โพลชี้คนไทย “หนี้ท่วม” ครัวเรือนละ 1.24 ล. หนี้บัตรเครดิต-สินเชื่อ มากสุด

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/494533

27 พ.ย. 2564 |21:00 น.

โพลชี้คนไทย "หนี้ท่วม" ครัวเรือนละ 1.24 ล. หนี้บัตรเครดิต-สินเชื่อ มากสุด

โพลสำรวจ “หนี้สิน” คนไทย พบว่าส่วนใหญ่เป็นหนี้บัตรเครดิต สินเชื่อบุคคล มากสุด 46.52 % มีหนี้สินครัวเรือนละ 1.24 ล้านบาท กลุ่มที่มีหนี้บัตรเครดิตมากสุด พนักงานเอกชนและราชการ กลุ่มราชการมีหนี้1 ล้านบาทขึ้นไป กลุ่มลูกจ้าง/รับจ้างมีความเครียดหนี้สินมากสุด

สวนดุสิตโพล มหาวิทยาลัยสวนดุสิต สำรวจความคิดเห็นประชาชนเฉพาะผู้ที่มี “หนี้สิน” ทั่วประเทศต่อกรณีภาวะ “หนี้สินของคนไทย” จำนวนทั้งสิ้น 1,059 คน ระหว่างวันที่ 22-25 พฤศจิกายน 2564 พบว่า ส่วนใหญ่ประชาชนมีหนี้บัตรเครดิต สินเชื่อส่วนบุคคลมากที่สุด ร้อยละ 46.52 รองลงมาคือ สินเชื่อที่อยู่อาศัยร้อยละ 39.85  มี”หนี้สิน”เฉลี่ยครัวเรือนละ 1,248,847.03 บาท

โดยคาดว่าใช้ “หนี้”ได้ทั้งหมดร้อยละ 71.11  รู้สึกเครียดและวิตกกังวลเกี่ยวกับหนี้สินปานกลางร้อยละ 38.15 เมื่อมี”หนี้สิน”จึงวางแผนการใช้จ่ายให้รัดกุมมากขึ้น ร้อยละ 60.23 

ทั้งนี้การแก้ปัญหา”หนี้สิน”ต้องแก้ด้วยตนเอง มีวินัย วางแผนการใช้จ่าย อดออม ร้อยละ 80.88 

รองลงมาคือรัฐปรับโครงสร้างหนี้ ปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ ร้อยละ 61.85 และมองว่าตนเองที่จะช่วยแก้ปัญหาหนี้ได้ ร้อยละ 89.23 รองลงมาคือ ครอบครัว คนใกล้ชิดร้อยละ 46.33

จากผลการสำรวจ พบว่า กลุ่มที่มีหนี้บัตรเครติตมากที่สุด คือ พนักงานเอกชน และราชการ ส่วนกลุ่มลูกจ้างรับจ้างส่วนใหญ่มีหนี้น้อยกว่า 5 แสนบาท กลุ่มราชการมีหนี้ประมาณ 1ล้านบาทขึ้นไป

โดยกลุ่มลูกจ้าง/รับจ้างมีความเครียดเกี่ยวกับหนี้สินมากกว่ากลุ่มอื่น ๆ อาจเป็นเพราะความไม่มั่นคงในหน้าที่การงาน รวมถึงสถานการณ์โควิด-19
ที่ทำให้ตัวเลขคนตกงานพุ่งสูงขึ้นถึง 8.7 แสนคน ปัญหาหนี้สินจึงเป็นปัญหาที่ส่งผลต่อสุขภาพจิตของประชาชน และก่อให้เกิดปัญหาสังคมตามมา 
 

โพลชี้คนไทย "หนี้ท่วม" ครัวเรือนละ 1.24 ล. หนี้บัตรเครดิต-สินเชื่อ มากสุด

ภาครัฐจึงควรมีมาตรการช่วยเหลือทั้งระบบ การเพิ่มรายได้  การลดค่าครองชีพ ปรับโครงสร้างหนี้ ฯลฯ เพื่อช่วยให้ประชาชนมีความสามารถในการชำระ”หนี้”เพิ่มมากขึ้น

โพลชี้คนไทย "หนี้ท่วม" ครัวเรือนละ 1.24 ล. หนี้บัตรเครดิต-สินเชื่อ มากสุด

และผลโพลสะท้อนให้เห็นว่การก่อหนี้แบ่งเป็น 2 ประเภทใหญ่ ได้แก่ (1) การก่อหนี้เพื่ออุปโภคบริโภคและใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน ได้แก่ หนี้บัตรเครดิต สินเชื่อส่วนบุคคล และ (2)การก่อหนี้เพื่อซื้อทรัพย์สิน ได้แก่ สินเชื่อที่อยู่อาศัย สินเชื่อรถ 

กลุ่มที่นำเป็นห่วง คือ กลุ่มที่ไม่มีความสามารถในการชำระหนี้ เพราะเข้าไม่ถึงแหล่งเงินทุน จึงก่อหนี้จากบัตรเครดิดแทนถึงแม้ว่าดอกเบี้ยจะสูงกว่าก็ตาม ซึ่งบัตรเครดิตไม่ได้ใช้แค่การอุปโภคบริโภค แต่เป็นการกดเงินสดออกมาเพื่อการลงทุนด้วยเช่นกัน 


สำหรับการลด”ภาระหนี้”นั้น ประชาชนควรมีวินัยทางการเงิน สร้างรายได้เพิ่ม ลดค่าใข้จ่ายที่ไม่จำเป็น การออมเงินก็เป็นทางเลือกหนึ่ง ในปัจจุบันยังมีทางเลือกในการหารายได้เพิ่มโดยใช้เทคโนโลยีและสื่อออนไลน์ให้เป็นประโยชน์ซึ่งจะทำให้ต้นทุนในการทำธุรกิจต่ำลง 

อย่างไรก็ตาม ประชาชนควรหาความรู้เกี่ยวกับเทคโนโลยีในการขายและทางการเงินเพิ่มเติม สำหรับหนี้ที่มีอยู่ควรใช้วิธีเจรจากับธนาคารเพื่อปรับโครงสร้างหนี้ และภาครัฐควรช่วยประชาชนในการเข้าถึงแหล่งเงินทุนดอกเบี้ยต่ำ

“บิ๊กป้อม” ยืนยันรักกันเหนียวแน่นกับนายกฯ ลั่นไม่แตกแยก พรากกันเมื่อตาย!

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/494525

27 พ.ย. 2564 |20:00 น.

“บิ๊กป้อม” ยืนยันรักกันเหนียวแน่นกับนายกฯ ลั่นไม่แตกแยก พรากกันเมื่อตาย!

