ปริศนา”แอมเนสตี้ฯ”ประเทศไทย โหมแจงผลงาน10 ปี หลังกำลังถูกตรวจสอบหนัก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/494911

30 พ.ย. 2564 |18:00 น.

ปริศนา"แอมเนสตี้ฯ"ประเทศไทย โหมแจงผลงาน10 ปี หลังกำลังถูกตรวจสอบหนัก

ชนวนเหตุจาก”แอมเนสตี้”ประเทศไทย ออกแคมเปญเขียนจดหมายกดดันรัฐบาลไทยให้ยุติการดำเนินคดีแกนนำคดี112 สร้างความไม่พอใจให้ประชาชนออกมาขับไล่องค์กรนี้พ้นไทย ทำให้ แอมเนสตี้ฯประเทศไทย เคลื่อนไหวชี้แจงผลงานในรอบ 10 ปี ท่ามกลางการถูกตรวจสอบบทบาทหน้าที่อย่างหนัก

กล่าวได้ว่า หาก AMNESTY INTERNATIONAL THAILAND หรือ แอมเนสตี้ฯประเทศไทย ไม่เปิดแคมเปญรณรงค์ให้เขียนจดหมายเพื่อกดดันทางการไทยยุติการดำเนินคดีแกนนำที่ต้องข้อหาก้าวล่วงสถาบันเบื้องสูงหรือ ม.112  จนถูกมองว่าเป็นการแทรกแซงกิจการภายใน  ก็อาจไม่มีเหตุการณ์บานปลายถึงขั้นประชาชนรวมตัวขับไล่ “องค์กรแอมเนสตี้ฯประเทศไทย” ให้พ้นประเทศไทย 

ไม่เพียงเท่านั้น ยังทำให้เครือข่ายมวลชนเคลื่อนไหวตรวจสอบองค์กรฯนี้อย่างหนักว่า แท้ที่จริงแล้ว แอมเนสตี้ฯประเทศไทย มีส่วนสัมพันธ์กับองค์กรแอมเนสตี้อินเตอร์เนชั่นแนล จริงหรือไม่ และมีวัตถุประสงค์เพื่อพิทักษ์ปกป้องการละเมิดสิทธิมนุษยชนตามที่สากลโลก หรือมีกลุ่มบุคคลใดบุคคลหนึ่งใช้องค์กรเคลื่อนไหวเพื่อประโยชน์ทางการเมืองกันแน่ 

เครือข่ายภาคประชาชนออกมาเคลื่อนไหวให้ขับไล่ แอมเนสตี้ฯประเทศไทย  พ้นแผ่นดิน เครือข่ายภาคประชาชนออกมาเคลื่อนไหวให้ขับไล่ แอมเนสตี้ฯประเทศไทย พ้นแผ่นดิน

ล่าสุด เพจ AMNESTY INTERNATIONAL THAILAND ได้เผยแพร่ผลงานที่องค์กรฯ ได้ขับเคลื่อนมาตลอด 10 ปี  พร้อมกับนำเสนอข้อมูลให้เกิดความเข้าใจว่าองค์กรของตนมีที่มาที่ไปอย่างไร

โดยระบุว่า  “วันนี้ เราขอชวนคุณร่วมย้อนอ่านแถลงการณ์และปฏิบัติการด่วน (บางส่วน) จากเรา เพื่อผลักดันสิทธิมนุษยชนในประเทศไทยและปกป้องสิทธิเสรีภาพของประชาชนชาวไทยตลอด 10 ปีที่ผ่านมาโดย แอมเนสตี้ฯ เขียนข้อความตบท้ายว่า  แอมเนสตี้ฯ ยืนหยัดเคียงข้างสิทธิมนุษยชนและผู้ถูกละเมิดสิทธิมากว่า 60 ปี” 

แอมเนสตี้ฯ  ได้นำเสนอภาพและข้อความผลงานในรอบ 10 ปี ซึ่งส่วนใหญ่เป็นการออกแถลงการณ์  ได้แก่ 

ปริศนา"แอมเนสตี้ฯ"ประเทศไทย โหมแจงผลงาน10 ปี หลังกำลังถูกตรวจสอบหนัก
  • แถลงการณ์แอมเนสตี้กรณีทหารไทยพยายามสลายผู้ประท้วงกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.)วันที่: 19 เมษายน 2553
  • แอมเนสตี้ จี้ ผู้รับผิดชอบกรณี ‘ตากใบ’ ต้องถูกนำมาลงโทษวันที่: 25 ตุลาคม 2555
  • ปฏิบัติการด่วน: บรรณาธิการไทยเสี่ยงจะถูกตัดสิทธิลงโทษอย่างไม่เป็นธรรม วันที่: 11 มกราคม 2556
  • แอมเนสตี้เรียกร้องไทยสอบสวนคดีเอ็ม 79 ใส่ กปปส. วันที่: 16 พฤษภาคม 2557
  • แอมเนสตี้ออกแถลงการณ์ชี้กฎอัยการศึกต้องไม่เป็น “พิมพ์เขียวให้กับการละเมิดสิทธิมนุษยชน”วันที่: 21 พฤษภาคม 2557
  • แอมเนสตี้ออกแถลงการณ์ชี้การจับกุมผู้ชุมนุมสร้าง “บรรทัดฐานที่อันตราย” ย้ำให้กองทัพไทยต้องแสดงความระมัดระวังวันที่: 24 พฤษภาคม 2557
  • แอมเนสตี้ปฏิบัติการด่วนชวนคนทั่วโลกยื่น 4 ข้อเรียกร้องถึงหัวหน้า คสช. วันที่: 28 พฤษภาคม 2557
  • แอมเนสตี้ออกปฏิบัติการด่วนเรียกร้องไทยปล่อย 14 นศ. ระบุทั้งหมดเป็นนักโทษทางความคิด วันที่: 2 กรกฎาคม 2558
  • ยื่น 4 หมื่นชื่อหยุด #SingleGateway หยุดกฎหมายล้วงข้อมูลส่วนบุคคลออนไลน์ วันที่: 7 กรกฏาคม 2559
  • แอมเนสตี้ชวนทั่วโลกเรียกร้องไทยยุติดำเนินคดีชาวบ้านค้านโรงไฟฟ้าเทพา วันที่: 6 ธันวาคม 2560
  • แอมเนสตี้ทวงสัญญา คสช. ยกเลิกคำสั่งที่จำกัดสิทธิภายในเดือนมิถุนายนนี้ วันที่: 22 พฤษภาคม 2561
  • แอมเนสตี้ออกแถลงการณ์ให้ไทยกำหนดกฎหมายเอาผิดทางอาญากับการบังคับบุคคลให้สูญหาย  วันที่: 30 สิงหาคม 2562
  • แถลงการณ์แอมเนสตี้เนื่องในโอกาสครบรอบ 10 ปี พฤษภา 53 ย้ำความยุติธรรมยังมาไม่ถึง วันที่: 19 พฤษภาคม 2563

เพจแอมเนสตี้ฯ ยังได้มีการออกคำชี้แจงว่า วันนี้ขอเวลาสัก 7 นาที …ชวนมาทำความรู้จักบทบาทของ แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล ในการทำงานเพื่อปกป้องสิทธิเสรีภาพของประชาชนชาวไทยและทั่วโลกกันอีกครั้ง

