เลือกตู่ “หิมาลัย” สวนทาง “ธรรมนัส” คืนรังป้อม

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/thong-yuttaphop/536905

ขุนน้ำหมึก

22 พ.ย. 2565

เลือกตู่ “หิมาลัย” สวนทาง “ธรรมนัส” คืนรังป้อม

เลือกแล้ว “หิมาลัย” ขน 3 ส.ส.ตามลุงตู่ไปอยู่ รทสช. อดีต เสธ.คนดังยึดหลักเหนือการเมืองคือ กตัญญูและสัจจะ สวนทางเพื่อนรัก “ธรรมนัส” ที่ขน ส.ส.คืนรังลุงป้อม

ขุนพลลุงตู่ “หิมาลัย” ไม่เปิดหน้า แต่ส่งสัญญาณชัด 3 ส.ส.ในซุ้ม ไม่ไปต้อนรับลุงป้อม เพื่อนรัก “ธรรมนัส” ขอเลือกตอบแทนผู้มีพระคุณ

“หิมาลัย” สวนทางผู้กองธรรมนัส คนหนึ่งขอไปส่งลุงตู่ให้ถึงฝั่ง อีกคนหนึ่งก็กลับบ้านป่ารอยต่อฯ เป็นมือไม้ให้ลุงป้อม

ตัวละครหลังม่านชื่อ หิมาลัย ผิวพรรณ หรือ เสธ.หิ อดีตนายทหารคนดัง โลดแล่นอยู่บนถนนสายอำนาจ ทั้งฝั่งทำเนียบรัฐบาล และฝั่งบ้านป่ารอยต่อฯ    

เมื่อถึงวันที่ต้องตัดสินใจเลือกข้าง หิมาลัย ผิวพรรณ มีหลักคิดแบบชาวยุทธจักรคือ เหนือการเมือง ก็คือความกตัญญูและสัจจะ

วันที่หิมาลัย ยังเคว้งคว้างอยู่กลางทะเล ไต้ก๋งเรือชื่อ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ได้นำเรือมารับตัวเขาขึ้นเรือ ฉะนั้น เขาจึงขอตอบแทนผู้มีพระคุณ


วันที่ 7 ก.ค.2565  พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เดินทางมาตรวจราชการที่ จ.กำแพงเพชร ปรากฏว่า หิมาลัย ผิวพรรณ ยืนหัวแถวนำทีม 4 ส.ส.กำแพงเพชร สายวราเทพ และ 3 ส.ส.ในซุ้มตัวเอง ต้อนรับนายกฯ

วันนั้น ไผ่ ลิกค์ ส.ส.กำแพงเพชร มือขวาธรรมนัส ไม่โผล่หน้าออกมารับลุงตู่ ต่างจากวันที่ 21 พ.ย.2565 พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ลงพื้นที่ จ.กำแพงเพชร ไร้เงาหิมาลัย และ ส.ส.ในซุ้มทั้ง 3 คน ส่วน ไผ่ ลิกค์ และ 5 ส.ส.พรรคเศรษฐกิจไทย มาชูป้ายเชียร์ป้อมให้เป็นนายกฯ

ก่อนหน้านี้ หิมาลัยมักจะพา ส.ส.ในซุ้มไปต้อนรับคณะลุงตู่ และลุงป้อม เวลาที่ออกตรวจราชการในต่างจังหวัด เมื่อมีความชัดเจนทางการเมืองของ 2 ลุง หิมาลัยก็จำเป็นต้องเลือกข้าง

‘ชาติทหารเสือ’

“หิมาลัย” เป็นทหารเสือราชินี รุ่นน้องของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา แต่เขาเรียนเตรียมทหารรุ่น 25 จึงเป็นเพื่อนรักของ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า 

จากแฟ้มประวัติหิมาลัย ในวัยเด็กที่ชื่อ ชลาลัย ที่แปลว่าสายน้ำ แต่ด้วยความเชื่อ จึงต้องเปลี่ยนชื่อเป็น หิมาลัย ที่แปลว่าหินผา 

หลังจบโรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย หิมาลัยเลือกเรียนทหาร มีความคิดอยากไปเรียนต่อต่างประเทศ จึงขอลงสังกัดกรมแผนที่ทหาร สุดท้ายกลับไปอยู่กรมทหารราบที่ 21 รักษาพระองค์ (ร.21 รอ.) กลายเป็นทหารเสือราชินี

วัยหนุ่ม หิมาลัยเลือกเข้ายุทธจักรเมืองหลวง มีลูกพี่ชื่อ “เสธ.แอ๊ว” แต่ชีวิตพลิกผันจากเหตุการณ์รื้อบาร์เบียร์ ต้องพ้นจากชีวิตทหาร ไปทำธุรกิจบริษัทรักษาความปลอดภัย

การเลือกตั้งปี 2562 พี่น้อง 3 ป. ดึงตัวหิมาลัยมาลุยงานการเมือง โดยถูกส่งไปช่วย พ.อ.สุชาติ จันทรโชติกุล เพื่อนเตรียมทหารรุ่น 12 ของ พล.อ.ประยุทธ์ ซึ่งรับบทแม่ทัพ พปชร. ในสมรภูมิภาคใต้

หลังการจัดตั้งรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ แต่งตั้งหิมาลัย ให้เข้ามาประจำการที่ทำเนียบ ตำแหน่งผู้ประสานสำนักงานรองนายกรัฐมนตรี และ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมช.เกษตรและสหกรณ์ ได้แต่งตั้งหิมาลัย เป็นคณะที่ปรึกษา รมช.เกษตรและสหกรณ์

ภายหลัง ร.อ.ธรรมนัส ขัดแย้งแตกหักกับ พล.อ.ประยุทธ์ เวลานั้น หิมาลัยแสดงจุดยืนชัดเจนว่า ยืนข้างลุงตู่ แต่ก็ยังเคารพรักลุงป้อม 

‘ซุ้มหิมาลัย’

เป็นรับรู้กันว่า “หิมาลัย” ดูแล ส.ส.พลังประชารัฐ 3 คน ได้แก่ สัญญา นิลสุพรรณ ส.ส.นครสวรรค์ เขต 4, สุรชาติ ศรีบุศกร ส.ส.พิจิตร เขต 2 และ มานัส อ่อนอ้าย ส.ส.พิษณุโลก เขต 5

 หิมาลัย ผิวพรรณ พร้อมกับ 3 ส.ส.ในซุ้มผิวพรรณหิมาลัย ผิวพรรณ พร้อมกับ 3 ส.ส.ในซุ้มผิวพรรณ

แกนหลักของซุ้มหิมาลัยคือ ส.ส.ไก่-สุรชาติ ศรีบุศกร ซึ่งตระกูลศรีบุศกร มีฐานเสียงหลักอยู่ใน อ.โพทะเล และ อ.บางมูลนาก จ.พิจิตร และเคยเป็นผู้สนับสนุน พล.ต.สนั่น ขจรประศาสน์ 