“บิ๊กป้อม” ยืนยันรักกันเหนียวแน่นกับนายกฯ ลั่นไม่มีแตกแยก มีเพียงความตายเท่านั้นที่จะพรากสองเรา ประกาศตั้งเป้ากวาดส.ส.กทม. 2 โหล ขอสมาชิกอย่าหนีไปไหน

วันนี้ (27 พ.ย.) ที่โรงแรมรอยัลริเวอร์ เขตบางพลัด พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) เป็นประธานมอบนโยบายการทำงานของภาคกทม. แก่ว่าที่ผู้สมัครส.ส. และว่าที่ผู้สมัครส.ก. ตลอดจนหารือแนวทางการทำงานภาคกทม.ร่วมกัน โดยมี ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ส.ส.พะเยา ในฐานะเลขาธิการพรรคฯ นางนฤมล ภิญโญสิญวัฒน์ เหรัญญิกพรรค พร้อมกันนี้ยังมีส.ส.กทม.เข้าร่วมงาน  

“บิ๊กป้อม” ยืนยันรักกันเหนียวแน่นกับนายกฯ ลั่นไม่แตกแยก พรากกันเมื่อตาย!

พล.อ.ประวิตร กล่าวให้นโยบายส.ก.ตอนหนึ่งว่า “ขอให้สามัคคีกัน ใครที่บอกว่าผมแตกแยกกับนายกฯ ไม่มีแน่นอน มีเพียงสิ่งเดียวที่ทำให้ผมกับนายกฯ แตกแยกกันได้คือความตาย 40 กว่าปี ผมกับนายกฯ ดูแลกันมาตลอด ยืนยันเราเป็นหนึ่งเดียวไม่เคยแตกแยก นายกฯมีหน้าที่บริหารประเทศ แต่ผมมีหน้าที่บริหารพรรค” พล.อ.ประวิตร กล่าวและว่า ส่วนส.ก.พรรคจะส่งลงให้ครบทั้ง 50 เขต สำหรับส.ส.กทม.จะลงให้ครบเช่นเดียวกัน โดยขอให้ทุกคนขยันลงพื้นที่ให้หนัก ยืนยันว่าตนเองจะมาดูกทม.เองขอให้สบายใจได้ ขอให้รักกัน ไม่ได้มีการทะเลาะกัน ขอให้อยู่ด้วยกัน ตนเองจะดูแลกทม. ส่วนเรื่องตัวผู้ว่าฯ ที่จะลงยังไม่มี ถ้ามีแล้วจะบอก และแนวโน้มจะสนับสนุนผู้ที่ลงอิสระ 1 คน แต่ขอยังไม่บอกว่าเป็นใคร  

“บิ๊กป้อม” ยืนยันรักกันเหนียวแน่นกับนายกฯ ลั่นไม่แตกแยก พรากกันเมื่อตาย!

จากนั้นพล.อ.ประวิตร ได้ลงมาพบกับสมาชิกพรรค พร้อมขึ้นกล่าวมอบนโยบายว่า พรรคต้องทำตัวแทนเขตให้ครบทั้ง 30 เขต เพื่อเตรียมไว้สำหรับการเลือกตั้งทั่วไปครั้งหน้า ตนเองอยากได้ส.ส.มากกว่านี้ ปัจจุบันเรามีส.ส.กทม. 12 ที่นั่ง ซึ่งถือเป็นอันดับหนึ่ง แต่ในภาพรวมทั้งประเทศยังแพ้อยู่ ยืนยันพปชร. ไม่ใช่เฉพาะกิจ แต่พรรคทำงานเพื่อประเทศชาติ ประชาชน และเพื่อสถาบันอันเป็นที่รัก ไม่มีความแตกแยก จำไว้ว่าเราเป็นหนึ่งเสมอ ขอให้ทุกคนร่วมมือกับพรรคเพื่อให้ประเทศชาติสุขสงบต่อไป 


  
“ขอให้เข้าใจผมกับนายกฯ เราไม่ได้ทะเลาะ เราเป็นหนึ่งเดียว รับรองไม่แตกแยกจากกัน ระหว่างผมกับนายกฯ นายกฯบริหารประเทศ ส่วนผมดูแล ส.ส. รับทราบตามนี้ ฝากถึงสมาชิกพรรค อย่าไปไหน อยู่กับเรา เราจะทำให้พวกท่านอยู่ดีกินดี มีสภาพที่ดีขึ้น” พล.อ.ประวิตร กล่าว และว่า ส.ส.กทม.ของพรรคขณะนี้มี 12 คน ถือว่าน้อยไป เราอยากได้อีก 12 คน ขอให้พรรคมีคะแนนเป็นที่หนึ่งทั้ง 2 อย่าง ทั้งนี้ได้มีสมาชิกพรรคนำดอกกุหลาบมามอบให้กำลังใจ พล.อ.ประวิตร ด้วย

“บิ๊กป้อม” ยืนยันรักกันเหนียวแน่นกับนายกฯ ลั่นไม่แตกแยก พรากกันเมื่อตาย!

นอกจากนี้ พล.อ.ประวิตร ยังกล่าวถึงการเลื่อนการจัดกิจกรรมกระชับมิตรพรรคร่วมรัฐบาลที่จะมีตัวแทนพรรคร่วมรัฐบาล นายกรัฐมนตรี รัฐมนตรี และส.ส. เข้าร่วมงานในวันที่ 3 ธ.ค.นี้ ที่สโมสรราชพฤกษ์ นอร์ธ ปาร์ค ว่าไม่มีแล้ว เลื่อนไปก่อน เดี๋ยวจะคุยอีกที

“เทพไท”เร่ง ให้ อย.ออกระเบียบแปรรูปพืชกระท่อมโดยเร็วเพื่อช่วยเกษตรกร

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/494509

27 พ.ย. 2564 |16:00 น.

