รพ.กรุงเทพ ลงนามต่อสัญญาความร่วมมือ ม.หอการค้าไทย เปิดหลักสูตรผลิตบุคลากรทางการแพทย์ด้านการฟื้นฟูสุขภาพ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/694718

รพ.กรุงเทพ ลงนามต่อสัญญาความร่วมมือ ม.หอการค้าไทย  เปิดหลักสูตรผลิตบุคลากรทางการแพทย์ด้านการฟื้นฟูสุขภาพ

รพ.กรุงเทพ ลงนามต่อสัญญาความร่วมมือ ม.หอการค้าไทย เปิดหลักสูตรผลิตบุคลากรทางการแพทย์ด้านการฟื้นฟูสุขภาพ

วันจันทร์ ที่ 28 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565, 06.00 น.

โรงพยาบาลกรุงเทพ สำนักงานใหญ่ ลงนามต่อสัญญาความร่วมมือทางวิชาการกับ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย สร้างเครือข่ายด้านวิชาการ ส่งเสริมการศึกษาด้านการช่วยฟื้นฟูสุขภาพ (Rehabilitation Aide) จัดหลักสูตรวิทยาศาสตรบัณฑิต สาขาสหวิทยาการ (ผู้ช่วยฟื้นฟูสุขภาพ Rehabilitation Aide) เพื่อผลิตและพัฒนาบุคลากรทางการแพทย์ด้านการช่วยฟื้นฟูสุขภาพหลังการรักษาที่ชำนาญการ เข้าทำหน้าที่ให้ผู้พักฟื้นหลังการการรักษาได้รับการฟื้นฟูสุขภาพอย่างถูกวิธี กลับมาใช้ชีวิตได้ตามปกติและมีความสุขอีกครั้ง

พญ.ปรมาภรณ์ ปราสาททองโอสถ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ และประธานคณะผู้บริหาร กลุ่ม 1 บมจ.กรุงเทพดุสิตเวชการ กล่าวว่า ในปัจจุบัน การเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ รวมไปถึงโรคภัยต่างๆ ที่ผู้ป่วยจำเป็นต้องได้รับการฟื้นฟู อาทิ ผู้ป่วยด้านสมองและระบบประสาท ผู้ป่วยด้านกระดูกและข้อ หรือผู้ป่วยจากอุบัติเหตุ ฯลฯ เข้ารับการรักษาพยาบาลและพักฟื้นในโรงพยาบาล แต่จำนวนบุคลากรทางการแพทย์ด้านเวชศาสตร์ฟื้นฟูยังไม่เพียงพอกับจำนวนของผู้ป่วยที่ต้องได้รับการทำกายภาพบำบัดหลังการรักษา โรงพยาบาลกรุงเทพ สำนักงานใหญ่ ภายใต้การบริหารงานบริษัท กรุงเทพดุสิตเวชการ จำกัด (มหาชน)ได้ตระหนักและเล็งเห็นความสำคัญของบุคลากรทางการแพทย์ในการช่วยฟื้นฟูสุขภาพหลังการรักษา ซึ่งเป็นส่วนที่สำคัญที่ช่วยทำให้ผู้พักฟื้นหลังการรักษากลับมาดำรงชีวิตได้ตามปกติ จึงร่วมมือกับ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ต่อสัญญาความร่วมมือในการจัดทำหลักสูตรวิทยาศาสตรบัณฑิต สาขาสหวิทยาการ (ผู้ช่วยฟื้นฟูสุขภาพ Rehabilitation Aide) ต่อเนื่อง โดยอาจารย์ผู้ทรงคุณวุฒิเฉพาะทางจากทั้ง 2 องค์กร ร่วมสอนในรายวิชาต่างๆ เพื่อผลิตบุคลากรทางการแพทย์ด้านการช่วยฟื้นฟูสุขภาพหลังการรักษา ทั้งนี้ โรงพยาบาลกรุงเทพ สำนักงานใหญ่ ในฐานะสถานพยาบาลที่มีความพร้อมทางด้านบุคลากรทางการแพทย์และผู้ชำนาญการสหสาขา รวมไปถึงอุปกรณ์การแพทย์ที่ทันสมัย มีความยินดีที่ได้มีส่วนในการสร้างเครือข่ายด้านวิชาการ และส่งเสริมสนันสนุนการศึกษาด้านการช่วยฟื้นฟูสุขภาพ ทั้งด้านการเรียนการสอน การจัดหาอาจารย์ผู้ทรงคุณวุฒิเฉพาะทางในการสอนทั้งภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติ เป็นสถานที่สำหรับการฝึกปฏิบัติ และสนับสนุนทุนการศึกษาค่าลงทะเบียนเพื่อสร้างบุคลากรในการประกอบวิชาชีพ

รองศาสตราจารย์ ดร.ธนวรรธน์ พลวิชัย อธิการบดีมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย กล่าวว่า มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เป็นสถาบันการศึกษาเอกชนชั้นนำของประเทศ ตระหนักและให้ความสำคัญกับการมีส่วนร่วมในจัดหลักสูตรการศึกษาให้บริการฟื้นฟูสุขภาพหลังการรักษาอย่างจริงจัง รู้สึกยินดีเป็นอย่างมาก ที่ได้ร่วมมือกับ รพ.กรุงเทพ สำนักงานใหญ่ ในการจัดหลักสูตรวิทยาศาสตรบัณฑิต สาขาสหวิทยาการ (ผู้ช่วยฟื้นฟูสุขภาพ Rehabilitation Aide) ต่อเนื่องเป็นครั้งที่ 2 เป็นระยะเวลา 3 ปี จนถึงปัจจุบันมีจำนวน 4 รุ่น มีนักศึกษาเข้าร่วมหลักสูตร 67 คน ถือเป็นจุดเริ่มต้นที่เรามีส่วนช่วยสร้างบุคลากรทางการแพทย์ได้มากยิ่งขึ้น

ทางมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ได้จัดกิจกรรมและดำเนินการประชาสัมพันธ์หลักสูตรร่วมกับทางโรงพยาบาลกรุงเทพ ในการคัดสรรและอบรมบุคลากรที่มีความสามารถ เข้าเรียนในหลักสูตรวิทยาศาสตรบัณฑิต สาขาสหวิทยาการ (ผู้ช่วยฟื้นฟูสุขภาพ Rehabilitation Aide) หลักสูตร 6 เดือน จัดสรรอาจารย์ผู้ทรงคุณวุฒิเฉพาะทางจากคณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ร่วมสอน รวมถึงการจัดทำแผนการประมวลและการวัดผลการเรียน ให้นักศึกษามีศักยภาพที่ดีออกสู่การปฏิบัติงานจริง เพื่อผลิตอัตรากำลังสนับสนุนด้านการช่วยฟื้นฟูสุขภาพที่มีคุณภาพและมีหัวใจในการให้บริการ ตอบสนองต่อความต้องการของภาครัฐและเอกชน เพื่อรองรับผู้ป่วยที่มีอัตราเพิ่มมากขึ้นในปัจจุบัน ช่วยยกระดับการแพทย์และประชาชนคนไทยให้มีสุขภาพดีที่ยิ่งขึ้น พร้อมช่วยสนับสนุนให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางอาเซียนด้านฟื้นฟูสุขภาพการแพทย์ต่อไป

คุณแหน : 28 พฤศจิกายน 2565

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/694691

วันจันทร์ ที่ 28 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565, 06.00 น.

ll เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวงเนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 12 สิงหาคม 2565 ผาณิต พูนศิริวงศ์ ประธานมูลนิธิช่วยการศึกษากรุงเทพมหานครพร้อมกรรมการใจบุญ อาทิ อุไร คุณานันทกุล,ดวงใจ ตั้งสง่า, เพ็ญศรี สุขเจริญผล, รักษา แสงภู่, ฉัตรสุดา จันทร์ดียิ่ง เตรียมจัดงานมอบทุนสนับสนุนการศึกษาแก่นักเรียนด้อยโอกาส จำนวน 530 ทุน ต่อเนื่องมาเป็นประจำทุกปี ในวันที่ 2 ธ.ค. 10.00 น. ณ ห้องประชุมชั้น 8 อาคารธานีนพรัตน์ ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร 2 ดินแดง ร่วมให้โอกาสการศึกษาแก่เยาวชนในนาม “มูลนิธิช่วยการศึกษา กรุงเทพมหานคร” ธนาคารไทยพาณิชย์ สาขาสะพานใหม่ ประเภทออมทรัพย์ เลขที่บัญชี 029-442708-0 ใบเสร็จสามารถนำไปหักภาษีได้…

ll ญาติมิตร และชาวโอวี ต่างดีใจกันถ้วนหน้า ที่ ดิษทัต ปันยารชุน คนเก่งได้รับแต่งตั้งดำรงตำแหน่ง ซีอีโอ เป็นประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท OR บริษัท ปตท. น้ำมันและค่าปลีก จำกัด (มหาชน)…

ll ชยันต์ ศิริมาศ ผวจ.นครสวรรค์ เป็นประธานเปิดโครงการ บวชเนกขัมมะปฏิบัติธรรม เพื่อยกระดับการเผยแผ่พระพุทธศาสนาใน จ.นครสวรรค์…

