ราชกิจจาฯ เผยแพร่ ประกาศยกเลิกพรก.สถานการณ์ฉุกเฉินอ.แว้ง นราธิวาส

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/497052

16 ธ.ค. 2564 |00:09 น.

ราชกิจจาฯ เผยแพร่ ประกาศยกเลิกพรก.สถานการณ์ฉุกเฉินอ.แว้ง นราธิวาส

ราชกิจจาฯ เผยแพร่ ประกาศ ยกเลิกการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรงในเขตท้องที่อำเภอแว้ง จังหวัดนราธิวาส

16 ธ.ค.64  ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 15 ธ.ค.ที่ผ่านมา ราชกิจจาฯ ออกประกาศ เรื่อง ยกเลิกการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรงในเขตท้องที่อำเภอแว้ง จังหวัดนราธิวาส

มีเนื้อหาว่า  ตามที่ได้มีประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรง ลงวันที่ ๒๐ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๔๘ และได้ประกาศการขยายระยะเวลาการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรงในท้องที่ดังกล่าว มาจนถึงปัจจุบัน เพื่อใช้มาตรการต่าง ๆ ที่บัญญัติไว้ในพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. ๒๕๔๘ เข้าดำเนินการในการแก้ไขปัญหาความไม่สงบในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ การคุ้มครอง ความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน ทั้งของรัฐและประชาชน ภายในเขตพื้นที่ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน ที่มีความร้ายแรง นั้น

โดยที่ปรากฏว่า ในปัจจุบันสถานการณ์อันเป็นเหตุให้มีการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรง ในเขตท้องที่อ าเภอแว้ ง จังหวัดนราธิวาส อยู่ในภาวะที่เจ้าหน้าที่ของรัฐและหน่วยงานของรัฐสามารถ ใช้มาตรการต่าง ๆ เข้าควบคุม ระงับยับยั้ง และแก้ไขปัญหาได้ตามปกติแล้ว

ราชกิจจาฯ เผยแพร่ ประกาศยกเลิกพรก.สถานการณ์ฉุกเฉินอ.แว้ง นราธิวาส

ดังนั้น อาศัยอำนาจ ตามความในมาตรา ๕ วรรคสาม ประกอบกับมาตรา ๑๑ วรรคสาม แห่งพระราชกำหนดการบริหารราชการ ในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. ๒๕๔๘

นายกรัฐมนตรีจึงออกประกาศไว้ ดังต่อไปนี้ ให้ยกเลิกการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรงในเขตท้องที่อำ เภอแว้ง จังหวัดนราธิวาส

ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ ๒๐ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๖๔ เป็นต้นไป

ประกาศ ณ วันที่ ๑๔  ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๖๔ 

พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี

คลิกอ่านฉบับเต็ม >>>

ประกาศ เรื่อง ยกเลิกการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรงในเขตท้องที่อำเภอแว้ง จังหวัดนราธิวาส

ย้อนรอย89ปีรธน.ไทย ขยายภาพ”รัฐประหาร”อดีต แต่ล้มเพราะอำนาจ”ประชาชน”EP.8

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/497026

15 ธ.ค. 2564 |22:31 น.

ย้อนรอย89ปีรธน.ไทย ขยายภาพ”รัฐประหาร”อดีต แต่ล้มเพราะอำนาจ”ประชาชน”EP.8

“ทำนุ เกียรติก้อง” ได้เขียนจม.ถึง “จอมพลถนอม” เรียกร้องให้รีบคืนอำนาจให้แก่ประชาชนด้วยการประกาศใช้รัฐธรรมนูญและจัดให้มีการเลือกตั้งโดยเร็ว” ชื่อดังกล่าวคืออจ.ป๋วยนั่นเอง ติดตามเรื่องราวทั้งหมดได้ในเรื่อง ขยายภาพ”รัฐประหาร”อดีต แต่ล้มเพราะอำนาจ”ประชาชน”EP.8

ย้อนรอย89ปีรธน.ไทย ขยายภาพ”รัฐประหาร”อดีต แต่ล้มเพราะอำนาจ”ประชาชน”EP.8

“มีเหตุผลจากทั้งภายนอกและภายในประเทศ ซึ่งเป็นภัยร้ายแรงอย่างยิ่งต่อความมั่นคงปลอดภัยของประเทศชาติ ราชบัลลังก์ ตลอดจนเป็นอุปสรรค ขัดขวางการบริหารงานราชการแผ่นดินมิให้ก้าวหน้าไปได้ตามแผนการที่ได้วางไว้แล้ว”
 

นี่เป็นถ้อยแถลง ในช่วงหนึ่งของคณะรัฐประหารยึดอำนาจปกครองประเทศ ภายใต้การนำของ “จอมพล ถนอม กิตติขจร” ในช่วงบ่ายของวันที่ 19 พฤศจิกายน 2514 ขณะให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนเป็นครั้งแรกที่กองบัญชาการคณะปฏิวัติสนามเสือป่า
 

ก่อนหน้านี้เพียงวันเดียว เวลา 19.00 น. ของวันที่ 17 พฤศจิกายน พ.ศ.2514 “จอมพลถนอม” ได้นำกำลังทหารตำรวจและพลเรือน เข้ายึดอำนาจการปกครองประเทศจากรัฐบาลของตัวเอง จากนั้นอีกหนึ่งชั่วโมง “คณะก่อการ”จึงทยอยอ่านแถลงการณ์ ผ่านทางวิทยุกระจายเสียง โดยยกเลิกการประกาศใช้รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.2511 เพื่อให้วุฒิสภาและสภาผู้แทนราษฎรสิ้นสุดลง และประกาศใช้กฎอัยการศึกทั่วประเทศ โดยที่เหตุการณ์ก็ได้ผ่านพ้นไปอย่างราบรื่น 

ย้อนรอย89ปีรธน.ไทย ขยายภาพ”รัฐประหาร”อดีต แต่ล้มเพราะอำนาจ”ประชาชน”EP.8
 
ภายหลังการยึดอำนาจได้ราว 3 ชั่วโมง เวลา 22.50 น.คณะก่อการภายใต้การนำของ “จอมพลถนอม” พร้อมด้วยคณะซึ่งประกอบด้วย “พลเอก ประภาส จารุเสถียร”  “นายพจน์ สารสิน”  “พล.ต.อ ประเสริฐ รุจิรวงศ์” และ “พล.อ.อ.ทวี จุลละทรัพย์” จึงเข้าเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 ที่ตำหนักจิตรลดารโหฐาน กราบบังคมทูลให้ทรงทราบฝ่าละอองธุลีพระบาทเกี่ยวกับความจำเป็นที่ต้องก่อการรัฐประหารในครั้งนี้ และพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้พระราชทานพระบรมราโชวาท โดยทรงหวังว่าการดำเนินงานของคณะรัฐประหารครั้งนี้ จะนำความเจริญและความปลอดภัยมาสู่ประเทศชาติ ซึ่งต่อมาก็ได้ปรากฏพระราชหัตถเลขา ความว่า “ขอให้คณะปฏิวัติจงรักษาและปฏิบัติตามปณิธานที่ตั้งไว้ให้จงดี”

ย้อนรอย89ปีรธน.ไทย ขยายภาพ”รัฐประหาร”อดีต แต่ล้มเพราะอำนาจ”ประชาชน”EP.8

จากนั้นคณะก่อการ ได้ประกาศยกเลิกสภานิติบัญญัติ ยกเลิกพรรคการเมือง ยกเลิกรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.2511 แต่ก็ถูกต่อต้านจากประชาชนและสื่อมวลชนอย่างกว้างขวาง จนถูกโจมตีผ่านสาธารณะอย่างเปิดเผยมากกว่าในยุคก่อนๆมา

ย้อนรอย89ปีรธน.ไทย ขยายภาพ”รัฐประหาร”อดีต แต่ล้มเพราะอำนาจ”ประชาชน”EP.8

โดยเฉพาะกรณีที่ “นายป๋วย อึ้งภากรณ์”ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทยและคณบดีคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ได้เขียนจดหมาย ที่ถูกจารึกฉบับประวัติศาสตร์ในเดือนกุมภาพันธ์ พ.ศ. 2515 ประท้วงการรัฐประหารครั้งนี้มาจากประเทศอังกฤษ ในนามของ “นายเข้ม เย็นยิ่ง”ซึ่งเป็นชื่อรหัสเรียกขานประจำตัวสมัยเป็น “เสรีไทย” 


จม.อาจารย์ป๋วย อึ้งภากรณ์ จม.อาจารย์ป๋วย อึ้งภากรณ์
 
เนื้อหาจดหมายฉบับนี้ ระบุว่า เขียนถึงผู้ใหญ่บ้านชื่อ “ทำนุ เกียรติก้อง” ซึ่งหมายถึง “จอมพลถนอม” นั่นเอง โดยเรียกร้องให้รีบคืนอำนาจให้แก่ประชาชนด้วยการประกาศใช้รัฐธรรมนูญและจัดให้มีการเลือกตั้งโดยเร็ว 
 

