รายการ LIFE VARIETY : จักราวุธ แสวงผล , หม่อมหลวงวันรัชดา วรวุฒิ , หม่อมหลวงสวรรณศิริ ทองใหญ่

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/620805

รายการ LIFE VARIETY : จักราวุธ แสวงผล , หม่อมหลวงวันรัชดา วรวุฒิ , หม่อมหลวงสวรรณศิริ ทองใหญ่

วันพุธ ที่ 8 ธันวาคม พ.ศ. 2564, 13.58 น.

จักราวุธ แสวงผล , หม่อมหลวงวันรัชดา วรวุฒิ , หม่อมหลวงสวรรณศิริ ทองใหญ่ 

ออกอากาศวันอาทิตย์ที่ 28 พฤศจิกายน 2564 ทาง NBT 2HD ช่องหมายเลข 2 เวลา 11.05 – 11.30 น.

ฉลองครบรอบ 2 ปี ‘ยูเรนัส คลินิก’ คว้า ‘รถเมล์-คะนึงนิจ จักรสมิทธานนท์’ นั่งแท่นพรีเซ็นเตอร์คนแรก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/620786

ฉลองครบรอบ 2 ปี ‘ยูเรนัส คลินิก’ คว้า ‘รถเมล์-คะนึงนิจ จักรสมิทธานนท์’ นั่งแท่นพรีเซ็นเตอร์คนแรก

วันพุธ ที่ 8 ธันวาคม พ.ศ. 2564, 12.22 น.

ความสวยกับผู้หญิงเรียกได้ว่าเป็นของคู่กัน แต่ถ้าจะให้ความสวยอยู่คู่กับเราไปนาน ๆ นั้น ก็จำเป็นที่จะต้องดูแลอย่างดี กว่า 19 ปี ในวงการบันเทิงคงจะพิสูจน์แล้วว่า เวลาไม่เคยทำอะไรเธอได้เลย

รถเมล์-คะนึงนิจ จักรสมิทธานนท์ นางเอกสาวมากความสามารถ ที่ฝากผลงานไว้มากมายหลายบทบาทในวงการบันเทิง ทั้งฝีมือการแสดง โฆษณา ถ่ายแบบ งานพิธีกร และผลงานล่าสุดกับการรับบทบาท เป็น พรีเซ็นเตอร์  “ยูเรนัส คลินิก” ตัวแทนความสวยของผู้หญิงที่ใส่ใจเลือกสิ่งที่ดีที่สุดให้กับตัวเอง เพราะทำงานในวงการบันเทิงนอกจากฝีมือการแสดงแล้ว เรื่องของรูปร่างหน้าตา ผิวพรรณ รูปร่างถือว่ามีความสำคัญอย่างมาก การจะเลือกดูแลตัวเองทั้งที จะต้องมั่นใจในมาตรฐานและการให้บริการเป็นสิ่งสำคัญ

ในยุคดิจิตัลนี้เทคโนโลยีความงามก็มีพัฒนาไปอย่างรวดเร็ว “ยูเรนัส คลินิก” จึงมุ่งมั่นที่จะค้นหาเทคโนโลยีความสวยใหม่ๆที่ตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคให้รวดเร็วมากยิ่งขึ้นพร้อมทั้งขยายสาขาทั้งในกรุงเทพฯ ปริมณฑล และ เตรียมขยายสาขาเพิ่มขึ้นไปยังต่างจังหวัด เพื่อให้บริการของทางคลินิกฯ ในด้านความงามครอบคลุมทั่วถึงมากยิ่งขึ้น โดยมุ่งเน้นการใช้เทคโนโลยีมาตฐานระดับสากลเพื่อแก้ปัญหาผิวพรรณและความงาม ไม่ว่าจะเป็นการยกกระชับผิว กระตุ้นคอลลาเจนลดริ้วรอย เติมเต็มปรับรูปหน้า ดูแลใส่ใจผิวตั้งแต่การปรับโครงสร้างผิวให้มีความแข็งแรง ทรีทเม้นท์บำรุงที่คอยรักษาสมดุลความชุ่มชื้นให้ผิว รวมทั้งเทคโนโลยีเรื่องของการดูแลไขมันเพื่อสัดส่วนที่ดี

เมื่อช่วงปลายเดือนพฤศจิกายน 2564 ที่ผ่านมา เพื่อเป็นการคืนกำไรและมอบความสวยให้กับลูกค้า ร่วมกับโอกาสฉลองความสำเร็จครบรอบ2ปี “ยูเรนัส คลินิก” จึงได้เปิดตัวพรีเซ็นเตอร์คนแรกอย่างเป็นทางการ  “URANUS Clinic 2nd Anniversary Golden Glow”  เปล่งประกายความงามในแบบเฉพาะคุณ ภายในงาน รถเมล์-คะนึงนิจ พรีเซ็นเตอร์ คนล่าสุด ยังได้แชร์เคล็ดลับการดูแลความงามแบบเอ็กซ์คลูซีฟ ที่ทำให้ยังคงสวยสดใส พร้อมเปิดใจแชร์ประสบการณ์สุดประทับใจในการดูแลของ “ยูเรนัส คลินิก” ก่อนที่จะถ่ายงานพรีเซ็นเตอร์ชิ้นนี้ แม้โหมงานหนักมาก่อน แต่ภาพออกมาผิวพรรณดูสดใสมีออร่าแบบเป็นธรรมชาติอีกด้วย

โดยการจัดงานในครั้งนี้ ได้มีการปฏิบัติตามมาตรการทางด้านความปลอดภัย ตามคำแนะนำของกระทรวงสาธารณสุขอย่างเคร่งครัด ทั้งการสวมหน้ากากอนามัย ตรวจวัดอุณหภูมิ จำกัดจำนวนผู้มาร่วมงาน และรักษาระยะห่าง ทั้งนี้ “ยูเรนัส คลินิก” ยังกำหนดให้แพทย์และพนักงานผู้ให้บริการทุกคนได้รับวัคซีนครบตามกำหนด ควบคุมดูแลรักษาความสะอาด ทำความสะอาดอุปกรณ์และพื้นผิวสัมผัสด้วยแอลกอฮอล์ตลอดเวลา เพื่อให้ผู้เข้ารับบริการทุกคนมั่นใจได้ในความปลอดภัยห่างไกลจากโรคโควิด-19

งานจัดขึ้นอย่างอบอุ่นและเป็นกันเองภายใต้มาตราการเรื่องความปลอดภัยอย่างเคร่งครัด โดยจัดขึ้น 3 สาขาในเขตกรุงเทพและปริมณฑล สาขาโรบินสัน ลาดกระบัง, สาขาโรบินสัน สมุทรปราการ และสาขาอิมพีเรียลเวิลด์สำโรง สมุทรปราการ พร้อมกันนี้ผู้บริหาร คุณโอฬาร   กิจเลิศไพโรจน์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ คุณเมตตา ไพบูลย์วัฒนโรจน์ ผู้จัดการฝ่ายบริหารพื้นที่และพัฒนาธุรกิจร้านค้า ศูนย์การค้าอิมพีเรียลเวิลด์ สำโรง และ ตัวแทนผู้บริหารจากห้างโรบินสัน ร่วมมอบช่อดอกไม้แสดงความยินดีไว้ ณ โอกาสนี้ด้วย

ถึงแม้อยู่ในสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 แต่เพราะการรักษามาตรฐานทั้งการให้บริการ ควบคู่ไปกับผลลัพธ์และการดูแลด้านความปลอดภัย จึงทำให้ได้รับผลตอบรับที่ดีของผู้เข้ามาใช้บริการ ทางผู้บริหารของ “ยูเรนัส คลินิก” จึงได้ดำเนินการขยายสาขา เพื่อการให้บริการที่ครอบคลุมมากขึ้น โดยเพิ่งเปิดให้บริการที่สาขาลพบุรี นครสวรรค์ ร้อยเอ็ด และวางแผนที่จะเปิดให้บริการในเขตภาคตะวันออก และภาคอีสานเพิ่มเติมในปี 2565 ทั้งนี้เป็นการการันตีว่า ไม่ว่าจะอยู่ในสถานการณ์ไหน ผู้หญิงไทยก็ยังคงรักสวยรักงามอยู่เสมอ อยากดูแลตัวเองให้ดูดี “มั่นใจเลือกดูแลความสวย ได้ที่ ยูเรนัส คลินิก”

ติดตามข่าวสารกิจกรรมและโปรโมชั่น พิเศษ ได้ทาง http://www.facebook.com/uranusclinic.th/ หรือ โทร 02-0778980

สมาคมธรรมศาสตร์ฯ ชวนชม ‘รายการพิเศษ 87 ปี ธรรมศาสตร์’ พร้อมอัพเดทกิจกรรม New Normal…ชีวิตวิถีใหม่ฯ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/620784

สมาคมธรรมศาสตร์ฯ ชวนชม ‘รายการพิเศษ 87 ปี ธรรมศาสตร์’ พร้อมอัพเดทกิจกรรม New Normal...ชีวิตวิถีใหม่ฯ

วันพุธ ที่ 8 ธันวาคม พ.ศ. 2564, 12.16 น.

