เติมความสดชื่นต้อนรับเทศกาลส่งท้ายปีกับเครื่องดื่มสุดครีเอท 3 เมนู จาก BEANHOUND

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/700984

เติมความสดชื่นต้อนรับเทศกาลส่งท้ายปีกับเครื่องดื่มสุดครีเอท 3 เมนู จาก BEANHOUND

เติมความสดชื่นต้อนรับเทศกาลส่งท้ายปีกับเครื่องดื่มสุดครีเอท 3 เมนู จาก BEANHOUND

วันอังคาร ที่ 27 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 17.38 น.

• White Christmas | เครื่องดื่มต้อนรับเทศกาลคริสต์มาส ที่มาพร้อมรสชาติหอมหวาน นม Oat Milk ชินนาม่อน และไวท์ ช็อกโกแลต ท็อปด้วยฟองนม นุ่มนวล เพิ่มความหอมละมุนด้วยกลิ่นมาร์ชเมลโล่

• Cubano Coff | อีกหนึ่งเมนูที่ผสมผสาน ระหว่างกาแฟดำและน้ำผลไม้ เพิ่มความสนุกมากขึ้นด้วยการเชค ให้คุณได้สัมผัสถึงความสดชื่น มีโฟมนมนุ่ม ๆ รสละมุน ท็อปอยู่บนหน้า จึงได้อรรถรสมากขึ้นกว่าทุกครั้ง เพิ่มสีสันด้วยสตรอว์เบอร์รีโรยน้ำตาล

• Cassis Sangria | เครื่องดื่มชาฮิบิสคัส เอิร์ลเกรย์สูตรพิเศษ ด้วยแบล็คเคอแรนท์ และน้ำผึ้งที่ผสมผสานกันได้อย่างลงตัว อร่อย สดชื่นสุด ๆ

ให้คุณได้ดื่มด่ำเพลิดเพลินไปกับช่วงเทศกาลส่งท้ายปี *ตั้งแต่วันที่ 1 ธ.ค. 2565 – 15 ม.ค. 2566 พบกันได้ที่ BEANHOUND ทุกสาขา

Delivery: https://bit.ly/3vt8xjE

LINE : https://lin.ee/wBMlNYz

-(016)

คุยกับ ‘น้อย พรู’ ปล่อยพลังเสียง ‘มือปืน’ เพลงประกอบภาพยนตร์ ‘ขุนพันธ์ 3’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/701022

คุยกับ ‘น้อย พรู’ ปล่อยพลังเสียง ‘มือปืน’  เพลงประกอบภาพยนตร์ ‘ขุนพันธ์ 3’

คุยกับ ‘น้อย พรู’ ปล่อยพลังเสียง ‘มือปืน’ เพลงประกอบภาพยนตร์ ‘ขุนพันธ์ 3’

วันพุธ ที่ 28 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 06.22 น.

ถือเป็นศิลปินระดับตำนานที่มีความโดดเด่นทั้งการร้องและการเต้นสำหรับ “น้อย พรู” หรือ “กฤษดา สุโกศล แคลปป์” นักร้องนักแสดงชื่อดังที่เคยฝากผลงานเพลง และภาพยนตร์มาแล้วมากมาย นอกจากนี้ ยังได้รับรางวัลการันตีฝีมือการแสดงที่ยอดเยี่ยมทั้งรางวัลชมรมวิจารณ์บันเทิง สาขานักแสดงนำชายยอดเยี่ยมจากภาพยนตร์เรื่อง 13 เกมสยอง, รางวัลสุพรรณหงส์สาขานักแสดงสมทบชายยอดเยี่ยมจากภาพยนตร์เรื่องขุนพันธ์ หลังจากที่รับบทเป็น“อัลฮาวียะลู” จอมโจรผู้ยิ่งใหญ่และเสือที่ไม่มีใครกล้าต่อกรใน “ขุนพันธ์ภาคแรก”

ครั้งนี้ “น้อย พรู” ส่งพลังเสียง ผนึกกำลังร่วมกับ “โตโน่-ภาคิน คำวิลัยศักดิ์” แบทเทิ่ลเพลง “มือปืน” เพลงประกอบภาพยนตร์ “ขุนพันธ์ 3” กันอย่างสุดมันส์ ซึ่ง “น้อย พรู” ได้ให้สัมภาษณ์ถึงการมาร่วมร้องเพลงประกอบภาพยนตร์ในครั้งนี้ว่า

พูดถึงความรู้สึกที่มาร่วมร้องเพลงในครั้งนี้

ผมน้อย วงพรู นะครับ วันนี้ผมมาร้องเพลงประกอบภาพยนตร์ “ขุนพันธ์ 3” พิเศษมาก เพลงนี้เป็นเพลงของ “พงษ์สิทธิ์ คำภีร์” ชื่อว่า “มือปืน” ครับ เป็นการดวลกันแต่เป็นการดวลด้วยไมค์ ไม่ใช่ด้วยปืน แต่ในเพลงเป็นการดวลด้วยปืนคล้ายกับในภาพยนตร์ขุนพันธ์ ทั้ง 1, 2, 3 ต้องมีดวลกันอยู่แล้ว

ขุนพันธ์ กับ พี่น้อย ถือว่าสำคัญมาก และร่วมงานกันมาร่วมสิบปีแล้ว ทั้งกับ สหมงคลฟิล์ม และกับพี่โขม อยากให้พูดถึงความรู้สึกที่ได้มาร่วมร้องเพลงประกอบภาพยนตร์ ขุนพันธ์ 3

มันก็สิบปีมาแล้วนะครับ ตั้งแต่ขุนพันธ์ภาคแรกแต่ว่าคราวนี้น้อยได้ร้องเพลงประกอบภาพยนตร์น้อยก็แฮปปี้มาก เรารู้สึกว่ามันมีความเป็นแฟมิลี่น้อยทำงานกับโขมมาตั้งนานแล้วตั้งแต่ อันธพาล และกับสหมงคลฟิล์มก็ตั้งแต่น้อยเข้าวงการกับเรื่อง 13 เกมสยอง ก็เลยรู้สึกเหมือนได้กลับมาพบกับแฟมิลี่เราอีกครั้งหนึ่ง แต่ก็ตกใจไม่นึกว่าจะได้กลับมาร้องเพลงประกอบภาพยนตร์ด้วย โดยเฉพาะเพลงของปรมาจารย์อย่าง พงษ์สิทธิ์ คำภีร์ ก็เลยถือว่าเป็นเกียรติมากครับ

เพลง “มือปืน” สำหรับพี่น้อย มีความน่าสนใจยังไง

การมาร้องเพลงนี้มันเป็นเหมือนบทเรียนใหม่สำหรับน้อยครับ เพราะน้อยไม่เคยนึกว่าน้อยจะสามารถหรือจะได้มาร้องเพลงเพื่อชีวิต แล้วยิ่งเป็นเพลงของ พงษ์สิทธิ์ คำภีร์ ด้วย มันเป็นประสบการณ์ใหม่พอน้อยได้ฟัง ซึ่งไม่ใช่แค่ได้ยินเสียงนะ น้อยได้อ่านเนื้อ แล้วก็ได้ร้องเพลงนี้มา พอเราฟังปั๊บ เราจะเห็นมันเป็นหนัง เป็นภาพยนตร์ได้เลยครับ หลายเพลงของพี่ปูและมันเป็นฟิลลิ่งนั้น เวลาเราได้ฟังเราจะรู้สึกว่าเราเป็นส่วนหนึ่งของคาแร็กเตอร์ในเนื้อหาเพลง ซึ่งน้อยก็คิดว่าปกติเพลงของ พรู ที่น้อยเขียนก็ไปทางชีวิตเยอะ น้อยไม่เคยร้องเกี่ยวกับตัวเอง มันจะเป็นนิทานหมดเลยสำหรับเพลงของพรู แต่ว่าเพลงนี้มันลึกมากกว่านั้นอีก เป็นนิทานที่ลึกมากกว่า เข้มข้นกว่า และใหญ่โตกว่า เหมือนเวลาร้องเรากลายเป็นนักแสดงขึ้นมาเลย ไม่ได้เป็นน้อยนะครับ น้อยรู้สึกอย่างนั้น และนั่นก็เป็นสิ่งที่น้อยสนุกอยู่แล้ว เพราะเวลาที่เราแสดงหนัง หรือ เราร้องเพลง เราจะชอบกลายเป็นคนละคน เราจะอินไปกับบทเพลงกับเนื้อหา