ll มิตรสหายชาว LSP#2 ยินดีกับ พิศิษฐ์ เสรีวิวัฒนา ที่ได้รับโปรดเกล้าฯ เป็นกรรมการสภามหาวิทยาลัยผู้ทรงคุณวุฒิ ม.ธรรมศาสตร์…

ll หลังจากไม่เจอกันกว่า 3 ปี ในงานเลี้ยง BCC 129 รียูเนียน มีเพื่อนๆ มาคับคั่ง งานนี้ อนุรักษ์ ตั้งคารวคุณ, เฉลิมพล โชตินุชิต, สุโรจน์ แสงสนิท, ร.อ.กลวิตร บุนนาค, วุฒิกร วุฒิพรพงษ์, วรวุธ กาญจนกูล, ประสิทธิ์ อิทธิกำจร, ณรงค์ เลิศกิตศิริ, ชะยิน สุนทรสิงคาล ไม่พลาด…

ll ไม่ได้เจอกันนาน ชาญณรงค์ บุริสตระกูล เลี้ยงต้อนรับ วีระนงค์ ฉ่ำทรัพย์ เพื่อนชาว Digital CEO#1 ที่มาทำงานที่ขอนแก่น โดยมีเบญจวรรณ สุดจริง มาร่วมด้วย…

ll ส่วนเพื่อนๆ Digital CEO#3 ร่วมยินดีกับ ดร.นพ.ตุลวรรธน์ พัชราภา ที่ รพ.เวชธานีได้รับรางวัลชนะเลิศ AIA Hospital Awards 2022 เป็น รพ.ที่เปิดรับและตอบรับนวัตกรรมทางดิจิทัลยอดเยี่ยม (Best Digital Transformation)…

ll ข่าวดีของคนมีรอยแผลจากสิว ดร.สมศักดิ์ กวีไตรภพ แจ้งผลิตภัณฑ์ใหม่ล่าสุดจาก เวชสำอาง Provamed เจลลบรอยแผลเป็นจากสิว หาซื้อได้แล้วใน 7-11…

ll งานบำเพ็ญกุศล คุณหญิงหม่อมหลวง อนงค์ ชุมสาย นิลอุบล 26-30 พ.ย.17.30 น.แสดงพระธรรมเทศนาโดยพระเถระ 18.30 น. สวดพระอภิธรรม ศาลา 100 ปีวัดเบญจมบพิตร 1 ธ.ค.งดสวด และ 2 ธ.ค.ทำบุญเลี้ยงพระเพลและสวดพระอภิธรรมแล้วบรรจุ…

ll เตรียมงานเป็นเดือน จารุทัศ สนิทวงศ์ ณ อยุธยา เจ้าของแบรนด์ชีส Jartisann หางดง เชียงใหม่ ไปออกร้านชีสสัญชาติไทย ในงาน Chiangmai City Life Garden Fair เมื่อวานก่อน นอกจากขายดิบขายดีตั้งแต่ 10 โมงเช้าถึงสองทุ่มยังไม่ได้พักแล้ว แทบจะหายเหนื่อยเมื่อได้รับคำชมปลื้มปริ่มอิ่มเอมใจจากคนจัดงานว่า จัดร้านได้สวยที่สุด ขนาดโรงแรม 5 ดาว ยังไม่จัดอย่างนี้เลย…ll

คุณแหน

ฉลองครบรอบ 1 ปี โปร อัครวิกุล อะราวด์เดอะเวิลด์

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/694685

ฉลองครบรอบ 1 ปี โปร อัครวิกุล อะราวด์เดอะเวิลด์

ฉลองครบรอบ 1 ปี โปร อัครวิกุล อะราวด์เดอะเวิลด์

วันจันทร์ ที่ 28 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565, 06.00 น.

ภคมน อัครวิกุล ประธานบริหาร บริษัท โปร อัครวิกุล จำกัด ให้การต้อนรับ หม่อมราชวงศ์ ปณิธาน จรูญโรจน์ ประธานในพิธีเปิดงานฉลองครบรอบ 1 ปี “โปร อัครวิกุล อะราวด์เดอะเวิลด์” พร้อมมอบรางวัลแห่งเกียรติยศแก่คณะนักธุรกิจที่ประสบความสำเร็จ โดยมีสมาชิกจากนานาประเทศเดินทางมาร่วมงานกว่า 300 คน อาทิ คิม โอน เซ มา นิต สุพรีเลียะ เทือน จากกัมพูชา,ชุบติกาญ ชาญธนโชค จากประเทศไทย, นูไซ และ เวียงเหลา ถ่อจาก สปป.ลาว ฯลฯ รวมถึงมีการจัดแสดงผลิตภัณฑ์ในรูปแบบแฟชั่นโชว์ สื่อถึงเจตนารมณ์ในการส่งต่อสุขภาพที่ดีแก่ผู้คน พร้อมประกาศความพร้อมขับเคลื่อนเครือข่ายสีขาวสู่ทั่วโลกอย่างยั่งยืนภายใต้หลักคุณธรรมนำธุรกิจ ณ ห้องแกรนด์บอลรูม โรงแรมดิ เอมเมอรัลด์ (กรุงเทพฯ)

เริ่มการฉลองด้วยพิธีเปิดงานจุดประกายความมุ่งมั่นนำผู้ร่วมงานไปสู่ความสำเร็จที่ยั่งยืน ลั่นกลองสะบัดชัยเพื่อประกาศว่าจะขยายเครือข่ายสีขาวไปทั่วโลก มีคณะผู้เชิญธงประเทศไทย กัมพูชาสปป.ลาว เวียดนาม สาธารณรัฐประชาชนจีน และธงสหรัฐอเมริกา เป็นสัญลักษณ์ให้สมาชิกได้ร่วมกันขับเคลื่อน “โปร อัครวิกุล”สู่นานาประเทศ รวมถึงเป็นการยืนยันถึงความสำเร็จก้าวแรกในการมุ่งสร้างเครือข่ายสีขาว ทั้งด้านผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพดูแลสุขภาพของคนทั่วโลก และขับเคลื่อนด้านการสร้างงานสร้างอาชีพอย่างยั่งยืน อันจะช่วยให้เกิดประโยชน์ต่อการพัฒนาสังคมและเศรษฐกิจของประเทศชาติ อีกหนึ่งไฮไลต์ คือ ช่วงเวลาของการแสดงผลิตภัณฑ์คุณภาพเพื่อดูแลสุขภาพในรูปแบบแฟชั่นโชว์ “Pro AWK AROUND THE WORLD” สื่อถึงความพร้อมในการนำสินค้าดีดูแลผู้คน ทั้งนี้ ผลิตภัณฑ์ของโปร อัครวิกุล มีทางทีม R&D วิจัยและพัฒนาเพื่อบำรุงดูแลสุขภาพกาย สุขภาพผิว สุขภาพของสิ่งแวดล้อมและสุขภาพพืชที่เรารับประทาน โดยได้รับการผลิตภายใต้มาตรฐานความปลอดภัยระดับสากล ทั้ง GMP CODEX และ HACCPมีผลิตภัณฑ์ทั้งด้านอุปโภคและบริโภค อาทิ กาแฟบำรุงสุขภาพที่รวมสารสกัด 49 ชนิด โกโก้ดีท็อกซ์ลำไส้ เบิร์นไขมันสะสมและคุมหิว รวมทั้งเจลทองคำที่เป็นสกินแคร์ดูแลสุขภาพผิวหน้า ทำความสะอาดได้ล้ำลึก รวมถึงผงซักฟอกระดับนาโนสูตรเข้มข้นซึ่งเป็นเครื่องอุปโภคในครัวเรือนที่ไม่ควรมองข้าม นอกเหนือจากนี้ ทางโปรอัครวิกุล ยังมีสินค้าด้านการเกษตรดูแลสุขภาพพืชที่ส่งผลต่อสุขภาพคนหากพืชมีสุขภาพที่ดีไร้สารพิษ มนุษย์ทานข้าว ผัก ผลไม้นั้นๆเข้าไปก็จะส่งผลดีต่อสุขภาพเรา โดยฝ่ายวิจัยมีการนำนวัตกรรมอิออนพลัส มาพัฒนาเป็นสารปรับปรุงบำรุงดินเพิ่มประสิทธิภาพให้แก่พืชทุกชนิด อีกทั้งเป็นการปัจจัยหนึ่งในการลดต้นทุนให้ชาวเกษตรกร

เชิญเที่ยวงาน‘เพื่อนพึ่ง (ภาฯ) 2565’ภายใต้แนวคิด‘เพื่อนไม่ทิ้งกัน ในยามยาก’ 2-11 ธันวาคม ณ สวนสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/694692

เชิญเที่ยวงาน‘เพื่อนพึ่ง (ภาฯ) 2565’ภายใต้แนวคิด‘เพื่อนไม่ทิ้งกัน ในยามยาก’  2-11 ธันวาคม ณ สวนสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ

เชิญเที่ยวงาน‘เพื่อนพึ่ง (ภาฯ) 2565’ภายใต้แนวคิด‘เพื่อนไม่ทิ้งกัน ในยามยาก’ 2-11 ธันวาคม ณ สวนสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ

วันจันทร์ ที่ 28 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565, 06.00 น.

มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย ประกาศความพร้อมการจัดงาน “เพื่อนพึ่ง (ภาฯ) 2565” ภายใต้แนวคิด “เพื่อนไม่ทิ้งกัน ในยามยาก” ระหว่างวันที่ 2-11 ธันวาคม 2565 ณ สวนสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร เพื่อเผยแพร่การดำเนินงานของมูลนิธิฯ ตลอด 27 ปีที่ผ่านมา พร้อมชมและช้อป สินค้าผลิตภัณฑ์จากกลุ่มสมาชิกผู้ประสบอุทกภัย ร้านค้าในโครงการส่วนพระองค์และร้านพระบรมวงศานุวงศ์ และร้านค้ากิตติมศักดิ์ กว่า 100 ร้าน ตลาดย้อนยุคในบรรยากาศร่มรื่นของสวนไม้ดอกไม้ประดับนานาพันธุ์ของสวนสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ จัดงานแถลงข่าวเมื่อวันที่ 24 พฤศจิกายน 2565 ณ ห้อง Eternity Daylight Ballroom โรงแรม Pullman Bankok King Power รางน้ำ

ในการนี้มี ศ.ดร.สุรเกียรติ์ เสถียรไทยรองประธานกรรมการที่ปรึกษา ประธานกรรมการบริหารมูลนิธิฯ และประธานกรรมการอำนวยการจัดงาน “เพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ประจำปี 2565” พร้อมด้วยฉัตรชัย พรหมเลิศ รองประธานกรรมการอำนวยการจัดงาน วีระศักดิ์ โควสุรัตน์ รองประธานกรรมการอำนวยการจัดงานฯ และ ฐิติวัฒน์ ว่องวรรณกุล กรรมการและเลขานุการ คณะกรรมการอำนวยการจัดงาน“เพื่อนพึ่ง (ภาฯ) 2565” โดยมีคณะกรรมการมูลนิธิฯ อาทิ ศ.กิตติคุณ นพ.ดำรง เหรียญประยูร, อดิศักดิ์ ภาณุพงศ์, สันติ สาทิพย์พงษ์, ดร.รอยล จิตรดอน, ผาณิต พูนศิริวงศ์, พล.ต.ท.รักษ์จิต หม้อมงคล, พิริยะ เข็มพล และ สายสม วงศาสุลักษณ์ พร้อมด้วยผู้แทนจากองค์กรภาคีร่วมในงานแถลงข่าว

ศ.พิเศษ ดร.สุรเกียรติ์ เสถียรไทย เผยถึงการดำเนินงานของมูลนิธิฯ กล่าวว่า มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย ก่อตั้งและดำเนินกิจกรรมเป็นระยะเวลา 27 ปีแล้ว ในการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยหรือภัยพิบัติน้ำท่วม โดยมีภารกิจหลัก 3 ด้าน คือ หนึ่ง การบรรเทาทุกข์ เช่น การมอบถุงยังชีพ เป็นการบรรเทาทุกข์ระยะสั้นให้ผู้ประสบภัยสามารถดำรงชีพหลังประสบภัยได้ โรงครัวพระราชทาน และรถประกอบอาหารเคลื่อนที่ สอง ภารกิจด้านการเฝ้าระวังซึ่งมูลนิธิฯ ได้มีการประสานงานกับหน่วยงานภาครัฐ และเอกชน เป็นภาคีเครือข่ายในการปฏิบัติภารกิจด้านการเฝ้าระวัง เช่น การติดตั้งสถานีโทรมาตรอัตโนมัติในพื้นที่ต้นน้ำ 510 สถานีทั่วประเทศ ซึ่งเป็นเครื่องวัดปริมาณน้ำฝนที่จะส่งข้อมูลเข้าสู่ระบบและแจ้งเตือนไปยังชุมชนเตือนภัยต้นแบบหากปริมาณน้ำสูงถึงระดับที่ต้องอพยพ เพื่อเป็นการลดความเสียหายและความสูญเสียทั้งชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนในพื้นที่เสี่ยง และ สาม ภารกิจด้านการฟื้นฟู ไม่ว่าจะเป็นการฟื้นฟูที่อยู่อาศัย ที่ทำกิน โดยเฉพาะการฟื้นฟูอาชีพอย่างยั่งยืนเพื่อให้ผู้ประสบภัยมีอาชีพ มีรายได้เลี้ยงชีพได้อย่างยั่งยืนและมั่นคง เช่น การส่งเสริม พัฒนาสินค้าของชาวบ้านนำมาจำหน่ายผ่านช่องทางต่างๆ ของมูลนิธิฯ หรือการสนับสนุนให้ผู้ประสบภัยเข้าถึงการจำหน่ายสินค้าของตนเองผ่านระบบออนไลน์ เป็นต้น

วีระศักดิ์ โควสุรัตน์ ได้ให้รายละเอียดสิ่งที่น่าสนใจภายในงาน “เพื่อนพึ่ง (ภาฯ) 2565” กล่าวว่าในงานปีนี้ ร้านพึ่งพา ยังคงมีสินค้ายอดฮิตอย่าง “ตับบดเสวย” ซึ่งเป็นตับบดสูตรพิเศษของพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี กรมหมื่นสุทธนารีนาถองค์นายกกิตติมศักดิ์ตลอดชีพ มาจำหน่ายเช่นเคย รวมถึงผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ เช่น เสื้อคอกลม เสื้อคอปก กระเป๋าที่ผลิตจากเส้นใยพลาสติก upclycling จึงช่วยลดขยะลดโลกร้อน หรือเส้นใยที่ได้จากขยะพลาสติก ชุดน้ำชา (Snack Tray) ลายกล้วยไม้โสมสวลี ผลิตภัณฑ์ของร้าน “PAfé สุขที่ได้แบ่งปัน” ซึ่งอยู่ที่อาคารมหินทรเดชานุวัฒน์ สำนักงานแห่งใหม่ของมูลนิธิฯ ที่จำลองบรรยากาศมาให้ได้สัมผัส อาทิ เครื่องดื่มชา กาแฟ และเบเกอรี่ รวมไปถึงร้านค้าจากร้านค้าในโครงการส่วนพระองค์และร้านพระบรมวงศานุวงศ์ และร้านค้ากิตติมศักดิ์ กว่า 100 ร้าน

ฉัตรชัย พรหมเลิศ กล่าวถึงสถานที่จัดงานและความสะดวกในการเดินทาง ว่า งานเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) จัดขึ้นเป็นปีที่ 11 สำหรับงานเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) 2565 เป็นปีที่สองที่จัดขึ้นที่ สวนสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ ซึ่งสถานที่จัดงานนับว่ามีความพิเศษเพราะเป็นสวนสาธารณะที่มีความร่มรื่นด้วยไม้ดอกไม้ประดับนานาพันธุ์ และยังเดินทาง ได้สะดวกสำหรับผู้นำยานพาหนะมาก็มีสถานที่จอดรถอย่างเพียงพอทั้งภายในลานจอดรถของสวนฯ หรือจะจอดได้ที่ศูนย์การค้าใกล้เคียง และสำหรับผู้ใช้บริการขนส่งสาธารณะก็มีรถเมล์ที่วิ่งผ่าน หรือมาโดยรถไฟฟ้า BTS ลงได้ที่สถานีหมอชิต หรือรถไฟฟ้าใต้ดิน ลงได้ที่สถานีสวนจตุจักร และสถานีกำแพงเพชร ซึ่งจะมีรถเวียนรับ-ส่งต่อเนื่อง

ฐิติวัฒน์ ว่องวรรณกุล ได้เผยถึงความก้าวหน้าในการดำเนินงานของมูลนิธิฯ ที่ได้มีการนำนวัตกรรม เทคโนโลยีต่างๆ มาใช้ในภารกิจของมูลนิธิ ซึ่งจะนำมาจัดแสดงนิทรรศการภายในงานครั้งนี้ กล่าวว่าในการบรรเทาทุกข์ เฝ้าระวัง ฟื้นฟู เมื่อเราช่วยเหลือประชาชนแล้วเราจะต้องไม่สร้างภาระให้กับโลกใบนี้มูลนิธิฯ จึงได้ร่วมกับหลายหน่วยงานในการคิดค้นพัฒนานวัตกรรมนำมาใช้ในภารกิจต่างๆ เช่น กล่องอาหารที่นำไปแจกจ่ายแก่ผู้ประสบภัย จากเดิมที่เป็นกล่องโฟมไม่สามารถย่อยสลายได้ ก็เปลี่ยนมาเป็นกล่องชานอ้อย แต่ก็พบว่ามีวัสดุที่ดีกว่าปัจจุบันเปลี่ยนมาเป็นกล่องกระดาษที่สามารถย่อยสลายได้ ถุงยังชีพปัจจุบันเป็นถุงยังชีพที่ผลิตจากเส้นใยพลาสติก upclycling มีความทนทานไม่ขาดง่ายเมื่อบรรจุสิ่งของลงไป เมนูไก่ทอดซึ่งเป็นอีกหนึ่งเมนูประจำที่ปรุงแจกจ่ายผู้ประสบภัย ปัจจุบันเปลี่ยนจากการทอดในกระทะซึ่งต้องใช้น้ำมันจำนวนมากมาใช้หม้อทอดที่สามารถทอดได้โดยไม่ต้องใช้น้ำมัน ลดเวลาในการปรุง แต่คงคุณค่าทางอาหาร เป็นต้น จึงขอเชิญชวนทุกท่านมาเที่ยวชม และอุดหนุนผลิตภัณฑ์ต่างๆ ภายในงาน