สมาคมธรรมศาสตร์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ ขอเชิญชม ‘รายการพิเศษ 87 ปี ธรรมศาสตร์’ วันพฤหัสบดีที่ 9 ธันวาคม 22.30-24.00 น. ทางช่อง 9 MCOT HD หมายเลข 30

ติดตามเรื่องราวของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ช่วงสถานการณ์โควิด…การจัดการเรียนการสอน การจัดตั้งหลักสูตรใหม่ การสร้างสรรค์ผลงานและการบริการสังคมอย่างต่อเนื่อง รวมถึงความพร้อมด้านสาธารณสุขครบวงจรของโรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ

และอัพเดทกิจกรรม New Normal…ชีวิตวิถีใหม่ เพื่อประชาคมธรรมศาสตร์ 

มาร่วมติดตามรับชมกันนะคะ

#87ปีธรรมศาสตร์

‘กุ้ง-ปวีณา บำรุงรส’ ผู้หญิงแถวหน้ากล้าลุยธุรกิจลิขสิทธิ์นางงามอินเตอร์

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/620779

'กุ้ง-ปวีณา บำรุงรส'  ผู้หญิงแถวหน้ากล้าลุยธุรกิจลิขสิทธิ์นางงามอินเตอร์

วันพุธ ที่ 8 ธันวาคม พ.ศ. 2564, 11.56 น.

“กุ้งคิดว่าหนึ่งในความใฝ่ฝันของชีวิตลูกผู้หญิงทั่วโลกนั่นคือ การได้มีโอกาสเข้าร่วมประกวดนางงามอย่างน้อยสัก 1 เวที หรือมากกว่าไปกว่านั้นคือ การได้สวมมงกุฎและสายสะพายในฐานะผู้ชนะเลิศ แต่สำหรับกุ้งแล้ว ตอนนี้มาไกลเกินฝัน เพราะกุ้งเชื่อว่าทุกความฝันเราสามารถต่อยอดให้เป็นจริงได้ด้วยความรักความมานะพยายาม”

นี่คือคำกล่าวของผู้หญิงไทยคนหนึ่งที่ชื่อ “กุ้ง-ปวีณา บำรุงรส” ซึ่งมาถึงวันนี้ จากที่เธอเป็นผู้ตามหาความฝันได้กลายมาเป็นผู้มอบความฝันที่เป็นจริงให้กับบรรดาหญิงสาวที่ต้องการสัมผัสโลกแห่งนางงามในฐานะ  ประธานผู้อำนวยการบริษัท ERM THAILAND  ซึ่งถือว่าเป็นบริษัทที่มีลิขสิทธิ์นางงามระดับนานาชาติมากที่สุดในโลก

กุ้ง-ปวีณา  บำรุงรส ประธานผู้อำนวยการบริษัท ERM THAILAND กล่าวว่า ตนเองมีความสนใจเรื่องนางงามมาตั้งแต่เด็ก ๆ แล้วมีโอกาสได้เข้าร่วมประกวดเวทีน้อยใหญ่มาแล้วมากมาย มีทั้งไปไม่ถึงฝั่งฝัน มีทั้งได้ตำแหน่งต่าง ๆ โดยเฉพาะตำแหน่งชนะเลิศ ซึ่งเราผ่านมาหมด ถือว่าเป็นการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับชีวิต ได้เรียนรู้ประสบการณ์ทั้งด้านบวกและด้านลบ เป็นการเปิดมุมมองในโลกของการประกวดหรือการแข่งขันที่เราจะต้องเตรียมความพร้อมที่ไม่ใช่เพียงแค่รูปร่างหน้าตาเท่านั้น หากแต่จะต้องมุ่งเน้นเทคนิคและรายละเอียดที่แต่ละขั้นตอนที่เราต้องทำในระหว่างการประกวดเพื่อให้เดินทางไปสู่เป้าหมายนั้น โดยไม่ต้องไปกังวลผลแพ้ชนะ

“จริงอยู่ว่าในการปะกวดแต่ละครั้งนั้นจะเกิดสภาวะความตึงเครียด ต้องคิดว่าความเครียดนั้นเราสามารถเรียนรู้และจัดการมันได้ด้วยการกระตุ้นให้เกิดการตื่นตัวแล้วเร่งดำเนินการให้สู่เป้าหมาย เปิดโลกแห่งจินตนาการกับสถานการณ์ที่เราต้องพบเจอในระหว่างการประกวด แล้วตัดสินใจว่าเราจะแก้ไขหรือมีปฏิกิริยาอย่างไร แล้วถ้าหากเกิดขึ้นจริงจะทำให้สามารถตอบสนองได้อย่างรวดเร็ว จากนั้นอยู่กับบรรยากาศหรือสภาพแวดล้อมที่ดีก่อนก้าวสู่การประกวด หากอยู่ในสภาพตึงเครียดให้ลองนึกถึงบรรยากาศที่ดี ๆ ที่เราเคยสร้างขึ้นมา พยายามสร้างพลังบวกด้วยการฝึกพูดกับตัวเองด้านสร้างสรรค์ให้อยู่ในหัวเป็นการให้กำลังใจตัวเอง รวมถึงการตระหนักและสัมผัสถึงตัวตนของเราอยู่เสมอ เพื่อเป็นสร้างความเข้าใจอันดี และสร้างแผนการรับมือในสิ่งต่าง ๆที่จะเกิดขึ้นกับเราในอนาคต พยายามจดบันทึกความคิดอ่านของเราเอาไว้ และสามารถนำมาทบทวนและเรียนรู้ได้อีกครั้งในภายหลัง”

จากการประสบการณ์ที่สั่งสมและคร่ำหวอดอยู่ในแวดวงการประกวดนางงามทั้งในระดับประเทศและระดับนานาชาติมา 22 ปี  ได้หล่อหลอมให้คุณกุ้งรู้มั่นใจว่า “ควรจะทำอะไร” แล้ว “กล้าที่จะลงมือทำ”

กุ้ง-ปวีณา กล่าวว่า สำหรับในเมืองไทยแล้ว มาถึงวันนี้นางงามหลายคนได้กลายเป็นแรงบันดาลใจให้กับคนหมู่มาก อีกทั้งยังกลายเป็นกระแสในสังคม โดยหนึ่งในสิ่งที่ตอบสนองนั่นคือ การพัฒนารูปแบบของเวทีประกวดในทุกมิติให้มีสีสันและความทันสมัยมากยิ่งขึ้น รวมทั้งมีการเปิดเวทีน้อยใหญ่จัดประกวดนางงามขึ้นมามากมาย บางเวทีมีการส่งผู้ชนะเลิศเข้าร่วมประกวดในเวทีระดับนานาชาติอีกด้วย

“กุ้งว่าเวทีการประกวดนางงามนั้นมีวงจรสำคัญคือ 1.เวทีและคอนเทนท์การประกวด 2.ทีมงาน 3.ผู้เข้าประกวด 4.ผู้ให้การสนับสนุนหรือสปอนเซอร์  5.ช่องทางการเผยแพร่และประสัมพันธ์  6.ผู้ชม หากเราจะคิดทำธุรกิจทางด้านการประกวดเราจะต้องตระหนักถึงสิ่งที่กล่าวมาแล้วทั้งหมดให้มาก ๆ โดยจะทำอย่างไรให้ทั้ง 6 ข้อนี้เป็นวงจรที่มีความแข็งแกร่ง มีการเติบโต และมีความยั่งยืน พร้อมที่จะขับเคลื่อนออกไปได้อย่างมีประสิทธิภาพไม่ว่าจะเป็นในระดับประเทศและระดับสากล”             

ภายหลังจากที่ กุ้ง-ปวีณา ได้ตระหนักถึงวงจรนางงามจึงเดินหน้าสร้าง “ERM THAILAND” อาณาจักรเวทีการประกวดและการถือครองลิขสิทธิ์เวทีระดับนานาชาติทั้งนางงาม นางแบบ นายแบบ ที่มีชื่อเสียงทั่วโลกกว่า 20 เวที  ซึ่งถือว่ามากที่สุดในประเทศไทยและเอเชีย ขึ้นมาได้อย่างสง่างาม รวมถึงการขายไลเซ่นส์เวทีประกวดให้กับต่างประเทศอีกด้วย

