“ไพศาล พืชมงคล” ถอดรหัสนายกฯอยากอยู่ยาว

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/495588

05 ธ.ค. 2564 |08:00 น.

"ไพศาล พืชมงคล" ถอดรหัสนายกฯอยากอยู่ยาว

“ไพศาล พืชมงคล” ถอดรหัสนายกฯ อยากอยู่ยาว ภายหลังควงคู่ ” บิ๊กป้อม ” ไปอุดรธานี ตั้งคำถามวาระการดำรงตำแหน่งนายกฯ ครบเทอมของพลเอกประยุทธหมายถึงเวลาใด จะเป็นปัญหาที่เกิดแรงกระเพื่อมทางการเมืองมากขึ้นโดยลำดับ

เมื่อวันที่ 5 ธ.ค. 64  นายไพศาล พืชมงคล  อดีตสมาชิกวุฒิสภา และทีมงานใกล้ชิด พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ได้ออกมาโพสต์ข้อความ ภายหลังความเคลื่อนไหว พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี  และ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ เดินทางไปลงพื้นที่จ.อุดรธานี  เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา 

ทั้งนี้ นายไพศาล  ได้โพสต์ข้อความ ด้วยหัวข้อ “ถอดรหัสวาทะพลเอกประยุทธ์” มีเนื้อหาดังนี้ 

1. หลังกลับจากอุดร พลเอกประยุทธ์ได้แถลงข่าวว่าขอเวลาทำหน้าที่จนกว่าจะครบเทอม คือในเดือนมีนาคม 2566 การแถลงดังกล่าวน่าจะเป็นผลเนื่องมาจากการเดินทางไปอุดรในครั้งนี้

2. เหตุผลที่ขออยู่จนครบเทอมนั้น อ้างว่าเป็นหน้าที่ต้องอยู่ทำหน้าที่ต่อไป

แต่กฎหมายรัฐธรรมนูญมาตรา 158 ประกอบมาตรา 64 ได้ห้ามนายกรัฐมนตรีดำรงตำแหน่งเกิน 8 ปี จะครบในเดือนสิงหาคม 2565 เท่านั้น

ครบเทอมของพลเอกประยุทธหมายถึงเวลาใด จะเป็นปัญหาที่เกิดแรงกระเพื่อมทางการเมืองมากขึ้นโดยลำดับ และอาจให้เป็นเหตุให้ประธานสภาต้องส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยก่อนครบกำหนด 8 ปีเพื่อให้มีความชัดเจนก็ได้

3. การจะอยู่ครบเทอมหรือไม่ ย่อมขึ้นอยู่กับการสนับสนุนของสมาชิกสภาผู้แทนฝ่ายรัฐบาล ทั้งใน พปชร , ปชป. และ ภท.

ซึ่งขณะนี้ก็ออกอาการไม่ปกติทำให้สภาล่มแล้วล่มอีก จนผู้ทำหน้าที่ประธานสภาต้องคอยประคับประคอง สั่งให้ปิดการประชุมเพื่อไม่ให้สภาล่ม ซึ่งคงอุ้มแบบนี้ไปได้ไม่กี่หนเพราะเสียงก่นด่าหนักขึ้นทุกวัน

ภายใน พปชร. ขณะนี้ ทั้งหัวหน้าพรรค เลขาธิการพรรค เหรัญญิกพรรค ไม่มีกระทรวงครอง สู้พรรคเล็กพรรคน้อยไม่ได้ มีหรือที่จะไม่รู้สึกอัปยศ

ดังนั้นถ้าจะมีการปรองดองกัน ก็ให้ดูที่การคืนตำแหน่งให้ครองกระทรวงสำคัญสมฐานะพรรคแกนรัฐบาล และการเสนอกฎหมายสำคัญเข้าสภาหรือไม่ อย่าฟังที่พูดหรืออย่าดูที่เห็น

และถ้าปรองดองกันได้ก็จะทำให้พรรคร่วมไม่กล้าข่มเหงยำเยงอย่างที่เป็นอยู่ ก็จะมีเสถียรภาพ ไปจนถึงวาระครบเทอมที่กฎหมายที่รัฐธรรมนูญบัญญัติ

4. การปกครองโดยการประกาศฉุกเฉินรวบอำนาจมาไว้ที่นายกตามกฎหมายฉุกเฉินนั้น ยังไม่มีวี่แววว่าจะยกเลิกและอาจดำรงภาวะเช่นนี้ต่อไปตราบที่พลเอกประยุทธ์ยังเป็นนายกรัฐมนตรี

สภาพเช่นนี้รัฐมนตรีทั้งหลายจะยินดีปรีดาหรือว่าจะบอกศาลากัน เงียบๆ รอจังหวะต่างคนต่างไป ก็เป็นปัญหาใหญ่ที่ต้องแก้ไขจัดการ

5. ในเดือนพฤศจิกายนปีหน้า ประเทศไทยก็จะเป็นเจ้าภาพการประชุมเอเปค ดังนั้นการทำให้การเมืองนิ่ง ประชาชนพร้อมเพรียงใจกันสนับสนุนการเป็นเจ้าภาพจึงมีความจำเป็น มิฉะนั้นผู้นำประเทศต่างๆ ใครเขาจะมาร่วม ซึ่งอาจจะเกิดเหตุการณ์อับอายขายหน้าชาวโลกได้

"ไพศาล พืชมงคล" ถอดรหัสนายกฯอยากอยู่ยาว

ดังนั้น จึงต้องสร้างเสถียรภาพและความเป็นเอกภาพให้เร็วที่สุด

6.การเมืองนั้นทุกคนก็รู้อยู่แก่ใจว่าไม่มีใครเชื่อถือคำพูดหรือการแสดง

แต่เชื่อที่การกระทำ ถ้าการกระทำไม่เป็นเหตุแห่งความเป็นเอกภาพ ถึงจะพูดและแสดงอย่างไรก็ไม่มีทางที่จะก่อให้เกิดความเชื่อถือได้

และนี่ก็เป็นสาเหตุสำคัญของวิกฤตการเมืองของประเทศ

ปราชญ์ท่านจึงสอนว่า ทำการใหญ่ต้องใจกว้าง ต้องเป็นผู้ให้ยิ่งกว่าเป็นผู้รับ เป็นผู้แบ่งยิ่งกว่าเป็นผู้รวบ ดังนี้บ้านเมืองก็จะก้าวเดินไปได้

พปชร. ทวงผลสอบม.รามและสตช. ปมชี้มูล”สามารถส่งนายตำรวจไปสอบแทน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/495577

05 ธ.ค. 2564 |08:00 น.

