จับตาสภาผู้แทนฯ พิจารณาญัตติตั้งกมธ.ศึกษาการเปิดบ่อนกาสิโนถูกกฎหมาย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/495140

02 ธ.ค. 2564 |03:00 น.

จับตาสภาผู้แทนฯ พิจารณาญัตติตั้งกมธ.ศึกษาการเปิดบ่อนกาสิโนถูกกฎหมาย

จับตาที่ประชุมสภาผู้แทนฯ เตรียมพิจารณาญัตติตั้งกรรมาธิการศึกษาการเปิดบ่อนกาสิโนถูกกฎหมายรวม 12 ญัตติ ด้านเยาวชนนุ่งกระดาษลังบุกสภา คัดค้านการออกกฎหมายบ่อนเสรี ชี้ผีพนันทำให้หมดตัวและเกิดความเสี่ยงแก่เด็กและเยาวชนที่อาจถูกใช้ประโยชน์จากการพนัน

นับเป็นครั้งแรกที่การประชุมสภาผู้แทนราษฎรของไทยได้หยิบยกเกี่ยวกับบ่อนกาสิโนถูกกฎหมายมาเป็นญัตติในการพิจารณาครั้งแรก พร้อมกันมากถึง 12 ญัตติด้วยกัน ซึ่งล้วนมีข้อเสนอที่แตกต่างกันออกไป แต่โดยรวมแล้วคือต้องการให้มีบ่อนกาสิโนที่ถูกต้องตามกฎหมาย 

“คมชัดลึก”  ถือโอกาสนำญัตติทั้ง 12 ฉบับมานำเสนอให้ได้ทราบกันดังนี้ 

   
๑. ญัตติ เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาการเปิดสถานบันเทิงแบบครบวงจร (Entertainment Complex) เพื่อหาแหล่งรายได้ใหม่จากนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้าประเทศ
(นายภาคภูมิ บูลย์ประมุข และนายอรรถกร ศิริลัทธยากร เป็นผู้เสนอ)    
     
๒. ญัตติ เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาการควบคุมและจัดระเบียบบ่อนการพนันผิดกฎหมายในประเทศไทย
(นายสฤษฏ์พงษ์ เกี่ยวข้อง และนายณัฏฐ์ชนน ศรีก่อเกื้อ เป็นผู้เสนอ)    
     
๓. ญัตติ เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาการเปิดสถานบันเทิงแบบครบวงจร (Entertainment Complex) ในเขตเศรษฐกิจพิเศษ ภาคเหนือ (NEC) เพื่อเป็นแหล่งรายได้ใหม่จากนักท่องเที่ยวเข้าประเทศ
(นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน เป็นผู้เสนอ)     

จับตาสภาผู้แทนฯ พิจารณาญัตติตั้งกมธ.ศึกษาการเปิดบ่อนกาสิโนถูกกฎหมาย

๔. ญัตติ เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาปัญหาการแพร่ระบาดของตู้เกมพนันไฟฟ้า (ตู้สล็อตแมชชีน) เพื่อป้องกันแหล่งอบายมุขของชุมชน
(นายบัญญัติ เจตนจันทร์ เป็นผู้เสนอ)     
    
๕. ญัตติ เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาการจัดเก็บรายได้จากธุรกิจกาสิโนและการพนันรูปแบบต่าง ๆ เพื่อแก้ปัญหาหนี้สินของประชาชน
(นายนพดล แก้วสุพัฒน์ เป็นผู้เสนอ)    
     
๖. ญัตติ เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาป้องกันและแก้ไขการแพร่ระบาดของตู้เกมพนันไฟฟ้า (ตู้สล็อตแมชชีน) อย่างครบวงจร
(นายจาตุรงค์ เพ็งนรพัฒน์ เป็นผู้เสนอ)     
    
๗. ญัตติ เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาปัญหาการพนันออนไลน์เพื่อป้องกันปัญหาหนี้สินของประชาชนและอาชญากรรมในสังคม
(นายบัญญัติ เจตนจันทร์ เป็นผู้เสนอ)    
     
๘. ญัตติ เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาการเปิดสถานบันเทิงแบบครบวงจร (Urban Entertainment Complex) ที่อำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์
(นายสมเกียรติ ไชยวิสุทธิกุล เป็นผู้เสนอ)     
    
 

๙. ญัตติ เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาการเปิดคาสิโน (ถูกกฎหมาย)
(นายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ เป็นผู้เสนอ)         

๑๐. ญัตติ เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาการเปิดสถานบันเทิงครบวงจร (Entertainment Complex) เพื่อเพิ่มรายได้สู่ประเทศการท่องเที่ยวสู่ชุมชน
(นายพิเชษฐ สถิรชวาล และนายพีระวิทย์ เรื่องลือดลภาค เป็นผู้เสนอ)     
    
๑๑. ญัตติ เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาการเปิดสถานบันเทิงแบบครบวงจร (Entertainment Complex) เพื่อหาแหล่งรายได้ใหม่จากนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้าประเทศ
(นางบุญญาพร นาตะธนภัทร เป็นผู้เสนอ)         

๑๒. ญัตติ เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาการควบคุมและจัดระเบียบบ่อนการพนันผิดกฎหมายและการพนันออนไลน์ให้ถูกต้องตามกฎหมาย เพื่อจัดระบบการจัดเก็บภาษีเป็นรายได้เข้าประเทศ
(นายชัชวาลล์ คงอุดม เป็นผู้เสนอ) 

จับตาสภาผู้แทนฯ พิจารณาญัตติตั้งกมธ.ศึกษาการเปิดบ่อนกาสิโนถูกกฎหมาย


     
ทั้งนี้ นายชัชวาลล์ คงอุดม ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังท้องถิ่นไท ได้มีความคิดเห็นเสนอประกอบญัตติ ฉบับที่ 12 ที่เขาได้นำเสนอเข้าสู่วาระการพิจารณาของสภาว่าปัจจุบันประชาชนมีความนิยมเล่นการพนันกันอย่างแพร่หลาย และประเทศไทยมีบ่อนการพนันที่ถือว่าเป็นสิ่งผิดกฎหมาย แต่ยังมีประชาชนจำนวนมากที่มีความนิยมเล่นการพนันกันอย่างแพร่หลายในรูปแบบออฟไลน์ และรูปแบบออนไลน์ ทั้งการเล่นพนันบอล พนันมวย บ่อน หวยใต้ดิน และอื่น ๆ อีกมากมาย จึงทำให้ธุรกิจการพนันผิดกฎหมายเกิดขึ้นเป็นจำนวนมาก 

นายชัชวาลล์ ระบุว่า ธุรกิจการพนันเป็นธุรกิจที่สามารถสร้างรายได้เป็นจำนวนมาหาศาล ด้วยเหตุที่การเล่นการพนันในประเทศไทยเป็นสิ่งที่ผิดกฎหมาย จึงทำให้ผู้เล่นการพนันต้องใช้วิธีการลักลอบเล่นการพนันและถูกเจ้าหน้าที่ของรัฐจับกุมอย่างต่อเนื่องและเข้มงวดตามกฎหมาย โดยเฉพาะบ่อนการพนันที่อยู่บริเวณรอบชายแดนประเทศไทยที่มีไม่ต่ำกว่า 50 แห่ง ลูกค้าหลักซึ่งเป็นคนไทยและมีวงเงินจำนวนมหาศาลที่ไม่สามารถตรวจสอบได้ แต่เมื่อศึกษาถึงการเปิดสถานกาสิโนหรือบ่อนการพนันในต่างประเทศ กลับพบว่าในหลายประเทศ 

