“จุรินทร์” ยันพรรคให้ที่ยืนทุกคน โยนถาม นิพิฏฐ์ เหตุผลเตรียมลาออก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/494841

30 พ.ย. 2564 |10:00 น.

"จุรินทร์" ยันพรรคให้ที่ยืนทุกคน โยนถาม นิพิฏฐ์ เหตุผลเตรียมลาออก

หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ “จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ ” ยันพรรคให้ที่ยืนทุกคน แจง ตำแหน่งมีจำกัด ต้องเป็นไปตามมติพรรคและความเหมาะสม โยนถาม “นิพิฏฐ์” เหตุผลเตรียมลาออก ปชป. ปัด ตอบกระแสร่วมพรรคกับ 4 กุมาร

“นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์” รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวถึงกรณีที่นายนายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ อดีตส.ส.พัทลุง และอดีตรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) เตรียมยื่นหนังสือลาออกจากพรรค ว่า เรื่องนี้ นายนิพนธ์ บุญญามณี รองหัวหน้าพรรค และรักษาการรองหัวหน้าพรรคที่ดูแลภาคใต้ได้ชี้แจงเรื่องนี้ไปแล้ว โดยยืนยันว่าพรรคให้ที่ยืนในเรื่องอะไร 

ส่วนกรณีนี้จะสะท้อนอะไรเพราะ อดีต ส.ส. 5 สมัย ที่อยู่กับพรรคประชาธิปัตย์มานานเตรียมลาออกนั้น “นายจุรินทร์” ระบุว่ากรณีนี้ต้องมองทั้ง 2 ด้านจะมองแค่พรรคอย่างเดียวไม่ได้ต้องดูที่ตัวบุคคลด้วยว่ามีเหตุผลอะไร  ซึ่งพรรคไม่สามารถตอบแทนได้

อย่างไรก็ตามยืนยันว่าในส่วนของพรรค พร้อมให้โอกาสและให้ที่ยืนกับทุกคนตามความเหมาะสมและตามตำแหน่งที่มี อย่างในกรณีที่มีตำแหน่ง แต่มีผู้ที่ต้องการตำแหน่งดังกล่าวจำนวนมากก็ต้องเป็นมติของพรรคในการตัดสินใจเช่น ตำแหน่งรัฐมนตรีที่มีอยู่จำกัด แต่ตำแหน่งใดหรือหน้าที่ใดที่ให้ได้พรรคก็ยินดีที่จะพิจารณาตามมติและความเหมาะสม 

นายจุรินทร์ ยังยืนยันว่า ที่ผ่านมาได้พูดคุยกับนายนิพิฏฐ์ เป็นระยะอยู่แล้ว แต่เป็นเรื่องภายในยังไม่ขอเปิดเผย  และนายนิพิฏฐ์ ยังไม่ได้ลาออกจากพรรค จึงไม่ขอให้ความเห็น 

ส่วนกระแสที่นายนิพิฏฐ์ จะไปร่วมพรรคการเมืองกับ 4 กุมาร นั้น ตนไม่ทราบและตะไม่ไปก้าวล่วงพรรคอื่น 

“พล.อ.ประวิตร” เผยเลื่อนงานเลี้ยงพรรคร่วมฯ รอ โควิด-19 คลี่คลาย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/494831

30 พ.ย. 2564 |09:00 น.

"พล.อ.ประวิตร" เผยเลื่อนงานเลี้ยงพรรคร่วมฯ รอ โควิด-19 คลี่คลาย

“พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ” รองนายกฯ เผย เลื่อนงานเลี้ยงพรรคร่วมฯเหตุเพราะโควิด-19 รอคลี่คลาย หลุด ขอบคุณประชาชนเลือกพรรคพลังประชารัฐ เลือก อบต. ได้มา 4,500 ที่นั่ง

“พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ” รองนายกรัฐมนตรี และหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ กล่าวถึงการเลื่อนงานเลี้ยงพรรคร่วมรัฐบาล จากวันที่ 3 ธันวาคม ออกไปว่า เป็นเพราะสถานการณ์โควิด-19 จึงต้องเลื่อนไปก่อนให้สถานการณ์คลี่คลาย 

ส่วนที่มีกระแสข่าวว่างานดังกล่าวจะมีประกาศสัตยบรรณ บังคับให้สนับสนุนพลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกรัฐมนตรี อีกสมัยนั้น “พล.อ ประวิตร” ย้ำว่า ก็ต้องสนับสนุน พลเอก ประยุทธ์ อยู่แล้ว ส่วนพรรคร่วมก็แล้วแต่

ส่วนที่มีการตั้งข้อสังเกตการลงพื้นที่ในช่วงนี้ถี่ จนถูกฝ่ายค้านวิพากษ์วิจารณ์นั้น “พล.อ.ประวิตร” กล่าวว่า ไปติดตามสถานการณ์น้ำ โครงสร้างพื้นฐาน เพื่อให้ประชาชนอยู่ดีกินดีขึ้น

“พล.อ.ประวิตร”ยังกล่าวถึงกระแสข่าวกลุ่มสามมิตรจะย้ายไปพรรคเพื่อไทย ว่าต้องไปสอบถามกลุ่มสามมิตรดู ถ้าเขาบอกไม่ไปก็ไม่ไป

ส่วนข่าวที่เกิดขึ้น เป็นเพราะต้องการบีบ “พล.อ.ประวิตร” กับ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า เลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ ที่ไม่ให้กลุ่มสามมิตรมีบทบาทในพรรคหรือไม่นั้น “พล.อ.ประวิตร” กล่าวย้ำว่าไม่มีอะไร ให้ไปถามกลุ่มสามมิตร และยืนยันไม่มีการงัดกันระหว่าง พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และพลเอกประวิตร ซึ่งต้องไปถามกลุ่มสามมิตรเองว่าทำไมมีข่าวลักษณะนี้

ส่วนการเลือกตั้ง อบต. และ ส.อบต. เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา พลเอก ประวิตร บอกว่า ได้มา 4,500 ที่นั่ง ต้องขอบคุณประชาชนที่เลือกพรรคพลังประชารัฐ ก่อนย้อนถามสื่อว่า ไม่เห็นชมเลยว่าได้เยอะ ทั้งนี้เป็นที่น่าสังเกตว่าก่อนหน้านี้พรรคพลังประชารัฐยืนยันว่าจะไม่ส่งผู้สมัครลงสนามเลือกตั้งท้องถิ่น เพราะเกรงว่าจะขัดกับมาตรา 34 พ.ร.บ.เลือกตั้งท้องถิ่น

ด่วนลุ้น “ครม.” วันนี้จ่ายเงินประกันราคาข้าว 1.55 แสนล้าน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/494816

30 พ.ย. 2564 |07:00 น.

