“สภาป่วน” ฝ่ายค้านวัดพลังรัฐบาลเสนอนับองค์ประชุมก่อนวอล์คเอ้าท์

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/494006

24 พ.ย. 2564 |12:00 น.

“สภาป่วน” ฝ่ายค้านวัดพลังรัฐบาลเสนอนับองค์ประชุมแบบขานชื่อแล้ววอล์คเอ้าท์ หลัง ไพบูลย์ นิติตะวัน ฉะฝ่ายค้าน ขาดประชุมมากที่สุด หลังเสียเวลานับองค์ประชุมไปเกือบชั่วโมง การประชุมสภาผู้แทนฯจึงเดินต่อไปได้ หลังผลนับองค์ประชุมออกมาครบองค์ประชุม

การประชุม “สภาผู้แทนราษฎร” ที่มีนายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร ในวันนี้ (24 พ.ย.) มีวาระสำคัญในการพิจารณาเรื่องด่วน 3 เรื่อง ได้แก่ ร่างพระราชบัญญัติเครื่องสำอาง ร่างพระราชบัญญัติอาหาร และร่างพระราชบัญญัติบริษัทมหาชนจำกัด

วิปรัฐบาลได้เสนอให้เลื่อนญัตติของ “สภาผู้แทนราษฎร” ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาการตั้งสถานบันเทิงแบบครบวงจร มาพิจารณาต่อจากนี้ เพื่อหาแหล่งรายได้ใหม่จากนักท่องเที่ยว แต่ฝ่ายค้านไม่เห็นด้วย และขอให้”สภาผู้แทนราษฎร” พิจารณาตามวาระการประชุมเดิม

ทำให้ที่ประชุมต้องตรวจสอบองค์ประชุมเพื่อลงมติ โดยมีผู้แสดงตน 268 คน แต่ในการลงมติ มีผู้เห็นด้วยตามที่วิปรัฐบาลเสนอ 234 เสียง ต่อ 80 เสียง ทำให้ที่ประชุมจะพิจารณาญัตติด่วนสภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาการตั้งสถานบันเทิงแบบครบวงจร มาพิจารณาต่อจากนี้

แต่อย่างไรก็ตาม ก่อนเข้าสู่วาระการประชุม ส.ส.ฝ่ายค้าน และฝ่ายรัฐบาล ได้มีการโต้เถียงกันอีกครั้ง หลังนายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน ส.ส.เชียงราย พรรคเพื่อไทย ตั้งข้อสงสัยต่อผลการลงมติที่เกิดขึ้น โดยที่นายไพบูลย์ นิติตะวัน ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ เรียกร้องให้มีการเผยแพร่รายชื่อ ส.ส.ที่ไม่เข้าร่วมประชุมเพื่อให้รับทราบว่า ส.ส.พรรคร่วมฝ่ายค้าน ขาดการประชุมมากที่สุด ก่อนจะถูก ส.ส.ฝ่ายค้านประท้วงให้ถอนคำพูด

ซึ่งแม้นายไพบูลย์ จะยอมถอนคำพูด แต่ ส.ส.ฝ่ายค้าน ก็ยังคงไม่พอใจ ก่อนที่นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ ส.ส.เชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย เสนอนับองค์ประชุมแบบขานชื่อ 

ด้านนายนิโรธ สุนทรเลขา ส.ส.นครสรรค์ พรรคพลังประชารัฐ ในฐานะประธานวิปรัฐบาล เสนอญัตติให้ที่ประชุม นับองค์ประชุมแบบบัตรกดแสดงตน เพื่อความรวดเร็วและสามารถเดินหน้าการประชุมต่อไปได้ ทำให้ที่ประชุมต้องมีการลงมติอีกครั้งเพื่อสรุปว่า จะนับองค์ประชุมด้วยการขานชื่อ หรือการกดบัตรแสดงตน แต่ก่อนการลงมติ ส.ส.ยังคงโต้เถียงกันไม่จบสิ้น จนทำให้ประธานวิปรัฐบาล เสนอพักการประชุม เพื่อพูดคุยกับฝ่ายค้าน

ภายหลังเข้าสู่การประชุม นายจุลพันธ์ ยังคงยืนยัน ฝ่ายค้าน ยังคงย้ำให้มีการตรวจสอบองค์ประชุมแบบขานชื่อและขอบคุณวิปรัฐบาลที่รับปาก จะไม่ให้มีการกระทบกระทั่งกันระหว่างฝ่ายค้านและฝ่ายรัฐบาลอีก โดยที่นายนิโรธ ยอมถอนญัตติการนับองค์ประชุมด้วยการกดบัตรแสดงตนออกจากที่ประชุม ทำให้ที่ประชุม เข้าสู่การขานชื่อ ส.ส.เพื่อตรวจสอบองค์ประชุม 

ทั้งนี้ในระหว่างการตรวจสอบองค์ประชุมแบบขานชื่อ ตามที่ฝ่ายค้านเสนอนั้น ปรากฏว่า มีเพียง ส.ส.รัฐบาล ที่อยู่แสดงตน โดยที่ ส.ส.พรรคฝ่ายค้าน ได้วอล์คเอ้าท์ออกจากห้องประชุม ไม่ได้อยู่ร่วมเป็นองค์ประชุมด้วย

ทั้งนี้ สมาชิกผู้แทนราษฎร มีจำนวน 475 คน ครึ่งหนึ่งขององค์ประชุมต้องมีสมาชิก 238 คนเข้าประชุมขึ้นไป

ซึ่งผลการนับองค์ประชุมแบบขานชื่อปรากฏว่า มีผู้เข้าร่วมประชุม 264 คน ไม่เข้าร่วมประชุม 211 คน จึงถือว่าครบองค์ประชุม การประชุมสภาผู้แทนราษฎร จึงเดินหน้าต่อไปได้  

หมอชลน่าน ไม่ปิดกั้น บิ๊กเนม พปชร. ย้ายซบ “เพื่อไทย”

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/493986

24 พ.ย. 2564 |11:00 น.

นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพรรคเพื่อไทย ไม่ปิดกั้น บิ๊กเนม พปชร. ย้ายซบ “เพื่อไทย” แต่ต้องเข้าสู่กระบวนการคัดสรรตามขั้นตอน

นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน ในฐานะหัวหน้าพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงการเตรียมพร้อมในการสู้ศึกเลือกตั้งครั้งหน้าว่าขณะนี้ผู้บริหาร”พรรคเพื่อไทย”ดำเนินการคืบหน้าไปมาก

เมื่อถามว่าจะมี บิ๊กเนม ที่ปัจจุบันอยู่พรรคพลังประชารัฐ อดีตเคยอยู่ “พรรคเพื่อไทย” กลับมาสังกัดพรรคหรือไม่ นพ.ชลน่าน ระบุว่า ไม่ติดว่าจะมีคนของพรรคพลังประชารัฐย้ายมาเพื่อไทย แต่ต้องผ่านกระบวนการพิจารณาของพรรคตามขั้นตอน แต่ส่วนตัวยังไม่มีใครมาพูดคุยหรือมีสัญญาณนี้ เพราะกลไกของพรรคในการเฟ้นหาสมาชิกพรรควางไว้ 21 โซน ทั่วประเทศ
ทำหน้าที่เป็นแมวมอง โดยจะมีคณะทำงานกลั่นกรองและเข้าสู่กรรมการสรรหา ซึ่งตนเองเป็นประธานอยู่

โดย 21 โซนนี้จะแบ่งตามภาค เช่น ภาคเหนือ  มีนายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ ส.ส.เชียงใหม่ อดีตหัวหน้าพรรคเพื่อไทย เป็นหัวหน้าโซน,กทม.มี นายพงษ์ศักดิ์ รักตพงศ์ไพศาล เป็นหัวหน้าโซน, ภาคกลาง มี นายพงศ์เทพ เทพกาญจนา ประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์ด้านการพัฒนา เป็นหัวหน้า 
 

นพ.ชลน่าน กล่าวทิ้งท้ายว่า ไม่ว่าจะเป็นใครที่จะเข้ามาสังกัดพรรค ก็เข้าสู่กระบวนการตามปกติ ไม่ได้หมายความว่าบิ๊กเนมจะได้เป็นผู้สมัคร ส.ส. แต่ต้องดูว่ามีความประสงค์จะลงในเขตใด ยืนยันให้ความสำคัญกับ ส.ส.ในพื้นที่ก่อน แต่จะบริหารจัดการให้สอดคล้องเหมาะสม

วิปรัฐบาลเสนอ “ร่างกฎหมายลูก” ต่อรัฐสภา ธ.ค. นี้

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/493974

24 พ.ย. 2564 |10:00 น.

วิปรัฐบาลย้ำเสนอ “ร่างกฎหมายลูก” 2 ฉบับ พ.ร.ป.เลือกตั้ง ส.ส.- พ.ร.ป.พรรคการเมือง ร่วมกันเพื่อเอกภาพ คาดเสนอรัฐสภาได้เดือนธันวาคมนี้ เตรียมแก้ไขไพรมารีโหวต ชี้เป็นภาระพรรคการเมือง ปฏิบัติจริงไม่ได้

นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะรองประธานวิปรัฐบาล กล่าวถึงความคืบหน้าการเสนอ “ร่างกฎหมายลูก” 2 ฉบับ ได้แก่ พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและ ร่าง พ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมืองของพรรคร่วมรัฐบาล ว่า ที่ประชุมวิปรัฐบาลมีความเห็นว่าจะร่วมกันเสนอให้เป็นร่างเดียวกัน เพื่อให้มีความเป็นเอกภาพ เพราะเป็น
กฎหมายสำคัญประกอบรัฐธรรมนูญและที่สำคัญเป็นกฎหมายที่ต้องดำเนินการให้เสร็จภายใน 180 วันหลังรัฐธรรมนูญประกาศใช้

และขณะนี้วิปรัฐบาลได้ตั้งคณะทำงานขึ้นมาเพื่อที่จะยก”ร่างกฎหมายลูก”ดังกล่าวแล้วและได้มีการประชุมครั้งแรกไปแล้ว โดยได้มีการกำหนดกรอบต่างๆ และในสัปดาห์นี้จะให้แต่ละพรรคการเมืองได้ส่งร่างที่แต่ละพรรคได้ยกร่างกันมา ในส่วนของพรรคร่วมรัฐบาลนั้น จะแก้ไขเฉพาะประเด็นที่สำคัญเพื่อให้เป็นไปตามรัฐธรรมนูญที่เกี่ยวข้องกับบัตรเลือกตั้ง 2 ใบเท่านั้น โดยจะสามารถนำเข้าสู่ที่ประชุมวิปรัฐบาลเพื่อพิจารณาครั้งสุดท้ายให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ และคาดว่าภายในเดือนธันวาคมก็จะสามารถยื่นต่อประธานรัฐสภาได้ 

ระบบบัตร 2ใบนั้น มีข้อดีที่ทำให้มีความเป็นประชาธิปไตยมากยิ่งขึ้น ทำให้พรรคการเมืองเข้มแข็ง และทำให้อิทธิพลของการซื้อเสียงลดลง และที่สำคัญยังส่งเสริมเสรีภาพทางการเมืองให้กับประชาชนสามารถเลือกทั้งพรรคและตัวบุคคลได้ ซึ่งเป็นไปตามโมเดลรัฐธรรมนูญปี 2540 ที่ทำให้พรรคใหญ่มีความเข้มแข็งขึ้น แต่ก็จะกระทบกับพรรคขนาดเล็กในเรื่องของการคิดคำนวณสัดส่วน ส.ส.บัญชีรายชื่อ ที่จะใช้วิธีคิดสัดส่วนโดยตรง ข้อดีอีกประการคือจะไม่มีระบบบัตรเขย่งและจะไม่มี ส.ส.ปัดเศษ  นายชินวรณ์ กล่าว 