กุ้ง-ปวีณา กล่าวถึงเรื่องนี้ว่า  เกิดจากความต้องการที่นำความรู้และประสบการณ์ที่มีมานานถึง 22 ปี ทั้งด้านประสบการด้านการประกวดนางงาม และทั้งด้านการทำธุรกิจ นำมาต่อยอดเพื่อสร้างประโยชน์ให้กับผู้คนที่ต้องการพัฒนาศักยภาพในตัวเองสู่การเป็นนางงามมืออาชีพ อีกทั้งเพื่อร่วมเป็นส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนและพัฒนาอุตสาหกรรมนางงามให้เติบโตอย่างยั่งยืนต่อไป

“ภาพโดยรวมของธุรกิจการประกวด โดยเฉพาะเวทีนางงามทั้งในประเทศและระดับนานาชาติในปัจจุบันนี้ยังคงมีความคึกคักอยู่เสมอและตลอดทั้งปี ซึ่งเวทีนางงามจะมีการปรับเปลี่ยนให้เข้ากับยุคสมัยและสถานการณ์อยู่ตลอดเวลา จึงอาจกล่าวได้ว่า การประกวดเป็นธุรกิจและอุตสาหกรรมที่ยังคงน่าจับตามอง สามารถสร้างเม็ดเงินอย่างมหาศาลเข้าประเทศได้ หากแต่เราต้องผนึกพลังความร่วมมือกันจากทุกๆ ฝ่าย ในการช่วยกันคิดริเริ่ม ทำงานทั้งเชิงรุกและเชิงรับ พร้อมทั้งช่วยกันขับเคลื่อนและรักษาให้เติบโตอย่างยั่งยืนตราบนานเท่านาน”

ล่าสุด กุ้ง-ปวีณา ได้เปิดประสบการณ์และธุรกิจหน้าใหม่ให้กับวงการและธุรกิจนางงามไทย กับ “MISS AURA INTERNATIONL ACADEMY” หรือเรียกสั้นๆว่า  “MAI ACADEMY”   สถาบันแห่งการพัฒนาศักยภาพสู่การเป็นนางงามมืออัจฉริยะ สังคมแห่งการเรียนรู้ของนางงามแบบครบวงจร ที่แรกของประเทศไทย  ในรูปแบบการเรียนรู้ COACHING & TRAINING ” พร้อมที่จะขับเคลื่อนอุตสาหกรรมนางงามไทยสู่เวทีระดับสากล โดยวิทยากรชั้นนำของเมืองไทย

กุ้ง-ปวีณา จึงก้าวสู่อีกบทบาทครั้งสำคัญ ในฐานะ CEO & FOUNDER ผู้ก่อตั้ง สถาบัน “MAI ACADEMY”  พันธกิจที่ต้องการส่งต่อคุณค่าให้สังคมประเทศ สำคัญคือ สถาบันแห่งนี้มุ่งไปที่การ พัฒนาศักยภาพ สู่การเป็นนางงามอัจฉริยะ  ด้วยกระบวนการองค์ความรู้ที่เป็นรูปธรรมทั้งการอบรมและการทำเวิร์กช็อป ส่งต่อคุณค่าให้นางงามไทยให้มีความมั่นใจ มีความพร้อมในการก้าวสู่เวทีการประกวดทั้งในประเทศและต่างประเทศ รวมทั้งยังมีบริการครบวงให้คำปรึกษาพัฒนาศักยภาพและปรึกษาธุรกิจในฐานะผู้เชี่ยวชาญธุรกิจนางงามที่ถือครองลิขสิทธิ์การประกวดมากที่สุดในประเทศไทย

“กุ้งขอพูดเลยว่า สถานบันแห่งนี้เป็นการสร้างทุนมนุษย์ที่ดีในรูปแบบของนางงาม ที่ประกอบด้วย 1.ทุนปัญญาคือ ความรู้และความสามารถในการเรียนรู้ ความเชี่ยวชาญเฉพาะ ทักษะ ประสบการณ์ที่คนสะสมไว้ รวมทั้งความรู้ที่อยู่ในตัวเรา 2. ทุนสังคมคือ เครือข่ายความสัมพันธ์ และ 3.ทุนอารมณ์ คือคุณลักษณะต่างๆ เช่น การรับรู้ตนเอง ความมีศักดิ์ศรี และการมีความยืดหยุ่น ซึ่งนางงามเหล่านี้จะกลายเป็นทรัพยากรบุคคลที่จะใช้ความดี ความรู้ ความสามารถ ไปเพิ่มพูนและพัฒนาตนเอง ครอบครัว องค์กร สังคม และประเทศชาติ ได้เป็นอย่างดียิ่ง”

สำหรับผู้สนใจที่เข้าร่วมพัฒนาศักยภาพความเป็นนางงามกับ  “MISS AURA INTERNATIONL ACADEMY”  สามารถติดต่อสอบถามได้ที่ โทร. 0-83546-6556 และติดตามความเคลื่อนไหวได้ที่ Facebook : Miss Aura International Academy, Instagram: @mai.academy และ Line@: @maiacademy

‘ซอนต้าอีคลับประเทศไทย 1’ รณรงค์สร้างความตระหนักรู้ และระดมทุนเพื่อยุติความรุนแรงต่อสตรีและเด็กผู้หญิง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/620630

‘ซอนต้าอีคลับประเทศไทย 1’ รณรงค์สร้างความตระหนักรู้  และระดมทุนเพื่อยุติความรุนแรงต่อสตรีและเด็กผู้หญิง

วันพุธ ที่ 8 ธันวาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

ตามที่องค์การสหประชาชาติได้กำหนดให้วันที่ 25 พฤศจิกายน ของทุกปีเป็นวันยุติความรุนแรงต่อสตรีสากลซอนต้าอีคลับประเทศไทย 1 นำโดย ซอนเชี่ยน อรยาพร กาญจนจารี นายกสโมสรฯ ร่วมกับ ซอนต้ากรุงเทพ 1 นำโดย ซอนเชี่ยน อินทิรา สวัสดิ์พาณิชย์ นายกสโมสรฯ และซอนต้ากรุงเทพ 8 นำโดย ซอนเชี่ยน มรกต โชติกุล นายกสโมสรฯ กำหนดจัดกิจกรรม 16 วันยุติความรุนแรงต่อสตรีและเด็ก ระหว่างวันที่ 25 พฤศจิกายน-10 ธันวาคม 2564 ภายใต้แนวคิด “รณรงค์สร้างความตระหนักรู้และระดมทุนเพื่อยุติความรุนแรงต่อสตรีและเด็กผู้หญิง” เพื่อขอความร่วมมือจากทุกภาคส่วนในการรณรงค์ให้คนในสังคมสร้างความตระหนักรู้ถึงปัญหาความรุนแรงต่อสตรี เด็ก และบุคคลในครอบครัว โดยให้ความสำคัญในการป้องกันและร่วมมือกันแก้ไขปัญหาความรุนแรงในสังคม ซึ่งจัดระหว่างวันที่ 26-28 พฤศจิกายน ณ Living Hall ชั้น 3 ศูนย์การค้าสยามพารากอน โดยได้รับเกียรติจาก จุติ ไกรฤกษ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) เป็นประธานเปิดงานและกล่าวถึงบทบาทหน้าที่ของกระทรวงฯ ในการรณรงค์ยุติความรุนแรงต่อสตรี เด็กและบุคคลในครอบครัว พร้อมกันนี้ได้รับมอบทุนสนับสนุนประกอบอาชีพแก่กลุ่มแม่เลี้ยงเดี่ยวที่ผ่านการอบรมด้านอาชีพจากศูนย์เรียนรู้การพัฒนาสตรีและครอบครัว กรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว จำนวน 250,000 บาท และสนับสนุนการจัดกิจกรรมเพื่อการพัฒนาศักยภาพเด็กและครอบครัว จำนวน 250,000 บาท รวมเป็นเงิน 500,000 บาท จาก พรเสก-ซอนเชี่ยน ดร.ลาลีวรรณ กาญจนจารี เมื่อวันที่ 27 พฤศจิกายน 2564