ด่วนลุ้น "ครม." วันนี้จ่ายเงินประกันราคาข้าว 1.55 แสนล้าน

ด่วนลุ้นวาระ “ครม.” เคาะจ่ายเงินประกันราคาข้าว 1.55 แสนล้านบาท-ประกันรายได้ยางพารา ระยะที่ 1- ต่อ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ออกไปอีก 2 เดือน 1 ธ.ค.64 – 31 ม.ค.65 -ขสมก.-ร.ฟ.ท. ขอเงินอุดหนุนรถเมล์-รถไฟฟรี ปี 65

วันที่30 พ.ย. 64 วาระ “ครม.” วันนี้ ลุ้น โครงการประกันรายได้ข้าว ช่วยเหลือชาวนา ไร่ละ 1,000 บาท สูงสุด 20 ไร่ รับเงิน 2 หมื่นบาท  และเงินจ่ายค่าส่วนต่าง ตั้งแต่ งวด 3 ถึง งวด 7 สำหรับข้าวมีการจ่ายเงินส่วนต่างทั้งหมด 33 งวด จ่ายไปแล้ว 2 งวด  และจะมีการขยายเพดานวินัยการคลังจากไม่เกิน 30% เพิ่มขึ้น 

ก่อนหน้านี้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีโพสต์เฟซบุ๊ก ว่าได้มอบหมายให้กระทรวงการคลังและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เร่งหางบประมาณมาให้เกษตรกรในโครงการต่างๆ เช่น โครงการประกันรายได้ข้าว โครงการสินเชื่อชะลอการขายข้าว  โครงการสนับสนุนค่าบริหารจัดการข้าวเพื่อช่วยเหลือเรื่องต้นทุนการผลิตข้าว โครงการประกันรายได้ยางพารา โครงการประกันรายได้ปาล์มน้ำมัน ฯลฯ

ขอแจ้งให้ทราบว่ารัฐบาลสามารถจัดสรรเงินให้ความช่วยเหลือเกษตรกรได้เพิ่มเติมอีก 155,000 ล้านบาท โดยจะเสนอให้ที่ประชุม ครม.อนุมัติในวันอังคารที่ 30 พ.ย.64  จากนั้น ก็จะมีการเบิกจ่ายผ่านธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ถึงบัญชีเกษตรกรโดยตรง 

ทั้งนี้มีรายละเอียดวาระการประชุมที่สำคัญและน่าสนใจ ดังนี้


-ขออนุมัติวงเงินโครงการประกันรายได้เกษตรผู้ปลูกข้าว ปี 2564/65 เพิ่มเติม โครงการสนับสนุนค่าบริหารจัดการและพัฒนาคุณภาพผลผลิต เกษตรกรผู้ปลูกข้าว ปีการผลิต 2564/65 

-ขออนุมัติโครงการประกันรายได้เกษตรชาวสวนยาง ระยะที่ 1

-รายงานผลความคืบหน้าการดำเนินคดีอาญากับผู้เกี่ยวข้องกับการทุจริตในการดำเนินงานโครงการต่าง ๆ ภายใต้พระราชกำหนดให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหา เยียวยา และฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคม ที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 พ.ศ.2563
 

-การขยายระยะเวลาการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินในทุกเขตท้องที่ทั่วราชอาณาจักรเพื่อแก้ปัญหาการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อโควิด-19 (คราวที่ 15) ออกไปอีก 2 เดือน หรือ ตั้งแต่วันที่ 1 ธันวาคม 2564 จนถึงวันที่ 31 มกราคม 2565

-ขอความเห็นชอบวงเงินอุดหนุนบริการสาธารณะ ประจำปีงบประมาณ 2565 ขององค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพและการรถไฟแห่งประเทศไทย
 

-เรื่องเพื่อทราบ หากไม่มีข้อทักท้วงให้ถือเป็นเรื่องที่ ครม.เห็นชอบ/อนุมัติ อาทิ ผลการพิจารณารายงานการพิจารณาศึกษา เรื่อง แนวทางการบริหารจัดการการท่องเที่ยวทางน้ำอย่างยั่งยืนในยุค New Normal ของคณะกรรมาธิการท่องเที่ยว วุฒิสภา

-ร่างกฎกระทรวง ฉบับที่ .. (พ.ศ. ….) ออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการยื่นรายการ แบบ คำร้อง คำขอ หรือ เอกสารอื่นใดตามประมวลรัษฎากรบนระบบอิเล็กทรอนิกส์

-ร่างกฎกระทรวง (พ.ศ. ….) ออกตามความในพระราชบัญญัติเครื่องแบบทหาร พุทธศักราช 2477 ว่าด้วยเครื่องแบบทหารบก ฉบับที่ ..

-ผลการพิจารณารายงานพิจารณาศึกษาเรื่อง การบริหารจัดการด้านกฎหมาย ในกรณีที่คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติเห็นสมควรดำเนินการไกล่เกลี่ย ประนีประนอมข้อพิพาทในด้านสิทธิมนุษยชนของคณะกรรมาธิการกิจการองค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญวุฒิสภา

-การเสนอความเห็นการขอจัดตั้งทุนหมุนเวียนของคณะกรรมการนโยบายการบริหารทุนหมุนเวียน

-ผลการประชุมความร่วมมือระดับสูงระหว่างไทย-มณฑลกวางตุ้ง ครั้งที่ 1

-ผลการประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศกรอบความร่วมมือลุ่มน้ำโขง-สาธารณรัฐเกาหลี ครั้งที่ 11

-รายงานผลการดำเนินการตามมาตรา 17 แห่งพระราชบัญญัติการบริหารหนี้สาธารณะ พ.ศ.2548 และที่แก้ไขเพิ่มเติม ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2564

-รายงานประจำปี 2563 ของสถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข

-รายงานสถานการณ์วิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมปี 2564

-ผลการศึกษาและข้อเสนอด้านกฎหมายในการพัฒนาตลาดคาร์บอนในประเทศไทย

-รายงานความคืบหน้าร่างพระราชบัญญัติการสอบสวนคดีอาญา พ.ศ. ….


-ร่างพระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการยกเว้นรัษฎากร (ฉบับที่ ..) พ.ศ. …. (มาตรการภาษีเพื่อสนับสนุนการบริจาคด้านสาธารณสุข)

-ร่างพระราชบัญญัติกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. ….

-ร่างพระราชบัญญัติข้าราชการฝ่ายอัยการ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. …. (แก้ไขเพิ่มเติมการพ้นจากตำแหน่งของข้าราชการฝ่ายอัยการ)

-การตรวจลงตราเพื่อการรักษาพยาบาล ระยะเวลา 1 ปี (Medical Treatment Visa) รหัส Non-MT ถ้อยแถลงร่วมของการประชุมระหว่างประเทศ ว่าด้วยความร่วมมือ ด้านวัคซีนป้องกันโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) ครั้งที่ 1


เรื่องวาระเพื่อพิจารณา เพิ่มเติม อาทิ

-เรื่องวาระสำคัญของรัฐบาล อาทิ ร่างแผนพัฒนาการท่องเที่ยวแห่งชาติ (พ.ศ.2564-2565)

-ผลการพิจารณาของคณะกรรมการกลั่นกรองการใช้จ่ายเงินกู้ ภายใต้พระราชกำหนดฯ เพิ่มเติม พ.ศ.2564 ในคราวประชุมครั้งที่ 16/2564

-รายงานผลการดำเนินการตามมาตรา 10 แห่งพระราชกำหนดให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหา เยียวยา และฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคม ที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 พ.ศ.2563 และมาตรา 8 แห่งพระราชกำหนดให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจและสังคมจากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 เพิ่มเติม พ.ศ.2564 ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2564 รวม 2 ฉบับ

-การจัดการทำแผนการ (Roadmap) สำหรับการดำเนินความสัมพันธ์ไทย-ฝรั่งเศส (ค.ศ.2021 – 2023)

-เรื่องทราบเพื่อเป็นข้อมูล อาทิ รายงานการผลักดันทรัพย์สินออกจากระบบการบังคับคดี ประจำงบประมาณ พ.ศ.2564 ไตรมาส 4 ของกรมบังคับคดี

-การดำรงตำแหน่งประธานองค์การสถาบันการตรวจสอบสูงสุดแห่งเอเชีย วาระปี พ.ศ.2564-2567

ราชกิจจาฯเผยแพร่คำวินิจฉัยศาลรธน.ปมขบวนการ “ล้มล้างการปกครองฯ” ฉบับเต็ม

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/494798

29 พ.ย. 2564 |19:00 น.

