“จุรินทร์” ชี้เลือกตั้งซ่อมส.ส.สงขลา-ชุมพร มั่นใจพรรคสู้ได้

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/498071

22 ธ.ค. 2564 |20:24 น.

"จุรินทร์" ชี้เลือกตั้งซ่อมส.ส.สงขลา-ชุมพร มั่นใจพรรคสู้ได้

“จุรินทร์” เลิกพูดเรื่องมารยาทการเมือง หลัง พปชร.ส่งคนลงชิงเลือกตั้งซ่อมสงขลา มั่นใจได้รับเสียงตอบรับที่ดี พร้อมปัดไม่รู้เรื่องสัญญาใจพปชร. หลีกทางให้พื้นที่ชุมพร ย้ำมั่นใจและเชื่อใจในคนประชาธิปัตย์

นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์  รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีที่พรรคพลังประชารัฐส่งผู้สมัครรับเลือกตั้งซ่อมในพื้นที่สงขลาแต่ไม่ส่งที่จังหวัดชุมพรว่า ไม่ขอพูดถึงพรรคอื่นแต่ในส่วนของพรรคประชาธิปัตย์ได้มีการเตรียมการมาระยะหนึ่งแล้วและผู้สมัครของพรรคทั้งสองคนก็มีความพร้อมโดยวันพรุ่งนี้(23ธ.ค.) จะไปสมัครตอนเช้าทั้ง 2 เขตเขต 1 ชุมพรและเขต 6 สงขลา และคงไม่คุยเรื่องมารยาททางการเมืองในพรรคร่วมรัฐบาล โดยพรรคจะทำหน้าที่เสนอตัวให้ผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งทั้งสองเขตได้พิจารณา โดยจะทำหน้าที่ของเราให้ดีที่สุดและรองหัวหน้าพรรคคนใหม่ที่รับผิดชอบดูแลในส่วนของภาคใต้มั่นใจว่าจะว่าจะได้รับเสียงตอบรับที่ดีจากทั้งสองเขต 

ส่วนกรณีที่พรรคพลังประชารัฐไม่ส่งผู้สมัครที่จังหวัดชุมพรและมองกันว่าอาจมีสัญญาใจว่าทีมงานของนายชุมพล จุลใส อดีตส.ส. ชุมพร จะย้ายไปสังกัดพรรคพลังประชารัฐหรือไม่นั้น นายจุรินทร์กล่าวว่าไม่ได้มีข้อสงสัยอะไรในเรื่องนั้นเลย จึงไม่จำเป็นต้องไปสอบถามเรื่องนี้ เพราะพรรคประชาธิปัตย์มั่นใจในคนของพรรค แล้วตนไม่ทราบเรื่องสัญญาใจ รวมทั้งการที่
พรรคพลังประชารัฐตั้งนายสุชาติ ชมกลิ่น เป็นผู้ดูแลการเลือกตั้ง ก็เป็นเรื่องของพรรคพลังประชารัฐ พรรคคงไปตอบแทนไม่ได้และในส่วนของเราก็เตรียมการของพรรคไป

นายจุรินทร์ ยังกล่าวถึง กรณีที่มีชื่อนางนวลพรรณ ล่ำซำ หรือ มาดามแป้ง ผู้จัดการฟุตบอลทีมชาติ จะลงสมัครผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร จะมาแชร์คะแนนของพรรคประชาธิปัตย์หรือไม่ว่าตอนนี้ผู้สมัครของพรรคก็มีความชัดเจนแล้วทั้งผู้สมัครผู้ว่ากทม.และผู้สมัครสก. พรรคก็เดินหน้าหาเสียงทิศทางนโยบาย ส่วนใครจะมาลงแข่งขันเพิ่มเติมก็ถือว่าทุกคนมีสิทธิ์ที่จะลงแข่งขันๆ ซึ่งพรรคก็มั่นใจว่า ผู้สมัครของพรรคถือว่าเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดทางเลือกหนึ่งของพี่น้องชาวกรุงเทพฯ เพราะมั่นใจในศักยภาพของผู้สมัครผู้ว่าและศักยภาพของทีมงาน และผู้สมัคร ส.ก.ทุกคนที่ส่งลงสมัคร ซึ่งมีทั้งอดีตส.ส. ที่มีประสบการณ์รวมทั้งคนรุ่นใหม่ที่จะมาร่วม 

ส่วนที่มีข่าวเรื่องนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตหัวหน้าพรรคมาช่วยหาเสียงนั้น นายจุรินทร์กล่าวว่าได้เรียนให้ทราบในที่ประชุมใหญ่แล้ว ส่วนรายละเอียดต้องให้ทีมงานเป็นผู้ประสานงานต่อไป

สมชัย เรียกร้องสภาฯ เรียกคืนเงินเดือน-กกต.ดำเนินอาญา “สิระ” หลังพ้น ส.ส.

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/498073

22 ธ.ค. 2564 |20:11 น.

สมชัย เรียกร้องสภาฯ เรียกคืนเงินเดือน-กกต.ดำเนินอาญา "สิระ" หลังพ้น ส.ส.

อดีต กกต. สมชัย ศรีสุทธิยากร เรียกร้องสภาฯ เรียกคืนเงินเดือนและให้ กกต. ฟ้องเรียกค่าเสียหายจากการจัดการเลือกตั้งและดำเนินคดีอาญากับ “สิระ เจนจาคะ” ขณะที่สำนักการคลัง สภาผู้แทนฯ เร่งคำนวณ เงินเดือน -เงินประจำตำแหน่งและสิทธิประโยชน์ต่าง ๆ ที่ สิระ ได้รับเพื่อเรียกคืน

นายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีตกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) โพสต์ข้อความในเฟซบุ๊ก ว่า คืนเงินเดือน สิทธิประโยชน์ที่เคยได้รับ  ชดใช้ค่าเสียหายในการเลือกตั้ง และ ดำเนินคดีอาญา ตามมาเป็นชุด

“สภา” มีหน้าที่เรียกคืนเงินเดือน สิทธิประโยชน์ต่าง ๆ เช่น เบี้ยประชุมกรรมาธิการ เงินผู้เชี่ยวชาญ ผู้ชำนาญการ ผู้ช่วย ส.ส. (รวม 7คน) ค่าเครื่องบิน ฯลฯ ย้อนหลังไปตั้งแต่บาทแรกที่ได้รับ

ส่วน กกต. มีหน้าที่ ฟ้องเอาค่าเสียหายในการจัดการเลือกตั้งและฟ้องดำเนินคดีอาญาในฐานะใช้หลักฐานอันเป็นเท็จในการสมัครเลือกตั้ง

ส่วนการทำหน้าที่ต่าง ๆ เช่นการลงมติในกรรมาธิการหรือในสภา ให้ถือว่ายังมีผลทางกฎหมายไม่เสียไป

สมชัย เรียกร้องสภาฯ เรียกคืนเงินเดือน-กกต.ดำเนินอาญา "สิระ" หลังพ้น ส.ส.