โดยเฉพาะประเทศที่อยู่ติดกับชายแดนของประเทศไทย อันได้แก่ประเทศเมียนมา ลาวและมาเลเซีย มีการอนุญาตให้เปิดกาสิโนอย่างถูกกฎหมาย ทำให้สามารถเปิดสถานกาสิโนหรือบ่อนการพนันในหลายแห่ง อีกทั้งยังมีการประกอบธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกับการบริการและการส่งเสริมการท่องเที่ยว ทำให้ประชาชนที่อยู่อาศัยตามแนวชายแดนของประเทศไทย รวมถึงนักธุรกิจของไทยต่างหลั่งไหลเข้าไปเล่นการพนันในบ่อนที่อยู่ตามแนวชายแดนของประเทศไทย เป็นจำนวนมาก ซึ่งทำให้เงินหลั่งไหลออกนอกประเทศ โดยที่ไม่สามารถตรวจสอบได้ และส่งผลให้ประเทศไทยต้องสูญเสียรายได้ อันเป็นรายได้ทางเศรษฐกิจของประเทศไปเป็นจำนวนมากในแต่ละปี 

นายชัชวาลล์ ย้ำว่า ดังนั้น หากมีการสร้างระบบเพื่อควบคุมกำกับดูแล และจัดระบบบ่อนการพนันที่ผิดกฎหมายให้อยู่ในระบบ และมีการบริหารจัดการอย่างเป็นระบบระเบียบ มีการจัดเก็บรายได้ที่เป็นภาษีให้กับรัฐอย่างถูกต้อง ก็อาจจะเป็นช่องทางหนึ่งในการสร้างรายได้ให้กับประเทศ ทั้งรายได้ที่เกิดจากการประกอบธุรกิจสถานกาสิโนและธุรกิจอื่นที่เกี่ยวข้อง ทั้งธุรกิจด้านกีฬาและธุรกิจด้านการท่องเที่ยวของประเทศ 

อีกทั้งยังจะเป็นการช่วยลดปัญหาการคอร์รัปชันของเจ้าหน้าที่ และทำให้รัฐและเจ้าหน้าที่ของรัฐสามารถเข้าจัดการควบคุมธุรกิจการพนันที่ผิดกฎหมาย ที่ลักลอบกันทำอยู่ในปัจจุบันได้ในอีกประการหนึ่งด้วย  เป็นเรื่องสำคัญเร่งด่วนที่จะต้องพิจารณาศึกษาในการจัดระเบียบควบคุมและกำหมดมาตรการต่าง ๆ ว่าควรดำเนินการในรูปแบบใด เพื่อให้สอดคล้องเหมาะสม ในการแก้ไขปัญหาการเล่นการพนันในบ่อนการพนันผิดกฎหมายทั่วประเทศ โดยกำหนดให้มีกฎหมายเข้ามาควบคุม เพื่อนำเงินที่ไหลไปยังต่างประเทศกลับเข้ามาพัฒนาประเทศต่อไป

อย่างไรก็ตาม ต่อการพิจารณาญัตติทั้ง 12 ฉบับดังกล่าว ปรากฏว่าได้มีเยาวชนในชื่อ “เยาวชนนุ่งกระดาษลังบุกสภา” ได้เดินทางมาที่รัฐสภา เมื่อวันที่ 1 ธ.ค.ที่ผ่านมา เพื่อยื่นหนังสือถึงนายชวน หลีกภัย ประธานสภา เพื่อแสดงจุดยืนและคัดค้านการตั้งกาสิโน พนันออนไลน์ถูกกฎหมาย ตามที่ส.ส.เสนอ พร้อมจี้ตั้งคณะกรรมาธิการศึกษาที่ต้องมีตัวแทนองค์กรที่เป็นกลาง เชื่อถือได้มาร่วมพิจารณาศึกษาข้อกฎหมาย ไม่ใช่มีแต่ฝ่ายสนับสนุน และปลุกพลังเยาวชนร่วมจับตากฎหมายฉบับนี้ รวมถึงวอนแก้ไขปัญหาการพนันในปัจจุบัน อาทิ สลากแพงและขอให้ปฏิรูปตำรวจให้ได้ก่อน  

จับตาสภาผู้แทนฯ พิจารณาญัตติตั้งกมธ.ศึกษาการเปิดบ่อนกาสิโนถูกกฎหมาย

กลุ่มเยาวชนมองว่า การมีบ่อนคาสิโนอย่างถูกกฎหมายอาจส่งผลกระทบกับเด็กและเยาวชน ซึ่งเป็นกลุ่มเสี่ยงที่จะได้รับอันตราย หรือถูกใช้ประโยชน์จากการพนัน อีกทั้งยังไม่มีหลักประกันว่าหากมีบ่อนกาสิโนถูกกฎหมายแล้ว จะลดปัญหาคนไทยไปเล่นพนันชายแดน หรือทำให้บ่อนการพนันที่ผิดกฎหมายหายไปได้ หรือการมีพนันออนไลน์ที่ถูกกฎหมายแล้วจะมีผลดีต่อสังคมไทยอย่างไร ซึ่งการมายื่นหนังสือคัดค้านครั้งนี้ กลุ่มเยาวชนได้แต่งตัวด้วยกระดาษลัง สะท้อนภาพเป็นผีพนันที่หมดตัว และเป็นกิจกรรมเชิงสัญลักษณ์

ครั้งแรกในชีวิต “ลุงตู่” ขอพรวังนาคินทร์ คำชะโนด ขอให้บ้านเมืองสงบสุข

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/495109

01 ธ.ค. 2564 |17:00 น.

ครั้งแรกในชีวิต "ลุงตู่" ขอพรวังนาคินทร์ คำชะโนด ขอให้บ้านเมืองสงบสุข

“ลุงตู่” เข้ากราบขอพรสักการะพ่อปูศรีสุทโธ และแม่ย่าศรีปทุม ครั้งแรกในชีวิต โดยขอให้ประเทศชาติและประชาชนมีความสุข โควิดหมดสิ้น ไทยเจริญก้าวหน้าในทุกมิติ ปราศจากความขัดแย้ง และสามารถบริหารราชการแผ่นดินไปได้ด้วยความเรียบร้อย

วันนี้ ( 1 ธ.ค.) พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม พร้อมด้วยพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ และคณะเดินทางถึงวังนาคินทร์ คำชะโนด จ.อุดรธานี เพื่อตรวจพื้นที่แหล่งท่องเที่ยวศักดิ์สิทธิ์ โดยพล.อ.ประยุทธ์ได้เข้าไปสักการะพ่อปูศรีสุทโธ และแม่ย่าศรีปทุมมา ส่วนพล.อ.ประวิตร รออยู่ด้านนอกเพราะเดินไม่ไหว

ครั้งแรกในชีวิต "ลุงตู่" ขอพรวังนาคินทร์ คำชะโนด ขอให้บ้านเมืองสงบสุข

ผู้สื่อข่าวรายงานว่านายกฯ ได้ขอพรให้บ้านเมืองสงบเรียบร้อย เจริญก้าวหน้า ประชาชนมีความสุข โควิด-19 หายไปเร็ว ๆ มีรายได้สูงขึ้น ลดความยากจน ลดความเหลื่อมล้ำ พัฒนาประเทศสำเร็จอย่างยั่งยืนเพื่ออนาคต ซึ่งพรที่ขอข้างต้นล้วนแต่เป็นคำอธิษฐานที่นายกฯ ได้อธิษฐานขอพรเพื่อบ้านเมืองมาโดยตลอด 
 

“ผมได้ขอพรให้ประเทศชาติ ประชาชนมีความสุข ขอให้โควิดหมดสิ้น ขอให้ประเทศไทยให้เจริญก้าวหน้าในทุกมิติ ปราศจากความขัดแย้ง ให้การบริหารราชการแผ่นดินเป็นไปด้วยความเรียบร้อย เพื่อความสุข ขอให้ประชาชนเป็นกำลังใจให้กับนายกรัฐมนตรีต่อไป ตลอดไป คนทำดีก็ขอให้ประสบความสำเร็จ ทั้งนี้ถือเป็นครั้งแรกที่ผมทางมาที่วังนาคินทร์ คำชะโนด” พล.อ.ประยุทธ์ เผยคำอธิษฐานขอพร