เพจ แอมเนสตี้ฯประเทศไทย เผยแพร่ผลงานตลอด10ปี เน้นไปที่การออกแถลงการณ์  เพจ แอมเนสตี้ฯประเทศไทย เผยแพร่ผลงานตลอด10ปี เน้นไปที่การออกแถลงการณ์

ขอย้อนกลับไปไกลสัก 45 ปี สมัย 6 ตุลา 2519 มาดูกันว่า แอมเนสตี้ฯ และองค์กรสิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศอื่นๆ มีบทบาทอะไรกันบ้างในเหตุการณ์ครั้งนั้น

แอมเนสตี้ฯ ก่อตั้งขึ้นเมื่อ ปี พ.ศ. 2504 ได้รับรางวัลโนเบล สาขาสันติภาพ เมื่อ พ.ศ. 2520 จากการรณรงค์ต่อต้านการทรมานโดยเจ้าหน้าที่รัฐ และรางวัลสหประชาชาติในสาขาสิทธิมนุษยชน ในปี พ.ศ. 2521 เพื่อเป็นเกียรติและยกย่องบุคคลและองค์กรที่ได้ทำผลงานโดดเด่นในการส่งเสริมและคุ้มครองของสิทธิมนุษยชนตามหลักปฏิญญาสากลว่าด้วยสิทธิมนุษยชนและในเครื่องมือสิทธิมนุษยชนอื่นๆ ของสหประชาชาติ

แอมเนสตี้ฯประเทศไทย เป็นส่วนหนึ่งของแอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่น (สากล)  ที่ปัจจุบันมีสมาชิกและผู้สนับสนุนกว่า 10 ล้านคน ใน 150 ประเทศทั่วโลก โดยได้ดำเนินกิจกรรมส่งเสริมความรู้ความเข้าใจ และการรณรงค์เพื่อปกป้องคุ้มครองสิทธิมนุษยชนทั่วโลก ภายใต้กรอบกฎหมายระหว่างประเทศและปฏิญญาสากลว่าด้วยสิทธิมนุษยชน เพื่อมุ่งหวังให้ทุกคนอยู่ร่วมกันได้อย่างสันติสุข

ก่อนหน้านี้  นายนันทิวัฒน์ สามารถ อดีตรองผู้อำนวยการสำนักข่าวกรองแห่งชาติ โพสต์ข้อความในเฟซบุกส่วนตัว ระบุว่า แอมเนสตี้อยู่ใต้กฎหมายไทย

คนไทยที่จะไปชุมนุมกดดันให้รัฐบาลไล่แอมเนสตี้ออกไปจากเมืองไทย ผมเชียร์ เห็นด้วยและอยากให้ออกไปพ้นๆประเทศไทย

แอมเนสตี้มีสองส่วน แอมเนสตี้อินเตอร์เนชันนัล สำนักงานภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และปาซิฟิก จดทะเบียนกับกระทรวงแรงงาน ส่วนแอมเนสตี้ที่วุ่นวายอยู่นี้ จดทะเบียนเป็นสมาคมกับกระทรวงมหาดไทย โดยรับเงินสนับสนุนมาจากต่างประเทศ มีพนักงานคนไทยกว่า 20 คน

จะเป็นเอ็นจีโอไม่แสวงหากำไร จะมาจากประเทศไหนไม่สำคัญ ต้องอยู่ภายใต้กฎหมายไทย ถ้าการทำงานกระทบหรือบ่อนทำลายต่อความมั่นคง ก็ผิดกฎหมาย ต้องจัดการ


ขอเรียกร้องให้กระทรวงมหาดไทย ตรวจสอบที่มาของเงินทุน เงินดำเนินงานถูกต้องหรือไม่ การดำเนินถูกต้องตามวัตถุประสงค์ที่จดทะเบียนหรือไม่

เมื่อวันก่อน อินเดียจับกุมนายParvez ซึ่งมีฐานะเป็นผู้ประสานงาน JKCCS. ปัญหาแคชเมียร์ในความยึดครองของอินเดีย ถูกจับกุมข้อหาระดมทุนเพื่อสนับสนุนการแบ่งแยกดินแดนในแคชเมียร์

ไม่มีประเทศไหนยอมให้เอ็นจีโอมีเสรีภาพทำอะไรก็ได้ตามใจ ตามสั่งของเจ้าของเงินทุน อย่าหลงไหลคำว่าเสรีภาพ สิทธิมนุษยชน จนประเทศฉ.. หาย อย่าเห็นแก่เงินต่างชาติจนทรยศบ้านเกิดเมืองนอนของตนเอง อย่าเห็นฝรั่งหัวแดงดีกว่าคนในชาติตนเอง

เช่นเดียวกับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ได้เปิดเผยเมื่อวันที่ 26 พ.ย.64 ว่า  “กำลังให้มีการดำเนินการและให้ตรวจสอบทางกฏหมายดูอยู่ว่ามีความผิดอะไรหรือไม่ ซึ่งเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.)รวมทั้งกระทรวงมหาดไทย ที่มีการจดทะเบียนไว้หรือไม่อย่างไร ซึ่งถ้าผิดก็ต้องยกเลิก ยอมรับว่าเป็นแรงกดดันพอสมควรซึ่งผมไม่ต้องการให้เกิดขึ้นอยู่แล้ว ในการที่จะมาให้ร้ายกับประเทศของเรา”  

ครม.ทุ่มงบ 5.55 พันล้าน เสริมสภาพคล่องให้ ขสมก. และ รฟท.

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/494922

30 พ.ย. 2564 |17:00 น.

ครม.ทุ่มงบ 5.55 พันล้าน เสริมสภาพคล่องให้ ขสมก. และ รฟท.

ครม.เห็นชอบวงเงินอุดหนุนบริการสาธารณะ 5.55 พันล้าน เสริมสภาพคล่องให้ ขสมก. และ รฟท. จัดบริการแก่ประชาชนอย่างต่อเนื่อง

วันนี้ (30 พ.ย.) นางสาวรัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า ครม.เห็นชอบวงเงินอุดหนุนบริการสาธารณะประจำปีงบประมาณ 2565 ขององค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) จำนวน 2,279 ล้านบาท และการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) จำนวน 3,278 ล้านบาท รวมทั้งสิ้น 5,557 ล้านบาท ตามที่กระทรวงการคลังเสนอ 

ทั้งนี้ เป็นวงเงินอุดหนุนจ่ายชดเชยผลขาดทุนให้กับ ขสมก. และ รฟท. ในรูปของเงินงบประมาณตามจำนวนส่วนต่างของประมาณการรายได้และต้นทุนการให้บริการสาธารณะ เพื่อให้สามารถจัดบริการสาธารณะที่มีคุณภาพกับประชาชนอย่างต่อเนื่องและลดปัญหาสภาพคล่องทางการเงินในการดำเนินภารกิจ ซึ่งภาระงบประมาณที่รัฐต้องชดเชยดังกล่าว ยังคงไม่เกินร้อยละ 30 ของงบประมาณรายจ่ายประจำปี ตามที่คณะกรรมการนโยบายการเงินการคลังของรัฐกำหนด