ทั้งนี้นายชินวรณ์ ยังกล่าวถึงการแก้ไข พ.ร.ป.พรรคการเมือง ว่า วิปรัฐบาลมีความเห็นร่วมกันเพื่อส่งเสริมให้พรรคการเมืองสามารถแสวงหาสมาชิกพรรคได้ง่ายขึ้นภายใต้บริบทของพรรคการเมืองในระบอบประชาธิปไตย โดยเห็นว่าไม่ควรเก็บค่าธรรมเนียมในการสมัครเข้าเป็นสมาชิกพรรคหรือหากจะเก็บก็ขอให้น้อยที่สุด เพราะการเก็บค่าธรรมเนียมถือเป็นข้อจำกัดในการส่งเสริมเสรีภาพของประชาชนในการเข้าร่วมพรรคการเมืองที่เป็นช่องทางสำคัญในระบอบประชาธิปไตย

รวมถึงจะแก้ไขในเรื่องการจัดทำไพรมารีโหวตที่เคยมีมาตามรัฐธรรมนูญปี 2560 ซึ่งถือเป็นสิ่งตกค้างจากรัฐธรรมนูญปี 2560 ที่ร่างโดยผู้ที่ไม่ได้เป็นนักการเมือง จึงต้องยอมรับว่าเมื่อเราต้องการมีระบบพรรคการเมืองที่เข้มแข็งในระบอบประชาธิปไตย เราควรที่จะให้อำนาจพรรคการเมืองในการสร้างการมีส่วนร่วมทางการเมือง 


ระบบไพรมารีโหวตนั้น เป็นระบบที่เป็นซากของรัฐธรรมนูญปี60 ที่สร้างขึ้นมาโดยไม่จำเป็นและปฏิบัติไม่ได้จริง ที่ผ่านมาก็เป็นเรื่องที่ทำให้เป็นภาระของพรรคการเมือง และประชาชนก็ไม่ได้มีส่วนร่วมอย่างจริงจัง นายชินวรณ์ กล่าวทิ้งท้าย

โฆษก รบ. เผย “นายกฯ” ยันไม่คิดยุบสภาตอนนี้และยังอยู่กับพรรคพลังประชารัฐ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/493935

23 พ.ย. 2564 |19:00 น.

โฆษกรัฐบาล ธนกร วังบุญคงชนะ บอกว่า “นายกรัฐมนตรี” หวังรัฐธรรมนูญบัตรเลือกตั้ง 2 ใบ จะได้ ส.ส. มีคุณภาพและทำงานเพื่อประชาชน ยัน ยังอยู่กับพรรคพลังประชารัฐที่เสนอเป็นนายกฯและไม่คิดยุบสภาตอนนี้

ธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกฯ ตอบคำถามสื่อตามที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา “นายกรัฐมนตรี”และ รมว.กลาโหม มอบหมายถึงความเห็นเกี่ยวกับบัตรเลือกตั้ง 2 ใบโดยเรื่องนี้ “นายกฯ” ชี้แจงว่า เป็นความเห็นของพรรคการเมืองที่เสนอเข้าสู่การพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎร “นายกรัฐมนตรี”ไม่มีความเห็นในเรื่องดังกล่าว แต่หวังว่าการเลือกตั้งจะได้ ส.ส. ที่มีคุณภาพ ทำงานเพื่อประชาชนที่ได้เลือกตั้งเข้ามา และทั้งหมดก็ขึ้นอยู่กับประชาชนที่เลือก

ส่วนที่มีข่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์ “นายกรัฐมนตรี” จะย้ายเข้าไปสังกัดพรรคไทยสร้างสรรค์ที่ตั้งขึ้นมาใหม่นั้น “นายกรัฐมนตรี”ชี้แจงว่าไม่เคยมีความคิดในเรื่องนี้ เป็นเรื่องของการเสนอข่าวจากสื่อโซเชียล “นายกรัฐมนตรี” ยังอยู่กับพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) อยู่ในฐานะที่พรรคพลังประชารัฐเสนอชื่อให้เป็น”นายกรัฐมนตรี” ในช่วงที่ผ่านมา

เมื่อถามว่า “นายกรัฐมนตรี” ให้แนวทางคณะรัฐมนตรีอย่างไรกับการเสนอร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ในเรื่องบัตรเลือกตั้ง 2 ใบ และการนับคะแนน ส.ส.บัญชีรายชื่อ (ปาร์ตี้ลิสต์) ที่พรรคร่วมฝ่ายค้านและรัฐบาลยังมีความเห็นต่างกัน นายธนกร กล่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์ “นายกฯ” ชี้แจงว่าเป็นเรื่องของกระบวนการและการดำเนินการของสภาผู้แทนราษฎร พรรคร่วมรัฐบาล พรรคร่วมฝ่ายค้าน และคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.)
 

นอกจากนี้ที่ผ่านมาเวลามีการแก้รัฐธรรมนูญเกี่ยวกับการเลือกตั้งเมื่อจบกระบวนการก็จะให้มีการยุบสภาเพื่อเลือกตั้งใหม่ เป็นไปได้หรือไม่ว่าหลังจบกฎหมายลูก 2 ฉบับ จะมีการประกาศยุบสภาให้มีเลือกตั้งใหม่โดยธนกร ระบุคำตอบของพล.อ.ประยุทธ์ ว่า ยังไม่มีแนวคิดในเรื่องนี้

“วิษณุ” ภาวนาขออย่ายุบสภา ก่อนแก้กฎหมายลูกเลือกตั้งส.ส.แล้วเสร็จ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/493918

23 พ.ย. 2564 |17:00 น.

