WHO เตือน ‘เอเชียแปซิฟิก’ เตรียมรับมือโอไมครอน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/669748

วันที่ 03 ธ.ค. 2564 เวลา 13:30 น.WHO เตือน 'เอเชียแปซิฟิก' เตรียมรับมือโอไมครอนWHO เตือนเอเชียแปซิฟิกควรเตรียมพร้อมสำหรับผู้ป่วยโควิด-19 ที่อาจเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วเนื่องจากโอไมครอน

สำนักข่าวรอยเตอร์สรายงานว่าเจ้าหน้าที่ขององค์การอนามัยโลก (WHO) กล่าวว่าประเทศต่างๆ ในเอเชียแปซิฟิกควรเพิ่มขีดความสามารถด้านสาธารณสุข ซึ่งรวมถึงการรักษาพยาบาลและการฉีดวัคซีนให้ประชาชนอย่างเต็มที่ เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับผู้ป่วยโควิด-19 ที่อาจเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วเนื่องจากสายพันธุ์โอไมครอน

ขณะนี้กว่า 30 ประเทศทั่วโลกตรวจพบเชื้อโอไมครอนแล้ว ซึ่งเริ่มจากแถบแอฟริใต้ ยุโรป และตอนนี้เริ่มเข้ามาถึงหลายพื้นที่ในเอเชีย รวมถึงญี่ปุ่น เกาหลีใต้ ฮ่องกง อินเดีย สิงคโปร์ และมาเลเซีย

ทาเคชิ คาไซ ผู้อำนวยการ WHO ประจำภูมิภาคแปซิฟิกตะวันตกกล่าวว่า “มาตรการควบคุมชายแดนสามารถซื้อเวลาได้ แต่ทุกประเทศต้องเตรียมพร้อมสำหรับจำนวนผู้ติดเชื้อที่อาจเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว”

“เราไม่ควรพึ่งมาตรการคุมเข้มบริเวณชายแดนเพียงอย่างเดียว เพราะสิ่งที่สำคัญที่สุดคือการเตรียมการสำหรับการมาถึงของไวรัสที่มีศักยภาพในการแพร่เชื้อสูง” คาไซกล่าวพร้อมเสริมว่าประเทศต่างๆ ต้องใช้บทเรียนที่ได้รับจากการแพร่ระบาดของสายพันธุ์เดลตา และกระตุ้นให้ประชาชนเข้ารับการฉีดวัคซีน ตลอดจนใช้มาตรการป้องกัน อย่างการสวมหน้ากากอนามัย และการเว้นระยะห่างทางสังคม

โอไมครอนตรวจพบครั้งแรกในแถบแอฟริกาตอนใต้เมื่อเดือนพ.ย. ที่ผ่านมา และ WHO ระบุให้เป็นสายพันธุ์ที่น่ากังวล (variant of concern) โดยขณะนี้ยังคงศึกษาหาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับศักยภาพในการแพร่เชื้อและการหลบเลี่ยงภูมิคุ้มกันของไวรัสดังกล่าว ตลอดจนความรุนแรงของอาการป่วยที่เกิดขึ้น

Photo by Nhac NGUYEN / AFP

มาเลเซียพบ ‘โอไมครอน’ เคสแรกของประเทศ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/669744

วันที่ 03 ธ.ค. 2564 เวลา 12:07 น.มาเลเซียพบ 'โอไมครอน' เคสแรกของประเทศกระทรวงสาธารณสุขมาเลเซียเผยพบผู้ป่วยโควิด-19 สายพันธุ์โอไมครอน

วันนี้ (3 ธ.ค.) สำนักข่าวรอยเตอร์สรายงานว่ากระทรวงสาธารณสุขมาเลเซียแถลงพบผู้ป่วยโควิด-19 สายพันธุ์โอไมครอนรายแรกของประเทศ ซึ่งเป็นนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางมาจากแอฟริกาใต้โดยผ่านสิงคโปร์ถึงมาเลเซียเมื่อวันที่ 19 พ.ย.

ผู้ป่วยคนดังกล่าวเป็นหญิงวัย 19 ปี ซึ่งไม่แสดงอาการป่วยและได้รับการฉีดวัคซีนแล้ว โดยมีผลตรวจเชื้อเป็นบวกเมื่อเดินทางมาถึงมาเลเซียผ่านทางสิงคโปร์ และถูกกักตัวเป็นเวลา 10 วัน ก่อนได้รับการปล่อยตัวในวันที่ 29 พ.ย.

ขณะที่สิงคโปร์พบผู้ติดเชื้อโอไมครอนแล้ว 2 ราย

Photo by Mohd RASFAN / AFP

สหรัฐจับตา ‘โอไมครอน’ ระบาดในชุมชน พบผู้ป่วยไม่ได้ไปต่างประเทศ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/669726

วันที่ 03 ธ.ค. 2564 เวลา 09:13 น.สหรัฐจับตา 'โอไมครอน' ระบาดในชุมชน พบผู้ป่วยไม่ได้ไปต่างประเทศสหรัฐพบผู้ติดเชื้อโอไมครอนแล้วอย่างน้อย 9 ราย ในจำนวนนี้มีคนที่ไม่ได้มาจากต่างประเทศ

ประธานาธิบดีโจ ไบเดน สั่งยกระดับมาตรการควบคุมโรคและเฝ้าระวังการแพร่ระบาดของโควิด-19 ในประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสายพันธุ์โอไมครอน หลังพบผู้ป่วยไม่มีประวัติเดินทางไปต่างประเทศ และมีแนวโน้มว่าจะมีผู้ติดเชื้อในประเทศเพิ่มขึ้นอีกในช่วงฤดูหนาว

