‘สภามหาวิทยาลัยรามฯ’แถลงมติถอดถอนอธิการบดี

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/625184

'สภามหาวิทยาลัยรามฯ'แถลงมติถอดถอนอธิการบดี

วันอังคาร ที่ 28 ธันวาคม พ.ศ. 2564, 14.42 น.

จากกรณีที่ประชุมสภามหาวิทยาลัยรามคำแหง มีมติถอดถอน ศาสตราจารย์สืบพงษ์ ปราบใหญ่ ออกจากตำแหน่งอธิการบดีมหาวิทยาลัยรามคำแห่ง มีผลเมื่อวันที่ 25 ธ.ค.2564 นั้น

เมื่อเวลา 10.30 น.วันที่ 28 ธันวาคม 2564 ศ.ดร.สุมบูรณ์ สุขสำราญ อุปนายกสภามหาวิทยาลัยรามคคำแหง ดร.พจน์ อร่ามวัฒนานนท์ กรรมการสภาผู้ทรงคุณวุฒิ รศ.ดร.พันธ์เทพ วิทิตอนันต์ ประธานสภาคณาจารย์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง ได้ร่วมแถลงข่าวสภามหาวิทยาลัยรามคำแหง เกี่ยวกับมติการถอดถอนอธิการบดี

โดย รศ.ดร.พันธ์เทพ วิทิตอนันต์ ประธานสภาคณาจารย์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง ได้อ่านมติเกี่ยวกับการถอดถอนอธิการบดี ว่า ตามที่สภามหาวิทยาลัยรามคำแหง มีการประชุมสภามหาวิทยาลัย ครั้งที่ 15/2564 เมื่อวันที่ 24 ธันวาคม 2564 โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 25 ธันวาคม 2564 นั้น

สภามหาวิทยาลัยรามคำแหง ขอเรียนชี้แจงว่า สภามหาวิทยาลัยรามคำแหงได้มีการประชุมเมื่อวันที่ 24 ธันวาคม 2564 โดยเริ่มประชุมตั้งแต่เวลา 13.30 น.และมีกรรมการสภามหาวิทยาลัยรามคำแหง เข้าร่วมประชุม ทั้งสิ้น 22 คน ประกอบด้วย กรรมการสภามหาวิทยาลัยที่เข้าร่วมประชุมด้วยตนเอง 17 คน ประชุมผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ 5 คน รวมกรรมการสภามหาวิทยาลัยที่เข้าร่วมประชุม 22 คน ไม่มีกรรมการท่านใดขาดประชุม

การประชุมสภามหาวิทยาลัยครั้งที่ 15/2564 มีศาสตราจารย์ ดร.สมบูรณ์ สุขสำราญ อุปนายกสภามหาวิทยาลัย ทำหน้าที่แทนนายกสภามหาวิทยาลัย เป็นประธานในที่ประชุม วาระที่เกี่ยวข้องกับการพิจารณาข้อชี้แจงของผู้ช่วยศาสตราจารย์สืบพงษ์ ปราบใหญ่ อธิการบดี เป็นวาระที่สืบเนื่องมาจากการประชุมครั้งที่ 14/2564 เมื่อวันที่ 13 ธันวาคม 2564 ในการประชุมครั้งนั้น ที่ประชุมได้สอบถามผู้ช่วยศาสตราจารย์สืบพงษ์ ปราบใหญ่ ในฐานะอธิการบดี เกี่ยวกับปัญหาการบริหารงานมหาวิทยาลัย 4 ประเด็น คือ

1. การฝ่าฝืนข้อบังคับว่าด้วยการประชุมสภามหาวิทยาลัยรามคำแหง พ.ศ. 2541 ตามจดหมายที่มีการแจ้งเลื่อนการประชุม สภามหาวิทยาลัย วันที่ 23 พฤศจิกายน และวันที่ 9 ธันวาคม พ.ศ. 2564

2. เรื่องการหารือกับกระทรวงอุคมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม (อว.) เกี่ยวกับเอกสารที่ได้จัดส่งไปให้ อว. โดยที่ไม่ได้มีการปรึกษากับสภามหาวิทยาลัยก่อน

3. การแต่งตั้งอาจารย์ที่กำลังอยู่ในระหว่างการสอบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการคัดลอกผลงานของผู้อื่นมาเป็นของตนให้เป็นผู้บริหาร และเรื่องข้อร้องเรียนเกี่ยวกับการสรรหานายกสภามหาวิทยาลัยรามคำแหง

โดยที่ประชุมครั้งที่ 14/2564 ได้มีมติให้ผู้ช่วยศาสตราจารย์สืบพงษ์ ปราบใหญ่ อธิการบดี ทำหนังสือชี้แจงเป็นลายลักษณ์อักษรภายใน 7 วัน และให้ชี้แจงด้วยวาจาเพิ่มเติมได้ในการประชุมสภามหาวิทยาลัยครั้งถัดไป

ผู้ช่วยศาสตราจารย์สืบพงษ์ ปราบใหญ่ อธิการบดี ได้ชี้แจงเป็นลายลักษณ์อักษร ตามเอกสารที่ส่งให้กรรมการสภามหาวิทยาลัยได้รับระหว่างวาระการพิจารณาคำชี้แจง

มหาวิทยาลัยได้สอบถามว่าเหตุใดผู้ช่วยศาสตราจารย์สืบพงย์ ปราบใหญ่ อธิการบดี จึงฝ่าฝืนข้อบังคับว่าด้วยการประชุมสภามหาวิทยาลัย พ.ศ. 2541 ด้วยการสั่งเลื่อนการประชุมถึง 2 ครั้งติดต่อกันทั้งๆ ที่ไม่มีอำนาจในการสั่งเลื่อน ผู้ช่วยศาสตราจารย์สืบพงษ์ ปราบใหญ่ อธิการบดี ได้ขอใช้สิทธิ์ชี้แจงเป็นลายลักษณ์อักษรตามที่ได้เสนอต่อที่ประชุมทุกข้อ เมื่อชี้แจงเสร็จเรียบร้อย ที่ประชุมได้มีมติให้นายสืบพงษ์ ปราบใหญ่ อธิการบดี ออกนอกห้องประชุม เพื่อที่ประชุมจะได้พิจารณาคำชี้แจงอย่างรอบคอบ ที่ประชุมได้พิจารณาจากข้อเท็จจริงและข้อกฎหมาย ได้พบว่า ผู้ช่วยศาตราจารย์สืบพงษ์ ปราบใหญ่ อธิการบดี เคยดำรงตำแหน่งกรรมการสภามหาวิทยาลัยรามคำแหงมาถึง 2 วาระด้วยกัน ก่อนที่จะดำรงตำแหน่งอธิการบดี

ดังนั้น การกล่าวอ้างว่าไม่มีความรู้อย่างลึกซึ้งเกี่ยวกับข้อบังกับมหาวิทยาลัยรามคำแหง ว่าด้วยการประชุมสภามหาวิทยาลัย พ.ศ. 2541 จึงฟังไม่ขึ้น การที่ผู้ช่วยศาสตราจารสืบพงษ์ ปราบใหญ่ อธิการบดี ไม่เรียกประชุมสภามหาวิทยาลัย เพื่อให้มีการเลือกอุปนายกสภามหาวิทยาลัย ตามที่กรรมการสภามหาวิทยาลัย 8 คนเข้าชื่อกันให้เรียกประชุมสภามหาวิทยาลัย จึงเป็นการกระทำที่ขัดต่อข้อบังดับสภามหาวิทยาลัยฯ

นอกจากนั้น การที่ศาสตราจารย์ คร.สมบูรณ์ สุขสำราญ ผู้ทำหน้าที่ประธานการประชุมสภามหาวิทยาลัย ครั้งที่ 13 ซึ่งทำหน้าที่แทนนายสงวน ตียะไพบูลย์สิน อุปนายกสภามหาวิทยาลัยในขณะนั้น ซึ่งได้ลาประชุม เนื่องจากป่วยเข้ารับการตรวจรักษาพยาบาลจากแพทข์ ได้เรียกประชุมครั้งที่ 14 ในวันที่ 13 ธันวาคม 2564 ปรากฏว่า ผู้ช่วยศาสตราจารย์ธีรนิต์ เทพสุเมธานนท์ เลขานุการสภามหาวิทยาลัย ได้มีหนังสือถึงกรรมการสภามหาวิทยาลัย โดยกล่าวอ้างว่าได้รับมอบหมายจากมหาวิทยาลัยให้เลื่อนการประชุม ทั้งๆ ที่ไม่มีอำนาจในการเลื่อนการประชุมแต่อย่างใด และข้อเท็จจริงปรากฏว่า ผู้บริหารมหาวิทยาลัย อันประกอบด้วย ผู้ช่วยศาสตราจารย์สืบพงษ์ ปราบใหญ่ อธิการบดี และผู้บริหารอีก 4 ท่าน ซึ่งเป็นกรรมการสภามหาวิทยาลัยรามคำแหง ไม่เข้าร่วมประชุมสภามหาวิทยาลัย ครั้งที่ 14 แต่อย่างใด

