จีนเรียกร้องสหรัฐมาเจรจากันใหม่หลังเปลี่ยนผู้นำ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

จีนเรียกร้องสหรัฐมาเจรจากันใหม่หลังเปลี่ยนผู้นำ – โพสต์ทูเดย์ รอบโลก (posttoday.com)

วันที่ 07 ธ.ค. 2563 เวลา 16:57 น.จีนเรียกร้องสหรัฐมาเจรจากันใหม่หลังเปลี่ยนผู้นำมาคุยกันดีกว่า จีนเรียกร้องให้มีการเจรจาใหม่กับสหรัฐหลังจากไบเดนชนะเลือกตั้ง

เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมานักการทูตระดับสูงของจีนเรียกร้องให้มีการเริ่มต้นการเจรจากับรัฐบาลใหม่ของสหรัฐที่นำโดยว่าที่ประธานาธิบดีโจ ไบเดน เนื่องจากความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศมหาอำนาจเศรษฐกิจที่ใหญ่ที่สุดในโลกทั้งอสงประเทศยังร้าวฉาน

หวังอี้ รัฐมนตรีต่างประเทศของจีนกล่าวระหว่างการหารือผ่านทางวิดีโอกับคณะกรรมการของสภาธุรกิจสหรัฐ – จีน (USCBC) เมื่อวันจันทร์ว่า “ทั้งสองฝ่ายควรทำงานร่วมกัน”

“เราจำเป็นต้องพยายามเริ่มการสนทนาใหม่ กลับมาให้ถูกทางและสร้างความไว้วางใจซึ่งกันและกันในระยะต่อไปของความสัมพันธ์จีน – สหรัฐ” หวังอี้กล่าว

ความคิดเห็นของหวังอี้มีขึ้นไม่กี่วันหลังจากที่รัฐบาลประกาศมาตรการจำกัดการเดินทางมายังสหรัฐของสมาชิกพรรคคอมมิวนิสต์จีนที่เกี่ยวข้องกับข้อกล่าวหาเรื่องการละเมิดสิทธิมนุษยชนในซินเจีย ซึ่งนี่เป็นหนึ่งกรณีที่ทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างทั้งสองประเทศตกต่ำถึงจุดต่ำสุดในรอบหลายทศวรรษ

นอกจากนี้ สหรัฐยังเตรียมคว่ำบาตรเจ้าหน้าที่จีนอย่างน้อยสิบกว่าคนฐานที่มีส่วนเกี่ยวข้องในการตัดสิทธิ์สมาชิกสภานิติบัญญัติฝ่ายค้านในฮ่องกง

ไม่เฉพาะแค่นั้น ความสัมพันธ์ของจีนกับพันธมิตรของสหรัฐโดยเฉพาะอย่างยิ่งออสเตรเลียก็เสื่อทรามลงมากในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา

ท่ามกลางกรณีพิพาทที่เพิ่มมากขึ้นระหว่างรัฐบาลจีนและออสเตรเลีย เจ้าหน้าที่อาวุโสของจีนได้จุดประกายความไม่พอใจเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว เมื่อเขาทวีตภาพทหารออสเตรเลียถือมีดเปื้อนเลือดไปที่ลำคอของเด็กชาวอัฟกัน

แต่ดูเหมือนว่าหวังอี้จะแสดงท่าทีประนีประนอมมากขึ้นโดยกล่าวว่าทั้งสองฝ่ายควรทำงานเพื่อ “ขยายฉันทามติ” และความร่วมมือ

“สำหรับปัญหาที่ไม่สามารถแก้ไขได้ในทันทีนั้นเราจำเป็นต้องรักษาท่าทีที่สร้างสรรค์ในการจัดการสถานการณ์เพื่อหลีกเลี่ยงการทวีความรุนแรงและการทำให้สถานการณ์โดยรวมของความสัมพันธ์จีน – สหรัฐตึงเครียดขึ้น” หวังอี้กล่าว

Photo by KIM Min-Hee / POOL / AFP

ช่วงหยุดยาว ‘หมอโอภาส’ แนะ เตรียม ‘คน-รถ’ ให้พร้อมก่อนเดินทางไกล #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

ช่วงหยุดยาว ‘หมอโอภาส’ แนะ เตรียม’คน-รถ’ให้พร้อมก่อนเดินทางไกล (komchadluek.net)

ช่วงหยุดยาว ‘หมอโอภาส’ แนะ เตรียม’คน-รถ’ให้พร้อมก่อนเดินทางไกล

ช่วงหยุดยาว 'หมอโอภาส' แนะ เตรียม'คน-รถ'ให้พร้อมก่อนเดินทางไกล

8 ธันวาคม 2563 – 14:40 น.

ช่วงหยุดยาว “หมอโอภาส” แนะ เตรียม’คน-รถ’ให้พร้อมก่อนเดินทางไกล เน้นย้ำให้ผู้ขับขี่เตรียมร่างกายให้พร้อม พักผ่อนให้เพียงพอ ไม่ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทุกชนิดหรือทานยาที่ทำให้ง่วง เช่น ยาลดน้ำมูก ยาภูมิแพ้ ยาแก้ไอ เป็นต้น และปฏิบัติตามกฎจราจรอย่างเคร่งครัด

วันนี้ (8 ธันวาคม 2563) นายแพทย์โอภาส การย์กวินพงศ์ รักษาราชการแทนอธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า ในช่วงวันที่ 10-13 ธันวาคม 2563 นี้ เป็นช่วงหยุดยาว ซึ่งประชาชนมักจะเดินทางกลับภูมิลำเนาหรือไปท่องเที่ยวตามสถานที่ต่างๆ จึงขอเน้นย้ำผู้ที่ขับขี่ทั้งรถยนต์และรถจักรยานยนต์ เตรียมความพร้อมทั้งคนขับและยานพาหนะให้พร้อมก่อนออกเดินทาง เพื่อลดความเสี่ยงจากการเกิดอุบัติเหตุบนท้องถนน

อ่านข่าว : เช็คด่วน ฟรีค่าทางด่วน 2 วัน 3 เส้นทาง

สำหรับวิธีการเตรียมความพร้อมในการเดินทางไกล มีดังนี้ 1.การเตรียมคนขับ ซึ่งเป็นคนที่ต้องดูแลชีวิตของคนบนรถ นอกจากตัวเองและผู้โดยสารบนรถ อาจส่งผลไปยังผู้ร่วมทางด้วย โดยผู้ขับควรวางแผนการเดินทาง และศึกษาเส้นทางเพื่อให้ง่ายและรวดเร็วขึ้น

เตรียมความพร้อมสภาพร่างกาย พักผ่อนให้เพียงพอ ไม่ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทุกชนิดหรือทานยาที่ทำให้ง่วง เช่น ยาลดน้ำมูก ยาภูมิแพ้ ยาแก้ไอ เป็นต้น และหาข้อมูลจุดบริการของหน่วยงานที่อำนวยความสะดวกแก่ประชาชนในระหว่างเส้นทางของแต่ละจังหวัดที่เดินทาง

นอกจากนี้ แนะนำให้ผู้ขับควรหยุดพักรถทุก 150 กิโลเมตร หรือทุก 2 ชั่วโมง เพื่อให้ผู้ขับผ่อนคลายความอ่อนเพลียเมื่อยล้า ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญของการหลับใน

2.การเตรียมรถ ขอให้ประชาชนตรวจสอบสภาพรถ ตรวจเช็คลมยาง ไฟส่องสว่างและไฟเลี้ยว ตรวจระบบเบรกให้มีความสมบูรณ์และใช้งานได้เต็มประสิทธิภาพ ตรวจสอบน้ำกลั่นในหม้อแบตเตอรี่ เติมน้ำมันเครื่องให้พร้อม และควรมีเครื่องมือประจำรถและอะไหล่ต่างๆ สำรองติดรถไว้

หากเป็นรถเช่าควรเลือกรถที่จดทะเบียนถูกต้อง มีการติดตั้งอุปกรณ์เพื่อความปลอดภัย เลือกรถให้เหมาะสมกับการเดินทาง ขับรถด้วยความระมัดระวัง ปฏิบัติตามกฎหมายจราจรและกฎหมายควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์อย่างเคร่งครัด

นายแพทย์โอภาส แนะนำประชาชนผู้เดินทางกลับภูมิลำเนาหรือไปท่องเที่ยว ในช่วงการแพร่ระบาดของโรคโควิด 19 ให้ปฏิบัติตามมาตรการป้องกันโรคอย่างเคร่งครัด โดยการสวมหน้ากากผ้าหรือหน้ากากอนามัย ล้างมือด้วยน้ำและสบู่ หรือเจลแอลกอฮอล์ แยกสิ่งของเครื่องใช้ เว้นระยะห่างระหว่างบุคคล

และลงทะเบียนแอปพลิเคชัน “ไทยชนะ” ทุกครั้งก่อนเข้าและออกสถานที่ท่องเที่ยว ทั้งนี้ ขอให้ประชาชนทุกคน เดินทางกลับโดยสวัสดิภาพ ปฏิบัติตามกฎจราจร ขับรถอย่างมีสติ ดื่มไม่ขับ โทรไม่ขับ ไม่แชท และง่วงไม่ขับ

ช่วงหยุดยาว 'หมอโอภาส' แนะ เตรียม'คน-รถ'ให้พร้อมก่อนเดินทางไกล

ที่สำคัญต้องคาดเข็มขัดนิรภัยและสวมหมวกนิรภัยทุกครั้งเมื่อขับขี่ยานพาหนะ หากพบเห็นอุบัติเหตุให้รีบโทรแจ้งขอความช่วยเหลือจากทีมแพทย์กู้ชีพ โทร.1669 สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่สายด่วนกรมควบคุมโรค โทร.1422

‘นพ.ธเรศ’ เผยปี 62 ไทยโกยรายได้ทะลุกว่า 4,500 ล้านบาทจากการรักษาผู้มีบุตรยาก #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

‘นพ.ธเรศ’ เผยปี 62 ไทยโกยรายได้ทะลุกว่า 4,500 ล้านบาทจากการรักษาผู้มีบุตรยาก (komchadluek.net)

‘นพ.ธเรศ’ เผยปี 62 ไทยโกยรายได้ทะลุกว่า 4,500 ล้านบาทจากการรักษาผู้มีบุตรยาก

'นพ.ธเรศ' เผยปี 62 ไทยโกยรายได้ทะลุกว่า 4,500 ล้านบาทจากการรักษาผู้มีบุตรยาก

8 ธันวาคม 2563 – 10:00 น.

“นพ.ธเรศ” อธิบดี สบส.เผยปี 62 ไทยโกยรายทะลุกว่า 4,500 ล้านบาท จากการรักษาผู้มีบุตรยาก เดินหน้าพัฒนาสถานพยาบาลรักษาผู้มีบุตรยากทั้ง 102 แห่งทั่วประเทศ ตอบโจทย์คู่สมรส ลดปัญหาอัตราเกิดรองรับสังคมผู้สูงอายุ

วันนี้(8 ธ.ค.2563) นายแพทย์ธเรศ กรัษนัยรวิวงค์ อธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (กรม สบส.) กระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า ปัจจุบัน หลายประเทศมีอัตราการเจริญพันธุ์หรือค่าเฉลี่ยการมีบุตรของผู้หญิงลดลงอย่างต่อเนื่อง ซึ่งประเทศไทยเองก็เป็นหนึ่งในประเทศที่ต้องเผชิญกับสถานการณ์ดังกล่าว

อ่านข่าว : ทลายอุ้มบุญข้ามชาติ รวบนายทุนผัวเมียจีน

โดยพบว่าสถิติทางสาธารณสุขของอัตราเจริญพันธุ์รวม (Total Fertility Rate – TFR) ของประเทศไทยลดลง เหลือเพียง 1.5 และมีแนวโน้มลดลงเรื่อยๆ ส่งผลให้ในอนาคตประเทศไทยจะประสบกับปัญหาการขาดแคลนแรงงานจากการก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ ทำให้คู่สมรสหลายคู่ต้องหันมาพึ่งพิงเทคโนโลยีทางการแพทย์

ซึ่งในจุดนี้ประเทศไทยถือว่าเป็นหนึ่งในประเทศที่มีความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีทางการแพทย์เป็นอันดับต้นๆของโลก โดยเฉพาะเทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์ทางการแพทย์ของประเทศไทยที่ได้รับการยอมรับจากนานาชาตินั้น

จากการสำรวจเชิงสถิติของกรม สบส.พบว่าในปี พ.ศ.2562 การให้บริการเทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์ทางการแพทย์ สามารถสร้างรายได้ให้ประเทศกว่า 4,500 ล้านบาท ซึ่งที่ผ่านมากรม สบส.เป็นหน่วยงานหลักในการดำเนินงานตามพระราชบัญญัติคุ้มครองเด็กที่เกิดโดยอาศัยเทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์ทางการแพทย์ พ.ศ.2558 ก็ได้บูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องพัฒนาศักยภาพสถานพยาบาลที่ให้บริการรักษาผู้มีบุตรยากอย่างต่อเนื่อง

จนขณะนี้มีสถานพยาบาลที่ผ่านการรับรองมาตรฐานการให้บริการเจริญพันธุ์ทางการแพทย์ ทั้งสิ้น 102 แห่ง มีอัตราความสำเร็จในการให้บริการตั้งครรภ์โดยเฉลี่ยสูงถึงร้อยละ 46 มีการให้บริการทำเด็กหลอดแก้วกว่า 20,000 รอบการรักษา การผสมเทียมกว่า 12,000 รอบการรักษา และอนุญาตให้ตั้งครรภ์แทน หรือที่เรียกกันว่าอุ้มบุญแล้วกว่า 400 ราย

ซึ่งข้อมูลเหล่านี้ถือเป็นหลักฐานของความสำเร็จ และยืนยันให้เกิดความเชื่อมั่นแก่คู่สมรสว่าการรับบริการเทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์ทางการแพทย์ จากสถานพยาบาลไทยจะช่วยให้คู่สมรสสามารถมีบุตรได้ตามที่หวัง ช่วยลดปัญหาอัตราเกิดที่ลดลงรองรับการก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุในอนาคต

ด้านทันตแพทย์อาคม ประดิษฐสุวรรณ รองอธิบดีกรม สบส.กล่าวต่อว่า นอกจาก ความก้าวหน้าของวิทยาการแล้ว อีกปัจจัยหนึ่งที่ทำให้เทคโนโลยีช่วยการเจริญพันทางการแพทย์ของประเทศไทย ได้รับความเชื่อมั่นจากชาวไทยและชาวต่างประเทศ ก็คือการมีกฎหมาย “พระราชบัญญัติคุ้มครองเด็กที่เกิดโดยอาศัยเทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์ทางการแพทย์ พ.ศ.2558” ควบคุม กำกับการใช้เทคโนโลยีฯ ให้มีความถูกต้อง เป็นไปตามมาตรฐาน

มีการกำหนดสิทธิ์ และคุ้มครองเด็กที่เกิดโดยเทคโนโลยีฯ รวมทั้งส่งเสริมให้มีการวิจัยเพื่อพัฒนามาตรฐานการบริการให้ดียิ่งขึ้น แต่อย่างไรก็ตามหากมีการกระทำผิด ก็จะมีบทลงโทษผู้กระทำผิดอย่างชัดเจน อาทิ หากผู้ใดรับจ้างอุ้มบุญ มีโทษจำคุกไม่เกิน 10 ปี และปรับไม่เกิน 200,000 บาท ซื้อ-ขายอสุจิ ไข่ หรือตัวอ่อน มีโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือ ปรับไม่เกิน 60,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

เป็นนายหน้าชี้ช่องทางให้มีการรับตั้งครรภ์แทน มีโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือ ปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ฯลฯ ซึ่งกรม สบส.อยู่ระหว่างทบทวนปรับแก้กฎหมาย เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน นำรายได้เข้าสู่ประเทศไปไทย และเพิ่มการเข้าถึงบริการในการรักษาผู้มีบุตรยากต่อไป

'นพ.ธเรศ' เผยปี 62 ไทยโกยรายได้ทะลุกว่า 4,500 ล้านบาทจากการรักษาผู้มีบุตรยาก

นพ.ธเรศ กรัษนัยรวิวงค์

ทั้งนี้ หากสถานพยาบาลสนใจขอรับรองมาตรฐาน หรือประชาชนสนใจสอบถามข้อมูล สามารถติดต่อได้ที่กลุ่มคุ้มครองเด็กที่เกิดโดยเจริญพันธุ์ทางการแพทย์ กองสถานพยาบาลและการประกอบโรคศิลปะ หมายเลขโทรศัพท์ 02 193 7000 ต่อ 18418-18419 และสามารถตรวจสอบรายชื่อสถานพยาบาลที่ผ่านการรับรองมาตรฐานการให้บริการเจริญพันธุ์ทางการแพทย์ ได้จากเว็บไซต์กองสถานพยาบาลและการประกอบโรคศิลปะ (https://mrd-hss.moph.go.th)

ขอบคุณที่มา : กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ 

ทักษิณสู้ เชียงราย-เชียงใหม่ แพ้บ่ได้ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

ทักษิณสู้ เชียงราย-เชียงใหม่ แพ้บ่ได้ (komchadluek.net)

ทักษิณสู้ เชียงราย-เชียงใหม่ แพ้บ่ได้

ทักษิณสู้ เชียงราย-เชียงใหม่ แพ้บ่ได้

8 ธันวาคม 2563 – 17:58 น.

เบื้องลึก “ทักษิณ” ต้องสู้ รู้ทันเกม “จอมบงการ” หวังยึด อบจ.เชียงใหม่-เชียงราย

++
    “ทักษิณสู้” เป็นชื่อเครื่องดื่มชูกำลัง ที่มีการขายกันครึกโครมเมื่อ 10 ปีที่แล้ว แต่วันนี้ ทักษิณกลับมาสู้อีกครั้ง ในสนามเลือกตั้งท้องถิ่น
    เรื่องจดหมายน้อยจากดูไบ ถึงชาวเชียงใหม่ให้เลือก “สว.ก้อง” หรือ “สว.ก๊อง” พิชัย เลิศพงศ์อดิศร ผู้สมัครนายก อบจ.เชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย ยังโจษขานกันไม่จบไม่สิ้น
    จริงๆแล้ว ไม่ได้มีแค่สนามเชียงใหม่ เลยไปสนามเชียงราย ก็ไม่น้อยหน้า ทักษิณถือหางลูกสะใภ้-สมพงษ์ อมรวิวัฒน์ เต็มตัว
    ทั้งเชียงราย-เชียงใหม่ ทักษิณและน้องสาว “แดง-ปู” รู้ดีว่า ใครอยู่เบื้องหลังเกมล้มชินวัตร ทั้งสองสนามนี้ จึงถอยไม่ได้
    ตัวละครหลังม่านนั้น ตั้งเป้าล้ม “วิสาระดี” และ “พิชัย” ให้ได้ เพื่อปูทางสร้างฐานอำนาจใหม่

ทักษิณสู้ เชียงราย-เชียงใหม่ แพ้บ่ได้

                                พิชัย ก็แพ้ไม่ได้

++
เกมซ้อนกล
++
    สนามเลือกตั้งนายก อบจ.เชียงราย ปีนี้ มีอะไรแปลกๆ คือ ตระกูล “จงสุทธานามณี” ไม้เบื่อไม้เมากับตระกูล “ติยะไพรัช” ไม่ลงสนาม แถมเก็บตัวเงียบ
    ดูเผินๆ เหมือนว่า ศึกนายก อบจ.เชียงราย เป็นการปะทะกันระหว่างตระกูล “เตชะธีราวัฒน์” กับ “วันไชยธนวงศ์” แต่เซียนการเมืองแถวชายแดนมองว่า มีเกมซ้อนเกมอยู่ข้างหลังผู้หญิงสองคนนี้
    “ยิ้ม” วิสาระดี เตชะธีราวัฒน์ แต่งงานกับจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ส.ส.เชียงใหม่ จึงเป็นลูกสะใภ้ สมพงษ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย
    ตระกูล “ติยะไพรัช” เปิดทางให้ ยิ้ม วิสาระดี มาเป็น ผอ.สโมสรฟุตบอลสิงห์เชียงราย ยูไนเต็ด กรุยทางสู่การเมืองท้องถิ่น ตั้งแต่กลางปีที่แล้ว
    ก่อนหน้านั้น (15 ก.ค.2562) “ยิ้ม” กับสามีได้พบกับทักษิณ ชินวัตร ที่ฮ่องกง โดยลูกสะใภ้สมพงษ์ บอกว่า ทักษิณติวเข้ม 3 ชั่วโมงแบบตัวต่อตัว เพื่อให้เธอลงสู้ศึกนายก อบจ.เชียงใหม่

ทักษิณสู้ เชียงราย-เชียงใหม่ แพ้บ่ได้

                   ทักษิณลงทุนติวข้ามประเทศ 

    ข้ามมาอีกปีหนึ่ง วันที่ 18 ต.ค.2563 วิสาระดีโพสต์ขอบคุณ “ทักษิณ” ที่โทรมาให้กำลังใจ และแนะนำทีมเจียงฮายยิ้มได้ แสดงว่าทักษิณหนุน “วิสาระดี” เต็มที่