“เทพไท”เร่ง ให้ อย.ออกระเบียบแปรรูปพืชกระท่อมโดยเร็วเพื่อช่วยเกษตรกร

อดีต ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ จี้ อย. เร่งออกระเบียบแปรรูปพืชกระท่อมโดยเร็วเพื่อช่วยเหลือประชาชน หลังรัฐบาลได้ปลดล็อคพืชกระท่อมแล้ว ตั้งแต่เดือนสิงหาคมที่ผ่านมา

นายเทพไท เสนพงศ์ อดีตส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ได้ เฟซบุ๊กไลฟ์ เรื่องการส่งเสริมพืชกระท่อมให้เป็นพืชเศรษฐกิจว่า เมื่อวันพุธ(24 พ.ย.)ที่ผ่านมา มีการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติอาหารและยา (อย.) ที่เสนอโดยของกระทรวงสาธารณสุข มีการอภิปรายเกี่ยวกับการควบคุม การผลิตอาหารและยากันอย่างกว้างขวาง แต่ไม่มีส.ส.คนใด อภิปรายทวงถามเรื่องความคืบหน้าเกี่ยวกับการส่งเสริมพืชกระท่อมให้มีการแปรรูป เป็นส่วนผสมของอาหาร หรือเป็นยาสมุนไพรเพื่อจำหน่ายในประเทศ และส่งออก ไปในต่างประเทศเลย 

“เทพไท”เร่ง ให้ อย.ออกระเบียบแปรรูปพืชกระท่อมโดยเร็วเพื่อช่วยเกษตรกร

อดีตส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ทั้งที่รัฐบาลได้ปลดล็อคพืชกระท่อมไปแล้ว ตั้งแต่วันที่ 24 สิงหาคม จนบัดนี้มีเกษตรกรได้ปลูกพืชกระท่อม เป็นจำนวนหลายหมื่นไร่ ถ้าหากไม่ได้เตรียมการ หรือส่งเสริมให้มีการแปรรูป ก็จะทำให้พืชกระท่อมล้นตลาด จึงจำเป็นต้องสนับสนุนให้เกิดอุตสาหกรรมแปรรูป เป็นสินค้าส่งออกเพื่อนำเงินตราเข้าสู่ประเทศ

“เทพไท”เร่ง ให้ อย.ออกระเบียบแปรรูปพืชกระท่อมโดยเร็วเพื่อช่วยเกษตรกร

“อยากให้รัฐบาลเร่งออกประกาศระเบียบของคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) เกี่ยวกับการแปรรูปพืชกระท่อมโดยเร็วที่สุด เพื่อประโยชน์ของเกษตรกรและประเทศชาติต่อไป” นายเทพไท ย้ำ

“เทพไท”เร่ง ให้ อย.ออกระเบียบแปรรูปพืชกระท่อมโดยเร็วเพื่อช่วยเกษตรกร

ป.ป.ช. นัด “ชำนาญ” เข้าให้ถ้อยคำ หลังร้องสอบอดีตปธ.ศาลฎีกา-ก.ต.ส่อทุจริต

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/494505

27 พ.ย. 2564 |16:00 น.

ป.ป.ช. นัด "ชำนาญ" เข้าให้ถ้อยคำ หลังร้องสอบอดีตปธ.ศาลฎีกา-ก.ต.ส่อทุจริต

“ชำนาญ” เผย ป.ป.ช.นับเข้าให้ถ้อยคำเดือนมกราคมปีหน้า หลังร้องให้ตรวจสอบคดีอดีตประธานศาลฎีกา-ก.ต.เสียงข้างมากส่อทุจริต

นายชำนาญ  รวิวรรณพงษ์  อดีตประธานแผนกคดีล้มละลายในศาลฎีกา กล่าวถึงความคืบหน้ากรณีที่ได้ยื่นร้องเรียน อดีตประธานศาลฎีกา 2 ท่าน รวมทั้ง ก.ต. เสียงข้างมากและบุคคลที่เกี่ยวข้อง  ต่อสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ ( ป.ป.ช. ) ใน 2 สำนวนคำร้อง  โดยระบุว่า ป.ป.ช.แจ้งกลับมายังตนเองว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างสอบสวนเรื่องราวตามข้อร้องเรียน และขอเชิญไปให้ถ้อยคำเพิ่มเติม  ซึ่งตนเองได้แจ้งป.ป.ช. ไปว่า จะไปให้ข้อมูลกับ ป.ป.ช. ในช่วงเดือน มกราคม 2565 เนื่องจากช่วงนี้ตนเองติดภารกิจหลายอย่าง

นายชำนาญ กล่าวว่า ส่วนกรณีเรื่องร้องเรียนให้ตรวจสอบการกระทำของนายอนุรักษ์ สง่าอารีย์กุล ประธานแผนกคดีทุจริตและประพฤติมิชอบในศาลอุทธรณ์ กรณีถูกร้องเรียนว่า ใช้แอปพลิเคชันไลน์ หาเสียงเลือกตั้งก.ต.บุคคลภายนอกในกลุ่มไลน์”สภาตุลาการ”  ล่าสุดตนเองทำหนังสือถึงผู้บริหารสำนักงานศาลยุติธรรมว่า เรื่องร้องเรียนเกี่ยวกับนายอนุรักษ์ ถือเป็นเรื่องใหญ่ ควรต้องรีบพิจารณาโดยเร่งด่วน  เพราะเกี่ยวพันกับคุณสมบัติของ ก.ต. บุคคลภายนอก 2คน ที่ได้รับการเสนอชื่อเข้ามาเป็น ก.ต. แล้ว และยังเกี่ยวพันกับการลงมติด้วย  เพราะหากผลออกมาว่ามีความผิด อาจจะโยงไปว่า มีความเกี่ยวข้องกับ ก.ต. บุคคลภายนอกนี้ด้วยหรือไม่  เพราะอาจถูกมองว่า รู้เห็นด้วยหรือไม่ เพราะมีกฎหมายอยู่ 
 

“ก็เหมือน ส.ส. นั่นแหละ ลงมติได้หรือเปล่า และที่ลงมติไปแล้วชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ แล้วเบี้ยประชุมที่รับไป ต้องคืนหรือเปล่า ถ้าเกิดพบว่าการสรรหามาโดยมิชอบ เพราะฉะนั้น ทิ้งนานไปก็ไม่น่าจะดี เพราะเป็นเรื่องสำคัญ ตรวจสอบให้มันถูกต้องไป ผิดไม่ผิด ก็ว่ากันไป”  นายชำนาญ กล่าว

ส่วนกรณีการขอให้ตรวจสอบว่า ชื่อบัญชีไลน์ที่มีการร้องเรียนว่า ใช้ล็อบบี้การหาเสียง ก.ต. บุคคลภายนอกนั้น ควรที่จะส่งเรื่องให้ตำรวจ หรือหน่วยงานเกี่ยวข้อง ทำการตรวจสอบหรือไม่   นายชำนาญ ระบุว่าในการตรวจสอบเรื่องชื่อบัญชีไลน์  ไม่ใช่เรื่องยากอะไรเลย เพียงแค่เรียกเจ้าตัวที่ถูกร้องเรียนมาสอบถามก็หมดเรื่องแล้ว ว่าเป็นผู้ใช้ชื่อบัญชีไลน์ดังกล่าวหรือไม่  หากใช้ชื่อไลน์นั้นจริง ส่วนอื่น ๆ ก็ว่ากันไป เรื่องอย่างนี้ หากตรวจสอบไม่ได้แล้ว จะไปพิจารณาเรื่องอื่นได้อย่างไร 
 

