“ชัยวุฒิ” ลาออก ส.ส.พลังประชารัฐแล้ว น้องสาว “วิรัช รัตนเศรษฐ” ขึ้นนั่งแทน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/537197

25 พ.ย. 2565

"ชัยวุฒิ" ลาออก ส.ส.พลังประชารัฐแล้ว น้องสาว "วิรัช รัตนเศรษฐ" ขึ้นนั่งแทน

“ชัยวุฒิ” ยื่นลาออกจาก ส.ส.พลังประชารัฐแล้ว ส่งผลให้ น้องสาว “วิรัช รัตนเศรษฐ” ขึ้นนั่ง ส.ส.แทน ส่วนสาเหตุยังไม่แน่ชัด คาดเดินตาม “บิ๊กตู่”ไปพรรคใหม่

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 24 พ.ย. ที่ผ่านมา นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ และ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมยื่นหนังสือต่อระบบสารบัญสภาผู้แทนราษฎร แจ้งความประสงค์ขอลาออกจากการเป็น ส.ส. บัญชีรายชื่อพรรคพลังประชารัฐ มีผลตั้งแต่วันนี้ (25พ.ย.) เป็นต้นไป

ส่วนสาเหตุยังไม่ทราบแน่ชัด เนื่องจากยังไม่ได้รับการเปิดเผย ซึ่งคาดว่าอาจจะเดินตามพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ตามเส้นทางการเมืองในอนาคตที่เคยมีกระแสข่าวว่า จะสมัครเข้าพรรคใหม่

ทำให้ นางวลัยพร รัตนเศรษฐ น้องสาวของนายวิรัช รัตนเศรษฐ ส.ส.บัญชีรายชื่อลำดับที่ 29  และรองหัวหน้าพลังประชารัฐ ได้เลื่อนขึ้นเป็น ส.ส. บัญชีรายชื่อของพรรคพลังประชารัฐแทน

อย่างไรก็ตาม หากนายเดชนัฐวิทย์ เตริยาภิรมย์ ลูกชายของ นายบุญทรง เตริยาภิรมย์ อดีต รัฐมนตรีว่าการกระทรวง พาณิชย์ ซึ่งอยู่ลำดับที่ 28 ของพรรคพลังประชารัฐ ไม่ยื่นลาออกไปก่อนหน้านี้ ก็จะขยับขึ้นแทน นายชัยวุฒิ

ต่อมานายเดชนัฐวิทย์ เปิดเผยว่า ตนได้ยื่นใบลาออกจากการเป็นสมาชิกพรรคพลังประชารัฐ ช่วงกลางเดือน พ.ย.ที่ผ่านมา ส่วนอนาคตทางการเมืองต่อจากนี้ ยังไม่ตัดสินใจว่าจะร่วมงานกับพรรคการเมืองใด

หนังสือลาออกหนังสือลาออก

นางวลัยพร รัตนเศรษฐนางวลัยพร รัตนเศรษฐนายเดชนัฐวิทย์ เตริยาภิรมย์นายเดชนัฐวิทย์ เตริยาภิรมย์

‘ก้าวไกล’ ไม่ไร้เดียงสา พร้อมสู้ศึกเลือกตั้ง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/537182

25 พ.ย. 2565

'ก้าวไกล' ไม่ไร้เดียงสา พร้อมสู้ศึกเลือกตั้ง

รัฐบาลไม่ได้ประโยชน์ จากการยุบสภา ก้าวไกลไม่ไร้เดียงสา พร้อมสู้ศึก ‘เลือกตั้ง’ หวังได้ส.ส.มากกว่าพรรคอนาคตใหม่

พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล ประเมินว่ารัฐบาลไม่ได้ประโยชน์อะไรจากการยุบสภา แต่หากเกิดอุบัติเหตุขึ้นมา  พรรคก็พร้อมเลือกตั้ง เพราะประเมินมาตั้งแต่ 6 เดือนที่แล้ว ตั้งแต่มีกระแสที่จะยุบ เราก็ไม่ประมาท แต่ถ้ามีเวลามากขึ้น เราก็มีเวลาทำงานมากขึ้น เพื่อให้นาทีสุดท้าย วันที่ระฆังเคาะหรือชักธงรบแล้ว จะหาผู้สมัครที่มีประสิทธิภาพและอุดมการณ์ได้ครบ

ส่วนในเรื่องเกมกติกา พรรคไม่ได้ไร้เดียงสาขนาดถึงไม่ได้คิดหรือคำนึงถึง แต่พรรคเราเป็นพรรคคนรุ่นใหม่ ใช้ Data Scientist  และฉากทัศน์หลายกรณี ทุกความเป็นไปได้ ไม่มีผลกระทบกับพรรคก้าวไกล พรรคขนาดกลางที่กำลังเติบโตอย่างพรรคก้าวไกลไม่กระทบ Voter (ฐานเสียง) ของพรรคก้าวไกลสบายใจได้ ในเรื่องคณิตศาสตร์ทางการเมืองพรรคก้าวไกลไม่แพ้พรรคไหนแน่นอน