ทั้งนี้วันที่ 26 พฤศจิกายน 2564 จัดงานเสวนา “รณรงค์สร้างความตระหนักรู้เพื่อยุติความรุนแรงต่อสตรีและเด็กผู้หญิง เกี่ยวกับกฎหมายการทำแท้งอย่างถูกต้อง” โดยมีวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิ 3 ท่าน ประกอบด้วย โกศลวัฒน์ อินทุจันทร์ยง รองอธิบดีอัยการ สำนักคดีศาลแขวง, สุนีย์ ศรีสง่าตระกูลเลิศ รองอธิบดีกรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์, นายแพทย์บุญฤทธิ์ สุขรัตน์ ผู้อำนวยการสำนักอนามัยการเจริญพันธุ์ กระทรวงสาธารณสุข และ ศิริพร ไชยสุต กรรมการบริหาร สมาคมบัณฑิตสตรีทางกฎหมายแห่งประเทศไทยฯ เป็นผู้ดำเนินการเสวนา ให้ความรู้ ความเข้าใจ สร้างความตระหนักรู้ และยุติความรุนแรงต่อสตรีเด็กผู้หญิง นอกจากนี้เมื่อวันที่ 28 พฤศจิกายน2564 ทางสโมสรฯ ได้รับเกียรติจาก จินตนา จันทร์บำรุง อธิบดีกรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ มาบรรยายในหัวข้อ “การขับเคลื่อน Strong Mom : 4 รู้ 4 สร้าง (Smart Mind, Smart Knowledge,Smart Job, Smart Community” ซึ่งเป็นโครงการมอบน้ำใจในการสนับสนุนทุนประกอบอาชีพให้กับแม่เลี้ยงเดี่ยวที่ต้องเผชิญกับสถานการณ์ยากลำบากในการดำรงชีวิต ด้วยการจัดหาอุปกรณ์อาชีพ เงินทุน รวมถึงความรู้ในการประกอบอาชีพ สร้างรายได้ที่ยั่งยืนต่อไป ซึ่งภายในงานมีตัวแทนแม่เลี้ยงเดี่ยวมาแชร์ประสบการณ์หลังจากได้รับทุนประกอบอาชีพแล้วว่ามีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นอย่างไร โดยได้รับเกียรติจาก กอบกาญจน์วัฒนวรางกูร อดีต รมว.กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กล่าวให้กำลังใจแก่แม่เลี้ยงเดี่ยวที่มาร่วมภายในงานอีกด้วย
จุติ ไกรฤกษ์ รมว.กระทรวงการพัฒนาสังคมฯ พร้อมด้วย ซอนเชี่ยน อรยาพร กาญจนจารี นายกสโมสร, ซอนเชี่ยน อินทิรา สวัสดิ์พาณิชย์ นายกสโมสรฯ, ซอนเชี่ยน มรกต โชติกุล
นายกสโมสรฯ, ซอนเชี่ยน อุษณีย์ มหากิจศิริ, ซอนเชี่ยน ดร.ลาลีวรรณ-พรเสก
กาญจนจารี และ ซอนเชี่ยน จินตนา จันทร์บำรุงจุติ ไกรฤกษ์ รมว.กระทรวงการพัฒนาสังคมฯ พร้อมด้วย ซอนเชี่ยน อรยาพร กาญจนจารี นายกสโมสร, ซอนเชี่ยน อินทิรา สวัสดิ์พาณิชย์ นายกสโมสรฯ, ซอนเชี่ยน มรกต โชติกุล นายกสโมสรฯ, ซอนเชี่ยน อุษณีย์ มหากิจศิริ, ซอนเชี่ยน ดร.ลาลีวรรณ-พรเสก กาญจนจารี และ ซอนเชี่ยน จินตนา จันทร์บำรุงประธานเปิดงาน จุติ ไกรฤกษ์ รมว.กระทรวงการพัฒนาสังคมฯ เยี่ยมชมบอร์ดนิทรรศการซอนต้ายุติความรุนแรงต่อสตรีและเด็กผู้หญิงประธานเปิดงาน จุติ ไกรฤกษ์ รมว.กระทรวงการพัฒนาสังคมฯ เยี่ยมชมบอร์ดนิทรรศการซอนต้ายุติความรุนแรงต่อสตรีและเด็กผู้หญิงพรเสก-ซอนเชี่ยน ดร.ลาลีวรรณ กาญจนจารี มอบทุน “โครงการ Storong Mom by พม.” และสนับสนุนกิจกรรมเพื่อพัฒนาศักยภาพเด็กและครอบครัว จำนวน 500,000 บาทพรเสก-ซอนเชี่ยน ดร.ลาลีวรรณ กาญจนจารี มอบทุน “โครงการ Storong Mom by พม.” และสนับสนุนกิจกรรมเพื่อพัฒนาศักยภาพเด็กและครอบครัว จำนวน 500,000 บาทจุติ ไกรฤกษ์ รมว.กระทรวงการพัฒนาสังคมฯ และคณะซอนต้าอีคลับประเทศไทย 1 (แถวล่าง
จากซ้าย) มนวิภา ประชัญคดี, พนิดา ปทุมารักษ์, ดร.ลาลีวรรณ-พรเสก กาญจนจารี, คุณหญิงจินดา
จรุงเจริญเวชช์, คุณหญิงโรส บริบาลบุรีภัณฑ์, ณฤดี เคียงศิริ, ดร.พาลาภ สิงหเสนี, กาญจนา
สายสิริพร (แถวบนจากซ้าย) พวงทอง อานันทนสุวงศ์, อุษณีย์ มหากิจศิริ, มรกต โชติกุล, อรยาพร กาญจนจารี, จินตนา จันทร์บำรุง, ดร.สร้อยเพชร เรศานนท์, นฤพร กาญจนจารีจุติ ไกรฤกษ์ รมว.กระทรวงการพัฒนาสังคมฯ และคณะซอนต้าอีคลับประเทศไทย 1 (แถวล่าง จากซ้าย) มนวิภา ประชัญคดี, พนิดา ปทุมารักษ์, ดร.ลาลีวรรณ-พรเสก กาญจนจารี, คุณหญิงจินดา จรุงเจริญเวชช์, คุณหญิงโรส บริบาลบุรีภัณฑ์, ณฤดี เคียงศิริ, ดร.พาลาภ สิงหเสนี, กาญจนา สายสิริพร (แถวบนจากซ้าย) พวงทอง อานันทนสุวงศ์, อุษณีย์ มหากิจศิริ, มรกต โชติกุล, อรยาพร กาญจนจารี, จินตนา จันทร์บำรุง, ดร.สร้อยเพชร เรศานนท์, นฤพร กาญจนจารีซอนเชี่ยน คุณหญิงโรส บริบาลบุรีภัณฑ์, ซอนเชี่ยน
มนวิภา ประชัญคดี, ซอนเชี่ยน ดร.ลาลีวรรณ กาญจนจารี
และซอนเชี่ยน คุณหญิงจินดา จรุงเจริญเวชช์ซอนเชี่ยน คุณหญิงโรส บริบาลบุรีภัณฑ์, ซอนเชี่ยน มนวิภา ประชัญคดี, ซอนเชี่ยน ดร.ลาลีวรรณ กาญจนจารี และซอนเชี่ยน คุณหญิงจินดา จรุงเจริญเวชช์ซอนเชี่ยน ดร.ลาลีวรรณ กาญจนจารี มอบของที่ระลึกซอนเชี่ยน ดร.ลาลีวรรณ กาญจนจารี มอบของที่ระลึกกอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร อดีต รมว.กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กล่าวให้กำลังใจคุณแม่เลี้ยงเดี่ยวภายในงานกอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร อดีต รมว.กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กล่าวให้กำลังใจคุณแม่เลี้ยงเดี่ยวภายในงานวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิ โกศลวัฒน์ อินทุจันทร์ยง รองอธิบดีอัยการสำนักคดีศาลแขวง, สุนีย์ ศรีสง่าตระกูลเลิศ รองอธิบดีกรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว กระทรวง พม., นพ.บุญฤทธิ์ สุขรัตน์ ผอ.สำนักอนามัยการเจริญพันธุ์ กระทรวงสาธารณสุข และ ศิริพร ไชยสุต กก.บริหารสมาคมบัณฑิตสตรีทางกฎหมายแห่งประเทศไทยฯ ร่วมงานเสวนาวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิ โกศลวัฒน์ อินทุจันทร์ยง รองอธิบดีอัยการสำนักคดีศาลแขวง, สุนีย์ ศรีสง่าตระกูลเลิศ รองอธิบดีกรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว กระทรวง พม., นพ.บุญฤทธิ์ สุขรัตน์ ผอ.สำนักอนามัยการเจริญพันธุ์ กระทรวงสาธารณสุข และ ศิริพร ไชยสุต กก.บริหารสมาคมบัณฑิตสตรีทางกฎหมายแห่งประเทศไทยฯ ร่วมงานเสวนาวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิ โกศลวัฒน์ อินทุจันทร์ยง รองอธิบดีอัยการสำนักคดีศาลแขวง, สุนีย์ ศรีสง่าตระกูลเลิศ รองอธิบดีกรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว กระทรวง พม., นพ.บุญฤทธิ์ สุขรัตน์ ผอ.สำนักอนามัยการเจริญพันธุ์ กระทรวงสาธารณสุข และ ศิริพร ไชยสุต กก.บริหารสมาคมบัณฑิตสตรีทางกฎหมายแห่งประเทศไทยฯ ร่วมงานเสวนาวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิ โกศลวัฒน์ อินทุจันทร์ยง รองอธิบดีอัยการสำนักคดีศาลแขวง, สุนีย์ ศรีสง่าตระกูลเลิศ รองอธิบดีกรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว กระทรวง พม., นพ.บุญฤทธิ์ สุขรัตน์ ผอ.สำนักอนามัยการเจริญพันธุ์ กระทรวงสาธารณสุข และ ศิริพร ไชยสุต กก.บริหารสมาคมบัณฑิตสตรีทางกฎหมายแห่งประเทศไทยฯ ร่วมงานเสวนาวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิ โกศลวัฒน์ อินทุจันทร์ยง รองอธิบดีอัยการสำนักคดีศาลแขวง, สุนีย์ ศรีสง่าตระกูลเลิศ รองอธิบดีกรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว กระทรวง พม., นพ.บุญฤทธิ์ สุขรัตน์ ผอ.สำนักอนามัยการเจริญพันธุ์ กระทรวงสาธารณสุข และ ศิริพร ไชยสุต กก.บริหารสมาคมบัณฑิตสตรีทางกฎหมายแห่งประเทศไทยฯ ร่วมงานเสวนาวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิ โกศลวัฒน์ อินทุจันทร์ยง รองอธิบดีอัยการสำนักคดีศาลแขวง, สุนีย์ ศรีสง่าตระกูลเลิศ รองอธิบดีกรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว กระทรวง พม., นพ.บุญฤทธิ์ สุขรัตน์ ผอ.สำนักอนามัยการเจริญพันธุ์ กระทรวงสาธารณสุข และ ศิริพร ไชยสุต กก.บริหารสมาคมบัณฑิตสตรีทางกฎหมายแห่งประเทศไทยฯ ร่วมงานเสวนา