“สำหรับอำนาจการตรวจสอบเป็นอำนาจของประธานศาลฎีกา ในขณะนั้น เพราะผมร้องเรียนไปยังประธานศาลฎีกา ซึ่งก็ต้องมีหน้าที่ในการตรวจสอบให้เรียบร้อย แต่รอดูครั้งที่ 2 ที่ยังมีเรื่องร้องเรียนเกี่ยวโยงกันว่าจะมีการพิจารณาออกมาในรูปแบบใด หากผมเห็นว่าไม่น่าจะถูก ก็ต้องส่งกลับไปให้ ป.ป.ช. ตรวจสอบใหม่ คราวนี้ก็ต้องสอบทั้งคนที่สั่งให้ยุติการสอบสวน  ซึ่งผมมองว่าเรื่องนี้ เป็นเรื่องสำคัญ เพราะเกี่ยวข้องกับการลงมติ ของ ก.ต.” นายชำนาญ กล่าวย้ำ

พรรคกล้าบุกชุมพร ชู “กรณ์” นั่งนายกฯ ลั่นขอพลิกฟื้นเศรษฐกิจให้คนใต้

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/494503

27 พ.ย. 2564 |15:00 น.

พรรคกล้าบุกชุมพร ชู “กรณ์” นั่งนายกฯ ลั่นขอพลิกฟื้นเศรษฐกิจให้คนใต้

พรรคกล้าบุกชุมพร ชู “กรณ์” นั่งนายกฯ ลั่นขอพลิกฟื้นเศรษฐกิจให้คนใต้ ชี้ประชาชนต้องการเห็นการเมืองเปลี่ยนแปลงไปในทางสร้างสรรค์

วันนี้(27 พ.ย.) พรรคกล้า โดยนายกรณ์ จาติกวณิช หัวหน้าพรรค นายวรวุฒิ อุ่นใจ รองหัวหน้าพรรค นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี เลขาธิการพรรค พ.อ.สุชาติ จันทรโชติกุล ประธานยุทธศาสตร์ภาคใต้ ร่วมประชุมยุทธศาสตร์พรรคกล้าภาคใต้ โดยมีผู้ที่เสนอตัวสมัครเป็นสมาชิกผู้แทนราษฎรเข้าร่วมประชุมอย่างพร้อมเพรียง  

นายกรณ์ กล่าวว่าชุมพรเป็นเมืองแห่งโอกาส เป็นจังหวัดที่อยู่ในพื้นที่จุดยุทธศาสตร์สำคัญของภาคใต้ เป็นดินแดนแห่งความอุดมสมบูรณ์ ของภาคเกษตรกรรม และแหล่งท่องเที่ยวมากมาย แต่สิ่งที่ขาดหายไปตลอดหลายปีที่ผ่านมาคือ การบริหารจัดการที่ดี ถึงเวลาแล้วที่ชุมพรจะได้ผู้นำที่มีวิสัยทัศน์ พร้อมเสียสละ มีความมุ่งมั่น ทำงานแก้ปัญหา สร้างโอกาสในการทำมาหากินให้กับพี่น้องประชาชน และไม่เพียงแต่ชุมพรเท่านั้น ตลอด 2 เดือนที่ผ่านมา พวกเราผลัดเปลี่ยนกันลงพื้นที่จังหวัดภาคใต้ครบทุกจังหวัด สิ่งที่เราพบคือศักยภาพและโอกาสของแต่ละพื้นที่ มีประชาชนจำนวนมากที่เบื่อหน่ายการเมืองแบบเก่า และต้องการเห็นการเมืองเปลี่ยนแปลงไปในทางสร้างสรรค์ ตอบโจทย์การแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจของประเทศชาติอย่างแท้จริง 

พรรคกล้าบุกชุมพร ชู “กรณ์” นั่งนายกฯ ลั่นขอพลิกฟื้นเศรษฐกิจให้คนใต้

นายกรณ์ กล่าวอีกว่าผลผลิตทางการเกษตรของชุมพรมีมากมาย ทั้ง ปาล์ม ยางพารา ผลไม้หลากหลายชนิด  รวมถึงพืชเศรษฐกิจใหม่อย่างกระท่อม กาแฟ ซึ่งเป็นผลผลิตจากวิสาหกิจชุมชน รวมถึงการแปรรูปผลไม้เพิ่มมูลค่าให้กับเกษตรกรได้มีรายได้อย่างมั่นคงและยั่งยืน สำหรับพรรคกล้า การเมืองไม่ใช่แค่การประดิษฐ์ วาทกรรมหรือเสนอประเด็นความขัดแย้ง แต่เราเน้นเรื่องปากท้องและโอกาสของประชาชนเป็นเรื่องใหญ่ ซึ่งเป็นนิยามของพรรคกล้ามาตั้งแต่เริ่มต้น 

ดังนั้น ในฐานะหัวหน้าพรรค อยากเชิญชวนพี่น้องประชาชนให้มีความหวังอีกครั้งกับการช่วยกัน สนับสนุนพรรคการเมืองที่ทำงานสร้างสรรค์ มีเป้าหมายในการสร้างโอกาสให้กับลูกหลานของเรา ด้วยการสนับสนุนพรรคกล้า เรามาประชุมยุทธศาสตร์ภาคใต้ ไม่เป็นเพียงแต่การพูดคุยเรื่องยุทธศาสตร์การเมืองที่ทำให้เราแข่งขันได้เท่านั้น หากแต่พูดถึงด้านนโยบายการพัฒนาเศรษฐกิจและโอกาสพี่น้องชาวใต้ด้วย ทั้งนี้เพราะเราได้เห็นอย่างชัดแจ้งแล้วว่าการเมืองที่ผ่านมา ไม่สามารถสร้างความเปลี่ยนแปลงได้ 
 

พรรคกล้าบุกชุมพร ชู “กรณ์” นั่งนายกฯ ลั่นขอพลิกฟื้นเศรษฐกิจให้คนใต้

หัวหน้าพรรคกล้า กล่าวด้วยว่า การได้ พ.อ.สุชาติ มาช่วยเติมเต็มในส่วนที่พรรคกล้ายังขาดและสำคัญที่สุดคือ มีอุดมการณ์และ ดีเอ็นเอเดียวกันคือยึดมั่นต่อสถาบันหลัก ชาติ ศาสน์ กษัตริย์ เชื่อมั่นในระบบประชาธิปไตย และยึดหลักปฏิบัตินิยมในการทำงาน โดยการทำงานลงพื้นที่มาโดยตลอด ลงมือทำร่วมกับทีมงานนักปฏิบัติและนักวิชาการท้องถิ่น ลงลึกในระดับชุมชน คลุกคลีกับชาวบ้านในพื้นที่ภาคใต้ตอนล่างมากว่า 40 ปี