นอกจากนี้ ที่ประชุมให้องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพและการรถไฟแห่งประเทศไทย พิจารณาหาแนวทางในการลดกรอบวงเงินอุดหนุนบริการสาธารณะ ด้วยวิธีการเพิ่มรายได้และลดต้นทุนค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นในการให้บริการสาธารณะ โดยให้ ขสมก. เร่งดำเนินการจัดทำแผนฟื้นฟูกิจการที่สอดคล้องกับแผนปฏิรูประบบรถโดยสารประจำทางในเขตกรุงเทพฯ และต่างจังหวัดที่มีเส้นทางต่อเนื่องให้แล้วเสร็จโดยเร็ว ส่วน รฟท. ให้เร่งดำเนินการตามแผนฟื้นฟูกิจการ โดยเฉพาะการหารายได้เพิ่มจากการถ่ายโอนทรัพย์สินภายใต้การบริหารจัดการของบริษัทลูกของ รฟท. เพื่อให้มีเงินสดเพียงพอต่อการดำเนินกิจการได้อย่างยั่งยืน

“วิษณุ” ระบุกม.ลูกว่าด้วยพรรคการเมือง ฉบับกกต. ต้องทำไพรมารีโหวต

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/494920

30 พ.ย. 2564 |16:00 น.

“วิษณุ” ระบุกม.ลูกว่าด้วยพรรคการเมือง ฉบับกกต. ต้องทำไพรมารีโหวต

“วิษณุ” เผยเห็นร่างกฎหมายลูก ประกอบการเลือกตั้งในส่วนของกฎหมายพรรคการเมือง ฉบับกกต.แล้ว ยืนยันต้องทำไพรมารีโหวต ชี้หากยกเลิกต้องแก้ไขในสภา แย้มรัฐบาลจ่อนัดคุยนอกรอบกลางเดือนธันวาคมนี้

วันนี้ (30 พ.ย.) ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงร่างกฎหมายประกอบรัฐธธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. และ พรรคการเมือง ที่ยกร่างโดยคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ว่า ได้เห็นร่างกฎหมายลูกทั้งสองฉบับแล้ว  โดยร่างพ.ร.ป.การเลือกตั้งส.ส. นั้นได้เปิดรับฟังความเห็นจากประชาชนและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป 

ส่วนร่างพ.ร.ป.พรรคการเมือง ของกกต.ยังคงทำไพรมารีโหวตอยู่หรือไม่ เนื่องจากหลายพรรคอยากให้ยกเลิกนั้น นายวิษณุ กล่าวว่า ร่างของกกต. ยังต้องทำไพรมารีโหวต หากจะแก้ไขไม่ให้ทำไพรมารีโหวต จะต้องพูดคุยกันนอกรอบก่อน ซึ่งรัฐบาลจะเป็นเจ้าภาพพูดคุยกับวิปรัฐบาลในช่วงกลางเดือนธันวาคมนี้ เนื่องจากต้องรอให้กกต. รับฟังความคิดเห็นให้เสร็จสิ้นก่อน แต่ถ้าไม่สำเร็จ อาจต้องนำไปพูดคุยในสภา

เมื่อถามว่าการเลือกตั้งปี 2562 มีการงดเว้นทำไพรมารีโหวต หากเลือกตั้งครั้งหน้าจะงดเว้นด้วยหรือไม่ นายวิษณุ กล่าวว่าไม่ได้แล้ว เพราะครั้งที่แล้วงดเว้นด้วยคำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ดังนั้น หากจะงดต้องไปแก้พ.ร.ป.พรรคการเมือง
 

เมื่อถามย้ำว่า ขณะนี้ยังไม่ประกาศเขตเลือกตั้งอีก 50 เขต หลังแก้ไขรัฐธรรมนูญ จาก 350 เขต เป็น 400 เขต พรรคการเมืองจะอ้างได้หรือไม่ว่าไม่สามารถทำไพรมารีโหวตได้ทัน และจะเป็นข้อยกเว้นให้ไม่ต้องทำ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ไม่ทราบ ตอบไม่ถูก ยกเว้นจะแก้ไขในกฎหมายพรรคการเมือง จึงจะยกเว้นได้ แต่ขณะนี้ร่างของ กกต. ยังให้ทำไพรมารีโหวตอยู่ แต่ไม่แน่ใจว่าร่างพ.ร.ป.พรรคการเมือง ที่ส.ส.เป็นผู้เสนอนั้น จะยกเว้นการทำไพรมารีโหวตหรือไม่ หากเสนอเข้าก็ต้องนำมาประกบกับร่างของกกต.

บิ๊กป้อมโบ้ยอ้างอบต. 4,500 ที่นั่ง คือสมาชิก พปชร. โวยสื่อจ้องจับผิด

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/494917

30 พ.ย. 2564 |16:00 น.

บิ๊กป้อมโบ้ยอ้างอบต. 4,500 ที่นั่ง คือสมาชิก พปชร. โวยสื่อจ้องจับผิด

บิ๊กป้อมอ้าง อบต. 4,500 ที่นั่ง คือสมาชิกพรรคพลังประชารัฐที่ช่วยให้ชนะเลือกตั้ง นายก-สมาชิกสภา อบต. โวยสื่อไม่เข้าใจ คอยจับผิดตลอด

วันนี้ (30 พ.ย.) ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ(พปชร.) ให้สัมภาษณ์หลังการประชุมครม. กรณีระบุพรรคพลังประชารัฐได้ นายก อบต.และสมาชิกสภาอบต. 4,500 ที่นั่งว่า เขาเป็นสมาชิกพรรค จะไม่ให้หมายถึงพรรคพลังประชารัฐหรือไง 

ส่วนที่ตนเองบอกว่าขอบคุณ คือขอบคุณสมาชิกพรรคเหล่านี้ที่ได้ช่วยไปเลือก แต่สื่อไม่เข้าใจ คอยจับผิดอยู่เรื่อย
 

อย่างไรก็ตาม ในช่วงเช้า ก่อนการประชุมคณะรัฐมนตรี พล.อ.ประวิตร ได้เปิดเผยกับสื่อมวลชนถึงผลการเลือกตั้งสมาชิกและนายกองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) ที่ผ่านมาว่า พรรคพลังประชารัฐได้มา 4,500 แห่ง จึงขอขอบคุณประชาชนที่เลือกพรรคพลังประชารัฐ นอกจากนั้น หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ยังระบุด้วยว่า “ไม่เห็นชมเลยว่าได้เยอะ”

ทั้งนี้ พ.ร.บ.การเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นและผู้บริหารท้องถิ่น พ.ศ.2562 มาตรา 34 ได้บัญญัติห้าม ข้าราชการการเมือง, สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร, สมาชิกวุฒิสภา, ผู้บริหารท้องถิ่น หรือสมาชิกสภาท้องถิ่น หรือเจ้าหน้าที่อื่นของรัฐ ดำเนินการใด ๆ ที่เป็นคุณหรือโทษแก่ผู้สมัครรับเลือกตั้ง จึงทำให้พรรคการเมืองต่าง ๆ ไม่กล้าไปช่วยผู้สมัครรับเลือกตั้งท้องถิ่นหาเสียง

“ครม.” อนุมัติวงเงิน 76,080.95 ล้านบาท ประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าว

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/494894

30 พ.ย. 2564 |15:00 น.