การทำงานนี้มันยากง่ายยังไง และชอบท่อนไหนเป็นพิเศษ

เพลงของพี่ปู-พงษ์สิทธิ์ คำภีร์ ในการเขียนเพลงของเขา มันอาจจะเป็นเพลงเพื่อชีวิต แต่มันสามารถครอสโอเวอร์มาเป็นแมสส์ มันมีความป๊อป มีความร็อก ซึ่งมันทำให้คนจับต้องได้มากขึ้น บางคำน้อยอาจไม่เข้าใจ มันเหมือนเป็นกลอนครับ บางคำที่น้อยร้อง น้อยก็ต้องถามทีมโปรดักชั่นว่า คำนี้ผมกำลังร้องอะไรอยู่ มันเป็นเหมือนบทกวี เหมือนเช็คสเปียร์ น้อยต้องตั้งใจ ต้องเรียนรู้ให้มากขึ้นเกี่ยวกับทุกคำว่าเรากำลังร้องอะไร นิทานนี้คืออะไร เราจะได้รู้สึกเรียล มันต้องมีความกดดันนิดหน่อยอยู่แล้ว เพราะว่าเป็นเพลงของรุ่นพี่ ผมก็อายุมากแล้ว พี่ปูอาจจะเด็กกว่าผมรึเปล่าผมไม่แน่ใจหรืออาจจะวัยเดียวกัน แต่ผมมองเขาเป็นรุ่นพี่ เป็นระดับปรมาจารย์ ก็เลยมีความกดดันนิดหน่อยว่าจะถ่ายทอดเพลงนี้อย่างไรในแบบเรา ผมหวังว่าเขาจะชอบนะครับ แต่ว่าผมต้องขอบคุณทีมงานโปรดักชั่นด้วย ผมก็ฟังทั้งออริจินัลเวอร์ชั่น จริงๆ ผมฟังเวอร์ชั่นเราก่อน มาฟังออริจินัลเวอร์ชั่นเมื่อวานเอง ก่อนจะมาร้องวันนี้ ผมก็ โอ้ มันต่างกันเหลือเกิน เวอร์ชั่นนี้เราต้องตบมือให้กับทีมงานโปรดักชั่นนี้นะครับที่มี “หมู-อภิชาติ พรมรักษา” จากวงบิ๊กแอสที่มาช่วยเรื่องโปรดักชั่น และก็อีกคนก็คือ “เชาวเลข สร่างทุกข์” ที่เป็นคนช่วยดูแลหลายสิ่งหลายอย่างในเพลงนี้ด้วย

เชาวเลข เคยรู้จักน้อย ก่อนจะเป็น น้อย วงพรู สมัยที่น้อยทำงานเบื้องหลังที่เบเกอรี่ แล้วผมก็รู้จักเขาก่อนที่เขาจะเริ่มมีชื่อเสียงเหมือนกัน ชีวิตมันก็สนุกและสวยงามตรงนี้ สมัยนั้นเราก็อยู่เบื้องหลังกันเยอะที่เบเกอรี่ ใครจะไปรู้ว่าวันหนึ่ง น้อยก็ได้มาร้องเพลงนี้มาเป็น น้อย วงพรู แล้วเชาวเลขก็มีคนนับถือเขามากมาย ทั้งในด้านเป็นโปรดิวเซอร์ เป็นคนเขียนเนื้อเพลง เลยไม่ว่าจะเป็นกับสหมงคลฟิล์ม หรือกับ เชาวเลข หรือว่ากับ หมู บิ๊กแอส ในสุดท้ายทุกอย่างมันก็ครบวงจร ผมก็ดีใจที่เรายังไม่หายไปไหน ยังทำงานในด้านเพลงกันไปเรื่อยๆ ครับ

พูดถึงเนื้อเพลง “มือปืน”

ผมชอบบรรทัดหนึ่งของเพลง “ศพแรกผ่านไป ศพสอง ศพสาม ค่อยๆ ผ่านไป” มันเป็นคำที่สะใจดี ไม่ได้อยากยิงใครนะ แต่มันอินดี้ฮะ และมันมีคำเล็กน้อยในเพลง อย่างเช่น เด็กโชคร้าย ไปตายเสียเถิดมันเป็นการร้องที่บางคำมันอาจดูแรง แต่เราร้องแบบมันก็เป็นเรื่องราวจริงๆ กับเมโลดี้ของพี่ปู น้อยก็อินไปเรื่อยๆ แล้วน้อยก็ชอบมาก น้อยสนุกเพราะว่ามันสำคัญมาก เหมือนตอนแรกที่ทางทีมงาน, โขม, สหฯ ชวนมาร้องเพลง ปกติน้อยจะร้องเพลงที่น้อยเขียนเวลาที่ร้องเพลงคนอื่น เราก็อยากชอบมัน อยากสนุกกับมัน เพราะมันไม่สนุกเลยเวลาที่เราต้องมาร้องเพลงที่เราไม่ค่อยอิน ไม่ค่อยชอบ ตอนที่น้อยทราบว่าเป็นเพลงนี้ที่น้อยชอบ น้อยอิน น้อยสนุกครับ มันเป็นสิ่งที่สำคัญมากสำหรับนักร้อง มันเหมือนกับเวลาที่เราเล่นบทหนัง ถ้ามีคนขอให้เราเล่นบทหนึ่งที่เราเฉยๆ ไม่ค่อยอยากเล่น มันก็ไม่สนุกเป็นธรรมชาติของศิลปินทุกคนอยู่แล้ว แต่นี่เป็นเพลงที่น้อยอยากร้อง มันก็เลยทำให้อินไปด้วย แต่คือ ต้องร้องเพลงพี่ปูอย่ามาเทียบกันนะเพราะมันคงเทียบกันไม่ได้ เราเป็นจูเนียร์ แต่ว่าเราก็พยายามถ่ายทอดอารมณ์ให้มันถึงที่สุดครับ

ฝากไปถึงแฟนๆ ของพี่น้อยที่จะได้ฟังเพลงนี้ได้เวอร์ชั่นเพลงประกอบภาพยนตร์ขุนพันธ์ 3 โดยพี่น้อยดวลกับโตโน่