ทักษิณสู้ เชียงราย-เชียงใหม่ แพ้บ่ได้

             ทักษิณ และยิ่งลักษณ์ หนุนวิสาระดี เต็มที่

++
ทักษิณจำแม่น
++

    ส่วนตระกูล “วันไชยธนวงศ์” โดยการนำของ “สมบูรณ์ วันไชยธนวงศ์” อดีต ส.ส.เชียงราย พรรคชาติพัฒนา และไทยรักไทย
    รังสรรค์ วันไชยธนวงศ์ ส.ส.เชียงราย พรรคเพื่อไทยนั้นมีศักดิ์เป็นหลานของสมบูรณ์
    “สจ.นก” อทิตาธร วันไชยธนวงศ์ อดีต ส.อบจ.เชียงราย เขต อ.เทิง ผู้สมัครนายก อบจ.เชียงราย เป็นลูกสาวของสมบูรณ์

ทักษิณสู้ เชียงราย-เชียงใหม่ แพ้บ่ได้

           สจ.นก คู่แข่งของวิสาระดี

    ตอนแรก ตระกูล “วันไชยธนวงศ์” ได้ขออนุญาตใช้โลโก้พรรคเพื่อไทย แต่คณะกรรมการบริหารพรรคไม่ยินยอม จึงต้องสู้แบบอิสระ
    จริงๆแล้ว “สจ.เล็ก” สุธีระพงษ์ วันไชยธนวงศ์ พร้อมบิดา-สมบูรณ์ และพี่สาว “สจ.นก” ไปพบ “ทักษิณ ชินวัตร” ที่ฮ่องกงเช่นกัน เพื่อเจรจาเรื่องลงสมัครนายก อบจ.เชียงราย
    ทักษิณก็บอกว่า ให้ลงแข่งกันไปเลย เหมือนสมัยหนึ่ง ที่เชียงราย คนของไทยรักไทย 2 คนลงแข่งกันเองก็มีมาแล้ว 
    ลึกๆแล้ว ทักษิณมีแผนหนุนวิสาระดี และยังจำได้แม่น เมื่อเลือกตั้งปี 2554 ตระกูลวันไชยธนวงศ์ สวมเสื้อสีน้ำเงินลงสมัคร ส.ส.เชียงราย

ส่อง 3 สนาม เขย่า ‘แชมป์เก่า’ อบจ.ชายแดนใต้ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

ส่อง 3 สนาม เขย่า ‘แชมป์เก่า อบจ.ชายแดนใต้ (komchadluek.net)

ส่อง 3 สนาม เขย่า ‘แชมป์เก่า อบจ.ชายแดนใต้

ส่อง 3 สนาม เขย่า 'แชมป์เก่า อบจ.ชายแดนใต้

8 ธันวาคม 2563 – 14:24 น.

ท้องถิ่นชายแดนใต้ ต้องจับตา 3 บ้านใหญ่ 3 จังหวัด สนามไหน จะถูกล้มแชมป์

++
    3 จังหวัดชายแดนใต้ การเลือกตั้งท้องถิ่นก็มีความคึกคัก ทั้งปัตตานี ยะลา และนราธิวาส
    มองตามรูปการทั้ง 3 จังหวัด แชมป์เก่าหลายสมัยเป็นต่อ และมีโอกาสรักษาแชมป์ไว้ได้สูง แต่ผู้ท้าชิงหน้าใหม่ 2 จังหวัด ก็น่าติดตาม 

++
ปัตตานี
++
    สนามปัตตานี “เศรษฐ์ อัลยุฟรี”  ผูกขาดเก้าอี้นายก อบจ.ปัตตานี มาอย่างยาวนานถึง 3 สมัย 

ส่อง 3 สนาม เขย่า 'แชมป์เก่า อบจ.ชายแดนใต้

เศรษฐ์ อัลยุฟรี อดีตนายก อบจ.ปัตตานี 

    ส่วนผู้ท้าชิงคือ รุสดี สารอเอง อดีต สจ.ปัตตานี เขต อ.สายบุรี
ถือว่าไม่ธรรมดา เพราะช่วงเลือกตั้ง ส.ส. มีผลงานให้ประจักษ์ ด้วยการปักธงสีน้ำเงินบนแผ่นดินปัตตานีได้สำเร็จ
    แถมมีกุนซือชื่อ เด่น โต๊ะมีนา อดีต ส.ส. อดีตรัฐมนตรี ที่สนับสนุนพรรคภูมิใจไทยในยามนี้

++
นราธิวาส
++
    พูดถึงสนามนราธิวาส ก็ต้องยกให้ “กูเซ็ง ยาวอหะซัน” อดีตนายก อบจ.นราธิวาส 4 สมัย นี่คือแบบฉบับของ “บ้านใหญ่” ในปลายด้ามขวานของจริง

ส่อง 3 สนาม เขย่า 'แชมป์เก่า อบจ.ชายแดนใต้

กูเซ็ง ยาวอหะซัน อดีตนายก อบจ.นราธิวาส

    มีลูกชาย 2 คนเป็น ส.ส.นราธิวาสคือ วัชระ ยาวอหะซัน พรรคพลังประชารัฐ และกูเฮง ยาวอหะซัน พรรคประชาชาติ
    ส่วนผู้ท้าชิง รำรี มามะ อดีต ส.ส.นราธิวาส หลายสมัย เพิ่งย้ายออกจากประชาธิปัตย์ ไปสังกัดพรรครวมพลังประชาชาติไทย แต่สอบตก
    รำรี ผู้รับเหมารายใหญ่เดินเกมรวมพลังจากทุกพรรค หวังโค่นแชมป์เก่า 4 สมัยให้ได้
    ที่น่าจับตาคือ คอยรุลซามัน มะ ชาว อ.ตากใบ หนุ่มใหญ่ไฟแรง เคลื่อนไหวทำงานทางด้านภาคประชาสังคม สวมเสื้อคณะก้าวหน้า และได้แรงหนุนโดยทีมของ “หมอแว” แวมาฮาดี แวดาโอะ 

++
ยะลา
++
    เมืองนราธิวาส มีบ้านใหญ่กูเฮง เมืองยะลา ก็มีบ้านใหญ่ศรียะลาของตระกูล “มะทา” ที่ยึดครองการเมืองท้องถิ่นมายาวนาน
    การเลือกตั้งนายก อบจ.ยะลา เที่ยวนี้ ตอนแรกเหมือนกร่อยๆ เพราะมีเพียง มุขตาร์ มะทา ทีมยะลาพัฒนา น้องชาย “บ้านใหญ่ศรียะลา” วันมูหะมัดนอร์ มะทา หัวหน้าพรรคประชาชาติ มาสมัครเพียงทีมเดียว

ส่อง 3 สนาม เขย่า 'แชมป์เก่า อบจ.ชายแดนใต้

มุขตาร์ มะทา อดีตนายก อบจ.ยะลา

    ในที่สุด น้องชายวันนอร์ ก็มีคู่แข่งคือ อับดุลลาเตะ ยากัด ทีม ยะลาประชารัฐ 
    อับดุลลาเตะ ยากัด เป็นประธานโรงโม่หินยะลา และเจ้าของโรงโม่หินในท้องที่ ต.ลิดล อ.เมืองยะลา และ อ.กรงปินัง
    อย่างไรก็ตาม สภาน้ำชาเมืองยะลา ก็ฟันธงให้น้องชายบ้านใหญ่ศรียะลา เต็งหามคว้าแชมป์อีกสมัย

โหน อบจ.’หน่อย’ ปูทาง สร้างพรรคใหม่ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

โหน อบจ.’หน่อย’ ปูทาง สร้างพรรคใหม่ (komchadluek.net)

โหน อบจ.’หน่อย’ ปูทาง สร้างพรรคใหม่

โหน อบจ.'หน่อย' ปูทาง สร้างพรรคใหม่

8 ธันวาคม 2563 – 11:16 น.