ครั้งแรกในชีวิต "ลุงตู่" ขอพรวังนาคินทร์ คำชะโนด ขอให้บ้านเมืองสงบสุข

ทั้งนี้ หลังจากที่พล.อ.ประยุทธ์ ได้สักการะและถวายบายศรีแด่พ่อปู่ศรีสุทโธ และแม่ย่าศรีปทุมมา ก็ได้สอบถามเจ้าหน้าที่ว่าส่วนใหญ่ประชาชนที่มานั้น ขอพรในเรื่องใด ซึ่งเจ้าหน้าที่บอกว่าทั้งขอเรื่องหน้าที่การงานและมาขอหวย โดยเฉพาะในวันหวยออก ประชาชนจะเดินทางมาขอพรเป็นจำนวนมาก นายกฯ จึงถามอีกว่าขอแล้วถูกหวยหรือไม่ ซึ่งก็ขึ้นอยู่กับดวงของแต่ละคน

ครั้งแรกในชีวิต "ลุงตู่" ขอพรวังนาคินทร์ คำชะโนด ขอให้บ้านเมืองสงบสุข

จากนั้นพล.อ.ประยุทธ์ ได้เยี่ยมชมต้นมะเดื่อยักษ์และบ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์ ที่อยู่กลางป่าคำชะโนด ซึ่งชาวบ้านเชื่อกันว่า หากมาอธิษฐานหน้าบ่อน้ำก็จะสมปรารถนา และภายหลังสักการะเสร็จแล้ว พล.อ.ประยุทธ์ได้เดินทักทายประชาชนและพ่อค้าแม่ค้าที่แผงหวย พร้อมเหมาสลากกินแบ่งรัฐบาลที่เหลือทั้งหมด เพราะใกล้เวลาที่จะออกรางวัลแล้วแต่ยังขายไม่หมด นายกฯ จึงเหมาสลากกินแบ่งรัฐบาลโดยซื้อเลข 00 ไป 20 ใบ โดยย้ำว่าอย่าให้ได้ยินว่าขายเกิน 80 บาท

ครั้งแรกในชีวิต "ลุงตู่" ขอพรวังนาคินทร์ คำชะโนด ขอให้บ้านเมืองสงบสุข

“วังนาคินทร์ คำชะโนด” ถือเป็น 1 ใน 6 อำเภอนำร่องเปิดท่องเที่ยว ภายใต้แผนเปิดเมือง UDON PLUS MODEL เพื่อตรวจความพร้อมในการเปิดเมืองต้อนรับนักท่องเที่ยวตามนโยบายรัฐบาล เพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจในพื้นที่ หลังได้รับผลกระทบจากการปิดกิจการบริการ เพื่อควบคุมการแพร่ระบาดเชื้อโควิด-19 ภายใต้มาตรการรักษาความปลอดภัยด้านสาธารณสุข

ปณิธานโพสต์ข้อความ เตือน ข่าวปลอม! อย่าแชร์ พร้อมดำเนินคดี

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/495095

01 ธ.ค. 2564 |16:00 น.

ปณิธานโพสต์ข้อความ เตือน ข่าวปลอม! อย่าแชร์ พร้อมดำเนินคดี

ปณิธาน วัฒนายากร นักวิชาการด้านความมั่นคงระหว่างประเทศ โดนขบวนการสร้างข่าวปลอม แชร์ออกไปสร้างความเข้าใจผิดให้สังคม เตือนหยุดดำเนินการมิฉะนั้นดำเนินคดี

เมื่อวันที่ 1 ธ.ค.64   รศ.ดร.ปณิธาน วัฒนายากร  อาจารย์ภาควิชาความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้โพสต์ข้อความกรณีที่มีบุคคลไปตัดต่อสร้างภาพและเขียนข้อความทำให้เกิดความเข้าใจผิด 

โดย รศ.ดร.ปณิธาน ระบุว่า  ใครที่แชร์ไปแล้ว ให้ลบหรือแก้ไขโดยเร็วครับ เพราะอาจจะถูกดำเนินคดีตามกฎหมาย

ขอบคุณผู้หวังดีหลายท่านที่ได้แจ้งให้ผมทราบ ขอบคุณสำนักข่าวหลายแห่งที่ได้เสนอข้อเท็จจริงไปแล้วว่าเป็นข่าวปลอม ผมไม่ได้ให้สัมภาษณ์เช่นนี้ และที่ถูกต้องนั้นผมได้พูดว่าอย่างไร

ภาพดังกล่าว มีการนำเสนอภาพและข้อความบิดเบือนก่อให้เกิดความเข้าใจผิดภาพดังกล่าว มีการนำเสนอภาพและข้อความบิดเบือนก่อให้เกิดความเข้าใจผิด

(ภาพข่าวข้างล่างนี้ น่าจะถูกตัดต่อมาจากของ The States Times ที่อ้างบทสัมภาษณ์ของผมโดยสำนักข่าวอิศรา เมื่อวันที่ 25 พ.ย. นี้ ซึ่งก็คลาดเคลื่อนด้วย เพราะไปใส่ในภาพว่าผมพูดว่าไทย “ไม่ใช่ลิ่วล้อมะกัน” ซึ่งเป็นคำพูดของคนอื่นที่อยู่ในรายงานข่าวชิ้นเดียวกัน ดูรายละเอียดได้ที่: https://www.facebook.com/111420904033712/posts/466098158565983/)

ยล”สโมสรทหารบก” โฉมใหม่ขานรับนโยบายรัฐบาลวันเปิดประเทศ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/495086

01 ธ.ค. 2564 |15:00 น.

ยล"สโมสรทหารบก" โฉมใหม่ขานรับนโยบายรัฐบาลวันเปิดประเทศ

ทบ. ส่งเสริมการออกกำลังกายปรับศูนย์พัฒนากีฬา พร้อมเปิด”สโมสรทหารบก” วิภาวดี รับเทศกาลท่องเที่ยวตามมาตรฐาน SHA 

เมื่อวันที่ 1 ธ.ค.64 พันโทหญิงพัชรินทร์ บุศยกุล ผู้ช่วยโฆษกกองทัพบก เปิดเผยว่า กองทัพบกได้พัฒนาปรับปรุงพื้นที่และศูนย์พัฒนากีฬาของกองทัพบก ให้กำลังพล ครอบครัวและประชาชนในพื้นที่ใกล้เคียงได้ใช้ประโยชน์เป็นแหล่งในการออกกำลังกาย ให้สุขภาพร่างกายที่แข็งแรง

ยล"สโมสรทหารบก" โฉมใหม่ขานรับนโยบายรัฐบาลวันเปิดประเทศ

อีกทั้งสนับสนุนนโยบายการเปิดประเทศของรัฐบาล ส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงส่งเสริมสุขภาพ อาทิ การพัฒนาสถานพักฟื้นและพักผ่อนของกองทัพบกให้เป็นที่พักที่มีมาตรฐานและมีศูนย์พัฒนากีฬาในพื้นที่ หรือสนามกอล์ฟให้ผู้ที่มาพักผ่อนกับครอบครัว สามารถใช้เวลาว่างในการออกกำลังกาย

ล่าสุด ศูนย์พัฒนากีฬากองทัพบก รามอินทรา ซึ่งเป็นสถานที่เพื่อสวัสดิการด้านการกีฬา และส่งเสริมการกีฬาให้กับกำลังพลและประชาชนทั่วไป ได้ปรับปรุงและเริ่มเปิดให้บริการสนามกอล์ฟจำนวน 2 สนาม (36 หลุม) บนพื้นที่แวดล้อมไปด้วยธรรมชาติและรักษาสิ่งแวดล้อม

ทั้งแบบกลางวันและกลางคืน (Night Golf) นอกจากนี้ในส่วนของสนามกอล์ฟในพื้นที่ค่ายทหาร ก็ได้เริ่มเปิดให้ผู้ที่สนใจเข้ามาใช้บริการแล้ว