โดยกระทรวงสาธารณสุขของฮาวายแถลงในวันที่ 2 ธ.ค. ตามเวลาท้องถิ่นเพื่อยืนยันผู้ป่วยโควิด-19 สายพันธุ์โอไมครอนเคสแรกที่มีการแพร่ระบาดในชุมชน เนื่องจากผู้ป่วยไม่มีประวัติเดินทางไปต่างประเทศในระยะนี้

ส่งผลให้ฮาวายกลายเป็นรัฐที่ 5 ของสหรัฐที่ตรวจพบโควิด-19 สายพันธุ์โอไมครอน และจำนวนผู้ติดเชื้อทั้งหมดในประเทศเพิ่มขึ้นเป็น 9 ราย

ไม่นานหลังจากนี้รัฐนิวยอร์กยืนยันผู้ติดเชื้อโอไมครอน 5 ราย แต่รัฐบาลขอให้ประชาชนไม่ตื่นตระหนกเนื่องจากมีเครื่องมือในการยับยั้งการแพร่ระบาดของเชื้อ นั่นก็คือวัคซีนและหน้ากากอนามัย โดยพยายามที่จะไม่กลับไปใช้มาตรการล็อกดาวน์อีก

พร้อมเรียกร้องให้ประชาชนปฏิบัติตามมาตรการควมคุมโรคอย่างเคร่งครัด และเข้ารับการฉีดวัคซีนให้ได้มากที่สุด รวมถึงการฉีดวัคซีนเข็มกระตุ้นด้วย

Photo by Spencer Platt/Getty Images/AFP

เยอมนีคุมเข้ม! ล็อกดาวน์คนไม่ฉีดวัคซีน เล็งบังคับฉีดทุกคน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/669723

วันที่ 03 ธ.ค. 2564 เวลา 08:49 น.เยอมนีคุมเข้ม! ล็อกดาวน์คนไม่ฉีดวัคซีน เล็งบังคับฉีดทุกคนเยอมนีประกาศล็อกดาวน์คนไม่ฉีดวัคซีน เล็งบังคับฉีดในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า

CNN รายงานว่าวันที่ 2 ธ.ค. ตามเวลาท้องถิ่น แองเกลา แมร์เคิล นายกรัฐมนตรีเยอรมนี พร้อมด้วยโอลาฟ ชอลซ์ ว่าที่นายกรัฐมตรีคนใหม่ ประกาศใช้มาตรการล็อกดาวน์ทั่วประเทศสำหรับผู้ที่ยังไม่ได้รับวัคซีนโควิด-19 และสนับสนุนแผนการฉีดวัคซีนภาคบังคับซึ่งอาจเกิดขึ้นในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า

ภายใต้มาตรการดังกล่าวประชาชนที่ยังไม่ได้รับวัคซีนจะถูกห้ามไม่ให้เข้าถึงบริการสาธารณะหลายอย่าง เว้นแต่สถานที่จำเป็น เช่น ซูเปอร์มาร์เก็ต และร้านขายยา

สำหรับการพบปะทางสังคมผู้ที่ยังไม่ได้ฉีดวัคซีนจะได้รับอนุญาตให้พบปะบุคคลต่างครอบครัวได้ไม่เกิน 2 คนเท่านั้น เพื่อควบคุมการแพร่ระบาดของโควิด-19 หลังจากที่มีผู้ติดเชื้อในประเทศเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องวันละหลายหมื่นคน ประกอบกับพบผู้ติดเชื้อสายพันธุ์โอไมครอน

นอกจากนี้ทั้งคู่ยังสนับสนุนข้อเสนอสำหรับมาตรการบังคับฉีดวัคซีน ซึ่งหากโหวตผ่านรัฐสภาจะมีผลบังคับใช้เร็วที่สุดคือเดือนก.พ. ปีหน้า

มาตรการดังกล่าวยังส่งผลให้บาร์และไนท์คลับในพื้นที่ที่มีผู้ติดเชื้อในรอบสัปดาห์มากกว่า 350 รายต่อประชากร 100,000 รายต้องปิดตัวลง และจะมีการจำกัดจำนวนคนในกิจกรรมขนาดใหญ่ อาทิ การแข่งขันฟุตบอล

Photo by Ina FASSBENDER / AFP

ต่างชาติทำอย่างไรเมื่อ ‘โอไมครอน’ บุกเข้าประเทศ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/669703

วันที่ 02 ธ.ค. 2564 เวลา 19:10 น.ต่างชาติทำอย่างไรเมื่อ 'โอไมครอน' บุกเข้าประเทศส่องมาตรการต่างประเทศเมื่อต้องเผชิญกับเชื้อโอไมครอน

สหรัฐอเมริกา

• พบผู้ป่วยโควิด-19 สายพันธุ์โอไมครอนในรัฐแคลิฟอร์เนีย ซึ่งมีประวัติเดินทางจากแอฟริกาใต้ไปยังสหรัฐเมื่อวันที่ 22 พ.ย. และมีผลตรวจเป็นบวกในวันที่ 29 พ.ย.