“ผู้การชาติ เข้าใจอย่างลึกซึ้งว่าทุกวันนี้ ภาคใต้เสียโอกาสทางเศรษฐกิจไปมากแค่ไหน เราจะมาร่วมกันลงมือทำ ยกระดับภารกิจที่สำคัญที่สุดของพรรคกล้า นั่นคือการพัฒนาเศรษฐกิจเพื่อคนตัวเล็ก และผู้การชาติจะมาชี้เป้าให้เราขยายผลสู่เศรษฐกิจฐานราก ทุกระดับ ทุกชุมชน” นายกรณ์ กล่าว 

พรรคกล้าบุกชุมพร ชู “กรณ์” นั่งนายกฯ ลั่นขอพลิกฟื้นเศรษฐกิจให้คนใต้

ด้าน พ.อ. สุชาติ กล่าวแสดงความมั่นใจว่าจากการทำงานในพื้นที่อยู่กับสังคมชนบทยากจนมาอย่างยาวนาน ผ่านการทำงานร่วมกับพรรคการเมืองมาหลายพรรคและหลายผู้บริหาร มองว่านายกรณ์ เป็นบุคคลที่เป็นเหมาะสมที่จะเป็นนายกรัฐมนตรีคนต่อไปของประเทศไทย นอกจากนี้ภาคใต้ยังเป็นพื้นที่ยุทธศาสตร์ ที่จะพัฒนาเศรษฐกิจไปได้อีกมาก ซึ่งตนเองได้แบ่งออกเป็น 3 กลุ่มคือ 


1.ภาคใต้ตอนบน ได้แก่ ชุมพร ระนอง สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช ก็เป็นพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจ 
2. ภาคใต้กลุ่มเศรษฐกิจอันดามัน ได้แก่ ภูเก็ต กระบี่ พังงา ตรัง และสตูล 
3. กลุ่มอ่าวไทยและชายแดนใต้ ได้แก่ พัทลุง สงขลา ยะลา ปัตตานี และนราธิวาส 

ทุกกลุ่มล้วนแต่เป็นพื้นที่ยุทธศาสตร์สำคัญ ที่ต้องการพัฒนา ทั้งนี้ สิ่งที่ประชาชนคนภาคใต้อยากเห็นคือ ยุทธศาสตร์ด้านนโยบายที่ฟันธงเรื่องการช่วยเหลือพืชเศรษฐกิจ ฟื้นฟูการทองเที่ยว การศึกษา ส่งเสริมอาชีพด้านการเกษตร กีฬา และความมั่นคงทางอาชีพ ถ้าทำจริงเรื่องพวกนี้ได้ ก็มั่นใจพรรคกล้าได้เกิดในภาคใต้อย่างแน่นอน  

พรรคกล้าบุกชุมพร ชู “กรณ์” นั่งนายกฯ ลั่นขอพลิกฟื้นเศรษฐกิจให้คนใต้

ขณะที่นายอรรถวิชช์ กล่าวว่า พรรคกล้าย้ำมาแต่แรกว่าเราคือพรรคแห่ง ‘แพลตฟอร์ม’ รวมพลคนทุกวัย หลากหลายอาชีพและประสบการณ์ และเกือบทุกคนไม่เคยเป็นนักการเมือง แต่มีอุดมการณ์เดียวกันคืออยากเห็นการเปลี่ยนแปลง และเชื่อมั่นว่า เมื่อมีความชัดเจนเรื่องการเลือกตั้งซ่อม เขต 1 จังหวัดชุมพร และ เขต 6 จังหวัดสงขลา พรรคกล้าเองก็มีสิทธิที่จะได้รับการเลือกตั้ง 

พรรคกล้าบุกชุมพร ชู “กรณ์” นั่งนายกฯ ลั่นขอพลิกฟื้นเศรษฐกิจให้คนใต้

ด้านนายวรวุฒิ มองว่าชุมพร เป็นเหมือนเพชรที่ยังไม่ได้เจียระไน มีของดีมากมาย ทั้งพืชผัก ผลไม้ สินค้าชุมชน ตลอดจนสถานที่ท่องเที่ยวที่สวยงาม อาหารอร่อย แต่ขาดการบริหารจัดการ จึงทำให้เป็นได้แค่เมืองผ่าน จึงขอเสนอให้ เสนอให้ชุมพรเป็นฮับการกระจายสินค้าลงสู่ภาคใต้ และส่งสินค้าต่อไปยังภาคอื่น ๆ ทั่วประเทศ จะสามารถสร้างรายได้อีกมหาศาล

“ปชป.” ยันส่ง ผู้การแต้ม ชิงเก้าอี้ ส.ส. กทม.

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/494497

27 พ.ย. 2564 |15:00 น.

"ปชป." ยันส่ง ผู้การแต้ม ชิงเก้าอี้ ส.ส. กทม.

หัวหน้า “พรรคประชาธิปัตย์” จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ ยันส่ง ผู้การแต้ม ชิงเก้าอี้ ส.ส. กทม. มั่นใจ สมัยหน้าได้ ส.ส. กทม.หลายเขต แง้ม มีคนจากพรรคอื่นอยากร่วมงาน คาด เปิดตัวผู้ว่า กทม. หลังปีใหม่

นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกฯและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ในฐานะหัวหน้า “พรรคประชาธิปัตย์” ยืนยันถึงความชัดเจนว่า  พล.ต.ต.วิชัย สังข์ประไพ เป็นหนึ่งในผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พื้นที่ กทม. และ นายอนันตชาติ บัวสุวรรณ จะเป็นผู้สมัครสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร ของ”พรรคประชาธิปัตย์” แน่นอน

พร้อมยืนยันว่า “พรรคประชาธิปัตย์” มีความพร้อมสำหรับการเลือกตั้งอย่างเต็มที่ โดยในส่วนของ ส.ส. หากเป็นไปตามรัฐธรรมนูญเดิม ยังขาดเพียง 4-5 เขต แต่หากต้องเพิ่มตามรัฐธรรมนูญใหม่พรรคก็มีความพร้อม เพราะมีคนต้องการเข้ามาร่วมงานเป็นจำนวนมาก ขณะนี้อยู่ระหว่างคัดเลือกบุคคลในส่วนที่ยังไม่ครบ 

ส่วนผู้สมัคร ส.ก.ของพรรคขณะนี้มีแล้วกว่า 40 เขต ส่วนจะเปิดตัวว่าที่ผู้สมัครฯ ในการประชุมใหญ่ของพรรคเลยหรือไม่นั้น อาจต้องรอดูความเหมาะสมอีกครั้ง 