ราชกิจจาฯเผยแพร่คำวินิจฉัยศาลรธน.ปมขบวนการ "ล้มล้างการปกครองฯ" ฉบับเต็ม

ต้องอ่าน ราชกิจจาฯ เผยแพร่คำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญฉบับเต็ม ปม 3 แกนนำ รุ้ง-ไมค์ -อานนท์ และเครือข่ายขบวนการเข้าข่าย “ล้มล้างการปกครองฯ” เผยข้อมูลหน่วยงานข่าวกรองติดตามตรวจสอบพร้อมคำชี้แจงของแกนนำละเอียดยิบ

ในที่สุดราชกิจจาฯ ได้เผยแพร่คำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญฉบับเต็ม กรณีที่นายณฐพร โตประยูร อดีตที่ปรึกษาประธานผู้ตรวจการแผ่นดิน ขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 49 ว่าการกระทำของ นายอานนท์ นำภา นายภาณุพงศ์ จาดนอก(ไมค์) น.ส.ปนัสยา สิทธิจิรวัฒนกุล (รุ้ง)  ชุมนุมปราศรัยเพื่อเสนอข้อเรียกร้องเป็นการใช้สิทธิหรือเสรีภาพเพื่อล้มล้างการปกครองระบบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 49 วรรคหนึ่งหรือไม่ ออกมาเป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยประกาศลงราชกิจจานุเบกษา เมื่อวันที่ 29 พ.ย.2564  ฉบับกฤษฎีกา เล่ม 138 ตอน 80 ก

ราชกิจจาฯเผยแพร่คำวินิจฉัยศาลรธน.ปมขบวนการ "ล้มล้างการปกครองฯ" ฉบับเต็ม

ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 10 พ.ย.64  ศาลรัฐธรรมนูญได้อ่านคำวินิจฉัยว่า การ กระทำของ นายอานนท์ นำภา นายภาณุพงศ์ จาดนอก(ไมค์) น.ส.ปนัสยา สิทธิจิรวัฒนกุล (รุ้ง) เป็นการชุมนุมปราศรัยเพื่อเสนอข้อเรียกร้องเป็นการใช้สิทธิหรือเสรีภาพเพื่อล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 49 วรรคหนึ่ง 

การกระทำผู้ถูกร้องเป็นการกระทำไม่ถูกต้อง มีการกระทำเป็นขบวนการ บ่อนเซาะทำลายระบอบปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข 

“การกระทำของผู้ถูกร้องทั้งสาม  เป็นการใช้สิทธิหรือเสรีภาพเพื่อล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 49 วรรคหนึ่ง และสั่งการให้ผู้ถูกร้องทั้งสามและกลุ่มองค์กรเครือข่ายเลิกกระทำการต่อไปด้วย “

คำวินิจฉัยดังกล่าว ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญมีมติเสียงข้างมาก 8 เสียง ประกอบด้วย 1. นายวรวิทย์ กังศศิเทียม 2.นายทวีเกียรติ มีนะกนิษฐ  3. นายปัญญา อุดชาชน 4. นายนครินทร์ เมฆไตรรัตน์ 5.นายวิรุฬห์  แสงเทียน 6. นายจิรนิติ หะวานนท์  7. นายนภดล เทพพิทักษ์ 8.นายบรรจงศักดิ์  วงศ์ปราชญ์  สำหรับตุลาการศาลรัฐธรรมนูญเสียงข้างน้อย 1 เสียง คือ นายอุดม สิทธิวิรัชธรรม 

สำหรับคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญฉบับเต็มที่ประกาศลงราชกิจจานุเบกษา ระบุไว้ตอนท้ายว่า  การใช้สิทธิหรือเสรีภาพของผู้ถูกร้องที่ ๑ ที่ ๒ และที่ ๓ ไม่เป็นไปตามหลักการประชาธิปไตย การกระทําของผู้ถูกร้องที่ ๑ ที่ ๒ และที่ ๓ เป็นการอ้างสิทธิหรือเสรีภาพเพียงอย่างเดียว โดยไม่คํานึงถึงหลักความเสมอภาค และภราดรภาพ ผู้ถูกร้องที่ ๑ ที่ ๒ และที่ ๓ ใช้เสรีภาพ ในการแสดงความคิดเห็น โดยไม่รับฟังความเห็นของผู้อื่น ไม่ยอมรับความเห็นที่แตกต่างของบุคคล จนถึงกับล่วงละเมิดสิทธิส่วนตัวของบุคคลอื่นที่เห็นต่างด้วยการด่าทอ รบกวนพื้นที่ส่วนตัว ยุยงปลุกปั่น ด้วยข้อเท็จจริงที่บิดเบือนจากความจริง ซึ่งปรากฏข้อเท็จจริงประจักษ์ว่าการกระทําของผู้ถูกร้องที่ ๑ ที่ ๒ และที่ ๓ มีการจัดตั้งกลุ่มในลักษณะองค์กรเครือข่ายกระทําการใช้ความรุนแรงต่อเนื่อง

ราชกิจจาฯเผยแพร่คำวินิจฉัยศาลรธน.ปมขบวนการ "ล้มล้างการปกครองฯ" ฉบับเต็ม

บางเหตุการณ์ผู้ถูกร้องที่ ๑ ที่ ๒ และที่ ๓ มีส่วนจุดประกายโดยการปราศรัยปลุกเร้าให้เกิดความรุนแรง ในบ้านเมือง ทําให้เกิดความแตกแยกของคนในชาติ อันเป็นการทําลายหลักการความเสมอภาค และภราดรภาพ ผลของการกระทําของผู้ถูกร้องที่ ๑ ที่ ๒ และที่ ๓ นําไปสู่การล้มล้างระบอบ ประชาธิปไตยในที่สุด

นอกจากนี้ ข้อเท็จจริงยังปรากฏว่า การชุมนุมหลายครั้ง มีการทําลาย พระบรมฉายาลักษณ์ของพระมหากษัตริย์ การแสดงออกโดยลบแถบสีน้ําเงินซึ่งหมายถึงองค์พระมหากษัตริย์ออกจากธงไตรรงค์ ข้อเรียกร้อง ๑๐ ประการ ของผู้ถูกร้องที่ ๑ ที่ ๒ และที่ ๓

เช่น การยกเลิก มาตรา ๖ ของรัฐธรรมนูญ การยกเลิกการบริจาคและรับบริจาคโดยเสด็จพระราชกุศล การยกเลิก พระราชอํานาจในการแสดงความคิดเห็นทางการเมืองในที่สาธารณะ เป็นข้อเรียกร้องที่ทําให้สถานะ ของสถาบันพระมหากษัตริย์ไม่เป็นไปตามประเพณีการปกครองในระบอบประชาธิปไตยของชาติไทย ที่ยึดถือปฏิบัติกันตลอดมา ทั้งพฤติการณ์และเหตุการณ์ต่อเนื่องจากการกระทําของผู้ถูกร้องที่ ๑ ที่ ๒ และที่ ๓ แสดงให้เห็นมูลเหตุจูงใจของผู้ถูกร้องที่ ๑ ที่ ๒ และที่ ๓ ว่าการใช้สิทธิหรือเสรีภาพ ของผู้ถูกร้องที่ ๑ ที่ ๒ และที่ ๓ มีเจตนาซ่อนเร้นเพื่อล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ไม่ใช่เป็นการปฏิรูป การใช้สิทธิหรือเสรีภาพของผู้ถูกร้องที่ ๑ ที่ ๒ และที่ ๓ เป็นการแสดงความคิดเห็น โดยไม่สุจริต เป็นการละเมิดกฎหมาย มีมูลเหตุจูงใจเพื่อล้มล้างการปกครองในระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๔๙ วรรคหนึ่ง แม้เหตุการณ์ตามคําร้อง ผ่านพ้นไปแล้ว แต่หากยังคงให้ผู้ถูกร้องที่ ๑ ที่ ๒ และที่ ๓ รวมทั้งกลุ่มในลักษณะองค์กรเครือข่าย กระทําการดังกล่าวต่อไป ย่อมไม่ไกลเกินเหตุที่จะนําไปสู่การล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข

ราชกิจจาฯเผยแพร่คำวินิจฉัยศาลรธน.ปมขบวนการ "ล้มล้างการปกครองฯ" ฉบับเต็ม

รัฐธรรมนูญ มาตรา ๔๙ วรรคสอง ให้ศาลรัฐธรรมนูญ มีอํานาจสั่งการให้เลิกการกระทําดังกล่าวที่จะเกิดขึ้นอีกในอนาคตได้ อาศัยเหตุผลดังกล่าวข้างต้น จึงวินิจฉัยว่า การกระทําของผู้ถูกร้องที่ ๑ ที่ ๒ และที่ ๓ เป็นการใช้สิทธิหรือเสรีภาพเพื่อลบมล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๔๙ วรรคหนึ่ง และสั่งการให้ผู้ถูกร้องที่ ๑ ที่ ๒ และที่ ๓ รวมทั้ง กลุ่มองค์กรเครือข่ายเลิกกระทําการดังกล่าวที่จะเกิดขึ้นต่อไปในอนาคตด้วย ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๔๙ วรรคสอง 

คลิกอ่านคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญฉบับเต็ม >>>

คำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ คำวินิจฉัยที่ ๑๙/๒๕๖๔ เรื่อง คำร้องขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๔๙ [ระหว่าง นายณฐพร โตประยูร ผู้ร้อง นายอานนท์ นำภา ที่ ๑ นายภาณุพงศ์ จาดนอก ที่ ๒ นางสาวปนัสยา สิทธิจิรวัฒนกุล ที่ ๓ นายพริษฐ์ ชิวารักษ์ ที่ ๔ นางสาวจุฑาทิพย์ ศิริขันธ์ ที่ ๕ นางสาวสิริพัชระ จึงธีรพานิช ที่ ๖ นายสมยศ พฤกษาเกษมสุข ที่ ๗ นางสาวอาทิตยา พรพรม ที่ ๘ ผู้ถูกร้อง

เปิดนิทรรศการ ” เทิดไท้องค์อัครศิลปิน “

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/494788

29 พ.ย. 2564 |19:00 น.

เปิดนิทรรศการ " เทิดไท้องค์อัครศิลปิน "

” รมต. เอนก ” เปิดนิทรรศการ ” เทิดไท้องค์อัครศิลปิน ” เทิดพระเกียรติ” พระเจ้าอยู่หัวภูมิพล” ศิลปินหลายสาขา นำผลงานร่วมแสดงมากมาย ประชาชน สนใจเข้าชมงานได้ ตั้งแต่ 29 พย นี้

เมื่อวันที่ 29 พฤศจิกายน 2564 ที่แปซิฟิค คลับ ชั้น 28 อาคาร ทูแปซิฟิคเพลส  นายเอนก เหล่าธรรมทัศน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม เป็นประธานเปิดนิทรรศการ ” เทิดไท้องค์อัครศิลปีน”

เปิดนิทรรศการ " เทิดไท้องค์อัครศิลปิน "

นายเอนก  กล่าวตอนหนึ่งในการเปีดงานว่า รู้สึกเป็นเกียรติที่รับเชิญให้มาเป็นประธานในพืธี เปิดนิทรรศการที่มิใชนิทรรศการศิลปะธรรมดา หากแต่ เป็นนิทรรศการที่แสดงออกถึงความรัก ความเคารพ ที่มีต่อ องค์พระมหากษัตริย์ผู้ยิ่งใหญ่ที่สุดพระองค์หนึ่ง ของคนไทย พระองค์ทรงพระปรีชาสามารถมากมาย หลายด้าน ทรงงานหนักเพื่อความสุข ความอยู่ดีกินดีของเหล่าพสกนิกรของพระองค์ ตลอดเวลา 89 พรรษา พระองค์ไม่ได้ว่างเว้นต่อการทรงคิด ทรงสร้าง สิ่งต่างๆมากมาย จนเป็นที่ยอมรับในแนวพระราชดำริของพระองค์ท่าน เช่น แนวคิดเศรษฐกิจพอเพียง ที่เป็นแนวพระราชดำริที่สำคัญ และใช้ได้จริง จนมีนานาชาติได้นำไปใช้อย่างได้ผล ตลอดในช่วงพรรษาของพระองค์ท่าน ท่านทรงพระราชดำริโครงการต่างๆไว้ถึง 4,741 โครงการ

เปิดนิทรรศการ " เทิดไท้องค์อัครศิลปิน "

ในทางศิลปะ พระองค์ทรงมีพระปรีชาสามารถ เป็นที่ยอมรับ ทรงงานด้านจิตรกรรมไว้ไม่น้อยกว่า 60 องค์ จนถึงปี พ.ศ. 25 10 พระองค์ จึงทรงหยุดทรงงานด้านจิตรกรรม ด้วยพระราชกรณียกิจ ด้านอื่นๆมากมาย

แต่กระนั้นก็ยังคงสนับสนุน เหล่าศิลปีนให้ทำงานศิลปะ เช่น ทรงให้เหล่าศิลปีนร่วมกันเขียนภาพประกอบ พระราชนิพนธ์ พระมหาชนก จนเป็นที่กล่าวขานมาจนทุกวันนี้

ด้านนายอำมฤทธิ์ ชูสุวรรณ รองอธิการบดีฝ่ายศิลปวัฒนธรรม มหาวิทยาลัยศิลปากร ศิลปินแห่งชาติ กล่าวรายงานวัตถุประสงค์การจัดงาน ตอนหนึ่งว่า ในฐานะหัวหน้ากลุ่มศิลปินร่วมกันน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ ขององค์พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดช มหาราช บรมนารถบพิต ในทุกปีเหล่าศิลปีนจะร่วมกันจัดงานแสดงศิลปะที่แปซิฟิคซิตี้ คลับ

เปิดนิทรรศการ " เทิดไท้องค์อัครศิลปิน "

เพื่อแสดงออกถึงความรัก ความเคารพ ที่มีในจิตใจของเหล่าศิลปีน ที่ยังไม่เสื่อมคลาย พระองค์ท่านคือองค์อัครศิลปิน ที่ยิ่งใหญ่ในจิตใจของพวกเรา พระองค์ได้ทรงรังสรรค์ผลงานศิลปะ ในแขนงจิตรกรรม ประติมากรรม ดนตรี และพระราชนิพนธ์ต่างๆมากมายได้รับการยกย่อง จากทุกองค์กรสำคัญในด้านศิลปะ จนได้รับพระสมัญญานามว่าเป็นองค์เอกอัครศิลปิน ที่มีพระองค์เดียวในประเทศไทย แม้พระองค์ท่านเสด็จสู่สวรรคาลัยแล้ว แต่พวกเรายังระลึกถึงพระองค์ท่านอยู่เสมอ

