กรุงเคียฟหนาวเยือกไร้ไฟฟ้าข้ามคืน ผลพวงจากการโจมตีด้านพลังงาน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2562143

กรุงเคียฟหนาวเยือกไร้ไฟฟ้าข้ามคืน ผลพวงจากการโจมตีด้านพลังงาน

25 พ.ย. 2565 08:51 น.

กรุงเคียฟหนาวเยือกไร้ไฟฟ้าข้ามคืน ผลพวงจากการโจมตีด้านพลังงาน

เมื่อวันที่ 24 พ.ย. สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า พื้นที่กรุงเคียฟมากกว่า 2 ใน 3 ไม่มีไฟฟ้าใช้และน้ำประปาหยุดไหลเป็นวงกว้าง ท่ามกลางอุณหภูมิที่ต่ำกว่า 0 องศาเซลเซียส โดยเป็นผลพวงจากการโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานยูเครนของกองทัพรัสเซียที่ยังส่งผลให้โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ 3 แห่งของยูเครนต้องปิดการทำงาน เพื่อป้องกันการแบกรับระบบที่อาจส่งผลให้อุปกรณ์วงจรเกิดความเสียหาย

ด้านรัฐบาลมอลโดวา ประเทศเพื่อนบ้านทางตะวันตกเฉียงใต้ของยูเครน ที่พึ่งพาเครือข่ายพลังงานจากยูเครนเปิดเผยเช่นกันว่า การโจมตีของรัสเซียส่งผลให้มอลโดวาไฟดับเป็นวงกว้าง ขณะที่นางโรเบอร์ตา เมตโซลา ประธานสภายุโรป เรียกร้องให้ชาติสมาชิกสหภาพยุโรปเร่งส่งเครื่องปั่นไฟไปช่วยเหลือยูเครน

ก่อนหน้านี้ นายโวโลดิเมียร์ เซเลนสกี ประธานาธิบดียูเครน เรียกร้องต่อคณะมนตรีความมั่นคงสหประชาชาติ (UNSC) ให้ทำอะไรสักอย่างต่อกรณีกองทัพรัสเซียโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานยูเครน ส่วนรัสเซียระบุว่า การโจมตีดังกล่าวมีเป้าประสงค์เพื่อชะลอการส่งอาวุธยุทโธปกรณ์ช่วยยูเครนของสหรัฐฯและชาติพันธมิตร และเหตุการณ์ที่มิสไซล์ของรัสเซียลงผิดเป้า ส่งผลกระทบต่อพลเรือน ก็เป็นผลมาจากการยิงสกัดกั้นของยูเครน.

พบเด็ก 5 ขวบรอดชีวิตใต้ซาก เหตุแผ่นดินไหวอินโดนีเซีย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2562138

พบเด็ก 5 ขวบรอดชีวิตใต้ซาก เหตุแผ่นดินไหวอินโดนีเซีย

25 พ.ย. 2565 08:48 น.

พบเด็ก 5 ขวบรอดชีวิตใต้ซาก เหตุแผ่นดินไหวอินโดนีเซีย

ในขณะที่เจ้าหน้าที่กู้ภัยอินโดนีเซียมีความวิตกกังวลว่าโอกาสที่ผู้ติดอยู่ใต้ซากปรักหักพังจากเหตุแผ่นดินไหว 5.6 แมกนิจูด วันที่ 21 พ.ย. กำลังริบหรี่ลงทุกขณะ เนื่องจากเวลาผ่านมาแล้วกว่า 3 วันนั้น ผลปรากฏเมื่อวันที่ 24 พ.ย. ก็มีเรื่องน่ายินดีเกิดขึ้น หลังการค้นหาในพื้นที่เมืองคิอันจูร์ พื้นที่ศูนย์กลางแรงสั่นสะเทือน ห่างจากกรุงจาการ์ตาไปทางตอนใต้ 75 กิโลเมตร ทีมเจ้าหน้าที่พบเด็กชายวัย 5 ขวบรอดชีวิตจากการถูกซากบ้านพังถล่มทับ เนื่องจากเคราะห์ดีได้ฟูกนอนช่วยคลุมไว้จนไม่ได้รับบาดเจ็บ

ทั้งนี้ หน่วยดับเพลิงท้องถิ่นอินโดนีเซียเปิดเผยว่า หนูน้อยอัซกาวัย 5 ขวบ มีสติดีและไม่ร้องโวยวายอะไรตอนได้รับการช่วยเหลือจากเจ้าหน้าที่ ขณะที่ต่อมา นายซัลมาน อัลฟาริซี ญาติวัย 22 ปี กล่าวว่า อัซกาไม่ได้รับบาดเจ็บอะไร แต่สภาพร่างกายอ่อนแอเนื่องจากไม่ได้รับประทานอะไรเลย ตอนนี้อัซกาถามตลอดว่า อยากกลับบ้านและแม่อยู่ไหน แต่เป็นที่น่าเศร้าว่าแม่ของอัซกาถูกพบเสียชีวิตอยู่ใต้ซากบ้าน ทางการอินโดนีเซียระบุว่า อยู่ระหว่างขนเครื่องจักรขนาดหนักเข้าพื้นที่ และขณะนี้มีเจ้าหน้าที่ทำงานอยู่ในพื้นที่กว่า 6,000 คน.

น้ำท่วมซาอุฯ หลังฝนตกหนักเป็นประวัติการณ์ทำน้ำท่วมฉับพลันเมืองเจดดาห์ (คลิป)

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2562108

น้ำท่วมซาอุฯ หลังฝนตกหนักเป็นประวัติการณ์ทำน้ำท่วมฉับพลันเมืองเจดดาห์ (คลิป)

25 พ.ย. 2565 08:29 น.