ติดตามมาด้วยเหตุการณ์ที่ “นายอุทัย พิมพ์ใจชน”อดีตส.ส.ของพรรคประชาธิปัตย์จากจังหวัดชลบุรี พร้อมด้วยอดีต ส.ส. พรรคเดียวกัน อีก 2 คน คือ “นายอนันต์ ภักดิ์ประไพ” ส.ส.จังหวัดพิษณุโลก และ “นายบุญเกิด หิรัญคำ” ส.ส.จังหวัดชัยภูมิ ได้ยื่นฟ้องต่อศาลอาญาในวันที่ 9 มีนาคม พ.ศ.2515 ให้ดำเนินคดีต่อคณะรัฐประหารในข้อหากบฏต่อแผ่นดินและล้มล้างรัฐธรรมนูญในกรณีที่ยึดอำนาจตัวเอง จนกลายเป็นที่โจษขานเป็นวงกว้างในสมัยนั้น แต่ทั้ง 3 คนก็ถูกจับตัวในทันที พร้อมกับบังคับใช้มาตรา 17 ตามรัฐธรรมนูญ สั่งให้จำคุกนาย อุทัย เป็นเวลา 10 ปี ส่วนนายอนันต์และนายบุญเกิดให้จำคุก 7 ปี 
 

ต่อมาคณะรัฐประหารจึงประกาศใช้  “ธรรมนูญการปกครองราชอาณาจักร พ.ศ.2515”  แทนในวันที่ 15 ธันวาคม พ.ศ.2515 มีบทบัญญัติรวมทั้งสิ้น 23 มาตรา ซึ่งธรรมนูญการปกครองฉบับนี้เหมือนกับธรรมนูญการปกครองราชอาณาจักร พ.ศ.2502 ทั้งชื่อ หลักการและแนวทางในการปฏิบัติ
 
ย้อนรอย89ปีรธน.ไทย ขยายภาพ”รัฐประหาร”อดีต แต่ล้มเพราะอำนาจ”ประชาชน”EP.8
 
โดยที่มีสาระสำคัญ คือการนำมาตรา 17 ที่ให้อำนาจนายกรัฐมนตรีสั่งการใดๆได้อย่างเสรี หากเห็นว่าเป็นประโยชน์ในการป้องกันราชอาณาจักร ซึ่งกำหนดให้ถือว่าคำสั่งนั้นชอบด้วยกฎหมาย โดยไม่ต้องผ่านการพิจารณาของสภาฯ หรือมีกฎหมายฉบับใดๆมารองรับ เหมือนกับยุคของ “จอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์” ที่ให้อำนาจนายกรัฐมนตรีเต็มที่ในการสั่งการ และยังบัญญัติให้ใช้มาตรานี้ย้อนหลังกับการกระทำดังกล่าวที่เกิดขึ้นก่อนใช้บังคับรัฐธรรมนูญนี้อีกด้วย
 

นอกจากนี้ยังกำหนดให้ข้าราชการประจำ สามารถดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีได้ และตั้งสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ซึ่งก็มีมติให้จอมพลถนอม เป็นนายกรัฐมนตรีต่อไป

สัญญา ธรรมศักดิ์ สัญญา ธรรมศักดิ์
 

กระทั่งในปีต่อมาจึงเกิดเหตุการณ์ทางประวัติศาสตร์ที่สำคัญของชาติ คือ “เหตุการณ์ 14 ตุลา 2516” ซึ่งเป็นเหตุให้”จอมพล ถนอม”ต้องพ้นจากอำนาจนายกรัฐมนตรี พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ “นายสัญญา ธรรมศักดิ์” เป็นนายกรัฐมนตรี เพื่อเข้าไปคลี่คลายสถานการณ์ และถือเป็นการสิ้นสุดการบังคับใช้ธรรมนูญการปกครองราชอาณาจักร พ.ศ.2515 หรือรัฐธรรมนูญฉบับที่ 9 เป็นกฎหมายปกครองสูงสุด ในวันที่ 7 ตุลาคม พ.ศ.2517 รวมเวลาบังคับใช้อยู่ 1 ปี 9 เดือนกับอีก 22 วัน

ขอบคุณภาพประวัติศาสตร์จาก Google

>>> ติดตามอ่านซีรี่ย์เส้นทาง 89 ปีรัฐธรรมนูญไทย บนวิบากกรรมทางการเมืองของประเทศ เมื่อไหร่จะมีรัฐธรรมนูญฉบับถาวรที่แท้จริง และยกร่างเพื่อผลประโยชน์ของประเทศ ในคมชัดลึกตลอดทั้งสัปดาห์

“นิพนธ์” รับลูกนายกฯประสานก.เกษตรฯขยายพันธ์ุปูทะเล

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/497037

15 ธ.ค. 2564 |20:58 น.

"นิพนธ์" รับลูกนายกฯประสานก.เกษตรฯขยายพันธ์ุปูทะเล

“นิพนธ์” รมช.มหาดไทย ร่วมคณะนายกฯลงพื้นที่ยะลา-ปัตตานี ติดตามงานพัฒนาเศรษฐกิจชายแดนใต้ พร้อมประสานก.เกษตรฯ ขยายพันธ์ุปูทะเล

เมื่อวันที่ 15 ธันวาคม 2564 นายนิพนธ์ บุญญามณี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ร่วมคณะของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม 

พร้อมด้วยพล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย , นายสุทธิพงศ์ จุลเจริญ ปลัดกระทรวงมหาดไทย ร่วมคณะลงพื้นที่ติดตามงานด้านการพัฒนาเศรษฐกิจ สังคม และความมั่นคงในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้

ในมิติงานสำคัญ ได้แก่ การยกระดับคุณภาพชีวิตที่ดีให้กับประชาชน การพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม ผ่านโครงการเมืองต้นแบบ “สามเหลี่ยมมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน” การบริหารจัดการด้านความมั่นคง และชายแดน 

การบริหารจัดการนำการดำเนินการแก้ไขปัญหาสถานการณ์โควิด-19 และการเตรียมการภายหลังการผ่อนคลายมาตรการควบคุมเชิงพื้นที่ในพื้นที่

รวมทั้งการติดตามการปฏิบัติราชการของคณะกรรมการยุทธศาสตร์การพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ (กพต.) ในโครงการ “การขจัดความยากจนและพัฒนาคนทุกช่วงวัยอย่างยั่งยืนตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้”

ภายใต้กรอบแนวทาง “1 ข้าราชการ ศอ.บต. 1 ครัวเรือนยากจน” พร้อมกันนี้ ได้มีการประชุมเกี่ยวกับการแก้ไขสถานการณ์โควิด-19 ในพื้นที่จังหวัดชายแดนใต้ อีกด้วย

ช่วงบ่ายลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมการบริหารจัดการโครงการจังหวัดชายแดนภาคใต้ เมืองปูทะเลโลก ณ กลุ่มเลี้ยงปูดำทะล อำเภอยะหริ่ง จังหวัดปัตตานี ตามกรอบแนวคิดการพัฒนาเศรษฐกิจฐานราก

โดยศอ.บต.ได้ร่วมมือกับมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี กรมประมง กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง และกลุ่มวิสาหกิจชุมชนเกษตรกรในพื้นที่ ในการขับเคลื่อนโครงการพัฒนาและส่งเสริมการเลี้ยงปูทะเลให้เป็นสัตว์เศรษฐกิจชนิดใหม่ ร่วมกับการอนุรักษ์และฟื้นฟูป่าชายเลนรวมทั้งมีการพัฒนาเกษตรกรรุ่นใหม่

นายนิพนธ์   กล่าวว่า ตนได้ประสานงานให้ปลัดกระทรวงเกษตรฯได้ทำความตกลงกับท่านอธิการบดีมอ. ในการตกลงร่วมมือกันเพิ่มพันธ์ปูทะเล ให้มากขึ้นกว่าปัจจุบันโดยกระทรวงเกษตรฯพร้อมสนับสนุนงบประมาณในการขยายพันธ์ปูทะเล

บิ๊กป้อมสุดปลื้มต้อนรับทูตฝรั่งเศส เผยเตรียมบริจาควัคซีนให้ไทย 4 แสนโดส

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/497038

15 ธ.ค. 2564 |20:51 น.