"ครม." อนุมัติวงเงิน 76,080.95 ล้านบาท ประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าว

ชาวนาเฮ “ครม.”อนุมัติวงเงิน 76,080.95 ล้านบาท สำหรับโครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าว ปี 2564/65 เพิ่มเติม

นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เผยวันนี้ ที่ประชุม”คณะรัฐมนตรี” มีมติอนุมัติวงเงินรวม 76,080.95 ล้านบาท ในโครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าวปี 2564/65 เพิ่มเติม โดยแบ่งเป็นวงเงินจ่ายชดเชยให้เกษตรกรจำนวน 74,569.31 ล้านบาทและค่าใช้จ่าย ธ.ก.ส. จำนวน 1,511.64 ล้านบาท

หลังจากมติ “คณะรัฐมนตรี”  25 ตุลาคม ที่ได้อนุมัติกรอบวงเงินงบประมาณโครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าวปี 2564/65 และมาตรการคู่ขนานโครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าวปี 2564/65  วงเงินจ่ายขาดเบื้องต้นรวมทั้งสิ้น 18,000 ล้านบาท เพื่อให้เป็นตามมติ คณะกรรมการนโยบายและบริหารข้าวแห่งชาติ(นบข.) เมื่อวันที่ 23 สิงหาคม  ที่เห็นชอบในหลักการโครงการประกันรายได้เกษตกรผู้ปลูกข้าว ปี 2564 /65  วงเงินจ่ายขาด 89,306.39 ล้านบาท  มาตรการคู่ขนาน ฯ วงเงินจ่ายขาด 6,955.98  ล้านบาท

และโครงการสนับสนุนค่าบริหารจัดการและพัฒนาคุณภาพผลผลิตเกษตกรผู้ปลูกข้าว ปีการผลิต 2564/65  วงเงินจ่ายขาด 54,972.72 ล้านบาท รวมวงเงินจ่ายขาดทั้งสิ้น 151,235.09 ล้านบาท 

ทั้งนี้การประชุม “คณะรัฐมนตรี” เมื่อ 9 พฤศจิกายน มีมติมอบหมายให้กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงการคลัง สำนักงบประมาณและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องพิจารณาจัดหาแหล่งเงินเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายตามโครงการประกันรายได้เพิ่มเติม ภายใต้กรอบวงเงิน 76,080.95 ล้านบาทโดยดำเนินการให้ถูกต้องเป็นไปตามพระราชบัญญัติวินัยการเงินการคลังของรัฐบาล 2561 ตลอดจนกฎหมายระเบียบและ”มติคณะรัฐมนตรี”ที่เกี่ยวข้อง 

ปัจจุบันได้มีประกาศคณะกรรมการนโยบายการเงินการคลังของรัฐ เรื่องกำหนดอัตราชดเชยค่าใช้จ่ายหรือการสูญเสียรายได้ของหน่วยงานของรัฐในการดำเนินกิจกรรม มาตรการ หรือโครงการตามที่กำหนดไว้ในมาตรา 28 (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2564 ลงวันที่ 24 พฤศจิกายน 2564 ข้อ 2 กำหนดให้อัตรายอดคงค้างรวมทั้งหมดของภาระที่รัฐต้องรับชดใช้ค่าใช้จ่ายหรือการสูญเสียรายได้ในการดำเนินกิจกรรม มาตรการ หรือโครงการตามที่กำหนดไว้ในมาตรา 28 ต้องมียอดคงค้างทั้งหมดรวมกันไม่เกินร้อยละ 35 ของงบประมาณรายจ่ายประจำปี จากเดิมที่ไม่เกินร้อยละ 30

โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ยังกล่าวเพิ่มเติมว่า พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีในฐานะประธานบอร์ด นบข. ต้องการเห็นพี่น้องเกษตรกรมีรายได้จากการจำหน่ายข้าวเปลือกในราคาที่เหมาะสม ป้องกันความเสี่ยงในการจำหน่ายผลผลิต และช่วยเกษตรกรในช่วงเศรษฐกิจชะลอตัวจากสถานการณ์ โควิด-19 ขณะนี้  เพื่อให้พี่น้องเกษตรกรสามารถดำรงชีวิตอยู่ได้ รวมทั้งสร้างความเชื่อมั่นให้เกษตรกรผู้ปลูกข้าวตามนโยบายของรัฐที่แถลงต่อรัฐสภาไว้

นายธนกร ยังเปิดเผยว่ามติคณะรัฐมนตรียังอนุมัติกรอบวงเงินรวมทั้งสิ้น 54,972.72 ล้านบาท สำหรับโครงการสนับสนุนค่าบริหารจัดการและพัฒนาคุณภาพผลผลิตเกษตรกรผู้ปลูกข้าวปีการผลิต 2564 /65  และมอบหมายให้กระทรวงการคลัง สำนักงบประมาณ กระทรวงพาณิชย์และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งจัดหาแหล่งเงินเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายตามโครงการ ฯ

ทั้งนี้ ที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายและบริหารข้าวแห่งชาติ (นบข.) เมื่อวันที่ 23 สิงหาคม 2564 มีมติเห็นชอบ โครงการสนับสนุนค่าบริหารจัดการและพัฒนาคุณภาพผลผลิตเกษตรกรผู้ปลูกข้าวปีการผลิต 2564 /65 วงเงินจ่ายขาดรวม 54,972.72 ล้านบาท  

แบ่งเป็นงบประมาณจ่ายขาดให้เกษตรกรวงเงิน 53,871.84 ล้านบาท  ค่าชดเชยต้นทุนเงิน ธ.ก.ส. อัตราร้อยละ 2 วงเงิน 1,077.44 ล้านบาท  ค่าบริหารจัดการของ ธ.ก.ส. รายละ 5 บาทเป็นวงเงิน 23.44 ล้านบาท

โดยมีกลุ่มเป้าหมาย คือ เกษตรกรผู้ปลูกข้าวปีการผลิต 2564 /65 ที่ขึ้นทะเบียนกับกรมส่งเสริมการเกษตรประมาณ 4.69 ล้านครัวเรือนทั่วประเทศ จะได้รับการช่วยเหลือในอัตราไร่ละ 1,000 บาทไม่เกินครัวเรือนละ 20 ไร่หรือครัวเรือนละไม่เกิน 20,000 บาท โดยระยะเวลาจ่ายเงินตั้งแต่เดือนกันยายน 2564 – เมษายน 2565

โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีเปิดเผยถึงวัตถุประสงค์โครงการ ฯ ว่า ซึ่งนอกจากจะช่วยบรรเทาความเดือดร้อนของเกษตรกรผู้ปลูกข้าว จากสถานการณ์ต่างๆ  เช่น ภัยแล้ง โรคระบาด รวมทั้งสถานการณ์โควิด-19 ที่ทำต้นทุนการผลิตของเกษตรกรสูงขึ้น ยังมุ่งสนับสนุนให้เกษตกรมีเงินทุนในการพัฒนาคุณภาพในการผลิตข้าว ดำเนินงานโดยให้ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร หรือ ธ.ก.ส. ช่วยเหลือเกษตรกรในอัตราไร่ละ 1,000 บาท ครัวเรือนละไม่เกิน 20 ไร่  ซึ่งประโยชน์ที่ได้รับ คือ เกษตรกรมีรายได้ส่วนเหลือเพิ่มขึ้น  มีเงินไว้สำหรับใช้จ่ายภายในครัวเรือน กระตุ้นการใช้จ่ายในระดับเศรษฐกิจฐานราก เพิ่มการหมุนเวียนของเงินในระบบเศรษฐกิจประเทศ

ม็อบแรงงานยื่น 5 ข้อเรียกร้องนายกฯ จี้ลด VAT เหลือ 5%

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/494878

30 พ.ย. 2564 |14:00 น.