ทั้งนี้โพสต์ของนายสมชัย มีขึ้นหลังศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยว่า “นายสิระ เจนจาคะ” ส.ส. กทม. พรรคพลังประชารัฐ มีลักษณะต้องห้ามในการใช้สิทธิ์สมัครรับเลือกตั้ง เป็นผลให้สมาชิกสภาพส.ส.สิ้นสุดลง

รายงานข่าวแจ้งว่า ล่าสุด สำนักการคลัง สภาผู้แทนราษฎร อยู่ระหว่างตรวจสอบเพื่อเรียกคืนเงินเดือนและรายได้ทั้งหมดของ “นายสิระ” ที่ได้จากสภาผู้แทนราษฎร ตั้งแต่เดือนมีนาคม 2562 ใน 3 รายได้ ได้แก่ 

1.เงินเดือนและเงินประจำตำแหน่ง เดือนละ113,560 บาท ตั้งแต่วันที่ 24 เดือนมีนาคม 2562 ถึงวันที่ 22 ธันวาคม 2564  รวมเป็นเงินกว่า 3.7 ล้านบาท

 2.เงินเดือนผู้ช่วย ส.ส.ของ “นายสิระ” จำนวน 7คน ที่มีค่าตอบแทนคนละ 15,000-20,000 บาท

3.ค่าเบี้ยประชุม-ค่าเดินทางต่าง ๆ ของ “นายสิระ” ที่ดำรงตำแหน่งกรรมาธิการ อนุกรรมาธิการ 

ขณะนี้กำลังอยู่ระหว่างรวบรวมว่า มีจำนวนเงินจ่ายให้นายสิระไปทั้งหมดเท่าใด จะต้องเรียกคืนทุกบาททุกสตางค์ หลังจากคำนวณวงเงินที่นายสิระต้องจ่ายคืนเสร็จแล้ว จะส่งหนังสือให้นายสิระรับทราบ เพื่อคืนรายได้ทั้งหมดที่ได้ไปให้สภาฯต่อไป  

เสรีรวมไทยขำโฆษกรัฐบาล ขว้างงูไม่พ้นคอ ใช้โพลล์ย้ำความล้มเหลวนายกฯ 

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/498072

22 ธ.ค. 2564 |20:00 น.

เสรีรวมไทยขำโฆษกรัฐบาล ขว้างงูไม่พ้นคอ ใช้โพลล์ย้ำความล้มเหลวนายกฯ 

โฆษกพรรคเสรีรวมไทยย้อนเกล็ดกระบอกเสียงรัฐบาล คุยโวคะแนนนิยม”ลุงตู่” ดีวันดีคืน หารู้ไม่คะแนนตกต่ำกว่าฝ่ายค้านเสียอีก

นางสาวเกศศิริ เรืองกาญจนเศรษฐ์  โฆษกเสรีรวมไทย กล่าวถึงกรณีที่พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์  เตมียาเวส  หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย ได้ให้ความเห็นว่าพล.อ.ประยุทธ์ ควรลาออกจากตำแหน่ง เพื่อเป็นของขวัญให้ประชาชน ทำให้ นายธนกร ออกมาโวถึงคะแนนนิยมพล.อ.ประยุทธ์นั้น

“ไม่ทราบนายธนากรยังอยู่ประเทศไทยอยู่ไหม  ขนาดเป็นโพลที่มักจะยกยอพล.อ.ประยุทธ์อยู่เสมอแต่ในโพลเดียวกันนี้เอง นายธนกรอ่านไม่ครบหรือเปล่า มองไม่หรือว่า คะแนนพล.อ.ประยุทธ์ ต่ำกว่านักการเมืองฝ่ายค้านอยู่มาก กล้ายกมาชื่นชมได้อย่างไร”  โฆษกพรรคเสรีรวมไทย กล่าว 

นางสาวเกศศิริ เรืองกาญจนเศรษฐ์  โฆษกเสรีรวมไทยนางสาวเกศศิริ เรืองกาญจนเศรษฐ์  โฆษกเสรีรวมไทย

ทั้งนี้  ไม่มีความละอายใจเลยหรือ ขนาดเป็นผู้นำประเทศ และขนาดสำรวจความเห็นประชาชนมา 1,086 คน ยังได้คะแนนต่ำมาก ไม่อยากจะคิดเลยว่าถ้าสำรวจประชาชนทั้งประเทศในหัวข้อนี้ คะแนนพล.อ.ประยุทธ์จะเป็นอย่างไร ดูจากการไปลงพื้นที่ที่ไหนก็มีแต่คนขับไล่ ตะโกนด่าทอ แสดงให้เห็นอยู่เสมอว่าประชาชนเขาไม่ต้องการพล.อ.ประยุทธ์มานานแล้ว ทั้งนักเรียน นิสิตนักศึกษา และประชาชน ต่างก็มาชุมนุมขับไล่จนเกิด #ประยุทธ์ออกไป ขึ้นโซเชียลอยู่หลายครั้ง


โฆษกพรรคเสรีรวมไทย กล่าวด้วยว่า บางครั้งขณะขับรถอยู่บนท้องถนนเห็นสติ๊กเกอร์ติดท้ายรถของประชาชนที่กล่าวถึงคุณประยุทธ์แล้วยังตกใจแทน  

และต่อการเสียดสีว่าสมัยหน้าจะมีการเลือกตั้งแบบบัตรสองใบจะทำให้พรรคเล็กอยู่ลำบาก ถึงพรรคเสรีรวมไทยจะอยู่ลำบากแต่ก็มั่นใจว่าอยู่ด้วยแรงสนับสนุนของประชาชาชนอย่างบริสุทธ์ ไม่ต้องโกงไม่ต้องปล้นเขามา ไม่ต้องดิ้นรนแก้กติกาเพื่อไม่ให้แพ้การเลือกตั้ง

คุก 2 เดือน “อั๋ว จุฑาทิพย์” นำ “ม็อบรีเด็ม” ป่วนหน้าศาลอาญา รอลงอาญา 2 ปี

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/498025

22 ธ.ค. 2564 |16:20 น.

คุก 2 เดือน "อั๋ว จุฑาทิพย์" นำ "ม็อบรีเด็ม" ป่วนหน้าศาลอาญา รอลงอาญา 2 ปี

ศาลอาญา สั่งจำคุก “อั๋ว จุฑาทิพย์ 2 เดือน แต่ให้รอลงอาญา 2 ปี ส่วนเพื่อนร่วมก๊วน 1-3 กักขัง 40 วัน ส่วนที่ 5 กักขัง 2 เดือน นำ “ม็อบรีเด็ม บุกป่วน ด่าทอผู้พิพากษา ขว้างปาสิ่งของบริเวณหน้าศาล

22 ธ.ค. 2564  ศาลอาญา ถ. รัชดาภิเษก นัดฟังคำสั่งคดีละเมิดอำนาจศาล ที่ ผู้อำนวยการ สำนักอำนวยการประจำศาลอาญา ตั้งเรื่องกล่าวหา นายศุภกิจ บุญมหิทานนท์,นายวีรภาพ วงษ์สมาน ,นายพัชรวัฒน์ โกมลประเสริฐกุล , น.ส.จุฑาทิพย์ ศิริขันธ์  หรือ อั๋ว แนวร่วมกลุ่มเยาวชนปลดแอก หรือ รีเด็ม ผู้ถูกกล่าวหาที่ 1-5 ในความผิดฐานประพฤติตนไม่เรียบร้อยภายในบริเวณศาล อันเป็นความผิดฐานกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 30,31(1) ,33 ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 15