“วิษณุ” ภาวนาขออย่ายุบสภาก่อนแก้กฎหมายลูกเรื่องเลือกตั้งส.ส.แล้วเสร็จ ชี้กลัวมีปัญหาตามมา คาดกกต.ส่งให้ ครม.ได้ภายในเดือนธันวาคมนี้ ก่อนเสนอสภาในต้นเดือนมกราคมปีหน้า

นายวิษณุ  เครืองาม  รองนายกรัฐมนตรี  กล่าวถึงร่างกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. และกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง ว่าขณะนี้ร่างกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. นั้น กกต. อยู่ระหว่างเปิดรับฟังความเห็น ก่อนส่งให้ ครม.

ส่วนกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง ยังไม่ผ่านความเห็นชอบจาก กกต. ถึงยังไม่สามารถส่งมาให้ครม.พิจารณาได้  แต่คาดว่าภายในเดือนธันวาคมนี้ กกต. ส่งร่างกฎหมายลูกทั้งสองมาให้ครม. ซึ่งเป็นตามกรอบที่วางไว้ จากนั้น ครม.จะส่งให้กฤษฎีกาตรวจสอบความถูกต้องก่อนเสนอต่อรัฐสภา คาดว่าจะเสนอเข้าสภาได้ในช่วงต้นเดือนมกราคม 2565

นายวิษณุ กล่าวด้วยว่า ร่างของพรรคร่วมรัฐบาลไม่จำเป็นต้องนำเข้าสู่ที่ประชุมครม. สามารถเข้าชื่อเสนอต่อรัฐสภาได้เลย  แต่อย่างไรก็ตามได้พูดคุยกับวิปรัฐบาลเป็นการภายในแล้วว่าเพื่อไม่ให้เกิดปัญหาขัดแย้ง ควรนัดประชุมร่วมกันเพื่อปรับจูนเนื้อหาให้สอดคล้องกันก่อนที่จะเสนอย่างกฎหมายให้สภา ซึ่งจะช่วยประหยัดเวลาการพิจารณาของรัฐสภา แต่อะไรที่ไม่สามารถปรับได้ก็ให้ไปปรับในชั้นกรรมาธิการ ซึ่งหากพรรคร่วมฝ่ายค้านจะมาร่วมประชุมด้วยก็ได้ แต่อาจไม่อยากมาร่วม 

เมื่อถามว่าหากมีการยุบสภาก่อนที่จะมีการพิจารณากฎหมายลูกทั้งสองฉบับแล้วเสร็จ นายวิษณุ ระบุว่าไม่อยากให้นึกและได้แต่ภาวนาขออย่าให้เกิดขึ้น  เพราะจะทำให้มีความยุ่งยากตามมา

“นายกฯ”สละสิทธิ์ กุนซือนายกฯแจง สลน.จัดงบซื้อไอโฟนแจกผู้บริหารทำเนียบฯ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/493912

23 พ.ย. 2564 |17:00 น.

“นายกฯ”ไม่ขอรับไอโฟนทำเนียบฯ ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรีฝ่ายข้าราชการประจำออกมาแจงแล้ว สลน.จำเป็นต้องจัดงบ 2.6 ล้าน ซื้อไอโฟนรุ่น12 แจกผู้บริหารสลน.เนื่องจากเครื่องเก่าครบวงรอบการใช้งานแล้ว

ภายหลังปรากฎข่าว สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี (สลน.) เผยแพร่เอกสารสัญญาซื้อขายโทรศัพท์มือถือ ยี่ห้อไอโฟน จำนวน 111 เครื่อง วงเงิน 2.6 ล้านบาท ให้แก่ผู้บริหารระดับสูงของสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี  (สลน.) จนมีการวิพากษ์วิจารณ์ในโลกโซเชียลอย่างกว้างขวาง

ล่าสุด  น.ส.นัทรียา ทวีวงศ์ ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี ฝ่ายข้าราชการประจำ  เปิดเผยว่า  เอกสารสัญญาซื้อขายโทรศัพท์ยี่ห้อโอโฟน12 จำนวน 111 เครื่อง ของสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี เป็นงบประมาณกว่า 2.6 ล้านบาทนั้น  เป็นงบประมาณของสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรีที่ใช้ในการจัดซื้อโทรศัพท์มือถือสำหรับผู้บริหาร และระดับผู้อำนวยการที่มีความจำเป็นในการใช้งาน

“ซึ่งชุดที่ใช้ในปัจจุบันครบรอบวงใช้งานแล้ว ซึ่งขณะนี้มีงบประมาณที่ตั้งไว้ต้องดำเนินการจัดซื้อจัดจ้างเพื่อมาทดแทนของเก่าที่กำลังจะครบรอบการใช้งานตามสัญญาจ้างเดิม และอีกประการยืนยันราคาที่ได้มาต่ำกว่าราคากลางที่จะอยู่ราวๆ 2.8 ล้านบาท ที่มีการคำนวณ โดยมีสเปกครบตามแบบที่ต้องการทุกอย่าง”  ที่ปรึกษานายกฯฝ่ายข้าราชการประจำ กล่าว  


น.ส.นัทรียา ทวีวงศ์ ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี ฝ่ายข้าราชการประจำ น.ส.นัทรียา ทวีวงศ์ ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี ฝ่ายข้าราชการประจำ 