ส่วนการเตรียมว่าที่ผู้สมัคร ส.ส. จะส่งลงสมัครครบทั้ง 400 เขตเลือกตั้ง ซึ่งใกล้ครบ100% แล้ว คงจะเปิดตัวเรื่อย ๆ พร้อมกับเปิดนโยบาย ซึ่งสำหรับว่าที่ผู้สมัคร ส.ส. นั้นมีมาจากหลากหลายวิชาชีพและกลุ่มประชากร เราเชื่อในความหลากหลาย เราเชื่อในคนธรรมดาทำการเมืองที่เข้าใจปัญหามาก่อน นี่คือจุดแข็งของพรรคก้าวไกลที่จะตอบโจทย์และมีประสิทธิภาพในการแก้ไขปัญหาประชาชนแน่นอน

อุดมการณ์และความซื่อตรง ซื่อสัตย์ต่อพรรค ต่างจากอนาคตใหม่ ซึ่งมีเวลาน้อย แต่ตอนนี้ทำงานมาปีกว่า ปีครึ่ง มีการบริหารจัดการจากล่างขึ้นบนในการวิเคราะห์และส่งกลับไปให้ทำงาน ให้พี่น้องประชาชนตรวจสอบได้ จึงมีทั้งประสิทธิภาพและอุดมการณ์

ทั้งนี้ต้องขอบคุณทุกเสียงสนับสนุนในฐานะแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีตามผลการสำรวจ แต่เรื่องพวกนี้ถือคติว่า ตอนขึ้นอย่าหลง ตอนลงอย่าท้อ ต้องยิ่งทำงานให้หนักมากยิ่งขึ้น เพื่อซื้อใจพี่น้องประชาชนที่อยู่นอกพื้นที่ให้ได้มากขึ้นด้วย

สำหรับเป้าหมายจำนวนที่นั่ง ส.ส. ที่พรรคก้าวไกลตั้งไว้ คาดหวังให้ได้มากกว่าตอนอนาคตใหม่
แต่ที่มากกว่าเรื่องจำนวน คือเรื่องคุณภาพ คุณภาพของพรรคการเมืองที่ดีคือ ส.ส. เขตมากกว่าบัญชีรายชื่อ ไม่สามารถบอกได้ว่าเป็นพรรคของประชาชน ต้องการที่จะเป็นพรรคระดับชาติได้ก็ต้องมี ส.ส. เขตครบทุกภูมิภาค เป้าหมายเราจึงไม่ใช่เรื่องจำนวนแน่นอน ถ้าทุกพรรคมีแต่เรื่องจำนวน สภาฯ ก็มี ส.ส. เป็นพันคนแล้ว

‘เศรษฐกิจไทย’ ไปไม่รอดยกทัพกลับพลังประชารัฐ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/537177

25 พ.ย. 2565

'เศรษฐกิจไทย' ไปไม่รอดยกทัพกลับพลังประชารัฐ

ประวิตร อ้าแขนรับ 13 ส.ส.เศรษฐกิจไทย ย้ายกลับ ‘พลังประชารัฐ’ เร่งหาช่องทางตามกฎหมาย กลัวไม่ทันเงื่อนไข เลือกตั้ง

13 ส.ส. พรรคเศรษฐกิจไทย กำลังหาช่องทางกลับไปร่วมงานพับพรรคพลังประชารัฐ เพื่อทำงานกับ
พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ โดยไผ่ ลิกค์ ส.ส. พรรคเศรษฐกิจไทย ยืนยันว่าขณะนี้กำลังให้ทีมกฎหมายพิจารณาว่าจะต้องทำอย่างไร และไม่ต้องรอให้มีการยุบสภาก่อน เพราะหากรอยุบสภาก็อาจจะทำให้ย้ายามสังกัดพรรคไม่ทันตามกรอบเวลา ตามเงื่อนไขที่จะต้องเป็นสมาชิกพรรคการเมืองก่อนสมัครรับเลือกตั้ง  เนื่องจากกระบวนการทุกอย่างมีนัยยะทางกฏหมาย 

ไผ่ ยังบอกอีกว่าพลเอกประวิตรแสดงความเป็นห่วงเป็นใย ส.ส. พรรคเศรษฐกิจไทย และปฏิเสธกระแสข่าวว่า กลุ่ม ส.ส. เศรษฐกิจไทยกลับไปพรรคพลังประชารัฐ จะทำให้คนในพรรคแตกแยกหนีออกจากพรรค  เพราะการทำงานงานทุกอย่างในพรรคพลังประชารัฐอยู่ ขึ้นอยู่กับ พลเอกประวิตร  หัวหน้าพรรค  ซึ่งไม่จำเป็นต้องให้ทุกคนในพรรครักกันทั้งหมด เพราะทุกอย่างเป็นไปตามหลักประชาธิปไตย สามารถเห็นต่างได้ ไม่จำเป็นต้องเห็นตรงกันทั้งหมด

“เรามีธงในใจอยู่แล้วว่าจะอยู่กับพลเอกประวิตรไม่รอยุบสภา แต่กำลังพิจารณาแนวทางว่าไปร่วมงานได้เลยจะผิดกฎหมายหรือเปล่า จะกลายเป็นคนนอกพรรคไปยุ่งกับพรรคอื่นหรือไม่ ”  ไผ่ ระบุในช่วงท้าย