เมื่อวันที่ 2 พ.ค.2564 กลุ่มเยาวชนปลดแอด หรือ รีเด็ม เชิญชวนมวลชนให้ไปทำกิจกรรม จากอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ไปศาลอาญา โดยนัดหมายเคลื่อนขบวนออกจากอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ เวลา 15.00 น. ถึงศาลอาญาเวลา 16.55 น. มีมวลชนประมาณ 300 – 350 คน เมื่อมาถึงผู้ชุมนุมใช้เครื่องขยายเสียงเปิดเสียงมีข้อความที่บันทึกไว้ก่อนแล้ว ด่าทอ รองอธิบดีผู้พิพากษาศาลอาญาอย่างต่อเนื่อง และมีการนำสิ่งของ เช่น มะเขือเทศ ไข่ไก่ และของเหลวสีแดง มาแจก แล้วชักชวนผู้ร่วมชุมนุมขว้างปาสิ่งของดังกล่าวใส่ป้าย ศาลอาญาและบริเวณพื้นในบริเวณศาลอาญา ทำให้ป้ายศาลอาญาและบริเวณพื้นในศาลอาญาสกปรกเปรอะเปื้อน ได้รับความเสียหาย 

ต่อมาเวลาประมาณ 17.35 น. พ.ต.ท.ศักดิ์ชัย ไกรวีระเดชาชัย รองผกก.สน.พหลโยชิน ได้ประกาศคำสั่งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เรื่อง การแพร่ระบาดของโรคโควิด -19 แต่ไม่ได้รับความร่วมมือจากผู้ชุมนุม โดยผู้ชุมนุมยังคงขว้างปาสิ่งของอย่างต่อเนื่อง จากนั้น เวลาประมาณ 17.40 น. พ.ต.อ. ประสพโชค เอี่ยมพินิจ ผกก.สน.พหลโยธิน ประกาศให้ผู้ชุมนุมหยุดการกระทำที่ผิดกฎหมาย แต่กลับไม่หยุด จนกระทั่งเวลา 18.36 น. แกนนำผู้ชุมนุมได้ประกาศให้ผู้ชุมนุมเลิกกิจกรรมและยุติการชุมนุม ผู้ชุมนุมจึงทยอยออกจากพื้นที่บริเวณหน้าศาลอาญา แต่มีผู้ชุมนุมบางส่วนยังรวมกลุ่มกันที่บริเวณปากซอยรัชดาภิเษก 32 และขว้างปาประทัด ยิงพลุไฟ และยิงหนังสติ๊กใส่เจ้าหน้าที่ชุดควบคุมฝูงชน

ภายหลังตำรวจชุดสืบสวนได้สืบสวนทราบว่าผู้ถูกกล่าวหาที่ 1 – 5 ได้ร่วมกระทำการอันไม่สงบเรียบร้อยภายในบริเวณและรอบบริเวณศาลอาญา โดยนำสิ่งของประกอบด้วย มะเขือเทศ ไข่ไก่ ขวดน้ำบรรจุของเหลวสีแดง ขว้างปาข้ามรั้วเข้าไปในบริเวณศาลอาญา โดยสิ่งของดังกล่าวตกหล่นบนพื้นบริเวณลานจอดรถด้านในศาลอาญา ทำให้พื้นที่บริเวณดังกล่าวได้รับความสกปรก และมีกลิ่นคาวคละคลุ้งไปทั่วบริเวณพื้นที่หน้าศาลอาญา การกระทำของผู้ถูกกล่าวหาที่ 1-5 เป็นการประพฤติตนไม่เรียบร้อยในบริเวณศาลอาญาและกระทำการฝ่าฝืนข้อกำหนดของศาลอาญา ว่าด้วยการรักษาความสงบเรียบร้อยในบริเวณศาล พ.ศ.2564 ฉบับลงวันที่ 17 มี.ค. 2564  ผู้ถูกกล่าวหา ที่ 1- 5 ให้การปฏิเสธ

โดยวันนี้ นาย ศุภกิจ ผู้ถูกกล่าวหาที่ 1 , น.ส.จุฑาทิพย์ ผู้ถูกกล่าวหาที่ 4 กับพวกรวม 5 คน  เดินทางมาฟังคำสั่งศาลพร้อมกับเพื่อนประมาณ 3 – 4 ราย ที่เดินทางมาให้กำลังใจ 

ศาลพิเคราะห์พยานหลักฐานแล้ว เห็นว่า ข้ออ้างของผู้ถูกกล่าวหาที่ 1 – 5 ฟังไม่ขึ้น 

จึงมีคำสั่งว่า ผู้ถูกกล่าวหาทั้งห้ามีความผิดฐานละเมิดอำนาจศาล ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 30, 31 (1), 33 ประกอบประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 15 ขณะกระทำความผิดผู้ถูกกล่าวหาที่ 1 อายุ 19 ปีเศษ ผู้ถูกกล่าวหาที่ 2 และ 3  อายุ 18 ปีเศษ เห็นควรลดโทษให้1 ใน 3 ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 76 คงจำคุกคนละ 2 เดือน และให้จำคุกผู้ถูกกล่าวหาที่ 4 และที่ 5 คนละ 3 เดือนปรับผู้ถูกกล่าวหาที่ 4 จำนวน 480 บาท ผู้ถูกกล่าวหาทั้งห้านำสืบรับข้อเท็จจริงเป็นประโยชน์แก่การพิจารณามีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้คนละ 1 ใน 3 ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา
78 คงจำคุกผู้ถูกกล่าวหาที่ 1-3 คนละ 40 วัน คงจำคุกผู้ถูกกล่าวหาที่ 4 และ 5 คนละ 2 เดือน ปรับผู้ถูกกล่าวหาที่ 4 จำนวน 320 บาท 

พิเคราะห์พฤติการณ์และความร้ายแรงแห่งคดีแล้วเห็นว่า ขณะเกิดเหตุผู้ถูกกล่าวหาที่ 4 ร่วมกระทำผิดเฉพาะในส่วนการเข้าไปช่วยยกสิ่งของที่มีผู้นำมาให้ผู้ร่วมชุมนุมใช้ขว้างปา และช่วยคนสีในถังเป็นช่วงเวลาสั้น ” โดยทางไต่สวนไม่พอฟังว่าผู้ถูกกล่าวหาที่ 4 เป็นแกนนำจัดให้มีการชุมนุม ทั้งไม่ปรากฎข้อเท็จจริงว่าขณะร่วมชุมนุม ผู้ถูกกล่าวหาที่ 4 กระทำการใดอันเป็นการก่อความวุ่นวายอื่นอีก และไม่ปรากฎว่าเคยต้องโทษจำคุกมาก่อน เพื่อให้โอกาสผู้ถูกกล่าวหาที่ 4 กลับตนเป็นพลเมืองดี จึงเห็นสมควรให้รอการลงโทษจำคุกไว้มีกำหนด 2 ปี และให้คุมความประพฤติโดยให้ไปรายงานตัวต่อพนักงานคุมประพฤติ 3 เดือนต่อครั้ง ภายในกำหนดเวลา 1 ปี และให้ทำกิจกรรมบริการสังคมหรือสาธารณประโยชน์ เป็นเวลา 12 ชั่วโมง

สำหรับผู้ถูกกล่าวหาที่ 1,2,3 และ 5 มีพฤติการณ์เข้าร่วมชุมนุมโดยใช้ความรุนแรงอันเป็นการไม่นำพาต่อความสงบเรียบร้อยในสังคม จึงไม่มีเหตุรอการลงโทษ แต่เพื่อมิให้มีประวัติต้องโทษจำคุก จึงให้เปลี่ยนโทษจำคุกของผู้ถูกกล่าวหาที่ 1,2,3 และ 5 เป็นโทษกักขัง ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 23 โดยให้กักขังผู้ถูกกล่าวหาที่ 1,2,3 มีกำหนด 40 วัน และกักขังผู้ถูกกล่าวหาที่ 5 มีกำหนด 2 เดือน

นายกฯ เน้นใช้หลักปรัชญาศก.พอเพียง สอดคล้องยุทธศาสตร์ชาติ จัดทำงบฯปี 66

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/498023

22 ธ.ค. 2564 |16:16 น.