บิ๊กป้อมสุดปลื้มต้อนรับทูตฝรั่งเศส เผยเตรียมบริจาควัคซีนให้ไทย 4 แสนโดส

พล.อ.ประวิตร’ ให้การต้อนรับ ออท.ฝรั่งเศส เสนอความร่วมมือเปลี่ยนแปลงภาพลักษณ์ปี 66 เป็นปีแห่งนวัตกรรม ไทย – ฝรั่งเศส เผยบริจาควัคซีนให้ไทยอีก 4 แสนโดส ส่งมอบม.ค.ปีหน้า

เมื่อวันที่ 15 ธ.ค.64   พล.อ.คงชีพ ตันตระวาณิชย์ เปิดเผยว่า  พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รอง นรม. ให้การต้อนรับการเยี่ยมคาราวะของ นายตีแยรี มาตู ( Mr. Thierry Mathou ) ออท.สาธารณรัฐฝรั่งเศส พร้อมคณะในโอกาสเข้ารับหน้าที่ ณ ตึกบัญชาการ ทำเนียบรัฐบาล

บิ๊กป้อมสุดปลื้มต้อนรับทูตฝรั่งเศส เผยเตรียมบริจาควัคซีนให้ไทย 4 แสนโดส

ทั้งสองฝ่ายได้ กล่าวถึงความสัมพันธ์ที่แนบแน่นระหว่างสองประเทศที่มีมายาวนาน และหารือร่วมกันในการยกระดับความสัมพันธ์สู่การเป็นหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ในอนาคต


โดย นายตีแยรี มาตู ได้กล่าวย้ำ ไทยเป็นมิตรภาพเก่าแก่สุดของฝรั่งเศสในภูมิภาค และขอขอบคุณไทยที่สนับสนุนให้ชุมชนฝรั่งเศสจำนวนมากในไทยได้รับการฉีดวัคซีนที่ผ่านมา

พร้อมกันนี้ ยังได้กล่าวถึง ยุทธศาสตร์อินโดแปซิฟิกของฝรั่งเศส ที่เปิดกว้างขยายความร่วมมือมากขึ้นในภูมิภาค โดยฝรั่งเศส พร้อมให้ความร่วมมือด้านความมั่นคง การทหาร การปกป้องทรัพยากรและสิ่งแวดล้อม กิจการอวกาศ

รวมทั้งความปลอดภัยการจราจร  พร้อมเสนอให้ ปี 66 เป็นปีที่ทั้งสองประเทศ ร่วมมือกันเปลี่ยนแปลงภาพลักษณ์ เป็นปีแห่งนวัตกรรมและความร่วมมือทั้งในด้านอุตสาหกรรมและเทคโนโลยี  ไทย – ฝรั่งเศส หรือ ที่มีความสนใจร่วมกัน

พล.อ.ประวิตร’ ได้กล่าวแสดงความยินดี นายตีแยรี มาตู ในโอกาสเข้ารับตำแหน่ง พร้อมขอบคุณฝรั่งเศสที่บริจาควัคซีนให้ไทย 400,000 โดส

บิ๊กป้อมสุดปลื้มต้อนรับทูตฝรั่งเศส เผยเตรียมบริจาควัคซีนให้ไทย 4 แสนโดส

ซึ่งจะส่งถึงไทยไม่เกิน ม.ค.65 และยินดีที่ฝรั่งเศสให้ความสนใจภูมิภาคเอเชียโดยกำหนดยุทธศาสตร์อินโดแปซิฟิกฝรั่งเศส และมุ่งมั่นจัดทำโรดแมปร่วมกัน โดยไทยพร้อมให้ความร่วมมือ เพื่อยกระดับความสัมพันธ์สู่การเป็นหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ต่อไป

ส.ส. ก้าวไกล ซัด “สสส.” ใช้งบ 4 พันล้าน ทำงานเหมือนแดนสนธยา

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/497040

15 ธ.ค. 2564 |20:47 น.

ส.ส. ก้าวไกล ซัด "สสส." ใช้งบ 4 พันล้าน ทำงานเหมือนแดนสนธยา

2 ส.ส. ก้าวไกล ชำแหละรายงานประจำปี “สสส.” ชี้เหมือนแดนสนธยา ใช้งบประมาณเก่ง แต่จัดการปัญหายาสูบไม่ประสบผลสำเร็จ

นายปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล ส.ส. บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ลุกขึ้นอภิปรายรายงานประจำปีของ “สสส.” ระหว่างการประชุมสภาผู้แทนราษฎร วันนี้ (15 ธ.ค.) ระบุว่า สังคมไทยเริ่มมีการแสดงความคิดเห็นเป็น 2 ฝ่ายคือฝ่ายที่เห็นด้วยและไม่เห็นด้วยเกี่ยวกับบุหรี่ไฟฟ้า แต่ในรายงานของ “สสส.” ยังคงยืนกระต่ายขาเดียวต่อต้านเรื่องบุหรี่ไฟฟ้าถูกกฎหมาย และนำเสนอแต่ข้อมูลที่ผิด ๆ ที่พูดถึงอันตรายของบุหรี่ไฟฟ้าและการเกิดนักสูบหน้าใหม่

ซึ่งตนเห็นว่า สสส. พูดความจริงไม่หมด เพราะมีงานวิจัยในต่างประเทศอีกจำนวนมากที่ขัดแย้งกับสิ่งที่ สสส. รายงาน เช่น ประเทศอังกฤษ ที่กำลังศึกษาเพื่อใช้บุหรี่ไฟฟ้าทางการแพทย์เพื่อช่วยให้ผู้ติดบุหรี่เลิกบุหรี่ได้ นอกจากนี้ ผมยังได้ยินประสบการณ์ตรงจากคนรอบข้างที่เคยสูบบุหรี่มาตั้งแต่เป็นวัยรุ่นที่บอกว่าเมื่อเปลี่ยนไปใช้บุหรี่ไฟฟ้าแล้ว ทำให้ไม่สามารถกลับไปสูบบุหรี่ได้อีก”

นายปกรณ์วุฒิ กล่าวเพิ่มเติมว่า เมื่อโลกมีทางเลือกใหม่ ประเทศไทยก็จำเป็นต้องศึกษาอย่างรอบด้านนำผลวิจัยมาถกเถียงกันอย่างมีเหตุผลและหาวิธีป้องกันเยาวชน  เช่น การห้ามการแต่งกลิ่นน้ำยานิโคติน ศึกษาวิจัยสารปนเปื้อน และทำให้เป็นวิทยาศาสตร์ แทนที่จะยกงานวิจัยของฝ่ายเดียวมาพูด แล้วอ้างตรรกะผิดๆ ว่างานวิจัยของฝ่ายตรงข้ามได้รับทุนวิจัยจากบริษัทบุหรี่

ปัจจุบันมี 35 ประเทศที่ห้ามขายบุหรี่ไฟฟ้า แต่อีก 73 ประเทศก็อนุญาตให้ขายบุหรี่ไฟฟ้าภายใต้การควบคุมได้ และไม่มีใครเรียกร้องให้เปิดเสรีบุหรีไฟฟ้า มีแต่เรียกร้องให้ควบคุมบุหรี่ไฟฟ้าและเก็บภาษีและมีมาตรการควบคุมที่เหมาะสมเช่นเดียวกับบุหรี่มวน เช่นการควบคุมอายุขั้นต่ำ การควบคุมปริมาณ สารนิโคติน ความปลอดภัย และการจัดประเภทให้ถูกต้อง”

แต่ในรายงานของ “สสส.” ยังคงยืนกระต่ายขาเดียวต่อต้านเรื่องบุหรี่ไฟฟ้าถูกกฎหมายและนำเสนอแต่ข้อมูลที่ผิด ๆ ที่พูดถึงอันตรายของบุหรี่ไฟฟ้าและการเกิดนักสูบหน้าใหม่ ซึ่งตนเห็นว่า “สสส.” พูดความจริงไม่หมด เพราะมีงานวิจัยในต่างประเทศอีกจำนวนมากที่ขัดแย้งกับสิ่งที่ “สสส.” รายงาน เช่น ประเทศอังกฤษ ที่กำลังศึกษาเพื่อใช้บุหรี่ไฟฟ้าทางการแพทย์เพื่อช่วยให้ผู้ติดบุหรี่เลิกบุหรี่ได้ นอกจากนี้ ผมยังได้ยินประสบการณ์ตรงจากคนรอบข้างที่เคยสูบบุหรี่มาตั้งแต่เป็นวัยรุ่นที่บอกว่าเมื่อเปลี่ยนไปใช้บุหรี่ไฟฟ้าแล้ว ทำให้ไม่สามารถกลับไปสูบบุหรี่ได้อีก”

นายปกรณ์วุฒิ กล่าวเพิ่มเติมว่า เมื่อโลกมีทางเลือกใหม่ ประเทศไทยก็จำเป็นต้องศึกษาอย่างรอบด้าน นำผลวิจัยมาถกเถียงกันอย่างมีเหตุผล และหาวิธีป้องกันเยาวชน เช่น การห้ามการแต่งกลิ่นน้ำยานิโคติน ศึกษาวิจัยสารปนเปื้อน และทำให้เป็นวิทยาศาสตร์ แทนที่จะยกงานวิจัยของฝ่ายเดียวมาพูด แล้วอ้างตรรกะผิดๆ ว่างานวิจัยของฝ่ายตรงข้ามได้รับทุนวิจัยจากบริษัทบุหรี่ ปัจจุบันมี 35 ประเทศที่ห้ามขายบุหรี่ไฟฟ้า

แต่อีก 73 ประเทศก็อนุญาตให้ขายบุหรี่ไฟฟ้าภายใต้การควบคุมได้ และไม่มีใครเรียกร้องให้เปิดเสรีบุหรีไฟฟ้า มีแต่เรียกร้องให้ควบคุมบุหรี่ไฟฟ้าและเก็บภาษีและมีมาตรการควบคุมที่เหมาะสมเช่นเดียวกับบุหรี่มวน เช่นการควบคุมอายุขั้นต่ำ การควบคุมปริมาณ สารนิโคติน ความปลอดภัย และการจัดประเภทให้ถูกต้อง