ทั้งนี้ มีการแบ่งเป็น 2 สเปก คือ 128GB ผู้บริหารและผู้บริหารระดับสูง สำหรับอธิบดี และ ซี10 ส่วนความจุ 64 GB ระดับอำนวยการและอำนวยการระดับสูง ทั้งนี้ ยืนยันว่าการใช้โทรศัพท์จำนวน 111 เครื่องทั้งในส่วนของข้าราชการประจำและข้าราชการการเมือง ทั้งตำแหน่งรองนายกฯ – รัฐมนตรี ที่ปรึกษาฯ เลขาธิการฯ ทีมโฆษกรัฐบาลที่มีจำนวนมาก

“อย่างไรก็ตาม  ในส่วนท่านนายกรัฐมนตรีขอไม่รับโทรศัพท์ดังกล่าว” ที่ปรึกษานายกฯฝ่ายข้าราชการประจำ กล่าว 

อนึ่ง  สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี (สลน.) ได้เผยแพร่ประกาศผลการจัดซื้อ และสัญญาจ้างให้บริษัท สหธุรกิจ จำกัด เป็นผู้ได้รับการคัดเลือก ตามโครงการจัดซื้อโทรศัพท์เคลื่อนที่ (มือถือ) จำนวน 111 เครื่อง วงเงิน 2,681,355.80 บาท จากงบประมาณที่ได้รับจัดสรร 2,965,300 บาท
 

ทั้งนี้ ตามประกาศ ระบุว่า สำนักงานเลขาธิการสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรีกำหนดราคากลาง (ราคาอ้างอิง) ไว้เมื่อ 23 กันยายน 2564 ที่วงเงิน 2,964,199.60 บาท


โดยระบุในหนังสือเชิญชวนโครงการนี้ ว่า สลน.เป็นหน่วยงานที่มีภารกิจเกี่ยวกับการปฏิบัติราชการด้านการเมือง ด้านวิชาการ ด้านเลขานุการ ทำหน้าที่ศูนย์ประสานการบริหารราชการแผ่นดินของนายกรัฐมนตรี รองนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และผู้บริหารฝ่ายการเมือง
 

“เพื่อให้การบริหารราชการแผ่นดินเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ รวดเร็ว ทันเหตุการณ์ มุ่งผลสัมฤทธิ์และเป็นไปตามหลักการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี และเพื่อใช้ไนราชการเพื่อทดแทนของเดิม ซึ่งได้จัดหาเมื่อปีงบประมาณ พ.ศ. 2560 ที่ปัจจุบันเสื่อมสภาพตามอายุการใช้งาน”

การกำหนดรายละเอียดราคากลาง สลน.ระบุว่า จะต้องเป็นโทรศัพท์เคลื่อนที่ (มือถือ) ยี่ห้อ Apple รุ่น Iphone12 ขนาด 128GB จำนวน 23 เครื่อง ราคาต่อหน่วย 26,440 บาท รวมวงเงิน 608,120 บาท และโทรศัพท์เคลื่อนที่ (มือถือ) ยี่ห้อ Apple รุ่น Iphone12 ขนาด 64GB จำนวน 88 เครื่อง ราคาต่อหน่วย 24,570 บาท วงเงินรวม 2,162,160 บาท

นายกฯ เรียกถกด่วนทีมรองนายกฯ สั่งกด “ราคาดีเซล” ต่ำ 30 บาท

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/493908

23 พ.ย. 2564 |16:00 น.

นายกรัฐมนตรี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เรียกทีมรองนายกฯ หารือนอกรอบถก “ราคาน้ำมัน” หลังประชุม ครม. สุพัฒนพงษ์ เผย รับคำสั่งหามาตรการดูแล “ราคาน้ำมันดีเซล” ต่ำกว่า 30 บาทต่อลิตร ให้เร็วที่สุด

วันที่ 23 พ.ย. 64 ภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ได้เชิญรองนายกรัฐมนตรีทุกคน ยกเว้นนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี หารือนอกรอบ

นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรมว.สาธารณสุข กล่าวภายหลังว่า นายกฯ สั่งการในเชิงนโยบายให้นายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.พลังงาน และปลัดกระทรวงพลังงานให้ดูแลในเรื่องความเดือนร้อนของผู้ประกอบการและให้หาวิธีแก้ไข โดยจะมีมาตรการออกมาให้เร็วที่สุด โดยปลัดกระทรวงพลังงานบอกว่ามาตรการจะออกมาต้นเดือนธันวาคม ซึ่งนายกฯ กำชับให้เสร็จโดยเร็วที่สุด และ “ราคาน้ำมันดีเซล” ต้องต่ำกว่า 30 บาทต่อลิตร ส่วนจะต่ำกว่าเท่าไหร่ก็พยายามให้เยอะที่สุด

ด้านนายสุพัฒนพงษ์ พันธุ์มีเชาว์  รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน กล่าวภายหลังการหารือว่า ขณะนี้ต้องปล่อยให้เป็นไปตามกลไกตลาด ยังไม่ออกเป็นมาตราการเพิ่มเติม ซึ่งเพดานราคายังคงอยู่ต่ำกว่า 30 บาท ซึ่งราคาเริ่มอยู่ที่ต่ำว่า 30 บาทแล้วและเริ่มทรงตัวและอ่อนตัวลง หลังประเทศผู้นำเข้าน้ำมัน เช่น สหรัฐ จีน ญี่ปุ่น และอินเดีย นำน้ำมันสำรองของตัวเองออกมา ทำให้ประเทศในกลุ่มโอเปคไม่พอใจ ที่ราคาไม่ปรับตัวเพิ่มขึ้น โดยโอเปคจะประชุมทบทวนเรื่องกำลังการผลิตอีกครั้งในวันที่ 4 ธันวาคมนี้ 