นายกฯ เน้นใช้หลักปรัชญาศก.พอเพียง สอดคล้องยุทธศาสตร์ชาติ จัดทำงบฯปี 66

โฆษกรัฐบาลเผยนายกฯ มอบนโยบายและแนวทางการจัดทำงบประมาณปี 2566 เน้นน้อมนำ “หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง” วางแนวทางจัดทำงบฯ สอดคล้อง ยุทธศาสตร์ชาติ เพื่อความมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน

วันนี้ (22 ธ.ค.) เวลา 13.30 น. ณ ห้องรอยัล จูบิลี่ อาคารชาเลนเจอร์ ชั้น 1 ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุม อิมแพ็ค เมืองทองธานี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เป็นประธานพิธีเปิดการประชุมสัมมนาการมอบนโยบายและแนวทางการจัดทำงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 ให้แก่ส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ และหน่วยงานอื่น ได้รับทราบนโยบาย หลักเกณฑ์ และแนวทางในการจัดทำงบประมาณรายจ่ายประจำปี พ.ศ. 2566 โดยมีนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข นายดิสทัต โหตระกิตย์ เลขาธิการนายกรัฐมนตรี เข้าร่วมงาน นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี สรุปสาระสำคัญ ดังนี้

นายกรัฐมนตรี กล่าวถึงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 มีทิศทางดีขึ้นเป็นลำดับ รวมทั้งกระจายการฉีดวัคซีนให้กับประชาชนมีความคืบหน้า ทำให้ทยอยผ่อนคลายมาตรการในการควบคุมโรคได้ ส่งผลให้เศรษฐกิจเริ่มฟื้นตัว โดยเฉพาะในภาคการท่องเที่ยว ธุรกิจค้าส่งและค้าปลีก ธุรกิจบันเทิง และธุรกิจอื่นที่เกี่ยวเนื่อง และในปี 2565 การใช้จ่ายภาครัฐยังคงมีบทบาทสำคัญในการสนับสนุนการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ โดยมีเงินจากงบประมาณรายจ่ายประจำปี วงเงิน 3.1 ล้านล้านบาท งบลงทุนของรัฐวิสาหกิจ วงเงิน 3.07 แสนล้านบาท และเงินกู้จากพระราชกำหนดให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจและสังคมจากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019  เพิ่มเติม พ.ศ. 2564  วงเงิน 5 แสนล้านบาท 

อย่างไรก็ดี พ.ร.ก. กู้เงิน 5 แสนล้านบาท จะสิ้นสุดลงในปีงบประมาณ 2565  ดังนั้น การใช้จ่ายภาครัฐผ่านงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2566 จึงเป็นปัจจัยสำคัญที่จะสนับสนุนการฟื้นตัวของเศรษฐกิจให้เป็นไปอย่างต่อเนื่อง ควบคู่ไปกับการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ชาติ แผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติ แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 13 และแผนต่าง ๆ ให้บรรลุตามเป้าหมายที่กำหนด 

นายกรัฐมนตรี ได้ให้แนวทางการจ่ายงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2566 เพื่อขับเคลื่อนการพัฒนาตามยุทธศาสตร์ชาติได้อย่างต่อเนื่อง และแก้ไขปัญหาที่สำคัญของประเทศ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ประสิทธิผล และเกิดผลสัมฤทธิ์ที่เป็นรูปธรรม โดยให้ยึดหลัก ดังนี้ 

1)น้อมนำแนวทางพระราชดำริ และ “หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง” ในพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และพระบรมราโชบายของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 10 รวมทั้งแนวทางของพระบรมวงศานุวงศ์มาประยุกต์ใช้ในโครงการต่าง ๆ ที่เหมาะสม 

2)ให้ความสำคัญกับการขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาความยากจนแบบพุ่งเป้า โดยใช้งบประมาณทั้งในส่วนของหน่วยรับงบประมาณที่อยู่ภายใต้แผนงานยุทธศาสตร์และแผนงานพื้นฐาน  เช่น การพัฒนาด้านการศึกษา ด้านสาธารณสุข ด้านการเกษตร และแผนงานบูรณาการอื่นที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนการใช้แนวทางเกษตร Sandbox  เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรในการลดต้นทุนการผลิตตั้งแต่ต้นทาง กลางทาง และปลายทาง

“สิระ”พ้นสภาพส.ส. ศาลรธน.อ่านคำวินิจฉัยขัดคุณสมบัติความเป็นส.ส.

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/497973

22 ธ.ค. 2564 |15:50 น.

"สิระ"พ้นสภาพส.ส.  ศาลรธน.อ่านคำวินิจฉัยขัดคุณสมบัติความเป็นส.ส.

สิระ พ้นสภาพความเป็น ส.ส. ศาลรัฐธรรมนูญ อ่านคำวินิจฉัย ให้ สิระ เจนจาคะ ขัดคุณสมบัติความเป็นส.ส. เนื่องจากปมคำร้องต้องคำพิพากษาถึงที่สุดในคดีฉ้อโกง พ้นสภาพส.ส.กำหนดเลือกตั้งซ่อมเขตหลักสี่ ใหม่

22 ธ.ค. 64  เมื่อเวลา 15.00 น.  ศาลรัฐธรรมนูญ อ่านคำวินิจฉัย กรณีที่มีผู้ร้องว่า นายสิระ เจนจาคะ ส.ส.เขตหลักสี่ พรรคพลังประชารัฐ ต้องคำพิพากษาถึงที่สุดปมคดีฉ้อโกง ถือว่าขัดคุณสมบัติการเป็นส.ส.หรือไม่ โดยศาลรธน. มีมติ 7 ต่อ 2  วินิจฉัย ให้นายสิระ ขัดคุณสมบัติการเป็นส.ส. 