สำหรับศูนย์พัฒนากีฬากองทัพบก (มวยไทยลุมพินี) ได้เริ่มจัดการแข่งขันชกมวย ผ่านการถ่ายทอดสดในระบบออนไลน์ ตั้งแต่ต้นเดือน พ.ย. 64 ที่ผ่านมา และเตรียมจัดการแข่งขันในรูปแบบผสมผสาน (Sport entertainment) ให้มีหลากหลาย ทันสมัยและน่าสนใจ

ศูนย์พัฒนากีฬากองทัพบก (มวยไทยลุมพินี) ศูนย์พัฒนากีฬากองทัพบก (มวยไทยลุมพินี)

โดยจะเริ่มในห้วงต้นปี 65 ล่าสุด ได้ลงนามบันทึกข้อตกลงร่วมกับสภามวยโลก มวยไทย (WBC มวยไทย) เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนมวยไทยให้เป็นกีฬามาตรฐานระดับนานาชาติ และเป็นศูนย์การเรียนรู้ ฝึกอบรมศิลปะมวยไทยที่มีมาตรฐานระดับสากล พร้อมมุ่งมั่นการดำเนินงานตามนโยบายของกองทัพบก สู่การเป็นสถาบันมวยไทยลุมพินี ให้เป็นแหล่งศึกษามวยไทยแบบครบวงจร มุ่งเน้นการเผยแพร่ศิลปะการต่อสู้ตามแบบวัฒนธรรมไทย  

นอกจากนี้ ในส่วนของสโมสรทหารบก (ส่วนกลาง) วิภาวดี ได้มีการปรับปรุงอาคารสถานที่ ห้องจัดเลี้ยง และภูมิทัศน์โดยรอบให้สวยงาม และสอดรับกับมาตรการป้องกันโควิดและได้รับมาตรฐานประกอบการ SHA เพื่อความปลอดภัยด้านสาธารณสุข และสร้างความเชื่อมั่นด้านสุขภาพอนามัยให้ผู้มาใช้บริการ

ยล"สโมสรทหารบก" โฉมใหม่ขานรับนโยบายรัฐบาลวันเปิดประเทศ

ที่สำคัญได้ปรับราคาลง เพื่อเพิ่มโอกาสให้ประชาชนได้ใช้บริการให้มากยิ่งขึ้น ในเทศกาลส่งเสริมการท่องเที่ยวตามนโยบายรัฐ โดยสโมสรแห่งนี้เปิดให้บริการจัดเลี้ยง, จัดประชุมสัมมนา และจัดงาน

ยล"สโมสรทหารบก" โฉมใหม่ขานรับนโยบายรัฐบาลวันเปิดประเทศ

ในโอกาสต่าง ๆ รวมทั้งร้านอาหาร ร้านกาแฟ และสถานที่ออกกำลังกาย ซึ่งประกอบด้วยสนามแบดมินตันและห้องออกกำลังกายที่มีมาตรฐาน รอไว้บริการสำหรับทุกคน
                                                                                   

การพัฒนากิจการสวัสดิการของกองทัพบก เป็นอีกนโยบายที่กองทัพบกให้ความสำคัญ เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของกำลังพลและครอบครัว ส่งเสริมการเล่นกีฬาและการออกกำลังกายให้มีสุขภาพร่างกายแข็งแรง พร้อมปรับตัวเข้าสู่วิถีชีวิตใหม่ ให้ปลอดภัยจากโควิด-19 และดำเนินชีวิตในสังคมได้อย่างปกติสุขต่อไป

สภาป่วน! ปม “ก้าวไกล” ขอเลื่อนญัตติด่วนขบวนเสด็จ ขึ้นมาพิจารณา

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/495084

01 ธ.ค. 2564 |14:00 น.

สภาป่วน! ปม “ก้าวไกล” ขอเลื่อนญัตติด่วนขบวนเสด็จ ขึ้นมาพิจารณา

โอละพ่อ! สภาฯ พักการประชุม หลังเริ่มพิจารณาเพียง 9 นาที ปมพรรคก้าวไกลชิงเสนอนำญัตติด่วน เรื่องตรวจสอบข้อเท็จจริงในข้อบกพร่องการกำหนดเส้นทางขบวนเสด็จให้สภาพิจารณา จนต้องนับองค์ประชุมและขานชื่อว่าควรเลื่อนญัตติดังกล่าวขึ้นมาพิจารณาหรือไม่

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าในการประชุมสภาฯ วันนี้ (1 ธ.ค.) ที่มีนายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร เป็นประธานการประชุม ก่อนเข้าสู่ระเบียบวาระ น.ส.วรรณวรี ตะล่อมสิน ส.ส.กทม. พรรคก้าวไกล เสนอให้เลื่อนญัตติด่วน เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณาแต่งตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อศึกษาข้อเท็จจริงในข้อบกพร่องการกำหนดเส้นทางเสด็จ และการถวายความปลอดภัยของสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เมื่อวันที่ 14 ตุลาคม พ.ศ. 2563 

เสนอโดย พล.ต.ต.สุพิศาล ภักดีนฤนาถ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล และคณะเสนอ ซึ่งกำหนดไว้ในการประชุมวันที่ 2 ธันวาคม หลังการลงมติในญัตติ เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาการเปิดสถานบันเทิงแบบครบวงจร (Entertainment Complex) เพื่อหาแหล่งรายได้ใหม่จากนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้าประเทศ ซึ่งญัตติดังกล่าวนี้ได้เลื่อนขึ้นมาแทรก ‘ญัตติด่วนขบวนเสด็จ’ ที่มีคิวพิจารณาในวันที่ 25 พ.ย. 2564 ที่ผ่านมา และการเสนอขอเลื่อนญัตติด่วนขบวนเสด็จมาพิจารณานี้ได้มีผู้รับรองถูกต้อง 

อย่างไรก็ตาม ตัวแทนของ ส.ส.ฝั่งรัฐบาล ได้ลุกขึ้นคัดค้านและไม่เห็นด้วย ทำให้ต้องมีการลงมติในการเสนอให้เลื่อนญัตติด่วนดังกล่าว ทำให้นายชวน ขอให้ผู้ควบคุมเสียงของฝั่งรัฐบาลและฝั่งฝ่ายค้านหารือเพื่อให้ได้ข้อตกลงร่วมกัน
 

นายอรรถกร ศิริลัทธธยากร ส.ส.ฉะเชิงเทรา พรรคพลังประชารัฐ ฐานะเลขานุการวิปรัฐบาล ขอให้พักการประชุม 15 นาที เพื่อตกลงร่วมกันและไม่เสียเวลาที่ประชุม ซึ่งนายชวน อนุญาตให้พักประชุม 10 นาที หลังจากที่เริ่มเข้าสู่การประชุมได้เพียง 9 นาที เท่านั้น 

อย่างไรก็ดี หลังพักการประชุมแล้วไม่สามารถตกลงร่วมกันได้ ทำให้ต้องใช้การลงมติเพื่อตัดสิน โดยในฝั่ง ของ ส.ส.ก้าวไกล ยืนยันขอให้เวลาอภิปรายเพื่อแสดงความเห็นก่อนการลงมติ โดย น.ส.วรรณวรี  ชี้แจงว่า สภาฯ ต้องร่วมสืบหาข้อเท็จจริงเพื่อให้ความยุติธรรมกับประชาชนที่ถูกดำเนินคดีตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 111 รวมถึงต้องถอดบทเรียนเพื่อไม่ให้เกิดปัญหาดังกล่าวเกิดขึ้น อีกทั้งหากญัตติดังกล่าวไม่ได้รับการพิจารณาจะทำให้ญัตติด่วนอื่น ๆ ที่สำคัญไม่สามาถพิจารณาได้ แม้จะเลื่อนขึ้นมาพิจารณาก่อน จะเท่ากับว่าไม่ให้ความสำคัญกับญัตติดังกล่าว