พปชร. ทวงผลสอบม.รามและสตช. ปมชี้มูล"สามารถส่งนายตำรวจไปสอบแทน

“พปชร.”ไล่บี้ ม.รามและสตช.แจงผลสอบกรณี”สามารถ เจนชัยจิตรวนิช “ส่งนายตำรวจไปสอบแทนหลังเรื่องเงียบหายเข้ากลีบเมฆ

แหล่งข่าวจากพรรคพลังประชารัฐ เปิดเผยความคืบหน้ากรณีนายสามารถ เจนชัยจิตวนิช อดีตผู้ช่วยรัฐมนตรีกระทรวงยุติธรรม เเละอดีตผอ.ศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์พรรคพลังประชารัฐ ในฐานะนักศึกษาปริญญาเอก คณะรัฐศาสตร์มหาวิทยาลัยรามคำเเหง ถูกสถาบันภาษา มหาวิทยาลัยรามคำเเหง แจ้งว่า “สถาบันฯ ได้ตรวจสอบพบว่ามีผู้มาเรียนและเข้าสอบแทนนายสามารถ เจนชัยจิตรวนิช ตั้งแต่วันที่ 6 – 7 มีนาคม 2564 ในการนี้ สถาบันฯ ได้ตัดสิทธิ์ในการเรียนวิชาดังกล่าวของนายสามารถเเล้ว”    โดยนายสามารถส่งพ.ต.ท.นายหนึ่งสังกัดบช.น.ในขณะนั้น ไปดำเนินการเข้าเรียนและเข้าสอบแทน ตามที่สถาบันภาษาฯกล่าวหา แต่นายสามารถปฏิเสธเรื่องดังกล่าว และอ้างว่าเป็นเรื่องหวังผลทางการเมืองบางอย่าง  โดยนายสามารถพร้อมให้รางวัล 2 แสนบาทสำหรับคนที่ให้ข้อมูลนั้น

เเหล่งข่าว  กล่าวว่า กรณีข้างต้นนั้น พรรคพลังประชารัฐได้สอบสวนเรื่องนี้  โดยนายไพบูลย์ นิติตะวัน ส.ส.บัญชีรายชื่อและรองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ในฐานะประธานคณะทำงานตรวจสอบนายสามารถ   มีมติเอกฉันท์ให้นายสามารถออกจากหน้าที่ทั้งหมด ( ผู้ช่วยรัฐมนตรี, ผอ.ศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์พรรคพลังประชารัฐ, คณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล, คณะกรรมการศูนย์ปฏิบัติการป้องกันและปราบปรามการกระทำความผิดการฉ้อโกงประชาชนในลักษณะแชร์ลูกโซ่ และห้ามไม่ให้นายสามารถใช้ตราเครื่องหมายของพรรค เว้นแต่ว่าจะได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษร ) เพราะพรรคตรวจสอบแล้วพบว่ามีมูลเเละลงโทษนายสามารถไปเเล้ว 

“ตอนนี้รอผลการพิจารณาจากผู้บริหารมหาวิทยาลัยรามคำเเหงว่าดำเนินการคืบหน้าอย่างไร  ทราบว่าสถาบันภาษาฯ ห้ามนายสามารถเข้าทดสอบกับสถาบันภาษาฯอีกต่อไป  เว้นแต่จะไปนำผลทดสอบจากสถาบันภาษาแห่งอื่นๆที่ได้รับรองมาตรฐานมายืนยันแทน   และคณะรัฐศาสตร์แจ้งผลพิจารณาเบื้องต้นที่มีต่อนายสามารถไปยังผู้บริหารมหาวิทยาลัยรามคำเเหงแล้ว  โดยรอผู้บริหารมหาวิทยาลัยลงมติในเรื่องนี้ แต่แปลกใจว่า เหตุการณ์นี้ผ่านมาหลายเดือนแล้วแต่มหาวิทยาลัยยังไม่มีความชัดเจนใดๆในเรื่องนี้ออกมา    ทั้งๆที่บุคคลภายนอก เช่น พรรคพลังประชารัฐก็สอบสวนนายสามารถในเรื่องนี้ และมีมติออกมาหลายเดือนแล้ว” แหล่งข่าว กล่าว


แหล่งข่าว  กล่าวว่า ส่วนการสอบสวนพ.ต.ท.นายนั้นที่ร่วมกระทำความผิดกับนายสามารถทราบว่า  ผู้บริหารของบช.น.ในขณะนั้นมีคำสั่งตั้งกรรมการสอบสวนพ.ต.ท.คนดังกล่าวเเล้ว เเต่ยังไม่ทราบความคืบหน้า โดยตอนนี้พ.ต.ท.คนดังกล่าว ได้รับการเลื่อนยศเป็นพ.ต.อ. เเละย้ายไปสังกัดกองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 2    ตรงนี้ก็น่าแปลกใจเช่นกันว่า ทำไมสำนักงานตำรวจแห่งชาติดำเนินการกับพ.ต.ท.คนนี้ที่ร่วมกระทำการทุจริตกับนายสามารถล่าช้า จึงขอให้ผู้บริหารสำนักงานตำรวจเเห่งชาติเร่งดำเนินการให้ข้อเท็จจริงปรากฏด้วย

“มหาวิทยาลัยรามคำแหงและสำนักงานตำรวจแห่งชาติน่าจะมีคำตอบเรื่องนี้โดยเร็วเพราะองค์ประกอบความผิด-หลักฐานการร่วมกระทำความผิดของผู้ถูกกล่าวหาทั้งสองรายชัดเจน  อย่าทอดเวลา เพราะมันมีความเสื่อมเสียขององค์กรเกิดขึ้น และคนอื่นๆเสียหาย  ขอฝากผู้บริหารสององค์กรเร่งชี้แจงผลการสอบสวนด้วย” 
 
เเหล่งข่าว  กล่าวว่า  พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ  กล่าวกับสมาชิกพรรคเเละผู้มีตำเเหน่งทางการเมืองเสมอว่าต้องเคารพกฎหมายเเละระเบียบต่างๆ อย่าทำให้พรรคเสื่อมเสีย  ผิดหรือถูกว่ากันไปตามหลักฐาน

ทั้งนี้  พรรคกำลังตรวจคุณสมบัติเบื้องต้นของว่าที่ผู้สมัครส.ส.ครั้งหน้าทั้ง 500 คนว่าใครเหมาะสมบ้าง หากใครกระทำผิดหรือโดนกล่าวหาในเรื่องต่างๆ พรรคจะพิจารณาว่าสมควรส่งลงสมัครส.ส.หรือไม่    และทราบว่านายสามารถพยายามล็อบบี้ผู้ใหญ่ในพรรคเพื่อขอโอกาสแก้ตัวและขอลงสมัครส.ส.ครั้งหน้า แต่ยังไม่มีสัญญาณใดๆจากผู้ใหญ่ในพรรคในเรื่องดังกล่าว

เผยเบื้องหลังพลังประชารัฐทาบ “ผู้ว่าฯหมูป่า” ลงชิงชัยเก้าอี้ผู้ว่าฯกทม.

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/495579

05 ธ.ค. 2564 |07:00 น.

เผยเบื้องหลังพลังประชารัฐทาบ "ผู้ว่าฯหมูป่า" ลงชิงชัยเก้าอี้ผู้ว่าฯกทม.