ที่ประชุมสภามหาวิทยาลัย ได้พิจารณาแล้วเห็นพ้องต้องกันว่า การที่ฝ่ายบริหารพยายามเลื่อนการประชุมสภามหาวิทยาลัยและไม่เข้าร่วมประชุมสภามหาวิทยาลัย ทั้งๆ สภามหาวิทยาลัยต้องการแก้ไขปัญหาที่ได้เกิดขึ้นและสร้างความเสียหายให้กับมหาวิทยาลัย มิให้ลุกลามบานปลายต่อไป ผู้ช่วยศาสตราจารย์สืบพงษ์ ปราบใหญ่ ธิการบดี กลับไม่ให้ความร่วมมือในการแก้ปัญหา โดยอ้างเหตุผลที่ฟังไม่ขึ้นว่าต้องการรอคำตอบเกี่ยวกับการหารือกับทาง อว.เกี่ยวกับองค์ประกอบสภามหาวิทยาลัย เนื่องจากผู้ช่วยศาสตราจารย์สืบพงษ์ ปราบใหญ่ อธิการบดี เคยดำรงตำแหน่งกรรมการสภามหาวิทยาลัยถึง 2 วาระ ย่อมตระหนักดีว่าสภามหาวิทยาลัยรามคำแหง ไม่มีปัญหาเกี่ยวกับองค์ประกอบที่กล่าวอ้างแต่อย่างใด เนื่องจากในสมัยที่ผู้ช่วยศาสตราจารย์สืบพงษ์ ปราบใหญ่ เคยเป็นกรรมการสภามหาวิทยาลัย ก็เคยมีเหตุการณ์ที่ไม่มีนายกสภามหาวิทยาลัยถึง 2 ครั้งด้วยกัน และควรทราบถึงระเบียบของสภามหาวิทยาลัยเป็นอย่างดี

นอกจากนั้น การขอเลื่อนการประชุมสภามหาวิทยาลัย โดยไม่มีกำหนดว่าจะประชุมเมื่อไหร่ จะสร้างความเสียหายอย่างร้ายแรงต่องานราชการของมหาวิทยาลัยทุกค้านโดยเฉพาะอย่างยิ่ง

1. ผู้ที่สำเร็จการศึกษานับจำนวนหลายพันคนที่กำลังรอใบรับรองจากสภามหาวิทยาลัย เพื่อนำไปสมัครงาน สมัครเรียน ปรับวุฒิการศึกษา ตลอดจนการไปศึกษาต่อต่างประเทศ บัณฑิตบางรายสมัครสอบเข้าทำงานได้แล้วแต่ก็ไม่สามารถมีใบรับรองจากสภาได้เนื่องจาก การสั่งเลื่อนการประชุมสภาอย่างไม่มีกำหนดของผู้ช่วยศาสตราจารย์สืบพงษ์ ปราบใหญ่ บัณฑิตบางรายประสบปัญหาที่อาจถูกปรับเพื่อชดใช้ทุนเนื่องจากไม่มีเอกสารแสดงการสำเร็จการศึกษาภายในกำหนดเวลา

2. สภามหาวิทยาลัยไม่สามารถให้การรับรองหลักสูตรต่างๆ ทั้งในระดับปริญญาตรีโท และเอก ที่แก้ไขปรับปรุงแล้วเป็นจำนวนมากเพื่อให้ทันกับการประกาศใช้ในปีถัดไปได้

3.ส่วนอาจารย์ที่ผ่านการพิจารณาและอนุมัติของคณะกรรมการในการเข้าสู่ตำแหน่งทางวิชาการ ผศ. รศ. ศ. ก็ไม่สามารถนำเข้าสู่การอนุมัติของสภามหาวิทยาลัยได้เช่นกัน

“ความบกพร่องอย่างร้ายแรงของผู้ช่วยศาสตราจารย์สืบพงษ์ ปราบใหญ่ อธิการบดีมหาวิทยาลัยรามคำแหง ที่นอกจากจะไม่สนใจในการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นแล้ว ยังสะท้อนให้เห็นถึงการขาควิจารณญาณและคุณธรรมที่เหมาะสมสำหรับการดำรงตำแหน่งอธิการบดี ต่อไป จากเหตุผลดังกล่าวข้างต้น สภามหาวิทยาลัยรามคำแหง จึงมีมติให้ถอดถอนด้วยคะแนน เสียง 16 เสียง คะแนนเสียงคัดค้านที่ไม่ให้ถอดถอน 0 เสียง งดออกเสียง 5 เสียง

อย่างไรก็ตาม สำหรับประเด็นที่ผู้ช่วยศาสตราจารย์สืบพงษ์ ปราบใหญ่ถูกร้องเรียนเกี่ยวกับการรับโอนที่ดิน 2 แปลงที่สัมพันธ์กับคดีร่ำรวยผิดปกติก่อนที่จะลงสมัครเข้ารับการสรรหาเป็นอธิการบดีนั้น ทางสภามหาวิทยาลัยได้รับร้องเรียนในเดือนสิงหาคม 2564 สภามหาวิทยาลัย จะดำเนินการสอบสวนเพื่อให้ได้ข้อเท็จจริงและเพื่อความเป็นธรรมกับทุกฝ่ายต่อไป ซึ่งในขณะนี้ได้มีความคืบหน้าในการรวบรวมข้อเท็จจริงต่างๆ ไปมากพอสมควรแล้ว” รศ.ดร.พันธ์เทพ กล่าว

รศ.ดร.พันธ์เทพ กล่าวเพิ่มเติมว่า หากผู้ช่วยศาสตราจารย์สืบพงษ์ ปราบใหญ่ จะฟ้องศาลปกครอง ก็เป็นสิทธิ์โดยชอบของทุกคนที่ได้รับผลกระทบก็ร้องต่อศาลได้อยู่แล้ว จึงขอเพิ่มเติมว่า ในระบบของมหาวิทยาลัยจะแตกต่างจากระบบราชการทั่วไป เนื่องจากมหาวิทยาลัยมีฝ่ายบริหาร นำโดยอธิการบดี และสภามหาวิทยาลัย ทำหน้าที่ควบคุมตรวจสอบการทำหน้าที่ของฝ่ายบริหาร สภามหาวิทยาลัยเมื่อตัดสินใดแล้วเป็นองค์กรที่สูงสุด ไม่มีการขอให้ทบทวนมติได้ ส่วนขั้นตอนต่อไปสภามหาวิทยาลัย ได้แต่งตั้ง รศ.สุวรรณี เดชวรชัย คณบดีคณะบริหารธุรกิจ มร.เป็นรักษาการอธิการบดี มร.เพื่อให้การบริหารงานของมหาวิทยาลัยเดินหน้าต่อไป ส่วนการเลือกตั้งอธิการบดี มร.คนใหม่ก็เป็นเรื่องของอนาคต คงต้องรอเวลาอีกพอสมควร

ม.ทักษิณ เปิดงาน TSU2T Innovation Fair : นวัตกรรมชุมชนเพื่อเศรษฐกิจฐานราก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/625162

ม.ทักษิณ เปิดงาน TSU2T Innovation Fair : นวัตกรรมชุมชนเพื่อเศรษฐกิจฐานราก

วันอังคาร ที่ 28 ธันวาคม พ.ศ. 2564, 13.57 น.

ม.ทักษิณ เปิดงาน “TSU2T Innovation Fair : นวัตกรรมชุมชนเพื่อเศรษฐกิจฐานราก” ภายใต้โครงการยกระดับเศรษฐกิจและสังคมรายตำบลแบบบูรณาการ 

นายกู้เกียรติ วงศ์กระพันธ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดพัทลุง  เป็นประธานเปิดงาน  “TSU2T Innovation Fair : นวัตกรรมชุมชนเพื่อเศรษฐกิจฐานราก” ภายใต้โครงการยกระดับเศรษฐกิจและสังคมรายตำบลแบบบูรณาการโดยมีรองศาสตราจารย์ ดร.ณฐพงศ์  จิตรนิรัตน์  รองอธิการบดีฝ่ายวิจัยและบริการวิชาการพร้อมคณะผู้บริหารร่วมต้อนรับ  ณ หอประชุมเฉลิมพระเกียรติ  มหาวิทยาลัยทักษิณ วิทยาเขตพัทลุง อำเภอป่าพะยอม จังหวัดพัทลุง 

อาจารย์ ดร.พลกฤษณ์  คล้ายวิตภัทร ผู้ช่วยอธิการบดีฝ่ายบริการวิชาการและชุมชนสัมพันธ์ พัทลุง และรักษาการแทนผู้อำนวยการสำนักส่งเสริมการบริการวิชาการและภูมิปัญญาชุมชน กล่าวรายงานถึงวัตถุประสงค์ของการจัดงานว่า  มหาวิทยาลัยทักษิณ ร่วมกับกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ได้ดำเนินโครงการยกระดับเศรษฐกิจและสังคมรายตำบลแบบบูรณาการ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อยกระดับเศรษฐกิจและสังคมรายตำบลแบบบูรณาการ สนับสนุนให้เกิดการจ้างงานประชาชนทั่วไป บัณฑิตจบใหม่และนักศึกษา ให้มีงานทำ พร้อมทั้งฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคมตามปัญหาและความต้องการของชุมชน โดยมีพื้นที่รับผิดชอบในการดำเนินงาน 65 ตำบล ประกอบด้วย จังหวัดพัทลุง 61 ตำบล และจังหวัดสงขลา  4 ตำบล ซึ่งตามแผนการดำเนินงานได้กำหนดให้แต่ละตำบลดำเนินการจัดทำโครงการยกระดับเศรษฐกิจและสังคมรายตำบล ตามปัญหาและความต้องการของชุมชน ใน 4 ด้าน ประกอบด้วย  