ขณะที่นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ฐานะวิปรัฐบาล อภิปรายว่า ขอให้ฝ่ายค้านใช้กลไกของวิป เพื่อหารือร่วมกัน และยอมรับกลไกของข้อบังคับการประชุมสภาฯ ไม่ใช่เสนอเลื่อนโดยไม่บอก หรือใช้กลไกนับองค์ประชุม หรือลงมติเพื่อทำให้ที่ประชุมเสียเวลา ทั้งนี้ขอให้ดำเนินการตามระเบียบวาระ ส่วนประเด็นที่ฝ่ายค้านต้องการควรใช้กลไกของวิปเพื่อทำงานร่วมกัน และเป็นไปตามข้อตกลง

ทั้งนี้ ก่อนการลงมติในญัตติที่จะขอเปลี่ยนแปลงระเบียบวาระประชุม นายนิโรธ สุนทรเลขา ส.ส.นครสวรรค์ พรรคพลังประชารัฐ ในฐานะประธานวิปรัฐบาล เสนอญัตติให้เปลี่ยนการลงมติจากเดิมที่ต้องกดบัตรออกเสียง เป็นการลงมติโดยเปิดเผยด้วยการขานชื่อทำให้ที่ประชุมต้องตรวจสอบองค์ประชุมและขอมติในญัตติที่จะเปลี่ยนแปลงการลงมติดังกล่าวก่อน  

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างที่นายนิโรธเสนอนั้น ส.ส.ฝั่งรัฐบาล นั่งในห้องประชุมอย่างบางตา สำหรับผลตรวจสอบองค์ประชุม โดยผลการตรวจสอบองค์ประชุม พบว่ามีผู้แสดงตนรวม 269 เสียง และได้ลงมติเห็นด้วยกับการเปลี่ยนแปลงการลงมติ ด้วยเสียงข้างมาก 219 เสียง ต่อ 49 เสียง งดออกเสียง 15 เสียง ทำให้ต้องใช้การขานชื่อเพื่อลงมติชี้ขาดในประเด็นการเลื่อนระเบียบวาระหรือไม่ โดยเริ่มขานการลงมติ เมื่อเวลา 11.20 น. และหลังเสร็จสิ้นการขานชื่อพบว่าเสียงส่วนใหญ่ไม่เห็นด้วยกับการเลื่อนญัตติด่วนดังกล่าวขึ้นมาพิจารณา โดยที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร มีมติไม่เลื่อนญัตติขบวนเสด็จกลับเข้ามาพิจารณาก่อนด้วยจำนวน 246 ต่อ 45 และงดออกเสียง 6 เสียง

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า เป็นที่น่าสังเกตว่าการขานชื่อลงมติ พรรคร่วมรัฐบาลลงมติไม่เห็นด้วย ขณะที่พรรคเพื่อไทยไม่มีการขานชื่อลงมติ ส่วนพรรคก้าวไกลนั้นลงมติเห็นด้วย อย่างไรก็ตาม ภายหลังการขานชื่อเสร็จสิ้นลง พรรคก้าวไกล นายณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ โฆษกพรรคก้าวไกล ได้มาแถลงข่าวต่อสื่อมวลชน แสดงความเสียใจที่ญัตติดังกล่าวไม่ได้ถูกหยิบยกมาพิจารณาในวันนี้ แต่จะเดินหน้าผลักดันเรื่องนี้ต่อไป 

นายกฯ ชูอุดรธานีเป็นเมืองศก. ศูนย์กลางลุ่มน้ำโขง สร้างรายได้แก่ประเทศชาติ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/495074

01 ธ.ค. 2564 |14:00 น.

นายกฯ ชูอุดรธานีเป็นเมืองศก. ศูนย์กลางลุ่มน้ำโขง สร้างรายได้แก่ประเทศชาติ

นายกรัฐมนตรี พร้อมผลักดันอุดรธานี ก้าวสู่การเป็นศูนย์กลางอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขง (Hub of GMS) ภายใต้เส้นทางโลจิสติกส์ สร้างประโยชน์ สร้างรายได้เพิ่มมากขึ้น ชี้ “พลิกวิกฤตให้เป็นโอกาส” สร้างประเทศไทยให้มีความเข้มแข็งยิ่งขึ้น

วันนี้ (1 ธ.ค.) เวลา 11.00 น. ณ ศูนย์ประชุมมลฑาทิพย์ ฮอลล์ อำเภอเมืองอุดรธานี จังหวัดอุดรธานี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เป็นประธานประชุมหารือร่วมกับหน่วยงานภาครัฐและเอกชนเกี่ยวกับการพัฒนาจังหวัดอุดรธานี เพื่อหารือแลกเปลี่ยนทิศทางการพัฒนาจังหวัดอุดรธานี โดยมี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี นายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน พร้อมรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้อง ร่วมประชุมหารือกับส่วนราชการ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ภาคเอกชน และภาคส่วนต่าง ๆ ในพื้นที่ 

นายกฯ ชูอุดรธานีเป็นเมืองศก. ศูนย์กลางลุ่มน้ำโขง สร้างรายได้แก่ประเทศชาติ

ในการประชุมครั้งนี้ มีประเด็นสำคัญ ได้แก่ 


(1) ระบบการขนส่งและโลจิสติกส์ โดยเฉพาะโครงการรถไฟความเร็วสูงกรุงเทพ – หนองคาย และการเตรียมความพร้อมรองรับโครงข่ายการขนส่งระหว่างจีน – ลาว – ไทย 


(2) ทิศทางการค้า การลงทุน และการท่องเที่ยว โดยการเปิดประเทศเพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวแบบ New Normal โดยในพื้นที่จังหวัดอุดรธานีได้รับการกำหนดเป็นพื้นที่นำร่องด้านการท่องเที่ยว (พื้นที่สีฟ้า) ภายใต้โครงการ “อุดร พลัส โมเดล” 


(3) การเตรียมความพร้อมของจังหวัดอุดรธานีในการเป็นเจ้าภาพการจัดมหกรรมพืชสวนโลก 2026 (พ.ศ. 2569) ระหว่างวันที่ 1 พฤศจิกายน 2569 – 14 มีนาคม 2570 ณ พื้นที่ชุ่มน้ำหนองแด ตำบลกุดสระ อำเภอเมืองอุดรธานี และ


(4) รายงานมุมมองนักธุรกิจรุ่นใหม่ในการพัฒนาจังหวัดอุดรธานี โดยเฉพาะความร่วมมือในการผลักดันและรวมตัวกันสร้างเครือข่ายธุรกิจ รวมถึงการเข้ามามีส่วนร่วมในการพัฒนาและสร้างความยั่งยืนทางเศรษฐกิจและสังคมในช่วงหลังสถานการณ์โควิด – 19 ด้วย 

นายกฯ ชูอุดรธานีเป็นเมืองศก. ศูนย์กลางลุ่มน้ำโขง สร้างรายได้แก่ประเทศชาติ

นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยภายหลังการหารือและรับฟังบรรยายสรุป ว่า นายกรัฐมนตรี กล่าวว่ารัฐบาลได้เห็นถึงศักยภาพของจังหวัดอุดรธานี ในการเป็นศูนย์กลางของอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขง (Hub of GMS) ได้อนุมัติงบประมาณ ปรับปรุงระบบโครงสร้างพื้นฐานเพื่อสนับสนุน ในทุกมิติ ดังนี้


1. รถไฟฟ้าความเร็วสูง กำลังเร่งก่อสร้าง จากกรุงเทพฯ-นครราชสีมา-ขอนแก่น ผ่านอุดรธานีสิ้นสุดที่หนองคายและเชื่อมต่อกับระบบรถไฟลาว-จีน 