สัญญา นิลสุพรรณ ลูกชายของสายัณห์ นิลสุพรรณ อดีตกำนันตำบลหนองตางู อ.บรรพตพิสัย จ.นครสวรรค์ เเละกำนันสายัณห์ เคยเป็นหัวคะแนนใหญ่ของ บุญชู โรจนเสถียร สมัยเป็น ส.ส.นครสวรรค์ (ปี 2526-2539) 

ระยะหนึ่ง ส.ส.ซุ้มหิมาลัย ได้ทำกิจกรรมในพื้นที่ร่วมกับกลุ่มวราเทพ รัตนากร อดีต ส.ส.กำแพงเพชร ที่มี ส.ส.ในกลุ่ม 4 คนคือ สุรสิทธิ์ วงศ์วิทยานันท์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ, ปริญญา ฤกษ์หร่าย ส.ส.กำแพงเพชร, อนันต์ ผลอำนวย ส.ส.กำแพงเพชร และเพชรภูมิ อาภรณ์รัตน์ ส.ส.กำแพงเพชร

น่าจับตามองกลุ่มวราเทพว่า สุดท้ายแล้วจะเลือกใคร ระหว่างลุงป้อมกับลุงตู่ หรือกลับเพื่อไทย

คอลัมน์ … ท่องยุทธภพ      โดย … ขุนน้ำหมึก

เช็คชื่อ ส.ส.สายซุ้มอุ้ม “ประยุทธ์” แหกคอกป้อม

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/thong-yuttaphop/536866

ขุนน้ำหมึก

22 พ.ย. 2565

เช็คชื่อ ส.ส.สายซุ้มอุ้ม “ประยุทธ์” แหกคอกป้อม

หลงกลิ่นอำนาจ “ประยุทธ์” ชูธงรวมไทยสร้างชาติ พึ่งศิษย์เก่า ปชป.สายนกหวีด บวกพลังเฮ้ง ฟากพี่ใหญ่ “ประวิตร” หอบ ส.ส.จอมเก๋า ตามล่าหาฝันนั่งเก้าอี้นายกฯ

สิ้นสุดการรอคอย “ประยุทธ์” ชูธงรวมไทยสร้างชาติ พึ่งศิษย์เก่า ปชป.บวกพลังเฮ้ง ส่วน “ประวิตร” หอบ ส.ส.บ้านใหญ่ ตามล่าหาฝันนั่งเก้าอี้นายกฯ

เจอของจริง “ประยุทธ์” ไม่ง่ายกับเกมลุ้น 25 ที่นั่ง สถานการณ์เปลี่ยน วันนี้ไม่เหมือนวันวาน จะมีพลังพิเศษมาช่วยเหลืออีกหรือไม่

จับสัญญาณการแยกทางของ 2 ป.ชัดเจนจาก 2 เหตุการณ์ในวันที่ 21 พ.ย.2565 พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ไปชิมลางลงพื้นย่านบางกะปิ ซึ่งเป็นที่มั่นของ ส.ส.โอ๋-ฐิติภัสร์ โชติเดชาชัยนันต์ ส.ส.กทม. พรรคพลังประชารัฐ 

ก่อนหน้านั้น พีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ ก็ลงไปพื้นที่ของ ส.ส.โอ๋ เช่นกัน จึงมีข่าวว่า ส.ส.โอ๋จะย้ายมาพรรค รทสช.

ตัดกลับไปที่กำแพงเพชร ไผ่ ลิกค์ ส.ส.กำแพงเพชร พรรคเศรษฐกิจไทย พา เพื่อน ส.ส. 4 คน มารอต้อนรับ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี แถม ส.ส.ไผ่ บอกกับนักข่าวว่า ทีม ส.ส.ซุ้มธรรมนัส เตรียมกลับไปงานช่วยลุงป้อม

ที่น่าประหลาดใจ ไม่มี หิมาลัย ผิวพรรณ พร้อม 3 ส.ส.ในสังกัด ไปต้อนรับลุงป้อม ทั้งที่เป็น ส.ส.พื้นที่ติดกับกำแพงเพชร 

สามทุ่มคืนวันเดียวกัน มีมือดีแจกข่าว น้องตู่ไปลาพี่ป้อม ที่บ้านป่ารอยต่อฯเมื่อเย็นวันอาทิตย์ พร้อมแปะรายชื่อ ส.ส.พลังประชารัฐ ที่จะย้ายตามลุงตู่ไปพรรครวมไทยสร้างชาติ เช็คดูแล้วก็เป็นสายเสี่ยเฮ้งทั้งนั้น

ศึกสายเลือด 2 ป. ก็รอแค่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา จะเปิดตัวโชว์เสื้อ รทสช.อย่างเป็นทางการ ส่วน พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ เตรียมขึ้นป้ายแคนดิเดตนายกฯ พปชร. 


‘โฟกัสพลังเฮ้ง’

เช็คขุมกำลัง “ประยุทธ์” ที่จะตามล่าหาเก้าอี้ ส.ส.ให้ครบ 25 ที่นั่ง เพื่อได้สิทธิ์เสนอชื่อนายกรัฐมนตรี หากไม่หวังพึ่งนักเลือกตั้งมืออาชีพ ก็ยากจะไปถึงฝั่งฝัน

เสี่ยเฮ้งสุชาติ ชมกลิ่น แกนนำกลุ่มบ้านใหม่ชลบุรี มีตัวเขา และรณเทพ อนุวัฒน์ ส.ส.ชลบุรี เขต 3 เป็นตัวยืนในเมืองชล พร้อมกับขาใหญ่ซุ้มย่อย ที่แยกตัวจากบ้านใหญ่กำนันเป๊าะ

สายตะวันออก ก็ยังมี ชัยวัฒน์ เป้าเปี่ยมทรัพย์ ส.ส.ฉะเชิงเทรา ,สมพงษ์ โสภณ ส.ส.ระยอง และ พ.ต.ท.ฐนภัทร กิตติวงศา ส.ส.จันทบุรี 


สายตะวันตก ได้ทายาทกำนันเซี้ยเป็นเสาหลัก อย่าง ธรรมวิชญ์ โพธิพิพิธ ส.ส.กาญจนบุรี และ อัฏฐพล โพธิพิพิธ ส.ส.กาญจนบุรี 

สายเพชรบุรี พลังประชารัฐ 3 คน น่าจะมี สาธิต อุ๋ยตระกูล ส.ส.เพชรบุรี เขต 2 คนเดียวที่มากับเสี่ยเฮ้ง ส่วน กฤษณ์ อยู่แก้ว ส.ส.เพชรบุรี เขต 1 และสุชาติ อุสาหะ ส.ส.เพชรบุรี เขต 2 คงจะไปพรรคภูมิใจไทย

สายปากน้ำ ไพลิน เทียนสุวรรณ ส.ส.สมุทรปราการ เขต 7 เป็นตัวยืนพลังเฮ้ง ร่วมกับผู้นำแรงงานปากน้ำ มานิตย์ พรหมการีย์กุล ประธานสภาองค์การลูกจ้างแรงงานยานยนต์ฯ สู้กับบ้านใหญ่อัศวเหม

  เสี่ยเฮ้ง สุชาติ ชมกลิ่น ทีมบ้านใหม่ชลบุรี เป็นขุมกำลัง พล.อ.ประยุทธ์เสี่ยเฮ้ง สุชาติ ชมกลิ่น ทีมบ้านใหม่ชลบุรี เป็นขุมกำลัง พล.อ.ประยุทธ์