สำหรับเพลง “มือปืน” ที่เรามาร้องเป็นเพลงคัฟเวอร์ของพี่ปู-พงษ์สิทธิ์ คำภีร์ เรามาทำเป็นเวอร์ชั่นพิเศษเพลงประกอบภาพยนตร์ขุนพันธ์ 3 ซึ่งเพลงนี้ไม่ได้มีแค่น้อย ยังมีโตโน่ด้วย มาดวลกัน เราเอาไมค์มาดวลกันนะครับ ไม่ใช่ปืน เอาไมค์มาดวลกันในเพลงนี้ ซึ่งผมว่ามันพิเศษมาก เพราะว่าโปรดักชั่นมันเข้ากับหนังได้เป็นอย่างดี มันยิ่งใหญ่ และผมเชื่อมั่นว่า ขุนพันธ์ 3 มันก็ต้องแบบ…บู้ม! แน่นอนเลย เพราะมันยิ่งใหญ่มากขึ้นเรื่อยๆ ตั้งแต่ภาค 1-2 และมาในภาค 3 นี้การันตียิ่งใหญ่แน่นอน มีทั้ง อนันดา มาริโอ้ โตโน่ เล่นด้วยรวมถึงมี “มือปืน” เพลงประกอบภาพยนตร์ ขุนพันธ์ 3ด้วย ยังไงก็ฝากด้วยนะครับ สำหรับส่วนตัวน้อยน้อยก็จะมีซิงเกิ้ลใหม่ แต่ที่น่าจะตื่นเต้นมากกว่านั้นสำหรับแฟนเพลง พรู คือวงพรูก็จะกลับมาเล่นด้วยกันโห ไม่ได้เล่นด้วยกันมาตั้ง 18 ปีแล้วครับ ยังไงรอติดตามกันนะครับ ขอบคุณทุกคนมากเลยครับ

ภาพยนตร์สืบสวนสุดป่วนแห่งปี ‘ฆาตกรรมหรรษา ใครฆ่าเพื่อน’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/701019

ภาพยนตร์สืบสวนสุดป่วนแห่งปี  ‘ฆาตกรรมหรรษา ใครฆ่าเพื่อน’

ภาพยนตร์สืบสวนสุดป่วนแห่งปี ‘ฆาตกรรมหรรษา ใครฆ่าเพื่อน’

วันพุธ ที่ 28 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

Glass Onion : A Knives Out Mystery ฆาตกรรมหรรษา ใครฆ่าเพื่อน จากแฟรนไชส์หนังสืบสวนที่ได้รับคำชื่นชมอย่างล้นหลาม Knives Out ฆาตกรรมหรรษา ใครฆ่าคุณปู่ ของไรอัน จอห์นสัน สู่การไขคดีปริศนาใหม่ที่รอบนี้จะพาคุณออกเดินทางไปยังกรีซกับนักสืบเบนัวต์ บลองค์ เพื่อไขปมปริศนาฆาตกรรมสุดซับซ้อนกลางทะเลเมดิเตอเรเนียน พร้อมผู้ต้องสงสัยชุดใหม่ที่จะมาสร้างสีสันและความป่วนอีกครั้ง แต่ก่อนจะไปไขปริศนาฆาตกรรมพร้อมกันเราขอชวนคุณไปเปิด 3 เหตุผลไม่ลับ ที่จะทำให้ Glass Onion : A Knives Out Mystery ขึ้นแท่นเป็นหนังโปรดในใจคุณประจำซีซั่นนี้!

เพราะนี่คือแฟ้มคดีสืบสวนชุดใหม่ของแฟรนไชส์หนังสุดสตรองอย่าง Knives Out!

เรื่องแรกของแฟรนไชส์ภาพยนตร์แนวสืบสวนอย่าง Knives Out ฆาตกรรมหรรษา ใครฆ่าคุณปู่ (2019) ได้รับเสียงชื่นชมจากทั้งผู้ชมและนักวิจารณ์อย่างท่วมท้น โดยได้รับคะแนนจากนักวิจารณ์บนเว็บไซต์ Rotten Tomatoes ถึง 97% แถมยังได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลออสการ์สาขาบทภาพยนตร์ดั้งเดิมยอดเยี่ยมอีก จึงไม่น่าแปลกใจที่แฟนๆ Knives Out จะตั้งตารอดูหนังเรื่องใหม่ของแฟรนไชส์สุดสตรองนี้กันอย่างใจจดใจจ่อ

ซึ่ง Glass Onion : A Knives Out Mystery ก็ไม่ทำให้ทุกคนผิดหวัง เพราะหลังจากเปิดตัวรอบ World Premiere ไปที่เทศกาลภาพยนตร์นานาชาติโตรอนโต (TIFF) ก็สร้างความฮือฮาและกระแสตอบรับอย่างดี จนสามารถคว้ารางวัลและได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลจากหลากหลายเวที โดยล่าสุดได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลลูกโลกทองคำ สาขาภาพยนตร์ยอดเยี่ยม ประเภทภาพยนตร์เพลงหรือตลก และเดเนียล เคร็ก ก็ได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลนักแสดงนำชายยอดเยี่ยม ประเภทภาพยนตร์เพลงหรือตลกเช่นกัน นอกจากนี้ ยังได้รับคะแนนจากนักวิจารณ์บนเว็บไซต์หนังทรงอิทธิพลอย่าง Rotten Tomato ไปถึง 93% อีกด้วย

ไรอัน จอห์นสัน จะพาคุณไปไขปริศนาแบบหักมุมยิ่งกว่านั่งรถไฟเหาะตีลังกา ไม่ใช่แค่ปริศนาอักษรไขว้

ไรอัน จอห์นสัน ผู้สร้างภาพยนตร์ที่ได้เข้าชิงรางวัลออสการ์กลับมาสานต่อผลงานแฟรนไชส์สุดปังที่เขาริเริ่มขึ้นโดยรับหน้าที่ทั้งเขียนบทและกำกับ แน่นอนว่าความสนุกของภาพยนตร์แนวสืบสวนไขปมปริศนาคือการที่ผู้ชมได้สวมบทบาทนักสืบนอกจอพยายามคาดเดาตอนจบและสืบเสาะว่าใครกันแน่ที่เป็นคนร้าย ซึ่งไรอันมองว่าผู้สร้างภาพยนตร์แนวนี้ส่วนใหญ่ติดอยู่กับความผิดพลาดสุดคลาสสิก ซึ่งคือการพยายามสร้างปริศนาอักษรไขว้ที่ความสนุกคือการให้คนดูได้วิเคราะห์และไขปริศนา แต่ไรอันกลับคิดอีกแบบ เขาชื่นชอบงานเขียนของอกาธา คริสตี ที่มักจะนำเรื่องราวแนวอื่นมาผสมผสานกับเรื่องราวแนวหาตัวคนร้ายเล่าออกมาเป็นเรื่องราวแปลกใหม่ไม่เหมือนใคร ไรอันกล่าวว่า “ที่จริง สิ่งที่สร้างความสำเร็จคือเรื่องราวครับ มันขึ้นอยู่กับว่าคุณอินกับตัวละครหรือเปล่า เข้าถึงอารมณ์แค่ไหน และติดตามเอาใจช่วยเรื่องราวหรือไม่”

การกลับมาครั้งนี้ไรอันจึงจัดหนักจัดเต็ม เขาเล่าเรื่องราวปริศนาฆาตกรรมผสมผสานไปกับชีวิตอันหรูหราของไมล์ส บรอน นักธุรกิจพันล้านและกลุ่มเพื่อน ให้ผู้ชมได้ตื่นตาตื่นใจกับสถานที่หรูหราการออกแบบฉากสุดอลังการ และเครื่องแต่งกายสุดฟู่ฟ่า โดยไม่รู้เลยว่านั่นคือลูกไม้ที่ไรอันใช้เบี่ยงเบนความสนใจจากเบาะแสที่เขาโปรยไว้ในซีนต่างๆ รับรองว่าเรื่องราวปริศนาที่มาพร้อมจุดพลิกผันหักมุมเปี่ยมไปด้วยอารมณ์ขันนี้ จะทำให้ 2 ชั่วโมง ของคุณทั้งต้องขบคิดและตื่นเต้นไม่ต่างอะไรกับการนั่งรถไฟเหาะ!