เผยเบื้องหลังพลังประชารัฐ วางแผนสองทาบทาม ณรงค์ศักดิ์ โอสถธนากร หรือ “ผู้ว่าฯหมูป่า” ลงชิงชัยเก้าอี้ผู้ว่าฯกทม. งานนี้บิ๊กดีลข้ามปี

ภายหลังนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรีส่งสัญญาณว่าเมื่อเสร็จสิ้นการเลือกตั้งนายกฯอบต.และสมาชิกอบต.เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ไทมไลน์การเลือกตั้งต่อไปก็จะเป็นการเลือกตั้งผู้ว่ากทม. และนายกฯเมืองพัทยา โดยกระทรวงมหาดไทยจะเป็นผู้เสนอเรื่องเข้าสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.)  ซึ่งคาดหมายกันว่า การเลือกตั้งผู้ว่ากทม.จะเกิดขึ้นราวเดือนมี.ค.2565 

ทันทีที่สัญญาณการเลือกตั้งผู้ว่ากทม.แพร่กระจายออกไป ทำให้บรรดาผู้ประสงค์ลงสมัครผู้ว่ากทม. ที่มีทั้งเปิดตัวไปแล้ว และซุ่มเงียบอยู่ก็เกิดความคึกคักตามมา  โดยเฉพาะในส่วนของพรรคการเมืองขนาดใหญ่ อย่าง พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ที่ทุกสายตาต่างจับจ้องจะมีการคัดเลือกบุคคลใดลงชิงเก้าอี้พ่อเมืองกทม. 

ทั้งที่ก่อนหน้านี้ พปชร.ส่งแรงสนับสนุนอย่างไม่เป็นทางการไปยัง พล.ต.อ.จักรทิพย์  ชัยจินดา อดีตผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ(ผบ.ตร.) แต่จู่ๆ “บิ๊กแป๊ะ” ก็ประกาศถอนตัว เพื่อเตรียมไปรับภารกิจสำคัญให้กับพรรคพปชร.  

ณรงค์ศักดิ์  โอสถาธนากร  ผู้ว่าฯปทุมธานี กำลังได้รับการทาบทามจากพปชร.ให้ลงสม้ครผู้ว่าฯกทม.ณรงค์ศักดิ์ โอสถาธนากร ผู้ว่าฯปทุมธานี กำลังได้รับการทาบทามจากพปชร.ให้ลงสม้ครผู้ว่าฯกทม.

ทำให้ล่าสุด แกนนำของพรรคพลังประชารัฐ ได้มีการขยับอีกรายชื่อขึ้นมา นั่นคือ  นายณรงค์ศักดิ์ โอสถธนากร  ผู้ว่าปทุมธานี  เบื้องต้น นายณรงค์ศักดิ์ ให้ความสนใจในการลงชิงชัยสนามกทม. โดยคาดว่า หากการเจรจาลงตัว มีความเป็นไปได้สูง ที่พรรคพปชร.จะมีการแถลงเปิดตัวต่อไป 

ทั้งนี้ นายณรงค์ศักดิ์ มีผลงานจากการร่วมประชุมวางแผนช่วย ทีมฟุตบอลหมูป่า 13 ชีวิต  ออกจากถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน จ.เชียงราย จนเป็นที่รู้จักของคนทั้งประเทศในนาม “ผู้ว่าฯหมูป่า” สมัยดำรงตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย

ต่อมาได้ย้ายไปเป็นผู้ว่าฯพะเยา ตามมาด้วยผู้ว่าฯลำปาง โดยเฉพาะการย้ายมาเป็นผู้ว่าฯลำปางได้สร้างผลงานอีกครั้งในการแก้ไขสถานการณ์แพร่ระบาดไวรัสโควิด-19 ระลอกแรก  ด้วยการวางแผนบริหารจัดการฉีดวัคซีนให้ประชาชนแบบทันท่วงที  พร้อมกับประกาศเป็นพื้นที่ปลอดโควิด 100 %  ทำให้”ผู้ว่าฯหมูป่า”ได้รับการชื่นชมอีกครั้ง  

ต่อมาเมื่อปี 2564 กระทรวงมหาดไทยได้มีคำสั่งโยกย้ายแต่งตั้งผู้ว่าระลอกใหญ่ อีกครั้ง ซึ่งเป็นครั้งที่มีนัยยะทางการเมืองสำคัญ  โดยโยก “นายชัยวัฒน์   ชื่นโกสุม” ผู้ว่าราชการจังหวัดปทุมธานี  ผู้นำร่องสละเงินเดือน 3 เดือนจากสถานการณ์โควิด-19  มาเป็นรองปลัดกระทรวงมหาดไทย พร้อมกับย้าย นายณรงค์ศักดิ์  หรือ “ผู้ว่าฯหมูป่า” จากผู้ว่าฯลำปาง มาดำรงตำแหน่ง “ผู้ว่าฯปทุมธานี” 

"ผู้ว่าหมูป่า " ณรงค์ศักดิ์ โอสถธนากร  ปัจจุบัน ดำรงตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดปทุมธานี “ผู้ว่าหมูป่า ” ณรงค์ศักดิ์ โอสถธนากร ปัจจุบัน ดำรงตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดปทุมธานี

คำสั่งแต่งตั้งโยกย้ายแบบ”บิ๊กเซอร์ไพรส์”ครั้งนั้น ถือเป็นจุดเริ่มของการตั้งข้อสังเกตทางการเมืองว่าผู้ใหญ่ของพรรคพลังประชารัฐ ต้องการ ให้”ผู้ว่าฯหมูป่า” ขยับออกมาจากพื้นที่ภาคเหนือให้มาสร้างผลงานแก้ไขสถานการณ์โควิด-19 ในพื้นที่ภาคกลางจังหวัดปทุมธานีอันเป็นจังหวัดที่อยู่ใกล้กับกรุงเทพมหานคร ก่อนลงสมัครชิงเก้าอี้พ่อเมืองกรุงเทพมหานครในสังกัดพปชร. 

กมธ.กาสิโนฯ ชง “อธิรัฐ รัตนเศรษฐ” นั่งประธาน วาง ชัช เตาปูน เป็นที่ปรึกษา

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/495569

04 ธ.ค. 2564 |20:00 น.

กมธ.กาสิโนฯ ชง "อธิรัฐ รัตนเศรษฐ" นั่งประธาน วาง ชัช เตาปูน เป็นที่ปรึกษา

ณัฏฐ์ชนน ศรีก่อเกื้อ กมธ.วิสามัญพิจารณาศึกษาการเปิดสถานบันเทิงแบบครบวงจร การจัดเก็บรายได้และภาษีจากธุรกิจกาสิโนถูกกฎหมายและมาตรการในการป้องกันและแก้ไขปัญหาบ่อนการพนันผิดกฎหมาย เผยเตรียมเสนอชื่อ “อธิรัฐ รัตนเศรษฐ” นั่งประธาน กมธ.ฯ ที่ปรึกษาคือนายชัชวาลล์ คงอุดม

4 ธันวาคม นายณัฏฐ์ชนน ศรีก่อเกื้อ ส.ส.สงขลา พรรคภูมิใจไทย ในฐานะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญพิจารณาศึกษาการเปิดสถานบันเทิงแบบครบวงจร การจัดเก็บรายได้และภาษีจากธุรกิจกาสิโนถูกกฎหมายและมาตรการในการป้องกันและแก้ไขปัญหาบ่อนการพนันผิดกฎหมาย การแพร่ระบาดของตู้เกมพนันไฟฟ้าและการพนันออนไลน์ เปิดเผยว่า กมธ.กาสิโนจะนัดประชุมนัดแรกในสัปดาห์หน้า แต่ยังไม่กำหนดวันที่ชัดเจน โดยการประชุมนัดแรกจะเลือกตัวประธาน กมธ. และกำหนดกรอบการทำงาน

เบื้องต้นกำหนดให้ “นายอธิรัฐ รัตนเศรษฐ” รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม เป็นประธาน ขณะที่นายชัชวาลล์ คงอุดม ส.ส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคพลังท้องถิ่นไท จะเป็นที่ปรึกษา กมธ.

