วนร่วมในการช่วยเหลือสังคม โดยคาดว่าจะเริ่มดำเนินการในเดือน มกราคม 2564 เป็นต้นไป

มทรส. สนองพระราชดำริ พระเจ้าหลานเธอ ฝึกอาชีพผู้ต้องขังโครงการกำลังใจ
มทรส. สนองพระราชดำริ พระเจ้าหลานเธอ ฝึกอาชีพผู้ต้องขังโครงการกำลังใจ
มทรส. สนองพระราชดำริ พระเจ้าหลานเธอ ฝึกอาชีพผู้ต้องขังโครงการกำลังใจ

เช็กที่นี่ ‘ผอ.องค์การอนามัยโลก’ นำแสดงปาฐกกถา ปัญหาโควิด แบบออนไลน์ @มหิดล #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

เช็กที่นี่ ‘ผอ.องค์การอนามัยโลก’ นำแสดงปาฐกกถา ปัญหาโควิด แบบออนไลน์ @มหิดล (komchadluek.net)

เช็กที่นี่ ‘ผอ.องค์การอนามัยโลก’ นำแสดงปาฐกกถา ปัญหาโควิด แบบออนไลน์ @มหิดล

เช็กที่นี่ 'ผอ.องค์การอนามัยโลก' นำแสดงปาฐกกถา ปัญหาโควิด แบบออนไลน์ @มหิดล

10 ธันวาคม 2563 – 10:55 น.

ผอ.องค์การอนามัยโลก นำแสดงปาฐกกถาแบบออนไลน์ร่วมด้วยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญของไทย ร่วมถกปัญหาการแพร่ระบาดโควิด-19 และโรคติดเชื้ออื่นๆ ในงานประชุมวิชาการนานาชาติ JITMM ที่ม.มหิดล ระหว่างวันที่ 15-16 ธ.ค.63

วันนี้ (10 ธ.ค.  2563 ) ผู้ช่วยศาสตราจารย์ นายแพทย์วีระพงษ์ ภูมิรัตนประพิณ คณบดีคณะเวชศาสตร์เขตร้อน มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวในฐานะประธานคณะกรรมการจัดการประชุมวิชาการนานาชาติเวชศาสตร์เขตร้อน (JITMM) ว่า ระหว่างวันที่ 15 – 16 ธันวาคม 2563 คณะเวชศาสตร์เขตร้อน มหาวิทยาลัยมหิดล จะเป็นเจ้าภาพจัดประชุมวิชาการนานาชาติเวชศาสตร์เขตร้อน JITMM 2020

อ่านข่าว : “มหิดล”แชมป์มหาวิทยาลัยอันดับ1ของไทย

โดยในปีนี้จัดในรูปแบบออนไลน์ครั้งแรก ภายใต้หัวข้อ “การควบคุมโรคเขตร้อนท่ามกลางการแพร่ระบาดของ COVID-19” เพื่อขยายโอกาสให้บุคลากรทางการแพทย์ทั่วโลกได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้เรื่องโรคเขตร้อน โรคติดเชื้อต่างๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในภาวะการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส COVID-19 ที่ทั่วโลกกำลังเผชิญ

ซึ่งที่ผ่านมาการประชุมวิชาการนานาชาติ JITMM จัดมาแล้ว 25 ปี โดยเป็นการจัดประชุมวิชาการทางด้านโรคเขตร้อนที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งในการประชุมครั้งนี้ได้รับเกียรติจาก ดร.ทีโดรส อัดฮานอม เกเบรเยซุส (Dr.Tedros Adhanom Ghebreyesus) ผู้อำนวยการใหญ่องค์การอนามัยโลก (WHO) นำแสดงปาฐกถา

ศาสตราจารย์วิจัย ดร.เจตสุมน ประชุมศรี ประธานคณะกรรมการด้านวิทยาศาสตร์ JITMM 2020 กล่าวเสริมว่า การประชุมวิชาการนานาชาติ JITMM ในครั้งนี้ นอกจากจะได้รับเกียรติจากผู้อำนวยการใหญ่องค์การอนามัยโลก (WHO) นำแสดงปาฐกถาแล้ว ยังได้รับเกียรติจาก ศาสตราจารย์ นายแพทย์เซอร์นิโคลัส ไวต์ Professor Sir Nicholas J. White ซึ่งเป็นแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคเขตร้อนระดับโลก ผู้คิดค้นและพัฒนายารักษาโรคมาลาเรียประสิทธิภาพสูง ซึ่งใช้ควบคุมการระบาดของโรคมาลาเรียทั่วโลก

โดย ศาสตราจารย์ นายแพทย์เซอร์นิโคลัส ไวต์ ได้รับพระราชทานรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหิดล ประจำปี 2553 สาขาการแพทย์ ปัจจุบันดำรงตำแหน่งศาสตราจารย์เวชศาสตร์เขตร้อน มหาวิทยาลัยมหิดล และมหาวิทยาลัยออกซ์ฟอร์ด สหราชอาณาจักร

การประชุมวิชาการออนไลน์ JITMM 2020 ได้รับการสนับสนุนหลักจากกระทรวงสาธารณสุข โดยเปิดโอกาสให้แพทย์ที่สนใจเข้าร่วม และสามารถเก็บคะแนน CME ได้ตามกำหนดของแพทยสภา มีหลายหัวข้อที่น่าสนใจเกี่ยวกับ COVID-19 อาทิ “การใช้ยาคลอโรควิน และไฮดรอซีคลอโรควิน เพื่อการป้องกัน COVID-19” (Cloroquine and hydroxychloroquine for COVID-19 prophylasis)

“การจัดการทางคลินิกของ COVID-19″ (Clinical management of COVID-19) “มุมมองการวิจัย เฝ้าระวัง และการรักษา COVID-19” (Perspectives on COVID-19 research, surveilliance, and treatments) “การควบคุมโรคเขตร้อนท่ามกลางการแพร่ระบาดของ COVID-19” (Tropical disease controls amid the COVID-19 pandemic) และ “COVID-19 เวชศาสตร์การท่องเที่ยว และอื่นๆ” (COVID-19, travel medicine, others) เป็นต้น

โดยใช้ภาษาอังกฤษเป็นภาษาหลักในการจัดประชุมวิชาการ และมีบางหัวข้อบรรยายเป็นภาษาไทย ซึ่งผู้สนใจสามารถติดตามรายละเอียดได้ที่ Facebook: Joint International Tropical Medicine Meeting

เช็กที่นี่ 'ผอ.องค์การอนามัยโลก' นำแสดงปาฐกกถา ปัญหาโควิด แบบออนไลน์ @มหิดล

ศาสตราจารย์วิจัย ดร.เจตสุมน ประชุมศรี

เช็กที่นี่ 'ผอ.องค์การอนามัยโลก' นำแสดงปาฐกกถา ปัญหาโควิด แบบออนไลน์ @มหิดล

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ นายแพทย์วีระพงษ์ ภูมิรัตนประพิณ

เช็กที่นี่ 'ผอ.องค์การอนามัยโลก' นำแสดงปาฐกกถา ปัญหาโควิด แบบออนไลน์ @มหิดล
เช็กที่นี่ 'ผอ.องค์การอนามัยโลก' นำแสดงปาฐกกถา ปัญหาโควิด แบบออนไลน์ @มหิดล