ยกทัพนักแสดง A-List กับเคมีและความสนุกที่คุณไม่เคยเห็นที่ไหนมาก่อน

กองทัพนักแสดงชื่อดังมากฝีมือ นำโดย เดเนียล เคร็ก ที่กลับมารับบทสุดยอดนักสืบเบนัวต์ บลองค์ ร่วมด้วย เอ็ดเวิร์ด นอร์ตัน, จาเนลล์ โมเน่, เคท ฮัดสัน,เดฟ บอติสตา, แคธริน ฮาห์น, เลสลี โอดอมจูเนียร์, เจสสิกา เฮนวิค และ แมเดลิน ไคลน์ที่ไม่เพียงแต่จะพาคุณไปไขปริศนาสุดสลับซับซ้อนในคฤหาสน์ส่วนตัวสุดหรูบนเกาะแห่งหนึ่งในกรีซ แต่ยังมาพร้อมความสนุกและเคมีที่คุณไม่เคยเห็นที่ไหนมาก่อน เพราะทีมนักแสดงทุกคนมีความสนิทสนมกันในแบบที่เอ็ดเวิร์ดเปรียบเปรยว่าเหมือนคณะละครเวทีในช่วงฤดูร้อน เขาเล่าว่า

“ทั้งความขำขัน สนุกสนาน มุขเสียดสี และการเล่นตลกโปกฮาเกิดขึ้นเพราะเรามีช่วงเวลาที่ดีร่วมกันจริงๆ ครับ”

ซึ่งความสนิทสนมของนักแสดงส่งผลดีต่อผลงานบนจอ เพราะแต่ละคนต่างก็ช่วยกันส่งบทและร่วมมือกันเพื่อให้ทุกคนสวมบทบาทของตัวเองได้อย่างเข้าถึง ซึ่งต้องยกเครดิตให้ผู้เขียนบทและผู้กำกับอย่างไรอัน ผู้รับหน้าที่เลือกทีมนักแสดงในครั้งนี้ จนได้ทีมงานที่ยอดเยี่ยมทั้งในเชิงของการทำงานและความสนิทสนม เลสลีถึงกับสรุปว่า

“ถ้าคุณได้รับเชิญให้ร่วมงานที่ไรอัน จอห์นสันรับหน้าที่คัดเลือกคน ก็รีบตอบตกลงไปเลย!”

“Glass Onion : A Knives Out Mystery

ฆาตกรรมหรรษา ใครฆ่าเพื่อน”

วันนี้ที่ Netflix

‘ก๊อท-จักรพันธ์’โพสต์รับสมัครนักร้องลูกทุ่ง เข้าสู่โปรเจกท์ Got Country

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/700972

‘ก๊อท-จักรพันธ์’โพสต์รับสมัครนักร้องลูกทุ่ง  เข้าสู่โปรเจกท์ Got Country

‘ก๊อท-จักรพันธ์’โพสต์รับสมัครนักร้องลูกทุ่ง เข้าสู่โปรเจกท์ Got Country

วันพุธ ที่ 28 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

หลังจากที่ประสบความสำเร็จอย่างล้นหลามจนมีเพลงฮิตไปทั่วบ้านทั่วเมืองในเวลาอันรวดเร็วกับโปรเจกท์ New Country ทั้งเพลง“Stand by หล่อ” จาก 4 หนุ่มบอยแบนด์สุดเท่นำโดย เอ็มโบ, ติณติณ,นุ, กีต้าร์ และเพลง “ติ่งค่ะ” ของดูโอ 2 สาว“กิ๊ก” และ “มัทรี” เมื่อส่งน้องๆ ถึงฝั่งเป็นที่เรียบร้อยเจ้าชายลูกทุ่งตลอดกาล “ก๊อท-จักรพันธ์” ก็ขอเดินหน้าสร้างโปรเจกท์ใหม่ให้กับน้องๆ ที่มีฝันและมีไฟโดยการโพสต์ผ่านเฟซบุ๊ก Got JakaphunHome พร้อมทั้งโพสต์รูปที่มีข้อความดังนี้ขอบคุณทุกการตอบรับ“โปรเจกท์นิวคันทรี่” ส่งงานเรียบร้อยเหนื่อยสุดแต่ภูมิใจโปรเจกท์ต่อไปก็ต้องมาล่ะครับ เด็กๆ ที่คิดว่าตัวเองมีครบ

1.ร้องลูกทุ่งได้เด็ด 2.เต้นได้ดีระดับหนึ่ง 3.รูปร่างดีหล่อ สวย ได้ก็ดี แต่เสน่ห์ คือ สิ่งที่ผมให้ความสำคัญที่สุด4.ความอดทน คุณต้องพร้อมปรับเปลี่ยนและฝึกฝนอย่างเต็มที่5.ถ้าผ่านการฝึกฝน 3 เดือน คุณจะถูกประเมินว่าผ่านหรือไม่ (ถ้าไม่ แยกย้าย) สนใจส่งรูปถ่ายหน้าตรงครึ่งตัวเต็มตัวพร้อมประวัติส่วนตัวอายุตั้งแต่ 15-28 ปี พร้อมคลิป VDO แสดงความสามารถการร้อง-การเต้นเพลงเร็วและเพลงช้าลูกทุ่ง (inbox มาที่ Facebook แฟนเพจ Got Jakaphun Home)

สำหรับใครที่มีฝันมีไฟและคิดว่าตัวเองมีคุณสมบัติเหมือนที่ ก๊อท-จักรพันธ์ โพสต์ไว้ก็ลองส่งประวัติคลิปพร้อมแนบรูปถ่ายไปทาง inbox Facebook แฟนเพจ Got Jakaphun Home ไม่แน่ว่าคุณอาจได้เป็นศิลปินเบอร์แรกจากโปรเจกท์Got Country ก็เป็นได้ขอบคุณข้อมูลจาก Got Jakaphun Home และแฟนๆ สามารถติดตามข่าวสารต่างๆ ได้ทาง https://
cbc-daily.com/ เช่นเดียวกัน

นักแสดงใหม่ในซีซั่นสอง ‘The Lord Of The Rings : The Rings Of Power’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/700968

นักแสดงใหม่ในซีซั่นสอง  ‘The Lord Of The Rings : The Rings Of Power’

นักแสดงใหม่ในซีซั่นสอง ‘The Lord Of The Rings : The Rings Of Power’

วันพุธ ที่ 28 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

ซีรี่ส์ The Lord of the Rings : The Rings of Power (เดอะลอร์ดออฟเดอะริงส์ : แหวนแห่งอำนาจ) ซีซั่นแรก มีผู้ชมทั่วโลกมากกว่า 100 ล้านคน และสร้างประวัติการณ์ความสำเร็จไปทั่วโลก โดยเป็นออริจินัลซีรี่ส์ของ Prime Video ที่ได้รับความนิยมและรับชมสูงสุดในทุกภูมิภาค และ Prime Video ได้ประกาศรายชื่อนักแสดงใหม่เจ็ดคนที่จะมารับบทบาทประจำในซีซั่นที่สองที่กำลังจะมาถึงนี้ ซึ่งตอนนี้กำลังอยู่ระหว่างการถ่ายทำในประเทศอังกฤษ