“สุวัจน์” ปลื้ม “เนื้อวากิว-ผ้าไหม” เมืองย่าโม ต้อนรับผู้นำเอเปค

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/537158

25 พ.ย. 2565

"สุวัจน์" ปลื้ม "เนื้อวากิว-ผ้าไหม" เมืองย่าโม ต้อนรับผู้นำเอเปค

“สุวัจน์” ปลื้ม “วากิวโคราช-ผ้าไหมปักธงชัย” ถูกหยิบมาต้อนรับผู้นำเอเปค ทำให้เทศกาลอาหารปิ้งย่างเมืองโคราชปีนี้คึกคัก

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 24 พ.ย. บริเวณลานไทมุง ตลาดเซฟวัน อำเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมา นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ อดีตรองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานเปิดงาน เทศกาลอาหารย่าง ณ โคราช ครั้งที่ 15 Thailand BBQ FESTIVAL @KORAT 2022 (วัฒนธรรมอาหารพื้นถิ่นโคราช ไก่ย่าง คั่วหมี่ ส้มตำ) โดยมี นายสยาม ศิริมงคล ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา , นายเทวัญ ลิปตพัลลภ เลขาธิการพรรค อดีตรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี , นายแพทย์วรรณรัตน์ ชาญนุกูล ที่ปรึกษาพรรค , นายวัชรพล โตมรศักดิ์ สส.นครราชสีมา เขต 2 พรรคชาติพัฒนากล้า และอีกหลายภาคส่วนเข้าร่วมงาน 

นายสุวัจน์ เปิดเผยว่า งาน “ไทยแลนด์ บาบีคิว @ โคราช” หรือเทศกาลอาหารย่างที่โคราช จัดมาเป็นปีที่ 15 โดยหอการค้าจังหวัดนครราชสีมาและภาคเอกชน คาดว่าจะมีผู้คนมานับแสนคน จับจ่ายใช้สอยเป็นจํานวนมาก ภาวะบ้านเมืองเช่นนี้ ต้องช่วยกันจัดกิจกรรมกระตุ้นเศรษฐกิจ ช่วยเหลือพี่น้องประชาชน ผู้ประกอบการ 

การจัดเทศกาลอาหารปิ้งย่าง ถือว่าเป็นการสร้างอาชีพมีร้านค้า 120 บูธ ได้สร้างงานและเป็นการส่งเสริมในเรื่องของการใช้วัตถุดิบทางด้านการเกษตรได้นํามาสู่การปรุงแต่ง ทุกคนก็จะมีอาชีพ

ที่สำคัญ เป็นการสร้างอัตลักษณ์อาหารของเมืองไทย โดยเฉพาะอาหารโคราช โดยการประชุมเอเปคที่ผ่านมานั้น คนโคราชต้องภูมิใจ มีสินค้าหรือผลิตภัณฑ์ของเมืองโคราช ได้รับเกียรติจากรัฐบาลนําไปสู่การต้อนรับผู้นํา โดยในคืนเลี้ยงต้อนรับผู้นําประเทศต่างๆ “เนื้อย่างวากิว” ที่เรียกว่า โคราชวากิว ได้ขึ้นไปสู่โต๊ะอาหารด้วยรายการอาหารเนื้อย่างวากิว ย่างทานกับน้ำจิ้มแจ่ว ได้รับความนิยม และทําให้เนื้อย่างวากิวของโคราชเป็นที่รู้จัก ซึ่งมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี ที่เป็นผู้คิดค้นและสนับสนุนเกษตรกร 

ทำให้โคราชเป็นที่รู้จักผ่านผู้นําทั่วโลก หรือเรื่องของที่ระลึกที่มอบให้กับผู้เข้าร่วมประชุม “ผ้าไหมปักธงชัย” ถือว่าเป็นสินค้าที่เรียกว่า GI สิ่งบ่งบอกทางภูมิศาสตร์ ลําดับที่ 9 ของโคราช ได้ถูกนําไปผลิตเป็นผลิตภัณฑ์ ที่เรียกว่า จตุรภรณ์ คือ มีเน็กไท ผ้าเช็ดหน้า ผ้าคลุมไหล่ และหน้ากาก ทั้ง 4 อย่างทำมาจากผ้าไหมปักธงชัย

นายสุวัจน์ กล่าวว่า การโปรโมทของดีเมืองโคราช ทําให้ทั่วโลกรู้จักและจะทําให้เกิดอาชีพ เกิดรายได้ สําคัญที่สุดจะทําให้โคราชเป็นแหล่งท่องเที่ยวต่อไป เพราะคนอยากจะมากินเนื้อวากิวโคราช อยากมาซื้อผ้าไหมปักธงชัย อย่างวันนี้คนคึกคักมากตั้งแต่จัดงานมาเพราะบรรยากาศของการ อวดของดี อวดอาหาร ได้มีส่วนจากเอเปคแล้วก็นำไปสู่การเจริญเติบโตการกระตุ้นเศรษฐกิจ กระตุ้นการท่องเที่ยว