อยากตั้งคำถามถึงความโปร่งใสของ “สสส.” ที่ให้ทุนงานวิจัยที่เป็นลบหรือศึกษาความอันตรายของบุหรี่ไฟฟ้าเท่านั้น บางงานวิจัยที่ต้องการศึกษาอย่างเป็นกลางว่ามี harm reduction หรือไม่กลับไม่ได้รับทุน จึงอยากขอให้เปิดเผยโครงการงานวิจัยที่ได้รับทุนและที่มาขอทุนและตั้งคำถามว่าอีก 70 กว่าประเทศที่เขาอนุญาตบุหรี่ไฟฟ้าขายได้ตามกฎหมายนั้นได้รับทุนข้ามชาติหรือถูกล๊อบบี้จากบริษัทเหล่านี้หรือไม่และยังต้องตั้งคำถามว่า “สสส.” ที่ต่อต้านบุหรี่ไฟฟ้าขณะนี้ถูกล๊อบบี้จากใคร

ด้านหมอเอก นายแพทย์เอกภพ เพียรพิเศษ ส.ส. เชียงราย ระบุว่า ครั้งนี้เป็นครั้งที่ 3 ที่ผมได้อภิปรายรายงานของ “สสส.” เกี่ยวกับความโปร่งใสในการทำงานของ “สสส.” เพราะที่ผ่านมา 20 ปีทำงานโดยไม่มีความโปร่งใสเลย “สสส.” ทำตัวเหมือนแดนสนธยา ใช้งบประมาณ 4 พันล้านบาทเทียบเท่า1 กระทรวง ใช้เงินโดยไม่ผ่านสภาและไม่มีคนนอกมากำกับดูแล  และไม่สามารถหาข้อมูลว่า “สสส.” ให้งบประมาณกับใคร หน่วยงานไหนไปแล้วบ้าง ก็ไม่สามารถหาข้อมูลได้ ผมจึงตั้งใจมาช่วยล้างบางมาเฟียใน “สสส.”

ส.ส. ก้าวไกล ซัด "สสส." ใช้งบ 4 พันล้าน ทำงานเหมือนแดนสนธยา

ส.ส. เอกภพ ยกตัวอย่างการทำงานด้านยาสูบของ “สสส.” โดยอภิปรายต่อว่าการจัดการยาสูบเป็นงานหลัก งานเด่นของ “สสส.” แต่จำนวนผู้สูบบุหรี่ในประเทศไทยแทบไม่ได้ลดลงเลย “สสส.” ใช้งบประมาณรณรงค์เรื่องนี้ปีละประมาณกว่า 300 ล้านบาท 10 ปี ก็ 3,000 ล้านบาท

นอกจากนี้เรื่องยาสูบและบุหรี่ไฟฟ้าสังคมให้ความสนใจหลังจากรัฐมนตรีกระทรวงดีอีเอสพูดเรื่องบุหรี่ไฟฟ้าก็มีกระแสจากกลุ่มที่เกี่ยวข้องกับ “สสส.” ออกมาต่อต้าน ตำหนิและโจมตี ล่าสุดเอฟดีเอของสหรัฐที่นำบุหรี่ไฟฟ้าเข้ามาอยู่ในการควบคุม มีการพูดถึงเรื่องการลดพิษภัยของบุหรี่ไฟฟ้าเรื่อง harm reduction และยืนยันว่าผลดีจากการเปลี่ยนมาใช้บุหรี่ไฟฟ้าของผู้ที่สูบยาสูบอยู่แล้ว มีน้ำหนักมากกว่าความเสี่ยงที่จะเกิดของเยาวชน และไม่ได้เป็นประตูทางเข้าสู่บุหรี่มวนของเยาวชน

โดยมีการจัดการเรื่องรสชาติและการเย้ายวน ขณะที่ประเทศไทย แบนก็จริงแต่ปล่อยให้ขายทางออนไลน์ และยังมีองค์กรที่สัมพันธ์ใกล้ชิดกับ “สสส.” เหิมเกริม เข้ามาก้าวก่ายการทำงานของสภาผู้แทนราษฎรทั้ง ๆ ที่คนเหล่านี้เข้ามานั่งเป็นกรรมาธิการ แต่กลับไม่ยอมรับรายงานของกรรมาธิการ  ยิ่งไปกว่านั้นยังตรวจพบเจอความผิดปกติจากผู้รับทุนของ “สสส.” มีคนนั่งเป็นผู้ร่างกฎหมาย “สสส.” แล้ว ยังไปนั่งเป็น regulator และรับทุนจาก “สสส.”เองด้วย  มีหน่วยงานวิจัยที่ตั้งธงการวิจัยไว้แล้ว จึงขอให้ผู้จัดการกองทุน สสส. ไปดำเนินการต่อเพื่อให้เกิดความโปร่งใสในรายงานครั้งต่อไป

ทั้งนี้ “สสส.” ได้รับเงินบำรุงจากภาษีเพื่อวัตถุประสงค์เฉพาะหรือ Earmarked Tax ที่รัฐจัดเก็บจากสินค้าสุราและยาสูบในอัตราร้อยละ 2 ของภาษีสรรพสามิต เพื่อนำมาขับเคลื่อนกระบวนการสร้างเสริมสุขภาพในสังคมไทยโดยในปีที่ผ่านมา สสส. ได้รับเงินสนับสนุนเป็นจำนวน 4,095 ล้านบาทแต่ถูกสังคมตั้งคำถามถึงความสำเร็จที่เป็นรูปธรรมและเรื่องความโปร่งใสมาโดยตลอด

“พ.ต.อ.ทศพล” อดีตผู้กำกับ จี้สตช.แจงกรณีแต่งตั้งโยกย้ายตำรวจไม่เป็นธรรม

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/497034

15 ธ.ค. 2564 |20:14 น.

"พ.ต.อ.ทศพล" อดีตผู้กำกับ จี้สตช.แจงกรณีแต่งตั้งโยกย้ายตำรวจไม่เป็นธรรม

พ.ต.อ.ทศพล อดีตผู้กำกับและว่าที่ผู้สมัครรับเลือกตั้งซ่อม เขต 1 ชุมพร พรรคกล้า เรียกร้อง สตช.ชี้แจงกรณีตำรวจถูกโยกย้ายไม่เป็นธรรม ทั้งที่ไม่มีความผิด ย้ำปกป้องศักดิ์ศรีตำรวจที่ตั้งใจทำงาน ถามกลับ “โฆษก ตร.” ให้ตำรวจใช้ช่องทางร้องทุกข์ ก.ตร. จะได้เยียวยาภายในกี่วัน

พ.ต.อ.ทศพล โชติคุตร์ ว่าที่ผู้สมัครรับเลือกตั้งซ่อม ส.ส. เขต 1 จ.ชุมพร พรรคกล้า และอดีตผู้กำกับการฝ่ายอำนวยการ กองบังคับการตำรวจนครบาล 7 กล่าวถึงการแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการตำรวจรอบล่าสุด ว่า ยังมีการโยกย้ายแต่งตั้งที่ไม่เป็นธรรมอย่างเช่นทุกปี โดยยกกรณี พ.ต.ท.ธนเดช ทีนาคะ รองผู้กำกับการปราบปราม สน.บางกอกใหญ่  ซึ่งเคยเป็นหัวหน้าชุดปราบขบวนการไม้พะยูงด้วยกันตั้งแต่ สน.ท่าข้าม ที่ทำงานหนัก ที่ สน.นางเลิ้งมา 4 ปี ย้ายไปอยู่ สน.บางกอกใหญ่ 1 ปี ทำเรื่องขอขึ้นเป็นผู้กำกับ แต่ไม่ได้ตำแหน่ง จนทำให้หาที่ลงไม่ได้ จนในที่สุดถูกย้ายข้ามภาคไปที่ จ.เลย ซึ่งทางปฏิบัติไม่ทำกันแบบนี้ หรือตั๋วฝากจากผู้ใหญ่ หรือนักการเมืองลงมาแน่น เลย ทำให้ต้องโยกย้าย รอง ผกก.จาก บชน. ไปจังหวัดเลย 

"พ.ต.อ.ทศพล" อดีตผู้กำกับ จี้สตช.แจงกรณีแต่งตั้งโยกย้ายตำรวจไม่เป็นธรรม

“การย้ายข้ามภาค ทำได้โดยวิธีใบสมัครว่าต้องการไปจังหวัดที่ต้องการ หรือมีความผิดโดนตั้งกรรมการสอบ และโดนโยกย้ายออกหน่วยไป แต่ พ.ต.ท.ธรเดช การทำงานระดับดีเยี่ยมไม่ได้มีความผิดอะไร ประวัติไม่เคยด่างพร้อย นี่หรือคือรางวัลสำหรับคนทำงาน” พ.ต.อ.ทศพล กล่าว 