มธ.ฉลอง 87 ปี ชวนลูกแม่โดมสนับสนุน รพ.ธรรมศาสตร์ฯ บริจาคผ่านรายการพิเศษทางโทรทัศน์ คืนวันที่ 9 ธันวาคมนี้

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/620678

วันพุธ ที่ 8 ธันวาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

มธ.ฉลอง 87 ปี ชวนลูกแม่โดมสนับสนุน รพ.ธรรมศาสตร์ฯ

บริจาคผ่านรายการพิเศษทางโทรทัศน์ คืนวันที่ 9 ธันวาคมนี้

งดรายการวันธรรมศาสตร์ 10 ธันวาคม ที่สนามฟุตบอลท่าพระจันทร์

ฉลอง 87 ปี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ชวนลูกแม่โดมบริจาคผ่านรายการพิเศษทางโทรทัศน์คืนวันที่ 9 ธันวาคมนี้ สนับสนุนโครงการพัฒนาโรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ การพัฒนาสังคมด้านการศึกษา กีฬา และอื่นๆ

เนื่องในโอกาสการสถาปนามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ครบรอบ 87 ปี สมาคมธรรมศาสตร์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ นำโดย ชาญศิลป์ ตรีนุชกร นายกสมาคมและกรรมการ ร่วมกับมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ โรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ สมาคม/มูลนิธิและชมรมในเครือธรรมศาสตร์ เชิญชวนลูกแม่โดมร่วมชมและบริจาคผ่านรายการพิเศษทางสถานีโทรทัศน์ MCOT HD หมายเลข 30 ในวันที่ 9 ธันวาคม 2564 เวลา 22.30-24.00 น. เพื่อนำรายได้สนับสนุนโครงการพัฒนาโรงพยาบาลธรรมศาสตร์ การพัฒนาสังคม การศึกษา กีฬา และอื่นๆ

ประกิต อภิสารธนรักษ์ ประธานจัดรายการพิเศษทางโทรทัศน์ กล่าวว่า ในรายการจะมี VTR นำเสนอการพัฒนาการให้บริการแก่ประชาชน ในเขตปริมณฑลและภูมิภาคได้อย่างดี ของโรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ การนำเสนอความเจริญก้าวหน้าของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ผลการดำเนินงานของสมาคมธรรมศาสตร์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ตั้งแต่อดีตถึงปัจจุบัน และนโยบายการมีส่วนร่วมพัฒนามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

รศ.เกศินี วิฑูรชาติ อธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กล่าวว่า วันธรรมศาสตร์ของทุกปี พี่น้องชาวธรรมศาสตร์จะได้มีโอกาสเข้าร่วมกิจกรรมอันเป็นประโยชน์ต่อสังคม ในปีนี้ก็เช่นเดียวกัน การจัดรายการพิเศษทางสถานีโทรทัศน์ MCOT HD หมายเลข 30เวลา 22.30 น. เพื่อรับบริจาคเงินสนับสนุนการพัฒนาโรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ โดยใบเสร็จรับเงินจากการบริจาคครั้งนี้สามารถนำไปลดหย่อนภาษีเงินได้ประจำปีได้ 2 เท่า

ศ.ดร.สุรพล นิติไกรพจน์ ประธานกรรมการบริหารโรงพยาบาลธรรมศาสตร์ฯกล่าวว่า วันนี้ โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ยังไม่จบ โรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ ได้เตรียมการรองรับและจัดการการแพร่ระบาดของโรคโควิด โดยมีการเพิ่มเตียงไว้บริการผู้ป่วยและผู้ป่วยหนักประมาณ 120 เตียง รวมทั้งอุปกรณ์และเครื่องมือทางการแพทย์ต่างๆ ซึ่งที่ผ่านมาโรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ ให้บริการรักษาผู้ป่วยไปแล้วประมาณ 2,500 คน และมีความพร้อมที่จะให้บริการหากมีวิกฤตการแพร่ระบาดอีก เชื่อว่าจะสามารถดูแลผู้ป่วยได้วันละ 300-400 คน ซึ่งจะทำให้สังคมดีขึ้น ประชาชนมีความสุขเพิ่มขึ้น

รศ.นพ.พฤหัส ต่ออุดม ผู้อำนวยการโรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ กล่าวว่า การพัฒนาโรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติให้บรรลุวัตถุประสงค์ตามที่ตั้งเป้าหมายไว้ ต้องได้รับการสนับสนุนจากชาวธรรมศาสตร์ องค์กรต่างๆ ทั้งภาครัฐและเอกชนตลอดทั้งประชาชนทั่วไป ซึ่งสามารถบริจาคได้ขณะชมรายการพิเศษ โดยการบริจาคทางโทรทัศน์หรือบริจาคได้ด้วยตัวเองที่ห้องรับบริจาค ชั้น 1 อาคาร ม.ร.ว.สุวพรรณ สนิทวงศ์ โรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติรวมถึงโอนเงินเข้าบัญชี โรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ ชื่อธนาคารกรุงเทพ เลขบัญชี 091-0-20188-8 สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับการบริจาคได้ที่โทร.02-9269432 หรือ LINE ID : @tuh_donation

ดารณี วัธนเวคิน เลขาธิการสมาคมธรรมศาสตร์ฯ ขอขอบคุณฝ่ายหารายได้รายการโทรทัศน์ 19 ธ.ค.นี้ อาทิ พิชัย ชุณหวชิร, สมชาย พูลสวัสดิ์,วิวัฒน์ เลาหพูนรังษี, ภัทรลดา สง่าแสง,วัฒน์ชัย วิไลลักษณ์, ศ.ดร.สมคิด เลิศไพฑูรย์,ชัยศักดิ์ อังค์สุวรรณ

ผาณิต พูนศิริวงศ์ ประธานฝ่ายประชาสัมพันธ์ สมาคมธรรมศาสตร์ฯ กล่าวทิ้งท้ายว่า ขอเชิญชวนลูกแม่โดมและประชาชนทั่วไป ร่วมชมและบริจาคผ่านรายการพิเศษทางโทรทัศน์คืนวันที่ 9 ธันวาคมนี้ โดยจะไม่มีการรับบริจาคทางโทรศัพท์ เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 แต่จะมีตัววิ่งหมายเลขบัญชีในการรับบริจาคตลอดรายการ เพื่อระดมทุนสนับสนุนโครงการพัฒนาโรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ การพัฒนาสังคมด้านการศึกษา กีฬา และอื่นๆ ต่อไป