พรรคใหม่ไม่พลาด “คุณหญิงหน่อย” ใช้จังหวะเลือกตั้งนายก อบจ. ลุยอีสาน ปูทางสร้างแบรนด์ คอลัมน์ .. ท่องยุทธภพ โดย .. ขุนน้ำหมึก

++
    เมื่อวันจันทร์ที่ 7 ธ.ค.2563 วัฒนา เมืองสุข ที่ลาออกจากพรรคเพื่อไทย พร้อมคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ได้โพสต์ผ่านเฟซบุ๊คWatana Muangsook บอกเล่าเหตุผลที่ต้องลาออกจากพรรคว่า มีความขัดแย้งกับผู้บริหารพรรคชุดปัจจุบัน
    “..เป็นความขัดแย้งในเชิงความคิดและวิธีการนำพรรคไปสู่เป้าหมายทางการเมืองที่ไม่ตรงกัน”
    ต่อมา วัฒนาเปิดเผยผ่านรายการวิเคราะห์ข่าวทางทีวีช่องหนึ่งว่า กลุ่มคุณหญิงสุดารัตน์ กำลังจัดตั้งพรรคการเมืองใหม่ และเตรียมตัวสำหรับการเลือกตั้งที่จะมีขึ้นในอนาคต

++
ลุยอีสาน
++
    ทีมงานคุณหญิงสุดารัตน์ แจกข่าวในช่วงวันหยุดยาว ทำนองว่า ภารกิจแรกของคุณหญิงหน่อย หลังลาออกจากเพื่อไทยคือ ไปหาเสียงช่วยผู้สมัครนายก อบจ.กาฬสินธุ์ พรรคเพื่อไทย โดยอ้างว่า สนิทกับบิดาของผู้สมัครนายก อบจ.
    จริงๆแล้ว คุณหญิงหน่อยเดินสายไปช่วยหาเสียงให้ผู้สมัครนายก อบจ.พรรคเพื่อไทยในภาคอีสาน หลายจังหวัด ท่ามกลางความประหลาดใจของคอการเมือง
    วันที่ 8 พ.ย.2563 อดีตประธานยุทธศาสตร์เพื่อไทย ไปเดินหาเสียงช่วย สมชอบ นิติพจน์ อดีตนายก อบจ.นครพนม ที่ลงสนามป้องกันแชมป์ในนามพรรคเพื่อไทย
    วันที่ 14 พ.ย.2563 คุณหญิงหน่อย ไปหนองบัวลำภู ร่วมเวทีปราศรัยของ วิชัย สามิตร อดีต ส.ส.หนองบัวลำภูหลายสมัย ที่ลงสมัครนายก อบจ. สังกัดพรรคเพื่อไทย
    เฉพาะสองกรณีนี้ ได้ข่าวว่า แกนนำพรรคตัวจริงต่อสายไปถึงผู้สมัครนายก อบจ.ทั้ง 2 จังหวัดว่า คุณหญิงหน่อยไม่มีหน้าที่ไปช่วยใครหาเสียง เพราะลาออกจากประธานยุทธศาสตร์พรรคแล้ว หากผู้สมัครนายก อบจ.คนใด ต้องการทีมส่วนกลางไปช่วยหาเสียงให้ติดต่อมาที่พรรคโดยตรง

โหน อบจ.'หน่อย' ปูทาง สร้างพรรคใหม่

ไปหนองบัวลำภู จัดเต็มสื่อโซเชียล

    วันที่ 17 พ.ย.2563 คุณหญิงสุดารัตน์ยังเดินทางมาหาเสียงช่วย มังกร ยนต์ตระกูล อดีตนายก อบจ.ร้อยเอ็ด ที่ลงแข่งอีกสมัยในนามกลุ่มเพื่อไทยร้อยเอ็ด

โหน อบจ.'หน่อย' ปูทาง สร้างพรรคใหม่

 คุณหญิงหน่อย ไปหาเสียงที่ร้อยเอ็ด

     กรณีมังกร พรรคไม่ได้มีมติส่งลงสมัครนายก อบจ. แต่อนุญาตให้ใช้โลโก้พรรคเพื่อไทยได้  
    ดูเหมือนว่า คุณหญิงหน่อยทุ่มเวลาเดินหาเสียงที่ร้อยเอ็ดเต็มที่ แถมถ่ายภาพชูมืออดีตนายกฯ มังกร เด่นหรา
    ทุกการเคลื่อนไหวของเจ้าแม่เมืองหลวงไม่ธรรมดา และวันที่ 30 พ.ย.2563 คุณหญิงหน่อยยื่นใบลาออกจากสมาชิกพรรคเพื่อไทย

++
ปูทางสร้างแบรนด์
++
    แม้จะลาออกจากเพื่อไทย คุณหญิงหน่อยก็ไม่หยุดลงพื้นที่ เพราะรับปากเศกสิทธิ์ ไวนิยมพงศ์ อดีต ส.ส.ร้อยเอ็ดไว้แล้วว่า ต้องไปช่วยมังกรอีกรอบ
    วันที่ 2 ธ.ค.2563 ไปขึ้นเวทีปราศรัยของมังกร ยนต์ตระกูล ผู้สมัครนายก อบจ.ร้อยเอ็ด ที่หน้า สภ.โพธิ์ชัย อ.โพธิ์ชัย จ.ร้อยเอ็ด
    วันที่ 3 ธ.ค.2563 ข้ามแดนไปทาง อ.กุฉินารายณ์ จ.กาฬสินธุ์ ช่วยหาเสียงให้กับเฉลิมขวัญ หล่อตระกูล ผู้สมัครนายก อบจ.กาฬสินธุ์ พรรคเพื่อไทย ซึ่งเป็นลูกสาวของ ยงยุทธ หล่อตระกูล อดีตนายก อบจ.กาฬสินธ์ 
    สังเกตได้ว่า ทีมงานของเฉลิมขวัญ ไม่อยากให้การมาช่วยหาเสียงของคุณหญิงสุดารัตน์เป็นข่าว เพราะเกรงใจผู้ใหญ่ในพรรค แต่ทีมงานเจ้าแม่เมืองหลวง ปั้นข่าวนี้จนได้รับความสนใจจากผู้คนทั่วไป

โหน อบจ.'หน่อย' ปูทาง สร้างพรรคใหม่

คุณหญิงหน่อยไปหาเสียงกาฬสินธ์ุ ต้องแจกข่าวเอง

    ส่วนทีมงานมังกร เจอคนปล่อยข่าวว่า สมคบกับคุณหญิงหน่อยแอบอ้างชื่อพรรคเพื่อไทย เศกสิทธิ์ ไวนิยมพงศ์ จึงต้องเชิญ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง และพงษ์เทพ เทพกาญจนา ไปปราศรัยที่ร้อยเอ็ด เพื่อยืนยันเพื่อไทยของแท้ ในวันที่ 10 และ 12 ธ.ค.นี้
    เห็นมั้ยล่ะท่านผู้ชม..คุณหญิงหน่อย โชว์การโหน อบจ.จนเพื่อไทยป่วนไปทั้งอีสาน