"พ.ต.อ.ทศพล" อดีตผู้กำกับ จี้สตช.แจงกรณีแต่งตั้งโยกย้ายตำรวจไม่เป็นธรรม

พ.ต.อ.ทศพล กล่าวอีกว่า ปัญหาแต่งตั้งโยกย้ายยังมีอีกหลายกรณี อย่างการแต่งตั้งสารวัตรสืบสวน จ.ฉะเชิงเทรา ไปเป็นสารวัตรฝ่ายอำนวยการ สภ.ต.น้ำเพียงดิน จ.แม่ฮ่องสอน จนเพื่อนตำรวจในโรงพัก งง ถูกย้ายแบบนี้ได้อย่างไร ทำไมถึงข้ามภาค หรือเพื่อเอาตำแหน่งว่างโดยไม่สนว่าคนโดนย้ายจะเป็นอย่างไร จึงอยากฝากไปถึงโฆษก ตร. บอกให้ร้องทุกข์ต่อ ก.ตร. จะได้เยียวยาภายในกี่วัน 

พ.ต.อ.ทศพล ย้ำว่า ปัญหาที่เกิดขึ้น สะท้อนว่ายังยังมีการโยกย้ายที่ไม่เป็นธรรม ไม่พอใจใครก็ย้ายออกไป โดยไม่มีเหตุผลอันสมควร ไม่เป็นไปตามแนวทางปฏิบัติ และยังมีอีกหลายกรณีที่มีความไม่เป็นธรรมกับตำรวจเกิดเรื่องแบบนี้ทุกปี จึงฝากถึงผู้มีอำนาจใน สตช. ช่วยออกมาชี้แจงเหตุผลและพิจารณาเรื่องนี้อย่างถี่ถ้วน ว่าทำไมถึงย้ายคนที่ไม่สมัครใจออกไปนอกหน่วย ข้ามภาค ทั้งที่ไม่มีความผิด พร้อมย้ำว่าที่ออกมาให้ความเห็นในฐานะตำรวจเก่า เพื่อปกป้องศักดิ์ศรีของตำรวจที่ตั้งใจทำงาน และขอให้ความผิดพลาดเป็นคำสั่งสุดท้ายของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ

"พ.ต.อ.ทศพล" อดีตผู้กำกับ จี้สตช.แจงกรณีแต่งตั้งโยกย้ายตำรวจไม่เป็นธรรม

“นายกฯ” หวังพัฒนาศักยภาพ อ.ยะหริ่ง จ.ปัตตานี ขึ้นแท่นเมืองปูทะเลโลก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/497020

15 ธ.ค. 2564 |18:37 น.

"นายกฯ" หวังพัฒนาศักยภาพ อ.ยะหริ่ง จ.ปัตตานี ขึ้นแท่นเมืองปูทะเลโลก

“นายกรัฐมนตรี” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หวังพัฒนาศักยภาพ อ.ยะหริ่ง จ.ปัตตานี ขึ้นแท่นเมืองปูทะเลโลก -จับปูทะเลโชว์บอก อยู่ดีมีสุข สวัสดีนะลูก ก่อนสวมวิญญาณเชฟโชว์ผัดกิน

วันที่ 15 ธ.ค.64 ที่ศูนย์เรียนรู้การเพาะเลี้ยงปูทะเล บ้านโต๊ะโสม ต.บางปู อ.ยะหริ่ง จ.ปัตตานี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา “นายกรัฐมนตรี”และรมว.กลาโหม พบปะสมาชิกกลุ่มเลี้ยงปูทะเล และประชาชนที่เชื่อมโยงกลุ่มอาชีพเลี้ยงปูทะเลไปยังอาชีพอื่น

โดย “นายกฯ”กล่าวว่า ศักยภาพในพื้นที่ภาคใต้มีมากมาย โดยเฉพาะด้านการเกษตร แต่จะทำอย่างไรให้เกิดความยั่งยืนพร้อมกับการรักษาธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมไปด้วย วันนี้ตนพารัฐมนตรีมาด้วยหลายคน ตั้งใจมาเพื่อมาพบพวกเราเพื่อติดตามความก้าวหน้าในการทำงาน และดูด้วยว่าพวกเรายังยิ้มออกหรือไม่ แต่ก็เห็นว่ารอยยิ้มยังดีอยู่ แม้จะไม่เห็นหน้าเห็นตากันมากนัก แต่เราก็มีใจถึงกัน และที่มาก็ด้วยความคิดถึงโดยให้ความสำคัญเป็นพิเศษ

วันนี้รัฐบาลกำลังแก้ปัญหาความยากจนรายครัวเรือนโดยจะเริ่มต้นเร็ว ๆ นี้ สิ่งเดิมที่ทำมาแล้วอาจจะต้องมีการปรับแก้ เปลี่ยนให้ตรงตามความต้องการของประชาชนและสอดคล้องกับศักยภาพในพื้นที่ ที่สำคัญเราต้องคำนึงการแปรรูปในตลาด ถ้าทำมากไปตลาดตก อาจมีความขัดแย้งกับภูมิภาค แต่ก็เห็นใจและรู้ว่าประชาชนในภาคใต้ประกอบอาชีพพการเกษตร

“นายกฯ”กล่าวว่า วันนี้เรามีการเพาะเลี้ยงพันธุ์ปู อะไรก็ได้ที่ทุกคนทำแล้วพอใจ เป็นความคิดเห็นของประชาชนที่ให้ความร่วมมือกันตนสนับสนุน แต่ถ้าไม่ร่วมมือกันก็ไปไม่ได้ เพราะรัฐบาลมีนโยบาย มีแนวปฏิบัติ มีกลไก มีกฎหมายทุกตัว แต่ทั้งหมดขึ้นอยู่กับประชาชน การจัดสร้างจะทำอะไรต้องทำผลการประเมินสิ่งแวดล้อมระดับยุทธศาสตร์(SEA ) ประชาพิจารณ์

ที่สำคัญ คือ ต้องเกิดความสมดุลทางด้านเศรษฐกิจ สุขภาพ และรักษาสิ่งแวดล้อม เพราะวันหน้าเราต้องเจอปัญหาโลกร้อน จะต้องมีการปรับในเรื่องของพลังงาน มีเทคโนโลยี มีดิจิทัล เข้ามาแทรก ดังนั้นทุกคนต้องฟังการเสนอข่าวของรัฐบาลบ้าง เพื่อให้รู้ว่ารัฐบาลกำลังทำอะไรอยู่ ถ้าต่างคนต่างคิดต่างไม่ฟังกันก็ไปหมด ตนก็ฟังประชาชน ประชาชนก็ต้องฟังตนเองบ้าง เพื่อหาทางมาเจอกันและคิดร่วมกัน ไม่เช่นนั้นจะไปไม่ได้ทุกอัน แล้ววันนี้พอใจทุกกระทรวงทำให้พื้นที่ภาคใต้ดีขึ้น แต่ในใจของ “นายกฯ”คิดว่ามันต้องดีกว่านี้อีก เราว่างเว้นการพัฒนามานานมาก จากปัญหาความไม่สงบบ้างอะไรบ้างแต่วันนี้ทุกอย่างก็ดีขึ้นและเราจะต้องมาหารือคิดกันใหม่ว่าจะทำอย่างไรเพื่อให้ดียิ่งขึ้น

วันนี้พูดมาตั้งแต่เช้า แต่ก็ยังไม่หายคิดถึง คิดถึงจังหู้ วันนี้เราอยู่ท่ามกลางพี่น้องไทยมุสลิมไทยพุทธ อัสซะลามุอะลัยกุม ไทยมุสลิม สวัสดีไทยพุทธ เราต้องอยู่กันด้วยพหุวัฒนธรรมแบบนี้ ต้องรักกันให้มั่น จับมือกันเดินไปข้างหน้า นำพาไปพร้อมกับรัฐบาล ถ้าทุกคนไม่ร่วมมือกับผม ไม่ร่วมมือกับ “นายกฯ” ไม่ร่วมมือกับรัฐบาล ก็จะช้า

ตั้งแต่วันนี้เราช้าต่อไปไม่ได้อีกแล้ว “นายกฯ”ใจร้อนด้วย ปัญหาเก่าก็อืดอาด ปัญหาใหม่ก็เกิด แต่ถ้าประชาชนเข้าใจในหลักเณฑ์ หลักการ ก็จะเกิดความไว้วางใจซึ่งกัน ยืนยันว่า”นายกฯ” ซื่อตรงทุกเรื่อง ปราถนาดีกับพวกเราทุกคน พยายามทำอย่างเต็มที่ ฝากไปยังข้าราชการทุกคน ขอบคุณและให้กำลังใจทุกคน เราต้องเป็นข้าราชการยุคใหม่ ที่ทำงานเชิงรุก มีวิสัยทัศน์ในการแก้ปัญหา อย่าทุจริต