รายชื่อนักแสดงใหม่ได้แก่ Gabriel Akuwudike, Yasen “Zates” Atour, Ben Daniels (เบน แดเนียลส์), Amelia Kenworthy, Nia Towle (เนีย โทว์ล) และ Nicholas Woodeson (นิโคลาส วูดสัน) สำหรับบท “Adar” (อะดาร์) ผู้นำแห่งออร์ค ได้คัดเลือกนักแสดงใหม่สำหรับซีซั่นสอง โดยนักแสดงที่จะมารับบทนี้ได้แก่ Sam Hazeldine (แซม ฮาเซลดีน)

GABRIEL AKUWUDIKE เป็นชาวอังกฤษ-ไนจีเรีย ที่เคยร่วมแสดงในซีรี่ส์เรื่องเยี่ยมอย่าง Hanna (Prime Video) รวมถึงมีผลงานโทรทัศน์อื่นๆ อย่างเช่น Ridley Road (BBC) และ War of the Worlds (FX/Disney+) อีกทั้งยังมีผลงานภาพยนตร์อีกหลายเรื่อง ได้แก่ ภาพยนตร์ 1917 ของ Sam Mendes (แซม เมนเดส) และ Brexit ของ HBO ที่กำกับโดย Toby Haynes (โทบี เฮย์เนส)

YASEN “ZATES” ATOUR เป็นที่รู้จักมากที่สุดจากบท “Coen” ในซีรี่ส์ The Witcher ซีซั่นสอง (Netflix) อีกทั้งเขายังร่วมแสดงใน Young Wallander (Netflix) โดยรับบทเป็น “Reza Al-Rahman” รวมถึงมีผลงานการกำกับภาพยนตร์เรื่อง Good Intentions และเป็นผู้อำนวยการสร้างและร่วมแสดงในภาพยนตร์ When the Screaming Starts

BEN DANIELS (เบน แดเนียลส์) มีผลงานซีรี่ส์โทรทัศน์มากมาย ไม่ว่าจะเป็นเรื่อง Jupiter’s Legacy (Netflix) ในบท “Walter Sampson”, The Crown (Netflix) ในบท “Lord Snowdon”, The Exorcist (Hulu) ในบท “Father Marcus Keane”, House of Cards (Netflix) ในบท “Adam Galloway” และ Law & Order: UK (ITV) ในบท “James Steel” เป็นต้น เช่นเดียวกับผลงานภาพยนตร์เรื่องต่างๆ ได้แก่ Benediction, Captive State, Rogue One :
A Star Wars Story และ The Exception รวมถึงเขายังเป็นนักแสดงละครเวทีที่ได้รับรางวัล
การันตีความสามารถมาแล้ว และมีผลงานแสดงละครเวทีเรื่องต่างๆ มามากมาย เช่นเรื่อง The Normal Heart (National Theatre-ได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลนักแสดงนำชายยอดเยี่ยม
จาก Olivier Award, ได้รับรางวัลนักแสดงนำชาย
ยอดเยี่ยมจาก Critics’ Circle Theatre Award), เรื่อง All My Sons (National Theatre-ได้รับรางวัลนักแสดงสมทบชายยอดเยี่ยมจาก Olivier Award) และเรื่อง Les Liaisons Dangereuses (Broadway-ได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลนำแสดงนำชายยอดเยี่ยมจาก Tony and Drama Desk Nominations) โดยเขาได้รับการฝึกฝนทางด้านการแสดงจาก London Academy of Music and Dramatic Arts

SAM HAZELDINE (แซม ฮาเซลดีน) มีผลงานการแสดงที่ผ่านมามากมายอันได้แก่ Peaky Blinders (BBC), Slow Horses (Apple TV+), The Huntsman: Winter’s War, Mechanic: Resurrection และ The Last Duel ของ Ridley Scott (ริดลีย์ สก็อตต์) และล่าสุดกับเรื่อง The Sandman (Netflix) และ The Playlist (Netflix) และกำลังจะมีผลงานมินิซีรี่ส์เรื่อง Masters of The Air (Apple TV+), ภาคต่อของ Band of Brothers โดยในเรื่องนี้เขาจะรับบทที่อยู่คนละฝั่งกับ Austin Butler (ออสติน บัตเลอร์) และ Callum Turner (คัลลั่ม เทอร์เนอร์) อีกทั้งจะมีผลงานแสดงร่วมกับ Jonah Hauer-King(โจนาห์ ฮอยเออร์-คิง) และ Dar Zuzovskyใน A Beautiful Imperfection

AMELIA KENWORTHY สำเร็จการศึกษาจาก Royal Academy of Dramatic Arts โดยซีรี่ส์ The Lord of the Rings : The Rings of Power จะเป็นผลงานโทรทัศน์เรื่องแรกของเธอ

NIA TOWLE (เนีย โทว์ล) เป็นที่รู้จักในผลงานเรื่องล่าสุดของเธอกับภาพยนตร์ Persuasion จาก Netflix อีกทั้งเธอยังมีผลงานละครเวทีเรื่องแรก ได้แก่ The Ocean at the End of the Lane ที่สร้างจากหนังสือของ Neil Gaiman (นีล เกแมน) ซึ่งได้แสดงทั้งโรงละคร National Theatre และ โรงละคร Duke of York Theatre เธอจบการศึกษาจาก Guildhall School of Drama เมื่อปี 2021 ระหว่างที่เธอศึกษาอยู่ที่นั่น เนียได้แสดงนำในละครเวทีเรื่อง Yerma, A Streetcar Named Desire และ Medea

NICHOLAS WOODESON (นิโคลาสวูดสัน) เป็นนักแสดงชาวอังกฤษผู้คร่ำหวอดในวงการ ทั้งโทรทัศน์ ภาพยนตร์ และละครเวที มีผลงานการแสดงมากมาย ผลงานทางโทรทัศน์เช่นเรื่อง Silent Witness (BBC), Baptiste (BBC), The Honourable Woman (BBC), Poirot (ITV) และ Rome (HBO/BBC) ส่วนผลงานภาพยนตร์ เช่น เรื่อง The Hustle, Paddington 2, The Danish Girl, Skyfall และ Conspiracy สำหรับผลงานละครเวที เช่น เรื่อง The Two Popes, The Mirror and The Light ในบท The Duke of Norfolk, The Visit ในบท The Mayor, The Pope ในบท Pope Francis, The Room ในบท Mr. Kidd และ Death of a Salesman ในบท Willy นิโคลาสสำเร็จการศึกษาจาก Royal Academy of Dramatic Arts

‘บ๊อบ-ณัฐธีร์’เข้ารับรางวัลทรงเกียรติ ‘ดุษฎีนคร นิลกาฬนาคราช 2565’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/700970

‘บ๊อบ-ณัฐธีร์’เข้ารับรางวัลทรงเกียรติ  ‘ดุษฎีนคร นิลกาฬนาคราช 2565’

‘บ๊อบ-ณัฐธีร์’เข้ารับรางวัลทรงเกียรติ ‘ดุษฎีนคร นิลกาฬนาคราช 2565’

วันพุธ ที่ 28 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

บ๊อบ-ณัฐธีร์ โกศลพิศิษฐ์ ผู้ประกาศข่าวจากรายการ ข่าวเช้า Good Morning Thailand และรายการ เจาะข่าวเด็ด
สเปเชียล (The Day News Update Special) เดินทางไปเป็นตัวแทนของ สถานีโทรทัศน์ช่อง MONO29 ในเครือโมโนเน็กซ์
เพื่อเข้ารับรางวัลทรงเกียรติ “ดุษฎีนคร นิลกาฬนาคราช ประจำปี 2565” ในรางวัลด้านการสื่อสารมวลชนและวงการบันเทิง สาขาผู้เป็นตัวอย่างด้านจรรยาบรรณวิชาชีพแห่งปีที่จัดขึ้นโดย บริษัท ซูมดารา จำกัด (Zoom Dara) ร่วมกับสมาคมนักข่าวบันเทิง โดยมีประธานในพิธี หม่อมราชวงศ์ปณิธานจรูญโรจน์ นัดดาในพระเจ้าราชวรวงศ์เธอ กรมหมื่นจรัสพรปฏิภาณ (พระองค์เจ้าจรูญ โรจน์เรืองศรี) ให้เกียรติมอบรางวัลภายในงาน ณ ห้องประชุมยามดี โรงแรม VELA Dhi GLOW ประตูน้ำ กรุงเทพฯ ซึ่งผู้ประกาศข่าว บ๊อบ ได้เผยความรู้สึกให้ฟังว่า