ในปี 256 4 นี้ เหล่าศิลปีน ได้รังสรรค์นำผลงานมาแสดงเป็น จำนวนมาก ศิลปินที่ร่วมนำผลงานมาแสดงในครั้งนี้ อาทิ รศ. ธีรวัฒน์ งามเชื้อชิต ,ผศ.ศุภวัฒน์ อภิวัฒนภิโกวิท, นายนกดล โชตะสิร, นายศักดิ์วุฒิ วิเศษมณี , ผศ.ไพโรจน์ วังบอน อาจารย์ประจำภาควิชา
จิตรกรรม คณะจิตรกรรม ประติมากรรมและภาพพิมพ์ มหาวิทยาลัยศิลปากร,นายศักชัย อุทธิโท, นายจิตต์สิงห์ สมบุญ และท่านอื่นๆอีกมากมาย

เปิดนิทรรศการ " เทิดไท้องค์อัครศิลปิน "

และในปีนี้ มีศิลปินต่างชาติชาวเบลเยี่ยม Mr. จอร์จ คอลิน ร่วมแสดงผลงานด้วย สำหรับนิทรรศการ ” เทิดไท้องค์อัครศิลปิน ” ได้จัดขึ้นตั้งแต่วันที่ 29 พ.ย.2564 เป็นต้นไป ประชาชนทั่วไป สามารถเข้าชมงานดังกล่าวได้ที่ แปซิฟิคคลับ ชั้น 28 อาคาร ทูแปซิฟิค เพลส ถนนสุขุมวิท กรุงเทพฯ และหากผู้ใดสนใจผลงานที่แสดงสามารถติดต่อได้ในงานดังกล่าว

“บิ๊กป้อม พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ”ลงพื้นที่น่านเปิดตัวผู้สมัคร ส.ส. 3 เขต

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/494782

29 พ.ย. 2564 |17:00 น.

"บิ๊กป้อม พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ”ลงพื้นที่น่านเปิดตัวผู้สมัคร ส.ส. 3 เขต

“บิ๊กป้อม พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ” ลงพื้นที่น่าน ติดตามสถานการณ์น้ำในพื้นที่ พร้อมเปิดตัวว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.พรรคพลังประชารัฐ ด้าน ร.อ.ธรรมนัส เผยผู้สมัครทั้งสาม จะเข้ามาช่วยผลักดันขับเคลื่อนพัฒนาเมืองน่าน

วันที่ 29 พ.ย.64 ที่ห้องประชุมศาลากลาง จังหวัดน่าน “พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ” รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะผู้อำนวยการกองอำนวยการน้ำแห่งชาติ (กอนช.)และหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ลงพื้นที่ตรวจราชการและติดตามสถานการณ์น้ำและการบริหารจัดการน้ำในพื้นที่

 ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า เลขาธิการพรรค นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ เหรัญญิกพรรค นายวิรัช รัตนเศรษฐ ส.ส.บัญชีรายชื่อ และกรรมการบริหารพรรค นายบุญสิงห์ วรินทร์รักษ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อในฐานะนายทะเบียนพรรค นายสิระ เจนจาคะ ส.ส.กทม. นาย จีรเดช ศรีวิราช ส.ส.พะเยา และนายภาคภูมิ บูรณ์ประมุข ส.ส.ตาก นายวิบูรณ์ แววบัณฑิต ผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน พร้อมข้าราชการในพื้นที่ให้การต้อนรับอย่างพร้อมเพรียงภายใต้มาตรการป้องกันโควิด-19 เคร่งครัด

จากนั้นนายวิบูรณ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน ได้กล่าวรายงานผลการขับเคลื่อนโยบายรัฐบาลในพื้นที่จังหวัดน่านและโอกาสการพัฒนาเศรษฐกิจจากการก่อสร้างสะพานเชื่อมโยงเศรษฐกิจภูมิภาคผาเวียง  ขณะที่ นายสุรสีห์ กิตติมณฑล เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ(สทนช.)นำเสนอภาพรวมบริหารจัดการน้ำตามมาตรการกอนช.ในพื้นที่จังหวัดน่าน ตามลำดับ

"บิ๊กป้อม พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ”ลงพื้นที่น่านเปิดตัวผู้สมัคร ส.ส. 3 เขต

ทั้งนี้ “พล.อ.ประวิตร” กล่าวว่า รัฐบาลให้ความสำคัญเรื่องน้ำอย่างต่อเนื่อง เพื่อป้องกันแก้ไขปัญหาภัยแล้งและเก็บกักน้ำในฤดูฝนที่ผ่านมา พร้อมมอบหมาย สทนช.บูรณาการหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจัดทำแผนจัดสรรน้ำ รวมถึงกำหนดแนวทางและมาตรการในการป้องกันแก้ไขปัญหาน้ำแล้ง-น้ำหลากในระยะยาว

นอกจากนี้รัฐบาลยังให้ความสำคัญและติดตามในการเร่งรัดพัฒนาเส้นทางเชื่อมโยง จ.น่าน-พะเยา และการก่อสร้างสะพานและถนนเชื่อมโยงเศรษฐกิจภูมิภาค ผาเวียง-ปากนาย ตามข้อเสนอของจังหวัดน่าน เพื่อสร้างความเจริญ และความอยู่ดีกินดีของประชาชนในพื้นที่ต่อไป

จากนั้น “พล.อ.ประวิตร” พร้อมคณะเดินทางต่อไปยังโครงการเพิ่มประสิทธิภาพการกักเก็บน้ำสระน้ำบ้านศรีเกิด ม.3 ต.ไชยสถาน อ.เมือง จ.น่าน โอกาสนี้พล.อ.ประวิตร และคณะได้ร่วมพบปะผู้นำชุมนุมและประชาชนในพื้นที่ พร้อมเปิดตัวว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.ของพรรค ในพื้นที่จังหวัดน่าน ได้แก่ นายสักก์สีห์ พลสันติกุล ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.เขต 1, นายพิชิต โมกข์ศรี ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.เขต2 และนายฉัตรชัย จิตตรง ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.เขต 3 โดย3 ว่าที่ผู้สมัครดังกล่าวแนะนำตัวเอง ซึ่งเป็นไปทิศทางเดียวกัน คือ การพัฒนาเมืองน่านให้ก้าวหน้าในอนาคต บนพื้นฐานของความเท่าเทียมกัน เชื่อมโยงทุกภาคส่วนของพลังคนรุ่นใหม่ ร่วมแก้ไขปัญหาปากท้องประชาชน

ข่าว- สันติไฌญ จารุพิพัฒน์บุตร 

“บิ๊กป้อม” ขึ้นเหนือช่วย “ชาวน่าน” แก้ภัยแล้ง ควบคู่พัฒนาเศรษฐกิจในพื้นที่

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/494772

29 พ.ย. 2564 |17:00 น.