สำหรับแนวทางของรัฐบาล ยังคงใช้การชดเชยจากกองทุนน้ำมันอย่างต่อเนื่อง ไปอีกสักระยะ เนื่องจากยังไม่แน่ใจถึงสถานการณ์โลกว่าจะหยุดนิ่งอย่างไร จนกว่าจะกลับเข้าสู่ระดับราคาเท่าช่วงปลายเดือนกันยายน  

ส่วนข้อเสนอผู้ประกอบการรัฐบาลจะพิจารณาเป็นข้อ ๆ หวังว่าสถานการณ์”ราคาน้ำมัน “จะปรับตัวลดลงอย่างต่อเนื่อง ขณะเดียวกัน ก็ช่วยเหลือดูแลค่าใช้จ่ายประชาชน ผ่านโครงการต่างๆ ทั้งคนละครึ่ง การคงสภาพการจ้างงาน แต่แนวทางที่คิดว่าจะเป็นทางออกที่ดีที่สุดคือการพยายามเปิดประเทศอย่างยั่งยืน ไม่ให้มีสถานการณ์โควิดมาซ้ำเติมระลอกใหม่  

สำหรับเงินกู้ 2 หมื่นล้านบาทที่เตรียมไว้ คาดว่าจะใช้แก้ปัญหาได้ 4-5 เดือน ส่วนข้อเรียกร้อง “ราคาน้ำมันดีเซล” ให้ตรึงเหลือ 25 บาทต่อลิตร นั้น มองว่าทำไม่ได้ เพราะจะต้องใช้งบตกวันละ 500 ล้านบาท หรือเดือนละ 1,5000 ล้านบาท ตกปีละ 180,000 ล้าน

ขณะที่โครงการคนละครึ่งเฟสที่ 4 รวมไปถึงโครงการช็อปดีมีคืน นายสุพัฒนพงษ์ ระบุว่าขณะนี้กำลังให้กระทรวงคลังดูอยู่ โดยคาดว่าจะอยู่ในช่วงต้นปี 2565 และขณะนี้กำลังรวบรวมข้อมูลหาของขวัญปีใหม่ให้กับประชาชนอยู่  ซึ่งทุกอย่างต้องประเมินสถานการณ์ไปเรื่อย ๆ แต่สิ่งสำคัญจะทำอย่างไรให้การเปิดประเทศเดินหน้าต่อไปได้ 

ส่วนการแก้ไขปัญหาการตกงาน  ไม่เป็นให้ในช่วงไตรมาสที่สามที่มียอดคนตกงานกว่า 9 แสนคน นายสุพัฒนพงษ์ เน้นย้ำว่า จะต้องกลับสู่สภาพเดิมหรือใกล้เคียงกับสถานการณ์เดิมมากที่สุด นั่นคือวิถีที่จะฟื้นฟูตัวเราและระบบเศรษฐกิจได้ ถ้าเปิดประเทศยังเปิดไม่ได้ การทำเรื่องใหม่ต้องชะลอออกไป

รอประมูล! ครม.อนุมัติป้ายทะเบียนรถแบบใหม่ใช้ตัวอักษร-เลขได้ไม่เกิน 7 หลัก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/493900

23 พ.ย. 2564 |16:00 น.

ใครที่มีเงินพร้อม.. รอประมูลได้เลย ล่าสุดครม.อนุมัติป้ายทะเบียนรถใหม่แบบใหม่ โดยให้ใช้ตัวอักษรและตัวเลขผสมกันได้ไม่เกิน 7 หลัก เล็งเปิดประมูลล็อตแรก 301 เลขหมาย ลุ้นกระทรวงคมนาคมเคาะวันเวลาประกาศใช้

น.ส.ไตรศุลี  ไตรสรณกุล รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า คณะรัฐมนตรี ได้อนุมัติหลักการร่างกฎกระทรวงกำหนดขนาด ลักษณะ และสี ของแผ่นป้ายทะเบียนรถ และการแสดงแผ่นป้ายทะเบียนรถและเครื่องหมายแสดงการเสียภาษีประจำปี (ฉบับที่ ..) พ.ศ. …. ตามที่กระทรวงคมนาคมเสนอ ซึ่งเป็นการแก้ไขจากร่างฯ ที่สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาตรวจพิจารณาแล้ว 

รองโฆษกรัฐบาล กล่าวว่า ร่างกฎหมายดังกล่าวมีสาระสำคัญ โดยกำหนดลักษณะของแผ่นป้ายทะเบียนรถ สำหรับรถยนต์นั่งส่วนบุคคลไม่เกิน 7คน ที่มีหมายเลขทะเบียน ซึ่งเป็นที่ต้องการหรือเป็นที่นิยม อาจมีตัวอักษรประจำหมวดมากกว่า 2 ตัวอักษร หรือมีตัวอักษรผสมสระ หรือวรรณยุกต์ก็ได้ เพื่อให้การกำหนดตัวอักษรประจำหมวดมีความหลากหลายและเหมาะสมยิ่งขึ้น  

รอประมูล! ครม.อนุมัติป้ายทะเบียนรถแบบใหม่ใช้ตัวอักษร-เลขได้ไม่เกิน 7 หลัก

ทั้งนี้ แตกต่างไปจากร่างฯ ที่สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาตรวจพิจารณาแล้ว ตามที่ครม. เคยมีมติอนุมัติหลักการไว้ โดยขอแก้ไขจากเดิมที่ให้ตัวอักษรประจำหมวดพิเศษใช้ได้เฉพาะกับหมายเลขทะเบียน  1 หลัก เป็น “ให้ใช้กับหมายเลขทะเบียน ซึ่งเป็นที่ต้องการหรือเป็นที่นิยม” (301 เลขหมาย) ที่มีทั้งหมายเลขทะเบียน 1 หลัก, 2 หลัก, 3 หลักและ 4 หลักได้ด้วย “นั่นคือหมายถึงว่าตัวอักษรประจำหมวด จะประกอบด้วยตัวอักษรมากกว่า 2 ตัว หรือตัวอักษรผสมสระ หรือวรรณยุกต์ได้ แต่เมื่อรวมทั้งตัวอักษรผสมสระ หรือวรรณยุกต์และตัวเลขรวมกันทั้งหมดแล้ว ต้องไม่เกิน 7 หลัก”  ส่วนจะเริ่มให้มีการนำมาใช้ได้เมื่อไรนั้น คงต้องรอประกาศจากกระทรวงคมนาคมอีกครั้ง 