‘บ้านใหญ่สายใต้’

ตัวละครหลังม่าน “ประยุทธ์” ก็คือ เสี่ยตั้น-ณัฏฐพล ทีปสุวรรณ และลูกหมี-ชุมพล จุลใส อดีตทหารเสือ กปปส. ที่ร่วมกันออกแบบพรรครวมไทยสร้างชาติ

เป้าหมายแรก ๆของพรรค รทสช. จึงพุ่งเป้าไปที่สนามเลือกตั้งภาคใต้ ที่มีอดีต ส.ส.พรรค ปชป. และกลุ่มนักการเมืองบ้านใหญ่ เป็นแกนหลัก


บ้านใหญ่ชุมพร ลูกหมี-ชุมพล จุลใส คงอาศัยลูกช้าง-สุพล จุลใส ส.ส.ชุมพร และนพพร อุสิทธิ์ นายก อบจ.ชุมพร เป็นผู้ขับเคลื่อนในพื้นที่

บ้านใหญ่เมืองคนดี กำนันศักดิ์-พงษ์ศักดิ์ จ่าแก้ว นายก อบจ.สุราษฎร์ธานี มิตรสหายของลูกหมี วางตัวผู้สมัคร ส.ส.เกือบครบทุกเขตแล้ว 

บ้านใหญ่เมืองลุง นายกพร-วิสุทธิ์ ธรรมเพชร นายก อบจ.พัทลุง เพิ่งเปิดตัวลูกชาย นิติศักดิ์ ธรรมเพชร ลงสมัคร ส.ส.พัทลุง เขต 2 

บ้านใหญ่เมืองคอน วิทยา แก้วภราดัย อดีต ส.ส.นครศรีธรรมราช กำลังจัดทีมผู้สมัคร ส.ส. ส่วน พิมพ์ภัทรา วิชัยกุล ส.ส.นครศรีธรรมราช 3 สมัย พรรค ปชป. ประกาศชัดขอร่วมงานกับ รทสช. 

น่าจับตา ส.ส.ปชป.อีกล็อตหนึ่งที่จะย้ายมาอยู่กับพรรคลุงตู่ ไม่ว่าจะเป็นรังสิมา รอดรัศมี ส.ส.สมุทรสงคราม ,พ.ท.สินธพ แก้วพิจิตร ส.ส.นครปฐม และวชิราภรณ์ กาญจนะ ส.ส.สุราษฏร์ธานี

กล่าวอย่างถึงที่สุด พรรครวมไทยสร้างชาติ จะมาหวังแย่งชิงเก้าอี้ ส.ส.ปักษ์ใต้เพียงสนามเดียว ก็ยากที่จะไปถึงเป้าหมาย 25 ที่นั่ง 

คอลัมน์ … ท่องยุทธภพ       โดย … ขุนน้ำหมึก  

ขายคู่ “เศรษฐา”ตีตลาดบน “อุ๊งอิ๊ง”ลุยรากหญ้า

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/thong-yuttaphop/536793

ขุนน้ำหมึก

21 พ.ย. 2565

ขายคู่ “เศรษฐา”ตีตลาดบน “อุ๊งอิ๊ง”ลุยรากหญ้า

ช้าไม่ได้ “เศรษฐา” เร่งเปิดตัวแคนดิเดตนายกฯ เพื่อไทย มุ่งเจาะตลาดบน คนต่างจังหวัดไม่รู้จักซีอีโอแสนสิริ จึงต้องใช้ “อุ๊งอิ๊ง” ตีตลาดรากหญ้า รักษาฐานเดิม

ช้าไม่ได้กลัวคนไม่รู้จัก “เศรษฐา แคนดิเดตนายกฯ เพื่อไทย ต้องเร่งเปิดตัวซีอีโอแสนสิริ ที่เน้นตลาดบน ส่วน “อุ๊งอิ๊ง” ตีตลาดรากหญ้า

“เศรษฐา” ซีอีโอสาย Call out ได้รับการยอมรับจากคน Gen Y Gen Z ขายได้ในกรุงเทพฯ และหัวเมืองใหญ่ ลบจุดอ่อน “อุ๊งอิ๊ง” ที่เรตติ้งไม่แรงในเมืองหลวง

วันที่ 21 พ.ย.2565 นสพ.กรุงเทพธุรกิจ สำรวจความคิดเห็น ซีอีโอองค์กรธุรกิจขนาดใหญ่หลากหลายพบว่า ซีอีโอเกินครึ่ง (58.2%)  หนุน เศรษฐา ทวีสิน นั่งนายกรัฐมนตรีมากที่สุด 

บังเอิญการสำรวจของนิด้าโพลเรื่องคนที่ใช่ พรรคที่ชอบรอบแรก ยังไม่มีชื่อของเศรษฐา คงต้องรอต้นปี 2565 คงจะทราบว่า ชื่อเศรษฐา จะได้รับความนิยมมากน้อยแค่ไหน

เดิมทีมีข่าวพรรคเพื่อไทย จะจัดการประชุมใหญ่วิสามัญพรรคเพื่อไทย เพื่อเปลี่ยนแปลงคณะกรรมการบริหารพรรคฯ ในวันที่ 28 พ.ย.2565 แต่ภายหลัง นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพรรคเพื่อไทย ได้แจ้งเลื่อนการประชุมพรรคไปวันที่ 6 ธ.ค.2565

สืบเนื่องจากศาลรัฐธรรมนูญจะมีการวินิจฉัยต่อร่าง พ.ร.ป.การเลือกตั้ง ส.ส.เรื่องสูตรคำนวณปาร์ตี้ลิสต์ 100 หาร ในวันที่ 30 พ.ย.2565 จึงขอฟังคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญเสียก่อน

มีรายงานข่าวว่าการประชุมใหญ่วิสามัญพรรคเพื่อไทย จะมีวาระการเปิดตัวแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี 2 คนคือ เศรษฐา ทวีสิน และแพทองธาร ชินวัตร  

  เศรษฐา เตรียมลุยการเมืองเต็มตัว เศรษฐา เตรียมลุยการเมืองเต็มตัว

‘ผมอยู่เพื่อไทย’

ไม่เหนือความคาดหมาย “เศรษฐา” แจ้งผ่านทวิตเตอร์ว่า ตัวเองอยู่พรรคเพื่อไทย เพราะก่อนหน้านี้ ผู้คนรับรู้กันมาระยะหนึ่งแล้วว่า ซีอีโอแสนสิริ จะเล่นการเมืองแน่นอน

กลางดึกคืนวันที่ 17 พ.ย.2565 เศรษฐา ทวีสิน ประธานอำนวยการและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) ได้เปลี่ยนภาพโปรไฟล์ในทวิตเตอร์ @Thavisin ซึ่งเป็นภาพที่ระบุข้อความว่า “6-8 ปีที่ผ่านมาผู้นำของเราไม่ได้นำประเทศไทยไปมีจุดยืนในเวทีโลกเลย ผู้นำคนต่อไปผมว่าต้องกล้าที่จะเดินออกไปสู่เวทีโลก”