• รัฐบาลสหรัฐกล่าวว่าจะยกระดับความเข้มงวดของมาตรการตรวจหาเชื้อสำหรับผู้ที่เดินทางเข้าสหรัฐ เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโควิด-19 สายพันธุ์โอไมครอน โดยพยายามที่จะไม่ปิดโรงเรียนและภาคธุรกิจ

• โดยกำหนดให้นักเดินทางขาเข้าทุกคนแสดงผลการตรวจหาเชื้อที่เป็นลบในระยะเวลาไม่เกิน 1 วันก่อนเดินทาง ไม่ว่าจะเป็นพลเมืองจากประเทศใด และได้รับวัคซีนแล้วหรือไม่ก็ตาม ซึ่งจะมีผลบังคับใช้ในสัปดาห์หน้า

• จากเดิมที่กำหนดให้ผู้ที่ไม่ใช่พลเมืองของสหรัฐซึ่งเดินทางเข้าประเทศซึ่งได้รับการฉีดวัคซีนครบโดส ต้องมีผลตรวจหาเชื้อที่เป็นลบในระยะเวลาไม่เกิน 3 วันก่อนเดินทาง แต่สำหรับผู้ที่ยังไม่ได้รับวัคซีน เช่น พลเมืองที่มาจากประเทศที่มีวัคซีนจำกัด จะต้องมีผลตรวจเชื้อเป็นลบในระยะเวลาไม่เกิน 1 วันก่อนเดินทาง

• ขณะที่รัฐบาลยังคงใช้มาตรการบังคับสวมหน้ากากอนามัยในระหว่างการเดินทางด้วยเครื่องบินหรือระบบขนส่งสาธารณะอื่นๆ ไปจนถึงวันที่ 18 มี.ค. ผู้ใดฝ่าฝืนมีโทษปรับ 500 ถึง 3,000 เหรียญสหรัฐ

• พร้อมขยายการฉีดวัคซีนบูสเตอร์เพื่อกระตุ้นภูมิคุ้มกัน ตลอดจนการตรวจเชิงรุกที่บ้านโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย

• ทั้งนี้ สหรัฐได้ระงับนักท่องเที่ยวขาเข้าจาก 8 ประเทศในแถบแอฟริกาตอนใต้ หลังจากที่พบผู้ป่วยโควิด-19 สายพันธุ์โอไมครอนในพื้นที่ดังกล่าว

ฝรั่งเศส

• ผู้ติดเชื้อเดินทางกลับจากไนจีเรีย ยังไม่ได้ฉีดวัคซีนและไม่มีอาการป่วย ได้รับการตรวจหาเชื้อเมื่อเดินทางถึงฝรั่งเศสในวันที่ 25 พ.ย. คนในครอบครัวพบเชื้อเช่นกันแต่ยังไม่ยืนยันว่าเป็นสายพันธุ์โอไมครอนหรือไม่

• ก่อนหน้านี้พบผู้ติดเชื้อโอไมครอนอีกรายบนเกาะเรอูนียง ซึ่งเดินทางมาจากแอฟริกาใต้

• อย่างไรก็ตาม ฝรั่งเศสเตรียมอนุญาตเที่ยวบินขาเข้าจากแอฟริกาตอนใต้อีกครั้ง แต่ให้ให้เฉพาะผู้โดยสารชาวฝรั่งเศษและสหภาพยุโรปเท่านั้น ซึ่งต้องรับการตรวจหาเชื้อเมื่อเดินทางมาถึง และกักตัว 7 วันหากมีผลตรวจเป็นลบ และ 10 วันหากมีผลตรวจเป็นบวก

เยอรมนี

• คาดว่าจะกำหนดมาตรการที่เข้มงวดสำหรับประชาชนที่ยังไม่ได้รับวัคซีนในเร็ววันนี้ เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโควิด-19 หลังจากที่ผู้ติดเชื้อในประเทศพุ่งสูงขึ้น และพบผู้ติดเชื้อสายพันธุ์โอไมครอน

• โดยอังเกลา แมร์เคิล นายกรัฐมนตรีคนปัจจุบันจะหารือกับว่าที่นายกรัฐมนตรีโอลาฟ โชลซ์ และผู้นำ 16 รัฐเกี่ยวกับมาตรการจำกัดกิจกรรมบางอย่างสำหรับผู้ที่ไม่ได้ฉีดวัคซีน เว้นแต่การเข้าถึงสถานที่สำคัญอย่างร้านขายของชำ หรือร้านขายยา เป็นต้น

• ตลอดจนหารือเกี่ยวกับมาตรการบังคับฉีดวัคซีน และจำกัดจำนวนคนในบางกิจกรรม อาทิ การแข่งขันฟุตบอล แต่หลีกเลี่ยงที่จะใช้มาตรการล็อกดาวน์เพื่อไม่ให้ขัดขวางการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ

• ขณะที่อัตราการฉีดวัคซีนในเยอรมนียังคงต่ำกว่า 70% ซึ่งน้อยกว่าประเทศอื่นๆ ในยุโรปอย่างโปรตุเกสและไอร์แลนด์

เกาหลีใต้

• พบผู้ป่วยโควิด-19 สายพันธุ์โอไมครอนจำนวน 5 ราย ขณะที่ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคออกมาตรการบังคับให้ผู้ที่เดินทางจากต่างประเทศทุกคน ไม่ว่าจะเป็นชาวเกาหลีใต้หรือชาวต่างชาติต้องกักตัวเป็นเวลา 10 วันเมื่อเดินทางมายังเกาหลีใต้ไม่ว่าจะได้รับวัคซีนแล้วหรือไม่ ซึ่งจะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 3 ธ.ค.