วันนี้รัฐบาลต้องใช้เงินจำนวนมาก และขอให้เข้าใจว่ารายได้มาจากอะไร ถ้ารายได้ไม่พอในขณะที่มีสถานการณ์โควิด-19 เข้ามา รายได้ก็ลดลง รัฐต้องเอาเงินไปช่วยพวกเราทุกอย่าง ส่วนที่จะทำก็ทำไม่ได้ ดังนั้นต้องเห็นใจรัฐบาล อย่าไปฟังข้อมูลที่แชร์แล้วบิดเบือน ตนไม่ต้องการให้ใครมารักทุกคน ซึ่งเป็นไปไม่ได้ คนไทยตั้ง 70 ล้านคน แต่ตนกำลังทำให้คน 70 ล้านคนมีความสุข ยากนะ ง่ายหรือไม่ ซึ่งก็ไม่ง่ายนัก แต่ตนต้องดูแลคนทุกจังหวัด ภาคใต้ก็มีโครงการต่าง ๆ ที่จะเกิดขึ้นมากมายอยู่ในแผนหมด

รัฐบาลนี้เปิดให้รู้ว่าประเทศไทยจะเดินหน้าอย่างไรในอนาคต ดูแลทุกช่วงวัย เรื่องสุขภาพต้องขอเลยว่าควรป้องกันดีกว่าแก้ไข สาธารณสุขเตือนอะไรมาขอให้เชื่อหมอ คนใต้ตนรู้จักมานาน ต้องห่วงสุขภาพเรื่องฟันโดยเฉพาะผู้หญิง ฟันเสียหายเยอะเพราะมีลูกหลายคน แต่นี่เป็นธรรมชาติ ตนไม่ได้ว่าอะไรแต่แคลเซียมถูกลูกดึงไปเยอะ แม่ก็อ่อนแอ ฟันก็หายไปเรื่อย ระวังตรงนี้ด้วย แต่ตนไม่ได้ห้ามการมีลูก เดี๋ยวก็จะถูกบิดเบือนกันไปอีก 

จากนั้น “นายกรัฐมนตรี” ได้เดินทางไปพบปะสมาชิกกลุ่มผู้เลี้ยงปูดำทะเล ที่ศูนย์การเรียนรู้การเพาะเลี้ยงปูทะเล  บ้านโต๊ะโสม ตำบลบางปู อำเภอยะหริ่ง จังหวัดปัตตานี  โดยมีพลเรือตรีสมเกียรติ ผลประยูร เลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.)ร่วมนำเสนอกรอบการพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ให้เป็น เมืองปูทะเลโลก  

โดยช่วงหนึ่ง “นายกฯ”ได้จับปูดำโชว์ พร้อมกล่าวว่า  ปูน็อกกันไปหมดแล้วเพราะเสียงของฉัน เดี๋ยวต้องไปดูปูซักหน่อย  ก่อนที่ “นายกฯ”จะให้ความสนใจกับเพศของปู โดยถามถึงลักษณะของเพศผู้และเพศเมีย พร้อมแสดงความพอใจเมื่อได้รับการรายงานว่าปูตัวเมียบางตัวจะเป็นปูกระเทยมาก่อน เมื่อลอกคราบแล้วจะกลายเป็นปูเพศเมีย

โดยนายกฯกล่าวว่า  ปูเป็นกระเทยด้วยหรือ พร้อมกับดูปูอย่างสนใจ ก่อนที่จะโชว์ฝีมือการผัดปูผงกระหรี่โดยระบุว่าการทำเมนูดังกล่าวควรต้องใช้ไฟแรงเพื่อให้ปูสลบหน่อย พร้อมชมว่าหอม และกระเซ้า นายสุชาติ ชมกลิ่นรมว.แรงงาน ว่า ให้ระวังรมว.แรงงานหน่อยเพราะชอบกินปู ก่อนระบุว่า แม้ไม่ถนัดงานทำอาหารแต่ก็ต้องทำงานได้ เมื่อชาวบ้านทำได้เราก็ต้องทำได้ พร้อมกล่าวอีกว่า มันน่ากินจริงๆ น่ากิน เพราะอุทิศส่วนกุศลไปด้วย

จากนั้นนายกฯเชิญชวนทุกคนชิมปูผัดผงกระหรี่ที่ตัวเองทำ พร้อมกับชิมฝีมือตัวเองและกล่าวว่า หอมจัง ขออุทิศส่วนกุศล ชาติหน้าขอให้เกิดเป็นมนุษย์นะ พร้อมกินโชว์และกล่าวว่า เนื้อปูมันหวาน เพราะของมันสดรสชาติเลยกลมกล่อมและยิ่งใส่น้ำใจนายกฯลงไปด้วยมันก็ยิ่งอร่อย
 

“นายกฯ” ได้เดินเยี่ยมชมนิทรรศการฯ พบปะกลุ่มเลี้ยงปูดำทะเล และกลุ่มท่องเที่ยวชุมชนรอบอ่าวปัตตานีพร้อมลงโป๊ะไปปล่อยปูทะเลลงสระเลี้ยงเพื่อให้เป็นสัตว์เศรษฐกิจและได้จับปูทะเลตัวใหญ่โชว์ให้เห็นถึงศักยภาพที่สามารถพัฒนาได้ 

ซึ่งในจังหวะที่จับปูนั้นได้มีการพูดหยอกเย้าเรียกเสียงปรบมือจากชาวบ้านที่มาลุ้นว่าปูจะหนีบมือหรือไม่ โดยทันทีที่จับปูได้นายกฯบอกว่า อยู่ดีมีสุขน่ะลูก ปูคอนโดสวัสดีน่ะลูก จากนั้นได้เดินไปปล่อยปูลงสระและจังหวะนั้นเองปรากฎว่าพื้นโป๊ะที่เหยียบนั้นยุบตัวลงทำให้เกิดเสียงดังจนทุกคนตกใจนึกว่าโป๊ะล่ม แต่ก็ไม่มีใครเป็นอะไร

อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันมีการนำพื้นที่เสื่อมโทรมที่ถูกบุกรุกมาใช้ประโยชน์ในการเลี้ยงปูทะเลสร้างรายได้ให้เกษตรกร จากการเพาะเลี้ยงปูทะเลให้เป็นแหล่งผลิตปูทะเลที่สำคัญที่นำไปสู่การเป็นกลุ่มธุรกิจส่งออกปูทะเลของประเทศ  โดยในปี 2564 มีการเลี้ยงปู 4 อำเภอของจ.ปัตตานี จำนวน 254 ไร่ ส่วนใหญ่อยู่ในพื้นที่อ.ยะหริ่ง มีผลผลิตปู 7,150 กิโลกรัม

สภาฯล่มอีกแล้ว สุชาติ ตันเจริญ ชิงปิดประชุม หลังถกร่าง พ.ร.บ.อนุญาโตตุลาการ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/497004

15 ธ.ค. 2564 |17:32 น.

สภาฯล่มอีกแล้ว สุชาติ ตันเจริญ ชิงปิดประชุม หลังถกร่าง พ.ร.บ.อนุญาโตตุลาการ

สภาฯ ล่มอีกแล้ว หลังประธานในที่ประชุม “สุชาติ ตันเจริญ” ชิงปิดประชุมระหว่างนับองค์ประชุม ในการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.อนุญาโตตุลาการ ที่ยังไม่ได้ข้อยุติว่าจะส่งเรื่องให้ครม.พิจารณาเป็นเวลา 60 วันก่อนหรือไม่

วันนี้ (15 ธ.ค.) เวลา 15.00 น. ผู้สื่อข่าวรายงานว่าที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรพิจารณาร่าง พ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ตามที่นายวิรัช พันธุมะผล ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย เป็นผู้เสนอ โดยส.ส.ฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้านต่างแสดงความเห็นต่างกันในหลายประเด็น ทำให้นายอนุชา นาคาศัย รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ชี้แจงว่า เนื่องจากร่างฉบับนี้เสนอโดยส.ส. ดังนั้นเพื่อความรอบคอบ รัฐบาลจึงขอนำกลับไปพิจารณาใหม่ ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องพิจารณาภายใน 60 แล้วจะส่งกลับมายังที่ประชุมสภาให้พิจารณาอีกครั้ง 

สภาฯล่มอีกแล้ว สุชาติ ตันเจริญ ชิงปิดประชุม หลังถกร่าง พ.ร.บ.อนุญาโตตุลาการ
สภาฯล่มอีกแล้ว สุชาติ ตันเจริญ ชิงปิดประชุม หลังถกร่าง พ.ร.บ.อนุญาโตตุลาการ

ที่ประชุมมีมติอนุมัติให้ครม. นำกลับไปทบทวนด้วยคะแนน 236 ต่อ 36 งดออกเสียง 49 ไม่ลงคะแนน 3 ต่อมาที่ประชุมได้เข้าสู่การพิจารณาร่างพ.ร.บ.อนุญาโตตุลาการ ที่มีนายวิรัช พันธุมะผล ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย เป็นผู้เสนอ หลังจากที่ส.ส.อภิปรายครบถ้วนแล้ว แต่ยังมีความเห็นแตกต่างกันอยู่ นายอนุชา จึงขอให้ครม.ขอรับร่างฉบับนี้ไปพิจารณาเป็นเวลา 60 วัน เหมือนกับร่างพ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา เพื่อความรอบคอบแล้วค่อยส่งกลับมาให้ที่ประชุมสภาฯพิจารณาอีกครั้ง 
 