สำหรับงานเทศกาลอาหารย่าง ณ โคราช ครั้งที่ 15 (Thailand BBQ FESTIVAL@KORAT 2022) จัดขึ้นระหว่างวันที่ 24 – 28 พฤศจิกายน 2565 ณ ลานไทมุง ตลาดเซฟวัน อำเภเมือง จังหวัดนครราชสีมา เป็นงานเทศกาลอาหารที่ใหญ่ที่สุดในภาคอีสาน และเป็นเทศกาลที่มีบรรยากาศสไตล์คาวบอยที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย มีบูธอาหารย่าง และอาหารพื้นถิ่นเข้าร่วมจำหน่ายในงานอีกกว่า 120 บูธ และโซนรถ Food Truck  รวมถึงมีการแสดงบนเวทีจากศิลปินชื่อดังระดับประเทศหลากหลายวง และยังมีกิจกรรมแจกรางวัล เช่น แจกทองคำ บัตรชมภาพยนตร์จากเครือเมเจอร์ บัตรที่พักจากโรงแรมเซ็นทารา และลูกค้าเครือข่ายทรูได้รับส่วนลดจากการซื้ออาหารร้านที่ร่วมรายการในงานเป็นมูลค่ามากกว่า 1 แสนบาท

กรรมาธิการ พร้อมหนุน แก้รัฐธรรมนูญ ปลดล็อค ‘ท้องถิ่น’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/537170

25 พ.ย. 2565

กรรมาธิการ พร้อมหนุน แก้รัฐธรรมนูญ ปลดล็อค 'ท้องถิ่น'

กรรมาธิการ กระจายอำนาจ ฯพร้อมหนุน ‘ปลดล็อค’ ท้องถิ่นตามร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญหมวด14 ที่จะเข้าที่ประชุมรัฐสภา สัปดาห์หน้า

โกวิทย์ พวงงาม / สฤษฎ์พงษ์ เกี่ยวข้อง กรรมาธิการการกระจายอำนาจ การปกครองส่วนท้องถิ่นและการบริหารราชการรูปแบบพิเศษ สภาผู้แทนราษฎร  เห็นด้วย กับการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญในหมวด 14 การปกครองส่วนท้องถิ่น ซึ่งเป็นร่างแก้ไขเพิ่มเติมของ ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้ากับประชาชนผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งจำนวน 76,591 คนเป็นผู้เสนอ  โดยเห็นว่าสาระเกี่ยวกับการให้อำนาจท้องถิ่น จะเป็นประโยชน์เป็นการแก้อำนาจท้องถิ่นให้มีความเป็นอิสระ การกำหนดนโยบายและการบริหาร จัดทำบริการสาธารณะบริหารงานบุคคลการเงินการคลัง

โดยส่วนตัว พร้อมเสนอให้มีการปฏิรูประบบราชการลดบทบาทตัวเองและเพิ่มบทบาทขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ในการประชุมร่วมรัฐสภา  วันที่ 29-30  พฤศจิกายนนี้

ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้าธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้า

ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้ายอมรับรู้สึกตื่นเต้นที่จะได้กลับเข้ารัฐสภาในฐานะผู้ร่วมเสนอร่าง ก่อนย้ำว่าร่างปลดล็อกท้องถิ่นฉบับนี้ ไม่ใช่ความฝันของคณะก้าวหน้าเท่านั้น แต่เป็นความฝันของคนอีกมากมายที่รณรงค์เรื่องนี้มายาวนาน เราต้องการทำเรื่องนี้ให้สำเร็จเพื่อปลดล็อกศักยภาพของประเทศไทยให้หลุดพ้นจากการเป็นประเทศกำลังพัฒนา

พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ เชื่อว่าการกระจายอำนาจคือการปลดล็อคทางเศรษฐกิจ ลดการคอร์รัปชัน ทำให้การแก้ไขปัญหาของประชาชนทำได้เร็วขึ้น แตกต่างจากระบบรวมศูนย์ที่ทำให้การแก้ไขปัญหาล่าช้า หากเราไม่กระจายอำนาจ ท้องถิ่นจะไม่มีอำนาจและงบประมาณเพียงพอในการดูแลเรื่องพื้นฐานของประชาชน ส่งผลให้ไม่ว่ารัฐบาลจะผลักดันนโยบายเศรษฐกิจใด ก็ไม่สามารถขับเคลื่อนได้เต็มที่ ทั้งนี้ในวันพรุ่งที่26 พ.ย. พรรคก้าวไกลจะเปิดตัวนโยบาย ทุกจังหวัดไทยก้าวหน้า โดยมีโรดแมปหรือแผนการกระจายอำนาจทั้งระยะสั้นและระยะยาว