• โดยชาวเกาหลีใต้หรือผู้ที่มีถิ่นพำนักอยู่ในเกาหลีใต้สามารถกักตัวที่บ้าน ส่วนชาวต่างชาติต้องกักตัวในสถานที่ที่รัฐเตรียมไว้ให้ ซึ่งมาตรการดังกล่าวจะมีผลบังคับใช้เป็นเวลาอย่างน้อย 14 วัน

ญี่ปุ่น

• ก่อนหน้านี้มีท่าทีว่าจะให้ทุกสายการบินระงับการจองตั๋วเครื่องบินขาเข้าจากทุกประเทศเป็นเวลา 1 เดือน เพื่อป้องกันโควิด-19 สายพันธุ์โอไมครอน แต่ล่าสุดมีการเปลี่ยนแปลงคำสั่งดังกล่าวเพื่ออำนวยความสะดวกแก่ชาวญี่ปุ่นที่ต้องการเดินทางกลับประเทศ

• ทั้งนี้ ญี่ปุ่นพบผู้ป่วยโควิด-19 สายพันธุ์โอไมครอนไม่นานหลังจากที่นายกรัฐมนตรีฟุมิโอะ คิชิดะ ประกาศว่าจะรื้อฟื้นมาตรการที่เข้มงวด โดยห้ามชาวต่างชาติจากทุกประเทศเนื่องจากหวั่นเกรงการระบาดของโควิด-19 สายพันธุ์โอไมครอน

อินเดีย

• พบผู้ติดเชื้อไวรัสโอไมครอน 2 รายในรัฐกรณาฏกะทางตอนใต้ของประเทศ ซึ่งกำลังเร่งสอบสวนโรคและติดตามตรวจหาเชื้อผู้สัมผัสใกล้ชิดทั้งหมด

• ก่อนหน้านี้อินเดียมีแผนเปิดเที่ยวบินระหว่างประเทศเชิงพาณิชย์อีกครั้งในวันที่ 15 ธ.ค. แต่เมื่อวันพุธที่ผ่านมาได้ยกเลิกแผนดังกล่าวและกล่าวว่าจะมีการประกาศกำหนดการใหม่ในไม่ช้า รัฐบาลแนะให้รัฐต่างๆ เพิ่มการตรวจหาเชื้อ

แคนาดา

• เป็นประเทศแรกในอเมริกาเหนือที่พบผู้ติดเชื้อโควิด-19 สายพันธุ์โอไมครอน โดยขณะนี้พบผู้ป่วยแล้วอย่างน้อย 6 ราย

• เจ้าหน้าที่สาธารณสุขกล่าวว่ากลยุทธ์ของพวกเขาคือพยายามป้องกันไม่ให้สายพันธุ์โอไมครอนเข้าสู่แคนาดาผ่านมาตรการระงับการเดินทางจากแอฟริกาใต้ บอตสวานา เอสวาตินี เลโซโท โมซัมบิก นามิเบีย และซิมบับเว เบื้องต้นมีผลบังคับใช้ถึงวันที่ 31 ม.ค. ส่วนชาวแคนาดาที่เดินทางมาจากพื้นที่ดังกล่าวต้องได้รับการตรวจหาเชื้อก่อนเดินทางและกักตัวเป็นเวลา 14 วันเมื่อมาถึงแคนาดา

อิตาลี

• เมื่อวันที่ 25 พ.ย. อิตาลีพบผู้ป่วยโควิด-19 สายพันธุ์โอไมครอนเคสแรก จนถึงขณะนี้มีผู้ป่วยแล้วอย่างน้อย 9 ราย

• โดยทางการอิตาลีสั่งห้ามนักเดินทางที่มาจาก 7 ประเทศแถบแอฟริกาใต้ในช่วง 2 สัปดาห์ หลังพบการแพร่ระบาดของโอไมครอน สำหรับประชาชนที่เดินทางไปที่นั่นในช่วง 2 สัปดาห์ ต้องแจ้งให้ทางการทราบ เข้ารับการตรวจหาเชื้อ และแยกกักตัวเป็นเวลา 10 วันแล้วตรวจหาเชื้ออีกครั้ง

อิสราเอล

• เป็นประเทศแรกที่ปิดพรมแดนโดยสมบูรณ์เพื่อตอบสนองต่อสายพันธุ์ใหม่ โดยในวันที่ 28 พ.ย. ที่ผ่านมามีรายงานว่าอิสราเอลจะห้ามชาวต่างชาติทั้งหมดเดินทางเข้าประเทศ

• โดยขณะนี้พบผู้ป่วยยโควิด-19 สายพันธุ์โอไมครอนแล้วอย่างน้อย 4 ราย

Photo by Lionel BONAVENTURE / AFP

วินาที ‘ระเบิดยุคสงครามโลก’ บึ้มสนั่นมิวนิก บาดเจ็บ 4 คน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/669694

วันที่ 02 ธ.ค. 2564 เวลา 17:00 น.วินาที 'ระเบิดยุคสงครามโลก' บึ้มสนั่นมิวนิก บาดเจ็บ 4 คนเผยภาพวินาทีระเบิดสมัยสงครามโลก ระเบิดขึ้นใกล้สถานีรถไฟในเยอรมนี

สำนักข่าวรอยเตอร์สรายงานว่าระเบิดจากเครื่องบินทิ้งระเบิดสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 เกิดระเบิดขึ้นใกล้กับสถานีรถไฟในเมืองมิวนิก รัฐบาวาเรีย ทางตะวันออกเฉียงใต้ของเยอรมนี เมื่อวันที่ 1 ธ.ค. ตามเวลาท้องถิ่น ซึ่งส่งผลให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 4 คน โดย 1 คนบาดเจ็บสาหัส

รายงานระบุว่าในแต่ละปีมีการค้นพบระเบิดและอาวุธมากกว่า 2,000 ตันในเยอรมนีหลังสิ้นสุดสงครามโลกครั้งที่ 2 มาเป็นเวลากว่า 70 ปี