2. ท่าอากาศยานนานาชาติอุดรธานี ซึ่งเป็นสนามบินภูมิภาคของกรมท่าอากาศยาน ที่มีผู้ใช้บริการสูงสุดก่อนเกิดสถานการณ์โควิด-19  ก็กำลังจะขยายให้รองรับผู้โดยสารให้ได้มากขึ้นเป็นจำนวน  7 ล้านคนต่อปี 

3. ถนนมิตรภาพ อุดรธานี-หนองคาย กำลังขยายเป็น 6 เลนตลอดสาย ลงมือก่อสร้างแล้วในปีนี้ (2564) คาดว่าจะแล้วเสร็จภายในปี 2567 ช่วยรองรับนักธุรกิจ นักท่องเที่ยวจาก สปป.ลาว และจีนได้อีกมาก 


4. ถนนสายใหม่ตัดตรง อุดรธานี-บึงกาฬ ปลายทางเชื่อมต่อสะพานข้ามแม่น้ำโขง แห่งที่ 5 บึงกาฬ-บอลิคำไซ ขณะนี้ สำรวจเส้นทางที่จะสร้างถนนเสร็จแล้ว ถนนสายนี้มีมูลค่าประมาณ 5,500 ล้านบาท ซึ่งจะมอบหมายให้กระทรวงคมนาคมตั้งงบประมาณก่อสร้างโดยเร็วต่อไป เพื่อให้เชื่อมกับสะพานข้ามแม่น้ำโขง จ.บึงกาฬที่กำลังลงมือก่อสร้างอยู่ โดยชาวอุดรธานีและทุกจังหวัดในภูมิภาคนี้ จะได้รับประโยชน์มาก

ในด้านการส่งเสริมภาคอุตสาหกรรม นายกรัฐมนตรี กล่าวชื่นชมนักลงทุนอุดรธานี ที่ได้ลงทุนสร้างนิคมอุตสาหกรรมแห่งแรกของภาคอีสาน ที่ จ.อุดรธานี  รัฐบาลจะสนับสนุนภาคเอกชนให้เดินไปด้วยกัน  โดยจะเชื่อมต่อเส้นทางรถไฟและเส้นทางถนนมิตรภาพ เข้าสู่นิคมอุตสาหกรรมอุดรธานี ให้สะดวกและมีประสิทธิภาพมากขึ้น การขนส่งสินค้าอุตสาหกรรมจากนิคมอุตสาหกรรมอุดรธานีออกสู่ภายนอกทำให้สะดวกมากขึ้นกว่าเดิม ทั้งนี้ ต้องสร้างและส่งเสริมให้อุตสาหกรรมที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ตอบโจทย์ความต้องการของตลาดโลก รวมทั้งจะต้องพัฒนาฝีมือแรงงานให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น รองรับการทำงานร่วมกับเทคโนโลยีสมัยใหม่

ภาคการท่องเที่ยว นายกรัฐมนตรียังกล่าวแสดงความยินดีกับคนอุดรธานีที่ได้รับการปรับระดับให้เป็นเมืองท่องเที่ยวหลักและได้รับเลือกให้เป็นเมือง MICE City ตั้งแต่ปี 2563 ทั้งนี้ รัฐบาลยังอนุมัติให้จังหวัดอุดรธานี เสนอตัวเป็นเจ้าภาพจัดงานพืชสวนโลกในปี 2569 โดยนายกรัฐมนตรีกล่าวให้กำลังใจ พร้อมให้จังหวัดเตรียมข้อมูลการนำเสนอการเป็นเจ้าภาพฯ ให้ครบถ้วน เพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อประเทศและพื้นที่ให้มากที่สุด

ขณะที่ผู้แทนภาคเอกชนและภาคประชาสังคมจังหวัดอุดรธานี ได้กล่าวขอบคุณนายกรัฐมนตรีและรัฐบาลที่สามารถดำเนินโครงการต่าง ๆ ให้ประสบความสำเร็จตามเป้าหมาย ส่งผลประโยชน์ก่อให้เกิดการสร้างโอกาสให้กับจังหวัดอุดรธานีในการเป็นศูนย์กลางการค้า การลงทุน การท่องเที่ยวและระบบโลจิสติกส์ ของกลุ่มอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขง เพื่อสร้างงาน สร้างคน สร้างรายได้ให้กับประชาชน รวมถึงขับเคลื่อนเศรษฐกิจภาคตะวันออกเฉียงเหนืออย่างยั่งยืน ทั้งนี้ ผู้แทนนักธุรกิจรุ่นใหม่ ขอบคุณนายกรัฐมนตรี ที่ให้โอกาสนักธุรกิจรุ่นใหม่ YEC หอการค้าจังหวัดอุดรธานี นําเสนอมุมมองนักธุรกิจรุ่นใหม่ในการพัฒนาจังหวัดอุดรธานี ผลักดันการปลูกพืชเกษตรมูลค่าสูง แทนการปลูกพืชเกษตรหมุนเวียน เพื่อสร้างรายได้ให้เกษตรกรมีรายได้เพิ่มมากขึ้น 

นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรี กล่าวชื่นชมแนวคิดภาคเอกชนและภาคประชาสังคมและผู้แทนนักธุรกิจรุ่นใหม่ ซึ่งสอดคล้องกับแนวคิดของรัฐบาลในการผลักดันภาคเกษตรกรให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น เกิดการเปลี่ยนแปลงการทำการเกษตรให้มีมูลค่าสูงขึ้น พร้อมกับฝากให้กลุ่มนักธุรกิจรุ่นใหม่สร้างความเข้าใจที่ตรงกัน เน้นความรักความสามัคคี ยืนยันตนเองไม่ได้ขัดแย้ง ไม่ได้รังแกใคร และไม่ได้ใช้อำนาจกลั่นแกล้ง ขอให้คนรุ่นใหม่และทุกคนยึดหลักชัยของชาติ คือ ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ เพราะเป็นแผ่นดินไทยที่เติบโตและตายที่ประเทศไทย ขอให้หยุดความขัดแย้ง อย่าทำโอกาสให้เป็นวิกฤต ช่วยกัน “พลิกวิกฤตให้เป็นโอกาส” เพราะทุกคนคือคนไทยต้องช่วยกันสร้างประเทศไทยให้มีความเข้มแข็งยิ่งขึ้น
 

นายกฯ ชูอุดรธานีเป็นเมืองศก. ศูนย์กลางลุ่มน้ำโขง สร้างรายได้แก่ประเทศชาติ

วัชระเผยศาลอาญาคดีทุจริตฯสั่งประทับฟ้องสรศักดิ์ประเด็นไม่ส่งเอกสาร

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/495073

01 ธ.ค. 2564 |14:00 น.

วัชระเผยศาลอาญาคดีทุจริตฯสั่งประทับฟ้องสรศักดิ์ประเด็นไม่ส่งเอกสาร

วัชระเฮลั่น!ความยุติธรรมมีจริง ศาลอาญาคดีทุจริตฯสั่งประทับฟ้องสรศักดิ์ไม่ส่งเอกสารตามหมายเรียกให้ศาล นัดสอบคำให้การนัดแรก 18 ม.ค.65

เมื่อวันที่ 1 ธ.ค. 64  นายวัชระ เพชรทอง อดีต ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า วันนี้เมื่อเวลา 9.30 น.ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง ได้ออกนั่งบัลลังก์พิจารณาคดีหมายเลขดำที่ อท 22 /2563 คดีหมายเลขแดงที่ อท 33 /2563 ฟ้องนายสรศักดิ์ เพียรเวช อดีตเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร จำเลย เรื่องความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ ความผิดต่อเจ้าพนักงาน ความผิดต่อเจ้าพนักงานในการยุติธรรม

ซึ่งคำสั่งศาลก่อนหน้านี้โจทก์ ถูกนายชัชวาล อภิบาลศรี เป็นโจทก์ยื่นฟ้องโจทก์เป็นจำเลยต่อศาลอาญา ในข้อหาหมิ่นประมาทด้วยการโฆษณา หมายเลขคดีดำที่ อ.838/2561