น้ำท่วมซาอุฯ หลังฝนตกหนักเป็นประวัติการณ์ทำน้ำท่วมฉับพลันเมืองเจดดาห์ (คลิป)

สภาพอากาศแปรปรวน ฝนตกหนักเมืองเจดดาห์ เมืองท่าติดทะเลแดงของซาอุดีอาระเบีย ทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน บ้านเรือน รถยนต์ ถูกน้ำซัดเสียหาย มีผู้สังเวยชีวิตแล้วอย่างน้อย 2 ศพ

เมื่อวันที่ 24 พ.ย. 2565 เว็บไซต์ข่าว Saudi Gazette ของซาอุดีอาระเบีย รายงานว่าเกิดน้ำท่วมท่วมฉับพลันรุนแรง กระแสน้ำแรงซัดเข้าบริเวณใจกลางนครเจดดาห์ เมืองท่าสำคัญที่ติดทะเลแดง ทางฝั่งตะวันตกของประเทศซาอุดีอาระเบีย หลังจากมีฝนตกหนักต่อเนื่องนานหลายชั่วโมง ส่งผลให้มีรถยนต์จำนวนหลายสิบคันถูกซัดไปกับกระแสน้ำที่เชี่ยวกราก

โดยโฆษกกระทรวงป้องกันพลเรือนของนครเมกกะ เปิดเผยว่า บ้านเรือนของประชาชนได้รับความเสียหายอย่างหนัก และมีรายงานตัวเลขผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 2 ศพ พร้อมกับเตือนประชาชนให้หลีกเลี่ยงการออกมานอกบ้านในช่วงที่เกิดน้ำท่วม

สื่อท้องถิ่นของซาอุดีอาระเบียยังรายงานว่า น้ำท่วมฉับพลันครั้งนี้ยังทำให้เที่ยวบินขาเข้าและออกจากท่าอากาศยานนานาชาติ “คิง อับดุลลาซิซ” ต้องล่าช้าออกไป ขณะที่โรงเรียนต้องปิดการเรียนการสอน และทางการต้องปิดเส้นทางสัญจรถนนหลายสายที่ยังมีน้ำท่วม รวมถึงเส้นทางไปยังนครเมกกะ

ทางด้านศูนย์อุตุนิยมวิทยาแห่งชาติ ของซาอุดีอาระเบีย รายงานว่า มีฝนตกหนักในเมืองเจดดาห์ ตั้งแต่เวลา 08.00-20.00 น. ของวันที่ 24 พ.ย. วัดปริมาณน้ำฝนได้ 246 มิลลิเมตร นับเป็นสถิติปริมาณน้ำฝนสูงสุดเป็นประวัติการณ์ มากกว่าเมื่อครั้งฝนตกหนักน้ำท่วมฉับพลันครั้งใหญ่ในปี 2552 ที่ทำให้มีผู้เสียชีวิตนับสิบศพ. 

สภารัสเซีย ผ่านมติเห็นชอบร่างกฎหมายแบนการส่งเสริม “LGBT” ทุกรูปแบบ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2562101

สภารัสเซีย ผ่านมติเห็นชอบร่างกฎหมายแบนการส่งเสริม "LGBT" ทุกรูปแบบ

25 พ.ย. 2565 07:39 น.

สภารัสเซีย ผ่านมติเห็นชอบร่างกฎหมายแบนการส่งเสริม “LGBT” ทุกรูปแบบ

สภาดูมา ของรัสเซีย มีมติผ่านร่างกฎหมายห้ามการส่งเสริม โฆษณาชวนเชื่อ และแสดงพฤติกรรมเกี่ยวกับ LGBT ปิดฉากความพยายามในการรณรงค์ส่งเสริมความหลากหลายทางเพศทุกรูปแบบในรัสเซีย

สำนักข่าว CNN รายงานว่า เมื่อวันที่ 24 พ.ย. รัฐสภาดูมา ของรัสเซีย มีมติผ่านร่างกฎหมายที่ขยายขอบเขตของการห้ามกิจกรรมการโฆษณาชวนเชื่อ หรือรณรงค์สนับสนุนเกี่ยวกับกลุ่มที่มีความหลากหลายทางเพศ และห้ามแสดงพฤติกรรมที่เข้าข่าย “LGBT” ในทุกรูปแบบ โดยหลังจากนี้ ร่างกฎหมายฉบับใหม่นี้ จะถูกส่งให้สภาสูงลงมติเห็นชอบ และส่งให้ประธานาธิบดีรัสเซีย วลาดิเมียร์ ปูติน ลงนามรับรองเป็นขั้นตอนต่อไป ซึ่งเป็นที่คาดว่าจะผ่านได้อย่างราบรื่น และจะมีการประกาศบังคับใช้ตามกฎหมาย หลังจากร่างกฎหมายฉบับนี้ ถูกเสนอต่อสภาเป็นครั้งแรกเมื่อปี 2556

ร่างกฎหมายฉบับนี้เป็นอีกขั้นหนึ่งของความพยายามในการปราบปรามการชุมนุมของกลุ่มคนที่มีความหลากหลายทางเพศในสังคมรัสเซีย และขณะเดียวกันทำให้การกระทำ หรือข้อมูลใดก็ตามที่ถือว่าเป็นความพยายามในการสนับสนุนแนวคิดรักเพศเดียวกัน ทั้งในที่สาธารณะ ช่องทางออนไลน์ หรือในรูปภาพของภาพยนตร์ หนังสือ หรือโฆษณา จะมีความผิดตามกฎหมายต้องได้รับโทษปรับอย่างหนัก

รายงานข่าวระบุว่า ผู้ที่ฝ่าฝืนจะเจอโทษปรับสูงถึง 400,000 รูเบิล หรือประมาณ 237,000 บาทจนถึง 5 ล้านรูเบิล หรือเกือบ 3 ล้านบาท ส่วนชาวต่างชาติผู้ฝ่าฝืนกฎหมายนี้ จะต้องถูกจับกุมคุมขังเป็นเวลา 15 วันและถูกส่งกลับประเทศ.