1) ด้านการพัฒนาสัมมาชีพและสร้างอาชีพใหม่ (การยกระดับสินค้า OTOP/อาชีพอื่นๆ)  
2) ด้านการสร้างและพัฒนา Creative Economy (การยกระดับการท่องเที่ยว)  
3) ด้านการนำองค์ความรู้ไปช่วยบริการชุมชน (Health Care/เทคโนโลยีด้านต่าง ๆ)  
4) ด้านการส่งเสริมด้านสิ่งแวดล้อม/Circular Economy (การเพิ่มรายได้หมุนเวียนให้แก่ชุมชน)  

และเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อนวัตกรและชุมชนที่เข้าร่วมโครงการ มหาวิทยาลัยทักษิณ จึงได้จัดงาน TSU2T INNOVATION FAIR เพื่อสร้างพื้นที่กลางในการจัดแสดงสุดยอดนวัตกรรมเด่นจากการดำเนินโครงการ สำหรับใช้เป็นต้นแบบในการพัฒนาพื้นที่จังหวัดพัทลุงและจังหวัดสงขลา โดยมีมหาวิทยาลัยทักษิณเป็นหน่วยงานบูรณาการโครงการ (System Integrator)  ซึ่งงานมีกำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 26-29 ธันวาคม 2564 โดยประกอบด้วยกิจกรรมวิชาการ อาทิ การปาฐกถา การเสวนา การจัดนิทรรศการ การประกวดนวัตกรรมชุมชนเพื่อเศรษฐกิจฐานราก นอกจากนี้ ยังมีกิจกรรมภาคค่ำ เช่น การแสดงดนตรีและศิลปะพื้นบ้านจากศิลปินชั้นนำระดับประเทศ  

ประกอบกับมหาวิทยาลัยทักษิณ ถือเป็นภาคีเครือข่ายสำคัญในการขับเคลื่อนการพัฒนาจังหวัดพัทลุงมาอย่างต่อเนื่อง ตามวิสัยทัศน์ คือ การเป็นเมืองแห่งความยั่งยืนด้านเศรษฐกิจ สังคม ความมั่นคง ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม” (Sustainability Phatthalung) ซึ่งตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาจังหวัดพัทลุงมีการดำเนินโครงการ/กิจกรรมกับมหาวิทยาลัยหลากหลายด้าน โดยหนึ่งในโครงการที่เกิดการยกระดับจังหวัดพัทลุงได้อย่างเป็นรูปธรรม และเกิดการขับเคลื่อนการทำงานที่ครอบคลุมทั้งจังหวัด คือ โครงการยกระดับเศรษฐกิจและสังคมรายตำบลแบบบูรณาการ เนื่องจากครอบคลุมพื้นที่การดำเนินงานของจังหวัดพัทลุงถึง 61 ตำบล และขยายพื้นที่เพิ่มเติมไปถึงอำเภอระโนด จังหวัดสงขลา อีก 4 ตำบล จึงถือเป็นโอกาสดีของจังหวัดพัทลุงที่คนในชุมชนได้มีงบประมาณมาพัฒนาตำบลตามสภาพปัญหาและความต้องการของคนในตำบลหลังจากเราต้องเผชิญกับปัญหาวิกฤตการณ์ระดับชาติจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรน่า 2019 หรือ โควิด-19 ที่ส่งผลกระทบต่อชุมชนทุกภาคส่วนตลอดระยะเวลาการดำเนินงาน 11 เดือนที่ผ่านมา จังหวัดพัทลุงมีงบประมาณที่กระจายรายได้ลงสู่ชุมชนสูงกว่า 200 ล้านบาท ชุมชนได้องค์ความรู้เพื่อการพัฒนาพื้นที่ใน 4 ด้าน ได้แก่ ด้าน OTOP ด้านท่องเที่ยว ด้านการบริการชุมชน และด้านการส่งเสริมด้านสิ่งแวดล้อม ผ่านการจัดทำโครงการ 260 โครงการ ซึ่งล้วนแล้วแต่สอดรับกับการขับเคลื่อนวิสัยทัศน์ของจังหวัดพัทลุงที่มุ่งพัฒนาเมืองคุณภาพ สิ่งแวดล้อมดี ชุมชนเข้มแข็ง และ การเกษตรและการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ยั่งยืนต่อไป 

“TSU2T Innovation Fair : นวัตกรรมชุมชนเพื่อเศรษฐกิจฐานราก” ภายใต้โครงการยกระดับเศรษฐกิจและสังคมรายตำบลแบบบูรณาการ กำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 26-29 ธันวาคม 2564 ภายหลังเสร็จสิ้นพิธีเปิด มีการเสวนาสานพลังเพื่อการพัฒนาท้องถิ่น “บทเรียนความสำเร็จของโครงการยกระดับเศรษฐกิจและสังคมรายตำบลแบบบูรณาการ”โดย ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ทวนธง  ครุฑจ้อน (ผู้แทน USI มหาวิทยาลัยทักษิณ) ผู้ช่วยอธิการบดีฝ่ายบริการวิชาการและชุมชนสัมพันธ์ สงขลา นายมีศักดิ์ ดวงขวัญ  นายกองค์การบริหารส่วนตำบลป่าพะยอม (ผู้แทน TSI ประจำตำบล) นางวัลภา จันทร์ปาน ประธานกลุ่มออมทรัพย์บ้านควนตะแบก (ผู้แทน TSI ประจำตำบล) อาจารย์ ดร.เพ็ญพักตร์  หนูผุด  อาจารย์ที่ปรึกษานวัตกรชุมชน ตำบลมะกอกเหนือ นางสาววรางคณา พงศาปาน นวัตกรชุมชนตำบลตะแพน ดำเนินการเสวนา โดย  ดร.บัณฑิต  ทองสงฆ์  รักษาการแทนรองผู้อำนวยการสถาบันปฏิบัติการชุมชนเพื่อการศึกษาแบบบูรณาการ

สกู๊ปพิเศษ : ย้อนเส้นทางการศึกษาปีหนูไทยสู่ฉากทัศน์ใหม่ เน้นการเรียนรู้รูปแบบผสมผสานอย่างมีความสุข

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/624953

สกู๊ปพิเศษ : ย้อนเส้นทางการศึกษาปีหนูไทยสู่ฉากทัศน์ใหม่  เน้นการเรียนรู้รูปแบบผสมผสานอย่างมีความสุข

วันอังคาร ที่ 28 ธันวาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

นับถอยหลังเหลือแค่ไม่กี่วันพร้อมเข้าสู่ศักราชใหม่ ความคาดหวังจะหลุดพ้นเพื่อเริ่มต้นให้กับความสดใสหลังชีวิตผ่านพ้นไปกับปีที่หนักหนามาพอสมควร ความบอบช้ำจากโควิด-19 และการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของภาคการศึกษา ทิ้งไว้ทั้งปัญหาและโอกาส หากมองดูแล้วก็ยังไม่มีใครสามารถฟันธงได้ว่าสถานการณ์นี้จะจบลงเมื่อไหร่ งานนี้ภาคการศึกษาไทยจะเป็นอย่างไร อักษร เอ็ดดูเคชั่น ผู้ผลิตและออกแบบนวัตกรรมเพื่อการเรียนรู้ขอพาย้อนไปดูเส้นทางการศึกษาตลอดปีที่ผ่านมากัน

ข้อมูลจากศูนย์วิจัยอนาคตศึกษา ฟิวเจอร์เทลส์ แล็บ โดย บริษัท แมกโนเลีย ควอลิตี้ ดีเวล็อปเม้นต์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด ร่วมกับ สถาบันการมองอนาคตนวัตกรรม สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) แจงถึงตัวเลขสถิติทางด้านการศึกษาไทยหลายประเด็นที่น่าสนใจ ตั้งแต่การจัดสรรงบประมาณรายจ่ายประจำปีของรัฐบาลให้กับกระทรวงศึกษาธิการสูงสุดในรอบ 22 ปี คิดเป็นร้อยละ 11.5-25.7 ของงบประมาณแผ่นดินทั้งหมด กลับสวนทางกับผลคะแนนจากโปรแกรมประเมินสมรรถนะนักเรียนตามมาตรฐานสากล หรือ PISA ในปี พ.ศ. 2561 ที่นักเรียนไทยของเรายังทำได้ไม่ดีนัก โดยมีคะแนนด้านการอ่าน ด้านคณิตศาสตร์ และวิทยาศาสตร์อยู่ในลำดับที่ 68, 59 และ 55 ตามลำดับจาก 79 ประเทศที่เข้าร่วมการประเมิน นั่นก็อาจแปลความได้ว่ารัฐบาลตระหนัก และให้ความสำคัญอย่างยิ่งยวดกับระบบการศึกษาไทยที่มีความท้าทายในหลายประเด็น ตั้งแต่เรื่องของความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงการศึกษาและแหล่งความรู้ที่มีคุณภาพ จำนวนนักเรียนที่ลดลง ค่านิยมต่อการศึกษา รวมไปถึงหลักสูตรเพื่อพัฒนาทักษะแห่งอนาคตที่ยังไม่ตอบโจทย์ความต้องการของตนเองและตลาดแรงงาน สิ่งเหล่านี้สร้างทั้งความกดดันและเกิดการปรับตัวครั้งใหญ่ในแวดวงการศึกษาทั้งรูปแบบและแหล่งการเรียนรู้ แม้คนไทยจะหันมาใช้อินเตอร์เนตมากขึ้น แต่จากรายงานของสำนักงานสถิติแห่งชาติในปี พ.ศ. 2563 ชี้ให้เห็นว่าคนไทยใช้อินเตอร์เนตเพื่อเข้าถึงความบันเทิงและการสื่อสารทางไกลเป็นหลัก มีเพียงร้อยละ 31.6 ที่ใช้เพื่อการติดตามข่าวสารความรู้ และร้อยละ 7.4 ใช้เพื่อการเรียนผ่านออนไลน์