ม็อบแรงงานยื่น 5 ข้อเรียกร้องนายกฯ จี้ลด VAT เหลือ 5%

เครือข่ายแรงงานยื่นหนังสือถึงนายกฯ เรียกร้อง 5 ข้อ ลดค่าครองชีพประชาชน จี้หั่นภาษีน้ำมัน 6 บาท และลด VAT เหลือ 5% พร้อมดันเพิ่มเบี้ยผู้สูงอายุเป็น 3 พันบาทต่อเดือน

วันนี้ (30 พ.ย.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่าเครือข่ายแรงงานเพื่อสิทธิประชาชน องค์การนักศึกษามหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ องค์การบริหารสโมสรนิสิตจุฬาลงกรณ์ กลุ่ม 24มิถุนาประชาธิปไตย เครือข่ายคนรุ่นใหม่นนทบุรี ได้เดินทางมายื่นข้อเรียกร้องแก่นายกรัฐมนตรีเพื่อให้แก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนและฟื้นฟูเศรษฐกิจ ที่หน้าทำเนียบรัฐบาล ดังนี้ 

1.ลดภาษีมูลค่าเพิ่ม (Vat) จาก 7% เป็น 5% เพื่อให้สินค้าอุปโภคบริโภคและภาคบริการมีราคาถูกลง เป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวและลดภาวะเงินเฟ้อ รักษากำลังซื้อของประชาชน รวมทั้งยกเลิกภาษีสรรพสามิตน้ำมัน เพื่อให้คนไทยได้ใช้น้ำมันทุกชนิดราคาถูกอีกลิตรละ 6 บาท เป็นการลดต้นทุนการผลิต การขนส่ง ทุกภาคส่วนให้สามารถดำเนินธุรกิจต่อไปได้ ส่งผลให้ระบบเศรษฐกิจของประเทศมีการฟื้นตัว

2.เพิ่มเงินเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุและคนพิการทุกคน เป็นเดือนละ 3,000 บาท เพื่อสร้างหลักประกันการคำรงชีพของคนชรา อายุ 60 ปีขึ้นไปและคนพิการกลุ่มเปราะบางให้สมศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ กระตุ้นเศรษฐกิจรากหญ้าและชุมชน อันเป็นรากฐานความมั่นคงทางสังคมต่อไป

3.ลดค่าบำรุงการศึกษาหรือค่าเทอมและค่าใช้จ่ายการศึกษาของนักเรียนตั้งแต่ระดับชั้นประถม มัธยม มหาวิทยาลัย 50% เป็นเวลา 3 ปี (2565-2567) เพื่อลดการะค่าใช้จ่ายของครัวเรือน พร้อมทั้งบรรจุครูอัตราจ้างและพนักงานสัญญาจ้างในระบบการศึกษาให้เป็นข้าราชการประจำ 

4.เพิ่มเงินอุดหนุนเด็กเล็กตั้งแต่แรกเกิดถึงอายุ 12 ปีทุกคน เดือนละ 1,200 บาท ถ้วนหน้าเพื่อเป็นการพัฒนาคุณภาพชีวิตเด็กเล็ก

5.ลดค่าโดยสารรถไฟฟ้าสาธารณะ (BTS/MRT) ครึ่งราคา ระบบขนส่งมวลชนพึงเป็นกิจการที่รัฐต้องดูแลประชาชน ไม่ใช่เพื่อผลกำไรและต้องควบคุมค่าไฟฟ้า แก๊สหุงต้มครัวเรือน น้ำประป ไม่ให้มีราคาสูงเกินไปจนสร้างความเดือคร้อนให้กับประชาชน

น.ส.ธนพร วิจันทร์ แกนนำเครือข่ายแรงงานฯ กล่าวโจมตีการทำงานของนายกฯ ว่า บริหารงานผิดพลาด โดยเฉพาะช่วงเวลาการแพร่ระบาดของโควิด-19 ทำให้กลุ่มแรงงาน ต้องตกงานกันเป็นจำนวนมาก อีกทั้งยังไม่มีมาตรการช่วยเหลือให้กับกลุ่มคนเหล่านั้นอย่างที่ควรจะเป็น จึงออกมาตอกย้ำให้รัฐบาลเห็นถึงความสำคัญของกลุ่มคนดังกล่าว เพื่อลดความเดือดร้อนให้กับประชาชน

“ชำนาญ จันทร์เรือง” โพสต์ความเห็น คิดว่าคณะก้าวหน้าไม่แพ้เลือกตั้งอบต.

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/494861

30 พ.ย. 2564 |12:00 น.

"ชำนาญ จันทร์เรือง" โพสต์ความเห็น คิดว่าคณะก้าวหน้าไม่แพ้เลือกตั้งอบต.

ชำนาญ จันทร์เรือง อดีตส.ส.พรรคอนาคตใหม่ ที่ถูกยุบไปแล้ว มีความเห็นว่า ผลการเลือกตั้งอบต. ที่คณะก้าวหน้าส่งผู้สมัคร 196 แห่ง แต่ได้รับเลือกตั้ง 38 แห่ง ไม่เป็นการแพ้เลือกตั้ง

ภายหลังการเลือกตั้งอบต. มีการนับคะแนนออกมา ปรากฎว่า ผู้สมัครคณะก้าวหน้า ได้รับการเลือกตั้ง เป็นนายกฯอบต.จำนวน 38 แห่ง จากที่ส่งสมัคร 196 แห่งใน 50 จังหวัด ซึ่งคิดเป็น 19.4 เปอร์เซนต์

ล่าสุด นายชำนาญ จันทร์เรือง อดีตสส.พรรคอนาคตใหม่และกรรมการบริหารคณะก้าวหน้า โพสต์ข้อความ จดหมายเปิดผนึกถึงสื่อมวลชน โดยระบุว่า  

จากการที่ได้มีการนำเสนอผลการเลือกตั้ง อบต.ของคณะก้าวหน้าในวันที่ ๒๘ พฤศจิกายนที่ผ่านมา โดยได้มีการพาดหัวและนำเสนอข่าวไปในทางที่อาจสร้างความเข้าใจผิดต่อผู้อ่านและทำให้เกิดความสงสัยในจุดยืนของท่านว่าเหมาะสมหรือไม่ เป็นไปตามจรรยาบรรณของสื่อหรือไม่ เป็นการพาดหัวที่หวังผลทางการเมืองหรือไม่ นั้น
 

ผมทราบดีว่าตั้งแต่มีการเลือกตั้ง อบจ., เทศบาล และล่าสุดคือ อบต. ฝ่ายที่ไม่ชอบคณะก้าวหน้าก็จะบอกว่าคณะก้าวหน้าแพ้ แต่สำหรับผมและคณะฯที่ทำงานการเมืองท้องถิ่นเป็นครั้งแรก คิดว่าเราไม่แพ้