มีผู้ใช้ทวิตเตอร์รายหนึ่งได้ถามเศรษฐาว่า “ถ้าท่านมาอยู่เพื่อไทย ผมเลือกเพื่อไทยครับ” เศรษฐาจึงตอบกลับว่า “ผมอยู่เพื่อไทยครับ”

ระยะหลัง เศรษฐา ทวีสิน ออกเดินสายพบสื่อมวลชนมากขึ้น เหมือนเป็นจังหวะก้าวของการเปิดตัวเป็นแคนดิเดตนายกฯ พรรคเพื่อไทย พร้อมกับสัญญาณจากแกนนำหลังม่าน ไม่ว่าจะเป็น ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร, เยาวภา วงศ์สวัสดิ์, คุณหญิงพจมาน ดามาพงศ์ และทักษิณ ชินวัตร ต่างเปิดไฟเขียวผ่านตลอด

แรกทีเดียว พรรคเพื่อไทยจะมีการประชุมวิสามัญใหญ่พรรคในวันที่ 28 พ.ย.นี้ พร้อมวางแผนเปิดตัวแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี โดยเปิดให้เศรษฐา ทวีสิน ได้แสดงวิสัยทัศน์เป็นครั้งแรก

‘ขายตลาดบน’

แกนนำเพื่อไทยมองว่า ถ้าไม่ชิงเปิดตัว “เศรษฐา” อาจจะไม่ทันการณ์ เนื่องจากคนทั่วไป โดยเฉพาะกลุ่มรากหญ้าในต่างจังหวัด ยังไม่รู้จักซีอีโอคนนี้


อีกด้านหนึ่ง นิด้าโพลที่สำรวจคนกรุงเทพฯ พบว่า อุ๊งอิ๊ง แพทองธาร มีคะแนนนิยมต่ำกว่าพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ก็เป็นโจทย์ที่แกนนำเพื่อไทย ต้องเร่งแก้ไข

ภาพลักษณ์ เศรษฐา ทวีสิน ตอบโจทย์คนเมือง คนชั้นกลางมากกว่าอุ๊งอิ๊ง เพราะลูกสาวทักษิณ ถูกมองเป็นตัวแทนตระกูลชินวัตร ไม่ใช่มืออาชีพแบบเศรษฐา

จุดอ่อนของเศรษฐาคือ คนต่างจังหวัดไม่รู้จัก พรรคเพื่อไทยจึงต้องเร่งสร้างกระแส และเตรียมการเปิดตัวซีอีโอแสนสิริ ภายในเดือน พ.ย.นี้

อย่างเช่นวันที่ 14 พ.ย.2565 รายการ wake up ไทยแลนด์ ช่องวอยซ์ทีวี ได้คอนเฟิร์มข่าวเรื่องการแสดงวิสัยทัศน์ ของแคนดิเดตนายกฯ เพื่อไทย ทั้งอุ๊งอิ๊ง และ เศรษฐา ในวันที่ 28 พ.ย.นี้ แต่ได้มีการเลื่อนการประชุมใหญ่ของพรรคเพื่อไทยออกไปแล้ว

ในแง่การตลาดการเมือง แกนนำเพื่อไทยคงวางสินค้าการเมืองชื่อ “เศรษฐา” ไว้ขายคนเมือง ส่วน “อุ๊งอิ๊ง” ลูกสาวคนเล็กของทักษิณ คงเจาะตลาดต่างจังหวัด โดยเฉพาะกลุ่มคนรากหญ้า

อย่าลืมว่า คนเสื้อแดงในภาคอีสาน และภาคเหนือ ยังภักดีต่อแบรนด์เดิม “ทักษิณ-ยิ่งลักษณ์” ถ้านำชื่อเศรษฐาไปขาย คงไม่ได้รับการตอบรับเท่ากับอุ๊งอิ๊ง  

ดังนั้น ชื่อของเศรษฐา-อุ๊งอิ๊ง จึงเป็นสินค้าการเมืองที่ต้องขายคู่กัน เพื่อบรรลุเป้าหมายเพื่อไทยแลนด์สไลด์

คอลัมน์ … ท่องยุทธภพ       โดย … ขุนน้ำหมึก 

เดิมพันบ้านใหญ่ “สนธยา” เลือกลุงป้อม หรือรีเทิร์น พท.

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/thong-yuttaphop/536760

ขุนน้ำหมึก

21 พ.ย. 2565

เดิมพันบ้านใหญ่ “สนธยา” เลือกลุงป้อม หรือรีเทิร์น พท.

ชายฝั่งบูรพาอุ๊งอิ๊งมาแรง “สนธยา” เจอคนปูดข่าวบ้านใหญ่จะส่งเด็กในซุ้มสวมเสื้อ พท. ลูกกำนันเป๊าะบนทางแพร่ง อยู่กับลุงป้อม ปั้นพรรคใหม่ และไปค่ายคนแดนไกล

จับตาบ้านใหญ่ชลบุรี “สนธยา” หลังนิด้าโพลชี้อุ๊งอิ๊งมาแรงในภาคตะวันออก มีคนปูดข่าวบ้านใหญ่ จะส่งเด็กในสังกัดสวมเสื้อ พท.ลงสนามชลบุรี

ทายาทกำนันเป๊าะ “สนธยา” มีทางเลือกไม่มาก หากอยู่ พปชร.แล้วต้องเจอเฮ้ง ก็กลับพลังชล หรือจะไปเพื่อไทย

ช่วงเดือน พ.ย.2565 สนธยา คุณปลื้ม อดีตนายกเมืองพัทยา ในนามบ้านใหญ่ ได้ร่วมงานกฐิน งานวัดในพื้นที่ อ.เมืองชลบุรี ต่อเนื่อง ทำให้คนน้ำเค็มจับตามองว่า บ้านใหญ่แสนสุข จะขยับหมากการเมืองอะไรหรือไม่

ดังที่รู้กัน เมื่อวันที่ 20 พ.ย. 2565 นิด้าโพลเปิดเผยผลสำรวจเรื่องคนที่ใช่ พรรคที่ชอบ ของคนภาคตะวันออก สำรวจระหว่างวันที่ 7-10 พ.ย.2565 จากประชาชนในภาคตะวันออก ประกอบด้วย ฉะเชิงเทรา, ชลบุรี, ระยอง, จันทบุรี, ตราด, นครนายก, ปราจีนบุรี และสระแก้ว

ปรากฏว่า คนที่ชอบจะสนับสนุนให้เป็นนายกรัฐมนตรี อันดับ 1 ร้อยละ 25.09 แพทองธาร ชินวัตร และพรรคที่ใช่จะเลือกให้เป็น ส.ส.แบบแบ่งเขต อันดับ 1 ร้อยละ 33.68 พรรคเพื่อไทย 

นิด้าโพลภาคตะวันออก อาจมีคนแย้งว่า ไม่น่าจะเป็นไปได้ เพราะเลือกตั้ง ส.ส.ปี 2550 และปี 2554 คนส่วนใหญ่เลือกพรรคประชาธิปัตย์ แต่เลือกตั้งปี 2562 ก็มีสัญญาณการเปลี่ยนแปลงในหัวเมืองบูรพา ความปราชัยของคนบ้านใหญ่ในสนามชลบุรี 3 เขต กลายเป็นโจทย์ใหญ่ของตระกูลคุณปลื้ม