“บิ๊กป้อม” ขึ้นเหนือช่วย "ชาวน่าน" แก้ภัยแล้ง ควบคู่พัฒนาเศรษฐกิจในพื้นที่

“บิ๊กป้อม” ขึ้นเหนือช่วย “ชาวน่าน” ติดตามแก้ภัยแล้ง ควบคู่พัฒนาเศรษฐกิจ เร่งรัดโครงการอ่าง “น้ำรี,ห้วยจ๊วก” แหล่งน้ำเพาะปลูก/อุปโภคบริโภค และเร่งสร้างสะพาน/เส้นทาง “ผาเวียง-ปากนาย” เชื่อมโยงเศรษฐกิจภูมิภาค รองรับยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปีของรัฐบาล

วันนี้ (29 พ.ย.) เวลา 14.00 น. พล.ต.พัชร์ชศักดิ์ ปฏิรูปานนท์ ผช.โฆษกรองนายกรัฐมนตรี  เปิดเผยว่าพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และในฐานะผอ.กองอำนวยการน้ำแห่งชาติและคณะ ได้เดินทางไปปฏิบัติราชการ จ.น่าน เพื่อติดตาม ขับเคลื่อนนโยบายของรัฐบาล ทั้งการพัฒนาเศรษฐกิจ และการบริหารจัดการน้ำในพื้นที่ จ.น่านและพื้นที่ภาคเหนือ เมื่อเดินทางถึงศาลากลาง จ.น่าน ได้รับฟังการบรรยายสรุป ภาพรวมการดำเนินงาน ขับเคลื่อนนโยบายรัฐบาลในพื้นที่ และการพัฒนาเศรษฐกิจ จากโครงการก่อสร้างสะพาน และถนนเชื่อมโยงเศรษฐกิจภูมิภาค จากนาย วิบูรณ์ แววบัณฑิต รักษาการแทน ผวจ.น่าน และรับทราบความคืบหน้าการบริหารจัดการน้ำและโครงการ 9 มาตรการรองรับสถานการณ์ขาดแคลนน้ำฤดูแล้ง  

“บิ๊กป้อม” ขึ้นเหนือช่วย "ชาวน่าน" แก้ภัยแล้ง ควบคู่พัฒนาเศรษฐกิจในพื้นที่

รวมทั้งการบริหารจัดการทรัพยากรลุ่มน้ำน่าน ปี 64-65 จาก สทนช.และ กรมชลประทาน โดยลุ่มน้ำน่าน มีพื้นที่ประมาณ 34,837 ตร.กม. ครอบคลุม 7 จังหวัดใกล้เคียง มีปริมาณน้ำ (ณ 25 พ.ย.64) 5,676 ล้าน ลบ.ม.( 53% ) ทั้งนี้ จ.น่าน มักจะได้รับผลกระทบจากภาวะการขาดแคลนน้ำ และภัยแล้ง เนื่องจากภาวะฝนทิ้งช่วงยาวนาน โดยเฉพาะเกษตรกรนอกเขตชลประทาน ที่ทำการเพาะปลูก และปัญหาขาดแคลนน้ำเพื่อการอุปโภคบริโภคในฤดูแล้ง ซึ่งเป็นปัญหาที่เกิดขึ้นเป็นประจำทุกปี และรัฐบาลกำลังเร่งแก้ปัญหาอย่างเร่งด่วน จาก 9 มาตรการรองรับสถานการณ์ขาดแคลนน้ำฤดูแล้ง ปี64/65 อยู่ในขณะนี้ และที่ผ่านมาปี 61-64 จ.น่านได้รับการสนับสนุน 2,565 โครงการ ประชาชนได้รับประโยชน์ 24,685 ครัวเรือน และได้รับงบกลางปี 64เพิ่มเติมอีก 27 โครงการ  

“บิ๊กป้อม” ขึ้นเหนือช่วย "ชาวน่าน" แก้ภัยแล้ง ควบคู่พัฒนาเศรษฐกิจในพื้นที่

สำหรับแผนงานบูรณาการฯปี 65 ได้รับการสนับสนุนอีก 1,285โครงการ รวมถึงโครงการสำคัญปี 66-67 อีก 8 โครงการ ซึ่งจะครอบคลุมการซ่อมแซม การก่อสร้าง ระบบส่งน้ำ,ฝาย,บ่อบาดาล,อ่างเก็บน้ำ รวมทั้งการขุดลอก เพื่อการแก้ปัญหาน้ำทั้งระบบ นอกจากนั้น ยังได้รับทราบแนวทางการพัฒนาเส้นทางเชื่อมโยง จ.น่าน-พะเยา และข้อเสนอการพัฒนาก่อสร้างสะพาน และถนนเชื่อมโยงเศรษฐกิจภูมิภาค จากกรมทางหลวง ซึ่งมี 2 เส้นทางคือ ทางหลวงหมายเลข 1091 สายจุน-น่าน ระยะทาง 134.8 ก.ม.และหมายเลข 1026 สายเวียงสา-ปากนาย ระยะทางรวม 75.9 ก.ม.

หลังจากนั้น พล.อ.ประวิตร ได้กล่าวมอบนโยบายที่สำคัญ แก่หน่วยงานที่รับผิดชอบ โดยกำชับให้จังหวัด, กรมชลประทาน เร่งรัดโครงการอ่างเก็บน้ำ “น้ำรี และห้วยจ๊วก” ให้แล้วเสร็จโดยเร็วและให้ สทนช.นำโครงการแก้ไขน้ำแล้งบรรจุในแผนแม่บทลุ่มน้ำรวมถึงให้กรมทางหลวง เร่งรัดโครงการก่อสร้าง เส้นทางเชื่อม จ.น่าน-พะเยา กับสะพาน และเส้นทาง ผาเวียง-ปากนาย  จากนั้น พล.อ.ประวิตร และคณะ ได้เดินทางต่อไปยังพื้นที่โครงการเพิ่มประสิทธิภาพการกักเก็บน้ำ สระน้ำบ้านศรีเกิด อ.เมือง จ.น่าน โดยรับฟังผลการดำเนินงานของโครงการจาก นอภ.เมืองน่าน ซึ่งได้รับการจัดสรรงบประมาณเพื่อการพัฒนา ตามแผนงาน ให้เป็นแหล่งน้ำเพื่อการอุปโภคและการเพาะปลูก พร้อมทั้งได้ปล่อยพันธุ์ปลาตะเพียน จำนวน 5,000 ตัว เพื่อขยายพันธุ์สัตว์น้ำส่งเสริมการประมงน้ำจืดพื้นบ้าน และพบปะพี่น้องประชาชนที่มาให้การต้อนรับ ก่อนเดินทางกลับ กทม.โดยสวัสดิภาพ

ปชป. ยัน นิพิฏฐ์ ยังเป็นสมาชิกพรรค พร้อมให้โอกาสคนทุกคน 

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/494761

29 พ.ย. 2564 |16:00 น.

ปชป. ยัน นิพิฏฐ์ ยังเป็นสมาชิกพรรค พร้อมให้โอกาสคนทุกคน 

ปชป. แจงปมนิพิฎฐ์ อินทรสมบัติ ย้ายสังกัด ด้านนิพนธ์ บุญญามณี ชี้ นิพิฎฐ์ ยังอยู่พรรคไม่ได้ลาออก หวังว่ากระแสข่าว ย้ายพรรคจะเป็นแค่ข่าวลือ

พรรคประชาธิปัตย์ 29 พ.ย. 2564 นางดรุณวรรณ ชาญพิพัฒนชัย รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ เปิดเผยว่าตามที่มีข่าวปรากฎผ่านสื่อว่า นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ จะลาออกจากพรรคประชาธิปัตย์ เพื่อไปร่วมงานทางการเมืองกับกลุ่มการเมืองอื่นนั้น ตนได้มีโอกาสพูดคุยกับนายนิพนธ์ บุญญามณี รองหัวหน้าพรรค และรักษาการรองหัวหน้าพรรคที่ดูแลภาคใต้ได้รับการยืนยันจากนายนิพนธ์ว่ากรณีของท่านนิพิฏฐ์นั้น ปัจจุบันยังเป็นสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์อยู่ 