นอกจากนั้น ยังเกิดกระแสจากบริษัทยักษ์ใหญ่ชื่อดังข้ามชาติหลายแห่งอย่าง Google Apple Amazon ที่ประกาศนโยบายการรับสมัครคัดเลือกบุคลากรเข้าทำงานโดยมุ่งพิจารณาจากทักษะและประสบการณ์การทำงานมากกว่าการใช้วุฒิการศึกษา หรือใบปริญญาบัตร เกิดสัญญาณการเปลี่ยนแปลงและความตื่นตัวในการตั้งคำถามถึงความสำคัญและคุณค่าของวุฒิการศึกษารวมไปถึงชื่อเสียงของสถาบันการศึกษาด้วย ทั้งหมดนี้ สร้างกระบวนการการเรียนรู้และสื่อในรูปแบบใหม่ ปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence) ขยายขีดความสามารถให้กับทั้งผู้เรียนและผู้สอน ส่งเสริมการ Upskill และ Reskill รวมไปถึงการเรียนรู้ที่ตรงกับความสนใจและความสามารถของผู้เรียนจนเกิดเป็นการเรียนรู้ตลอดชีวิต

ความปั่นป่วนของการพยายามสร้างความสมดุล และปรับรูปแบบการเรียนการสอนให้สอดคล้องกับสถานการณ์ของการแพร่ระบาดของ
โควิด-19 ส่งผลให้ น.ส.ตรีนุช เทียนทองรมว.ศึกษาธิการ ประกาศเลื่อนการเปิดเทอมภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2564 ถึง 2 ครั้ง แต่ดูจากสถานการณ์ที่ยากจะควบคุมจึงต้องคิดหารูปแบบการจัดการเรียนการสอนที่เหมาะสมต่อ พร้อมขึ้นนโยบายให้ทุกโรงเรียนทั่วประเทศปรับเปลี่ยนการสอนให้อยู่ในรูปแบบผสมผสาน หรือ Blended Learning ระหว่างการใช้เทคโนโลยีสื่อสารทางไกล ดิจิทัลแพลตฟอร์มเพื่อการเรียนรู้ และรูปแบบการเรียนในห้องเรียน ภายใต้การเรียนรู้ในรูปแบบ 5 on ได้แก่ Onsite Onair (DLTV) Ondemand Online และOnhand โดยทางกระทรวงศึกษาธิการยังได้จัดทำเว็บไซต์ “ครูพร้อม” ที่เกิดจากความร่วมมือกันระหว่างหน่วยงานภาครัฐ และเอกชนเข้ามาร่วมจับมือสนับสนุนโดย บริษัท อักษร เอ็ดดูเคชั่นจำกัด (มหาชน) ยังได้เข้าร่วมและพัฒนาดิจิทัลแพลตฟอร์มเพื่อการเรียนรู้ภายใต้ชื่อ Aksorn On-Learn สนับสนุนการเรียนการสอนของครูและนักเรียนด้วยสื่อดิจิทัล อาทิ คลิปวีดีโอ e-Book สื่อ Interactive 3D สื่อ Interactive Software ไฟล์เสียงประกอบการสอน สไลด์ประกอบการสอน ครอบคลุม 8 กลุ่มสาระฯ ซึ่งมีผู้ใช้งานแล้วมากกว่า 85,000 คน

กว่าหลายปีที่ผ่านมาพบว่ามีเพียงคำว่า DLTV ที่จัดอยู่ในคำค้นทางด้านการศึกษาติดอันดับคำค้นยอดนิยมใน Google Search ซึ่งในปีนี้คำว่า SGS (Secondary GradingSystem) ถูกจัดให้ติดอยู่ในคำค้นยอดนิยมอันดับ 5 เป็นระบบการประเมินผลการเรียนรูปแบบใหม่ของโรงเรียนกลุ่มมัธยมศึกษาทั่วประเทศ ภายใต้สังกัดของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ จะใช้ระบบเดียวกันทั้งหมดเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการวัดและประเมินผลการเรียน สามารถทำการประเมินผลผ่านทางอินเตอร์เนตได้ที่เว็บไซต์ https://sgs.bopp-obec.info ช่วยทำให้ระบบการประเมินผลมีความรวดเร็ว ทันสมัย ใช้งานง่ายไม่ซับซ้อน ส่งผลให้ครูและนักเรียนทั่วประเทศต้องปรับตัวอย่างมากในการใช้ระบบการประเมินผลรูปแบบใหม่

เกิดกระแสวิพากษ์ไปทั่วเมื่อกระทรวงศึกษาธิการกำหนดแผนปฏิบัติการปรับปรุงหลักสูตรแกนกลางการจัดการศึกษาขึ้นพื้นฐาน พ.ศ. 2551เป็นหลักสูตรฐานสมรรถนะที่มีความแตกต่างจากหลักสูตรเดิมในสาระสำคัญหลายตัว อาทิ ลดเวลาเรียนและกลุ่มสาระการเรียนรู้ลงในบางระดับชั้น ปลดล็อกตัวชี้วัดการเรียนรู้ ปรับปรุงฐานการเรียนรู้สมรรถนะใหม่ โดยมีแผนใช้จริงในปีการศึกษา 2565 กับโรงเรียนประถมศึกษาที่มีความพร้อม และวางกรอบการใช้หลักสูตรฐานสมรรถนะครอบคลุมทุกโรงเรียนทั้งในระดับประถมศึกษาและมัธยมศึกษาในปีการศึกษา 2567 นำร่องทดลองใช้ในเขตพื้นที่นวัตกรรมการศึกษา แต่เกิดกระแสถึงความไม่พร้อมทั้งในแวดวงนักการศึกษา นักวิชาการ ครู และบุคลากรทางการศึกษา เนื่องจากเห็นว่าหลักสูตรยังขาดความชัดเจน และขาดการมีส่วนร่วมจากผู้ปฏิบัติงานจริง จนต้องกลับมาทบทวน ชะลอ และเลื่อนการนำร่องทดลองออกไป

ฉากทัศน์ใหม่และสัญญาณของการเปลี่ยนแปลง โลกหมุนไปการศึกษาไทยต้องหมุนตาม ฉากทัศน์หน้าใหม่ของการศึกษาเราฝันเห็นเด็กไทยมุ่งไปสู่การเรียนรู้ตลอดชีวิต (Never-ending learning) เรียนรู้จากที่ใด เวลาใดก็ได้ ด้วยการใช้เทคโนโลยีมาประยุกต์ให้ผู้เรียนสามารถเข้าใจ เกิดการเรียนรู้อย่างมีความสุข ได้เรียนและค้นพบในสิ่งที่ตนเองสนใจ จนเกิดเป็นทักษะที่ต้องการและมีตลาดแรงงานรองรับ เพราะท้ายที่สุดแล้วความสำคัญของการผสมผสานการเรียนรู้ไปพร้อมกับการใช้ชีวิตเป้าหมายทางไกลก็คือเพื่อให้เด็กๆ ของเราวันนี้เติบโตไปเป็นผู้ใหญ่ที่เรียกได้ว่า “พลเมืองของโลก” อย่างแท้จริง

ร.ร.บ้านวังโพรง สพป.พิษณุโลก เขต 2 คว้ารางวัลคีตะมวยไทยระดับประเทศ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/624932

ร.ร.บ้านวังโพรง สพป.พิษณุโลก เขต 2 คว้ารางวัลคีตะมวยไทยระดับประเทศ

วันอังคาร ที่ 28 ธันวาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

นายสรพงษ์ แสงสุข ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านวังโพรง สพป.พิษณุโลก เขต 2 เปิดเผยว่า โรงเรียนได้นำนักกีฬาคีตะมวยไทยร่วมการแข่งขันการแข่งขันมวยไทยยุทธศิลป์ชิงชนะเลิศแห่งประเทศไทย ประจำปี ๒๕๖๔  “ชิงถ้วยพระราชทานพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี และ สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้าทีปังกร รัศมีโชติ มหาวชิโรตตมางกูร สิริวิบูลยราชกุมาร” เมื่อเร็วๆนี้ ณ  ลานกิจกรรมตลาดทรงชัย ฉะเชิงเทรา  อ.เมือง  จ.ฉะเชิงเทรา 