บวกกับการเติบใหญ่ของซุ้มบ้านใหม่ ที่มี เสี่ยเฮ้ง-สุชาติ ชมกลิ่น เป็นผู้นำ จึงมีข่าวลือเรื่องทายาทกำนันเป๊าะ จะรีเทิร์นค่ายคนแดนไกล เหมือนเลือกตั้งปี 2548 

‘ดับเครื่องชนเฮ้ง’

ที่แน่ๆ “สนธยา” ไม่ยอมให้ซุ้มมังกรน้ำเค็มเติบโตมากไปกว่านี้ จึงต้องเตรียมการส่งผู้สมัคร ส.ส.ในสีเสื้อบ้านใหญ่ชนเสี่ยเฮ้ง

มีข่าวลอยมาจากฝั่งบ้านใหญ่แสนสุขตั้งแต่ต้นปีนี้ว่า “สท.เหี่ยว” ภาสกร หอมหวล อดีตคนสนิทกำนันเป๊าะ และมือทำงานของ สนธยา คุณปลื้ม เตรียมจะส่งลูกสาว สุภีพันธ์ หอมหวล ส.อบจ.ชลบุรี เขต 8 (อ.เมืองชลบุรี) ลงสมัคร ส.ส.ชลบุรี เขต 1 เดินหน้าชนเสี่ยเฮ้ง-สุชาติ ชมกลิ่น 

20 ปีที่แล้ว ในยุทธจักรหัวเมืองบูรพา ไม่มีใครไม่รู้จัก ภาสกร หอมหวล สมาชิกสภาเทศบาลตำบลแสนสุข หรือที่ชาวยุทธ์เรียกว่า “สท.เหี่ยว” มือขวากำนันเป๊าะ

หลังสิ้นกำนันเป๊าะ สท.เหี่ยว ยังเป็นกำลังหลักในทางการเมืองให้ สนธยา คุณปลื้ม อดีตนายกเมืองพัทยา และวิทยา คุณปลื้ม นายก อบจ.ชลบุรี 

ทุกวันนี้ สท.เหี่ยว เดินสายรวบรวมนักการเมืองท้องถิ่นพร้อมสู้ศึกเลือกตั้ง วัดบารมีกันอีกครั้งระหว่างบ้านใหญ่(กำนันเป๊าะ) กับบ้านใหญ่(เฮ้ง)

  สองพี่น้องสนธยา-วิทยา ตระกูล “คุณปลื้ม” บนทางแพร่ง สองพี่น้องสนธยา-วิทยา ตระกูล “คุณปลื้ม” บนทางแพร่ง

‘ทางแพร่งบ้านใหญ่’

“สนธยา” ยังจำวันนั้นได้ กำนันเป๊าะพาลูกๆไปซบพรรคไทยรักไทย ตามคำเชิญชวนของทักษิณ ชินวัตร ทำให้การเลือกตั้งปี 2548 ซุ้มบ้านใหญ่ชนะยกจังหวัด

หลังรัฐประหารปี 2549 มีรัฐธรรมนูญใหม่ ตามมาด้วยการเลือกตั้งทั่วไป ทายาทกำนันเป๊าะหวนคืนพรรคชาติไทย สอบตกยกจังหวัด เพราะอยู่หว่างเขาควาย ขั้วทักษิณ-ขั้วพันธมิตรเสื้อเหลือง

ปี 2554 สนธยา คุณปลื้ม ปั้นพรรคพลังชล สร้างแบรนด์ท้องถิ่น ส.ส.ซุ้มบ้านใหญ่ จึงกลับคืนสู่สภาฯ และได้เข้าร่วมรัฐบาลยิ่งลักษณ์ โดยส่ง สุกุมล คุณปลื้ม เป็นรัฐมนตรีวัฒนธรรม

ปัจจุบัน นับแต่มีกลุ่มบ้านใหม่พลังเฮ้ง ทำให้ดุลการเมืองในชลบุรี บ้านใหญ่ไม่ได้เป็นศูนย์รวมชาวยุทธจักรเมืองชล และสายหัวเมืองตะวันออก เหมือนสมัยกำนันเป๊าะ 

ดังนั้น สนธยา บ้านใหญ่แสนสุขมี 3 ทางเลือก คือ 1.อยู่กับลุงป้อม โดยจับมือกลุ่มสามมิตรชลบุรี สรวุฒิ เนื่องจำนง ส.ส.ชลบุรี เขต 4  ,ร.อ.จองชัย วงศ์ทรายทอง ส.ส.ชลบุรี เขต 2 และ สุรสิทธิ์ นิธิวุฒิวรรักษ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ กรณีที่เสี่ยเฮ้งย้ายตามลุงตู่ไปอยู่พรรค พปชร.

2.ไปอยู่ค่ายทักษิณ โดยส่งเด็กบ้านใหญ่สวมเสื้อเพื่อไทย ลงสมัคร ส.ส. ส่วนทายาทกำนันเป๊าะเว้นวรรคชั่วคราว กรณีที่เสี่ยเฮ้งยังอยู่พรรค พปชร.

3.ใช้บริการพรรคพลังชล ลงสู้ศึก หรืออาจอัพเกรดเป็นพรรคพลังบูรพา เพื่อหลุดจากวังวนความขัดแย้ง ไม่เอาตู่-ไม่เอาทักษิณ  

คาดว่า ก่อนสิ้นปี 2565 จะมีความชัดเจนจากซุ้มบ้านใหญ่เมืองชล และการตัดสินใจลงสนามครั้งหน้าในเสื้อสีไหน ล้วนมีอนาคตบ้านใหญ่เป็นเดิมพัน

คอลัมน์ … ท่องยุทธภพ     โดย  … ขุนน้ำหมึก 

“เสี่ยเฮ้ง” โพสต์ถึง “บิ๊กตู่” ชัดเจนแล้ว เลือกอยู่ต่อกับใคร

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/536910

22 พ.ย. 2565

"เสี่ยเฮ้ง" โพสต์ถึง "บิ๊กตู่" ชัดเจนแล้ว เลือกอยู่ต่อกับใคร

“สุชาติ ชมกลิ่น” โพสต์เฟซบุ๊กระบุชัดเจน หากทิ้ง “ลุงตู่” จะเอาหน้ากลับเมืองชลบุรี ได้อย่างไร ท่ามกลางกระแสแยกทางเดินกับ “ลุงป้อม” ย้ายซบ “พรรครวมไทยสร้างชาติ”

หลังจากมีกระแสข่าว พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เตรียมสมัครเป็นสมาชิก “พรรครวมไทยสร้างชาติ” สร้างความสนใจให้กับวงการการเมือง หากเป็นจริงจะมี “องค์พิทักษ์ลุงตู่” เหล่า ส.ส.ในพรรคพลังประชารัฐ เดินตามหรือไม่ 

นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ในฐานะ ผู้อำนวยการพรรคพลังประชารัฐ หากไม่กล่าวถึงคงจะไม่ได้ เพราะที่ผ่านมาถือว่าเป็นอีก 1 คนที่ออกมาอยู่เคียงข้าง พลเอกประยุทธ์ ตลอดระยะเวลา 3 ปี ล่าสุดได้โพสต์เฟซบุ๊ก เผยความในใจว่า

“ผมคนจริงใจ จิตใจนักเลง เป็นนักรบ บาดเจ็บบ้าง เป็นเรื่องธรรมชาติ

ขออย่าให้ใครมานินทา ว่าเอาแต่ได้ ถึงเวลาต้องแสดงความจริงใจ

คนชลบุรี จิตใจ นักเลงจริง สมคำว่า นักเลงเมืองชล

ลุงตู่ ปกป้องดูแล ผมมาตลอดระยะเวลาเกือบ 3 ปี จะทิ้งลุงตู่ไปคนเดียว

ผมจะเอาหน้ากลับมาบ้าน ได้อย่างไร เสียชื่อ คนชลบุรี หมดสิครับ”

นายสุชาติ ชมกลิ่น โพสต์เฟซบุ๊ก นายสุชาติ ชมกลิ่น โพสต์เฟซบุ๊ก

อินไซด์ครม. “บิ๊กตู่” ส่งสัญญาณ อยู่ครบเทอม

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/536907

22 พ.ย. 2565

อินไซด์ครม. "บิ๊กตู่" ส่งสัญญาณ อยู่ครบเทอม

อินไซด์วงประชุมครม. “พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา” ส่งสัญญาณไม่ยุบสภา อยู่ครบเทอมถึงสิ้นเดือนมีนาคมปี พ.ศ. 2566 

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าในการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) วันที่ 22 พ.ย.2565 ก่อนการประชุมที่โถงกลาง ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล นายจุติ ไกรฤกษ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ นำคณะผู้บริหาร เข้าพบ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม

อินไซด์ครม. "บิ๊กตู่" ส่งสัญญาณ อยู่ครบเทอม

เพื่อประชาสัมพันธ์กิจกรรมรณรงค์ยุติความรุนแรงต่อเด็ก สตรี และบุคคลในครอบครัว ประจำปี 2565 พร้อมติดเข็มกลัดริบบิ้นสีขาว ซึ่งเป็นสัญลักษณ์สากลในการเผยแพร่การจัดกิจกรรมอย่างต่อเนื่องทุกปีแก่นายกรัฐมนตรีด้วย


สำหรับการประชุมในวันนี้มีรัฐมนตรีลา 4 คน ได้แก่ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม น.ส.ตรีนุช เทียนทอง รมว.ศึกษาธิการ และพล.อ.ชัยชาญ ช้างมงคล รมช.กลาโหม 

อินไซด์ครม. "บิ๊กตู่" ส่งสัญญาณ อยู่ครบเทอม

ด้านพล.อ.ประยุทธ์ กล่าวก่อนประชุมตอนหนึ่งว่า ในวันที่ 21 พ.ย. ได้ลงพื้นที่ไปรับฟังปัญหาและแก้ไขปัญหาให้กับประชาชนในนามนายกฯ เวลาจะสิ้นสุดเดือน มี.ค.66 จากนี้จะมุ่งมั่นทำงานให้มากที่สุด และพูดให้น้อย เพื่อสร้างบรรยากาศที่ให้จะมีแต่สุข และสร้างสงบเรียบร้อยในประเทศอย่างเต็มที่

ช่วงท้ายการประชุม พล.อ.ประยุทธ์ได้ขอบคุณทุกหน่วยงานที่ร่วมงานแก้ปัญหาอุทกภัยที่ผ่านมา ตอนนี้อุทกภัยหลายพื้นที่ผ่านพ้นไปแล้ว อยากให้เร่งสำรวจความเสียหายและรีบเสนอเข้ามา เพราะตอนนี้เหลือจังหวัดที่น้ำยังท่วมอยู่ 4 จังหวัด โดยขอให้สำนักงบประมาณเตรียมข้อมูลการเบิกจ่ายในส่วนนี้ไว้ด้วย เพราะอาจจะมีการซักถามในสภาได้

นอกจากนี้ ภายหลังการประชุมครม. บรรดารัฐมนตรีได้รับประทานอาหารกลางวันร่วมกันที่ตึกสันติไมตรี ทำเนียบฯ โดยโต๊ะใหญ่มี พล.อ.ประยุทธ์นั่งหัวโต๊ะ และมีนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรมว.สาธารณสุข นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.พาณิชย์ นายวราวุธ ศิลปอาชา รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม นายอิทธิพล คุณปลื้ม รมว.วัฒนธรรม นายทรงศักดิ์ ทองศรี รมช.มหาดไทย ร่วมอยู่ในโต๊ะ 

บรรยากาศเป็นไปอย่างชื่นมื่น นายอนุทินกับนายจุรินทร์ที่นั่งติดกัน และมีการพูดคุยกันอย่างสนิทสนม อย่างไรก็ตาม 

มีอยู่ช่วงหนึ่งได้มีการสนทนาถึงบรรยากาศการเมือง รวมถึงการเลือกตั้ง ในลักษณะที่ว่าพล.อ.ประยุทธ์จะอยู่ครบเทอมในเดือน มี.ค.66 ทำให้นายอนุทินพูดขึ้นว่า “ก็ไม่มีใครอยากเสียตังค์เร็วหรอก” พล.อ.ประยุทธ์ จึงพูดขึ้นว่า “งั้นก็อยู่กันไปยันมีนาคมปีหน้า”

นายกฯ สั่งการติดตามเหตุการณ์ “คาร์บอมบ์” แฟลตตำรวจเมืองนราธิวาสใกล้ชิด

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/536901

22 พ.ย. 2565

นายกฯ สั่งการติดตามเหตุการณ์ "คาร์บอมบ์" แฟลตตำรวจเมืองนราธิวาสใกล้ชิด

โฆษกรัฐบาล เผย นายกฯ รับทราบสั่งการติดตามเหตุการณ์ “คาร์บอมบ์” ใกล้ชิด พร้อมแสดงความเสียใจต่อครอบครัวผู้เสียชีวิต

นายอนุชา บูรพชัยศรี รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง ปฏิบัติหน้าที่โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม รับทราบรายงานเหตุการณ์ “คาร์บอมบ์” ภายใน แฟลตตำรวจ ตรงข้ามโรงเรียนนราสิกขาลัย เขตเทศบาลเมืองนราธิวาส อำเภอเมือง จังหวัดนราธิวาส สั่งการผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด ย้ำให้เร่งดำเนินการสืบสวนหาสาเหตุ และดำเนินการตามกฎหมายกับผู้ก่อเหตุโดยเร็ว

นายกรัฐมนตรี แสดงความห่วงใยต่อประชาชนที่ได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์ “คาร์บอมบ์” พร้อมแสดงความเสียใจต่อครอบครัวผู้เสียชีวิต กำชับให้ส่วนราชการในพื้นที่ดูแลช่วยเหลืออย่างเต็มที่ สำหรับพื้นที่เกิดเหตุให้เจ้าหน้าที่ชุดเก็บกู้วัตถุระเบิด ตรวจสอบให้ละเอียด หวั่นเกิดอันตรายตามมา พร้อมกันพื้นที่ไม่ให้บุคคลที่เกี่ยวข้องเข้าไปในบริเวณที่เกิดเหตุ