แอลจีเรียตัดสินประหาร 49 คน คดีตั้งศาลเตี้ยฆ่าโหดหนุ่มจิตอาสา

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2562070

แอลจีเรียตัดสินประหาร 49 คน คดีตั้งศาลเตี้ยฆ่าโหดหนุ่มจิตอาสา

25 พ.ย. 2565 04:01 น.

แอลจีเรียตัดสินประหาร 49 คน คดีตั้งศาลเตี้ยฆ่าโหดหนุ่มจิตอาสา

ศาลแอลจีเรียตัดสินประหารชีวิตจำเลย 49 คน คดีตั้งศาลเตี้ยฆาตกรรมหนุ่มจิตอาสาผู้ถูกกล่าวหาผิดๆ ว่า เป็นผู้จุดไฟเผาป่าเมื่อปีก่อน แต่คาดว่าจะมีการลดโทษเหลือจำคุกตลอดชีวิตแทน

สำนักข่าว บีบีซี รายงานว่า ศาลของประเทศแอลจีเรีย มีคำพิพากษาในวันพฤหัสบดีที่ 24 พ.ย. 2565 ให้ประหารชีวิตจำเลย 49 คน หลังจากพบว่าพวกเขามีความผิดฐานตั้งศาลเตี้ย สังหารชายหนุ่มคนหนึ่งซึ่งถูกกล่าวหาผิดๆ ว่า เป็นผู้จุดไฟทำให้เกิดไฟป่าครั้งใหญ่เมื่อปีก่อน

อย่างไรก็ตาม คาดว่าโทษที่จำเลยกลุ่มนี้จะได้รับนั้นจะถูกลดลงเหลือจำคุกตลอดชีวิต เนื่องจากแอลจีเรียบังคับใช้กฎหมายระงับการลงโทษประหารชีวิต ขณะที่มีจำเลยอีก 28 คน ถูกตัดสินจำคุกระหว่าง 2-10 ปี ในข้อหาที่เกี่ยวข้องกับการตั้งศาลเตี้ยด้วย

ทั้งนี้ ย้อนกลับไปในปี 2564 แอลจีเรียเผชิญไฟป่าครั้งเลวร้ายที่สุดในประวัติศาสตร์ มีผู้เสียชีวิตถึง 90 ราย โดยในเดือนสิงหาคม นายชามาล เบน อิสมาอิล วัย 38 ปี ตัดสินใจไปช่วยสู้ไฟป่าโดยทวีตข้อความบนทวิตเตอร์ว่า เขากำลังเดินทางไกลกว่า 320 กม. จากบ้านไปช่วยเพื่อนๆ ในภูมิภาคคาบีเลียต่อสู้กับไฟป่า

แต่หลังจากมาถึงได้ไม่นาน นายอิสมาอิลก็ถูกชาวบ้านท้องถิ่นกล่าวหาผิดๆ ว่า เขาเป็นผู้จุดไฟเผาป่า และในวันที่ 11 ส.ค. ก็มีคลิปวิดีโอเผยแพร่บนโลกออนไลน์ แสดงให้เห็นนายอิสมาอิลกำลังถูกชาวบ้านทำร้าย ทรมาน และเผาจนเสียชีวิต ก่อนจะนำร่างของเขาไปยังจัตุรัสของหมู่บ้าน

ภาพดังกล่าวทำให้เกิดกระแสความไม่พอใจไปทั่วประเทศ พี่ชายของอิสมาอิลเรียกร้องให้ผู้ใช้โซเชียลมีเดียลบคลิปดังกล่าว ขณะที่ นูเรดดีน เบน อิสมาอิล บิดาของชามาล กล่าวว่าเสียใจมากต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น แต่เขาก็เรียกร้องให้สังคมอยู่ในความสงบและเป็นมิตรต่อกัน ท่ามกลางกระแสความโกรธแค้น ทำให้เขาได้รับเสียงชื่นชมจากชาวแอลจีเรียอย่างมาก

เด็ก 5 ขวบรอดปาฏิหาริย์เหตุแผ่นดินไหวเกาะชวา ถูกฝังใต้ซาก 48 ชม.

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2562065

เด็ก 5 ขวบรอดปาฏิหาริย์เหตุแผ่นดินไหวเกาะชวา ถูกฝังใต้ซาก 48 ชม.

25 พ.ย. 2565 03:12 น.

เด็ก 5 ขวบรอดปาฏิหาริย์เหตุแผ่นดินไหวเกาะชวา ถูกฝังใต้ซาก 48 ชม.

เจ้าหน้าที่อินโดนีเซียพบเด็กชายวัย 5 ขวบรอดชีวิตปาฏิหาริย์ หลังถูกฝังใต้ซากปรักหักพังนานกว่า 48 ชั่วโมง นับตั้งแต่เกิดแผ่นดินไหวที่เกาะชวาเมื่อหลายวันก่อน

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เจ้าหน้าที่กู้ภัยของประเทศอินโดนีเซียยังคงออกค้นหาผู้รอดชีวิตจากเหตุแผ่นดินไหวระดับ 5.6 แมกนิจูด ที่เขย่าเมืองเชียนเจอร์ ในจังหวัดชวาตะวันตก ของเกาะชวาเมื่อช่วงเที่ยงวันจันทร์ที่ผ่านมา (21 พ.ย. 2565) ท่ามกลางเหตุดินถล่มและอาฟเตอร์ช็อกนับร้อยครั้ง ซึ่งทำให้การค้นหาเป็นไปอย่างยากลำบาก