พริษฐ์ วัชรสินธุ ระบุว่าการกระจายอำนาจคือการกระจายทั้งงาน เงิน และคนไปสู่ท้องถิ่น เพื่อให้มีอำนาจและทรัพยากรเพียงพอในการพัฒนาพื้นที่ หัวใจของการกระจายอำนาจคือการเพิ่มอำนาจประชาชนในการตัดสินใจว่าโครงการที่จะทำในพื้นที่ควรเป็นโครงการใด งบประมาณในพื้นที่ควรนำไปใช้อย่างไร หรือผู้บริหารสูงสุดของจังหวัดควรเป็นใคร โดยสิ่งที่ต้องทำควบคู่กับการกระจายอำนาจคือการสร้างกลไกที่ทำให้ประชาชนร่วมตรวจสอบการทำงานของท้องถิ่นได้ เพื่อลดความเสี่ยงเรื่องคอร์รัปชัน เพิ่มความโปร่งใสของท้องถิ่น

คิดจะ ‘ยุบสภา’ ต้องดูเงื่อนเวลาที่เหมาะสม

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/537161

25 พ.ย. 2565

คิดจะ 'ยุบสภา'  ต้องดูเงื่อนเวลาที่เหมาะสม

ฟันธง 30 พฤศจิกายน ยุบสภาไม่ได้ แม้ ‘ศาลรัฐธรรมนูญ’ จะปล่อยผ่านกฎหมายเลือกตั้งส.ส. แต่ยังต้องรอ ขั้นตอนลงพระปรมาภิไธย

 นิพิฎฐ์ อินทรสมบัติ รองหัวหน้าพรรคสร้างอนาคตไทย โพสต์เฟสบุ๊ค สนับสนุนแนวคิดวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี เรื่องช่วงระยะเวลาที่เหมาะสมในการยุบสภา

โดยเห็นด้วยที่ว่า หลังศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยกฎหมายเลือกตั้งส.ส.ในวันที่ 30 พย.2565 แล้ว นายกรัฐมนตรี จะยังไม่ยุบสภาทันที ด้วยเหตุผลว่า  หากศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่าหากกฎหมายไม่ตกไป นายกรัฐมนตรีต้องนำขึ้นทูลเกล้า เพื่อลงพระปรมาภิไธยเสียก่อน



ในขณะที่ยังไม่ทรงลงพระปรมาภิไธย นายกรัฐมนตรีจะยุบสภาเลย ก็กระไรอยู่ ความเห็นคือ มิบังควร เพราะร่างกฎหมายอยู่ในระหว่างพระราชวินิจฉัย 90 วัน ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 146  ถ้ามิได้ทรงพระราชทานกลับคืนมา และรัฐสภาต้องพิจารณาว่า จะยืนยันกฎหมายนั้น หรือไม่ จะทำอย่างไรต่อไป

นิพิฏฐ์ ระบุว่า ร่างพรบ.ที่ผ่านการพิจารณาของรัฐสภาแล้ว และ ผ่านการวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญแล้ว พระมหากษัตริย์ คงใช้เวลาไม่นานในการลงพระปรมาภิไธย

เมื่อทรงลงพระปรมาภิไธยเมื่อไหร่ นั่นคือ เวลาที่เหมาะสมที่จะยุบสภาผู้แทนราษฎร  ช่วงระยะเวลาการยุบสภา จึงมีเหตุผลดังว่าด้วยประการฉะนี้

“เพื่อไทย” ซัด รัฐบาลทำ “ข้าวหอมมะลิ” เสียแชมป์คาบ้าน ข้าวดีที่สุดในโลก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/537147

25 พ.ย. 2565

"เพื่อไทย" ซัด รัฐบาลทำ "ข้าวหอมมะลิ" เสียแชมป์คาบ้าน ข้าวดีที่สุดในโลก

“เพื่อไทย” ซัด รัฐบาล ต้นเหตุทำ “ข้าวหอมมะลิ105” เสียแชมป์ข้าวที่ดีที่สุดในโลก ไม่ดูแลกระบวนการปลูก ตั้งข้อสงสัยหยิบข้าวทั่วไปมาประกวดหรือไม่ จนพ่ายแพ้กัมพูชา

กรณีประเทศไทยเสียแชมป์จากการ “ประกวดข้าว” ที่ดีที่สุดของโลกประจำปี 2022 (The World’s Best Rice 2022) ให้กับ ข้าวหอมมะลิของกัมพูชาชื่อ “ผกาลำดวน” หลังเคยคว้ารางวัลชนะเลิศการประกวดข้าวโลกถึง 2 ปีติดต่อกัน เมื่อปี 2563-2564

วันนี้ 25 พฤศจิกายน นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี และคณะกรรมการยุทธศาสตร์และทิศทางการเมืองพรรคเพื่อไทย (พท.) กล่าวว่า ความจริงแล้ว “ข้าวหอมมะลิ 105” ของไทยเป็นสายพันธุ์ที่ยังคงดีที่สุดในโลก ซึ่งไทยไม่ได้แพ้ที่สายพันธุ์ แต่แพ้เพราะการปล่อยปละละเลยในกระบวนการจัดการ ทั้งด้านวิชาการและการส่งเสริมด้านเกษตรกรรมที่ถูกต้อง เนื่องจากคนจัดการเรื่องนี้มืออ่อนและไม่มีความใส่ใจในชื่อเสียงของประเทศไทย เมื่อเรารู้อยู่ว่าเราจะทำการประกวดข้าว กระบวนการผลิตข้าวตั้งแต่เรื่องของเมล็ดพันธุ์ พื้นที่ปลูก ช่วงแสง จังหวะการให้ปุ๋ย กระบวนการเพาะกล้า ที่ดูแลตั้งแต่ระบบราก จังหวะการใส่ปุ๋ย ตามความต้องการของข้าวในแต่ละช่วงอายุข้าว ตลอดจน การให้ปุ๋ยเสริมเพิ่มคุณภาพข้าว ในช่วงก่อนการเก็บเกี่ยวข้าวเราได้เข้าไปควบคุมดูแลหรือไม่ 