เพจลุงซาเล้งฯ และเซเว่นฯจับมือ 7มหาวิทยาลัย เปิดตัวโครงการ ถังขยะอัจฉริยะบนแอปฯ กรีนทูเก็ท”

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/620660

เพจลุงซาเล้งฯ และเซเว่นฯจับมือ 7มหาวิทยาลัย  เปิดตัวโครงการ ถังขยะอัจฉริยะบนแอปฯ กรีนทูเก็ท”

วันพุธ ที่ 8 ธันวาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

7 มหาวิทยาลัย ร่วมกับ เพจลุงซาเล้งกับขยะที่หายไปและ เซเว่น อีเลฟเว่น เปิดตัวโครงการ “ถังขยะอัจฉริยะ” (Circular Bin) สำหรับใช้บนแพลตฟอร์มแอปพลิเคชั่น “กรีนทูเก็ท” (Green2Get) กว่า 40 แห่งที่หน้าร้านเซเว่น อีเลฟเว่น ใน7 มหาวิทยาลัยในพื้นที่กรุงเทพฯและปริมณฑล เพื่อช่วยแนะนำวิธีการคัดแยกขยะที่ถูกต้อง ง่ายๆ เพียงปลายนิ้ว ต่อยอดไอเดียคนรุ่นใหม่ให้ใช้ได้จริง

นายยุทธศักดิ์ ภูมิสุรกุล กรรมการผู้จัดการ (ร่วม) บมจ.ซีพี ออลล์ ผู้บริหาร เซเว่น อีเลฟเว่น และ เซเว่น เดลิเวอรี่ กล่าวว่า เซเว่น อีเลฟเว่น ได้ดำเนินโครงการด้านการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมภายใต้นโยบาย เซเว่น โก กรีน เพื่อสิ่งแวดล้อม 24 ชั่วโมง ตั้งแต่ปี 2550 เพื่อลด และ เลิกใช้ถุงพลาสติกที่ร้านเซเว่น อีเลฟเว่นทั่วประเทศ เพื่อสังคม ชุมชน และประเทศชาติ อย่างยั่งยืน โครงการ “ถังคัดแยกขยะ” เพื่อรณรงค์ให้คนไทยช่วยกันคัดแยกขยะพลาสติก เพื่อนำขยะพลาสติกเข้าสู่กระบวนการตามแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน หรือ Circular Economy อย่างยั่งยืน

ล่าสุด เซเว่น อีเลฟเว่น ได้เปิดตัวโครงการ “Circular Bin จาก Application Green2Get” 7 มหาวิทยาลัย ร่วมกับ7 GO Green ร่วมกับ ลุงซาเล้งกับขยะที่หายไป เพื่อประสานความร่วมมือผลักดันโครงการนวัตกรรมที่เกิดจากไอเดียของคนรุ่นใหม่นำไปสู่การรณรงค์ให้เกิดการแยกขยะที่ถูกต้อง โดยโครงการ “Circular Bin จาก Application Green2Get” 7 มหาวิทยาลัย ร่วมกับ 7 GO Green ร่วมกับ ลุงซาเล้งกับขยะที่หายไป นี้ เป็นความร่วมมือระหว่าง เพจลุงซาเล้งกับขยะที่หายไป , เซเว่น อีเลฟเว่น และ 7 มหาวิทยาลัย ได้แก่ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์, มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์, จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, มหาวิทยาลัยมหิดล, มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ, มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี และ สถาบันการจัดการปัญญาภิวัฒน์ (PIM) ร่วมกันนำร่องโครงการเปลี่ยนถังขยะหน้าร้านเซเว่น อีเลฟเว่นแบบเดิมกว่า 40 แห่งเป็นถังขยะอัจฉริยะ หรือ Circular Bin ทำงานร่วมกับแอปพลิเคชั่นกรีนทูเก็ท (Green2Get Application) โดย
ผู้ใช้สแกนบาร์โค้ดสินค้าใดๆ บริเวณหน้าถัง แอปฯ จะบอกวิธีการคัดแยกและถังที่ควรทิ้งให้ถูกต้อง ซึ่งจะช่วยให้ขยะพลาสติกเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจหมุนเวียนหรือ Circular Economy อย่างมีประสิทธิภาพ

ด้าน เปรม พฤกษ์ทยานนท์ เจ้าของเพจ ลุงซาเล้งกับขยะที่หายไป กล่าวถึงโครงการนี้ว่า แอปพลิเคชั่น Green2Get ได้รับการสนับสนุนส่วนหนึ่งจากหน่วยบริหารและจัดการต้นทุนด้านการเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของประเทศ (บพข.) ภายใต้การกำกับของสำนักงานสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ (สอวช.) เพื่อให้เป็นเครื่องมือสำหรับผู้บริโภคในการช่วยคัดแยกขยะให้ง่ายขึ้น เพียงผู้ใช้งานสแกนบาร์โค้ดสินค้าก็จะพบวิธีการคัดแยกรวมถึงวัสดุที่แยกได้และสามารถหาผู้รีไซเคิลที่ต้องการวัสดุนั้นๆ ที่อยู่ใกล้ตัวได้

โดยในเบื้องต้นคู่มือการคัดแยกขยะจะถูกสร้างขึ้นโดยผู้ใช้งานช่วยกันทำฐานข้อมูลสินค้า ซึ่งปัจจุบันมีสินค้าพร้อมวิธีการคัดแยกขยะ จำนวนกว่า 25,000 ชิ้น ในระบบ โดยอนาคตจะเปิดให้ผู้ผลิตซึ่งเป็นเจ้าของสินค้านั้นๆเป็นผู้ให้ข้อมูลเกี่ยวกับสินค้าเองและเป็นผู้สนับสนุนการหมุนเวียนสินค้าของตนเองได้ และหลังจากทางผู้ออกแบบจะนำผลทการทดลองใช้จริงเพื่อนำไปสู่การพัฒนาฟีเจอร์ใหม่เพื่อใช้ข้อมูลที่มีอยู่ตอบโจทย์การคัดแยกขยะให้กับคนทั่วไปต่อไป

และภายในงาน ได้รับเกียรติจาก นางจงรักษ์ ฐินะกุล ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านส่งเสริมและเผยแพร่ และผู้อำนวยการกองส่งเสริมความร่วมมือด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และ ดร.ชัยพล จันทะวัง ผู้อำนวยการกลุ่มส่งเสริมกิจการเยาวชนและลูกเสือ กรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม ร่วมงาน และยังมีตัวแทนน้องเยาวชนคนรุ่นใหม่ ที่ได้รับคัดเลือกจากกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เข้ารับรางวัลผู้ทำคุณประโยชน์ต่อเด็กและเยาวชน เนื่องในโอกาสวันเยาวชนแห่งชาติ ประจำปี 2564 มิกซ์-สหภาพ วงศ์ราษฎร์ ศิลปินในสังกัด GMM มาร่วมพูดคุยถึงวิธีการคัดแยะขยะพลาสติกง่ายๆด้วยตัวเอง พร้อมเชิญชวนนิสิตนักศึกษาร่วมทดลองใช้แอปพลิเคชั่น กรีนทูเก็ท (Green2Get) เพื่อลุ้นเป็นส่วนหนึ่งในงานแฟนมีตติ้ง ปลูกต้นไม้ในช่วงเดือนมกราคม 2565 อีกด้วย

ผู้ที่สนใจสามารถดาวน์โหลด แอปพลิเคชั่น กรีนทูเก็ท (Green2Get) ได้ทาง App Store และ Play Storeเปรม พฤกษ์ทยานนท์ เจ้าของเพจ ลุงซาเล้ง, ยุทธศักดิ์ ภูมิสุรกุล
กรรมการผู้จัดการ (ร่วม) บมจ.ซีพี ออลล์, มิกซ์-สหภาพ
วงศ์ราษฎร์  ร่วมเปิด ได้เปิดตัวโครงการเปรม พฤกษ์ทยานนท์ เจ้าของเพจ ลุงซาเล้ง, ยุทธศักดิ์ ภูมิสุรกุล กรรมการผู้จัดการ (ร่วม) บมจ.ซีพี ออลล์, มิกซ์-สหภาพ วงศ์ราษฎร์ ร่วมเปิด ได้เปิดตัวโครงการ