สภาฯล่มอีกแล้ว สุชาติ ตันเจริญ ชิงปิดประชุม หลังถกร่าง พ.ร.บ.อนุญาโตตุลาการ
สภาฯล่มอีกแล้ว สุชาติ ตันเจริญ ชิงปิดประชุม หลังถกร่าง พ.ร.บ.อนุญาโตตุลาการ

จากนั้นเวลา 16.25 น. นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่ทำหน้าที่ประธานการประชุม จึงกดออดเรียกสมาชิกมาแสดงตน เพื่อลงมติจะส่งเรื่องให้ครม.พิจารณาหรือไม่ นายสุชาติ กดออดเรียกอยู่ 2-3 นาที แต่ภายในห้องประชุมก็ยังมีส.ส.บางตา ก่อนที่นายสุชาติ จะให้ส.ส.กดบัตรแสดงตนเป็นองค์ประชุม เมื่อส.ส.กดบัตรแสดงตนครบถ้วนแล้ว นายสุชาติทิ้งระยะเวลาอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะบอกว่า “ไม่ครบอีกแล้วหรือครับ” และสั่งปิดประชุมทันที โดยไม่ยอมขานคะแนนว่ามีองค์ประชุมอยู่เท่าใด

สภาฯล่มอีกแล้ว สุชาติ ตันเจริญ ชิงปิดประชุม หลังถกร่าง พ.ร.บ.อนุญาโตตุลาการ

พปชร.โต้ข่าวไม่ส่งผู้สมัครชิงเก้าอี้ผู้ว่าฯกทม. ยันส่งแน่แค่ขอเวลาคัดคน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/496993

15 ธ.ค. 2564 |16:46 น.

พปชร.โต้ข่าวไม่ส่งผู้สมัครชิงเก้าอี้ผู้ว่าฯกทม. ยันส่งแน่แค่ขอเวลาคัดคน

หัวหน้าภาค กทม. พรรคพลังประชารัฐ ปฏิเสธข่าวพรรคไม่ส่งผู้สมัครชิงเก้าอี้ผู้ว่าฯกทม. ย้ำขอใช้เวลาคัดสรรผู้สมัครที่ดีที่สุด ยันไม่ช้าเกินไปที่จะเปิดตัว

ภายหลังจากที่ “ผู้ว่าฯหมูป่า” นายณรงค์ศักดิ์ โอสถธนากร ผู้ว่าราชการจังหวัดปทุมธานี ได้แถลงข่าวไม่ขอลงสมัครรับเลือกตั้งเป็นผู้ว่าฯ กทม. เนื่องจากขาดคุณสมบัติและติดงานราชการ ทั้งที่นายณรงค์ศักดิ์ เป็นตัวเต็งที่พรรคพลังประชารัฐจะเสนอเข้าชิงชัยเก้าอี้ผู้ว่าฯ กทม. จนเกิดกระแสข่าวว่าพรรคพลังประชารัฐอาจยังไม่มีตัวเลือกที่เหมาะสมมากกว่านี้ และอาจไม่ส่งใครลงสมัครรับเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. ในนามพรรคพลังประชารัฐ

พปชร.โต้ข่าวไม่ส่งผู้สมัครชิงเก้าอี้ผู้ว่าฯกทม. ยันส่งแน่แค่ขอเวลาคัดคน

ล่าสุดวันนี้ (15 ธ.ค.) นายจักรพันธ์ พรนิมิตร  ส.ส.กทม. เขต 30 ในฐานะหัวหน้าภาค กทม. พรรคพลังประชารัฐ ให้สัมภาษณ์ถึงกระแสข่าวที่พรรคจะไม่ส่งผู้ว่าฯกทม. ว่า  ขอยืนยันว่าไม่เป็นความจริง เนื่องจากเมื่อวานนี้ (14 ธ.ค.) ในการประชุมคณะกรรมการบริหารพรรค ตนเองในฐานะกก.บห.และเป็นหัวหน้าภาค กทม. เพิ่งรายงานความคืบหน้าในการจัดทำร่างนโยบาย การส่งผู้สมัคร ส.ก.ทั้ง50 เขตในนามพรรค และการคัดสรรผู้สมัครผู้ว่าฯกทม.ของพรรค

พปชร.โต้ข่าวไม่ส่งผู้สมัครชิงเก้าอี้ผู้ว่าฯกทม. ยันส่งแน่แค่ขอเวลาคัดคน

นายจักรพันธ์ กล่าวว่า กก.บห.ได้รับทราบความคืบหน้าเรื่องต่าง ๆ ดังกล่าว และยังให้ข้อสังเกตว่าในส่วนการคัดสรรผู้สมัครผู้ว่าฯกทม.นั้น ขอให้คณะทำงานภาค กทม.ใช้เวลาพิจารณาผู้สมัครที่ดีที่สุด ก่อนเสนอมายังกก.บห. เพื่อพิจารณาในขั้นตอนสุดท้าย และยังไม่ช้าเกินไปที่จะเปิดตัว

พปชร.โต้ข่าวไม่ส่งผู้สมัครชิงเก้าอี้ผู้ว่าฯกทม. ยันส่งแน่แค่ขอเวลาคัดคน

ทั้งนี้ ตนเองได้แถลงยืนยันไปแล้วเมื่อวานนี้ หลังการประชุมกก.บห. และในวันจันทร์ที่ 20 ธ.ค. 2564 ที่จะถึงนี้ ตนเองได้เชิญว่าที่ผู้สมัคร ส.ก.ทั้ง 50 เขต ซึ่งขณะนี้ขาดอีกเพียง 4-5 เขต เพื่อแจ้งมติ กก.บห.อย่างเป็นทางการเพื่อจะได้เดินหน้าทำงานในพื้นที่ต่อไป

“ก้าวไกล” ผิดหวังสภาคว่ำร่าง พ.ร.บ.ยกเลิกคำสั่ง คสช.

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/496985

15 ธ.ค. 2564 |15:59 น.

"ก้าวไกล" ผิดหวังสภาคว่ำร่าง พ.ร.บ.ยกเลิกคำสั่ง คสช.

“ก้าวไกล” ผิดหวังสภาคว่ำร่าง พ.ร.บ.ยกเลิกคำสั่ง คสช. “โรม” ระบุส.ส.ซีกรัฐบาลควรส่องกระจกมองตัวเอง ชี้เป็นมติประวัติศาสตร์ขัดขวางประเทศเดินหน้า ถามประชาชนหรือเผด็จการที่เลือกมาเป็น ส.ส.?

วันนี้ (15 ธ.ค.) ที่อาคารรัฐสภา นายณัฐวุฒิ บัวประทุม รองหัวหน้าพรรคก้าวไกล และ ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ, พร้อมด้วย นายรังสิมันต์ โรม ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ, นายจิรัฏฐ์ ทองสุวรรณ์ ส.ส.เขต 4 จ.ฉะเชิงเทรา, นางอมรัตน์ โชคปมิตต์กุล ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ นำทีม ส.ส.พรรคก้าวไกล เเถลงต่อสื่อมวลชนภายหลังสภาผู้แทนราษฎรมีมติไม่รับหลักการ ร่างพระราชบัญญัติยกเลิกคำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ที่ นายจอน อึ้งภากรณ์ เเละประชาชน 12,609 คน ร่วมกันเข้าชื่อ รวมถึงร่าง ร่าง พ.ร.บ.ยกเลิกประกาศคำสั่ง คสช. ที่นายปิยบุตร เเสงกนกกุล อดีตเลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ และ ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อพรรคอนาคตใหม่ พร้อมคณะที่เคยเสนอไว้

"ก้าวไกล" ผิดหวังสภาคว่ำร่าง พ.ร.บ.ยกเลิกคำสั่ง คสช.


นายณัฐวุฒิ กล่าวว่า พรรคก้าวไกล ขอยืนยันในเบื้องต้นว่าร่าง พ.ร.บ.ทั้ง 2 ฉบับ เป็นร่างกฎหมายที่ขัดต่อหลักสิทธิมนุษยชนและประชาธิปไตย ในร่างของภาคประชาชนมีเนื้อหายกเลิกคำสั่ง 35 ฉบับ และในร่างของอดีตพรรคอนาคตใหม่ยกเลิกจำนวน  17 ฉบับ แน่นอนว่าเมื่อพิจารณาเเล้วยังมีคำสั่งที่ยังมีผลบังคับใช้อยู่ โดยมีทั้ง 3 หมวดหมู่  ในหมวดหมู่แรกคือการละเมิดสิทธิเสรีภาพประชาชน โดยเฉพาะคำสั่งที่ 3/2558 ที่มีเพื่อนสมาชิกจากรัฐบาลเเละฝ่ายค้านจำนวนมากที่ถูกเรียกตัว โดยรวมถึงการอุ้มหาย การเสียชีวิต การละเมิดสิทธิมนุษยชนเเละหมวดที่ 2 ในการออกกฎหมายเฉพาะ อาทิ เรื่องผังเมือง เเละกรณี EEC รวมไปถึงนิคมอุตสาหกรรมจะนะ เเละหมวดหมู่ที่สาม คือเกี่ยวกับพี่น้องชายที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ต่าง ๆ อาทิ นโยบายทวงคืนผืนป่า ซึ่งในปัจจุบันมีคดีที่รอการพิจารณากว่า 10,000 คดี เเละมีประชาชนที่ถูกดำเนินคดีไม่น้อยกว่า 30,000 คน