แม้กระทั่งการวิเคราะห์ ความต้องการ ปุ๋ย NPK ที่เป็นธาตุอาหารหลัก และปุ๋ยที่เป็นธาตุอาหารรอง เช่น แคลเซี่ยม แมกนีเซียม ซัลเฟอร์หรือแมงกานิส ที่มีความแตกต่างกันในแต่ละภาคของประเทศไทยนั้น เราได้เสริม เพิ่มเติม ให้ถูกต้อง หรือไม่อย่างไร เมื่อรู้ว่าจะมีการประกวดคุณได้นำข้าวจากแปลงนาที่ มีการดูแลที่ถูกต้อง หรือไม่ หรือปล่อยไปตามยถากรรมแล้วหยิบเอาข้าวทั่วไปไปประกวด 


นายวรวัจน์ เรียกร้องไปยังกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เข้ามาดำเนินการเรื่องนี้อย่างจริงจัง เพราะเราเคยทำมาแล้วที่หุงหลังบ้าน หอมมาถึงหน้าบ้าน พันธุ์ข้าวเราทำได้ กรมการข้าวเพิ่งได้เงินเพิ่มจากการอนุมัติของกรรมาธิการงบประมาณไปจำนวน 15,000 ล้านบาท เพื่อส่งเสริมการเพาะปลูกข้าวไปเมื่องบประมาณปีนี้เอง 

ทุกวันนี้ เกษตรกรไทย ก็จะแย่อยู่แล้ว ยังจะมาโดนซ้ำเติมอีก การที่นายณัฏฐกิตติ์ ของทิพย์ อธิบดีกรมการข้าว ออกมาชี้แจงถึงสภาพ และพื้นที่ของการเพาะปลูกข้าว คือ การสารภาพถึงความไร้ความรับผิดชอบของกระบวนการปลูกข้าวก่อนนำไปประกวดแล้วว่าไม่ได้มีการควบคุมคุณภาพให้ผลผลิตออกมาสมบูรณ์ 100% ซึ่งตนขอเรียกร้องในนามของคนไทยคนหนึ่ง ที่รักชื่อเสียงของข้าวไทยว่า การเสียชื่อเสียงของประเทศไทยครั้งนี้ เรื่องนี้ต้องมีคนรับผิดชอบ


“วันนี้คนไทยที่รักชื่อเสียงของข้าวไทย รู้สึกเสียใจเป็นอย่างยิ่ง การปล่อยให้ข้าวไทยแพ้คาบ้านแบบนี้ นักวิชาการเรื่องข้าวในประเทศไทยแทบไม่รู้จะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน เราขายหน้ากับกระบวนการจัดการของรัฐบาลที่รู้อยู่ว่าจะแข่งแต่กลับไม่มีกระบวนการจัดการอะไรเลย ทั้งที่ข้าว คือ พืชทางการเกษตรหลักของประเทศ และเป็นพืชผลหลักที่เราส่งออก” นายวรวัจน์ กล่าว

นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล

พรรครวมไทยสร้างชาติ แจงไม่มีเจตนา’คุกคามสื่อ’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/537151

25 พ.ย. 2565

พรรครวมไทยสร้างชาติ แจงไม่มีเจตนา'คุกคามสื่อ'

พรรครวมไทยสร้างชาติยืนยัน ไม่ได้มีเจตนา คุกคามสื่อ กรณีขึ้นแบนเนอร์ ถึง’เครือเนชั่น’ ยืนยัน ต้องการชี้แจงข้อเท็จจริงเท่านั้น

จากการนำเสนอข่าวของ สื่อเครือเนชั่น ที่ระบุถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม จะถือฤกษ์ วันที่ 21 พ.ย. สมัครเป็นสมาชิกพรรครวมไทยสร้างชาติ ต่อมาทางพรรคได้ทำทำกราฟฟิกแบนเนอร์ เผยแพร่ทางสื่อสังคมออนไลน์ของพรรค และส่งไปยังกลุ่มไลน์ของสื่อมวลชน พาดพิงการนำเสนอข่าวนั้น


จากการตรวจสอบพบว่า การสื่อสารผ่านสื่อออนไลน์ โดยคณะทำงานด้านการสื่อสารของพรรคมีเจตนาเพื่อยืนยันว่า

ข่าวที่ระบุว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี สมัครเป็นสมาชิกเป็นสมาชิกพรรครวมไทยสร้างชาติแล้วนั้น ไม่เป็นไปตามข้อเท็จจริงตามที่มีการเสนอข่าว แต่ถ้อยคำ และวิธีการที่สื่อสารออกไปนั้นอาจคลาดเคลื่อน ซึ่งจะมีการปรับปรุงต่อไป