งาน “เพื่อนพึ่ง (ภาฯ) 2565” จัดขึ้นภายใต้แนวคิด “เพื่อนไม่ทิ้งกัน ในยามยาก” โดยถอดแบบโครงสร้าง “อาคารมหินทรเดชานุวัฒน์”ที่ตั้งสำนักงานแห่งใหม่ของมูลนิธิฯ มาไว้ในงาน แสดงถึงการยกระดับการทำงานของมูลนิธิฯ ในโอกาสก้าวเข้าสู่ปีที่ 27 ในปีนี้ เพื่อมุ่งสู่การเป็น “ศูนย์กลางการเป็นเลิศด้านการบรรเทาทุกข์ และจัดการภัยพิบัติอันเกิดจากอุทกภัย (Center of Excellence in Flood Relief and Management)” ตามพระนโยบายของสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ประธานกรรมการมูลนิธิฯ

นิทรรศการในปีนี้ จัดแสดงภาพรวมการดำเนินภารกิจการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยอย่างครบวงจรและยั่งยืน ยังจัดแสดงให้เห็นถึงความก้าวหน้าและนวัตกรรมในการทำงานของมูลนิธิฯ ตั้งแต่ “การเฝ้าระวังก่อนเกิดอุทกภัย” เพื่อลดความสูญเสียต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนในพื้นที่ประสบอุทกภัย “การบรรเทาทุกข์ระหว่างเกิดอุทกภัย” ซึ่งเป็นภารกิจที่มูลนิธิฯ ดำเนินการเองเป็นหลัก และ “การฟื้นฟูหลังเกิดอุทกภัย” เพื่อให้ผู้ประสบอุทกภัยสามารถกลับมาใช้ชีวิตอย่างปกติสุข และมีรายได้เลี้ยงตนเองและครอบครัวได้อย่างยั่งยืน ในส่วนของการออกร้าน นอกจากร้านพึ่งพา และร้าน “PAfé สุขที่ได้แบ่งปัน” ยังมีร้านค้าในโครงการส่วนพระองค์และร้านพระบรมวงศานุวงศ์ และร้านค้ากิตติมศักดิ์และร้านเครือข่ายที่ยกขบวนสินค้าราคาพิเศษมาร่วมออกร้าน รวมทั้งสิ้นกว่า 100 ร้าน รวมถึง “ตลาดย้อนยุค” โดยมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ที่รวบรวมร้านอาหารชื่อดังมาเพิ่มสีสัน ความสนุกสนานให้กับงานฯ ในปีนี้

ชมการปรุงอาหารจากรถประกอบอาหาร“รถเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ช่วยด้วยใจ คนไทยไม่ทิ้งกัน” นำเมนูสูตรประทานของพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี กรมหมื่นสุทธนารีนาถ องค์นายกกิตติมศักดิ์ตลอดชีพของมูลนิธิฯ มาเปิดโอกาสให้ได้ชิมและร่วมบริจาคสมทบมูลนิธิฯ การสาธิตช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยจากทีมเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) อาสา ปฏิบัติการภัยพิบัติ การแสดงดนตรีในสวนของนิสิตนักศึกษาจากมหาวิทยาลัยต่างๆที่สับเปลี่ยนมาจัดแสดงในแต่ละวัน ร่วมแบ่งปันสมทบทุนช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยกับมูลนิธิฯ ผ่านกิจกรรมจัดถุงยังชีพฯ พร้อมถ่ายรูปใส่กรอบเป็นที่ระลึกโดยถุงยังชีพฯ จะถูกส่งต่อไปยังผู้ประสบอุทกภัยต่อไปโดยรายได้จากการจัดงานจะนำไปสมทบช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยต่อไป

“เพราะเพื่อนไม่ทิ้งกัน ในยามยาก” ห้ามพลาดไปชม ช้อป แล้วแชร์ ในงาน “เพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ประจำปี 2565”วันที่ 2-11 ธันวาคม เวลา 09.00-20.00 น. ณ สวนสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร

นิทรรศการ‘คันฉ่องส่องเพ็ชร์’ยลความวิจิตรของงานช่างเมืองเพชรบุรีผ่านศีรษะ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/694659

นิทรรศการ‘คันฉ่องส่องเพ็ชร์’ยลความวิจิตรของงานช่างเมืองเพชรบุรีผ่านศีรษะ

นิทรรศการ‘คันฉ่องส่องเพ็ชร์’ยลความวิจิตรของงานช่างเมืองเพชรบุรีผ่านศีรษะ

วันจันทร์ ที่ 28 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565, 06.00 น.

สถาบันพิพิธภัณฑ์ศิลปกรรมแห่งชาติ จัดงานนิทรรศการ “คันฉ่องส่องเพ็ชร์ : มรดกภูมิปัญญาแห่งพริบพรี” นำเสนอผลงานหัตถศิลป์พื้นบ้านอันเป็นเอกลักษณ์ของจังหวัดเพชรบุรี ตามนโยบายของศาสตราจารย์ (พิเศษ) ดร.เอนก เหล่าธรรมทัศน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ในการเผยแพร่ มรดกภูมิปัญญาและวัฒนธรรมผ่านการแสดงนิทรรศการในพิพิธภัณฑ์ ภายใต้สถาบันพิพิธภัณฑ์ศิลปกรรมแห่งชาติ เป็นการจัดนิทรรศการงานหัตถศิลป์ตามภูมิภาคต่างๆ ครั้งที่ 3ในจังหวัดภาคกลาง โดยครั้งแรกจัดขึ้นในจังหวัดขอนแก่น และครั้งที่สองในจังหวัดลำปาง โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อถอดองค์ความรู้ทางด้านงานหัตถศิลป์ในแต่ละท้องถิ่นมาถ่ายทอดและนำเสนอผ่านงานนิทรรศการ

รศ.ดร.น้ำฝน ไล่สัตรูไกล ผู้อำนวยการและภัณฑารักษ์ของนิทรรศการ และทีมนักวิจัยได้มีการสำรวจและเก็บข้อมูลร่วมกับทีมงานมหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบุรี จึงเป็นที่มาของแนวความคิดการจัดนิทรรศการ “คันฉ่องส่องเพ็ชร์ : มรดกภูมิปัญญาแห่งพริบพรี” กล่าวว่า งานนิทรรศการที่จัดขึ้นครั้งนี้จึงต้องการที่จะถ่ายทอดองค์ความรู้และสุนทรียะผ่านงานช่างหัตถศิลป์อันเป็นมรดกภูมิปัญญาของชาวเพชรบุรี ภายใต้แนวคิดของศีรษะหรือของสูง ที่สะท้อนผ่านคันฉ่องอันเป็นหนึ่งในงานช่างที่เป็นเอกลักษณ์ของเพชรบุรี ซึ่งวัตถุที่นำมาจัดแสดงในนิทรรศการจะสะท้อนเรื่องราวทั้งแง่วิถีชีวิตและความเชื่อของชาวเพชรบุรีที่มีต่อทั้งธรรมชาติและศาสนา อาทิ คันฉ่องฝังลายไม้มูกงานปูนปั้น หัวละครชาตรี หัววัว งานฉลุกระดาษ หนังใหญ่ และเทียนแห่นาค ซึ่งจะเป็นคันฉ่องที่จะสะท้อนฉายภาพและพาทุกท่านไปดื่มด่ำกับความงามของงานช่างหัตถศิลป์ท้องถิ่นที่ไม่เคยได้สัมผัสและพบเห็นจากที่ไหนมาก่อนอย่างแน่นอน

ในงานนิทรรศการได้แบ่งพื้นที่จัดแสดงออกเป็น 3 ส่วน โดยแต่ละส่วนจะมีเรื่องราวที่แตกต่างกันไปแต่จะร้อยเรียงเชื่อมโยงกันผ่านวิถีชีวิตและความเชื่อของชาวเพชรบุรีที่ถ่ายทอดผ่านบริบทของศีรษะและของสูง โดยในห้องจัดแสดงใหญ่นี้จะจัดแสดงเรื่องราวที่เกี่ยวข้องกับงานช่างหัตถศิลป์ของเพชรบุรีที่มีทั้งงานช่างท้องถิ่นและงานช่างที่ผสมผสานกับความเป็นชาววังหรืองานหลวงลงไป