สำหรับกรณีที่การเลือกตั้งสมัยที่ผ่านมา “พรรคประชาธิปัตย์” ไม่ได้ ส.ส.ใน กทม. จะเปิดโอกาสให้ผู้สมัครคนเดิมลงสมัครอีกหรือไม่ นายจุรินทร์ กล่าวว่า พรรคถือหลักว่ายังให้โอกาสอดีต ส.ส. ที่อยากลงสมัครอีก แต่ก็มีคนใหม่และคนรุ่นใหม่ลงสมัครด้วย

ส่วนจะมีคนจากพรรคอื่นย้ายมาลงสมัครในสังกัด “พรรคประชาธิปัตย์”ด้วยหรือไม่นั้นยังไม่ขอกล่าวถึง แต่ยอมรับว่ามีคนจากพรรคอื่นสนใจมาร่วมงาน

ทั้งนี้นายจุรินทร์ ยังมั่นใจว่าการเลือกตั้งสมัยหน้าจะทวง เก้าอี้ ส.ส.กทม. กลับมาได้ โดยประเมินจากการลงพื้นที่ ที่เห็นชัดว่าตั้งแต่ตนเป็นหัวหน้าพรรคเสียงตอบรับค่อย ๆ เพิ่มขึ้นและตนทำกิจกรรมต่อเนื่อง พร้อมย้ำว่าพรรคประชาธิปัตย์ให้ความสำคัญกับคน กทม.มาตลอด แม้จะได้เสียงน้อยแต่เชื่อว่าหากให้ความสำคัญคนกรุงเทพก็จะสนับสนุน มั่นใจมีจำนวนผู้แทนในกรุงเทพแน่นอน

ส่วนนโยบายของพรรคนั้น มีการเตรียมพร้อมไว้อยู่แล้ว และยังต้องรอระยะเวลาประกาศ แต่สิ่งที่ “พรรคประชาธิปัตย์” ทำตอนนี้ก็สะท้อนให้เห็นได้ว่าพรรคมีแนวคิดอย่างไรและมีความตั้งใจทำเพื่อคน กทม.อย่างไร โดยในส่วนของผู้ว่า กทม.นั้น จากการเตรียมการคาดว่าน่าจะเปิดตัวได้หลังปีใหม่ 

ทั้งนี้วันนี้( 27 พ.ย.) รองนายกรัฐมนตรีและหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ พร้อมด้วยว่าที่ผู้สมัคร ส.ส. “พรรคประชาธิปัตย์” พล.ต.ตวิชัย สังข์ประไพ ว่าที่ผู้สมัคร ส.ก. “พรรคประชาธิปัตย์” นายอนันตชาติ บัวสุวรรณ ลงพื้นที่เขตจตุจักร ติดตามความคืบหน้าการพัฒนาที่อยู่อาศัยชุมชนริมคลองประชาร่วมใจ 1 และประชาร่วมใจ 2 พร้อมมอบถุงน้ำใจ ให้กำลังใจผู้สูงอายุ และมอบทะเบียบบ้านให้ผู้แทนชุมชน จำนวน 176 ครอบครัว

“Yan Marchal” นักล้อการเมืองไทย เจอ “ตม.” เนรเทศกลับฝรั่งเศส ชี้เป็นภัยสังคม

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/494490

27 พ.ย. 2564 |14:00 น.

"Yan Marchal" นักล้อการเมืองไทย เจอ "ตม." เนรเทศกลับฝรั่งเศส ชี้เป็นภัยสังคม

ผู้สื่อข่าวอาวุโส ชื่อดัง โพสต์เฟซบุ๊กระบุ “Yan Marchal” นักล้อเลียนการเมืองไทย ถูก “ตม.” กักตัวที่ ภูเก็ต พร้อมเตรียมเนรเทศกลับฝรั่งเศศ ชี้มีพฤติการณ์ ที่เป็นภัยต่อสังคม

27 พ.ย.2564  ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายประวิตร โรจนพฤกษ์ ผู้สื่อข่าวอาวุโสข่าวสด ภาคภาษาอังกฤษ  โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนต้ว โดยระบุว่า Yan Marchal ชาวฝรั่งเศส ที่พักอาศัยอยู่ในประเทศไทย ที่โด่งดังในโลกออนไลน์จากการทำคลิปล้อเลียนการเมืองไทย  ถูกสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (ตม.) กักตัวอยู่ที่จังหวัดภูเก็ต พร้อมเตรียมขับกลับประเทศฝรั่งเศส เนื่องจากมีพฤติการณ์เป็นที่เชื่อว่าเป็นบุคคลที่เป็นภัยต่อสังคม โดยระบุว่า 

“Yan Marchal” โทรมาแจ้งตอน 7 นาฬิกาวันนี้ (27 พ.ย.) ว่า เจ้าหน้าที่ ตม. ไม่ให้เข้า หลังตรวจข้อมูลในระบบคอมพิวเตอร์ พร้อมบอกเป็นภัยต่อความมั่นคง และต้องการให้เจ้าตัวซื้อตั๋วบินกลับปารีส 

นายประวิตร ยังระบุอีกว่า Yan Marchal กล่าวถึงเหตุผล “เขาบอกว่าเพราะพฤติกรรมของผมและสิ่งที่ผมโพสต์ใน FB… ผมจะไม่ได้รับอนุญาต [เข้าราชอาณาจักร]”

“เจ้าหน้าที่รายหนึ่งบอกว่าผมโจมตีกษัตริย์ สร้างปัญหาให้กับกษัตริย์” ไม่นาน เจ้าหน้าที่ ตม. ก็เอาจดหมายมายื่นให้บอกว่ายันเป็น “บุคคลที่เป็นที่น่าเชื่อว่ามีพฤติการณ์เป็นภัยต่อความมั่นคง”

"Yan Marchal" นักล้อการเมืองไทย เจอ "ตม." เนรเทศกลับฝรั่งเศส ชี้เป็นภัยสังคม
"Yan Marchal" นักล้อการเมืองไทย เจอ "ตม." เนรเทศกลับฝรั่งเศส ชี้เป็นภัยสังคม
"Yan Marchal" นักล้อการเมืองไทย เจอ "ตม." เนรเทศกลับฝรั่งเศส ชี้เป็นภัยสังคม

“ลุงตู่” ชวนคนไทยไปใช้สิทธิเลือกตั้ง อบต. 2564 วันพรุ่งนี้

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/494485

27 พ.ย. 2564 |13:00 น.