เมื่อวันพุธ (23 พ.ย.) ทีมกู้ภัยสามารถช่วยเหลือเด็กชาย อัซกา เมาลานา มาลิค วัย 5 ขวบ ออกมาจากซากปรักหักพังของอาคารในเมืองเชียนเจอร์ ซึ่งได้รับความเสียหายมากที่สุดได้สำเร็จ โดยเด็กคนนี้รอดชีวิตมาได้อย่างปาฏิหาริย์ หลังจากติดอยู่ใต้ซากนานกว่า 48 ชั่วโมง เนื่องจากที่นอนของเขาช่วยรับแรกกระแทกเอาไว้

ตามการเปิดเผยของ ซัลมาน อัลฟาริซี ญาติวัย 22 ปีของเด็กชายผู้รอดชีวิต ตอนนี้อัซกาปลอดภัยแล้ว และไม่ได้รับบาดเจ็บ แต่ร่างกายอ่อนแอเพราะความหิว “เขาอยากกลับบ้านแล้ว เขาถามหาแม่ตลอดเวลา” อย่างไรก็ตาม ซัลมานเผยว่า แม่ของอัซกาเป็นหนึ่งในผู้เสียชีวิตจากเหตุแผ่นดินไหวที่เกิดขึ้น

การพบตัวอัซกาจุดประกายความหวังว่าจะพบผู้รอดชีวิตหรือผู้สูญหายรายอื่นๆ แม้โอกาสจะลดลงเรื่อยๆ โดยจนถึงวันพฤหัสบดี (24 พ.ย.) เจ้าหน้าที่พบศพผู้เสียชีวิตเพราะเหตุแผ่นดินไหวแล้วอย่างน้อย 268 ศพ เป็นเด็กจำนวนมาก มีผู้บาดเจ็บมากกว่า 1,000 คน และสูญหายอีก 151 คน

นายริดวาน คามิล ผู้ว่าราชการจังหวัดชวาตะวันตก บอกกับ บีบีซี ว่า นับตั้งแต่เกิดแผ่นดินไหวเมื่อวันจันทร์จนถึงตอนนี้ เกิดอาฟเตอร์ช็อกตามมาแล้วราว 140 ครั้ง ทำให้เจ้าหน้าที่ตกอยู่ในความเสี่ยง ปฏิบัติการของพวกเขายังคงเป็นการค้นหาและช่วยเหลือ ยังมีผู้สูญหายอีกมากในพื้นที่ห่างไกลและตามยอดเขา

นายริดวานบอกอีกว่า ทีมกู้ภัยยังต้องเดินทางด้วยเท้า หรือรถจักรยานยนต์ เนื่องจากถนนได้รับความเสียหาย ขณะที่มีเฮลิคอปเตอร์เตรียมความพร้อมรอสำหรับขนส่งผู้บาดเจ็บที่พบไปยังโรงพยาบาล

ที่มา : BBC , the guardian

อนามัยโลก-ซีดีซี ประกาศโรคหัดกำลังเป็นภัยคุกคามระดับโลก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2562051

อนามัยโลก-ซีดีซี ประกาศโรคหัดกำลังเป็นภัยคุกคามระดับโลก

25 พ.ย. 2565 01:47 น.

อนามัยโลก-ซีดีซี ประกาศโรคหัดกำลังเป็นภัยคุกคามระดับโลก

องค์การอนามัยโลกและศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคสหรัฐฯ ประกาศในวันเดียวกัน ว่าโรคหัดกำลังจะเป็นภัยคุกคามต่อสังคมโลกแล้ว โดยมีการระบาดของโควิด-19 เป็นต้นเหตุ

สำนักข่าว นิวยอร์กโพสต์ รายงานว่า องค์การอนามัยโลก (WHO) กับศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคของงสหรัฐฯ (CDC) ออกประกาศในวันพฤหัสบดีที่ 24 พ.ย. 2565 ระบุว่า การลดลงของการฉีดวัคซีนป้องกันโรคหัด และการระบาดขนาดใหญ่ที่ยังคงไม่ลดลง กำลังทำให้ไวรัสโรคทางเดินหายใจนี้ กลายเป็นภัยคุกคามที่จะเกิดขึ้นในทุกภูมิภาคของโลก

ตามรายงานของ WHO ประเทศอินเดีย, โซมาเลีย และเยเมน เป็นประเทศที่มีการระบาดของโรคหัดขนาดใหญ่ที่สุดในตอนนี้ โดย ดร.เทดรอส อัดฮานอม เกเบรเยซุส ผู้อำนวยการใหญ่ขององค์การอนามัยโลก กล่าวว่า เป็นเรื่องสำคัญยิ่งยวดในการทำให้โครงการฉีดวัคซีนกลับมาอยู่บนเส้นทางที่ถูกต้อง เพื่อหลีกเลี่ยงการระบาดของโรคที่ป้องกันได้นี้

“ความย้อนแย้งในการระบาดนี้คือ ขณะที่วัคซีนต้านโควิด-19 พัฒนาอย่างรวดเร็วเป็นสถิติใหม่และกลายเป็นแคมเปญฉีดวัคซีนครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ โครงการฉีดวัคซีนเป็นกิจวัตรอื่นๆ กลับหยุดชะงักอย่างหนัก เด็กๆ หลายล้านคนไม่ได้รับวัคซีนช่วยชีวิคจากโรคร้ายถึงตายต่างๆ อย่างเช่นโรคหัด” ดร.เกเบรเยซุสระบุ

อนึ่ง โรคหัดถูกจัดเป็นหนึ่งในโรคที่มีอัตราการติดต่อสูงที่สุด แต่การรับวัคซีนตั้งแต่เด็กได้รับการยอมรับว่าเป็นวิธีป้องกัน หรือลดการติดต่อในอนาคตได้ดีที่สุด ในออสเตรเลีย เด็กอายุระหว่าง 12-18 เดือนสามารถรับวัคซีนป้องกันโรคหัดได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ส่วนคนอายุต่ำว่า 20 ปี ผู้อพยพ, หรือผู้ลี้ภัยก็มีสิทธิ์ขอรับวัคซีนเช่นกัน