สิ่งที่พลาดชมไม่ได้เลยคงจะหนีไม่พ้น งานคันฉ่องฝังลายไม้มูก ที่เป็นชื่อของงานนิทรรศการครั้งนี้ เป็นการประยุกต์ใช้เทคนิคการใช้ไม้เนื้ออ่อนฝังลงในเนื้อแข็ง เป็นเทคนิคลวดลายเอกลักษณ์ของชาวเพชรบุรี นอกจากคันฉ่องในห้องนี้ยังมี ทั้งเทียนแห่นาค ซึ่งเป็นหนึ่งในงานช่างหัตถศิลป์เฉพาะท้องถิ่นของชาวเพชรบุรีที่หาชมที่ไหนไม่ได้อีกแล้ว ต้องมาชมที่เพชรบุรีเท่านั้น

อีกทั้งยังมี หัวละครชาตรี เป็นอุปกรณ์สำหรับการประกอบการแสดงละครชาตรีเมืองเพชร ซึ่งถือเป็นศิลปะการแสดงพื้นบ้านอย่างหนึ่งของชาวเพชรบุรี ซึ่งละครชาตรีของเมืองเพชรบุรีนั้นมีโอกาสได้ถวายการแสดงต่อหน้าพระพักตร์บ่อยครั้ง เมื่อครั้งพระมหากษัตริย์เสด็จฯแปรพระราชฐานมายังเมืองเพชรบุรี, หนังใหญ่ หนึ่งในมรดกภูมิปัญญาอันล้ำค่าของเพชรบุรี ซึ่งถือว่าเป็นการแสดงชั้นสูงที่รวบรวมวิทยาการทางศิลปะหลากหลายแขนงไว้ด้วยกัน หนึ่งในนั้นก็คืองานหัตถศิลป์ของการตอกหนังใหญ่ และปูนปั้น งานช่างแห่งเมืองเพชร รายการวัตถุจัดแสดงที่จะพลาดชมไม่ได้เลยในห้องจัดแสดงนี้ คือ หัวปูนปั้นเทวดาและครุฑ ซึ่งเป็นงานปูนปั้นตั้งแต่ครั้นสมัยรัชกาลที่ 3และหน้าบันปูนปั้นจำลองที่ถูกสร้างขึ้นใหม่โดยครูช่างชั้นครูของเพชรบุรี

รูปหัววัวลาน จากวิถีเกษตรกรรม สู่งานช่างหัตถศิลป์แห่งความผูกพัน ห้องจัดแสดงนี้ถือเป็นห้องที่ทางผู้จัดนิทรรศการภูมิใจนำเสนอเรื่องราวอีกบทหนึ่งที่เกี่ยวข้องกับเพชรบุรี ที่ทุกท่านอาจจะไม่เคยได้รู้มาก่อนคือ เรื่องของการเลี้ยงวัว ซึ่งถือได้ว่าเป็นส่วนหนึ่งของวิถีชีวิตคนเมืองเพชรเลยก็ว่าได้ ทั้งใช้ในการเกษตรทำไร่ไถ่นา หรือใช้เป็นพาหนะบรรทุกสิ่งของ ความผูกพันของชาวเพชรบุรีและวัวเป็นความผูกพันที่มีสัมพันธ์กันอย่างแนบแน่น วัวเปรียบเสมือนสมาชิกคนหนึ่งของครอบครัวพวกเขา เมื่อวัวตายลงเจ้าของวัวก็จะเก็บกะโหลกของวัวเป็นที่ระลึกถึง ก่อนที่จะมีการนำงานศิลปะเข้าไปผสมผสาน จนเป็นหนึ่งในงานที่มีลักษณะเฉพาะตัวของหัววัวแต่ละหัวที่แตกต่างกันไปตามวัวแต่ละตัวและการปั้นหัวของช่างปั้น

งานนิทรรศการครั้งนี้ ได้นำร่องผ่านการสร้างสรรค์งานปั้นหัววัวลานกับงานสมัยใหม่โดยศิลปินหลายท่าน ได้แก่ ศ.สุธี คุณาวิชยานนท์, ชลิต นาคพะวัน, สุนทร จันทรนิเวศน์ และปัญจพลอัศวลาภนิรันดร จากทางทีมสถาบันพิพิธภัณฑ์ศิลปกรรมแห่งชาติและ ผศ.ดร.สุธิดา บุตรแขก, กิตติพันธุ์ ชินวรรณโชติ และ ดร.สรไกร เรืองรุ่ง จากทีมของมหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบุรี ซึ่งศิลปินผู้ออกแบบและสร้างสรรค์งานศิลปะแต่ละท่านมีความชำนาญที่หลากหลายและแตกต่างกันไปตามแต่ละแขนง อาทิ งานประดับผ้ากับหัววัวลาน งานสร้างสรรค์หัววัวจากโลหะ เป็นต้นภายในงานยังมีการถอดสุนทรียะของงานหัตถศิลป์สกุลช่างเพชรบุรี โดย ศ.เกียรติคุณ ปรีชา เถาทอง ศิลปินแห่งชาติ และมีการจัดกิจกรรมอบรมทักษะงานหัตถศิลป์ท้องถิ่นอันควรค่าแก่การอนุรักษ์รักษาไว้ให้คงอยู่ต่อไปคู่กับเพชรบุรีและประเทศของพวกเรา

ผู้ที่สนใจสามารถเข้าชมนิทรรศการ “คันฉ่องส่องเพ็ชร์ : มรดกภูมิปัญญาแห่งพริบพรี” ได้ทุกวัน ตั้งแต่เวลา 10.00-18.00 น. ระหว่างนี้จนถึงวันที่ 20 ธันวาคม 2565 ณ หอวัฒนธรรมเฉลิมพระเกียรติ มหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบุรี

พม.จัดงานรณรงค์ยุติความรุนแรงต่อเด็ก สตรี และบุคคลในครอบครัว

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/694667

พม.จัดงานรณรงค์ยุติความรุนแรงต่อเด็ก สตรี และบุคคลในครอบครัว

พม.จัดงานรณรงค์ยุติความรุนแรงต่อเด็ก สตรี และบุคคลในครอบครัว

วันจันทร์ ที่ 28 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565, 06.00 น.

กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ โดย นายอนุกูล ปีดแก้ว ปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เป็นประธานในกิจกรรมรณรงค์ยุติความรุนแรงต่อเด็ก สตรี และบุคคลในครอบครัว พร้อมด้วยนางจินตนา จันทร์บำรุง อธิบดีกรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว ผู้จัดงานรณณรงค์ยุติความรุนแรงต่อเด็ก สตรี และบุคคลภายในครอบครัว ภายใต้แนวคิด “R-E-S-P-E-C-T : สร้างการยอมรับต่อความเท่าเทียม” พร้อมทั้งร่วมประกาศเจตนารมณ์ยุติความรุนแรงต่อเด็ก สตรี และบุคคลภายในครอบครัว โดยผู้แทน 27 หน่วยงานที่ร่วมลงนามบันทึกความร่วมมือ (MOU) การดำเนินงานป้องกันและแก้ไขปัญหาความรุนแรงต่อเด็ก สตรีและบุคคลในครอบครัว ร่วมกับภาคีเครือข่าย3 หน่วยงาน อีกทั้งเป็นประธานในพิธีมอบโล่เชิดชูเกียรติ “บุคลากร/หน่วยงานที่สนับสนุนและส่งเสริมการยุติความรุนแรงต่อเด็ก สตรี และบุคคลในครอบครัว ประเภทองค์กร 5 รางวัล และประเภทบุคคล 5 รางวัล

การประกาศเจตนารมณ์ยุติความรุนแรงต่อเด็ก สตรี และบุคคลในครอบครัว ร่วมกันระหว่างภาคีเครือข่าย 30 หน่วยงาน เพื่อส่งเสริมให้สังคมไทยยุติความรุนแรงต่อเด็ก สตรี และบุคคลในครอบครัว ด้วยการเสริมสร้างทักษะความสัมพันธ์ที่ดีในครอบครัว สนับสนุนการเสริมพลังให้แก่สตรี โดยเฉพาะผู้ถูกกระทำความรุนแรง ผลักดันการจัดบริการที่ดีและเข้าถึงง่ายให้แก่สตรีและครอบครัว สร้างความเข้มแข็งทางเศรษฐกิจแก่ครอบครัว สร้างสภาพแวดล้อมที่เป็นมิตรและเหมาะสมในชุมชนและสังคม การป้องกันและคุ้มครองเด็กและเยาวชน การเคารพและยอมรับความแตกต่าง และการสร้างทัศนคติที่ดี ความเชื่อที่ถูกต้อง โดยจะไม่ยอมรับ ไม่นิ่งเฉย ไม่กระทำความรุนแรงต่อเด็ก สตรี และบุคคลในครอบครัว เพื่อให้สังคมไทยไร้ความรุนแรงทุกรูปแบบ เป็นสังคมแห่งความเสมอภาคเท่าเทียมกัน บนรากฐานสถาบันครอบครัวที่เข้มแข็งอย่างยั่งยืน