รอประมูล! ครม.อนุมัติป้ายทะเบียนรถแบบใหม่ใช้ตัวอักษร-เลขได้ไม่เกิน 7 หลัก

น.ส.ไตรศุลี กล่าวด้วยว่า สำหรับการแก้ไขเพิ่มเติมลักษณะแผ่นป้ายทะเบียนของรถยนต์นั่งส่วนบุคคลไม่เกิน 7 คน ในกฎกระทรวงกำหนดขนาด ลักษณะ และสีของแผ่นป้ายทะเบียนรถ และการแสดงแผ่นป้ายทะเบียนรถและเครื่องหมายแสดงการเสียภาษีประจำปี 2554 โดยกำหนดให้แผ่นป้ายทะเบียนรถแบ่งออกเป็น 2 บรรทัด ดังนี้คือ บรรทัดที่ 1 ประกอบด้วย ตัวอักษรประจำหมวดตัวที่1 ตัวอักษรประจำหมวดตัวที่ 2 และหมายเลขทะเบียนไม่เกิน 4 หลัก บรรทัดที่ 2 เป็นตัวอักษรแสดงชื่อกรุงเทพมหานคร หรือจังหวัดที่จดทะเบียน เว้นแต่กรณีจดทะเบียนที่อำเภอเบตง จังหวัดยะลา ให้ใช้คำว่า เบตง ทั้งนี้ตัวอักษรให้ใช้ตัวอักษรไทย และหมายเลขทะเบียนให้ใช้ตัวเลขอารบิค และทั้งตัวเลขและตัวอักษรให้อัดเป็นรอยดุน 

รอประมูล! ครม.อนุมัติป้ายทะเบียนรถแบบใหม่ใช้ตัวอักษร-เลขได้ไม่เกิน 7 หลัก

ทั้งนี้ แผ่นป้ายทะเบียนของรถยนต์นั่งส่วนบุคคลไม่เกิน 7 คน ให้มีลักษณะเช่นเดียวกับข้างต้น เว้นแต่กรณีบรรทัดที่ 1 มีหมายเลขทะเบียน ซึ่งเป็นที่ต้องการหรือเป็นที่นิยม บรรทัดที่ 1 อาจประกอบด้วยตัวอักษรประจำหมวดมากกว่า 2 ตัวอักษร หรือมีตัวอักษรผสมสระหรือวรรณยุกต์ได้  ทั้งนี้ กรณีที่แผ่นป้ายทะเบียนรถมีอักษรประจำหมวดมากกว่า 2 ตัวอักษร หรือมีตัวอักษรผสมสระหรือวรรณยุกต์ ให้ขอบแผ่นป้ายทะเบียนรถดังกล่าวไม่ต้องอัดเป็นรอยดุน และเครื่องหมาย ตัวเลข และตัวอักษรใช้เป็นลายพิมพ์ โดยการกำหนดตัวอักษรประจำหมวดให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่อธิบดีประกาศกำหนด 

มติครม.ไฟเขียว สินเชื่อสร้างงานสร้างอาชีพวงเงิน 5,000 ล้านบาท

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/493884

23 พ.ย. 2564 |15:00 น.

มติครม.อนุมัติโครงการสินเชื่อสร้างงานสร้างรายได้ 5,000 ล้านบาท ให้ธนาคารออมสินปล่อยกู้ คนละไม่เกิน 300,000 บาทต่อราย ระยะเวลากู้เงิน 5 ปี ดอกเบี้ย 3.99% พร้อมอนุมัติวงเงิน 1,500 บาทชดเชยกรณีเกิด NPL ในโครงการ

วันที่ 23 พฤศจิกายน  2564 แหล่งข่าวจากที่ประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.) เผยว่าที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบมาตรการสินเชื่อ สร้างงาน สร้างอาชีพ โดยให้ธนาคารออมสินปล่อยกู้วงเงิน 5,000 ล้านบาท  อีกทั้งได้มอบหมายหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป

โดยกระทรวงการคลังรายงานว่าจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ระลอกใหม่ ที่เริ่มคลี่คลายลงและการผ่อนคลายมาตรการควบคุมในเขตพื้นที่สถานการณ์ควบคุมสูงสุดและเข้มงวดในหลายพื้นที่ทั่วประเทศ

ส่งผลกระทบกับกลุ่มอาชีพต่างๆ ซึ่งกิจกรรทางเศรษฐกิจเริ่มกลับมาความต้องการสินเชื่อมีมากขึ้น

ดังนั้น เพื่อช่วยเหลือประชาชนและผู้ประกอบการให้สามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนเริ่มต้นในการประกอบอาชีพหรือเสริมสภาพคล่องในการประกอบอาชีพเพื่อให้สามารถดำเนินธุรกิจต่อไปได้ ลดการพึ่งพาสินเชื่อที่มีอัตราดอกเบี้ยสูง หรือสินเชื่อนอกระบบ