 ส.ส.สงขลา พรรคภูมิใจไทย กล่าวต่อว่า จะตั้งอนุ กมธ.ประมาณ 4-5 คณะ มาศึกษาหัวข้อต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการพนัน กาสิโนถูกกฎหมาย มีกรอบเวลาการทำงาน 90 วัน เมื่อศึกษาเสร็จแล้วจะส่งให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณาให้ความเห็นชอบ และส่งให้รัฐบาลพิจารณาว่าจะดำเนินการอย่างไรต่อไปกับข้อเสนอของกมธ.ซึ่งส่วนใหญ่ส.ส.เห็นด้วยกับการตั้งบ่อนกาสิโน
ถูกกฎหมาย แต่จะต้องกำหนดหลักเกณฑ์เข้มงวดควบคุมผู้ที่จะเข้าไปเล่นอย่างรอบคอบ

ทั้งนี้เมื่อวันที่ 2 ธ.ค.ที่ผ่านมา ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร ได้พิจารณาญัตติเรื่องขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาการเปิดสถานบันเทิงแบบครบวงจร (Entertainment Complex) เพื่อหาแหล่งรายได้ใหม่จากนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้าประเทศ รวมทั้งการเปิดกาสิโน (ถูกกฎหมาย) การป้องกันและแก้ไขการแพร่ระบาดของตู้เกมพนันไฟฟ้า (ตู้สล็อตแมชชีน)อย่างครบวงจรซึ่งมี 12 ญัตติโดยนายศุภชัย โพธิ์สุ รอ’ประธานสภาผู้แทนราษฎรคนที่ 2 ในฐานะประธานในที่ประชุมได้เปิดโอกาสให้สมาชิกได้อภิปรายสรุปประเด็นเกี่ยวกับญัตติที่นำเสนอ 

ภายหลังจากสมาชิกได้อภิปรายกันประมาณเกือบครึ่งชั่วโมง ประธานได้ให้สมาชิกเสียบบัตรแสดงตนเพื่อนับองค์ประชุม ซึ่งปรากฏว่าองค์ประชุมครบ จากนั้นประธานได้ขอให้สมาชิกเสียบบัตรเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วยหรืองดออกเสียง ต่อการเสนอญัตติดังกล่าว ซึ่งปรากฏว่าเสียงส่วนใหญ่ของที่ประชุมเห็นชอบให้มีการตั้งกรรมาธิการวิสามัญฯ ทั้งสิ้น 310เสียง ไม่เห็นด้วย 9 เสียง งดออกเสียง 10 เสียง ไม่ลงคะแนนไม่มี จากจำนวนสมาชิกทั้งหมด 329 คน 

จากนั้นประธานเสนอให้ตั้งคณะกรรมาธิการเพื่อแปรญัตติฯ ซึ่งมีทั้งสิ้น 60 คน แบ่งเป็นสัดส่วนกรรมาธิการจาก ครม. 15 คน และจากพรรคการเมืองต่าง ๆ อีก 45 คน โดยพรรคเพื่อไทย 13 คน พรรคพลังประชารัฐ 11 คน พรรคภูมิใจไทย 6 คน พรรคก้าวไกล 5 คน พรรคชาติไทยพัฒนา 1 คน พรรคเสรีรวมไทย 1 คน พรรคประชาชาติ 1 คน พรรคเศรษฐกิจใหม่ 1 คน และพรรคเพื่อชาติ 1 คน โดยให้ใช้เวลาศึกษาทั้งสิ้น 90 วัน

สำหรับรายชื่อกรรมาธิการ 60 คนนั้น อาทิ นายสุทัศน์ เงินหมื่น  นายชัชวาลล์ คงอุดม นายไผ่ ลิกค์ และนายมงคลกิตต์ สุขสินธารานนท์  

โพลชี้นักธุรกิจชั้นนำหนุน “จุรินทร์” นั่งนายกฯ พ่วงเลือก “ผู้ว่าฯ กทม.” ปชป.

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/495568

04 ธ.ค. 2564 |20:00 น.

โพลชี้นักธุรกิจชั้นนำหนุน “จุรินทร์” นั่งนายกฯ พ่วงเลือก “ผู้ว่าฯ กทม.” ปชป.

โพลชี้นักธุรกิจชั้นนำสนับสนุนให้หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ “จุรินทร์” นั่งนายกรัฐมนตรี ระบุมีความสามารถในการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจและปากท้องของประชาชน ก่อนพ่วงด้วยการเลือก “ผู้ว่าฯ กทม.” ที่มาจากพรรคประชาธิปัตย์

อินไซท์เอเชีย รีเสิร์ช กรุ๊ป (ประเทศไทย) ร่วมกับ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) เปิดเผยผลสำรวจความคิดเห็นกลุ่มนักธุรกิจชั้นนำในประเทศไทย จำนวน 444 ราย ที่มีต่อรัฐบาลและพรรคร่วมรัฐบาลในกรณีถ้าต้องมีการเปลี่ยนแปลงนายกรัฐมนตรี ตามระบบรัฐสภาในระบอบประชาธิปไตย และมุมมองต่อการขับเคลื่อนนโยบายของพรรคร่วมรัฐบาลในปัจจุบัน

ทั้งนี้ คำถามที่ว่าพรรคร่วมรัฐบาลพรรคใดมีจุดยืนในการแก้ไขรัฐธรรมนูญให้เป็นประชาธิปไตยมากที่สุด ซึ่งผลสำรวจชี้ว่านักธุรกิจชั้นนำเลือกพรรคประชาธิปัตย์ คิดเป็น 47.7 เปอร์เซ็นต์ มากสุดในบรรดาพรรคร่วมรัฐบาลทั้งหมด และเมื่อถามว่าพรรคร่วมรัฐบาลใดมีความซื่อสัตย์สุจริตมากที่สุด พบว่านักธุรกิจชั้นนำ 40.6 เปอร์เซ็นต์ ไม่มีความคิดเห็น หรือไม่ทราบ ขณะที่ 35.1 เปอร์เซ็นต์ ระบุว่าเป็นพรรคประชาธิปัตย์