การมอบโล่เชิดชูเกียรติ “บุคลากร/หน่วยงานที่สนับสนุนและส่งเสริมการยุติความรุนแรงต่อเด็ก สตรี และบุคคลในครอบครัว ประเภทองค์กร 5 รางวัล และประเภทบุคคล 5 รางวัล ประกอบด้วย ประเภทบุคคล 5 รางวัล ได้แก่ 1.ศาสตราจารย์ นายแพทย์รณชัย คงสกนธ์ รองประธานกรรมการคนที่ 2 ในคณะกรรมการนโยบายและยุทธศาสตร์ครอบครัวแห่งชาติ กรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ประธานคณะกรรมการส่งเสริมและพัฒนาครอบครัวกรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว และผู้อำนวยการศูนย์จัดการความรู้ความรุนแรงในครอบครัวคณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี, นายสาโรชนักเบศร์ อัยการอาวุโส ศูนย์อัยการคุ้มครองสิทธิเด็กเยาวชน และสถาบันครอบครัว, พลตำรวจตรี ฐิตวัฒน์สุริยฉาย ผู้บังคับการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี 4 สำนักงานตำรวจแห่งชาติ, นางวรภัทร แสงแก้ว หัวหน้ากลุ่มงานสังคมสงเคราะห์ โรงพยาบาลปทุมธานี, นางสาวขวัญเรือน ฉิมทอง เจ้าหน้าที่ศูนย์ปฏิบัติการเพื่อป้องกันการกระทำความรุนแรงในครอบครัวสำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดราชบุรี

ประเภทหน่วยงาน องค์กร 5 รางวัล ได้แก่ 1. สมาคมส่งเสริมสถานภาพสตรีในพระอุปถัมภ์ พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี กรมหมื่นสุทธนารีนาถ 2.สมาคมบัณฑิตสตรีทางกฎหมายแห่งประเทศไทยในพระบรมราชินูปถัมภ์ 3.สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) 4.มูลนิธิส่งเสริมความเสมอภาคทางสังคม 5. มูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรี โดยมีข้าราชการ เจ้าหน้าที่ และภาคีเครือข่ายที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมงานดังกล่าว

ประสบความสำเร็จล้นหลาม 2 งานใหญ่หนุนความก้าวหน้าทางดิจิทัล

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/694668

ประสบความสำเร็จล้นหลาม 2 งานใหญ่หนุนความก้าวหน้าทางดิจิทัล

ประสบความสำเร็จล้นหลาม 2 งานใหญ่หนุนความก้าวหน้าทางดิจิทัล

วันจันทร์ ที่ 28 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565, 06.00 น.

ประสบความสำเร็จอย่างล้นหลาม สำหรับงานดิจิเทค อาเซียน ไทยแลนด์ 2022 (DigiTech ASEAN Thailand) งานแสดงสินค้าและสัมมนาด้านเทคโนโลยีและดิจิทัลแห่งอาเซียน และงาน ไทยแลนด์ ไลฟ์ลอง เลิร์นนิ่ง แอนด์ เอดยุเคชั่น เอ็กซ์โป มหกรรมการเรียนรู้เพื่อพัฒนาทักษะและอาชีพอย่างยั่งยืน โดยมี ดร.ณัฐพล ณัฏฐสมบูรณ์ รองปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมพร้อมด้วย ดร.จันทร์เพ็ญ เมฆาอภิรักษ์ ผู้ตรวจราชการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ดร.ปรีสาร รักวาทิน ผู้ช่วยผู้อำนวยการใหญ่สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล และตัวแทนพันธมิตรธุรกิจ ร่วมทำพิธีเปิดงานอย่างเป็นทางการ

นับเป็นโอกาสดีที่ทุกคนจะได้กลับมาพบปะกันบนพื้นที่จริงอีกครั้ง หลังสถานการณ์โควิด-19 คลี่คลาย ได้รับผลตอบรับที่ดีมีผู้สนใจจากองค์กร หน่วยงานด้านการพัฒนาดิจิทัลและการศึกษา เข้าร่วมงานกว่า 20,000 ราย ณ อาคาร 8 ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุมอิมแพ็ค เมืองทองธานี โดย นายลอย จุน ฮาว ผู้จัดการทั่วไป บริษัท อิมแพ็ค เอ็กซิบิชั่น แมเนจเม้นท์ จำกัดกล่าวถึงความร่วมมือภาครัฐ-เอกชน ในการจัดงานดิจิเทค อาเซียน ไทยแลนด์ และ ไทยแลนด์ ไลฟ์ลอง เลิร์นนิ่ง แอนด์ เอดยุเคชั่น เอ็กซ์โป 2022 ว่า นับเป็นความน่ายินดีอย่างมากที่ทุกภาคส่วนได้ให้ความสำคัญในการพัฒนาทางด้านเทคโนโลยีดิจิทัล และการพัฒนาศักยภาพของบุคคลไปพร้อมกัน ซึ่งเป็นตัวขับเคลื่อนการเติบโตของธุรกิจและเศรษฐกิจประเทศ รวมไปถึงความเป็นอยู่ที่ดีของคนในสังคมอนาคต

การจัดงานดิจิเทค อาเซียน ไทยแลนด์ 2022 (DigiTech ASEAN Thailand) ถืองานแสดงสินค้าและสัมมนาด้านเทคโนโลยีและดิจิทัลแห่งอาเซียน ซึ่งรวมผู้ประกอบการเทคโนโลยีดิจิทัลและระบบการจัดการในอุตสาหกรรมต่างๆ กว่า 150 แบรนด์ชั้นนำมาจัดแสดงสินค้าในที่เดียว ช่วยให้ทุกองค์กรได้มีโอกาสเปิดโลกทัศน์ ได้เรียนรู้ และสัมผัสเทคโนโลยีดิจิทัลล่าสุด ไม่ว่าจะเป็นซอฟต์แวร์เพื่อธุรกิจ, ปัญญาประดิษฐ์, ความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์, อีคอมเมิร์ซและการตลาดดิจิทัล, ดาต้าและคลาวด์, สมาร์ทโซลูชั่นส์และไอโอที รวมไปถึงเทคโนโลยี 5G และเครือข่าย ภายใต้ธีม “Connecting You with the Global Tech and Digital Community”นอกจากนี้ ยังมีการจัดสัมมนาวิชาการในหลากหลายประเด็นน่าสนใจรวมทั้งหมดกว่า 80 หัวข้อ เพื่อเป็นความรู้ต่อยอดการพัฒนาเศรษฐกิจและเพื่อการเติบโตของธุรกิจดิจิทัลในภูมิภาค

ในส่วนของงานไทยแลนด์ ไลฟ์ลอง เลิร์นนิ่ง แอนด์ เอดยุเคชั่น เอ็กซ์โป 2022 (Thailand Lifelong Learning & Education Expo ) หรือ มหกรรมการเรียนรู้เพื่อพัฒนาทักษะและอาชีพอย่างยั่งยืน มุ่งเน้นสร้างความตระหนักและให้ความสำคัญเรื่องการเรียนรู้ตลอดชีวิต การพัฒนาและการต่อยอดทักษะ การปรับใช้เทคโนโลยีเพื่อพัฒนาตนเอง และการศึกษาในประเทศไทย ภายในงานนี้ได้รวมผู้ประกอบการกว่า 200 บริษัทชั้นนำมานำเสนอโปรแกรมการอัปสกิลและรีสกิล รวมถึงยังมีการจัดฝึกอบรม สัมมนา การให้คำปรึกษาต่างๆอีกทั้ง ยังมีโปรแกรมเจรจาธุรกิจที่เปิดโอกาสในการขยายและสร้างเครือข่ายทางธุรกิจ เวิร์กช็อปเพื่อพัฒนาและต่อยอด สกิลจากผู้เชี่ยวชาญและหน่วยงานชั้นนำด้านการศึกษา พร้อมการสัมมนาจากกูรูชั้นนำที่จะมาร่วมบรรยายในหลากหลายแง่มุม ด้านการศึกษาตลอดชีวิต การพัฒนาทักษะ Upskill Reskill ไว้มากกว่า 50 รายคลอบคลุม 80 หัวข้อที่น่าสนใจ

รู้เรื่องยากับเภสัชจุฬาฯ : สมุนไพร คุณอนันต์ โทษมหันต์

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/694714

รู้เรื่องยา

วันจันทร์ ที่ 28 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565, 06.00 น.