โดยโจทก์(นายวัชระ)มีคำร้องขอให้ศาลอาญามีคำสั่งเรียกพยานเอกสารและวัตถุพยานคือแถบเสียง เทปบันทึกเสียง และวิดีทัศน์ ซึ่งเป็นรายงานการประชุมคณะกรรมการเร่งรัดฯ เมื่อวันที่ 7 มี.ค.61 จำเลยในฐานะเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ได้ครอบครองอยู่ และผู้ช่วยเลขานุการคณะกรรมการเร่งรัดฯได้ขอให้นางนารีนารถ เหตานุรักษ์ ผอ.สำนักรายงานประชุมและชวเลข ซึ่งได้มอบหมายให้นางสาวชมนภัส อนุอัน เจ้าหน้าที่ชวเลขชำนาญการ ไปจดรายงานชวเลขและบันทึกเสียง จากนั้นนายสรศักดิ์ เพียรเวช จำเลย ได้รับหมายเรียกและมีหนังสือตอบอธิบดีผู้พิพากษาศาลอาญาว่า ไม่มีเอกสารที่จำเลยต้องการ และไม่ส่งมอบเอกสารให้ศาล

ก่อนหน้านี้ศาลชั้นต้นตรวจคำฟ้องแล้วด่วนมีคำพิพากษายกฟ้องทุกข้อหาโดยไม่ไต่สวนมูลฟ้อง แต่ศาลอุทธรณ์แผนกคดีทุจริตและประพฤติมิชอบไม่เห็นพ้องด้วยบางส่วน  พิพากษาแก้เป็นว่าให้ศาลชั้นต้นดำเนินการไต่สวนมูลฟ้องเฉพาะในความผิดตาม ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 137, 157 

ล่าสุด ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง มีคำสั่งให้ประทับฟ้อง นัดสอบคำให้การจำเลย วันที่ 18 ม.ค. 65 เวลา 9.30 น

นายวัชระ กล่าวว่า กรณีนี้ขอให้เป็นบทเรียนสำหรับข้าราชการทั้งหลายที่ไม่ยอมส่งเอกสารหรือปกปิดข้อมูลต่อศาลได้ใช้เป็นอุทาหรณ์ว่า จะต้องถูกดำเนินคดีโดยไม่มีการละเว้นและหลีกเลี่ยงได้

ปชป.ดันร่างพ.ร.บ.อาหาร หวังเปิดรายได้ให้เกษตรกรรายย่อย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/495063

01 ธ.ค. 2564 |13:00 น.

ปชป.ดันร่างพ.ร.บ.อาหาร หวังเปิดรายได้ให้เกษตรกรรายย่อย

“พิมพ์รพี” หวัง พ.ร.บ.อาหาร จะเป็นประตูหน้าต่าง เปิดรายได้ให้เกษตรกรรายย่อย – SME ขนาดเล็ก อย่าปิดกั้นโอกาสชาวบ้านลืมตาอ้าปากได้ 

ดร.พิมพ์รพี พันธุ์วิชาติกุล ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ อภิปรายร่าง พ.ร.บ.อาหาร โดยตั้งข้อสังเกตว่าประโยชน์จะตกอยู่กับประชาชนได้อย่างไร ซึ่ง ศ.ดร.กนก วงษ์ตระหง่าน ส.ส.บัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เคยพูดไว้ว่าอยากให้ร่างกฎหมายนี้เป็นประตูหน้าต่าง เป็นโอกาสเดินหน้าช่วยเหลือเกษตรกรหลังยุคโควิด ไม่ใช่เป็นกำแพงกีดกันประชาชนออกจากระบบ

โดยมองถึงมาตรฐาน อย. ที่ต้องเป็นส่วนหนึ่งในการเปิดโอกาสให้เกษตรกรและชาวประมงสร้างมูลค่าเพิ่มอย่างสินค้าของเลลันตา เกาะลันตา จ.กระบี่ ที่เกิดจากชาวประมงรวมตัวกันจัดตั้ง SME ขนาดเล็ก แปรรูปมูลค่าสินค้าประมง ผ่านกระบวนการ อย. ได้มาตรฐาน GMP มาตรฐานคีโต ส่งออกได้ สร้างรายได้ให้เกษตรกรเพิ่มขึ้นอย่างน้อยกิโลกรัมละ 50-100 บาท ในช่วงโควิดนี้ 

ดร.พิมพ์รพี อภิปรายต่อว่า พ.ร.บ.อาหาร นี้ทำเหมือนยากก็ยาก จะว่าง่ายก็ง่าย ผู้มีทุนมีความรู้ต่างๆ สามารถทำได้ไม่ยาก เพราะมีบริษัทต่างๆ คอยจดทะเบียนไว้ให้อยู่แล้ว แต่ประมงท้องถิ่นวิสาหกิจชุมชนต่างๆ ยังขาดโอกาสเข้าสู่ระบบ หวังเป็นอย่างยิ่งว่าการตั้งคณะกรรมการครั้งนี้ จะสามารถเอาปัญหามาพูดคุยเพื่อเปิดโอกาสนี้ให้กับชาวประมง ให้กับเกษตรกรรายเล็กรายน้อยได้บ้าง

ยกตัวอย่างเช่น สาหร่ายขนนกที่จังหวัดกระบี่ เมื่อก่อนไม่สามารถส่งออกหรือขายบนโต๊ะอาหารได้ เพราะเก็บจากทะเลมีการปนเปื้อนสารเคมี แต่วันนี้สามารถปลูกได้แล้ว ความสะอาดทานบนโต๊ะอาหารได้ เกษตรกรชาวประมงสามารถเพิ่มรายได้อย่างน้อยเดือนละหมื่นบาทต่อครอบครัว แต่ยังมีปัญหาเรื่องขนส่งไปเมืองนอกหรือการแปรรูป กระบวนการ อย. จะสนับสนุนให้เกิดมูลค่าเพิ่มอย่างไร ไม่ใช่เป็นอุปสรรคที่จะต้องมาขอลิขสิทธิ์ แต่ต้อวคิดว่าจะทำอย่างไรให้สินค้ารายใหม่ๆ ของประเทศไทย สามารถส่งออกได้ 

“อยากให้ อย. และสาธารณสุข ออกพื้นที่และดูปัญหาเกษตรกรเชิงรุก ประเมินผลลัพธ์ความสำเร็จของแต่ละหน่วยแต่ละจังหวัดให้มากขึ้นให้ เช่น ปัญหาสถานที่ประกอบการการขอใบอนุญาต งบประมาณที่จะใส่ลงมา มีต้นแบบให้ได้มาตรฐานให้เร็วขึ้น หรือให้ประกอบธุรกิจโดยทำเป็น Co Working Space ให้หลายๆ หมู่บ้านมาทำด้วยกัน เพื่อให้ได้มาตรฐาน อย. ไปด้วยกันด้วย และย้ำตามที่ ศ.ดร.กนก วงษ์ตระหง่าน เคยพูดว่า ไม่ผ่อนปรนเรื่องความปลอดภัย ต้องผ่อนปรน เปิดการกระบวนการต่างๆ ให้ประชาชนเข้าถึงได้มากที่สุด อย่าให้เป็นกำแพงกีดกันการสร้างรายได้คนจนอีกต่อไป” ดร.พิมพ์รพี กล่าว

แนวร่วมธรรมศาสตร์ฯจี้สอบ คฝ.ใช้กระสุนยางยิงผู้ชุมนุมทำเกินกว่าเหตุ ?

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/495051

01 ธ.ค. 2564 |12:00 น.

แนวร่วมธรรมศาสตร์ฯจี้สอบ คฝ.ใช้กระสุนยางยิงผู้ชุมนุมทำเกินกว่าเหตุ ?