ขณะเดียวกัน CDC ระบุว่า ผู้ที่ไม่ได้รับวัคซีนโรคหัด 9 จาก 10 คน จะติดโรคหากสัมผัสเชื้อ โดยไวรัสโรคหัดสามารถติดต่อได้ผ่านสารคัดหลั่งจากการไอและจามของผู้ติดเชื้อ โดยอาการป่วยทั่วไปคือ มีไข้, หนาวสั่น, ตาอักเสบ และผื่นแดงขึ้นตามใบหน้าหรือไรผม ก่อนจะกระจายไปทั่วร่างกายหลังผ่านไป 3-4 วัน

อันวาร์ อิบราฮิม สาบานตนเป็นนายกรัฐมนตรีมาเลเซีย ยุติภาวะสภาแขวน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2562001

อันวาร์ อิบราฮิม สาบานตนเป็นนายกรัฐมนตรีมาเลเซีย ยุติภาวะสภาแขวน

25 พ.ย. 2565 00:02 น.

อันวาร์ อิบราฮิม สาบานตนเป็นนายกรัฐมนตรีมาเลเซีย ยุติภาวะสภาแขวน

อันวาร์ อิบราฮิม สาบานตนรับตำแหน่งนายกรัฐมนตรีของมาเลเซียที่เขาเฝ้ารอมานานแล้ว เพื่อยุติภาวะสภาแขวนหลังการเลือกตั้งเมื่อช่วงสุดสัปดาห์

สำนักข่าว บีบีซี รายงานว่า นายอันวาร์ อิบราฮิม ผู้นำฝ่ายค้านผู้คร่ำหวอดทางการเมืองของมาเลเซีย สาบานตนรับตำแหน่งนายกรัฐมนตรีคนใหม่ของประเทศมาเลเซียแล้วในวันพฤหัสบดีที่ 24 พ.ย. 2565 ยุติภาวะสภาแขวนหลังการเลือกตั้งเมื่อช่วงสุดสัปดาห์ไม่มีพรรคใดได้รับชัยชนะเด็ดขาด

ผลการเลือกตั้งดังกล่าวทำให้ตลอด 5 วันที่ผ่านมา เกิดการเจรจากันอย่างเคร่งเครียดเพื่อบรรลุข้อตกลงจัดตั้งรัฐบาลใหม่ โดยมีการหารือและเสนอจัดตั้งกลุ่มพันธมิตรมากมาย แต่ถูกปฏิเสธ ทำให้ในท้ายที่สุด สมเด็จพระราชาธิบดี สุลต่าน อับดุลเลาะห์ ต้องเชิญผู้นำพรรคการเมืองทุกกลุ่มเข้าเฝ้าที่พระราชวัง เพื่อหาข้อตกลงร่วมกัน

คิงอับดุลเลาะห์ตัดสินพระทัยเลือกนายอันวาร์ อิบราฮิม เป็นนายกรัฐมนตรีคนที่ 10 ของมาเลเซีย โดยนายอันวาร์สาบานตนรับตำแหน่งในช่วงเย็นวันพฤหัสบดี อย่างไรก็ตาม ยังไม่แน่ชัดว่า พรรค ปากาตัน ฮาราปัน (Pakatan Harapan : PH) ของเขา ซึ่งได้คะแนนเสียงมากที่สุดในการเลือกตั้งที่ผ่านมา จะจับมือเป็นรัฐบาลร่วมกับพรรคใด หรือจะเป็นรัฐบาลเสียงข้างน้อย หรือจะมีการตั้งรัฐบาลแห่งชาติรวมทุกพรรค

ทั้งนี้ การสาบานตนในวันพฤหัสบดีนับเป็นการบรรลุเป้าหมายของการเดินทางอย่างยาวนานในแวดวงการเมืองของนายอันวาร์ อิบราฮิม ผู้ที่เมื่อ 25 ปีก่อนเป็นดาวโรจน์ซึ่งหลายคนคาดว่าจะได้เป็นนายกรัฐมนตรีต่อจาก มหาเธร์ โมฮัมหมัด แต่ก็ไม่เกิดขึ้น เนื่องจากทั้งคู่ขัดแย้งกันเรื่องการรับมือวิกฤติการเงินในเอเชีย ก่อนที่นายอันวาร์จะถูกตัดสินจำคุกด้วยข้อหาคอร์รัปชัน และร่วมเพศทางทวารหนัก ซึ่งเชื่อกันอย่างกว้างขวางว่ามีแรงจูงใจทางการเมือง

ศาลมาเลเซียกลับคำตัดสินความผิดของนายอันวาร์ในปี 2547 ทำให้เขากลับสู่โลกการเมืองอีกครั้ง และเกือบนำพรรคสายปฏิรูปของตัวเองเอาชนะพรรคอัมโนได้ ในการเลือกตั้งปี 2556 แต่กลับโดนฟ้องร้องข้อหาร่วมเพศทางทวารหนักอีกครั้ง และเกือบถูกจำคุกเป็นครั้งที่ 2 ในปี 2558

แต่เนื่องจากนายกรัฐมนตรีในตอนนั้นอย่างนาย นาจิบ ราซัค เผชิญเรื่องอื้อฉาวอย่างหนักจากคดียักยอกเงินกองทุน 1MDB ทำให้มหาเธร์ โมฮัมมัด กลับเข้าสู่การเมืองอีกครั้ง และจับมือเป็นพันธมิตรกับนายอันวาร์ เอาชนะพรรคอัมโนได้ในการเลือกตั้ง 2561 ทำให้นายอันวาร์ได้รับการอภัยโทษจากสมเด็จพระราชาธิบดี