เพราะ หนึ่ง สถิติ ตัวเลข เปอร์เซนต์ ที่เราได้รับไม่ได้ลดลง มีแต่เพิ่มขึ้นกว่าเดิมล่าสุดคือการเลือกตั้งอบต. ประกาศว่าเป้าหมาย คือ 30 อบต. ชนะมาเกินคาดถึง 38 อบต. แต่กลับบอกว่า ”แพ้ยับ” หรือ”แพ้แลนด์สไลด์” จากที่ส่งทั้งหมด 196 แห่ง คิดเป็นเป็นร้อยละ 19.4 ซึ่งสูงมาก ที่สำคัญนิยามของคำว่าแพ้หรือชนะ แลนด์สไลด์ คืออะไร

อ่านเพิ่มเติมคลิก >> เช็คที่นี่ “ผลเลือกตั้งอบต.” นายกฯอบต.และสมาชิก 5พันกว่าแห่งทั่วประเทศ

เป็นเรื่องธรรมดามากถ้าจะไปจับจ้องหาจาก 196 เขต ที่คณะก้าวหน้าให้การสนับสนุน โดยดูเฉพาะในส่วนที่แพ้ แล้วหยิบเอามาขยาย โหมกระพือประโคมข่าว เพื่อให้บรรดากองเชียร์ฝ่ายอนุรักษ์นิยม ฝ่ายที่ไม่อยากเห็นความก้าวหน้า ได้สะใจเล่น 

ในขณะที่ความสำเร็จของเขตที่ได้รับชัยชนะถึง 38 แห่งนั้นเว้นไว้ไม่พูดถึง ผู้เชี่ยวชาญการเมืองท้องถิ่นรู้ดีว่าไม่ง่ายที่การเมืองแบบใหม่ การเมืองที่ไม่ใช้เงินซื้อสิทธิ์ซื้อเสียง ไม่ใช้เครือข่ายอิทธิพล ไม่มีบ้านใหญ่ ใช้เพียงนโยบายและความจริงใจมุ่งมั่นของผู้สมัคร จะสามารถคว้าชัยชนะได้ แต่เรากลับคว้าชัยชนะในหลายพื้นที่ โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคอีสาน ซึ่ง จ.ร้อยเอ็ด ได้มากสุดถึง 8 แห่งรองลงมาคือ จ.อุดรธานี 5 แห่ง, จ. หนองบัวลำภู 5 แห่ง, ศรีสะเกษ 4 แห่ง, มหาสารคาม 3 แห่ง เป็นต้น 

สอง วัตถุประสงค์ของการลงท้องถิ่น แน่นอน ส่งลงเลือกตั้ง ก็หวังชนะ แต่เป้าหมายหลักของเรา คือ การทำงานความคิดและการเปลี่ยนการเมืองท้องถิ่น นี่คือ การปักหมุดความคิดแบบใหม่ให้การเมืองท้องถิ่น 

ใหม่อะไร 

ใหม่แรก กลุ่มสนับสนุนผู้สมัครท้องถิ่น ครอบคลุมทั่วประเทศ ทุกระดับ 

ใหม่สอง แข่งกันที่นโยบาย 

ใหม่สาม เมื่อมีโอกาส ก็ทำผลงานรูปธรรมให้เห็นภายใน 3-4 เดือน 

เราสามารถทำให้คนหันมาสนใจและให้ความสำคัญการเมืองท้องถิ่นได้ เยาวชนสนใจการเมืองท้องถิ่น อยากกลับบ้านไปลงสมัครในอนาคต 

อีกทั้งยังทำให้ผู้สมัครต้องหันมาแข่งกันที่นโยบาย ซึ่งแตกต่างจากในอดีต 

เมื่อการเมืองท้องถิ่นน่าสนใจ ทันสมัย มีผลงานจับต้องได้จริงคนก็กลับมามีความหวัง 

ไม่ว่าเราได้จำนวนที่นั่งเท่าไรก็ตาม นี่คือชัยชนะสำหรับเราแล้ว เพราะการเมืองท้องถิ่นได้เริ่มต้นแล้ว 

ปฏิเสธไม่ได้ว่าความสำเร็จของคณะก้าวหน้าในการเลือกตั้งครั้งนี้นอกจากปัจจัยอย่างนโยบายที่ใช้หาเสียงและการทำงานหนักของผู้สมัครแต่ละคน ยังมีในเรื่องของความสำเร็จในผลงานของ “เทศบาล” ที่คณะก้าวหน้าได้เข้าไปร่วมสนับสนุนผู้บริหารมาแล้วก่อนหน้านี้ 

เอาแค่เรื่องเดียวอย่าง “99 วันน้ำประปาดื่มได้” ของ เทศบาลตำบลอาจสามารถ จ.ร้อยเอ็ด ที่วันนี้เชื่อว่าใครต่อใครต่างก็รู้จัก บรรดาแกนนำคณะก้าวหน้าไปพบปะผู้สมัคร ช่วยหาเสียงแห่งหนตำบลใดก็ตาม มีประชาชนเข้ามาถามหา อยากให้มาช่วยเปลี่ยนน้ำประปาสกปรกสีขุ่นข้นของบ้านตัวเองด้วย นี่ย่อมสะท้อนความอยากเปลี่ยนแปลง 

กับ 38 แห่งที่ได้รับชัยชนะในครั้งนี้ สิ่งหนึ่งที่ผมคิดว่าสำคัญกว่าจำนวนและข้อครหาโจมตีของฝ่ายที่ไม่เห็นด้วย นั่นคือ การทำผลงานให้ปรากฏขึ้นจริง เปลี่ยนทั้ง 38 อบต. ที่ได้เข้าไปเป็นฝ่ายบริหารให้ยกระดับชีวิตความเป็นอยู่ของผู้คนตามนโยบายที่หาเสียงไว้ 

สุดท้ายนี้ ผมขอชื่นชมว่า ในระยะที่ผ่านมาเนชั่น/คมชัดลึก/ผู้จัดการ ได้ปรับตัว เสนอข่าวที่เป็นกลางขึ้นกว่าที่ผ่านมาบ้างแล้ว ผมขอเป็นกำลังใจให้พัฒนาต่อไป รักษาจรรยาบรรณสื่อ เพื่อให้ประชาชนได้ข้อมูลข่าวสารครบถ้วนเที่ยงตรง

“พรรคเพื่อไทย” เปิดแคมเปญ ครอบครัวเพื่อไทย แลนด์สไลด์ทั้งแผ่นดิน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/494858

30 พ.ย. 2564 |12:00 น.