นายอนุชา กล่าวว่า นายกรัฐมนตรีเน้นย้ำเรื่องความปลอดภัยของพี่น้องประชาชนเป็นสำคัญ ไม่ว่าที่ไหน ๆ ของประเทศไทย ประชาชนต้องปลอดภัย และขอให้ฝ่ายความมั่นคงเพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัยให้มากขึ้น  

รัฐบาลโชว์ผลงาน ปี65 เก็บรายได้ ทะลุเป้า 1.51 แสนล้าน กู้น้อยลง 4.74 หมื่นล้าน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/536883

22 พ.ย. 2565

รัฐบาลโชว์ผลงาน ปี65 เก็บรายได้ ทะลุเป้า 1.51 แสนล้าน กู้น้อยลง 4.74 หมื่นล้าน

ที่ประชุม ครม. รับทราบรายงานจัดเก็บรายได้ ปี 65 จำนวน 2,400,000 ล้านบาท ทะลุเป้ากว่า 1.51 แสนล้าน ขณะที่การกู้เงิน ลดลงถึง 4.74 หมื่นล้าน

เมื่อวันที่ 22 พ.ย. นางสาวรัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบรายงานการรับจ่ายเงินงบประมาณประจำปีงบประมาณ 2565 ครอบคลุมระหว่างวันที่ 1 ตุลาคม 2564 ถึง 30 กันยายน 2565 จากกระทรวงการคลังที่ประมวลข้อมูลจากระบบสารสนเทศเพื่อการบริหารการเงินการคลังภาครัฐแบบอิเล็กทรอนิกส์ใหม่ (New GFMIS Thai) ที่หน่วยงานของรัฐบันทึกเข้ามาในระบบ โดยมีรายละเอียด ดังนี้

1.รายได้แผ่นดินที่หน่วยงานของรัฐจัดเก็บและนำเงินส่งคลัง ประมาณการ 2,400,000 ล้านบาท จัดเก็บจริง 2,551,223 ล้านบาท สูงกว่าประมาณการ 151,223 ล้านบาท สาเหตุที่รายได้สูงกว่าประมาณการ เนื่องจากมีรายได้จากภาษีอากร การขายสิ่งของและบริการ และรัฐพาณิชย์เพิ่มขึ้น

2.รายรับจากการกู้เงิน เพื่อชดเชยการขาดดุลงบประมาณ ประมาณการ 700,000 ล้านบาท กู้จริง 652,553 ล้านบาท ต่ำกว่าประมาณการ 47,447 ล้านบาท สาเหตุที่ต่ำกว่าประมาณการ เนื่องจากมีการปรับลดกรอบวงเงินกู้

3.รายจ่ายตามงบประมาณ ประมาณการ 3,100,000 ล้านบาท จ่ายจริง 2,900,727 ล้านบาท ต่ำกว่าประมาณการ 8,717 ล้านบาท (ยังไม่รวมเงินกันไว้เบิกเหลื่อมปี 190,556 ล้านบาท) สาเหตุที่รายจ่ายต่ำกว่าประมาณการ เนื่องจากผลกระทบจากการระบาดของโควิด-19 ทำให้หน่วยงานของรัฐใช้จ่ายเงินงบประมาณช้าไม่ทันตามระยะเวลาที่กำหนด

4.รายจ่ายตามกฎหมายว่าด้วยเงินคงคลัง จำนวน 33,655 ล้านบาท

5.ดุลการรับ-จ่ายเงิน ประกอบด้วย

-รายรับทั้งสิ้นที่เกิดขึ้นจริง 3,203,775 ล้านบาท (รวมรายได้แผ่นดินที่ได้รับจริง 2,551,223 ล้านบาท และเงินกู้ฯ ที่รับจริง 652,553 ล้านบาท)

-รายจ่ายที่เกิดขึ้นจริงตามประมาณ 3,148,060 ล้านบาท (รวมรายจ่ายงบประมาณตามงบประมาณ 2,900,727 ล้านบาท รายจ่ายจากเงินกันไว้เบิกเหลื่อมปีที่จ่ายจริง (ปี 2564) 213,678 ล้านบาท และรายจ่ายตามกฎหมายว่าด้วยเงินคงคลัง 33,655 ล้านบาท)

ทั้งนี้ รายรับสูงกว่ารายจ่าย 55,715 ล้านบาท  เนื่องจากหน่วยงานของรัฐจัดเก็บและนำส่งรายได้สูงกว่าประมาณการ เช่น ภาษีเงินได้นิติบุคคล ภาษีมูลค่าเพิ่ม และภาษีสินค้าเข้า – ออก

โดยครม.มีมติเห็นชอบหลักการและกรอบการจัดทำยุทธศาสตร์การจัดสรรงบประมาณรายจ่ายประจำปี งบประมาณ พ.ศ.2567 โดยมีความสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติ พ.ศ.2561-2580 ซึ่งประกอบด้วย 6 ด้าน คือ 1.ความมั่นคง 2.สร้างความสามารถในการแข่งขัน 3.พัฒนาเสริมสร้างศักยภาพทรัพยากรมนุษย์ 4.สร้างโอกาสความเสมอภาคทางสังคม 5.สร้างการเติบโตบนคุณภาพชีวิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม 6.ปรับสมดุลพัฒนาระบบการบริหารจัดการภาครัฐ 

ส่วนโครงการที่หน่วยราชการเสนอเข้ามาในเบื้องต้นมีจำนวนประมาณ 1,026 โครงการ สำหรับการดำเนินการเกี่ยวกับการจัดทำงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2567 ในระยะต่อไปนั้น ในช่วงเดือนธันวาคม 2565 – มกราคม 2566 หน่วยรับงบประมาณจัดทำรายละเอียดคำขอรับงบประมาณ ช่วงเดือนมกราคม – มีนาคม 2566 พิจารณารายละเอียดงบประมาณ ช่วงเดือนมีนาคม- เมษายน 2566 เปิดรับฟังความคิดเห็น ช่วงเดือนพฤษภาคม – มิถุนายน 2566 สภาพิจารณางบประมาณ วาระที่ 1

พลิกแฟ้ม ‘ยิ่งลักษณ์’ ชินวัตร จ่อรอหมายจับเพิ่มอีก หลายคดี

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/536887

22 พ.ย. 2565

พลิกแฟ้ม 'ยิ่งลักษณ์' ชินวัตร จ่อรอหมายจับเพิ่มอีก หลายคดี

อดีตนายกรัฐมนตรี ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ยังมีชนักอีกหลายคดี รอออก ‘หมายจับ’ ถูกกล่าวหา ทั้งร่ำรวยผิดปกติ ปกปิดบัญชีทรัพย์สิน

อดีตนายกรัฐมนตรี ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร โพสต์ทวิตเตอร์ ระบุว่าถูกกลั่นแกล้งทางการเมืองไม่รู้จบ หลังศาลออกหมายจับคดี โยกย้าย อดีตเลขา ฯสมช. ถวิล เปลี่ยนศรี พลิกแฟ้มคดีการเมือง ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นอกจากล่าสุดที่ ศาลออกหมายจับ เมื่อวันที่21 พ.ย. 2565 คดีใช้อำนาจโยกย้าย ถวิล เปลี่ยนศรี เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ โดยมิชอบ ศาลนัดตรวจหลักฐานวันที่ 14 มี.ค. 2566 แล้ว    
ยังพบว่ายังมีหลายคดีที่เข้าคิวรอการชี้ชะตาในชั้นการพิจารณาของ ป.ป.ช.