สมเด็จฯเจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ เสด็จแทนพระองค์ ทรงเปิดงาน ‘เทียนส่องใจ’ เนื่องในวันเอดส์โลก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/620633

สมเด็จฯเจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ เสด็จแทนพระองค์  ทรงเปิดงาน ‘เทียนส่องใจ’ เนื่องในวันเอดส์โลก

วันพุธ ที่ 8 ธันวาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดีกรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา เสด็จแทนพระองค์ พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี กรมหมื่นสุทธนารีนาถ ไปยังอาคารภูมิสิริมังคลานุสรณ์ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย โดยมี เตช บุนนาค เลขาธิการสภากาชาดไทย, สาธิต ปิตุเตชะ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข ผู้อำนวยการโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยโรคเอดส์ สภากาชาดไทย และคณะกรรมการจัดงานเทียนส่องใจ เฝ้าฯรับเสด็จ เมื่อวันที่ 1 ธันวาคม ที่ผ่านมา

จากนั้น เสด็จเข้าห้องประชุม 1210 ทรงเปิดงาน “เทียนส่องใจ” เนื่องในวันเอดส์โลก ประจำปี 2564 ครั้งที่ 29 ภายใต้แนวคิด “ยุติความเหลื่อมล้ำยุติเอดส์ ยุติการแพร่ระบาด” ทรงจุด “เทียนส่องใจ” ด้วยสวิตช์ไฟฟ้า และพระราชทานพระวโรกาสให้บุคคลดีเด่นด้านการแพทย์และสาธารณสุข บุคคลดีเด่นด้านสังคม สื่อสร้างสรรค์ดีเด่นสถานประกอบการดีเด่น สถาบันการศึกษาดีเด่น องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นดีเด่น ครอบครัวดีเด่น และกลุ่ม/ชมรมผู้ติดเชื้อดีเด่น เข้ารับพระราชทานรางวัล จำนวน 9 รางวัล ต่อมา ทรงร่วมขับร้องเพลง “อย่ายอมแพ้” และ “คำสัญญา” และเสด็จเข้าห้องจัดนิทรรศการ ทอดพระเนตรนิทรรศการเรื่องการทรงงานด้านเอดส์ของพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี กรมหมื่นสุทธนารีนาถ ซึ่งพระองค์ได้ทรงงานในเรื่องเอดส์มาอย่างยาวนานกว่า 30 ปี รวมทั้งการดูแลและพัฒนาคุณภาพชีวิตของผู้ติดเชื้อ ตลอดจนความก้าวหน้าในเรื่องของการดูแลรักษาและการป้องกันการติดเชื้อเอชไอวีหลังจากนั้น เสด็จขึ้นชั้น 28 สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา พร้อมด้วย พระเจ้าวรวงศ์เธอพระองค์เจ้าโสมสวลี กรมหมื่นสุทธนารีนาถ เสด็จเข้าห้องโถง โซน A โอกาสนี้ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ประธานกรรมการแบรนด์sirivannavari bangkok พร้อมด้วยคณะกรรมการเข้าเฝ้าถวายเงินสมทบกองทุนพระเจ้าวรวงศ์เธอฯ กรมหมื่นสุทธนารีนาถ เพื่อช่วยลดการติดเอดส์ สภากาชาดไทย

วันที่ 1 ธันวาคมของทุกปี โครงการเอดส์แห่งสหประชาชาติ (UNAIDS) ได้กำหนดให้เป็นวันเอดส์โลกสภากาชาดไทย ร่วมกับ กระทรวงสาธารณสุข ภาคีเครือข่ายทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาสังคมที่ทำงาน ด้านเอดส์ จัดงาน “เทียนส่องใจ” เนื่องในวันเอดส์โลกโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างความรู้ ความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับโรคเอดส์ รวมทั้งกระตุ้นเตือนให้ประชาชนมีความตระหนักถึงปัญหาเอดส์และให้ความสำคัญในการร่วมมือ ป้องกัน และแก้ไขปัญหา ภายใต้แนวคิดการรณรงค์เนื่องในวันเอดส์โลกในปี พ.ศ. 2564 คือ “ยุติความเหลื่อมล้ำ ยุติเอดส์ ยุติการแพร่ระบาด” (End inequalities. End AIDS. End pandemics.) ซึ่งหมายถึง การส่งเสริมให้คนในสังคมลดความเหลื่อมล้ำและให้ความเป็นธรรมแก่ผู้ติดเชื้อ ไม่ว่าในเรื่องสิทธิ สถานะการเข้าถึงบริการด้านสุขภาพของผู้ติดเชื้อทุกกลุ่มอย่างเท่าเทียม รวมถึงลดการ
ตีตราและเลือกปฏิบัติกับผู้ติดเชื้อ ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของเป้าหมายที่ 3 ในการยุติปัญหาเอดส์ คือ การลดการรังเกียจและไม่เลือกปฏิบัติอันเกี่ยวเนื่องจากเอชไอวีและเพศภาวะ

คิม ซู ฮยอน แบรนด์แอมบาสซาเดอร์มิโด

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/620656

คิม ซู ฮยอน แบรนด์แอมบาสซาเดอร์มิโด

วันพุธ ที่ 8 ธันวาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

เป็นที่จับตามองสำหรับเหล่าคนรักนาฬิกาอีกครั้ง เมื่อ “มิโด” (MIDO) แบรนด์นาฬิกาชั้นนำจากสวิตเซอร์แลนด์ ในเครือเดอะ สวอท์ช กรุ๊ป เทรดดิ้ง (ประเทศไทย) จัดงานเปิดตัวเรือนเวลาดำน้ำรุ่นพิเศษ “โอเชี่ยน สตาร์ 600 โครโนมิเตอร์ คิม ซู ฮยอน สเปเชียลอิดิชั่น” (Ocean Star 600 Chronometer Kim Soo Hyun Special Edition) โดยในครั้งนี้มิโดได้ร่วมมือกันกับแบรนด์แอมบาสซาเดอร์หนุ่มชื่อดัง “คิม ซู ฮยอน” (Kim Soo-Hyun) ซูเปอร์สตาร์ระดับแถวหน้าของเกาหลี เปิดตัวโมเดลใหม่ที่มาพร้อมสายนาฬิกาพิเศษซึ่งผสมผสานเฉดสีฟ้าขาวและดำเข้าด้วยกันได้อย่างโดดเด่นลงตัวสำหรับรุ่น “โอเชี่ยน สตาร์ 600 โครโนมิเตอร์ คิม ซู ฮยอน สเปเชียล อิดิชั่น” อีกทั้งเรือนเวลารุ่นพิเศษนี้ยังมาพร้อมกับกล่องเฉพาะรุ่นที่ประทับลายเซ็นของ“คิม ซู ฮยอน” (Kim Soo-Hyun) เอาไว้อีกด้วยโดยงานครั้งนี้ได้จัดขึ้นที่ห้างสรรพสินค้าล็อตเต้ (Lotte Department Store) ใจกลางกรุงโซล โดยมี “คิม ซู ฮยอน” (Kim Soo-Hyun)มาร่วมเป็นส่วนสำคัญของงานพร้อมประทับลายเซ็นลงบนผนังแฟล็กชิพสโตร์ของ “มิโด” (MIDO)

“มิโด” (MIDO) แบรนด์นาฬิกาที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานกว่า 100 ปี นับตั้งแต่จอร์จ แชแรน (Georges Schaeren)เริ่มก่อตั้งบริษัท MIDO G.Schaeren& Co. AG ขึ้นที่เมืองโซโลธูร์น ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ตั้งแต่ ค.ศ. 1918 ภายใต้ปรัชญาของการสร้างสรรค์แบรนด์ให้อยู่เหนือกาลเวลาด้วยแนวคิดการออกแบบที่ร่วมสมัย ผ่านการคัดเลือกวัสดุคุณภาพเยี่ยมที่มีความหรูหรา ทนทาน และยังคงไว้ซึ่งฟังก์ชั่นการใช้งานที่ครบถ้วน