เจ้าหน้าที่คาดว่าระเบิดในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 ประมาณ 15% ไม่ได้ระเบิดขึ้นในตอนนั้นและฝังลึกอยู่ใต้พื้นดิน โดยบางลูกอยู่ลึกถึง 6 เมตร

ทั้งนี้ ในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 เครื่องบินทิ้งระเบิดของอังกฤษและอเมริกาได้โจมตีเยอรมนีด้วยระเบิดราว 1.5 ล้านตันซึ่งคร่าชีวิตผู้คนไปประมาณ 600,000 คน

Photo by CHRISTOF STACHE / AFP

ฮ่องกงเพาะแยกเชื้อ ‘โอไมครอน’ สำเร็จ หาโอกาสพัฒนาวัคซีนแบบเร่งด่วน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/669687

วันที่ 02 ธ.ค. 2564 เวลา 15:45 น.ฮ่องกงเพาะแยกเชื้อ ‘โอไมครอน’ สำเร็จ หาโอกาสพัฒนาวัคซีนแบบเร่งด่วนทีมวิจัยม.ฮ่องกงประสบความสำเร็จในการเพาะแยกเชื้อโควิด-19 ‘โอไมครอน’ ที่แรกในเอเชีย

สำนักข่าวซินหัวรายงานว่าคณะนักวิจัยจากภาควิชาจุลชีววิทยาของมหาวิทยาลัยฮ่องกง (HKU) ในเขตบริหารพิเศษฮ่องกงทางตอนใต้ของจีน ประสบความสำเร็จในการเพาะแยกเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ (SARS-CoV-2) ชนิดกลายพันธุ์ สายพันธุ์โอไมครอน ขึ้นจากตัวอย่างทางคลินิกที่มี

เมื่อวันอังคาร (30 พ.ย.) มหาวิทยาลัยฯ กล่าวในแถลงการณ์ทางออนไลน์ว่าคณะนักวิจัยกลุ่มดังกล่าวถือเป็นนักวิจัยกลุ่มแรกในเอเชียที่ทำการเพาะแยกเชื้อไวรัสฯ สายพันธุ์โอไมครอนสำเร็จ

เชื้อไวรัสฯ ที่ถูกเพาะแยกนั้นจะเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาและผลิตวัคซีนป้องกันเชื้อไวรัสฯ สายพันธุ์โอไมครอน ซึ่งองค์การอนามัยโลก (WHO) กำหนดให้เป็น “สายพันธุ์เฝ้าระวัง”

รายงานระบุว่าคณะนักวิจัยของมหาวิทยาลัยฯ ประสบความสำเร็จในการเพาะแยกเชื้อเมื่อช่วงดึกของวันจันทร์ (29 พ.ย.) ตามเวลาท้องถิ่น ซึ่งเป็นเวลา 4 วัน หลังมีการยืนยันการพบผู้ป่วยโรคโควิด-19 สายพันธุ์โอไมครอน 2 รายแรกในฮ่องกงเมื่อวันที่ 25 พ.ย. และเป็นเวลา 5 วัน หลังองค์การฯ ได้รับรายงานการพบเชื้อไวรัสฯ สายพันธุ์ดังกล่าวครั้งแรกจากแอฟริกาใต้เมื่อวันที่ 24 พ.ย.

นับถึงปัจจุบัน มีรายงานการพบผู้ป่วยโรคโควิด-19 สายพันธุ์โอไมครอนแล้วในทั่วโลก ขณะที่รัฐบาลประเทศต่างๆ ได้ใช้มาตรการห้ามเดินทางอย่างเร่งด่วนพร้อมกระชับการตรวจตรา

หยวนกั๋วหย่ง (Kwok-yung Yuen) หัวหน้าภาควิชาโรคติดเชื้อและผู้นำการวิจัยระบุว่า “เราตระหนักถึงภัยคุกคามร้ายแรงของเชื้อไวรัสฯ สายพันธุ์โอไมครอน และรีบเดินหน้าทำงานในทันที” พร้อมเสริมว่า การเพาะแยกเชื้อไวรัสฯ เป็นขั้นตอนแรกในการศึกษาเชื้อไวรัสฯ สายพันธุ์ดังกล่าวอย่างเร่งด่วน

ทั้งนี้ ปัจจุบันคณะนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยฯ กำลังทำงานเพื่อขยายเชื้อไวรัสฯ สำหรับใช้ในการประเมินความสามารถด้านการแพร่เชื้อ ความสามารถในการหลีกเลี่ยงภูมิคุ้มกัน และการก่อโรคในสัตว์ตัวแบบ นอกจากนั้น คณะนักวิจัยยังกำลังหาโอกาสพัฒนาและผลิตวัคซีนชนิดเชื้อตายแบบเร่งด่วนอีกด้วย

Photo by Noel Celis / AFP

“จุรินทร์” ชงต่อต้านความรุนแรง ล่วงละเมิดทางเพศเด็ก-สตรี เป็นวาระแห่งชาติ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/494050

24 พ.ย. 2564 |15:00 น.