ของทุกอย่างบนโลกนี้มีความดีและความไม่ดีในตัวเองทุกชนิด สมุนไพรไทยก็เช่นกัน มีคุณวิเศษ แต่ก็มีภัยมีพิษมาก หากใช้ผิด

ทุกวันนี้ คนไทยนิยมใช้สมุนไพรมากขึ้น แม้กระทั่งในช่วงการแพร่ระบาดไวรัสโควิด-19 ก็ใช้ฟ้าทะลายโจรกันมากมาย และรัฐบาลสนับสนุนการใช้สมุนไพรหลายประเภท ทำให้หลายคนเห็นว่าสมุนไพรจากธรรมชาติเป็นสิ่งปลอดภัย ปลอดจากสารเคมี จึงเชื่อเอาเองว่าน่าจะปลอดภัยกว่ายาแผนปัจจุบัน 

ในความเป็นจริงนั้น วิธีคิดแบบนี้ไม่ถูกเสมอไป ไม่สามารถยืนยันได้ว่าสมุนไพรพืชที่มาจากธรรมชาติจะปลอดภัยร้อยเปอร์เซ็นต์ ยกตัวอย่าง เห็ดพิษที่กินแล้วเสียชีวิต หรือกรณีใบ ดอก เมล็ดต้นยี่โถมีสารกลุ่มคาดิแอคไกลโคไซด์ (cardiac glycoside) เป็นพิษต่อหัวใจ จะเห็นได้ว่าทั้งคู่ต่างมาจากธรรมชาติ แต่พิษร้ายกาจมาก

วันนี้จะเล่ามุมมองเกี่ยวกับสมุนไพรอีกมิติหนึ่ง สิ่งแรกที่เราต้องเข้าใจคือเมื่อเรารับประทานอะไรเข้าไปก็ตามไม่ว่าสิ่งนั้นจะเป็นสิ่งที่ได้จากธรรมชาติ เช่น พืช หรือตัวยาเคมีสังเคราะห์ ถ้ารับประทานเข้าไปแล้วมีการตอบสนองต่อร่างกาย เช่น ลดไข้ รักษาโควิด-19 ได้ บรรเทาอาการท้องอืดท้องเฟ้อได้ แสดงว่าจะต้องมีสารเคมีที่ออกฤทธิ์กับร่างกาย อยู่ที่ว่าจะเป็นสารเคมีที่ถูกผลิตจากพืชหรือสารเคมีสังเคราะห์ เช่น น้ำชาจีนแก่จัดสามารถช่วยบรรเทาอาการท้องเดิน หรือทำให้ท้องผูกได้ เนื่องจากมีสารในกลุ่มแทนนิน ซึ่งมีฤทธิ์การฝาดสมาน และช่วยรักษาทางเดินอาหาร ในขณะที่ใบและฝักของมะขามแขก มีสารเคมีจำพวก sennoside A และ B มีฤทธิ์เป็นยาระบาย หรือขิงมีสารเคมีที่มีฤทธิ์ในการขับลม สารเคมีจากธรรมชาติเหล่านี้ แม้จะไม่ได้ถูกสังเคราะห์โดยมนุษย์ แต่เมื่อรับประทานเข้าไป สารเคมีต้องถูกดูดซึม และผ่านตับเพื่อเปลี่ยนแปลงและขับออกจากร่างกาย เช่น ขับออกทางปัสสาวะโดยไต รวมถึงยังมีฤทธิ์ที่ไม่พึงประสงค์หรือที่เรียกว่าผลข้างเคียงเหมือนยาแผนปัจจุบันเช่นกัน 

ดังนั้น การรับประทานผลิตภัณฑ์สมุนไพรโดยไม่ถูกต้อง หรือรับประทานผลิตภัณฑ์ที่ไม่มีการควบคุมคุณภาพการผลิตที่ดี จะส่งให้เกิดผลเสียต่อร่างกาย ผู้ผลิตผลิตภัณฑ์สมุนไพรจะต้องมีความรู้ตั้งแต่การเลือกสมุนไพรที่ถูกต้อง เช่น ชนิดสมุนไพร ช่วงอายุที่เหมาะสม เนื่องจากช่วงอายุที่ต่างกัน สารออกฤทธิ์ก็ไม่เท่ากัน หรือให้ฤทธิ์ต่างกัน เช่น กล้วยดิบมีสารฝาดจำพวกแทนนิน มีฤทธิ์ช่วยบรรเทาอาการท้องเสีย และมีสารเคมีที่เชื่อว่าใช้บรรเทาอาการกระเพาะอาหารอักเสบ แต่ในกล้วยสุกกลับมีสารจำพวกเพกตินที่ช่วยในระบาย เป็นต้น 

ส่วนของสมุนไพรที่จะนำมาใช้ก็มีความสำคัญ เพราะแต่ละส่วนก็จะมีสารเคมีที่ต่างกัน ให้การออกฤทธิ์ไม่เหมือนกัน เช่น ใบว่านหางจระเข้ใช้เป็นยาดำ มีสารจำพวกที่ให้ฤทธิ์เป็นยาระบาย แต่ส่วนของวุ้นจากใบมีฤทธิ์ในการบรรเทาอาการปวดแสบปวดร้อนจากน้ำร้อนลวก เป็นต้น 

นอกจากนี้ การควบคุมปริมาณของสารเคมีหรือสารสำคัญก็เป็นสิ่งสำคัญเพื่อป้องกันไม่ให้ผู้บริโภคได้รับอันตรายจากการออกฤทธิ์และผลข้างเคียงมากเกินไป รวมถึงการควบคุมปริมาณของสารปนเปื้อนต่างๆ เนื่องจากพื้นที่ที่ปลูกสมุนไพรบางชนิดอาจมีโลหะหนัก หรือสารปนเปื้อนอื่นๆ ที่มาจากกระบวนการผลิต และการควบคุมคุณภาพในการเก็บรักษา เพราะอาจเกิดปัญหาจากการปนเปื้อนจากเชื้อไม่ว่าจะเป็นแบคทีเรียหรือเชื้อรา 

ในฐานะผู้บริโภค จำเป็นต้องเลือกซื้อผลิตภัณฑ์สมุนไพรจากแหล่งที่น่าเชื่อถือ การอ่านข้อมูลบนฉลากของผลิตภัณฑ์สมุนไพรยังเป็นสิ่งที่จำเป็นไม่ต่างกับการใช้ยาแผนปัจจุบัน และอีกสิ่งหนึ่งที่ต้องพึงระวังคือการรับประทานสมุนไพรร่วมกับยาแผนปัจจุบันที่รับประทานอยู่ เพราะผลิตภัณฑ์สมุนไพรมีสารเคมีที่ออกฤทธิ์ ซึ่งอาจส่งผลให้เกิดปัญหายาตีกัน หรือผลิตภัณฑ์สมุนไพรเองก็อาจไปตีกับผลิตภัณฑ์สมุนไพรด้วยกัน ผู้ที่มีโรคประจำตัวและรับประทานยาอยู่จึงควรปรึกษาแพทย์และเภสัชกรก่อนใช้ผลิตภัณฑ์สมุนไพร และขอให้เข้าใจว่าการรับประทานอะไรที่มากเกินไปย่อมไม่เกิดผลดี 

ความเข้าใจที่ว่าสมุนไพรเป็นสิ่งที่ได้มาจากธรรมชาติและไม่มีอันตรายใดๆ ไม่ใช่เรื่องจริงเสมอไป เพราะฉะนั้นหากได้ยินคำโฆษณาที่ว่า “ปลอดภัย เพราะมาจากธรรมชาติไม่มีสารเคมี” นั่นอาจเป็นคำโฆษณาเกินจริง ย้ำว่าไม่มีสิ่งใดที่ปลอดภัยร้อยเปอร์เซ็นต์ จึงต้องใช้ด้วยความระมัดระวังเสมอ

ผศ.ภก.ดร.บดินทร์ ติวสุวรรณ

คณะเภสัชศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

เอ็ม บี เค เซ็นเตอร์ เปิดไฟต้นคริสต์มาส SPARKLING HAPPINESS แสงระยิบวิบวาวเปล่งประกายแห่งความสุขในธีม DISCO

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/694687

เอ็ม บี เค เซ็นเตอร์ เปิดไฟต้นคริสต์มาส SPARKLING HAPPINESS  แสงระยิบวิบวาวเปล่งประกายแห่งความสุขในธีม DISCO

เอ็ม บี เค เซ็นเตอร์ เปิดไฟต้นคริสต์มาส SPARKLING HAPPINESS แสงระยิบวิบวาวเปล่งประกายแห่งความสุขในธีม DISCO

วันจันทร์ ที่ 28 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565, 06.00 น.