สำหรับนาฬิกาดำน้ำ “โอเชี่ยน สตาร์ 600 โครโนมิเตอร์” (Ocean Star 600 Chronometer) เป็นนาฬิกาดำน้ำประสิทธิภาพสูงพิเศษด้านความแม่นยำ และเที่ยงตรง ขับเคลื่อนด้วยกลไก Calibre 80 Si ที่ได้การรับรองโดยสถาบันทดสอบความเที่ยงตรงของนาฬิกาแห่งสวิตเซอร์แลนด์ (Official Swiss Chronometer Testing Institute หรือ COSC) อีกทั้งยังผสานกลไกทรงประสิทธิภาพที่ทำให้สามารถสำรองพลังงานได้ยาวนานกว่า 80 ชั่วโมง และยังนำเทคโนโยลี ซิลิคอน บาลานซ์สปริง (Silicon Balance Spring) มาช่วยในการต้านแรงแม่เหล็ก และป้องกันการกระแทกได้เป็นอย่างดี ซึ่งช่วยเพิ่มความแม่นยำได้มากยิ่งขึ้น บนตัวเรือน และสายที่ทำจากสเตนเลสสตีลดีไซน์สปอร์ต มาพร้อมกับขอบบาเซิ่ล (Bezel) ที่ผลิตจากเซรามิกที่มีการเคลือบสารสะท้อนแสง ซูเปอร์ ลูมิโนวา เกรด เอกซ์ (Super-LumiNova Grade X) เอาไว้บนตัวเลขแสดงสเกลเพื่อใช้ในการดำน้ำ ซึ่งจะมีการเรืองแสงเมื่ออยู่ในที่มืด ช่วยในการมองเห็นใต้น้ำที่มืดสนิทได้ยาวนานยิ่งขึ้น และช่วยเพิ่มความสะดวกในการใช้งานได้อย่างเต็มที่ พร้อมติดตั้งระบบระบายก๊าซฮีเลียมที่อยู่ภายในตัวเรือนออก (Helium Valve) ที่ออกแบบมาเพื่อดำน้ำลึกได้ในระดับ 600 เมตร ด้วยดีไซน์ที่มีความแข็งแกร่ง เที่ยงตรง และแม่นยำ โดยความพิเศษของนี้ คือการเพิ่มไอเทมชิ้นพิเศษ เพื่อเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกสำหรับคนที่ชื่นชอบการทำกิจกรรม ด้วยการเพิ่มสายนาฬิกาที่สร้างสรรค์จากผ้า และสามารถถอดเปลี่ยนได้ ในเฉดสีสีขาว สีน้ำเงิน และสีดำ ที่ถูกผสมผสานกันได้อย่างลงตัว ซึ่งมาพร้อมกับกล่องพิเศษเฉพาะรุ่นที่ประทับลายเซ็นแบรนด์ แอมบาสซาเดอร์ “คิม ซู ฮยอน” (Kim Soo Hyun) เอาไว้อย่างชัดเจน

สัมผัสความงดงามของเรือนเวลาหรู ได้แล้ววันนี้ที่เคาน์เตอร์ “มิโด” (Mido)เซ็นทรัล, โรบินสัน, เดอะมอลล์ และตัวแทนจำหน่ายทั่วประเทศ หรือผ่านช่องทางออนไลน์ MIDO Official Store ใน Shopee และ Lazada และติดตามรายละเอียดเพิ่มเติ่มได้ที่เว็บไซต์  www.midowatches.com หรือติดต่อได้ที่เบอร์ 02-6100299

3 เหตุผลผู้ที่เคยเสริมหน้าอกมาแล้ว แต่กลับมาทำศัลยกรรมแก้ไขหน้าอก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/620655

3 เหตุผลผู้ที่เคยเสริมหน้าอกมาแล้ว  แต่กลับมาทำศัลยกรรมแก้ไขหน้าอก

วันพุธ ที่ 8 ธันวาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

การศัลยกรรมเสริมหน้าอก เป็นที่ได้รับความนิยมมากในปัจจุบัน ด้วยเทคโนโลยี ความปลอดภัย ความชำนาญของศัลยแพทย์ตกแต่ง และมาตรฐานที่ได้รับการยอมรับ ส่งผลให้การทำศัลยกรรมหน้าอก ไม่ใช่เรื่องที่น่ากลัว และใคร ๆ ก็ตัดสินใจทำ เพื่อความสวยงาม การแต่งกาย บุคลิกที่ดี ส่งผลถึงโอกาสดี ๆ มากกมายทางสังคม

                แต่ก็มีคนไข้จำนวนไม่น้อย ที่ทำศัลยกรรมหน้าอกไปแล้วกลับมาแก้ไขอีกครั้ง ซึ่งสาเหตุนั้น นพ.ธนัญชัย อัศดามงคล แพทย์เฉพาะทางด้านศัลยกรรมตกแต่ง และผู้อำนวยการศูนย์ศัลยกรรมความงามโรงพยาบาลบางมด ได้อธิบายไว้ว่า มาจาก 3 ปัจจัยหลัก ได้แก่ 1.หน้าอกแข็ง ซึ่งเมื่อคนไข้ตรวจหรือสัมผัสหน้าอกจะรู้สึกได้ว่าแข็งขึ้น ทั้งนี้เมื่อใส่ถุงซิลิโคนไปนาน ๆ บางท่าน อาจเกิดอาการหน้าอกจะแข็งขึ้นได้ โดยทางการแพทย์เรียกว่า Capsular Contracture ซึ่งเกิดได้จากหลายสาเหตุ แต่ที่พบได้มากที่สุด คือ เกิดจากการใส่ถุงซิลิโคนที่มีขนาดใหญ่เกินโครงสร้างของร่างกาย และเทคนิคการเสริมแบบเหนือกล้ามเนื้อ สำหรับผู้ที่มีปัญหาเช่นนี้ สามารถแก้ไขได้โดย การผ่าตัดเปลี่ยนถุงซิลิโคนให้มีขนาดที่พอเหมาะ ร่วมกับการผ่าตัดเลาะพังผืด (Capsulectomy) และเปลี่ยนเทคนิคการเสริมถุงซิลิโคนให้เป็นแบบใต้กล้ามเนื้อ หรือ Dual Plane ก็จะสามารถแก้ไขปัญหาหน้าอกแข็งนี้ได้

                2.ปัญหาถุงซิลิโคนรั่วซึม หรือแตก ( Gel Bleeding/Ruptured Silicone) ปัญหานี้ จะเกิดกับถุงซิลิโคนรุ่นเก่า ผู้ที่เคยเสริมหน้าอกมากกว่า 10 ปีขึ้นไป มีโอกาสรั่วซึมหรือแตกได้สูง คนไข้จึงควรตรวจเช็คหน้าอกเป็นประจำ โดยการตรวจกับแพทย์เฉพาะทาง ร่วมกับการตรวจ Ultrasound Mammogram หรือ MRI ก็จะช่วยวินิจฉัยภาวะนี้ได้ และสำหรับผู้ที่มีปัญหาดังกล่าว สามารถผ่าตัดแก้ไขได้โดย การนำถุงซิลิโคนเดิมออกและนำซิลิโคนที่ตกค้างออก (Silicone Removal)  หลังจากนั้นแพทย์จะทำการล้างโพรงที่ใส่ซิลิโคนเดิมให้สะอาด ร่วมกับเลาะพังผืดรอบถุงเต้านมเทียมเดิมออก (Capsulectomy) และทำการใส่ถุงซิลิโคนใหม่ด้วยเทคนิคและวัสดุที่เหมาะสม

                3.คนไข้มีความต้องการเปลี่ยนขนาดถุงเต้านม  ในบางรายอาจไม่ได้มีภาวะแทรกซ้อนใด แต่ต้องการเปลี่ยนขนาดถุงซิลิโคนให้มีขนาดใหญ่ขึ้น หรือเล็กลง ตามความประสงค์  ก็สามารถทำได้เช่นกัน ซึ่งในกรณีนี้ แนะนำให้มาตรวจวิเคราะห์โดยละเอียดกับศัลยแพทย์ก่อน ว่าควรเปลี่ยนเป็นขนาดเท่าใด  และแนะนำให้เปลี่ยนเป็นถุงซิลิโคนรุ่นใหม่ที่มีประสิทธิภาพ ความปลอดภัยสูง มี Safety Profile ที่ดี เนื่องจากถุงซิลิโคนเต้านม ณ ปัจจุบัน (6th Generation Implant) จะมีความเป็นธรรมชาติ ทั้งรูปทรงและเนื้อสัมผัส ทั้งยังมีการรับประกันตลอดชีวิต โอกาสรั่วซึมน้อย เกิดพังผืดน้อยลง และยังไม่พบรายงานการเกิดมะเร็งต่อมน้ำเหลือง Anaplastic Large Cell Lymphoma (ALCL) ซึ่งหากเข้ารับการผ่าตัดเปลี่ยนขนาดแล้ว ก็จะได้เปลี่ยนซิลิโคนที่มีคุณภาพดีขึ้นไปในการผ่าตัดครั้งเดียวกัน