ทั้งนี้พรรคประชาธิปัตย์จะให้โอกาสกับคนทุกคนที่ได้ร่วมงานทางการเมืองกับพรรค ตามสถานะและเงื่อนไขที่มีอยู่ โดยเฉพาะกรณีของท่านนิพิฏฐ์ แม้จะไม่สามารถนำการเลือกตั้งในภาคใต้ให้ได้รับชัยชนะอย่างเช่นเคยในการเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมา แต่หลังจากการเลือกตั้งในครั้งนั้นพรรคได้มีการเปลี่ยนแปลงทีมผู้บริหารพรรค โดยมีนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ มารับตำแหน่งหัวหน้าพรรค ซึ่งพรรคยังให้โอกาสท่านนิพิฏฐ์ เป็นรองหัวหน้าพรรคภาคใต้ต่อไป แต่เป็นที่น่าเสียดายว่า ท่านนิพิฏฐ์ได้มาลาออกจากตำแหน่งดังกล่าวในเดือนเมษายนที่ผ่านมา ซึ่งตรงกับวันทำบุญวันครบรอบวันเกิดพรรค เมื่อวันที่ 6 เมษายน 2564

นายนิพนธ์ ยังกล่าวต่อด้วยว่า เมื่อพรรคได้ตัดสินใจเข้าร่วมรัฐบาล พรรคก็ได้ตั้งท่านนิพิฏฐ์ มาดำรงตำแหน่งผู้ช่วยรัฐมนตรีของรองนายกรัฐมนตรีจุรินทร์ และยังเป็นอยู่จนถึงทุกวันนี้ นี่คือสิ่งที่อยากจะยืนยันให้ทุกคนได้รับทราบว่า พรรคประชาธิปัตย์ให้โอกาสกับคนทุกคน โดยเฉพาะท่านนิพิฏฐ์ ซึ่งถือเป็นกำลังสำคัญคนหนึ่งของพรรค

“ผมหวังว่าข่าวของท่านนิพิฏฐ์ จะเป็นเพียงข่าวลือ และไม่อยากให้เป็นข่าวจริง ยังอยากเห็นท่านนิพิฏฐ์ จะได้ร่วมทำงานเพื่อขับเคลื่อนพรรคไปด้วยกันในวันข้างหน้า” นายนิพนธ์กล่าว 

ด้านนางดรุณวรรณ ได้กล่าวเพิ่มเติมว่า พรรคประชาธิปัตย์เป็นพรรคที่เปิดพื้นที่และให้โอกาสกับคนทุกกลุ่ม โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ที่ร่วมทำงานกับพรรคด้วยความทุ่มเท เสียสละ และไม่เคยทอดทิ้ง พร้อมทั้งให้โอกาสในการทำงานที่สอดคล้องกับศักยภาพ และประสบการณ์ จึงเป็นที่น่าเสียดายหากข่าวนี้เป็นความจริง และส่วนตัวยังให้ความเคารพและชื่นชมในความรู้ความสามารถของท่านนิพิฏฐ์อยู่เสมอ

“ธนาธร” ดีใจ พอใจ ภูมิใจ ผลเลือกตั้ง ลั่นพร้อมลุยต่อ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/494749

29 พ.ย. 2564 |15:00 น.

"ธนาธร"  ดีใจ พอใจ ภูมิใจ ผลเลือกตั้ง ลั่นพร้อมลุยต่อ

“ธนาธร” แถลงขอบคุณ ปชช. ไว้วางใจ เลือกคณะก้าวหน้า นั่ง นายกฯ อบต. 38 ที่นั่ง รับ ดีใจ พอใจ และภูมิใจ กับผลการเลือกตั้งครั้งนี้ แม้หลายคนเคยสบประมาท ลั่น พร้อมลุยต่อ ประกาศเดินหน้าหวังปักธงนายกฯเมืองพัทยา

วันที่ 29 พ.ย. 64  “นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ” ประธานคณะก้าวหน้า แถลงขอบคุณทุกเสียงที่ไว้วางใจสำหรับการเลือกตั้ง อบต. ที่ผ่านมา จากการส่งผู้สมัคร 196 ที่นั่ง สามารถชนะเลือกตั้งได้ 38 อบต. คิดเป็น19.4%  ซึ่งต้องบอกว่า ดีใจ พอใจ และภูมิใจ กับผลการเลือกตั้งครั้งนี้ 

สำหรับผู้ชนะเลือกตั้งทั้ง 38 นายก อบต. อายุเฉลี่ย 53 ปี โดยมีผู้ที่อายุน้อยสุด 35 ปี เป็นหญิง 3 คน ชาย 35 คน ตนอยากจะสนับสนุนทุกตำแหน่ง ให้มีสัดส่วนเป็นผู้หญิงมากขึ้น ในจำนวนนี้เป็นผู้ที่มีประสบการณ์การเมือง 23 คน ไม่มีประสบการณ์ หรือหน้าใหม่ทางการเมือง   15 คน 

“นายธนาธร” ยังได้ย้อนสถิติการส่งผู้สมัครของคณะก้าวหน้า ที่เมื่อเลือกตั้ง ส.ส. สมัยพรรคอนาคตใหม่ ส่ง 350 เขต ชนะ 30 เขต คิดเป็น 8.6% ส่วนการเลือกตั้ง อบจ.  น่าเสียดาย ที่เราไม่ชนะเลย แต่เมื่อเลือกตั้งเทศบาล ส่ง 106 ได้ นายกเทศมนตรี 16 คน หรือ 15%  ซึ่งขณะนี้ การเลือกตั้ง อบต. เป็นพื้นที่ชนบท พื้นที่ทางการเกษตร ที่มีความเป็นเมืองน้อย มีคนรุ่นใหม่ต่อสัดส่วนประชากรไม่มาก หลายคนพูดไม่ใช่พื้นที่ของคณะก้าวหน้า หลายคนสบประมาทเรา  

แต่จากผลเลือกตั้ง มีมากถึง 19.4% โดยมีหลายพื้นที่ น่าสนใจ ที่เราไม่เคยเจาะได้ คือ เพชรบูรณ์ สุพรรณบุรี ส่วนจังหวัด อุดรธานี และร้อยเอ็ด เป็นผลพวงมาจากพื้นที่เทศบาลของเรา รวมถึงพื้นที่ที่มีความเป็นเมือง อย่างนครปฐม ที่เราสามารถคว้ามาได้ ส่วนจังหวัดที่ได้ความไว้วางใจมากที่สุดคือ จังหวัดร้อยเอ็ดได้มา 8 ที่นั่ง มองมี 3 ปัจจัยหลัก คือ เรามีทีมงานเข้มแข็ง  เรามีผลงานที่จับต้องได้ในระดับเทศบาล  ตัวผู้สมัครมีความพร้อม 
 

“นายธนาธร” ประธานคณะก้าวหน้า ยังกล่าวพร้อมจะก้าวต่อไป จะไม่หยุดแค่นี้ ทั้งนี้เตรียมส่งผู้สมัครลงชิงตำแหน่ง นายกฯเมืองพัทยา ซึ่งอยู่ระหว่างสรรหาผู้สมัคร และตั้งเป้าในระดับ อบจ. รอบ 2 จะสามารถปักธงได้มากกว่านี้ และเชื่อว่า การเมืองท้องถิ่นกับการเมืองระดับชาติ แยกไม่ออกจากกัน และการที่เราทำการเมืองท้องถิ่น จะทำให้ประชาชน จับต้องประชาธิปไตยได้ พร้อมสัญญา การบริหารงาน จะตั้งมั่นบนผลประโยชน์ของประชาชน ขอให้รอดูผลงานของพวกเรา 