ฤดูกาลแห่งความสุขเริ่มขึ้นแล้ว ศูนย์การค้าเอ็ม บี เค เซ็นเตอร์ ขนทัพศิลปินไอดอลกว่า 30 ชีวิตร่วมเฉลิมฉลองเปิดไฟต้นคริสต์มาสในงาน SPARKLING HAPPINESS โดยปีนี้รังสรรค์ขึ้นในธีม DISCO ที่มีการนำ Disco Mirror Ball กว่า 300 ลูกเนรมิตต้นคริสต์มาส SPARKLING HAPPINESS ตั้งตระหง่านวิบวาวระยิบระยับเปล่งประกายทอแสงแห่งความสุข เคียงข้างด้วย Giant Santa และ ซุ้ม Snow Man นำความสดใสมาสร้างรอยยิ้มและความสนุกสนานให้กับทุกคนในช่วงเทศกาลคริสต์มาสและปีใหม่ที่กำลังจะมาถึงนี้

สำหรับการสร้างสรรค์ ต้นคริสต์มาส DISCO ได้รับแรงบันดาลใจจากการปรับโฉมใหม่ของ ศูนย์การค้าเอ็ม บี เค เซ็นเตอร์ ที่มีการเติม Magnet ร้านค้าใหม่ๆ รวมถึงการเพิ่มโซน Night Vibesสร้างประสบการณ์กิน ดื่ม เที่ยว ช้อป ครบครันในที่เดียว ปั้นแลนด์มาร์คสังสรรค์แห่งใหม่ใจกลางเมือง (Nightlife Destination) จึงได้หยิบเอาสีสันของดนตรีในยุค 70 80 และ 90 ที่มีกลิ่นอาย retro & disco มาสะท้อนความสนุกผ่าน Disco Mirror Ball และ Disco Mirror Ball ยังเป็นสัญลักษณ์ที่ชวนให้นึกถึงฟลอร์เต้นรำ จังหวะของความสุข (Rhythm of Happiness) ที่รอต้อนรับผู้มาเยือนให้ได้สัมผัสบรรยากาศของการเฉลิมฉลองได้รับความสนุกและตื่นเต้นไปกับมุมถ่ายรูปต่างๆ

โดยค่ำคืนพิเศษของการเปิดไฟต้นคริสต์มาส DISCO ได้รับเกียรติจาก สมพล ตรีภพนารถ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารธุรกิจศูนย์การค้า บริษัท เอ็ม บี เค จำกัด (มหาชน) และคณะผู้บริหารระดับสูงของเอ็ม บี เค ร่วมชมงาน พร้อมด้วยศิลปินไอดอลทั้งบอยแบนด์และ เกิร์ลกรุ๊ป ยอดนิยม วงดนตรีมัธยมสุดฮอต ร่วมชมเปิดไฟต้นคริสต์มาส DISCO และโชว์สุดพิเศษร่วมร้องเพลงคริสต์มาสส่งมอบความสุขผ่านเสียงเพลงให้กับประชาชนคนไทย ลูกค้าศูนย์การค้าเอ็ม บี เค เซ็นเตอร์ และแฟนคลับที่มาให้กำลังใจ นำโดย Berry Berry,Rose Quart, Cosmos, Z22, เพียวเพียว และ กุ้ง-ศรุดา นิ่มพิทักษ์พงศ์ผู้บริหาร idol exchange มาพร้อม กลุ่ม T-Band สุดฮอต

สมพล ตรีภพนารถ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารธุรกิจศูนย์การค้า บริษัท เอ็ม บี เค จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “ต้นคริสต์มาสของศูนย์การค้าเอ็ม บี เค เซ็นเตอร์ เป็นแลนด์มาร์คใจกลางเมืองที่ชาวไทยและนักท่องเที่ยวนิยมมาเช็คอินถ่ายรูป ซึ่งเราตั้งใจสร้างสรรค์ต้นคริสต์มาสในแต่ละปีให้เป็นของขวัญกับทุกๆ คน สร้างบรรยากาศความสนุก ทำให้ทุกคนที่เข้ามาเดินชมไฟหรือถ่ายรูปได้มีความทรงจำดีๆรู้สึกประทับใจและมีความสุขร่วมกัน”

เทศกาลแห่งความสุขนี้แวะมาเช็คอินกับต้นคริสต์มาส DISCO กันได้ที่ศูนย์การค้าเอ็ม บี เค เซ็นเตอร์ พร้อมใช้เวลาแห่งความสุขร่วมกันกับร้านค้าต่างๆ ภายในศูนย์ฯ ที่มีการจัดโปรโมชั่นแคมเปญ “SPARKING HAPPINESS” ร่วมฉลองเทศกาลคริสต์มาสและเทศกาลส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ มอบสิทธิพิเศษให้นักช้อปสูงสุดถึง 4 ต่อ พร้อมลุ้นรางวัลใหญ่ตั๋วเครื่องบินไป-กลับ จาก Thai Vietjet Air และคะแนน MBK PLUSรวมสูงสุด 1,200,000 คะแนน นอกจากนี้ยังมีขบวนทรูปที่จะออกไปเซอร์ไพรส์ภายในศูนย์ฯเชิญชวนร่วมเล่นเกมรับของรางวัลส่งมอบความสุขในช่วงเทศกาลคริสต์มาส ตลอดจนกิจกรรมความบันเทิงจัดเต็มความสนุกสุดมันส์ข้ามปีบริเวณ MEETING POINT ชั้น G โซน A อาทิวันศุกร์ที่ 23-วันอาทิตย์ที่ 25 และวันศุกร์ที่ 30-วันเสาร์ที่ 31 ธันวาคม 2565 เวลา 13.00-18.00 น. พบกับวงดนตรี Acoustic, วันศุกร์ที่23 ธันวาคม 2565 เวลา 19.00-20.00 น. พบกับคู่จิ้นสุดฮอต โนอึล-ณัฐรัชต์ ควงคู่มากับ บอส-ชัยกมล, วันศุกร์ ที่ 30 ธันวาคม 2565 เวลา 19.00-20.00 น. พบกับศิลปินป๊อปดูโอ้วง Whal & Dolph ค่าย What The Duck,วันเสาร์ ที่ 31 ธันวาคม 2565 เวลา 19.00-20.00 น. พบกับคู่จิ้นสายวายสุดฮอต ฟอร์ด-ฐิติพงศ์ และ พีท-วสุธร วันอาทิตย์ ที่ 1 มกราคม2566 เวลา 13.00-18.00 น. พบกับวงดนตรี Acoustic

รวมพลแก๊งน้องหมาคอร์กี้ กับความน่ารักขยี้ใจ ในงาน‘Corgis in Fairy Tales’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/694686

รวมพลแก๊งน้องหมาคอร์กี้ กับความน่ารักขยี้ใจ  ในงาน‘Corgis in Fairy Tales’

รวมพลแก๊งน้องหมาคอร์กี้ กับความน่ารักขยี้ใจ ในงาน‘Corgis in Fairy Tales’

วันจันทร์ ที่ 28 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565, 06.00 น.

เป็นพื้นที่ทำกิจกรรมเพื่อสำหรับคนรักสัตว์ไปอย่างยิ่งใหญ่ สำหรับ ศูนย์การค้าเดอะไนน์ เซ็นเตอร์ ติวานนท์ ศูนย์การค้าในเครือเอ็ม บี เค ที่ ล่าสุด ร่วมกับเพจ MY Corgi และ กลุ่มคนรักหมาพันธุ์คอร์กี้จัดมีทติ้งครั้งใหญ่ที่สุดในประเทศไทยรวมน้องหมาพันธุ์ขาสั้นกว่า 200 ตัว มาป่วนมาเล่น และแข่งขันกันในงาน “Corgis in Fairy Tales” เรียกรอยยิ้มให้เหล่าคนรักน้องหมาแบบไม่รู้จบ บริเวณ ลานไนน์สแควร์(เซ็นเตอร์โซน) ศูนย์การค้าเดอะไนน์ เซ็นเตอร์ติวานนท์ เมื่อวันก่อน

ภายในงานเนืองแน่นไปด้วยน้องหมาคอร์กี้และเจ้าของ ที่แต่งตัวกันมาในธีมเทพนิยาย และนิทานเรื่องโปรดมาร่วมเดินแฟชั่นโชว์แฟมิลี่ อาทิ Snow WhiteCinderella Maleficent หรือมาแบบสายฮาอย่าง ครอบครัว Teletubbies และเงาะป่าจากนั้นเหล่าคอร์กี้สายกีฬาก็พร้อมสนุกกับกิจกรรมไฮไลต์ การแข่งขันวิ่งแข่งแก๊งขาสั้นสุดป่วน โชว์ทักษะความแข็งแรงและไหวพริบเรียกเสียงเชียร์ดังลั่นสนามแข่ง นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมแจกรางวัลกับเกมวัดดวง และช้อปผลิตภัณฑ์คุณภาพเพื่อสัตว์เลี้ยงอีกมากมาย ที่พร้อมเติมเต็มความสุขให้คนรักคอร์กี้ตลอดทั้งวัน

นอกจากจัดงานมีทติ้งสนุกๆ ให้เหล่าคนรักน้องหมามาพบปะกัน เดอะไนน์ เซ็นเตอร์ ติวานนท์ ยังได้จัดโซนกิจกรรม PET PLAYS สนามเล่นออกกำลังกายสำหรับให้น้องหมา ให้ได้มาพบปะกันทุกวันต่อเนื่อง เติมเต็มช่วงเวลาแห่งความสุขให้สัตว์เลี้ยงคู่ใจ และในทุกวันอาทิตย์ของทุกเดือน มาพบกับครูฝึกสุนัขมากประสบการณ์ที่จะมาให้คำแนะนำพร้อมการเทรนสุนัขขั้นพื้นฐาน อาทิ การจูง นั่ง เดิน หมอบ นอนตั้งแต่เวลา12.00-18.00 น. ณ ลานกิจกรรมไนน์สแควร์ (เซ็นเตอร์ โซน)ผู้ที่สนใจนำน้องๆ มาฝึกสอนเพียงแค่นำใบเสร็จการใช้จ่ายภายในศูนย์การค้าครบ 300 บาท (รวมใบเสร็จได้) + 1 Pointจาก MBK PLUS ก็สามารถแลกสิทธิ์ร่วมกิจกรรมได้ทันที