“บิ๊กตู่” ลั่นประเทศไทยไม่ใช่สาธารณรัฐ ใครเข้าข่ายยุยงปลุกปั่น ต้องถูกดำเนินคดี #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

“บิ๊กตู่” ลั่นประเทศไทยไม่ใช่สาธารณรัฐ ใครเข้าข่ายยุยงปลุกปั่น ต้องถูกดำเนินคดี (komchadluek.net)

“บิ๊กตู่” ลั่นประเทศไทยไม่ใช่สาธารณรัฐ ใครเข้าข่ายยุยงปลุกปั่น ต้องถูกดำเนินคดี

"บิ๊กตู่" ลั่นประเทศไทยไม่ใช่สาธารณรัฐ ใครเข้าข่ายยุยงปลุกปั่น ต้องถูกดำเนินคดี

8 ธันวาคม 2563 – 16:12 น.

“พล.อ.ประยุทธ์”  เมินคำทำนาย”โหรวารินทร์” รัฐบาลอยู่ยาว ลั่นประเทศไทยไม่ใช่สาธารณรัฐ ให้ฝ่ายกฏหมายตรวจสอบ ชี้ใครเข้าข่ายยุยงปลุกปั่น ต้องถูกดำเนินคดี ขอคนไทยอย่าตระหนก ยันโควิดยังไม่ใช่การระบาดรอบ2

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าวถึงกรณีกรณี นายวารินทร์ บัววิรัตน์เลิศ หรือโหรวารินทร์ เจ้าสำนักสุขิโต จ.เชียงใหม่ ออกมาบอกว่ารัฐบาลจะอยู่ยาว ว่า เป็นการคาดเดาในสิ่งที่ยังไม่เกิดขึ้น โดยเป็นการทำนายก็ว่ากันไป ทั้งหมดซึ่งตนคงไม่ได้ไปทำตามที่ได้ทำนายไว้ทั้งหมด เพราะต้องใช้หลักการในการบริหารราชการแผ่นดิน

ส่วนเรื่องการประกาศจุดยืนสาธารณรัฐของกลุ่มผู้ชุมนุมจะถูกต้องหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ฝ่ายกฎหมายจะต้องพิจารณาว่าถูกต้องหรือไม่โดยจะเข้ากฎเกณฑ์หรือไม่เพราะรัฐบาลต้องไปป้องปรามเพื่อไม่ให้ไปถึงจุดนั้น ซึ่งก็ต้องดูเจตนาของกลุ่มผู้ชุมนุมและความเป็นไปได้ เพราะประเทศก็มีกฎหมายอยู่แล้ว ดังนั้นใครเข้าข่ายยุยงปลุกปั่น ก็จะต้องถูกดำเนินคดีตามกฎหมายทุกประการ  พร้อมย้ำว่าประเทศไทยไม่ใช่สาธารณรัฐ โดยเป็นไปไม่ได้อยู่แล้ว

ส่วนกรณีตัวแทนคณะกรรมการสมานฉันท์ของ ครม. พล.อ.ประยุทธ์ บอกว่า กำลังพิจารณากันอยู่ โดยให้ทางวิปรัฐบาลเสนอขึ้นมาซึ่งก็จะทราบเร็วๆนี้

พล.อ.ประยุทธ์ ยังกล่าวถึง ของขวัญปีใหม่ให้กับประชาชน ว่า กำลังพิจารณากันอยู่ ซึ่งก็มีอยู่หลายกระทรวงด้วยกัน ที่เสนอขึ้นมาในหลายโครงการ อย่างเช่นมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ คนละครึ่งเฟส 2 โดยกำลังรวบรวมกันอยู่ เพื่อทำให้เกิดการใช้จ่ายในการท่องเที่ยว

ส่วนเรื่องสถานการณ์เชื้อไวรัสโควิค- 19 รัฐบาลมั่นใจแค่ไหนว่าจะไม่มีการระบาดระลอก 2 พล.อ.ประยุทธ์ ระบุว่า ขอให้ทุกคนช่วยกัน ไม่ใช่แค่รัฐบาลอย่างเดียว อย่างที่เห็นว่าที่ผ่านมารัฐบาลก็ทำได้ดีมาโดยตลอด จนมีแค่คนบางกลุ่ม เดินทางเข้ามา พร้อมเชื้อโควิด ดังนั้นรัฐบาลก็ต้องหามาตรการที่เข้มข้นขึ้นกว่าเดิม พร้อมขอความร่วมมือจากสื่อมวลชน ให้มากอย่าสร้างความตื่นตระหนกให้มาก เพราะทุกคนก็รู้ว่าต้นตอเป็นมาอย่างไร ซึ่งรัฐบาลก็กำลังแก้ปัญหาอยู่ รวมถึงรัฐบาลก็มีการเตรียมความพร้อม หากเกิดการระบาดรอบ 2 ซึ่งถ้าถึงขั้นนั้น ก็จะต้องshut down แต่ตนก็ไม่อยากที่จะให้ไปถึงแบบนั้น ดังนั้นทุกคนต้องช่วยกันดูแล

นายกฯยัน  สถานการณ์ “โควิด” ในไทย ไม่ใช่ระบาดรอบ 2 

พล.อ.ประยุทธ์ ยังบอกว่า ได้สั่งให้ มีการตรวจสอบคัดกรองตามแนวชายแดน พื้นที่ตอนใน และระดับในพื้นที่ พร้อมเน้นย้ำว่าสถานการณ์วันนี้ไม่ใช่การระบาดรอบ 2 หรือเกิด Super spreader เพราะเป็นสิ่งที่คนกลุ่มหนึ่งเข้ามา พร้อมเชื้อไวรัส และเดินทางไปตามสถานที่ต่างๆ ขออย่าตื่นตระหนกไม่อย่างนั้นจะกลับไปเลวร้ายกว่าเดิม เพราะว่าจะเห็นได้ว่าช่วงที่ผ่านมามีการยกเลิก โรงแรมที่พักเป็นจำนวนมาก เพราะได้มีการเสนอข่าว จนประชาชนกังวลว่าจะเกิดการระบาดรอบ 2 พอดีดังนั้นจึงขอให้สื่อเสนอข่าวให้พอดี ซึ่งไม่ใช่เป็นการปิดบังอะไร  ขณะเดียวกันได้ฝากเตือนไปยังผู้ที่ช่วยเหลือให้คนที่ลักลอบเข้ามาอย่างผิดกฎหมายนั้นมีความผิด และต้องถูกจับกุมดำเนินคดี โดยถ้าจะเข้ามาก็ขอให้เข้ามาตามช่องทางที่ถูกกฎหมาย เพื่อเข้าสู่ระบบการคัดกรอง

ในช่วงท้าย พล.อ.ประยุทธ์ ปัดตอบคำถามว่าจะสมัครสมาชิกพรรคพลังประชารัฐเพื่อที่จะลงสมัครนายกรัฐมนตรีในการเลือกตั้งสมัยหน้าหรือไม่ โดยได้เดินออกจากห้องแถลงข่าวทันที

ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวรายงานว่าก่อนการแถลงข่าว เจ้าหน้าที่ ได้เปิดเพลงบ้านเกิดเมืองนอน ของสุนทราภรณ์  โดยนายกรัฐมนตรีได้ถามผู้สื่อข่าวว่า รู้จักเพลงนี้และร้องได้หรือไม่ รวมถึงภูมิใจตามเนื้อเพลงหรือไม่ โดยเป็นบ้านเกิดเมืองนอนของเราทุกคน ซึ่งก็ต้องรัก 

“สิระ” เตรียม “ปี๊บ” ฝากให้ “ธนาธร” คลุมหัวเดิน หลังมีข่าวน้องพัวพันคดีสินบน #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

“สิระ” เตรียม”ปี๊บ”ฝากให้ “ธนาธร” คลุมหัวเดิน หลังมีข่าวน้องพัวพันคดีสินบน (komchadluek.net)

“สิระ” เตรียม”ปี๊บ”ฝากให้ “ธนาธร” คลุมหัวเดิน หลังมีข่าวน้องพัวพันคดีสินบน

"สิระ" เตรียม"ปี๊บ"ฝากให้ "ธนาธร" คลุมหัวเดิน หลังมีข่าวน้องพัวพันคดีสินบน

8 ธันวาคม 2563 – 15:29 น.

“สิระ” เผย เตรียม “ปี๊บ”ฝากให้”ธนาธร” คลุมหัวเดิน หลังมีข่าวน้องพัวพันคดีสินบนเพื่อได้สิทธิ์เช่าที่ดินของสำนักงานทรัพย์สินฯ วันพรุ่งนี้ วัชระ มายื่นหนังสือให้กมธ.สอบ จะเรียกผู้เกี่ยวข้อง ตำรวจ และตัวนายสกุลธร มาชี้แจง

นายสิระ เจนจาคะ ประธานคณะกรรมาธิการกฎหมายฯ สภาผู้แทนราษฎร เปิดเผยว่า วันพรุ่งนี้ นายวัชระ เพชรทอง อดีตสส.พรรคประชาธิปัตย์ ได้ติดต่อมา จะมายื่นหนังสือให้คณะกรรมาธิการฯสอบกรณีการติดสินบนสำนักงานทรัพย์สินฯ โดยขั้นตอนเมื่อรับเรื่องแล้ว จะทำการตรวจสอบความถูกต้อง จากนั้นจะเชิญผู้เกี่ยวข้องมาชี้แจงต่อคณะกรรมาธิการฯ อาทิ ตำรวจกองปราบ อัยการ และนายสกุลธร จึงรุ่งเรืองกิจ น้องชายนายธนาธร 

"สิระ" เตรียม"ปี๊บ"ฝากให้ "ธนาธร" คลุมหัวเดิน หลังมีข่าวน้องพัวพันคดีสินบน

“พรุ่งนี้ผมจะแถลงข่าวเรื่องนี้ และในการแถลงจะนำปี๊บมาด้วย จะฝากปี๊บไปให้นายธนาธร คลุมหัวเดิน เพราะที่ผ่านมาล้วนแต่มีเรื่องอื้อฉาวเกิดขึ้น เผื่อนายธนาธร จะเกิดความอาย เลยจะเอาปี๊บให้คลุม” นายสิระกล่าวและว่า ส่วนการพิจารณากรณีแกนนำม็อบอ้างว่าตำรวจดำเนินการไม่ยุติธรรม ขณะนี้ได้ส่งจดหมายไปเชิญแกนนำม็อบ อาทิ นายเพนกวิน รุ้ง ไมค์ ซึ่งได้ตอบรับที่จะมาชี้แจงต่อกรรมาธิการฯ ยังขาดตำรวจ หากเชิญไปแล้ว ตำรวจไม่มา ตนก็จะเชิญนายกฯมาชี้แจงในฐานะประธานก.ตร.

กรมอนามัย แนะใส่หน้ากากให้ถูกวิธีทุกครั้งป้องกันโควิด-19 #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

กรมอนามัย แนะใส่หน้ากากให้ถูกวิธีทุกครั้งป้องกันโควิด-19 (komchadluek.net)

กรมอนามัย แนะใส่หน้ากากให้ถูกวิธีทุกครั้งป้องกันโควิด-19

8 ธันวาคม 2563 – 12:11 น.

กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข แนะประชาชนใช้ขีวิตไม่ประมาท ให้สวมหน้ากากทุกครั้งเมื่อออกนอกบ้าน เพื่อสร้างเกราะป้องกันตนเองและสร้างสุขอนามัยที่ดีให้กับคนรอบข้าง พร้อมย้ำสวมหน้ากากให้ถูกวิธี เมื่อสวมแล้วไม่ควรเลื่อนมาไว้ใต้คางเพราะจะทำให้หน้ากากเกิดการปนเปื้อน

 จากสถานการณ์พบผู้ติดเชื้อโควิด-19 ในพื้นที่ภาคเหนือโดยลักลอบเข้ามาทางท่าขี้เหล็ก ประเทศเมียนมา และอีกหลายรายที่เดินทางต่อไปยังจังหวัดอื่นๆ นั้น

นพ.สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย รักษาราชการแทนอธิบดีกรมอนามัย กล่าวว่า เรื่องนี้ นายอนุทิน  ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข มีความห่วงใยความปลอดภัยของประชาชน จึงเน้นย้ำให้ทุกคนใส่ใจสุขอนามัยตนเองอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะเมื่อต้องใช้ชีวิตประจำวันนอกบ้านทุกวัน การสวมหน้ากาก ยังเป็นสิ่งที่จำเป็น ซึ่งกระทรวงสาธารณสุขยังต้องขอความร่วมมือประชาชนทุกคนไม่ประมาท การ์ดอย่าตก ด้วยการสวมหน้ากากผ้าหรือหน้ากากอนามัยทุกครั้งเมื่อออกนอกบ้าน พบปะพูดคุยกับผู้อื่น หรือทำกิจกรรมต่างๆ ในพื้นที่สาธารณะหรือมีคนจำนวนมาก เช่น สนามบิน ห้างสรรพสินค้า สถานีขนส่ง แหล่งท่องเที่ยว เป็นต้น รวมทั้งต้องเว้นระยะห่างจากผู้อื่นอย่างน้อย 1–2 เมตร หมั่นล้างมือบ่อย ๆ ด้วยสบู่และน้ำหรือ เจลแอลกอฮอล์