ขอบคุณประชาชนที่ให้คะแนนพวกเรา ให้เข้ามาบริหาร อบต. สัญญาจะไม่มีการทุจริต คอร์รัปชั่น เรามาเพื่ออยากเปลี่ยนประเทศ ไม่ได้มาเพื่อหาความมั่งคงให้ตัวเอง หรือพวกพ้อง “นายธนาธร” กล่าว

ทั้งนี้ถามถึงการส่งผู้สมัครลงชิงตำแหน่งผู้ว่า กทม. “นายธนาธร” ย้ำว่าคณะก้าวหน้าจะไม่ส่งขอให้เป็นหน้าที่ของพรรคก้าวไกลแทน

สำหรับ 17 จังหวัดที่คณะก้าวหน้าชนะ อบต. 38 แห่ง มีดังนี้

1. กาฬสินธุ์

2. ขอนแก่น

3. ชัยภูมิ

4. เชียงใหม่

5. นครปฐม

6. นครราชสีมา

7. น่าน

8. บึงกาฬ

9. พิษณุโลก

10. เพชรบูรณ์

11. มหาสารคาม

12. ร้อยเอ็ด

13. ศรีสะเกษ

14. สุพรรณบุรี

15. หนองคาย

16. หนองบัวลำภู

17. อุดรธานี

“เพื่อไทย”พร้อมเลือกตั้ง เป้าหมายชนะแลนด์สไลด์

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/494733

29 พ.ย. 2564 |13:00 น.

"เพื่อไทย"พร้อมเลือกตั้ง เป้าหมายชนะแลนด์สไลด์

“เพื่อไทย”พร้อมเลือกตั้ง เป้าหมายชนะแลนด์สไลด์ ไม่หวั่น หลายพรรคปักธงอีสาน เชื่อ ได้เสียงเพิ่มหากแข่งตามกติกา ห่วงแต่อำนาจรัฐ-เงิน ไม่ปิดประตู สามมิตร ไม่ลัดคิวทำตามกติกา

ที่พรรคเพื่อไทย ประธานกรรมการยุทธศาสตร์และทิศทางทางการเมือง “พรรคเพื่อไทย” นายชัยเกษม นิติศิริ แถลงภายหลังการประชุมว่า ที่ประชุมได้วางกรอบการทำงานในหลายเรื่อง เพื่อเป็นแนวทางในการดำเนินการทางการเมืองหลังจากนี้ ทั้งเรื่องการเสนอยุทธศาสตร์พรรคจะทำอย่างไรให้เป็นประเทศที่มีประชาธิปไตยมากกว่าปัจจุบันเนื่องจากมีเสียงสะท้อนว่าประชาธิปไตยยังไม่สมบูรณ์ การแก้ปัญหาเศรษฐกิจ โดยเฉพาะประชาชนในระดับรากหญ้าที่มีความทุกข์ยาก มีการฆ่าตัวตาย และเรียกร้องความช่วยเหลือจากภาครัฐ รวมถึงแนวทางการกู้ศรัทธาของประเทศให้กลับมามีที่ยืนในเวทีโลกที่สง่างามกว่าในปัจจุบัน

นายชัยเกษม ยังกล่าวถึง การเตรียมพร้อมเลือกตั้งว่าจะทำอย่างไรให้ชนะการเลือกตั้งและได้เสียงมากที่สุด เพื่อจัดตั้งรัฐบาล คืนอำนาจให้กับประชาชนและเตรียมสรรหาผู้สมัคร ส.ส. เขต และ ส.ส. บัญชีรายชื่อโดยเร็วที่สุด รวมถึงเตรียมนโยบายสำหรับการเลือกตั้งให้สอดคล้องกับภารกิจที่คณะกรรมการยุทธศาสตร์ได้วางไว้

ขณะที่การทำงานในสภาจะเข้มข้นขึ้นทั้งการเสนอกฎหมาย และการตั้งกระทู้ เพราะเห็นว่าสภายังไม่มั่นคง การทำงานของ ส.ส. ในสภายังไม่มีประสิทธิภาพ  นอกจากนี้ ยังเตรียมการลงพื้นที่หาเสียงซึ่งไม่ใช่การต่อสู้กับฝ่ายประชาธิปไตยด้วยกัน แต่จะต้องใช้ความพยายามและทำความเข้าใจกับประชาชนถึงการเปลี่ยนแปลง

ส่วนกรณีที่มีกระแสข่าวว่ากลุ่มสามมิตรรวมถึงบิ๊กเนมจะย้ายกลับมา”พรรคเพื่อไทย”นั้น นายแพทย์ชลน่าน ระบุว่า ตามนโยบายพรรคเปิดกว้างให้กับทุกฝ่าย หากมีอุดมการณ์เดียวกันกับพรรค แต่ต้องเข้ามาอยู่ภายใต้กฎกติกาที่วางไว้ แต่ขณะนี้ยังไม่ได้รับการพูดคุยโดยตรง แต่ท้ายที่สุดหากใครจะเข้ามาก็ต้องผ่านกระบวนการคัดสรรตามขั้นตอน ไม่มีการลัดคิวให้กับใคร

ส่วนที่ขณะนี้พรรคพลังประชารัฐมีรอยร้าวภายในและจะมีใครกลับมา”พรรคเพื่อไทย” หรือไม่นั้น นายแพทย์ชลน่าน ระบุว่า ต้องฝากไปถามเขา แต่พรรคยินดีต้อนรับทุกฝ่าย แต่ย้ำว่าต้องอยู่ภายใต้กติกาของพรรค

นายแพทย์ชลน่าน ยังยืนยันว่า พรรคจะส่งผู้สมัคร ส.ส. ครบ 400 เขต ส่วนจะปักธงพื้นที่ไหนเป็นพิเศษนั้น ย้ำว่าจะเดินตามยุทธศาสตร์แลนด์สไลด์ เพื่อต้องการชนะแบบถล่มทลายทุกภาคทุกจังหวัด และจะให้ความสำคัญกับทุกพื้นที่ รวมถึงพื้นที่ที่ไม่เข้มแข็งก็ให้ความสำคัญทั้งภาคกลาง ภาคใต้ ประมง 22 จังหวัด ซึ่งขณะนี้มีกระแสดีขึ้น 

ส่วนภาคอีสานที่หลายพรรคช่วงชิงพื้นที่ในฐานะพรรคแชมป์เก่ากังวลหรือไม่ นายแพทย์ชลน่าน ระบุว่า ไม่กังวลเรื่องการทำงานในพื้นที่ เพราะมีเขตเพิ่มมากขึ้น ฐานเสียงมีไม่น้อยกว่าร้อยละ 35 ใครลงสมัครก็ได้ เพียงแต่ต้องเติมตัวผู้สมัครและนโยบาย เชื่อว่าจะได้รับการตอบรับจากประชาชนพื้นที่ภาคอีสาน

แต่ที่กังวล คือการเลือกตั้งที่ไม่ปกติ เพราะใช้อำนาจที่ไม่มาจากประชาชนอย่างแท้จริง เพราะขณะนี้มีการนำแผนงาน นโยบายต่าง ๆ ไปขายให้กับประชาชน อย่างเช่น พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีลงพื้นที่จังหวัดน่าน และนำโครงการรัฐไปขายให้กับประชาชน อำนาจเงิน ที่หลายพรรคไม่สนใจเรื่องนโยบายและการหาเสียงแล้วและอำนาจการจัดการที่จะทำให้สถานการณ์พลิกได้ตลอดเวลา