อย่างไรก็ตาม ข้อตกลงระหว่างทั้งคู่ที่ว่า มหาเธร์ซึ่งมีอายุมากกว่า 90 ปี แล้ว จะส่งมอบตำแหน่งนายกรัฐมนตรีต่อให้นายอันวาร์ก็ไม่เป็นจริงอีก เนื่องจากมหาเธร์ลาออกกระทันหันในปี 2563 ทำให้ตำแหน่งผู้นำประเทศมาเลเซียหลุดมือนายอันวาร์ไปอีกครั้ง จนกระทั่งวันนี้

2 ป.แตก “อนุทิน” ดูดลูกกำนันเซี้ย ยึดเมืองกาญจน์

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/thong-yuttaphop/537189

25 พ.ย. 2565

2 ป.แตก “อนุทิน” ดูดลูกกำนันเซี้ย ยึดเมืองกาญจน์

เหมาเมืองกาญจน์ “อนุทิน” รับอานิสงส์ 2 ป.แตกแยกวง ดึงลูกชายกำนันเซี้ย เสริมทัพ จับตาสองพี่น้อง ส.ส.แหลม-ส.ส.เมศ สวมเสื้อ ภท. ไม่ไปต่อกับเสี่ยเฮ้งที่ รทสช.

ศึกประจิม “อนุทิน” ตั้งเป้าเหมาเมืองกาญจน์ สมัยหน้า ดึงลูกชายกำนันเซี้ยมาเสริมทัพ จับตา ส.ส.แหลม-ส.ส.เมศ ทิ้งค่ายพลังเฮ้ง

อานิสงส์ 2 ป.แยกวง ส.ส.ซุ้มบ้านใหญ่ ได้เวลาหารังใหม่ ค่าย “อนุทิน” กลายเป็นเป้าหมายแรกๆ เช่นเดียวกับทายาทกำนันเซี้ย  

อันเนื่องจากงาน World Weed West เทศกาลดนตรีสายเขียว ที่วิสาหกิจชุมชนนิคมสมุนไพรสัมพันธ์ตะวันตก หมู่ 2 ต.วังกระแจะ อ.ไทรโยค จ.กาญจนบุรี ที่มี ส.ส.พรรคพลังประชารัฐ เข้าร่วมงานด้วย

หลายคนจับจ้องไปที่สองพี่น้อง ส.ส.กาญจนบุรี คือ ธรรมวิชญ์ โพธิพิพิธ และ อัฎฐพล โพธิพิพิธ อาจจะย้ายไปอยู่พรรคภูมิใจไทย

เหตุที่ต้องเป็นพรรคสีน้ำเงิน เพราะว่าในงานกัญชาวันนั้น มี มณเฑียร สงฆ์ประชา ส.ส.ชัยนาท มาปรากฏตัวด้วย ซึ่งใครก็รู้ว่า มณเฑียรเป็นผู้ประสานงานพา ส.ส.พปชร. 8-9 คน ไปอวยพรครูใหญ่ เนวิน ชิดชอบ ที่เมืองบุรีรัมย์

เดิมที ส.ส.แหลม-ธรรมวิชญ์ โพธิพิพิธ และ ส.ส.เมศ-อัฎฐพล โพธิพิพิธ อยู่ในซุ้มพลังเฮ้ง เมื่อสุชาติ ชมกลิ่น จำต้องตามลุงตู่ไปอยู่พรรครวมไทยสร้างชาติ ดูเหมือนว่า สองพี่น้องตระกูลโพธิพิพิธ จะเลือกเส้นทางเดินของพวกเขาเอง 

คาดว่าช่วงเดือน ธ.ค.นี้ จะมีความชัดเจนเรื่องการย้ายพรรคของ ส.ส.กาญจนบุรี พรรค พปชร. 4 คน ประกอบด้วย พล.อ.สมชาย วิษณุวงศ์ ,สมเกียรติ วอนเพียร ,ธรรมวิชญ์ โพธิพิพิธ และอัฏฐพล โพธิพิพิธ

  สองพี่น้อง อัฏฐพล-ธรรมวิชญ์ โพธิพิพิธ เตรียมย้ายไปซบ ภท.สองพี่น้อง อัฏฐพล-ธรรมวิชญ์ โพธิพิพิธ เตรียมย้ายไปซบ ภท.

‘พยัคฆ์ประจิม’

นับแต่ “อนุทิน” คว้าตัวกำนันบอย ท่ามะกา มาสวมเสื้อภูมิใจไทย ก็วาดหวังจะดึง ส.ส.ระดับบ้านใหญ่เกรดเออีก 2-3 คน มาปักธงสีน้ำเงินที่ชายแดนตะวันตก

ทายาทกำนันเซี้ย จึงตกเป็นเป้าของทีมภูมิใจไทย เพราะยี่ห้อกำนันเซี้ย สวมเสื้อสีอะไร ก็ได้เป็นผู้แทนฯ

กำนันเซี้ย หรือ ประชา โพธิพิพิธ เติบโตในย่านคนจีน ต.ท่าเรือพระแท่น อ.ท่ามะกา จ.กาญจนบุรี ในวัยเยาว์ชื่อเด็กชายเขี่ยงเซี้ย แซ่หลี่ หรือที่ชื่อจีนนั้นแปลว่า “กำแพงใหญ่และแข็งแรง” 

โชคชะตาฟ้าลิขิต เมื่อเซี้ยขึ้นเป็นกำนัน ต.ท่าเรือพระแท่น บารมีก็เบ่งบานทั่วแว่นแคว้นไร่อ้อย สมัยหนึ่ง สื่อสายอาชญากรรมเรียกขาน “ฉลามบูรพา” หมายถึงกำนันเป๊าะ และ “พยัคฆ์ประจิม” ก็หมายถึงกำนันเซี้ย