“ขอบคุณท่านประธานและคณะกรรมการที่มอบรางวัลและเล็งเห็นความสำคัญในคุณภาพของวิชาชีพนี้ ไม่ใช่แค่เฉพาะสายงานบันเทิงหรือด้านสื่อสารมวลชน ในฐานะตัวแทนช่องสถานีโทรทัศน์ช่อง MONO29 ผมเชื่อว่าทุกวิชาชีพต่างก็ต้องมีความรับผิดชอบต่อสังคม รางวัลนี้ก็จะเป็นเหมือนบรรทัดฐานใหม่ ที่จะสร้างมาตรฐานที่ดีให้กับสังคมไทย เพราะทุกวันนี้เราต้องทำหน้าที่ด้วยความระมัดระวังและความรับผิดชอบ เป็นสิ่งที่เรายึดถือกันมาโดยตลอด โดยเฉพาะหน้าที่ผู้ประกาศข่าวผู้ชี้นำให้สังคมเดินหน้าไปในทิศทางที่ดีได้ ผมและทีมงานทุกคนจะขอพัฒนาและรักษามาตรฐานที่ดีแบบนี้ต่อไปเพราะนี้คือหลักเกณฑ์สำคัญของพวกเราครับ”

‘หมอช้าง’เผยชะตาชีวิตพลิกผัน ลั่นไม่คิดจะเป็นหมอดู แต่เพราะอะไรทำให้ลูกคุณหนูถึงมาทำอาชีพนี้?

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/701050

'หมอช้าง'เผยชะตาชีวิตพลิกผัน ลั่นไม่คิดจะเป็นหมอดู แต่เพราะอะไรทำให้ลูกคุณหนูถึงมาทำอาชีพนี้?

‘หมอช้าง’เผยชะตาชีวิตพลิกผัน ลั่นไม่คิดจะเป็นหมอดู แต่เพราะอะไรทำให้ลูกคุณหนูถึงมาทำอาชีพนี้?

วันอังคาร ที่ 27 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 20.27 น.

เรียกได้ว่าไม่มีใครไม่รู้จักนักพยากรณ์ชื่อดัง อย่าง หมอช้าง ทศพร ที่วันนี้เจ้าตัวจะมาเล่าถึงจุดเริ่มต้นของการเป็นนักโหราศาสตร์ ทำไมลูกคุณหนูไฮโซ เรียนจบวิศวะ ที่บ้านมีธุรกิจใหญ่โตต้องเปลี่ยนตัวเองมาทำอาชีพนี้ โดย หมอช้าง มาเปิดใจผ่านทางรายการ ฮัลโหล ซุปตาร์ ทางช่อง 7HD กดหมายเลข 35 ผลิตโดย บริษัท นีโน่ บราเดอร์ส ของผู้จัด นีโน่ เมทนี และ หนิง ปณิตา

หมอช้างไม่เคยคิดเป็นนักพยากรณ์ดวงชะตามาก่อน เพราะตัวเองจบวิศวะ?

หมอช้าง : ถ้าถอยหลังไป 20 กว่าปีที่ผ่านมา เด็กในยุคนั้นโตขึ้นไม่มีใครอยากเป็นหมอดู มันไม่เหมือนในยุคปัจจุบัน ในตอนนั้นตกกระไดพลอยโจน

หมอช้างโตมาแบบไฮโซๆ คุณหนูๆ หน่อย?

หมอช้าง : ช่วงวัยรุ่นเป็นช่วงที่ฐานะทางครอบครัวค่อนข้างดีมีธุรกิจ มีกิจการของครอบครัวเป็นโรงงานก็ใหญ่โต คุณพ่อเป็นวิศวะกร แล้วคุณพ่อท่านเสียไปแล้ว ท่านตั้งใจเรามีโรงงานลูกเรียนจบแล้วตามสูตรก็เป็นผู้จัดการโรงงาน อันนั้นมันเป็นสิ่งที่ถูกวางรากฐานมาตั้งแต่เด็กๆ แต่ว่าเหตุการณ์ชีวิตคนเรา  แม้กระทั่งชีวิตหมอดูเองมันไม่เป็นอย่างที่คิดเสมอไป

เกิดอะไรขึ้น?

หมอช้าง : ที่เราจำได้มันจะมียุคที่เกิดวิกฤติฟองสบู่ปี40 ผ่านมา 25 ปี ซึ่งช่วงนั้นเป็นช่วงที่ธุรกิจใหญ่ๆ มีปัญหากันหมด รวมไปถึงธุรกิจของที่บ้านด้วย แต่ด้วยความโชคดีผมเรียนจบพอดี จากแพลนเดิมเราไปทำงานที่บ้านสบายๆ ไม่ต้องคิดอะไร วิศวะกรเป็นอาชีพที่ตกงานเยอะที่สุดในยุคนั้น เหมือนกับโควิดธุรกิจการท่องเที่ยว ไกด์ก็ไปหมด แต่ว่าในยุคนั้นเป็นวิศวะกร ทีนี้ไปสมัครงานก็ยากแล้ว สิ่งที่เราคิดได้เรามีความรู้ที่เรียนมาตั้งแต่เด็กๆ ตอนนั้นเรียนโหราศาสตร์ เรียนดวงไม่ได้อยากเรียนด้วย คือเรียนเอาใจพ่อ เพราะพ่อเป็นคนชอบเรื่องนี้ พอไปเรียนก็ให้ค่าขนมเพิ่ม

หลังจากที่บ้านล้มละลายชีวิตเปลี่ยนจากที่เคยเป็นอย่างมากเลย?

หมอช้าง : สมัยก่อนตอนเรามีฐานะเราจะมีรถดีๆ เปลี่ยนรถทุกวัน มีคนขับรถ พอมันล้มละลายปุ๊บรถมันก็หายไปทีละคันสองคัน จนผมต้องมาขึ้นรถเมล์

ความรู้สึกตอนนั้นคือมันพลิกเลย?