ทั้งนี้ ศาลรธน. ได้ระบุว่า สืบเนื่องจากประธานสภาผู้แทนราษฎร(ผู้ร้อง) ส่งคำร้องขอให้ศาลรธน.วินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญ กรณีนายสิระ  เจนจาคะ (ผู้ถูกร้อง)  เคยต้องคำพิพากษาของศาลแขวงปทุมวันในคดีหมายเลขดำที่ 812 /2538  คดีหมายเลขแดงที่ 2218 / 2538 เป็นกรณีที่ผู้ถูกร้องเคยต้องคำพิพากษาอันถึงที่สุดว่ากระทำความผิดเกี่ยวกับทรัพย์ที่กระทำโดยทุจริตตามประมวลกฎหมายอาญาทำให้ผู้ถูกร้องเป็นบุคคลที่มีลักษณะต้องห้ามมิให้ใช้สิทธิสมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 98 (10 )  

โดยศาลรัฐธรรมนูญมีคำสั่งรับคำร้องไว้พิจารณาวินิจฉัย ตามมาตรา 82 วรรคสอง และมีคำสั่งยกคำขอให้ผู้ถูกร้องหยุดปฏิบัติหน้าที่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ต่อมาผูู้ถูกร้องยื่นคำชี้แจงแก้ข้อกล่าวหา และศาลรัฐธรรมนูญมีคำสั่งรับคำชี้แจงแก้ข้อกล่าวหาไว้ในสำนวน และให้หน่วยงานและพยานที่เกี่ยวข้องชี้แจงตามที่ศาลกำหนด พร้อมจัดส่งเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้องแล้ว 

สิระ  เจนจาคะ  พ้นสภาพความเป็นส.ส.เขตหลักสี่ พรรคพลังประชารัฐสิระ เจนจาคะ พ้นสภาพความเป็นส.ส.เขตหลักสี่ พรรคพลังประชารัฐ

"สิระ"พ้นสภาพส.ส.  ศาลรธน.อ่านคำวินิจฉัยขัดคุณสมบัติความเป็นส.ส.

ศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยว่า  นายสิระ  มีลักษณะต้องห้ามในการใช้สิทธิ์สมัครรับเลือกตั้ง เป็นผลให้สมาชิกสภาพส.ส.สิ้นสุดลง

เนื่องจากข้อเท็จจริงรับฟังได้ว่า  นายสิระ ต้องคำพิพากษาถึงที่สุดเกี่ยวกับการกระทำผิดเกี่ยวกับทรัพย์โดยทุจริตตามประมวลกฎหมายอาญา นายสิระ จึงเป็นบุคคลลักษณะต้องห้ามเป็นส.ส.เป็นเหตุให้สมาชิกภาพส.ส.สิ้นสุดลง

เมื่อสมาชิกภาพของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของผู้ถูกร้องสิ้นสุดลง ทำให้มีตำแหน่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขตเลือกตั้งแทนตำแหน่งที่ว่างภายในสี่สิบห้าวันนับแต่วันที่ตำแหน่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรว่างลงตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 105 วรรคหนึ่ง ( 1 ) ประกอบมาตรา 102 จึงให้ถือว่าวันที่ตำแหน่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรว่างลง คือ  วันที่ศาลรัฐธรรมนูญอ่านคำวินิจฉัยให้แก่คู่กรณีฟังโดยชอบตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2561  มาตรา 76 วรรคหนึ่ง ที่บัญญัติให้คำวินิจฉัยของศาลมีผลในวันอ่าน คือ วันที่ 22 ธันวาคม 2564 

หลังจากนี้ กกต.จะมีการพิจารณาดำเนินการตามพ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้งส.ส. มาตรา151 ฐานรู้อยู่แล้วว่าไม่มีสิทธิ์สมัครรับเลือกตั้งแต่ยังลงสมัครซึ่งมีโทษจำคุกตั้งแต่ 1-10ปี ปรับตั้งแต่  20,000 -200,000 บาท

และให้ศาลสั่งเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งผู้นั้นมีกำหนด 20 ปี เป็นไปตาม พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้งส.ส.2561 มาตรา 151 ผู้ใดรู้อยู่แล้วว่าตนไม่มีสิทธิสมัครรับเลือกตั้งเนื่องจากขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้ามมิให้ใช้สิทธิสมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ได้สมัครรับเลือกตั้งหรือทําหนังสือยินยอมให้พรรคการเมืองเสนอรายชื่อเพื่อสมัครรับเลือกตั้งแบบบัญชีรายชื่อ

ต้องระวางโทษจําคุกตั้งแต่หนึ่งถึงสิบปี และปรับตั้งแต่สองหมื่นบาทถึงสองแสนบาท และให้ศาลสั่งเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งของผู้นั้นมีกําหนด ยี่สิบปีในกรณีที่ผู้กระทําความผิดตามวรรคหนึ่งเป็นผู้ซึ่งได้รับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ให้ศาลมีคําสั่งให้ผู้นั้นคืนเงินประจําตําแหน่งและประโยชน์ตอบแทนอย่างอื่นที่ได้รับมาเนื่องจากการดํารงตําแหน่งดังกล่าวให้แก่สํานักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรด้วย

อนึ่ง นายสิระ เจนจาคะ  ถือว่าเป็นนักการเมืองที่มีชื่อเสียงและมีบทบาทการทำหน้าที่ในสภาฯ ขณะเดียวกัน ยังเป็นส.ส.ที่ได้รับขนานนามจากแวดวงทางการเมือง ตามโลกโซเชียล เป็น “ส.ส.หิวแสง” บ้างก็มี เนื่องจาก “นายสิระ” มักเข้าไปติดตามตรวจสอบเหตุการณ์ที่อยู่ในกระแสความสนใจของผู้คน 

ไม่เพียงเท่านั้น “นายสิระ” ยังตกเป็นข่าวในช่วงแรกๆที่เข้ามาทำหน้าที่ส.ส. ด้วยการลงพื้นที่จ.ภูเก็ต เพื่อตรวจสอบโครงการก่อสร้างอาคารชุด หรือคอนโดมิเนียมหรู เป็นที่พักอาศัยบนที่ดินซึ่งได้รับการร้องเรียนว่ามีการออกเอกสารสิทธิโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย และทำให้ผู้ที่อยู่อาศัยใกล้เคียงได้รับผลกระทบ ช่วงนั้นเองปรากฎคลิปอื้อฉาว เป็นเหตุการณ์ที่”นายสิระ”กำลังพูดคุยกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.กะรน เรื่องการปฏิบัติหน้าที่ โดยนายสิระต่อว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจ เนื่องจากไม่มีตำรวจมาดูแลระหว่างที่ ส.ส.ลงพื้นที่ 

หรือแม้แต่ในช่วงการแพร่ระบาดไวรัสโควิด-19  “นายสิระ” เจ้าของพื้นที่เขตหลักสี่ ก็ได้ออกมาแสดงความไม่เห็นด้วยกับการก่อสร้างรพ.สนามพลังแผ่นดินที่มีนพ.เหรียญทอง แน่นหนา ผอ.รพ.มงกุฎวัฒนะ ดำเนินการ จนมีวิวาทะตอบโต้กันผ่านสื่อมวลชน ระยะหนึ่ง 

เช่นเดียวกับ การออกมาแถลงข่าวตอบโต้ทางการเมืองกับ”พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์  เตมียาเวส” หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย จนในที่สุด พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ ได้ยื่นคำร้องผ่านประธานสภาฯ  ส่งศาลรัฐธรรมนูญให้ตรวจสอบคุณสมบัติความเป็นส.ส.จนนำมาสู่การอ่านคำวินิจฉัย “นายสิระ”  ขัดคุณสมบัติความเป็นส.ส. และเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง  
 

เปิดคำวินิจฉัยศาลรธน. มติ7:2 ให้สิระพ้นสมาชิกภาพส.ส.เปิดคำวินิจฉัยศาลรธน. มติ7:2 ให้สิระพ้นสมาชิกภาพส.ส.