40 ปีที่แล้ว อ.ท่ามะกา เป็นที่ตั้งของสมาคมไร่อ้อยเขต 7 และมีกำนันเซี้ย เป็นนายกสมาคมไร่อ้อยฯ และอยู่มาวันหนึ่ง พล.ต.สนั่น ขจรประศาสน์ เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์สมัยนั้น มาเอ่ยชวนกำนันเซี้ยลงเล่นการเมือง

“กำนันลงประชาธิปัตย์หน่อยนะ ผมไม่ทิ้งกำนันหรอก” เสธ.หนั่น เอ่ยปากชวนกำนัน นับแต่นั้นมา กำนันเซี้ย หรือประชา โพธิพิพิธ ก็ได้เข้าสู่ถนนเลือกตั้ง 

เลือกตั้งปี 2554 กำนันเซี้ยนำทัพ ปชป.ชนเพื่อไทย ผลการเลือกตั้งหนนั้น ปชป.เมืองกาญจน์ชนะ 3 เขตคือ เขต 2 ฉัตรพันธ์ เดชกิจสุนทร, เขต 4 กำนันเซี้ย และเขต 5 ศรีสมร รัศมีฤกษ์เศรษฐ์ 

ส่วนลูกชายกำนันเซี้ย อัฎฐพล โพธิพิพิธลงเขต 1 แพ้อดีตนายทหารใหญ่แบบฉิวเฉียด แต่พี่ชาย ธรรมวิชญ์ โพธิพิพิธ ได้เป็น ส.ส.บัญชีรายชื่อ

ปี 2561 วันที่บ้านใหญ่ ไม่มีกำนันเซี้ย ก็ยังมีซ้อเขม แห่งเขมประชาฟาร์ม เป็นแม่ทัพการเมือง ตระกูลโพธิพิพิธ จำต้องย้ายจากค่าย ปชป. มาอยู่ค่ายพลังประชารัฐ

ผลการเลือกตั้งสมัยที่แล้ว ส.ส.แหลม-ธรรมวิชญ์ โพธิพิพิธ เป็น ส.ส.เขต 4 (อ.บ่อพลอย) พื้นที่เดิมของกำนันเซี้ย และ ส.ส.เมศ-อัฏฐพล โพธิพิพิธ เป็น ส.ส.เขต 5 (อ.สังขละบุรี อ.ทองผาภูมิ)

‘ยึดตะวันตก’

การเลือกตั้งสมัยหน้า “อนุทิน” มั่นใจสนามเมืองกาญจน์ ภูมิใจไทยต้องมี ส.ส.มากกว่า 1 คน หลังจาก ยศวัฒน์ มาไพศาลสิน คว้าชัยได้เป็น ส.ส.กาญจนบุรี เขต 3 (อ.ท่ามะกา และ อ.พนมทวน) 

ชาดา ไทยเศรษฐ์ พึ่งคว้าตัวญาติ “กำนันบอย ท่ามะกา” ปารเมศ โพธารากุล อดีต ส.ส.กาญจนบุรี ที่ลาออกจากพรรค ปชป. มาสังกัดภูมิใจไทย โดยจะลงสมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อ เพื่อเสริมทัพ ส.ส.กุ๊ก-ยศวัฒน์

สำหรับเขต 1 ภูมิใจไทย วางตัว วรสุดา สุขารมณ์ ลูกสาว นพ.เดชา สุขารมณ์ อดีต ส.ส.กาญจนบุรี 6 สมัย ลงสนามเรียบร้อยแล้ว


เหลือแต่เขต 4 และเขต 5 หากทายาทกำนันเซี้ย ยืนยันย้ายมาอยู่ค่ายเสี่ยหนูร้อยเปอร์เซนต์ ก็การันตี 2 ที่นั่งได้เลย
 

คอลัมน์ … ท่องยุทธภพ        โดย … ขุนน้ำหมึก

ยังไงก็แพ้แม้ว “ประวิตร” ลุยอีสานสร้างภาพ ข่มประยุทธ์

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/thong-yuttaphop/537162

ขุนน้ำหมึก

25 พ.ย. 2565

ยังไงก็แพ้แม้ว “ประวิตร” ลุยอีสานสร้างภาพ ข่มประยุทธ์

อีเวนท์สร้างภาพ“ประวิตร” ลุยมหาสารคาม ตามแผนทีม เสธ.บ้านป่ารอยต่อฯ ปั่นกระแสพ่อใหญ่ป้อม ขวัญใจคนรากหญ้าอีสาน ในสนามของจริง ไร้ทางสู้พ่อใหญ่แม้ว

อีเวนท์กระชากเรตติ้ง “ประวิตร” ลุยมหาสารคาม ตามแผนการตลาดทีม เสธ.บ้านป่ารอยต่อฯ ปั่นกระแสพ่อใหญ่ป้อม ขวัญใจคนรากหญ้าอีสาน

เป็นรองเพื่อไทย “ประวิตร” คิดแค่สร้างกระแสพ่อใหญ่ป้อม ให้คนอีสานจดจำ เหมือนอีเวนท์ไม่แล้ง ไม่รู้ ที่หนองคาย 

พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ไปมหาสารคามเที่ยวนี้ ไม่ใช่งานพรรคพลังประชารัฐ แต่เป็นงานราชการในฐานะรองนายกรัฐมนตรี 

เกียรติศักดิ์ ตรงศิริ ผู้ว่าราชการจังหวัดมหาสารคาม เป็นโต้โผจัดงานมรดกภูมิปัญญา พัฒนาสู่ความยั่งยืน ฟื้นฟูเศรษฐกิจ ในวันเสาร์ที่ 26 พ.ย.2565 ที่เกาะแก้วหนองบัว อ.กันทรวิชัย จ.มหาสารคาม โดยเชิญ พล.อ.ประวิตร มาเป็นประธานเปิดงาน โดยมีประชาชนลงทะเบียนเข้าร่วมงานไม่ต่ำกว่า 5,000 คน  