หมอช้าง : ที่บ้านดีอยู่อย่างหนึ่ง คือคุณพ่อแกไม่ได้เริ่มต้นมาสำเร็จเลย แกเป็นเด็กต่างจังหวัดมาทำธุรกิจ เป็นเด็กวัดมาก่อน ถึงแม้ในช่วงที่เรามีฐานะเขาก็สอนให้เราเห็นคุณค่าของเงิน เขาอยู่กับพระศึกษาเรื่องโหราศาสตร์ เขาเตือนเราตลอดว่าชีวิตมันไม่แน่นอนหรอก วันนึงเราขึ้นรถเมล์หันไปเห็นรถเบนซ์สีฟ้าที่เราเคยนั่งสวยมาก เราคิดว่าเมื่อ 2 เดือนที่แล้วเรายังนั่งอยู่ แต่มาคิดอีกทีวันนี้เราโชคดียังนั่งรถมีคนขับด้วย เพียงแต่เรามีเพื่อนนั่งเยอะขึ้น มันก็เปลี่ยนกลับมาศูนย์ใหม่ ชีวิตผมตลก ตอนเด็กก็ลำบาก มาเริ่มมีฐานะตอนมีธุรกิจที่บ้านตอนเราเป็นวัยรุ่น คือจากจนแล้วมารวย รวยแล้วมาจน มาเริ่มนับหนึ่งใหม่ ก็เลยรู้สึกว่าถ้าความรู้วิศวะในวันนั้นมันยังหางานไม่ได้ อีกความรู้หนึ่งที่เรายังมีคือในเรื่องของโหราศาสตร์ จากเดิมดูเป็นงานตบไหล่ ดูเสร็จปุ๊บก็ขอบคุณ มันเลยรู้สึกว่าความรู้นี้มันต้องมาเลี้ยงชีพ เพราะเหตุผลแรกก็คือไม่อยากให้พ่อแม่ต้องกังวล และไม่อยากให้พ่อ แม่ต้องมาเดือดร้อนดูแลเรา เราดูแลตัวเองได้ แต่ต้องเรียนเลยว่าในวันนั้นมันไม่มีความภูมิใจ คือแม่จะกังวลตลอดเวลาให้ไปสมัครงาน ให้ไปหางาน เพราะว่าเพื่อนรุ่นเดียวกันจบปริญญาตรีวิศวะก็ต้องต่อ MBA ที่อเมริกา มันเป็นสูตรในยุคนั้น ซึ่งไปกันหมดเลย แต่เราก็ติดอยู่ที่เมืองไทย แต่เราก็บอกคุณแม่ให้มั่นใจว่าถ้าเราจะทำอาชีพพยากรณ์เนี่ย เราจะทำด้วยความซื่อสัตย์ จรรยาบรรณของอาชีพเรา เราไม่ได้ไปหลอก ไปโกงใคร วันนั้นเราพูดไม่มีใครเห็นภาพเหตุการณ์วันนี้ เราคิดแค่ว่าค่อยๆ เริ่ม ค่อยๆ ดู

คนแรกที่ดูแบบมีค่าครูจำได้ไหม?

หมอช้าง : คนแรกอะยาก แต่จริงๆ มันเริ่มต้นตั้งแต่ก่อนเรียนจบ แล้วบางทีมันไม่ได้เป็นเงิน แต่อาจได้เงินบ้าง 200 -300 บางทีได้เป็นขนม บางทีได้เป็นของเล่น แต่ว่าผมเคยมีชีวิตช่วงหนึ่งไปดูดวงอยู่แถวเซ็นเตอร์พ้อยท์ ถ้าจำได้ตรงนั้นมันมีลานน้ำพุอยู่ สมัยก่อนเคยมีร้านที่เราดูฮวงจุ้ยให้เป็นร้านถ่ายรูป พอเราไปดูฮวงจุ้ยให้ร้านเขาขายดี เขาเลยแบ่งที่ให้เรา ที่ไปตอนนั้นเพราะว่าอยากจะดูดวงเด็ก เพราะคนส่วนมากที่มาดูเป็นผู้ใหญ่ แต่รู้สึกว่าวัยเราก็ไม่ค่อยเยอะ แล้วเราไม่ค่อยมีข้อมูลเกี่ยวกับเด็กวัยรุ่นเท่าไหร่ ก็เลยไปเปิดตรงนั้นให้เด็กๆ วัยรุ่น แต่ดูไม่นาน สักพักก็เลิก เพราะเด็กมันไปบอกแม่ว่าผมดูดวงอยู่ตรงนี้ แม่ก็เลยมาใช้โควต้าเด็ก ราคาเด็ก ที่เราเปิดตรงนั้นเพื่อให้เด็กมาดูแล้วเราได้เก็บข้อมูล สถิติวัยรุ่นมีมุมมอง มีปัญหาหรือว่ามีเรื่องดวงอะไรที่น่าสนใจบ้าง

การพยากรณ์คือการเก็บสถิติ ฮวงจุ้ยแท้ๆ ก็เก็บสถิติ แล้วก็เอาไปพยากรณ์ถูกไหม?

หมอช้าง : ใช่ บางคนบอกว่าผมเป็นหมอต้องนั่งหลับตา คือหลับตามองไม่เห็นนะ ต้องลืมตา แล้วอุปกรณ์ที่เราใช้ดูเดี๋ยวนี้เป็นคอมพิวเตอร์ เป็นอะไร คือถ้ามันไม่มีหลักการ ไม่มีวิชาการมันจะเป็นโปรแกรมได้ไง การเขียนโปรแกรม การผูกดวงมันต้องใช้สถิติจากดาราศาสตร์ที่เป็นเรื่องของดวงดาว และเรื่องพวกนี้ไม่ได้เกิดขึ้นวันนี้ โหราศาสตร์มาจากอินเดีย มันถึงมีคำว่าลักขณาราศีอะไรพวกนี้ที่เราเอาวัฒนธรรมตรงนั้นมาใช้ในคำของพยากรณ์ เป็นศาสตร์ที่มีความรู้ สมัยก่อนเราถึงขั้นมีตำแหน่งโหราธิบดี ซึ่งตำแหน่งนี้เป็นตำแหน่งราชการในรั้ว ในวัง

จากที่ดูดวงที่สยามสแควร์แล้วกลายมาเป็นหมอช้างที่เรารู้จักได้ยังไง?

หมอช้าง : ต้องบอกว่าผมไม่ได้มีวันที่สวมมงกุฎแล้วตื่นเช้ามาชีวิตเปลี่ยน เราไม่ได้เป็นแบบนางงามที่อยู่ๆ ชีวิตเปลี่ยนเลย ผมค่อยๆ สะสมในเรื่องของชื่อเสียง เริ่มจากการเขียนคอลัมน์ของ อิมเมจ เป็นเล่มแรก ซึ่งเขียนยากมาก เพราะว่าทาเก็ตคนอ่านหลากหลาย ตอนนั้นก็เริ่มมีแฟนคนอ่านคอลัมน์ของเรา ตอนนั้นเขียน 2 คอลัมน์เลย บ้าพลังมาก เขียนเรื่องดวง คอลัมน์นึง  แล้วเรื่อง ฮวงจุ้ย คอลัมน์นึง  พอเริ่มมีแฟนที่อ่าน ติดตามคอลัมน์เราเยอะก็ไปมีแม็คการซีน เล่มอื่นๆ ต่อ คนก็เริ่มเห็น เริ่มเป็นที่รู้จัก เริ่มมีการบอกต่อ ผมไม่ใช่หมอดูที่อยู่ๆ ไปทายว่านุ้ยจะท้อง แล้วนุ้ยท้องแล้วดัง คนไม่ได้จำเราในภาพนั้น แต่คนรู้จักเรามาเรื่อยๆ เขียนคอลัมน์มาก่อน แล้วคนเริ่มมารู้จัก ออกรายการวิทยุ ออกรายการโทรทัศน์อะไรแบบนี้ คอนเทนต์มันก็พัฒนาตามยุคสมัย  สมัยก่อนดวงมันก็เป็นแค่ดวง เดี๋ยวนี้มันมีหลายอย่างเพิ่มขึ้นมา

อยากรู้ว่านักพยากรณ์เขาดูตัวเองกันไหม แล้วจริงไหมที่เขาบอกว่าห้ามดู?