“ลุงตู่” ชวนคนไทยไปใช้สิทธิเลือกตั้ง อบต. 2564 วันพรุ่งนี้

“ลุงตู่” เชิญชวนคนไทยออกไปใช้สิทธิเลือกตั้ง อบต. 2564 ทั่วประเทศ วันพรุ่งนี้ 28 พ.ย. 64 แนะเลือกคนดี มีความสามารถ มาพัฒนาท้องถิ่น

วันนี้ (27 พ.ย.) น.ส.ไตรศุลี ไตรสรณกุล รองโฆษกประจําสํานักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม เชิญชวนประชาชนออกมาใช้สิทธิเลือกตั้งสมาชิกองค์การบริหารส่วนตำบล(อบต) และนายกองค์การบริหารส่วนตำบล(นายก อบต.) ในวันอาทิตย์ที่ 28 พ.ย.นี้ ตั้งแต่เวลา 08.00 น .ถึง 17.00 น. เพื่อให้ได้คนดีมีความสามารถเข้ามาบริหารท้องถิ่น เพราะการเลือกตั้ง อบต. นั้น มีความสำคัญต่อการพัฒนาท้องถิ่นอย่างมาก เนื่องจากเป็นองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในระดับที่มีความใกล้ชิดประชาชนมากที่สุด เข้าถึงและรับทราบปัญหาของพี่น้องประชาชนแต่พื้นที่เป็นอย่างดี อบต.จึงมีส่วนสำคัญในการผลักดัน พัฒนาท้องถิ่นให้มีความเจริญก้าวหน้าต่อไป

“ลุงตู่” ชวนคนไทยไปใช้สิทธิเลือกตั้ง อบต. 2564 วันพรุ่งนี้

น.ส.ไตรศุลี กล่าวด้วยว่า รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ ให้ความสำคัญกับการกระจายอำนาจจากส่วนกลางสู่ท้องถิ่น เพื่อการบริหารจัดการและรวมถึงการใช้จ่ายงบประมาณที่ตรงกับความต้องการของประชาชนแต่ละพื้นที่ ให้สามารถแก้ไขปัญหาตอบโจทย์ความต้องการของประชาชนได้อย่างมีประสิทธิภาพที่สุด นอกจากนี้ การเลือกตั้ง อบต.ไม่เพียงแต่เป็นการส่งเสริมการกระจายอำนาจเท่านั้น แต่ยังเป็นการเสริมสร้างระบอบประชาธิปไตยในระดับท้องถิ่นให้มีความมั่นคงอีกด้วย

“ลุงตู่” ชวนคนไทยไปใช้สิทธิเลือกตั้ง อบต. 2564 วันพรุ่งนี้


“นายกรัฐมนตรี มีความห่วงใยขอให้ประชาชน ระมัดระวังการติดเชื้อโควิด-19 โดยขอให้สวมใส่หน้ากากอนามัยตลอดเวลาที่ออกไปใช้สิทธิเลือกตั้ง ล้างมือด้วยแอลกอฮอล์อย่างสม่ำเสมอ พร้อมกันนี้ ยังขอให้ประชาชนเดินทางด้วยความระมัดระวัง โดยเฉพาะการเดินทางกลับภูมิลำเนา ขอให้เดินทางด้วยความไม่ประมาท งดการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์แล้วขับขี่ยานพาหนะ เพื่อลดความสูญเสียที่อาจเกิดขึ้นต่อตนเองและผู้อื่น” น.ส.ไตรศุลี กล่าว
 

“ลุงตู่” ชวนคนไทยไปใช้สิทธิเลือกตั้ง อบต. 2564 วันพรุ่งนี้

โค้งสุดท้าย! “ธนาธร” ลงพื้นที่ช่วยหาเสียง “อบต.ราชาเทวะ”

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/494478

27 พ.ย. 2564 |13:00 น.

โค้งสุดท้าย! "ธนาธร" ลงพื้นที่ช่วยหาเสียง "อบต.ราชาเทวะ"

โค้งสุดท้าย! “ธนาธร” ลงพื้นที่ อบต.ราชาเทวะ ช่วยสมาชิกคณะก้าวหน้าหาเสียงเลือกตั้ง อบต. ก่อนกาบัตรเลือกตั้งวันพรุ่งนี้

วันนี้ (27 พ.ย.) ที่ จ.สมุทรปราการ ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้า เดินทางไปยังพื้นที่ อบต.ราชาเทวะ เพื่อพบปะพูดคุยและให้กำลังใจ พร้อมรับประทานอาหารเช้าร่วมกับ ชุติกาญจน์ ศรทอง ผู้สมัครนายก อบต. ราชาเทวะ เบอร์ 5 โดยมีพี่น้องประชาชนในพื้นที่ใกล้เคียงร่วมทักทายให้กำลังใจ และอวยพรให้ผู้สมัครที่คณะก้าวหน้าให้การสนับสนุนสามารถคว้าชัยชนะให้สำเร็จ โดยในวันนี้ถือเป็นวันสุดท้ายของการหาเสียงสำหรับศึกเลือกตั้งนายก อบต.และสมาชิกสภา อบต. ที่กำลังจะจัดขึ้นทั่วประเทศ 28 พฤศจิกายน นี้

โค้งสุดท้าย! "ธนาธร" ลงพื้นที่ช่วยหาเสียง "อบต.ราชาเทวะ"
โค้งสุดท้าย! "ธนาธร" ลงพื้นที่ช่วยหาเสียง "อบต.ราชาเทวะ"

สำหรับ อบต.ราชาเทวะ เป็นหนึ่งใน อบต. ที่ได้รับงบประมาณจำนวนมาก คิดเป็นเงินตามวาระ 4 ปี กว่า 400 ล้านบาท ที่ผ่านมามีข่าวคราวปรากฏตามหน้าสื่อเรื่องการทุจริตหลายคดี และที่เป็นที่โด่งดังสุดคือ กรณีเสาไฟกินรี โดยผู้สมัครที่คณะก้าวหน้าให้การสนับสนุน คือ ชุติกาญจน์ ได้เตรียมนโยบายเพื่อแก้ไขปัญหานี้ให้กับพี่น้องประชาชน เปลี่ยนเสาไฟกินรีที่ไร้ประโยชน์ เป็นเสาไฟส่องสว่าง ไปจนถึงนโยบายสนับสนุนคุณภาพชีวิตของพี่น้องประชาชนในพื้นที่ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นครอบครัวพี่น้องแรงงาน เป็นครอบครัวใหม่ที่เริ่มต้นตั้งตัว ด้วยนโยบายเพิ่มพื้นที่สาธารณะสีเขียว เพิ่มพื้นที่สาธารณะกับความมั่นคงด้านอาหาร และอื่นๆ อีกมากมาย

โค้งสุดท้าย! "ธนาธร" ลงพื้นที่ช่วยหาเสียง "อบต.ราชาเทวะ"

ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า ในระหว่างการพูดคุย ธนาธรได้กล่าวสนับสนุนและพร้อมที่จะให้คำแนะนำชุติกาญจน์ ในทุก ๆ ด้าน โดยเฉพาะด้านนโยบายและการบริหาร เนื่องจากมีประสบการณ์การบริหารท้องถิ่นจากคราวเลือกตั้งเทศบาลมาก่อนหน้านี้แล้ว และหวังว่าชุติกาญจน์ จะสามารถคว้าชัยชนะปักธงคณะก้าวหน้าใน จ.สมุทรปราการ ได้

โค้งสุดท้าย! "ธนาธร" ลงพื้นที่ช่วยหาเสียง "อบต.ราชาเทวะ"

วอนผู้ประกอบการธุรกิจเช่าซื้อรถจักรยานยนต์ ผ่อนคลายหนี้ช่วงโควิด

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/494474

27 พ.ย. 2564 |12:00 น.