จริง ๆ แล้ว ผวจ.มหาสารคาม เตรียมการเรื่องนี้มาตั้งแต่กลางเดือน พ.ย.2565 แต่บังเอิญ วันจัดงานดังกล่าว ตรงกับสถานการณ์การเมือง 2 ป.แยกทางกันเดิน จึงทำให้อีเวนท์งานมรดกภูมิปัญญาฯ ที่มหาสารคาม ถูกจับตามองเป็นพิเศษ

เชื่อเถอะ นักข่าวทุกสำนักจะต้องโฟกัสไปที่รัฐมนตรี และ ส.ส.พลังประชารัฐ มีใครบ้าง ที่เดินตามลุงป้อมลงพื้นที่มหาสารคาม 

ความจริงวันนี้ พลังประชารัฐ มี ส.ส.ภาคอีสาน 5 คน แยกเป็น ส.ส.ในครอบครัวของเสี่ยวิรัช รัตนเศรษฐ 3 คน และแนวโน้มสมัยหน้า ก็น่าจะได้ ส.ส.ที่นครราชสีมาเท่านั้น 

‘วิรัช-ธรรมนัสคุมอีสาน’

“ประวิตร” เดินสายไปภาคอีสานบ่อยครั้ง แต่ก็ไม่ได้ช่วยให้กระแสพรรค พปชร.ดีขึ้น ชาวอีสานยังภักดีต่อทักษิณ ชินวัตร เหมือนเดิม 

ในสมรภูมิภาคอีสาน พรรค พปชร.ยังขาดแม่ทัพตัวจริง ช่วงเดือน เม.ย.2565 มีการประชุมใหญ่ที่โคราช พล.อ.ประวิตร ได้เปิดตัว พล.อ.ธัญญา เกียรติสาร อดีตแม่ทัพภาคที่ 2 ในฐานะแม่ทัพเลือกตั้งโซนอีสานเหนือ และอีสานกลาง

ตั้งแต่ต้นปี 2565 มีรายงานข่าว พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา และพล.อ.ธัญญา เกียรติสาร ลงเคลื่อนไหวคัดสรรว่าผู้สมัคร ส.ส.ภาคอีสานเหนือ มีการเปิดตัวไปบ้างแล้ว

พลันที่ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ยกไพร่พลหวนคืนพรรค พปชร. ก็มีข่าว พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา กำลังชั่งใจอยู่ว่า จะอยู่ช่วยลุงป้อมต่อไปอีกหรือไม่

เนื่องจากสมัยที่ ร.อ.ธรรมนัส เป็นเลขาธิการพรรค พปชร. ก็ดูแลภาคอีสานด้วยตัวเอง ไม่แบ่งงานให้ใคร ถ้ากลับมารอบนี้ ผู้กองธรรมนัสก็จะดูเองทั้งภาคเหมือนเดิม

อีกด้านหนึ่ง วิรัช รัตนเศรษฐ ที่รับผิดชอบโซนอีสานใต้ คงอยากได้ ร.อ.ธรรมนัส มาบริหารจัดการภาคอีสานมากกว่าบิ๊กแป๊ะ 

อย่าลืมว่า ส.ส.อีสาน 2 คนในพรรคเศรษฐกิจไทย ก็คือคนในซุ้มของวิรัช รวมถึงผู้สมัคร ส.ส.อีสานหลายจังหวัด ก็เป็นเด็กธรรมนัส

‘สารคามไม่เปลี่ยน’

เกจิการเมืองประเมินว่า “ประวิตร” มาพบชาวมหาสารคาม ก็คงได้ภาพคนอีสานชูป้ายฮักลุงป้อมเท่านั้น เพราะตักศิลานคร คือที่มั่นอันแข็งแกร่งของพรรคเพื่อไทย

การเลือกตั้ง ส.ส.มหาสารคาม สมัยที่แล้ว พรรคเพื่อไทย กวาดยกจังหวัดได้ไป 5 ที่นั่ง และได้แต้มรวมทุกเขต 216,032 คะแนน ส่วนพรรคพลังประชารัฐ ได้แค่ 82,439 คะแนน

ช่วงเดือน เม.ย.2565 พล.อ.ธัญญา เกียรติสาร ได้เปิดตัวผู้สมัคร ส.ส.มหาสารคาม 4 คน ซึ่งเป็นคนหน้าใหม่ทั้งหมด และไม่มีความเคลื่อนไหวในพื้นที่อันใดเลย 

เมื่อวันที่ 10 พ.ย.ที่ผ่านมา สันติ พร้อมพัฒน์ เลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ เปิดตัวผู้สมัคร ส.ส.มหาสารคาม 2 คนคือ สุชาติ ศรีสังข์ อดีต ส.ส.มหาสารคาม และโกศล คาดพันโน อดีตผู้สมัคร ส.ส.มหาสารคาม พปชร.

ครั้งที่แล้ว สุชาติ ศรีสังข์ ลงสมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย และส่งวิเชียร จงชูวณิชย์ ลงสมัคร ส.ส.มหาสารคาม เขต 2 แต่พ่ายไชยวัฒน์ ติณรัตน์ พรรคเพื่อไทย    

สุชาติ เพิ่งตัดสินใจลาออกจากภูมิใจไทย มาอยู่พลังประชารัฐ และจะลงสมัคร ส.ส.เขตอีกครั้ง ส่วน โกศล คาดพันโน ลงสมัคร ส.ส.มหาสารคาม เขต 5 แพ้ จิรวัฒน์ ศิริพานิชย์ พรรคเพื่อไทย

เลือกตั้งสมัยหน้า มหาสารคาม จะมี ส.ส.เพิ่มจาก 5 คน เป็น 6 คน คาดหมายว่า พรรคเพื่อไทย จะชนะยกจังหวัดเหมือนเดิม

คอลัมน์ … ท่องยุทธภพ           โดย … ขุนน้ำหมึก