มาตรการสินเชื่อสร้างงานสร้างอาชีพ มีสาระสำคัญคือ

1.วงเงิน 5000 ล้านบาท

2.กลุ่มเป้าหมาย ได้แก่ ผู้เริ่มประกอบอาชีพและผู้ประกอบการรายย่อย ประกอบด้วย ผู้ที่ผ่านการอบรมอาชีพ “ช่าง”ทุกประเภท เช่น ช่างปูน ช่างแอร์ ช่างไฟฟ้า ช่างเชื่อม ช่างซ่อมอุปกรณ์ เป็นต้น

และผู้ที่ไม่ใช่ช่าง เช่น ผู้ประกอบการเสริมสวยหรือตัดผม ผู้จำหน่ายสินค้าออนไลน์ เป็นต้น โดยมีใบประกาศนียบัตรหรือวุฒิบัตรที่ผ่านการอบรมจากหน่วยงานภาครัฐหรือภาคเอกชน หรือเอกสารอื่น ๆ ตามประเภทของอาชีพ หรือมีประสบการณ์ในการประกอบอาชีพดังกล่าวมาแล้ว

ผู้ประกอบการขนาดย่อม ประกอบด้วย ผู้ประกอบการที่มีสถานที่จำหน่ายแน่นอน เช่น ค้าปลีก ค้าส่ง โชห่วย แฟรนไซส์ เป็นต้น โดยมีทะเบียนพาณิชย์ ทะเบียนการค้า สัญญาแฟรนไชส์ หรือเอกสารแสดงความเป็นเจ้าของอื่น ๆ

– ผู้ขับขี่รถสาธารณะ ประกอบด้วย ผู้ขับขี่รถแท็กซี่ รถตู้สาธารณะ รถขนส่งสินค้ารถบรรทุก โดยมีใบอนุญาตขับขี่รถสาธารณะ หรือเอกสารอื่น ๆ ตามประเภทของอาชีพ

3.วงเงินอนุมัติสินเชื่อ ไม่เกิน 300,000 บาทต่อราย

4.ระยะเวลาการกู้ไม่เกิน 5 ปี ปลอดชำระดอกเบี้ย 6 งวดแรก

5.อัตราดอกเบี้ย 3.99% ต่อปี

นอกจากนี้ ครม.ได้อนุมัติงบประมาณ 1500 ล้านบาท เพื่อชดเชยกรณีเกิดหนี้ไม่ก่อให้เกิดรายได้ในโครงการนี้ โดยจะชดเชยให้ 100% ของอัตรา 30% ที่มีการปล่อยกู้ หรือ 30% ของวงเงินที่ ครม.อนุมัติ

ขอบคุณที่มา : กรุงเทพธุรกิจ

รัฐไฟเขียว 2.6 ล้าน อนุมัติซื้อ”ไอโฟน”แจกผู้บริหารสำนักเลขาธิการนายกฯ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/493880

23 พ.ย. 2564 |15:00 น.

รัฐทุ่ม 2.6 ล้านบาท ไฟเขียว สำนักเลขาธิการนายกฯจัดซื้อ”ไอโฟน” 111 เครื่อง รวม 2.6 ล้านบาทแจกผู้บริหารสำนักเลขาธิการนายกฯทดแทนเครื่องเก่าตกรุ่น

รัฐบาทจัดให้ สำนักเลขาธิการนายกฯ ด้วการอนุมัตงบ 2.6 ล้านบาท นำไปจัดซื้อ”ไอโฟน”จำนวน 111 เครื่อง แจกผู้บริหารสำนักเลขาธิการนายกฯ ทดแทนเครื่องเก่าที่ตกรุ่นไปแล้ว 
 

เมื่อวันที่ 23 พ.ย. 64   สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี (สลน.) ได้เผยแพร่ประกาศผลการจัดซื้อ และสัญญาจ้างให้บริษัท สหธุรกิจ จำกัด เป็นผู้ได้รับการคัดเลือก ตามโครงการจัดซื้อโทรศัพท์เคลื่อนที่ (มือถือ) จำนวน 111 เครื่อง วงเงิน 2,681,355.80 บาท จากงบประมาณที่ได้รับจัดสรร 2,965,300 บาท
 

ทั้งนี้ ตามประกาศ ระบุว่า สำนักงานเลขาธิการสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรีกำหนดราคากลาง (ราคาอ้างอิง) ไว้เมื่อ 23 กันยายน 2564 ที่วงเงิน 2,964,199.60 บาท


โดยระบุในหนังสือเชิญชวนโครงการนี้ ว่า สลน.เป็นหน่วยงานที่มีภารกิจเกี่ยวกับการปฏิบัติราชการด้านการเมือง ด้านวิชาการ ด้านเลขานุการ ทำหน้าที่ศูนย์ประสานการบริหารราชการแผ่นดินของนายกรัฐมนตรี รองนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และผู้บริหารฝ่ายการเมือง
 


“เพื่อให้การบริหารราชการแผ่นดินเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ รวดเร็ว ทันเหตุการณ์ มุ่งผลสัมฤทธิ์และเป็นไปตามหลักการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี และเพื่อใช้ไนราชการเพื่อทดแทนของเดิม ซึ่งได้จัดหาเมื่อปีงบประมาณ พ.ศ. 2560 ที่ปัจจุบันเสื่อมสภาพตามอายุการใช้งาน”



การกำหนดรายละเอียดราคากลาง สลน.ระบุว่า จะต้องเป็นโทรศัพท์เคลื่อนที่ (มือถือ) ยี่ห้อ Apple รุ่น Iphone12 ขนาด 128GB จำนวน 23 เครื่อง ราคาต่อหน่วย 26,440 บาท รวมวงเงิน 608,120 บาท และโทรศัพท์เคลื่อนที่ (มือถือ) ยี่ห้อ Apple รุ่น Iphone12 ขนาด 64GB จำนวน 88 เครื่อง ราคาต่อหน่วย 24,570 บาท วงเงินรวม 2,162,160 บาท