ราชกิจจาฯ ประกาศกกต.กำหนดวัน “เลือกตั้งซ่อม” ชุมพร-สงขลา เช็คชื่อผู้สมัคร

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/497993

22 ธ.ค. 2564 |15:00 น.

ราชกิจจาฯ ประกาศกกต.กำหนดวัน "เลือกตั้งซ่อม" ชุมพร-สงขลา เช็คชื่อผู้สมัคร

เช็คชื่อ ผู้สมัคร เลือกตั้งซ่อม ราชกิจจาฯ เผยแพร่ ประกาศกรรมการการเลือกตั้งกำหนดวันเลือกตั้งซ่อม ส.ส. เขต 1 ชุมพร และ เขต 6 สงขลา ให้เป็นวันที่ 16 มกราคม 2565 เปิดรับสมัคร 23 -27 ธ.ค.นี้

22 ธ.ค. 64  ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 20 ธ.ค.64  ราชกิจจาฯ เผยแพร่ ประกาศคณะกรรมการการเลือกตั้ง เรื่อง กำหนดวันเลือกตั้ง และวันรับสมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดชุมพร เขตเลือกตั้งที่ 1 และจังหวัดสงขลา เขตเลือกตั้งที่ 6 แทนตำแหน่งที่ว่าง

โดยระบุว่า  ตามที่ได้มีพระราชกฤษฎีกาให้มีการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดชุมพร เขตเลือกตั้งที่ 1 และจังหวัดสงขลา เขตเลือกตั้งที่ 6 แทนตำแหน่งที่ว่าง พ.ศ. 2564 อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 12 แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2561 คณะกรรมการการเลือกตั้งจึงออกประกาศกำหนดวันเลือกตั้ง และวันรับสมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดชุมพร เขตเลือกตั้งที่ 1 และจังหวัดสงขลา เขตเลือกตั้งที่ 6 แทนตำแหน่งที่ว่าง ดังนี้

ราชกิจจาฯ ประกาศกกต.กำหนดวัน "เลือกตั้งซ่อม" ชุมพร-สงขลา เช็คชื่อผู้สมัคร

1. ให้มีการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดชุมพร เขตเลือกตั้งที่ 1 และจังหวัดสงขลา เขตเลือกตั้งที่ 6 แทนตำแหน่งที่ว่าง ในวันอาทิตย์ที่ 16 มกราคม พ.ศ. 2565

2. ผู้ใดประสงค์จะสมัครรับเลือกตั้ง ให้ยื่นใบสมัครรับเลือกตั้งพร้อมทั้งเอกสารหลักฐาน และค่าธรรมเนียมในการสมัครรับเลือกตั้งต่อผู้อ านวยการการเลือกตั้งประจ าเขตเลือกตั้ง ตั้งแต่ วันพฤหัสบดีที่ 23 ธันวาคม พ.ศ. 2564 ถึงวันจันทร์ที่ 27 ธันวาคม พ.ศ. 2564 ระหว่างเวลา 08.30 นาฬิกา ถึงเวลา 16.30 นาฬิกา (ไม่เว้นวันหยุดราชการ) ณ สถานที่ที่ผู้อำนวยการ การเลือกตั้งประจำเขตเลือกตั้งกำ หนด

จึงประกาศให้ทราบโดยทั่วกัน

ประกาศ ณ วันที่ 20 ธันวาคม พ.ศ. 2564

อิทธิพร บุญประคอง ประธานกรรมการการเลือกตั้ง

ขณะที่บรรยากาศการเตรียมตัวสมัครรับเลือกตั้งซ่อมส.ส.ของแต่ละพรรคการเมืองเป็นไปอย่างคึกคัก

พรรคพลังประชารัฐ  ส่งผู้สมัครรับเลือกตั้งซ่อม ส.ส.สงขลา และไม่ส่งผู้สมัครรับเลือกตั้งซ่อม ส.ส.ชุมพร โดย ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ส.ส.พะเยา เลขาธิการพรรค พปชร. ในฐานะประธานคณะกรรมการสรรหาฯ ได้เสนอ นายอนุกูล พฤกษานุศักดิ์ เป็นตัวแทนของพรรคลงสมัครรับเลือกตั้งซ่อม ส.ส.สงขลา โดยมี นายสุชาติ ชมกลิ่น รมว.แรงงาน เป็น ผอ.การเลือกตั้งของพรรค

พรรคประชาธิปัตย์  มีมติส่ง นายอิสรพงษ์ มากอำไพ เป็นผู้สมัครรับเลือกตั้งซ่อมส.ส. ในเขต1 จังหวัดชุมพร และให้น.ส.สุภาพร กำเนิดผล เป็นผู้สมัครรับเลือกตั้งซ่อมส.ส. ในเขต6 จังหวัดสงขลา 

พรรคกล้า นำโดยนายกรณ์ จาติกวณิช หัวหน้าพรรค พร้อมด้วยคณะผู้บริหารพรรคได้เปิดตัว พ.ต.อ.ทศพล โชติคุตร์ หรือ ผู้กำกับหนุ่ย เป็นว่าที่ผู้สมัครรับเลือกตั้งซ่อม ส.ส.เขต 1 จ.ชุมพร และ นายพงศธร สุวรรณรักษา หรือ ทนายอาร์ม ทนายความด้านแรงงานและสิทธิมนุษยชน เป็นว่าที่ผู้สมัครรับเลือกตั้งซ่อม ส.ส.เขต 6 จ.สงขลา 

โฆษกรัฐบาลเผยไทยระงับ “Test and Go” ชั่วคราวเน้นความปลอดภัยคนไทยสูงสุด

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/497999

22 ธ.ค. 2564 |14:51 น.

โฆษกรัฐบาลเผยไทยระงับ "Test and Go" ชั่วคราวเน้นความปลอดภัยคนไทยสูงสุด

โฆษกรัฐบาลเผยไทยระงับ Test and Go แค่ชั่วคราว เพราะ “นายกฯ” เน้นดูแลความปลอดภัยคนไทยสูงสุด สั่งเด็ดขาดผู้ว่าราชการจังหวัด ตำรวจ ทหาร คุมเข้มปีใหม่ ขอประชาชนและทุกฝ่ายร่วมมือ ด้านภาคเอกชนเข้าใจนายกฯ ระงับเดินทาง Test and Go และ Sandbox ชั่วคราว ถือเป็นมาตรการรัดกุมรอบคอบ

นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เผย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม สั่งการหน่วยงานที่เกี่ยวข้องติดตามสถานการณ์การระบาดของโควิด-19 อย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 สายพันธุ์โอไมครอน ซึ่งมีแนวโน้มการระบาดที่สูงขึ้นในหลายประเทศ ถึงแม้ว่าไทย จะมีจำนวนผู้ติดเชื้อภายในประเทศยังคงลดลงอย่างต่อเนื่องต่ำกว่า 3,000 ราย เป็นวันที่ 4 