“ในการลงมติในร่าง พ.ร.บ.ของภาคประชาชน มีเพื่อนสมาชิกที่ไม่รับหลักการ 230 คน เเละรับหลักการ 161 คน ส่วนในร่างของอดีตพรรคอนาคตใหม่ มีเพื่อนสมาชิกที่ไม่รับหลักการ 229 คน รับหลักการ 156 คน เราผิดหวังเเต่ไม่ผิดคาด จากกรณีการอภิปรายของเพื่อนสมาชิกที่ผ่านมาทั้งหมด 28 คน เราจะเห็นว่า ไม่มีเพื่อนสมาชิกคนใดที่กล่าวว่าไม่เห็นด้วยกับการยกเลิกร่าง พ.ร.บ.ดังกล่าว แต่ทว่าเมื่อลงมติผลกลับออกมาเป็นอีกอย่าง เรารู้สึกผิดหวังที่เกิดขึ้นในสภาแห่งนี้ แต่เราไม่ผิดคาด อย่างไรก็ตาม เราต้องการตอกย้ำและเดินหน้าในการรื้อมรดก คสช. รื้อระบอบประยุทธ์ทั้งหมดต่อไป แต่พวกเราไม่อาจเดินทางเพียงลำพังได้ หากไม่ได้รับเสียงสนับสนุนจากประชาชน” ณัฐวุฒิ กล่าว

"ก้าวไกล" ผิดหวังสภาคว่ำร่าง พ.ร.บ.ยกเลิกคำสั่ง คสช.

ด้าน นายรังสิมันต์ กล่าวว่า ผิดหวังต่อมติที่เกิดขึ้น ในความตั้งใจที่เราอยากจะเห็นการประกาศหรือยกเลิกคำสั่ง คสช. เราเชื่อว่านี่คือการถอดสลักปัญหาที่ค้างคาในสังคมไทย ซึ่งนอกจากพี่น้องประชาชนจะได้รับผลกระทบเเล้ว ยังเพื่อนสมาชิกถึง 52 คน ที่ได้รับผลกระทบจากคำสั่งดังกล่าวเช่นเดียวกัน ซึ่งเราหวังว่าการอภิปรายในสัปดาห์ที่เเล้วของเราจะช่วยเตือนสติ ถึงความรู้สึกที่ครั้งหนึ่งที่ ส.ส.เหล่านี้เคยรู้สึกในวันที่ได้รับความเดือดร้อน ถูกจับกุม ถูกควบคุม ถูกปิดปากไม่ให้พูด และเราหวังว่าเสียงของพี่น้องประชาชนที่พูดผ่านเรา จะดังไปถึง ส.ส.ซีกรัฐบาล นำมาซึ่งการลงมติที่จะถอดสลักและจะทำให้ประชาธิปไตยเดินหน้าอีกครั้ง แต่สุดท้ายก็มีบางคนที่เคยได้รับผลกระทบนั้นโหวตไม่รับหลักการ แน่นอนว่าบรรดาคำสั่งและประกาศ คสช. อาจจะไม่มีเท่าเดิมในสมัย คสช.เรืองอำนาจ  แต่ต้องยอมรับว่าบรรดาประกาศคำสั่งจำนวนมากก็รอวันที่จะมีคนหยิบมาใช้ แล้วเอานำมาใช้กับประชาชนได้อีกครั้ง ไม่มีเหตุผลใดเลยที่เราในฐานะที่ถูกพี่น้องประชาชนเลือกมาจะคว่ำร่างที่จะยกเลิกคำสั่งและประกาศของ คสช.

“นี่ยังไม่ต้องนับว่าในการที่ท่านใช้วิธีการลงมติ โดยไม่มีการอธิบาย ไม่สื่อสารให้พี่น้องประชาชนทราบ ร่างดังกล่าวของภาคประชาชนเเละอดีตพรรคอนาคตใหม่ ยื่นเข้าสู่สภากว่า 2 ปี ซึ่งท่านมีเวลาที่จะอธิบายกับพี่น้องประชาชน แต่ในวันที่พี่น้องประชาชนตั้งคำถาม ในวันที่ประชาชนต้องการที่จะเห็นร่างดังกล่าวเพื่อยกเลิกประกาศเเละคำสั่ง คสช. สิ่งที่ท่านตอบกับพี่น้องประชาชนคือเงียบ เเละลงมติเลย ผมต้องการให้ประชาชนตรวจสอบว่านักการเมืองคนไหน ส.ส.คนไหน คือคนที่ขัดขวาง ตรวจสอบว่าผู้แทนราษฎรคนไหน ไม่ยอมให้ประเทศเดินหน้าไปสู่ระบอบประชาธิปไตย อยากให้พวกเขาเหล่านั้นกลับไปจดจำความรู้สึกที่เคยถูกกระทำ ตอนที่พวกเราได้รับความเดือดร้อนในสมัยยุคคสช. รังแกพวกเราเเละรังเเกประชาชน หากเราไม่เอาความรู้สึกเหล่านั้นมาใส่ใจในหัวใจของเรา คิดว่าการทำหน้าที่เป็นผู้เเทนราษฎรที่ดีคงไม่อาจเกิดขึ้นได้ ผมเชื่อว่าการลงมติครั้งนี้ เป็นการลงมติในประวัติศาสตร์ คนที่ขัดขวางไม่ให้ร่างดังกล่าวผ่านไปได้ จะถูกจดจำ ในฐานะของคนที่ขัดขวางระบอบประชาธิปไตย ขัดขวางประเทศไทยไม่ให้สามารถเดินหน้าต่อไปได้” นายรังสิมันต์ ย้ำ

นายรังสิมันต์ กล่าวด้วยว่า อยากให้ส่องกระจกเเล้วถามตัวเองว่า ใครเป็นคนเลือกท่านมา ท่านไม่ได้มาจาก คสช. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ไม่ใช่เป็นคนที่เลือกท่านเข้าสภามา คนที่เลือกท่านคือประชาชน ถ้าส่องกระจกเเล้วจำได้ ก็ขอให้เดินหน้าทำหน้าที่ผู้แทนราษฎรต่อไป หากท่านจำไม่ได้ ประชาชนก็จะจำท่านไม่ได้เช่นกัน นี่คือผลกรรมที่ท่านเลือกไม่ฟังเสียงประชาชน

ขณะที่ นายจิรัฐฏ์ กล่าวว่า ตนเองขอเรียกร้องให้ ส.ส.รัฐบาลรับผิดชอบต่อกรณีที่เกิดขึ้น ต้องอธิบายว่าเหตุผลอะไรทำไมไม่เห็นด้วยกับการไม่รับหลักการร่างกฎหมายยกเลิกประกาศคำสั่ง คสช. หรือถ้าหากเห็นด้วยก็ต้องอธิบายเช่นกัน การลงมติในทุกครั้งท่านต้องอธิบายให้ได้ เพราะมันมีผลต่อพี่น้องประชาชน เนื่องจากเราเป็นตัวแทนของประชาชนในฐานะฝ่ายนิติบัญญัติ เราเคยอยู่ในยุคผู้มีอำนาจเหนือประชาชน เเล้วเหตุใดเราถึงไม่ให้คำสั่งของผู้อำนาจเผด็จการเหล่านั้นถูกยกเลิก

ทั้งนี้ เมื่อเวลา 12.30 น. วันนี้ (15 ธ.ค.) ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร ได้พิจารณาลงมติร่างพ.ร.บ.ยกเลิกประกาศและคำสั่งคสช.และคำสั่งหัวหน้าคสช.ที่ขัดต่อหลักสิทธิมนุษยชนและประชาธิปไตย ตามที่นายจอน อึ๊งภากรณ์ กับประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้ง จำนวน 12,609 คน เป็นผู้เสนอ และร่างพ.ร.บ.ยกเลิกประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติและคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ตามที่นายปิยบุตร แสงกนกกุล เป็นผู้เสนอ ในวาระรับหลักการ ที่ตกค้างการพิจารณามาจากเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว

"ก้าวไกล" ผิดหวังสภาคว่ำร่าง พ.ร.บ.ยกเลิกคำสั่ง คสช.

ที่ประชุมลงมติไม่เห็นชอบร่างพ.ร.บ.ยกเลิกประกาศและคำสั่งคสช. ฉบับที่นายจอนเป็นผู้เสนอด้วยคะแนน 234 ต่อ 162 งดออกเสียง 3 ไม่ลงคะแนน 1 และลงมติไม่เห็นชอบร่างพ.ร.บ.ยกเลิกประกาศและคำสั่งคสช. ฉบับที่นายปิยบุตร เป็นผู้เสนอด้วยคะแนน 229 ต่อ 157 คะแนน งดออกเสียง 4 ไม่ลงคะแนน 2 ถือว่าที่ประชุมสภาฯไม่เห็นชอบร่าง พ.ร.บ.ฯทั้ง 2 ฉบับ