ทีมคีตะมวยไทยโรงเรียนบ้านวังโพรงได้รับรางวัล คือ ถ้วยรางวัลชนะเลิศรุ่นอายุไม่เกิน12 ปี ได้แก่ ด.ญ.ชนากานต์ โลหะจรูญ ,ด.ญ.วิกันดา นามพิรา,ด.ช.ประวิณ ชุ่มชื่น,ด.ช.ศุภโชค กัณหา ,ด.ญ.ณัฐมน  สุขเจริญ,ด.ช.ณัฐกิตติ์ สุขเจริญ และ ด.ช.กฤษดา  ยศปัญญา และได้รับถ้วยรางวัล รองชนะเลิศอันดับที่ 1 ประเภท  Talent หญิง ด.ญ.ชนากานต์  โลหะจรูญ และถ้วยรางวัล รองชนะเลิศอันดับที่ 2 ประเภท Talent ชาย ด.ช.ณัฐกิตติ์ สุขเจริญ 

‘คีตะมวยไทยเป็นการออกกำลังกายด้วยรูปแบบมวยไทย ที่นอกจากมีประโยชน์ต่อสุขภาพ ยังได้รับความสนุกสนาน แสดงออกถึงความเป็นไทยและความรักชาติ สืบสานและอนุรักษ์วัฒนธรรมไทย ด้วยความสนใจ เอาใจใส่ ฝึกฝน ส่งเสริมสนับสนุน ของคณะครูในโรงเรียน จึงทำให้นักเรียนได้ออกกำลังกายเป็นประจำทุกวันในตอนเช้าและตอนเย็น ทำให้เกิดความชำนาญ และเกิดทักษะ มีสุขภาพแข็งแรง มีความสามารถทางร่างกาย จิตใจ สติปัญญาและด้านสังคม และทางโรงเรียนได้หาเวทีให้นักเรียนได้แสดงออกถึงความสามารถ จึงทำให้ได้รับรางวัลและเป็นที่ยอมรับทุกภาคส่วน         สามารถคว้าแชมป์อย่างต่อเนื่อง ในรายการแข่งขันงานศิลปหัตถรรมนักเรียน ระดับจังหวัด ระดับภาค ระดับประเทศ และรายการแข่งขันต่าง ๆ  สร้างชื่อเสียงแก่ตนเอง โรงเรียน ชุมชน และสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาพิษณุโลก เขต 2อย่างต่อเนื่อง’ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านวังโพรงกล่าว

ศธ.เตรียมงานวันเด็ก นำเด็ก-เยาวชนดีเด่น รับรางวัลจากนายกฯ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/625057

ศธ.เตรียมงานวันเด็ก  นำเด็ก-เยาวชนดีเด่น  รับรางวัลจากนายกฯ

วันอังคาร ที่ 28 ธันวาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

ศธ.เตรียมงานวันเด็ก นำเด็ก-เยาวชนดีเด่น รับรางวัลจากนายกฯ จัดกิจกรรมออนไลน์

รมว.ศึกษาธิการ แถลงข่าวจัดงานวันเด็กแห่งชาติ 2565 ให้เด็ก-เยาวชนดีเด่น นำชื่อเสียงสู่ประเทศเข้าเยี่ยมคาราวะนายกรัฐมนตรี พร้อมรับรางวัล รับโอวาท ที่หอประชุมคุรุสภา รวมทั้งการจัดกิจกรรมผ่านออนไลน์

เมื่อวันที่ 27 ธันวาคม น.ส.ตรีนุช เทียนทอง รมว.ศึกษาธิการ (ศธ.) กล่าวว่า หลายปีที่ผ่านมา กระทรวงศึกษาธิการ จัดกิจกรรมวันเด็กอย่างครึกครื้น แต่สำหรับปี 2565 ได้จัดภายใต้สถานการณ์แพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 โดยในวันเสาร์ที่ 8 มกราคม 2565 ตั้งแต่เวลา 07.00 น.เป็นต้นไป ที่หอประชุมคุรุสภา กระทรวงศึกษาธิการ จะมีการจัดงานภายใต้มาตรการที่เคร่งครัด เพื่อความปลอดภัยของเด็กและเยาวชน สำหรับกิจกรรมในวันดังกล่าว ประกอบด้วย กิจกรรมที่ 1 ศธ.นำตัวแทนเด็กและเยาวชนดีเด่น นำชื่อเสียงมาสู่ประเทศชาติ ประจำปี 2565 จำนวน 250 คน เข้าเยี่ยมคาราวะและรับโอวาทจาก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม ภายใต้แนวคิด “เด็กไทย ใจเป็นหนึ่ง” ตามคำขวัญวันเด็กประจำปี 2565 คือ “รู้คิด รอบคอบ รับผิดชอบต่อสังคม” และรับโล่จาก รมว.ศึกษาธิการ ซึ่งเป็นเด็กในเขต กทม.

สำหรับเด็กและยาวชนดีเด่นนำชื่อเสียงมาสู่ประเทศ ในส่วนภูมิภาค ได้มอบหมายสำนักงานศึกษาธิการจังหวัดจัดกิจกรรมการมอบโล่รางวัล โดยเรียนเชิญผู้ว่าราชการจังหวัด เป็นผู้มอบ เพื่อลดการเดินทางลดการแออัด ทั้งนี้ ในการจัดกิจกรรมดังกล่าวให้เป็นไปตามมาตรการและข้อกำหนดของคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดแต่ละพื้นที่

ส่วนข้อมูลเด็กและเยาวชนดีเด่นได้ผ่านการคัดเลือกจากส่วนราชการ 17 หน่วยงาน และภาคเอกชนต่างๆ โดยพิจารณาคัดเลือกจากเด็กและเยาวชนที่มีความประพฤติดี เรียนดี มีคุณธรรม จริยธรรม มีความซื่อสัตย์ ขยันประหยัด มานะอดทน หาเลี้ยงชีพด้วยตนเอง กตัญญูช่วยเหลือพ่อแม่ ผู้ปกครอง และอุทิศตนเพื่อส่วนรวม 550 คน พร้อมด้วยเด็กและเยาวชนที่นำชื่อเสียงมาสู่ประเทศชาติ 5 ด้าน ได้แก่ ด้านวิชาการด้านศิลปวัฒนธรรมและคนตรีด้านทักษะฝีมือวิชาชีพด้านกีฬาและนันทนาการ และด้านศีลธรรม คุณธรรม และจริยธรรม ซึ่งได้รับการคัดเลือกจากสำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ 227 คน และเด็กและเยาวชนที่นำชื่อเสียงมาสู่ประเทศชาติ (ประเภททีม) 97 คน เพื่อส่งเสริมสนับสนุนให้เด็กและเยาวชนได้ทำความดีในด้านต่างๆ เป็นแบบอย่างที่ดีแก่เด็กและเยาวชนในอนาคต เพื่อเป็นขวัญกำลังใจ กระตุ้นให้เด็กและเยาวชนตระหนักถึงบทบาทของตนตลอดจนปลูกฝังให้มีส่วนร่วมในสังคม มีความสามัคคี เป็นกำลังสำคัญของชาติ

“วัตถุประสงค์ของการจัดงานวันเด็กก็เพื่อให้เด็กและเยาวชนยึดมั่นในสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์และการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข เพื่อให้ประชาชนตระหนักถึงความสำคัญของเด็กและและเยาวชนสนใจในการเลี้ยงดูอบรมสั่งสอนเด็กและเยาวชนให้รู้จักหน้าที่ของตน อยู่ในระเบียบวินัย และเป็นการสนับสนุนส่งเสริมให้เด็กและเยาวชนมีสุขภาพร่างกายที่ดีมีจิตใจอาสาช่วยเหลือสังคม เก่ง มีคุณภาพ มีจริยธรรม”รมว.ศึกษาธิการ กล่าว

ส่วนกิจกรรมที่ 2 เป็นกิจกรรมผ่านระบบออนไลน์ ด้วยโปรแกรมซูมhttps://us02web.zoom.us/j/86568404538 Mecting ID : Mecting ID: 865 6840 4538 และทางเฟซบุ๊กแฟนเพจศธ.360 องศา สำหรับเด็กและเยาวชนที่ไม่สามารถเดินทางมาร่วมกิจกรรมได้ เพื่อเพิ่มช่องทางสำหรับน้องๆ หนูๆ รับชมลุ้นรับของรางวัลไปพร้อมกัน โดยจะส่งรางวัลให้ทางไปรษณีย์

ทั้งนี้ สำหรับผู้ที่จะเข้ารับโล่รางวัลจะต้องแสดงเอกสารรับรองการฉีดวัคซีนป้องกันไวรัสโควิด-19 จำนวน 2 เข็ม และแสดงผลตรวจ ATK ภายใน 72 ชั่วโมง หากไม่มีผลตรวจ ATK สามารถตรวจวัดทันทีโดยเจ้าหน้าที่สาธารณสุขให้บริการที่จุดจัดงาน ส่วนเด็กที่เข้าร่วมกิจกรรมวันเด็กให้ปฏิบัติตามมาตรการของกระทรวงสาธารณสุขจึงขอเชิญชวนเด็กและเยาวชน ร่วมกิจกรรมดังกล่าว และผ่านระบบออนไลน์ ซึ่งมีกิจกรรม มีของแจกฟรีมากมาย สอบถามได้ที่โทร.02-6187781-4 หรือ 086-341 9978 พร้อมชมการถ่ายทอดสดผ่านทางสถานีโทรทัศน์แห่งประเทศไทย (NBT) ช่วงเวลา 08.30 – 09.30 น.