หมอช้าง : ไม่ได้ห้ามดู แต่ว่าการดูตัวเองบางทีมันเข้าข้างตัวเอง เหมือนเราทำอาหารกินเองมันก็อร่อย คือผมจะบอกว่าถ้าคุณเป็นหมอดูแล้วไม่ดูตัวเอง ดูดวงตัวเองไม่ได้แล้วจะไปดูให้คนอื่นได้ยังไง ถ้าศาสตร์นี้มันมีความรู้ มีประโยชน์เราเอามาวางแผนชีวิตตัวเองไม่ได้ แล้วเราจะไปช่วยคนอื่นได้ยังไง ครูคนแรกของเราก็คือตัวเราเอง ความรู้พวกนี้บางทีเป็นดาบสองคม ถ้ามันอยู่ในมือที่ผิดมันก็เอาไปใช้ในทางที่ผิดได้ ดังนั้นใครที่เป็นนักโหราศาสตร์หรือสนใจที่จะเรียนหรือศึกษาตรงนี้ ผมอยากจะบอกว่าเรื่องพวกนี้ต้องมีครู บางอย่างอาจอ่านหนังสือ อ่านตำราเองได้ แตสิ่งที่ครูจะให้เรานอกจากความรู้คือเรื่องจรรยาบรรณ

การดูดวงเยอะๆ มันทำให้ดวงตก ดวงแตก ดวงเปลี่ยน ชีวิตสั้นจริงไหม?

หมอช้าง : มันมี 2 กรณี อย่างเราเป็นผู้ดู เป็นผู้พยากรณ์ บางคนบอกว่าหมอดูไปทักเขาชีวิตหมอดูจะมีปัญหา คือผมจะบอกว่ามันอยู่ที่เจตนาของเรา ถ้าเราเตือนด้วยความหวังดี เตือนด้วยเจตนาที่บริสุทธิ์มันไม่ได้เป็นเรื่องร้าย แต่บางคนไปเตือนด้วยความคาดหวังบางอย่าง หรือเตือนในเชิงผลประโยชน์อย่างนั้นมันจะเข้าตัวเอง  ต้องบอกว่าในปัจจุบันคอนเทนต์เรื่องโหราศาสตร์มีเยอะมาก บางคนไปดูดวงมาเยอะกว่าผมดูให้ลูกค้าอีก อันนี้มันเลยมีคำว่าดวงช้ำ แต่จริงๆดวงไม่ได้ช้ำหรอก แต่มากหมอก็มากความ ผมเองมีหลักอย่างหนึ่งคือคนที่มาปรึกษาเรา ส่วนมากก็จะปรึกษาเราเป็นหลัก แต่ว่าคนที่วันหนึ่งดู 10 หมอ เราไม่ค่อยดูให้เขาหรอก เพราะเราไปแก้ปัญหาหมอคนอื่นไม่ได้ จะบอกว่าวันนี้ที่เราเห็นตามเว็บไม่ใช่จะจริงไปทั้งหมด

ดวงปีหน้าเป็นยังไง?

หมอช้าง : ถ้าเรามองในเชิงภาพใหญ่ถ้าให้คะแนน ปี2566 ดีกว่าปี 2565 เยอะมาก ดีเกินกว่า 70%

คนเกิดเดือนพฤศจิกายนปีหน้าเป็นยังไงบ้าง?  

หมอช้าง : เราเริ่มตั้งแต่วันที่ 17 พฤศจิกายน ไปจนถึง 15 ธันวาคม ช่วงนี้เขาจะเรียกว่าเป็นช่วงของราศีพิจิก ดวงดาวที่เป็นการเงินได้ตำแหน่งราชาโชค ก็แสดงว่าจะมีโชคที่ดีในเรื่องของการเงินเข้ามา

คนเกิดเดือนพฤษภาคม

หมอช้าง : ตั้งแต่15 พฤษภาคม จนถึง 14 มิถุนายน เป็นช่วงราศีพฤษภ เป็นปีที่เหนื่อยในปี2566 แต่ข่าวดีคือปี2567 ต่อไปจนถึงปี 2568 จะเป็นปีที่ดีที่สุด

ราศีเมถุน?

หมอช้าง : เมถุนติดอันดับที่มีโชคมากที่สุดในปี2566 คือการมีโชคอย่าไปคิดว่าเป็นการถูกรางวัลอย่างเดียว คือโชคในทางโหราศาสตร์คือสิ่งที่ได้มาโดยไม่คาดฝัน มีโชคทั้งเรื่องงานและเรื่องเงินเลย เรื่องความรักจะได้คู่ที่นำทรัพย์มาให้ด้วย ถ้านับ 1  ใน 3 คุณคือราศีที่ดวงดีในปีหน้า

มีราศีที่ต้องระวังตัวเองมีไหม?

หมอช้าง : จริงๆเมื่อกี้พูดถึงพฤษกไป แต่แยกให้ออกนะ พฤษกเป็นราศีที่ต้องเตรียมตัวไม่ใช่ระวังตัว ระวังตัวคือเตือน แต่เตรียมตัวคือมันมีเรื่องที่ต้องเตรียมตัวหลายๆอย่าง

เอ ไชยา ผมต้องเดินทางเรื่อยๆ เลยอุบัติเหตุจะเป็นอย่างไรบ้าง อีกเรื่องเขาบอกว่างานจะปังมากๆ เลยจริงไหม?

หมอช้าง : ราศีมีน คือ 15 มีนาคม ถึง 13 เมษายน เป็นราศีที่มีเรื่องเสียเงินหนักมากในปีหน้า แต่เป็นราศีที่หาเงินได้เยอะมากด้วย ครึ่งปีหลังของปีหน้า เป็นช่วงที่คุณเดินทางเยอะมากในรอบ 10 ปี พอเดินทางเยอะ อย่าประมาณแล้วกัน เรื่องของอุบัติเหตุบางทีมันไม่เกิดจากเรา แต่มันเกิดจากคนนั้น คนนี้  มันเกิดได้หมดแหละ มั่นในเรื่องการทำบุญ

มิกซ์ ทองระย้า เกิดราศีพิจิก ถ้าปีหน้าจะทำธุรกิจสักอย่างจะทำได้ไหม?

หมอช้าง : เป็นราศีในเรื่องของการเงินแข็งแรง และเป็นราศีแห่งการบุกเบิก ก็เป็นปีที่ดี สามารถลงมือได้เหมือนกัน แต่ต้องเริ่มจากหลังปีใหม่ไทยไปแล้ว

รู้มาตลอดว่าหมอช้างยังโสดอยู่ โสดหรือเปล่า?

หมอช้าง : ไม่โสดครับ แต่งงานมีครอบครัวแล้ว คบกันมา ผมว่ามี 14-15 ปี นานมากแล้ว แต่ว่ายังไม่มีลูก เป็นคนชอบทำงาน คนจะคิดว่าเราเป็นหมอดูจะดูดวงทุกเรื่อง แต่ว่าในสมัยนั้นที่เจอไม่ได้บอกเขาว่าเป็นหมอดู สำคัญคือเราดูหน้า ดูบุคลิก ที่สำคัญเราเจอเรื่องกลิ่นก็สำคัญ ถ้าเป็นกลิ่นที่ดีก็สร้างความประทับใจให้คนนั้นได้เหมือนกัน

ติดตามชมรายการ “ฮัลโหล ซุปตาร์” ออกอากาศทุกวันเสาร์ เวลา 17.00 น. ทาง ช่อง 7HD กด 35 และสามารถติดตามความเคลื่อนไหวรายการต่างๆ ได้ทางช่อง 7HD กด 35 ทางโซเชียล Facebook, IG, Twitter : Ch7HD และ Ch7HD Entertainment และ ทาง เว็บไซต์ : www.ch7.com หรือรับชมย้อนหลังได้ทาง Bugaboo.tv