“จุรินทร์” รับหนังสือจากเครือข่ายสตรี เนื่องในวันต่อต้านความรุนแรงต่อสตรีสากล เตรียมเสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณาการป้องกันและแก้ไขปัญหาการข่มขืน กระทำชำเรา และการล่วงละเมิดทางเพศต่อเด็กและสตรีเป็นวาระแห่งชาติ

วันนี้ (24 พ.ย.) นางสาวรัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เผยว่าวันนี้ ที่อาคารรัฐสภา นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกฯ และรมว.พาณิชย์ ในฐานะประธานคณะกรรมการนโยบายและยุทธศาสตร์การพัฒนาสถานภาพสตรีแห่งชาติ (กยส.) ได้รับมอบหนังสือจากตัวแทนเครือข่ายสตรี ข้อเสนต่อรัฐบาลในการป้องกันและแก้ปัญหาความรุนแรงต่อเด็กและสตรี เนื่องในวันต่อต้านความรุนแรงต่อสตรีสากล 25 พฤศจิกายนนี้

“จุรินทร์” ชงต่อต้านความรุนแรง ล่วงละเมิดทางเพศเด็ก-สตรี เป็นวาระแห่งชาติ

ทั้งนี้ นายจุรินทร์ กล่าวว่า ในฐานะประธาน กยส. ซึ่งมีกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์(พม.) เป็นฝ่ายเลขานุการ ตนเองให้ความสำคัญกับเรื่องนี้เป็นอย่างยิ่ง โดยเฉพาะในเรื่องของการขจัดความรุนแรงต่อเด็กและสตรี ซึ่งถือเป็นประเด็นที่เราร่วมมือร่วมใจกับทุกภาคส่วนทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน เอ็นจีโอ กลุ่มสตรีต่าง ๆ แก้ไขปัญหากันมาเป็นระยะเวลายาวนาน ที่น่าเป็นห่วง คือ ตัวเลขของการกระทำความรุนแรงต่อเด็กและสตรีไม่ได้ลดลง 

ขณะเดียวกันเรื่องเข้าสู่ขบวนการยุติธรรมแค่ประมาณ 10% ของข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น ซึ่งเป็นสิ่งที่เราจะต้องช่วยกันคลี่คลายปัญหานี้ต่อไป และในช่วงที่ผ่านมา ได้มีการทำต้นเรื่องทั้งหมดในการดำเนินการเสนอเรื่อง เรื่องการป้องกันและแก้ไขการข่มขืนกระทำชำเราและการล่วงละเมิดทางเพศเป็นวาระแห่งชาติ ซึ่งได้ผ่านกระบวนการกลั่นกรองและกำลังขัดเกลาข้อความ ถัดจากนี้ตนเองจะพยายามผลักดันเข้าสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีโดยเร็ว เพื่อกำหนดให้เรื่องนี้เป็นวาระแห่งชาติต่อไปเพื่อให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ตระหนักถึงความสำคัญในการร่วมมือกันแก้ปัญหานี้ให้สำเร็จลุล่วง และต้องมีเป้าหมายที่ชัดเจนว่าจะลดระดับของความรุนแรงที่เกิดขึ้นทั้งในเชิงปริมาณและทุกเรื่องได้อย่างไร

“จุรินทร์” ชงต่อต้านความรุนแรง ล่วงละเมิดทางเพศเด็ก-สตรี เป็นวาระแห่งชาติ

นางสาวรัชดา กล่าวเพิ่มเติมว่า ภายใต้การกำหนดให้เรื่องนี้เป็นวาระแห่งชาติ จะครอบคลุมการทำงานในหลายมิติและกลุ่มสังคม รวมถึงการบูรณาการระหว่างหน่วยงานต่าง ๆ ด้วย อาทิ การปรับหลักสูตรการสอนเพศวิถีให้มีความเข้าใจง่าย การบูรณาการหลักสูตรการป้องกันตนเองในวิชาเรียน การขจัดทัศนคติที่ผิดๆต่อเพศหญิง การพัฒนาแนวทางปฏิบัติในเรื่องการสอบถามข้อเท็จจริงต่อผู้เสียหาย การเพิ่มและปรับปรุงกฎหมายคดีความผิดทางเพศ การกําหนดโทษทางวินัยร้ายแรงแก่ครู บุคลากรทางการศึกษา และเจ้าหน้าที่ของรัฐที่ล่วงละเมิดทางเพศ การกําหนดสัดส่วนของคณะกรรมการสอบสวนวินัย ข้าราชการครู บุคลากรทางการศึกษา หรือ เจ้าหน้าที่ของรัฐที่เป็นสตรีไม่น้อยกว่าหนึ่งในสาม เป็นต้น

วิษณุ เตือนรัฐบาล หลังเม.ย.ปีหน้า เกิดแรงกดดันยุบสภา

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/494034

24 พ.ย. 2564 |14:00 น.

‘วิษณุ’ ระบุบัตรเลือกตั้งเบอร์เดียวทั่วประเทศช่วยให้จำง่าย พร้อมเปิดสภาวิสามัญให้สภาคลอดกฎหมายลูก เตือนรัฐบาล หลังเม.ย.ปีหน้าเกิดแรงกดดันให้ยุบสภาแน่

วันนี้ (24 พ.ย.) นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงเสียงวิพากษ์วิจารณ์ ร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. ที่ยังมีความเห็นต่างระหว่างการใช้เบอร์เดียวกันทั้งประเทศ หรือแยกเบอร์รายเขต ว่าสภาคงต้องคุยกัน แต่ตามร่าง พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.ที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กตต.) ยกร่างมา เป็นการใช้เบอร์เดียวทั่วประเทศตามที่มีการเรียกร้องมา แต่อาจเข้าทางบางพรรค และไม่เข้าทางบางพรรค ส่วนตัวไม่คิดว่าเป็นเรื่องใหญ่ สามารถพูดคุยกันได้