ทั้งนี้ สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ประจำวันนี้ (22 ธันวาคม 2564) พบผู้ติดเชื้อโควิด-19 รายใหม่ 2,532 ราย แบ่งเป็นผู้ติดเชื้อรายใหม่ 2,484 ราย ผู้ติดเชื้อในเรือนจำ/ที่ต้องขัง 48 ราย ผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้น 31 ราย ผู้ที่กำลังรักษาตัว 38,202 ราย และมียอดผู้ที่หายป่วยกลับบ้านแล้ว 3,191 ราย ทำให้มียอดผู้ป่วยยืนยันสะสมตั้งแต่ 1 เม.ย. 64 จำนวน 2,170,198 ราย จำนวนผู้ที่หายป่วยสะสมจำนวน 2,111,962 ราย ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรียังกำชับหน่วยงานสาธารณสุขเร่งฉีดวัคซีนและวัคซีนเข็มกระตุ้นให้มากขึ้น โดยให้เพิ่มจุดให้บริการฉีด ณ สถานีขนส่ง ท่าเรือ หรือท่าอากาศยานในจังหวัดที่มีผู้เดินทางเป็นจำนวนมาก เช่น จังหวัดนครราชสีมา และเชียงใหม่ เป็นต้น เพื่อลดการแพร่เชื้อจากเมืองสู่ภูมิภาคด้วย
 

โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ยังย้ำ ที่ประชุม ศบค. วานนี้ปรับมาตรการเข้าราชอาณาจักรเพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโควิด-19 สายพันธุ์โอไมครอนภายในประเทศ โดยได้ระงับการลงทะเบียนชั่วคราวประเภท “Test and Go” และ “Sandbox” ยกเว้นภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์ ขอยืนยันว่าผู้ที่ได้อนุมัติในระบบ Test and Go ไว้ก่อนแล้ว ประมาณ 200,000 คน ยังคงสามารถทยอยเดินทางเข้าประเทศตามแผนการเดินทางได้จนถึงวันที่ 10 มกราคม 2565 ภายใต้มาตรการคัดกรองที่เข้มข้น ทั้งตรวจหาเชื้อด้วยวิธี RT- PCR เป็นจำนวน 2 ครั้ง คือ

วันแรกที่เดินทางเข้าประเทศ และวันที่ 7 โดยในการตรวจ RT-PCR ครั้งที่ 2 รัฐบาลจะเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่าย สำหรับมาตรการเดินทางเข้าราชอาณาจักร แบบ Test and Go เริ่มใช้ตั้งแต่ 1 พ.ย. 64 ที่ผ่านมา โดยอนุญาตให้ผู้เดินทางมาจาก 63 ประเทศ/พื้นที่ ทางอากาศเข้าไทยแบบไม่กักตัว โดยจะต้องเลือกจองโรงแรมที่เป็นสถานกักกันทางเลือก (AQ) /SHA+ 1 วัน เพื่อรอผลตรวจ RT-PCR ต้องมีหลักฐานการฉีดวัคซีนครบโดส 

ด้านภาคเอกชนเข้าใจการตัดสินใจระงับการเดินทางเข้าประเทศชั่วคราวแบบ “Test and Go” แล้ว เหลือเฉพาะ “Phuket Sandbox” และการกักตัวแบบ “State Quarantine” เป็นมาตรการรอบคอบรัดกุม สะท้อนการตัดสินใจที่ฉับไวและสอดคล้องกับพัฒนาการของการแพร่ระบาด ซึ่งอาจส่งผลนักท่องเที่ยวต่างชาติจะมีความมั่นใจที่จะเดินทางเข้าไทยมากขึ้นในระยะยาว ขณะเดียวกันการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยยังประเมินว่า มาตรการดังกล่าวจะส่งผลต่อจำนวนนักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้าไทยในระยะสั้น ซึ่งผู้ประกอบการพร้อมปรับรูปแบบการดำเนินธุรกิจให้เหมาะสม 

“นายกรัฐมนตรีย้ำการปรับมาตรการ “Test and Go” เป็นการปรับระงับเป็นการชั่วคราวเท่านั้น เป็นมาตรการเชิงรุกของ ศบค. ตามนโยบายของนายกรัฐมนตรีที่ให้ความสำคัญสูงสุดในการปกป้อง ดูแลความปลอดภัยให้กับทุกคนในประเทศ พร้อมสั่งกำชับผู้ว่าราชการจังหวัด และกรุงเทพมหานคร รวมทั้งหน่วยงานความมั่นคง ทหาร ตำรวจ เข้มงวดในการดูแลกิจการ/กิจกรรมทุกประเภท รวมทั้งให้กระทรวงสาธารณสุขเตรียมความพร้อมบุคลากร สถานพยาบาล เวชภัณท์ รองรับสถานการณ์ระหว่างและหลังเทศกาลปีใหม่นี้ ด้วย ศบค. จะมีการติดตามสถานการณ์ภาพรวมอย่างใกล้ชิด เพื่อประเมินการปรับใช้มาตรการอีกครั้งหลังวันที่ 4 ม.ค. 2565” นายธนกร กล่าว

“นิพนธ์” สั่งกรมที่ดิน ฟันไม่เลี้ยง เอี่ยวออกโฉนดที่ดิน “เกาะนุ้ยนอก”

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/497985

22 ธ.ค. 2564 |14:19 น.

"นิพนธ์" สั่งกรมที่ดิน ฟันไม่เลี้ยง เอี่ยวออกโฉนดที่ดิน "เกาะนุ้ยนอก"

“นิพนธ์” สั่ง กรมที่ดิน จัดการขั้นเด็ดขาดกับเจ้าหน้าที่ทุกฝ่าย ที่เกี่ยวข้องร่วมออกโฉนดที่ดิน “เกาะนุ้ยนอก” จ.กระบี่ พร้อมเร่งเพิกถอนโฉนดที่ดินที่ออกโดยมิชอบ ย้ำฟันทั้งวินัย-อาญาไม่ต้องไว้หน้าหากหลักฐานถึงใครร่วมขบวนการ ฟันไม่เลี้ยง

วันที่ 22 ธันวาคม 2564 กลายเป็นประเด็นร้อนทันที กรณี “เกาะนุ้ยนอก” ในพื้นที่บ้านเจ๊ะหลี หมู่ 3 ต.เกาะลันตาใหญ่ อ.เกาะลันตา จ.กระบี่ หลังจากก่อนนี้มีการร้องเรียนจากชาวบ้านให้ตรวจสอบการออกโฉนดที่ดินบนพื้นที่เนื้อที่ 5 ไร่เศษ ซึ่งตรวจสอบแล้วพบว่าอาจจะออกโฉนดที่ดินโดยมิชอบ หรือไม่ ล่าสุดมีความเคลื่อนไหวในเรื่องนี้ 

นายนิพนธ์ บุญญามณี  รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทบ(รมช.มท.) ในฐานะที่กำกับดูแลกรมที่ดิน กล่าวถึงกรณีตัวแทนกลุ่มชาวบ้านอนุรักษ์ป่าชายเลน บ้านเจ๊ะหลี หมู่ที่ 3 ตำบลเกาะลันตาใหญ่ อำเภอเกาะลันตา จังหวัดกระบี่ ร้องเรียนถึงการออกโฉนดที่ดินบน “เกาะนุ้ยนอก” โดยมิชอบด้วยกฎหมาย ว่า ตนได้สั่งให้กรมที่ดินตั้งคณะกรรมการขึ้นเพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงในเรื่องนี้แล้ว
 