กลุ่มแนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม พร้อมด้วยเครือข่าย ยื่นเอกสารและหนังสือถึงประธานคณะกรรมาธิการการพัฒนาการเมืองฯ ให้ตรวจสอบการทำหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจควบคุมฝูงชน ว่าทำเกินกว่าเหตุหรือไม่ หลังพบใช้กระสุนยางยิงผู้ชุมนุมจนบาดเจ็บสาหัส

วันนี้ (1 ธ.ค.) เวลาประมาณ 10.30 น. ที่รัฐสภา กลุ่มแนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม กลุ่มวีโวลันเทียร์ (วีโว) และกลุ่มตัวแทนภาคประชาชน ได้ร่วมกันยื่นเอกสารและหนังสือถึงนายปดิพัทธ์ สันติภาดา ส.ส.พิษณุโลก พรรคก้าวไกล ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการการพัฒนาการเมือง การสื่อสารมวลชน และการมีส่วนร่วมของประชาชน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เรื่องขอให้มีการตรวจสอบการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบด้วยกฎหมาย และการใช้อาวุธปืนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ

นายเสกสิทธิ์ แย้มสงวนศักดิ์ ตัวแทนภาคประชาชน กล่าวว่าทางกลุ่มต้องการให้มีการตรวจสอบการทำหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ปฏิบัติการควบคุมฝูงชนในการชุมนุมของกลุ่มราษฎรเมื่อวันที่ 14 พ.ย. ที่ผ่านมา ซึ่งผู้ชุมนุมได้เดินเท้าไปที่สถานทูตเยอรมัน แต่ในระหว่างที่เดินผ่านบริเวณ รพ.ตำรวจ กลัถูกเจ้าหน้าที่ยิงกระสุนยางเข้าใสจนบาดเจ็บ กระสุนฝังที่หน้าอกของผู้ชุมนุม ซึ่งทำให้เกิดการมองว่าเจ้าหน้าที่มีการดัดแปลงอาวุธให้มีความรุนแรงมากขึ้นกว่าเดิมหรือไม่ และทั้งที่ความจริงเจ้าหน้าที่สามารถที่จะเจรจากับผู้ชุมนุมเพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์ใช้กระสุนยางยิงผู้ชุมนุม

แนวร่วมธรรมศาสตร์ฯจี้สอบ คฝ.ใช้กระสุนยางยิงผู้ชุมนุมทำเกินกว่าเหตุ ?

ด้านนายรัฐภูมิ เลิศไพจิตร โฆษกกลุ่มวีโว กล่าวว่าจากการตรวจสอบพบว่าการยิงผิดปกติเพราะมีเปลวไฟเกิดขึ้นด้วย ทำให้ต้องการให้ทางกรรมาธิการพัฒนาการเมืองฯ ตรวจสอบในประเด็นว่าเป็นการกระทำของเจ้าหน้าที่ตำรวจที่เกินกว่าเหตุหรือไม่ เพราะผู้ชุมนุมมีวัตถุประสงค์ชุมนุมโดยสันติวิธี แต่เจ้าหน้าที่กลับใช้ความรุนแรง ซึ่งตามหลักแล้วเจ้าหน้าที่ไม่สามารถใช้ความรุนแรงต่อการชุมนุมที่สงบได้ 

ขณะที่นายปดิพัทธ์ สันติภาดา ส.ส.พิษณุโลก พรรคก้าวไกล ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการการพัฒนาการเมืองฯ กล่าวว่าทางกรรมาธิการฯ จะนำเรื่องนี้มาพิจารณาและเรียกฝ่ายที่เกี่ยวข้องมาชี้แจงต่อกรณีที่เกิดขึ้น ซึ่งก่อนหน้านี้ก็ได้มีการร้องเรียนและได้เรียกเจ้าหน้าที่ให้มาชี้แจงหลายครั้งแล้ว แต่ก็ไม่ได้รับความร่วมมือ และวันนี้ได้เรียก ผบ.ตร.มาชี้แจงเช่นกัน แต่ยังไม่ได้แจ้งว่าจะไม่มาชี้แจง หรือส่งใครมาชี้แจงแทน

แนวร่วมธรรมศาสตร์ฯจี้สอบ คฝ.ใช้กระสุนยางยิงผู้ชุมนุมทำเกินกว่าเหตุ ?

วิษณุ ชี้ ถึงคราว “เลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.” หลังเลือกตั้งอบต.แล้วเสร็จ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/495049

01 ธ.ค. 2564 |12:00 น.

วิษณุ ชี้ ถึงคราว "เลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม." หลังเลือกตั้งอบต.แล้วเสร็จ

รองนายกฯ วิษณุ เครืองาม ชี้ ถึงคราว “เลือกตั้งผู้ว่าฯกทม.” หลังเลือกตั้งอบต.แล้วเสร็จ แต่ยังไม่รู้ว่าเมื่อไหร่ ย้ำ ส.ส. ช่วยหาเสียงเลือกตั้งท้องถิ่นไม่ได้แต่พรรคการเมืองยังช่วยสนับสนุนได้ ลั่น ไม่รู้ความคืบหน้าคดีเหมืองทองอัครา

นายวิษณุ  เครืองาม รองนายกฯ ให้สัมภาษณ์ว่า หลังเลือกตั้ง อบต.แล้วเสร็จ คงต้องถึงคราวที่จะมีการ “เลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร” ตามปฏิทิน ซึ่งการ “เลือกตั้ง ผู้ว่าฯกทม.” ทางกระทรวงมหาดไทย จะเป็นผู้เสนอมายัง ครม. หาก ครม.เห็นชอบ ก็แจ้งไปยัง กกต.เพื่อกำหนดวันและระยะเวลาในการเลือกตั้ง แต่จะมีการเลือกตั้งเมื่อไหร่นั้น ยังไม่ทราบ

อย่างไรก็ตามต้องรอให้ครบ 1 เดือนหลังประกาศผลเลือกตั้งอบต.ก่อน สำหรับผู้สมัครเลือกตั้งผู้ว่ากทม.ที่เป็นส.ส. ต้องไปลาออก จากการดำรง
ตำแหน่ง ส.ส. ก่อนแล้วค่อยลงสมัคร “ผู้ว่าฯกทม.”​ เช่นเดียวกับ ผู้สมัคร อบต. เมื่อมีการประกาศเลือกตั้ง คนเก่าต้องพ้นจากตำแหน่งไปก่อน

นายวิษณุ ยังย้ำว่า ตามกฎหมายในการเลือกตั้ง​ท้องถิ่น ข้าราชการการเมือง ส.ส. ไม่สามารถหาเสียงเลือกตั้งช่วยผู้สมัครได้ แต่ไม่ถึงกับห้ามไม่ให้เข้าไปยุ่งเกี่ยว โดยพรรคการเมืองก็ยังสามารถให้การสนับสนุนได้ 
 

วานนี้ พลเอกประยุทธ์  จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี สั่งการในที่ประชุมครม.ให้มีการส่งเสริมการปลูกป่าการลดการเผาป่ารณรงค์ให้ปรับเปลี่ยนการใช้พลังงานแบบเดิมให้เป็นพลังงานสะอาด โดยให้เตรียมมาตรการไว้ล่วงหน้าในการยกร่างกฎหมายนั้น นายวิษณุ บอกว่า ท่านนายกฯได้ให้ฝ่ายกฎหมายของกระทรวงต่าง ๆ ดูเรื่องนี้ หากกระทรวงใด ดำเนินงานไปแล้วเกิดปัญหา ก็ต้องกลับมาหารือกันอีกครั้ง ขณะนี้นายกฯก็ได้ให้ความสนใจเรื่องการปลูกป่าเพื่อดูดซับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ที่เป็นตัวการทำให้เกิดภาวะเรือนกระจกอยู่ 

ส่วนเรื่องคดีเหมืองทองอัครามีความคืบหน้าอย่างไรนั้น ตนเห็นว่าเลื่อนวันตัดสินคดีไป จึงยังไม่ทราบความคืบหน้าใดๆ