ผู้สื่อข่าวถามว่า ไม่ใช่เรื่องได้เปรียบเสียเปรียบใช่หรือไม่ นายวิษณุตอบว่า มองไม่ออก แต่คนที่เขามองออกเห็นว่าทำให้เกิดความได้เปรียบเสียเปรียบ แต่ความจริงแล้วมันคือความสะดวกในการจดจำ ส่วนคนที่ชำนาญการเลือกตั้งอาจมองอย่างอื่น กลายเป็นเรื่องพรรคใหญ่ พรรคเล็ก พรรคเก่า พรรคใหม่ คงต้องไปคุยกันเอง เพราะเป็นเรื่องชิงไหวชิงพริบทางการเมือง ไม่ใช่แง่มุมทางกฎหมาย สามารถแก้ไขได้ในสภา แต่สิ่งที่รัฐบาลเป็นห่วงคือ เรื่องตารางเวลา ขณะนี้ กกต.อยู่ระหว่างการรับฟังความคิดเห็นร่าง พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.อย่างเป็นทางการ คิดว่าไม่เกินวันที่ 10 ธ.ค.คงเสร็จ จากนั้นจะเอาความเห็นมาปรับปรุงร่างกฎหมายสักพักก่อนเสนอมาให้คณะรัฐมนตรี (ครม.)

รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า พรรคการเมืองต่าง ๆ สามารถเสนอร่างกฎหมายเข้าสภา ซึ่งตอนหารือกับวิปรัฐบาลได้เคยรับปากว่าจะให้มีการพูดคุยกับ กกต.ก่อน รัฐบาลจะเป็นเจ้าภาพจัดการพูดคุยระหว่างพรรคการเมืองต่าง ๆ กับ กกต.ให้ จะทำให้เวลาการพิจารณาในสภากระชับขึ้น ซึ่งการเสนอเข้าไปอย่างไรก็เป็นคนละฉบับ แต่ให้เป็นการเคลียร์กันก่อนเข้าสู่การพิจารณา ส่วนจะคุยกันเมื่อไหร่นั้น คงต้องรอให้ กกต.ปรับแก้กฎหมายขั้นสุดท้ายเสร็จสิ้นแล้ว และเมื่อกฎหมายมาถึงรัฐบาลแล้ว รัฐบาลจะต้องเป็นเจ้าของเรื่องคงสามารถปรับได้ โดยความเห็นชอบของ กกต. แต่ถ้า กกต.ไม่เห็นชอบคงต้องไปพูดในสภา โดยขอยืมให้พรรคร่วมรัฐบาลเป็นคนพูด เพราะสุดท้ายต้องใช้วิธีการโหวต แต่ทั้งนี้ รัฐบาลมีความสัมพันธ์พอที่จะอธิบายด้วยเหตุด้วยผลกับ กกต.ได้

เมื่อถามถึงกรณีนักวิชาการมองว่าเมื่อกฎหมายลูกเสร็จแล้ว เป็นเวลาที่เหมาะสมในการยุบสภา นายวิษณุ กล่าวว่า ยังไม่รู้ว่าจะแก้กฎหมายลูกเสร็จเมื่อไร อีกทั้งกฎหมายลูกไม่เหมือนกฎหมายอื่น ๆ ที่สภาพิจารณาเสร็จคือเสร็จ แต่กฎหมายลูกพอสภาพิจารณาเสร็จ ต้องส่งไปยังองค์กรที่เกี่ยวข้อง กรณีนี้คือ กกต. มีกรอบเวลากำหนด หาก กกต.เห็นว่าควรต้องแก้อะไรบางอย่าง ใครที่ไปแก้ของ กกต.จะเจอตรงนี้ เพราะถ้า กกต.ยืนยันกลับมา ก็ต้องแก้ตาม กกต. ซึ่งตรงนี้รัฐบาลพร้อมออกพระราชกฤษฎีกาขอเปิดประชุมสภาสมัยวิสามัญให้ เมื่อเสร็จเรียบร้อยก็นำความทูลเกล้าฯ ถวาย

“เคยคิดไทม์ไลน์ว่ากฎหมายลูกจะมีการประกาศใช้ช่วง ก.ค. 2565 เพราะคิดว่าเปิดสภาสมัยวิสามัญช่วง เม.ย.2565 จากนั้นก็ทูลเกล้าฯ ถวาย กรอบเวลา 90 วันจะอยู่ที่ประมาณ ก.ค. 2565 นี่คือการคิดเวลายาวที่สุดไว้ก่อน แต่ถ้าโปรดเกล้าฯ ลงมาก่อน กรอบเวลาก็จะเร็วขึ้น เคยบอกในคณะรัฐมนตรีว่าถ้ากฎหมายลูกประกาศใช้ ก็จะมีการกดดันให้ยุบสภา รัฐบาลก็ต้องเตรียมรับมือทางการเมืองเอง” รองนายกฯ ย้ำ

นอกจากนี้ นายวิษณุ ยังกล่าวด้วยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและรมว.กลาโหม แสดงความเป็นห่วงองค์ประชุมสภาผู้แทนราษฎรที่ล่มบ่อยว่า นายกฯ ได้บอกว่าวันพุธ-พฤหัสบดี รัฐมนตรีคนไหนว่างก็แวะที่ไปสภาบ้าง ไม่ว่ารัฐมนตรีที่เป็น ส.ส.หรือไม่เป็น ส.ส.ก็ตาม เพราะการที่รัฐมนตรีไปฟังการประชุมสภา แม้ว่าไม่มีเรื่องของตัวเองแต่จะเป็นโอกาสได้พบปะใครต่อใคร มีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกันได้ นายกฯ พูดไว้นานแล้ว แต่ทั้งนี้ นายกฯ ไม่ได้ห่วงกฎหมายฉบับใดเป็นพิเศษ

“ชินวรณ์” เผยวิปรัฐบาลจ่อยื่นร่างกม.ลูกประกอบรธน. ต่อประธานรัฐสภา ธ.ค. นี้

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/494011

24 พ.ย. 2564 |12:00 น.