“ผมได้กำชับให้ลงพื้นที่ เกาะนุ้ยนอก เร่งตรวจสอบข้อเท็จจริงในการออกโฉนดที่ดินนี้ให้เสร็จภายใน 15 วัน “รมช.มหาดไทย ระบุ

นายนิพนธ์  กล่าวอีกว่า โดยผลการสอบสวนพบว่า โฉนดที่ดินเลขที่ 12360 ตำบลเกาะลันตา จังหวัดกระบี่เนื้อที่ 5 ไร่ 2.3 ตารางวา เพิ่งออกโฉนดที่ดินเมื่อวันที่ 28 กันยายน 2564 ตามโครงการเดินสำรวจออกโฉนดที่ดิน โดยอ้างอาศัยหลักฐาน ส.ค.1 ต่อมา ได้มีการขอจดทะเบียนขายที่ดินดังกล่าวเมื่อวันที่ 18 ตุลาคม 2564 

“ทั้งที่เป็นโฉนดที่ดินที่ออกโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย เพราะออกไม่ตรงตามหลักฐาน ส.ค. 1 ที่ใช้เป็นหลักฐานอ้างอิงในการยื่นขอออกโฉนดที่ดิน ที่สำคัญคือทางจังหวัดกระบี่ไม่ได้ประกาศกำหนดเป็นท้องที่เดินสำรวจที่ดินทั้งยังพบว่า ที่ดินดังกล่าวไม่มีร่องรอยการทำประโยชน์ มีสภาพเป็นเกาะที่ห้ามไม่ให้ออกเป็นโฉนดที่ดินตามกฎหมาย”นายนิพนธ์ กล่าว

“ผมกำชับให้กรมที่ดินมีคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนตามความในมาตรา 61 แห่งประมวลกฎหมายที่ดิน เพื่อพิจารณาเพิกถอนโฉนดที่ดินแปลงดังกล่าว โดยมีผู้ตรวจราชการกรมที่ดิน เป็นประธานกรรมการให้เร่งรัดดำเนินการให้แล้วเสร็จภายใน 60 วัน

โดยสั่งให้ดำเนินคดีทั้งทางวินัยและอาญาอย่างร้ายแรงกับเจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง ในการร่วมออกโฉนดที่ดินที่ เกาะนุ้ยนอก โดยมิชอบในครั้งนี้ เพื่อไม่ให้เป็นเยี่ยงอย่างในการทุจริต ฉ้อราษฎร์บังหลวงขายสมบัติชาติต่อไป โดยเน้นย้ำว่าจะดำเนินการให้ถึงที่สุด โดยไม่ไว้หน้าใคร หากหลักฐานและพยานในการตรวจสอบสามารถสาวไปถึงคนในขบวนการออกโฉนดที่ดินโดยมิชอบในครั้งนี้” รมช.มหาดไทย กล่าวย้ำ

ทนายแดง”ชวลิต อาจหาญ” ลาออก พปชร. หลังพรรคฯไม่ส่งชิงเลือกตั้งซ่อมชุมพร

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/497991

22 ธ.ค. 2564 |14:18 น.

ทนายแดง"ชวลิต อาจหาญ" ลาออก พปชร. หลังพรรคฯไม่ส่งชิงเลือกตั้งซ่อมชุมพร

ทนายแดง”ชวลิต อาจหาญ” ลาออกจากพรรคพลังประชารัฐ หลังพรรคฯไม่ส่งชิงเลือกตั้งซ่อมชุมพร เขต 1 ลั่นยอมรับไม่ได้ที่พรรคฯไม่ส่ง โดยไม่มีเหตุผลอันสมควร 

“นายชวลิต อาจหาญ”หรือทนายแดง  โพสต์เฟซบุ๊ก

วาระสุดท้าย กับ พรรคพลังประชารัฐ.

…ไม่อาจยอมรับได้กับการไม่ส่งผู้สมัครรับเลือกตั้งซ่อมชุมพร เขต 1 โดยไม่ปรากฏเหตุผลอันสมควร 
 

ทั้ง ๆ ที่พรรคมีมติไปแล้วก่อนหน้านี้ไม่กี่วันหรืออาจเกี่ยวกับชุมพร ไม่ใช่พื้นที่ยุทธศาสตร์ของพรรคตามที่กล่าวอ้าง

…การเลือกตั้งทั่วไปเมื่อวันที่  24 มีนาคม 2562 แทบจะหาตัวผู้สมัครไม่ได้ ผมอาสา ลงสมัครและพรรคได้ส่งมาแล้วได้ลำดับที่ 2 ด้วยคะแนน 32,219 คะแนน. นอกจากนี้พรรคได้ส่งทุก ๆ การเลือกตั้งซ่อมที่ผ่านมา

ผมทำเต็มที่กับการเลือกตั้งทั่วไปและทำต่อเนื่องจนถึงวันนี้ในนาม พรรค โดยใช้ค่าใช้จ่ายส่วนตัวทุกบาททุกสตางค์ เป็นผู้สมัครคนเดียวและคนสุดท้ายในจังหวัดชุมพรที่ทำงานให้พรรคในขณะนี้

ในการเลือกตั้งที่ผ่านมาพี่น้องชาวชุมพร ไม่ได้เลือกผู้สมัครให้พรรคเพื่อทำหน้าที่ในสภาฯอย่างเดียว หรือเลือก พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกรัฐมนตรี เท่านั้น แต่ได้เลือกเพราะต้องการความเปลี่ยนแปลงสังคม”อบาย”ที่เป็นอยู่แบบเดิมๆ และจะเกิดขึ้นต่อเนื่องในจังหวัดชุมพร

ทนายแดง"ชวลิต อาจหาญ" ลาออก พปชร. หลังพรรคฯไม่ส่งชิงเลือกตั้งซ่อมชุมพร

…พรรคคงจะมองไม่เห็นประเด็นสุดท้ายที่สำคัญ

…การไม่ส่งเท่ากับ”ปิด”ทางเลือกและโอกาสที่ดีที่สุดของพี่น้องประชาชนชาวชุมพรในการสร้างสังคมที่ดีกว่าเดิม เพื่อลูกหลานในอนาคต

…ในทางกลับกันผมมองว่าพรรคกลับส่งเสริมสังคมแบบเดิมๆที่ชาวชุมพรไม่ต้องการ และกำลังฝังรากลึกทุกหย่อมหญ้า ยากต่อการเปลี่ยนแปลง

…ในสายตาของผมเมื่อพรรคเป็นเช่นนี้ พรรคพลังประชารัฐ จึงเป็นที่พึ่งของชาวชุมพรไม่ได้อีกต่อไป

พรรคไม่เหมือนที่ผมคิดและหวังตั้งแต่แรก ผมจึงไม่อาจอยู่ร่วมกันกับพรรคการเมืองนี้ได้ อีกต่อไป

จึงขอ ลาออก นับแต่บัดนี้เป็นต้นไป

ขอขอบคุณผู้ใหญ่ในพรรคที่สนับสนุน

ขอ”กราบ”ขอโทษพี่น้องชาวชุมพร ผมได้ทำเต็มที่และดีที่สุดแล้ว ความตั้งใจของพี่น้องชาวชุมพรจะต้องไม่เสียเปล่า “ผมขอสัญญา”


#ทนายแดง