ต่อคำถามว่า พรรคร่วมรัฐบาลพรรคใดมีความน่าเชื่อมั่นต่อการบริหารงานที่รับผิดชอบมากที่สุด พบว่านักธุรกิจชั้นนำ 38.8 เปอร์เซ็นต์ ไม่เชื่อมั่นพรรคใด แต่ 27 เปอร์เซ็นต์ ระบุว่าพรรคประชาธิปัตย์มีความน่าเชื่อมั่นมากที่สุด เมื่อถามว่าพรรคร่วมรัฐบาลใด สามารถทำตามนโยบายหาเสียงได้มากที่สุด พบว่านักธุรกิจชั้นนำ 34.4 เปอร์เซ็นต์ ระบุว่าไม่มีความเห็นและไม่ทราบ ขณะที่ 20.7 เปอร์เซ็นต์ เลือกพรรคประชาธิปัตย์

โพลถามด้วยว่า ถ้าสามารถเลือกหัวหน้าพรรคร่วมรัฐบาลเป็นนายกรัฐมนตรีได้ คิดว่าหัวหน้าพรรคใดควรเป็นนายกฯ ซึ่งนักธุรกิจชั้นนำ 45.05 เปอร์เซ็นต์ ยังไม่ตัดสินใจหรือไม่เลือกใคร แต่ 27.48 เปอร์เซ็นต์ เลือกนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ตามด้วย 15.32 เปอร์เซ็นต์ เลือกนายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย และเมื่อสอบถามเพิ่มเติมถึงสาเหตุ พบว่านักธุรกิจชั้นนำ 22.17 เปอร์เซ็นต์ เลือกเพราะเล็งเห็นถึงความสามารถในการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจและปากท้องของประชาชน
 

โพลชี้นักธุรกิจชั้นนำหนุน “จุรินทร์” นั่งนายกฯ พ่วงเลือก “ผู้ว่าฯ กทม.” ปชป.

นอกจากนี้ เมื่อถามว่าตัวแทนพรรคการเมืองใดควรเป็นผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครมากที่สุด ผลคือตัวแทนจากพรรคประชาธิปัตย์ยังคงได้รับความเชื่อใจจากนักธุรกิจชั้นนำให้เป็นผู้ว่าฯ กทม. 23.42 เปอร์เซ็นต์ เท่ากับนักธุรกิจ 23.42 เปอร์เซ็นต์ ที่เลือกตัวแทนอิสระ รองลงมาคือนักธุรกิจชั้นนำที่ยังไม่ได้ตัดสินใจ 15.32 เปอร์เซ็นต์

สำหรับความมั่นใจต่อรัฐบาลชุดปัจจุบันนั้น พบว่านักธุรกิจชั้นนำ 32.43 เปอร์เซ็นต์ ระบุว่ามีความเชื่อมั่นต่อรัฐบาลในระดับปานกลาง ขณะที่ 29.73 เปอร์เซ็นต์ เชื่อมั่นน้อยที่สุด, 23.42 เปอร์เซ็นต์ เชื่อมั่นน้อย และ 10.81 เปอร์เซ็นต์ ระบุว่าเชื่อมั่นมาก เมื่อถามถึงผลงานของรัฐบาลในปัจจุบันว่ามีด้านใดบ้างที่สร้างความเชื่อมั่น พบว่า 17.19 เปอร์เซ็นต์ ระบุว่าด้านการคมนาคม ระบบขนส่งมวลชน รองลงมา 12.67 เปอร์เซ็นต์ ระบุว่าด้านสาธารณสุขและด้านอื่นๆ

โพลชี้นักธุรกิจชั้นนำหนุน “จุรินทร์” นั่งนายกฯ พ่วงเลือก “ผู้ว่าฯ กทม.” ปชป.

เมื่อถามอีกว่าหากเป็นนายกรัฐมนตรี สิ่งใดคือปัญหาเร่งด่วนที่ควรดำเนินงานในช่วงนี้ พบว่านักธุรกิจชั้นนำ 25.9 เปอร์เซ็นต์ ระบุว่าปัญหาเศรษฐกิจและปัญหาปากท้องของประชาชน ตามด้วย 18.73เปอร์เซ็นต์ ระบุว่าปัญหาและป้องกันการระบาดของโรคโควิด-19 และ 14.60 เปอร์เซ็นต์ ระบุว่าการพัฒนาจริยธรรมของคนในชาติ ขจัดการทุจริตคอร์รัปชัน ผู้มีอิทธิพล ยาเสพติด

โฆษกรัฐบาลปัดข่าวเรียกทำประวัติ “หญิงอุดรฯ” สาวคนบอกให้นายกฯ เกษียณ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/495564

04 ธ.ค. 2564 |19:00 น.

โฆษกรัฐบาลปัดข่าวเรียกทำประวัติ "หญิงอุดรฯ" สาวคนบอกให้นายกฯ เกษียณ

โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ปัดข่าวตำรวจอุดรธานี เรียกตัว “หญิงอุดรฯ” หญิงสาวบอกให้นายกฯ เกษียณ หากพัฒนาไม่ได้ ยืนยันไม่เคยปิดกั้นการแสดงความเห็น

จากกรณี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เดินทางมาที่เกาะคำชะโนด อ.บ้านดุง จ.อุดรธานี เมื่อวันที่ 1 ธันวาคมที่ผ่านมา และมี “หญิงอุดรฯ” หญิงสาวคนหนึ่งพูดกับนายกรัฐมนตรีว่า “อยากให้มาพัฒนาเยอะ ๆ แต่หากพัฒนาไม่ได้ ขอให้นายกฯ เกษียณไปเร็ว ๆ นะคะ ให้คนอื่นมาทำหน้าที่แทน” 

ต่อมามีข่าวว่าหญิงสาวคนดังกล่าว ออกมาเปิดเผยผ่านสื่อมวลชนว่า ถูกตำรวจ สภ.บ้านดุง เชิญมาทำประวัติที่ สภ.บ้านดุง หลังติดต่อขอเข้าพบที่บ้านแต่ตนเองไม่อนุญาต 

นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี  เปิดเผยว่า ได้สอบถามไปยังเจ้าหน้าที่ตำรวจ  รวมทั้งท่านผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานี ได้รับการยืนยันจาก พล.ต.ต.พิษณุ อุณหเสรี ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดอุดรธานี ที่สอบถามไปยัง พ.ต.อ.จักรภพ ศรีจันทะ ผู้กำกับการตำรวจภูธรอำเภอบ้านดุง และ พ.ต.อ.วิทยากรณ์ ษมากรวิทิต ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรดงเย็น  เจ้าของพื้นที่รับผิดชอบ คำชะโนด  

โฆษกรัฐบาลปัดข่าวเรียกทำประวัติ "หญิงอุดรฯ" สาวคนบอกให้นายกฯ เกษียณ
ทั้งตำรวจและฝ่ายปกครองยืนยันว่า ไม่มีเจ้าหน้าที่ท่านใดเข้าไปรบกวนน้องผู้หญิงอุดรฯ ที่ได้พูดคุยกับนายกฯ ขณะลงพื้นที่พบปะประชาชน ที่บ้านโนนเมือง  คำชะโนด  ซึ่งข่าวที่ออกไปว่าได้นำตัวหรือเชิญตัวมาพบ หรือทำประวัติน้องผู้หญิงอุดรฯ  ไม่เป็นความจริง  ซึ่งผู้การฯ จ.อุดรธานี ยังชี้แจงว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจต้องปฏิบัติงานภายใต้อำนาจหน้าที่ที่กฎหมายกำหนดเท่านั้น 

โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวย้ำว่า ตนเองขอยืนยัน ตลอดระยะเวลาที่นายกรัฐมนตรี บริหารประเทศ พยายามหาโอกาสลงพื้นที่ พบปะพี่น้องประชาชน และตั้งใจจะไปทุกพื้นที่ของประเทศไทย  เพื่อติดตามการดำเนินงานตามนโยบายของรัฐบาล รวมทั้งพบปะเจ้าหน้าที่และประชาชนในพี้นที่ เพี่อรับทราบปัญหา เห็นอุปสรรคด้วยตนเอง  ยืนยันว่ารัฐบาลไม่เคยสั่งปิดกันการแสดงความเห็นของพี่น้องประชาชน  ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายไหน พร้อมรับฟังและชี้แจงข้อมูลที่ถูกต้องตลอดเวลา ท่านนายกดูแลประชาชนทุกกลุ่มอย่างเสมอภาคภายใต้กรอบกฏหมายเดียวกัน

“วัฒนา” เรียกร้องให้ พล.อ. ประยุทธ์ คืนอำนาจให้คนกรุง เลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/495552

04 ธ.ค. 2564 |18:00 น.

"วัฒนา" เรียกร้องให้ พล.อ. ประยุทธ์ คืนอำนาจให้คนกรุง เลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.

“วัฒนา เมืองสุข” สมาชิกพรรคไทยสร้างไทย เรียกร้องให้ พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ คืนอำนาจให้คนกรุง เลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.

“นายวัฒนา เมืองสุข” สมาชิกพรรคไทยสร้างไทย โพสต์เฟซบุ๊ก ว่า ตาม พ.ร.บ. การเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น พ.ศ. 2562 มาตรา 142 ซึ่งเป็นบทเฉพาะกาลกำหนดให้การเลือกตั้งผู้บริหารท้องถิ่นซึ่งรวมถึงผู้ว่า กทม. เป็นอำนาจของ คสช. เป็นผู้พิจารณาในกรณีที่ไม่มี คสช. ให้เป็นอำนาจของ ครม.

อำนาจตามกฎหมายที่จะพิจารณาว่าสมควรให้มีการเลือกตั้งผู้ว่า กทม. แล้วหรือไม่จึงเป็นอำนาจของ ครม. ไม่ใช่อำนาจของนายกที่เป็นเพียงหนึ่งเสียงใน ครม.

ดังนั้น การที่พลเอกประยุทธ์ออกมาให้สัมภาษณ์ทำนองไม่เห็นด้วยที่จะให้มีการเลือกตั้งผู้ว่า กทม. อ้างว่าต้องรอให้บ้านเมืองสงบเรียบร้อยและความขัดแย้งลดลงก่อน แสดงถึงความเป็นเผด็จการอำนาจนิยมของพลเอกประยุทธ์ที่ไม่เข้าใจวิธีทำงานแบบหมู่คณะจึงครอบงำการมีมติของ ครม.

ภายหลังการประกาศใช้รัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2560 ประเทศไทยได้จัดให้มีการเลือกตั้งทั้งระดับชาติและท้องถิ่นมาแล้วหลายครั้ง ได้แก่ การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฏร การเลือกตั้งนายกและผู้บริหาร อบจ. การเลือกตั้งนายกและผู้บริหาร อบต.

และล่าสุดที่จะมีขึ้นคือการเลือกตั้งสภา กทม. หรือ สก. จึงยังคงเหลือเพียงการเลือกตั้งผู้ว่า กทม. ที่คนกรุงเทพรออยู่ ดังนั้น ข้ออ้างที่ว่าต้องรอให้บ้านเมืองสงบไม่มีความขัดแย้งจึงจะเลือกผู้ว่า กทม. จึงรับฟังไม่ได้

ความจริงแล้วความขัดแย้งทางการเมืองที่เกิดขึ้นทุกวันนี้ เกิดจากแนวคิดเผด็จการอำนาจนิยมที่ไม่ฟังเสียงประชาชน สิ่งที่พลเอกประยุทธ์ควรตระหนักคือในระบอบประชาธิปไตยความเห็นต่างไม่ใช่ความขัดแย้ง โดยมีเครื่องมือที่ทั่วโลกใช้ตัดสินความเห็นต่างคือการเลือกตั้ง

การยึดอำนาจประชาชนแล้วสร้างกลไกสืบทอดอำนาจต่างหากที่สร้างความขัดแย้ง ยิ่งการที่คน กทม. มีสิทธิเลือกตั้งสภา กทม. หรือ สก. แต่ไม่มีสิทธิเลือกผู้ว่า กทม. กลับต้องทนยอมรับคนที่ คสช. แต่งตั้งไว้เป็นผู้ว่าของตนจึงเป็นเรื่องประหลาดและเป็นหนึ่งในความขัดแย้งที่นายกสร้างขึ้น

นายกฯ หวัง “บ้านเคหะสุขประชา” เป็นหมู่บ้านแห่งความรักและความสุข

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/495543

04 ธ.ค. 2564 |17:00 น.

นายกฯ หวัง "บ้านเคหะสุขประชา" เป็นหมู่บ้านแห่งความรักและความสุข

นายกรัฐมนตรี พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา โพสต์เฟซบุ๊กหวัง “บ้านเคหะสุขประชา” เป็นหมู่บ้านแห่งความรักและความสุข นำร่อง 2 โครงการ ได้แก่ บ้านเคหะสุขประชาร่มเกล้า และ บ้านเคหะสุขประชาฉลองกรุง 

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา “นายกรัฐมนตรี” และ รมว.กลาโหม โพสต์เฟซบุ๊ก ว่า พี่น้องประชาชนที่รักครับ เมื่อวานนี้ (3 ธ.ค.) ผมได้เป็นประธานในพิธีส่งมอบสิทธิบ้านเช่าตามโครงการ บ้านเคหะสุขประชาร่มเกล้า แขวงคลองสองต้นนุ่น เขตลาดกระบัง กรุงเทพมหานคร ซึ่งโครงการบ้านเคหะสุขประชานั้น เป็นการสร้างความมั่นคงด้านที่อยู่อาศัยและยกระดับคุณภาพชีวิต สำหรับผู้มีรายได้น้อย ผู้สูงอายุ ผู้พิการ กลุ่มเปราะบาง ข้าราชการชั้นผู้น้อย ข้าราชการเกษียณ รวมถึงช่วยแก้ปัญหาผู้บุกรุกในพื้นที่สาธารณะครับ

“นายกรัฐมนตรี” ยังระบุว่า ปัจจุบันโครงการบ้านเคหะสุขประชาอยู่ระหว่างดำเนินโครงการนำร่อง 2 โครงการ ได้แก่ บ้านเคหะสุขประชาร่มเกล้า และ บ้านเคหะสุขประชาฉลองกรุง ที่มีกำหนดส่งมอบบ้านจำนวน 20,000 หน่วยต่อปีหรือ100,000 หน่วยภายในระยะเวลา 5 ปี (พ.ศ. 2564 – 2568)