“ชินวรณ์” เผยวิปรัฐบาลเตรียมยื่นร่างกฎหมายลูกประกอบรัฐธรรมนูญ คือกฎหมายเลือกตั้งส.ส. และกฎหมายพรรคการเมือง ต่อประธานรัฐสภาในเดือนธันวาคมนี้

นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงการเตรียมเสนอร่างประกอบรัฐธรรมนูญ 2 ฉบับ คือกฎหมายเลือกตั้ง ส.ส. และกฎหมายพรรคการเมือง ในส่วนของวิปรัฐบาล ว่า พรรคร่วมรัฐบาลเห็นว่าเราควรเสนอเป็นร่างเดียวกันเพื่อความเป็นอกภาพ เพราะเป็นกฎหมายหลักประกอบกฎหมายรัฐธรรมนูญ และเสนอเข้าสู่สภาเพื่อให้ที่ประชุมร่วมพิจารณา โดยต้องทำให้เสร็จภายใน 180 วัน หลังรัฐธรรมนูญประกาศบังคับใช้ 

นายชิณวรณ์ กล่าวว่า ขณะนี้วิปรัฐบาลได้ตั้งคณะทำงานขึ้นมาเพื่อเตรียมการยกร่างในส่วนของวิปรัฐบาลแล้ว โดยกำหนดกรอบสำคัญคือเร่งรัดทำร่างกฎหมายทั้ง 2 ฉบับให้เสร็จโดยเร็ว ซึ่งภายในสัปดาห์นี้ให้แต่ละพรรคไปร่างกันมา เน้นประเด็นสำคัญในเรื่องของการใช้บัตรเลือกตั้ง 2 ใบ จากนั้นให้เสนอเข้าสู่การประชุมวิปรัฐบาลให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ คาดว่าภายในเดือนธันวาคมคงเสนอต่อประธานรัฐสภาได้ต่อไป ส่วนร่างกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญทั้ง 2 ฉบับ ที่จะเสนอโดยคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) นั้น ขณะนี้ทราบว่ากกต.ทำเสร็จแล้ว มีทั้งหมด 17 ประเด็น และอยู่ระหว่างขั้นตอนการรับฟังความคิดเห็นจากส่วนราชการและประชาชน  
 

ส.ส.นครศรีธรรมราช กล่าวว่าการเลือกตั้งที่ใช้ระบบบัตร 2 ใบ จะมีส่วนช่วยให้พรรคการเมืองมีความเข้มแข็ง และลดการซื้อเสียงได้ และช่วยให้ประชาชนมีส่วนร่วมตามแนวทางประชาธิปไตยมากขึ้นเพราะสามารถที่จะเลือกลงคะแนนได้ทั้งในส่วนของส.ส.และพรรคการเมือง ซึ่งจะเสนอให้ใช้บัตรเลือกตั้งที่มีเลขตัวเดียวกัน ทั้งในส่วนของบัตรเลือกตั้งส.ส.และบัตรเลือกตั้งพรรคการเมือง (ส.ส. ระบบบัญชีรายชื่อ) ซึ่งการเลือกตั้งแบบบัตร 2 ใบนี้ทำให้พรรคการเมืองใหญ่ขึ้นและเข้มแข็งขึ้น แต่พรรคเล็กก็มีข้อจำกัดในการคิดสัดส่วนโดยตรง คือคิดสัดส่วนโดยตรงกับจำนวนส.ส.บัญชีรายชื่อ โดยเอาร้อยละมาใช้ในการคิดคำนวณ ถ้าพรรคไหนได้คะแนนร้อยละ 60 ก็ได้ ส.ส. 60 คน เป็นต้น แต่ถ้ามีเศษ ก็นับจากคะแนนของพรรคที่มีเศษสูงก็จะได้ส.ส. 1 คน  ข้อดีคือไม่มีระบบบัตรเขย่ง กับ ส.ส.ปัดเศษ 

“เราต้องยอมรับความจริงว่าต้องเขียนตามที่รัฐธรรมนูญกำหนด และในกรณีที่เป็นบัตรเลขเดียวกัน ก็ส่งเสริมให้พี่น้องประชาชนลงคะแนนได้ง่ายขึ้น เบอร์พรรคและเบอร์ส.ส.เขตเป็นเบอร์เดียวกัน” นายชินวรณ์ ย้ำ 
 

นายชินวรณ์ กล่าวด้วยว่าส่วนกฎหมายลูกที่เกี่ยวกับพรรคการเมือง ในประเด็นของไพรมารี่โหวต ตาม รธน. 2560 นั้น  ก็มาจากคสช. ซึ่งก็คงต้องมาพิจารณาในร่างกฎหมายกันว่าจะทำอย่างไรให้ได้ส.ส.ที่มาจากสาขาพรรคเสนอก่อน แล้วจึงส่งรายชื่อให้คณะกรรมการบริหารพรรคพิจารณากลั่นกรอง ก่อนจะเลือกมาเป็นผู้สมัครส.ส.ของพรรค ไม่ใช่ใกล้ถึงวันสมัครรับเลือกตั้งก็ไปหารายชื่อส.ส.มาและมาโหวตรให้ได้ครบตามที่กฎหมายกำหนดไว้ และขอย้ำว่าการทำไพรมารีโหวตร ตามบทเฉพาะกาลที่ คสช. กำหนดไว้นั้น ทำไม่ได้จริงและผิดไปจากพื้นฐานที่จะทำให้พรรคการเมืองเข้มแข็ง