วอนผู้ประกอบการธุรกิจเช่าซื้อรถจักรยานยนต์ ผ่อนคลายหนี้ช่วงโควิด

“อนุชา” วอนผู้ประกอบการด้านธุรกิจเช่าซื้อรถจักรยานยนต์ไทย ผ่อนคลายภาระหนี้ช่วงโควิดระบาด พร้อมกำชับ สคบ. รับฟังเสียงทุกภาคส่วน ก่อนจัดทำร่างกฎหมายแก้ไขเพิ่มเติมธุรกิจให้เช่าซื้อรถยนต์และจักรยานยนต์เป็นธุรกิจที่ควบคุมสัญญา พ.ศ. 2561


นายอนุชา นาคาศัย รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวขอความร่วมมือสมาคมธุรกิจเช่าซื้อรถจักรยานยนต์ไทยให้ช่วยคำนึงถึงภาคการเกษตร ซึ่งเป็นกำลังซื้อหลักของประเทศ หากภาคเกษตรไม่มีเงินทุน การค้าขายในภาพรวมก็จะฝืดเคือง และขอให้ภาคเอกชนคำนึงถึงความยากลำบากของประชาชนระดับรากหญ้า ขอให้เห็นใจซึ่งกันและกันในเชิงสังคมมากกว่าธุรกิจ เพื่อช่วยผ่อนคลายภาระหนี้ภาคครัวเรือนที่น่ากังวลในสถานการณ์เช่นนี้ ยืนยันทุกเรื่องที่มีผลกระทบต่อภาคธุรกิจ ต่อประชาชน รัฐบาลจะพิจารณาอย่างรอบคอบก่อนตัดสินใจดำเนินการ

วอนผู้ประกอบการธุรกิจเช่าซื้อรถจักรยานยนต์ ผ่อนคลายหนี้ช่วงโควิด

ทั้งนี้ นายอนุชา ได้เป็นประธานการประชุม จากกรณีที่สมาคมธุรกิจเช่าซื้อรถจักรยานยนต์ไทย มีหนังสือถึงรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เพื่อขอเข้าหารือแนวทางการแก้ไข ปรับปรุง เพิ่มเติมประกาศคณะกรรมการว่าด้วยสัญญา เรื่องให้ธุรกิจให้เช่าซื้อรถยนต์และจักรยานยนต์เป็นธุรกิจที่ควบคุมสัญญา พ.ศ.2561 

สำหรับการประชุมหารือในครั้งนี้ เกิดจากข้อกังวลของทางสมาคมฯ ต่อ (ร่าง) ประกาศของคณะกรรมการว่าด้วยสัญญา เรื่อง ให้ธุรกิจให้เช่าซื้อรถยนต์ รถจักรยานยนต์ รถแทรกเตอร์ และเครื่องจักรกลการเกษตร เป็นธุรกิจที่ควบคุมสัญญา พ.ศ. … ซึ่งออกโดยคณะกรรมการว่าด้วยสัญญา สคบ. และได้จัดทำประชาพิจารณ์ (ร่าง) ประกาศดังกล่าว ระหว่างวันที่ 8 ตุลาคม – 7 พฤศจิกายน พ.ศ.2564 เป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยภาคเอกชนมีข้อกังวลเรื่องการกำหนดเพดานอัตราดอกเบี้ยเช่าซื้อ ที่อัตรา 15% มาตรการคืนรถจบหนี้ มาตรการให้ส่วนลดไม่น้อยกว่า 50% ของมูลค่าหนี้ส่วนที่ขาด (ติ่งหนี้) และมาตรการให้ส่วนลดไม่น้อยกว่า 80% ของดอกเบี้ยที่ยังไม่ถึงกำหนดในกรณีปิดบัญชี ซึ่งมาตรการดังกล่าวอาจส่งผลกระทบรุนแรงต่อผู้ประกอบการ

วอนผู้ประกอบการธุรกิจเช่าซื้อรถจักรยานยนต์ ผ่อนคลายหนี้ช่วงโควิด

รัฐมนตรีประจำสำนักนายกฯ กล่าวด้วยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและรมว.กลาโหม มีความห่วงใยทุกภาคส่วน รวมถึงภาคธุรกิจการค้าที่เป็นส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ ทั้งนี้ (ร่าง) ประกาศดังกล่าวที่ภาคเอกชนมีข้อกังวล ยังคงอยู่ในส่วนของการรับฟังความคิดเห็นจากภาคประชาชน หน่วยงานภาครัฐ และภาคเอกชน ยังไม่มีการประกาศใช้ ซึ่งข้อเสนอแนะและแนวทางที่ได้หารือในวันนี้ จะเป็นส่วนหนึ่งในการพิจารณาจัดทำ (ร่าง) ประกาศ เพื่อให้เกิดความสมดุลทุกฝ่าย พร้อมกันนี้ ได้กำชับทาง สคบ. ให้นำข้อเสนอแนะทุกภาคส่วนมาพิจารณาอย่างถี่ถ้วน เพื่อความเป็นธรรม 

วอนผู้ประกอบการธุรกิจเช่าซื้อรถจักรยานยนต์ ผ่อนคลายหนี้ช่วงโควิด

ในการประชุมร่วมกันดังกล่าว มีนายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ ส.ส.ศรีสะเกษ นายอนุรุทธิ์ นาคาศัย ที่ปรึกษารัฐมนตรีประจำสำนักฯ นายศุภกิตต์ มะลิ ผู้อำนวยการกองคุ้มครองผู้บริโภคด้านสัญญา ผู้แทนสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) ผู้แทนสมาคมธุรกิจเช่าซื้อรถจักรยานยนต์ไทย ผู้แทนสมาคมผู้ประกอบการรถจักรยานยนต์ไทย ผู้แทนสมาคมธุรกิจเช่าซื้อไทย ผู้แทนสมาคมธนาคารไทย และผู้แทนสมาคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย เข้าร่วมเมื่อวันที่ 26 พ.ย. ที่ผ่านมา  

วอนผู้ประกอบการธุรกิจเช่าซื้อรถจักรยานยนต์ ผ่อนคลายหนี้ช่วงโควิด