วธ.แบ่งปันประสบการณ์ 7 ศิลปินศิลปาธร ผ่าน’รายการศิลปะอำรุง’ทาง ออนไลน์

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/624950

วันอังคาร ที่ 28 ธันวาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

นายอิทธิพล คุณปลื้ม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม เปิดเผยว่า กระทรวงวัฒนธรรม(วธ.) มีนโยบายส่งเสริมการเรียนรู้ การศึกษา การสร้างสรรค์และการจัดการองค์ความรู้ทางวัฒนธรรม ดังนั้น วธ.โดยสำนักงานศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย (สศร.) จึงได้จัดทำรายการศิลปะอำรุง ชุด Change the Series “7 ศิลปาธร 7 สิ่งเพื่อการเปลี่ยนแปลง” ซึ่งเป็นรายการที่จัดทำขึ้นเพื่อเผยแพร่ เชิดชูเกียรติ รวมทั้งถ่ายทอดความรู้และประสบการณ์ของศิลปินร่วมสมัยดีเด่นรางวัลศิลปาธร ประจำปี 2564 ให้เป็นที่รับรู้อย่างกว้างขวางและสร้างแรงบันดาลใจให้แก่ศิลปินรุ่นใหม่ โดยสามารถติดตามรับชมรายการศิลปะอำรุง ชุด Change the Series “7 ศิลปาธร 7 สิ่งเพื่อการเปลี่ยนแปลง”ที่มีการเผยแพร่ในช่วงเดือนธันวาคม 2564 ทางแฟนเพจ Facebook และ YouTube channel สำนักงานศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย 

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม กล่าวอีกว่า  รายการศิลปะอำรุง ในครั้งนี้มีศิลปินร่วมสมัยดีเด่น รางวัลศิลปากรจำนวน 7 ท่าน ได้แก่ 1. นายปรัชญา พิณทอง สาขาทัศนศิลป์ 2.นายวีระศักดิ์ จันทร์ส่งแสง สาขาวรรณศิลป์ 3.ผศ.อโณทัย นิติพน สาขาดนตรี 4. ศ.ดร.ต้นข้าว ปาณินท์ สาขาสถาปัตยกรรม 5. ดร.กฤษณ์ เย็นสุดใจ สาขาศิลปะการออกแบบ 6.นางสาวสุมณฑา สวนผลรัตน์ สาขาศิลปะการแสดง และ7. นายนวพล ธำรงรัตนฤทธิ์ สาขาภาพยนตร์และสื่อเคลื่อนไหว มาร่วมรายการในรูปแบบรายการวาไรตี้ทอล์ค ที่ชี้ชวนให้มองเห็นโอกาสใหม่ๆ ในการสร้างรายได้ ผ่านการจุดประกายของศิลปิน และมาถ่ายทอดเรื่องราวการค้นพบคุณค่าของงานศิลปะในรูปแบบต่างๆ จากการสร้างสรรค์และนำมาปรับใช้จนสามารถสร้างอาชีพได้ 

นายอิทธิพล กล่าวด้วยว่า รางวัลศิลปินศิลปาธร เป็นรางวัลที่สศร.ได้ดำเนินการคัดสรรศิลปินรุ่นกลางที่มีผลงานโดดเด่นเป็นที่ประจักษ์ เป็นผู้สร้างแรงบันดาลใจให้แก่ศิลปินรุ่นใหม่ สร้างชื่อเสียงให้แก่ประเทศไทยและสร้างประโยชน์แก่สังคม โดยได้ดำเนินการมาตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๕๔๗ ทุกท่านล้วนมีบทบาทสำคัญในการทำงานด้านศิลปวัฒนธรรมให้เข้าถึงประชาชนโดยการสร้างสรรค์งานศิลปะร่วมสมัยกับชุมชน ใช้กระบวนการทางศิลปะเข้าช่วยกล่อมเกลาจิตใจ เสริมสร้างและพัฒนาคุณภาพชีวิต รวมถึงการบำบัดและเยียวยาสมาชิกในสังคมให้มีความเข้มแข็ง รู้จักปรับวิถีการดำรงชีวิตให้สอดรับกับการเปลี่ยนแปลงของโลกภายใต้วัฒนธรรมวิถีใหม่ นอกจากนี้ ผลงานทางศิลปะจากความคิดสร้างสรรค์ของศิลปินศิลปาธร ช่วยส่งเสริม สืบสาน พัฒนาทักษะ ต่อยอดภูมิปัญญาในรูปแบบของศิลปะร่วมสมัย สามารถนำมาประยุกต์ใช้ในสังคมปัจจุบันได้อย่างเหมาะสม ทันสมัยและมีคุณค่า ช่วยสร้างรายได้ทางเศรษฐกิจ ตามโมเดลเศรษฐกิจใหม่ BCG และผลักดัน “Soft Power” ความเป็นไทย นำทุนทางวัฒนธรรมมาต่อยอดสร้างสรรค์สินค้าและบริการ (Creative Culture) เพื่อเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจ สร้างรายได้จากการท่องเที่ยวและบริการทางวัฒนธรรมให้แก่ชุมชนและประเทศอย่างเป็นรูปธรรม

อาชีวศึกษาตากจัดงานประชุม อวท.

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/624929

อาชีวศึกษาตากจัดงานประชุม อวท.

วันอังคาร ที่ 28 ธันวาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

ดร.จักรภพ  เนวะมาตย์ ผู้อำนวยการวิทยาลัยเทคนิคตาก ประธานกรรมการอาชีวศึกษาจังหวัดตาก เป็นประธานเปิดงานการประชุมวิชาองค์การนักวิชาชีพในอนาคตแห่งประเทศไทย (อวท.) ระดับอาชีวศึกษาจังหวัด จังหวัดตาก ประจำปีการศึกษา 2564  

กิจกรรมในงานนอกจากมีการประชุมแล้ว  ยังมีการเลือกตั้งนายกองค์การนักวิชาชีพในอนาคตแห่งประเทศไทย ประจำปีการศึกษา 2565  การมอบรางวัล “ครูดีศรีอาชีวศึกษา” ระดับจังหวัดตาก ประจำปี พ.ศ. 2564  โดยผู้เข้าร่วมประชุม ได้แก่ วิทยาลัยเทคนิคตากวิทยาลัยเทคนิคแม่สอด วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีตาก วิทยาลัยการอาชีพบ้านตาก โรงเรียนไฮเทค- เทคโนโลยีตาก โดยมีคณะผู้บริหาร ครู นักเรียน นักศึกษา ระดับชั้น ปวช. และ ปวส. ทุกสาขางาน เข้าร่วมงาน

‘ตรีนุช’ เปิดศูนย์ CEC 77 จังหวัด ปล่อยคาราวานอาชีวะจิตอาสาฯให้บริการช่วงปีใหม่

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/625039

'ตรีนุช' เปิดศูนย์ CEC  77 จังหวัด  ปล่อยคาราวานอาชีวะจิตอาสาฯให้บริการช่วงปีใหม่

วันจันทร์ ที่ 27 ธันวาคม พ.ศ. 2564, 18.04 น.

“ตรีนุช” เปิดศูนย์ CEC  77 จังหวัด พัฒนาอาชีพและผู้ประกอบการ พร้อมเปิด “โครงการอาชีวะจิตอาสา ร่วมด้วยช่วยประชาชน” 241 จุด ทั่วประเทศ มอบเป็นของขวัญปีใหม่ให้ประชาชน

วันที่ 27 ธันวาคม 2564  นางสาวตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธานในพิธีเปิดศูนย์พัฒนาอาชีพและการเป็นผู้ประกอบการ กระทรวงศึกษาธิการ ประจำจังหวัด (Ministry of Education Career and Entrepreneurship Center) หรือ ศูนย์ CEC  และโครงการอาชีวะจิตอาสา ร่วมด้วยช่วยประชาชน เทศกาลปีใหม่ พ.ศ.2565 ณ วิทยาลัยการอาชีวศึกษาปทุมธานี

โดยนางสาวตรีนุช เปิดเผยว่า จากนโยบายของรัฐบาล ในการเตรียมพร้อมกำลังคนและการเสริมสร้างศักยภาพของประชากรในทุกช่วงวัย มุ่งเน้นการยกระดับคุณภาพทุนมนุษย์ของประเทศ โดยพัฒนาคนให้เหมาะสมตามช่วงวัย เพื่อให้เติบโตอย่างมีคุณภาพ โดยมุ่งพัฒนาทักษะที่สอดคล้องกับความต้องการในตลาดแรงงานและทักษะที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิตในศตวรรษที่ 21 ส่งเสริมสร้างความเข้มแข็งของเศรษฐกิจกระแสใหม่ อาทิ เศรษฐกิจ ดิจิทัล เศรษฐกิจฐานชีวภาพ เศรษฐกิจเชิงสร้างสรรค์และวัฒนธรรม รวมทั้งการพัฒนาวิสาหกิจตั้งใหม่ (Start Up) และวิสาหกิจเพื่อสังคม รวมถึงการสร้างสังคมผู้ประกอบการเพื่อต่อยอดฐานการผลิตและบริการการสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันของภาคอุตสาหกรรม ธุรกิจและบริการ โดยคำนึงถึงขีดความสามารถในการรองรับของระบบนิเวศและศักยภาพของพื้นที่