สำหรับวิธีการเลือกหน้ากากที่เหมาะสมนั้น ต้องเลือกขนาดและปรับสายให้กระชับกับใบหน้า สวมให้คลุมทั้งจมูกและใต้คาง ในกรณีที่เป็นหน้ากากผ้าให้เปลี่ยนทุกวัน หรือเปลี่ยนเมื่อรู้สึกเปียกชื้นในระหว่างวัน เมื่อกลับถึงที่พักให้ซักด้วยสบู่หรือผงซักฟอก และตากแดดให้แห้งก่อนนำมาใช้     ในครั้งต่อไป ส่วนการสวมหน้ากากอนามัยที่ถูกต้องนั้น ให้หันด้านที่มีสีหรือบานพับคว่ำไว้ด้านนอกและหันด้าน   ที่ไม่มีสีหรือบานพับหงายเข้าหาใบหน้า ซึ่งจะมีลักษณะพื้นผิวนุ่มกว่า เพื่อดูดซับเหงื่อ น้ำมูก น้ำลายจากการ  ไอ จาม โดยให้ขอบที่มีแถบลวดอยู่ด้านบน กดแถบลวดให้แนบสันจมูก และดึงหน้ากากให้คลุมถึงใต้คาง และเมื่อสวมแล้วไม่ควรเลื่อนมาไว้ใต้คางเพราะจะทำให้หน้ากากเกิดการปนเปื้อนของเชื้อโรค ในกรณีที่ต้องการพูด ดื่มเครื่องดื่ม หรือกินอาหาร ไม่ควรดึงหน้ากากมาไว้ใต้คางเช่นเดียวกัน แต่ให้ถอดเก็บไว้ในถุงหรือซองพกพาที่สะอาด

กรมอนามัย แนะใส่หน้ากากให้ถูกวิธีทุกครั้งป้องกันโควิด-19

“ทั้งนี้ หน้ากากอนามัยชนิดใช้แล้วทิ้ง หากเกิดการฉีกขาด ใส่แล้วไม่กระชับ เปื้อนสารคัดหลั่ง เช่น น้ำมูก น้ำลายหรือเปียกน้ำ ให้เปลี่ยนใหม่ทันที หากพบว่าหน้ากากมีความชื้นให้รีบเปลี่ยนใหม่ และควรมีหน้ากากสำรองไว้ตลอดเวลา สำหรับวิธีกำจัดหน้ากากอนามัยที่ใช้แล้วนั้น ประชาชนทั่วไปให้ทิ้งลงในถังขยะ  ที่มีฝาปิด หากเป็นผู้ป่วยในโรงพยาบาลให้ทิ้งลงในถังขยะติดเชื้อที่มีสัญลักษณ์แสดงให้เห็นชัดเจน ที่สำคัญต้องล้างมือให้สะอาดทุกครั้งก่อนสวมและหลังทิ้งหน้ากาก และห้ามใช้หน้ากากร่วมกับคนอื่นเพื่อสุขอนามัยที่ดี” รักษาราชการแทนอธิบดีกรมอนามัย กล่าว

“แรมโบ้” มั่นใจนายกฯควบคุมสถานการณ์โควิด-19ได้ จวก “มือไม่พายเอาเท้าราน้ำ” #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

“แรมโบ้” มั่นใจนายกฯควบคุมสถานการณ์โควิด-19ได้ จวก “มือไม่พายเอาเท้าราน้ำ” (komchadluek.net)

“แรมโบ้” มั่นใจนายกฯควบคุมสถานการณ์โควิด-19ได้ จวก “มือไม่พายเอาเท้าราน้ำ”

"แรมโบ้" มั่นใจนายกฯควบคุมสถานการณ์โควิด-19ได้ จวก "มือไม่พายเอาเท้าราน้ำ"

7 ธันวาคม 2563 – 19:14 น.

“แรมโบ้” มั่นใจนายกฯควบคุมสถานการณ์โควิด-19ได้ ขอพรรคเพื่อไทยควรให้กำลังใจและช่วยรัฐบาลในการแก้ไขปัญหานี้ เพราะเป็นเรื่องคนทั้งประเทศต้องช่วยกัน เปรียบ”มือไม่พายเอาเท้าราน้ำ”

7 ธันวาคม นายสุภรณ์ อัตถาวงศ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงนายจักรพล ตั้งสุทธิธรรม รองเลขาธิการ พรรคเพื่อไทย และน.ส.อรุณี กาสยานนท์ โฆษกพรรคเพื่อไทย ออกมาระบุว่ารัฐบาลล้มเหลวทำให้มีผู้ติดเชื้อโควิด-19 เพิ่ม ทำรายได้ท่องเที่ยวหายไป และให้รัฐบาลสร้างความมั่นใจให้คนกลับมาเที่ยว โดยระบุว่าที่ผ่านมานายกฯได้กำชับให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องคุมเข้มตามด่านชายแดนอย่างเข้มงวดอยู่แล้ว แต่พรรคเพื่อไทยต้องเข้าใจว่าสถานการณ์การติดเชื้อโควิด-19 ที่เกิดขึ้นขณะนี้ ก็เกิดจากคนไม่กี่คนที่ทำผิดกฎหมายและไม่มีความรับผิดชอบ ลักลอบเข้าประเทศผ่านช่องทางธรรมชาติ 

นายสุภรณ์ ยังขอให้พรรคเพื่อไทยมั่นใจในตัวนายกฯในการควบคุมสถานการณ์โควิด-19 ที่เกิดขึ้นขณะนี้เพราะที่ผ่านมานายกฯได้พิสูจน์ให้เห็นฝีมือแล้วว่าช่วงที่เกิดการระบาดหนัก นายกฯและรัฐบาลก็ทำทุกอย่างเพื่อให้สถานการณ์คลี่คลาย เป็นที่ยอมรับของคนทั้งประเทศและนานาประเทศ ซึ่งพรรคเพื่อไทยก็เห็นแล้ว

อีกทั้งนายกฯยังมีมาตรการช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจนเป็นที่ยอมรับ ทั้งมาตรการคนละครึ่ง  รวมถึงโครงการเราเที่ยวด้วยกัน มีมาตรการช่วยประชาชนหลายอย่าง จนเป็นที่ยอมรับจากประชาชนอย่างดี ร้านค้าต่างๆเริ่มฟื้นตัว ตามโรงแรมมีคนเข้าพักมากขึ้นและคึกคักในช่วงวันหยุดยาว

“ในสถานการณ์เช่นนี้ พรรคเพื่อไทยควรให้กำลังใจและช่วยรัฐบาลในการแก้ไขปัญหานี้ เพราะเรื่องนี้เป็นเรื่องที่คนทั้งประเทศต้องช่วยกัน ไม่ใช่จะด่าแต่รัฐบาล มือไม่พายเอาเท้าราน้ำ  และยืนยันว่ารัฐบาลทำงานแก้ไขปัญหาอย่างหนัก มีการบูรณาการการทำงานจากทุกภาคส่วนจนเป็นผลสำเร็จจนถึงทุกวันนี้  พรรคเพื่อไทยเป็นฝ่ายค้านคงไม่รู้ว่านายกฯและรัฐบาลทำงานอย่างไร รู้ตื้นๆ แต่ยังเอามาด่ารัฐบาล
“นายสมพงษ์ หัวหน้าพรรค ควรออกมาตักเตือนลูกพรรคที่ยังอ่อนพรรษาทางการเมืองทุกวันนี้พรรคก็ตกต่ำแตกแยกทยอยลาออกแบบน้ำทะลัก การปล่อยเด็กๆออกมาพูดแบบไร้ข้อมูลขาดน้ำหนัก เหมือนน้ำท่วมทุ่ง ยิ่งทำให้พรรคเพื่อไทยนับวันเสียหายมากขึ้น จึงเรียนหัวหน้าสมพงษ์ มาด้วยความหวังดีครับ” นายสุภรณ์ กล่าว