"พรรคเพื่อไทย" เปิดแคมเปญ ครอบครัวเพื่อไทย แลนด์สไลด์ทั้งแผ่นดิน

“พรรคเพื่อไทย” เปิดแคมเปญ ครอบครัวเพื่อไทย แลนด์สไลด์ทั้งแผ่นดิน เปิดรับคนทุกกลุ่มหวังปลดสลักโซ่ตรวนประเทศ

นายชนินทร์ รุ่งธนเกียรติ  รองโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า จากความล้มเหลวของรัฐบาลที่นำโดยนายกรัฐมนตรี พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ที่ไม่สามารถแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนให้กับพี่น้องประชาชนได้ ขณะที่ความขัดแย้งในพรรคร่วมรัฐบาลยิ่งทำให้เสถียรภาพสั่นคลอน หากเพลี่ยงพล้ำก็มีโอกาสเกิดอุบัติเหตุทางการเมืองทุกเมื่อ “พรรคเพื่อไทย” จึงได้เตรียมความพร้อมเข้าสู่สนามการเลือกตั้งในครั้งหน้าด้วยการเดินหน้าระดมความร่วมมือจากทุกภาคส่วน เปิดให้ประชาชนคนไทยทั่วประเทศเข้ามามีส่วนร่วมและเป็นส่วนหนึ่งในการเข้ามาแก้ไขปัญหาของประเทศร่วมกับ “พรรคเพื่อไทย” ผ่านแคมเปญ ครอบครัวเพื่อไทย แลนด์สไลด์ทั้งแผ่นดิน 

โดยโครงการ “ครอบครัวเพื่อไทย” คือการประสานความร่วมมือกับประชาชนในวงกว้าง ให้ผู้ที่สนใจและสนับสนุนพรรคแต่ยังไม่พร้อมสมัครเป็นสมาชิกพรรคการเมือง สามารถเข้าร่วมเป็น”ครอบครัวเพื่อไทย”ได้ ซึ่งมีความแตกต่างจากการเป็นสมาชิกพรรคคือ การลดข้อจำกัดเรื่องคุณสมบัติของผู้เข้าร่วมลง  เช่น ไม่จำกัดอายุ ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายในการสมัคร เป็นต้น

ทำให้ประชาชนทุกวัย ทุกภาคส่วน สามารถมีส่วนร่วมกับพรรคการเมืองได้ง่ายขึ้นเพื่อร่วมกันเป็นส่วนหนึ่งในการแสดงพลังและเจตจำนงในการสนับสนุนพรรคการเมืองตามครรลองของระบอบประชาธิปไตย  ทั้งนี้ผู้เป็นครอบครัวเพื่อไทยจะมีสิทธิประโยชน์ ดังนี้

1. ได้รับข้อมูลข่าวสารและกิจกรรมต่าง ๆ โดยตรงจากทางพรรคเพื่อไทย

2. มีสิทธิ์ลงทะเบียนเข้าร่วมกิจกรรมต่าง ๆ ที่ทางพรรคจัดขึ้นในอนาคตก่อนบุคคลทั่วไป

3. สามารถซื้อสินค้าที่ระลึกต่างๆของ “พรรคเพื่อไทย”ได้ในราคาพิเศษ 

นายชนินทร์ กล่าวว่า ช่องทางการสมัคร “ครอบครัวเพื่อไทย” เพียงคลิกแถบเมนูภายในไลน์ ออฟฟิศเชียล “พรรคเพื่อไทย”https://lin.ee/lOrhxhc (Line id : @pheuthai)หรือเข้าไปคลิกลิงก์สมัครได้ที่หน้าเพจเฟซบุ๊กพรรคได้เช่นกัน 

“การเปิดให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมกับพรรคการเมืองได้อย่างกว้างขวาง เป็นรากฐานของระบอบประชาธิปไตยที่แข็งแรง ผมขอเชิญชวนผู้ที่มีใจรักในวิถีประชาธิปไตยและอยากเห็น ปท.ไทยดีกว่านี้ ร่วมกันลงชื่อเป็นครอบครัวเพื่อไทย และสนับสนุนพรรคเพื่อไทยให้ชนะการเลือกตั้งรอบหน้าแบบแลนด์สไลด์ ปลดสลักโซ่ตรวจที่พันธนาการประเทศไทยไปด้วยกัน นายชนินทร์กล่าว

“สมศักดิ์” โต้ข่าวกลุ่มสามมิตรเตรียมย้ายพรรค พร้อมวอนลืมเลือกตั้งไปก่อน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/494856

30 พ.ย. 2564 |12:00 น.

"สมศักดิ์" โต้ข่าวกลุ่มสามมิตรเตรียมย้ายพรรค พร้อมวอนลืมเลือกตั้งไปก่อน

“สมศักดิ์” โต้ข่าวเตรียมเลือกตั้ง ส.ส.และกลุ่มสามมิตรเตรียมย้ายพรรค ทิ้งพปชร. วอนลืมเรื่องเลือกตั้งออกไปก่อน ยืนยันขอทำงานให้เกิดประโยชน์แก่รัฐบาลและประชาชน ย้ำเป็นช่วงเวลาที่เริ่มเห็นแสงสว่างปลายอุโมงค์ของประเทศ

นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รมว.ยุติธรรม กล่าวถึงกระแสข่าวการเตรียมเลือกตั้งส.ส.และการโยกย้ายพรรคการเมืองของส.ส. ในพรรคพลังประชารัฐ โดยเฉพาะกลุ่มสามมิตร ที่มีนายสมศักดิ์ เป็น 1 ในแกนนำกลุ่ม ว่า วันนี้รัฐบาลมีเวลาทำงานมากกว่า 1 ปี 6 เดือน ถ้าพูดเรื่องเลือกตั้งหรือการย้ายพรรค ดูแล้วไม่ธรรมชาติ อาจมีคนที่อยากให้เป็นอย่างนั้น  แต่ถ้ามองดูภาพรวมของประเทศไทยและรัฐบาล ก็เหมือนพวกเรากำลังเริ่มออกจากอุโมงค์แห่งความมืด เราเริ่มมองเห็นแสงและความสุขสดชื่นของประเทศ ทั้งเรื่องโควิดและน้ำท่วม สิ่งต่าง ๆ นี้เหล่านี้กำลังเริ่มและรัฐบาลมีเวลาที่จะทำงาน 

“ส่วนหนึ่งก็พยายามปล่อยข่าวออกมา สื่อมวลชนก็รู้ว่าการปล่อยข่าวออกมา ฉบับแรกเป็นใคร ผมก็รู้ สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ เรื่องของการเมือง ยังไม่ควรเอามาพูดกันในระยะเวลานี้ ควรถึงเวลาที่พอเหมาะพอควรว่าเราควรให้เข้าสู่ภาพของแสงสว่างของประเทศ เรื่องเศรษฐกิจ และอื่น ๆ กำลังจะพัฒนาเดินไปได้และกำลังมาดี การเอาเรื่องการเลือกตั้ง การโยกย้ายพรรคต่าง ๆ เหล่านั้น ไม่เป็นผลดีกับประทศโดยรวม ผมอยากให้ลืมเรื่องของการเลือกตั้ง การย้ายพรรคตรงนี้ไปก่อน ก่อนถึงเวลาอันควร อย่างน้อยเราเดินไปกันอีกสัก 1 ปี หรือถ้าเหลือเวลา 5-6 เดือนค่อยมาพูดเรื่องนี้ มันก็เป็นไปได้ วันนี้ยังไม่สมควร ในสมองของคน นักการเมืองพูดเรื่องการเมืองมันง่าย เห็นอะไรที่ผิดแลกไปจากสายตา พูดว่าวันนี้แดดไม่ออก มันก็เป็นการเมืองแล้ว” นายสมศักดิ์ กล่าวย้ำ 

รมว.ยุติธรรม กล่าวด้วยว่างานในส่วนที่แต่ละกระทรวงรับผิดชอบ ควรจะมีการเร่งรัดทำผลงานออกมาเพื่อให้เกิดประโยชน์ เช่น กระทรวงยุติธรรม ตนเองก็พยายามเร่งรัดให้ออกกฎหมายต่าง ๆ แต่บางกฎหมายก็ใช้เวลานาน ผ่านไป 120 วันแล้ว คณะกรรมการกฤษฎีกาก็ยังไม่พิจารณากฎหมายให้ผ่านออกมา อย่างนี้ก็ควรเร่งทำให้เกิดผลงานกับกระทรวง กับรัฐบาล และกับประชาชน 

“นายกฯ” เร่งเครื่องเศรษฐกิจไตรมาสสุดท้ายของปี

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/494848

30 พ.ย. 2564 |11:00 น.