เป็นส่วนหนึ่งแผนแม่บทการพัฒนาที่อยู่อาศัยระยะ 20 ปี 2560 -2579ของรัฐบาลที่มีเป้าหมายให้คนไทยทุกคนมีที่อยู่อาศัยถ้วนทั่ว (Housing for all) 

ลักษณะพิเศษของโครงการบ้านเคหะสุขประชา ที่ผมได้มอบนโยบายไว้ตั้งแต่แรกเริ่ม คือ ให้คำนึงถึงการใช้สอยได้จริงในชีวิตประจำวัน โดยให้มีสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมเป็นไปตามหลักการออกแบบเพื่อคนทั้งมวล (Universal Design)สำหรับผู้อยู่อาศัยทุกกลุ่ม

ยิ่งไปกว่านั้น จะต้องเป็นโครงการสร้างบ้านและที่อยู่อาศัยควบคู่ไปกับการพัฒนาเศรษฐกิจ สังคม และชุมชนอย่างครบวงจร โดยการพัฒนาอาชีพและส่งเสริมการมีรายได้จากอาชีพต่าง ๆ เช่น ปศุสัตว์ เกษตรอินทรีย์ อาชีพบริการในชุมชน อุตสาหกรรมขนาดเล็กหรือการค้าปลีก-ค้าส่ง และตลาดชุมชน 

นอกจากนั้น ยังได้มีการนำแนวคิด BCG Economy คือ เศรษฐกิจชีวภาพ เศรษฐกิจหมุนเวียน และเศรษฐกิจสีเขียว มาประยุกต์ใช้ เพื่อให้เกิดการพัฒนาที่ยั่งยืน โดยคำนึงถึงมิติด้านสังคม เศรษฐกิจ สิ่งแวดล้อม และสุขภาวะของผู้อยู่อาศัยควบคู่กันไป ซึ่งเรียกว่าการขับเคลื่อนแบบ Smart and Sustainable Community for Better Well-Being (SSC)  



ทั้งหมดนี้ คือ การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ของประเทศชาติ โดยไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง ซึ่งโครงการนี้เป็นอีกหนึ่งโครงการสำคัญหนึ่งของรัฐบาล ที่ผมอยากให้ทุกคนร่วมรับรู้สิ่งดี ๆ ที่ผมและรัฐบาลได้ผลักดันและเดินหน้าพัฒนาประเทศชาติอย่างเต็มกำลังในขณะนี้เนื่องจากผมเชื่อว่าประเทศชาติจะขับเคลื่อนได้  สังคมจะดีได้ ทุกอย่างต้องเริ่มต้นจาก บ้านที่ดี โดยรัฐบาลกำลังจะส่งมอบบ้านดี ๆ แบบนี้ ให้แก่ผู้ที่อาจจะไม่เคยคิดว่าจะมีบ้านได้ เพิ่มขึ้นอีกนับแสนหลัง ในไม่นานนี้ครับ 

สุดท้ายนี้ผมมีวิดิทัศน์ที่แสดงรอยยิ้มและความสุขของผู้ที่ได้เข้าร่วมโครงการบ้านสุขประชามาฝากทุกท่านให้ชื่นใจร่วมกันด้วยครับ 

FB การเคหะแห่งชาติ : https://fb.watch/9FGfakFweR/

ผมขอให้ บ้านเคหะสุขประชา เป็นหมู่บ้านแห่งความรักและความสุข ตลอดไปครับ

หญิงหน่อย ลั่น “ไทยสร้างไทย” ไม่ใช่พรรคแตกแบงก์พันของใคร

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/495537

04 ธ.ค. 2564 |15:00 น.

หญิงหน่อย ลั่น "ไทยสร้างไทย" ไม่ใช่พรรคแตกแบงก์พันของใคร

หญิงหน่อย สุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ลั่น “ไทยสร้างไทย” ไม่ใช่พรรคแตกแบงก์พันของใคร วอนอย่าโยง เพื่อไทย ยันพร้อมเป็นพรรคการเมืองใหญ่สู้ศึกเลือกตั้ง แม้เป็นพรรคใหม่ -ดีเดย์ 10 ธ.ค. ยึดฤกษ์ดีวันประชาธิปไตย จัดคาราวานสร้างไทย 77 จังหวัด พร้อมเป็นพรรคอันดับหนึ่ง

คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานพรรคไทยสร้างไทย แถลงข่าวเปิดตัวกิจกรรมทั่วนกขมิ้น คาราวานสร้างไทย 77 จังหวัด ว่า เป้าหมายของเรายุติความขัดแย้ง หลังจากถูกปล้นความอยู่ดีกินดีไป และถึงวันที่อำนาจจะอยู่กับคนไทยทุกคน และปัญหาต่าง ๆ ควรได้รับการแก้ไข นี่คือที่มาในการเดินหน้าฟังเสียงสร้างไทย 77 จังหวัด โดยเราจะเริ่มต้นคาราวานในวันที่ 10 ธ.ค.นี้ ซึ่งตรงกับวันรัฐธรรมนูญหรือวันสร้างประชาธิปไตย เพราะหลักการประชาธิปไตย คือ การฟังเสียงประชาชน

ย้ำว่าเราเอาประชาชนเป็นศูนย์กลางทุกนโยบายมุ่งการแก้ไขปัญหาประชาชน เพราะเสียงประชาชนมีความสำคัญมากที่สุด ยืนยันว่าเราทุ่มเททำให้คนไทยก่อนเป็นลำดับแรกโดยเร็วที่สุดและแข็งแรงที่สุด เพื่อเพิ่มพลังให้ประชาชนคนตัวเล็ก และปลดปล่อยประชาชนจากอำนาจรัฐรวมศูนย์ อำนาจนิยม และกฎหมายหรือระเบียบกดทับโอกาสทำมาหากินของประชาชน 

คุณหญิงสุดารัตน์ กล่าวต่อว่า เราจะเดินทางพบปะหาประชาชนไม่ว่าจะเป็นพื้นที่ชนบทห่างไกลแม้แต่ในเมือง เนื่องจากทุกปัญหาต้องได้รับการแก้ไข เราขอเป็นกระบอกเสียงสะท้อนปัญหาเร็วที่สุด ดังนั้นคาราวานสร้างไทยกำลังทำตนแบบกระจายอำนาจทลายทุกข้อกังวลอุปสรรคขวางประชาชน เราคือต้นแบบกระจายนำอำนาจ นำเสียงสะท้อนมาสร้างโอกาสให้ประชาชน ทั้งนี้ ขอเชิญชวนประชาชนร่วมเดินทางด้วยกันทั่วประเทศ ซึ่งเสียงประชาชนเป็นใหญ่ ความฝันประชาชนจะได้รับใส่ใจเพื่อสร้างเป็นนโยบาย เราพร้อมที่จะเป็นพรรคอันดับหนึ่งนำทุกความฝันประชาชนให้เกิดขึ้นจริง