 

พรรครวมไทยสร้างชาติขอยืนยันว่าไม่ได้มีเจตนาคุกคาม หรือจงใจทำลายความน่าเชื่อถือของสื่อแต่อย่างใด และเคารพต่อสิทธิและการทำหน้าที่ของสื่อสารมวลชนทุกแขนง ที่ยืนอยู่บนหลักจริยธรรม จรรยาบรรณ และมาตรฐานทางวิชาชีพสื่อสารมวลชน 

ภาพจากเฟสบุ๊คพรรครวมไทยสร้างชาติภาพจากเฟสบุ๊คพรรครวมไทยสร้างชาติ

หมอระวี ยังมีหวังเลือกตั้ง สูตรหาร500

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/537149

25 พ.ย. 2565

หมอระวี ยังมีหวังเลือกตั้ง สูตรหาร500

หัวหน้าพรรคพลังธรรมใหม่ เชื่อว่ายังมีโอกาสที่ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยกฎหมายเลือกตั้งสูตรหาร500 ลุ้น 30 พ.ย.นี้

นพ.ระวี มาศฉมาดล หัวหน้าพรรคพลังทำใหม่ มองการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ(พ.ร.ป.) ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.  ของศาลรัฐธรรมนูญ วันที่30 พ.ย.นี้ ว่า มีโอกาสในการตัดสินเป็นไปได้ครึ่งต่อครึ่งที่ศาลรัฐธรรมนูญจะเห็นด้วยให้พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้งส.ส.มีการคำนวณบัญชีรายชื่อแบบหาร 100 ถ้าหาร 100 ไม่ผิดรัฐธรรมนูญก็ถือว่ากฎหมายลูกจบ แต่ถ้าศาลเห็นชอบกับคำร้องที่เห็นว่าหาร100 ขัดรัฐธรรมนูญ  ก็ต้องฟังคำวินิจฉัยของศาลแล้วไปดำเนินการปรับแก้ตามที่ศาลวินิจฉัยมา อาจจะต้องถอยหลังมาแก้รัฐธรรมนูญบางมาตรา

แต่ไม่ถึงขั้นกลับมาแก้ให้มีการเลือกตั้งแบบบัตรใบเดียว แก้เพียงบางมาตราให้สอดคล้องกับการหาร 500 เท่านั้น หรือปรับแก้พ.ร.ป.ตามคำวินิจฉัยของศาล เช่น ศาลวินิจฉัยว่ากระบวนการที่ทำให้สภาล่ม 4 ครั้ง ขัดรัฐธรรมนูญศาลอาจจะสั่งให้ถอยหลังไปเริ่มการพิจารณาในมาตราที่ 24 ต่อ ถ้าเป็นเช่นนี้ก็ไม่ต้องเริ่มต้นกระบวนการพิจารณาใหม่

ถ้าศาลวินิจฉัยว่าหาร 100 ขัดรัฐธรรมนูญและต้องมีการแก้ไขก็ขึ้นอยู่ที่สภาตัดสินใจว่าการแก้ไขนั้นใช้เวลามากน้อยแค่ไหน แต่อย่างไรก็ตามจะเกิดขึ้นได้ 2 ด้าน คือ1.ถ้าผ่าน หลังปีใหม่รัฐบาลมีโอกาสหยุดสภาได้ 2.ถ้าไม่ผ่านต้องมีการแก้ไขถ้ากระบวนการซับซ้อนต้องแก้รัฐธรรมนูญบางมาตราหรือเสนอกฎหมายลูกใหม่ รัฐบาลจะยุบสภาได้ก็จะต้องเป็นกลางเดือนมีนาคม จะได้มีเวลาแก้กฎหมายลูกก่อน แต่ถ้าหากเกิดกระบวนการที่ยืดเยื้อ

หากศาลชี้ว่าต้องกลับไปแก้พ.ร.ป.เป็นหาร500 แต่มีคนยื่นว่า หาร 500 ผิดรัฐธรรมนูญมาตรา91 อีก การแก้กฎหมายเสร็จไม่ทันแน่นอน แต่ก็ยังมีทางออกคือก่อนยุบสภารัฐบาลก็อาจจะออกพ.ร.ก.เลือกตั้ง ส.ส. ที่บางคนมองว่ารัฐบาลจะอยู่รักษาการยาวคงเป็นไปไม่ได้ ต้องมีการเลือกตั้งตามกำหนด แต่จะออกเป็นพ.ร.ก.เลือกตั้งส.ส.หรือ เกิดขึ้นจากพ.ร.ป.เลือกตั้ง ส.ส.