"นายกฯ" เร่งเครื่องเศรษฐกิจไตรมาสสุดท้ายของปี

โฆษกรัฐบาลเผย “นายกฯ” เร่งเครื่องเศรษฐกิจไตรมาสสุดท้ายของปี เร่งรัด สคร. เบิกจ่ายงบลงทุนรัฐวิสาหกิจ ขณะที่ สศค. รายงาน เเนวโน้มเศรษฐกิจดีขึ้น ท่องเที่ยว-ลงทุน-ส่งออก ขยายตัวต่อเนื่อง

นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกฯ เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา “นายกรัฐมนตรี”และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เดินหน้าเศรษฐกิจ กำชับให้เร่งรัดการเบิกจ่ายของรัฐวิสาหกิจในไตรมาสสุดท้ายของปีให้เป็นไปตามเป้าหมาย พร้อมรับทราบรายงานภาวะเศรษฐกิจการคลังประจำเดือนตุลาคม 2564 มีแนวโน้มปรับตัวดีขึ้น ส่งผลให้เศรษฐกิจไทยในไตรมาสสุดท้ายของปีนี้มีสัญญาณฟื้นตัวอย่างชัดเจน จากการผลักดันการเปิดประเทศที่ทำให้มีนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้น รวมทั้งยังได้รับการสนับสนุนจากภาคการลงทุนและการส่งออกเริ่มส่งสัญญาณทิศทางที่ดีขึ้นเช่นกัน

สำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) รายงานผลการเบิกจ่ายงบลงทุนในปี 2564 ณ สิ้นเดือนตุลาคม 2564 มีผลการเบิกจ่ายงบลงทุนสะสม จำนวน 269,883 ล้านบาทหรือคิดเป็น 89% ของแผนการเบิกจ่ายสะสม และสำหรับผลการเบิกจ่ายงบลงทุนในปี 2565 สำหรับรัฐวิสาหกิจปีงบประมาณ ที่ได้เริ่มการเบิกจ่ายงบลงทุนปีงบประมาณ 2565มา 1 เดือน (ตุลาคม 2564) มีผลการเบิกจ่าย 3,222 ล้านบาท หรือคิดเป็น 47% ของแผนการเบิกจ่ายสะสม

ทั้งนี้ รัฐวิสากิจที่สามารถเบิกจ่ายได้ตามแผนและมีการเบิกจ่ายสะสมสูงสุด 5 อันดับแรกได้แก่ บริษัท ปตท.จำกัด(มหาชน) (ปตท.) การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.)การรถไฟขนส่งมวลแห่งประเทศไทย (รฟม.) การไฟฟ้านครหลวง(กฟน.) และบริษัทโทรคมนาคมแห่งชาติ (NT)

โดยโครงการขนาดใหญ่สำคัญที่เบิกจ่ายได้ตามแผน อาทิ โครงการรถไฟฟ้าสายสีส้ม ช่วงศูนย์วัฒนธรรม-มีนบุรี (รฟม.) ผลการเบิกจ่าย 14,273 ล้านบาท คิดเป็น 105% ของการเบิกจ่ายต่อแผน โครงการรถไฟฟ้าชานเมืองสายสีแดง บางซื่อ- รังสิต(รฟท.)ผลการเบิกจ่าย 8,327 ล้านบาท คิดเป็น117%ของการเบิกจ่ายต่อแผน เป็นต้น 

นอกจากนี้ สำนักงานเศรษฐกิจการคลังยังรายงานภาวะเศรษฐกิจการคลังประจำเดือนตุลาคม 2564 พบเศรษฐกิจไทยส่งสัญญาณปรับตัวดีขึ้น โดยได้รับปัจจัยสนับสนุนจากสถานการณ์ การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ที่มีเเนวโน้มดีขึ้น ทำให้มีกิจกรรมทางเศรษฐกิจเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะการท่องเที่ยวภายในประเทศและการลงทุนภาคเอกชนที่ปรับตัวดีขึ้น รวมทั้งการส่งออกสินค้ายังคงขยายตัวติดต่อกันเป็นเดือนที่ 8 อีกด้วย

ขณะที่ การลงทุนภาคเอกชนก็มีสัญญาณปรับตัวดีขึ้นจากเดือนก่อนหน้า
โดยการลงทุนภาคเอกชนในหมวดเครื่องมือเครื่องจักร นำเข้าสินค้าทุนในเดือนตุลาคม 2564 ขยายตัวที่ร้อยละ 21.8ต่อปี มูลค่าการส่งออกสินค้ารวมในรูปเงินสกุลดอลลาร์สหรัฐเดือนตุลาคม 2564 อยู่ที่ 22,738.7 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขยายตัวติดต่อกันเป็นเดือนที่ 8 ที่ร้อยละ 17.4 ต่อปี และนอกจากนี้ กิจกรรมทางเศรษฐกิจก็มีทิศทางดีขึ้น

ด้านการท่องเที่ยว ในเดือนตุลาคม มีนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติประเภทพิเศษ นักท่องเที่ยวกลุ่มสิทธิพิเศษ (Thailand Privilege Card) นักธุรกิจ กลุ่มสุขภาพที่เข้ามารับบริการทางการแพทย์ในประเทศไทยรวม จำนวน 20,272 คน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นนักท่องเที่ยวจากเยอรมนีสหรัฐฯ สหราชอาณาจักร และฝรั่งเศสสำหรับนักท่องเที่ยวชาวไทยในเดือนตุลาคม 2564 อยู่ที่4,596,227 คน 

ทุกภาคส่วนทั้งรัฐวิสาหกิจและการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย เร่งรัดเบิกจ่ายรัฐวิสาหกิจและส่งเสริมโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจ เพื่อกระตุ้นให้เกิดกิจกรรมทางเศรษฐกิจในมิติต่าง ๆเ พื่ออัดฉีดเงินสู่ระบบ ในช่วงโค้งสุดท้ายของปีเพื่อรักษาโมเม้นตัมการเติบโตทางเศรษฐกิจไทยฟื้นตัวอย่างเข้มแข็งและต่อเนื่องไปถึงปีหน้า

ซึ่งหลายฝ่ายรวมทั้งกระทรวงการคลังยังยืนยันประเมินการเติบโตเศรษฐกิจไทยในปี 65 อยู่ที่ร้อยละ 4 แม้ไวรัสโควิด-19 จะมีการกลายพันธุ์ ซึ่งทั่วโลกขณะนี้ รวมทั้งประเทศไทยโดยนายกรัฐมนตรีในฐานะผู้อำนวยการศบค.ได้สั่งให้มีมาตรการสกัดกั้นการแพร่ระบาดไวรัสโควิด -19 โอไมครอน  อย่างเด็ดขาดด้วย นายธนกรฯ กล่าว