ภาพประกอบจากทวิตเตอร์ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตรภาพประกอบจากทวิตเตอร์ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร

ยิ่งลักษณ์ ยังมีหมายจับคดีปล่อยปละละเลยให้เกิดการทุจริตในโครงการรับจำนำข้าว ซึ่งศาลมีคำพิพากษาจำคุก 5 ปีโดยไม่รอลงอาญา และ คดีเอื้อประโยชน์เอกชน จัดโรดโชว์ไทยแลนด์ 2020 เป็นเหตุให้รัฐเสียหาย 240 ล้านบาท ซึ่งจำเลยไม่เดินทางมาศาล สถานะของคดีอยู่ระหวางการพิจารณา
 

นอกจากนี้ยังมีคดีค้างในชั้น ป.ป.ช. อย่างน้อย 6 คดี ประกอบด้วย


-คดีซื้อขายข้าวแบบรัฐต่อรัฐ หรือ จีทูจี ภาค 2  ที่ป.ป.ช. แจ้งข้อกล่าวหายิ่งลักษณ์ พร้อมพวกรวมถึงทักษิณ ชินวัตร และเยาวภา วงศ์สวัสดิ์ ท่ามกลางกระแสข่าว ป.ป.ช. กันชื่อนายบุญทรง เตริยาภิรมย์ อดีต รมว.พาณิชย์ จำเลยคดีระบายข้าวจีทูจีไว้เป็นพยาน


-คดีจ่ายเงินเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบทางการเมือง ระหว่างปี 2548-2553 โดยไม่มีกฎหมายรองรับ ทำให้รัฐเสียหาย 1.9 พันล้านบาท


-คดีละเว้นไม่ลงโทษผู้ใต้บังคับบัญชา นายจารุพงษ์ เรืองสุวรรณ รมว.มหาดไทย ในขณะนั้น พร้อมพวกปราศรัยรุนแรงแบ่งแยกประเทศ


-คดีปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ อนุญาตให้สถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทยแพร่ภาพและเสียง มวยไทยวอริเออร์ส ที่เขตปกครองพิเศษมาเก๊า ถูกกล่าวหามีเจตนาแพร่ภาพการกล่าวเปิดงานของ ทักษิณ ชินวัตร มีเนื้อหาบางส่วนกระทบต่อความมั่นคงของรัฐ ความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน


-คดีปกปิดบัญชีทรัพย์สินนาฬิกาหรูมูลค่า 2.5 ล้านบาท จำนวน 1 เรือน


-คดีร่ำรวยผิดปกติที่เกี่ยวข้องกับโครงการรับจำนำข้าว

ทั้งหมดนี้ คือ บัญชีหางว่าว ที่อดีตนายกฯ ยิ่งลักษณ์ ถูกกล่าวหา ท่ามกลางกระแสข่าวว่า มีความพยายามลดความร้อนแรง ของกระแสแลนด์สไลด์ ของพรรคเพื่อไทยในการเลือกตั้งครั้งหน้า 

“วิษณุ” ยืนยัน ไม่มีคำสั่ง ดึง “กัญชา” กลับมาเป็น “ยาเสพติด”

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/536875

22 พ.ย. 2565

"วิษณุ" ยืนยัน ไม่มีคำสั่ง ดึง "กัญชา" กลับมาเป็น "ยาเสพติด"

“วิษณุ” ยืนยัน ยังไม่มีคำสั่ง ดึง “กัญชา” กลับมาเป็น “ยาเสพติด” ย้ำต้องใช้กฎหมายและประกาศหลายฉบับควบคุมคู่ขนานกัน

เมื่อวันที่ 22 พ.ย. ภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด กล่าวถึง จะมีการนัดประชุมกับคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (คณะกรรมการ ป.ป.ส.) เรื่อง พ.ร.บ.กัญชา กัญชง ในช่วงบ่ายของวันนี้ ว่า เป็นการหารือภายในไม่ได้มีอะไรเป็นพิเศษ ยืนยันไม่มีประกาศคำสั่งอะไร ตามที่มีกระแสข่าวจะให้ “กัญชา” กลับมาเป็น “ยาเสพติด” และชะลอการออกประกาศ ซึ่งประกาศที่ออกมาเป็นของคณะกรรมการภูมิปัญญาแพทย์แผนไทย อย่างที่ทราบว่า ได้ปรับกัญชาให้พ้นจากการเป็นยาเสพติดจากประมวลกฎหมายยาเสพติด

ส่วนประกาศของกระทรวงสาธารณสุขนั้น ไม่เป็น การประกาศตาม พ.ร.บ.ยาเสพติด และประมวลกฏหมายยาเสพติด แต่เป็นไปตามการควบคุมในเรื่องของการใช้ ให้ไปในทางที่ถูกต้อง ทั้งการจำหน่าย การแปรรูป นำเข้า-ส่งออก และใช้ตามกาละเทศะ

ส่วนกรณีที่มีบางฝ่ายพูดถึงช่องโห่วของกฎหมายพ.ร.บ.กัญชา กัญชง  นายวิษณุ กล่าวว่า ต้องเอากฎหมายหรือประกาศอื่นๆมาประกอบด้วย เช่น ในประกาศของกระทรวงสาธารณสุขไม่ได้มีในเรื่องของการห้ามใช้กัญชาในโรงเรียน แต่ในส่วนของประกาศกระทรวงศึกษาธิการได้มีการประกาศห้าม เสพ-จำหน่ายไว้อยู่แล้ว 

ส่วนสถานการณ์ทางการเมืองหลังผ่านพ้นการประชุมเอเปค นายวิษณุ กล่าวว่า ยังไม่ได้รับทราบถึงกระแสข่าว “ยุบสภา” พร้อมยืนยันตามสิ่งที่เคยกล่าวไปก่อนหน้านั้น หากกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญ 2 ฉบับ ยังไม่เสร็จสิ้น มีการยุบสภาเกิดขึ้น จะมีปัญหาตามมา

ส่วนกระแสข่าว ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ส.ส.พะเยา อดีตหัวหน้าพรรคเศรษฐกิจไทย จะกลับมาพรรคพลังประชารัฐ สามารถทำได้หรือไม่ นายวิษณุ กล่าวว่า ทางกฎหมายสามารถกลับมาได้เพราะไม่มีข้อห้าม ในอดีตก็เคยมีเช่นนี้ ปรับคณะรัฐมนตรี ก็มีการโยกออกและกลับเข้ามาในตำแหน่งเดิม