“ศธ. ได้จัดตั้ง “ศูนย์พัฒนาอาชีพและการเป็นผู้ประกอบการ กระทรวงศึกษาธิการ ประจำจังหวัด ทั้ง 77 จังหวัด” ขึ้น โดยบูรณาการการทำงานร่วมกับหน่วยงานในกระทรวงศึกษาธิการ ประกอบด้วย สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา, สำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย, สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน, สำนักงานคณะกรรมการการการศึกษาขั้นพื้นฐาน, รวมทั้งผนึกกำลังกับหน่วยงานภาคีเครือข่ายต่าง ๆในการเข้ามาเป็นหุ้นส่วนในการพัฒนาอาชีพและการเป็นผู้ประกอบการของกระทรวงศึกษาธิการ โดยมีหน้าที่เป็นศูนย์กลางในการประสานงานระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ในการฝึกอบรมทักษะอาชีพให้กับนักเรียน นักศึกษา และประชาชน ตามความต้องการที่สอดคล้องกับบริบทเชิงพื้นที่ที่มีความแตกต่างกัน รวมทั้ง การเสริมสร้างทักษะการเป็นผู้ประกอบการ เพื่อให้ผู้สำเร็จการศึกษาและประชาชน สามารถนำความรู้และทักษะไปใช้ในการประกอบอาชีพอิสระได้ต่อไป” รมว.ศธ. กล่าว

ด้าน ดร.สุเทพ แก่งสันเทียะ เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา(เลขาธิการ กอศ.) กล่าวว่า​ จากยุทธศาสตร์ชาติและแนวนโยบายของรัฐบาล กระทรวงศึกษาธิการ โดย นางสาวตรีนุช เทียนทอง รมว.ศธ. ได้กำหนดนโยบายการจัดการศึกษาเพื่ออาชีพและสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ ที่มุ่งเน้นการพัฒนาทักษะอาชีพให้กับผู้เรียนทุกระดับและประชากรทุกช่วงวัย เพื่อให้ผู้จบการศึกษาทุกระดับและประชาชนทุกคน เป็นกำลังคนที่มีสมรรถนะสูง มีอาชีพและมีรายได้ที่เหมาะสมกับการดำรงชีพและคุณภาพชีวิตที่ดี จนนำไปสู่การสร้างขีดความสามารถผลิตและพัฒนาอุตสาหกรรมของประเทศ รวมทั้งการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันในเวทีโลก สอศ.จึงดำเนินงานพัฒนาอาชีพและการเป็นผู้ประกอบการ มุ่งเน้นการสร้างเสริมทักษะและประสบการณ์อาชีพสำหรับนักเรียนมัธยมศึกษา การฝึกอาชีพ วิชาชีพระยะสั้น ที่เป็นการ Up Skill Re Skill และ New Skill ในสาขาอาชีพต่าง ๆ ให้กับนักศึกษา ผู้สำเร็จการศึกษาใหม่ กำลังแรงงาน ผู้ว่างงาน ผู้ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์โควิด-19 ประชาชนทั่วไป และประชาชนที่เป็นผู้ด้อยโอกาส พลาดและขาดโอกาส ให้มีทักษะฝีมือและสมรรถนะอาชีพ ตามความต้องการของชุมชน สังคม สถานประกอบการ และตลาดแรงงาน ให้สามารถก้าวสู่โลกอาชีพและมีงานทำอย่างมีคุณภาพ

นอกจากนี้ ยังมีการฝึกอบรมและพัฒนาการเป็นผู้ประกอบการ โดยร่วมมือกับหน่วยงานภาคีเครือข่ายที่เป็นหุ้นส่วนสำคัญ อาทิ ธนาคารออมสิน ธนาคารแห่งประเทศไทย ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) และมูลนิธิรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหาจักรี เพื่อต่อยอดองค์ความรู้ด้านอาชีพไปสู่การเป็นผู้ประกอบการฐานนวัตกรรม (INNOPRENUER) ภายใต้สังคมยุคดิจิทัล มีความเข้าใจในการบริหารจัดการธุรกิจ การออม และการลงทุน จนนำไปสู่การประกอบอาชีพอิสระหรือดำเนินการธุรกิจ SME’s อย่างมีคุณภาพต่อไป

เลขาธิการ กอศ.กล่าวต่อว่า การจัดงานในวันนี้ เพื่อเป็นการนำเสนอผลการขับเคลื่อนศูนย์พัฒนาอาชีพและการเป็นผู้ประกอบการ กระทรวงศึกษาธิการ ประจำจังหวัดของปีงบประมาณ 2564 และการแสดงเจตนารมณ์ในการเป็นหุ้นส่วนสนับสนุนการเป็นผู้ประกอบการ ภายใต้ศูนย์พัฒนาอาชีพและการเป็นผู้ประกอบการ กระทรวงศึกษาธิการ ประจำจังหวัด รวมทั้งผลการพัฒนาผู้ประกอบการฐานนวัตกรรม ภายใต้ศูนย์บ่มเพาะผู้ประกอบการอาชีวศึกษา ของสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา และส่งความสุขเนื่องในโอกาสปีใหม่ 2565 ฝึกอบรมวิชาชีพระยะสั้น Re-Skill, Up-Skill และ New Skill ฟรี แก่นักเรียน นักศึกษา ผู้ปกครอง และประชาชน ไม่น้อยกว่า 77 หลักสูตร ทุกจังหวัด เป้าหมาย 38,500 คน ตั้งแต่วันที่ 27 ธันวาคม 2564 ถึง 31 มกราคม 2565 

โอกาสนี้  รมว.ศึกษาธิการ ได้มอบโล่รางวัลชนะเลิศโครงการอาชีวะสร้างสรรค์ แปรฝันสู่ธุรกิจ ประจำปี 2564 โดยมีรางวัลดังนี้ รางวัลชนะเลิศ มี 3 รางวัล ได้แก่ แผนธุรกิจเกาหยุก วิทยาลัยการอาชีพตรัง แผนธุรกิจแมท-จันท์ (Mat-Chan) วิทยาลัยเทคนิคจันทบุรี และแผนธุรกิจศรีคราม วิทยาลัยอาชีวศึกษาสุราษฎร์ธานี รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 มี 7 รางวัล ได้แก่ หมี่เบตงสูตรงาดำ วิทยาลัยการอาชีพเบตง คุกกี้โปรตีนจากเห็ดแครง วิทยาลัยเทคนิคกระบี่ Snacky Herb กระชายเขย่า วิทยาลัยเทคนิคกำแพงเพชร น้ำพริกตะไคร้ปลากะตัก Chilianchovy วิทยาลัยเทคนิคสัตหีบ อินดี้ ล็อฟท์ เฟอร์นิเจอร์ วิทยาลัยเทคนิคอุตรดิตถ์ ขนมแคร๊กเกอร์เมี่ยงคำ “คำไทย” วิทยาลัยพณิชยการเชตุพน “พริกซี๊ด” น้ำพริกปลาช่อนเสริมโปรตีนจากถั่วเหลือง วิทยาลัยอาชีวศึกษาฉะเชิงเทรา รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 มี 10 รางวัล ได้แก่ NICC Wooden Gift วิทยาลัยการอาชีพนครศรีธรรมราช R-GRAINS กระยาสารทธัญพืชพอดีคำ วิทยาลัยการอาชีพนวมินทราชินีมุกดาหาร ชาบูเสียบไม้ วิทยาลัยการอาชีพวิเชียรบุรี หอยสีทองเลี้ยงแล้วรวย วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีอุดรธานี BRAHE SCREEN วิทยาลัยเทคนิคนนทบุรี MTC BABER วิทยาลัยเทคนิคแม่สอด ห้างหุ้นส่วนสามัญ อวดดี ผลิตภัณฑ์ผ้ามัดย้อมจากย่านอวดเชือก วิทยาลัยเทคนิคพังงา Techniccon 3D วิทยาลัยเทคนิคอุดรธานี เม็ดชาไข่มุก ตรา Jelly Beat วิทยาลัยอาชีวศึกษาสงขลา และเมี่ยงคำสติ๊ก วิทยาลัยอาชีวศึกษาอุดรธานี 

จากนั้น  น.ส.ตรีนุช เทียนทอง รมว.ศึกษาธิการ ได้เป็นประธานพิธีเปิด โครงการอาชีวะจิตอาสา ร่วมด้วยช่วยประชาชน เพื่อเป็นของขวัญในช่วงเทศกาลปีใหม่  2565 ให้บริการในการดูแล บำรุงรักษา และซ่อมแชมยานพาหนะของประชาชนผู้ใช้รถใช้ถนนที่ออกเดินทาง ท่องเที่ยว และเดินกลับไปยังภูมิลำเนาในพื้นที่ต่าง ๆ จำนวน 241 จุด ทั่วประเทศ ในช่วงเทศกาลปีใหม่ โดยจะออกให้บริการตั้งแต่วันที่ 29 ธันวาคม 2564 ถึง 4 มกราคม 2565 รวมระยะเวลา 7 วัน 

สธ.เร่งเดินหน้าวิจัย สนับสนุนเอกชนขึ้นทะเบียนผลิตภัณฑ์สุขภาพจากกัญชา-กัญชง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/624995

สธ.เร่งเดินหน้าวิจัย สนับสนุนเอกชนขึ้นทะเบียนผลิตภัณฑ์สุขภาพจากกัญชา-กัญชง

วันจันทร์ ที่ 27 ธันวาคม พ.ศ. 2564, 16.15 น.