นอกจากนี้คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานพรรคไทยสร้างไทย เผยถึงการเตรียมการสำหรับการเลือกตั้งใหญ่ ว่า ได้มีการเตรียมความพร้อมไว้หมดแล้ว ในส่วนของสาขาภาครวมถึงผู้สมัครบางส่วน  พร้อมเป็นพรรคการเมืองใหญ่ แม้จะเป็นพรรคใหม่ อีกทั้งพร้อมจะเป็นทางเลือกอันดับหนึ่งของประชาชน  ซึ่งส่วนตัวเชื่อว่าการเลือกตั้งครั้งหน้าหนทางยังอีกยาวไกล  


ส่วนฐานเสียงภาคอีสานที่เดิมที่เป็นของพรรคเพื่อไทย(พท.) “พรรคไทยสร้างไทย” จะมียุทธศาสตร์ในการดึงฐานเสียงอย่างไรนั้น  คุณหญิงสุดารัตน์ กล่าวว่า  ไม่ได้พุ่งเป้าไปที่ภาคอีสานแต่จะไปให้ครบทุกภาค และไม่ต้องการแข่งกับใคร แต่แข่งกับตัวเองเพื่อพิสูจน์ว่า”พรรคไทยสร้างไทย” เป็นที่พึ่งหวังให้กับประชาชน 

ผู้สื่อข่าวถามถึงการใช้ชื่อแคปเปญทัวร์นกขมิ้นจะเป็นการใช้ชื่อซ้ำ หรือภาพจำกับพรรคเพื่อไทยในอดีตหรือไม่ คุณหญิงสุดารัตน์ กล่าวว่า คำว่า ทัวร์นกขมิ้นเป็นคำที่ใช้สามัญอยู่แล้วใครก็สามารถใช้ได้ และไม่ต้องการให้เป็นภาพจำ เพราะ “พรรคไทยสร้างไทย” ไม่ใช่พรรคการเมืองแตกแบงก์พันของใคร   ขออย่าเอาไปเกี่ยวข้องกัน และยืนยันจะไม่โจมตีพรรคการเมืองไหน ขอให้แข่งขันทำความดี ดูแลประชาชน และแข่งกันได้นโยบายซึ่งเป็นความสวยงามของประชาธิปไตย

ขณะที่การเตรียมความพร้อมในการลงผู้สมัครลงเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. คุณหญิงสุดารัตน์ กล่าวว่า ขณะนี้กำลังพิจารณาอยู่ ขอหารือกันให้ถี่ถ้วนก่อน เพราะเป็นพรรรคใหม่จึงมีหลายอย่างที่ต้องทำและมีความเห็นที่หลากหลาย แต่ยืนยันพร้อมสนับสนุนผู้ที่มีร่วมงานกับพรรคทุกคน

พร้อมกว่าเดิม 10 เท่า มงคลกิตติ์ โอ่ “ไทยศรีวิไลย์” พร้อมสู้เลือกตั้ง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/495525

04 ธ.ค. 2564 |14:00 น.

พร้อมกว่าเดิม 10 เท่า มงคลกิตติ์ โอ่ "ไทยศรีวิไลย์" พร้อมสู้เลือกตั้ง

พร้อมกว่าเดิม10 เท่า มงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ โอ่ “ไทยศรีวิไลย์” จัดเต็มประชุมใหญ่สามัญก่อนส่งผู้สมัครลงสู้ศึกเลือกตั้งเกือบครบ 400 เขตแล้ว และเตรียมส่งคนลงชิงเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.ด้วย

4 ธ.ค.64 ณ.โรงแรมดิ อิมพีเรียล โฮเทล แอนด์ คอนเวนชั่น เซ็นเตอร์ นครราชสีมา นายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์  หัวหน้า”พรรคไทยศรีวิไลย์” พร้อมด้วยกรรมการบริหารพรรค จัดการประชุมใหญ่สามัญครั้งที่ 1 ประจำปี พ.ศ.2564 

โดยในกิจกรรมมีการตรวจคัดกรองเชื้อโควิด19 ด้วยอุปกรณ์การตรวจATK ตามมาตรฐานเรื่องการควบคุมการระบาดของเชื้อไวรัสโควิด19 มีการจัดในเรื่องของการเว้นระยะห่างและการใช้แอลกอฮอเจลล้างมือ รวมถึงกำชับผู้เข้าร่วมกิจกรรมสวมใส่หน้ากากอนามัยตลอดเวลา ตามแนวทางการควบคุมโรคติดเชื้อโควิด19 ของสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดนครราชสีมา 
 

ซึ่งก่อนเริ่มการประชุม นายมงคลกิตติ์ ได้ให้สัมภาษณ์กับสื่อถึงความพร้อมของพรรค โดยระบุว่า ในครั้งนี้ทางพรรคมีความพร้อมมากกว่า10เท่าจากครั้งที่แล้ว แม้กฏหมายจะเอื้อว่าเมื่อส่ง ส.ส.เขต 1 คน ก็สามารถส่ง ส.ส.บัญชีรายชื่อได้ ณ.วันนี้ทาง”พรรคไทยศรีวิไลย์”มีผู้สมัครเกือบครบ400 เขตแล้ว และอยู่ในช่วงการคัดตัวผู้สมัคร เลือกเฉพาะคนสู้ และในการประชุมจะ
มีการประกาศนโยบาย8ด้าน

นายมงคลกิตติ์ เปิดเผยถึงการเตรียมส่งผู้สมัครชิงเก้าอี้ผู้ว่ากรุงเทพมหานครในนามของพรรคอีกด้วย พร้อมฝากถึงประชาชนในช่วงปีใหม่ ระมัดระวังในเรื่องของการเดินทางและยังห่วงไปถึงการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 สายพันธุ์ใหม่อย่างโอไมครอนอีกด้วยโดยเน้นย้ำขอให้ประชาชนปฏิบัติตามมาตรการการป้องกันโรค

โดยในการประชุมครั้งนี้มีผู้เข้าร่วมประชุมทั้งสิ้น 262 คน จากนั้นนายมงคลกิตติ์ ขึ้นเวทีกล่าวเปิดงาน โดยแจ้งที่ประชุมทราบว่า ณ.ตอนนี้ทางพรรคมี
สาขาเขต 4 เขตคือ จ.เพชรบูรณ์ ,จ.พิษณุโลก ,จ.ชุมพร และ จ.นครราชสีมา 

จากนั้นมีการแสดงกิจกรรมละครเวที “พี่เต้007 ปะทะ3พี่น้องสวนดอกท้อ” ซึ่งทางนายมงคลกิตติ์ รับบทเป็น “เต้007” ร่วมในการแสดงด้วย  สร้างความประทับใจกับสมาชิกที่เข้าร่วมประชุมในวันนี้เป็นอย่างมาก และในตอนท้ายของการแสดง มีการพานางเอกของเรื่องซ้อนท้ายจักรยานยนต์ขับวนลานจอดรถ ก่อนที่จะพามาส่งที่หน้าห้องประชุมเช่นเดิม โดยการประชุมในครั้งนี้เสร็จสิ้นในเวลา 12.00น.โดยประมาณ