อย่างไรก็ตาม ถ้าพ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้งส.ส.หากใช้สูตรคำนวนบัญชีรายชื่อแบบหาร 100  จะไม่มีส.ส.พึงมีพรรคเพื่อไทยก็จะได้เปรียบ

แต่ถ้าสูตรคำนวณบัญชีรายชื่อแบบหาร 500 จะมีส.ส. พึงมี แม้พรรคเพื่อไทยได้ส.ส.มากแต่ส.ส.พึงมีก็จะไปตกอยู่ที่พรรคก้าวไกล

‘ฝ่ายค้าน’ เชื่อ ศาลรัฐธรรมนูญไฟเขียว กฎหมายเลือกตั้ง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/537143

25 พ.ย. 2565

'ฝ่ายค้าน' เชื่อ ศาลรัฐธรรมนูญไฟเขียว กฎหมายเลือกตั้ง

30 พฤศจิกายนนี้ ฝ่ายค้าน เชื่อกฎหมายเลือกตั้งส.ส. ผ่านความเห็นชอบจาก’ศาลรัฐธรรมนูญ’ เพื่อเดินหน้าสู่การเลือกตั้ง

สุทิน  คลังแสง ประธานวิปฝ่ายค้าน กล่าวถึง30 พฤศจิกายนที่ศาลรัฐธรรมนูญจะชี้ขาดร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ(พ.ร.ป.) ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. ว่าขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญหรือไม่ว่า ไม่ว่าคำตัดสินของศาลจะออกมาอย่างไร จะเกิดผลทางการเมืองไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง ทั้งนำบ้านเมืองไปสู่ทางตันและทางโล่ง แต่ก็น้อมรับคำตัดสิน

โดยคาดหวังว่า อยากให้ชาติบ้านเมืองเดินหน้าไปได้เพื่อให้ทุกสิ่งทุกอย่างดีขึ้น โดยเฉพาะการเลือกตั้งที่กำลังรอกฎหมายเลือกตั้ง  ซึ่งหากผลคำตัดสินทำให้การเลือกตั้งสะดุดหยุดลง รัฐสภาก็ต้องออกแรงกันมาก จึงได้แต่หวังว่า ผลคำวินิจฉัยจะเป็นไปในทางที่ดี

หากว่าศาลสั่งให้มีการแก้ไขเนื้อหาในบางมาตรา เชื่อว่าระยะเวลาที่เหลืออยู่ของรัฐสภาหวุดหวิด และไม่ง่าย ซึ่งต้องดูประเด็นการชี้ของศาล ว่าเป็นปัญหา ที่กระดุมเม็ดแรกคือรัฐธรรมนูญ หรือกระดุมเม็ดที่สอง พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้งส.ส. หากเป็นปัญหาที่กระดุมเม็ดสอง เชื่อว่าจะสามารถเร่งรัดให้แก้ได้ในห้วงเวลาที่เหลืออยู่ แต่รัฐสภาก็ต้องให้ความร่วมมือกัน  หรือหากศาลรัฐธรรมนูญชี้ว่าเป็นปัญหาที่กระดุมเม็ดแรก เป็นห่วงว่าอาจจะใช้ระยะเวลาในการแก้ไข  ซึ่งการแก้รัฐธรรมนูญและกฎหมายลูกนั้นไม่สามารถที่จะพิจารณา 3 วาระรวดพร้อมกันได้เนื่องจากมีกรอบขั้นตอนตามกฏหมายอยู่

ชลน่าน ศรีแก้ว ผู้นำฝ่ายค้าน มองว่า เรื่องนี้เป็นที่สนใจ มีการวิพากวิจารณ์ คาดการณ์ถึงคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ ในแง่มุมต่างๆ นานา บางช่อง บางคน พูดถึงจะกลับไปหาร 500 ได้อีก

ดูจากคำร้องแล้ว ศาลจะต้องวินิจฉัยว่า ม.25 และ ม.26 ขัดหรือแย้งรัฐธรรมนูญ ม.93 และ ม.94 และกระบวนการตราขึ้นไม่ชอบตามรัฐธรรมนูญ หรือไม่เท่านั้น

สาระสำคัญ ของ ม.25 และ ม.26 เป็นการแก้ไขเพิ่มเติม ให้ยกเลิกการคำนวณ ส.ส.พึงมี และ ส.ส.บัญชีรายชื่อพึงได้รับ ม.93 กรณีเลือกตั้งทั่วไปในเขตเลือกตั้งที่ต้องมีการเลือกตั้งใหม่ก่อนประกาศผลเลือกตั้ง หรือเลือกตั้งยังไม่แล้วเสร็จ หรือยังประกาศผลไม่ครบทุกเขตเลือกตั้ง ม.94 กรณีภายใน 1 ปี หลังวันเลือกตั้งทั่วไป แล้วมีการเลือกตั้งใหม่ด้วยเหตุไม่สุจริตและเที่ยงธรรม

ซึ่งระบบเลือกตั้งแบบบัตรใบเดียวต้องนำคะแนนจากเขตเลือกตั้ง นำไปคำนวณด้วย เมื่อเปลี่ยนเป็นระบบเลือกตั้ง เป็นแบบ บัตร 2 ใบ คิดคะแนน ส.ส.บัญชีรายชื่อจาก บัตรเลือกตั้งที่เลือกพรรคการเมืองแล้ว จึงไม่มีกรณีคำนวณ ตาม ม.93 และ ม.94 ถ้าไม่ยกเลิก มาตราที่เกี่ยวข้องนี้ก็จะเกิดปัญหาขึ้นได้