สธ.เร่งเดินหน้าวิจัย สนับสนุนเอกชนขึ้นทะเบียนผลิตภัณฑ์สุขภาพจากกัญชา-กัญชง

27 ธันวาคม 2564 การประชุมคณะกรรมการขับเคลื่อนนโยบายกัญชาเสรีทางการแพทย์ ครั้งที่ 4/2565  เมื่อวันที่ 27 ธ.ค. 2564  โดยมี ดร.ภก.อนันต์ชัย อัศวเมฆิน คณะที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เป็นประธานในการประชุม พร้อมด้วยผู้บริหาร และหน่วยงานภายในและภายนอกที่ทำงานด้านกัญชาและกัญชง ในการประชุมวันนี้มีประเด็นสำคัญในการขับเคลื่อนกัญชา กัญชง

ภก.ดร.อนันต์ชัย กล่าวภายหลังการประชุมว่า วันนี้มีการประชุมหลายประเด็น แต่หลักๆ เป็นเรื่องการนำเสนอผลงานการขับเคลื่อนนโยบายกัญชา กัญชง ซึ่งก็ก้าวหน้ามาก แต่ที่เห็นเด่นชัดคือ ทุกเขตสุขภาพ พยายามพัฒนางานวิจัย วิชาการเพื่อมาสนับสนุนการใช้ ซึ่งตรงนี้ก็ได้มอบหมายให้สถาบันกัญชาทางการแพทย์เชิญเขตสุขภาพทั้ง 12 แห่ง และกรมวิชาการ ได้แก่ กรมการแพทย์ กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก และกรมสุขภาพจิต เข้าร่วมหารือแนวทางในการพัฒนาหลักฐานทางวิชาการร่วมกัน โดยจะมีการดึงภาคเอกชนเข้ามามีส่วนร่วมด้วย เพราะเป้าหมายของภาครัฐ คือ การสนับสนุนให้มียาและผลิตภัณฑ์จากกัญชา กัญชงขึ้นทะเบียนจำหน่ายได้ทั่วไป ซึ่งการทำเช่นนี้ได้ จำเป็นต้องมีงานวิจัยสนับสนุน และเราก็ทำกันอย่างกว้างขวางในกระทรวงสาธารณสุข รอเพียงการรวบรวม และประเมินผลอย่างเป็นระบบเท่านั้น

นอกจากนี้ยังมีการพูดคุยเรื่องเป้าหมายที่เห็นตรงกันในส่วนของการบริการ คือ ทำให้ผู้ป่วยเข้าถึงยากัญชาได้มากขึ้น โดยเฉพาะผู้ป่วยประคับประคอง ก็มีระบบการสนับสนุนข้อมูลด้วยศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศ ของสำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุขร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการและยา (อย.)

ทั้งนี้ ประเด็นสำคัญอีกสองเรื่องของวันนี้ คือ การเตรียมระบบรองรับการปลดกัญชาออกจากรายการยาเสพติด ถึงแม้จะยังไม่มีความแน่นอนในประเด็นนี้มากนัก แต่เราก็ต้องเตรียมการเพราะเป็นความต้องการของภาคประชาชน วันนี้ได้รับทราบระบบจากกองผลิตภัณฑ์สมุนไพรว่ามีการวางแผนไว้ได้ดี โดยจะมีสองส่วน คือ ส่วนที่เป็นรายการที่ อย. กำหนด ซึ่งตรงนี้จะช่วยให้ผู้ประกอบการโดยเฉพาะรายย่อย รู้ข้อกำหนดและเข้าสู่ระบบการอนุมัติผลิตภัณฑ์ออกสู่ตลาดได้เร็ว และส่วนที่เปิดให้ผู้ประกอบการนำหลักฐานด้านคุณภาพ ประสิทธิผลและความปลอดภัยมายื่นเพื่อขอรับการอนุมัติในข้อบ่งใช้ที่ต้องการ ก็จะเป็นการเปิดให้ตลาดมีผลิตภัณฑ์ที่กว้างขวางมากขึ้น

“สุดท้ายเราได้พูดคุยเรื่องการจัดการประชุมวิชาการระดับภาค ใน 5 ภาค เพื่อเป็นการสื่อสารสองทาง ทั้งการสื่อกลับมาที่ส่วนกลางว่าพื้นที่ทำอะไร และอะไรที่ดี และสื่อสารจากส่วนกลางไปพื้นที่ว่ามีเป้าหมายอย่างไร ซึ่งคาดว่างานประชุมวิชาการ 5 ภาคที่จะเกิดขึ้นในช่วง กุมภาพันธ์-เมษายน 2565 จะทำให้เราได้องค์ความรู้วิชาการมาสนับสนุนแนวทางในการประกอบธุรกิจให้ผู้ประกอบการได้ต่อไป” ดร.ภก.อนันต์ชัย กล่าว

‘มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง’มอบทุนการศึกษา เสริมสร้างอนาคตเด็กไทย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/624985

‘มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง’มอบทุนการศึกษา เสริมสร้างอนาคตเด็กไทย

วันจันทร์ ที่ 27 ธันวาคม พ.ศ. 2564, 16.09 น.

‘มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง’มอบทุนการศึกษา เสริมสร้างอนาคตเด็กไทย

27 ธันวาคม 2564 มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง โดย นายวิเชียร เตชะไพบูลย์ ประธานกรรมการมูลนิธิฯ  เป็นประธานในพิธี พร้อมด้วยนายสัก กอแสงเรือง รองประธานกรรมการ นางศิริกุล โอภาสวงศ์ กรรมการและเลขาธิการ และคณะกรรมการมูลนิธิฯ ร่วมในพิธีมอบเงินทุนต่อเนื่องในทุกระดับชั้น และทุนทุกระดับปีสุดท้ายแก่เยาวชนที่ประพฤติดีแต่ขาดแคลนทุนทรัพย์ในระดับชั้นมัธยมศึกษา อาชีวศึกษา และอุดมศึกษา รวม 119 สถาบัน จำนวน 836 ทุน รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 11,675,000 บาท (สิบเอ็ดล้านหกแสนเจ็ดหมื่นห้าพันบาทถ้วน)  เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) มูลนิธิฯ ได้จัดให้มีมาตรการการป้องกันการแพร่ระบาดของไวรัสภายในพื้นที่อย่างเข้มข้น รวมทั้งมีการปรับเปลี่ยนรูปแบบการมอบทุนฯ โดยประสานผู้แทนจากสถาบันการศึกษาแต่ละแห่ง เป็นตัวแทนรับมอบทุนการศึกษา ระหว่างวันที่ 27-29 ธันวาคม 64 ณ มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง พลับพลาไชย กรุงเทพฯ

การมอบทุนการศึกษาแก่เยาวชน นักเรียน นิสิต และนักศึกษา ผู้ขาดแคลนทุนทรัพย์ เป็นหนึ่งในนโยบายหลักของมูลนิธิป่อเต็กตึ๊งในด้านงานสังคมสงเคราะห์ เพื่อช่วยแบ่งเบาภาระครอบครัวและช่วยเหลือเยาวชนของชาติไม่ให้ขาดโอกาสทางการศึกษา ต้องละทิ้งหรือยุติการศึกษา เพราะขาดแคลนทุนทรัพย์ ให้มีโอกาสศึกษาจนจบหลักสูตรในแต่ละระดับชั้น ช่วยสร้างอนาคตให้เยาวชนตามที่มุ่งหวัง เป็นคนดี มีความรู้ เป็นทรัพยากรมีคุณภาพของสังคมและประเทศชาติ โดยเมื่อเดือนกันยายน 2564 ที่ผ่านมา มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ได้มอบทุนการศึกษาระดับชั้นประถมแก่เยาวชนที่ประพฤติดี แต่ขาดแคลนทุนทรัพย์ ประจำปี 2564 จำนวน 1,500 ทุน รวมทั้งยังได้มอบทุนการศึกษาในส่วนภูมิภาค ซึ่งในปีพ.ศ. 2564 นี้  ได้มอบให้กับนักเรียน นิสิต นักศึกษาในภาคใต้ ประกอบด้วย จังหวัดตรัง สงขลา นครศรีธรรมราช  สุราษฎร์ธานี พัทลุง และ กระบี่ รวมทั้งสิ้น 6 จังหวัด จำนวน 53 สถาบัน 265 ทุน รวมงบประมาณการมอบทุนการศึกษา ประจำปี 2564 เป็นเงินทั้งสิ้น 16,930,000 บาท

ตลอดระยะเวลากว่า 110 ปีที่ผ่านมา มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง  ได้ขยายขอบข่ายโครงการต่าง ๆ ออกไปอย่างกว้างขวาง ไม่เพียงแต่บำบัดทุกข์ บำรุงสุข แก่ผู้ตกทุกข์ได้ยากโดยไม่จำกัดเชื้อชาติ  ชนชั้น และศาสนา เท่านั้น แต่ยังได้พัฒนาคุณภาพชีวิตอีกในหลาย ๆ ทาง รวมถึงการพัฒนาด้านการศึกษา เพื่อเป็นองค์กรสาธารณกุศลที่ช่วยเหลือประชาชนครบวงจรในทุกๆด้านต่อไป

-005